สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑

(เนื่องจาก นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เรามีวาระสําคัญในส่วนของข้อบังคับการประชุม ผมจะให้พวกเราใช้เวลา หารือถึงสักบ่ายสองโมงครึ่ง สัก ๔๕ นาทีนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าใช้เวลากระชับได้ก็อยากให้ กระชับนะครับ เพื่อพวกเราจะได้หารือกันเยอะ ๆ หน่อย เชิญคุณหมอชลน่านครับ ได้ร่วมมือกันถวายเปึนการเทิดพระเกียรติ ผลสัมฤทธิ์นะครับ มีผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด ๙๔,๗๕๖ ราย หมายความว่าได้รับฟันเทียม มีความพึงพอใจอย่างยิ่งครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกระทรวงสาธารณสุขเองได้ทําโครงการต่อเนื่องอีก ๓ ป้ เพื่อที่จะให้การบริการ ผู้สูงอายุที่เหลืออีกประมาณ ๒ แสนราย ๒ แสนรายนี่ถ้าไม่ทําเปึนลักษณะโครงการพิเศษ จะต้องใช้เวลาอีก ๕๐ ป้ถึงสามารถที่จะบริการผู้สูงอายุเหล่านี้ได้ เนื่องจากว่าระบบ การบริการปกติในการดูแลสุขภาพด้านฟันหรือใส่ฟันเทียมให้กับผู้สูงอายุ ระบบปกติ สามารถให้บริการได้ป้หนึ่งประมาณ ๔,๐๐๐ รายเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่น่าเปึนห่วง ที่น่าจะทําให้ผู้สูงอายุด้อยโอกาสก็คือว่า เมื่อวันที่ ๓ ที่ผ่านมาทางคณะอนุกรรมการ บริหารงบประมาณของสํานักงานส่งเสริมหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ด้านการส่งเสริม และการปัองกันเขามีมติออกมายังไม่อนุมัติงบประมาณที่กรมอนามัยซึ่งเปึนเจ้าของเรื่อง ได้ทําการขอไปเปึนลักษณะของงบประมาณที่จ่ายตรงมาสําหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ เปึนโครงการต่อเนื่อง ๓ ป้ ตั้งเปัาหมายไว้ที่ ๙๐,๐๐๐ ราย ในป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๓ ป้ละประมาณ ๓๐,๐๐๐ ราย ก็ใช้เงินจากโครงการการสนับสนุนของสํานักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ แต่ว่าสิ่งนี้เองจะทําให้ผู้สูงอายุขาดโอกาส เนื่องจากว่าชัดเจนครับ ผมได้ยินการให้สัมภาษณ์ของท่านอธิบดีกรมอนามัยบอกว่า อาจจะต้องใช้งบประมาณปกติ ของกรมอนามัยและทําการบริการปกติ นั่นคือได้ประมาณป้ละ ๔,๐๐๐ ราย เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสํานักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติที่มีอํานาจในการจะจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้สูงอายุ ท่านทําโครงการ เฉลิมพระเกียรติผ่านพ้นไป แต่โครงการต่อเนื่องป้นี้จะได้อีกประมาณ ๙ ๐,๐๐๐ ราย ถ้าทําลักษณะอย่างนี้ ๖ ป้จบครับ ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอให้เปึนกําลังใจกับกระทรวงสาธารณสุขที่ทําโครงการนี้และทันตบริกรทุก ๆ ฝ์าย ที่เกี่ยวข้องครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

ขอบคุณครับ ท่านนิภาเชิญครับ

นางนิภา พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นิภา พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ข้อที่จะขอหารือท่านประธานในวันนี้เปึนความเดือดร้อนของพนักงานธนาคารออมสิน โดยเฉพาะเรื่องของการช่วยเหลือพนักงานเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการคลอดบุตร พนักงานธนาคารออมสินก็ถือว่าเปึนรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลอีกหน่วยงานหนึ่งนะคะ แต่ว่าในเรื่องของการได้รับสวัสดิการนั้นจะเปึนรองรัฐวิสาหกิจอื่นมาตลอด ซึ่งไม่ทราบว่า เขาจัดลําดับ คงจะเปึนลําดับสุดท้ายหลายอย่างที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะเรื่องของ การรักษาพยาบาลสําหรับบิดา มารดา ธนาคารจะให้การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ในวงเงินไม่เกินป้ละ ๓๐,๐๐๐ บาท มารดาของพนักงานเกิดเจ็บป์วยเปึนโรคมะเร็ง ซึ่งทุกครั้งในการรักษาก็จะใช้เงินบางครั้งก็เปึนหมื่นบาทซึ่งเปึนความเดือดร้อน แล้วก็ ได้รับการร้องเรียนมาว่าเขาอยากที่จะใช้บัตรสงเคราะห์ซึ่งเรียกว่า บัตรทอง ซึ่งตอนนี้ ก็เปึนการรักษาฟรีแล้วแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ใช้บัตรนั้น เพราะถือว่าเปึนผู้ที่เบิก ในนามของพนักงานได้แล้ว ก็สร้างความเดือดร้อนเพราะว่ามีวงเงินจํากัดให้ป์วยแค่ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อป้ สมมุติว่าใช้ไปหมดแล้วก็อนุญาตให้กู้ได้ แต่การกู้ก็ต้องผ่อนส่ง โดยเท่ากับคนอื่นที่ไปกู้เงิน ซึ่งตรงนี้ถือว่าน่าจะให้เกิดความเท่าเทียม เพราะไม่ว่า รัฐวิสาหกิจไหนการดูแลรักษาพยาบาลของบุพการีนั้นก็สามารถจะเบิกได้เท่ากับหน่วยงาน ของราชการ เข้าใจค่ะว่าธนาคารออมสินนั้นทํารายได้ให้กับรัฐน้อยมาก แต่ว่าเงินออม ของธนาคารออมสินรัฐบาลก็เอาไปทําอย่างอื่นได้ประโยชน์เยอะแยะเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นน่าจะให้ความเปึนธรรมแล้วก็ดูแลพนักงานของรัฐวิสาหกิจหน่วยนี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการของการเจ็บป์วยซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่มีใครอยากจะเจ็บป์วยนะคะ แต่ว่าเวลาที่พ่อแม่เจ็บป์วยเปึนความเดือดร้อนของพนักงาน แล้วก็จะอยากดูแล อยากจะ ทดแทนแต่ว่าเงินเดือนก็น้อยเบิกก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่ารัฐบาลควรจะเข้าไปดูแล ในเรื่องของสวัสดิการเรื่องการเจ็บป์วยของบุพการีด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพงษ์ศักดิ์ครับ

นายพงษ์ศักดิ์ บุญศล สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พงษ์ศักดิ์ บุญศล สกลนคร พลังประชาชนครับ ผมมีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อที่จะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องสั้น ๆ ซึ่งเปึนเรื่องที่มีประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนในภาพรวม

เรื่องแรก เปึนเรื่องซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดสกลนคร นั่นก็คือ เกิดความเสียหายเรื่องของการตัดไม้ทําลายป์า สืบเนื่องจากได้มีราษฎรที่เข้ามาหาผม จํานวนมากมายมาร้องเรียนว่า ได้มีการถูกลักขโมยไม้ในที่นาแล้วก็ถูกลักขโมยไม้ ในที่สาธารณะ เพราะเหตุว่าในพื้นที่ของจังหวัดสกลนครนั้นได้มีการอนุญาตของ หน่วยงานราชการ ๒ หน่วยงานหลักก็คือ อุตสาหกรรมจังหวัดกับหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรือป์าไม้จังหวัดเก่า อนุญาตเพื่อที่จะให้มีการสร้างโรงงานประดิษฐกรรม หรือว่าโรงงานแปรรูปไม้เพื่อประดิษฐกรรมและอุตสาหกรรม หลักของการอนุญาต ผมได้สอบถามไปทางป์าไม้จังหวัดได้ความว่าได้อนุญาตให้โรงงานเหล่านี้ผลิตไม้ เพื่อที่จะบดไม้นําส่งโรงงานในการที่จะทําเปึนกระดาษ นั่นก็คืออนุญาตให้บดไม้ไผ่ แล้วก็ ไม้ยูคาลิปตัสซึ่งเปึนไม้ที่ทางการอนุญาตให้สามารถดําเนินการบดได้ แต่ในทางปฏิบัติ ปรากฏว่าโรงงานต่าง ๆ ที่ได้รับอนุญาตนั้นมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้องอนุญาต กลับไปดําเนินการในเรื่องของเอาไม้หรือนําไม้ทั่วไปแล้วก็ไม่กําหนด ปริมาณคือรับไม่อั้นในการที่จะนําไม้นี้เข้าโรงงานในการบด บดเพื่อที่จะนําไม้เหล่านี้ เข้าไปขายให้โรงงานแปรรูป โรงงานผลิตไฟฟัาที่ขอนแก่น การทํานี้ได้ทําเปึนกระบวนการ และทํามาต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้มีการตัดไม้อย่างกว้างขวางทั้งไม้ในที่ซึ่งเปึนที่หลวงเอง แล้วก็ไม้ในที่นาด้วย เปึนผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงมากนะครับ นี่เรื่องหนึ่งที่อยาก กราบเรียนท่านประธานและฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดกําชับในเรื่องของ การผลิต ในเรื่องของการส่งและควบคุมด้วย

อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ เปึนเรื่องซึ่งเปึนปัญหาความเดือดร้อนของ คนจังหวัดสกลนคร คนจังหวัดนครพนม แล้วก็ความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดหนองคาย ที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาจากอําเภอบึงกาฬ นั่นก็คือได้ถนนหลักในการที่จะเชื่อมโยงจาก จังหวัดอุดรธานีมาจังหวัดสกลนครคือ ทางหลวงหมายเลข ๒๒ เปึนเส้นทางหลักในการ ขนส่งสินค้าเกษตรและเปึนเส้นทางหลักในการคมนาคมขนส่งทั่วไป เส้นทางดังกล่าวนี้ เปึนเส้นทางยุทธศาสตร์หลักและเปึนเส้นทางที่จะนําผู้คนเข้าสู่จังหวัดสกลนคร กราบเรียน ท่านประธานได้เห็นภาพครับว่าปัญหาการจราจรในเส้นทางดังกล่าวนั้นได้รับการแก้ไข จากภาครัฐบาลน้อยมาก รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณในช่วงท่านทักษิณอยู่ ได้อนุมัติวงเงิน ไปก่อสร้างขยายเส้นทางการจราจรเปึน ๔ ช่องทางจราจรในทางหลวงหมายเลข ๒๒ ในช่วงจากจังหวัดอุดรธานีไปถึงอําเภอหนองหาน แล้วก็จากจังหวัดสกลนครมาที่ อําเภอพรรณานิคม แต่เส้นทางหลักเส้นเดียวกันนี่มีปัญหาในการสัญจรไปมามากนั่นก็คือ จากอําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อที่จะเชื่อมไปสู่จังหวัดอุดรธานีซึ่งต้องผ่านที่ อําเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ก็คือเส้นทางนี้จะมีรถที่ใช้สัญจรไปมาจากข้อมูลของ กรมทางหลวงวันหนึ่งปริมาณไม่ต่ํากว่า ๖,๐๐๐-๖,๕๐๐ คันต่อวัน ซึ่งถือว่าเปึนการจราจร ที่แออัดมากทําให้เกิดอุบัติเหตุมากมาย ดังนั้นผมอยากกราบเรียนในเรื่องนี้เพื่อที่จะฝาก ไปถึงหน่วยงานก็คือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้โปรดพิจารณาในการ จัดสรรงบประมาณเพื่อขยายถนนเส้นทางในช่วงดังกล่าวโดยเร่งด่วน เท่าที่สอบถามไปบอกว่าได้อยู่ในแผนงบประมาณป้ ๒๕๕๔ ถ้าจะรอไปถึงตรงนั้น ความเดือดร้อนของประชาชนในตรงบริเวณนี้จากอําเภอสว่างแดนดินที่จะเข้าจังหวัดอุดรธานี ผ่านอําเภอหนองหานนี่คงไม่ไหว ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานได้ทําหนังสือถึง กระทรวงคมนาคมได้โปรดพิจารณาแก้ไขเร่งด่วน เพื่อแก้ไขให้พี่น้องจังหวัดสกลนคร พี่น้องจังหวัดนครพนมและพี่น้องจังหวัดหนองคายด้วย ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอประสงค์เชิญครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ผมขอเรียนปรึกษาหารือต่อท่านประธานดังต่อไปนี้นะครับ

จังหวัดนครพนมมีอําเภอหนึ่งอยู่ทางเหนือชื่ออําเภอบ้านแพง อําเภอบ้านแพง นี่เปึนเสมือนโลจิสติกส์ ฮับ (Logistics hub) ที่สําคัญคือการกระจายสินค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งถ้ามองจากกรุงเทพมหานครผ่านจังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี อําเภอสว่างแดนดิน อําเภอเซกา ประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตรถึงอําเภอบ้านแพง จากทางเหนือ ๓๐๐ กิโลเมตร จากจังหวัดสกลนครและอําเภอเมืองนครพนม ๑๐๐ กิโลเมตร ผลิตผลทางการเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตรเกิดที่อําเภอบ้านแพงนี้ ข้ามไปทางลาวและไปสู่เวียดนาม ด้วยเส้นทางเส้นเดียวคือ เส้นที่ ๘ เอ (๘ A) เมื่อผ่านไปแล้วในเมืองท่าสะอาด แขวงบริคําไซ ของลาวก็เข้าไปสู่หลักซาวคือ ๒๐ กิโลเมตรถึงชายแดนเวียดนามนะครับ เข้าไปสู่เวียดนาม เปึนเส้นทางเส้นเดียวที่ไปสู่เวียดนาม ที่อําเภอบ้านแพงนี้มีท่าเรือแต่ว่ามีปัญหาที่ท่าเรือนี้ สร้างมาเปึนสิบ ๆ ป้แล้วยังไม่ได้เป่ด ก็เปึนปัญหาต่อเกษตรกร นักอุตสาหกรรม ผู้ส่งสินค้า เพราะทําให้สินค้าที่ส่งไปลาวหรือเวียดนามนั้นแพงมาก ป้หนึ่ง ๆ สินค้าที่ส่งผ่านด่านนี้ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป สินค้าจะต้องมาทางนี้เพราะว่าถ้ามาทางจังหวัดหนองคาย มันก็มาไม่ได้ ต้องลงผ่านมาสู่เส้นทางสาย ๓ ของลาว แล้วมาสู่เส้น ๘ เอ เช่นเดียวกัน คือไกล ๓๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าส่งจากอําเภอบึงกาฬก็เช่นเดียวกันก็ต้องมาที่อําเภอบ้านแพง เพราะเปึนเส้นทางเส้นเดียว เส้นทางเส้นนี้จึงเปึนเส้นทางสําคัญ ด่านนี้จึงเปึนด่านสําคัญ เมื่อไม่มีการเป่ดด่านสินค้าที่ผ่านจึงเปึนสินค้าที่ต้องหลบเลี่ยงภาษีหรือติดสินบน แต่ทําไม ทางการยังไม่เป่ดก็ไม่ทราบ มีเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ พี่น้องประชาชน นักการค้าเดือดร้อน มากครับ จึงกราบเรียนมาทางท่านประธานสภาเพื่อแจ้งให้หน่วยงานได้ทราบว่ามีความจําเปึน จะต้องเป่ดชั่วคราวก็ได้หรือเป่ดถาวรก็ได้ เพราะนั่นทําให้สินค้าที่ผ่านแดนไปสู่ลาว และเวียดนามซึ่งมากป้ละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปึน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อไป ได้ถูกลง ต่อสู้กับต่างประเทศได้ครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ครับ

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผมจะกราบเรียน หารือท่านประธานในวันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ท่านประธานครับ เทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไปด้วยจิตใจที่สุขและทุกข์ สุขสําหรับผู้ที่ได้พักผ่อน ได้ทําบุญ ได้รดน้ําขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ ทุกข์สําหรับผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากการสัญจร ผู้ที่เสียชีวิตไป ก็ถือว่าพ้นทุกข์ แต่ญาติพี่น้องต้องพบกับความเศร้าโศกแทน ท่านประธานครับ จํานวน ผู้เสียชีวิตตอนสงกรานต์ที่ผ่านมามีมากกว่าป้ที่แล้ว ผมไม่ได้ตําหนิรัฐบาลเลยเพราะเพิ่ง เข้าไปทํางาน แต่อยากเสนอให้รัฐบาลให้ความสําคัญต่อเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทํากันทุกวันไม่รอจนถึงหน้าเทศกาล ไม่ทําแบบไฟไหม้ฟาง จํานวนคนตายจากอุบัติเหตุ จราจรในเมืองไทยนั้นเฉลี่ยวันละ ๓๖ คน หรือป้ละประมาณ ๑๓,๐๐๐ คน ซึ่งถือว่า สูงมาก อาจพูดได้ว่าเปึนการเสียชีวิตจากสงครามจราจรเลยทีเดียว จากข้อมูลอุบัติเหตุจราจรที่มีผู้เสียชีวิตในหลายประเทศทั่วโลกพบว่าญี่ปุ์นเปึนประเทศหนึ่ง ที่มีจํานวนผู้เสียชีวิตต่ําที่สุดคือ ๒๖ คนต่อประชากร ๑ ล้านคน ส่วนประเทศไทยนั้น มีจํานวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร ๑ ล้านคน สูงมากคือสูงถึง ๒๐๐ คน ท่านประธานครับ ปัจจัยหนึ่งที่ทําให้ประเทศญี่ปุ์นเปึนหนึ่งในความปลอดภัยบนท้องถนนก็คือ การได้ ใบขับขี่ในประเทศญี่ปุ์นนั้นเปึนเรื่องยาก ต้องผ่านการสอบกันอย่างจริงจัง ไม่มีระบบ เส้นสาย ทุกรายต้องสอบเหมือนกันหมด และแม้ว่าเมื่อได้ใบขับขี่แล้วคนญี่ปุ์นยังต้อง เข้ารับการอบรมอีก เมื่อถึงเวลาต่อใบอนุญาตขับขี่หรือเมื่อกระทําความผิดจนคะแนน ความผิดที่ถูกบันทึกนั้นเกินเกณฑ์มาตรฐาน ท่านประธานครับ อุบัติเหตุจราจรนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากคนขับรถ ความผิดพลาดหรือข้อบกพร่องของคนขับรถนั้นมีสาเหตุ หลายประการ เช่น ดื่มสุรา เสพยา พักผ่อนไม่เพียงพอหรือฝ์าฝ๋นกฎจราจร ซึ่งสามารถ แก้ไขได้โดยต้องเริ่มให้การศึกษาแต่เยาว์วัย สอนให้รู้จักการใช้รถใช้ถนนที่ถูกต้อง ให้เคารพกฎจราจร และที่สําคัญให้เกิดความละอายในการกระทําผิดกฎจราจร แม้เปึนเพียง การกระทําผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม นอกเหนือจากคนขับรถแล้วถนนก็เปึนส่วนสําคัญ เช่น ถนนลื่น มีหลุม มีบ่อ ไม่มีปัายจราจร หรือมีแต่ติดตั้งในตําแหน่งที่ไม่เหมาะสม พูดถึงปัายจราจรแล้ว ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สะกด คําภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามราชบัณฑิตยสถานทุกปัาย อย่าทําให้ชาวต่างชาติสับสน ยกตัวอย่าง เช่น ก ต้องสะกดด้วยตัวเค (K) แต่ ข นั้นต้องสะกดด้วยเคเอช (KH) คําว่า ลาดพร้าว ลาดนั้นต้องเขียนแอลเอที (LAT) ไม่ใช่แอลเอดี (LAD) ทั้งหมดนี้ด้วยความหวังเปึนอย่างยิ่งว่า สงครามจราจรจะหมดไปจากเมืองไทยในเร็ววันนี้ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขอกราบเรียนหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องของพวกผมในเขตจังหวัดสกลนคร ๒ อําเภอ อําเภอเมืองกับอําเภอโพนนาแก้ว จํานวน ๔๕ หมู่บ้าน ๑๐ ตําบล ซึ่งขอกราบเรียนหารือฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่า พี่น้องของพวกผมใน ๔๕ หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก ขอออกโฉนดที่ทํากินทั้ง ๔๕ หมู่บ้านที่อยู่รอบอําเภอหนองหานไม่ได้ครับ เนื่องจาก ทางราชการบอกว่าเปึนเขตอําเภอหนองหาน แต่ความเปึนจริงไม่รู้ใครรุกใคร ไม่ว่ารัฐ รุกของชาวบ้านหรือชาวบ้านรุกที่ของรัฐ เพราะว่าชาวบ้านทั้ง ๔๕ หมู่บ้านเขาทํากินกันมา หลายชั่วอายุคนแล้ว แต่ปรากฏว่าเขตอําเภอหนองหานขึ้นไปอยู่กลางหมู่บ้านซึ่งอยู่ไกล จากอําเภอหนองหาน ๔-๕ กิโลเมตรก็มี เขตหลักอําเภอหนองหานไปอยู่กลางวัดก็มี ในเขตตําบลโคกก่องและตําบลม่วงลาย แต่เปึนที่น่าแปลกว่าพอเขตอําเภอหนองหาน ฟากซีกของในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ซึ่งเปึนเขตเทศบาลติดกับอําเภอหนองหาน ปรากฏว่าเจ้าของที่ดินล้วนเปึนคหบดี นักการเมือง อดีตนักการเมือง นักการเมืองท้องถิ่น ตลอดถึงสถานที่ราชการถมที่ออกไปแต่ออกโฉนดได้ทุกที่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องฝากถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขอให้ไปดูด้วยว่า ณ จุดนั้นชาวบ้านทําไมขอออกโฉนด ไม่ได้ แต่ฟากซีกของเทศบาลเมืองสกลนครกลับออกกันได้ถ้วนหน้า ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุมพฏครับ

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เขต ๒ พรรคเพื่อแผ่นดินครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเชิญท่านจุมพฏ บุญใหญ่

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

ท่านประธานไม่ได้อ่านนามสกุลเมื่อกี้ ขอโทษครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานครับ ผม นามสกุล บุญใหญ่ จุมพฏ บุญใหญ่ ท่านประธานครับ พรรคพลังประชาชน สกลนคร เขต ๒ ท่านประธาน ที่เคารพ กระผมคงหนีไม่พ้นเรื่องดินครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณไปทางรักษาการอธิบดี กรมที่ดินนะครับ เมื่อเปลี่ยนอธิบดีใหม่ ท่านขยันขันแข็งครับ ตอบการหารือเรื่องที่ดินมาว่า ที่อําเภอวานรนิวาสได้พบคนเรียกค่าใต้โต๊ะตั้งกรรมการสอบวินัยแล้ว ขอกราบขอบพระคุณ อย่างสูงครับ

ที่อําเภออากาศอํานวยมีอีกครับ ขอออกโฉนดที่ดินตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ โดยใช้ ที่ดินแลกกันระหว่างที่สาธารณะที่ชาวบ้านสงวนไว้กับที่ชาวบ้าน โฉนดที่ดินมาแล้วครับ ๕ ราย ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๙ ชาวบ้านไปขอรับ รับไม่ได้เพราะมีชายครับงวดนี้ ที่อําเภอวานรนิวาส เปึนผู้หญิงครับ ที่อําเภออากาศอํานวย จังหวัดสกลนคร เปึนผู้ชายครับ ขอฉบับละ ๕,๐๐๐ บาท ๕ ฉบับ ๒๕,๐๐๐ บาท ถ้าไม่ได้ค่าสินบนไม่ได้โฉนดที่ดินครับท่านประธาน ที่อําเภอพังโคนสิครับ ดินอีกครับ ทางกรมที่ดินก็ใจดีตอบมาว่าออกโฉนดที่ดินที่อําเภอพังโคน ไปเกือบ ๒,๐๐๐ ราย แต่ไม่ได้ตอบว่าโครงการแปลงสินทรัพย์ให้เปึนทุนของท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ซึ่งออกโฉนดที่ดินแล้วนั้นได้เก็บไว้หรือไม่ หรือแจกให้ชาวบ้านครบหมดแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่แล้วชาวบ้านเอามาเสนอให้ผมอีก ๘ ราย จาก ๗๒ รายครับว่าไปขอรับแล้วยังไม่ได้ ก็ขอฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกรมที่ดินลงไปตรวจสอบด้วยว่า หนังสือที่กรมที่ดินตอบผมมานั้นทราบครับว่า ท่านออกโฉนดแล้ว แต่ปัญหาคือเมื่อไรท่านจะแจกให้ชาวบ้าน ท่านกักไว้ทําไมครับตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๘ ปัญหาอยู่ตรงนั้นท่านประธานครับ

ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนั้นจังหวัดสกลนครโชคดีครับ มท. ๒ ไปเหยียบ ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมืองครับ แต่ว่าเวลาไปเหยียบเมืองนี่กรุณาอย่าสั่งป่ดถนน ได้ไหมครับ คนอําเภอวานรนิวาสเขาบ่นมาให้ผมฟังครับว่า มท. ๒ ไปแล้วป่ดถนน การจราจรถนนมันยังไม่เปึน ๔ เลนครับ ถ้า ๔ เลนแล้วป่ดถนนไม่เปึนไร

ท่านประธานครับ ที่ตําบลวาใหญ่ อําเภออากาศอํานวย อบต. จ่ายเงิน คนชราครับ ผมไปเยี่ยมเมื่อสงกรานต์ คนชรา ๓ เดือนจึงได้ครั้งหนึ่ง เดือนละ ๕๐๐ บาท ๓ เดือนต้องเปึน ๑,๕๐๐ บาท ท่านจ่ายให้คนชราแค่ ๕๐๐ บาท ผมได้ทราบข่าวว่า สตง. เข้าไปครั้งหนึ่งแล้วพบการทุจริตว่าเบิกเงินโดยไม่มีฎีกาออกมาประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้จะเข้าไปครั้งที่ ๒ เข้าไปครั้งที่ ๑ ทําไมไม่ดําเนินคดี ขอฝากท่าน มท. ๒ (รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) ที่ดูแลการปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปดูที่ตําบลวาใหญ่ อบต. วาใหญ่ อําเภออากาศอํานวยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของพี่น้องประชาชนอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ขณะนี้มีฝนตกอย่างหนาแน่นในทุกภูมิภาคของประเทศไทย มีฝนตกหนักถึงหนักมาก พร้อมทั้งมีลมกระโชกแรงด้วยครับ การที่มีฝนแล้วก็มีลมทําให้ อาจจะมีอันตรายจากน้ําท่วมฉับพลันพร้อมทั้งน้ําป์าไหลหลาก มีคําเตือนจากหน่วยงาน ราชการว่า ให้พี่น้องประชาชนได้หลีกเลี่ยงจากการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือปัายโฆษณาใหญ่ ๆ แล้วก็ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือขณะฝนตก ท่านประธานครับ เนื่องจากพื้นที่ที่จังหวัดตรัง เมื่อป้ที่แล้วมีน้ําป์าถล่มใหญ่ที่น้ําตกสายรุ้งแล้วก็น้ําตกไพรสวรรค์มีผู้เสียชีวิตด้วย เพราะฉะนั้นขณะนี้เมื่อมีน้ําป์าไหลหลากอาจจะเกิดน้ําป์าถล่มอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ทางหน่วยงาน ปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีหน่วยกู้ภัย ๑ ตําบล ๑ หน่วยกู้ภัย ขณะนี้มีคนพร้อมแล้วแต่ว่า ยังไม่มีอุปกรณ์ เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานได้เรียนถึงกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ให้งบประมาณเขาไปด้วย

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องความร้อนใจก็คือ เนื่องจากมีการนําธงชาติไทยที่เขียน ตัวอักษรคําว่า ทักษิณ บนธงชาตินะครับ แล้วนําไปกางที่สนามซิตี้

ท่านประธานครับ การดูหมิ่นชาติของเรานี่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมบูรณ์ครับ ขอความกรุณานะครับ ยังไม่เข้าสู่ระเบียบวาระเปึนอํานาจของผม ที่จะให้หารือหรือไม่ให้หารือ ผมอยากให้หารือในลักษณะเปึนแนวที่จะเปึนประโยชน์ เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานครับ ผมต้องกราบ ขอประทานอภัยท่านที่หารือต่อท่านประธาน ผู้ที่ขึ้นมาหารือท่านประธาน ท่านประธาน ได้วางกฎระเบียบไว้ตั้งแต่คราวก่อนแล้วว่าการหารือขอให้เปึนเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน เรื่องอื่น ๆ ที่นํามาหารือเมื่อสักครู่นี้ความจริงแล้วการเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้สามารถยื่นเปึนญัตติได้ ยื่นเปึนกระทู้ถามได้ ทําโดยวิธีอื่นได้ แต่ไม่ใช่ใช้วิธีแบบนี้ที่จะมาทํา เพราะฉะนั้นเรียนต่อท่านประธานครับ ท่านประธานต้องมี มาตรการให้เด็ดขาดครับ ถ้าทํางานแบบนี้หรือใช้โอกาสแบบนี้โดยไม่รักษากฎระเบียบ ของบ้านเมืองหรือรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีการปฏิบัติ หรือแม้แต่เชื่อฟังท่านประธาน ท่านประธานต้องลงโทษแรง ๆ ครับ ต้องรุนแรงครับ เช่น ไม่ให้หารืออีกต่อไปอย่างนี้เปึนต้น ไม่อย่างนั้นไม่เข็ดหลาบหรอกครับ ก็ออกมาอย่างนี้ตลอดท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านชัยวัฒน์ครับ ท่านสมบูรณ์ครับ ถ้าจะหารือต่อขอให้เปึนประเด็นอื่นนะครับ ถ้าเปึนประเด็นนี้ผมจะไม่อนุญาตแล้วครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตให้ท่านประธาน ได้ใช้ดุลยพินิจสักนิดหนึ่งเรื่องที่ผมนําหารือ พอผมเริ่มเรื่องท่านก็ป่ดไมโครโฟนว่ามันไม่ใช่ เปึนเรื่องความเดือดร้อน ถ้าท่านประธานเปึนคนไทยเหมือนผม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมบูรณ์ครับ ผมเน้นหลายทีนะครับ อยากให้เวลาในช่วงนี้มีประโยชน์และไม่อยาก ให้เกิดความขัดแย้ง แล้วเรื่องที่จะมาหารือกันน่าจะเปึนความเดือดร้อนของประชาชนเท่านั้น ถ้าเปึนเรื่องที่จะทําให้เกิดความขัดแย้งแล้วผมจะไม่อนุญาตเพราะมันจะเสียเวลาเปล่า ขอความกรุณาท่านครับ ถ้ายังจะพูดเรื่องนี้ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านศุภชัยเชิญครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน มีเรื่องปัญหาความเดือดร้อน ของข้าราชการครูที่ได้รับความเดือดร้อน ขอหารือท่านประธานเพื่อที่จะให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบได้ดําเนินการไปแก้ไขโดยด่วน ท่านประธานครับ ข้อหารือของผมเกี่ยวกับ โครงการของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับโครงการพัฒนาข้าราชการครูเพื่อให้มีหรือเลื่อน วิทยฐานะครูชํานาญการพิเศษ อาจารย์ ๓ เชิงประจักษ์ โดยเฉพาะโครงการครู คศ. ๓ รุ่นที่ ๒ ที่จัดให้มีการเข้ารับการอบรมและมีการประเมินผลในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา โครงการของกระทรวงศึกษาธิการในโครงการนี้เปึนโครงการที่ดีมาก เปึนโครงการ ที่ช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถ พัฒนาทักษะของข้าราชการครูให้มีความรู้ความสามารถ ให้มีทักษะมากยิ่งขึ้นสมกับวิชาชีพครูเปึนวิชาชีพชั้นสูงนะครับ ซึ่งโครงการนี้เปึนโครงการ ที่สร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการครูเปึนจํานวนมาก ในโครงการรุ่นที่ ๑ ที่ครูบาอาจารย์ เรามีโอกาสได้รับการประเมินผลก็สามารถสร้างขวัญและกําลังใจให้กับครูบาอาจารย์ ได้ค่อนข้างมาก เพราะครูบาอาจารย์ประมาณ ๑๓,๐๐๐ คนเศษนั้นได้รับการประเมินผล และได้รับการเลื่อนวิทยฐานะให้เปึนครูชํานาญการพิเศษเปึนที่เรียบร้อย แต่ก็ได้รับ การร้องทุกข์มาว่าได้ผ่านการประเมินมานานแล้ว แต่ค่าวิทยฐานะที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ จะให้นั้นยังไม่ได้รับอยู่ ส่วนที่มีปัญหาก็คือ รุ่นที่ ๒ ที่ทาง สพฐ. (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) หรือกระทรวงศึกษาธิการได้จัดโครงการนี้ให้มีการรับการอบรมแล้วก็ประเมินผล ปรากฏว่า มีครูบาอาจารย์ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าคนเข้ารับการอบรมและประเมินผล ปรากฏว่า มีครูบาอาจารย์เราได้รับผ่านการประเมินผลประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าคนที่ไม่ผ่าน การประเมินผลประมาณ ๖๐๐ กว่าคน ปัญหาก็คือว่าผู้ที่ยังไม่ผ่านการประเมินผล ได้ทุ่มเทเสียสละแรงกายแรงใจ ทุนทรัพย์ในการเข้ารับการอบรมและประเมินผล แต่พอ ไม่ได้รับการประเมินผลไม่ผ่าน ๕๐๐-๖๐๐ คน ขณะนี้แนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ แนวทางของ สพฐ. ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะทําการแก้ไขให้ขวัญและกําลังใจครูบาอาจารย์ ที่ไม่ผ่านการประเมินนี้อย่างไร รุ่นที่ ๑ นั้นครูบาอาจารย์ที่ไม่ผ่านการประเมินผล ทาง สพฐ. หรือกระทรวงศึกษาธิการได้จัดทําการอบรมแล้วก็มีการประเมินใหม่ให้ได้รับ การประเมินผ่าน แต่รุ่นที่ ๒ พอไม่ได้รับการประเมินผลในรอบที่ ๑ ไป แต่แนวทางของ กระทรวงศึกษาธิการไม่ชัดเจน ขณะนี้ครูบาอาจารย์ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ คนขาดขวัญ และกําลังใจ ท้อแท้ สิ้นหวัง เพราะได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในเรื่องนี้มากแล้ว เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะฝากท่านประธานเรียนไปถึงกระทรวงศึกษาธิการว่าท่านจะมีแนวทาง ในการเยียวยารักษาจิตใจให้ขวัญและกําลังใจครูบาอาจารย์นี้อย่างไร เพราะการให้ ขวัญและกําลังใจครูบาอาจารย์นั้นเปึนแนวทางหนึ่งในการที่จะพัฒนาการศึกษาของชาติ พัฒนาลูกหลานของเราให้ได้รับการพัฒนาให้เปึนบุคลากรที่มีคุณภาพของชาติต่อไป ผมเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้โปรดนําเรื่องนี้เข้าสู่ การพิจารณาแก้ไขโดยด่วนด้วย ขอกราบขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านทองดีครับ แล้วตามด้วยท่านเฉลิมลักษณ์นะครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต ๒ พรรคพลังประชาชน ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการหลอกลวงแรงงานไปทํางาน ที่ต่างประเทศ วันพรุ่งนี้วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เปึนวันแรงงานแห่งชาติ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเปึนจังหวัดหนึ่งที่มีค่านิยมอย่างสูงยิ่งที่พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งได้เดินทางไปทํางาน ที่ต่างประเทศ เช่น ประเทศตะวันออกกลาง ประเทศกาตาร์ ประเทศอิสราเอลต่าง ๆ นั้น ได้มีการถูกหลอกลวงแรงงานเปึนจํานวนมาก ที่มาร้องเรียนที่ตัวกระผมอย่างต่ําวันละ ๑๐ ราย แล้วกระผมก็ได้ทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้วหลายครั้ง ก็ได้รับการแก้ไขเยียวยาไปส่วนหนึ่ง แต่ยังเหลือมากที่สุดประมาณต่ํากว่า ๗๐ กว่าราย ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ประเทศกาตาร์ไปครบป้แล้ว ประเทศอิสราเอลก็เหมือนกัน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย ตัวเองต้องเดินทางกลับ เพราะฉะนั้นความจําเปึนเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนต้องได้รับการแก้ไขเพราะได้นําเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศไทยนั้น ก็ถือว่าแรงงานที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุดรธานีเรานั้นเปึนจังหวัดที่พี่น้องประชาชน ได้มีการเดินทางไปทํางานต่างประเทศและมีบริษัทจัดหางานมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ติดที่กฎหมาย มาตรา ๒๖๖ ตัวแทนของพี่น้องประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส. ไม่สามารถที่จะทําหนังสือถึงหน่วยงานราชการ หรือแรงงานจังหวัดได้ ทําไปแล้วก็ไม่ได้รับการตอบรับเพราะบริษัทที่หลอกลวงนั้น มีส่วนได้เสียกับเจ้าหน้าที่ในจังหวัดหลายจังหวัดที่ได้ดําเนินการในส่วนนี้ เพราะฉะนั้น หนังสือฉบับนี้พอผมได้รายงานกับประธานเสร็จผมก็จะได้ส่งไปถึง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานต่อไป เพราะฉะนั้นขอฝากว่าพี่น้องที่เคารพ การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่มัดตราสังไว้เกี่ยวกับการที่ตัวแทนพี่น้องประชาชนจริง ๆ จะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้น ไม่ได้รับการแก้ไขในส่วนนี้ หวังอย่างยิ่งว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนหลักในการพัฒนาประเทศ หลักในการปฏิบัติ แต่กฎหมาย มาตรา ๒๖๖ เขียนไว้ชัดเจน กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไป ก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองของผู้อื่น สําคัญมากคือ ของผู้อื่น เพราะฉะนั้นในเมื่อฐานะเราเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนแล้วส่วนใดที่ไม่ได้รับ การแก้ไขตรงนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ ขอกราบขอบคุณ ขอให้ท่านได้โปรด ส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดําเนินการต่อไป ขอกราบขอบคุณด้วยความเคารพ สวัสดีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเฉลิมลักษณ์ครับ

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือเพื่อให้ท่านประธานได้ส่งเรื่องนี้ ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎร ในจังหวัดภูเก็ตค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อประมาณป้ ๒๔๖๓ ตอนนั้นมีกระทรวงเกษตราธิการ ได้บังคับซื้อที่ของพี่น้องราษฎรบ้านบางเทา อําเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยอาศัยตามกฎหมาย การทําเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๔๖๑ บังคับซื้อที่ของราษฎรเหล่านี้เพื่อนําไปให้บริษัทเอกชน ได้สัมปทานทําเหมืองแร่ แล้วในการทําสัญญากันครั้งนั้นทางกระทรวงเกษตราธิการก็ได้ระบุไว้ว่า เมื่อใดที่รัฐบาลได้เลิกใช้ที่แปลงนี้แล้วก็จะให้สิทธิราษฎรเดิมได้เข้าไปใช้สิทธิ ป้ ๒๕๒๐ สัมปทานสิ้นสุดลงราษฎรเดิมก็ร้องขอใช้สิทธิในที่ดินของเขาเปึนระยะเวลาตั้งแต่ ป้ ๒๕๒๐ จนถึงทุกวันนี้ได้มีการจัดการทําเรื่องนี้เพื่อที่จะให้ราษฎรเดิมได้เข้าไปใช้สิทธิ ในที่ดิน ไม่ว่าจะเปึนการจัดทําแผนที่ที่ราชพัสดุแปลงนี้ให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเปึน การสอบสวนสิทธิราษฎรผู้มีสิทธิที่จะเข้าไปใช้พื้นที่นี้อย่างแท้จริง หรือเปึนการกําหนด ราคาขายและอัตราดอกเบี้ยที่ราษฎรเดิมจะต้องจ่ายให้กับกรมธนารักษ์ เรื่องเหล่านี้ ได้ทําเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แต่ว่าวันนี้ราษฎรเหล่านี้ยังไม่ได้รับการโอนสิทธิจาก กรมธนารักษ์ไปเปึนของเขาเหล่านั้นด้วยเหตุผลเพราะว่าที่ดินแปลงนี้กลายเปึนที่ราชพัสดุ วันนี้ประเทศเรามีพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๘ ได้กําหนดไว้ว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินราชพัสดุจะทําได้ก็โดยอาศัยการออกเปึนพระราชบัญญัติเท่านั้น วันนี้ดิฉันจึงเรียนท่านประธานว่า อยากให้ท่านประธานได้ทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่าวันนี้ขั้นตอนการออกพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ได้ทําไปถึงไหนแล้ว เพราะในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในป้ ๒๕๔๘ ดิฉันก็เคยได้หารือเรื่องนี้ ฝากท่านประธานสภาในขณะนั้นคือ ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ลลิตา ฤกษ์สําราญ ไปเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๘ ครั้งหนึ่งแล้ว แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีโอกาสที่สภาแห่งนี้ จะได้พิจารณาพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว จึงเรียนท่านประธานได้ทําหนังสือส่งถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ได้ช่วยเร่งเรื่องนี้เพื่อแก้ปัญหาให้กับราษฎรด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน ขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องของการศึกษา ที่ดินของกรุงเทพมหานคร โรงเรียนต่าง ๆ นั้นมีจํานวนจํากัด ผมยกตัวอย่างอย่างโรงเรียนในเขตพื้นที่มีนบุรี โรงเรียนคลองสองต้นนุ่น แล้วก็เขตใกล้เคียงโรงเรียนสุเหร่าสามวา โรงเรียนแปันทองเปึนพื้นที่ซึ่งจํากัด มีที่ดินอยู่ ประมาณ ๒-๓ ไร่ ขณะนี้นักเรียนมีปริมาณมาก บริเวณใกล้เคียงนั้นมีที่ว่างแต่เคยขอเงิน ไปจัดซื้อที่ดินก็ยังไม่ได้รับการพิจารณา ทราบมาว่าทางกรุงเทพมหานครวันนี้ให้เงินถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาทกับข้าราชการและลูกจ้างในเรื่องของเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ก็เปึนเรื่องที่น่ายินดีแต่ฝากเรื่องนี้ด้วยครับ

ส่วนที่สองก็คือ ในเรื่องโครงการของกรุงเทพมหานคร ๑๖ โครงการที่ได้รับ งบประมาณจากทางภาครัฐ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้มีการประกวดราคาไปแล้วแต่ยัง ไม่มีการเซ็นสัญญา เพราะฉะนั้นต้องเร่งสักนิดหนึ่ง เพราะว่าถนนต่าง ๆ ขณะนี้พัง เปึนหลุมเปึนบ่อหมดแล้วนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องเรือนจําพิเศษมีนบุรี ความจุนักโทษขณะนี้เกือบ ๓,๐๐๐ คน เกินแล้วครับ ที่ดิน ๕๑ ไร่อยู่ใจกลางส่วนราชการทั้งหมด อยากจะขอพิจารณา ย้ายออกไปเพราะว่ามันอันตราย แล้วถ้ามีที่ดินเอามาแลกอย่างที่ ๓๐๐-๔๐๐ ไร่ในเขต พื้นที่ในกรุงเทพมหานครอย่างแถวหนองจอกก็มีพื้นที่ซึ่งราคาไม่แพง ถ้าแลกกันแล้วก็ ไปก่อสร้างเขาจะได้ทําไร่ไถนาครับ เพราะว่าของเดี๋ยวนี้มันก็แพง เงินอุดหนุนก็ได้น้อย แล้วก็จะได้มีบริเวณในการดําเนินการต่าง ๆ ฝากด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง วัดต่าง ๆ วันนี้เปึนที่ปล่อยสัตว์แล้วครับ มีสัตว์เลี้ยงที่เขาเลี้ยง แล้วไม่เอาก็เอาไปทิ้งไว้ตามวัดก็เปึนภาระของวัด เช่น สุนัข แมว หรือหมูก็ยังไปปล่อย ประเด็นก็คือว่าต้องมีการบังคับอย่างเต็มที่สักนิดหนึ่งของสํานักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แล้วก็ยังมีการดื่มเหล้ากันไม่ว่างานบวช งานแต่ง งานศพก็ไปใช้ที่วัด ซึ่งน่าจะยกเว้น สักหน่อยหนึ่งนะครับ แล้วก็ยังมีการเล่นการพนันกัน อย่างนี้ผมว่าทางสํานัก พระพุทธศาสนาแห่งชาติคงจะต้องไปดูแล้วก็กวดขันในเรื่องของวัดวาอาราม ไม่อย่างนั้น ศาสนาของเรานั้นนับวันคนที่เข้าไปก็จะมีความรู้สึกว่ามองภาพไม่ดีแล้วก็เสื่อมถอย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวผมเอง ท่าน ส.ส. ลินดา เชิดชัย ท่าน ส.ส. บุญเลิศ ครุฑขุนทด ซึ่งเปึน ส.ส. ในเขตจังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๓ ได้ออกพบปะพี่น้องประชาชนแล้วก็มีข้อทุกข์ร้อนใจประมาณ ๓ เรื่องที่อยากกราบเรียน ท่านประธานให้ได้รับทราบครับ

เรื่องแรกนั้นก็คือ เรื่องของการที่เราได้รับการประสานงานจากกํานัน ผู้ใหญ่บ้านหลายแห่งที่อยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมาว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในเขต เทศบาลตําบลที่เทศบาลตําบลนั้นได้ยกฐานะเปึนเทศบาลเมือง ส่งผลให้วาระการดํารง ตําแหน่งของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องหมดวาระลงภายใน ๑ ป้นับจากวันที่เทศบาลตําบลนั้น ได้ยกฐานะเปึนเทศบาลเมือง อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่า อยากจะขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในเรื่องของพระราชบัญญัติ การปกครองท้องที่ว่าให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านนั้นสามารถดํารงตําแหน่งในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ยกฐานะขึ้น

เรื่องที่สอง เรื่องเงินอุดหนุนผู้สูงอายุหรือเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในสมัย รัฐบาลที่บริหารประเทศโดย พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น รัฐบาลได้ให้ความสําคัญในเรื่องของการอุดหนุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยอุดหนุนผ่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรากฏว่าจากการที่เราได้เยี่ยมพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้สูงอายุหลายแห่งบอกว่าจะอุดหนุนเพิ่มเติมอย่างไรก็ยังไม่เพียงพอ ในเรื่องนี้ อยากจะขอประสานงานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยอีกเช่นเดียวกันบอกว่า อยากจะให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้อุดหนุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้ขยายฐานได้เพิ่มมากขึ้น กว่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบันเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเหล่านั้น

ประการสุดท้าย ในเขตพื้นที่อําเภอพระทองคําแล้วก็อําเภอโนนไทย มีโรงพยาบาลประจําอําเภออยู่ ๒ แห่งทั้งแต่ละอําเภอ โรงพยาบาลที่อําเภอพระทองคํานั้น เปึนโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นใหม่ แล้วปัจจุบันนี้ยังไม่มีเครื่องมือแพทย์ที่มีความเพียงพอ ต่อการบริการพี่น้องประชาชนที่มารับการบริการในเขตดังกล่าว อยากจะกราบเรียน ท่านประธานประสานงานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุข อยากจะให้ช่วยสนับสนุน ในเรื่องของเครื่องมือแพทย์เพื่อสนับสนุนให้โรงพยาบาลประจําอําเภอโนนไทยก็ดี โรงพยาบาลประจําอําเภอพระทองคําก็ดีได้มีเครื่องมือแพทย์ที่เพียงพอและทันสมัย ในการบริการพี่น้องประชาชนในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอท่านสุดท้าย ท่านนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับแรงงานทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความห่วงใยต่อผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะแรงงานไทย

ประเด็นที่จะหารือเรื่องที่ ๑ เนื่องจากว่ารัฐบาลได้ออกประกาศกําหนด ค่าแรงขั้นต่ําเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ตั้งแต่สมัยท่านอภัย จันทนจุลกะ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แล้วก็เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๑ ซึ่งในขณะนั้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ําที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลสูงสุดก็คือ ๑๙๔ บาท ต่อ ๑ วัน ต่ําสุดก็คือ ๑๔๔ บาทต่อ ๑ วันที่จังหวัดน่านแล้วก็จังหวัดพะเยา ส่วนที่เหลือ ก็ลําดับขั้นตอนไปโดยลําดับตามความเจริญของแต่ละจังหวัด แต่เนื่องจากว่าในภาวะ ตอนนั้นราคาข้าวสาร ราคาค่าครองชีพต่าง ๆ ยังไม่สูงมากขึ้นเช่นในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานเปึนเรื่องที่ ๑ ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ท่านมีแนวนโยบายในการที่จะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ําทั้งประเทศให้เหมาะสมให้แรงงาน ทั้งประเทศได้อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงในชีวิตของตนเองและครอบครัวอย่างไร

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะฝากในประเด็นต่อเนื่องก็คือ การแก้ไขปัญหาแรงงานไทย ที่ไปทํางานในต่างประเทศแบบที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้หารือไว้ก่อนก็คือ การไปทํางาน ของแรงงานไทยที่มีความประสงค์จะไปทํางานในต่างประเทศ อยากจะฝากท่านประธานว่า กระทรวงแรงงานหรือรัฐบาลมีนโยบายในการที่จะส่งเสริมให้แรงงานที่เขาไม่มีเงินให้ไปก่อน แล้วก็ผ่อนทีหลังได้ไหม เพื่อให้โอกาสกับผู้ที่สมัครใจที่จะไปทํางาน แล้วก็สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงให้กับเขาและครอบครัวรวมทั้งรายได้โดยรวมของประชาชาติด้วย แล้วก็ รวมถึงการปัองกันแรงงานที่จะไปทํางานที่ต่างประเทศแล้วถูกหลอกลวงโดยบริษัทนายหน้า ขอฝากท่านประธานว่าจะต้องให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดําเนินการกับบริษัทที่หลอกลวง แรงงานไปทํางานต่างประเทศหรือเอารัดเอาเปรียบแรงงานโดยเด็ดขาด และหามาตรการ ในการเยียวยาแรงงานที่ถูกหลอกด้วยนะครับ

เรื่องสุดท้ายก็คือ เนื่องจากมีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทํางานทั้งโดยชอบ และก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ประเทศไทยแล้วก็ประสบเหตุอันน่าสลดใจได้เสียชีวิตคือ ตายหมู่ที่จังหวัดระนอง จํานวน ๕๔ ศพ แม้ว่าเรื่องนี้ทางดีเอสไอ (DSI : กรมสอบสวนคดี พิเศษ) จะไม่ดําเนินการหรือรับเปึนคดีพิเศษ แต่เนื่องจากว่าเรื่องนี้มันกระทบต่อ ภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบต่อความเชื่อมั่นว่ามาตรฐานในด้านการประกอบอาชีพ ของแรงงานของประเทศของเรามีมาตรฐานสูงเพียงใดแล้วก็เปึนที่ยอมรับของต่างประเทศ ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อยากจะให้กระทรวงแรงงานสรุปรายงานแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องหรือว่า จะรับทราบ อย่างไรก็แล้วแต่อยากจะให้กระทรวงแรงงานได้นําเรื่องนี้สรุปแล้วก็เสนอ ให้กับทางสภาได้รับทราบเพื่อที่จะให้สังคมโลกได้รู้ว่าประเทศไทยไม่มีการค้ามนุษย์ แล้วเรามีวัฒนธรรมเคารพในสิทธิมนุษยชนแล้วก็ให้ความยุติธรรมกับแรงงานอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันแล้วก็เปึนที่ยอมรับของสังคมโลก กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบเรื่องสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา จํานวน ๗ ฉบับ

ด้วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงิน ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้เสนอไปให้นายกรัฐมนตรี ให้คํารับรองนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๗ ฉบับคือ

๒.๑.๑. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางและสวนปาล์ม พ.ศ. .... (นายอาคม เอ่งฉ้วน กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

เปล่าครับ ผมจะขอหารือท่านประธาน เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอันนี้ ถึงแม้ว่าจะเปึนพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยางและสวนปาล์ม พ.ศ. ... ซึ่งผมและคุณอาคม เอ่งฉ้วน เปึนผู้เสนอ แต่ทีนี้ ถึงแม้ว่าจะเปึน พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติ) ที่เกี่ยวด้วยการเงินก็ตาม แต่ว่ามันไม่ใช่เงิน งบประมาณแผ่นดิน แต่เปึนเงินที่เก็บจากเรื่องของยาง แล้วพวกกระผมก็เพิ่มเข้าไปว่า จะให้เก็บจากสวนปาล์มและเรื่องของปาล์มด้วย เพราะฉะนั้นผมดูแล้วว่ามันไม่น่าจะ ติดอยู่ในกลุ่มนี้เพราะว่าแหล่งที่มาของเงินนั้นก็คงจะไม่เหมือนกัน จึงขอกราบเรียน ท่านประธานว่า ถ้าเปึนไปได้ให้เอาออกมาจากเงื่อนไขอันนี้แล้วก็เอาเข้ามาสภาเลย จะดีไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านครับ เปึนเรื่องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรท่านได้วินิจฉัยให้เปึน ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน เพราะฉะนั้นก็ถือว่าประธานได้วินิจฉัยไปเรียบร้อย ก็ขออนุญาตดําเนินการตามนี้ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ขอให้ท่านวินิจฉัยใหม่ ขอความกรุณา เพราะว่าเรื่องของการส่งเสริมการปลูกปาล์มก็เปึนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนี้อยู่แล้ว และผมว่าร่างพระราชบัญญัติอันนี้ถ้าออกมาจะเปึนเครื่องมือที่ดีที่สุดในการที่จะส่งเสริม ให้เรามีพลังงานทดแทนให้ทันกับเวลาที่เราต้องการ เพราะว่าผมยังไม่เห็นมีเงื่อนไข อย่างอื่นเลยที่ทางรัฐบาลถึงแม้ว่าจะประกาศเปึนนโยบายมาก็ตาม ก็ยังไม่เห็นมีอะไรเลย ที่จะเปึนเครื่องบ่งบอกว่ารัฐบาลนี้เอาจริงเอาจังกับการส่งเสริมการปลูกปาล์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผมได้เคยกราบเรียนหารือท่านประธาน ไปแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ดีไหมท่าน มีหนังสือมาผมจะช่วยพิจารณาดูอีกทีนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒.๑.๒ ร่างพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ....

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเรียนปรึกษาหารือท่านประธานนิดหนึ่งครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ สํานักบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่านนิพนธ์ บุญญามณี และพวกผม ซึ่งเปึนคณะได้ยื่นไว้ต่อสภาประมาณ ๓ เดือนแล้วครับ ไม่ทราบว่าท่านประธานจะกรุณา บรรจุเข้ามาในระเบียบวาระได้เมื่อไร ซึ่งเปึนความสําคัญครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับสํานักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ยังไม่มี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาเปึนว่าผมช่วยดูให้ก็แล้วกัน ผมไปดูให้อีกทีนะครับ ผมถือว่าได้รับทราบแล้ว ผมขออนุญาต ดําเนินการต่อเลยนะครับ

๒.๑.๒ ร่างพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. .... (นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

๒.๑.๓ ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน พ.ศ. .... (นายจุติ ไกรฤกษ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

๒.๑.๔ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระผู้บริโภค พ.ศ. .... (นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน

ดิฉัน เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภคต่อสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ที่ผ่านมา ดิฉันได้รับหนังสือตอบแล้วนะคะว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ถูกวินิจฉัยว่าเปึนกฎหมาย เกี่ยวด้วยการเงินค่ะ แต่ดิฉันก็อยากจะให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณาให้ทางรัฐบาลได้เร่ง ให้ความสําคัญเพื่อนํากฎหมายฉบับนี้เข้าพิจารณาในสภาค่ะ เพราะดิฉันมองว่าถ้าเรา มีการได้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วก็มีการตั้งคณะกรรมการองค์การอิสระคุ้มครอง ผู้บริโภคขึ้น พี่น้องประชาชนก็จะได้ประโยชน์จากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ค่ะ เพราะวันนี้ถ้าท่านประธานตามข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือทีวี วิทยุก็จะเห็นว่าวันนี้ พี่น้องประชาชนถูกเอาเปรียบจากการโฆษณาเกินจริงอย่างมากมาย แต่ถ้ามีคณะกรรมการ ชุดนี้ คณะกรรมการชุดนี้ก็จะได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลในการร่างกฎหมายข้อบังคับ ต่าง ๆ แก่หน่วยงานภาครัฐที่จะได้มีหน้าที่เข้าไปช่วยดูแลพี่น้องประชาชนอีกระดับหนึ่งด้วย จึงขอให้ท่านประธานได้ช่วยเร่งด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ขออนุญาตต่อเลยนะครับ

๒.๑.๕ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ. .... (นายเจริญ จรรย์โกมล กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

๒.๑.๖ ร่างพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายไพจิต ศรีวรขาน กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

๒.๑.๗ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (นายไพจิต ศรีวรขาน กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒.๒

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุติเชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลกครับ กระผมขอความกรุณาท่านประธานก่อนที่ท่านประธานจะไป ๒.๒ คือเรื่องเพื่อทราบนี่นะครับ ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินให้หน่วยงานพิจารณา อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วมี พ.ร.บ. ที่พรรคประชาธิปัตย์มอบให้ผม เสนอกฎหมายเกี่ยวกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วเสนอสภา มานานมากแล้วก็คือร่วม ๒ เดือนครับท่านประธาน ผมเข้าใจว่าสภาคงส่งให้กับรัฐบาล แต่ผมอยากจะฝากท่านประธานติงไปว่าการพิจารณาในเรื่องกฎหมายที่จะเข้าสภานี่ ช้ามากครับ ถ้าท่านประธานดูในเอกสารลงวันที่ ๙ แจ้งเรากลับมา ซึ่งจริง ๆ มันไม่น่านาน ขนาดนั้นเลย แล้วท่านประธานก็ทราบว่าวาระของสภายังไม่มีเรื่องของกฎหมายเข้ามา แม้แต่ฉบับเดียวแล้วก็จะป่ดสมัยประชุมแล้ว ประเด็นของผมก็คือว่ากฎหมายหลายฉบับ ที่อยู่ในนี้มีของทุกพรรคเปึนประโยชน์กับประชาชนทั้งนั้น อย่างกฎหมายที่กระผมเสนอ เกี่ยวกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้านนี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องหาเสียงเลย แต่ว่า ให้ความเปึนธรรมกับผู้ที่เขาทํางาน ประชาชนได้ประโยชน์ มีความสุข แล้วก็คลายทุกข์ด้วย แล้วกระผมเชื่อว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องเงินไม่มีอะไรต่าง ๆ ก็ตาม แล้วไม่ใช่เปึนเรื่องของ การจัดซื้ออุปกรณ์ แต่ว่าเปึนการให้ความเปึนธรรมกับผู้ทํางานคือ อสม. (อาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) ทั่วประเทศ ๘ แสนกว่าคน จึงอยากจะตั้งข้อสังเกตตรงนี้ ครับว่า

๑. ก็คือว่าไม่ใช่ความผิดของสภาอยู่แล้วที่กฎหมายไม่ได้ส่งคืนมา แต่ผม ขอติงฝากไปว่าท่านประธานช่วยทําจดหมายไปด้วยว่าในอนาคตกฎหมายเช่นนี้ที่เปึน ประโยชน์กับประชาชนกรุณาพิจารณาให้เร็วขึ้นได้ไหมครับ

๒. ถ้าเผื่อเปึนเรื่องเร่งด่วนที่เปึนทุกข์ของประชาชนมาก ๆ อยากจะให้เร่ง เปึนกรณีพิเศษ จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายทั้งหลายเปึนประโยชน์ แล้วพวกเราก็ทํางานกันมาจนจะจบสมัยประชุมอยู่แล้ว อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จบแล้ว จะขอความกรุณาท่านประธานว่าช่วยกรุณาทําจดหมายติงไปยังรัฐบาลทีเถอะว่าสภานี้ ก็คอยกฎหมายมาหลายฉบับ แล้วดี ๆ ทั้งนั้นที่อยู่ในวาระที่ค้างอยู่นี่นะครับ อยากจะให้ เปึนประโยชน์ต่อประชาชนทั้งนั้น อสม. ก็ได้เงินไม่มากเดือนละ ๕๐๐ บาท แล้วใช้ งบประมาณทั้งป้ไม่มากเลย ซึ่งรัฐบาลใช้เงินเปึนแสนล้านบาทสร้างรถไฟใต้ดินอะไรสารพัด จึงอยากจะฝากว่าขอความกรุณาติงเปึนข้อสังเกตนะครับ ถ้าเผื่อไม่พูดแล้วก็จะไม่รู้สึกกันว่า ทํางานล่าช้าแล้วก็แก้ปัญหาไม่ทันความทุกข์ของประชาชนแล้วไม่ทันโลกเขาหรอก ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่จริงเปึนวาระเพื่อทราบนะครับ ก็อนุโลมกันพอสมควร ผมขออนุญาตไปที่

ระเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณาและรับทราบ รายงานประจําป้ ๒๕๕๐ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ด้วยเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกร์ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบ รายงานประจําป้ ๒๕๕๐ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ แล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีครับ

ก่อนที่จะประชุมระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อนํา ระเบียบวาระที่ ๗.๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิยขอขยายเวลา พิจารณาศึกษาขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากคงใช้เวลาไม่มากนัก ซึ่งเรื่องดังกล่าว จะครบกําหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นี้แล้ว จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ ท่านนริศเชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตสอบถาม เหตุผลที่ขอต่อระยะเวลาออกไป เพราะว่าเดิมสภาก็อนุมัติเวลาไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ว่า ขอต่อเปึน ๒ เท่าของระยะเวลาที่รับไปดําเนินการในขั้นต้นแล้ว และอีกประการหนึ่ง คิดว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการสามัญก็น่าจะใกล้เสร็จสิ้นเรียบร้อยถ้าผ่านข้อบังคับไปได้ ในวันนี้หรือในอาทิตย์นี้ก็น่าจะเรียบร้อย เรื่องดังกล่าวนี้ผมคิดว่าถ้าคณะกรรมาธิการ วิสามัญจะได้มอบหรือส่งต่อกรรมาธิการสามัญก็น่าที่จะเหมาะสม จึงขอทราบเหตุผล ความจําเปึนที่ขอต่อด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิยของสภาผู้แทนราษฎร ตามที่เพื่อนสมาชิก ได้สอบถามว่าสภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติให้ไปศึกษาในเรื่องดังกล่าวนั้นใช้เวลาทั้งสิ้น ๖๐ วัน แต่ว่าคณะกรรมาธิการได้ขอต่ออายุการที่จะศึกษาในเรื่องนี้ต่อไป ผมอยากจะ กราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกแล้วก็ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า การศึกษา ครั้งนี้คงต้องบอกว่าส่วนหนึ่งนั้นรัฐบาลได้นําผลไปปฏิบัติแล้ว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกษตรกรในการที่จะนําปุิยเข้ามาหรือแม้แต่การที่ได้รับ การสนับสนุนจากโรงงานภาคเอกชนต่าง ๆ ในการที่จะช่วยเหลือรัฐบาล ช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรในการที่จะจําหน่ายปุิยในราคาที่ถูกลง ซึ่งรัฐบาลก็ไปดําเนินการอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็อยากกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า เนื่องจากการศึกษา ครั้งนี้เราอยากจะศึกษาให้ถี่ถ้วนแล้วก็ให้มีผลการปฏิบัติที่ชัดเจนเปึนยุทธศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วต้องบอกกับเพื่อนสมาชิกว่า มิใช่การศึกษาเพียงว่าราคาปุิยทําไมถึงแพงแล้วจะแก้อย่างไร ถ้าเท่านั้นเราคงศึกษา ระยะเวลาไม่นาน ผลการศึกษาก็สามารถที่จะดําเนินการได้ แต่การดําเนินการเช่นนั้น ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ใช่เปึนการยั่งยืนและไม่ใช่เปึนการที่จะแก้ปัญหา อย่างถาวรของประเทศ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในขณะนี้ต้องมีความเข้าใจอย่างนี้ว่า เนื่องจากประเทศของเราพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศทําไร่ทํานากันจํานวนมาก ทีเดียวหลายสิบล้านครอบครัว แต่ก็ปรากฏว่าการใช้ปุิยนั้นเราใช้กันโดยผิดวิธี อันดับที่ ๑ ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการวัดปริมาณดินว่าปริมาณปุิยนั้นมีในพื้นดินเท่าไร นั่นก็คือ ความสมบูรณ์ของดินนั้นมีเท่าไร อย่างไร ไม่มีการวัด ไม่มีการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรก็ใช้โดยที่เรียกว่าใส่ปุิยไปตามความรู้ความเข้าใจ ฟังเพื่อนบ้านบ้าง ฟังผู้ค้าผู้ขายบ้าง นักวิชาการบ้าง ซึ่งนักวิชาการก็ไม่ได้มีการตรวจสอบ เพราะฉะนั้น เท่ากับเราเอาเงินของพี่น้องเกษตรกรหรือพี่น้องเกษตรกรเอาเงินไปหว่านในพื้นไร่พื้นนา โดยไม่มีเหตุความจําเปึนเลย เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการก็เลยอยากจะศึกษาตรงนี้ ให้เปึนมาตรฐาน ให้เปึนรูปแบบเลยว่า การที่บริษัทปุิยก็ตามแต่ ตามที่พี่น้องเกษตรกร ก็ตามแต่ นักวิชาการก็ตามแต่ที่จะไปให้พี่น้องประชาชนใส่ปุิยในไร่ นา หรือส่งเสริม การเกษตรเช่นใดนั้นจะต้องวัดปริมาณพื้นดิน ความสมบูรณ์ของดินก่อนว่าความสมบูรณ์ ของดินมีขนาดไหน อย่างไร เช่นเดียวกันการใส่สูตรก็เหมือนกัน ปุิยแพง แพงเพราะอะไร เพราะว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์นี้ต่างกัน ต่างคนต่างก็แย่งโฆษณาประชาสัมพันธ์ สูตรโน้นไม่ดี สูตรนี้ไม่ดีก็ใส่สูตรกันไป ตัวโน้นไม่มี ตัวนี้ไม่มีก็ใส่เพิ่มกันไป ถ้าเกทับกัน อย่างนี้คนที่ตายก็คือพี่น้องเกษตรกร ในขณะเดียวกันความอุดมสมบูรณ์ ในแผ่นดินนั้น มีส่วนหนึ่ง ความจําเปึนในการที่จะใช้ปุิยนั้นมีอีกส่วนหนึ่ง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าขอให้ใจเย็นอีกนิดเถอะครับ ระยะเวลาที่ดําเนินการศึกษาผมเชื่อว่า หลังจากคณะกรรมาธิการของเราศึกษาแล้วเชื่อว่าจะเปึนรูปแบบอีกส่วนหนึ่งในการที่จะ เอาความรู้ความสามารถตรงนี้มาเปึนรูปแบบของการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเปึนพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศให้มีความสมบูรณ์และให้ได้ปุิยในราคา ที่ถูกลงครับ การใช้ปุิยที่ไม่เกินสูตร ผมยกตัวอย่าง ในขณะนี้ปุิยสูตรที่เกินความจําเปึน ทําให้พี่น้องประชาชนต้องใช้เม็ดเงินในการซื้อปุิยราคาที่สูงขึ้นเพราะว่าปุิยที่มีปริมาณ ค่าของเอ็นพีเค (NPK) ที่สูง พี่น้องประชาชนก็ต้องจ่ายเงินที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราใช้ปุิย ในขณะที่มีความจําเปึนที่พอเพียงแล้ว เชื่อว่าตรงนี้จะทําให้พี่น้องประชาชนหรือเกษตรกร ประหยัดเม็ดเงิน แล้วประเทศชาติก็จะประหยัดเม็ดเงินเปึนจํานวนมาก ผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่ามีความจําเปึนครับ เพราะฉะนั้นผมขอขยายระยะเวลาตามที่ได้เสนอไป ขอกราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คณะกรรมาธิการมีหนังสือมาถึงผมขอขยายเวลาออกไปอีก ๑๒๐ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก คือเมื่อสักครู่ ผมได้รับคําชี้แจงจากท่านประธานคณะกรรมาธิการ แล้วทางท่านประธานได้ชี้แจง กับที่ประชุมว่าทางประธานคณะกรรมาธิการขอเสนอยืดระยะเวลาการทํางานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิย ผมเรียนอย่างนี้ว่าในช่วงที่มีการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิยขึ้นมา ผมดีใจนะครับ ผมมีโอกาส ไปพบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ผมก็บอกประชาชนว่า ขอให้พี่น้อง ใจเย็น ๆ ขณะนี้ในสภาผู้แทนราษฎรได้ทําการศึกษาปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปุิยแพง ที่ขณะนี้ประชาชนเดือดร้อน แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าในช่วงระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา วันนี้ปัญหาปุิยแพงยังเกิดขึ้นอยู่ครับ ผมเลยอย่างนี้ว่าก่อนที่จะมีมติว่าจะให้คณะกรรมาธิการ ได้ยืดระยะเวลา คณะกรรมาธิการชุดนี้ควรจะดําเนินการเพิ่มเติมต่อหรือไม่ ผมอยากจะฟัง คําชี้แจงของคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งว่าช่วงระยะเวลา ๖๐ วันที่ผ่านมานั้นประชาชน ได้อะไรบ้างจากการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิย เพราะว่าวันนี้ปุิยยังราคาแพงและยังราคาสูงอยู่ แล้วขณะเดียวกันนั้นผมอยากจะให้ทาง คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงสภาพว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการศึกษาช่วงระยะเวลา ๖๐ วัน นอกจากปัญหาปุิยที่ยังแพงอยู่ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการทํางาน ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุติเชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องปุิยราคาแพง อยากจะกราบเรียนที่ประชุมว่า ขอให้สบายใจเถอะครับที่เราขออนุญาต ที่ประชุมขอขยายเวลาเพิ่มเติมนั้นมีเหตุผลความจําเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านได้กรุณารายงานไปแล้วบางส่วน แต่ผมอยากจะให้ที่ประชุมได้รับทราบถึงปัญหา อย่างนี้ว่าที่ประชุมประชุมอาทิตย์ละ ๒ วัน คือวันพุธ วันพฤหัสบดี ๙ โมงเช้าเป็ะเป่ดครับ เสร็จเอาเกือบบ่ายโมง อาทิตย์ละ ๒ วัน นอกจากนั้นแล้วสุดสัปดาห์ก็มีคณะอนุกรรมาธิการ ไปตรวจพื้นที่เพิ่มเติม แล้วก็มีคณะอนุกรรมาธิการประชุมนอกรอบนอกจาก คณะกรรมาธิการใหญ่อีก สาเหตุมันก็คืออย่างนี้ครับ ถ้าสภานี้ไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิย ผมคิดว่าคงจะมีคนรู้ร้อนรู้หนาวน้อย เขาบอกว่าแพงเพราะว่าน้ํามันมันแพงก็พยักหน้ากันไปว่าน้ํามันแพง ปุิยก็แพง แต่จริง ๆ เมื่อไปศึกษาแล้วคณะกรรมาธิการพบว่าปัญหาของปุิยราคาแพงมันไม่ได้มาจาก เรื่องราคาน้ํามันอย่างเดียว

๑. มาจากความต้องการตลาดโลกเพิ่มขึ้น

๒. มีปัญหาการกักตุนบ้าง ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมาธิการก็ได้ไปตรวจตามพื้นที่ ต่าง ๆ ทําให้ข้าราชการตื่นตัวไปดูสถานที่ไปดูพื้นที่ การกักตุนก็ลดน้อยลง

๓. ไปพบว่ามีผู้นําเข้าบางรายนําเข้าปุิยในราคาตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท แต่มาขายราคาตันละ ๓๓,๐๐๐ บาท ก็เปึนการหากําไรเกินควร คณะกรรมาธิการก็ต้อง ไปตรวจดูต้นทุนต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เชิญมาทุกกระทรวงรวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ด้วย ก็ต้อง เรียนตรง ๆ กระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่า สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทําคือดูแลราคาไม่ให้เกิน ต้นทุนที่เขาแจ้งมา แต่ปรากฏว่ามันเกิดความบกพร่องก็คือว่าแจ้งราคาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ แล้วก็วันนี้ราคาขายยังไม่เกินราคาที่แจ้งเลย ก็หมายความว่ามีการหลับยามเกิดขึ้น ไม่ได้ดูต้นทุนที่แท้จริง เพราะขณะนี้ปุิยขึ้นไปจากป้ ๒๕๔๗ ร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ยัง ไม่เกินราคาที่กระทรวงพาณิชย์ควบคุม ก็หมายความว่าเมื่อก่อนนี้มีการแจ้งราคาสูงเกินจริง เพราะฉะนั้นตั้งคณะกรรมาธิการคณะนี้ขึ้นมาไม่ได้เพื่อมาหาเสียง แต่ว่าทําอย่างไร เกษตรกรนั้นจะมีอํานาจต่อรองในเรื่องของการใช้ปุิยและเปึนการช่วยอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แบบฉาบฉวยว่ามาแล้ว แล้วในขณะเดียวกันก็ต้องชมรัฐบาลว่ารัฐบาลนั้นก็พยายาม แก้ปัญหาตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งทีมมา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์มาชี้แจงที่คณะกรรมาธิการด้วยตนเอง เราเชิญตํารวจมาเพราะอะไร เพราะมีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ เปึนต้นมาที่ปุิยเริ่มมีราคาแพง ก็ต้องบอกกันตรง ๆ ว่าส่วนหนึ่งมาจากป่ดโรงงานปุิยแห่งชาติ ไม่มีปุิยราคาถูกขาย คานกับผู้ค้า มีการเสนอกระทรวงพาณิชย์ว่ากระทรวงพาณิชย์นี้เปลี่ยนเกณฑ์อํานาจ เหนือตลาดอย่าให้มีการผูกขาดได้ไหม ยังไม่ได้รับคําตอบจากกระทรวงพาณิชย์ นี่เปึน สาเหตุหนึ่งซึ่งต้องขยายเวลา

๔. มีการทําคดีโดยเจ้าหน้าที่ตํารวจในเรื่องการกระทําความผิดเรื่องปุิย ปรากฏว่ามีปุิยปลอมหรือปุิยไม่ได้มาตรฐานเกิดขึ้น ก็ไปดูว่าทําไมความล่าช้าในการ ดําเนินคดีมีมาก ก็ปรากฏว่านิติกรของกรมวิชาการเกษตรทั้งประเทศมีแค่ ๓ คน วิ่งรอก แจ้งความคดีแทบจะไม่มีเวลาพอ แล้วก็มีบางคดีที่คณะกรรมาธิการนั้นได้ลงไปลึกตามว่า ขณะนี้คดีนี้เสร็จอย่างไร แจ้งความแล้วหรือยัง ดําเนินคดีแล้วหรือยัง ไม่ทําเพราะอะไร ก็มีความล่าช้าในการที่ว่าคณะกรรมาธิการต้องการให้เห็นว่าถ้ามีการลงโทษแล้ว ต้องลงโทษ ให้เข็ดหลาบคนจะไม่กล้าปลอมปุิยอีก แล้วมีการเสนอข้อแนะนําต่าง ๆ ซึ่งจะต้องศึกษา ให้ละเอียดรอบคอบเพื่อนําเสนอสภาเปึนรายงานที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นได้ทําไป แล้วก็บอก ท่านประธานได้เลยว่าเมื่อเราไปจี้ตรงนี้ก็ทําให้ปุิยที่มันจะแพงขึ้นไปกว่าเดิมมากพ่อค้า เขารู้แล้ว ผู้นําเข้าเขารู้แล้วว่ามีคนคอยจับตาอยู่ ท่านประธานและทาง ส.ส. รัฐบาล รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์เห็นพ้องต้องกันว่าถ้าเราขยายเวลาดูสาเหตุต้นทุนที่แจ้งจริง แล้วก็ตามจี้จุดต่าง ๆ เหล่านี้ ถึงหน้าฤดูนาปรังชาวนา เกษตรกรต้องใช้ปุิยอีก อย่างน้อยที่สุด จะมีคนคอยดูแลให้เขามีอํานาจต่อรองเพิ่มขึ้น แล้วก็เพื่อคอยคําตอบซึ่งหน่วยราชการ ในการเข้าไปขุดข้อมูลย้อนหลังช้ามากครับ เราประชุมไปเดือนเศษ ๆ เพิ่งจะได้ข้อมูล มาจากส่วนราชการและยังไม่สมบูรณ์พอ นั่นเปึนอีกสาเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญนั้นต้องรอข้อมูลที่ได้รับคืนมาจากหน่วยราชการนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วเรา ก็จะนําเสนอต่อที่ประชุมว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องปุิยราคาแพงนั้นจริง ๆ แล้ว พอขุดลงไปแล้วมันหลุมดํามากกว่าที่คิดครับ จึงอยากจะให้รายงานนี้ไม่บกพร่องแล้วก็ สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทําได้ แล้วก็สามารถแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้ในระยะสั้น และระยะยาว ผมจึงกราบเรียนที่ประชุมว่า คณะกรรมาธิการทุกวันนี้ก็ประชุมอาทิตย์ละ ๒ วัน มีคณะอนุกรรมาธิการแล้วก็ออกพื้นที่อีก ทํางานไม่ได้หยุดเลย ผมเชื่อว่ามีเหตุผล อันพอสมควรที่จะคุ้มครองเกษตรกรให้ได้รับความเปึนธรรม แล้วก็ให้รายงานต่อสภานั้น ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แล้วผมดีใจครับว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนชุดที่มีความปึนเอกภาพ เปึนป๊กแผ่นอย่างยิ่ง สามัคคีเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีพรรค ไม่มีพวก ไม่มีฝ์าย ทําเพื่อประชาชนโดยส่วนรวม จึงกราบรายงานท่านประธานให้ที่ประชุมได้ทราบครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนริศครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเกรงใจเปึนอย่างยิ่ง เบื้องต้นผมได้ตั้งคําถามว่า ถ้าสมมุติคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาไปจนถึงวาระที่มี คณะกรรมาธิการสามัญแล้วจะยุติโดยมอบเรื่องทั้งหมดให้คณะกรรมาธิการสามัญรับไป ดําเนินการต่อได้หรือไม่ คือสภาจะอนุมัติ ๑๒๐ วันก็ได้ แต่ภายใต้เงื่อนไขว่าเมื่อมี คณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาแล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะได้ยุติ เพราะว่าที่มา ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นอกจากมาท่ามกลางปัญหาแล้ว มาเพราะว่าเราไม่มี คณะกรรมาธิการสามัญ จึงขออนุญาตสอบถามเพื่อได้เปึนเงื่อนไขในการอนุมัติให้ต่อเวลา ต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิยของสภาผู้แทนราษฎร คงต้อง ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า การที่มีคณะกรรมาธิการสามัญมิได้ หมายความว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญเราจะตั้งไม่ได้ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเปึนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งในอดีต ปัจจุบัน หรือในอนาคตก็ตามแต่อย่างไรก็สามารถทําได้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า คณะกรรมาธิการสามัญกับคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นคงจะต่างกัน คณะกรรมาธิการ สามัญนั้นเราตั้งเฉพาะผู้แทนราษฎรในสภาเท่านั้นที่จะทําหน้าที่ ส่วนบุคคลอื่น ๆ เราก็ตั้งได้ แต่ว่าคงต้องเรียนกับท่านประธานว่าเปึนที่ปรึกษาเชื้อเชิญมาส่วนใหญ่จะเปึนอย่างนั้น แต่อยากจะกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญเรามีคนนอก บุคลากรฝ์ายนอกสภา ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญแล้วมีความชํานิชํานาญในเรื่องนั้น ๆ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่านี่คือความแตกต่าง และเช่นเดียวกันอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวได้ศึกษาเนื้อหาไปมากพอสมควรแล้วทีเดียว ถ้าหาก ให้คณะกรรมาธิการ มิใช่ว่าผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการหรือกรรมาธิการจะหวงว่า เราจะต้องมาทําหน้าที่นี้ ไม่ใช่ครับท่านประธาน แต่ถ้าพูดถึงคณะกรรมาธิการสามัญ ที่ตั้งขึ้นมาจะรับหน้าที่ไปทําก็ไม่ได้มีความขัดข้อง แต่อยากจะกราบเรียนว่านั่นคือ นับหนึ่งใหม่ ผมคิดว่ามันจะล่าช้ากว่าที่เราทําอยู่ในขณะนี้ ในขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการสามัญนั้นก็จะต้องมีเรื่องราวต่าง ๆ และมีเนื้อหาต่าง ๆ อื่น ๆ อีกอย่างมากมายที่จะต้องไปดําเนินการ เพียงลําพังของคณะกรรมาธิการสามัญคณะใด คณะหนึ่ง เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเรื่องเกษตรหรือเรื่องใดก็ตามแต่ไม่สามารถทําหน้าที่ ได้หมดหรอกครับ อย่างไรก็ตามเราก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่แล้วในการ พิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เราอย่าทําอะไร ที่มันนอกเหนือกฎระเบียบในอดีตหรือในอนาคตป่ดกั้นตัวเองเลยครับ ผมพูดในที่นี้ ไม่ใช่หมายความว่าผมอยากเปึนประธานหรือว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องอยู่ต่อ แต่ก็อยู่ที่เพื่อนสมาชิก แต่การที่อ้างว่ามีคณะกรรมาธิการสามัญแล้วไม่ให้มี คณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อไปมันจะมีอีกไม่ได้แล้วถ้าเราพูดอย่างนี้ อย่าป่ดกั้นตัวเอง เลยครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านไพจิต ทางคณะก็ขอมา ๑๒๐ วัน เปึน ๒ เท่าของเวลาที่สภาได้พิจารณาในชั้นรับหลักการ ผมก็อยากจะขออนุญาตท่านประธานว่า น่าจะพบกันในช่องทางที่เหมาะที่ควร ผมเกรงว่า เมื่อให้เวลาไป ๖๐ วันท่านก็ขยันขันแข็ง พอให้ไปอีก ๑๒๐ วันก็จะเปึนการทอดเวลาออกไป แล้วความจําเปึนความเร่งด่วนที่ต้องการมีการแก้ไขก็จะเยิ่นเย้อยาวนาน เพราะข้อเสนอ ของสภาก็คือว่า คณะกรรมาธิการที่ได้ไปศึกษาในเรื่องใดจะมีผลเมื่อส่งเข้ามาในสภา แล้วสภาเห็นชอบก็จะมีมิติสัมพันธ์ต่อส่วนที่เกี่ยวข้อง นั่นคือรายงานที่จะต้องทํา ผมมี ความเห็นว่าน่าจะกระชับเวลาในการศึกษาให้น้อยลง คือขอขยายไปได้เพียง ๖๐ วัน เพื่อที่ต้องการให้มีข้อสรุปเข้ามาสู่สภา แล้วพวกผมก็อยากจะทราบว่าได้ไปทําสิ่งที่ เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ในชั้นของการพิจารณา ถ้าเรื่องใดที่จะต้องศึกษาละเอียด ก็แน่นอนคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมาธิการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถที่จะไปดูเพิ่มเติมได้ ในชั้นนี้อยากจะขอความกรุณาท่านประธานคณะกรรมาธิการ ปรับระยะเวลาให้เหมาะสมคือประมาณสัก ๖๐ วัน ซึ่งจะเปึนบรรทัดฐานที่เราจะต้อง ขอขยายกันเปึนระยะ ๆ อยู่เช่นเดียวกัน ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อโปรดพิจารณาครับ

เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาราคาปุิย สภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ แล้วก็ต้องกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มีความห่วงใยในเรื่องของ การทํางาน ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การที่ขอมา ๑๒๐ วันนั้น จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่าถ้าเราศึกษาได้ก่อนเสร็จก่อน ๑๒๐ วันก็เปึนเรื่องที่ดี เพราะโดยปกติ ก็อย่างที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการได้กราบเรียนท่านประธานว่า เราประชุมกัน ๙ โมงเช้า แล้วเลิกประมาณเกือบ ๆ บ่ายโมงทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี ในขณะเดียวกันต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่า วันศุกร์และวันเสาร์นั้นตั้งแต่ได้เปึนกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้ เพื่อนสมาชิกของกรรมาธิการทุก ๆ ท่านได้ออกพื้นที่ลงพื้นที่ในต่างจังหวัดในการที่จะศึกษา หาข้อมูลต่าง ๆ เราไปกันทุกอาทิตย์ยกเว้นอาทิตย์ที่จะถึงนี้ครับ วันที่ ๑ นี้เราไม่ได้ไป วันศุกร์ วันเสาร์อื่นเราไปตลอดครับ พื้นที่จังหวัดเราไม่ได้อยู่กันเลย พี่น้องประชาชน ไม่รู้ไม่ทราบว่าเราไปทําอะไรให้พี่น้องประชาชน เราทํางานตลอดครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ระยะเวลาที่ขอไปนี่จริงอยู่เพื่อนสมาชิกอาจจะเห็นว่ามาก พอเห็น ๑๒๐ วันเปึน ๒ เท่า ของคณะกรรมาธิการที่ขอตั้งมาในสภาคราวที่แล้ว แต่อยากจะกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิก อย่างนี้ว่า ระยะเวลาถ้าเราศึกษาได้เสร็จก่อนมันก็เปึนเรื่องดีแล้วเราก็จะนําเสนอครับ แต่ถ้าเกิดว่าไม่เสร็จก็ต้องมาขอสภาอีกแล้วครับ แล้วก็จะทําให้การพิจารณาในสภาแห่งนี้ เสียเวลานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมทํางานเร่งรีบอยู่แล้วครับ กรรมาธิการทุกท่านทํางานเร่งรีบอยู่แล้ว ผมทราบดีในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการว่า พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเขารอคอยอยู่ในเรื่องนี้ ผมเองอยากจะเห็นราชการหรือ การบริหารงานของเราเปึนไปในทิศทางที่กระชับและไปได้รวดเร็วแล้วก็มีผลต่อประเทศชาติ กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงในแนวปฏิบัติครับ เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธานว่า ระยะเวลาดังกล่าวนี้ไม่ได้ต่อรอง มีความเหมาะสมครับ แล้วก็พยายามจะเร่งรีบในการที่จะ นําผลการศึกษาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ววัน เพราะฉะนั้นก็ขอท่านประธานให้เพื่อนสมาชิก ได้โปรดพิจารณาด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(นายนริศ ขํานุรักษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกด้วยนะครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนริศมีอะไรครับ เชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุง ผมเห็นด้วยกับท่านไพจิต ศรีวรขาน ที่เสนอว่าเปึน ๖๐ วัน ถ้าอย่างนั้นท่านประธานก็มี ๒ ทางเลือก ก็คืออนุญาตให้ต่อ ๖๐ วัน กับอนุญาต ให้ต่อ ๑๒๐ วันนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ขออนุญาตท่านประธานครับ ก่อนลงมติขออนุญาตชี้แจงเพิ่มได้ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

คืออย่างนี้ครับเพื่อนสมาชิกที่เคารพ ท่านประธานครับ เนื่องจากระยะเวลาที่เพื่อนสมาชิกขอมาบอกว่าขอเปึน ๖๐ วันได้ไหม ถ้าเราดูตารางของการประชุมสภานี่ครับ เราจะป่ดประชุมสภาในวันที่ ๑๙ แล้วเราจะไป เป่ดใหม่อีกครั้งหนึ่งวันที่ ๑ สิงหาคม ในช่วงนี้เราจะป่ดประชุมนะครับ แล้วท้ายที่สุด คณะกรรมาธิการก็ไม่สามารถที่จะรายงานต่อสภาได้ ถ้าจะมารายงานผมก็ต้องมา ขอขยายเวลากับท่านประธานอีกแล้วก็ต้องมาชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกอีก จริง ๆ มันไม่ได้เปึน ข้อบกพร่องของการทํางานในหน้าที่ของกรรมาธิการหรือประธานคณะกรรมาธิการ แต่เนื่องจากว่าตารางระยะเวลามันไม่อํานวยด้วยการประชุมสภาครับ และครั้งหน้า มันเปึนการประชุมสมัยนิติบัญญัติมันไม่ได้อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนว่า เพื่อประหยัดเวลาของสภาในการที่จะบรรจุระเบียบวาระเข้าประชุมสภาพิจารณา อีกครั้งหนึ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้นผมขอมติที่ประชุมขยายเปึน ๑๒๐ วัน ผมขอมติเลยนะครับ ที่ประชุมจะอนุญาต ให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑ หรือไม่ ใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยครับ เห็นด้วยที่จะให้มีการขยายเวลา หรือไม่

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

เห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้ขยายเวลา ๑๒๐ วันครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ขออนุญาตป่ดการลงคะแนนครับ มตินะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๖๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖๗ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติ ให้ขยายเวลาอีก ๑๒๐ วันครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เปึนการประชุมต่อจากการประชุมคราวที่แล้ว ซึ่งที่ประชุม ได้พิจารณาในข้อ ๘๒ หลังจากสมาชิกได้อภิปราย คณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงแล้ว ประธานในที่ประชุมในขณะนั้นท่านดอกเตอร์อภิวันท์ได้สั่งให้เลื่อนการลงมติในข้อ ๘๒ มาในวันนี้ เชิญท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานเล็กน้อยเท่านั้นเองก่อนที่จะมีการอภิปรายในเรื่องของร่างข้อบังคับ เพราะว่าเปึนความสืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่กระผมได้อภิปราย แล้วก็ในช่วงหลายวัน ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าได้มีการไปหารือโดยเฉพาะท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือว่า ท่านประธาน ในเรื่องของการที่เราไปแก้ไขร่างข้อบังคับ ข้อ ๘๒ (ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๘๒) โดยมีการกําหนดให้มีคณะกรรมาธิการ ตรวจสอบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเกรงว่าเปึนเรื่องที่อาจจะหมิ่นเหม่ต่อ การขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะว่ามันไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับในการให้อํานาจสภาในการที่ จะไปตรวจสอบองค์กรอิสระ เพราะว่ารัฐธรรมนูญได้กําหนดโครงสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างองค์กรอิสระ ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหาร ฝ์ายตุลาการไว้ ดังนั้นการที่เรามา ยกร่างกฎหมายของสภาเองคือตัวร่างข้อบังคับของเราโดยให้มีองค์กรที่จะไปตรวจสอบ องค์กรอิสระนั้น ผมได้อภิปรายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าอยากจะให้ทางท่านประธาน หรือทางคณะกรรมาธิการนั้นได้ใช้เวลาในช่วงก่อนที่จะมาถึงการประชุมสัปดาห์นี้ ลองหารือกับที่ปรึกษากฎหมายว่าเราสามารถดําเนินการได้หรือไม่อย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะชี้แจงหรือเปล่าครับเรื่องที่หารือเมื่อสักครู่ เชิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส. นครพนม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ในเรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้นะครับ คือได้ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปแล้วว่า ในการที่เขาจะไปตรวจสอบหรือเขาไปทํางานนี้ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการครับ เปึนเรื่องของ การปฏิบัติงาน เปึนเรื่องของการใช้เงินเท่านั้น คงไม่ไปถึงท่านผู้ทรงเกียรติเหล่านั้นเลย ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่ประชุมทราบก่อนลงมติ)

เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมยังไม่แน่ใจว่า ท่านประธานจะขอมติในเรื่องอะไร เรื่องประเด็นที่คุณอลงกรณ์หารือแล้วก็ได้มีการตอบ คําถาม หรือท่านประธานจะลงมติการพิจารณาข้อบังคับเรียงลําดับตามรายข้อบังคับ ข้อบังคับ ข้อ ๘๒ หรือไม่ ผมขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานได้เรียนตรงนี้ก่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะขอมติในข้อ ๘๒ ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ก่อนที่ท่านประธานจะให้ลงมติ ในข้อ ๘๒ นั้น ผมเรียนหารือกับท่านประธานว่า จริง ๆ ถึงแม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะได้มี การอภิปรายกันในเรื่องข้อบังคับ ข้อ ๘๒ กันอย่างกว้างขวางก็ตามครับ แต่ผมคิดว่าในสภา ของเรานั้นยังมีประเด็นที่มีข้อถกเถียงอยู่หลายประเด็นก่อนที่ท่านประธานจะลงมติ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมอยากจะทําประเด็นดังกล่าวที่ได้มี การหารือกันนั้นให้เกิดความชัดเจน ผมคิดว่าประเด็นแรกที่ต้องเกี่ยวพันแน่นอนก็คือว่า ถึงแม้ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะได้ตอบท่านอลงกรณ์ พลบุตร ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ในกรณีที่เราได้ออกข้อบังคับที่หมิ่นเหม่ต่อการที่จะไปขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่เมื่อประธานยืนยันเช่นนั้นก็เปึนหน้าที่ที่สภาจะต้องวินิจฉัยกันต่อไป แล้วบุคคลที่เกี่ยวข้องก็มีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบต่อข้อบังคับที่เราร่างขึ้นมา แต่ผมอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วมันยังมีอีก ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรกก็คือ ผมอยากเรียนถามท่านประธานว่า วันนี้ถ้าท่านประธาน จะให้ลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๘๒ ซึ่งเราจะพิจารณากันอย่างชัดเจนว่าในข้อ ๘๒ นั้น กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีความเห็นว่าให้มีคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ ถ้าเรามี มติเช่นนี้ก็เข้าใจว่าเสียงส่วนใหญ่ในสภานี้เราจะยอมรับในการที่จะให้มีคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ เพราะฉะนั้นเมื่อมีคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเรามาดูข้อบังคับ ข้อ ๙๔ กรรมาธิการผู้ใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมาธิการ ในข้อใดจะสงวนความเห็นในข้อนั้นไว้เพื่อขอให้สภาวินิจฉัยก็ได้ เมื่อเปึนเช่นนี้ผมคิดว่า ทางคณะกรรมาธิการนั้นจะต้องมีความรับผิดชอบในฐานะที่ท่านได้วินิจฉัยด้วย เสียงข้างมากมาแล้ว และท่านทํารายงานต่อสภามาแล้ว ถ้าหากไปเปลี่ยนแปลงรายงาน ที่ดําเนินการเสนอต่อสภา ผมคิดว่าจะมีปัญหาในกระบวนการพิจารณาของสภาในลําดับ ต่อไปด้วย

ประเด็นที่สอง ในส่วนคําแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกนั้นเราพบอย่างชัดเจนว่า ไม่มีความสอดคลองต้องกัน ซึ่งจริง ๆ ผมคิดว่าเหตุการณ์อย่างนี้เพิ่งเกิดคราวแรก โดยคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมไม่แน่ใจว่าในชั้นของกรรมาธิการที่พิจารณากันนั้น ทางกรรมาธิการได้คํานึงหรือไม่ว่าท่านไปกระทําการในฐานะที่เปึนตัวแทนของสภานี้ พวกผมนั่งในสภานี้ไม่ได้ไปร่วมในเหตุการณ์ที่ท่านได้มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการว่า ท่านได้เป่ดโอกาสให้มีการตอบข้อความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น อย่างชัดเจนหรือไม่ และที่สําคัญที่สุดท่านได้ให้โอกาสกับกรรมาธิการที่ได้มี เสียงข้างมากนั้นได้ยึดหลักสําคัญว่าเมื่อมีกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้วท่านรายงาน ต่อสภา สภาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบก็ตามแต่ว่าเปึนเรื่องที่ กรรมาธิการนั้นจะต้องเรียน ผมต้องเรียนกับกรรมาธิการว่ากรรมาธิการต้องยืนยัน ตามเสียงข้างมาก เมื่อเปึนเช่นนี้ผมเรียนกับท่านประธานว่าจะให้ลงมติกันอย่างไรครับ โดยยึดเอากรรมาธิการเสียงข้างน้อยหรือว่าท่านประธานจะยึดเอาตามกรรมาธิการ เสียงข้างมาก แล้วภายหลังท่านประธานก็ไม่ยึดข้อบังคับอาจจะไปหาเสียงโดย ให้กรรมาธิการถอนร่างออกไป หรือกรรมาธิการดําเนินการอย่างไรผมก็ไม่อาจทราบได้ แต่ผมคิดว่ากระบวนการที่กําลังดําเนินการอยู่นี้ก็จะมีปัญหาในการพิจารณาข้อบังคับ ข้อ ๘๒ อย่างแน่นอน อยากหารือท่านประธานเปึนเบื้องต้นไว้ก่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านชินวรณ์ครับ ผมในฐานะที่ทําหน้าที่ประธานผมก็ต้องดําเนินการตามข้อบังคับ เท่านั้นคงเปึนอื่นไม่ได้ครับ ท่านชัยวัฒน์เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ หรือการประชุมครั้งที่แล้วถ้าเพื่อนสมาชิกอยู่ในห้องประชุมนี้ก็คงจะทราบดีว่าการประชุม ในข้อบังคับการประชุมที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ในข้อ ๘๒ ได้สิ้นสุดลงแล้ว เพราะฉะนั้น ในวาระตอนนี้ก็เปึนเรื่องของการที่จะต้องลงมติอย่างเดียวทําอย่างอื่นไม่ได้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ การอภิปรายได้ยุติแล้ว ขอให้ท่านประธานดําเนินการต่อ มิฉะนั้นเพื่อนสมาชิก ลุกขึ้นมาอย่างนี้ก็จะทําให้เสียเวลาต่อสภา ขอความรวดเร็วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ผมไม่ทราบว่ามีการป่ดอภิปรายแล้ว ถ้ามีการป่ดอภิปรายแล้ว ผมก็ขออนุญาต ขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ยังไม่ได้ ยุตินะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์มีอะไรหรือเปล่าครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ วันนั้นที่เลื่อนการประชุมมาคงยังไม่ได้มีการป่ดอภิปรายหรือว่าเสร็จสิ้น การอภิปราย ที่เลื่อนไปเพราะว่าตัวท่านประธานเองก็บอกว่า ท่านไม่สบายใจ กับการพิจารณาข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่เคยปรากฏว่า มีข้อขัดแย้งรุนแรงหรือมีความเห็นที่แตกต่างกันมากมายในเรื่องของข้อบังคับ เพราะว่า ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนการใช้ร่วมกันไม่ว่าจะอยู่ฝ์ายไหนก็ตาม จะเปึนฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายค้าน และโดยเฉพาะส่วนของกรรมาธิการนั้นก็มีทุกพรรคมาร่วม ตอนนี้ก่อนที่จะพิจารณาตรงนี้ผมอยากจะให้ทุกฝ์ายสบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อทักท้วงข้อสังเกตในกรณีที่ข้อบังคับ ข้อ ๘๒ (๔) เกี่ยวกับกรรมาธิการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้น่าจะมีปัญหาในทางข้อกฎหมาย ซึ่งเราก็คงชี้ขาดไม่ได้ว่ามันจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เนื่องจากว่าความจริงรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะไม่ให้สภาผู้แทนราษฎร ยุ่งเกี่ยวกับองค์กรอิสระ แต่ว่าเราไปตั้งคณะกรรมาธิการโดยอ้างว่าเราจะตรวจสอบในการ ใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณก็มีอยู่ ซึ่งเราสามารถ ไปดําเนินการในส่วนคณะกรรมาธิการอื่น แม้แต่คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินก็สามารถติดตามงบประมาณได้ เพราะฉะนั้นการที่ตั้ง ลงมาเจตนารมณ์มีอะไรที่แอบแฝงหรือเปล่า เพราะว่าองค์กรอิสระนั้นเราไม่สามารถ ที่จะไปยุ่งเกี่ยวได้เลย ส่วนในวุฒิสภานั้นที่มีคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระนั้น ก็เนื่องจากว่าวุฒิสภาเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระในการให้ความเห็นชอบในการตรวจสอบ ประวัติการทําหน้าที่ธุรการในการที่จะสรรหา ตั้งคณะกรรมการสรรหาเปึนเรื่องของ วุฒิสภา เขาถึงมีคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระเกิดขึ้น ตรงนี้น่าจะมีปัญหาถ้าจะผ่าน ข้อบังคับตรงนี้ไปผมคิดว่าเราต้องใช้ความพิจารณาอย่างรอบคอบระมัดระวังอย่าให้มีปัญหา ในทางข้อกฎหมายเกิดขึ้น แล้วอีกอย่างหนึ่งผมอยากจะเรียนว่า ความจริงข้อบังคับนั้น น่าจะเปึนเรื่องที่เราสามารถจะพิจารณาไปด้วยความเห็นพร้อมทุกฝ์ายโดยไม่มีข้อขัดแย้ง หรือความเห็นต่างที่เปึนข้อขัดแย้งที่ไม่สามารถตกลงกันได้ถึงขั้นลงมติ แล้วการพิจารณา ข้อบังคับที่ผ่านมาทุกสมัยแทบจะเปึนเอกฉันท์ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเปึนที่น่าสังเกต คณะกรรมาธิการชุดนี้บางครั้งกรรมาธิการไม่เอาตามกรรมาธิการ ถ้าไปรับฟังพรรค มาอย่างไรมติของกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เปลี่ยนไปตามเสียงข้างมากที่ทางพรรค เรียกร้องมาหรือว่าเสนอมา เพราะฉะนั้นการพิจารณาข้อบังคับในครั้งนี้เปึนการพิจารณา ที่มันไม่ปกติซึ่งเคยปฏิบัติมาในสภาผู้แทนราษฎร และผมเชื่อว่าถ้ามีการพิจารณา ข้อบังคับนี้เสร็จสิ้น

(นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับท่านชัยวัฒน์

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ต้อง ขอเรียนต่อท่านประธาน คงต้องขอประท้วงท่านประธานนะครับ ผม นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คงต้องขอประทานอภัยต่อท่านที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ เมื่อสักครู่ผมเห็นผู้อภิปรายนั้นลุกขึ้นมาเสมือนหนึ่งประท้วง ยกมือกึ่งลุกกึ่งนั่ง ท่านก็ ไม่ได้บอกว่าท่านจะทําหน้าที่อะไร ประท้วงท่านประธานสภาหรือว่าจะอภิปรายต่อ แต่ในขณะเดียวกันอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ท่านเองก็เคยเปึนประธานมาแล้ว ข้อบังคับการประชุมสภาท่านก็ถ่องแท้แล้วผมอยากจะให้มีมาตรฐาน การประชุมสภา เสียเวลาเยอะครับ ข้อบังคับนี้ก็อยากจะรวดเร็วเหลือเกินเลยโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเอ่ยนามของพรรคเลย สมาชิกบอกว่าช้าเหลือเกินอยากจะมีกรรมาธิการ พวกเรา ฝ์ายซีกรัฐบาลก็อยากจะให้มีโดยเร็ว เราก็พยายามทําหน้าที่รวบรัดไม่ค่อยอยากจะอภิปราย แล้วก็อยากจะให้มีส่วนที่ดําเนินการ แต่ก็ปรากฏว่าท่านมาทําหน้าที่อะไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์ขอเข้าประเด็นเลยครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านเข้าประเด็นครับ ท่านประท้วงประเด็นไหนครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านจะทําหน้าที่ประท้วงหรือว่า ทําหน้าที่อภิปราย ทั้ง ๒ หน้าที่ท่านทําไม่ได้ทั้งนั้นเลยในขณะนี้ครับ ถ้าท่านจะประท้วง ท่านต้องบอกว่าท่านประธานทําผิดหน้าที่ใด ท่านก็ยังไม่บอก แต่ท่านทําหน้าที่ในฐานะ อภิปราย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์เอาอย่างนี้ครับ ผมเข้าใจเจตนาท่าน เมื่อกี้ผมได้ถามท่านรองประธานอภิวันท์ ซึ่งทําหน้าที่คราวที่แล้วตอนเลิกประชุม ผมไม่ได้อยู่ผมก็เลยไม่ทราบ แล้วก็บังเอิญโชคดี ตัวท่านรองประธานอภิวันท์ก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมก็ถามสรุปว่าคราวที่แล้วป่ดหรือยัง ท่านยืนยัน บอกว่ายังไม่ได้ป่ด ในเมื่อท่านยืนยันว่ายังไม่ได้ป่ด ผมอนุญาตให้ท่านนิพนธ์พูด ไม่ได้ ประท้วง ให้อภิปรายครับ เชิญท่านนิพนธ์ต่อครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมคิดว่าสภา

(นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์เชิญครับ มีอะไรครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตทําหน้าที่นะครับ ถ้าท่านประธานจะบอกว่า คราวที่แล้วท่านรองประธาน อภิวันท์นั้นท่านไม่ได้หยุดอภิปราย คือหมายความว่าจบการอภิปราย แต่เมื่อสักครู่ ท่านประธานก็จะขอมติแล้วนะครับ ท่านได้สรุปไปแล้วเอาเทป (Tape) มาเป่ดฟังก็ได้ เพราะฉะนั้นมันเสร็จสิ้นไปแล้วครับ ถ้าทําอย่างนี้ต่อไปมันก็มีอยู่เรื่อย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์อย่างนี้นะครับ ผมขอทําความเข้าใจนิดหนึ่ง อํานาจในการป่ดการอภิปราย ประธานไม่มีนะครับ เปึนอํานาจของที่ประชุม ต้องอาศัยมติที่ประชุม เมื่อกี้ผมได้หารือว่า จะมีการขอลงมติ ถ้าไม่มีคนอื่นแย้งหรือไม่มีใครเห็นเปึนอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วย แต่เมื่อสักครู่มีคนแย้งครับ เพราะฉะนั้นการป่ดอภิปรายยังไม่เกิด เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ ก็ไม่มีคนเห็นเปึนอื่นนะครับ ท่านเพื่อนสมาชิกขึ้นมาท่านก็ไม่ได้เห็นเปึนอื่นว่าไม่เห็นด้วย หรือว่าท่านประธานหารือแล้วป่ด ไม่ป่ด ถ้าอย่างนั้นต้องเห็นค้านก่อนครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์ครับ ท่านฟังผมก่อนนิดเดียว ผมเข้าใจท่านแล้วไม่จําเปึนต้องมีคนแย้ง แค่มีคนยกมือขออภิปรายก็ป่ดอภิปรายไม่ได้ ท่านต้องไปดูข้อบังคับให้ดีนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ผมต่อเลยครับ เพราะฉะนั้นผมขอ ป่ดอภิปรายครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

อภิปรายแล้วขอป่ดไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมต้องขอ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้ท่านสมาชิกครับ ขอเชิญท่านนิพนธ์อภิปรายต่อ เชิญครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมต้อง ขอโทษท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่พูดถึงว่าผมเคยทําหน้าที่มา ผมต้องเรียนครับว่า ผมอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ๒๐ กว่าป้นี้ผมไม่เคยทําอะไรที่ผิดข้อบังคับ แม้แต่ข้อเดียว และระหว่างที่ทําหน้าที่รองประธานวุฒิสภา ๒ ป้เศษก็ไม่เคยทําอะไรที่ผิด ข้อบังคับ แล้ววันนั้นที่ท่านรองประธานอภิวันท์ทําหน้าที่ประธานอยู่ ผมอยู่จนเลิก การประชุมทุกนัดแล้วผมไม่เคยขาดการประชุม ๒๐ กว่าป้แม้แต่วันเดียว ผมก็ไม่ทราบว่า วันนั้นท่านอยู่หรือเปล่า ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า สิ่งที่เราวิตกกังวลและเปึนห่วง เหมือนที่ท่านประธานได้กล่าวไว้ในวันประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วว่า ไม่อยากเห็นการร่างข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรมีข้อขัดแย้ง มีปัญหา แล้วซึ่งเปึน การผิดปกติวิสัยที่กรรมาธิการมีมติมีเสียงข้างมากแต่ไม่เอาตามที่ตัวเองหรือยืนยันตามที่ ตัวเองได้มีมติไปแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องผิดปกติในการทําหน้าที่ตรงนี้ ผมคิดว่าถ้ามีข้อขัดแย้งอย่างนี้เกิดขึ้นในสภาเราคงไม่เปึนผลดีต่อการทํางานของ สภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่ผมเปึนห่วงและวิตกกังวลก็คือในข้อบังคับที่เกี่ยวกับเรื่ององค์กรอิสระ อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วว่าผมเคยอยู่ในวุฒิสภา ในวุฒิสภามีคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระ เนื่องจากว่าในวุฒิสภานั้นมีหน้าที่ที่จะให้ความเห็นชอบ มีหน้าที่ที่จะตรวจสอบประวัติ และความประพฤติของผู้จะดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระและมีหน้าที่ทําธุรการในการที่ จะสรรหาเปึนเจ้าหน้าที่ทุกอย่างเลย จําเปึนอย่างยิ่งที่วุฒิสภาต้องมีคณะกรรมาธิการ องค์กรอิสระเพื่อรองรับการทํางานของวุฒิสภา แต่สภาผู้แทนราษฎรนั้นเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ เราอยู่ในฝ์ายที่ควบคุมการบริหาร เจตนารมณ์นั้นชัดเจนว่าไม่ต้องการ ให้สภาผู้แทนราษฎรไปมีหน้าที่เกี่ยวข้อง และรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ การสรรหาต่าง ๆ ก็ไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องที่จะสรรหาบุคคลเข้ามาให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเรามองเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญแล้วน่าจะขัด แต่เราก็คง ไม่สามารถที่จะชี้ขาดว่ามันขัดหรือไม่เพราะว่าความเห็นในทางข้อกฎหมายนั้นต่างกัน แต่ผมอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตและข้อที่พึงสังวรว่าถ้าเราผ่านข้อบังคับฉบับนี้ไปโดยมี คณะกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญขึ้นซึ่งครอบคลุมถึงองค์กรอิสระทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึน กกต. ป.ป.ช. นั้นน่าจะมีปัญหาในภายหลัง ซึ่งมันไม่เปึนผลดีต่อการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอขอบคุณท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ นะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อการประชุม ครั้งที่ผ่านมาก่อนป่ดประชุมผมได้เรียนต่อที่ประชุมอย่างนี้เลยนะครับว่า ไม่ได้เกี่ยวกับ ห่วงใยหรือไม่ห่วงใยไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้นครับ ผมบอกว่า ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นเปึนเอกสารประวัติศาสตร์เปึนเรื่องของพวกเราทุกคน ที่ผ่านมานั้นข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมักจะผ่านสภาผู้แทนราษฎรโดยมติ เปึนเอกฉันท์ คือบรรดาท่านสมาชิกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จะอนุมัติให้ผ่านไป แต่ครั้งนี้ เปึนครั้งแรกที่เรามีข้อขัดแย้งหรือมีข้อคิดเห็นแตกต่างในประเด็นที่สําคัญค่อนข้างมาก ก็ได้กราบเรียนไปว่า ขอให้ท่านประธานวิป (Whip) ฝ์ายรัฐบาล วิปฝ์ายค้าน ประธาน คณะกรรมาธิการ เรายังมีเวลาอีกอาทิตย์หนึ่งก่อนจะกลับมาประชุมใหม่ ขอความกรุณา ท่านได้ไปปรึกษาหารือกันแล้วลดความคิดเห็นแตกต่างในประเด็นที่สําคัญให้เหลือ น้อยที่สุดเท่าที่จะทําได้ หลังจากนั้นก็ได้ป่ดประชุม อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เรียนต่อที่ประชุม เชิญคุณวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอขอบคุณท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ที่มีความห่วงใย ในเรื่องของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ก็เรียนตามตรงว่าอันนี้กรรมาธิการก็มีการพูดคุยกัน มีความเปึนห่วงแล้วก็ ตระหนักในข้อรัฐธรรมนูญอยู่ครับ เนื่องจากว่าองค์กรอิสระจริง ๆ แล้วก็บัญญัติไว้ อยู่แล้วว่าตัวคณะกรรมการเขาห้ามอยู่แล้วเปึนข้อห้ามมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้ว อันนี้ ท่านได้เอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ แต่ประเด็นที่กรรมาธิการมีความเปึนห่วงเนื่องจากว่า บางคดีความที่มีการฟัองร้องกัน ยกตัวอย่าง เรื่องคดีการเลือกตั้ง ใบแดง ใบเหลืองอะไร ก็แล้วแต่ มันมีค่าใช้จ่ายมีการฟัองกันไปก็ฟัองกันมาอย่างนี้เปึนต้น รวมไปถึงเงินเหลือจ่าย เงินที่ไม่ได้ใช้จ่ายซึ่งเปึนเงินงบประมาณที่ผ่านจากสภาแห่งนี้ไป ซึ่งคิดว่าในระดับบริหาร ในส่วนที่เกี่ยวข้องก็สามารถที่จะทําได้ อันนี้ขอเรียนให้ทราบว่ากรรมาธิการพิจารณา ประเด็นนี้แล้วมีความเปึนห่วง แต่อย่างไรก็แล้วแต่เม็ดเงินงบประมาณแผ่นดินที่สภา แห่งนี้เห็นชอบไปนั้นก็มีความสําคัญอยู่ ก็อยู่ที่ประธานคณะกรรมาธิการคณะนี้ล่ะครับว่า เวลาท่านนั่งทําหน้าที่นั้นท่านต้องดูกรอบกฎหมายให้ดี แต่ว่าในส่วนของรัฐวิสาหกิจก็ดี องค์การมหาชน กองทุนซึ่งปัจจุบันนั้นมีลักษณะของ การบริหารงานในรูปแบบนี้มากแล้วก็มีเงินงบประมาณเยอะซึ่งไม่ใช่เงินงบประมาณ แผ่นดินแต่ว่าบริหารในรูปแบบเปึนมือหรือเปึนส่วนหนึ่งที่สามารถจะดําเนินธุรกรรม ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวง ทบวง กรม อันนี้เปึนสิ่งที่กรรมาธิการคํานึงมากกว่า จึงขอเรียน ให้ทราบครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอกรรมาธิการให้จบก่อนนะครับ คุณสุทิน คลังแสง ครับ

นายสุทิน คลังแสง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม ในฐานะกรรมาธิการ ตามที่ท่านสมาชิก ของเราได้อภิปรายเปึนข้อสังเกตว่ากรรมาธิการได้มีมติมาแล้วเปึนมติหนึ่ง เมื่อมาถึง สภาใหญ่แล้วท่าทีดูเหมือนจะไม่ยืนตามมตินั้นแล้วดูเหมือนจะมีท่าทีไปตามสภาใหญ่ หรือตามพรรค ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ด้วยความเข้าใจของผม ผมเข้าใจว่าบทบาท หน้าที่ของคณะกรรมาธิการคือบทบาทที่สภาใหญ่ได้มอบหมายให้ไปทํางานแทน เมื่อไป ทํางานแล้วอย่างไรเสียก็ต้องอยู่ภายใต้การเห็นชอบและไม่เห็นชอบของสภาใหญ่อยู่ดี มิได้หมายความว่า มติของเราซึ่งได้ไปทํากันมาแล้วลงมติกันมาในคณะกรรมาธิการนั้น มาถึงที่นี่แล้วจะไม่สามารถหรือจะไม่เปลี่ยนแปลงเปึนอื่นได้ เพราะฉะนั้นการจะเปลี่ยนแปลง เปึนอื่นได้มันจะเกิดด้วยเหตุผลที่ผมเข้าใจอย่างนี้ว่าเมื่อกรรมาธิการได้ฟังสมาชิกในสภา ได้อภิปรายในเหตุและผลแล้ว เราเห็นว่าเปึนเหตุเปึนผลที่ในตอนคณะกรรมาธิการของเรา อาจจะมองไม่เห็น อาจจะคิดไม่ถึงหรืออาจจะไม่ละเอียดพอ เมื่อมาฟังสมาชิกในสภาใหญ่ ฟังแล้วมีเหตุมีผลก็ชอบที่พวกเราจะเปลี่ยนแปลงได้ แล้วก็ชอบที่สภาใหญ่จะมีมติที่จะ ต่างไปจากกรรมาธิการได้ ผมเข้าใจน่าจะชัดเจนว่าข้อสรุปของกรรมาธิการไม่สามารถที่ จะอยู่เหนือมติของที่ประชุมใหญ่ได้ ผมจึงเห็นว่าการลงมติต่อไปนี้ถ้าหากว่าจะมีมติ ออกมาที่ไม่เหมือนกับคณะกรรมาธิการไม่น่าจะใช่เรื่องแปลก และกรรมาธิการถ้าจะมี ความเห็นเปลี่ยนไปจากเดิมที่มีอยู่ในกรรมาธิการเห็นคล้อยกับสมาชิกในสภาใหญ่ก็ไม่ใช่ เรื่องแปลก แต่ต้องเปึนมติที่ประชุม เพราะฉะนั้นมติที่นี่ออกอย่างไรผมคิดว่าน่าจะมีผล มากกว่ามติกรรมาธิการ ผมเข้าใจอย่างนั้นท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังกรรมาธิการชี้แจง ผมต้องเรียนตรง ๆ ว่าผมติดใจเฉพาะ องค์กรอิสระ ส่วนอื่นนั้น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนผมไม่ได้ติดใจ ตรงนี้ถ้าจะไป ตรวจสอบเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ เรามีคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ อยู่แล้วซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทุกเรื่อง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จําเปึนต้องมี ถ้าหากว่าจะต้อง ไปตั้งอยู่ในคณะกรรมาธิการแต่ละคณะเพื่อตรวจสอบเรื่องงบประมาณ นี่เหตุผลที่น่าฟัง ตอนนี้ถ้าไม่มีตรงนี้มันไม่หมิ่นเหม่ แล้วก็ไม่มีความจําเปึนเลยถ้าจะคิดตรวจสอบ งบประมาณอย่างเดียว จริง ๆ แล้วก็ยอมรับว่าองค์กรอิสระเราเกี่ยวข้องไม่ได้ แล้วจะต้อง ไปมีทําไม ตรงนี้ผมคิดว่าน่าจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ ข้อ ๘๒ เปึนข้อที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ร่างขึ้นมาเองภายใต้เงื่อนไขของการประมวล ข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ร่างขึ้นมาท่ามกลางการตอบสนองความต้องการที่แท้จริง ของสภาผู้แทนราษฎรว่าเรามีภารกิจอะไร ภารกิจ ๓๒ ประการที่มีหน้าที่จัดตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้น ๓๒ คณะนั้นเปึนการตัดสินใจที่สร้างความเห็นพ้องมาตั้งแต่ต้น การเปลี่ยนแปลงด้วยการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ การเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีการ เสนอแปรญัตติเปึนสิทธิของสมาชิก ของกรรมาธิการจะทําได้แล้วสงวนความเห็นได้ด้วย แต่ท่านประธานก็ทราบใช่ไหมครับว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงขึ้นมาใหม่นี้ไม่ได้ช่วยให้มีภารกิจ อะไรใหม่ขึ้นมาเลย เพราะคณะกรรมาธิการเดิมทั้ง ๓๒ คณะมีภารกิจอย่างไรก็สามารถ ดําเนินการได้อยู่แล้ว และสอดรับกับวัฒนธรรมของระบบรัฐสภาไทยที่เราได้ทํางาน ล่วงหน้ามาแล้วทั้งสิ้น การยุบรวมเพื่อที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงนั้นก็เปึนที่รู้กันว่า เราต้องการเอาคณะบางคณะกลับมาหรือการเสนอให้มีใหม่ ๓๕ คณะก็ไม่ใช่เพราะว่า วันนี้ภารกิจของสภามีมากขึ้น ภารกิจของคณะกรรมาธิการเดิม ๓๒ คณะรองรับ การดําเนินการอย่างนั้นไม่ได้ จําเปึนต้องมีเพิ่มขึ้น ๓๕ คณะ ก็ไม่ใช่อีก รู้ก็รู้อยู่แก่ใจว่า เปลี่ยนทําไม รู้ก็รู้อยู่แก่ใจว่าเพิ่มขึ้นมาทําไม ท่านประธานครับ วันนี้ที่ผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าเราทําร้ายสภาเรามามากแล้ว ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ข้อ ๕ แล้วครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้เปึนคนร่าง ร่างเสร็จแล้วไปพิจารณาเองอีกก็ไว้เหมือนเดิมอีก ว่าจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งน่าจะได้พูดจากันให้รู้ เพราะคนเหล่านี้จะต้องทําหน้าที่ไปเปึนประมุขไม่ใช่ไปทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม เปึนตัวแทนเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประธานาธิบดีต่างประเทศมาเหยียบประเทศไทย ประธานรัฐสภาต้องไปจับมือนะครับ ประธานรัฐสภาต่างประเทศมาประธานรัฐสภาไทย ต้องไปจับมือด้วยนะครับ ข้อเท็จจริงเหล่านี้เราก็รับรู้กันอยู่ว่ามีหรือไม่ควรมีวิธีการอย่างไร ให้ได้มาซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมไม่ได้คิดว่าประธานรัฐสภาของผมเปึนใคร เขาเปึนน้องผมก็ได้ เขาเปึนเพื่อนผมก็ได้ เปึนบุคคลที่ผมเคารพนับถือด้วยก็ได้ ท่านประธานไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยหรือครับว่าวันนี้บุคคลของเราคนนั้นไม่อยู่ในฐานะ ที่มาสภาผู้แทนราษฎรได้ ผมไม่ได้พูดจาจะว่ากล่าวอะไรเขา แต่นี่คือการเหยียบย่ํา และทําร้ายสภาด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมของเราเอง ผมไม่ปรารถนาให้เหตุการณ์อย่างนั้น เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นมาวันนี้ที่ท่านประธานให้กลับไปปรึกษา ให้กลับไปทบทวน ให้กลับไปตั้งข้อสังเกตกันมาใหม่แล้วกลับมาสู่สภานี้เถอะ ท่านประธานครับ ลืมเรื่องการแก้ไขเสียเถอะเพราะมันไม่ใช่การแก้ไขเพื่อรองรับภารกิจของสภา แต่มันเปึน การแก้ไขเพื่อเอาคณะบางคณะกลับมาสู่กลุ่มของตนเอง มันเพิ่มขึ้นให้เปึน ๓ คณะ ไม่ได้ไปเพิ่มขึ้นเพราะภารกิจทางสภามีพอหรือไม่พอ แต่ต้องการรองรับบุคคลให้มีที่นั่ง เพิ่มมากขึ้น ท่านประธานครับ หยุดไว้ที่ ๓๒ คณะ แล้วท่านประธานจะลงมติอย่างไร สิ่งที่ผมท้วงติงนี้ไม่มีเจตนาร้ายต่อบุคคลแต่ผมรู้สึกว่าสภาเราถูกทําร้ายมากเกินไปแล้ว ท่านประธานครับ

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน กระผมขออนุญาต ท่านประธานได้อภิปรายในประเด็นที่เปึนข้อถกเถียงของท่านสมาชิกต่อการแก้ไขของ ท่านกรรมาธิการในประเด็นเรื่องขององค์กรตามรัฐธรรมนูญในข้อบังคับ ข้อ ๘๒ (๒/๑) ของร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ กรณีที่ท่านสมาชิก และคณะกรรมาธิการได้เสนอความเห็นต่อสภาแห่งนี้ต่างฝ์ายต่างมีเหตุผล ต่างฝ์ายต่างมี สิ่งสนับสนุน โดยเฉพาะประเด็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใน (๒/๑) คณะกรรมาธิการ กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน เปึนการแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่างขึ้นมาใหม่ ที่มาที่ไปเราก็ทราบกันพอสมควรว่า มีเพื่อนสมาชิกของเราได้แปรญัตติเอาไว้ แต่แปรญัตติเปึนลักษณะของการแยกออกมา ท่านกรรมาธิการก็ให้โอกาสโดยนํามารวมกันเปึนคณะกรรมาธิการชุดเดียวกัน กรณีถ้ามันมี ข้อทักท้วง มีข้อสงสัยและไม่มีข้อยุติเกี่ยวกับเรื่องของรัฐธรรมนูญว่าจะชอบด้วยหรือไม่ กระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานว่าอยากจะฝากไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการว่า ถ้าเราตัดคําว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ออกแล้วคงข้อความอื่น ๆ เอาไว้ก็น่าจะชอบ ก็น่าจะสบายใจกันทุกฝ์าย เพราะว่าข้อขัดแย้งข้อสงสัยตรงนี้ยังไม่มี ข้อยุติ ผมเองอยากเสนอท่านประธานอย่างนั้นว่า คําว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ เท่าที่ ผมฟังคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงผมเองก็เข้าใจ ท่านหมายถึงองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อีก ๓ องค์กรที่ไม่ใช่องค์กรอิสระ พยายามเข้าใจอย่างนั้น แต่ว่าครั้งสุดท้ายท่านประธาน คณะกรรมาธิการเองก็ได้ชี้แจงในประเด็นว่าเปึนการตรวจสอบเรื่องของการใช้งบประมาณ เรื่องของการบริหารบุคคลของฝ์ายสํานักงานของเลขานุการคณะกรรมาธิการ หรือกรรมาธิการของแต่ละคณะแต่ละองค์กรตามรัฐธรรมนูญไป ซึ่งกระผมเห็นด้วยว่า สิ่งเหล่านั้นเปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการชุดอื่นสามารถทําได้ เช่น คณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ เพราะฉะนั้นขออนุญาตเสนอท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการถ้าจะกรุณาตัดคําว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ออกไปจาก ใน (๒/๑) เสียก็น่าจะเปึนประโยชน์กับสภาแห่งนี้เพื่อการพิจารณา กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณนายแพทย์ชลน่านครับ ขอความกรุณากรรมาธิการช่วยพิจารณาด้วย คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่อจะแสดงความคิดเห็นในประเด็นข้อบังคับที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข ความจริงมีหลายเรื่องครับ แต่เพื่อเปึนการสงวนเวลาของสภา ผมขออนุญาตพูดประเด็นเดียว เปึนประเด็นที่กําลังถกเถียงอยู่ในขณะนี้คือ

ประเด็นที่ ๑ เรื่อง (๒/๑) ที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ผมได้ฟังเหตุผล แล้วก็ได้พิจารณามาหลายครั้งจากการที่ได้อ่านร่างของคณะกรรมาธิการ ผมอยาก กราบเรียนว่า ผมได้พิจารณาแล้วผมคิดว่าข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นมา ทัดทานเปึนข้อคิดเห็นที่ถูกต้องอยากให้คณะกรรมาธิการลองไปพิจารณา เมื่อสักครู่ ท่านคณะกรรมาธิการ ๒-๓ ท่านได้ขึ้นมาชี้แจงผมก็ฟังท่านด้วยเหตุผล ท่านก็มีเหตุผล ดีครับ แต่ผมคิดว่าถ้อยคําที่เขียนมันกํากวม ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานนึกดูสิครับว่าสภาผู้แทนราษฎรหน้าที่หลักของเราคือการออกกฎหมาย เราเปึนผู้บัญญัติกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องระมัดระวังก็คือการที่ต้องไม่ทํา ผิดกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญนี่องค์กรอิสระแม้แต่รัฐบาลยังไปกํากับดูแล ควบคุมเขาไม่ได้ รัฐบาลนะครับ ส่วนสภาผู้แทนราษฎรเรามีหน้าที่กํากับดูแลรัฐบาลตามคณะกรรมาธิการ ต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลเองยังไปกํากับดูแลองค์กรอิสระไม่ได้ แล้วคณะกรรมาธิการของสภา ไปกํากับดูแลเขาได้อย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ออกไปแบบนี้ผมคิดว่ามันล่อแหลม ต่อการที่จะผิดหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงว่าวัตถุประสงค์ เปัาหมาย เช่น จะไปดูแลเรื่องของการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือในเรื่องอื่น ๆ นั้น ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ในส่วนถ้อยคําที่เพิ่มเติมไปหลังจากนั้น เช่น รัฐวิสาหกิจหรือ องค์การมหาชนนี่นะครับ ผมไม่ติดใจผมเห็นด้วย เพราะว่ารัฐวิสาหกิจหรือองค์การ มหาชนตรงนี้ค่อนข้างจะมีอิสระมากแล้วก็ไม่ได้รับการตรวจสอบ แล้วตรงกันข้าม ที่ผ่านมาได้ใช้จ่ายเงินงบประมาณไปในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายในหลายประการ ผมยกตัวอย่าง เช่น กรณีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย แต่ว่าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมันจะรวมไปถึงองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญนี่นะครับ ถ้าไปดูเรื่องเฉพาะส่วนของงบประมาณผมคิดว่ามันก็ไม่เท่าไร แต่ผมอยากจะเรียนว่ามันค่อนข้างล่อแหลม แต่เมื่อหันกลับมาดูถ้อยคําใน (๒/๑) ได้ใช้ถ้อยคําว่า คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน แล้วก็ได้กําหนดอํานาจหน้าที่ไว้อย่างนี้ว่า มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานของหน่วยงานขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ว่ากันไป ท่านประธานลองดูถ้อยคําว่า เกี่ยวกับการดําเนินงานของหน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ คําคํานี้มันกว้างครับ มันจะมากกว่าที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงเยอะเลยครับ มันจะรวม ไปถึงแม้กระทั่งการทําหน้าที่ด้วย เพราะว่ากระทํากิจการใด ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นผมจึง อยากเรียนว่าถ้อยคําที่ได้ใช้ได้เขียนไว้มันล่อแหลมและหมิ่นเหม่ต่อการที่จะใช้อํานาจ ไปในทางที่ผิดหรือว่ากระทําอะไรที่คิดว่าทําได้โดยไม่เจตนา แล้วท้ายที่สุดก็อาจจะทําให้ เปึนความผิดหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าอยากจะเสนอ ท่านกรรมาธิการลองไปพิจารณาทบทวนถ้อยคําหรือตัดในส่วนนี้ออกไปเช่นเดียวกับ เพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอไปเมื่อสักครู่เช่นเดียวกัน ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านกรรมาธิการขอให้สมาชิกอภิปรายให้จบประเด็นนี้เสียก่อนนะครับ แต่ขอเปึนประเด็นเรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญครับ คุณวิเชียร ขาวขํา ครับ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมคิดว่า ประเด็นมันอยู่ที่ความมีทิฐิของแต่ละฝ์ายมากกว่า ใครจะพูดอย่างไรก็ตามจะใช้เหตุผล อ้างอิงอะไรก็ตาม วันนี้ฝ์ายค้านก็ยืนตรงที่ ๓๒ คณะ แล้วเราก็คุยกัน กรรมาธิการลงมติ มา ๓๒ คณะ แล้วก็มีคนสงวนคําแปรญัตติไว้เพิ่มอีก ๓ คณะ ต่างคนต่างไม่พูดความจริง วันนี้ข้าง ๆ คู ๆ ทั้ง ๒ ฝ์ายแล้วมันจะไม่จบ ผมได้รับการเลือกตั้งมาตั้งแต่วันที่ ๒๓ ธันวาคม วันนี้ ๔ เดือนกับ ๗ วันยังไม่สามารถตั้งคณะกรรมาธิการได้ ที่ท่านประธานได้พูดต่อ ที่ประชุมสภาวันนี้เปึนคําพูดที่ฟังแล้วรื่นหู แล้วไม่เคยมีเหมือนท่านประธานพูดว่า หลังการเลือกตั้งมาแล้วตั้งคณะกรรมาธิการไม่ได้ ๔ เดือน กับ ๗ วัน แล้วไม่มีความขัดแย้ง เกิดขึ้นเลย ผมไม่ใช่เด็ก ผมเปึน ส.ส. ทั้งได้ทั้งตกวันนี้ ๕ สมัยก็ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้น ถ้าวันนี้เราจะดื้อดึง ทางฝ์ายโน้นก็จะเอาตามที่ตัวเองคิด ฝ์ายนี้ก็จะเอาตามที่ ตัวเองคิดมันก็ไม่จบ ท่านประธานเสนอแนะให้ไปดําเนินการพูดจาคุยกันแล้วให้ตกลง กันมาแล้วให้เปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ฝ์ายนั้นก็ถอยนิด ฝ์ายนี้ก็ถอยหน่อย ทําอย่างนี้ ได้ไหม ถ้าได้เราจะเดินไปสู่เรื่องอื่น ๆ ของประเทศยังรออยู่ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่า คนที่พูดความจริงในสภาวันนี้พูดครึ่งเดียว ความต้องการอะไรผมก็ทราบว่า ฝ์ายค้านอยากยืนตรงที่ตัวเองที่จับไปว่าประธานคณะไหน ๆ เราเองก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ถ้าปล่อยไปอย่างนี้ภายในเราเองมันก็ตอบสังคมไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นหาทางออก คุยกันใหม่เถอะแล้วตกลงกัน กรรมาธิการก็ลดราวาศอกลงบ้าง พวกเราก็ลดลงบ้าง ฝ์ายโน้นก็ลดลงบ้าง แล้วตกลงคุยกันแล้วให้มันจบเสีย เราจะป่ดสมัยประชุมวันที่ ๑๙ เดือนหน้าแล้ว พวกเรากรรมาธิการยังทํางานไม่ได้ ยังไม่มีคณะกรรมาธิการเลย เราจะมี หน้าตอบสังคมได้หรือ ผมกลับไปบ้านเขาถามว่าเปึนกรรมาธิการอะไร ยังตอบไม่ได้นี่ ๔ เดือนกับ ๗ วัน จะเอาอย่างไรกัน ผมก็อึดอัด ถ้าอย่างนั้นจะอยู่อย่างนี้ต่อไป ยกมือ เอาชนะกันไม่มีประโยชน์หรอกครับท่านประธาน เชื่อผมเถอะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับคุณวิเชียร ขาวขํา เปึนความคิดเห็นที่ดีครับ ในระหว่างที่เราฟังอภิปรายไป ขอความกรุณาวิปฝ์ายรัฐบาลกับวิปฝ์ายค้าน ขอความกรุณาจริง ๆ นะครับ ลองไปคุยกัน อีกสักครั้งหนึ่ง หาทางออกว่าทําอย่างไรความคิดเห็นต่าง ๆ จะได้ลดน้อยลง แล้วเรา ก็จะได้ผ่านข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ไปอย่างเปึนเอกฉันท์ แพทย์หญิงมาลินีครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะกรรมาธิการ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขออนุญาตกรรมาธิการก่อนนะครับ ขอให้สมาชิกอภิปรายให้จบก่อนได้ไหมครับ จะได้ ทีเดียวเลยครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ เกี่ยวข้องกับการที่จะอภิปรายต่อไปว่าจะอภิปรายต่อไปได้หรือไม่นะครับ

นางมาลินี สุขเวชชวรกิจ แบบสัดส่วน

ดิฉันสั้น ๆ นิดเดียวค่ะท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ถ้าอย่างนั้นขออภัยแพทย์หญิงมาลินีก่อนได้ไหมครับ พอดีท่านณัฐวุฒิบอกว่า จะเกี่ยวพันกับสิ่งที่เราจะอภิปรายในอนาคตครับ ขออภัยด้วยนะครับ เชิญกรรมาธิการ ณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ผมเข้าใจเจตนาดี ของทุกฝ์ายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ของท่านสมาชิก ฝ์ายค้านก็ดี และบรรดาเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติในฝ์ายรัฐบาลก็ดี อย่างไรก็ตาม การประชุมต่อไปก็คงต้องยึดข้อบังคับเปึนหลัก ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมได้ใช้สิทธิในฐานะกรรมาธิการได้ไปดูบันทึกรายงานการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา ขออนุญาตท่านประธานอ่านครับว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ

ท่านประธานได้ทําหน้าที่ ประธานแล้วท่านพูดในที่ประชุมนี้ก่อนป่ดการประชุมว่าอย่างไรท่านประธานครับ ผมเริ่ม ตรงนี้ก็แล้วกัน ท่านประธานได้กรุณาที่จะฟัง ท่านบอกว่า ดูเสมือนว่าข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้เรายังมีความแตกต่างทางความคิดในประเด็นสําคัญค่อนข้างมาก ผมก็ขอฝากเปึนข้อสังเกตครับ แล้วก็ต้องขอความกรุณาท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิปฝ์ายรัฐบาล วิปฝ์ายค้าน ท่านลองใช้ความพยายามอีกครั้งหนึ่ง ทําอย่างไรความแตกต่าง ทางความคิดเห็นที่เราคิดว่าเปึนเรื่องธรรมดามันถึงจะลดน้อยลงไปได้ และข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้จะผ่านสภาอีกครั้งหนึ่งด้วยคะแนนเปึนเอกฉันท์ ผมอยากเห็นตรงนี้ เราได้อภิปรายกันมาพอสมควร ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน เราได้อภิปรายกันมาพอสมควรถือว่าจบการอภิปรายในข้อ ๘๒ ขอเลื่อนการลงมติ ไว้ในวันหน้า ป่ดการประชุมครับ ท่านลองพิจารณาครับท่านประธานว่าความหมาย ที่ท่านพูดก่อนป่ดการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วมันหมายถึงว่าป่ดการอภิปราย ข้อ ๘๒ แล้วหรือยัง ในความหมายดังที่ผมได้อ่านให้ท่านประธานได้พิจารณาดูครับ ถ้าจบแล้วน่าจะถึงขั้นตอนการลงมติต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขออภัยที่ประชุมทุกท่าน จริง ๆ แล้วผมไม่ได้มีเจตนาที่จะป่ดการอภิปรายในวันนั้น แต่อาจจะด้วยการพูดแล้วไปพูดตรงคําว่า จบการอภิปราย คือหมายความว่า วันนี้จบ การอภิปรายแต่เพียงเท่านี้ คือเจตนารมณ์จริง ๆ เปึนอย่างนั้น เพราะว่าผมเองก็ยังจด อยู่ว่ามีผู้ที่จะอภิปรายอีกหลายท่าน ซึ่งผมเองก็จําได้ครับ ก็ต้องขออภัยที่ใช้คําพูดบางที อาจจะทําให้ผู้บันทึกการประชุมเข้าใจผิดว่าผมป่ดการอภิปราย แต่เจตนาในการพูด อย่างนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะป่ดการอภิปราย เชิญคุณณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ

ด้วยความเคารพท่านประธาน อย่างสูงครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ผมเข้าใจความหมายของท่านประธานในประโยคแรกครับ แต่ท่านประธานย้ําในประโยค ต่อมาว่าอย่างนี้ครับ ขอเลื่อนการลงมติไว้วันหน้า นั่นหมายความว่า ครั้งนี้จะเปึนการลงมติ ใช่หรือไม่อย่างไรครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้ใช่ครับ ก็คือหมายความว่าเลื่อนทั้งการอภิปรายแล้วก็ลงมติไปในการประชุมครั้งหน้า อันนี้คือเจตนารมณ์ที่แท้จริงครับ ก็ต้องขออภัยที่อาจจะใช้คําพูดที่พวกเราฟังแล้วอาจจะ ตีความได้ ๒ ทาง ผมขออนุญาตอย่างนี้เลยว่า ขอให้เราอภิปรายเฉพาะประเด็นในเรื่อง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ แล้วเดี๋ยวจะให้คณะกรรมาธิการได้ตอบเพื่อให้พวกเราหายข้องใจ แล้วหาทางออกที่ดีที่สุด ขอเชิญแพทย์หญิงมาลินีครับ

นางมาลินี สุขเวชชวรกิจ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้นั่งฟัง การอภิปรายในเรื่องข้อบังคับนี้มาโดยตลอด ดิฉันคิดว่าขณะนี้มีบางท่านคิดว่าเนื่องจาก มีเสียงข้างมากยกมืออย่างไรก็ชนะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องอภิปรายมากหรอก แต่ว่าโดยที่ ไม่แคร์ (Care) เสียงส่วนน้อยเลยนะคะ เสียงส่วนน้อยเองนั้นก็ดิ้นที่สุดที่จะไม่ให้ถูกชักจูงได้ ก็จะเสมือนหนึ่งมดสู้กับช้าง แต่มดจะหาวิธีกัดเข้าไปในรูหูช้างให้ช้างดิ้นจนตกน้ําตาย เพราะฉะนั้นการสู้รบปรบมือกันอย่างนี้ดิฉันไม่คิดว่าจะเปึนผลดีเลย อยากจะกราบเรียนว่า ขอให้ตั้งสติยึดความถูกต้อง เที่ยงธรรม ความที่น่าจะเปึน อย่ายึดฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งเลย เพราะว่าเราทํางานเพื่อส่วนรวม ดิฉันคิดว่าตั้งแต่ดิฉันเปึน ส.ว. มานั้นดิฉันอยู่กับท่านนิพนธ์ พวกเราก็จะมีว่าโอเค (OK) ถ้าเผื่อกรรมาธิการมีมติอย่างนี้ ผู้แปรญัตติในประเด็นนี้ อยากจะเพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล เราก็จะมาถามกันในที่ประชุมใหญ่ว่า จะเอาไหม แล้วเราก็โหวตกันไปเลย จะได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่ว่าไปเรื่อยเป๋ือยแล้วก็ มาถามว่าจะเอา ๓๒ คณะหรือ ๓๕ คณะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะเรียนว่า ขอให้สรุป ประเด็นในแต่ละครั้งแต่ละคราในแต่ละเรื่องไม่ใช่มารวบยอด เสร็จแล้วก็จะคิดว่า เราจะต้องมี ๓๕ คณะแล้วก็มาโหวตกันไปอะไรอย่างนี้โดยใช้เสียงข้างมากเปึนหลัก ดิฉันขอกราบเรียนเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ร้อยโท ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ด้วยความเคารพ ในท่านประธาน การอภิปรายในข้อนี้เมื่อเปึนเรื่องที่ท่านประธานเป่ดโอกาสให้เรา ได้พูดกันก็อาจจะไม่ได้เน้นในประเด็นที่ท่านประธานได้กําหนดกรอบเมื่อสักครู่ โดยทันที แต่กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่ท่านประธานได้ทําหน้าที่ เมื่อครั้งที่แล้ว ถ้าเมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้มาพูด เปึนความเข้าใจที่ตรงกับผม ผมไม่ได้ค้านการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธาน เพียงแต่ว่า สิ่งที่ท่านประธานได้แสดงออกวันนั้นทําให้พวกเราที่นี่จํานวนมากเข้าใจว่าการอภิปราย ได้ยุติลง เพราะเราได้ใช้เวลากันมายาวนานมากสําหรับข้อนี้ และตามธรรมเนียมเรานั้น เมื่อจะมีการลงมติ หลังจากมีการท้วงติงจากการทําหน้าที่ของ สนช. (สภานิติบัญญัติ แห่งชาติ) ในเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ เราก็มักจะบอกว่า เมื่อท่านประธานได้เป่ดให้ อภิปรายเต็มที่แล้วก็จะเลื่อนไปลงมติในวันถัดไปเพื่อจะให้มีเสียงครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ตรงนี้เปึนความเข้าใจที่ผมเองด้วยความเคารพ ผมก็ได้บอกกับเพื่อนสมาชิกว่า ท่านประธานได้ใช้วิธีการที่ชาญฉลาด แล้วก็ทําหน้าที่ได้ดีมาก แต่มาวันนี้ท่านประธาน บอกว่า ท่านยังเป่ดโอกาสให้อภิปรายได้ก็ไม่เปึนไรครับ ก็เปึนความใจกว้างของ ท่านประธานอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็ขอบคุณท่านอีกนั่นเอง เพราะฉะนั้นการอภิปรายของ กระผมในวันนี้ถามว่าในเรื่อง (๒/๑) จะเปึนอย่างไร ผมก็มีเหตุผลที่จะเชื่อและคล้อยตาม เพื่อนสมาชิกที่ท้วงติงอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้ไปเห็นว่ากรรมาธิการทําอะไรที่ผิดพลาดหรือว่า มีอะไรที่จะต้องวิตก ถ้ากรรมาธิการจะฟังเสียงท้วงติงและแก้ไขไปมันก็เปึนเรื่องที่ชอบ แต่สิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า มีท่านสมาชิกบางท่านออกมากล่าวถึง การทํางานของกรรมาธิการในทํานองว่าทําร้ายสภา ทําให้เกิดการเจ็บปวด ผมเอง ไม่เข้าใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้เปึนคนอยู่ข้างกรรมาธิการ แต่ผมรู้ว่าเรื่องนี้ เกิดขึ้นมาอย่างไร ถ้าท่านจะไปดูตามจดหมาย เรารับหลักการแห่งร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว แล้วเราก็มาตั้งคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ไปศึกษา ก็เอาร่างที่เขายกร่างนั้นแหละไป ตามข้อ ๘๒ ร่างนั้นก็ถูกแปรเปลี่ยน เปึนข้อ ๘๒ ในขณะนี้และจํานวนก็ยังอยู่ที่ ๓๒ คณะ ต้องกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการ ชุดนี้นําเสนอร่างสู่สภาตามข้อ ๘๒ ก็คือ ๓๒ คณะอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นท่านใด ที่ไปอภิปรายเกินเลยและไปโจมตีกรรมาธิการว่ามีการวางแผนจะเอาเท่านั้นเท่านี้ วันนี้ผมต้องถือว่าผมยังไม่เข้าใจนะครับ ต่อเมื่อท่านประธานเป่ดให้ลงมติเปึนข้อ ๆ ไป ตามลําดับว่ามีใครสงวนคําแปรญัตติ มีใครสงวนความเห็นแล้วรวมเปึนอย่างไร มติที่ประชุมของสภานี้เห็นเปึนอย่างไรจึงจะเปึนข้อยุติขั้นสุดท้าย เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องที่จะมาชี้มือใส่กรรมาธิการแล้วบอกว่ามีแผนวางกันมา อย่างนั้นอย่างนี้ ทําร้ายสภาเจ็บปวดอย่างนั้นอย่างนี้ ผมไม่อยากให้มีความรู้สึกอย่างนั้น เพราะฉะนั้นที่ผมยกมือกราบเรียนท่านประธานก็เพียงแต่จะบอกว่า จริง ๆ แล้ว ถ้าท่านประธานยืนยันว่าวันนั้นเจตนาของท่านหมายถึงป่ดการอภิปรายแล้วเราก็ลงมติ ไปแล้ว แต่เมื่อท่านประธานใจกว้างบอกว่าสิ่งที่ท่านพูดถึงไม่ได้หมายถึงการป่ด การอภิปรายก็ไม่เปึนไรครับ แต่ผมเชื่อและผมได้ยินยืนยันความเข้าใจของผมตรงกัน กับเพื่อนสมาชิกจํานวนมากว่าวันนั้นท่านได้ป่ดการอภิปรายไปแล้ว วันนี้จึงมาตั้งหน้า ที่จะลงมติอย่างเดียว แต่เมื่อเป่ดให้อภิปรายก็ต้องใช้สิทธิ ไม่เช่นนั้นผมเองก็ฟังดูแล้ว มันไม่เปึนธรรมในบางจุด ทีนี้ท่านประธานจะปล่อยให้เปึนไปอย่างนี้อีกนานเท่าไร เย็นวันนี้ยังไม่จบก็ต้องเลื่อนไปอีกวันพรุ่งนี้มันก็ไม่มีที่สิ้นสุดครับ วันนี้ผมว่าจะต้องหา วิธีป่ดอภิปรายให้ได้ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมจะเป่ดให้กรรมาธิการได้ตอบแล้วผมจะขอหารือป่ดการอภิปราย ทีนี้ล่ะจะเปึน การป่ดอภิปรายโดยประธานขอหารือ ขอกรรมาธิการครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ แล้วก็เปึน ท่านสุนัยต่อเลยนะครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคพลังประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นมา ท้วงติงหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่มีการเพิ่มขึ้นมาในข้อ (๒/๑) เกี่ยวกับคณะกรรมาธิการ กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ผมจะกราบเรียน ต่อที่ประชุมว่า ในชั้นของการมีคณะกรรมาธิการกี่คณะนั้นมีการพูดกันอยู่หลายครั้ง เพราะฉะนั้นผมจะขอกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าคณะกรรมาธิการคิดกันง่าย ๆ เมื่อมี การยกร่างขึ้นมาเอา ๓๒ คณะ เดินหน้ากันไปอย่างนั้นก็คงจะได้ หรือถ้าจะยืนยันตาม ข้อบังคับเดิมที่มีอยู่ ๓๑ คณะ เดินหน้าไปตามนั้นลอก ๆ กันมาก็คงเปึนไปได้ แต่เนื่องจาก มีคณะกรรมาธิการหลายท่านก็เสนอว่าน่าจะมีคณะกรรมาธิการขึ้นมาใหม่เพิ่มเติม จากเดิมที่เคยมีอยู่ ซึ่งจะสอดรับกับสถานการณ์ที่กําลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ๓ คณะจริง ๆ ที่มีการเสนอขึ้นมาก็คือคณะกรรมาธิการชุดนี้ละครับ ชุดแรกคือ คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน คณะที่ ๒ คือ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ซึ่งผมขอกราบเรียนในที่ประชุมว่า แนวความคิดเรื่องของความมั่นคงในปัจจุบันนี้มันเปลี่ยนไปจากแนวเดิมมาก เราไม่ได้เน้น ที่ความมั่นคงทางทหารเปึนหลัก แต่เราเน้นที่เรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และหลายท่านที่เคยไปประชุมองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศและหลายองค์กร ปัจจุบันนี้ก็จะพูดถึงเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม แม้กระทั่ง ที่เราเรียกว่า ความมั่นคงทางประชาธิปไตย อันนี้เปึนประเด็นที่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นมาก็มีเหตุผลที่น่าจะสนับสนุน อีกชุดหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ คณะกรรมาธิการ การปัองกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ซึ่งเปึนภัยที่พวกเรา จะพบเห็นเปึนประจําอยู่ทุกวัน เพิ่มขึ้นมาอย่างนี้จึงจะสอดรับกับภาระหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการนะครับ ในประเด็นที่มีข้อท้วงติงว่า คณะกรรมาธิการกิจการองค์กร ตามรัฐธรรมนูญจะมีปัญหาหมิ่นเหม่ต่อการขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการ ก็ตระหนักดีครับ หลายคนได้เป่ดดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ อ่านกันหลายรอบแล้ว ในชั้นแรกก็มีการจะใช้คําว่า คณะกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เป่ดดูแล้ว มันก็ไม่ได้ เพราะในรัฐธรรมนูญในหมวดนี้เขาใช้คําว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งแยกเปึน ๒ ส่วนก็คือ ส่วนที่ว่าด้วยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีอยู่ ๔ องค์กร และองค์กรอื่น ตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีอยู่ ๓ องค์กร คณะกรรมาธิการก็พยายามจะดูว่าบทบาทของ สภาผู้แทนราษฎรจะทําหน้าที่ในเรื่องที่จะดูแลองค์กรเหล่านี้ได้อย่างไร ผมได้มีโอกาส คุยกันนอกรอบนะครับ ขออภัย แม้กระทั่งท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ซึ่งท่านก็ได้คุย กับผมเหมือนกันด้วยความเปึนห่วงว่าตอนที่ท่านอยู่วุฒิสภา เนื่องจากวุฒิสภามีหน้าที่ แต่งตั้งสรรหาองค์กรเหล่านี้จึงมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา แต่ว่าในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ทําหน้าที่นี้ เพราะฉะนั้นการที่มีองค์กรนี้ขึ้นมามันอาจจะ เปึนปัญหาในเรื่องที่จะไปขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญได้ แต่ผมก็ได้เรียนต่อท่านไปแล้วว่า เราก็ได้ดูเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ ได้ถามคนที่ยกร่างขึ้นมานี้ว่าถ้าคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะดูแลเรื่องเหล่านี้ได้จะทําได้เพียงใด ถ้าอย่างนั้นถ้าท่านไปดู วรรคสองของมาตรา ๑๓๕ เขาก็เขียนข้อห้ามไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่ง คือที่เราตั้งขึ้นมา มีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใด มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาอยู่นั้นได้ และให้คําสั่งเรียกดังกล่าวมีผลบังคับตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่คําสั่งเรียกเช่นว่านั้นมิให้ใช้บังคับ มี ๒ กลุ่มที่เขาห้ามไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน กลุ่มที่ ๑ ก็คือผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่ในกระบวนวิธีพิจารณา พิพากษาอรรถคดีหรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล นี่เขาห้ามไว้ชัดเจนครับ ก็แปลว่าจะเรียนเชิญ จะเรียกผู้พิพากษามาถามว่าทําไมจึงตัดสินคดีอย่างนี้ไม่ได้ จะถามเรื่องการแต่งตั้ง โยกย้ายผู้พิพากษาไม่ได้ แต่เรื่องอื่นเขาไม่ได้ห้ามครับ กลุ่มที่ ๒ และมิให้ใช้บังคับกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็คือองค์กรอิสระ หรือกรรมการในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่โดยตรงในแต่ละองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี นี่ก็คือข้อห้ามที่เขียนไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ว่าเวลาเราพูดถึงเราพูดทั้งองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ก็เปึนภาพรวม ๆ ไป แต่เมื่อ คณะกรรมาธิการไปปฏิบัติหน้าที่ท่านก็เห็นรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น พอมาถึงวรรคนี้ท่านต้องพึงระมัดระวังว่าถ้าเปึนผู้พิพากษาเรียกเข้ามาถามเรื่องคดีไม่ได้ เรียกมาถามเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ได้ ถ้าเปึนองค์กรอิสระคือผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือกรรมการในองค์กรอิสระอื่น เรียกมาถามในสิ่งที่ท่านปฏิบัติหน้าที่โดยตรงของท่านไม่ได้ ภาพมันก็ชัดเจนก็พึงระมัดระวังในเรื่องนี้ ผมได้เคยกราบเรียนต่อที่ประชุมแล้วว่า ในคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ องค์กรล้วนแต่ต้องทํารายงาน ประจําป้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้วสภาก็เคยอภิปรายซักถาม เพราะฉะนั้นระหว่าง ที่ยังไม่มีรายงานขึ้นมา สภาใช้อํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๓๕ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ขึ้นมาเพื่อจะพิจารณาเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับข้อห้ามของรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การดําเนินการขององค์กรอิสระนี้ผมคิดว่าก็น่าจะทําได้ เช่น ถ้าจะถามว่าที่เราเขียนไว้ ในการบริหารจัดการองค์กร ถ้าจะเรียกเลขาธิการ กกต. หรือองค์กรอื่น ๆ มาถาม เรื่องปัญหาในการบริหารองค์กรในหน่วยงานของท่านมีปัญหาอะไรไหม จะให้สภา ช่วยอะไรประเด็นไหนบ้างไหม อย่างนี้น่าจะเรียกมาปรึกษาหารือกันได้ แต่ไม่ได้ไปสอบสวน เรื่องที่เปึนเรื่องการทํางานของกรรมการในองค์กรเหล่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราพิจารณา กันอย่างรอบคอบแล้วก็คิดว่ามันมีข้อห้ามชัดเจนไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการก็ต้องพึงระวังไม่ให้เกิดปัญหาที่มันเกิดขึ้นตามที่ รัฐธรรมนูญได้ระบุข้อห้ามไว้อย่างชัดเจนแล้วครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัย จุลพงศธร ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากนครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน ในนามของ กรรมาธิการ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมพยายามนั่งกําหนดลมหายใจเข้า ออก เพื่อจะส่งโทรจิตถึงเพื่อนสมาชิกว่าจะมีใครเสนอป่ดอภิปรายแต่ไม่สําเร็จ แสดงว่าสภา ก็ยังมีความเห็น เมื่อเปึนอย่างนั้นก็พยายามที่จะทําหน้าที่ที่ดีที่สุดที่จะชี้แจงเพื่อให้ เพื่อนสมาชิกได้คลายข้อข้องใจและความรู้สึกที่เข้าใจผิดต่อกันนั้นเกิดความเข้าใจถูก เสียเถอะ ท่านประธานครับ ความแตกต่างทางความคิดนั้นเปึนความงดงามในระบอบประชาธิปไตย ความห่วงใยของท่านประธานที่ว่าข้อคิดเห็นแตกต่างกันนั้น ผมคิดว่าในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นเปึนความงดงามและจบลงด้วยมีมติ ไม่ใช่เรื่องฝ์ายมากหรือฝ์ายน้อย เพื่อความเข้าใจแล้วก็เพื่อให้ท่านสมาชิกจากจังหวัดเดียวกับกระผม แพทย์หญิงมาลินี ไม่ได้เกิดความรู้สึกว่าจะต้องเปึนมดไปกัดหูช้าง ไม่มีช้าง ไม่มีมดเลย ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้ท่านสมาชิกอาวุโสท่านชํานิเกิดความรู้สึกว่าถูกทําร้าย ผมจะได้ชี้แจงความจริง ในคณะกรรมาธิการข้อ ๘๒ ในเรื่องของกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ จริง ๆ โดยระบบเราก็อยากจะพิจารณาร่วมกันทั้งหมดแต่ความเปึนจริงก็ยาก พวกเราก็ได้รับ ฉันทานุมัติจากสภาไปนั่งประชุมกัน ถ้าท่านได้เห็นบรรยากาศจริง ๆ แล้วท่านจะรู้สึกว่า เราไม่ได้แบ่งฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลเลย ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการกิจการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ นั้น ผมขออนุญาตเอ่ยนามผู้ที่นําเสนอความคิด ซึ่งจะเปึน ประวัติศาสตร์ครับ ท่านผู้นี้คือ ท่านเชน เทือกสุบรรณ ครับ ผมขออนุญาตท่านแล้วนะครับ บอกขอเอ่ยชื่อท่านเถอะในทางบวก หลายคนได้เห็นตรงกัน มีการอภิปรายกันค่อนข้าง จะกว้างขวางและระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการที่จะไปกระทบกระเทือนต่อองค์กรอิสระ โดยหลักการเราได้มีความเห็นร่วมกันว่าเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข หรือถ้าเรียกตามทางวิชาการก็เรียกว่า พาร์เลียเมนทารี ซิสเต็ม (Parliamentary system) คือระบบรัฐสภา การมีระบบรัฐสภานี้ท่านได้รับฉันทานุมัติ จากประชาชนในการมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งสําคัญที่สุดของสภาอีกไม่นาน ท่านกําลังจะแสดงบทบาทนั้นก็คือรักษาผลประโยชน์ของประชาชน คือรักษาเม็ดเงิน ที่เปึนภาษีของประชาชนเข้ามา ดังนั้นในหลักการเรื่องนี้เราจึงตีกรอบกันชัดเจนเพื่อเสริม ท่านอาจารย์พีรพันธุ์สักนิดหนึ่งว่า พูดถึงการดูแลเม็ดเงินที่เปึนภาษีของประชาชน เขาเสียภาษีเข้ามาแล้วเราจะดูแลให้ถี่ถ้วนได้อย่างไร และความเปึนจริงก็ปรากฏว่า โลกได้เคลื่อนไหวตลอดเวลา สังคมพัฒนาไปตลอดเวลา องค์กรอิสระก็ดี องค์กร ตามรัฐธรรมนูญก็ดีเกิดขึ้นมากมายครับ และยังไม่มีข้อยุติว่าจะจบเท่านี้ด้วยระบบ การบริหารจัดการที่จะต้องดําเนินการให้มีประสิทธิภาพ ปรากฏว่าเม็ดเงินในรัฐวิสาหกิจ และองค์กรต่าง ๆ นั้นมโหฬารครับ ถ้าเราจะตีกรอบเพียงว่าห้ามยุ่งไม่ว่ากรณีใด ๆ อ้าว แล้วระบบพาร์เลียเมนทารี ซิสเต็มนี้อํานาจรวมศูนย์อยู่ที่สภาในการดูแลผลประโยชน์ ของประชาชนนี้ก็ผิดหลักการสิครับ แต่ก็ยังมีหลายท่านห่วงใยว่าถ้าใช้ชื่อว่า องค์กรอิสระ อาจจะมีปัญหาก็เปลี่ยนอีกเปึน องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการพิจารณาเรื่องนี้ จริง ๆ นั้นได้พิจารณาตามการจุดประกายทางความคิดของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติคือ ท่านเชน และเมื่อการลงมติแล้วทุกคนก็เห็นชอบ ท่านครับ วันนี้ไม่มีการแก่งแย่งอะไรกัน ในคณะกรรมาธิการเลยครับ แต่เราเห็นร่วมกันว่าเมื่อโลกมันเปลี่ยนแปลงไปการเมือง ของไทยก็ขลุกขลัก มีรัฐธรรมนูญที่จํากัดสิทธิของสภาผู้แทนราษฎร และโลกมีความเดือดร้อนมากขึ้น ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้นในหลาย ๆ กระบวน โดยเฉพาะเรื่องภัยธรรมชาติ ท่านกรรมาธิการก็ได้ระดมข้อคิดข้อเห็นกันในการที่จะสร้างคณะกรรมาธิการใหม่ ๆ ไม่มีเหตุผลอะไรหรอกครับที่เราจะต้องยืนอยู่อย่างสิ่งเดิมตลอดเวลาทั้ง ๆ ที่โลกมันหมุน อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นน่าจะต้องชื่นชมกับสิ่งที่กรรมาธิการทั้งหมดได้พยายามช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างกลไกของกรรมาธิการเพื่อให้สอดคล้องกับความเปึนจริงของสังคมไทย ความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อให้ตอบสนองชัดเจน เราจึงได้พูดถึงคณะกรรมาธิการ ใหม่ ๆ ขึ้นมา แต่ก็มีปัญหาว่าเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งอยากจะเห็นจํานวนคณะกรรมาธิการ แค่ ๓๒ คณะ ด้วยความคิดของท่านก็อยากจะประหยัดเม็ดเงิน ท่านประธานครับ ไม่มีใครไปตกลงกันตรงนั้นว่าจะแบ่งอะไรกัน ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า สภาแห่งนี้โดยหลักการพื้นฐาน ส.ส. สมัยเดียว ส.ส. ๑๐ สมัย ยกมือได้เท่ากันครับ วัฒนธรรมที่เคารพท่าน ส.ส. อาวุโสนั้นเปึนวัฒนธรรมแต่ก็ต้องเคารพท่าน ส.ส. สมัยเดียว ด้วยเหมือนกัน อาจจะบอกว่าต้องเคารพเสียงข้างมากและต้องเคารพเสียงข้างน้อยด้วย ก็เช่นเดียวกันต้องเคารพ ส.ส. ไม่ว่าด้วยกี่สมัย กรรมาธิการจึงทําหน้าที่ที่จะเก็บความคิด ของเพื่อนในสภาไปใส่ในชุดกรรมาธิการ แต่ปรากฏว่าสุดท้ายเราก็ผ่อนสั้นผ่อนยาวกัน เนื่องจากว่าฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะมีแค่ ๓๒ คณะ ผมเปึนคนหนึ่งที่บอกว่า ท่านครับ ก็เพื่อนสมาชิกเขาฝากมาตั้งเยอะแยะ ผมเปึนตัวแทนของเขาผมต้องจับใส่ให้เกิน ๓๒ คณะสิครับ ดังนั้นวันนั้นเกือบจะเปึนครั้งเดียวเท่านั้นในคณะกรรมาธิการที่เสนอญัตติ ให้โหวตกันเลย ปกติไม่มีเลยครับ ผ่อนสั้นผ่อนยาวต้องกราบเรียนชมเชยท่านประธาน ประนีประนอมอย่าเพิ่งโหวต ๆ เอาอย่างนี้นะ ก็โอภาปราศรัยกันดีมากแต่สุดท้ายจํานวน ๓๒ คณะดี หรือ ๓๕ คณะดีนี่ก็มีการโต้เถียงกัน ขอประทานโทษ ทางท่านนิพิฏฐ์ก็เลย เสนอขอเปึน ๓๒ คณะ เสนอเปึนญัตติเลยครับ ผมก็เสนอขอเปึน ๓๕ คณะ แล้วก็ผ่อนสั้น ผ่อนยาวกันอีกบอกว่าตกลง ๓๒ คณะนี้ขอรวมเอาความคิดใหม่ ๆ เข้าไปด้วยได้ไหม ๓๕ คณะก็ขอเอาความคิดใหม่ ๆ รวมเข้าไปด้วยได้ไหม ท่านนิพิฏฐ์เห็นชอบครับ และเพื่อน ทุกคนก็เห็นตามท่านครับ จึงโหวตกันในการประชุมครั้งที่ ๕ วันพุธที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑ การบันทึกชวเลขอยู่ในนี้ป๊กใหญ่ ปรากฏว่าผมแพ้ครับ เปึน ๓๒ คณะ เราพูดกันอย่าง ภาษาชาวบ้านว่าตกลงเปึน ๓๒ คณะยํานะ ยําหมายความว่า เอาความคิดของเพื่อน ในสภาทั้งหมดใส่เข้าไปด้วย ทุกคนก็เห็นด้วย เพราะโหวตผมแพ้ก็เปึน ๓๒ คณะยํา แต่ผมได้เสนอความคิดไว้ว่าผมขอสงวนว่าขอเปึน ๓๕ คณะนะ และมีคณะอื่น ๆ ด้วย แล้วหลังจากนั้นพอจบก็มีการนําเสนอเข้ามา ดังนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะนํา รายละเอียดเพื่อไม่ให้เราเกิดความรู้สึกว่าดอกไม้หลากสีนั้นมันไปชนกันจนดอกไม้หัก เราอยู่ในแจกันเดียวกันครับ แจกันรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าการอภิปราย หรือการชี้แจงเพื่อทําความเข้าใจนี้จะได้ช่วยให้เราเกิดความรู้สึกเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน แล้วก็หวังอย่างยิ่งว่าเมื่อจบคําชี้แจงของผมแล้ว โทรจิตของผมที่ส่งไปข้างล่างนั้นน่าจะมีคนเสนอป่ดอภิปรายครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเชน เทือกสุบรรณ พาดพิงนะครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบคุณ ท่านสุนัยที่กรุณาได้เล่าให้พวกเราฟังในบรรยากาศของการประชุมในคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ มีประเด็นที่ผมจําเปึนต้องเพิ่มเติมไม่อย่างนั้นเกรงว่าอาจจะเปึน ความเสียหายเกิดขึ้นได้ ท่านประธานครับ ผมใคร่เรียนท่านประธานว่า ตามที่ท่านสุนัยได้พูดว่าคณะกรรมาธิการ กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน เปึนข้อเสนอ ของผมนั้น ที่จริงผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ถูกบางส่วนแต่ว่าไม่ถูกทั้งหมดนะครับ ท่านประธานครับ ในการทําหน้าที่กรรมาธิการโดยกระผมเห็นว่าผมได้ร่วมทํางานกับ เพื่อนกรรมาธิการตั้งแต่ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมา และในที่สุด กรรมาธิการคณะเดียวกันนี่ครับได้เสนอยกร่างข้อบังคับสู่สภามี ๓๒ คณะ ซึ่งเพิ่มจากเดิม ที่เคยมีอยู่เมื่อป้ก่อนมาอีก ๑ คณะ จาก ๓๑ คณะมาเปึน ๓๒ คณะ เมื่อเข้ามาสู่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรแล้ว สภากําหนดให้ตั้งคณะกรรมาธิการ ส่วนใหญ่เพื่อนกรรมาธิการ ที่พิจารณาก็เปึนกรรมาธิการเกือบชุดเดิม ที่มีเพิ่มก็คุณสุนัยกับเพื่อนกรรมาธิการ ๒-๓ ท่าน ก็มีความคิดเห็นคล้าย ๆ กัน แต่โดยหลักการผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมยืนยันที่จะมี ๓๒ คณะ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเองก็โหวตให้เปึน ๓๒ คณะ แต่โดยเหตุผลว่าหลาย ๆ ท่านได้เสนอคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ขึ้นมา แล้วก็ตกลง กันว่าจะเอาภารกิจที่คณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ ที่เขาเสนอเข้าไปรวมกับภารกิจที่มี อยู่เดิม หรือที่ท่านสุนัยใช้คําว่า ยํา ๓๒ คณะ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่จริงนั้นมีบางท่าน ขอประทานอภัยที่เอ่ยนามเพื่อนกรรมาธิการเสนอ เช่น ญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล อย่างนี้เปึนต้น หรือว่าหลาย ๆ อย่าง ผมเลยเสนอในคณะกรรมาธิการว่าที่จริงนั้นยังมีภารกิจอีกหลาย ๆ อย่างที่น่าจะเปึน เรื่องของความจําเปึนมากกว่าภารกิจของชาวไทยโพ้นทะเล ซึ่งอาจจะสามารถเอาไปใส่ใน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศช่วยดูแลอะไรอย่างนี้ ผมเลยเสนอว่าคณะกรรมาธิการ ติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎรให้ไปรวมกับคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร แล้วผมก็เสนอว่ามีภารกิจของกองทุนซึ่งมีจํานวนมาก มีงบประมาณ หลายแสนล้านบาท มีงบประมาณจํานวนมาก ซึ่งปกติแล้วในคณะกรรมาธิการ งบประมาณก็ไม่ได้ดูแลอย่างทั่วถึง และคณะกรรมาธิการของสภาต่าง ๆ เราก็ไม่ได้เข้าไป ดูแลมาก แต่ว่าจะเปึนกองทุนรัฐวิสาหกิจหรือมีองค์กรมหาชนต่าง ๆ มีความจําเปึน ซึ่งถ้าจะเอากันผมว่าคณะอย่างนี้เปึนคณะที่น่าสนใจ เปึนคณะที่มีภารกิจมาก แต่ต้องกราบเรียนครับว่า องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญไม่ได้เปึนความคิดของผม ผมเสนอ ในเรื่องขององค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ และกองทุน แต่ว่าในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ได้พูดจาแล้วก็หยิบยกขึ้นมาโดยรวมเปึนเรื่องเดียวกัน ซึ่งเมื่อมีการเสนอเพิ่มเติมขึ้นมา หลายคณะ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในที่สุดผมก็เห็นว่ามันจะมากไปกว่า ความต้องการเดิมของผม ๓๒ คณะ ผมก็เลยสงวนคําแปรญัตติตามเพื่อนกรรมาธิการ ในพรรคของผมอยู่ที่ ๓๒ คณะ ตามข้อเสนอของร่างข้อบังคับร่างเดิม เพราะฉะนั้น ผมใคร่เรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบว่า ที่จริงแล้วเปึนความกังวล ของพวกเราทุกคน เราอยากเห็นข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่าน การพิจารณาของสภาด้วยความสมานฉันท์แล้วก็เห็นด้วย ผมเห็นด้วยกับท่านประธาน จริง ๆ ครับ วันนี้ก็พยายามถามกันทุกฝ์ายว่าวิปฝ์ายรัฐบาลกับวิปฝ์ายค้านหรือพวกเรา ได้คุยกันบ้างหรือยังจะโหวตอย่างไร เพราะสิ่งที่เห็น ท่านประธานครับ วันนี้มันมีทาง โหวตได้ตามระเบียบข้อบังคับก็คือว่า ที่ประชุมนี้จะเอาตามกรรมาธิการหรือจะเอาตามที่ สมาชิกแปรญัตติหรือสงวนคําแปรญัตติไว้ เมื่อเปึนอย่างนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายคน ที่ได้พูดคุยกันในคณะกรรมาธิการก็ดี เพื่อนในสภาก็ดี ผมว่ายังไม่มีทางอื่นที่จะเปึนไปได้ เพราะต้องไปตามคําสงวนการแปรญัตติ แล้วถ้าจะเอาคําสงวนการแปรญัตติทั้งหลายนั้นเข้ามาพิจารณากันอีก มันก็ต้องเปึน เรื่องของคณะกรรมาธิการจะต้องขอรับออกไปพิจารณาใหม่ ซึ่งไม่มีผลทําให้มันเสร็จสิ้นได้ ในวันนี้ เปึนข้อกังวลที่ท่านประธานได้ให้ข้อคิดเห็นเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว พวกเราทุกคน เคารพแล้วก็คิดว่าเปึนเรื่องที่ดี เปึนเจตนาที่ดี ผมอยากเห็นการประชุมสภานี้ ข้อบังคับ ที่มีผลบังคับใช้จากนี้เปึนการทํางานร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดโดยไม่มี การแบ่งแยกกัน ตรงกันกับที่ท่านประธานและเพื่อนกรรมาธิการหลายท่านมีความคิดเห็น ตรงกัน ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายในข้อ ๘๒ ซักถาม

นายสงวน พงษ์มณี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขอสักนาที ผมเปึนกรรมาธิการด้วย ผมจะเล่าเรื่องให้ฟังสักนิด ๒ นาที ผมเปึนกรรมาธิการด้วย ผม สงวน พงษ์มณี ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสงวนนะครับ

นายสงวน พงษ์มณี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ที่ผมต้องขอความกรุณา ท่านประธาน เนื่องจากว่าผมเองเปึนคนไม่เห็นด้วยแต่ต้นในเรื่องนี้ แต่ถูกท่านประธาน บอกว่าให้ไปดูมาหน่อย ท่านประธานครับ ที่ผมจําเปึนต้องพูดมี ๒ จุด จุดที่ ๑ ที่บอกว่า ท่านผู้รู้ทางกฎหมาย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขออภัยคุณสงวนนะครับ ท่านประธานที่ประชุมหรือท่านประธานคณะกรรมาธิการ ผมเข้าใจว่าเปึนผมนะครับ

นายสงวน พงษ์มณี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เมื่อกี้บอกว่าเราตั้งไม่ได้ วุฒิสภาตั้งได้ ผิดนะครับท่าน มาตรา ๑๓๕ ถ้าเขาห้ามเราก็ห้ามวุฒิสภาด้วย ใช้คําว่า และ ประโยคแรกเลย วรรคแรกเลยบอกว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ถ้าว่าเขาไม่ได้ เราก็ไม่ได้ นี่คือจุดที่ ๑ จุดที่ ๒ รายละเอียดต่าง ๆ ในนั้นบอกเลยว่าเรียกใครได้ เรียกใครไม่ได้ ผมไปดูในประวัติศาสตร์การร่างรัฐธรรมนูญ เปึนว่ามาตรา ๑๓๕ เขียนขึ้นมาเพื่อแก้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองรุ่นเก่ารุ่นผมเปึนกรรมาธิการอยู่ เราเชิญคณะกรรมาธิการ มาเกือบทุกคณะ ใช้เวทีกรรมาธิการไม่ใช่ตรวจสอบ แต่เปึนเวทีเรียนรู้ร่วมกันหลายเรื่อง ประสบความสําเร็จทุกองค์กรมาหมด แต่ผมเองเพิ่งทราบว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เหล่านั้นไม่สบายใจที่จะมาพบพวกเราก็เลยเขียนมาตรา ๑๓๕ ผมตามต่อไปว่าทําอะไรต่อ ผมอยากให้ทุกท่านที่อยู่ในสภานี้ดูฉบับยกร่างที่ท่าน นาวาตรี ประสงค์ สุ่นศิริ เปึนประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเข้าสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘๙ ตอนนั้นนะครับ มาตรา ๒๘๙ เขียนรองรับมาตรา ๑๓๕ ไว้ว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่ดํารงอยู่ขณะนี้ ให้อยู่ครึ่งวาระ แต่พอมาชั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีอาจารย์นรนิติเปึนประธานกลับไปแก้ ให้เต็มวาระ จึงทําให้ในมาตรา ๒๙๙ ท่านไปดูนะครับ มาตรา ๒๙๙ ท่านผู้รู้ทางกฎหมาย ทั้งหลายต้องไปดู เขียนแบบรับสารภาพไว้เลย องค์กรบางองค์กรให้อยู่เริ่มต้นตั้งแต่มี โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่หลายองค์กรเหลือเกินให้อยู่จนครบวาระตามที่ทหารแต่งตั้ง สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลต่อสภาของเรา ผมจึงอยากจะให้เรื่องนี้ มันเกิดความขัดแย้งอย่างนี้ดีแล้วถูกต้องแล้ว หลายท่านที่ไม่เห็นด้วยกรุณาส่ง ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพื่อจะได้รู้ว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญอิสระอย่างไร ประเทศชาติ จะได้รับรู้ จะได้เข้าใจกระบวนการคิดของเทคโนแครท (Technocrat) หรือว่านักคิดทางกฎหมาย ของประเทศไทย ลูกหลานจะได้ศึกษาต่อ อิสระอย่างไร อิสระจากการตรวจสอบของ ประชาชนหรือ นี่ผมอยากเรียนถาม ผมพูดเรื่องนี้เพื่ออยากจะให้ทุกคนดูแบบทําความเข้าใจ ทั้งระบบว่ามันเกิดอะไรขึ้น เปึนไปได้อย่างไรเขียนบทเฉพาะกาลยกเลิกกฎหมายแม่บท อย่างนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับสังคม ท่านคิดดูก็แล้วกัน สมมุติมีบางองค์กรต้องออกไปบ้าง แล้วมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ มีกระบวนการเสนอคําแนะนําไปทางพระมหากษัตริย์ ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง บางองค์กรทั้งหมดไม่ผ่านการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง กระบวนการ ต่อเนื่องจากนั้นจะเปึนอย่างไร อํานาจอธิปไตยของประเทศเราอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ไม่ใช่คําพูด แต่เปึนกระบวนการใช้อํานาจอธิปไตยของแผ่นดิน สภาแห่งนี้เลือกท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก่อนถึงจะมา ใช้อํานาจได้ นายกรัฐมนตรีก็เช่นกัน องค์กรตามรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน วันนี้หลายองค์กร ไม่ผ่านการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เพราะฉะนั้นที่ผมพูดเรื่องนี้ให้เข้าใจกระบวนการ ตอนแรก ผมไม่เห็นด้วย ผมกลับเห็นด้วยตอนนี้ว่าต้องมี มีเพื่ออะไรครับ เพื่อทําการให้มันดําเนินต่อไป แล้วก็ให้เสนอไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อจะดูว่าทําไมศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณาว่า ทั้ง ๒ สภานี่มีความแตกต่างกันอย่างไร เรามาจากประชาชนเหมือนกัน มีความแตกต่าง กันอย่างไร ทําไมองค์กรหนึ่งตรวจสอบได้ องค์กรหนึ่งตรวจสอบไม่ได้ ที่ผมพูดอยู่ตรงนี้ เพื่อให้พวกเราทุกคน ท่านไปดูเล่มที่ยกร่างมาเราเห็นแล้วสบายใจมากเลยว่าเขียนอย่างไร เพื่ออย่างไร แล้ววันนั้นอภิปรายกันว่าอย่างไร วันนี้ออกสื่อว่าอย่างไร ท่านจะเห็นชัดเจน ว่าเรากําลังศึกษาร่วมกันและอยากจะให้ทุกอย่างที่ผมพูดวันนี้เปึนการเริ่มต้นศึกษา รัฐธรรมนูญอย่างเปึนระบบ แล้วข้อบังคับการประชุมของเราตั้งแต่นี้ไปต้องยอมรับ ความจริงว่าอนาธิปไตยทางความคิดจะเกิดขึ้นมากมายไม่มีการลงรอย ไม่มีการยอมรับ ข้อบังคับนี้จะเปึนข้อบังคับที่ทําให้ทุกคนต้องปฏิบัติตาม แต่ว่าต้องยอมรับการเคลื่อนไหว ที่เรียกว่า อนาธิปไตย เกิดขึ้นอย่างแน่นอนในแผ่นดินนี้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายซักถาม

(นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมเห็น ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติขอ ผมขอนาทีเดียวได้ไหมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องอะไรครับ พาดพิงหรือครับ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แบบสัดส่วน

ไม่พาดพิงครับ พอผม ค้นเอกสารมานี่ ถ้าท่านประธานจะกรุณาผมจะเปึนประโยชน์มากนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอเชิญอาจารย์สมเกียรติเปึนท่านสุดท้ายนะครับ เดี๋ยวผมจะขอป่ดอภิปรายครับ ไม่อย่างนั้นข้อบังคับเราไม่เสร็จแน่ครับ

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แบบสัดส่วน

ผมขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมจะพูด สั้น ๆ ตามเอกสารวิชาการของศาสตราจารย์นันทวัฒน์ บรมานันท์ ระบุว่าศาลปกครอง เปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็บทความของอาจารย์สาโรจน์ สันตะพันธุ์ ได้แบ่งองค์กร ตามรัฐธรรมนูญเปึน ๓ กลุ่ม

กลุ่มที่ ๑ องค์กรตามรัฐธรรมนูญประเภทศาล ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม และศาลทหาร

กลุ่มที่ ๒ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีอํานาจในตัวเอง ซึ่งกระทบ ต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการ ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

องค์กรตามรัฐธรรมนูญกลุ่มที่ ๓ เปึนองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่ไม่มีอํานาจในตัวเอง ได้แก่ ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

ทีนี้เมื่อได้ตรึกตรองดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๔ ขออนุญาตจะจบแล้วครับ ก็อยากจะให้ตรึกตรองให้ดีนะครับ มาตรา ๒๑๔ ในกรณีที่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับอํานาจ หน้าที่ระหว่างรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มิใช่ศาล แสดงว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญมี ๒ พวก พวกหนึ่งถ้าขัดแย้งกันนี่มีหน่วยงานชี้ขาด เพราะฉะนั้น ศาลน่าจะเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญด้วย ผมจึงคิดว่าในทางหลักวิชาการใช้คําว่า องค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาจจะเปึนปัญหาข้อกฎหมายในทางวิชาการทั้งนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ เพราะเราดูเฉพาะหมวดในรัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่พอครับ ในวงวิชาการ เราถือว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญมี ๓ กลุ่มครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนฝากท่านประธาน และท่านคณะกรรมาธิการด้วยว่า การใช้องค์กรตามรัฐธรรมนูญหมิ่นเหม่ในทางวิชาการว่า สภาแห่งนี้กําลังตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อไปตรวจสอบศาลด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาซักถามข้อข้องใจแล้วก็เสนอความคิดเห็น ความห่วงใย ครบทุกประเด็นแล้วในข้อ ๘๒ ในขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการก็ได้ตอบคําถามของ เพื่อนสมาชิกครบทุกประเด็นเช่นเดียวกัน ผมเห็นควรป่ดการอภิปราย ไม่มีท่านใดเห็น เปึนอย่างอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ป่ดอภิปรายครับ เดี๋ยวจะมีการลงมติเรียงตามลําดับ ขอเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียม ลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในข้อ ๘๒ นั้น มีคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็นและมีสมาชิกแปรญัตติ จํานวนมาก คิดแล้วเปึนจํานวนถึง ๘ ประเด็น ผมจะถามที่ประชุมแห่งนี้เพื่อลงมติ ทีละประเด็น ทั้งหมด ๘ ประเด็น ๘ ครั้ง

เริ่มจากประเด็นแรก ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ แก้ไขหรือจะคงไว้ตามร่างเดิม ร่างเดิมนี้คือผู้สงวนคําแปรญัตติ คุณเจือ ราชสีห์ ได้เสนอ สงวนคําแปรญัตติไว้ว่าขอให้คงร่างเดิม ก็คือคงร่างในป้ ๒๕๔๐ ประเด็นจะมีอยู่ว่า จะเอาตามคณะกรรมาธิการแก้ไขหรือจะให้คงไว้ตามร่างเดิมตามที่คุณเจือ ราชสีห์ สงวนคําแปรญัตติ ฟังให้ดีนะครับ ซ้ําอีกครั้ง เนื่องจากมีผู้แปรญัตติคือ คุณเจือ ราชสีห์ ได้สงวนคําแปรญัตติว่าขอให้คงร่างเดิม คือคงร่างในป้ ๒๕๔๐ คือร่างเดิม กับร่างที่ คณะกรรมาธิการได้เสนอแก้ไข ผมจะถามมติดังนี้ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับการ

นายเจือ ราชสีห์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ สักครู่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเจือ ราชสีห์ มีอะไรครับ

นายเจือ ราชสีห์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม เจือ ราชสีห์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในนามกรรมาธิการ ขออนุญาต เรียนทําความเข้าใจกับท่านประธานเมื่อสักครู่นะครับ คือก่อนที่ประธานจะขานให้สมาชิก ได้ลงมติที่ผมกับคณะได้แปรญัตติไว้นะครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่า ตามป้ ๒๕๔๐ จริง ๆ ไม่ใช่นะครับ ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวครับ ข้อบังคับ ๓.๒ เดิมจริง ๆ ที่เราใช้บังคับ คือ ๓๑ คณะ คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับที่ได้รับมอบหมายจากสภาไป เราได้ไป เพิ่มอีก ๑ คณะ เปึน ๓๒ คณะเดิมนะครับ แล้วกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้ยํากันใหม่ เปึน ๓๒ คณะใหม่ ก็ขออนุญาตทําความเข้าใจเพื่อที่ประชุมจะได้เข้าใจนะครับ ไม่ใช่ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ คุณเจือ ราชสีห์ อธิบายแล้วจะเข้าใจขึ้นแต่จะงงครับ เดี๋ยวผมขออนุญาต ชี้แจงอย่างนี้เลยนะครับ คณะกรรมาธิการได้มีร่างเดิมซึ่งแก้จาก ๓๑ คณะมาเปึน ๓๒ คณะ เปึนร่างเดิม เอาเปึนร่างเดิมที่เราจะถามกันนะครับ แล้วหลังจากนั้นคณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขใหม่ขึ้นมาเปึน ๓๒ คณะเหมือนกัน แต่จํานวนชื่อคณะจะแตกต่างกันไปนะครับ เพราะว่าได้มีการยุบรวมแล้วก็เพิ่มเข้ามา เพราะฉะนั้นก็จะมีขอใช้คําว่า ร่างเดิม ร่างแรก เลยก็แล้วกัน ของคณะกรรมาธิการใช้คําว่า ร่างเดิม มันอาจจะไม่ถูกต้อง คุณเจือ ราชสีห์ ให้คงไว้ตามร่างแรก คณะกรรมาธิการได้แก้ไขมาแล้วก็ถือว่าเปึนร่างที่ ๒ ก็แล้วกันนะครับ ผมจะถามมติดังนี้ ท่านผู้ใดเห็นควรตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไข คุณสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นไว้ ผมเข้าใจว่าคุณเจือก็ดี แล้วก็สมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ที่เปึน กรรมาธิการจะสงวนเหมือนกัน ก็คือสงวนให้คงไว้ตามร่างเดิมที่เข้าสู่สภาคือ ๓๒ คณะเดิม ก่อนที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะมีการไปเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นกรณีที่ท่านประธาน ถามว่าเห็นด้วยกับเจือหรือไม่ แปลว่าหมายความรวมถึงสมาชิกที่เปึนกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่สงวนเอาไว้ว่าให้คง ๓๒ คณะตามร่างเดิมก่อนที่ กรรมาธิการจะเปลี่ยนเปึน ๓๒ คณะใหม่ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็แปลว่าถามครั้งเดียวไป แล้วก็มี การโหวตในส่วนตรงนี้ ถูกต้องหรือไม่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช่ครับ ก็ขอยืนยันอีกครั้งนะครับ เปึนคุณเจือ ราชสีห์ และคณะ ขอแก้ไขขอคง ๓๒ คณะ ตามร่างเดิม เปรียบเทียบกับคณะกรรมาธิการแก้ไขเปึน ๓๒ คณะเหมือนกัน แต่ชื่อคณะ เพราะว่ามีการลดแล้วก็เพิ่ม แต่ก็ยังคง ๓๒ คณะ ผมจะถามมติเลยว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคุณเจือ ราชสีห์ ที่สงวนคําแปรญัตติ ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ครับ ลงมติครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขอนุญาต

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ผมลุกขึ้นถามท่านประธานแล้วก็สมาชิกสงสัยมาแต่ต้นนั้นขออนุญาต จริง ๆ ครับว่า การโหวตวิธีนี้มันจะต่างกันกับการโหวตทุกครั้งที่ผ่านมา ก็คือในร่าง ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาเช่นเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติ ใช้วิธีการเหมือนกันเลย ปกติวิธีการถามทั่วไปมันจะมีอยู่ ๒ แบบคือ ๑. เห็นไว้ตามร่างเดิม หรือ ๒. เห็นด้วยตามผู้แปรญัตติ แล้วจึงจะลงมติว่าถ้าเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติมากกว่า เห็นด้วยตามร่างเดิม จะเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติท่านใด แต่ท่านประธานเรียงญัตติ ถามไปว่า จะเห็นด้วยตามร่างกรรมาธิการหรือเห็นด้วยตามร่างที่พวกกระผมสงวนเอาไว้ ประเด็นก็จะเกิดขึ้นว่าในกรณีสมาชิกไม่เห็นด้วยกับทั้ง ๒ ร่างจะทําอย่างไร สมมุติในกรณีนี้ สมาชิกเห็นด้วยตามที่คงไว้ตามร่างเดิมก็แปลว่า ผู้สงวนคําแปรญัตติอื่นจะต้องตกไปด้วย ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นคําถามเช่นนี้ก็จะแตกต่าง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้อง ชัดเจนก่อนว่าเราจะถามมติอย่างไร ถ้าเกิดถามมติย้อนกลับไปแบบร่างพระราชบัญญัติ แบบเดิมและตามข้อบังคับก็คือต้องถามว่า เห็นด้วยตามร่างกรรมาธิการหรือเห็นด้วย ตามผู้แปรญัตติ แล้วจึงเรียงไป กระผมคิดว่าวิธีการเช่นนี้น่าจะถูกต้องกว่าครับ ขอให้ ท่านประธานได้กรุณาทบทวนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็จะถามในลักษณะอย่างที่คุณสาทิตย์ได้แนะนํานะครับ คือจะถามไล่เลียงไปเรื่อยว่า จะเห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการแก้ไขหรือจะเห็นด้วยกับที่ผู้สงวนคําแปรญัตติ เรียงตามลําดับไปเริ่มจากคุณเจือ ราชสีห์ แล้วเดี๋ยวจะถามไปให้ครบทั้ง ๘ ประเด็นครับ เริ่มจากประเด็นแรกก่อนที่คุณเจือ ราชสีห์ ท่านใดเห็นด้วยที่คณะกรรมาธิการแก้ไข โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคําสงวนคําแปรญัตติของคุณเจือ ราชสีห์ กับคณะ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่ประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิษณุมีอะไรครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ จากหนองบัวลําภู พลังประชาชน ท่านประธานครับ ในกรณีที่ผม ไม่เห็นด้วยกับทั้ง ๒ อย่างละครับ มีของท่านสถาพร มณีรัตน์

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับทั้ง ๒ อย่าง ก็ต้องกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ขออนุญาตอีกครั้งเถอะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสาทิตย์มีอะไรครับ ผมต้องเรียนขออนุญาตคุณสาทิตย์ก่อน ตรงนี้ผมจะต้องเรียน เพื่อนสมาชิกเพราะเนื่องจากว่ามีประเด็นต่าง ๆ ถึง ๘ ประเด็น แล้วขั้นตอนมันจะ สลับซับซ้อน แต่อย่างไรก็ตามเราได้ปรึกษาฝ์ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่า ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเราจะต้องลงมติเรียงตามลําดับไป แล้วเดี๋ยวเรา ก็จะเรียงตามมติของคําสงวนคําแปรญัตติต่าง ๆ ไล่ตามทีหลัง เลขาธิการช่วยนับคะแนน ด้วยครับ

นายวิทยา ทรงคํา กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ไม่ชัดเจนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายวิทยา ทรงคํา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา ทรงคํา ผมคิดว่าคําแปรญัตติของทางฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์เขาเปึนการสงวน ความเห็นไว้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วต้องถามว่าจะเอาตามกรรมาธิการหรือจะเอาตาม ผู้สงวนความเห็น พอออกมาตามผู้สงวนความเห็นเราก็มาไล่ทีละรายไป อย่างนี้มันยุ่ง เดี๋ยวออกมาล็อก ๓๒ คณะ ก็จะว่า ๓๒ คณะอีกแล้ว จะเอาตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือว่าจะเอาตามที่สงวน ถ้าสงวนความเห็นชนะ ก็มาไล่ความเห็นอีกทีหนึ่งว่าเราจะเอาตาม ของใคร อย่าไปล็อกไว้ ๓๒ คณะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขออนุญาตอย่างนี้ครับ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมันจะต้องพิจารณา เรียงตามลําดับไป ผมได้ถามไว้ชัดเจนว่า เห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับการที่คุณเจือ ราชสีห์ แปรญัตติ ผมถามมติแค่ตรงนี้ครับ

(นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ขอเชิญคุณสัมพันธ์นั่งลงก่อนครับ

นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานขออนุญาตครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสัมพันธ์ครับ

นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ผมฟังดูแล้วมันมีหลายญัตติด้วยกันในการโหวตครั้งนี้ ท่านประธาน บอกว่าจะถามมติ ๘ ครั้ง ผมเข้าใจว่าวิธีถามครั้งนี้น่าจะถามว่า เห็นด้วยกับตามร่างเดิม หรือว่าเห็นด้วยกับมีการแก้ไขก่อน ถ้าเห็นด้วยว่ามีการแก้ไขและแก้ไขตามใคร ตามท่าน ผู้ใด น่าจะได้ชัดเจนกว่า ถ้าท่านประธานถามว่า เห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือเห็นด้วย กับคุณเจือ ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการก็เปึน ๓๒ คณะ ก็แปลว่าผู้ที่แปรญัตติ ๓๕ คณะ ก็จะไม่มีโอกาสลงมติ ผมจะแนะนําท่านประธานว่าน่าจะถามว่า เห็นด้วยกับตามร่างเดิม หรือเห็นด้วยกับการแก้ไข ส่วนแก้ไขแบบไหนเดี๋ยวถามมติอีกทีหนึ่ง ท่านประธานลอง พิจารณาดูนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณคุณสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ครับ ความจริงท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง กับผมก็กังวลในเรื่องที่คุณสัมพันธ์พูดนะครับ แต่เราก็ได้ปรึกษาฝ์ายกฎหมายคือ ฝ์ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ได้แนะนําว่าให้ถามไปตามลําดับ แล้วเดี๋ยว ผลก็จะออกมาเองว่าจะเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นผมจะถามในเรื่องแรกในประเด็นนี้ ก่อนครับ ลงมติอีกครั้งหนึ่งครับ ถ้าท่านเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการแก้ไข โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นด้วยกับคําแปรญัตติที่คุณเจือ ราชสีห์ และคณะ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ลงคะแนนอีกครั้งหนึ่งครับ ลบคะแนนเดิมด้วย เดี๋ยวสับสนครับ

นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ แบบสัดส่วน

ขออนุญาตอีกครั้งเถอะครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่อนุญาตแล้วเพราะว่าเปึนที่ยุติแล้วครับ แล้วก็เรียนท่านสัมพันธ์ว่าท่านรองประธาน กับผมก็เห็นปัญหาครับ ได้หารือฝ์ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรมาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนจะต้องเปึนอย่างนี้ครับ ขอท่านเลขาธิการนับคะแนนครับ ขอลงมติใหม่อีกครั้งหนึ่ง

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดยังไม่ลงมติบ้างครับ ป่ดการลงมติครับ ขอคะแนนด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๔๐๐ ท่าน เห็นด้วยกับร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไข ๒๗๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ก็เปึนอันว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับ ร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขครับ

ต่อไปประเด็นที่ ๒ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้คงข้อ ๘๒ (๔) และข้อ ๘๒ (๑๔) ไว้ตามร่างเดิมหรือไม่ ซึ่งเปึนเรื่องที่คุณถวิล ไพรสณฑ์ กับคณะ สงวนความเห็น ผมจะถามว่าสมาชิกท่านใดเห็นด้วยให้คงข้อ ๘๒ (๔) และ (๑๔) ไว้ ตามร่างเดิม โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยให้คงข้อ ๘๒ (๔) และ (๑๔) ไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ทวนอีกครั้งหนึ่งครับ มันหลายประเด็นแล้วเดี๋ยวจะงง ทวนอีกครั้งหนึ่งครับ สมาชิกท่านใด เห็นด้วยให้คงข้อ ๘๒ (๔) และ (๑๔) ไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย อันนี้ตาม คําแปรญัตติที่คุณถวิล ไพรสณฑ์ และคณะ สงวนคําแปรญัตติไว้ สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วย ให้คงข้อ ๘๒ (๔) และ (๑๔) ไว้ตามร่างเดิม โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนนบ้าง ป่ดการลงคะแนนครับ ท่านเลขาธิการขอรวมคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๗๕ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมไม่เห็นด้วยให้คงข้อ ๘๒ (๔) และ (๑๔) ไว้ตามร่างเดิมนะครับ เห็นด้วยกับร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขครับ

ต่อไปประเด็นที่ ๓ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ กิจการชาวไทยโพ้นทะเล และอํานาจหน้าที่หรือไม่ ซึ่ง ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ และคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอสงวนความเห็นไว้ ผมจะถามดังนี้ สมาชิกท่านใดเห็นด้วย ให้เพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล และอํานาจหน้าที่ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล และอํานาจ หน้าที่ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ประเด็นที่ ๓ ก็เริ่มงงแล้ว ทวนอีกครั้งนะครับ สมาชิก ท่านใดเห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล และอํานาจหน้าที่ ตามที่ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ และคณะ สงวนคําแปรญัตติไว้ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการดังกล่าว โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้ใดยังไม่ลงมติ ป่ดการลงมติครับ ท่านเลขาธิการสรุปคะแนนด้วยครับ จํานวน ผู้เข้าประชุม ๔๐๓ ท่าน เห็นด้วยกับท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน คือให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ กิจการชาวไทยโพ้นทะเล ๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๙๘ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติ ไม่เพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการชาวไทยโพ้นทะเล

ประเด็นที่ ๔ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ และอํานาจหน้าที่หรือไม่ ซึ่งคําแปรญัตตินี้คุณสุทิน คลังแสง และคณะ ได้ขอสงวนความเห็นไว้ ผมจะถามมตินะครับ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ คุณสุทิน คลังแสง คือให้เพิ่มคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ และอํานาจหน้าที่ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหา หนี้สินแห่งชาติ และอํานาจหน้าที่ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิกท่านใดลงมติขัดข้องกรุณายกมือด้วยนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติครับ ป่ดการลงมติครับ ท่านเลขาธิการสรุปคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๐๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติให้เพิ่มคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ และอํานาจหน้าที่

ประเด็นที่ ๕ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ ส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม และอํานาจหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้เปึนการสงวน คําแปรญัตติของคุณไพจิต ศรีวรขาน ผมจะถามมติดังนี้นะครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

สมาชิกท่านใดเห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม และอํานาจหน้าที่ ตามคําแปรญัตติของคุณไพจิต ศรีวรขาน โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรรม และอํานาจหน้าที่ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงมติ ป่ดการลงมติครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการรวมคะแนนครับ เชิญท่านเชนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่ท่านประธานให้โหวต เพราะการแปรญัตติของเพื่อน ที่แปรญัตติไว้มันมีข้อความอื่นอีกด้วย อย่างเช่น กรณีของคุณสุทิน คลังแสง ในข้อ ๘๒ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๓ คณะ ไม่ได้มีเพียงเนื้อหาของคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติเท่านั้น แล้วกรณีของท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านก็ขอให้สภา ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๓ คณะเช่นกัน ถ้าเปึนอย่างนี้เราจะมาเลือกรับ ในคําแปรญัตติบางขั้นบางตอนได้หรือครับท่านประธาน ผมก็ถาม ๒ ครั้งครับ ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่งก็ร่วมถามด้วยครับ ที่เราประชุมกันเพราะเนื่องจากว่ามันมีคําสงวนคําแปรญัตติค่อนข้างมาก ประเด็นก็จะ แตกออกไปหลายประเด็น แต่เรียนคุณเชนครับ ได้สอบถามที่ปรึกษาฝ์ายกฎหมายของ สภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ขอเชิญต่อครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๔๐๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคา ผลิตผลเกษตรกรรม และอํานาจหน้าที่

ประเด็นที่ ๖ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย และอํานาจหน้าที่หรือไม่นะครับ อันนี้คุณนัจมุดดีน อูมา เปึนผู้สงวน คําแปรญัตติ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะถามดังนี้นะครับ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการ ชายแดนไทย และอํานาจหน้าที่ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยให้เพิ่ม คณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย และอํานาจหน้าที่ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญ ลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ลงมติไหมครับ ป่ดการลงมติครับ ขอผลคะแนนด้วยครับ จํานวน ผู้เข้าประชุม ๔๐๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๗ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติให้เพิ่มคณะกรรมาธิการกิจการ ชายแดนไทย และอํานาจหน้าที่

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุทัศน์ เงินหมื่น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสุทัศน์ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ผม สุทัศน์ เงินหมื่น กด ไม่เห็นด้วย ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็จะมีผู้ไม่เห็นด้วยเพิ่มอีก ๑ ท่าน ท่านรองเลขาธิการช่วยจดด้วยนะครับ

ต่อไปประเด็นที่ ๗ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ ตรวจสอบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบกองทุน ตามบทบัญญัติของกฎหมาย และคณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งอํานาจหน้าที่หรือไม่ ขอเชิญฟังคําถามนะครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

สมาชิกท่านใดเห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการตรวจสอบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย และคณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งอํานาจหน้าที่ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย เชิญคุณสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานขออนุญาตนิดเถอะครับ หมายความว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย ตามญัตติของคุณสถาพรนี่ใช่หรือเปล่าครับ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมถามอีกครั้งนะครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ ตรวจสอบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบกองทุน ตามบทบัญญัติของกฎหมาย คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งอํานาจหน้าที่หรือไม่ ซึ่งเปึนคําสงวนคําแปรญัตติของคุณสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการตรวจสอบองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบกองทุนตามบทบัญญัติของกฎหมาย คณะกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งอํานาจหน้าที่ ซึ่งคุณสถาพร มณีรัตน์ แปรญัตติไว้ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยให้เพิ่มคณะกรรมาธิการ ตามที่คุณสถาพร มณีรัตน์ สงวนคําแปรญัตติไว้ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงมติ ป่ดการอภิปรายครับ ขอผลคะแนนครับ

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานครับ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกหมายเลข ๓๘๐ ไม่เห็นด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รวมคะแนนไปด้วยนะครับ ขอผลคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๐๓ ท่าน เห็นด้วย ๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๙๙ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้ไม่เห็นด้วยที่จะให้เพิ่ม คณะกรรมาธิการทั้ง ๓ คณะตามที่คุณสถาพรขอแปรญัตติไว้นะครับ

ท่านสมาชิกทั้งหลายครับ หลังจากที่เราได้ลงมติตามคําแปรญัตติไว้ เราก็จะเห็นว่าได้มีการเพิ่มเติมคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาอีก ๓ คณะ เปึนคณะอะไรบ้าง ผมจะขอประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาสรุปให้พวกเราได้ฟังในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย เชิญคุณสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ผมมีคําถามเท่านั้นเองครับ เพราะว่าเวลาเขาแปรญัตติแล้วลงมติเห็นชอบ ด้วยกันนี้จะมีการถามในมติแรกว่า จะเห็นด้วยตามร่างกรรมาธิการหรือเห็นด้วยตาม ร่างของผู้แปรญัตติ คือกรณีของคุณเจือกับคณะ สมาชิกส่วนหนึ่งก็เปึนส่วนใหญ่ ๒๗๐ กว่าเสียงก็ลงมติว่า เห็นชอบด้วยตามร่างของคณะกรรมาธิการ อันนั้นก็จบไป ในญัตติที่ ๑ ที่ท่านถาม แต่พอหลังจากนั้นท่านก็ให้ลงมติอีก สมาชิกส่วนนั้นก็ไปลงมติ เห็นชอบด้วยกับผู้ที่แปรญัตติเพิ่มเติม บังเอิญว่าในการแปรญัตติเพิ่มเติม คุณเชนก็ทักท้วง เอาไว้ว่า ข้อความของเขาไม่ได้แปรญัตติเฉพาะตัวคณะเท่านั้น แต่เขาแปรญัตติถ้อยคํา ที่เกี่ยวกับจํานวนของคณะด้วย ทีนี้ถ้าเปึนอย่างนี้ท่านประธานจะไปสรุปว่าอย่างนั้น ก็บวกเลขเอา พอบวกเลขเสร็จก็แปลว่า ๓๒ คณะ ไม่ใช่ ๓๓ คณะ ที่แปรญัตติก็ไม่ใช่ ตัดทิ้งร่างเดิม ตัดทิ้งร่างที่สภาลงมติว่า เห็นชอบด้วยกับผู้แปรญัตติแล้วก็ไปนับจํานวนเลข ถ้าเปึนเช่นนี้ต่อไปมีการแปรญัตติในส่วนของกฎหมายเราทําได้หรือครับ ที่เลือกเอา บางส่วนที่เราต้องการแล้วก็ไม่เอาบางส่วน ปัญหาทั้งหมดวันนี้ที่นํามาสู่การลงมติในครั้งนี้ ผมเรียนท่านประธานและต้องบันทึกนะครับ นี่คือครั้งแรกของรัฐสภาไทยและเปึนรอยด่าง แน่นอน ปัญหาทั้งหมดมันเกิดจากว่าจะทําอย่างไรให้ได้ตามที่ใจต้องการ แล้วก็ตีความ ข้อบังคับเอาตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น สมาชิกทักท้วงทั้งฝ์ายค้านทั้งฝ์ายรัฐบาล ก็ไม่เอาด้วยแล้วก็ดึงดันจะไปตามนี้ เพราะฉะนั้นนี่เปึนครั้งแรกที่เราลงมติกันอย่างนี้ แล้วจะกลายเปึนบรรทัดฐาน ต่อไปถ้าสภามีการพิจารณากฎหมายบรรทัดฐานนี้ต้องถูก ยึดไว้นะครับ แล้วปัญหาจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้านี่ผมไม่ทราบว่าจะมีอะไรบ้าง แต่เรื่องนี้ ถ้าสภาเสียงส่วนมากยืนยันตามนี้ ผมว่าต้องมีเหตุผลเพียงพอที่จะบันทึกและต้องอธิบาย ได้ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณคุณสาทิตย์ครับ คุณสุขุมพงศ์ครับ

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมได้ลงมติอย่างพยายามตั้งใจและฟังมติที่ท่านประธานได้ถามทั้ง ๘ มติ กระผมเห็นว่าญัตติแรกที่ท่านประธานกรุณาถามนั้นว่า ตามที่กรรมาธิการได้ไปแก้ไขจาก ๓๒ คณะ เปึน ๓๒ คณะ แต่ลด ๓ คณะแล้วเพิ่ม ๓ คณะ กระผมก็เห็นด้วยว่าสมควร ที่จะมีการลดและเพิ่มตามจํานวนดังกล่าว กระผมเข้าใจ และเสียงส่วนใหญ่ในสภานี้ ก็เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ลด ๓ คณะ และเพิ่ม ๓ คณะนั้น แล้วตอนหลังท่านประธาน ก็ได้กรุณาถามอีกว่า จะเห็นควรให้มีการเพิ่มเติมตามที่มีผู้แปรญัตติและขอสงวนไว้หรือไม่ ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าเพิ่ม ๑ คณะ ก็เปึน ๓๓ คณะ เพิ่มอีก ๑ คณะ ก็เปึน ๓๔ คณะ ถ้าเพิ่มอีก ๑ คณะ รวมแล้วเปึน ๓ คณะ จํานวนก็จะแปรผันเปึน ๓๕ คณะ กระผมเข้าใจว่าที่ประชุมนี้ เห็นตรงกันว่าท่านประธานถามนั้นถูกต้องแล้ว เพราะมีผู้ขอเพิ่มจํานวนที่เพิ่มเติมจากที่ กรรมาธิการแก้ไข เพราะฉะนั้นการที่แต่ละท่านได้แปรญัตติและขอสงวนไว้ในจํานวนจาก ๓๒ คณะ เปึน ๓๓ คณะ อันนั้นถูกต้อง เพราะไม่สามารถจะไปคาดคะเนได้ว่าสภาแห่งนี้ จะเห็นด้วยกี่คณะ ที่ท่านประธานกรุณาถามทีละญัตติ ๆ นั้นชัดเจนแล้ว เพราะผมคิดว่า การที่สภาแห่งนี้จะบันทึกเรื่องนี้ไว้ก็เปึนเจตนารมณ์ที่ถูกต้องของสมาชิกสภาแห่งนี้ ท่านประธานได้ทําน่าจะถูกต้องแล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณคุณสุขุมพงศ์กับคุณสาทิตย์ ทั้ง ๒ ฝ์ายต่างมีเหตุผลครับ ผมขออนุญาตท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมอยากจะท้วงท่านประธานหลายครั้ง แต่พอ ท่านประธานพูดว่าปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายแล้วผมก็ยังงง ๆ และรอฟังอยู่ แต่ผมก็ดีใจ ที่ท่านสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ยังมีความเห็นคล้าย ๆ กับที่ผมมีความเห็น กล่าวคือการถามนั้น ผมคิดว่าการพิจารณาข้อบังคับก็คงจะพิจารณาเหมือนกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ทั่ว ๆ ไป ประเด็นแรกที่จะต้องถามก็คือ เมื่อมีข้อบังคับหรือร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่สภา นั่นคือร่างเดิม เมื่อร่างเดิมแล้วตั้งคณะกรรมาธิการไปพิจารณา คณะกรรมาธิการแก้ไข ก็คือร่างที่ถูกแก้ไข สมาชิกแก้ไขและสงวนความเห็นก็คือข้อความหรือร่างที่สมาชิกแก้ไข และสงวนความเห็นไว้ ซึ่งจะต้องมาอภิปรายในสภาทั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขและทั้ง สมาชิกแก้ไข ประโยคแรกที่น่าจะต้องถามก็คือ สมาชิกเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับร่างเดิม ร่างเดิมคือร่างเข้าสภาครั้งแรก แก้ไขก็คือร่างที่คณะกรรมาธิการ แก้ไขและสมาชิกแก้ไขแล้วสงวนความเห็น ถ้าสมาชิกเห็นชอบกับการแก้ไขจึงมาถามว่า เห็นชอบกับการแก้ไขของผู้ใด เช่น เห็นชอบกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก็ต้องเอาตามนั้น หรือเห็นชอบกับสมาชิกแก้ไขก็ต้องเอาตามนั้นไม่ใช่จะเปลี่ยนจํานวน ไปเรื่อย ๆ ประเด็นแรกที่ท่านประธานถามก็คือว่า เห็นชอบกับคณะกรรมาธิการแก้ไข หรือเห็นชอบกับคุณเจือแก้ไข ปรากฏว่าสมาชิก ๒๗๐ ท่าน เห็นชอบกับคณะกรรมาธิการ แก้ไข คือมีจํานวนคณะกรรมาธิการ ๓๒ คณะ แต่ไม่เห็นชอบกับที่คุณเจือแก้ไข เพราะฉะนั้นญัตติของคุณเจือก็ตกไป ก็คงว่า ๒๗๐ ท่านนั้นลงคะแนนให้กับ ๓๒ คณะ แต่พอมาถึงคําแปรญัตติของสมาชิก ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านสุทินก็ดี ท่านไพจิตก็ดี เพิ่มมาเปึน ๓๓ คณะ เพิ่มมาเปึน ๓๕ คณะ สมาชิก ๒๗๐ ท่านนั้นกลับมาเห็นเปึน ๓๒ คณะ มาเห็นเปึน ๓๕ คณะ และมาเห็นเปึน ๓๓ คณะ กระผมก็เลยค่อนข้างจะงง แล้วก็สับสน แต่ความสับสนทั้งหลายนี้กระผมก็ขออภิปรายเพื่อบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ เพราะท่านประธานก็ป่ดปากโดยบอกว่าปรึกษาฝ์ายกฎหมายของสภาแล้ว ผมคิดว่า คงจะต้องมีโอกาสปรึกษากันอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะเดินแบบนี้หรือ จะเปึนบรรทัดฐาน ไปแบบนี้หรือ หรือจะเปึนบรรทัดฐานไปแบบแนวทางการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ที่เราเคยทํากันมาและทําตามข้อบังคับทุกประการครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ ขอท่านประธานคณะกรรมาธิการได้สรุปด้วยครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ จากการลงมติกระผมขอสรุป เพื่อความเข้าใจของท่านผู้ทรงเกียรตินะครับ

ข้อ ๘๒ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นสามสิบห้าคณะ แต่ละคณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการมีจํานวนสิบสี่คน โดยให้มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับการดําเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองสิทธิชุมชนในกระบวนการยุติธรรม

(๒) คณะกรรมาธิการกิจการชายแดน

มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาและการพัฒนาชายแดนไทย

(๓) คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอความกรุณางดใช้เสียงด้วยครับ ท่านประธานกําลังสรุปนะครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

(๔) คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การ มหาชน และกองทุน

(๕) คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ

(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ท่านชินวรณ์ประท้วงครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอประท้วง ท่านประธานนะครับ เพราะท่านประธานกําลังให้ประธานคณะกรรมาธิการสรุป ซึ่งผมคิดว่า ในขณะนี้เรากําลังพิจารณาเปึนรายข้อตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ เพราะฉะนั้นท่านประธาน จะไปสรุปถ้อยคําในช่วงขณะที่มีการพิจารณาเปึนรายข้อไม่ได้ เมื่อท่านลงมติเปึนรายข้อ อย่างไรแล้วก็ต้องเดินหน้าไปยังข้อบังคับหรือข้ออื่นตามลําดับต่อไป ผมคิดว่าในขณะนี้ ท่านประธานจะใช้อํานาจโดยข้อบังคับข้อใดผมไม่ทราบ แต่ผมคิดว่าไม่มีที่จะให้มาสรุป อํานาจหน้าที่และถ้อยคําที่ได้มีการลงมติไปแล้วในขณะที่ยังไม่ได้พิจารณาจบร่างครับ ท่านประธานกรุณาดูให้ดีจะไปแก้ไขถ้อยคําใด ๆ ก็แล้วแต่ ผมคิดว่าน่าจะพิจารณาตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ให้จบก่อนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณคุณชินวรณ์มากครับ ที่ว่าสรุปก็คือหมายความว่า สรุปแล้วว่ามีกี่คณะ คณะอะไรบ้าง คณะกรรมาธิการแค่ ๓๕ คณะเท่านั้นเองครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเข้าใจแล้วคงไม่ต้องก็ได้ ดําเนินการต่อไปเลย ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพื่อให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการสรุปว่า ๓๕ คณะ แล้วเราได้เพิ่มคณะอะไรบ้าง ทบทวนอีกครั้งหนึ่งเท่านั้นเอง ผมว่าเราไปข้อ ๘๓ เลยดีกว่าครับ เพราะว่าอยากให้ ข้อบังคับได้ผ่าน ขอเถอะครับคุณนิพิฏฐ์ครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์อีกครั้ง คนเดียวนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง กระผมขออนุญาตท่านประธาน ในร่างเดิมที่เสนอต่อสภานี้ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๒ คณะ แต่ละคณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการจํานวน ๑๕ คน ทีนี้ในร่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กรุณาลุกขึ้นอ่านเมื่อสักครู่นะครับ ให้มีคณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ แต่ละคณะ ประกอบด้วยกรรมาธิการจํานวน ๑๔ คน ๑๔ คนนี้มาจากไหนครับ เพราะไม่มีใคร แปรญัตติเปึน ๑๔ คนเลย เปึน ๑๕ คนทั้งหมดครับ อันนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะผิดกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๕ ท่านประธานทบทวนให้ดีนะครับ ๑๔ คนมาจากไหนครับ ไม่มีใครแปรญัตติเปึน ๑๔ คนเลยนะครับ ๑๕ คนหมดเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อันนี้เห็นด้วยกับคุณนิพิฏฐ์ ขอประธานคณะกรรมาธิการอีกครั้งนะครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องนี้เมื่อมีข้อสรุปแล้ว เพราะก่อนจะจบมันมีหลายข้อต้องขอแก้ไขท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตอนนี้ยังไม่ถึงวาระนั้นนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ขอเชิญเปึนข้อ ๘๓ ต่อครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิพิฏฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ผมว่าเรื่องนี้ต้องยุติครับ เพราะว่า จํานวนกรรมาธิการ ๑๔ คน หรือ ๑๕ คนไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ มันเปึนสาระสําคัญ ๑๔ คน หรือ ๑๕ คนครับ ๑๔ คนมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มันไม่ได้เปึนมติของสภาแห่งนี้เลย สภาไม่ได้มีมติอย่างนี้เลยครับ แล้วท่านประธานจะไปรวบรัดว่าเมื่อจบการพิจารณาแล้ว เราจะมาแก้ถ้อยคํา อันนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ถ้อยคํานะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เดี๋ยวถ้าเราจะพิจารณาในวาระต่อไปจะแก้ได้เฉพาะถ้อยคํา เท่านั้นเอง จํานวนแก้ไขไม่ได้ เพราะว่าเปึนเรื่องประเด็นสําคัญนะครับ ขอเชิญประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอยืนยันคณะกรรมาธิการ ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้น ๓๕ คณะ แต่ละคณะประกอบด้วยกรรมาธิการ จํานวน ๑๕ คน ยืนยันตามเดิมนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนี้ถูกต้องครับ เปลี่ยนแปลงไม่ได้นะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการ ข้อ ๘๓ ครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๘๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๘๙ มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านผู้ใดต้องการอภิปรายไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ไม่มีครับ ต่อไปครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๙๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๘ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๙๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๐ ไม่มีการแก้ไข

หมวด ๕ ไม่มีการแก้ไข การเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ข้อ ๑๐๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๒ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๓ ไม่มี การแก้ไข ข้อ ๑๐๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๕ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๘ ไม่มีการแก้ไข

หมวด ๖ การเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๐๙ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน กระผมได้ขอแปรญัตติ และสงวนคําแปรญัตติไว้ในหมวด ๖ ว่าด้วยการเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ข้อ ๑๐๙ เปึนข้อบังคับที่เกี่ยวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านในข้อ ๑๐๙

ข้อ ๑๐๙ เดิม การเสนอร่างพระราชบัญญัติ ให้นําความในข้อ ๑๐๑ ข้อ ๑๐๒ และข้อ ๑๐๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม กระผมได้แปรญัตติและสงวนคําแปรญัตติไว้ว่า ข้อ ๑๐๙ การเสนอร่างพระราชบัญญัติ ให้นําข้อความในข้อ ๑๐๑ ข้อ ๑๐๒ และข้อ ๑๐๓ มาบังคับใช้ และกรณีเปึนร่างพระราชบัญญัติที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเปึนผู้เสนอ ให้นําข้อ ๑๐๔ มาบังคับใช้ร่วมด้วย โดยอนุโลม กระผมขออนุญาตขยายความกับ ท่านประธาน หมวด ๕ การเสนอและการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ข้อ ๑๐๔ ให้ประธานสภาบรรจุร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเข้าระเบียบวาระ การประชุมเปึนเรื่องด่วน ผมแปรญัตติและสงวนคําแปรญัตติตรงนี้เพื่อที่จะให้ความสําคัญ กับร่างพระราชบัญญัติที่พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเปึนผู้ที่เสนอเข้ามาในการพิจารณา ของสภา ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญถือว่าเปึน ร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญ ท่านประธานต้องบรรจุเปึนเรื่องด่วน สภาต้องรับ เรื่องที่ต้องพิจารณาเปึนเรื่องด่วน แต่ว่าร่างพระราชบัญญัติทั่วไปหรือร่างพระราชบัญญัติ ที่พี่น้องประชาชนเขาเสนอมา ซึ่งตอนนี้เองเราให้สิทธิกับพี่น้องประชาชนลดจํานวน ประชาชนจาก ๕๐,๐๐๐ คน ลงมาเหลือ ๑๐,๐๐๐ คน ที่จะสามารถเสนอร่างพระราชบัญญัติได้ แต่ความสําคัญตรงนี้กระผมเองเท่าที่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้มา ส่วนใหญ่แล้วร่างพระราชบัญญัติ เหล่านั้นมักจะไม่ได้รับการบรรจุให้เปึนเรื่องที่จะต้องพิจารณาในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้น โดยอาศัยข้อบังคับที่เราจะร่างขึ้นใหม่ ถ้าเรามีการกําหนดไว้ว่า กรณีเปึนร่างพระราชบัญญัติ ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเปึนผู้เสนอ ให้นําข้อ ๑๐๔ มาใช้บังคับด้วย เพื่อให้ ความสําคัญกับร่างพระราชบัญญัติที่พี่น้องประชาชนเปึนผู้เสนอมาจะได้รับการพิจารณา เพราะส่วนใหญ่แล้วร่างที่เสนอมาก็จะเปึนร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับเรื่องของสิทธิ และเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในหมวด ๓ และหมวด ๕ ซึ่งคิดว่าจะเปึนประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมามันจะถูกค้างอยู่ในสภาตลอดครับ ฝากท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ถ้าเห็นคําแปรญัตติ ของผมเปึนประโยชน์กับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในลักษณะนี้ ก็ขอกราบเรียนว่า ถ้าความเห็นของผมเปึนประโยชน์ก็ขอมติของสภาแห่งนี้ช่วยสนับสนุนด้วย กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ไม่มีนะครับ คุณหมอชลน่านไม่ติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการ ตอนนี้จะอภิปรายได้ เฉพาะผู้ที่สงวนคําแปรญัตติเท่านั้น ยกเว้นในข้อที่คณะกรรมาธิการแก้ไข ท่านเลขาธิการ ข้อต่อไปครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๑๐ ข้อ ๑๑๑ ข้อ ๑๑๒ ข้อ ๑๑๓ และข้อ ๑๑๔ ไม่มี การแก้ไข ข้อ ๑๑๕ มีการแก้ไข

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีครับ ผ่านครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๑๖ ข้อ ๑๑๗ ข้อ ๑๑๘ ข้อ ๑๑๙ ข้อ ๑๒๐ ข้อ ๑๒๑ ข้อ ๑๒๒ ข้อ ๑๒๓ ข้อ ๑๒๔ ข้อ ๑๒๕ ข้อ ๑๒๖ ข้อ ๑๒๗ ข้อ ๑๒๘ ข้อ ๑๒๙

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ข้อ ๑๒๙ คณะกรรมาธิการขอแก้ไข ความเปึนดังนี้

ข้อ ๑๒๙ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว ให้สภาพิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คําปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตามลําดับ มาตราและให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเปึนอย่างอื่น

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เปึนการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิม ให้พิจารณาเรียงตามลําดับมาตราที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายเดิมด้วย และให้นําความ ในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๓๐ ข้อ ๑๓๑ ข้อ ๑๓๒ ข้อ ๑๓๓ ข้อ ๑๓๔ ข้อ ๑๓๕ และข้อ ๑๓๖ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๖/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

ถ้ากรรมาธิการพร้อมเชิญได้เลยนะครับ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ ๖ พรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากจะขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะคะว่า ในข้อความ อันนี้เปึนข้อความที่เขียนไว้เพื่อเปึนหลักประกันว่าในกรณีใด ๆ ที่อาจจะมีข้อสงสัย ข้อที่ยังไม่ค่อยแน่ใจจึงทิ้งช่วงเวลาเอาไว้เพื่อให้สมาชิกนั้นได้มีเวลาที่จะดําเนินการอย่างที่ เขียนนี่ค่ะ ทบทวนแล้วเพื่อจะให้มั่นใจจริง ๆ ว่า ร่างกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ นั้น ถูกต้องก่อนที่จะส่งต่อไปเท่านั้นเอง เพราะอันนี้เปึนส่วนที่กําหนดขึ้นมาจากประสบการณ์ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยอยู่ในสภาแห่งนี้และผ่านประสบการณ์อันนี้ เขียนเพื่อจะให้มั่นใจเท่านั้นเอง ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ การทํางานในหน้าที่ของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมาย ต้องถือว่าเปึนเรื่องใหญ่และเรื่องสําคัญ ในการลงมติแต่ละครั้งไม่ว่าจะวิปก็ดี ไม่ว่าผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในการเสนอกฎหมายก็ดี แล้วก็แม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวงได้พิจารณาและเห็นแล้ว ในขณะเดียวกันยังไม่พอยังมีวุฒิสมาชิก คอยดูแลอีกส่วนหนึ่ง ถ้าหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไร ในอดีตมันก็มีกระบวนการ ที่เราเคยทํามาอยู่แล้ว มันมีอยู่แล้ว ในครั้งนี้ผมดูแล้วไม่มีประโยชน์ใดเลย นอกจากว่า สมาชิกส่วนน้อยที่มีเสียงประมาณ ๑ ใน ๑๐ ของสภาทั้งหมดสามารถที่จะไปลงชื่อ เพื่อยับยั้งไม่ให้กฎหมายฉบับนั้นสามารถมีผลใช้บังคับได้ หรือนําไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมได้ ในการที่จะใช้เปึนกฎหมายเท่านั้นเอง ผมดูแล้วมันเปึนวิธีการดึงและลากของกฎหมาย เท่านั้นเอง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ แล้วถ้าเกิดเปึนงบประมาณทําอย่างไร ไม่ต้องบริหารบ้านเมืองแล้วใช่ไหมครับท่านประธาน ไม่เห็นด้วยในการปฏิบัติข้อนี้ ผมไม่เห็นด้วยครับ ขอให้ยกเลิกครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชนครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๖/๑ กรรมาธิการ ได้บัญญัติเพิ่มเติมขึ้นโดยประสงค์ที่จะแก้ไขปัญหาในอดีต ในอดีตเราเคยมีปัญหา ในการที่กฎหมายถูกส่งไปเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แต่ว่ามีความผิดพลาดหลายครั้ง ด้วยกัน สิ่งเหล่านั้นทางกรรมาธิการไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดขึ้น อีกประการหนึ่ง ทางกรรมาธิการก็ประสงค์ที่จะให้การพิจารณากฎหมายใด ๆ ได้มีโอกาสที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ใช้สิทธิตามข้อบังคับแล้วตามรัฐธรรมนูญได้โดยชอบธรรม จึงให้มีการรอไว้ ๑ วันนับจากวันที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในกรณีนี้จะเปึนเรื่องที่ เปึนประโยชน์กับสภาแห่งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเคยมีกฎหมายบางฉบับรีบส่งเข้าไปเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แล้วบางฉบับเมื่อส่งเข้าไปก็เกิดความขัดแย้งมีผลทําให้กฎหมายนั้นล่าช้ากว่าการที่ สภาจะรอไว้ ๑ วัน ผมเชื่อว่าไม่มีกฎหมายใด ๆ ที่พวกเราเห็นตรงกันนะครับ กรรมาธิการ เห็นว่ากฎหมายทุกฉบับที่รอไว้จะเปึนประโยชน์มากกว่า ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านใดติดใจหรือเปล่าครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพีระพันธุ์ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ฟังดูแล้วผมเข้าใจเจตนารมณ์ที่ดีของท่านคณะกรรมาธิการที่ได้เพิ่มข้อ ๑๓๖/๑ ขึ้นมา ความเปึนจริงแล้วถึงแม้จะไม่มีข้อ ๑๓๖/๑ ผมเข้าใจว่าทางสมาชิก ๑ ใน ๑๐ ก็สามารถ ใช้สิทธิดําเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ อยู่แล้ว แต่ว่าผมมาดูข้อแตกต่างกัน ก็จะเห็นครับว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ ไม่ได้กําหนดเวลา เพียงแต่บอกว่า ดําเนินการได้ก่อนที่จะมีการนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม แต่ผมเข้าใจว่าเจตนารมณ์ ของท่านคณะกรรมาธิการที่ได้เพิ่มมาตรา ๑๓๖/๑ ขึ้น หมายความว่าไม่ใช่ให้ทาง สภาผู้แทนราษฎรรีบส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีหรือถึงรัฐบาลทันที แต่ว่าให้รอไว้ที่สภาสัก ๑ วันก่อน เพื่อให้สมาชิกที่ได้พิจารณาดูแล้วเห็นว่าจะต้องใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ สามารถดําเนินการได้แล้วก็ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนในอดีต ที่เมื่อส่งไปปัูบทางรัฐบาลก็นําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเลยแล้วก็เกิดปัญหา ถ้าหากว่า เปึนเช่นนี้ผมคิดว่าข้อความมันสมควรที่จะต้องมีการปรับแต่งสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่า คณะกรรมาธิการไปลอกเอาคําของรัฐธรรมนูญมาใส่เลย เพียงแต่ไปเพิ่มตอนท้ายว่า โดยประธานสภาต้องให้โอกาสสมาชิกสามารถเสนอได้ภายในหนึ่งวันนับแต่วันถัดจาก วันที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ ตรงนี้เมื่ออ่านรวมกับข้างบนซึ่งไปลอกคําจากรัฐธรรมนูญมา แล้วอาจจะทําให้เกิดความสับสน ผมเข้าใจว่าเจตนารมณ์ของท่านคณะกรรมาธิการ ท่านหมายความว่าท่านประธานสภายังจะต้องชะลอไว้ ๑ วันก่อนนําร่างพระราชบัญญัตินั้น ส่งไปที่คณะรัฐบาลหรือถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถ้าหากว่า มีการตัดถ้อยคําตรงนี้ให้ชัดเจนในความหมายเจตนารมณ์ของท่านกรรมาธิการในเรื่อง ข้อบังคับ ตรงนี้ผมคิดว่าจะทําให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้น ก็เสนอท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเผื่อจะลองพิจารณาดูนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงแล้วเราก็คงไม่ต้องมาเขียนซ้ําหรือซ้อนนะครับ โดยในรัฐธรรมนูญได้บัญญัติ เอาไว้แล้วในมาตรา ๑๕๔ การที่มาเขียนเอาไว้อีกครั้งหนึ่งมันก็จะเปึนการที่เรียกว่า เขียนซ้ําเขียนซ้อน ซึ่งความจริงแล้วการปฏิบัติของมวลหมู่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือพี่น้องประชาชนผู้ที่มีสิทธิในการที่จะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมันทําได้อยู่แล้ว ในขณะเดียวกัน ยังมีเสียงจากเพื่อนสมาชิกบอกว่าตรงนี้เราเอามาบัญญัติอีกครั้งหนึ่งมันจะเปึน การซ้ําซ้อนแล้วก็ทําให้ขัดหรือไม่ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนต่อ ท่านประธานครับ มันไม่มีเหตุจําเปึนเลยที่จะต้องไปเขียนให้มันเยอะขึ้น เพราะจริง ๆ แล้ว ในรัฐธรรมนูญก็บัญญัติเอาไว้แล้วแล้วก็ดําเนินการได้โดยวิธีนั้น ผมเองเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมา ขอฟังความเห็นจากทางท่านกรรมาธิการว่ามีเหตุผลใดที่ไปเขียนเอาไว้ทําเอาไว้ ก็ได้รับฟัง เหตุผลว่าเพื่อให้มีการเหมือนกับตั้งสติครับท่านประธาน ความจริงมันก็มีอยู่แล้ว ในรัฐธรรมนูญไม่ต้องเขียนครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันไม่มีความจําเปึน อีกอย่างหนึ่ง ๑ วันเท่านั้นเอง ถ้าเขียนไว้สัก ๑๐๐ วัน ๕๐ วัน ๓๐ วันก็ยังมีความหมายว่านั่นคือ สิ่งที่จะต้องไปดูแลหรือยับยั้งชั่งใจ แต่นี่ ๑ วันแล้วใครจะไปทําทันล่ะครับท่านประธาน นอกจากมีเจตนาที่จะยับยั้งกฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมเรียนต่อท่านประธาน ไม่เห็นด้วยหรอกครับ แล้วไม่มีความจําเปึนต้อง ไปเขียนเอาไว้เลย ขออนุญาตท่านกรรมาธิการไม่ต้องไปเขียนหรอกครับ เดิมผมคิดว่า ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่าง ๆ ที่ทําอยู่นี่มันก็ดีอยู่แล้ว มีบางเรื่องบางอย่าง เท่านั้นเองที่เรียกว่าเราอาจจะเห็นว่ามันน่าจะแปรเปลี่ยนบ้าง แต่การแปรเปลี่ยนใด ก็ตามแต่เราอย่าให้แปรเปลี่ยนไปเปึนวัฒนธรรมที่แปรเปลี่ยนครับ ความจริงแล้ว เราประชุมสภากันไม่จําเปึนต้องมีข้อบังคับก็ได้ ไม่ต้องเขียนเปึนข้อบังคับก็ได้ ถ้าเรารู้กัน อยู่แล้วว่าเปึนประเพณีการปฏิบัติในสภาเราทํากันอย่างไร วิธีการปฏิบัติเช่นใด ไม่จําเปึน ต้องเขียนเปึนตัวอักษรไว้หรอกครับท่านประธาน ยิ่งเราไปเขียนเปึนตัวอักษรมาก ๆ แล้วมาแก้ไขอย่างนี้ยิ่งไปกันใหญ่ครับ เรากําลังจะเขียนตัวหนังสือ หรืออักษร หรือข้อบังคับต่าง ๆ หรือข้อบัญญัติต่าง ๆ ไปล้มล้างวิธีการปฏิบัติซึ่งเปึนประเพณี วัฒนธรรม ซึ่งกว่าจะเปึนประเพณีวัฒนธรรมได้นั้นต้องสะสม สิ่งที่จะเปึนประเพณี วัฒนธรรมได้นั้นต้องเปึนสิ่งที่ดีงาม แล้วทุกคนเห็นพ้องต้องด้วยมันถึงจะเปึนประเพณี วัฒนธรรมได้ เมื่อมันเปึนประเพณีวัฒนธรรมแล้วเราไปเขียนข้อบัญญัติล้มล้างประเพณี วัฒนธรรม ทําไม่ดีนะครับ ไม่เห็นด้วย ไม่ถูกต้องหรอกครับ ยิ่งอย่างนี้มันเปึนเรื่องที่ น่าจะเสียหายเพราะฉะนั้นผมขอฝากคณะกรรมาธิการครับ แนวคิดนี้เลิกเถอะครับ ขอถอนเถอะครับ ขอแก้ไขดังเดิมนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผุสดีครับ

นางผุสดี ตามไท กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ ๖ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานคะ ดิฉันเสียใจจังเลยที่ได้ยินคําอย่างนี้ ที่จริงกรรมาธิการ ได้พิจารณากันแล้วพูดเรื่องนี้กันอย่างมาก ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเปึนความปรารถนา อย่างสูงสุดที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรนั้นได้ดําเนินการด้วยความรอบคอบ และสิ่งที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงว่าเปึนประเพณีที่ทุกคนได้ปฏิบัติกันมานั้น ดิฉันในฐานะที่เปึน ประชาชนซึ่งคอยเฝัาดูพฤติกรรมและวิธีการดําเนินการของท่านอยู่นอกสภา ได้มองเห็น แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นคืออะไรแล้วก็เสียใจจนเดี๋ยวนี้ยังไม่หาย แล้วเมื่อครั้งนี้ได้มี โอกาสมานั่งเปึนกรรมาธิการและได้มีโอกาสพูดกันกับกรรมาธิการท่านอื่น ๆ ซึ่งทุกท่าน โดยเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยว่า การเขียนแม้นว่าจะดูรุงรังไปบ้างในสายตาของคนบางคน หรือหลายคนก็แล้วแต่ แต่หากว่าข้อความตรงนั้นจะช่วยทําให้สภานี้ไม่มีโอกาสที่จะ กระทําผิดเช่นนั้นอีกก็จะช่วยทําให้กฎหมายทั้งหลายเพียง ๑ วัน อย่าว่าแต่ ๑ วันเลยค่ะ เพียงแค่เฉือนกันตรงนาทีก็ยังเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นนั่นคือเหตุผลที่กรรมาธิการ ถึงได้พิจารณาแล้วก็คิดว่าเพื่อปัองกันมิให้เกิดขึ้นอีก ในโลกแห่งความเปึนจริง ไม่มีอะไร รับประกันเลยว่าประเพณีวัฒนธรรมที่เคยปฏิบัติกันมานั้นจะยังคงปฏิบัติได้เช่นใด เพราะฉะนั้นกรรมาธิการถึงได้พูดเรื่องนี้กัน แล้วก็บอกว่าเพื่อให้การดําเนินการเปึนไปได้ อย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้วก็ไม่มีการผิดพลาด กรรมาธิการก็ขออนุญาตเติมตรงนั้นล่ะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาทิตย์นะครับ แล้วตามด้วยคุณหมอชลน่าน ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าหากมีความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับใด มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แม้ว่ารัฐสภาจะได้ลงมติเห็นชอบผ่านไปแล้วก็ตาม แต่ในขั้นตอนก่อนที่จะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้ เปึนกฎหมายนั้น ก็น่าจะเป่ดช่องทางนั้นให้มีกระบวนการในการที่จะวินิจฉัยในขั้นตอน สุดท้ายว่ากฎหมายฉบับนั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่เพียงใด ประเด็นที่กรรมาธิการจําเปึนต้องบัญญัติเอาไว้ก็คือว่า หลังจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้บัญญัติให้เกิดสิทธิเช่นดังว่าแล้ว ได้มีกรณีปฏิบัติเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาประมาณสัก ๔-๕ ป้ที่ผ่านมานี้ มีกฎหมายฉบับหนึ่งมีการพิจารณากันในสภาผู้แทนราษฎรของเรา สุดท้ายมีการพิจารณากันโดยใช้คณะกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒ สภา แล้วก่อนที่จะผ่าน รัฐสภานี้ไปก็มีข้อคิดเห็นในสภานี้ว่ากฎหมายดังกล่าวน่าจะมีข้อความขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญ ส.ส. จํานวนหนึ่งก็จะใช้สิทธิในการที่จะยื่นร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น ในข้อความที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญก่อนจะนํากฎหมายขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัย ปรากฏว่าในเวลาที่สภามีการลงมติกัน ส.ส. จํานวนหนึ่ง ก็ไปรอที่ยังฝ์ายสารบัญของสภาเพื่อรอหนังสือลงเลขรับแล้วเปึนหนังสือลงเลขออกจาก สภาผู้แทนราษฎรไปก่อนที่จะไปยังสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งต่อไปยัง สํานักพระราชวังตามกระบวนการขั้นตอน แต่ปรากฏว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ กฎหมาย ฉบับดังกล่าวนี้เข้าใจว่ามีการลงเลขรับอย่างรวดเร็วมาก รวมกระบวนการหลังจาก มีการติดตามตรวจสอบกันแล้วออกจากสภาไปยังสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและไปยัง สํานักพระราชวังใช้เวลาทั้งกระบวนการเพียง ๑๐ กว่านาทีเท่านั้น เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ ปรากฏเปึนข่าวสามารถค้นข่าวย้อนหลังได้ ส.ส. ในขณะนั้นก็มีการออกมาแถลงข่าวกัน อย่างครึกโครม ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกลายเปึนการไปจํากัดสิทธิ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาที่จะใช้สิทธิตามบทบัญญัตินี้ตามที่ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เราก็กังวลว่าถ้ารัฐบาลชุดปัจจุบันหรือสภาชุดปัจจุบัน จะไม่ดําเนินการดังเช่นที่ว่านี้ ข้อบังคับเช่นที่ว่าก็ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นครับ แต่ถ้าเกิด ในอนาคตข้อบังคับนี้ยังใช้อยู่ รัฐบาลใดหรือสภาใดในอนาคตเกิดป่ดช่องนี้แล้วใช้ กระบวนการดังเช่นที่ว่า สิทธิของสมาชิกก็ไม่เกิดครับ เพราะฉะนั้นการบัญญัติเอาไว้ ไม่รกรุงรังแน่ ไม่เสียหายแล้วจะเกิดประโยชน์ เพราะอย่างน้อยเปึนการทําให้สิทธิ ของสมาชิกสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน โดยอย่างช้าที่สุดก็คือภายใน ๑ วัน ถ้าเกิดว่า สภาจะรอการพิจารณาไว้อีกหรือนายกรัฐมนตรีจะมีระยะเวลาในการยืดเวลาก่อน ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมก็มีช่องตามรัฐธรรมนูญซึ่งสามารถที่จะดําเนินการได้ ตรงกันข้าม หากไม่บัญญัติข้อความในข้อบังคับ ข้อ ๑๓๖/๑ แล้ว กรณีเหตุการณ์จะเกิดขึ้นซ้ํารอย ในอดีตนั้นก็จะทําให้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของสมาชิกพวกเราเองเสียไปโดยเปึนเรื่องที่ น่าเสียดายเปึนอย่างยิ่ง กระผมคิดว่าจึงจําเปึนที่จะต้องมีบทบัญญัติในข้อบังคับนี้เอาไว้ จะเกิดสิทธิกับสมาชิกแล้วก็เปึนประโยชน์กับรัฐสภาครับ

คุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ในข้อ ๑๓๖/๑ กระผมเองเข้าใจเจตนารมณ์ และความหวังดีของกรรมาธิการครับ ก็เห็นด้วยกับเจตนารมณ์และความหวังดี เพราะว่า อย่างไรก็แล้วแต่เจตนารมณ์นั้นก็มาจากรัฐธรรมนูญ ทีนี้ผมมีข้อติดใจนิดเดียวว่า เจตนารมณ์และความหวังดีของท่านจะนํามาสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ เพราะว่ารัฐธรรมนูญเอง ใช้คําว่า ก่อนที่จะมีการนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม คําว่า ก่อน ไม่ได้กําหนดห้วงเวลา อาจจะ ๑ วัน ๒ วัน ๓ วัน ๔ วันก็ได้ แต่ว่าพอมาเขียนในข้อบังคับบอกว่าภายใน ๑ วัน ถ้าสมาชิกไม่ได้เสนอภายใน ๑ วัน หมายความว่าสมาชิกเองก็เสียสิทธิ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ถ้าสมมุติเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญให้เวลามากกว่านั้น แต่เราไปเขียนแก้บอกว่าให้ใช้ได้เพียง ๑ วัน มันจะแย้งกันไหมกับกฎหมายแม่ที่เปึน กฎหมายหลัก ถ้าเปึนเจตนารมณ์ที่อยากให้กฎหมายไม่ถูกนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม โดยเร่งด่วนตามที่ท่านกรรมาธิการบางท่านได้กรุณาอธิบายให้สภาแห่งนี้รับทราบ ซึ่งผมเองก็เข้าใจ ทําไมไม่ไปเขียนเปึนอย่างอื่นล่ะครับ ทําไมไม่เขียนในข้อบังคับเลยว่า ก่อนที่จะมี การนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมจะต้องหลังจากสภาพิจารณาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ วัน เขียนไว้เลยก็ได้นี่ครับถ้าเราอยากให้เปึนอย่างนั้น จริงอยู่อาจจะไม่มีบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญมารองรับ แต่ว่านั่นเปึนข้อบังคับที่เปึนของสภาเปึนอํานาจของเรา ถ้าจะเอา เจตนารมณ์อย่างนั้นผมคิดว่าเขียนไว้ที่อื่นจะดีกว่า ถ้าเขียนอย่างนี้แปลความได้ ๒ อย่าง ๑. อย่างที่ผมอธิบายแล้ว ให้เวลาจํากัดน้อยมากเลยแค่ ๑ วัน ถ้าสมาชิกไม่ได้ยื่นตรงนั้น ก็ไม่ได้เปึนหลักประกันเลยว่าทางท่านประธานจะส่งให้นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี จะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเลย ไม่มีหลักประกันนะครับ เพราะถ้าท่านสมาชิกไม่ทํา ก็เปึนสิทธิของประธานที่จะส่งให้นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ได้ทันที ความหมายก็คือว่ามาตรา ๑๕๔ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สมาชิกต้องทําครับ ถ้าสมาชิกทําแล้วก็เขียนไว้ชัดเจนก็ต้องปฏิบัติตามห้วงเวลานั้นไป ความเห็นผมเปึนอย่างนี้ ไม่ได้ค้านนะครับ แต่ไม่สนับสนุนวิธีเขียน ซึ่งผมเองผมเปึนสมาชิกถือว่าไปจํากัดสิทธิ ของผมเลย จํากัดสิทธิผมซึ่งผมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ผมจะขยายระยะเวลาเท่าไรก็ได้ ถ้าเกิดสภาแห่งนี้บอกว่าพ้น ๑ วันแล้วคุณไม่มีสิทธิ ก็เกิดข้อถกเถียงกันว่าคุณไม่มีสิทธิ อย่างไร ก็คุณไม่มีสิทธิตามข้อบังคับที่คุณเขียนไว้แค่ ๑ วัน ถ้าผมไปเถียงบอกว่า ผมทําตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญไม่บังคับผม ผมทําเวลาไหนก็ได้ก่อนที่จะนําขึ้น ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้เปึนความเห็นต่าง ไม่ได้แย้งในเจตนารมณ์ที่ดีเลยเพราะผมเห็นด้วย ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ว่ามีการเร่งรัด กฎหมาย การนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมโดยเร่งด่วนมันอาจจะมีข้อเสียหายเกิดขึ้นมาได้ แต่โปรดเขียนใหม่เถอะครับ เขียนให้มันสอดคล้องกับวิธีการที่ท่านต้องการจริง ๆ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพีระพันธุ์ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณท่านประธาน ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่ผมได้กรุณายกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการก็ตรงกับที่ เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นมาให้ความเห็นครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ทําให้เกิด ความสับสนเพราะว่าท่านกรรมาธิการไปลอกคําของรัฐธรรมนูญมาตอนแรกคือไปใช้คําว่า ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ซึ่งตรงนั้นมันไม่เกี่ยวกันกับกระบวนการในสภาผู้แทนราษฎรครับ ตรงนั้นมันเปึนสิทธิ ของสมาชิกตามรัฐธรรมนูญซึ่งไม่สามารถกําหนดเวลาได้ตามข้อบังคับเหมือนที่ เพื่อนสมาชิก ขออภัยเอ่ยนาม คุณหมอชลน่านได้กล่าวไปนั้นล่ะครับ เพราะถ้าหากว่า เราไปกําหนดเวลาตรงนี้ไว้แล้วไปอ้างอิงกับเรื่องก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะนําขึ้น ทูลเกล้าทูลกระหม่อมแล้วก็เท่ากับท่านกําลังออกข้อบังคับไปจํากัดสิทธิของสมาชิก ที่มีตามรัฐธรรมนูญทันที ประเด็นตรงนี้ผมถึงได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการในเบื้องต้นว่า ผมเข้าใจเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการ หมายความว่า อยากจะให้ท่านประธานสภาชะลอการส่งร่างพระราชบัญญัติไปทางสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีไว้เสียก่อนสัก ๑ วัน ไม่ใช่ส่งกันทันทีแล้วก็ไปมีปัญหาแล้วแก้ไม่ได้ภายหลัง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ถ้าหากเปึนเช่นนี้ผมขอกราบเรียนว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เหมือนที่ท่านกรรมาธิการเขียนว่า ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นเสนอเพื่อ ทรงลงพระปรมาภิไธย เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่ากฎหมายมันยังไม่ไปจากสภาเลยครับ อย่างไรก็ไม่มีตรงนั้นอยู่แล้ว ผมถึงได้นําเสนอกราบเรียนว่าลองไปพิจารณาทบทวน ถ้อยคําครับ ผมเข้าใจอย่างที่เพื่อนสมาชิกขออภัยเอ่ยนามอีกท่านคือ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นในอดีต เพราะฉะนั้นประเด็น ที่เราควรจะต้องพูดกันก็คือว่าทําอย่างไรถึงจะเปึนข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรว่า กําหนดให้ท่านประธานสภาต้องรอสัก ๑ วัน ถ้าเรื่องนี้จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่อง มาตรา ๑๕๔ ของรัฐธรรมนูญเลย แล้วก็จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการจํากัดสิทธิ ตรงกันข้าม กลับให้สิทธิสมาชิกเพิ่มขึ้น เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญเราบอกว่าสมาชิกต้องตรงไปทางโน้น แต่ตามข้อบังคับตรงนี้เรากําลังจะบอกว่าให้สิทธิสมาชิกพูดคุยกับท่านประธานได้ก่อน ซึ่งเปึนการเพิ่มสิทธิให้กับท่านสมาชิก ผมขอนําเสนอถ้อยคําคร่าว ๆ ก่อนนั่งเขียนเมื่อกี้ สั้น ๆ เวลาไม่มี ลองทบทวนดูนะครับ ผมขอเสนอถ้าเปลี่ยนเปึนว่า ให้ประธานสภานําส่ง ร่างพระราชบัญญัติต่อสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีภายในหนึ่งวันหลังจากวันที่รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้ว และถ้าหากว่าในช่วงเวลานั้นท่านสมาชิก ๑ ใน ๑๐ ของจํานวนสมาชิกมีความเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามที่เขียนไว้เดิม ก็ขอให้ ท่านประธานพิจารณาทบทวนตรงนั้นและวินิจฉัยทําความเห็นเสียก่อน ผมคิดว่าถ้าหาก ออกมาเปึนความหมายลักษณะอย่างนี้น่าจะทําให้ตรงกับเจตนารมณ์ของกรรมาธิการ แล้วก็จะหมดปัญหาเรื่องไปตัดสิทธิของสมาชิกตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะตัดปัญหา เรื่องของการซ้ําซ้อนกับรัฐธรรมนูญ เปึนแนวทางนะครับ ส่วนถ้อยคําตรง ๆ ก็อยากจะให้ คณะกรรมาธิการไปลองพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่อยากจะให้ข้อความออกมาในลักษณะ อย่างที่ผมได้นําเสนอเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รองทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท กระผมอยากจะให้ทาง ท่านกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาครับ พวกผมทักท้วงจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีเจตนาอื่น ก็คืออยากจะเห็นการทํางานในสภาเปึนไปด้วยความราบรื่นแล้วก็สะดวกไม่มีข้อติดขัด เพียงระยะเวลา ๑ วันที่มาเขียนให้พักเอาไว้ จริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่าอาจจะมีความขัดแย้ง กับรัฐธรรมนูญด้วย ในขณะเดียวกันต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้กําหนดจํานวนวัน เอาไว้ ถ้าหากสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้ส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ ส่งทูลเกล้าทูลกระหม่อม จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าระหว่างนั้นถ้ามีระยะเวลาอยู่ตรงนั้นสัก ๑๐ วัน ๒๐ วัน ๓๐ วันยังไม่ได้นําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม สมาชิกก็สามารถทําได้ ตลอดระยะเวลา แต่ถ้าเกิดเขียนข้อบังคับไว้อย่างนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่สามารถ ทําได้ ต้องทําภายใน ๑ วัน แม้แต่เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกบอกว่าต้องทําภายใน ๑ วัน ก็ไม่เห็นด้วยครับ จริง ๆ การทําภายใน ๑ วันนั้นหมายถึงว่าต้องไปเร่งสภาทํา ไปเร่ง ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะส่งไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมนะครับ ถ้าเราจะใช้คําว่า พักเอาไว้ มันก็ต้องบอกว่าดีขึ้น แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะมาเขียนเอาไว้อย่างนี้ สาเหตุที่ไม่เขียนไว้ เพราะอะไรครับ วันนี้จริงอยู่ยังไม่เปึนข้อบังคับที่มวลหมู่สมาชิกของเราจะยึดถือเปึน ประเพณีปฏิบัติได้ แต่เชื่อเถอะครับหลายวันต่อไป ในโอกาสต่อไป ช่วงต่อไปจะเปึน วิธีการประเพณีในการปฏิบัติ แน่นอนหลังจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณากฎหมายจบแล้ว เชื่อว่าการจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมหรือโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงพระปรมาภิไธย ในโอกาสต่อไปเชื่อว่าต้องมีการพักเอาไว้ หยุดชะลอไว้ระยะหนึ่ง อาจจะเปึนช่วงระยะเวลา สัก ๓ วัน ๕ วัน ๑๐ วันหรือ ๑๕ วันเสียด้วยซ้ํา นั่นคือประเพณีที่ในโอกาสต่อไป ตอนนี้ ท่านกรรมาธิการใจร้อนไปหรือเปล่าครับว่าจะต้องไปเร่งรัด ผมอยากจะเรียนว่าอะไรก็ตามแต่ มันต้องเกิดความขัดแย้ง โดยข้อสรุปของมันแล้วมันจะเปึนประเพณีวิธีการปฏิบัติ ไม่ใช่เราไปเขียนไว้ครับ ถ้าเขียนไว้แล้วไม่ปฏิบัติมันก็ไม่มีผลหรอกครับ เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนท่านประธานว่า ตรงนี้อยากจะขอไม่จําเปึนต้องเขียนลงไปเลย ก็ขอท่านประธาน และคณะกรรมาธิการว่าอย่าได้เขียนลงไปเลยครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญมันได้กําหนด เอาไว้แล้วในตัวของมันเอง เพราะฉะนั้นก็ขอฝากไว้ นอกจากอยากจะแสดงภูมิ แสดงความรู้ ความสามารถว่าฉันนี่เก่ง ฉันนี่แน่ เมื่อสักครู่เหมือนกันท่านกรรมาธิการ ท่านหนึ่งลุกขึ้นมาก็บอกว่า ยังไม่ได้เข้ามาในสภาตัวเองเลยสภามันเลยเปึนปัญหา ผมอยากจะถามคําถามว่าถ้าเขียนไว้อย่างนี้สักข้อหนึ่งแล้วสภาไม่มีปัญหาหรือ หรือวิธีการปฏิบัติไม่มีปัญหา หรือยาขนานนี้ใส่ไปแล้วสามารถแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน ได้ทั้งประเทศ มันไม่ใช่ครับ อย่าไปคิดอย่างนั้นเลยครับ ความถูก ผิด การทํางานมันย่อมมี อย่าติกัน อย่าว่ากัน เพราะว่าไม่มีใครเจตนาจะให้มันผิดจะให้มันพลาดจะให้มันไม่ดีงาม ทุกคนนะครับ โดยเฉพาะคนที่เปึนนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อนะครับ ไม่ว่าฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ทุกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาผมเชื่อว่าหวังดีต่อประเทศชาติ หวังดีต่อพี่น้องประชาชน เพียงแต่ว่าเรามีข้อมูลพื้นฐานที่ยังไม่ดีพอ มีข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจยังไม่ถูกต้อง ถ้าถูกต้องและดีเชื่อว่าไม่ผิดพลาดหรอกครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการว่าอย่างไรครับ ท่านสาทิตย์เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะกรรมาธิการ เจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการประสงค์จะให้มี กระบวนการที่ชะลอร่างพระราชบัญญัติเอาไว้เพื่อที่จะเป่ดโอกาสให้สมาชิกสามารถ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติดังกล่าวได้ ผมคิดว่าฟังดูเพื่อนสมาชิกติติงก็มีเหตุผล ผมเรียนเสนออย่างนี้ได้ไหมครับว่า เพื่อคงเจตนารมณ์ดังกล่าวไว้แต่มีถ้อยคําที่ชัดเจนขึ้น นี่ให้เขียนว่า ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานสภาชะลอ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้ ๓ วัน ก่อนดําเนินการต่อไป จบ สั้น ง่าย อีกครั้งนะครับ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานสภาชะลอร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวไว้ ๓ วัน ก่อนดําเนินการต่อไป ก็แปลว่าร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภา ให้ความเห็นชอบในกระบวนการสุดท้าย ก่อนประธานสภาจะนําส่งไปยังสํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีก็ชะลอไว้ที่สภา ๓ วัน ถ้าใน ๓ วันนั้นไม่มีปัญหาใดก็จบก็นําดําเนินการต่อ แต่สมาชิกถ้าจะใช้สิทธิก็สามารถที่จะใช้สิทธิแล้วมีโอกาสได้ใช้สิทธินั้น อันนี้ก็กราบเรียนเสนอ เดี๋ยวผมจะเขียนส่งไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการจะชี้แจงใช่ไหม ท่านวิชาญเชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน ในฐานะ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๓๖/๑ นั้น จริง ๆ แล้วที่ท่านกําลังถกเถียงกันในเรื่องประเด็นดังกล่าวนั้น ระเบียบของสภาเองก็มี การยกร่างไว้ตอนสมัยที่ท่านประธานอุทัย พิมพ์ใจชน ซึ่งทําร่างไว้ว่า ในส่วนหนึ่งนั้น ถ้าร่างพระราชบัญญัติใดที่มีความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะสามารถ นําไปสู่การส่งเสนอให้กับทางคณะรัฐมนตรีต่อได้เลย แต่จะต้องทิ้งไว้ ๓ วัน เปึนระเบียบ ของทางสภาเลย เพราะสภาเองจะต้องเปึนคนนําเสนอส่ง เมื่อกี้ผมเองได้ไปสอบถาม ทางเจ้าหน้าที่ มีครับ มีระเบียบชัดเจน เพราะฉะนั้นในข้อดังกล่าวตรงนี้นั้นที่ระบุไว้ ๑ วัน ก็จะเปึนการที่ฟ่กซ์ (Fix) เกินไปกับการที่จะทํางานของสมาชิกหรือทุกคนที่กําลังตรวจสอบ ยังมีเวลาอีก ๓ วันที่ทางสภาเองนั้นจะต้องทําหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบ ข้อความต่าง ๆ ในข้อกฎหมาย ขออนุญาตครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ผมเอง จําเปึนต้องขออนุญาตลุกขึ้นตามที่ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจง แล้วขอแก้ไขตามเจตนารมณ์ ซึ่งผมเองก็เข้าใจในเจตนารมณ์นั้นอยู่แล้ว แล้วฟังท่านกรรมาธิการ ท่าน ส.ส. วิชาญ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านได้ชี้แจง ก็มีระเบียบปฏิบัติที่เปึนวิธีปฏิบัติของฝ์ายประจําอยู่ แต่สิ่งหนึ่งถ้าจะเขียนในข้อบังคับ ๑. ก็ต้องอ้างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ๒. เปึนการเสริม สิทธิของสมาชิกให้มีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนและแน่นอนขึ้น ถึงจะไปเขียนในข้อบังคับได้ ถ้าเขียนลักษณะที่ท่านกรรมาธิการได้เขียนมาที่จะเสนอใหม่ ผมขออนุญาตนิดเดียวว่า ถ้าเขียนอย่างนั้นมันจะตีความรวมถึงร่างพระราชบัญญัติทั้งหมดที่ผ่านสภา คือหมายความว่า ฉบับใดก็แล้วแต่ออกมาต้อง ๓ วันถึงจะส่ง เราเองก็ไม่แน่ใจว่าอะไรที่มันมีความจําเปึน เร่งด่วนหรือไม่ขนาดไหน มันก็จะไปแย้งกันในตัวอีกในอนาคต ผมไม่อยากให้เขียนคลุม อย่างนั้น แต่ถ้าจะเขียนผมเห็นด้วยว่า การเสริมสิทธิของสมาชิกให้เปึนไปตามมาตรา ๑๕๔ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรา ๑๕๔ นะครับ เราก็อย่าไปลอกเอามาตรา ๑๕๔ ออกมา เพียงแต่ให้ความสําคัญกับถ้อยคํา ผมขออนุญาตเสนอท่านประธานอย่างนี้ ถ้าเขียน อย่างนี้จะดีไหม ๑ วันก็ได้ จะ ๓ วันก็ได้ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ ข้อ ๑๓๖/๑ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ผมขออนุญาตตัดคําว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ ทรงลงพระปรมาภิไธย ผมขออนุญาตตัดตรงนี้ออกทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมอ่านใหม่นะครับ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่า หนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา เห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินั้น มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ตรงนี้สําคัญครับ ถ้าไม่เห็นว่าขัดหรือแย้งก็เสนอ ไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นก็จะเสนอโดยทั่วไปอยากเสนอก็เสนอ ผมไม่ได้ตําหนิติติงนะครับ แต่ถ้ามีเจตนารมณ์ที่ไม่ดีก็ทําได้ แต่ถ้าเราพิสูจน์ชัดเจนว่าความเห็นเขามันขัดมันแย้ง มันต้องตีความก็ชอบด้วยเหตุผลที่จะต้องเสนอ เสนอความเห็นต่อประธานสภา โดยให้ ประธานสภาต้องให้โอกาสสมาชิกนั้นเสนอได้ภายใน ๑ วัน จะเปึน ๑ วันก็ได้ครับ นับแต่ วันถัดจากที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ ก็คือตามเจตนารมณ์ของท่านกรรมาธิการ อย่างน้อยชะลอไว้ ๑ วันเลยครับ โดยที่ไม่เกี่ยวกับการนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ของท่านนายกรัฐมนตรีเลยเพราะว่าเปึนเรื่องของสภาเรา หลังจากนั้นต่างหากที่จะเปึน เรื่องของการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ระเบียบของสภาที่เขียนไว้เปึนวิธีปฏิบัติของฝ์ายประจํา ก็ว่าไป แต่อย่างน้อยที่สุด ๑ วันมีหลักประกัน ถ้าแย้งจริงต้องเสนอภายใน ๑ วันให้ได้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เอกสาร เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นในเรื่องการพิจารณาในข้อบังคับการประชุมข้อนี้ ซึ่งท่านประธานอุทัย พิมพ์ใจชน ได้ออกไว้คือ ระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยการดําเนินการ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อให้ การดําเนินการเกี่ยวกับการส่งร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ให้กับนายกรัฐมนตรีเพื่อนําขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ ทรงลงพระปรมาภิไธย เปึนไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม อาศัยอํานาจตามข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๕ (๓) ประธานรัฐสภาจึงออกระเบียบรัฐสภา ว่าด้วย การดําเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว เพื่อเปึน แนวทางปฏิบัติดัง ต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยการดําเนินการเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว พ.ศ. ๒๕๔๕”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเปึนต้นไป

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ “ร่างพระราชบัญญัติ” หมายความรวมถึง ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญด้วย

ข้อ ๔ ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบรัฐสภาแล้ว ให้สํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบความถูกต้องของร่างพระราชบัญญัตินั้นให้ตรง ตามมติของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา

ข้อ ๕ เพื่อเปึนการเป่ดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ใช้สิทธิในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๖๒ (๑) และ (๒) ให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยัง สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ต่อเมื่อเวลาสามวันได้ล่วงพ้นไป นับแต่วันที่ถือว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

ข้อ ๖ ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจวินิจฉัย ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ อุทัย พิมพ์ใจชน ประธานรัฐสภา ซึ่งตรงนี้ที่ผมหยิบยกเอกสารฉบับนี้นั้นย่อมเห็นว่าในระเบียบจริง ๆ แล้วทางเจ้าหน้าที่ ของสภาเองก็ต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบ แล้วก็ยังหมายถึงว่าถ้ามีข้อที่สงสัย สมาชิกทุกท่านก็สามารถที่จะมาร้องหรือตรวจสอบได้ในช่วงเวลา ๓ วัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในความเห็นว่าจะคงไว้หรือไม่คงไว้ แต่สมควรที่จะต้องแก้ไขในส่วนที่มีการกําหนดวันไว้ ๑ วันนั้นก็คงจะต้องเปลี่ยนขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ขอเสนอข้อ ๑๓๖/๑ เพื่อพิจารณาดังต่อไปนี้ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานสภาชะลอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไว้สามวัน ก่อนดําเนินการต่อไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือเปล่าครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี ขออนุญาตผ่านเลยนะครับ ท่านชัยวัฒน์เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ถ้ายังจะคงเดิมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ว่าข้อความเมื่อสักครู่นี้ ผมฟังดูถ้าใช้ข้อความว่า ไม่น้อยกว่า ๓ วัน จะมีความเหมาะสม ถูกต้องมากกว่า คือถ้าพูดถึงบอกว่า ๓ วันเลยมันเปึนการตายตัวไปครับท่านประธาน เหมือนว่าจะต้องไปส่งต่ออีก ต้องปฏิบัติอีกก็ไปกันใหญ่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๖/๑ ที่คณะกรรมาธิการร่างมาถ้าดูจริง ๆ แล้วมีคําถาม ที่สําคัญซึ่งเข้าใจว่าในช่วงที่ผ่านมาคงอภิปรายกันพอสมควร เนื่องจากรัฐธรรมนูญที่เปึน ตัวแม่บทของร่างข้อบังคับข้อนี้ในมาตรา ๑๕๔ นั้นไม่ได้กําหนดวัน การที่เรามามีข้อบังคับ การประชุมสภากําหนดวันล็อกไว้มันขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ตรงนี้ก็ต้องเปึนคําถามใหญ่ อยู่แล้ว แต่ถ้าบอกว่าไม่เปึนไรข้อบังคับเรามากําหนดเวลาเพื่อนําไปสู่การปฏิบัติให้มัน ชัดเจนว่าไม่ได้ยืดเยื้อชักช้าเกินไปก็พอมีเหตุผล แต่สิ่งที่ท่านประธานได้นําเสนอล่าสุด เมื่อสักครู่มันดูเหมือนกับไม่ได้บ่งความหมายอะไรนัก คือตามปกติข้อบังคับที่ท่านร่างมา ล้อเอาบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาก็มีเหตุผลอยู่ เพียงแต่ว่าในช่วงท้ายในบรรทัดสุดท้าย ที่ท่านเขียนจะเอากี่วัน ถ้า ๓ วันมันก็ใช้ข้อความได้ง่าย ๆ ว่า ผมขออนุญาตท่านประธาน เสนอเพื่อท่านกรรมาธิการจะได้พิจารณาคือ เมื่อท่านบอกว่าให้เสนอความเห็นต่อ ประธานสภาคือ เมื่อเห็นว่ามันขัดอะไรต่าง ๆ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภา ท่านก็เขียน ต่อไปว่า โดยประธานสภาต้องให้โอกาส ตรงนี้ผมเข้าใจว่าถ้าท่านไปใช้ข้อความว่า ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภา ทั้งนี้ ต้องเสนอภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากวันที่ รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ คือให้เสนอความเห็นต่อประธานสภา แต่ว่าจะยืดมากก็ไม่ได้ จะต้องเสนอภายใน ๓ วัน สมมุตินะครับ อย่างนั้นมันก็จะชัดเจนว่าให้ทําอะไร แต่เมื่อสักครู่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการยืนขึ้นมาแล้วท่านบอกข้อเสนอใหม่บอกว่า ร่างพระราชบัญญัติใด ที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนจะดําเนินการต่อไปประธานสภาต้องเก็บไว้ ๓ วัน หรือไม่น้อยกว่า ๓ วัน มันไม่ได้บอกความหมายอะไร เพราะฉะนั้นร่างที่ท่านร่างมาดีแล้ว เพียงแต่ว่าประเด็นที่จะเขียนให้มันชัดเจนว่า ให้เสนอต่อประธานสภาได้ภายในกี่วัน ก็ตกลงกันเสีย ถ้าจะ ๓ วันก็ ๓ วัน แต่ข้อความผมขอเสนอว่า ทั้งนี้ ต้องเสนอภายใน ๑ วันหรือว่าภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากรัฐสภามีมติอะไรอย่างนี้เปึนต้น ก็กราบเรียน ท่านประธานนะครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

คือคณะกรรมาธิการ ได้เสนอให้ท่านผู้ทรงเกียรติช่วยพิจารณา ทีนี้ท่านจะเพิ่มอะไรท่านก็บอกเราว่าจะเพิ่ม ตรงไหนท่านช่วยเขียนให้เต็มหน่อยได้ไหมที่เพิ่มไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ ถ้าหลักการ ของคณะกรรมาธิการกับที่ประชุมนี้ฟังดูว่ากี่วัน คําถามของผมก็คือว่า ในรัฐธรรมนูญ ไม่กําหนดวัน ถ้าข้อบังคับมากําหนดวัน คําถามสําคัญคือว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าเราเห็นว่าไม่ขัดกําหนดได้เพราะเปึนหลักปฏิบัติให้มันชัดเจนท่านเอากี่วัน ร่างเดิมท่านเอา ๑ วัน แต่สมาชิกอภิปรายคล้าย ๆ กับว่าภายใน ๓ วัน หรือว่าภายในกี่วัน ก็แล้วแต่ ตรงนั้นเปึนหลักการที่ถ้าตกลงกันได้ ข้อเสนอของผมในการเขียนง่ายนิดเดียว ครับท่านประธาน ท่านประธานคณะกรรมาธิการกรุณาช่วยดูบรรทัดสุดท้ายในข้อ ๑๓๖/๑ ของท่านอ่านมาทั้งหมดบอกว่า ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภา ทั้งนี้ต้องเสนอภายใน สามวันนับแต่วันถัดจากวันที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ มันก็จะตรงตามเจตนารมณ์ ที่ท่านต้องการ ไม่ต้องไปเขียนว่าโดยประธานสภาต้องให้โอกาสสมาชิกสามารถเสนอได้ คือไม่ได้เกี่ยวกับประธานสภาให้โอกาสหรือไม่ให้โอกาส สมาชิกเมื่อเห็นว่ากฎหมาย ฉบับใดมันขัดต่อรัฐธรรมนูญและจะยื่นต่อประธานสภาก็ให้ยื่นได้ แต่ต้องยื่นภายใน ๓ วัน ไม่เช่นนั้นจะทําให้เกิดกระบวนการล่าช้า เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาในสมัยที่เราอยู่ในสภา นี่แหละในยุคที่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ครั้งแรก แล้วปรากฏว่ามีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติโดยรัฐบาล และ ส.ส. ฝ์ายค้านต้องการที่จะขัดขวางไม่ให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติหรือว่าไม่ให้ผ่านกระบวนการได้รวดเร็ว เราก็อาศัยข้อบัญญัติตรงนี้ ในการยื่นให้ประธานส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เปึนเทคนิค ในการดีเลย์ (Delay) กฎหมายทําให้ชักช้าได้ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการคิดว่า ไม่ควรจะให้เวลานานเกินไปก็ถูกต้องแล้ว แต่คําถามของผมว่าเมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ กําหนดเวลาไว้ ถ้าเรากําหนดมันขัดไหม ถ้าไม่ขัดเอากี่วัน ถ้าเอา ๓ วันมันก็ง่าย ก็เขียน ตามที่กระผมนําเสนอ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะผมเองได้มีส่วนที่จะเสนอความเห็นในเรื่องนี้ คือถ้อยคําที่ท่านประธานเสนอมา ตรงนั้นมันค่อนข้างจํากัดและห้วนไป ผมเองเห็นด้วยกับเจตนารมณ์ก็คือว่ามันเปึน การให้สิทธิสมาชิกในการที่จะเสนอความเห็นกรณีเห็นว่าเห็นแย้ง นั่นประเด็นสําคัญครับ

ประเด็นสําคัญที่ ๒ คือจะต้องไม่ไปขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ ต้องหลีกเลี่ยงตรงนี้ให้ได้ ข้อบังคับตรงนี้เขียนขึ้นมาสิทธิมีตามข้อบังคับ แต่ถามว่า เมื่อส่งไปแล้วกฎหมายไปอยู่ที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรียังไม่เสนอนะครับ สมาชิก สามารถใช้สิทธิตามมาตรา ๑๕๔ ได้อีก อย่าไปแตะมาตรา ๑๕๔ เพราะฉะนั้นวิธี จะไม่แตะมาตรา ๑๕๔ อย่าเอาถ้อยคําของมาตรา ๑๕๔ มาใส่ทั้งดุ้น ใส่เฉพาะเรื่อง ของสมาชิกพอ ผมขออนุญาตอ่านอีกครั้งนะครับ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภา เห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภา โดยประธานสภาต้องให้โอกาสสมาชิกเสนอได้ภายในสามวันนับแต่วันถัดจากวันที่รัฐสภา ได้ให้ความเห็นชอบ ๓ วันนี่ผมอิงกับระเบียบของฝ์ายท่านประธานที่ออกระเบียบไปแล้ว อิงกันนิดเดียวครับ มันเปึนเรื่องของสมาชิกกับสภาเท่านั้น ไม่เกี่ยวโดยตรงกับเรื่อง บทบัญญัติของมาตรา ๑๕๔ เกี่ยวกันทางอ้อมเปึนการขยายสิทธิ ความหมายตรงนี้ เมื่อทําตรงนี้หรือไม่ทําก็แล้วแต่ เมื่อส่งไปด้านโน้นแล้วสมาชิกส่วนหนึ่งยังเห็นว่าขัดอยู่ ก็สามารถตามไปทําได้กรณีถ้าท่านนายกรัฐมนตรียังไม่เสนอ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมรับได้ต่อที่ท่านผู้ทรงเกียรติ ได้แก้ไขมา ผมขอทบทวนนะครับ มาตรา ๑๓๖/๑ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้เสนอความเห็น ต่อประธานสภา โดยประธานสภาต้องให้โอกาสสมาชิกสามารถเสนอได้ภายในสามวัน นับแต่วันถัดจากวันที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพีระพันธุ์ครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว ผม กุเทพ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกุเทพครับ ผมอนุญาตให้ท่านพีระพันธุ์แล้วครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวก็ไปได้แล้วครับ ติดอยู่นิดเดียวตรงที่ว่าตรงนั้นไม่มีอะไรบังคับประธานครับ แต่บอกว่าให้สมาชิกเสนอความเห็นได้ภายใน ๓ วัน แต่ปรากฏว่าภายใน ๓ วันที่เสนอ ประธานบอกขออภัยด้วยส่งมาตามข้อบังคับแต่ร่างนั้นไปแล้ว ผมถึงบอกว่าเมื่อกี้ใกล้กับ อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการอ่านบอกว่า ในกรณีนี้ต้องให้ประธานสภาชะลอ การส่งไปสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพื่อให้โอกาสสมาชิกภายใน ๓ วัน ต้องบอกด้วย ว่าให้ประธานสภาชะลอ ไม่อย่างนั้นสมาชิกมีสิทธิจริงแต่ไม่มีบทบังคับประธาน แม้จะเปึนระเบียบนะครับ แต่ระเบียบที่ผ่านมามีแล้วก็เกิดปัญหา ผมคิดว่าเพื่อให้เจตนา ตรงกันทุกฝ์ายให้ชัดเจนไปเลย คือว่าเขียนให้ชัดเจนทั้งฝ์ายประธานและฝ์ายสมาชิก คือประธานต้องชะลอด้วยคือชะลอไว้ ๓ วัน แล้วภายใน ๓ วันนั้นท่านสมาชิกต้องส่งเรื่องไป ทั้ง ๒ ฝ์ายก็จะดีขึ้น ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ก็ขอนิดเดียว ท่านประธานครับ คือข้อความถ้าเปึนไปตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้เสนอ เพราะเราขึ้นว่า ร่างพระราชบัญญัติใด ทีนี้ข้อความต่อไป เมื่อเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ มันก็ต้องมี นั้น นะครับ ถ้ามี ใด ก็จะต้องมี นั้น เพราะเราขึ้นว่า ร่างพระราชบัญญัติใด ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ท่านอ่านต่อไป เมื่อสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาเห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นมีข้อความ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กระผมก็ขอให้เติม นั้น เข้าไป เพราะว่า ใด ก็ต้องมี นั้น ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ก็ยอมรับครับ ขอทบทวนอีกทีนะครับ ร่างพระราชบัญญัติใดที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา เห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ให้เสนอความเห็นต่อประธานสภา โดยประธานสภา ต้องชะลอและให้โอกาสสมาชิกสามารถเสนอได้ภายในสามวันนับแต่วันถัดจากวันที่ รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอได้ครับ ขออนุญาตผ่านเลยนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

หมวด ๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๓๗ ข้อ ๑๓๘ ข้อ ๑๓๙ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๘ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔๐ ข้อ ๑๔๑ ข้อ ๑๔๒ ข้อ ๑๔๓ ข้อ ๑๔๔ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๔๕ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ก็ต้องขออนุญาตใช้สิทธิตามที่ผมได้ สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ ท่านประธานครับ ในข้อ ๑๔๕ นี้ว่าด้วยเรื่องของการเสนอ กระทู้ถามต่อสภา ข้อ ๑๔๕ เดิมเขียนไว้ว่า การประชุมครั้งหนึ่ง ๆ ให้บรรจุกระทู้ถามสด ได้ไม่เกินสามกระทู้และกระทู้ถามทั่วไปไม่เกินสามกระทู้ ผมเองได้ขอแปรญัตติและ สงวนคําแปรญัตติว่าเปึนสี่กระทู้ ผมขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ เพราะมัน เกี่ยวเนื่องกันไป ถ้าข้อนี้ผ่านกระผมเองก็ไม่มีการอภิปราย ต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เคารพ ผมเองพยายามทําหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะว่าข้อบังคับนี่ มันเปึนเรื่องของพวกเรา ถ้าไม่เฝัามีหลายเรื่องมากที่มันจะมีอะไรปน ๆ อยู่ในนี้แล้วก็ใช้ ไม่ได้ ก็อย่าโกรธกันนะครับ ผมเองไม่ได้กินข้าวกลางวันมาผมยังอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ คําว่า สี่กระทู้ หมายความว่าอย่างไร ธรรมเนียมปฏิบัติของเราขณะนี้ เรามี ๓ กระทู้ถามทั่วไป ๓ กระทู้ถามสด แต่ว่าสิ่งที่เราเองได้ไปรับความคิดเห็นได้ไปตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชน สิ่งที่เขาเสนอ ขึ้นมาที่มันเปึนปัญหาโดยเฉพาะกระทู้ถามสดมีมากมายจนกระทั่งบางครั้งเราถามไม่ได้ โชคดีอยู่ช่วงนี้มีข้อหารือแก้ปัญหาได้หน่อยนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากให้บัญญัติไว้ ในข้อบังคับแห่งนี้ก็คือว่าถ้าเปึน ๓ กระทู้ ธรรมเนียมเราเองให้สิทธิฝ์ายค้านเพราะถือว่า ท่านเปึนฝ์ายค้านน่าจะตรวจสอบรัฐบาลได้ดีกว่าพวกเราในฐานะเปึนฝ์ายรัฐบาล หรือธรรมเนียมอื่นผมไม่แน่ใจมีเหตุผลอื่นหรือไม่ แต่ความคิดผมเปึนอย่างนั้นอาจจะ บอกว่ารัฐบาลเองไม่ต้องถามรัฐบาลก็ได้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ หน้าที่ของ ผู้แทนราษฎรในการควบคุม ตรวจสอบการทํางานของฝ์ายบริหารเปึนหน้าที่ของสมาชิก ทุกคนครับ ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล ปัญหาของพี่น้องในแต่ละเขตก็ควรจะ ได้รับการแก้ไขเหมือนกัน เพราะกระทู้ถามคือข้อคําถามที่สมาชิกนํามาถามต่อฝ์ายบริหาร ในสิ่งที่เปึนปัญหา โดยเฉพาะสิ่งที่เปึนปัญหาเร่งด่วนสําคัญเราก็เอามาเปึนกระทู้ถามสด ผมเองอยากจะให้เปึน ๔ กระทู้อย่างนี้ครับ ฝ์ายรัฐบาลเปึนฝ์ายเสียงข้างมากในสภา อย่างป้นี้นะครับ ๓๑๖-๓๑๗ ท่านเปึนฝ์ายรัฐบาลมีพรรคร่วมรัฐบาล ฝ์ายค้านมี ๑ พรรค ๑๖๔ ท่าน สิทธิได้ถามกระทู้ถามสัปดาห์ละ ๒ กระทู้ แต่ว่าฝ์ายรัฐบาลมีพรรคร่วมรัฐบาล วิธีการเกลี่ยหรือวิธีการจัดสรรสู่พรรคร่วมรัฐบาลก็แบ่งกันไป ๑ กระทู้ถาม แบ่งกันไป พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา กว่าจะวนมารอบหนึ่งของพรรคพลังประชาชนนี่ ๔-๕ อาทิตย์ เพราะฉะนั้น ผมเองอยากจะขอความเปึนธรรมกับสภาแห่งนี้ช่วยลงมติสักนิดเถอะครับ ขอ ๔ กระทู้ แบ่งกันเลยครึ่งต่อครึ่ง ของฝ์ายรัฐบาลครึ่งหนึ่งของฝ์ายค้านครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึน กระทู้ถามสดหรือกระทู้ถามทั่วไป นอกนั้นก็จะเปึนถ้อยคําที่แปรญัตติตามเท่านั้นเอง จากเวลาที่เราใช้กระทู้ถาม ขออนุญาตท่านประธานยาวไปเลยนะครับ ผมจะได้ไม่ต้อง ให้เหตุผลอีก กระทู้ถามละ ๒๐ นาที ถ้าเปึน ๔ กระทู้ ผมก็แปรญัตติเปึน ๘๐ นาที เท่านั้นเองครับ ก็อยากจะให้สภาแห่งนี้ช่วยพิจารณาสักนิดหนึ่งว่าถ้าเราจะช่วยกันทํางาน ผมเองเมื่อรัฐบาลสมัยนี้มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน รัฐมนตรีเปึน ผู้แทนราษฎรด้วย เขาใจกว้างที่จะฟังข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนดีกว่าเอามาหารือ โดยที่รัฐมนตรีไม่ได้ฟังเลยนะครับ บางทีรัฐมนตรีก็ไม่ได้ตอบ ผมว่าให้โอกาสตรงนี้จะเปึน ประโยชน์ข้อหารือตรงนั้นก็จะลดลง กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ถ้ากรุณาจะแก้ให้ผมได้ก็ไม่ต้องลงมติครับ แต่ถ้าท่านไม่แก้ ผมอยากจะ ขอเสียงจากสภาแห่งนี้ช่วยสนับสนุนผมในการที่จะแปรญัตติตรงนี้ไว้เปึน ๔ กระทู้ถาม ทั้งกระทู้ถามทั่วไปแล้วก็กระทู้ถามสด กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ในเรื่องกระทู้ถามในข้อ ๑๔๕ ในคณะกรรมาธิการเราก็อภิปรายกันอย่างกว้างขวางทีเดียวทั้ง ๔ กระทู้และ ๓ กระทู้ครับ โดยมีเหตุผลที่ดีทั้งสองฝ์าย แต่พอถามถึงหัวใจแล้วเขาบอกว่าเอา ๓ กระทู้ถามไปก่อน เพราะฉะนั้นเสียงส่วนใหญ่เลยเปึน ๓ กระทู้ถาม เลยขอคงเดิมไว้ก่อนนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอว่าอย่างไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ผมฟังเสียงท่านประธานเองก็ยืนยัน ผมเอง คงต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าโหวตแล้วผมเองก็คงแพ้ เพราะฉะนั้น ไม่ติดใจครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๔๖ มีการแก้ไข

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ในส่วนที่ คณะกรรมาธิการแก้ไข ท่านประธานครับ เนื่องจากท่านยกเอาข้อความจากวรรคสอง ของข้อนี้ตามร่างเดิมขึ้นมาเขียนไว้เปึนวรรคเดียวกัน ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนถาม เมื่อมีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ การที่รัฐมนตรีไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ ถ้าเราสามารถวัดได้ว่ามีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้มันก็น่าจะเขียนไว้ แต่ว่าโดยมากผมก็คิดว่ามันไม่สามารถพิสูจน์ว่าเปึนเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นจึงเปึนเรื่องที่ยากในการที่จะวัด กระผมก็เลยมีความรู้สึกว่าลองเสนอ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งต้องขอบคุณท่านที่สนใจดูอย่างละเอียดมาก ในขณะนี้ เข้าใจว่าท่านประธานท่านสนทนากันอยู่เดี๋ยวจะไม่ได้ฟัง ผมกําลังเสนอได้โปรดกรุณา หยุดการสนทนากันสักครู่นะครับ คือข้อความที่ท่านเขียนขึ้นมาใหม่ท่านเขียนอย่างนี้ครับ เว้นแต่มีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทําให้ไม่อาจตอบกระทู้ถาม แต่ต้องแจ้งเปึนหนังสือ ต่อประธานสภาก่อนหรือในวันประชุมสภา ผมจะขออนุญาตเรียบเรียงถ้อยคําเพื่อ ให้อ่านแล้วอาจจะดูดีขึ้นหรืออาจจะไม่ดีขึ้น ท่านประธานลองฟังดูนะครับ ผมจะเขียนว่า เว้นแต่มีเหตุจําเปึนที่ทําให้ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ แต่ต้องแจ้งเปึนหนังสือ ต่อประธานสภาก่อนหรือในวันประชุมสภา คือคําว่า เหตุอันหลีกเลี่ยงได้ ผมเห็น ท่านรัฐมนตรีท่านก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ว่าบางทีเราก็เห็นความจําเปึนว่าท่านต้อง ไปราชการต้องไปอะไรก็มาตอบกระทู้ถามไม่ได้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ผมว่ามันต้องมีมาตรวัดว่า ขนาดไหนถึงเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมอีกครั้งหนึ่ง ผมเขียนอย่างนี้นะครับ เว้นแต่มีเหตุจําเปึนที่ทําให้ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ แต่ต้องแจ้งเปึนหนังสือ ต่อประธานสภาก่อนหรือในวันประชุมสภา ก็ขอเสนอท่านประธานไว้เพื่อพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคพลังประชาชน ต้องขอกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า นี่เปึนการประชุมเพื่อที่จะพิจารณาในเรื่องของ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนแม่บทในการที่จะใช้ในเรื่องของการทํางาน ต้องเรียนต่อท่านประธาน ในข้อ ๑๔๖ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้ให้เหตุผลไปส่วนหนึ่ง การที่นายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีก็ตามแต่ที่มีอยู่ในบ้านเมืองไทยเรานี่ ตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญนั้นบอกว่ามีได้ไม่เกิน ๓๖ ท่าน ในความคิดเห็นของผมเองถ้าไปไกล อีกนิดหนึ่ง น้อยไป ควรจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียด้วยซ้ํา แต่ในขณะเดียวกันข้อบังคับของเรา ไปบอกว่า นายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีก็ดีต้องมาตอบกระทู้ถามในสภา เวลาทํางาน ในประเทศไทยเรานี่ครับ จริงอยู่ไม่ใช่กระทู้ถามของมวลหมู่สมาชิกไม่ได้มีความจําเปึน มีความจําเปึนในการที่รัฐบาลหรือตัวแทนในการบริหารจะมาชี้แจงข้อซักถามหรือการตอบ แต่บอกว่านี่ต้องเปึน เว้นแต่มีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ภาษากฎหมายครับ ท่านประธานก็เรียนมา คําว่า เหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โอ้โฮ มันบัญญัติไว้นะครับ ศัพท์นี้ มันมีน้อยมากเลยเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นตอบโดยนัย เขียนไว้แบบนี้ก็คือนายกรัฐมนตรีต้องมา รัฐมนตรีต้องมา ใช้คําว่า ต้องมา เพราะเหตุ จําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ มันน้อยมากนะครับ ท่านพิสูจน์อย่างไรดังที่ท่านสมาชิก ได้กล่าว แล้วภาษานี้เปึนภาษากฎหมายบัญญัติศัพท์ไว้นะครับ เหตุจําเปึนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้ มีทั้งหมดกี่ข้อผมจําไม่ได้มันนานแล้วครับ รู้สึกจะมี ๗ ข้อถ้าผมจําไม่ผิด หรือ ๕ ข้ออะไรนี่ เพราะฉะนั้นเรียนต่อท่านว่า ต้องแก้ไขเพราะว่าสงวนเอาไว้ เพราะว่า มิเช่นนั้นเหตุอื่นที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าอันนี้มันจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้มีความผิด เดี๋ยวเปึน ความผิดอีก เพราะฉะนั้นก็เรียนต่อท่านประธานว่าขอแก้ไขใหม่ ในข้อ ๑๔๖ เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกได้แก้แล้วนะครับ แต่ว่าผมจะแก้ให้กระชับขึ้นอีกนิดหนึ่ง ข้อ ๑๔๖ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถาม ในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจําเปึนทําให้ไม่อาจตอบกระทู้ถามนั้นได้ แต่ต้องแจ้งเปึนหนังสือต่อประธานสภา ก่อนหรือในวันประชุมสภา ตัดข้อความบางส่วนออก เพราะฉะนั้นก็เรียนต่อท่านประธาน และท่านคณะกรรมาธิการนะครับว่า ตรงนี้ก็จะเปึนส่วนหนึ่งในการที่จะแบ่งเบาภาระ ให้ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีมีโอกาสมีเวลาทํางาน การทํางานบริหารชาติบ้านเมือง ก็ทํางานให้พี่น้องประชาชน การตอบกระทู้ถามในสภาก็ทํางานนะครับ แต่ว่าให้เปึน วิจารณญาณได้ไหม ให้นายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีก็ดี ท่านมีวิจารณญาณในตนเองว่า อันไหนควรจะไปก่อนอันไหนควรจะไปหลัง มิเช่นนั้นเดี๋ยวจะยกข้อบัญญัติในกฎหมาย มาว่ามีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะมันจะไม่เข้าข่ายครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ คือในข้อ ๑๔๖ ที่ใช้ คําว่า มิอาจหลีกเลี่ยงได้ นั้น ก็เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ ซึ่งผม จะอ่านให้ฟังครับ

มาตรา ๑๖๒ ในกรณีที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเพื่อตั้ง กระทู้ถามในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีผู้ใด ให้เปึนหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้นั้นต้องเข้าร่วมประชุม สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาเพื่อชี้แจงหรือตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่ มีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทําให้ไม่อาจเข้าชี้แจงหรือตอบกระทู้ แต่ต้องแจ้งให้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานวุฒิสภาทราบก่อนหรือในวันประชุมสภาในเรื่อง ดังกล่าว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมบูรณ์เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ข้อ ๑๔๖ ในข้อบังคับดังกล่าวถ้าเราดูทั้งข้อบังคับโดยส่วนใหญ่ จะมาใช้ในเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร จะมาใช้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบทั้งสิ้น แต่ข้อนี้เราจะมาพูดถึงฝ์ายบริหารกัน ในเรื่องของฝ์ายบริหารผมขอสอบถาม ท่านกรรมาธิการทุกท่านนะครับว่า ในกรณีที่ต้องมาตอบกระทู้ถามด้วยตนเองนั้น สามารถที่จะมอบหมายได้หรือไม่ การมอบหมายก็คงสามารถที่จะมอบหมาย ในคณะรัฐมนตรีด้วยกัน นายกรัฐมนตรีอาจจะมอบหมายให้ใครมาตอบก็ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาจจะให้มาตอบเรื่องการบรรจุแต่งตั้งโดยให้รัฐมนตรีใด มาตอบก็ได้ใช่หรือไม่ ทีนี้ถ้าในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐมนตรีสามารถที่จะเลื่อน โดยการแจ้งเปึนหนังสือให้กับประธานสภา ท่านประธานครับ ในกรณีที่มีการเลื่อนนั้น ผมอยากให้มีการกําหนดเรื่องระยะเวลาไว้ด้วย เหตุผลที่ผมต้องการให้ท่านกําหนด ระยะเวลาไว้ด้วยก็คือ กระทู้ถามทั่วไปที่ตอบในราชกิจจานุเบกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ มีการกําหนดเรื่องระยะเวลาไว้ว่ารัฐมนตรีจะต้องตอบภายใน ๓๐ วัน หากรัฐมนตรี ไม่สามารถตอบภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่งก็ให้แจ้งว่าตอบได้เมื่อใด แต่ในกระทู้ถามทั่วไปตามข้อ ๑๔๖ ผมยกตัวอย่างเหตุผลนี้เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ ดังกล่าว ผมได้ตั้งกระทู้ถามเมื่อสมัยที่ผ่านมาถามนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นมีนโยบาย เรื่องการเลือกปฏิบัติในการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบายว่า จังหวัดใดที่ไม่เลือกพรรคของท่านท่านจะไม่ให้งบประมาณ ตรงนี้แหละผมเอามาตั้งเปึน กระทู้ถาม ผลปรากฏว่านายกรัฐมนตรีเลื่อนกระทู้ถามสัปดาห์ที่ ๑ ต่อไปสัปดาห์ที่ ๒ ต่อไปสัปดาห์ที่ ๓ สุดท้าย ก็ให้รัฐมนตรีบางท่านที่มีความสามารถในการตอบกระทู้ถาม ซึ่งสามารถตอบได้ทุกกระทรวงเปึนคนมาตอบกระทู้ถาม ผมเรียนว่าเปึนเรื่องของนโยบายก็ไม่สามารถที่จะถามได้ในกรณีที่มีการเลื่อนครับ ถ้าไม่มี การกําหนดเวลาและไม่แจ้งให้สมาชิกทราบมันจะมีผลตรงไหนครับท่านประธาน คือมัน ไปมีผลที่ข้อ ๑๕๐ กระทู้ถามจะตกไปถ้าเกิดสมาชิกไม่อยู่ในที่ประชุมในวันนั้น ขณะที่เรา ตั้งกระทู้ถามเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกับฝ์ายบริหาร ฝ์ายบริหาร สามารถเลื่อนไปได้ ขณะเดียวกันวันใดวันหนึ่งรัฐมนตรีบอกว่าผมขอเลื่อน ส.ส. ของเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราก็อาจจะมีภาระความจําเปึนเช่นเดียวกันขอเลื่อนเปึน สัปดาห์ต่อไป ผลปรากฏว่าเราไม่อยู่ พอ ส.ส. ไม่อยู่เปึนอย่างไรครับ ตามข้อ ๑๕๐ ก็คือ ตกไป เพราะฉะนั้นเปึนการเสียสิทธิ เสียผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมเลยอยาก กราบเรียนว่า ขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มเรื่องของเวลาว่าให้ทางรัฐมนตรีต้อง กําหนดระยะเวลาในการตอบด้วย ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุธรรมครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเรียนว่า ในข้อ ๑๔๖ เปึนเรื่องเกี่ยวกับกระทู้ถาม แล้วก็เห็นด้วยกับทาง คณะกรรมาธิการที่ได้มีการปรับปรุงข้อความเพิ่มเติมไปจากข้อบังคับเดิมที่ทําให้เครื่องมือ ที่เราใช้ตรวจสอบการทํางานของฝ์ายบริหารคือกระทู้ถามนั้นมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ ยิ่งขึ้น ก็ขออนุญาตเรียนว่า ในข้อ ๑๔๖ ที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมนั้นส่วนใหญ่ ผมเห็นด้วย แต่จะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้ช่วยพิจารณาว่าถ้าหากว่าเราจะต้องเพิ่มเติมกรณีเหตุผล ที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถามจะต้องแจ้งให้กับประธานสภา เพื่อแจ้งกับเจ้าของกระทู้ถามนั้นทราบด้วยจะเปึนผลดี เพื่อต้องการควบคุมให้ ฝ์ายบริหารนั้นรับผิดชอบต่อสภา ผมจะขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมเปึนอย่างนี้ ในส่วนที่ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมจากเดิม เว้นแต่มีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทําให้ ไม่อาจตอบกระทู้ถาม แต่ต้องแจ้งเหตุจําเปึนนั้นเปึนหนังสือต่อประธานสภาก่อน หรือในวันประชุมสภา ขออนุญาตครับท่านประธาน ผมเพิ่มเติมคําว่า เหตุจําเปึน นั้นลงไประหว่างคําว่า แจ้ง กับ เปึน จะขออนุญาตเพิ่มเติมอย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ รับได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมสอบถามเรื่องระยะเวลาเนื่องจากตามที่ผมได้กราบเรียนว่า ตามข้อ ๑๖๐ เรื่องการตอบกระทู้ถามในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่ถ้าเกิดรัฐมนตรี มาตอบไม่ทันตามระยะเวลาที่ข้อบังคับเรากําหนดก็คือ ๓๐ วัน ในข้อบังคับนี้แจ้งว่า ให้ทางรัฐมนตรีนั้นกําหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ในราชกิจจานุเบกษานี้ให้กําหนดว่า จะตอบได้เมื่อใด แต่ว่าในกระทู้ถามทั่วไปผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติม ที่เกี่ยวข้องกับการกําหนดระยะเวลาไว้ด้วย สิ่งนี้เปึนสิ่งที่รักษาผลประโยชน์ให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการน่าจะกําหนดไว้ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านผู้ทรงเกียรติจะเพิ่ม ตรงไหนดีครับ ช่วยแนะนําหน่อย เพื่อที่จะได้ตรงใจท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการที่เคารพ ข้อ ๑๖๐ วรรคสาม คือในข้อ ๑๖๐ กระทู้ถาม ที่ต้องตอบในราชกิจจานุเบกษา ในข้อบังคับนี้กําหนดว่าจะต้องตอบภายใน ๓๐ วัน เมื่อต้องตอบภายใน ๓๐ วัน บางครั้งคิดว่าทางรัฐมนตรีอาจจะตอบไม่ทัน ในข้อบังคับ ก็เลยกําหนดไว้ว่า หากรัฐมนตรีไม่สามารถตอบภายในกําหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้ง เหตุขัดข้องเปึนหนังสือและให้กําหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด คํานี้แหละครับ ให้กําหนดว่า จะตอบได้เมื่อใด ผมอยากให้มีคํานี้อยู่ในข้อ ๑๔๖ ด้วย อย่างน้อยก็คือเปึนการรักษา ผลประโยชน์ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนที่ผมกราบเรียนว่า ในกรณีที่รัฐมนตรี สามารถเลื่อนได้แต่ว่า ส.ส. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เปึนผู้ตั้งกระทู้ถาม เมื่อรัฐมนตรีกําหนดมาแล้วเราเลื่อนไม่ได้ครับ พอเราไม่อยู่กระทู้ถามก็ตกไปมันก็เสีย ผลประโยชน์ ผมอยากให้เพิ่มเติมก็คือแจ้งเปึนหนังสือต่อท่านประธานสภาและให้ กําหนดว่าจะตอบได้เมื่อใดแค่นี้ล่ะครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พลังประชาชน ถ้าท่านประธาน คณะกรรมาธิการและคณะรับข้อเสนอของท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ในการเขียนก็คงจะต้อง เอาข้อความจากข้อ ๑๖๐ ตามที่ท่านได้เสนอไว้มาต่อ ซึ่งก็คงต่อจากเมื่อท่านประธาน คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงว่าข้อความที่ท่านเขียนมานั้นเปึนคําที่มาจากรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่ขัดข้อง ไม่ว่าจะเปึนเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นตรงนั้นก็ตกไป ข้อเสนอของเราตรงนั้นก็อ่านตามที่ประธานได้เขียนมาว่า เว้นแต่มีเหตุจําเปึนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้ทําให้ไม่อาจตอบกระทู้ถาม แต่ต้องแจ้งเปึนหนังสือต่อประธานสภาก่อน หรือในวันประชุมสภา แล้วก็ให้ไปเอาข้อ ๑๖๐ มาต่อ และให้กําหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด เพื่อประธานสภาแจ้งให้ผู้ตั้งกระทู้ถามทราบ คือถ้าเอามาทั้งหมดนั้นก็เท่ากับว่า เมื่อท่านรัฐมนตรีแจ้งมายังท่านประธานว่าไม่สามารถตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ ท่านต้อง บอกมาด้วยว่าจะตอบได้วันไหน แล้วท่านประธานก็จะได้แจ้งให้ท่านเจ้าของกระทู้ถาม ทราบว่าวันนี้รัฐมนตรีแจ้งเหตุขัดข้องมาไม่ได้ ท่านแจ้งว่าท่านจะมาวันพุธหน้า ตรงนั้น ก็น่าจะสมเหตุผล ถ้าท่านประธานขอความเห็นจากสภาเมื่อสักครู่ว่าให้ช่วยกันเสนอ กระผมก็เสนอเพิ่มเติมเพื่อท่านผู้เสนอความเห็นจะได้บรรลุเปัาหมายตรงนั้น ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ตกลงเพื่อแก้ไขตามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเสนอมา เอาดังนี้นะครับ ข้อ ๑๔๖ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูก ตั้งกระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่ มีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทําให้ไม่อาจตอบกระทู้ แต่ต้องแจ้งเปึนหนังสือ ต่อประธานสภาก่อนหรือในวันประชุมสภา และให้กําหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ถูกต้อง เห็นชอบด้วยกันนะครับขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานได้กรุณาอ่านนั้น ผมจะขออนุญาต เปึนอย่างนี้นะครับ ที่ท่านพูดถึงว่าเหตุจําเปึน มีคําว่า นั้น ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้น จําเปึน จะซ้อนเปึน ๒ เปึนนะครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านอ่านนั้นตกไป

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

นั้น ใช่ไหมครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

เหตุจําเปึนนั้น เปึนหนังสือ ถูกไหมครับ

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ถูกต้องครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ผ่านนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๔๗ ข้อ ๑๔๘ และข้อ ๑๔๙ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕๐ มีการแก้ไข

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ในกรณีข้อ ๑๕๐ ท่านคณะกรรมาธิการได้ตัด (๕) ข้อ ๑๕๐ เขาบอกว่า กระทู้ถามตกไปเมื่อ ท่านก็ไปตัด คําว่า (๕) สิ้นสุดสมัยประชุมหนึ่ง ๆ เฉพาะกระทู้ที่ต้องตอบในที่ประชุมสภา ทีนี้โดยเจตนารมณ์ และวัตถุประสงค์ของกระทู้ก็เพื่อเปึนการควบคุม กํากับ ติดตาม ดูแลการบริหารราชการ แผ่นดินของฝ์ายบริหาร อันนี้เปึนหลักการที่ ๑

หลักการที่ ๒ ก็คือว่า เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา ได้นําปัญหาแต่ละปัญหามาถามผู้บริหารในสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะได้ทราบถึงแนวทาง การแก้ไขและการปฏิบัติ ฉะนั้นกระทู้ถามจึงเปึนหลักการหนึ่งในการควบคุม กํากับ ดูแล ของฝ์ายบริหารที่สภาใช้กระทู้ถามเปึนเครื่องมือในการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการคิดอย่างไรให้เหตุผลต่อสภาได้หรือไม่ว่าที่ท่านไปตัด (๕) ออกนั้น มันเพราะอะไร มันมีเหตุผลพิเศษหรือไม่ หรือมีเจตนาพิเศษอย่างไร อยากจะขอทราบ นะครับว่า (๕) เปึนเรื่องใหญ่เรื่องสําคัญ ถ้าหากไม่สําคัญผมเชื่อว่าท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านไม่ยื่นเพื่อที่จะเข้ามาสอบถามฝ์ายบริหาร ฉะนั้นเปึนเรื่องใหญ่ เรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของข้อ ๑๕๐ หลักการก็คือ ต้องการควบคุม กํากับ ติดตามการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะฉะนั้นจะมีเหตุผลพิเศษอย่างไรหรือไม่ อยากจะ ขอสอบถามทางคณะกรรมาธิการที่ได้ตัดใน (๕) ออกไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องการตัดในข้อ ๑๕๐ (๕) เนื่องจากผมเปึนคนเดียว ที่เปึนผู้เสนอคําแปรญัตติในเรื่องนี้แล้วก็ได้เข้าชี้แจงกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการก็เห็นชอบด้วยกับการที่ให้ตัด (๕) ออกไป เหตุผลเปึนอย่างนี้ครับ ผมไม่ต้องการให้กระทู้ถามที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งผ่านการไปศึกษา ไปสํารวจความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาจากพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว เมื่อนําเข้ามา ตั้งกระทู้ถามอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้วต้องตกไปไม่ว่าในกรณีใด ๆ และการเสนอว่า กระทู้ถามจะต้องไม่ตกไปเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมหนึ่ง ๆ ก็จะมีหลักประกันอยู่อันหนึ่งก็คือ ได้ไปเขียนไว้ในข้อ ๑๖๑ ก็คือบอกว่า กระทู้ที่ต้องตอบในที่ประชุมสภา ทั้งที่ได้รับ การบรรจุและยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าระเบียบวาระในสมัยประชุมหนึ่ง ๆ เมื่อสิ้นสุด สมัยประชุมให้ประธานสภารวบรวมแจ้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดําเนินการตอบใน ราชกิจจานุเบกษาภายในสามสิบวัน นั่นหมายความว่ากระทู้ถามที่เพื่อนสมาชิกตั้งใจ ที่จะนํามาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร แต่เนื่องจากว่าเงื่อนไขที่จะบรรจุกระทู้ถาม ในแต่ละครั้งนั้นสามารถทําได้เพียง ๓ กระทู้ อาจจะไม่เพียงพอภายในสมัยหนึ่ง ๆ เมื่อเพื่อนสมาชิกได้เสนอกระทู้ถามไว้จํานวนมาก เช่น ในสมัยประชุมนี้ก็เข้าใจว่า ประมาณ ๒๐๐ กว่ากระทู้ไม่สามารถที่จะตอบทันในสมัยประชุมหนึ่ง ๆ ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อกระทู้ถามในสมัยประชุมหนึ่ง ๆ สามารถตอบได้เพียง ๔๐ กระทู้ หรือ ๕๐ กระทู้ กระทู้ถามที่เหลืออีกเปึนร้อย ๆ กระทู้เกือบ ๒๐๐ กระทู้จะต้องตกไป ก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นข้อ ๑๕๐ จึงให้หลักประกันว่ากระทู้จะต้องไม่ตกไป และไปรับรองไว้ในข้อ ๑๖๑ ว่ากระทู้ที่ยังไม่ได้ตอบหรือยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าสู่ ระเบียบวาระให้เอาไปตอบในราชกิจจานุเบกษาแทน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ กรรมาธิการ ก็ขอยืนยันตามที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้อธิบายครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดชัยภูมิ คือที่ผมถามท่านกรรมาธิการ ผมเห็นว่ากระทู้ถาม เปึนเรื่องใหญ่นะครับ แล้วท่านต้องตอบผมก่อนว่าที่ท่านไปตัด (๕) ท่านไปผูกไว้ที่ ข้อบังคับอื่นหรือไม่ เพราะว่าเจตนารมณ์ของกระทู้ถาม หลักใหญ่ ๆ ก็คือการควบคุม ติดตามการบริหาร ราชการของฝ์ายบริหาร ฉะนั้นอันนี้เปึนเจตนารมณ์พิเศษในเรื่องของการเขียนกระทู้ แล้วก็การกํากับไว้ในข้อบังคับ ฉะนั้นทางคณะกรรมาธิการไปตัดออกมันจะต้องมีเหตุผล มากกว่าที่เราเคยปฏิบัติกันไว้ คือเหตุผลของคณะกรรมาธิการอย่างไรผมไม่ทราบ ผมจึงถาม หรือท่านจะตอบบอกว่าที่ตัดไปถ้าหากมันสิ้นสุดสมัยประชุมก็จะรวบรวมไว้ แล้วก็จะให้ฝ์ายสภาเราส่งไปที่ฝ์ายบริหาร เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์เรื่องแรกที่ผม กราบเรียนต่อท่านประธานไปมันผิดวัตถุประสงค์ในการที่เราร่างกันมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นมันมีเจตนาพิเศษอะไรที่คณะกรรมาธิการมองเห็นว่าเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุม สมัยหนึ่ง หรือเปึนข้อสังเกต ผมยกตัวอย่างต่อท่านประธานอย่างนี้ ในการประชุม ในหลายสมัยที่ผ่านมาผมก็อยู่ในสภาแห่งนี้ มันมีกระทู้ถามแล้วก็ยื่นกันไว้ทํานอง เปึนญัตติหรืออะไรก็ตาม หรือท่านมองไปเหมือนกับมันค้างคาสภาไว้เยอะ อย่างเช่น ของท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา ซึ่งท่านถามญัตติหรือทําอะไรไว้เยอะแยะถามที่สภานี่ อันนี้เปึนเรื่องดีในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมจึงถาม ต่อทางท่านกรรมาธิการผ่านไปยังท่านประธานว่าเรื่องนี้จริง ๆ มันคืออะไรนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อผมเห็นการตัด (๕) ในข้อ ๑๕๐ ก็มีคําถาม เช่นเดียวกับท่านเจริญ เพราะว่าที่เราบัญญัติไว้ในช่วงที่มีการร่างข้อบังคับในช่วงโน้น เนื่องจากเรามีปัญหาว่ากระทู้ถามนี่ค้างวาระการประชุมมาก ก็เลยถือว่ากระทู้ถาม เวลาเข้ามาน่าจะได้ถามในสมัยประชุมนั้น ถ้าพ้นสมัยประชุมก็มองว่ากระทู้ถามนั้น ล้าสมัย เราก็เลยบัญญัติไว้ว่า เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมหนึ่ง ๆ ก็ให้กระทู้ที่ท่านสมาชิก ถามว่าต้องตอบในที่ประชุมสภาเปึนอันตกไป เพื่อที่จะโละกระทู้ถามที่จะต้องตอบในสภา ให้ออกไปจากระเบียบวาระ แต่เมื่อท่านสมาชิกได้เสนอคําแปรญัตติแล้วท่านกรรมาธิการ ไปเห็นด้วยก็ไปตัดข้อนี้ออก โดยไปแก้ในข้อ ๑๖๑ เปึนการเพิ่มขึ้นมาบอกว่า กระทู้ที่เสนอ เข้ามาตอนแรกว่าให้ตอบในที่ประชุมสภา ต่อไปนี้ไม่ให้ถือว่าสิ้นสุดเมื่อสิ้นสมัยประชุม หนึ่ง ๆ แต่ให้กลายไปเปึนกระทู้ที่จะต้องตอบในราชกิจจานุเบกษา มันก็บรรลุเปัาหมายอยู่ คือว่าเอากระทู้ถามออกจากระเบียบวาระของสภาไปเปึนกระทู้ถามที่รัฐมนตรีต้องตอบ ในราชกิจจานุเบกษาและกําหนดเวลาให้เสร็จว่าภายใน ๓๐ วัน ผมเองไม่ติดใจก็คิดว่า ท่านแก้ปัญหาที่เราร่างในครั้งก่อนได้ว่าไม่มีกระทู้ถามค้างสภาให้รกรุงรัง แต่คําถามมันมี อย่างนี้ครับ ท่านรองประธานใช่ไหมครับที่นั่งพยักหน้าด้วยความเคารพว่าท่านสนใจมาก ก็คือว่าเมื่อสมาชิกยื่นกระทู้ถามให้ตอบในที่ประชุมสภา แล้วเราไปแปลเจตนาท่านให้เปึน การตอบในราชกิจจานุเบกษา ตรงนี้จะถือว่าเปึนการขัดเจตนารมณ์ของผู้ยื่นกระทู้ถาม หรือไม่ คือถ้าเราเขียนข้อบังคับไว้อย่างนี้แล้วท่านสมาชิกที่อยู่ในที่นี้เห็นพ้องแล้ว ต่อไปนี้ เวลาท่านยื่นกระทู้ถามที่จะให้รัฐมนตรีมาตอบท่านในสภาแล้วมาตอบไม่ทัน สิ้นสุด สมัยประชุมวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนี้ กระทู้ถามที่บรรจุไว้ในนี้จะกลายเปึนกระทู้ถาม ที่จะต้องไปตอบในราชกิจจานุเบกษา ถ้าที่ประชุมนี้เข้าใจตรงกันรับในหลักการนี้ ผมไม่ว่าอะไร เพราะว่าคนที่ยื่นกระทู้ที่จะถามรัฐมนตรีมีเจตนาจะทดสอบว่ารัฐมนตรี มีไหวพริบมีปฏิภาณที่จะตอบกระทู้ถามเขาได้ดีไหม เพราะการถามกระทู้ถามให้ตอบ ในราชกิจจานุเบกษาเปึนอีกวัตถุประสงค์หนึ่งคือต้องการได้หลักฐานจากคําตอบไปยืนยัน กับประชาชน มันก็คนละลักษณะกัน ตรงนั้นมันก็ค่อนข้างจะมีเจตนาที่ไม่ค่อยตรงกัน แต่เมื่อข้อบังคับนี้ไปแปลเจตนาจากการยื่นกระทู้ถามรัฐมนตรีให้มาตอบในสภาไปเปึน กระทู้ถามให้ตอบในราชกิจจานุเบกษาโดยอัตโนมัติ ตัวนี้จะขัดหลักหรือว่าจะทําให้สภานี้ เกิดความไม่สบายใจไหม ถ้าสภาไม่มีการทักท้วงและรองประธานคณะกรรมาธิการ ยินดีรับก็เปึนอันว่าจบกัน ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณพงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ โดยเจตนารมณ์ในเรื่องนี้เราก็ให้ ความสําคัญกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการตั้งกระทู้ถามนะครับ แต่จากประสบการณ์ ของท่านกรรมาธิการหลาย ๆ ท่าน ก็ปรากฏว่ากระทู้ถามนี้บางทีมันก็ค้างไว้มากจนกระทั่ง มันไม่ค่อยทันสมัยก็อยากจะทําเสียให้สําเร็จ ที่ยังตกค้างในสมัยประชุมหนึ่งก็รีบให้ รัฐมนตรีตอบเสียโดยมีกําหนดกฎเกณฑ์ นอกเสียจากว่าผู้ยื่นกระทู้ถามถอนออกไป เราก็ไม่ตอบ ก็มีเจตนาที่บริสุทธิ์ใจไม่มีจะไปสกัดกั้นใคร เพราะว่าโดยข้อเท็จจริง ที่ผ่านมาก็เหลือมากจริง ๆ ก็รับข้อสังเกตท่านไว้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ขอผ่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่ ๒ กระทู้ถามสด ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕๑ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕๒ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๕๓ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕๔ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ เชิญครับท่านเลขาธิการต่อเลยครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๕๕ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผ่านครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕๖ ไม่มีการแก้ไข ส่วนที่ ๓ กระทู้ถามทั่วไป ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕๗ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๕๘ ข้อ ๑๕๙ ข้อ ๑๖๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมบูรณ์เชิญครับ ทางประธานสภาจะต้องสอบถามสมาชิกว่า ท่านเลือกที่จะให้ตอบในสภาหรือเลือกจะให้ ตอบในราชกิจจานุเบกษา ผมยกตัวอย่างว่า ขณะนี้ผมตั้งกระทู้ถามเรื่องการพัฒนาถนน ปรับปรุงเปึนถนนลาดยางสายทุ่งค่าย-ป์าเตียว จังหวัดตรัง ผลปรากฏว่าไม่ได้รับการบรรจุ ในการประชุมสมัยนี้ ท่านก็เอาเข้าไปเปึนกระทู้ถามที่ต้องตอบในราชกิจจานุเบกษา พอถึง สมัยประชุมหน้าผมสามารถตั้งกระทู้ถามนี้ในการตอบในสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่ เพราะเนื่องจากกระทู้ถามดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขเลยแต่อยู่ในการตอบของรัฐมนตรี ที่อยู่ในราชกิจจานุเบกษา ก็ขอเรียนถามว่าหลักปฏิบัติจะต้องทําอย่างไร ขอบคุณครับ

เชิญท่านเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อ ๑๖๑ ที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นมาใหม่แล้วก็ไปเชื่อมโยงกับข้อ ๑๕๐ แต่ข้อ ๑๕๐ เชื่อมโยงกับข้อ ๑๖๑ ไม่ติดใจ แต่จะถามอย่างนี้ครับ ที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มถ้อยคํา เนื้อหาขึ้นมาใหม่ว่า กระทู้ที่ต้องตอบในที่ประชุมสภาทั้งที่ได้รับการบรรจุและยังไม่ได้รับ การบรรจุเข้าระเบียบวาระในสมัยประชุมหนึ่ง ๆ เมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมให้ประธานสภา รวบรวมแจ้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดําเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน อันนี้เรายอมรับกันทั้งสภาใช่ไหมครับว่าข้อบังคับนี้เราเขียนมาใช้กับการประชุมสภา อันนี้เปึนหลักที่เราจะต้องปฏิบัติ แต่ผมถามกรรมาธิการนิดหนึ่ง ท่านไปเขียนบอกว่า รวบรวมส่งให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน ข้อบังคับนี้ บังคับรัฐมนตรีได้หรือว่า ๓๐ วันต้องตอบ ท่านอธิบายหน่อยคือผมเปึนห่วง หลักก็คือ ข้อบังคับใช้ในสภาครับ มันไม่ใช่เปึนหลักกฎหมายที่จะต้องบังคับกับประชาชน อันนี้ ท่านบอกว่าเอาล่ะที่กระทู้ถามอะไรส่งมาเสร็จทางประธานสภารวบรวมส่งให้รัฐมนตรี รัฐมนตรีเขาจะตอบก็ได้ไม่ตอบก็ได้ในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วัน คําถามก็ถามว่า ข้อบังคับนี้ไปใช้กับรัฐมนตรีได้หรือไม่ ท่านเอาอะไรไปอยู่ในสถานภาพบังคับเขาดําเนินการ อย่างนั้น ผมเข้าใจว่าการร่างไป ๆ มันจะเลยไปจนถึงบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเลย เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพข้างบนก็มีท่านดอกเตอร์สอนกฎหมายด้วย ผมก็เปึนห่วง เหมือนกันว่าเปึนอย่างนี้ท่านร่างข้อบังคับไปบังคับรัฐมนตรีตอบ ๓๐ วัน เกิดไม่ตอบ ท่านทําอย่างไร มันจะต้องมีถ้อยคําเนื้อหาหารือที่ว่าให้มีสภาพบังคับมีผลบังคับในทาง ปฏิบัติด้วย เพราะฉะนั้นด้วยความห่วงใยอยากจะกราบเรียนท่านประธานถามไปที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือท่านรองประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ ซึ่งเปึน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนด้วยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

กราบขอบคุณท่านประธานสภา ที่เคารพ ก็ในเมื่อบอกให้จบเร็ว ๆ ก็ไม่อยากจะจบเร็ว ๆ ก็เลยทําหน้าที่ให้มันสมกับที่ต้องทํา อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างนี้ว่า ข้อที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมเองก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่า ความจริงสัมพันธ์กับข้อ ๑๕๐ ซึ่งเปึนการตั้งกระทู้ถาม ต้องเรียนอย่างนี้ว่าผมยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าทําไมกรรมาธิการถึงไปเพิ่มข้อความ เข้าไปดังที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ ได้นําเอากระทู้ถามที่บรรจุไว้แล้วในสภา เข้าวาระหรือไม่เข้าวาระที่จะต้องเอามาตอบ แล้วก็ถือว่าเปึนการสิ้นสุดในสมัยหนึ่ง ๆ ของการประชุมสภาอย่างนี้ ผมคิดว่าข้อความนี้ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเหตุใดถึงต้องกระทําเช่นนี้ จริง ๆ แล้วต้องเรียนต่อท่านประธานว่า ถ้าเราเขียนไว้ดังเดิมไม่มีการแก้ไขมิได้หรือ ซึ่งความจริงแล้วการที่ไม่แก้ไขน่าจะมี ความเหมาะสมแล้วก็ถูกต้องกว่า เพราะฉะนั้นเรียนกับท่านประธานว่า จึงขอให้ กรรมาธิการได้ตอบข้อซักถามของสมาชิกว่ามีเหตุสมควรอันใดและเปึนเหตุสมควร อันยิ่งใหญ่หรือไม่ จริง ๆ ต้องเรียนต่อท่านประธานครับ การร่างข้อบังคับใด การร่าง กฎหมายใดหรืออะไรก็ตามแต่ การจะเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของผู้ร่าง จริง ๆ แล้ว เวลาส่งมาสามารถแก้ได้หมด เราจะแก้กระบวนการอย่างไร คําพูดอย่างไร กลับหัว กลับหางเปลี่ยนใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีความเห็นใจแล้วก็มีความเคารพสิทธิของ คนร่างด้วย คนที่เขาร่างมาก่อนเขามีเจตนารมณ์ในการร่าง มีความคิดแล้วในการกระทํา ต้องให้เกียรติต้องให้ความเคารพในการที่จะต้องยึดแล้วก็ถือเจตนารมณ์หรือความถูกต้อง หรือความเข้าใจของผู้จัดทําไม่ว่าจะเปึนข้อบังคับหรือกฎหมายใด ๆ ก็ตามแต่ ถ้าหาก เราคิดว่าเราจะแก้มันแก้ได้หมดครับ แก้ให้มันถูกใจเราทําได้หมดครับ เพราะฉะนั้น เรียนต่อท่านประธานว่าตรงนี้ขออนุญาตไม่กระทําได้ไหม อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไป เมื่อสักครู่แล้วก็ต้องส่งไป แล้วถ้ารัฐมนตรีไม่ตอบจะทําอย่างไร นายกรัฐมนตรีไม่ตอบ จะทําอย่างไร ไม่มีข้อบังคับเอาไว้ ไม่มีบทลงโทษเอาไว้ ในขณะเดียวกันถ้าเกิดว่า มีบทลงโทษและบทบังคับเอาไว้ ถ้าเพื่อนสมาชิกมาถามอีกจะทําอย่างไรก็ในเมื่อ ถามไปแล้ว แต่ว่าไปตอบในราชกิจจานุเบกษาหรือตอบเปึนเอกสารออกมาอย่างนี้ ก็ไม่ตรงตามความต้องการครับ อยากจะถามในที่ประชุมแล้วก็ตอบในที่ประชุม เพื่อที่จะให้สมาชิกทั้งหลายได้รับทราบและให้พี่น้องประชาชนได้รับฟังได้รับรู้โดยทั่วถึงกัน ถ้าอย่างนั้นงานไม่จบสิ้นหรอกครับ มันก็ทํากันซ้ําแล้วซ้ําอีก เพราะฉะนั้นขอเรียนกับ ท่านประธานว่า ตรงนี้อยากจะให้แก้ไขแล้วก็วางเจตนารมณ์ของผู้ร่างเอาไว้เดิมด้วย อะไรก็ตามแต่คงสภาพของผู้ร่างเอาไว้บ้างครับ อย่าเปลี่ยนร่างของเขาทั้งหมดเลย ถ้าเปลี่ยนร่างทั้งหมดคนร่างเขาน้อยใจนะครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ในข้อ ๑๖๐ ข้อ ๑๖๑ ที่มีเรื่อง เกี่ยวกับภายใน ๓๐ วัน เปึนเรื่องที่ทางคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่มองเห็นว่า ข้อที่ ๑ กระทู้ถามอยากให้ออกไปเร็ว ๆ จึงขอแก้ไขด้วยมาตรการทั้งหลาย ที่สําคัญกระทู้ถาม ก็ต้องมาตอบโดยผู้บริหารหรือรัฐมนตรีซึ่งพวกเราก็ต้องการ ถามว่าเราไปบังคับเขาได้ไหม นี่ก็เปึนข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องเสนอไปฝ์ายบริหาร ฝ์ายบริหารถูกสร้าง โดยสภา สภาทําหน้าที่แทนประชาชนทั้งหลาย ผู้บริหารถึงแม้ว่าจะเปึนข้อบังคับเขาคง ไม่ปฏิเสธหรอกครับ หลาย ๆ ท่านก็อยากมาเพื่อแสดงความคิดเห็น แสดงการทํางาน คงไม่มีใครไม่อยากมาหรอกครับ ถามว่าถ้าเขาไม่มาจะทําอย่างไร ถ้าผมเปึนรัฐมนตรี ผมต้องมา เพราะผมอยากมาทําความดีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผม เพราะเขา ได้สร้างผมขึ้นมา แต่ถ้าไม่มาก็คงจะมีปัญหาขัดเคืองอย่างที่ทราบ ๆ กันอยู่ เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ถามว่าไปบังคับเขาได้ไหม คล้าย ๆ บังคับโดยทางสังคม คงไม่มีกฎหมาย ไปบังคับว่าถ้าไม่มาจะต้องปลดอะไรอย่างนั้น ผมขอเรียนตอบว่าโดยเจตนารมณ์ของ กรรมาธิการส่วนใหญ่ต้องการให้อํานาจของสภานี้ในการตั้งกระทู้ถามมีอํานาจที่สูงส่ง ให้ฝ์ายบริหารต้องมาตอบทุกครั้งไป ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติ แล้วก็ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการให้บรรจุข้อ ๑๖๑ ไว้ด้วย ผมอยากจะ กราบเรียนเพื่อนสมาชิกที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วันนี่ ไปบังคับอะไรได้ แล้วก็เปึนธรรมเนียมที่คณะกรรมาธิการได้ริเริ่มขึ้นมาใหม่ ผมคิดว่า อยากให้เพื่อนสมาชิกไปดูในข้อบังคับการประชุม พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๑๔๗ กระทู้ถาม ที่ต้องตอบในราชกิจจานุเบกษา ให้ประธานสภาแจ้งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบเพื่อดําเนินการ ตอบภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ส่งไปยังรัฐมนตรี เมื่อรัฐมนตรีได้ตอบแล้วให้ส่ง ราชกิจจานุเบกษาที่มีคําตอบกระทู้ถามมาเพื่อให้ประธานสภาแจ้งให้ผู้ตั้งกระทู้ถามทราบ ธรรมเนียมปฏิบัติก็เคยมีอยู่แล้วก็มีบันทึกอยู่ในข้อบังคับการประชุมป้ ๒๕๔๔ อยู่แล้ว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมสักเล็กน้อยก็คือว่าในข้อ ๑๕๐ กับข้อ ๑๖๑ ที่เชื่อมโยงกันก็มีเปัาหมายเพียงแต่ว่าเราต้องการให้กระทู้ถามที่เพื่อนสมาชิกได้อุตส่าห์ ไปค้นหาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาแล้วต้องตกไปด้วยเหตุผลที่ว่าเรามีกระทู้ถาม เข้าสภาจํานวนมากแล้วไม่สามารถตอบในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้แล้วเรา ให้กระทู้ถามนั้นมันตกไปเฉย ๆ หายไปเฉย ๆ กับการที่ส่งให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เขาได้ตอบมาเปึนลายลักษณ์อักษรอย่างไหนจะได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มากกว่ากัน ผมคิดว่าข้อความที่คณะกรรมาธิการได้บรรจุไว้ในข้อ ๑๖๑ มีความเหมาะสม แล้วก็เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมบูรณ์มีอะไร เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็ขอสอบถามเปึนประเด็นแนวปฏิบัติเนื่องจากข้อนี้ในการเอากระทู้ ที่ได้รับการบรรจุและยังไม่ได้รับการบรรจุแต่เอาเข้าไปในราชกิจจานุเบกษานี่ก็ถือว่า เปึนเรื่องใหม่ ผมยกตัวอย่างเหมือนเมื่อสักครู่ครับว่าขณะนี้ผมยื่นกระทู้ถามเข้าไปให้ตอบ ในที่ประชุม พอวันที่ ๑๙ พฤษภาคมนี้เราป่ดสมัยประชุมสภา กระทู้ถามดังกล่าวก็ขยับ ไปเปึนกระทู้ถามที่ต้องตอบในราชกิจจานุเบกษาถูกไหมครับ เพราะว่าหมดสมัยประชุม สมัยนี้ วันที่ ๑ สิงหาคม ก็จะเป่ดสมัยประชุมอีกครั้งหนึ่งเปึนสมัยสามัญนิติบัญญัติ กระทู้ถามที่มันอยู่ในราชกิจจานุเบกษาและยังไม่ได้ตอบ ผมคิดว่า ๓๐ วันบางฉบับ อาจจะสามารถตอบได้ แต่บางกระทรวงผมคิดว่ารัฐมนตรีก็อาจจะมึนไปเหมือนกัน บางคนถามเฉพาะเส้นทางถนนที่ไม่ได้ลาดยาง ๓๐,๐๐๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้น กว่าจะตอบเสร็จสิ้นบางทีอาจจะคาบเกี่ยวไปจนถึง ๒ เดือนก็ได้ เนื่องจากข้อบังคับ อนุญาตให้รัฐมนตรีสามารถที่จะเลื่อนการตอบกระทู้ถามในราชกิจจานุเบกษาได้ ผมถามว่าถ้าเกิดเปึนเรื่องในกรณีเดียวกันเหมือนที่ผมยกตัวอย่างว่า ผมขอให้ทางรัฐบาล ได้ลาดยางถนนสายทุ่งค่าย-ป์าเตียว ซึ่งผมถามในสมัยนี้ครับ แต่ว่าถูกเข้าไปเปึน กระทู้ถามในราชกิจจานุเบกษา ผมถามสมัยหน้าได้หรือไม่ เพราะว่าในอดีตแนวปฏิบัติคือ กระทู้ถามที่อยู่ในราชกิจจานุเบกษาห้ามเอามาถามในสภา ก็ขอสอบถามแนวปฏิบัติตรงนี้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประธานเชิญครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ เรื่องของกระทู้ถามถ้าผู้เสนอคิดว่า ตอบไม่ทัน ซึ่งต้องตอบให้ทัน ถ้าตอบไม่ทันในข้อบังคับก็เขียนว่า ถอนออกมาแล้ว ยื่นใหม่ได้ ถามว่ารัฐมนตรีจะตอบทันหรือไม่ทันกระผมไม่สามารถที่จะไปตอบแทนรัฐมนตรีได้เลย แต่ก็เปึนข้อบ่งชี้ว่าขนาดท่านเปึนรัฐมนตรีตอบกระทู้ถามไม่ทันในราชกิจจานุเบกษา ก็ควรพิจารณาแล้วครับ อันนี้ผมว่าทุกคนคงจะถาม เพราะฉะนั้นผมบังคับท่านไม่ได้ แต่ว่ามันก็เปึนข้อพิจารณาของรัฐมนตรีเอง ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อเนื่องนะครับ ท่านสมบูรณ์ครับ เดี๋ยวท่านจุมพฏต่อจากนี้นะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง ขอบคุณท่านประธาน จริง ๆ ครับ คือเมื่อสักครู่ผมไม่ได้ถามว่าทางท่านรัฐมนตรีจะตอบทันหรือไม่ทันครับ ผมเพียงแต่ถามแนวปฏิบัติว่า กรณีกระทู้ถามที่อยู่ในราชกิจจานุเบกษาในสมัยประชุมหน้า ที่จะเป่ดวันที่ ๑ สิงหาคมนี้ กระทู้ในการถามตอบในสภาเปึนลักษณะกระทู้ถามเดียวกัน ได้หรือไม่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุมพฏครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน สกลนครเขต ๒ กระผมขอเรียนถามไปทางคณะกรรมาธิการ ผ่านท่านประธานว่าข้อความที่ว่าให้ประธานสภารวบรวมแจ้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน ๓๐ วันนั้นมีความหมายว่าบังคับให้รัฐมนตรี ตอบภายใน ๓๐ วัน หรือบังคับให้ประธานสภารวบรวมกระทู้ถามแจ้งไปยังรัฐมนตรี ภายใน ๓๐ วันครับ เพราะท่านรวบ ๒ ประโยคนี้เข้ามา ถ้าสมมุติว่าประธานสภา จะแช่ดองไว้ยังไม่รวบรวมไว้สัก ๓ เดือนหรือ ๑ เดือน ๒ เดือนนี้จะได้หรือไม่ในความหมาย ตัวนี้ เรียนถามท่านประธานสภาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

๓๐ วันนับแต่ ประธานสภาแจ้งไปครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานครับ ต่อเนื่องครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

หมายความว่ากําหนดเวลาให้ประธานสภา รวบรวมหรือเปล่าหรือไม่ได้กําหนดเวลา ๓๐ วันนี่กําหนดรัฐมนตรีตอบ ท่านทราบแล้ว เมื่อประธานสภารวบรวมไป แต่ว่าเมื่อสิ้นสมัยประชุมแล้วให้ประธานสภารวบรวม กําหนดเวลาไหม หรือตามใจท่านประธานสภาท่านอยากจะรวบรวม ถ้าธุระท่านยุ่งท่านก็ ไม่ต้องรวบรวม ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ในเรื่องนี้ก็อยู่ที่ฝ์ายบริหารของ ประธานสภา ท่านนิสิต สินธุไพร เปึนกรรมาธิการในคณะนี้ สมัยที่แล้วท่านเปึนเลขานุการ ท่านรองประธาน สภาผู้แทนราษฎร งานทุกงานเร็วครับ เข้าไปสู่ประธานเร็วแล้วก็ไปเร็ว เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าอยู่ที่การบริหารงานของสภาเอง ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่า แต่ละครั้งแต่ละประธานสภาฝ์ายบริหารของท่านคงจะทํางานตามที่ท่านนิสิตเคยพูดไว้ ในที่ประชุมครับ คงจะไม่ปล่อยตกไว้แล้วไปนับเปึนเดือนเปึน ๓๐ วันอย่างที่คิดครับ คือเจตนารมณ์ของข้อบังคับข้อนี้คือนับตั้งแต่ที่ประธานสภาท่านรับแล้วส่งไป หมายความว่าส่งไปแล้ววันที่ ๑ ก็ควรจะไม่เกินวันที่ ๓๐ อย่างนี้ละครับ คือเปึนกฎกําหนด ของรัฐมนตรีตอบมาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โดยปกติถ้าไม่มีเหตุอะไรก็ไม่น่าเกิน ๑ อาทิตย์ เมื่อกี้ท่านสมบูรณ์ได้ถามทิ้งไว้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการเชิญครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เลขานุการของคณะกรรมาธิการ กรณีของท่านสมบูรณ์ที่เปึนกระทู้ถามเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมแล้ว ประธานรวบรวมส่ง เพื่อให้รัฐมนตรีตอบภายใน ๓๐ วัน แล้วถามว่าพอถึงเป่ดสมัยประชุมใหม่ซึ่งก็ไม่ใช่ สมัยที่จะมาตั้งกระทู้ถามหรือญัตติอีกเพราะเปึนสมัยสามัญนิติบัญญัติก็ต้องห้าม ตามข้อบังคับอยู่แล้ว การนํากระทู้ถามที่เปึนปัญหาของประชาชนเพื่อมาสอบถาม รัฐมนตรีเพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหานั้นเปึนสิทธิของท่านสมาชิกอยู่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไปช่วงหนึ่งปัญหาของพี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขก็ชอบที่จะทํา เปึนญัตติ เปึนกระทู้ถามในกรอบของข้อบังคับได้อยู่แล้วเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหา ของประชาชนตามภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันนี้ก็คงจะไม่ได้เปึนข้อห้าม เพียงแต่ว่าเราพยายามจะต้องการให้เห็นว่าเจตนารมณ์ของท่านสมาชิกเวลาได้ตั้ง กระทู้ถามแล้วมันมีข้อจํากัดก็พยายามหาช่องทางออกว่า แม้นว่ามันหมดไปก็ขอให้ ทางรัฐมนตรีที่รับผิดชอบมีกํากับบังคับบัญชาตามสายงานอยู่แล้ว ลองไปดูที่สะพาน ตรงนี้ทําให้เขาหรือยัง ถ้ายังไม่ได้เงินจะตอบอย่างไรก็ไปตอบในราชกิจจานุเบกษา แล้วก็ ชอบที่จะเปึนการเร่งการแก้ปัญหาของประชาชน คณะกรรมาธิการได้ตระหนักว่าภาระ อันนี้น่าจะทําให้คลี่คลายปัญหาของประชาชน จึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อโปรด ได้ทราบตามนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอได้นะครับ ขออนุญาตผ่าน เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๖๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๙ การพิจารณาให้ความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรี ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมี ผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนริศครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้สงวนความเห็นไว้ ในข้อ ๑๖๓ เพื่อให้ทางกรรมาธิการได้เพิ่มเติมรายละเอียดในการเลือกนายกรัฐมนตรีว่า น่าจะมีการเป่ดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสซักถามคุณสมบัติและความเหมาะสม โดยผม เห็นว่าทางกรรมาธิการได้รับมอบหมายให้ไปร่างข้อบังคับเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและบางส่วน ก็ทําความกระจ่างในข้อบังคับ ด้วยเหตุที่ว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ เปึนข้อที่มีปัญหาทุกครั้ง ที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างน้อยที่สุด ๓ ครั้ง โดยเฉพาะข้อบังคับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และข้อบังคับก่อนหน้านี้ที่มีถ้อยคําเหมือนกัน เกิดปัญหาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๕๑ เราก็ใช้เวลาในการโต้แย้งเรื่องนี้กันอยู่ยาวนานมาก ผมก็หวังว่าทั้งคณะกรรมาธิการยกร่างและคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา จะได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ปรากฏว่าร่างของคณะกรรมาธิการกลับมาเปึนร่างเดิม นั่นหมายถึงว่ายังคงปัญหาเดิมเอาไว้ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธานว่า การใช้ถ้อยคําในรัฐธรรมนูญในการเลือก นายกรัฐมนตรี ใช้ถ้อยคําว่า ให้พิจารณาเลือก ในมาตรา ๑๗๒ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีการแต่งตั้งการดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ทั้งหมดมากกว่า ๑๓ ตําแหน่ง แต่มีตําแหน่งเดียว ที่ใช้ถ้อยคําว่า พิจารณาเลือก คือนายกรัฐมนตรี นอกนั้นใช้ถ้อยคําอื่นทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าถ้ารัฐธรรมนูญประสงค์จะไม่ให้มีการอภิปราย ไม่มีการซักถาม รัฐธรรมนูญคงไปจัดไว้ในกลุ่มเดียวกับการแต่งตั้งให้ความเห็นชอบตําแหน่งอื่นไปแล้ว แต่ว่ารัฐธรรมนูญได้แยกการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีออกมาใช้ถ้อยคําเฉพาะ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างครับ

๑. ในการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๙ ใช้คําว่า เพื่อขอความเห็นชอบ ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๒. ในการเลือกผู้สืบราชสันตติวงศ์ มาตรา ๒๓ แห่งรัฐธรรมนูญ ใช้คําว่า เพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ไม่มีการใช้คําว่า พิจารณาเลือก

๓. ในการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๖ ใช้คําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการคัดเลือก ไม่มีใช้คําว่า พิจารณาเลือก เพราะรัฐธรรมนูญ ประสงค์จะไม่ให้มีการอภิปราย

๔. ในการเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มาตรา ๒๒๑ ใช้คําว่า ได้รับเลือกจากวุฒิสภา ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๕. ที่มาของประธานศาลปกครองสูงสุด มาตรา ๒๒๕ ใช้คําว่า เมื่อได้รับ ความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองและวุฒิสภาแล้ว ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๖. ในการเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ใช้ถ้อยคําว่า ได้รับเลือก จากวุฒิสภา

๗. คณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา ๒๓๑ ใช้ถ้อยคําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหา ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๘. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ใช้คําว่า มีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหา เช่นเดียวกัน

๙. คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา ๒๔๖ ใช้ถ้อยคําว่า มีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการคัดเลือก

๑๐. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มาตรา ๒๕๒ ใช้คําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งที่มาของอัยการสูงสุด ใช้คําว่า ได้รับ ความเห็นชอบจากวุฒิสภา

และสุดท้าย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ใช้คําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการคัดเลือก

ทั้งหมดนี้ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก ทั้งสิ้น เพราะรัฐธรรมนูญให้เลือก อย่างเดียว แยกออกมาตําแหน่งเดียวเท่านั้นคือตําแหน่งนายกรัฐมนตรี มาตรา ๑๗๒ ใช้คําว่า พิจารณาให้ความเห็นชอบ อย่างนี้ผมคิดว่าเปึนอื่นไปไม่ได้นอกจากรัฐธรรมนูญ ประสงค์จะให้มีการซักถาม ผมจึงขอเพิ่มเติมให้สมาชิกได้มีการซักถามคุณสมบัติ และความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีว่ามีความ เหมาะสมมากน้อยแค่ไหนอย่างไร มีคดีอยู่ในศาล มีคดีอยู่ใน ป.ป.ช. มีคดีอยู่ใน คตส. อย่างไรหรือไม่ หรือเปึนความเหมาะสมของผู้ที่จะดํารงตําแหน่ง ประกอบกับคําว่า พิจารณา ผมได้ไปค้นพจนานุกรม พจนานุกรมได้บอกว่า คําว่า พิจารณา หมายถึง ตรวจตรา ตรึกตรอง สอบสวน ผมจึงคิดว่ากรรมาธิการก็หลีกเลี่ยงเปึนอื่นไม่ได้นอกจาก จะต้องได้มีการซักถามถึงคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ถูกเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี ผมจึงกราบเรียนมาเพื่อที่จะเรียนกับท่านประธานว่า ผมได้สงวนความเห็น เรื่องนี้เอาไว้ให้กรรมาธิการได้เพิ่มเติมวรรคท้ายให้กระผมด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติเพิ่มเติมไว้ในข้อ ๑๖๓ ซึ่งเปึนเรื่องของการพิจารณา ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญ ผมเพิ่มเติมไว้อย่างนี้ ก่อนที่จะดําเนินการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ของตนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่นายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมสภา ภายในเวลาที่ประธานสภากําหนดและเป่ดโอกาสให้สมาชิกอภิปราย ซักถามได้ ท่านประธานที่เคารพ ข้อความที่ผมได้แปรญัตติวันนี้ผมปรารถนาที่จะให้ เพื่อนสมาชิกแห่งสภานี้ได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบและพิจารณาอย่างมีความตั้งใจ ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาอย่างนี้ก็เพราะว่าผมได้ใช้ความพยายาม แสดงความคิดเห็นต่อสภาผู้แทนราษฎรมาอย่างน้อย ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อมีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีป้ ๒๕๔๔ ครั้งที่ ๒ เลือกตั้งนายกรัฐมนตรี เมื่อป้ ๒๕๔๘ และครั้งสุดท้ายได้อภิปรายในวันที่เราพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี ในป้ ๒๕๕๑ นั่นเปึนช่วงเวลาที่เราต้องปฏิบัติการจริงตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าครั้งนี้ เปึนครั้งสําคัญ เปึนครั้งเดียวที่สภานี้จะมีโอกาสได้ใคร่ครวญและพิจารณาปัญหานี้ อย่างรอบคอบ สิ่งที่ผมจะเสนอไม่ใช่เปึนความเห็นส่วนตัว ไม่ได้เปึนความปรารถนา ของฝ์ายค้านที่อยากจะอภิปรายบุคคลในกรณีที่ได้รับการเสนอชื่อ เมื่อสักครู่นี้ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ซึ่งเปึนคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนคําแปรญัตติได้กล่าวกับท่านประธาน ไปแล้วนะครับว่า บุคคลที่ได้รับการสรรหาจากรัฐสภาหรือจากองค์กรอื่น ๆ เพื่อทําหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญนั้นอย่างน้อย ๑๐ องค์กร มีความแตกต่างกันในที่มาชัดแจ้งเปึนที่สุด มีกรณีของนายกรัฐมนตรีกรณีเดียวที่รัฐธรรมนูญใช้คําว่า พิจารณาเลือก และบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๗๒ ได้เขียนไว้และมีความแตกต่างไปอย่างที่คุณนริศ ขํานุรักษ์ ได้กล่าวกับท่านประธานไว้ ผมกราบเรียนเชิญชวนเพื่อนสมาชิกมาพิจารณาปัญหานี้ อย่างจริงจังก็เพราะว่า ๑. เรื่องนี้เปึนปัญหาหลักการพื้นฐานของระบบรัฐสภา ๒. เปึนปัญหา ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ๓. เปึนปัญหาความเปึนจริงในทางการเมืองที่สภา ต้องตัดสินใจ จึงเปึนเรื่องที่เราจะต้องกลับมานั่งร่างข้อบังคับว่าเราจะมีบทบัญญัติ ในเรื่องนี้ไว้อย่างไรและหาทางออกให้กับเจตนารมณ์ในทางการเมืองได้อย่างไร ผมเชื่อว่า ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภานี้มีโอกาสที่ได้อยู่กับการเปึนรัฐบาลทําหน้าที่ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกันมาหลายรอบ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อย่างน้อยที่สุดวันนี้ประเทศไทยมี ๑๘ ฉบับ ประเทศไทยใช้เปลืองหน่อยนะครับ ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองกว่าประเทศอื่น ๆ เขา เพราะเรามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อใด ก็มีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเมื่อนั้น แต่ทุกครั้งที่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประเทศไทยก็ออกจะ แตกต่างจากประเทศอื่นตรงที่ว่าเราได้มีความก้าวหน้าและพัฒนาทางการเมืองของ ระบอบประชาธิปไตยขึ้นไปเรื่อย ๆ เราได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนฉบับที่ ๑๗ แก้ไขความผิดพลาดบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๑๖ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็เหมือนกัน เรามีเปึนฉบับที่ ๑๘ ฉบับที่ ๑๘ จะถูกหรือผิด จะดีหรือไม่ดี ชอบหรือไม่ชอบ แต่เปึน รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขความผิดพลาดบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๗ ความตรงนี้ผมกําลังบอกกับท่านประธานครับว่า การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีในรอบ ๑๐ ป้ ที่ผ่านมาของรัฐธรรมนูญนั้นได้มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ แห่งรัฐธรรมนูญ ความเปึนจริงในทางการเมืองต่างกันกับเมื่อก่อนนี้โดยสิ้นเชิง นั่นก็คือว่า หลักการพื้นฐานของระบอบรัฐสภา วันนี้เราเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจาก ๒ แบบ ๑. มาจากระบบสัดส่วน เราแบ่งประเทศไทยออกเปึน ๘ กลุ่ม ๒. เรามาจากเขตพื้นที่เลือกตั้ง ๔๐๐ คนมาจากทั่วประเทศ การเมืองในประเทศไทยมี ๔ ชุด

๑. เปึนการเมืองโดยพรรคการเมือง เราที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศ การเมืองชุดนี้เปึน การเมืองที่ต้องสังกัดพรรค การเมืองชุดนี้จะต้องสังกัดพรรคตามเวลาที่กฎหมายกําหนด และการเมืองชุดนี้เสียงของพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายต้องไปร่วมมือกับพี่น้องชาวจังหวัด เดียวกัน ปัตตานี ต้องร่วมมือกับพี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี ทั่วประเทศเปึนเสียงแห่งเจตนารมณ

เรากําลังมาค้นหาเสียงข้างมากเพื่อที่จะหาใครสักคนหนึ่งมาทําหน้าที่เปึนประมุข ของเราคือทําหน้าที่เปึนประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา วันที่เราเดินไปบอกกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศแน่ใจว่าวันนั้นเราไม่ได้บอกประชาชนว่า ใครจะทําหน้าที่มาเปึนประมุขของเรา ณ ที่นี้ และในขณะเดียวกันวันนั้นเราอาจจะ บอกกับพี่น้องประชาชนว่าถ้าพรรคเราได้รับชัยชนะเราอาจจะหาใครสักคนหนึ่งมาเปึน นายกรัฐมนตรี แต่การกล่าวอย่างนั้นเปึนเรื่องที่พูดเอาเอง เราจะได้นายกรัฐมนตรีก็ต่อเมื่อ เรามาถึงสภาแห่งนี้และสภาแห่งนี้เปึนผู้เลือก ท่านเห็นไหมครับว่าบุคคล ๒ คนประชาชน ไม่ได้เลือก ประชาชนไม่ได้ตัดสินใจมาก่อน แม้ว่าบางเรื่องประชาชนรู้ได้และเปึน เจตนารมณ์ของผู้เลือกก็จริง แต่ว่าการเมืองในระบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุขนั้นเราเลือกผู้แทนราษฎร ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าเมื่อผู้แทนราษฎรได้มาถึงสภาแล้ว เราจะมีวิธีตรวจสอบอย่างไรในการตัดสินใจเลือกใครสักคนหนึ่งมาเปึนประธานรัฐสภา เลือกใครสักคนหนึ่งมาเปึนนายกรัฐมนตรี เมื่อเลือกคนหนึ่งเปึนประธานรัฐสภาแล้ว เขาเปึนประมุขของผมครับ เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยทั่วไป เขาเปึนบุคคลที่คนอื่น ทําแทนไม่ได้อย่างแน่นอน และนั่นเปึนความภาคภูมิใจแห่งสภา ถ้าคนที่เปึนประธานสภา จะได้กล่าวอะไรกับคนที่เขาจะเลือกเพื่อที่ทําหน้าที่เปึนประมุขนั้น ผมคิดว่านั่นเปึน ความงดงามและเปึนการส่งสัญญาณต่อสภานี้ว่าเขาจะรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรี แห่งความเปึนเรานั้นไว้ได้อย่างมีเกียรติสมศักดิ์ศรีเพียงพอต่อการทําหน้าที่ประมุข คนที่ได้รับการเลือกตั้งเปึนนายกรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกัน นายกรัฐมนตรีไม่ใช่เปึนสิ่งสมมุติ นายกรัฐมนตรีไม่ใช่เปึนสิ่งที่เปึนตัวแทนใคร นายกรัฐมนตรีต้องเปึนตัวแทนแห่ง สภาผู้แทนราษฎร เปึนตัวแทนแห่งเจตนารมณ์ของปวงชน เราเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ เราจะเลือกใครสักคนเราไม่ควรจะรู้เลยทีเดียวหรือครับว่าเขาคิดอย่างไรต่อการนําพา ประเทศนี้ เพราะวันที่เราได้ยกมือให้อํานาจใครสักคนหนึ่งเปึนนายกรัฐมนตรีแปลว่า เราได้มอบอํานาจทั้งหมดแห่งสภานี้ให้กับเขาให้เขาไปบริหารราชการแผ่นดินและเขา ยุบสภานี้เสียเมื่อไรก็ได้ เพราะฉะนั้นการตัดสินใจวันนั้นคนที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ไม่ควร จะได้รู้เลยหรือว่าเขาคิดอย่างไร และเราไม่ควรจะมีสิทธิซักถามนายกรัฐมนตรีคนนั้นเลย หรือว่าเขามีความเหมาะสมต่อการดํารงตําแหน่งหน้าที่นี้เพียงไหน อย่างไร การพูดจา ของคนอื่นที่จะไปว่ากล่าวด่าบุคคลง่าย ๆ ไม่ได้หรอก คนทําหน้าที่เปึนประธานเขาไม่ยอม ให้พูดจาอะไรเหลวไหลหรอก แต่ผมพูดบนหลักการ บนพื้นฐานของการปกครองในระบบ รัฐสภานั้นเราจึงทําอย่างอื่นไม่ได้ครับ ผมสนใจเรื่องนี้และผมอภิปรายเรื่องนี้มาตลอด ผมจึงอยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกว่านี่เปึนโอกาสเดียวและดูเหมือนจะเปึนโอกาสสุดท้าย ของเราด้วยเพราะเรากําลังทําหน้าที่ร่างข้อบังคับ และผมแน่ใจว่าข้อบังคับที่เราร่างขึ้นนี้ จะถูกใช้และจะเปึนประเพณีของการเมืองการปกครองระบบรัฐสภา ผมย้ําตรงนี้ ก็เพราะว่าบังเอิญท่านนริศได้กรุณาบอกกับที่ประชุมถึงเรื่องกรณีการเลือกนายกรัฐมนตรี มันแตกต่างจากคนอื่นด้วยเงื่อนไขแบบที่ว่า นี่เปึนปัจจัยที่สําคัญ

๒. ก็คือว่าโดยตัวของรัฐธรรมนูญเองนี่ท่านประธานไม่แปลกใจเลยหรือว่า ทําไมเขาถึงเขียนแตกต่างจากคนดํารงตําแหน่งอื่น ๆ ไว้อย่างชัดแจ้งอย่างนี้ ความจงใจนี้ ไม่ใช่เปึนความจงใจที่เขียนผิดไปจากกรณีอื่นเปึนความบังเอิญ แต่เปึนการจงใจให้ได้มา ซึ่งนายกรัฐมนตรีที่ผ่านการตรวจสอบของสภาและการลงคะแนนต้องเป่ดเผยด้วย แต่ว่า ทําไมเลือกประธานสภาต้องลงเปึนคะแนนลับละครับ เหตุที่ต้องให้เลือกประธานสภา โดยวิธีลงคะแนนลับ ก็เพราะว่าวันที่ได้ทําหน้าที่เปึนประมุขแล้วเขาต้องทําหน้าที่ เปึนกลาง เขาไม่ควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ เขาไม่ควรถูกทําให้เสื่อมเสีย เขาไม่ควรถูก เรื่องเงื่อนไขใด ๆ มากําหนดให้สถานะแห่งความเปึนประมุขนั้นสูญเสียไปด้วย และที่ผมเรียกร้องทั้ง ๒ อย่างไปพร้อมกันเพราะบังเอิญวันนั้นเราไปตัดออกซึ่งมีอยู่แล้ว ผมดีใจมากที่มีสิ่งนี้แต่ว่าในที่สุดเราก็ตัดออก เราเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปทําหน้าที่เปึนประธานสภาอื่นเขาด้วย ไปทําหน้าที่เปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ ไปเปึนประธานของวุฒิสภาเขาด้วยในนามของรัฐสภา เพราะฉะนั้นการที่เราไม่ได้ตรวจสอบ ไม่ได้พูดจาอะไรเลยนั่นก็ผิดไปนิดหนึ่งแล้ว เอาล่ะ ตัดไปแต่ผมยังคิดว่าเพื่อรักษาความเปึนกลางก็ทําได้ แต่กรณีของนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญเขียนว่าให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควร ได้รับการแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรี และบอกไปอีกว่าการลงมติในกรณีเช่นว่านี้ให้กระทํา โดยการลงคะแนนโดยเป่ดเผย พิจารณาอย่างอื่นไม่ได้ ผมไม่เห็นสภาผู้แทนราษฎร มีวิธีพิจารณาเปึนอย่างอื่นนอกจากการลุกขึ้นเสนอแล้วก็มีการอภิปรายให้ความเห็น ท่านประธานสรุปนําไปสู่การลงมติ นี่คือวิธีการพิจารณาของสภา วิธีการพิจารณา ของศาลแบบหนึ่ง วิธีการพิจารณาของกรรมการเปึนแบบหนึ่ง วิธีการพิจารณาของสภา เปึนแบบหนึ่ง ท่านประธานครับ วิธีพิจารณาที่ถูกเขียนไว้ชัดเจนอย่างนี้ผมไม่เห็นมีแบบ วิธีอื่นนอกจากที่จะได้มีการพูดจากันในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานจะต้องรักษา หลักการพื้นฐานอันนี้ ท่านประธานต้องรักษาเจตนารมณ์อันนี้

๓. เปึนหลักการของความเปึนจริงในทางการเมือง ความเปึนจริงในทาง การเมืองของประเทศไทย เราต้องยอมรับว่ากฎเกณฑ์แห่งการก้าวไปสู่การดํารงตําแหน่งนั้น ปัจจุบันมันมีเงื่อนไขของกฎหมาย เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญนั้นมากพอที่จะตรวจสอบว่า วันหนึ่งเมื่อคนนั้นขึ้นไปเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วเขานําพาประเทศนี้ได้ เขาไม่ต้องตกบันได กลางคัน เขาไม่ต้องเสียหายในช่วงเวลาของการตัดสินใจ คนเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติ คนเปึนนายกรัฐมนตรีมีความงดงามแน่นอน นําพาประเทศแน่นอน และแน่นอนที่สุด ต้องได้รับความเคารพจากเรา จากปวงชนชาวไทย จากสภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าการได้มาซึ่งวิธีการที่เปึนอยู่ในทุกวันนี้เราไม่มีความชัดเจน และเราหลีกเลี่ยง เราต้องยอมรับครับว่าเลือกตั้งมาแล้ว ๓ ครั้ง ผมไม่ได้โทษว่าใครถูก ใครผิด แต่เรารู้สึกเปึนเจ้าของปัญหา เรารู้สึกเราเปึนเจ้าของนายกรัฐมนตรี วันหนึ่ง เราได้รับโอกาสเสียงข้างมาก นายกรัฐมนตรีเปึนของเราแน่ ๆ เราไม่อยากให้ใครไปแตะต้อง ไม่อยากให้ใครไปพูดจา อันนี้เรากําลังพิจารณาบนพื้นฐานอะไร ผมกลายเปึนฝ์ายค้าน และเวลาท้วงเพื่อนสมาชิกก็คิดว่าเราเปึนฝ์ายค้านนะสิถึงอยากที่จะให้มีการอภิปราย ผมยืนยันกับท่านประธานว่าความเปึนผู้แทนราษฎรของเราเหนือกว่าการที่ใครเปึน หรือไม่เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการตัดสินใจที่จะให้มีการพิจารณาด้วยวิธีการ ที่เรียกว่ามีการแสดงวิสัยทัศน์และซักถามนั้นจึงเปึนการพิจารณาที่เหมาะสมที่สุด และเปึนความเปึนจริงในทางการเมืองมากที่สุด ผมถึงกราบเรียนท่านประธาน ให้เพื่อนสมาชิกได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้แล้วก็ตัดสินใจที่จะรับคําแปรญัตติของผม เพื่อนําไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีซึ่งเปึนหน้าที่ให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ คุณสุทิน คลังแสง ครับ

นายสุทิน คลังแสง กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคพลังประชาชน ในฐานะ กรรมาธิการ ต่อคําแปรญัตติของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งประสงค์อยากจะให้มี การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีนั้นได้มีการแสดงวิสัยทัศน์และให้สมาชิกได้ตอบข้อซักถาม ซึ่งในข้อบังคับนี้คณะกรรมาธิการก็ได้ถกแถลงแสดงเหตุผลกันอย่างกว้างขวาง มีทั้ง เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ในที่สุดกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นควรว่าในขั้นตอน ดังกล่าวนี้ก็ไม่จําเปึนที่จะต้องแสดงวิสัยทัศน์หรือซักถาม โดยเหตุผลที่เปึนกลุ่มก้อน ส่วนใหญ่นั้น ผมใคร่ขอเรียนชี้แจงไปถึงท่านสมาชิกทุกท่านว่า เนื่องจากกระบวนการ เลือกนายกรัฐมนตรีของเรานั้นทั้งโดยข้อเท็จจริงแล้วเปึนกระบวนการซึ่งเราได้รับเอา เจตนารมณ์ของประชาชนมารับช่วงแล้วก็มาดําเนินการให้สําเร็จเสร็จสิ้นตามกระบวนการ ตามเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง นั่นก็หมายความว่าใครจะได้เปึน นายกรัฐมนตรีหรือเราจะได้เลือกใครนั้น แน่นอนที่สุดเราได้รู้ผลเบื้องต้น ต้องดูเจตนารมณ์ ของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง นั่นก็หมายความว่าใครจะเปึนแคนดิเดท (Candidate : ผู้ได้รับเลือก) ใครจะเปึนนายกรัฐมนตรี นั้นผมเข้าใจโดยข้อเท็จจริง พวกเราก็เข้าใจตรงกันว่าหลังการเลือกตั้งไม่นานเราก็ได้ ทราบตัวบุคคลอย่างไม่เปึนทางการ แล้วหลังจากการดําเนินการประสานงานกันของ พรรคการเมือง อีกไม่นานเช่นกันก็ได้ทราบตัวบุคคล ซึ่งสาธารณะและประชาชนก็ได้ ทราบเช่นกันว่าใครจะได้เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นกระบวนการที่เรามาเลือกกัน ในสภา ถ้าหากว่าเราได้คิดโดยหลักการและปรัชญาประชาธิปไตยแล้ว เราจะต้องเคารพ เจตนารมณ์ของประชาชน เคารพผลการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นการที่เราจะมาแสดง วิสัยทัศน์ซึ่งอาจจะหวังผลให้เปลี่ยนแปลงตัวบุคคลไปจากเจตนารมณ์ของประชาชนนั้น ผมเชื่อว่าเราคงจะทําได้ลําบาก แล้วก็คงไม่ประสงค์ที่เราจะต้องไปหักหาญเจตนารมณ์ ของประชาชน เพราะฉะนั้นการแสดงวิสัยทัศน์หรือการไม่แสดงวิสัยทัศน์ ถ้ากล่าว โดยข้อเท็จจริงแล้วแทบจะไม่มีผลให้เปลี่ยนแปลงไปจากเจตนารมณ์ของประชาชนได้ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ แคนดิเดทของคนหรือตัวแทนคนที่จะได้เปึนนายกรัฐมนตรี นั้นเราก็วิตกกันว่าได้รู้ประวัติเขาดีแล้วหรือยัง ได้รู้แนวคิด ได้รู้วิสัยทัศน์ ได้รู้ผลงาน เขาดีหรือยัง อันนี้เราได้พูดคุยกันก็ได้ข้อสรุปว่าคนจะมาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นได้ผ่าน การตรวจสอบมาหลายขั้นตอน เบื้องต้นที่สุดพรรคการเมืองต้นสังกัดที่จะเสนอบุคคลนั้น เปึนนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการตรวจสอบจนเปึนที่เรียบร้อย จนถึงขั้นว่าบุคคลนั้น เปึนที่ยอมรับของพรรคดังกล่าวพรรคใด ๆ นั้นแหละ จนถึงขั้นจะเปึนผู้นําของพรรค ซึ่งส่วนใหญ่ก็เปึนผู้นําของพรรค แล้วก็จนถึงขั้นว่าจะเสนอเปึนนายกรัฐมนตรีได้ แล้วที่สําคัญที่สุดตัวบุคคลนั้นก็ได้นําเสนอต่อประชาชน ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเปึน ผ่านเอกสาร ผ่านสื่อ ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีการปราศรัย เวทีหาเสียง การดีเบท (Debate : การอภิปราย) ต่าง ๆ อันนี้คือข้อเท็จจริงซึ่งเราเข้าใจว่าโดยข้อมูลส่วนตัว ของคนจะเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นเปึนที่ตรวจสอบรับทราบกันมาหลายขั้นตอน และที่สําคัญที่สุดขั้นตอนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเราก็ต้องเชื่อมั่นว่าประชาชน ได้พิจารณาควบคู่ไปกับเราจนเปึนที่ตกลงปลงใจแล้วว่าจะเลือกคนนี้ นั่นคือกระบวนการ ซึ่งผ่านมา นอกเหนือจากนั้นคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีการที่เราจะทราบแนวคิดวิสัยทัศน์ ของคนเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นมันก็มีหลายขั้นตอนที่เราได้ทราบ สําคัญที่สุดนโยบาย พรรคการเมืองเหล่านั้นก็ได้ผ่านการคิด ผ่านการสังเคราะห์จากทั้งหัวหน้าพรรค จากคนที่ จะเปึนนายกรัฐมนตรี คือแคนดิเดท นายกรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกพรรคย่อมเปึนที่ทราบ อย่างน้อยก็ระดับหนึ่ง ระดับสําคัญเราก็เชื่อว่าในการเสนอตัวเองต่อประชาชนในการ เลือกตั้งต่าง ๆ แคนดิเดทคนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นได้แสดงวิสัยทัศน์ตัวเอง ได้บอกกับ ประชาชน ได้เสนอแนวทางที่จะทํางานจนเปึนที่ชัดเจนคิดว่าไม่น่าจะเปึนข้อเคลือบแคลง สงสัยด้วยแง่มุมประการใด เราเชื่ออย่างนั้น

แล้วที่สําคัญประการต่อมา โอกาสซึ่งเราจะได้เห็นวิสัยทัศน์ โอกาสที่จะได้ ตรวจสอบซักถามตัวนายกรัฐมนตรีถัดไปแล้ว ขั้นตอนแถลงนโยบายต่อสภาขั้นตอนนั้นแหละ สําคัญเพราะไม่นานหลังจากเลือกตั้งได้เปึนนายกรัฐมนตรีผ่านสภาเราไปแล้ว ผ่านการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแล้วท่านนายกรัฐมนตรีคนนั้นก็จะต้องแสดงวิสัยทัศน์ แสดงแนวคิดอย่างเปึนทางการต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนั้นสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ก็ชอบธรรมแล้วก็เป่ดโอกาสกว้างที่จะต้องได้ซักถามท่านนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว นั่นก็เปึน ขั้นตอนหนึ่ง สิ่งหนึ่งซึ่งเราได้คิดว่าตรงกันข้ามถ้าหากเราได้ให้คนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรี หรือแคนดิเดทได้แสดงวิสัยทัศน์แล้วก็ได้เป่ดให้สมาชิกซักถาม ซึ่งเราเข้าใจว่าความกังวล และความเปึนห่วง คนจะเปึนนายกรัฐมนตรีของเรานั้นจะต้องเปึนคนที่ได้รับการยอมรับ ต้องสง่างามทั้งในประเทศทั้งต่อประชาคมโลก เพราะฉะนั้นการแสดงวิสัยทัศน์หลายครั้ง ที่ผ่านมาเราก็ได้มีการหยิบยกทั้งแง่มุมที่ดี แง่มุมไม่ดี การซักถามเราก็ซักถาม ในหลายแง่มุม ในที่สุดทั้งคนที่ชนะได้เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วคนที่แพ้เสียงในสภาก็ช้ํา ทั้งคู่ เมื่อช้ําทั้งคู่คนได้เปึนก็เปึนนายกรัฐมนตรีบนความบอบช้ําจากเพื่อนสมาชิก ของเราเอง ส่วนคนไม่ได้เปึนก็บอบช้ําแล้วก็อกหัก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอาจจะใช้ภาษาง่าย ๆ ที่เราพอจะเข้าใจกันได้ แล้วในที่สุด ตัวนายกรัฐมนตรีของเรานั้น ความบอบช้ําจากสภาซึ่งเกิดจากพวกเราเองก็จะได้พกเอา สิ่งเหล่านี้ไปต่อประชาคมโลก เพราะฉะนั้นความสง่างามความภาคภูมิใจในประชาชน และในพวกเราเองอาจจะต้องลดน้อยถอยลงไป

ประการต่อมา อันนี้เปึนเหตุผลซึ่งเพื่อนสมาชิกบางคนได้แสดงเหตุผล น่ารับฟังว่า สถาบันรัฐสภาของเราที่ผ่านมาก็ถูกฝ์ายที่ไม่ค่อยหวังดี ฝ์ายที่ไม่ยอมรับ สถาบันของเราได้หยิบยกเอาไปกล่าวหาในทํานองที่เสื่อมเสีย ในทํานองที่หยิบเอาคําพูด ของเราไปบ้าง เอาคํากล่าวหาของเราไปขยายความ จนในที่สุดก็เปึนที่บอบช้ําก็คือว่า รัฐสภาน้ําไม่ดีบ้าง น้ําเน่าก็ว่ากันไป แล้วสถาบันแห่งนี้ก็ได้ถูกละเลงโดยพวกเรา แล้วคนข้างนอกรับไปขยายผล ในที่สุดสถาบันของเราก็ค่อย ๆ เสื่อมลงไป การที่เรา มาเริ่มต้นการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วเราก็เกิดบรรยากาศของการปะทะ เกิดบรรยากาศ ของการขัดแย้ง การต่อสู้ การห้ําหั่นกันเราคิดว่าเปึนปฐมบทของสภา เปึนปฐมบท ของฝ์ายบริหารที่น่าจะเปึนผลเสียกับสถาบันของเราแล้วก็เปึนเหยื่อให้กับฝ์ายอื่น ได้หยิบยกไปลดความน่าเชื่อถือของเราอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลที่เรียนมา ทั้งหลายทั้งปวงเราจึงคิดว่าการที่จะให้นายกรัฐมนตรีคนที่จะเสนอชื่อเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ เป่ดโอกาสให้ซักถามแล้วเราคิดว่าอาจจะไม่จําเปึน จึงขออนุญาตเรียนเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ก่อนนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท หมวด ๙ พิจารณาให้ความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรี ข้อ ๑๖๓ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอันใหม่ที่กําลังพิจารณา กันอยู่นี่ครับ ข้อความที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขและเปลี่ยนแปลง ผมขออนุญาตอ่าน การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญ สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อบุคคลได้หนึ่งชื่อ การเสนอนั้นต้องมีจํานวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่และสมาชิกแต่ละคนมีสิทธิรับรองได้หนึ่งชื่อ วรรคสอง การรับรองให้กระทํา เปึนการเป่ดเผยตามข้อ ๗๕ (๑) ขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับที่อ่านมา ผมไปเป่ดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตอ่านสั้น ๆ เลยนะครับ เขาเขียนไว้ การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรี ตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรรับรอง ข้อความเขียนต่างกันครับ แล้วเชื่อว่า การตีความหมายของทั้ง ๒ อย่าง ข้อบังคับการประชุมที่จะร่างกับที่มีอยู่ของรัฐธรรมนูญ ความหมายต่างกันเช่นเดียวกันอีกอันหนึ่งคือไปไว้เปึนวรรคสอง ผมอ่านเท่าไร ๆ ก็ตามแต่ ไม่เห็นว่าควรจะไปอยู่วรรคสองเลยครับ ก็ขอเรียนรู้ถ้าเปึนผมเขียนเมื่อสักครู่นี้เวลาเขาเขียนมา ท่านก็ชอบเปลี่ยนแปลง ผมเปึนคนไม่ชอบเปลี่ยนแปลงของคนอื่นมากนักยกเว้นมันมี ความจําเปึนเพราะให้เกียรติกับคนที่เขาเขียน แต่เมื่อท่านจะเขียนเปลี่ยนแปลงผมก็ จะเปลี่ยนแปลง เพราะที่มันควรจะเปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยนครับ ที่ไม่ควรจะเปลี่ยนก็ไปเปลี่ยน ของเขา ตรงนี้วรรคสอง การรับรองให้กระทําเปึนการเป่ดเผยตามข้อ ๗๕ (๑) ทําไม ไม่ไปเขียนต่อท้ายข้อ ๑๖๓ เลย ผมขออนุญาตเวลาสั้น ๆ บรรทัดสุดท้ายนะครับ สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และสมาชิก แต่ละคนมีสิทธิรับรองได้หนึ่งชื่อ การรับรองให้กระทําเปึนการเป่ดเผยตามข้อ ๗๕ (๑) คือมันต้องเขียนตามกันมาเลย ท่านเอาไปไว้วรรคสอง ก็ไม่ทราบว่าไปไว้ทําอะไร ไหน ๆ มันจะเปลี่ยนก็ลองพิจารณาดูครับ แต่ข้อสําคัญคือในเรื่องของการที่ท่านบอกว่า ที่ท่านเขียนมาท่านไปเขียนไว้อีกส่วนหนึ่งว่า ๑ ใน ๕ ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เท่าที่มีอยู่นะครับ แต่ในรัฐธรรมนูญเขียนว่า ที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรรับรอง นะครับ ความหมายต่างกันขอได้โปรดพิจารณา กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นอีกครั้ง เพราะผมคิดว่านี่เปึนการให้ความเห็นที่จําเปึนต้องพึ่งการตัดสินใจของสมาชิก ซึ่งท่านกรรมาธิการได้ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็น ผมเคารพในความคิดเห็นของ คณะกรรมาธิการ แต่ผมมีประเด็นที่จะต้องโต้แย้งดังต่อไปนี้ ท่านกรรมาธิการได้ให้ ความเห็นกับผม ๔ ประเด็น บอกว่า ๑. ได้แสดงวิสัยทัศน์ในสนามเลือกตั้งมาแล้ว ๒. กลัวบอบช้ําถ้ามีการแสดงวิสัยทัศน์ในสภาและซักถาม ๓. กลัวมีความขัดแย้งในทาง การเมือง ๔. กลับมาแถลงนโยบายต่อสภาอยู่แล้ว กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมนําเสนอกับท่านประธานในวันนี้มีอยู่ ๓ ประเด็นใหญ่ที่ผมบอกกับท่านประธานแล้ว ๑. ประเด็นของรัฐธรรมนูญ ความข้อนี้ในรัฐธรรมนูญแตกต่างจากทุกองค์กรทุกบุคคล ที่จะได้รับการเลือกตั้งหรือสรรหามาตามรัฐธรรมนูญ ถามว่ารัฐธรรมนูญได้เขียน ความแตกต่างนี้เพื่ออะไร ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เปึนความบังเอิญแน่นอนเปึนความจงใจ ในระบบรัฐสภานั้นคนที่ถูกเสนอชื่อให้เปึนนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้รับการแสดงวิสัยทัศน์ จากประชาชนทั่วทั้งประเทศแล้ว นั่นเปึนการแสดงทั่วไปและไม่ใช่โอกาสที่จะได้เปึนจริง ในทางการเมือง การเปึนจริงหรือไม่จริงอยู่ที่การเลือกหรือไม่เลือกของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และยังเขียนต่ออีกว่า การเลือกหรือไม่เลือกเปึนเอกสิทธิ์ของ ผู้แทนราษฎร พรรคเดียวกันไม่เลือกพรรคทําอะไรไม่ได้ด้วย นี่ข้อความในรัฐธรรมนูญเขียน ความจงใจที่เขียนให้แตกต่างอย่างนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อให้มีการฮั้วกันในสภาอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่แน่นอน เปึนการแสดงวิสัยทัศน์ในสนามเลือกตั้ง นั่นเปึนการแสดงต่อประชาชน ให้มีการเลือกหรือไม่เลือกผู้แทนราษฎร และรู้ได้อย่างไรว่าเลือกทุกครั้งพรรคเดียว ได้เสียงข้างมาก ป้ ๒๕๔๔ คนไทยหลงประเด็นไปเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อป้นั้น เปึนพรรคเดียวได้เสียงข้างมากที่แท้ไม่ใช่ครับ ท่านมาจากการเลือกตั้งได้ ๒๔๘ เสียง ใน ๕๐๐ เสียง เสียงข้างมากก็ ๒๕๒ เสียง แต่ได้มีการร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง แล้วก็มีการควบรวมพรรคการเมืองอีกในระยะหลังจากนั้น ป้ ๒๕๔๘ ป้เดียวเปึนป้ที่มี พรรคเดียวได้เสียงข้างมาก และถ้าว่าไปแล้วเสียงข้างมากในวันนั้นจะเปึนเสียงข้างมาก จากการเลือกตั้งจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ถ้าไม่มีการควบรวมพรรคการเมือง เอาล่ะแปลว่า เสียงข้างมากที่เข้ามา และโดยเฉพาะครั้งหลังสุดท่านประธานก็เห็นว่าพรรคที่ได้ เสียงข้างมากนี่แน่ใจหรือว่าประชาชนเขาให้เปึนนายกรัฐมนตรี ถ้าประชาชนให้เปึน นายกรัฐมนตรีทําไมเลือกมาแค่นั้นละครับ ทําไมไม่เลือกมา ๒๔๑ เสียง เปึนนายกรัฐมนตรีได้ เพราะพรรคการเมืองอื่น เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากเขายกมือให้ แล้วแน่ใจหรือว่าวันที่เสียงข้างมากไปเลือกตั้ง พรรคร่วมรัฐบาลได้บอกว่าให้ ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้เปึนนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้พูด เห็นบอกว่าให้หัวหน้าพรรคตัวเอง เปึนนายกรัฐมนตรีทุกคน นี่เปึนความจริงในทางการเมืองที่ผมไม่ได้คิดว่าจะขอเพียง โต้แย้ง เพราะฉะนั้นในการแสดงวิสัยทัศน์ที่ว่านี้ครับ การทําในสนามเลือกตั้งมันเปึน เหตุผลในทางการเมืองของการไปเลือกตั้ง แต่การได้เปึนหรือไม่ได้เปึนจริง ๑. สภาต้องเลือก ต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เปึน นายกรัฐมนตรี นี่เปึนความชัดเจนยิ่งกว่าอะไร เราลองตัดสินใจเถอะใช้วิจารณญาณของปุถุชน คนธรรมดาที่พึงจะเปึนว่ารัฐธรรมนูญเขาเขียนขึ้นมาอย่างนี้เพื่ออะไร เพราะฉะนั้น การเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วจะบอกว่ามาสภาแล้วบอบช้ํา ท่านประธานครับ การอภิปราย ไม่ไว้วางใจก็ทําได้ทุกรอบ ผมบอกแล้วว่าการแสดงวิสัยทัศน์และซักถามเขียนข้อความว่า อย่างนี้คนที่ทําหน้าที่เปึนประธานสภาอย่างประธานสภาชั่วคราวหรือประธานสภา ที่ทําหน้าที่ได้จริงในวันนั้นแล้ว แน่นอนที่สุดเขาไม่ได้ปล่อยให้ใครพูดจาอะไรที่ถึงขนาด เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นี่ไม่ใช่เปึนข้อกล่าวหาที่แสดง แต่สภาควรจะรู้หรือควรจะ ได้รู้ว่านายกรัฐมนตรีที่กลับคืนสู่การเปึนนายกรัฐมนตรีและกลับมายุบสภาได้เขาควร ที่จะมีอํานาจและมีบทบาทแค่ไหน สภาควรจะได้ตัดสินใจอย่างไร แล้วจะบอกอีกบอกว่า กลัวความขัดแย้ง ในทางการเมืองเขาประสงค์เลย ในการเลือกนายกรัฐมนตรีเขาประสงค์ ให้ขัดแย้งเลย ประสงค์ให้มีความแตกต่างแน่ เพราะพอเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จ ส่วนที่เหลือเขาแต่งตั้งเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นี่ต้องการให้เกิด การตรวจสอบ ๒ ฝ์าย ตรวจสอบทางคุณสมบัติ ตรวจสอบทางมาตรฐาน เพราะฉะนั้น การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีจึงไม่ใช่เปึนเรื่องที่บอกว่าเสียงข้างมากตกลงข้างนอกอย่างไร แล้วควรได้เปึน เมื่อก่อนนี้ใช่ครับ รัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๑๖ ใช่ นั่นเขาตั้ง รัฐบาลกันนอกสภา ตั้งรัฐบาลนอกสภาผมก็เคยตั้ง ก็ไปตั้งกันข้างนอกแล้วเอารายชื่อ ไปให้ท่านประธานสภา ท่านประธานดูว่ามีรายชื่อมากก็นําความกราบบังคมทูลกลับมา แถลงนโยบายแล้วค่อยเจอกันใหม่ตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั่นเปึนวิธีการของ รัฐธรรมนูญฉบับเก่า แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และต่อเนื่องป้ ๒๕๕๐ ๒ ฉบับนี้ ผมไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลอย่างอื่นเลยที่จะไม่ให้แสดงวิสัยทัศน์ ถ้าท่านประธานไม่อยาก จะเรียกมันว่าสิ่งนี้เปึนการแสดงวิสัยทัศน์และให้ซักถาม ใช้ข้อความอื่นผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ผมคิดว่าวิธีพิจารณาของสภาไม่ใช่นั่งนิ่ง ๆ แล้วเพ่งกสิณแล้วก็เลือกหรือไม่เลือกใคร ไม่ใช่อย่างนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ขอให้สภาได้ใคร่ครวญใหม่ อีกครั้งหนึ่งเถอะว่านี่เปึนการตัดสินใจทางการเมืองของรัฐสภา ตัดสินใจในการพิทักษ์ เจตนารมณ์แห่งปวงชน พิทักษ์เจตนารมณ์แห่งการบริหารประเทศโดยหาผู้นําที่มีศักดิ์ศรี และมีเกียรติยศ ผมขอเสนอต่อท่านประธานเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน การพิจารณา ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ นั้น กระผมเห็นด้วยกับแนวทางการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่มีการอภิปรายกันในสภาเมื่อกี้นี้โดยการยกเอากรณีของการให้ความเห็นชอบ องค์กรอิสระ ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่ากรณีการให้ ความเห็นชอบองค์กรอิสระนั้นจะแตกต่างจากการพิจารณาให้ความเห็นชอบกับ นายกรัฐมนตรีนั้นถูกต้องแล้ว เพราะกระบวนการและที่มานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมขอยกตัวอย่างองค์กรเดียว ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หมวด ๑๑ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ ๑ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กําหนด คุณสมบัติอย่างไรว่ามา แต่ปรากฏว่ามาตรา ๒๓๑ การสรรหาใน (๑) ให้มีคณะกรรมการ สรรหากรรมการการเลือกตั้งจํานวนเจ็ดคน ซึ่งประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกจํานวนหนึ่งคน และบุคคล ซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกจํานวนหนึ่งคนเปึนกรรมการ ทําหน้าที่สรรหา นอกจากนี้ยังให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาสรรหาผู้มีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๒๓๐ ซึ่งสมควรเปึนกรรมการการเลือกตั้ง จํานวนสามคน เสนอต่อประธาน วุฒิสภา หลังจากนี่ว่ากันสรุปก็คือว่า (๔) ก็คือว่า ให้ประธานวุฒิสภาเรียกประชุมวุฒิสภาเพื่อมีมติ ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหา ใน (๕) บอกว่าในกรณีที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ให้ดําเนินการตาม (๖) แต่กรณีวุฒิสภาไม่เห็นชอบในรายชื่อใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ส่งรายชื่อนั้นกลับ เราอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรท่านประธานก็คงจะได้รับเอกสารที่ส่งไป มีการตรวจสอบประวัติว่าแต่ละคนที่ได้ผ่านกระบวนการสรรหาขององค์กรเหมือนอย่าง ที่ว่า แต่ถ้ากระบวนการสรรหาต่าง ๆ นั้นมันเปึนระบบของเขาอยู่แล้วซึ่งจะแตกต่างไปจาก ตัวนายกรัฐมนตรีที่ต้องผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งระบบรัฐสภานั้นมันจะแตกต่าง ไปจากระบบประธานาธิบดีตรงที่ว่าเลือกประธานาธิบดีโดยตรง ของเราเลือกสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเลือกตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งแตกต่างไปจาก องค์กรอิสระเพราะว่าให้วุฒิสภาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ไม่เห็นชอบก็ส่งกลับไป กรรมการสรรหาก็ว่ากันใหม่ ซึ่งจะแตกต่างไปจากกรณีการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี แปลความว่าคนที่ที่ประชุมเห็นชอบได้รับเลือกเปึนนายกรัฐมนตรี คนที่ไม่ได้รับเลือก ก็ไม่ได้เปึนอะไรเลยจนกระทั่งได้รับการโปรดเกล้าฯ เปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ผมอธิบายความเรื่องนี้เพราะอะไรครับ บทเรียนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นี่แหละครับ แม้นว่าไม่ได้มีการแก้ไขข้อบังคับบอกว่าให้แสดงวิสัยทัศน์ให้อภิปราย ซักถามได้ ปรากฏว่าก็ใช้วิธีเลี้ยวกันมา ผมจึงบอกว่าวันนี้ที่กรรมาธิการสุทิน คลังแสง ได้พูดชัดเจนแล้ว เราต้องยอมรับว่าในโลกแห่งความเปึนจริงนั้นผลการเลือกตั้ง บอกทุกอย่างว่าใครจะเปึนนายกรัฐมนตรี ถ้าพรรคเดียวไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล พรรคเดียวเปึนเสียงข้างมากได้ ถ้าหากพรรคใดสามารถรวมตัวกันได้กลายเปึน เสียงข้างมากแล้วก็ประกาศชัดเจนว่าใครเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นแปลความว่าเข้ามา ในสภานั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเปึนอย่างอื่น ผมเองก็ไม่ต้องการให้สภาผู้แทนราษฎร เสมือนว่าเปึนทหารญี่ปุ์นที่รบอยู่ในปาปัวนิวกินี สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ์นเขาเจรจา สงบศึกหลังจากโดนระเบิดปรมาณูไปแล้ว แต่ทหารญี่ปุ์นที่อยู่ในปาปัวนิวกินีนั้นยังเข้าใจว่า สงครามยังไม่ยุติเพราะอยู่ในป์าลึกการสื่อสารไม่ทั่วถึง แต่สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้เปึน อย่างนั้น ท่านประธานคงจะแลเห็นว่าก่อนที่จะมีการพิจารณาเลือกไม่ว่าจะเปึนตําแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือตัวนายกรัฐมนตรี มีการประกาศลงสัตยาบันพรรคร่วมกัน เสร็จสรรพ แล้วก็ประกาศว่าจะเสนอชื่อใคร วางกันเสร็จสรรพแปลความกันว่าชื่อก็ไม่ได้ แตกต่างกันไปจากนี้ แต่ทว่าคนที่ได้เปึนเสียงข้างมาก ถ้ากรณีให้มีการอภิปรายซักถาม ตอบประเด็นข้อสงสัย แสดงวิสัยทัศน์ คนที่รู้ว่าแพ้อยู่แล้ว ฝ์ายที่เปึนเสียงข้างน้อย จะสามารถอภิปรายว่าที่นายกรัฐมนตรีได้ในวันเริ่มต้นเลย คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจดี ๆ นี่เองขณะที่เขายังไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้ผลอยู่แล้วว่าอภิปรายให้ตายเขาก็ยังเปึน นายกรัฐมนตรีอยู่ แต่ความเสียหาย ความสง่างามมันได้เกิดขึ้นมาแล้ว ผมไม่ได้บอกว่า คนเปึนนายกรัฐมนตรีจะต้องไปกลัวการบอบช้ํา แต่สภาผู้แทนราษฎรเรามีวาระต่าง ๆ ไม่ว่าเรื่องแถลงนโยบาย เรื่องงบประมาณ หรือว่าท้ายที่สุดเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แปลความกันว่าจะใช้สิทธิการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นนายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีเสียก่อน แปลความว่าได้รับการโปรดเกล้าฯ แถลงนโยบายเสร็จ บริหารประเทศ ฝ์ายค้านพบความล้มเหลวอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่ว่าวันเริ่มแรก ของการเสนอรายชื่อนั้นเขายังเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่มติพรรคร่วมเสนอ ให้เปึนนายกรัฐมนตรี เขายังไม่ได้อยู่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมจึงบอกว่าไม่ว่าใครก็ตาม ไม่มีใครเกิดมาแล้วสะอาดหมดจดบริสุทธิ์ผุดผ่องซักถามกันไม่ได้ แปลความกันตรงนี้เลยก็ว่าได้ไม่ว่าพรรคไหนในวันข้างหน้าจะได้รับการเสนอชื่อเปึน นายกรัฐมนตรีเปึนเสียงข้างมาก ถ้ามีมาตรานี้ให้แสดงวิสัยทัศน์อภิปรายสอบถาม ตรวจประวัติกันได้ บอบช้ํากันแสนสาหัสก็แล้วกัน ผมจึงบอกว่าเมื่อเขาผ่านกระบวนการ เลือกตั้งจากประชาชน กกต. รับรอง แม้ว่าจะมาสอยภายหลังก็ว่าไป แต่ขั้นตอนที่รับรองนั้น แปลความว่าคุณสมบัติครบถ้วนเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กกต. รับรอง มีสิทธิเปึน นายกรัฐมนตรีโดยดุษฎี เพราะฉะนั้นผมบอกว่าการที่คณะกรรมาธิการยืนอย่างนั้นถือว่า ถูกต้องแล้วเปึนการรักษากติกาไว้วันหน้า ผมบอกว่าวันหน้าไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เรียนกับ ท่านประธาน ถ้าขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วมีความบอบช้ําตั้งแต่วันแรก ความเสียหาย ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเขากับพรรคการเมืองเท่านั้นแต่ประเทศก็จะได้รับความเสียหาย แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่นายกรัฐมนตรีจะแตะต้องไม่ได้ วันที่มีการอภิปรายนั้นเริ่มแรกเขายัง ไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรี ควรอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่เขาเปึนนายกรัฐมนตรี แล้วทําหน้าที่บกพร่อง ผิดพลาด ขาดคุณสมบัติหรืออย่างไรไปอภิปรายหลังจากที่ เขาเปึนอย่างนั้นได้แล้ว นี่เปึนความเห็นของผมครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไท เสนพงศ์ ครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ เรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบ การเลือกผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมเรียนกับท่านประธานว่าความเห็นของพวกผม ในการแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ข้อบังคับในครั้งนี้ ผมคิดว่าเรามีความมุ่งมั่น และความปรารถนาที่จะให้ข้อบังคับนี้ใช้เปึนบรรทัดฐานในการเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งต่อไปที่จะมีขึ้น ซึ่งก็ไม่มั่นใจว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งจะเปึนผู้ผูกขาด ในการเปึนนายกรัฐมนตรีหรือได้รับเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากจะให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เป่ดใจให้กว้างแล้วก็เขียนข้อบังคับข้อนี้เพื่อใช้บังคับ ในอนาคตข้างหน้า ผมขอสนับสนุนความคิดเห็นของท่านสมาชิกอย่างน้อย ๒ ท่านที่ได้ อภิปรายก่อนหน้านี้ก็คือท่านนริศ ขํานุรักษ์ จากจังหวัดพัทลุง แล้วก็ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสนับสนุนของผมก็คือว่า ผมมีความใฝ์ฝันและมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าการเข้าสู่ตําแหน่งของผู้ดํารง ตําแหน่งในสภาแห่งนี้อย่างน้อย ๒ ตําแหน่งที่สําคัญ นั่นก็คือตําแหน่งประธานรัฐสภา และตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเปึนความตั้งใจของผมตั้งแต่ วันเป่ดสภาครั้งแรก มีประธานชั่วคราวขึ้นไปนั่งแล้วก็มีการเป่ดให้เลือกประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผมเปึนคนแรกที่ได้ท้วงติงว่าอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผู้ดํารงตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่อยากจะให้คนที่มีมลทินมัวหมอง เข้ามาเปึน อย่างน้อยได้ซักถามได้ซักฟอก ได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงเหตุผลคดีความที่ติดตัวมา และจะเปึนข้อตัดสินใจว่าเราจะเลือกบุคคลนั้นเปึนประธานรัฐสภาเปึนประมุขของเรา หรือไม่ แต่ถึงที่สุดสภาแห่งนี้ก็ดึงดันที่จะโหวตโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของผม และสุดท้าย เปึนอย่างไรครับ วันนี้ท่านก็ได้แสดงสป่ริต (Spirit) ให้กับพวกเราได้เห็นแล้ว และถามว่า ใครรับผิดชอบในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในกรณีเดียวกันข้อ ๑๖๓ การเลือกนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าการที่ให้คนที่ได้รับการเสนอตัวเปึนนายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์ได้ซักถาม จากเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สง่างามและเหมาะสมเปึนอย่างยิ่ง ผมขอเรียนกับท่านประธานเพียง ๒ ข้อครับว่า ทําไมผมจึงขอเสนอให้มีการอภิปราย ซักถามบุคคลที่เหมาะสมในการดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีให้สภาแห่งนี้เลือก

ข้อแรกก็คือว่า ผลการเลือกตั้งไม่ทุกครั้งแต่ว่าก็หลายครั้งเราจะพบว่าไม่มี พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมี พรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคการเมืองอื่นสนับสนุนให้ได้รับเสียงเกินครึ่งเพื่อจะดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการซักถามว่าคนเหล่านั้น มีประวัติ มีทัศนคติ มีวิสัยทัศน์ต่อการดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างไร อย่างน้อย ให้พรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาลได้พิจารณาว่าบุคคลนั้นมีความเหมาะสมในการดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ มีวุฒิภาวะในการที่จะเปึนผู้นําประเทศมากน้อยเพียงไร เพราะสภาแห่งนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานก็คงทราบว่าเราให้เอกสิทธิ์สําหรับ ส.ส. ในการโหวตตามดุลยพินิจของ ส.ส. แต่ละบุคคลซึ่งพรรคไม่สามารถที่จะบังคับได้

ข้อที่สอง ท่านประธานจะเห็นว่าสภาแห่งนี้มี ๔๘๐ คน ท่านประธาน พลิกไปดูสิครับส่วนใหญ่เปึน ส.ส. ใหม่แล้วก็เพิ่งเข้าสู่วงการการเมือง คนที่เปึน นายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอตัวนั้นไม่จําเปึนเสมอไปว่าเปึนที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ของสมาชิกด้วยซ้ําไป เพราะอย่างน้อยบางคนกําลังคิดจะลาโรงจากการเมืองไปแล้ว โชคพาวาสนาส่งก็กลับมาเปึนหัวหน้าพรรค สมาชิกบางท่านก็หลงลืมลืมจาก ความทรงจําไปแล้วด้วยซ้ําไป ไม่รู้จักด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นถ้าหากให้บุคคลเหล่านี้เข้ามา ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเอง ผมคิดว่าในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ถ้ามีประเด็นนี้ขึ้นมามีข้อบังคับข้อนี้ขึ้นมา ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีคงจะไม่ไปโอดครวญ ในรายการสนทนาประสาสมัครว่าท่านเปึนคนมีคดีติดตัว ถ้าหากว่าศาลอุทธรณ์ตัดสิน ยืนตามศาลชั้นต้นท่านก็ถูกออกจากตําแหน่งไป ท่านประธานจะเห็นเหมือนผมว่า ถ้าวันนั้นมีการแสดงวิสัยทัศน์ขึ้นมา ผมคิดว่าสมาชิกสภาแห่งนี้ก็คงจะได้ยินดาบ หอก ออกมาจากปากของคนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรี เฮง ๆ ซวย ๆ อะไรกันในทํานองอย่างนี้ ก็คงจะออกมา แล้วสมาชิกสภาแห่งนี้ก็สามารถใช้ดุลยพินิจได้ด้วยซ้ําไปว่าอาจจะไม่เลือก ก็ได้ในวันนั้นถ้ามีคําเหล่านี้ออกมา แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะคุยกับท่านประธาน อยากจะ เสนอท่านประธานก็คือว่าสิ่งสําคัญที่คนเปึนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันบอกว่าสิ่งที่ติดตัว ท่านมาคือคดีความ ผมคิดว่าถ้าหากเราได้ซักไซ้ไล่เลียงได้ถามเรื่องคดีความของ ท่านนายกรัฐมนตรีในวันนั้น ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ตัดสินใจได้เลยว่าจะเลือกท่านหรือไม่ เพราะว่ามีคําพิพากษาศาลชั้นต้นชัดเจนเลย ผมขออ่านนะครับ เปึนคดีความที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ โจทก์ ฟัองนายสมัคร สุนทรเวช เปึนจําเลย

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไทมีผู้ประท้วงครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ท่านประธานต้องควบคุมการประชุม เพราะขณะนี้เราอภิปรายถึงเรื่องข้อบังคับว่าจะเลือกเอาแนวทางคณะกรรมาธิการ หรือผู้แปรญัตติ แต่ว่าผู้ที่อภิปรายอยู่ในขณะนี้นายเทพไท เสนพงศ์ กําลังอภิปราย และไม่ได้อยู่ในสถานะผู้แปรญัตติ แต่กําลังจะใช้ช่องทางเพื่อจะเล่นงานนายกรัฐมนตรี ท่านประธานฟังผมให้จบก่อนสิครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ ผมทราบแล้วว่าประท้วง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ถ้ายกตัวอย่างอย่างนี้ได้ เดี๋ยวผม จะยกตัวอย่างเรื่องการหนีเกณฑ์ทหาร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ เชิญคุณจตุพรนั่งลงก่อนครับ คุณเทพไทครับ เรากําลังอภิปรายเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอ ความกรุณาอย่าเอามาอ่านเลยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ทราบครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะว่าจะเสียเวลาของสภาแห่งนี้ด้วย อยากจะให้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจบ ขอความกรุณารวบรัดได้แล้วครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ก็เปึนประจําละครับท่านประธาน เผอิญผมอภิปรายก็อาจจะไปพาดพิงหรือเหมือนท่านอาคมว่า พวกผีสางนางไม้ถ้าโดน น้ํามนต์เข้าไปบ้างก็อาจจะต้องเต้นบ้างเปึนธรรมดา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ นี่มัน ใช้ไม่ได้เลย พวกผมไม่ใช่ผีสางนางไม้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวประท้วงทีละคนครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

คือที่ผมอภิปรายไปเปรียบเทียบ สมาชิกที่เขาทักท้วง เพราะผู้อภิปรายนายเทพไท เสนพงศ์ ถ้าผมบอกว่าฉายาคุณ คึกขนเพชร บ้าง ชื่อเล่นเขา คึก จะมีความรู้สึกกันอย่างไร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงก่อนคุณจตุพรครับ ถ้าผมฟังคุณจตุพรจบเดี๋ยวก็มีอีกยกหนึ่งหรอกครับ เดี๋ยวก็ มีเรื่องแบบคราวที่แล้ว

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส. อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานช่วยกรุณาควบคุมผู้กําลังอภิปรายด้วยครับ ใช้วาจาที่เสียดสี หยาบคาย หลายครั้ง ผมอดใจอุตส่าห์ไม่ประท้วงนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งครับคุณเชิดชัย ผมวินิจฉัยคุณเทพไทขอให้อภิปรายในประเด็นนะครับ เพราะว่า บางครั้งเราอาจจะมีการพูดเกินเลยกันไป ผมพยายามอะลุ่มอล่วยมาโดยตลอด อยากจะให้ บรรยากาศในสภานี้เปึนไปด้วยความปรองดองความสมานฉันท์ ขอความกรุณารวบรัด ด้วยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ครับ ผมเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผมยกตัวอย่างก็คือเปึนการยกตัวอย่างเพื่อสนับสนุนว่าถ้ามีการแก้ไขตามที่ เพื่อนสมาชิก ๒ ท่านที่ผมได้เอ่ยนามไปแล้วมันจะเปึนประโยชน์ต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะถ้าหากว่านายกรัฐมนตรีที่เราเสนอชื่อขึ้นมาแล้วให้สภาแห่งนี้พิจารณาบุคคลนั้น สมมุตินะครับ ผมไม่ได้ไปกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านมา คนต่อไปครับ ท่านประธาน ถ้าหากว่าคนต่อไปมีมลทินมัวหมอง ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนนั้น ไม่กล้าที่จะพิสูจน์ความจริงต่อสภาแห่งนี้ก็ไม่ควรที่จะมาเปึนนายกรัฐมนตรี ถึงอย่างไร ก็หลีกหนีการเปึนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ครับ ผมจึงยกเหตุผลให้ท่านประธาน

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไทเดี๋ยวก่อนครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานทําผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๔๔ ข้อ ๑๑๕ ครับ และทําผิดมติของสภาที่ท่านประธานเองขอต่อสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่านทําผิด ข้อบังคับและทําผิดมติสภา มติสภาและข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยว่า ท่านทําผิดหรือไม่ เพื่อจะเปึนบรรทัดฐาน สมาชิกที่มีสิทธิอภิปรายกรณีถ้าไม่สงวน ความเห็นไว้และไม่สงวนคําแปรญัตติไว้อภิปรายได้เฉพาะกรณีมีการแก้ไข จริงอยู่ครับ มาตรา ๑๖๓ มีการแก้ไขของกรรมาธิการ แต่ประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไขเปึนการเอาประโยค มาสลับบรรทัดเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเหตุผลที่จะอภิปรายในประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไข ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นจะต้องเปึนเรื่องของการแสดงวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ประเด็นคุณสมบัติ ของนายกรัฐมนตรี ตรงนั้นต้องเปึนหน้าที่ของสมาชิกที่เขาได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ เท่านั้น ท่านประธานโปรดวินิจฉัย ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะเปึนไปเหมือนท่านปล่อย แล้วใช้คําว่า อะลุ่มอล่วย ตลอด โปรดวินิจฉัยด้วย ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณนายแพทย์ชลน่านครับ จริง ๆ แล้วผมได้วินิจฉัยไว้ตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่าสมาชิก ทั่วไปไม่มีโอกาสในการอภิปราย ยกเว้นในส่วนที่คณะกรรมาธิการแก้ไข เมื่อกี้ก็มีผู้ที่ ขออภิปรายในส่วนของกรรมาธิการแก้ไขมาหลายท่าน ส่วนใหญ่ก็จะพูดกันถึงเรื่อง วาระในการให้นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งผมเห็นว่ามันเปึนเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน กับส่วนที่คณะกรรมาธิการแก้ไข หลายท่านก็อภิปรายมา เพราะฉะนั้นก็ต้องขอคุณเทพไท อภิปรายต่อแต่ขอให้กระชับด้วยครับ เพราะว่าเรามีผู้ประสงค์อภิปรายอีกหลายท่านครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ขอบคุณมากครับท่านประธาน ท่านประธานวินิจฉัยถูกต้องแล้วสมควรที่จะได้รับการสนับสนุนให้เปึนประธานรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมจําเปึนต้องอภิปรายเรื่องนี้ก็เพราะว่าจะได้เปึนบรรทัดฐานว่า คนที่จะมาเปึนนายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็ไม่ควรที่จะหลีกหนีการซักฟอก หลีกหนี การอภิปรายของสมาชิกตั้งแต่วันแรก แล้วก็จะไม่มีคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีต้องโอดครวญ ทางทีวีว่าตัวเองโดนคดีมา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไทต้องกระชับด้วย เดี๋ยวก็จะมีผู้ประท้วงอีกครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

กระชับแล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อยากจะให้เอาเหตุผลจริง ๆ เลยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะอย่างน้อยวันนั้นถ้ามีการอภิปรายและมีการพูดถึงคุณสมบัติของคนที่จะเปึน นายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าผลการเลือกนายกรัฐมนตรีอาจจะเปลี่ยนไปจากธงหรือคําตอบ ที่มีอยู่ครับเพราะมันมีเหตุผลก็คือว่าคนบางคนเคยถูกคําพิพากษาศาลให้ติดคุก ในการหมิ่นประมาทมาแล้วหลายคดีและยังไม่เข็ดหลาบท่านประธาน

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไทมีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธาน ได้เตือนผู้อภิปรายแล้ว แล้วผมเองผมว่าสมาชิกฝ์ายรัฐบาลเองก็ฟังกันด้วยความอดทน เพราะว่าพูดเหมือนเจตนายั่วยุเปึนระยะ ๆ แล้วก็จะมีความสุขว่าถ้าพูดแล้วมีคนลุกขึ้น ประท้วงแล้วตัวเองก็จะมีความรู้สึกว่าจะประสบความสําเร็จอย่างนั้น แต่เหตุที่ผมลุกขึ้น มานี้เพราะว่าไม่ใช่วาระที่เทพไท เสนพงศ์ จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมทราบแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

นิดหนึ่งครับ ผมบอกว่าถ้านายเทพไท ไม่หยุดพูดพาดพิงนายสมัคร ผมจะขอพูดกรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรนั่งลงครับ คุณเทพไทต้องขอความกรุณารวบรัดพูดในประเด็นครับ เพราะว่า เรามีเวลาไม่มากมีเวลาจํากัด ขอให้พูดตรงประเด็นแล้วสรุปได้แล้วครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

รวบรัดแล้วครับท่านประธาน คนที่แสดงความเห็นประท้วงผมก็คงกลัวว่าถ้าหากนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ชื่อสมัคร ตัวเอง ก็อาจจะไม่ได้ปูนบําเหน็จอะไรบางอย่าง ผมขอจบแค่นี้ท่านประธาน ขอบคุณครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

หัวข้อที่พูดอยู่เวลานี้ไม่ใช่พูดเพื่อ ปูนบําเหน็จอะไร เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมันก็เปึนอย่างนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เปึนลักษณะการดูถูกเหยียดหยาม ผมยอมไม่ได้ ท่านประธานต้องให้เขาถอน ไม่ถอน ผมก็จะไม่ยอม วันนี้เปึนอย่างไรก็เปึนกันครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรครับ ผมวินิจฉัยแล้วจะต้องเปึนที่สุด ผมวินิจฉัยด้วยความเปึนธรรมครับ คุณเทพไทพูดจริง ๆ มันก็เหมือนกับเจตนากระทบกระทั่ง ผมขออนุญาตให้เปลี่ยนเปึน คําพูดอื่นได้ไหมครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ต้องถอนคําพูดครับท่านประธาน เพราะนี่เปึนการดูถูกศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ประท้วงเพราะต้องการปูนบําเหน็จ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ใช่สมัครผมไม่ได้รับปูนบําเหน็จ ผมไม่ได้พูดวันนี้เพื่อนายสมัคร หรือจะไปขอปูนบําเหน็จอะไร นี่เปึนการดูถูกผมในสภาผมยอมไม่ได้ครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเทพไทครับ จริง ๆ ฟังดูแล้วก็เหมือนกับเปึนการพูดกระทบ ขอความกรุณาถอนคําพูด เถอะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช คําพูดเมื่อกี้ท่านประธาน จะให้ถอนใช่ไหมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพื่อความสงบของสภาครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานจะให้ถอนคําไหนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้พูดว่าอะไรครับคุณจตุพร

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

เพราะว่าผมไม่เอ่ยชื่อครับ และคําว่า ปูนบําเหน็จ ผมคิดว่าก็เปึนเรื่องดีเปึนสิ่งดี ไม่ใช่สิ่งเสียหายครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอความกรุณาคุณเทพไทถอนนะครับ พูดว่าถ้าหากว่าท่านสมัครเปึนนายกรัฐมนตรีแล้วก็ จะได้รับการปูนบําเหน็จอะไรอย่างนี้ครับ ขอไปใช้คําพูดอื่นดีกว่าเพื่อความราบรื่นของ การประชุมครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เดี๋ยวทวนคําพูดใหม่ ไม่ใช่อย่างนี้ นายเทพไทบอกว่า เหตุที่มีคนประท้วงมานั้นเพราะว่าถ้านายสมัครไม่ได้เปึน นายกรัฐมนตรีจะไม่ได้รับปูนบําเหน็จ แปลความว่าคนที่ไปประท้วงกลัวว่าจะไม่ได้รับ ปูนบําเหน็จซึ่งไม่ใช่ คนที่เขาประท้วงเพราะเห็นว่าคุณเทพไทอภิปรายนอกเรื่อง ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ และการพูดลักษณะอย่างนี้เปึนการดูถูกผู้คนซึ่งเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ผมจึงบอกว่าอภิปรายแบบ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรเชิญนั่งนะครับ ผมอยากให้บรรยากาศในสภาเปึนไปด้วยดี แล้วเวลาเราเรียก กันเอง ขอความกรุณาเรียก คุณ ด้วย คุณเทพไทกรุณาเปลี่ยนคําพูดก็แล้วกัน ถอนคําพูด นะครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ คือผมคิดว่า เขาร้อนตัวไปเอง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ถ้าแบบนี้ ไม่ได้เลย

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

คนที่ประท้วงผม ๓ ท่าน เมื่อกี้นี้ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอความกรุณาคุณเทพไทถอนด้วยครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

จะให้ถอนคนไหนท่านประธานครับ ผมถอนให้กับท่านสมาชิกคนเมื่อกี้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตรงที่บอกว่าคุณสมัครเปึนนายกรัฐมนตรีเดี๋ยวจะไม่ได้รับการปูนบําเหน็จอะไรอย่างนั้น ขอถอนเถอะครับ เพราะว่าไม่ใช่อยู่ในเรื่องที่เรากําลังอภิปรายกัน

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ เพื่อความเคารพ ท่านประธาน เผื่อวันข้างหน้าท่านประธานได้เปึนประธานรัฐสภา ผมขอถอนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอขอบคุณมากครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอความกรุณาท่านอื่นไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เรามีเวลาจํากัด

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

การพูดในลักษณะการเสี้ยมแบบนี้ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรเชิญนั่งครับ ทุกท่านเชิญนั่ง เพราะว่าเรามีเวลาไม่มาก วันนี้เราจะต้องผ่าน ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัย คุณเทพไทได้ถอน คําพูดแล้วนะครับ

(นายสุทิน คลังแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุทิน คลังแสง กรรมาธิการ

ท่านประธาน ผมหารือสั้น ๆ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จะประท้วงอะไรครับ

นายสุทิน คลังแสง กรรมาธิการ

ผมเกรงอย่างนี้ท่านประธาน ผมเกรง ประวัติศาสตร์จะซ้ํารอย คราวก่อนมันก็เปึนอย่างนี้ครับ ท่านประธานจะต้องยึดมั่น แล้วก็ ต้องวินิจฉัย แล้วก็ต้องให้มันเด็ดขาดจริง ๆ เพราะคนในสภามีหลายประเภท คนเปึน โรคจิตเห็นคนประท้วงแล้วยิ้มนี่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุทินครับ คุณสุทินประท้วงหรืออภิปราย ความจริงคุณสุทินขึ้นมาพูดเดี๋ยวก็จะเปึน อย่างที่คุณสุทินพูดละครับ เพราะฉะนั้นคุณสุทินนั่งได้แล้ว เชิญนั่งครับ ขอเชิญคุณสุทิน นั่งเถอะครับ คุณสมคิด บาลไธสง อภิปรายต่อครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง หนองคาย พรรคพลังประชาชน ผมขออภิปรายสนับสนุนกรรมาธิการ ที่ได้ร่างมาเกี่ยวกับมาตรา ๑๖๓ เห็นขัดแย้งกับทางฝ์ายค้านที่ต้องการอยากให้มี การแสดงวิสัยทัศน์ แล้วผมเห็นคล้อยตามกับคุณจตุพรว่าทําไมถึงต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพราะว่าการเลือกตั้งผู้นําของเราในสภามันไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกกันโดยตรงอย่างที่ ท่านจตุพรว่ามา เมื่อไม่เลือกโดยตรงแล้วมาแสดงวิสัยทัศน์ทําไม เพราะว่าแสดงอย่างไร ก็ตาม ท่านจะพูดดีขนาดไหนก็ตาม สมมุติว่าพรรคร่วมรัฐบาลเสนอตัวผมเอง

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวคุณสมคิดครับ ท่านนายแพทย์ชลน่านประท้วงครับ คุณชลน่านประท้วงอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคพลังประชาชน จังหวัดน่าน ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานจริง ๆ ด้วยข้อบังคับข้อเดิมคือข้อ ๑๑๕ ท่านประธานต้องกล้าวินิจฉัยออกมาเลยว่าท่านประธาน ทําผิดข้อบังคับ และทําผิดมติของสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วย มันก็เลยเกิดอย่างนี้ครับ ๑ ๒ ๓ ผมไม่ได้หมายถึงว่าเฉพาะสมาชิกฝ์ายด้านโน้น อย่างสมาชิกฟากผมด้านนี้ ถ้าอภิปรายเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการที่กรรมาธิการแก้ไขก็ถือว่าผิดข้อบังคับอยู่แล้ว ท่านไม่ควรอนุญาตเลยครับ ผมเองพยายามทําถูกข้อบังคับผมยังถูกเพื่อนตําหนิเลย ท่านประธานวินิจฉัยเถอะครับ เรื่องเหล่านี้จะได้ไม่เกิดขึ้น ๓ ทุ่มจะได้เปึน ๓ ทุ่มจริงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณนายแพทย์ชลน่านครับ ผมขอวินิจฉัยซ้ําว่าเรื่องที่สมาชิกแต่ละท่านอภิปรายนั้น เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คณะกรรมาธิการแก้ไข เพราะฉะนั้นมีสิทธิอภิปรายได้แต่ขอให้รวบรัด ด้วยครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบขอบคุณท่านประธานครับ ผมอยาก กราบเรียนในสภาแห่งนี้ว่า ถ้าสมมุติแสดงวิสัยทัศน์ สมมุติพรรคร่วมรัฐบาล ผมนี่แสดง วิสัยทัศน์ไม่เก่งหรอก ผมพูดไม่เก่ง แต่บังเอิญว่าพรรคร่วมรัฐบาลเสนอผมเปึนประธาน สภาผู้แทนราษฎร เปึนนายกรัฐมนตรี สมมุตินะครับ แล้วพรรคฝ์ายค้านเสนออดีต ท่านนายกรัฐมนตรีชวนมาอภิปราย พูดได้ดีมากเลย แต่พูดไปทําไมล่ะครับ เพราะว่า เสียงส่วนใหญ่จะให้ผมเปึนนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ แล้วมันมีประโยชน์อะไรในการแสดงวิสัยทัศน์ มันก็เสียหน้าพวกท่านใช่ไหมครับ พูดดี คนฟังทั้งประเทศแต่ไม่ได้เปึนแล้วจะทําอย่างไร พูดไปทําไม ที่ผมบอกว่าไม่จําเปึน ต้องแสดงวิสัยทัศน์ ถ้าจะออกกฎหมายข้อนี้ว่าถ้าจะแสดงวิสัยทัศน์ต้องให้คนได้รับ คัดเลือก เมื่อได้รับคัดเลือกแล้วให้แสดงวิสัยทัศน์ต่อสภา ถ้าแสดงต้องทํา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสมคิดครับ หยุดได้ครับ คุณสมคิดครับ มีผู้ประท้วงใช่ไหมครับ ไม่มีนะครับ เห็นยกมือ เฉย ๆ คงอยากให้คุณสมคิดหยุดอภิปราย ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ผมว่าเราอภิปราย มาพอสมควรครับ แล้วประเด็นเท่าที่ฟังทุกท่านประมาณ ๗-๘ ท่านเริ่มซ้ําประเด็น ผมคิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว ขอเชิญกรรมาธิการตอบครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานขออนุญาตอภิปราย ประเด็นแตกต่างครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดถูกพาดพิงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต อภิปรายต่อเพราะว่าเปึนประเด็นที่แตกต่างครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวกรรมาธิการรอสักนิดครับ ให้คุณบุญยอดอภิปราย ขอรวบรัดด้วยครับ เวลาเรามีจํากัดนะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ผมชี้ ๒ ประเด็น เท่านั้นครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องของ การแสดงวิสัยทัศน์จําเปึนหรือไม่ต่อตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องมองว่าเปึนเรื่องที่จําเปึน เพราะว่าได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๓ จริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาตรา ๒๗๙ ถ้าท่านจะได้กรุณาเป่ดดูในวรรคสี่ การพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งบุคคลใดเข้าสู่ตําแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อํานาจรัฐ รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตําแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน และการลงโทษบุคคลนั้น จะต้องเปึนไปตามระบบคุณธรรมและคํานึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ดังกล่าวด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าการพิจารณาในตําแหน่งนายกรัฐมนตรีเรายังไม่ได้มี การพูดคุยกันถึงเลยว่าบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมาเพื่อให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ได้รับการพิจารณาให้เปึนไปตามระบบคุณธรรมและคํานึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรม ของบุคคลดังกล่าวกันหรือไม่ ถ้าเราไม่พูดคุยกันเราจะรู้ได้อย่างไรว่าบุคคลนั้นมีพฤติกรรม อย่างไร มีจริยธรรมถูกต้องในการดํารงตําแหน่งนี้อย่างไร อย่าลืมว่าตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เปึนตําแหน่งที่สูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน อีกมาตราหนึ่งที่ผมขออนุญาต ที่จะยกขึ้นมาเพื่อที่จะได้ให้เหตุผลอีกด้านหนึ่งซึ่งสมาชิกบางคนบอกว่า

(นายวิทยา ทรงคํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดมีผู้ประท้วงครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวิทยา ทรงคํา เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ผมประท้วงท่านประธานในข้อ ๑๑๕ จริง ๆ แล้วกรรมาธิการสลับที่ คนที่จะอภิปรายได้ ก็ต้องเปึนคนที่สงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติที่สงวนไว้ บุคคลอื่นจะพูดได้เฉพาะว่า ให้กลับมาสู่ร่างเดิมแค่นั้นเองจะไปพูดประเด็นอื่นไม่ได้ถ้าไม่ได้สงวนความเห็นไว้ ไม่ได้ แปรญัตติไว้ก็อภิปรายได้ว่าให้กลับมาที่เดิมได้ จะให้อภิปรายไปเรื่อยไม่ได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณคุณวิทยาครับ ผมก็ต้องวินิจฉัยซ้ําอีกครั้งหนึ่งเปึนครั้งที่ ๓ ครับ เพราะว่า ข้อบังคับข้อนี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข แล้วมันเกี่ยวพันกับเรื่องการแสดงวิสัยทัศน์ ของนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตามก็ขอให้คุณบุญยอดสรุปด้วยเวลาเรามีน้อยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ อีกมาตราหนึ่งที่เปึนมาตราสําคัญแล้วก็เปึนเหตุผลหนึ่งที่ผมขอยกขึ้นมาเพราะได้ฟัง สมาชิกบางท่านบอกว่าเมื่อเราเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่า หัวหน้าพรรคใดซึ่งได้คะแนนมากที่สุดหรือมีจํานวนมากที่สุด รวบรวมคนได้มากที่สุด ก็จะต้องได้เปึนนายกรัฐมนตรีไปโดยปริยายนั้นน่าจะขัดต่อมาตรา ๑๒๒ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ นั้นว่าไว้ในทํานองว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเปึน ผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงํา ใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชน ชาวไทย นี่คือรัฐธรรมนูญใหม่ที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยหรือว่าไม่เคยปฏิบัติตน อย่างเปึนอิสระในการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เคยอยู่แต่ภายใต้อาณัติของใคร บางคนเท่านั้นเอง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการคุณสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นครสวรรค์จากพรรคพลังประชาชน กรรมาธิการ ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้โอกาสผมมาเปึนกรรมาธิการ ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าถ้านั่งอยู่ในที่สูงแล้วละก็จะมีความเข้าใจกับสีสันของการเมือง เหมือนท่านประธาน นี่ตําแหน่งประธานว่างถ้าเขาให้สมัครได้ผมจะสมัครด้วย ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. เทพไท ผมขออนุญาตเรียกน้อง ทําให้ผมตื่นจากภวังค์เมื่อสักครู่ ครั้งแรกที่ผมได้ฟังท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ท่านนริศ และท่านชํานิ ขอประทานโทษเอ่ยชื่อท่าน ท่านอภิปรายได้ดีมากฟังแล้วเคลิบเคลิ้ม ทีแรก ถ้าจบตรงนั้นผมว่าจะลงคะแนนให้ท่าน แต่พอท่านเทพไทขึ้นมาทําให้ผมตื่นจากภวังค์ว่า ผมได้พบความเปึนจริงที่จะต้องชี้แจงในการประชุมคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับในข้อนี้ที่มี การชี้แจงกันเยอะมากว่าสังคมไทยกําลังอยู่กับความเปึนจริง วันนี้เรากําลังต่อสู้ และเรากําลังถกเถียงกันระหว่างอุดมคติกับความเปึนจริงอยู่เสมอ ประชาชนที่เป่ดวิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ฟังขณะนี้กําลังง่วงนอนได้เวลาพอดีเลยครับ ถ้าฟังโดยไม่มีท่านเทพไท ขึ้นมาก็จะเคลิบเคลิ้มแล้วก็เห็นดีเห็นงามเช่นเดียวกับกระผม กระผมขออนุญาต เพื่อนสมาชิกเพราะว่าหลังจากข้อนี้แล้วข้ออื่นไม่มีการแก้ไขก็คงจะจบ จึงขอเวลาท่าน อีกนิดเดียวก็คือว่าจําเปึนที่จะต้องทําความเข้าใจกับประชาชนในความเปึนอุดมคติ กับความเปึนจริงของสังคมไทย ความเปึนจริงของผู้ที่จะขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้น ความเปึนจริงข้อแรกก็คือท่านต้องเปึนหัวหน้าพรรคการเมือง ท่านต้องผ่านกระบวนการ หาเสียงเลือกตั้ง และที่ขาดไม่ได้ต้องอยู่ในระบบของสื่อสารมวลชนที่เชิญท่านไปดีเบทกัน แสดงทรรศนะ หนังสือพิมพ์ของเราว่าจริง ๆ ต้องชื่นชมท่านที่ทําหน้าที่ได้เข้มข้น ได้มากกว่าในสภา เขาก็ตรวจสอบคนเปึนนายกรัฐมนตรี ทีวีก็ตรวจสอบ ว่ากันจริง ๆ แล้ว การตรวจสอบในระดับนั้นผมว่ามากพอสมควร ถ้าเปรียบเทียบท่านนายกรัฐมนตรี เปึนเสมือนต้นไม้ที่ต้องถูกลูบถูกคลํามาก ๆ เลขออกเลยครับ ว่ากันจริง ๆ แล้วในสภานั้น ตรวจสอบได้น้อยกว่า แต่ทําไมผมจึงอยากจะขอเสนอข้อคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ในความคิดของผมก็คือว่า ท่านคงจะเห็นด้วยกับผมว่าคนเปึนนายกรัฐมนตรี ในประเทศไทยนี้จะเปึนบาปเปึนกรรมหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่ละคนไม่มั่นคงเลยครับ เริ่มต้นจากระบบพรรคการเมืองที่ไม่มั่นคงเลย ท่านเห็นไหมครับ ๗๐ กว่าป้ที่ผ่านมา ระบบพรรคการเมืองอ่อนไหวตลอดเวลา เปึนครั้งแรกที่ประเทศไทยมีระบบพรรคการเมือง ที่เข้มแข็งขึ้นจากวิวัฒนาการของระบบการเมืองไทยซึ่งไม่อยากเอ่ยชื่อ เพราะเขาบอกว่า เอ่ยชื่อเดี๋ยวจะถูกยุบพรรคอีก ท่านไม่เห็นหรือครับว่ากฎระเบียบของระบบการเมืองไทยนี้ มีลักษณะที่ผิดปกติจากนานาอารยประเทศเขาทั้งหลาย ท่านยอมรับความจริงไหมครับว่า ระบบพรรคการเมืองไทยนี้ได้ถูกแทรกแซงอยู่ตลอดเวลาจากอํานาจนอกระบบและ อํานาจแฝง ทําให้สถานภาพของนายกรัฐมนตรีนั้นมีความอ่อนไหวอย่างมากเช่นกัน เราได้พบความจริงว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งเมื่อได้รับเสียงข้างมากแล้วมีแนวโน้ม จะได้เปึนนายกรัฐมนตรีแน่นอน ความอ่อนไหวยังไม่ทันเข้าสภาเลยป่ีวไปแล้วก็มี การเข้ามาในสภาแล้วเมื่อจะมีการเลือกนายกรัฐมนตรี จริงอยู่ครับผมไม่เถียงที่ท่านบอกว่า ข้อกฎหมายเปึนเช่นนั้นเช่นนี้ อันนี้ข้อกฎหมายก็เหมือนกัน แต่ก็ดูเถอะครับ ขนาดนายกรัฐมนตรีได้รับเลือกแล้วอภิปรายแค่ข้อบังคับยังถูกแขวะเสียไม่ใช่น้อย ภาวการณ์อย่างนี้มันได้บอกกับเราว่าอุดมคติที่เปึนอยู่นั้นมันยังใช้ไม่ได้กับสภาพการเมือง ที่เปึนจริงที่มีภาวะผิดปกติของระบบการเมืองไทยในวันนี้

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดอย่าเพิ่งประท้วง เพราะว่าให้กรรมาธิการตอบให้จบเสียก่อนครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านครับ ผมเปึนกรรมาธิการด้วย แต่ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดประท้วงอะไรหรือเปล่าครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ผมประท้วงว่าการอภิปรายนั้น ไม่ได้อยู่ในประเด็นครับ คือจะอภิปรายในฐานะกรรมาธิการก็คงจะต้องอยู่ในประเด็น เท่าที่ฟังดู ๕-๖ นาทีแล้วผมยังจับอะไรไม่ได้เลยว่าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของนายกรัฐมนตรี อย่างไรครับ ขอท่านกรุณาพิจารณานะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณบุญยอดเชิญนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยว่าคุณสุนัยในฐานะกรรมาธิการกําลังจะตอบ เกี่ยวกับเรื่องวิสัยทัศน์ความจําเปึนหรือไม่จําเปึนในการแสดงวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี เชิญคุณสุนัยต่อ ขอให้รวบรัดด้วยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ บางทีเราก็ไม่ได้ เอาเหตุเอาผลที่จะมาพูดกันในสภา เช่นเดียวกันเปัาหมายจริง ๆ ในการอภิปรายวิสัยทัศน์ ของนายกรัฐมนตรีนั้น จริง ๆ เราก็มีความแฝงเร้นของการที่จะพูดกันเช่นเดียวกับที่เปึนอยู่ ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ระบบพรรคการเมืองผมพูดไปแล้วที่จะโน้มน้าวเพื่อนสมาชิก เพราะเดี๋ยวต้องลงคะแนน ผมกลัวท่านจะได้ข้อมูลด้านเดียวผมจึงต้องเสนออีกด้านหนึ่งว่า นอกจากระบบพรรคการเมืองที่ไม่เข้มแข็งด้วยเพราะเรามีอํานาจแฝงนอกระบบที่เข้า แทรกแซงตลอดเวลาทําให้สถานภาพของคนที่จะเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นอ่อนไหว ได้โดยง่าย วัฒนธรรมทางการเมืองของเราก็มีลักษณะพิเศษ เรามักจะนําคุณธรรม จริยธรรมมาจับที่ตัวนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้แยกว่าเปึนคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมือง หรือเปึนคุณธรรมจริยธรรมของนักบวชกันแน่ ลักษณะวัฒนธรรมที่ยังก้ํากึ่งกันระหว่าง วัฒนธรรมใหม่กับวัฒนธรรมอนุรักษ์นิยมมันก็ผสมกัน ดังนั้นโอกาสที่ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับเลือกแล้วเวลาถูกสอบถาม ซักถาม ท่านครับ ยากลําบากมาก และแม้ในที่สุด ก็ชนะ แต่ว่าบอบช้ํา การที่เราเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นจริงอยู่ก็เปึนคนละพรรคกัน แต่ว่า ในนามของประเทศนั้นเปึนตัวแทนของเรา เรื่องภาพลักษณ์ของผู้นําทางการเมืองนั้น มันโยงอยู่กับปากท้องของประชาชนในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ ความอ่อนไหว ทางการเมือง ความไม่มั่นคงทางการเมือง การเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีอยู่ได้ ๑๕ วันล้ม อยู่ได้ไม่กี่เดือนก็จะล้ม สิ่งเหล่านี้มันเชื่อมโยงกันทั้งระบบเปึนองค์รวมครับ ดังนั้น ผมคิดว่าเราจําเปึนที่เมื่อผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาในระดับหนึ่งแล้ว ประชาชน ก็เลือกกันแล้ว สื่อมวลชนก็ตรวจสอบแล้ว ทั้งวิจารณ์ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง บวกบ้าง ลบบ้างนั้นก็ให้โอกาสนักการเมืองด้วยกันเถอะครับ วันนี้ฝัืงขวามือของท่านประธาน ไม่ได้ผูกขาดเปึนรัฐบาลตลอดไป ดังนั้นถ้าเราจะใช้สิทธิเช่นนี้ผมคิดว่าโดยเหตุโดยผล เราควรที่จะให้ความมั่นคงเกิดขึ้นแก่ผู้นํารัฐบาลของเรา ขอประทานโทษครับท่านประธาน ที่ผมต้องยกคําพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง วันที่ท่านกลับไปเปึนฝ์ายค้านคือ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ผมเปึนลูกพรรคท่าน ธรรมดาครับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การวิจารณ์นายกรัฐมนตรีทําได้ตลอดเวลาเพราะระบบของเรานั้นเปึนระบบเป่ด โดยเฉพาะนิติบัญญัติกับบริหารนั้นถูกตรวจสอบได้ตลอดเวลา แต่ทันทีที่ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมีแขกบ้านแขกเมืองมาต้อนรับ อย่างวันนี้ แขกบ้านแขกเมืองจากพม่ามาท่านนายกรัฐมนตรีต้อนรับ แขกบ้านแขกเมืองจาก ต่างประเทศมานายกรัฐมนตรีต้อนรับ ท่าน พลเอก ชาติชายกําชับลูกพรรคเลยครับว่า ในช่วงเวลาที่แขกบ้านแขกเมืองมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยลูกพรรคจะต้องไม่โจมตี นายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีกําลังทําหน้าที่ต่อรองผลประโยชน์ของประชาชนอยู่ ถ้าเราโจมตีนายกรัฐมนตรีวันนี้ข่าวหนังสือพิมพ์ลง พรุ่งนี้สถานทูตประเทศนั้นเขาก็มา รายงานให้ดู ภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีก็เสียน้ําหนักก็ลดลงไป ผมยังจําคําพูด ของท่านได้ในฐานะที่เปึนบุคคลสําคัญคนหนึ่งของนักการเมืองไทย ท่านประธานครับ ถ้าเราจะบอกว่ามีเพื่อนสมาชิกบางคนเปึนเช่นนั้น บางคนเปึนเช่นนี้ เปึนผู้นําของเรา วันนี้การเมืองมันสลับซับซ้อนมาก สิ่งที่สังคมกําลังบอกว่าถูกต้องแล้ว จริง ๆ มันไม่ใช่หรอก มันมีอํานาจแฝงเร้นที่ทําให้ความถูกบิดเบือนเบี่ยงเบน ดังนั้นการกล่าวหาด้วยเหตุผลว่า เห็นไหมคนนี้เปึนประธานสภาแล้วเปึนเช่นนั้น คนนี้เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วเปึนเช่นนี้ เปึนเพราะว่าผมไม่ได้พูดอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านเชื่อหรือครับว่าถูกต้อง วันนี้ถ้ามาถามผม ขอโทษเถอะครับ ผมขอสงวนความเห็นเปึนส่วนตัวผม ผมไม่ค่อยเชื่อการตัดสินใจ ขององค์กรอิสระบางองค์กร เพราะได้มีบทบาทหลายอย่างที่แสดงบทบาทให้เห็นว่า มันเปึนการเมืองที่ไม่ใช่เปึนความถูกต้องที่จริง ดังนั้นคํากล่าวอย่างนี้ผมคิดว่า เพื่อความเปึนธรรมเราให้โอกาสเขาเถอะครับ

อีกประเด็นหนึ่ง วันนี้ระบบสื่อสารกว้างไกลมาก ทันทีที่พูดขณะนี้ได้ยิน ถึงยอดภูเขาเหนือสุดทีเดียว การกล่าวหาใส่ร้ายที่มีโอกาสที่จะทําให้เกิดความมัวหมอง นั้นยากที่จะฟุ๋นฟู ยากที่จะได้ผู้นําของประเทศในภาวการณ์ที่เปึนจริงว่าสามารถจะนําพา ประเทศชาติได้หลังจากที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนมาแล้ว ผมคิดว่าในประเด็นนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดก็คือลมปากของคนนี่แหละครับ ผมจึงอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ในฐานะกรรมาธิการ ขอเห็นตามร่างเดิมครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้สงวนคําแปรญัตติยังติดใจไหมครับ เราได้อภิปรายกันมาเปึนเวลาพอสมควรแล้วครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ แบบสัดส่วน

ติดใจครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชํานิครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ แท้จริงแล้วผมตั้งใจจะใช้โอกาสเพียง ๒ ครั้งที่ได้ลุกขึ้นโต้แย้งท่านกรรมาธิการที่ได้ชี้แจง ต่อที่ประชุม ผมถือว่าเปึนสิทธิของคณะกรรมาธิการที่จะมีความเห็นอย่างไร แต่ว่าผมจําเปึน ต้องลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพราะวันนี้ผมคิดว่าเราจําเปึนต้องมีการลงมติกัน และการชี้แจงของ ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ผมก็ขอแสดงความเคารพในความเห็นของท่าน เรามีความเห็น แตกต่างกันอยู่ข้อเดียวที่ผมจะต้องโต้แย้ง ณ ที่นี้ และผมอยากให้ข้อโต้แย้งนี้เปึน ข้อพิจารณาของเพื่อนสมาชิกด้วย นั่นก็คือท่านกําลังบอกว่าเรากําลังอยู่ในอุดมคติ หรือโลกของความเปึนจริง ท่านได้ตื่นจากภวังค์เมื่อสักครู่นี้ คําอภิปรายของท่านไม่ได้ตื่น เลยครับ ท่านยังหลับใหลอยู่ในภวังค์เดิมโดยสิ้นเชิง ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ตรงไปตรงมาอย่างนี้ก็เพราะว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นข้อโต้แย้งของท่านที่มีต่อผม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องที่เรากําลังพิจารณานี้ไม่ใช่เรื่องของอุดมคติกับโลก ของความเปึนจริง แต่เรากําลังพิจารณาเจตนารมณ์กับความเปึนจริงที่เราจะต้องทํา ให้ปรากฏ และนาทีนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราจะเดินตามเจตนารมณ์แห่งปวงชน หรือว่าเรากําลัง ใช้อํานาจนิติบัญญัติมาปกปัองความหวาดกลัวส่วนตัวของเรา การแสดงตนในที่ประชุม รัฐสภามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และท้าทายอธิบายได้ ผมเรียนกับท่านประธานอีกครั้งว่า การได้มาซึ่งประธานรัฐสภาเรามาจากการเลือกตั้งด้วยกันมาด้วยคะแนนแบบเดียวกัน แต่คนหนึ่งถูกเลือกให้เปึนประมุขไม่ปกติธรรมดาแน่ คนหนึ่งถูกเลือกให้เปึนนายกรัฐมนตรี ไปทําหน้าที่บริหารประเทศ บังคับใช้กฎหมายกับประเทศนี้ต้องไม่ใช่เปึนบุคคลปกติ ธรรมดาที่จะเปึนใครก็ได้แน่นอน ความเปึนพิเศษอยู่ตรงที่ว่าเขาได้ผ่านสนามเลือกตั้ง มาแล้ว และนาทีที่เขาจะได้เปึนนี่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้แสดงออกว่าเขาต้องผ่าน การตรวจสอบอีกขั้นหนึ่ง และการตรวจสอบขั้นนี้ต่างหากที่จะมากําหนดของการได้เปึน หรือไม่ได้เปึน ท่านประธานครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าถ้าวันนี้ใครคนหนึ่งถูกเสนอ ให้เปึนนายกรัฐมนตรีผมไม่ติดใจว่าเขายืนอยู่ตรงไหนครับ แต่ผมกําลังถามตัวเองว่า ในฐานะเปึนผู้แทนปวงชนผมจะรู้ได้อย่างไร ผมควรตัดสินใจอย่างไร ควรตัดสินใจจาก การร่วมหรือไม่ร่วมในรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น หรือว่าควรจะได้มีการตัดสินใจตามสิทธิ อัตตวินิจฉัยของคนเปึนผู้แทนราษฎรควรจะได้ตัดสินใจ เจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ทําไมถึงเขียนแตกต่างกับอดีตเล่า ความแตกต่างตรงนี้เราไม่สํานึก เลยหรือครับท่านประธาน ตรงนี้เปึนการแสดงออกซึ่งเจตนารมณ์แน่นอน อีกไม่กี่วันนี้ เรากําลังจะเลือกประธานสภา ผมแน่ใจว่าสัปดาห์หน้าถ้ามีการเลือกประธาน คนหนึ่ง อาจจะได้เปึนและอีกคนหนึ่งอาจจะไม่ได้เปึนถ้ามีการแสดงวิสัยทัศน์ แน่นอนไม่มี ความจะเปึนอย่างอื่นเลย นั่นเพราะว่าเราปกป่ดเจตนารมณ์แห่งตน เราปกป่ดในสิ่งที่ เราควรจะได้แสดงไว้ แล้วเราเขียนกฎหมายใช้อํานาจนิติบัญญัติมาคุ้มครอง ความหวาดกลัว สภาผู้แทนราษฎรต้องยืนขึ้น เราต้องไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดอีกแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่โลกอุดมคติ คนรุ่นเรามีอุดมคติ เราฝ์าเดินทางไกลมาสู่วิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตยมาสู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์แห่งรัฐสภานี้ไม่ง่ายท่านประธานครับ เราเดินทางไกลกันมาทุกคน เราเหนื่อยมาทุกคน แต่เดินมาถึงสภานี้เราเอาอํานาจปวงชน ที่ให้มามาสยบกับความหวาดกลัวอนาคตของตัวเองอย่างนั้นหรือครับ สิ่งนี้ผมต้องโต้แย้ง ท่านกรรมาธิการ ไม่เปึนอุดมคติเฉย ๆ แล้วมันเปึนเจตนารมณ์กับโลกความเปึนจริง เรามีสิทธิที่จะคิด มีสิทธิที่ติดใจ ถ้าคนรุ่นเราไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าทําอย่างนี้ ท่านประธานอย่าไปคาดหวังวิถีทางแห่งระบอบประชาธิปไตยในอนาคต กราบเรียน ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า เพื่อนสมาชิกที่เคารพทั้งหลาย ผมคาดหวังในตัวท่านว่า เราจะยืนขึ้นและแสดงตนอย่างไรในการตัดสินใจครั้งนี้ และผมถือว่านี่เปึนการท้าทาย คนรุ่นเราเปึนที่สุดในการตัดสินใจทํางานนิติบัญญัติครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยขอรวบรัดด้วยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ขอใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ

(นายรณฤทธิชัย คานเขต ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

ท่านประธานครับ ผมว่าโต้กันไปโต้กันมา มันไม่จบสักทีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณรณฤทธิชัยครับ ก็ให้คุณสุนัยได้ตอบในลักษณะพาดพิงด้วยครับ แล้วเดี๋ยวผมจะเชิญ คุณรณฤทธิชัยเปึนท่านสุดท้ายนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ท่านได้พาดพิงผมว่า ผมไม่ได้ตื่น ถึงวันนี้ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมคิดว่าเปึนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ปล่อยไปเถอะ ดังนั้นผมไม่ขอตอบโต้อะไรท่านครับ อุทิศส่วนกุศลให้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ คุณรณฤทธิชัยรวบรัดด้วยนะครับ เดี๋ยวเราจะลงมติกันครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร

รวบแน่แหละครับ เพราะฟังมานานแล้ว แล้วก็เข้าใจแล้วครับ ทั้งฝ์ายกรรมาธิการแล้วก็ฝ์ายที่ไม่เห็นด้วย ผมว่าถึงเวลาที่ควรจะ ป่ดอภิปรายได้แล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ป่ดอภิปรายครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ ก็จะขอลงมติสําหรับข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ ครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

คุณนริศหารืออะไรครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเรียนหารือ ท่านประธานว่า ท่านประธานจะถามมติอย่างไรครับ ถ้าท่านประธานจะถามมติว่า ไล่ตั้งแต่ของผมแล้วก็ของท่านชํานิ เหมือนกับข้อบังคับ ข้อ ๘๒ ผมจะไม่ติดใจ โดยผม จะไปโหวตร่วมกับของท่านชํานิ แต่ถ้าท่านประธานถามว่า เห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือไม่ ก็ไม่เปึนไรนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ผมก็จะต้องถาม ๒ ครั้ง ครั้งแรกถามว่า เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการแก้ไข หรือของคุณนริศ ขํานุรักษ์ สงวนคําแปรญัตติไว้เปึนครั้งแรกนะครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ กรรมาธิการ

ถ้าถามอย่างนั้นผมไม่ติดใจ ผมจะ ไปโหวตรวมกับของท่านชํานิ ให้ท่านถามของท่านชํานิ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าคุณนริศไม่ติดใจก็จะโหวตครั้งเดียวครับ ขอแจ้งให้ทราบทั่วกันด้วย เดี๋ยวผมจะถาม ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไข โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วย กับคําแปรญัตติของท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติกรุณายกมือด้วยครับ เครื่องขัดข้อง มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติ ไหมครับ ป่ดการลงมติครับ ท่านเลขาธิการรวมคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๑๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๔ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขนะครับ

ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๑๖๔ ข้อ ๑๖๕ และข้อ ๑๖๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑๐ การเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๖๗ ข้อ ๑๖๘ ข้อ ๑๖๙ ข้อ ๑๗๐ และข้อ ๑๗๑ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑๑ การรักษาระเบียบ และความเรียบร้อย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๗๒ ข้อ ๑๗๓ และข้อ ๑๗๔ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๑๒ บทสุดท้าย ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๗๕ ข้อ ๑๗๖ ข้อ ๑๗๗ ข้อ ๑๗๘ และข้อ ๑๗๙ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๐ ไม่มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๑ มีการแก้ไข ข้อ ๑๘๒ และข้อ ๑๘๓ ไม่มีการแก้ไข

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส. นครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ เพื่อความสมบูรณ์คณะกรรมาธิการขอแก้ไขเพิ่มเติมความในบางข้อ เพื่อความถูกต้องและเกิดความชัดเจนดังนี้นะครับ

ข้อ ๑๗ หน้า ๔ ของข้อบังคับ คณะกรรมาธิการขอเพิ่มเติมถ้อยคําเพื่อ ความสมบูรณ์เปึนดังนี้ ข้อ ๑๗ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ประธานสภาอาจอนุญาต ให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนหรือปัญหาอื่นใดได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประธานสภากําหนด และให้ประธานสภาส่งเรื่องดังกล่าว ให้รัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในสามสิบวัน และแจ้งให้สมาชิกทราบ

ข้อ ๗๖ (๒) หน้า ๑๓ คณะกรรมาธิการขอแก้ไขโดยตัด คําว่า วรรคสอง ออก เนื่องจากข้อ ๗๖ เปึนเรื่องการลงคะแนนลับ ถ้าไม่ตัดคําว่า วรรคสอง ของข้อ ๗๕ ออก จะกลายเปึนการลงคะแนนเสียงโดยใช้เครื่องซึ่งไม่เปึนการลับ ดังนั้นจึงขอแก้ไข ความในข้อ ๗๖ (๒) เปึนดังนี้ครับ ให้นําความในข้อ ๗๕ วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ตัด คําว่า วรรคสอง ออกนะครับ

ข้อ ๗๗ อยู่ในหน้า ๑๓ เหมือนกัน คณะกรรมาธิการขอแก้ไขโดยตัดคําว่า หรือข้อ ๗๖ (๑) แล้วแต่กรณี ออกทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง เนื่องจากข้อ ๗๖ (๑) เปึนการออกเสียงลงคะแนนลับ แต่ในข้อ ๗๗ นี้เปึนเรื่องการขอให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ ในกรณีที่มีการออกเสียงลงคะแนนโดยใช้เครื่องออกเสียงตามข้อ ๗๕ (๑) ซึ่งเปึน การลงคะแนนโดยเป่ดเผย ดังนั้นเพื่อความเหมาะสมคณะกรรมาธิการจึงขอแก้ไข ข้อความเปึนดังนี้ครับ ข้อ ๗๗ เมื่อมีการออกเสียงลงคะแนนตามข้อ ๗๕ (๑) แล้ว ถ้าสมาชิกร้องขอให้มีการนับใหม่ โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ก็ให้มีการนับ คะแนนเสียงใหม่ และให้เปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเปึนวิธีตามข้อ ๗๕ (๒) เว้นแต่ คะแนนเสียงต่างกันเกินกว่ายี่สิบห้าคะแนนจะขอให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ไม่ได้

เมื่อได้มีการออกเสียงลงคะแนนตามข้อ ๗๕ (๒) และจะขอให้มีการนับ คะแนนเสียงใหม่อีกไม่ได้ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๖ จะมีท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคําอีกหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านผู้ใดขอแก้ไขถ้อยคําครับ เปึนการจบการพิจารณาในวาระที่ ๒ ครับ

ต่อไปผมจะถามมติเพื่อพิจารณาในวาระที่ ๓

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านผู้ใดเห็นชอบด้วยกับร่างข้อบังคับฉบับนี้ในวาระที่ ๓ กรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบกับร่างข้อบังคับนี้ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติได้แล้วครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

สมาชิกท่านใดยังลงมติไม่ได้กรุณายกมือขึ้นด้วย เปึนอันว่าพวกเราลงมติกันเรียบร้อยนะครับ ป่ดการลงมติ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรวมคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๒๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ก็ต้องขอขอบคุณทุกฝ์ายถือว่า พวกเราก็ร่วมมือกันในท้ายที่สุดนะครับ ด้วยคะแนนเสียงเกือบเอกฉันท์ ขาดไป ๑ คะแนน ต้องขอขอบคุณทุกท่านครับ อย่าเพิ่งกลับยังมีข้อสังเกตนะครับ

ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับร่างข้อบังคับฉบับนี้เพื่อให้สภาพิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการหรือไม่ ซึ่งถ้าเห็นด้วยก็จะใช้เปึนแนวทางในการปฏิบัติในการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ วรรคสอง โดยอนุโลม ขอเชิญ ท่านเลขาธิการอ่านข้อสังเกตครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมฉบับนี้ เริ่มตั้งแต่ชื่อร่างข้อบังคับ คําปรารภ และพิจารณาเรียงลําดับข้อจนจบร่างแล้ว และพิจารณาเห็นว่ามีประเด็นและปัญหา ทางปฏิบัติในการประชุมที่ควรเสนอเปึนข้อสังเกต เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา เปึนแนวทางในการปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

(๑) กระบวนการพิจารณาญัตติในเรื่องใด ๆ น่าจะถือว่าเริ่มต้นเมื่อ ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายนําเสนอญัตติต่อที่ประชุมสภา ไม่ควรถือว่าเริ่มต้นเมื่อประธานสภา ได้แจ้งว่าจะพิจารณาญัตติเรื่องนั้น ๆ ในวาระการประชุม ดังนั้น การที่สมาชิกเสนอเรื่องใด ให้พิจารณาก่อนที่ผู้เสนอญัตติในลําดับต่อไปจะเริ่มอภิปรายนําเสนอต่อที่ประชุมสภา น่าจะสามารถทําได้ โดยไม่ส่งผลให้ญัตติที่ประธานสภาได้แจ้งตามระเบียบวาระ การประชุมตกไป

(๒) การลงมติในญัตติเรื่องใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลใช้บังคับเปึนกฎหมาย ให้ประธานสภาตรวจสอบองค์ประชุมด้วยวิธีการให้สมาชิกเสียบบัตรแสดงตน ที่เครื่องอ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนับองค์ประชุมก่อน หลังจากนั้นจึงให้สมาชิก แต่ละท่านลงมติ ทั้งนี้ เพื่อปัองกันมิให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมานั้นไม่สามารถใช้บังคับเปึนกฎหมายได้ เนื่องจาก ตราขึ้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปผมจะถามท่านสมาชิกว่า พวกเราเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ เพราะว่าจะต้องใช้เปึนแนวทางในการปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๑ วรรคสอง

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

สมาชิกท่านใดเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิก ท่านใดไม่เห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญ ลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมตินะครับ ป่ดการลงมติครับ ท่านเลขาธิการรวมคะแนนครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๐๓ ท่าน เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๐๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ

ต้องขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมาธิการ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งนะครับว่าเราจะได้มีคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาทํางานตรวจสอบ การทํางานของฝ์ายบริหารโดยเร็ว ขอขอบคุณทุกท่านครับ ป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๑.๒๘ นาฬิกา