สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องวัฒนธรรมทางการเมืองที่ทำให้นายกรัฐมนตรีเสียหาย และเรียกร้องให้ประชาชนมีความเห็นอกเห็นใจ นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับระบบสื่อสารที่มีผลกระทบต่อการเมืองไทย โดยมองว่า "ลมปาก" เป็นอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในการเมือง
ท่านประธานครับ บางทีเราก็ไม่ได้ เอาเหตุเอาผลที่จะมาพูดกันในสภา เช่นเดียวกันเปัาหมายจริง ๆ ในการอภิปรายวิสัยทัศน์ ของนายกรัฐมนตรีนั้น จริง ๆ เราก็มีความแฝงเร้นของการที่จะพูดกันเช่นเดียวกับที่เปึนอยู่ ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ระบบพรรคการเมืองผมพูดไปแล้วที่จะโน้มน้าวเพื่อนสมาชิก เพราะเดี๋ยวต้องลงคะแนน ผมกลัวท่านจะได้ข้อมูลด้านเดียวผมจึงต้องเสนออีกด้านหนึ่งว่า นอกจากระบบพรรคการเมืองที่ไม่เข้มแข็งด้วยเพราะเรามีอํานาจแฝงนอกระบบที่เข้า แทรกแซงตลอดเวลาทําให้สถานภาพของคนที่จะเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นอ่อนไหว ได้โดยง่าย วัฒนธรรมทางการเมืองของเราก็มีลักษณะพิเศษ เรามักจะนําคุณธรรม จริยธรรมมาจับที่ตัวนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้แยกว่าเปึนคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมือง หรือเปึนคุณธรรมจริยธรรมของนักบวชกันแน่ ลักษณะวัฒนธรรมที่ยังก้ํากึ่งกันระหว่าง วัฒนธรรมใหม่กับวัฒนธรรมอนุรักษ์นิยมมันก็ผสมกัน ดังนั้นโอกาสที่ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับเลือกแล้วเวลาถูกสอบถาม ซักถาม ท่านครับ ยากลําบากมาก และแม้ในที่สุด ก็ชนะ แต่ว่าบอบช้ํา การที่เราเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นจริงอยู่ก็เปึนคนละพรรคกัน แต่ว่า ในนามของประเทศนั้นเปึนตัวแทนของเรา เรื่องภาพลักษณ์ของผู้นําทางการเมืองนั้น มันโยงอยู่กับปากท้องของประชาชนในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ ความอ่อนไหว ทางการเมือง ความไม่มั่นคงทางการเมือง การเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีอยู่ได้ ๑๕ วันล้ม อยู่ได้ไม่กี่เดือนก็จะล้ม สิ่งเหล่านี้มันเชื่อมโยงกันทั้งระบบเปึนองค์รวมครับ ดังนั้น ผมคิดว่าเราจําเปึนที่เมื่อผ่านกระบวนการเลือกตั้งมาในระดับหนึ่งแล้ว ประชาชน ก็เลือกกันแล้ว สื่อมวลชนก็ตรวจสอบแล้ว ทั้งวิจารณ์ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง บวกบ้าง ลบบ้างนั้นก็ให้โอกาสนักการเมืองด้วยกันเถอะครับ วันนี้ฝัืงขวามือของท่านประธาน ไม่ได้ผูกขาดเปึนรัฐบาลตลอดไป ดังนั้นถ้าเราจะใช้สิทธิเช่นนี้ผมคิดว่าโดยเหตุโดยผล เราควรที่จะให้ความมั่นคงเกิดขึ้นแก่ผู้นํารัฐบาลของเรา ขอประทานโทษครับท่านประธาน ที่ผมต้องยกคําพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง วันที่ท่านกลับไปเปึนฝ์ายค้านคือ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ผมเปึนลูกพรรคท่าน ธรรมดาครับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การวิจารณ์นายกรัฐมนตรีทําได้ตลอดเวลาเพราะระบบของเรานั้นเปึนระบบเป่ด โดยเฉพาะนิติบัญญัติกับบริหารนั้นถูกตรวจสอบได้ตลอดเวลา แต่ทันทีที่ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมีแขกบ้านแขกเมืองมาต้อนรับ อย่างวันนี้ แขกบ้านแขกเมืองจากพม่ามาท่านนายกรัฐมนตรีต้อนรับ แขกบ้านแขกเมืองจาก ต่างประเทศมานายกรัฐมนตรีต้อนรับ ท่าน พลเอก ชาติชายกําชับลูกพรรคเลยครับว่า ในช่วงเวลาที่แขกบ้านแขกเมืองมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยลูกพรรคจะต้องไม่โจมตี นายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีกําลังทําหน้าที่ต่อรองผลประโยชน์ของประชาชนอยู่ ถ้าเราโจมตีนายกรัฐมนตรีวันนี้ข่าวหนังสือพิมพ์ลง พรุ่งนี้สถานทูตประเทศนั้นเขาก็มา รายงานให้ดู ภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีก็เสียน้ําหนักก็ลดลงไป ผมยังจําคําพูด ของท่านได้ในฐานะที่เปึนบุคคลสําคัญคนหนึ่งของนักการเมืองไทย ท่านประธานครับ ถ้าเราจะบอกว่ามีเพื่อนสมาชิกบางคนเปึนเช่นนั้น บางคนเปึนเช่นนี้ เปึนผู้นําของเรา วันนี้การเมืองมันสลับซับซ้อนมาก สิ่งที่สังคมกําลังบอกว่าถูกต้องแล้ว จริง ๆ มันไม่ใช่หรอก มันมีอํานาจแฝงเร้นที่ทําให้ความถูกบิดเบือนเบี่ยงเบน ดังนั้นการกล่าวหาด้วยเหตุผลว่า เห็นไหมคนนี้เปึนประธานสภาแล้วเปึนเช่นนั้น คนนี้เปึนนายกรัฐมนตรีแล้วเปึนเช่นนี้ เปึนเพราะว่าผมไม่ได้พูดอย่างนั้นอย่างนี้ ท่านเชื่อหรือครับว่าถูกต้อง วันนี้ถ้ามาถามผม ขอโทษเถอะครับ ผมขอสงวนความเห็นเปึนส่วนตัวผม ผมไม่ค่อยเชื่อการตัดสินใจ ขององค์กรอิสระบางองค์กร เพราะได้มีบทบาทหลายอย่างที่แสดงบทบาทให้เห็นว่า มันเปึนการเมืองที่ไม่ใช่เปึนความถูกต้องที่จริง ดังนั้นคํากล่าวอย่างนี้ผมคิดว่า เพื่อความเปึนธรรมเราให้โอกาสเขาเถอะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง วันนี้ระบบสื่อสารกว้างไกลมาก ทันทีที่พูดขณะนี้ได้ยิน ถึงยอดภูเขาเหนือสุดทีเดียว การกล่าวหาใส่ร้ายที่มีโอกาสที่จะทําให้เกิดความมัวหมอง นั้นยากที่จะฟุ๋นฟู ยากที่จะได้ผู้นําของประเทศในภาวการณ์ที่เปึนจริงว่าสามารถจะนําพา ประเทศชาติได้หลังจากที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนมาแล้ว ผมคิดว่าในประเด็นนี้ สิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดก็คือลมปากของคนนี่แหละครับ ผมจึงอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ในฐานะกรรมาธิการ ขอเห็นตามร่างเดิมครับ กราบขอบพระคุณครับ