สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑

เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำความสำคัญของการแสดงวิสัยทัศน์และประวัติของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนั้น และเรียกร้องให้มีการอภิปรายและซักถามเพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ เรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบ การเลือกผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมเรียนกับท่านประธานว่าความเห็นของพวกผม ในการแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ข้อบังคับในครั้งนี้ ผมคิดว่าเรามีความมุ่งมั่น และความปรารถนาที่จะให้ข้อบังคับนี้ใช้เปึนบรรทัดฐานในการเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งต่อไปที่จะมีขึ้น ซึ่งก็ไม่มั่นใจว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งจะเปึนผู้ผูกขาด ในการเปึนนายกรัฐมนตรีหรือได้รับเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากจะให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เป่ดใจให้กว้างแล้วก็เขียนข้อบังคับข้อนี้เพื่อใช้บังคับ ในอนาคตข้างหน้า ผมขอสนับสนุนความคิดเห็นของท่านสมาชิกอย่างน้อย ๒ ท่านที่ได้ อภิปรายก่อนหน้านี้ก็คือท่านนริศ ขํานุรักษ์ จากจังหวัดพัทลุง แล้วก็ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสนับสนุนของผมก็คือว่า ผมมีความใฝ์ฝันและมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าการเข้าสู่ตําแหน่งของผู้ดํารง ตําแหน่งในสภาแห่งนี้อย่างน้อย ๒ ตําแหน่งที่สําคัญ นั่นก็คือตําแหน่งประธานรัฐสภา และตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเปึนความตั้งใจของผมตั้งแต่ วันเป่ดสภาครั้งแรก มีประธานชั่วคราวขึ้นไปนั่งแล้วก็มีการเป่ดให้เลือกประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผมเปึนคนแรกที่ได้ท้วงติงว่าอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผู้ดํารงตําแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่อยากจะให้คนที่มีมลทินมัวหมอง เข้ามาเปึน อย่างน้อยได้ซักถามได้ซักฟอก ได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงเหตุผลคดีความที่ติดตัวมา และจะเปึนข้อตัดสินใจว่าเราจะเลือกบุคคลนั้นเปึนประธานรัฐสภาเปึนประมุขของเรา หรือไม่ แต่ถึงที่สุดสภาแห่งนี้ก็ดึงดันที่จะโหวตโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของผม และสุดท้าย เปึนอย่างไรครับ วันนี้ท่านก็ได้แสดงสป่ริต (Spirit) ให้กับพวกเราได้เห็นแล้ว และถามว่า ใครรับผิดชอบในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ในกรณีเดียวกันข้อ ๑๖๓ การเลือกนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าการที่ให้คนที่ได้รับการเสนอตัวเปึนนายกรัฐมนตรีได้แสดงวิสัยทัศน์ได้ซักถาม จากเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สง่างามและเหมาะสมเปึนอย่างยิ่ง ผมขอเรียนกับท่านประธานเพียง ๒ ข้อครับว่า ทําไมผมจึงขอเสนอให้มีการอภิปราย ซักถามบุคคลที่เหมาะสมในการดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีให้สภาแห่งนี้เลือก

ข้อแรกก็คือว่า ผลการเลือกตั้งไม่ทุกครั้งแต่ว่าก็หลายครั้งเราจะพบว่าไม่มี พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมี พรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคการเมืองอื่นสนับสนุนให้ได้รับเสียงเกินครึ่งเพื่อจะดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการซักถามว่าคนเหล่านั้น มีประวัติ มีทัศนคติ มีวิสัยทัศน์ต่อการดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างไร อย่างน้อย ให้พรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาลได้พิจารณาว่าบุคคลนั้นมีความเหมาะสมในการดํารง ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ มีวุฒิภาวะในการที่จะเปึนผู้นําประเทศมากน้อยเพียงไร เพราะสภาแห่งนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานก็คงทราบว่าเราให้เอกสิทธิ์สําหรับ ส.ส. ในการโหวตตามดุลยพินิจของ ส.ส. แต่ละบุคคลซึ่งพรรคไม่สามารถที่จะบังคับได้

ข้อที่สอง ท่านประธานจะเห็นว่าสภาแห่งนี้มี ๔๘๐ คน ท่านประธาน พลิกไปดูสิครับส่วนใหญ่เปึน ส.ส. ใหม่แล้วก็เพิ่งเข้าสู่วงการการเมือง คนที่เปึน นายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอตัวนั้นไม่จําเปึนเสมอไปว่าเปึนที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ของสมาชิกด้วยซ้ําไป เพราะอย่างน้อยบางคนกําลังคิดจะลาโรงจากการเมืองไปแล้ว โชคพาวาสนาส่งก็กลับมาเปึนหัวหน้าพรรค สมาชิกบางท่านก็หลงลืมลืมจาก ความทรงจําไปแล้วด้วยซ้ําไป ไม่รู้จักด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นถ้าหากให้บุคคลเหล่านี้เข้ามา ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเอง ผมคิดว่าในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ถ้ามีประเด็นนี้ขึ้นมามีข้อบังคับข้อนี้ขึ้นมา ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีคงจะไม่ไปโอดครวญ ในรายการสนทนาประสาสมัครว่าท่านเปึนคนมีคดีติดตัว ถ้าหากว่าศาลอุทธรณ์ตัดสิน ยืนตามศาลชั้นต้นท่านก็ถูกออกจากตําแหน่งไป ท่านประธานจะเห็นเหมือนผมว่า ถ้าวันนั้นมีการแสดงวิสัยทัศน์ขึ้นมา ผมคิดว่าสมาชิกสภาแห่งนี้ก็คงจะได้ยินดาบ หอก ออกมาจากปากของคนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรี เฮง ๆ ซวย ๆ อะไรกันในทํานองอย่างนี้ ก็คงจะออกมา แล้วสมาชิกสภาแห่งนี้ก็สามารถใช้ดุลยพินิจได้ด้วยซ้ําไปว่าอาจจะไม่เลือก ก็ได้ในวันนั้นถ้ามีคําเหล่านี้ออกมา แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะคุยกับท่านประธาน อยากจะ เสนอท่านประธานก็คือว่าสิ่งสําคัญที่คนเปึนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันบอกว่าสิ่งที่ติดตัว ท่านมาคือคดีความ ผมคิดว่าถ้าหากเราได้ซักไซ้ไล่เลียงได้ถามเรื่องคดีความของ ท่านนายกรัฐมนตรีในวันนั้น ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ตัดสินใจได้เลยว่าจะเลือกท่านหรือไม่ เพราะว่ามีคําพิพากษาศาลชั้นต้นชัดเจนเลย ผมขออ่านนะครับ เปึนคดีความที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ โจทก์ ฟัองนายสมัคร สุนทรเวช เปึนจําเลย