สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๓

สุเทพ เทือกสุบรรณ พูดถึงการปิดล้อมรัฐสภา และเรียกร้องให้รัฐบาลป้องกันการปิดล้อมนั้น

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนตอบท่านสมาชิกนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เรื่องการใช้ กําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยก่อนที่จะเข้ามาสู่สภานะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับว่า การที่ทางศูนย์อํานวยการ รักษาความสงบเรียบร้อย ศอ.รส. ได้ส่งกําลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเพื่อให้ท่านสมาชิก ทั้งหลายสามารถเข้าประชุมทําหน้าที่ของท่านได้โดยปลอดภัยนั้น เพราะว่าท่านประธาน รัฐสภาได้มีความห่วงใยต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ท่านได้ขอให้รัฐบาลหามาตรการ ในการคุ้มครองป้ องกันรัฐสภาไม่ให้มีการปิดล้อมรัฐสภาในวันที่สมาชิกทั้งหลายจะต้องมา ทําหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ แล้วก็กําชับให้รัฐบาลได้ดูแลคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของสภา สมาชิกรัฐสภา ให้สามารถเดินทางเข้าออกได้โดยปลอดภัย ท่านประธานรัฐสภา หรือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรของเราท่านมีประสบการณ์ ท่านได้เห็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่สภานี่หลายครั้งหลายหน แล้วท่านรู้สึกสลดใจที่บางครั้งได้มีเหตุการณ์ที่รุนแรง ขึ้นเพราะเหตุแห่งการปิดล้อม และมีการเปิดทางที่จะให้สมาชิกได้เข้ามาทําหน้าที่ แล้วทํา ให้พี่น้องประชาชนบาดเจ็บถึงขนาดล้มตายก็มี ผมได้รับบัญชาจากท่านประธานรัฐสภาก็ไปประชุมปรึกษาหารือกันครับ เมื่อทบทวนแล้ว ก็เห็นว่าแม้บางครั้งการปิดล้อมอาคารรัฐสภานั้นจะไม่ถึงขั้นที่มีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่ว่า มีลักษณะที่เป็นการคุกคามต่อการที่จะเข้าทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจน เหตุการณ์วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับการเลือกตั้งโดยสภาแห่งนี้ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ผลการเลือกตั้งในสภาแห่งนี้ผิดความคาดหมายของคนที่ชุมนุม ล้อมสภาอยู่ พอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราเดินทางกลับออกจากสภาก็ถูกประทุษร้าย ขว้างรถยนต์ ทําร้ายร่างกาย ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ในวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเข้ามาแถลงนโยบายซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลจะต้องแถลง นโยบายต่อรัฐสภาก่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ก็มีการปิดล้อมคุกคามจนสมาชิก รัฐสภาไม่สามารถที่จะเข้ามาทําหน้าที่ได้ ท่านประธานรัฐสภาต้องตัดสินใจย้ายไปประชุม ที่กระทรวงการต่างประเทศจึงทําให้ภารกิจนั้นสําเร็จลุล่วงไปได้ เหตุการณ์ที่เป็นตัวอย่าง อย่างนี้เราจึงได้เอามาเป็นตัวกําหนดในการวางมาตรการป้ องกันคราวนี้ ท่านทั้งหลาย จะเห็นชัดว่ากําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ไม่ได้ล่วงลํ้าเข้ามาในบริเวณที่ทําการรัฐสภาเลย ไม่ได้เข้ามาในรั้วรัฐสภาเลยครับ แต่ที่ดําเนินการนั้นก็คือได้ออกประกาศห้ามไม่ให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อความสงบ หรือเป็นอันตรายต่อ พี่น้องเจ้าหน้าที่สภาหรือสมาชิกรัฐสภาเข้ามาในบริเวณรัฐสภา ออกประกาศห้ามไม่ให้ คนเหล่านั้นเดินทางผ่านถนนที่จะมุ่งมาสู่สภาในรัศมีที่เราเห็นกันอยู่แล้ว แล้วตั้งด่านสกัด ไม่ให้คนเหล่านั้นเข้ามาก่อเหตุได้ ส่วนเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรทั้งหลาย เจ้าหน้าที่ รัฐสภาทั้งหลาย ก็สามารถเดินทางเข้าออกได้โดยสะดวกไม่เป็นอุปสรรคอะไรทั้งสิ้น เมื่อวานนี้ในการประชุมเราก็เห็นว่ามีสมาชิกมาประชุมครบองค์ประชุม แม้สมาชิกฝ่ายค้าน ก็ได้เข้ามาประชุมหลายคนก็ได้อภิปรายในสภานี้ด้วยก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว สิ่งที่ได้ ดําเนินการไปนี้ก็รู้สึกสบายใจที่ไม่มีการปิดล้อมทั้ง ๆ ที่ได้มีการประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางมาประชุมสภาเมื่อไรก็จะล้อมสภาแห่งนี้ จะดําเนินการกับ ท่านนายกรัฐมนตรี เราก็ป้ องกันไว้ได้ วันนี้เมื่อท่านสมาชิกถามว่าจะต้องกําหนดมาตรการ อย่างนี้ไว้นานเท่าไร ผมกราบเรียนครับเราพิจารณาทบทวนเหตุการณ์ตามสถานการณ์จริง ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การที่ได้ใช้กําลังเข้ามาดูแลรักษาความสงบเพื่อให้ท่านสมาชิก ทั้งหลายได้ทําหน้าที่ในทางนิติบัญญัติได้โดยสมบูรณ์นั้น เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเหล่านี้เราก็ ถอนกําลังกลับ ผมกราบเรียนว่า วันนี้พอประชุมสภาเสร็จเรียบร้อยเราก็ถอนกําลังกลับ รื้อเครื่องกีดขวางกลับเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้เส้นทางจราจรได้ตามปกติ แต่ก็จะต้อง คํานึงถึงมาตรการที่จะพยายามป้ องกันไม่ให้มีการปิดล้อมรัฐสภาอยู่ เผื่อการประชุม ในสัปดาห์ต่อไปและครั้งต่อไป ผมเรียนครับว่าอาจจะมีพี่น้องเพื่อนสมาชิกบางท่านที่รู้สึก ไม่สบายใจบ้าง แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าการที่ท่านสมาชิกรัฐสภาจะต้องขับรถผ่านด่านที่มี เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ผู้รักษากฎหมาย ยืนทําหน้าที่อยู่กับการที่จะต้องเดินฝ่าฝูงผู้ชุมนุม คงจะมีความรู้สึกอบอุ่นใจที่ต่างกันเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ท่านทั้งหลายได้ทําหน้าที่ของท่านโดยสมบูรณ์แล้วเราก็เลิกการที่จะ มาดูแลรักษาความสงบแห่งนี้ครับ