สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑

นริศ ขํานุรักษ์ เสนอแนะให้แก้ไขข้อบังคับในการเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต และเสนอให้ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมในการเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม โดยเน้นย้ำว่าตามรัฐธรรมนูญไม่ควรพิจารณาเลือกแต่ควรใช้คำว่า มีมติให้ความเห็นชอบ และหารือเรื่องการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้มีการซักถามคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่ง

นายนริศ ขํานุรักษ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้สงวนความเห็นไว้ ในข้อ ๑๖๓ เพื่อให้ทางกรรมาธิการได้เพิ่มเติมรายละเอียดในการเลือกนายกรัฐมนตรีว่า น่าจะมีการเป่ดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสซักถามคุณสมบัติและความเหมาะสม โดยผม เห็นว่าทางกรรมาธิการได้รับมอบหมายให้ไปร่างข้อบังคับเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาและบางส่วน ก็ทําความกระจ่างในข้อบังคับ ด้วยเหตุที่ว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ เปึนข้อที่มีปัญหาทุกครั้ง ที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างน้อยที่สุด ๓ ครั้ง โดยเฉพาะข้อบังคับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และข้อบังคับก่อนหน้านี้ที่มีถ้อยคําเหมือนกัน เกิดปัญหาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๘ และป้ ๒๕๕๑ เราก็ใช้เวลาในการโต้แย้งเรื่องนี้กันอยู่ยาวนานมาก ผมก็หวังว่าทั้งคณะกรรมาธิการยกร่างและคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา จะได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ปรากฏว่าร่างของคณะกรรมาธิการกลับมาเปึนร่างเดิม นั่นหมายถึงว่ายังคงปัญหาเดิมเอาไว้ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธานว่า การใช้ถ้อยคําในรัฐธรรมนูญในการเลือก นายกรัฐมนตรี ใช้ถ้อยคําว่า ให้พิจารณาเลือก ในมาตรา ๑๗๒ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีการแต่งตั้งการดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ทั้งหมดมากกว่า ๑๓ ตําแหน่ง แต่มีตําแหน่งเดียว ที่ใช้ถ้อยคําว่า พิจารณาเลือก คือนายกรัฐมนตรี นอกนั้นใช้ถ้อยคําอื่นทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าถ้ารัฐธรรมนูญประสงค์จะไม่ให้มีการอภิปราย ไม่มีการซักถาม รัฐธรรมนูญคงไปจัดไว้ในกลุ่มเดียวกับการแต่งตั้งให้ความเห็นชอบตําแหน่งอื่นไปแล้ว แต่ว่ารัฐธรรมนูญได้แยกการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีออกมาใช้ถ้อยคําเฉพาะ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างครับ

๑. ในการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๙ ใช้คําว่า เพื่อขอความเห็นชอบ ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๒. ในการเลือกผู้สืบราชสันตติวงศ์ มาตรา ๒๓ แห่งรัฐธรรมนูญ ใช้คําว่า เพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ไม่มีการใช้คําว่า พิจารณาเลือก

๓. ในการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๖ ใช้คําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการคัดเลือก ไม่มีใช้คําว่า พิจารณาเลือก เพราะรัฐธรรมนูญ ประสงค์จะไม่ให้มีการอภิปราย

๔. ในการเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มาตรา ๒๒๑ ใช้คําว่า ได้รับเลือกจากวุฒิสภา ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๕. ที่มาของประธานศาลปกครองสูงสุด มาตรา ๒๒๕ ใช้คําว่า เมื่อได้รับ ความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองและวุฒิสภาแล้ว ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๖. ในการเลือกคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ใช้ถ้อยคําว่า ได้รับเลือก จากวุฒิสภา

๗. คณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา ๒๓๑ ใช้ถ้อยคําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหา ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก

๘. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ใช้คําว่า มีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการสรรหา เช่นเดียวกัน

๙. คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา ๒๔๖ ใช้ถ้อยคําว่า มีมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการคัดเลือก

๑๐. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มาตรา ๒๕๒ ใช้คําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการคัดเลือก รวมทั้งที่มาของอัยการสูงสุด ใช้คําว่า ได้รับ ความเห็นชอบจากวุฒิสภา

และสุดท้าย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ใช้คําว่า มีมติ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการคัดเลือก

ทั้งหมดนี้ไม่มีคําว่า พิจารณาเลือก ทั้งสิ้น เพราะรัฐธรรมนูญให้เลือก อย่างเดียว แยกออกมาตําแหน่งเดียวเท่านั้นคือตําแหน่งนายกรัฐมนตรี มาตรา ๑๗๒ ใช้คําว่า พิจารณาให้ความเห็นชอบ อย่างนี้ผมคิดว่าเปึนอื่นไปไม่ได้นอกจากรัฐธรรมนูญ ประสงค์จะให้มีการซักถาม ผมจึงขอเพิ่มเติมให้สมาชิกได้มีการซักถามคุณสมบัติ และความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีว่ามีความ เหมาะสมมากน้อยแค่ไหนอย่างไร มีคดีอยู่ในศาล มีคดีอยู่ใน ป.ป.ช. มีคดีอยู่ใน คตส. อย่างไรหรือไม่ หรือเปึนความเหมาะสมของผู้ที่จะดํารงตําแหน่ง ประกอบกับคําว่า พิจารณา ผมได้ไปค้นพจนานุกรม พจนานุกรมได้บอกว่า คําว่า พิจารณา หมายถึง ตรวจตรา ตรึกตรอง สอบสวน ผมจึงคิดว่ากรรมาธิการก็หลีกเลี่ยงเปึนอื่นไม่ได้นอกจาก จะต้องได้มีการซักถามถึงคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้ถูกเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรี ผมจึงกราบเรียนมาเพื่อที่จะเรียนกับท่านประธานว่า ผมได้สงวนความเห็น เรื่องนี้เอาไว้ให้กรรมาธิการได้เพิ่มเติมวรรคท้ายให้กระผมด้วยครับ กราบขอบคุณครับ