สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๓

อลงกรณ์ พลบุตร พูดถึงปัญหาการปฏิรูประบบเกษตร และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเกษตรกรทุกคนและความจำเป็นในการปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องของโครงการนี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่องศรี ธาราภูมิ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้สะท้อนปัญหาอันมาสู่การปรับปรุงแก้ไข แล้วเป็นความจริงว่า การเริ่มต้นนโยบายเสมือนหนึ่งพลิกฟ้ำควํ่าแผ่นดินในเรื่องการปฏิรูประบบเกษตรครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรหลายล้านคน แล้วเรามีเวลาที่จํากัดในภาวะที่ต้องเผชิญ กับการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นว่าเราจะต้อง มีสมาธิในการเอาปัญหาของเกษตรกรเป็นตัวตั้งและมุ่งทํางาน แน่นอนที่สุดว่าถึงแม้ การประเมินในเรื่องของเกษตรกรที่ได้ประโยชน์กว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ รายทั่วทั้งประเทศ ในพืชเศรษฐกิจ ๓ ชนิดดังกล่าวนั้นจะเป็นการประเมินที่ถือว่าสอบผ่านหรือรวมไปถึงเรื่อง ของการรักษาเกียรติภูมิและศักยภาพของประเทศในการดํารงซึ่งการเป็นแชมป์ โลก ในการส่งออก และการเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณ การค้าข้าวในตลาดโลก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่ายังต้องมีการปรับปรุง ทั้งในกระบวนการตั้งแต่ต้นคือการกําหนดเรื่องคุณสมบัติของเกษตรกรและรวมไปถึง ที่จะต้องเก็บตกในส่วนของเกษตรกรซึ่งไม่สามารถเข้าถึงระบบได้ ถึงแม้จะมีจํานวน อีกเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์แต่รัฐบาลถือว่าเกษตรกรทุกคนมีความสําคัญและต้องได้รับสิทธิ หรือว่าเกษตรกรซึ่งเช่าที่หรือว่าทํากินอยู่ในที่ของรัฐ หรือว่าเกษตรกรซึ่งอาจจะยังไม่ได้ รับรู้ในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในประเด็นที่เป็นข้อปลีกย่อยสําหรับปีที่ ๒ ของโครงการนี้ จึงเป็นช่วงของการที่เราจะปรับปรุงแก้ไขและซ่อมแซมในสิ่งที่ยังบกพร่องอยู่ ต้องขอโทษ สําหรับข้อบกพร่องบ้างหรือว่าข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ แต่ว่าผมเรียนในฐานะที่เป็น ส่วนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะรัฐมนตรีนั้น ได้รู้ร้อนรู้หนาวตลอดเวลา ผมไม่เคยเห็นการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใดที่จะมีวาระ เรื่องเกษตรกรเข้าสู่ ครม. ทั้งวาระจรและวาระเร่งด่วนมากที่สุดเท่ากับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ นอกจากนั้นแล้วยังได้มีกลไกอีก ๓ คณะที่ดูแลเป็นการเฉพาะ ๑. คือคณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติ ๒. นโยบายคณะกรรมการมันสําปะหลัง ๓. คณะกรรมการ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่วนที่ไม่ได้พูดถึงยางเพราะยางนั้นราคาดีเกินร้อย ดังนั้นก็ต้องเรียนว่า นอกจากปัญหาที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในซีกฝ่ายค้านที่มาประชุม ในวันนี้เป็นส่วนใหญ่ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกฝ่ายค้านบางท่านก็ได้นําเสนอ ประเด็นและเป็นประโยชน์ต่อการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดี กระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวงการคลังที่กํากับดูแล ธ.ก.ส. ก็ดี และคณะกรรมการระดับชาติ ๓ ฝ่าย รวมทั้ง คณะรัฐมนตรีนั้นได้นําเสนอและมีการแก้ไขเพื่อที่จะดูแลให้ครบถ้วน ดังมีมติ คณะรัฐมนตรีซึ่งผมจะไม่ขอลงรายละเอียด แต่เพียงบอกว่าเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๒ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๒ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๕ ธันวาคม ปี ๒๕๕๒ มติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๙ มกราคม ปี ๒๕๕๓ และมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ ซึ่งท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านใดประสงค์ที่จะได้รายละเอียดดังกล่าวนั้นกระผมก็ยินดีที่จะ ส่งมอบให้ เพราะว่าตรงนั้นจะเป็ นมติในการที่จะดูแลเกษตรกรที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผ่องศรี ธาราภูมิ ได้กล่าวถึง โดยเฉพาะการปลดล็อกสําหรับเกษตรกร ซึ่งอาจจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือเข้าใจเพราะว่าเป็นระบบที่เราเริ่มต้นใหม่ หรือว่าขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของเราเองก็มีจํานวนจํากัด และมีช่วงเวลาที่จํากัด ในการดําเนินการเรื่องนี้ และเป็นกระบวนการที่ต้องทําเพื่อไม่ให้มีช่องว่าง ช่องโหว่ ของการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ซึ่งเป็นจุดรั่วไหลของภาษีของประชาชนที่รัฐบาล ถือเป็นนโยบายหลักที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะว่าการทุจริตคอร์รัปชันภายใต้ระบบจํานํา ทุกคนทราบดี ทุกยุคทุกสมัยที่เกิดการรั่วไหลแล้วก็เป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นกระบวนการ ทุกอย่างนั้นต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ จึงได้เพิ่มบทบาทในส่วนของประชาคมในการเข้าไป ตรวจสอบ นั่นก็คือบทบาทการมีส่วนร่วม ซึ่งต่อไปภายหน้านั้นผมเรียนว่าเราจะมี เกษตรกรก้าวหน้าที่จะสามารถให้เข้าใจถึงกลไกตลาด ราคาตลาด และการปรับปรุง ในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ การปรับปรุงพันธุ์ การปรับปรุงดิน ตลอดจนการดูแลในเรื่อง ของพืช โรคพืชทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพลี้ยกระโดด ไม่กระโดด กระโดดมาก กระโดดน้อย ตรงนี้อยู่ที่ความรู้ความเข้าใจเกษตรกรที่เป็นหัวใจสําคัญ และเป็นอีกเป้ำหมายหนึ่ง ที่เรามองข้ามไม่ได้เลย ไม่ใช่เพียงกลไกและระบบในเรื่องของการค้า การขาย หรือราคา เท่านั้น แต่ว่าองค์ความรู้และความตื่นตัวการสร้างเกษตรกรพันธุ์ใหม่ที่ก้าวหน้า ในการที่จะติดตาม วันนี้น่าดีใจว่าในเรื่องของเกณฑ์ราคาทั้งหลายนั้นติดตามเหมือนหวย เลยครับ ติดตามเหมือนหวยเลย แต่ก่อนทุก ๑๕ วัน ท่านนายกรัฐมนตรีบอก ๑๕ วัน ตอนนี้ราคามันมีความผันผวนพอสมควร ก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นให้กําหนดเกณฑ์ราคา ๗ วัน เกษตรกรก็ติดตาม ๗ วัน ขณะเดียวกันในเรื่องของประเด็นที่ท่านได้สอบถามว่า ในการปรับปรุงในส่วนของบุคลากรก็ดี แล้วก็ในส่วนของกระบวนการดําเนินการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดําเนินการ ทุกประเด็นที่ท่านได้นําเสนอทั้งก่อนหน้าและในวันนี้ ได้เข้าไปสู่กรรมการในชุดดังกล่าว แล้วก็ได้ให้ดําเนินการในส่วนของกลไก โดยเฉพาะ เรื่องของทะเบียน ทะเบียนนั้นก็มีการปรับแนวว่าให้เอาทะเบียนที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องไป เริ่มต้น ก ใหม่ เอาทะเบียนที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าเป็นชาวไร่ข้าวโพด ชาวไร่มันสําปะหลัง แม้แต่ข้าว ชาวนา ซึ่งข้าวนาปรังกับนาปีปริมาณของชาวนาที่เข้าร่วมโครงการไม่เท่ากัน ท่านก็ทราบอยู่แล้ว แต่ว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลาและมาเริ่มต้นใหม่ ก็เอากระบวนการปรับปรุง ปฏิรูปโดยการเอาทะเบียนที่มีอยู่แล้วย้อนหลังกลับเข้ามา และใช้กระบวนการ ของความเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ในการให้ประชาคมเข้ามีส่วนในการรับรอง ดังนั้น ผมเชื่อว่าการปรับปรุงในกระบวนการทั้งหลายนั้นขณะนี้กําลังเป็นช่วงของการแก้ไข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ขอโอกาสนี้ตอบคําถามที่ ๒ ครับ