สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการปรับปรุงคณะกรรมาธิการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพและให้ความสำคัญกับทุกท่านสมาชิกในสภา ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกที่มีประสบการณ์หรือสมาชิกที่เป็นสมาชิกสมัยเดียว และยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงคณะกรรมาธิการให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมไทย

นายสุนัย จุลพงศธร กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากนครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน ในนามของ กรรมาธิการ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมพยายามนั่งกําหนดลมหายใจเข้า ออก เพื่อจะส่งโทรจิตถึงเพื่อนสมาชิกว่าจะมีใครเสนอป่ดอภิปรายแต่ไม่สําเร็จ แสดงว่าสภา ก็ยังมีความเห็น เมื่อเปึนอย่างนั้นก็พยายามที่จะทําหน้าที่ที่ดีที่สุดที่จะชี้แจงเพื่อให้ เพื่อนสมาชิกได้คลายข้อข้องใจและความรู้สึกที่เข้าใจผิดต่อกันนั้นเกิดความเข้าใจถูก เสียเถอะ ท่านประธานครับ ความแตกต่างทางความคิดนั้นเปึนความงดงามในระบอบประชาธิปไตย ความห่วงใยของท่านประธานที่ว่าข้อคิดเห็นแตกต่างกันนั้น ผมคิดว่าในระบอบ ประชาธิปไตยนั้นเปึนความงดงามและจบลงด้วยมีมติ ไม่ใช่เรื่องฝ์ายมากหรือฝ์ายน้อย เพื่อความเข้าใจแล้วก็เพื่อให้ท่านสมาชิกจากจังหวัดเดียวกับกระผม แพทย์หญิงมาลินี ไม่ได้เกิดความรู้สึกว่าจะต้องเปึนมดไปกัดหูช้าง ไม่มีช้าง ไม่มีมดเลย ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้ท่านสมาชิกอาวุโสท่านชํานิเกิดความรู้สึกว่าถูกทําร้าย ผมจะได้ชี้แจงความจริง ในคณะกรรมาธิการข้อ ๘๒ ในเรื่องของกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ จริง ๆ โดยระบบเราก็อยากจะพิจารณาร่วมกันทั้งหมดแต่ความเปึนจริงก็ยาก พวกเราก็ได้รับ ฉันทานุมัติจากสภาไปนั่งประชุมกัน ถ้าท่านได้เห็นบรรยากาศจริง ๆ แล้วท่านจะรู้สึกว่า เราไม่ได้แบ่งฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลเลย ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการกิจการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ นั้น ผมขออนุญาตเอ่ยนามผู้ที่นําเสนอความคิด ซึ่งจะเปึน ประวัติศาสตร์ครับ ท่านผู้นี้คือ ท่านเชน เทือกสุบรรณ ครับ ผมขออนุญาตท่านแล้วนะครับ บอกขอเอ่ยชื่อท่านเถอะในทางบวก หลายคนได้เห็นตรงกัน มีการอภิปรายกันค่อนข้าง จะกว้างขวางและระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการที่จะไปกระทบกระเทือนต่อองค์กรอิสระ โดยหลักการเราได้มีความเห็นร่วมกันว่าเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข หรือถ้าเรียกตามทางวิชาการก็เรียกว่า พาร์เลียเมนทารี ซิสเต็ม (Parliamentary system) คือระบบรัฐสภา การมีระบบรัฐสภานี้ท่านได้รับฉันทานุมัติ จากประชาชนในการมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งสําคัญที่สุดของสภาอีกไม่นาน ท่านกําลังจะแสดงบทบาทนั้นก็คือรักษาผลประโยชน์ของประชาชน คือรักษาเม็ดเงิน ที่เปึนภาษีของประชาชนเข้ามา ดังนั้นในหลักการเรื่องนี้เราจึงตีกรอบกันชัดเจนเพื่อเสริม ท่านอาจารย์พีรพันธุ์สักนิดหนึ่งว่า พูดถึงการดูแลเม็ดเงินที่เปึนภาษีของประชาชน เขาเสียภาษีเข้ามาแล้วเราจะดูแลให้ถี่ถ้วนได้อย่างไร และความเปึนจริงก็ปรากฏว่า โลกได้เคลื่อนไหวตลอดเวลา สังคมพัฒนาไปตลอดเวลา องค์กรอิสระก็ดี องค์กร ตามรัฐธรรมนูญก็ดีเกิดขึ้นมากมายครับ และยังไม่มีข้อยุติว่าจะจบเท่านี้ด้วยระบบ การบริหารจัดการที่จะต้องดําเนินการให้มีประสิทธิภาพ ปรากฏว่าเม็ดเงินในรัฐวิสาหกิจ และองค์กรต่าง ๆ นั้นมโหฬารครับ ถ้าเราจะตีกรอบเพียงว่าห้ามยุ่งไม่ว่ากรณีใด ๆ อ้าว แล้วระบบพาร์เลียเมนทารี ซิสเต็มนี้อํานาจรวมศูนย์อยู่ที่สภาในการดูแลผลประโยชน์ ของประชาชนนี้ก็ผิดหลักการสิครับ แต่ก็ยังมีหลายท่านห่วงใยว่าถ้าใช้ชื่อว่า องค์กรอิสระ อาจจะมีปัญหาก็เปลี่ยนอีกเปึน องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการพิจารณาเรื่องนี้ จริง ๆ นั้นได้พิจารณาตามการจุดประกายทางความคิดของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติคือ ท่านเชน และเมื่อการลงมติแล้วทุกคนก็เห็นชอบ ท่านครับ วันนี้ไม่มีการแก่งแย่งอะไรกัน ในคณะกรรมาธิการเลยครับ แต่เราเห็นร่วมกันว่าเมื่อโลกมันเปลี่ยนแปลงไปการเมือง ของไทยก็ขลุกขลัก มีรัฐธรรมนูญที่จํากัดสิทธิของสภาผู้แทนราษฎร และโลกมีความเดือดร้อนมากขึ้น ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้นในหลาย ๆ กระบวน โดยเฉพาะเรื่องภัยธรรมชาติ ท่านกรรมาธิการก็ได้ระดมข้อคิดข้อเห็นกันในการที่จะสร้างคณะกรรมาธิการใหม่ ๆ ไม่มีเหตุผลอะไรหรอกครับที่เราจะต้องยืนอยู่อย่างสิ่งเดิมตลอดเวลาทั้ง ๆ ที่โลกมันหมุน อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นน่าจะต้องชื่นชมกับสิ่งที่กรรมาธิการทั้งหมดได้พยายามช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างกลไกของกรรมาธิการเพื่อให้สอดคล้องกับความเปึนจริงของสังคมไทย ความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อให้ตอบสนองชัดเจน เราจึงได้พูดถึงคณะกรรมาธิการ ใหม่ ๆ ขึ้นมา แต่ก็มีปัญหาว่าเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งอยากจะเห็นจํานวนคณะกรรมาธิการ แค่ ๓๒ คณะ ด้วยความคิดของท่านก็อยากจะประหยัดเม็ดเงิน ท่านประธานครับ ไม่มีใครไปตกลงกันตรงนั้นว่าจะแบ่งอะไรกัน ผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า สภาแห่งนี้โดยหลักการพื้นฐาน ส.ส. สมัยเดียว ส.ส. ๑๐ สมัย ยกมือได้เท่ากันครับ วัฒนธรรมที่เคารพท่าน ส.ส. อาวุโสนั้นเปึนวัฒนธรรมแต่ก็ต้องเคารพท่าน ส.ส. สมัยเดียว ด้วยเหมือนกัน อาจจะบอกว่าต้องเคารพเสียงข้างมากและต้องเคารพเสียงข้างน้อยด้วย ก็เช่นเดียวกันต้องเคารพ ส.ส. ไม่ว่าด้วยกี่สมัย กรรมาธิการจึงทําหน้าที่ที่จะเก็บความคิด ของเพื่อนในสภาไปใส่ในชุดกรรมาธิการ แต่ปรากฏว่าสุดท้ายเราก็ผ่อนสั้นผ่อนยาวกัน เนื่องจากว่าฝ์ายหนึ่งเห็นว่าควรจะมีแค่ ๓๒ คณะ ผมเปึนคนหนึ่งที่บอกว่า ท่านครับ ก็เพื่อนสมาชิกเขาฝากมาตั้งเยอะแยะ ผมเปึนตัวแทนของเขาผมต้องจับใส่ให้เกิน ๓๒ คณะสิครับ ดังนั้นวันนั้นเกือบจะเปึนครั้งเดียวเท่านั้นในคณะกรรมาธิการที่เสนอญัตติ ให้โหวตกันเลย ปกติไม่มีเลยครับ ผ่อนสั้นผ่อนยาวต้องกราบเรียนชมเชยท่านประธาน ประนีประนอมอย่าเพิ่งโหวต ๆ เอาอย่างนี้นะ ก็โอภาปราศรัยกันดีมากแต่สุดท้ายจํานวน ๓๒ คณะดี หรือ ๓๕ คณะดีนี่ก็มีการโต้เถียงกัน ขอประทานโทษ ทางท่านนิพิฏฐ์ก็เลย เสนอขอเปึน ๓๒ คณะ เสนอเปึนญัตติเลยครับ ผมก็เสนอขอเปึน ๓๕ คณะ แล้วก็ผ่อนสั้น ผ่อนยาวกันอีกบอกว่าตกลง ๓๒ คณะนี้ขอรวมเอาความคิดใหม่ ๆ เข้าไปด้วยได้ไหม ๓๕ คณะก็ขอเอาความคิดใหม่ ๆ รวมเข้าไปด้วยได้ไหม ท่านนิพิฏฐ์เห็นชอบครับ และเพื่อน ทุกคนก็เห็นตามท่านครับ จึงโหวตกันในการประชุมครั้งที่ ๕ วันพุธที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑ การบันทึกชวเลขอยู่ในนี้ป๊กใหญ่ ปรากฏว่าผมแพ้ครับ เปึน ๓๒ คณะ เราพูดกันอย่าง ภาษาชาวบ้านว่าตกลงเปึน ๓๒ คณะยํานะ ยําหมายความว่า เอาความคิดของเพื่อน ในสภาทั้งหมดใส่เข้าไปด้วย ทุกคนก็เห็นด้วย เพราะโหวตผมแพ้ก็เปึน ๓๒ คณะยํา แต่ผมได้เสนอความคิดไว้ว่าผมขอสงวนว่าขอเปึน ๓๕ คณะนะ และมีคณะอื่น ๆ ด้วย แล้วหลังจากนั้นพอจบก็มีการนําเสนอเข้ามา ดังนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะนํา รายละเอียดเพื่อไม่ให้เราเกิดความรู้สึกว่าดอกไม้หลากสีนั้นมันไปชนกันจนดอกไม้หัก เราอยู่ในแจกันเดียวกันครับ แจกันรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าการอภิปราย หรือการชี้แจงเพื่อทําความเข้าใจนี้จะได้ช่วยให้เราเกิดความรู้สึกเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน แล้วก็หวังอย่างยิ่งว่าเมื่อจบคําชี้แจงของผมแล้ว โทรจิตของผมที่ส่งไปข้างล่างนั้นน่าจะมีคนเสนอป่ดอภิปรายครับ กราบขอบพระคุณครับ