สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๘

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๐๗ นาฬิกา)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ขอดำเนินการตามลำดับเลยนะครับ ขอเชิญท่านแนน บุญย์ธิดา ท่านแรก เชิญครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ๒ เรื่องคล้าย ๆ กันค่ะ

อันดับแรกค่ะ ช่วงนี้ฝนตกหนัก แล้วก็ตกหนักเป็นประวัติการณ์ ตกหนักแล้ว ก็ตกเยอะมาก ๆ เป็นเหตุให้ถนนหลาย ๆ ช่วงและเป็นถนนเส้นใหม่ ๆ ด้วยค่ะ ไม่ว่าจะ บริเวณถนนของทางหลวงเองหรือกระทั่งทางหลวงชนบท แล้วก็เป็นหลุม Size ที่ขนาดทำให้ รถเสียหายได้ ก็ขอฝากในเรื่องซ่อมแซมนะคะ

เรื่องต่อมาก็คือคงเป็นเรื่องการสร้างในอนาคตที่อาจจะต้องคิดคำนวณ สูตรใหม่ค่ะท่านประธาน เพราะว่าฝนเมื่อเยอะกว่าเดิมทำให้ถนนที่ทำจากลาดยางอาจจะมี ปัญหาเกี่ยวกับการอุ้มน้ำแล้วก็กะเทาะร่อนออกได้ง่าย นี่คือเรื่องแรกนะคะ

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้จังหวัดอุบลราชธานีมีมวลน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำชีค่อนข้าง เยอะมาก แล้วก็เริ่มเอ่อล้น ๒ ข้างทางของบ้านเรือนพี่น้องที่อยู่ริมน้ำ อยากฝากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องออกแจ้งเตือนประชาชนอย่างเร็วที่สุด เพราะว่าเมื่อ ๖ ปีที่แล้วที่น้ำท่วมหนักก็คือว่า แค่คืนเดียว ใช้เวลาแค่ไม่เกิน ๒ ชั่วโมงน้ำขึ้นมากกว่า ๑-๒ เมตร แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ ปีนี้เรามีการเตรียมตัวล่วงหน้ากันมาพอสมควร ก็อยากให้หน่วยงานได้ทันท่วงทีกับพี่น้อง ประชาชนด้วย เพราะว่าขณะนี้ถึงแม้ว่าในโซนตั้งแต่อำเภอเมืองเป็นต้นมาจนถึงอำเภอ สว่างวีระวงศ์ อำเภอตาลสุม แล้วก็อำเภอพิบูลมังสาหาร ตรงนี้น้ำค่อนข้างเอ่อล้นพอสมควร แต่บริเวณที่หน้าเขื่อนปากมูลน้ำก็ยังแห้งต่ำอยู่ เพราะฉะนั้นก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบในระยะทางของเส้นน้ำทั้งหมดว่าตรงไหนควรจะรีบระบายเพื่อจะไม่ให้กระทบ ต่อพี่น้องต่อไปนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านนิกร โสมกลาง เชิญครับ

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเอาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอำเภอพิมายและอำเภอชุมพวง มาขอให้สภาแห่งนี้ช่วยเหลือ ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ที่อำเภอพิมาย ตำบลในเมือง มีสะพานและท่อลอดตัวหนึ่ง ที่บ้านทองหลาง ข้ามลำน้ำจักราช เชื่อมต่อไปยังบ้านหัวทำนบ ตำบลสัมฤทธิ์ ปัจจุบัน มีสภาพชำรุดทรุดลงมามากเนื่องจากน้ำกัดเซาะ แล้วตอนนี้ก็มีโอกาสที่จะพังลงมา ผมเคยหารือที่สภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ต้นปีนี้ครับ แล้วก็มีหนังสือแจ้งกลับจาก กระทรวงมหาดไทยว่าจังหวัดได้มีการเสนอเป็นโครงการเร่งด่วน ในช่วงที่ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐาได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อปีที่แล้ว แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีข้อสั่งการ ให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการเป็นการเร่งด่วน ผมจึงอยากขอท่านประธานผ่านไปยัง สำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็กรมทางหลวงชนบทช่วยติดตามเรื่องนี้ให้ด้วยครับ เพราะเกรงว่า ถ้าในฤดูที่มีน้ำหลากต่อไปสะพานอาจจะพังขึ้นมา แล้วก็เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับพี่น้อง ประชาชนที่เดินทางไปมาครับ

เรื่องที่ ๒ ถนนเส้นวังหิน-หินดาด ช่วงตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอพิมาย เวลาฝนตกมาก ๆ น้ำระบายช้าจนท่วมเข้าไปในบ้านเรือนของพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมถนน ทางหลวง อยากขอท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยลงไปดู ระบบระบายน้ำของถนนทางหลวงสายนี้ให้ด้วยครับ

เรื่องสุดท้าย ปัญหาราคาวัวตกต่ำในพื้นที่อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ก็จะพบว่า ปัญหาพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวในอำเภอชุมพวงผลกระทบก็คือราคาวัวตกต่ำ เนื่องจาก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาจำหน่ายวัวที่มีชีวิตก็ลดลง พี่น้องหลายคนมีรายได้ลดลง ต้องแบกรับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากขายวัวไม่คุ้มต้นทุน ผมเคยหารือไปเหมือนกัน เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคมปีที่แล้ว อยากขอท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลอีกครั้งว่าจะสามารถ มีมาตรการพยุงราคาหรือโครงการรับซื้อวัวเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาได้หรือไม่ หรือจะมี แนวทางสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน ดอกเบี้ยต่ำ หรือพักหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในช่วง วิกฤติอย่างนี้ได้อย่างไรบ้างครับ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เชิญครับ

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ พรรคประชาชน วันนี้ขอนำปัญหาของ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกเข้าหารือกับท่านประธานครับ

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านสวน เจริญสุขรุ่งเรือง ประธานเครือข่าย แปลงใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก และท่านจันที ชมภูมี ประธานเครือข่าย ศพก. หรือว่า ศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรจังหวัดพิษณุโลก แล้วก็พี่น้องตัวแทน เกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกทั้ง ๙ อำเภอ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรได้รวมตัวกัน แล้วก็ยื่นหนังสือมาทางผม เพื่อให้มาปรึกษาหารือท่านประธานว่าตอนนี้ราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าวและมะม่วงในจังหวัดพิษณุโลกตกต่ำอย่างหนัก ดูราคาย้อนหลังไปเมื่อ ๑๐ ปี เมื่อปี ๒๕๕๘ ข้าวเปลือกราคา ๗,๘๐๐ บาท มาปี ๒๕๖๘ ผ่านไป ๑๐ ปีราคาเหลือแค่ ๖,๓๐๐ บาท ๑๐ ปีราคาลดลงแต่ต้นทุนสูงขึ้น เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วปี ๒๕๕๘ ต้นทุนการปลูกข้าว อยู่ที่ ๔,๘๐๐ บาทถึง ๖,๐๐๐ บาท ปัจจุบันต้นทุนการปลูกข้าวประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าบาท ถึง ๘,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจการเกษตร เพราะฉะนั้นต้นทุนของ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรปลูกข้าวสูงขึ้นอย่างมากเกือบเท่าตัว แต่ราคาขายกลับลดลงครับ ราคาสินค้าเกษตรผ่านไป ๑๐ ปีลดลงได้อย่างไร ตอนนี้พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรตัวแทนเขา ก็บอกว่านอกจากข้าวแล้วราคามะม่วงก็ร่วงด้วย ปัญหาการนำเข้ามะม่วงจากประเทศ เพื่อนบ้านทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เกษตรกรมีข้อเสนอบอกว่า ข้าวหอมมะลิขอราคา ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตันได้ไหม ราคาข้าวขาวขอ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ได้ไหม ตอนนี้อยู่ไม่ไหวแล้วได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงพาณิชย์ครับ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกฤดิทัช แสงธนโยธิน เชิญครับ

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ก่อนอื่นผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณ ๒ ฝั่ง ถนนทางหลวง ๓๔๐ แยกบางบัวทอง-คลองเจ๊ก จังหวัดนนทบุรี ได้ฝากขอบคุณ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินการติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณถนนทั้ง ๒ ฝั่ง ทำให้เกิด ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่พี่น้องในบริเวณดังกล่าวฝากมาก็คือเรื่องเกี่ยวกับศาลาที่พัก ผู้โดยสารในระหว่างที่รอไปทำงาน นักเรียน นักศึกษาระหว่างที่รอ ช่วงนี้หน้าฝนนะครับ เวลาที่รอเนื่องจากว่าไม่มีศาลาที่พักผู้โดยสาร มีแต่เพียงจุด ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

มีแต่เพียงจุดที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปปักป้ายบอกว่าเป็นบริเวณก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร แต่ก็ไม่ทราบว่า จะดำเนินการก่อสร้างเมื่อไร แล้วก็ไม่สามารถจะทราบได้ เพราะช่วงนี้ช่วงหน้าฝนเดือดร้อน จริง ๆ ฝากกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้โปรดดำเนินการสร้าง ศาลาที่พักผู้โดยสารให้กับพี่น้องในบริเวณดังกล่าวด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

ประเด็นต่อมา เรื่องของสะพานลอยที่มีการรื้อถอนไปแล้วในบริเวณก่อสร้าง ชาวบ้านเข้าใจว่ารื้อถอนไปเพื่อสร้างถนนหนทาง แต่ในขณะเดียวกันสะพานลอย เป็นสิ่งจำเป็นครับ อยากทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีโครงการที่จะสร้างทดแทนเมื่อไร ทำอย่างไร อันนี้เป็น Timeline ที่ชาวบ้านเขาฝากถามมา เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ชาวบ้านจึงขอฝากกราบเรียนมายังท่านประธานว่าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ในเรื่องของศาลาที่พักผู้โดยสาร เรื่องสะพานลอย สะพานข้ามแยกต่าง ๆ ให้กับพี่น้อง ในบริเวณดังกล่าวได้อย่างไร เมื่อไร อันนี้ชาวบ้านฝากกราบขอบพระคุณมานะครับ ผมเอง ในฐานะเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวก็ขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะรีบดำเนินการให้กับพี่น้องชาวบ้านต่อไป ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธัญธารีย์ สันตพันธุ์ เชิญครับ

นางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาในพื้นที่อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอโพธิ์ไทร ผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานคะ ความเดือดร้อน จากการใช้ถนนสัญจรไปมาของประชาชนในพื้นที่เป็นปัญหาที่ดิฉันได้รับแจ้งมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาดิฉันได้นำเสนอปัญหาต่อสภาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในหลาย ๆ เรื่องก็ได้รับความอนุเคราะห์ จากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการแก้ไขแล้ว แต่อย่างไรก็ตามปัญหาของพี่น้อง ประชาชน เขต ๖ ด้านการใช้ถนนสัญจรไปมามีอีกหลายพื้นที่ที่ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อน อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการนำเสนอความเดือดร้อนที่มีต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดิฉันจึงได้ลงพื้นที่ไปสำรวจในช่วงที่ผ่านมาซึ่งมีพื้นที่ต่าง ๆ ที่จะนำเสนอ ดังนี้ ๑. เส้นบ้านนาหว้า ถึงบ้านป่งคอม ตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐ ๒. เส้นบ้านโนนขุมคำ ตำบลพังเคน อำเภอนาตาลถึงบ้านโนนแดง ตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ ๓. เส้นภายในหมู่บ้าน บ้านถ้ำตาลาว ตำบลกองโพน อำเภอนาตาล ๔. เส้นบ้านหนองผักแว่นถึงบ้านไพรสวรรค์ ตำบลสารภี อำเภอโพธิ์ไทร และ ๕. เส้นบ้านกะเตียด ตำบลสองคอนถึงบ้านหนองฟานยืน ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร โดยพื้นที่ที่กล่าวมาจากการลงไปสำรวจ ดิฉันก็พบว่าถนน มีสภาพชำรุดทรุดโทรมและไม่เหมาะสมต่อการสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ จากภาพที่ปรากฏในสไลด์ว่าถนนแต่ละเส้นมีสภาพพื้นถนนหลุดร่อนและเป็นหลุมเป็นบ่อ ยาวตลอดสาย นอกจากนั้นช่วงที่ดิฉันไปลงสำรวจเป็นช่วงที่ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้น้ำท่วมขัง ตามจุดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ยิ่งส่งผลให้การใช้ถนนสัญจรไปมาบริเวณดังกล่าวเป็นไป ด้วยความยากลำบากและเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชนและพัฒนางานด้านคมนาคมในท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้นดิฉันจึงขอหารือผ่าน ท่านประธานไปยังรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัด อุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงบประมาณให้ได้รับทราบ และช่วยพิจารณาจัดสรรงบประมาณปรับปรุงก่อสร้างถนนที่ชำรุดเสียหายให้กับประชาชน ในเขตพื้นที่ด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เชิญครับ

นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ขอหารือท่านประธาน ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญที่รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาและท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารได้ผลักดันผ่านขั้นตอน การศึกษาทั้งจากสภา และการศึกษาผลกระทบต่าง ๆ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การที่นายกรัฐมนตรีอนุทินประกาศเดินหน้าต่อดิฉัน รู้สึกยินดีนะคะ เพราะแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เพียงแค่โครงการก่อสร้าง แต่เป็นการเชื่อมเส้นทาง การขนส่งทั้ง ๓ ระบบ ถนน ราง ท่อ ระหว่าง ๒ มหาสมุทรเปิดเส้นทางการเดินเรือใหม่ ส่งผลอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

ท่านประธานคะ แม้นวันนี้ดิฉันจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็จะไม่ใช่ฝ่ายค้านที่คอย ขัดแย้งไปทุกสิ่ง แต่จะเป็นฝ่ายค้านที่ตรวจสอบให้โครงการเดินหน้าอย่างโปร่งใสและเกิด ประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ดิฉันจำได้ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ถูกโจมตี ถูกหยันว่าสุดท้าย ก็มีสินค้าเอามาเทกอง ไม่คุ้มค่า เกิดขึ้นไม่ได้จริง ถึงขั้นมี Fake news บอกว่าจะทำให้เกิด แผ่นดินไหวหรือสึนามิ นี่คือการด้อยค่าโครงการที่ไร้ความรับผิดชอบต่ออนาคตของชาติ ในความเป็นจริงโครงการนี้ไม่ใช่ภาพฝัน ทั้งเม็ดเงินลงทุนจากเอกชนมหาศาล และการจ้างงาน อีกหลายแสนตำแหน่ง ดิฉันหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินที่ได้เสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้าน อย่างท่วมท้นเมื่อประกาศเดินหน้าเสียงที่เคยคัดค้านดังก้องอาจจะเงียบกริบ เสียงตะโกน เต็มปากในวันนั้นแต่วันนี้อาจจะไม่มีแม้เสียงกระซิบ นี่คือจังหวะที่ดีจะได้เดินไปข้างหน้า ให้โครงการนี้สำเร็จ เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชนคนไทยทุกคน ขอบคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิตยา มีศรี ครับ

นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๕ พรรคประชาชน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรปราการประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ หลายพื้นที่ได้รับ ความเสียหาย ดิฉันจึงขอนำปัญหาจากการลงพื้นที่จริงมาปรึกษาหารือกับท่านประธาน ด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก สมุทรปราการมีคลองจำนวนมาก โดยเฉพาะอำเภอบางพลี ทั้งคลองเล็กหรือคลองใหญ่ ไม่ต่ำกว่า ๖๐-๗๐ คลอง เช่น คลองสำโรง คลองบางปลา คลองบางน้ำจืด และคลองย่อย ๆ อีกหลายสายเลย พี่น้องประชาชนสะท้อนว่าคลองเหล่านี้ ไม่ได้รับการขุดลอกมาแล้วหลายปีทำให้ตื้นเขินและระบายน้ำไม่ได้ เมื่อฝนตกหนักจึงเกิด น้ำท่วมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ริมคลอง ดิฉันขอฝาก อบต. และเทศบาล ในพื้นที่เร่งดูแลและขุดลอกคูคลองอย่างต่อเนื่อง เพราะหากยังละเลยประชาชนก็ต้องเผชิญ กับปัญหาอย่างนี้ซ้ำซากทุกปี และที่สำคัญคลองเหล่านี้คือคลองหลัก ๆ ที่จะเป็นเส้นทาง ผันน้ำสู่ทะเลด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพและการบริหาร จัดการงบประมาณของท้องถิ่นเป็นอย่างดีเลยนะคะ ซึ่งยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน หลายเทศบาล หลาย อบต. ทำงานได้ดีอันนี้ต้องขอชื่นชม แต่ก็มีหลายแห่งที่ตอบสนอง ช้าเกินไป ฝนตกคืนวันที่ ๗ เช้าวันที่ ๘ น้ำท่วม แต่เย็นวันที่ ๘ ประชาชนต้องควักเงินส่วนตัว ซื้อกระสอบทรายเอง ทั้งที่ท้องถิ่นมีงบประมาณป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่สามารถ นำมาใช้ได้ แต่บางแห่งกลับไม่ยอมใช้ทั้ง ๆ ที่ อบต. และเทศบาลในจังหวัดสมุทรปราการ มีงบประมาณและเงินสะสมอยู่ไม่น้อยเลย ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยังกระทรวง มหาดไทย โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เข้ามากำกับดูแลอย่างจริงจัง ไม่เพียงแค่แนะนำ แต่ต้องกำกับให้ชัดเจนว่าท้องถิ่นทุกแห่งต้องนำงบประมาณที่มีมาใช้ แก้ปัญหา ไม่ใช่เก็บเงินสะสมไว้ในบัญชีแล้วปล่อยให้ประชาชนต้องลำบากและควักเงิน ส่วนตัวแก้ปัญหาภัยพิบัตินี้ หรือแม้แต่ปล่อยให้ผู้บริหารท้องถิ่นอ้างว่าใช้เงินส่วนตัว ในการแก้ปัญหาภัยพิบัตินี้เช่นกันค่ะ

ท่านประธานคะ สุดท้ายแล้วค่ะ น้ำท่วมครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่า หากมีการบริหารจัดการท้องถิ่นยังไม่ดีพอ หรือผู้บริหารท้องถิ่นยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณ ประชาชนก็ต้องเผชิญกับความเดือดร้อนเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหาที่สะท้อนมานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและจริงจังนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่องที่จะกราบเรียน ท่านประธานเป็นปัญหาทั้งนั้นครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ถนนจากบ้านปางคำ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขึ้นไปที่ดอยไตแลง ชายแดนดอยไตแลง ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ปรากฏว่าทางเละมาก เพราะว่าฝนตกขึ้นไปลำบากมากนะครับ ๗ กิโลเมตรต้อง ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นฝากไปที่กระทรวงมหาดไทยได้ช่วยดูแลด้วย ผู้ร้องคือนายหลง พี่น้องปางมะผ้า ผู้รับผิดชอบคือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกระทรวงมหาดไทย

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องบัตรประจำตัวประชาชนของพี่น้องชนเผ่า ที่ประกาศว่า จะแจกพี่น้อง ๔๘๐,๐๐๐ ใบ เดี๋ยวนี้เป็นปัญหาแล้วครับ ก็คือผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ไปเก็บเงินพี่น้องชาติพันธุ์เป็นหลักหมื่น เดี๋ยวนี้พี่น้องที่อยู่เชียงใหม่ เชียงดาวเดือดร้อนหมด ที่เป็นชนเผ่า ผู้ร้องก็คือนายชาญณรงค์ ชาติพันธุ์ไทใหญ่ ผู้รับผิดชอบคือกระทรวงมหาดไทย

เรื่องที่ ๓ น้ำประปา หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีสีแดง มีข้นขุ่น มีกลิ่นเหม็น ขณะที่เทศบาล หนองจอก เขตหนองจอก มีน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคไปใช้ ซึ่งระยะห่างกันแค่ ข้ามคลองแค่นั้น จึงฝากไปที่การประปาส่วนภูมิภาคให้ขยายเขตไปที่ตำบลบึงน้ำรักษ์ด้วย จะได้ครอบคลุมพี่น้องได้ใช้น้ำสะอาดด้วยนะครับ ผู้ร้องคือนายชัยณรงค์ ชยานุคุณลิขิต ผู้รับผิดชอบคือการประปาส่วนภูมิภาค ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ครับ

นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๖ พรรคประชาชน ผู้แทนจากพี่น้องชาวสามพรานครับ วันนี้ขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

เรื่องที่ ๑ กรณีจังหวัดนครปฐมได้เปิดตัว Application Traffy Fondue ไว้รับแจ้งปัญหาผ่านระบบออนไลน์ เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ แพลตฟอร์มนี้ จะสามารถช่วยให้ประชาชนแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ที่พบได้โดยตรง ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว ขออนุญาตขึ้นสไลด์ได้เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเบาะแส ยาเสพติด ปัญหาถนน น้ำท่วม ไฟฟ้า ประปา ทางเท้า ภัยออนไลน์ และอื่น ๆ อีก ตามตัวอย่างในสไลด์ โดยพี่น้องประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าได้ตลอดเวลาอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่แพลตฟอร์มนี้ยังมีพี่น้องประชาชนแจ้งผ่านเข้ามายังไม่มากเท่าที่ควร กระผม จึงขอหารือถึงหัวหน้าส่วนราชการและนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัด นครปฐมทุกแห่งร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบถึงช่องทางดังกล่าว เพื่อให้ แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารระหว่างประชาชนและหน่วยงานภาครัฐอย่างมี ประสิทธิภาพต่อไป

เรื่องที่ ๒ กรณีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนจัดทำร่าง ผังเมืองรวม เมืองสามพราน จังหวัดนครปฐม ครั้งที่ ๑ ในวันศุกร์ที่ ๑๙ กันยายนนี้ ตั้งแต่ ๐๙.๐๐ นาฬิกาเป็นต้นไป ณ อาคารหอประชุมพระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิง กระผมจึงขอ หารือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยพิจารณามาตรการในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนในพื้นที่ให้ได้ทราบถึงข้อมูลการประชุมในครั้งนี้ด้วยครับ

ขออนุญาตกลับไปยังสไลด์แรกนะครับ สไลด์นี้จะเป็นการนำเสนอแพลตฟอร์ม ในการที่จะสามารถกรอกข้อมูลถึงปัญหาต่าง ๆ ไปถึงส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัดนครปฐมได้ โดยสามารถ Scan ผ่านทาง QR Code ดังกล่าวนี้ได้เลย ข้อมูลทุกอย่างจะเป็นความลับ แล้วก็จะมีการติดต่อประสานงานทุกหน่วยงาน และพี่น้องประชาชนสามารถติดตาม ความคืบหน้าได้ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เชิญครับ

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับทุ่งเลี้ยงสัตว์ ทุ่งเลี้ยงสัตว์ หรือว่าทำเลเลี้ยงสัตว์เป็นนโยบายของรัฐบาลเมื่อ ๑๐๐ ปีก่อนแล้วที่ผ่านมา ให้ประชาชน เอาสัตว์ไปเลี้ยงรวมกัน แต่ตอนนี้ประชาชน ชาวบ้านต่าง ๆ ไม่ได้เอาสัตว์ไปเลี้ยงรวมกันครับ มาเลี้ยงไว้ที่ในบ้านหรือใต้ถุนบ้าน หรือที่สวน แต่ประชาชนได้เข้าไปทำสวนยางพารา ปลูกที่อยู่อาศัย อยู่มาเป็น ๔๐-๕๐ ปีครับ ผมจึงขอปลดล็อกพื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่กำลังส่ง ผลกระทบกับชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่อาศัยและทำกินบริเวณนี้มานาน แต่ไม่สามารถยื่นคำขอ เอกสารสิทธิในที่ดินได้ เนื่องจากติดกฎหมายที่ดิน ทำเลที่ดิน สัตว์ ถูกจัดเป็นที่สาธารณประโยชน์สำหรับใช้ร่วมกัน ทำให้ไม่สามารถออกโฉนดได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ความเป็นจริงพื้นที่เหล่านั้นได้ปรับสภาพ กลายเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยมานาน ไม่หลงเหลือเป็นที่เลี้ยงสัตว์แล้วครับ อย่างที่จังหวัดน่าน ของผม ชาวบ้าน บ้านดอนแก้ว หมู่ที่ ๖ ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา และบ้านฝายแก้ว หมู่ที่ ๓ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน รวมกันกว่า ๗๐ หลังคา ปลูกบ้านเรือน มาตั้งแต่บรรพบุรุษมากกว่า ๕๐ ปี พยายามจะขอทำเอกสารสิทธิแต่ไม่ได้ ส่งผลให้ชาวบ้าน เสียสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยเฉพาะการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน การเข้าถึง แหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย และที่สำคัญรู้สึกไม่มั่นคงในชีวิตและครอบครัวครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านตวงทิพย์ จินตะเวช เชิญครับ

นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องอำเภอเดชอุดม ซึ่งเป็น เขตพื้นที่ของดิฉันค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก เรื่องการเยียวยา ศูนย์อพยพ ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ในเขตพื้นที่ของดิฉันเป็นพื้นที่ รองรับผู้อพยพ ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้ว ๒ เดือนกว่า เกือบ ๓ เดือน หลายศูนย์ยังเบิกเงินที่ สำรองจ่ายไปก่อนไม่ได้เลย และที่สำคัญบางศูนย์ได้ยืมเงินจากที่อื่นมาสำรองจ่ายไปก่อนอีก เอกสารทั้งหมดได้ส่งไปนานแล้ว ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่าติดขัดที่ขั้นตอนไหน ติดขัดที่ อปท. ต้นทางหรือทางจังหวัดคะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งจังหวัดอุบลราชธานี ท้องถิ่นจังหวัด อปท. อำเภอน้ำยืน อปท. อำเภอน้ำขุ่น และ อปท. อำเภอนาจะหลวย ให้เร่งเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ และขอความชัดเจนในเรื่องนี้โดยด่วน ด้วยค่ะ

เรื่องต่อไป ถนนสาย อบ. ๒๑๗๑ เส้นทางตำบลท่าโพธิ์ศรี อำเภอเดชอุดม เชื่อมอำเภอน้ำยืน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหมวดทางหลวงน้ำขุ่น แขวงทางหลวง ศรีสะเกษที่ ๒ ระยะทางยาวประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ปัจจุบันมี ๒ ช่องจราจรและมีการขยาย เป็น ๔ ช่องจราจรในบางช่วง ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นยุทธศาสตร์ เชื่อมอำเภอเดชอุดม และอำเภอน้ำยืน มีรถบรรทุกหนักผ่านวันละหลายพันคัน ยังไม่รวมรถที่สัญจรไปมา ของพี่น้องประชาชนทั่วไปอีก ไฟส่องสว่างก็มีไม่เพียงพอ เส้นทางนี้ยังเป็นเส้นทางผ่านไป ช่องบกและช่องอานม้าอีกด้วยค่ะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้พิจารณาเส้นทาง อบ. ๒๑๗๑ นี้ให้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร พร้อมติดตั้ง ไฟส่องสว่าง เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และจะลด ปัญหาความแออัดจากการใช้รถใช้ถนนได้เป็นอย่างดีค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรอมฎอน ปันจอร์ ครับ

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผม มี ๒ เรื่องจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่จะอยู่ร่วมกัน กับประชาชน จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมขนาดไหนนะครับ ขอสไลด์เลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก เป็นเรื่องของโรงไฟฟ้า ขยะชุมชนของตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี โครงการนี้ดำเนินการมา ๒-๓ ปีแล้ว และล่าสุดโครงการกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าของ อบต. ยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี มูลค่า ๑,๙๕๐ ล้านบาท ทางกระทรวงมหาดไทยก็มีการอนุมัติมาบ้างแล้ว แต่ปัญหาจะอย่างนี้ครับ คือผมเองก็ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ก่อสร้าง ที่หมู่ที่ ๒ บ้านภูมีน้ำพุ่ง ตำบลยามู ความกังวลใจยังมีอยู่ เพราะว่ากระบวนการที่การรับฟัง ความคิดเห็นว่าการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนรวบรัดตัดตอนมาก เรียกได้ว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนยังไม่รอบด้านมากพอ มีความกังวล เกิดขึ้นครับ พื้นที่ก่อสร้างจริง ๆ ก็เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วม มีความกังวลว่าเทคโนโลยีที่จะมาใช้ จะนำมาซึ่งมลพิษทางน้ำ ทางอากาศ และทางดิน ผลกระทบของวิถีชุมชนก็จะเกิดขึ้น การทำนา ทำไร่ ทำสวนมะพร้าวก็ได้รับผลกระทบ ทีนี้ก็คิดว่าคงต้องฝากท่านประธาน ส่งไปทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน จังหวัดปัตตานี และตัว อบต. ยามูเอง ให้มีการทบทวนโครงการและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างจริงจังมากขึ้น ในพื้นที่ ความขัดแย้งเราไม่ควรเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นกว่าเดิมนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับ เป็นปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานแปรรูปยางของบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จํากัด (มหาชน) จริง ๆ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นร้องเรียนอยู่นะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณทางหน่วยงานของจังหวัดนราธิวาสที่เดินทางลงพื้นที่อย่างรวดเร็วเลย เมื่อวันที่ ๙ ที่ผ่านมา ผมเองก็มีการเดินทางลงพื้นที่เหมือนกันในชุมชนรอบข้าง ที่หมู่ที่ ๕ บ้านยาโงะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ก็คือข้าง ๆ โรงงาน ก็ยังได้กลิ่นอยู่ ทางพี่น้อง ประชาชนก็ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าอยากจะให้มีการไปตรวจตรงชุมชนด้วย ไม่ใช่แค่ ในโรงงานครับ เพราะว่าผลกระทบเกิดกับชุมชน บางบ้านมีทั้งเด็ก มีผู้ป่วยติดเตียง ฝากทาง จังหวัดนราธิวาส กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวง อุตสาหกรรม และตัวบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เอง ที่น่าจะมีความ รับผิดชอบต่อสังคม ให้เร่งรัดในการตรวจวัด แล้วก็แก้ปัญหากลิ่นเหม็นเหล่านี้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนรินทร์ คลังผา ครับ

นายนรินทร์ คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย นำเรื่องร้องเรียนจากราษฎรหารือท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่อง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ความเดือดร้อนของราษฎร หมู่ที่ ๓ บ้านหนองชนะชัย ตำบลเกาะแก้ว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ฝายเก็บน้ำแห่งนี้สร้างมา เป็นเวลานาน เกิดการชำรุดเสียหาย มีรอยรั่ว ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว โดยนายกอำนาจ ภู่เพชร ได้ดำเนินการซ่อมแซม แต่ก็ใช้งานได้ไม่นานก็ชำรุดอีก นายช่าง ชลประทานจังหวัดลพบุรีได้มาสำรวจ ออกแบบ เข้าแผนไว้ แต่ยังไม่มีงบประมาณในการ ก่อสร้าง จึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังอธิบดีกรมชลประทาน และชลประทาน จังหวัดลพบุรีดำเนินการจัดหางบประมาณมาก่อสร้างฝายเก็บน้ำแห่งใหม่ พร้อมขุดลอก หน้าฝายเป็นการเร่งด่วน เพื่อเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูฝนปีหน้า และชะลอน้ำ ที่จะไหลไปสู่พื้นที่ตอนล่างอีกหลายตำบลในเขตอำเภอโคกสำโรงและอำเภอบ้านหมี่ในช่วง ฤดูน้ำหลาก

เรื่องที่ ๒ ถนนทางหลวง ๓๓๒๖ บริเวณทางเข้าเทศบาลตำบลสระโบสถ์ อำเภอสระโบสถ์ มีฝนตกในปริมาณมากเมื่อไรน้ำจะไหลข้ามถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และท่วมบ้านเรือนราษฎร ดังนั้นขอความอนุเคราะห์ไปยังกรมทางหลวงและแขวงทางหลวง ลพบุรีที่ ๑ จัดหางบประมาณในการขุดลอกร่องน้ำข้างทาง ทางแยกบริเวณหน้าเทศบาล สระโบสถ์ ทั้งฝั่งซ้าย ขวา ทำให้น้ำระบายได้ดี เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมและอุบัติเหตุต่อไป

และต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมทางหลวง ท่านแขวงทางหลวงลพบุรีที่ ๑ ที่จัดหางบประมาณก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๑ เส้นช่วง กม. ๑๙๙-๒๐๑ ระยะทาง ๑.๖๘๗ กิโลเมตร เป็น ๔ ช่องทางจราจร พร้อมเกาะกลาง และไฟส่องสว่าง และขอขอบคุณ อธิบดีกรมทางหลวงชนบทที่ได้จัดงบประมาณในการซ่อมถนนสาย ลบ. ๒๐๒๙ วังเพลิง-ดีลัง ที่ชำรุดเสียหาย เป็นการแก้ไขปัญหาในการสัญจรและลดอุบัติเหตุได้ ต้องขอขอบคุณแทน ราษฎรมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่องมาหารือท่านประธานทั้งหมด ๒ เรื่องด้วยกันค่ะ

เรื่องแรก เป็นเวลาปีกว่าแล้วตั้งแต่รัฐบาลออกมาตรการมาปราบปราม ปลาหมอคางดำที่มันระบาดอยู่ แต่ทุกวันนี้ก็ยังเห็นชุกชุมอยู่ในหลายพื้นที่ เกษตรกรเสียหาย ระบบนิเวศพังทลาย ผู้กระทำผิดก็ยังลอยนวล เครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ๑๙ จังหวัดเคยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบต้นตอการระบาดของ ปลาหมอคางดำ แล้วก็ให้หน่วยงานรัฐฟ้องผู้กระทำผิดนำมาชดใช้เยียวยาความเสียหาย แต่รัฐก็ยังปิดปากเงียบ หนำซ้ำภาคประชาสังคมที่นำความจริงมาพูดปกป้องสิ่งแวดล้อมก็โดน ปิดปากตามไปด้วย ขณะคนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมยังลอยหน้าอยู่ในสังคม นี่มันประเทศไทย หรือประเทศอะไรคะ ดิฉันจึงขอหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สนับสนุนข้อเรียกร้อง ของประชาชน เร่งแก้ปัญหานี้ให้จริงจังโดยเร่งด่วนค่ะ

เรื่องที่ ๒ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ร่างระเบียบ สำนักรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือ SEA ขึ้น ต้องบอกว่า SEA คือเราจะใช้ประเมินนโยบาย แผน หรือแผนงาน ซึ่งต่างจากอีไอเอ โดยร่างระเบียบนี้ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ แก้กลับไปกลับมาตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา จนผ่านมา ๒ ปีก็ยังค้างท่ออยู่ นี่จะตีรวนไม่อยากให้ผ่านหรือเปล่าคะ เพราะถ้าระเบียบนี้ ผ่านนะคะ หน่วยงานของรัฐจะต้องจัดทำ SEA กับแผนตามรายชื่อที่ได้ระบุไว้ ซึ่งรวมถึง แผนคมนาคมอย่างอภิมหาโพรเจกต์แลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลอยากผลักดันนักผลักดันหนาด้วย ดิฉันจึงขอหารือเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ช่วยเร่งดำเนินการ และขอฝากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หากท่านมีเจตจำนงให้เกิดการพัฒนา อย่างยั่งยืนช่วยพิจารณาให้ร่างระเบียบนี้ได้คลอดออกมาโดยเร็ว ขอบคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะพี่น้องประชาชนจากจังหวัดศรีสะเกษ นำโดยท่านวิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ที่มาเยี่ยมชมสภา แล้วก็ มารับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครับ ต่อไปขอเชิญท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ

นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ เรื่องการส่ง ถนนคืน ถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๐๐ ตอนปรางค์กู่-บ้านกำแมด ระยะทาง ๙ กิโลเมตร ก่อสร้างโดยกองอำนวยการกลางรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ต่อมาได้ส่งมอบถนน เส้นดังกล่าวให้กับแขวงทางหลวงศรีสะเกษ โดยมีหมวดทางหลวงศีขรภูมิเป็นผู้รับผิดชอบ ต่อมาราชการได้ออกพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวดทางหลวงศีขรภูมิจึงได้ส่งมอบถนน เส้นดังกล่าวให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓ แห่ง ดังนี้ ๑. ส่งมอบให้กับเทศบาลตำบล ปรางค์กู่ เมื่อ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๗ ระยะทาง ๒๐๐ เมตร ๒. ส่งมอบให้กับองค์การบริหาร ส่วนตำบลพิมายเหนือ เมื่อ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๗ ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ๓. ส่งมอบให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเชียงทูน เมื่อ ๘ สิงหาคม ๒๕๔๗ ระยะทาง ๗ กิโลเมตร เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวเป็นถนนสายหลักของชาวอำเภอปรางค์กู่และอำเภอใกล้เคียง ใช้สัญจรเดินทางไปมาสู่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานีและภาคอีสานตอนบน ซึ่งปัจจุบันขาดแคลนงบประมาณในการดูแลและบำรุงรักษาเนื่องจากเกินศักยภาพ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมายถนนเส้นดังกล่าวทั้ง ๓ แห่ง จึงมี ความประสงค์ส่งมอบถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒๐๐ คืนให้กับแขวงทางหลวงศรีสะเกษ ดูแลและบำรุงรักษาต่อไป ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลใหม่ และกระทรวงคมนาคม โปรดนำเรื่องนี้พิจารณาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร และคลี่คลายปัญหาให้กับหน่วยงานท้องถิ่นด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพดล ทิพยชล ครับ

นายนพดล ทิพยชล นนทบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล ทิพยชล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด พรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง จากพี่น้องของผม ชาวนนทบุรีครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนในชุมชนอัมพรไพศาล ซอยสุขาประชาสรรค์ ๓ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขังในซอยทุกครั้งเมื่อเกิดฝนตก สาเหตุที่สำคัญ มาจากน้ำระบายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเนื่องจากขาดการขุดลอกท่อมานาน ผมขอหารือผ่าน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยังนายกเทศบาลนครปากเกร็ด ขอให้เร่งรัดโครงการ ขุดลอกท่อกำจัดสิ่งปฏิกูลให้กับพี่น้องประชาชนในซอยอัมพรไพศาล เพื่อบรรเทาความ เดือดร้อนปัญหาน้ำท่วมขังให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในหมู่บ้านผลพัฒนา ตำบล คลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด เกี่ยวกับปัญหาไฟส่องสว่างในชุมชนใช้การไม่ได้ โดยประชาชน ได้ให้ข้อมูลว่าโครงการก่อสร้างถนนและไฟส่องสว่างในชุมชนได้ดำเนินการแล้วเสร็จมา เกือบปีแล้วแต่ไฟส่องสว่างยังใช้การไม่ได้ ผมขอหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังนายก เทศบาลนครปากเกร็ด ขอให้เร่งรัดดำเนินการให้ไฟส่องสว่างในชุมชนผลพัฒนาใช้งานได้ โดยเร็วด้วยครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่เดินทางสัญจร บนถนนแจ้งวัฒนะ ไล่ตั้งแต่คลองประปาไปจนถึงห้าแยกปากเกร็ด ว่าได้รับความเดือดร้อน จากสภาพของผิวถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเสียหาย อยู่บ่อยครั้งครับ สาเหตุมาจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักทำให้แผ่นปิดบนถนน แจ้งวัฒนะที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ทั้งจากของกรมทางหลวงและการไฟฟ้านครหลวง เกิดทรุดตัวและชำรุด ผมจึงขอหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผู้กำกับดูแลกรมทางหลวง รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ทีม จป. เร่งสำรวจ ฝาบ่อทุกจุดบนถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่คลองประปาจนถึงห้าแยกปากเกร็ด และเร่งดำเนินการ แก้ไขเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ถนนสัญจรด้วยปลอดภัยด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวุฒินันท์ บุญชู ครับ

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๔ พรรคประชาชน ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลบางพลีใหญ่ ตำบลบางแก้ว ซึ่งได้ เผชิญปัญหากับน้ำทะเลหนุนและในช่วงที่ฝนตกหนัก ทำให้หลายชุมชนได้รับความเสียหาย อย่างหนัก โดยเฉพาะในหมู่บ้านนิลุบลชลเทพ หมู่บ้านพรสว่าง หมู่บ้านกรุงสยาม หมู่บ้าน บางพลีนคร และหมู่บ้านบางพลีนิเวศน์ รวมถึงหมู่บ้านจัดสรรอีกหลายสิบโครงการ รวมทั้ง หมู่บ้านจัดสรรอีกเกือบ ๒๐ โครงการ ซึ่งอยู่ในซอยมหาชัย หมู่ที่ ๗ และซอยอารียา หมู่ที่ ๑ ได้เจอกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ กล่าวคือถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางออกทางเดียวของหมู่บ้านจัดสรร หลายโครงการและเป็นช่วงที่กำลังก่อสร้างถนน แต่เมื่อเจอกับปัญหาสภาวะน้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง จากคลองใหม่และคลองเสือตาย ทำให้การสัญจรเกิดอุปสรรครถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก สุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบและดูแลการก่อสร้างถนนก็คือองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ อยากจะให้เร่งรัดโครงการก่อสร้างถนนเส้นนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจาก ความล่าช้าของการก่อสร้างถนนและประจวบเหมาะกับช่วงที่ฝนตกและมีน้ำทะเลหนุน ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณหมอทศพร เสรีรักษ์ ครับ

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือท่านประธานก็คือ เรื่องคดีความเมื่อวันปีใหม่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ท่านประธานคงจะจำได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการออกมาชุมนุมของพี่น้องนักศึกษา ประชาชนที่ออกมาขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ รัฐบาลทหาร แล้วก็มีคดีความต่าง ๆ มากมาย ผมเองตอนนั้นได้รับการแต่งตั้งจากท่านสมคิด เชื้อคง ตอนนั้นเป็นกรรมาธิการการปกครองให้ไปคอยสังเกตการณ์การชุมนุมต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยผมเข้าไปในฐานะแพทย์ แล้วก็เอาแอลกอฮอล์เจล เอาแอลกอฮอล์ Spray ไปฉีด ไปช่วยป้องกันโควิด ก็โดนไปเป็น ๑๐ คดี ส่วนใหญ่ก็คือยกฟ้อง หรืออย่างมากก็แค่ค่าปรับ ปรากฏว่าก็ยังมีคดีวันปีใหม่ที่ผมพูดถึงที่ยังค้างอยู่ แล้วทางอัยการ ได้สั่งพิจารณาว่าไม่ฟ้องแล้ว แล้วส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปค้างอยู่ที่สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติเป็นเวลาปีสองปีแล้วเรื่องก็ไม่ขยับไปไหน ผมเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข เวลาขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ปรากฏว่าเพราะคดีนี้ทำให้ผมไม่ได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์มาเป็นเวลา ๒ ปีแล้ว ก็อยากให้ท่านประธานช่วยเร่งรัดไปยังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติให้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วก็น้อง ๆ เด็ก ๆ ที่ยังมีคดีค้างคาอยู่ ทั้งหลาย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางอัยการก็จัดการให้มันเสร็จเร็ว ๆ ครับ อย่าไปดอง อย่าไปทำให้เรื่องค้างคาอยู่เลย

เรื่องต่อไปที่อยากจะตามก็คือเรื่องสะพานข้ามถนนหน้าโรงพยาบาลแพร่ การเวนคืนพื้นที่เพื่อทำ Runway สนามบินแพร่ แล้วก็ทางหลวงน่าน-แพร่ที่พังอยู่ ทางกระทรวงคมนาคมช่วยเร่งรัดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณตภณ ดวงอัมพร เชิญครับ

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกันณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตพญาไท ดินแดง พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องมาปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๔ เรื่อง ขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ถึงกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานครไปถึงสำนักงานเขตพญาไท ปัญหารถจักรยานยนต์จอดบริเวณทางเท้า บริเวณถนนพหลโยธิน หน้าโรงพยาบาลวิมุต เขตพญาไท สร้างความไม่สะดวกให้กับ ประชาชนผู้สัญจรเป็นจำนวนมากครับ

เรื่องต่อมา ถึงกระทรวงคมนาคม แล้วก็การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ปัญหาการระบายน้ำฝนจากทางด่วนปล่อยลงมาทางเท้า ถ้าสังเกตตรงวงกลมคือปล่อยลงมา ลงหัวคนเลยครับ ตรงกลางทางเท้าที่คนเดินผ่าน รวมถึงปัญหาไฟส่องสว่างที่ยังไม่ได้รับ การแก้ไข เช่นช่วงใต้ทางลงทางด่วนพหลโยธิน ซึ่งประชาชนต้องใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก

เรื่องต่อมา ถึงกระทรวง DE และ กสทช. ปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง บริเวณ หน้าร้านถ่ายภาพ บริเวณสามแยกประชาสุข เขตดินแดง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โปรดดำเนินการแก้ไขด้วยครับ

เรื่องต่อมา ถึงกระทรวงมหาดไทย แล้วก็การไฟฟ้า ปัญหาเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ ใช้แล้ว รวมถึงเสาไฟฟ้าเอียงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในหลายจุด ในพื้นที่เขตดินแดง ก็ขอให้ โปรดพิจารณาลงสำรวจ แล้วก็ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของพี่น้อง ประชาชน โดยผมจะส่งจุดตัวอย่างในแบบฟอร์มหารือครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมมีเรื่องหารือผ่าน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนและความต้องการของพี่น้องประชาชนอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากประธานชมรมตาดีกา ตำบลปะแต ท่าน ผอ. โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนโรงงานยาสูบ ๒ บ้านสะป๋อง หมู่ที่ ๓ ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ซึ่งโรงเรียนนี้อยู่ในการดูแลของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ว่าเนื่องจากไฟฟ้าในพื้นที่เป็นไฟฟ้าเพียงเฟสเดียว ก็อยาก เปลี่ยนไฟฟ้าให้เป็นไฟฟ้า ๓ เฟส เพื่อต้องการโอกาสที่เท่าเทียมกับพี่น้องประชาชนคนไทย จากภูมิภาคอื่นด้วย และเพื่อป้องกันการแก้ปัญหาเรื่องของอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย หลังจากกรณีของไฟฟ้าตก และที่สำคัญที่สุดต้องการให้โอกาสเพื่อให้ทางบริษัทมือถือ หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่าง ๆ ได้ไปตั้งสัญญาณ เสาโทรศัพท์ เพื่อให้บริการกับพี่น้องประชาชน จึงขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดยะลาได้เปลี่ยนแปลงสายไฟจากเฟสที่ ๑ เป็น ๓ เฟส ที่หมู่ที่ ๓ บ้านสะป๋อง ตำบลปะแต อำเภอยะหา

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเก่าที่ผมเคยหารือมา ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๗ ก็คือการเรียกร้อง ขอใช้ไฟฟ้าของพื้นที่บ้านสอนแยกและพื้นที่บ้านปาโต๊ะ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา อยู่บริเวณถนนสายทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นสายทางแยกที่ ๔๐๘ เลขที่ สข. ๓๐๖๓ โดยข้อเท็จจริงการขออนุญาตขยายเขตไฟฟ้าให้กับประชาชนนั้น เดิมผมเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลกาบัง แต่เมื่อดูสายทางผู้ที่รับผิดชอบ ก็คือทางหลวงชนบทยะลา ก็อยากฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้เร่งขยาย เขตไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวด้วยเพราะประชาชนรอคอยมา ๔๐ กว่าปีแล้ว ขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เชิญครับ

นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน และประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุด ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต จากเขตคลองสามวาค่ะ วันนี้ดิฉันขอสะท้อนเสียงจากประชาชนในเขต คลองสามวา ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ก่อนอื่นดิฉัน ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่รับฟังเสียงของสภาแห่งนี้ โดยเริ่มแก้ไข ปัญหาการจราจรบริเวณแยกลำกะโหลก แล้วก็พิจารณาในเรื่องของการทำถนน พร้อมท่อ ระบายน้ำบริเวณซอยสุเหร่าคลองหนึ่งเรียบร้อย แต่ว่าเมื่อมีโครงการนี้ขึ้นมาสิ่งที่ต้องเตรียม ต่อไปก็คือแผนสำหรับการรับมือการจราจรที่จะติดขัดยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันขอให้หน่วยงาน ร่วมกันบูรณาการเพื่อลดความเดือดร้อนให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน

ปัญหาต่อไป ปัญหานี้คือปัญหารถเมล์ค่ะ เขตของดิฉันมีประชากรสูง เป็นอันดับต้น ๆ เลยใน กทม. แต่ว่ามีปัญหารถเมล์ไม่เพียงพอโดยเฉพาะ 1-64R และ 1-64L เป็นรถเมล์ซึ่งควรจะเป็นสายหลักเชื่อมระหว่างชุมชน แต่ไม่มีรถวิ่งเพียงพอ รถน้อยคอยนาน พ่อแม่พี่น้องประชาชนต้องรอ ๓๐ นาทีถึง ๑ ชั่วโมงกว่าจะได้สักคันหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ ประชาชนในเขตถูกบังคับให้ต้องไปใช้รถจักรยานยนต์หรือแท็กซี่ซึ่งมีราคาสูงกว่า รวมถึง ต้องใช้รถยนต์ รถส่วนตัว ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดตามมา

ต่อไปเป็นปัญหาสภาพถนนในซอยพระยาสุเรนทร์ ๓๐ และ ๓๑ อย่างที่ ท่านประธานเห็นเลยค่ะว่ามีความชำรุดทรุดโทรม แล้วก็เสี่ยงต่ออันตรายอย่างมากนะคะ และปัญหาอย่างหนักก็จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนที่ถนนจะเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วประชาชน ก็จะต้องใช้สัญจรทุกวัน อย่างไรทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเขตคลองสามวา ของดิฉันไม่ได้ต้องการสิ่งที่หรูหรา แต่ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี การจราจรที่ดี แล้วก็รถเมล์ ที่เพียงพอ รวมถึงถนนที่ปลอดภัย เส้นนี้เป็นถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ซึ่งมีปัญหายาวนาน เช่นกัน อย่างไรฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนเขต ของดิฉันด้วย ขอบคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ เป็นที่ทราบกันดีทั่วโลกว่าแก๊ง Call Center แก๊ง Scammer ตลอดจนอาชญากรรมทั้งหลายที่เราทราบก็คือชุมนุมกันอยู่ที่ประเทศ กัมพูชา ชายแดนติดกับไทยเรานี่เอง ซึ่งชาวโลกกำลังจ้องจับตาว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะแก้ไข ปัญหาได้อย่างไร แต่ต้องขอขอบคุณทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้แก้ปัญหาเหล่านี้ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะตอนนี้ได้รับความร่วมมือกับทางธนาคาร ตลอดจนสถาบันการเงินต่าง ๆ สามารถ ที่จะทราบผู้กระทำผิดได้ภายใน ๒-๔ ชั่วโมง แล้วก็ได้รับความร่วมมือจากตำรวจไซเบอร์ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน แต่ผมก็อยากฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE คนใหม่ ที่จะเข้ามาดูแลกระทรวง DE นี้ได้แก้ปัญหา Scammer ปัญหา Call Center ปัญหาเกี่ยวกับ อาชญากรรมชายแดนไทย-กัมพูชาให้หมดไปสะเด็ดเด็ดขาด เพื่อความสงบสุขและป้องกัน การสูญเสียทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยผู้บริสุทธิ์ที่ถูกคุกคามและหลอกเปิดบัญชีม้า เกิดปัญหาข้อกฎหมายวุ่นวายไปหมด ทั่วประเทศไทยได้รับความเดือดร้อน เราก็ทราบดีว่า เดี๋ยวนี้มันมีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเอามาใช้ ไม่ว่าจะเป็น Voice Cloning ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอภาพเหมือน แต่ต้องเตือนพี่น้องประชาชนว่าสำคัญเราอย่ามือไวใจเร็วรีบไปกดโอน ให้เขาซึ่งเป็นมิจฉาชีพ ก็เป็นข้อห่วงใย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ การสร้าง ถนนหนทางตอนนี้เราไม่สามารถที่จะหยุดได้ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะสัญจรไปมา การจัดปัญหาแหล่งน้ำใต้ดิน บนดิน ไม่ว่าจะเป็นบาดาล ประปา คลอง บึง จะต้องได้ใช้ ในการอุปโภคบริโภค นับเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีพที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรและพี่น้อง ประชาชนทุกภูมิภาค ขอฝากนายกรัฐมนตรี รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขปัญหา เพราะน้ำคือชีวิต เราจะขาดน้ำไม่ได้ครับ รัฐบาลเข้ามาแล้วรีบแก้ปัญหาเรื่องน้ำให้พี่น้องประชาชนด้วยนะครับ เพราะท่านมีเวลาแค่เพียง ๔ เดือน ๔ เดือนเท่านั้นต้องรีบทำนะครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ครับ

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอพูดในนามพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ที่กำลังประสบปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และพืชไร่อื่น ๆ เสียงเรียกร้องของชาวนา ชาวไร่อาจไม่ดังไม่ค่อยมีใครได้ยิน นี่คือเสียง ความเดือดร้อนของเกษตรกรที่เราทุกคนต้องรับฟัง เมื่อราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เกษตรกรคือผู้ที่ต้องแบกรับภาระความเดือดร้อนอย่างมากที่สุด และหน้าที่ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรคือการทำให้เสียงของพี่น้องเกษตรกรนั้นดังขึ้น เพื่อให้รัฐบาลได้ยิน และเร่งแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที ผมขอฝากรัฐบาลใหม่ได้โปรดให้ความสำคัญกับการแก้ไข ปัญหาราคาข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังอย่างจริงจัง เพื่อคืนความสุขและความมั่นคงให้แก่ เกษตรกรไทยด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ปัจจุบันนครสวรรค์น้ำเริ่มท่วม ทั้งอำเภอพยุหะคีรี อำเภอโกรกพระ และอำเภอเมืองนครสวรรค์บางตำบลที่ถูกน้ำท่วม ขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ครับ

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้ผมมี ข้อหารือความเดือดร้อนต่อท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน ดังนี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

สไลด์แรก ปัญหาความเดือดร้อน เรื่องถนนพังชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อลึก จุดแรก บริเวณทางเข้าซอยธนาคารไทยพาณิชย์ ฝั่งคลองร้างสายนอก ติดทางหลวง ๓๐๔ บริเวณที่ ๒ ปากทางเข้าสวนนิคมด้านหลัง ซอยเทคนิคบูรพา ติดทางหลวงสาย ๓๐๔ เช่นกัน โดยทั้ง ๒ จุดนี้ถนนพังชำรุดเสียหาย เป็นบ่อลึกหลายจุด ตามภาพเลย เกิดอุบัติเหตุรถล้มหลายครั้ง มอเตอร์ไซค์เล็กนะครับ ทั้ง ๒ จุดนี้อยู่ในเขตแนวนอกเสาไฟซึ่งเป็นพื้นที่ของแขวงทางหลวงปราจีนบุรี จึงฝากปัญหานี้ ผ่านท่านประธานถึงแขวงทางหลวงปราจีนบุรีเร่งซ่อมแซมปรับปรุงพื้นผิวให้ประชาชน เดินทางสัญจร ๒ จุดนี้ได้อย่างปลอดภัย

ต่อมาเรื่องปัญหาไฟส่องสว่างชำรุดจากการโจรกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี ผมได้หารือปัญหานี้ผ่านท่านประธาน ๒ ครั้ง ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๓ โดยครั้งแรกหม้อแปลง ไฟฟ้าหาย ครั้งที่ ๒ สายไฟถูกขโมย ทางหลวง ๓๕๙ วิ่งไปสระแก้ว หม้อแปลงกว่า ๓๐ ลูก ไม่มีบนเสาไฟเลยถูกขโมยหมด เอามาแกะปอกเอาทองแดงข้างทางเลย ทางหลวง ๓๐๔ ไม่เหลือสายไฟ งบประมาณซ่อมแซมจากการถูกโจรกรรมปีหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี หลาย ๑๐ ล้านบาทครับ เอาไปก่อสร้างถนนได้เป็น ๑ เส้นเลย แต่ต้องเอามาซ่อม เป็นค่าดำเนินการแก้ไขเรื่องสายไฟถูกขโมย ท่านประธานที่เคารพ ไม่มีจังหวัดไหน ในประเทศไทยที่แขวงทางหลวงใช้งบประมาณซ่อมไฟมากขนาดนี้ แล้วพอเปิดติดซ่อมไม่ทัน สัปดาห์ก็ถูกขโมยอีก เรียกว่าซ่อมจนท้อครับ จากภาพในสไลด์จะเห็นว่าสุดท้ายแขวงต้องมา ขึ้นป้ายบอกประชาชนว่าไม่ไหวที่จะซ่อมแล้ว แบบนี้ยอมแพ้ รับสภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดู ไม่ดีเลย ผมจึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ สภ. ระเบาะไผ่ ท่านผู้การจังหวัดปราจีนบุรี ช่วยกำกับดูแลพิทักษ์ทรัพย์สินของราชการด้วยกันเอง จับกุม คนร้ายที่รับซื้อ ร้านขายของเก่า หรือจับพวกที่เป็นตัวใหญ่ ๆ เขามีเครื่องมือออกไปลักขโมย แบบมีรถ มีอุปกรณ์ปอก อุปกรณ์ยก ท่านสืบได้ไม่ยาก ประชาชนที่เขาเดือดร้อนเขาจะได้ ไม่พูดว่ามีอะไรบ้างที่ตำรวจไม่รู้ รู้ทุกเรื่อง เพียงแต่ว่ารู้แล้วจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ เชิญครับ

นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ นครปฐม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชน ผู้แทนคนอำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม แล้วก็กำแพงแสน ๒ ตำบลครับ วันนี้มีเรื่องจะปรึกษาหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนน้ำท่วมริมแม่น้ำท่าจีน ในพื้นที่อำเภอบางเลนครับ วันนี้ผมขอพูดแทนคนลุ่มน้ำท่าจีน ส่งเสียงนี้ให้ไปถึงหน่วยงาน ทั้งเลขาธิการ สทนช. อธิบดีกรมชลประทาน เนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ลงพื้นที่ ดูสถานการณ์น้ำ แล้วก็จากความเดือดร้อน ความทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่ต้องประสบ อุทกภัยทั้งในอำเภอบางเลน ในพื้นที่ตำบลบางหลวง ตำบลหินมูล ตำบลบางไทรป่า ตำบล ไทรงาม ตำบลบางเลน ตำบลคลองนกกระทุง ตำบลลำพญา ตำบลบางปลา ตำบลบางระกำ ที่ต้องทนทุกข์จากการระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีน โดยเฉพาะคนที่อยู่พื้นที่ชุมชนนอกแนว คันกั้นน้ำที่ไม่ได้มีการเตรียมการ ไม่มีการบริหารโดยการเข้าใจศักยภาพของลุ่มน้ำท่าจีน ความจุของลำน้ำเป็นอย่างไร แล้วก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งผมได้พูดไปหลายครั้ง ในสภาแห่งนี้ รวมถึงการตั้งกระทู้ถาม ถามท่านรัฐมนตรีในเดือนที่ผ่านมาด้วย ยังไม่รวม ไปถึงการรับน้ำฝนในพื้นที่ที่ฝนตกในบ้านเรือน รวมถึงการระบายน้ำในคลองท่าสาร-บางปลา ที่ผ่านทั้งตำบลลำเหย แล้วก็ตำบลสามง่ามของอำเภอดอนตูม รวมถึงตำบลดอนตูม แล้วก็ ตำบลบางปลาของอำเภอบางเลน ที่ประสบภัยเช่นกัน วันนี้แม่น้ำท่าจีนรับน้ำจากแม่น้ำ เจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ผ่านเข้าประตูพลเทพ ผ่านประตูโพธิ์พระยา ๑๓๙ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที แล้วก็รับน้ำฝั่งตะวันตก ผ่านประตูน้ำเภาทะลาย ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง จนรวมน้ำเข้านครปฐมกว่า ๔๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไม่นับประตูพระยาบันลือที่ไม่ปรากฏ ในผังน้ำ ที่ไม่เคยรายงานให้กับคนท่าจีนได้รับรู้ แค่ปริมาณ ๔๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นครปฐมก็จมบาดาลเรียบร้อยแล้วครับ จึงอยากให้กรมชลประทานบอกตัวเลขที่แท้จริง แล้วก็อย่าซ้ำเติมคนลุ่มน้ำท่าจีนโดยการปิดตาข้างหนึ่งและบริหารการจัดการน้ำนะครับ เป็นการซ้ำเติมของคนลุ่มน้ำท่าจีนที่ปกติก็ไม่ได้มีเสียงในการบริหารจัดการน้ำ วันนี้ผมเป็น ตัวแทนในการส่งเสียงให้ถึงผู้บริหารให้ลดการระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีนและการจัดการน้ำ อย่างเป็นธรรมโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว ครับ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขต ตำบลปะโค อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ดังนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

กระผมได้รับคำร้องเรียนจากนายพิชัย นามสมบูรณ์ นายกเทศมนตรีตำบลปะโค ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตำบลปะโค อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งตำบลปะโคนี้เป็นตำบลใหญ่ มี ๑๗ หมู่บ้าน มีประชากร ๑๑,๐๐๐ กว่าราย ว่าหนองปะโคมีเนื้อที่อยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ถูกปล่อยให้ พื้นที่รกร้างว่างเปล่าตื้นเขิน หนองปะโคอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน เป็นแหล่งน้ำ สาธารณะที่มีความสำคัญต่อพี่น้องเกษตรกร ชาวประมง และการใช้น้ำอุปโภคบริโภคของ พี่น้องประชาชน แต่ปัจจุบันถูกปล่อยทิ้งรกร้างว่างเปล่า ขาดการดูแล ส่งผลให้เกิดปัญหา หลายด้าน ปัญหาตื้นเขินของแหล่งน้ำ มีการสะสมของตะกอนดินและเศษวัชพืช ทำความจุ และกักเก็บน้ำได้ลดลงอย่างมาก ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดฤดูกาล ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนและเกษตรกรอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะแหล่งน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำดิบ ของการประปาส่วนภูมิภาคที่นำไปใช้ถึงอำเภอโนนสะอาดและอำเภอกุมภวาปี ปัญหาวัชพืช และการรกร้างทำให้หนองน้ำเต็มไปด้วยผักตบชวา วัชพืชต่าง ๆ เป็นระบบนิเวศเสื่อมโทรม การสัญจรไปมาในทางน้ำทำให้ประมงชาวบ้านถูกจำกัด ผลกระทบในการใช้ประโยชน์ของชุมชน มีน้อยมากไม่สามารถจะใช้แหล่งน้ำเกษตรกรรมให้กับพี่น้อง การเลี้ยงสัตว์อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ปัญหาสิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค พื้นที่รกร้างตื้นเขิน กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและสัตว์ มีพิษจนกระทบต่อสุขภาพและพี่น้องประชาชน ดังนั้นกระผมขอให้กรมชลประทาน สังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนจัดงบประมาณเข้ามาดำเนินการขุดลอกหนองปะโค ทำลายวัชพืช และจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างเร่งด่วน เพราะพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ขอขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปะดิธ สังขจาย ครับ

นายปะดิธ สังขจาย พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปะดิธ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๕ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตนำปัญหาในพื้นที่ซึ่งเป็นปัญหาน้ำท่วมหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำที่ ๒,๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเกือบ ๑๐,๐๐๐ ครอบครัวในพื้นที่ของอำเภอผักไห่ อำเภอเสนา ได้รับผลกระทบ ได้รับความ เดือดร้อน มีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต มีความลำบากในการประกอบอาชีพ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ผมขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ช่วยกรุณาบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความทุกข์ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ริมน้ำ และไม่ส่งผลกระทบให้กับบ้านเรือนพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในบริเวณทุ่งรับน้ำด้วย อยากจะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่านว่าคนอยุธยาเข้าใจว่า น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำมันเป็นธรรมชาติ แต่สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ธรรมชาติครับ มันคือการบริหารจัดการน้ำที่ไม่เคยก้าวข้ามความล้มเหลว คนอยุธยาทำไมต้องเป็นพื้นที่ ที่รับเวรรับกรรมอยู่ทุกปี เราไม่เคยปฏิเสธน้ำท่วม แต่สิ่งที่เราพยายามเรียกร้องก็คือ การบริหารที่เห็นใจประชาชน ไม่ปล่อยให้เราต้องก้มหน้ารับกรรมปีแล้วปีเล่าอย่างนี้ อยากถามตรง ๆ ครับว่านี่คือน้ำท่วมหรือความล้มเหลวที่ท่านทิ้งไว้ให้คนอยุธยาแบกรับเอาไว้ ทุกปี

สุดท้าย ผมขอฝากความหวังกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อท่านแถลงนโยบายในสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะช่วยพิจารณาจ่ายเงินชดเชย เยียวยา ช่วยเหลือให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และที่สำคัญอยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วยหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในอนาคตต่อไปด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกัณวีร์ สืบแสง เชิญครับ

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม วันนี้ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องกับ ๕ ข้อเรียกร้องผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นท่านเดียวกัน ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล

ท่านประธาน เรื่องนี้เรียกว่าส่วยสัญชาติ ผมเพิ่งเดินทางไปอำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่ กับท่าน สส. สมดุลย์ อุตเจริญ ของพรรคประชาชน เขต ๗ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ต้องขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน แล้วก็ไปตามเรื่องเกี่ยวกับตามที่มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ที่ให้คนต่างด้าวที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย จำนวน ๔๘๓,๖๒๖ คน ได้รับสัญชาติ แล้วกระทรวงมหาดไทยนั้นจะต้องดำเนินการครับ แต่ว่ามีข้อกล่าวหาขึ้นมาถึง ทางท่าน สส. และตัวผมเองว่าได้มีการเรียกรับสินบน รับเงิน รับส่วยต่าง ๆ กับพี่น้องทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านประธานลองคิดดูเงินนี้ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ บาทจนถึง ๔๐,๐๐๐ บาท ถ้าเอาเป็นค่าเฉลี่ย ๔๘๓,๖๒๖ คนคูณไป ๕,๐๐๐ บาทต่อคน รวมแล้ว ๒,๕๐๐ ล้านบาท อันนี้คือเงินส่วยที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยที่ได้ทำการหากินกับสิทธิของบุคคลที่ควรจะได้รับ ใช้ไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอข้อเรียกร้อง ๕ ข้อไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ข้อเรียกร้องที่ ๑ กำจัดคอร์รัปชันตรงนี้เสีย ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เกิดขึ้น จังหวัดเชียงใหม่เริ่มแล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินมาตรการเรียบร้อยแล้ว ต้องปราบปรามคอร์รัปชันให้ได้

ข้อเรียกร้องที่ ๒ ถ้าจะปราบปรามคอร์รัปชันนี้ให้ได้ต้องสร้างมาตรการ จากส่วนกลาง ยกตัวอย่างของอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ท่านนายอำเภอที่ชื่อว่า ท่านสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอของสังขละบุรี ท่านได้มีมาตรการออกไปว่าพอมี รายชื่อแล้วส่งไปหาหมู่บ้าน ส่งไปหาชุมชน แล้วเขาเข้าไปหาชุมชนครับ กำหนดวันคิวต่าง ๆ ว่าเขาจะมาเรียกร้องอย่างไรบ้าง ได้ทำสัญชาติอย่างไรบ้าง ได้รับบัตรประชาชนวันไหนบ้าง ไม่ใช่ปล่อยช่องว่างไม่มีมาตรการใด ๆ ไม่เช่นนั้นก็จะมีเหลือบไรเข้ามาโกงกินเงินของพี่น้อง ประชาชน

ข้อเรียกร้องที่ ๓ ถ้าจะทำอย่างนั้นแล้วทำอำเภอเคลื่อนที่เข้าไปหาพี่น้อง ประชาชน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้าไปหาครับ ไม่ต้องให้พี่น้องประชาชน เข้ามาหาท่าน

ข้อเรียกร้องที่ ๔ ถ้าจะเข้าไปได้อย่างนั้นต้องให้ส่วนกลางนี้สนับสนุน งบประมาณ กำลังพล อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เขาสามารถดำเนินการได้

ข้อเรียกร้องสุดท้าย ชี้แจงกรอบดำเนินการให้ชัดเจน มติ ครม. มาวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ตอนนี้ได้เริ่มดำเนินการ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ ชี้แจงว่ากรอบดำเนินการ ที่จะให้สัญชาติ ให้บัตรประชาชนคนจำนวน ๔๘๓,๖๒๖ คนได้อย่างไร ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิพิธ รัตนรักษ์

นายพิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิพิธ รัตนรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๒ ก่อนอื่น กระผมต้องขออนุญาตหารือท่านประธานสภาสัก ๒ เรื่องครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของปัญหา การขาดแคลนแรงงานในพื้นที่เขต ๒ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบด้วย เมืองท่องเที่ยว อำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน ตำบลเกาะเต่า อำเภอดอนสัก และอำเภอ กาญจนดิษฐ์นั้น ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคืออุตสาหกรรมที่สร้างงาน สร้างรายได้ ปัญหาปัจจุบันนั้นคือแรงงานต่างด้าว แรงงานต่างชาติขาดแคลน ทำให้ ผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ด้านการเกษตร ด้านการประมง ด้านการก่อสร้างขาดแรงงาน มีความจำเป็น หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้อง เพิ่มจำนวนแรงงานให้กับความต้องการของพื้นที่ ปัญหามีอยู่ว่าช่วงนี้การใช้แรงงานต่างด้าว หรือผู้ประกอบการนั้นเป็นปัญหาของหน่วยงานภาครัฐในเรื่องของนายหน้าหรือ Broker ทำไม่ถูกต้อง สร้างความไม่เป็นธรรมในเรื่องของการขออนุญาต เป็นสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐ จะต้องดำเนินการหาวิธี ผมขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมการจัดหางาน ตลอดจนกระทรวงแรงงาน หาวิธีป้องกันความถูกต้องของการดำเนินการทางเอกสาร ในเรื่องของแรงงาน นายหน้า Broker ที่เรียกค่าใช้จ่ายกับแรงงานกับผู้ประกอบการมาก จนเกินไป นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาปัจจุบัน รัฐจะต้องเพิ่มจำนวนความต้องการให้เหมาะสม กับแรงงานนะครับ

ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาเรื่องการขาดแคลนด้านการศึกษาที่เกิดขึ้นในอำเภอ เกาะพะงัน มีโรงเรียนในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน ๓-๔ โรงเรียนซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง ไม่มี ผู้อำนวยการสถานศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา มีมานานแล้วครับ ๓ โรงเรียน ผมยกตัวอย่าง ในเขตของพื้นที่ตำบลบ้านใต้ โรงเรียนบ้านใต้ โรงเรียนบ้านหาดริ้น โรงเรียนบ้านท้องนายปาน ไม่มีผู้อำนวยการศึกษามานานแล้วครับ นี่คือเป็นผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง ในพื้นที่ เป็นผลกระทบในเรื่องการบริหารจัดการของโรงเรียน เรื่องของงบประมาณที่มีความ ต่อเนื่อง ผมอยากฝากท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตที่ในพื้นที่อำเภอ เขต หน่วยงาน กรม กอง กระทรวง กรุณาให้ความสำคัญ กับการศึกษาของเด็กและเยาวชนด้วย นี่เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขเร่งด่วน ผมขอขอบคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพมากครับ ขอบคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต้องขออภัยเมื่อสักครู่ขานชื่อท่านผิด ท่านพิพิธนะครับ ต่อไปท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนกระบี่ ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่ง สส. ลำพูน คุณวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก คุณเต๋อ กับผู้ใหญ่บ้าน คุณสมบูรณ์ แสนวิโรจน์ ผู้ใหญ่บ้านผาด่าน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน แจ้งมาเรื่องการขอใช้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขอให้ขยาย เขตไฟฟ้าไปด้วยในพื้นที่ ซึ่งกรมป่าไม้จะต้องให้ความร่วมมือในการอนุญาตในเขตพื้นที่ป่า

เรื่องที่ ๒ ผู้ใหญ่บ้านปงผาง หมู่ที่ ๑๔ ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัด ลำพูน เดือดร้อนเรื่องพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

เรื่องที่ ๓ ผู้ใหญ่บ้านป่าเลา คุณอาทิตย์ บอกว่าหมู่ที่ ๙ ตำบลทากาศ อำเภอ แม่ทา จังหวัดลำพูน แจ้งความล่าช้าการเดินสำรวจออกโฉนดซึ่งอยู่ในเขตป่า ขอให้ประสาน กรมป่าไม้เร่งดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดให้เรียบร้อยด้วย

เรื่องที่ ๔ ชุมชนประชาชน หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ขอให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งอดีต มีการเดินสำรวจ ส.ป.ก. ปัจจุบัน คทช. ในพื้นที่ ซึ่งก็มีธนาคาร มีโรงเรียนพิจารณาปฏิรูป ที่ดินด้วย

เรื่องที่ ๕ ปัญหาการตั้งโครงการเขื่อนแข็ง ที่อ้างป้องกันชายฝั่ง ที่อำเภอ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ที่หาดคอกวางและหลายพื้นที่ ขอให้กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งไปให้ความรู้กับผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ด่วน ๆ ก่อนที่จะมีโครงการทำลาย ชายหาด ทุบหม้อข้าวตัวเองเหมือนหลายชายหาดในพื้นที่ของประเทศไทย

เรื่องสุดท้ายครับ โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ที่สื่อมวลชนรายงานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินดันต่อนั้นเป็นโครงการที่ทำลายระบบนิเวศทางทะเลขนาดใหญ่ พื้นที่มรดกโลก และไม่คุ้มค่า ซึ่งแม้จะมีรายงานจากกรรมาธิการวิสามัญผ่านสภาไปแล้ว ก็ตาม แต่ในรายละเอียดบอกชัดว่าไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มทุน ขอให้พิจารณาทบทวนเรื่อง ดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ครับ

นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ อำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องด้วยกันครับ

ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันประจักษ์ ตาดเดิม นายกชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี และพี่น้องประชาชนชาวไร่หลักทอง พี่น้อง ประชาชนชาววัดโบสถ์ วัดหลวง เนื่องจากกรมชลประทานนั้นได้สร้างคลองส่งน้ำฝั่งขวา ยังไม่แล้วเสร็จทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ทำให้พี่น้องชาวนานั้นได้รับความเสียหาย ประมาณ ๑,๕๐๐ ไร่ แล้วยังทราบมาว่ากรมชลประทานนั้นยังออกแบบทำประตูระบายน้ำ ในคลองหลวงแห่งนี้ตรงบริเวณไร่หลักทอง คลองสภาพเดิมนั้นกว้างประมาณ ๑๕ เมตร แต่ได้ออกแบบทำเป็น ๒ ช่องเพียงช่องละ ๒ เมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมและยังไม่สามารถ ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้

อีกประการหนึ่งครับ เนื่องจากประตูระบายน้ำแห่งนี้เมื่อปี ๒๕๖๘ นั้น กรมชลประทานได้ตั้งงบไว้เพียง ๘,๙๐๐,๐๐๐ บาท พอมาปี ๒๕๖๙ ตั้งงบเป็น ๑๔ ล้านบาท ฝากท่านประธานทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงไปช่วยแก้ไข ให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ อย่างที่ผมได้เคยหารือกับท่านประธานสภาไป หมู่บ้านหนองปรือ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หมู่ที่ ๘ มีที่ป่าเสื่อมโทรมอยู่ประมาณ ๑,๖๒๘ ไร่ พี่น้อง ประชาชนนั้นไปขอน้ำ ขอไฟ ขอประปา ไม่สามารถที่จะขอได้เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีบ้านเลขที่ ผมได้หารือไปก็มีคณะกรรมการที่จังหวัดได้แต่งตั้งหรือรัฐบาลได้แต่งตั้งไป ก็ฝากท่านประธานทำหนังสือถึงคณะกรรมการหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนายกรัฐมนตรี คือคณะกรรมการจัดหาที่ดิน อนุกรรมการจัดหาที่ดิน อนุกรรมการ ส่งเสริมและพัฒนาที่ดิน และอนุกรรมการนโยบายจัดหาที่ดินจังหวัด หรือ คทช. ที่มีบทบาท มากที่สุด ก็ฝากท่านประธานทำหนังสือถึงหน่วยงานเพื่อออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ดังกล่าวด้วยครับ ขอขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ เชิญครับ

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๓ อำเภอเมือง และอำเภอโนนไทย พรรคประชาชน ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง ของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ เรื่องปัญหาน้ำท่วมชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งอำเภอเมืองมากกว่า ๑๐ ตำบล อำเภอโนนไทย และอำเภอโนนสูงด้วยครับ การเดินทาง คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และพืชผล ทางการเกษตรของพวกเขาเสียหาย แม้ว่าฝนจะตกหนักเพียง ๓๕-๙๐ มิลลิเมตรต่อ ๓-๔ ชั่วโมง ก็ทำให้น้ำท่วมถึงหัวเข่า บางบ้านน้ำท่วมถึงเอว และระบายไม่ทันค้างอยู่อย่างนั้นเป็นเวลา หลายวันนะครับ ปัญหานี้ทางจังหวัดก็ได้จัดตั้งคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ชุมชนจังหวัดนครราชสีมาขึ้นมาแล้ว โดยมี ปภ. จังหวัดเป็นเจ้าภาพและฝ่ายเลขานุการ และหน่วยงานราชการอื่น ๆ ทำงานร่วมกัน สอดประสานกัน แต่ข้อมูลก็ยังไม่เพียงพอ ในแต่ละตำบลต้องใช้บุคลากรและงบประมาณในการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับสูง ต่ำ ของพื้นดิน ทิศทางการไหลของน้ำ แปลนท่อระบายน้ำทั้งหมดของทุกตำบล ถนน รอยต่อ ร่องน้ำธรรมชาติและข้อมูลที่จำเป็นอื่น ๆ ที่จะช่วยลดการท่วมขังของน้ำได้ ผมได้เข้าประชุม กับทางจังหวัดและท้องถิ่นเพื่อหาแนวทางแก้ไข เลยอยากฝากท่านประธานครับ อยากฝาก ผ่านท่านประธานไปยังอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ช่วยพิจารณาโครงการป้องกัน และแก้ไขน้ำท่วมของ อปท. อำเภอเมือง อำเภอโนนไทย และอำเภอโนนสูงอย่างละเอียด ถี่ถ้วนด้วย และช่วยจัดสรรงบประมาณให้ อปท. เหล่านั้นด้วยครับ เพราะนี่เกี่ยวข้องกับชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนับแสนคนในจังหวัดนครราชสีมา ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านพิทักษ์เดช เดชเดโช เชิญครับ

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช จากลุ่มน้ำปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๑ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผมได้ลงไปติดตามการก่อสร้างประตูน้ำ คลองลัด ที่ตำบลบางพระ อำเภอปากพนัง ซึ่งได้รับงบประมาณในการขยายบานประตู จาก ๔ ช่องประตูเป็น ๘ ช่องประตูแล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดหายอยู่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย แก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ คือเขตเทศบาลเมืองปากพนัง จึงฝากอธิบดีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสร้างสถานีสูบน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองลัด จำนวน ๖ เครื่อง และขุดลอกคลองลัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ จากเดิม ๓๐ เมตรเป็น ๖๐ เมตรเป็นการเร่งด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากคลองบางไทร อำเภอปากพนัง มีปริมาณวัชพืชมากมาย จนสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และอีกไม่นานจะถึงช่วงฤดูฝนคลองเส้นนี้ เป็นคลองเส้นหลักที่จะระบายน้ำจากพื้นที่เกษตรกรลงสู่ทะเล ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ฝากสำนักงานชลประทานที่ ๑๕ กรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เร่งจัดหางบประมาณเครื่องจักรจัดเก็บวัชพืชเป็นการเร่งด่วน ที่เป็น ปัญหาหลักในขณะนี้คือช่วงจากวัดป่าระกำเหนือ ตำบลป่าระกำ ถึงวัดเกาะจาก ตำบลเกาะทวด ซึ่งถ้าไม่รีบจัดเก็บอีกไม่ช้าจะเข้าฤดูฝนและจะเป็นปัญหาในการระบายน้ำ

เรื่องที่ ๓ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายทรงไทย วิทวุฒิศักดิ์ นายกเทศมนตรี ตำบลหัวไทร เนื่องจากคลองหัวไทร ริมตลาดน้ำหัวไทรถึงสวนสาธารณะหัวไทร มีความตื้นเขินเป็นอย่างมาก ฝากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำปากพนังล่าง สำนักงาน ชลประทานที่ ๑๕ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการส่งเครื่องจักร ขุดลอกบริเวณคลองดังกล่าวด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

เรื่องที่ ๔ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวิเชียร สุวรรณสุทธิ์ ส.อบจ. อำเภอ ปากพนัง และนายวรวรรณ บินล่าเต๊ะ เนื่องจากไฟส่องแสงสว่างบนถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๔๐๑๓ ช่วงอำเภอปากพนัง ได้เกิดความชำรุดอย่างมากมาย ทำให้เกิดความเสียหาย กับพี่น้องประชาชนและการสัญจรไร้ทัศนียภาพ ตั้งแต่ช่วงหมู่ที่ ๑๗ บ้านเปี๊ยะ ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง ฝากสำนักงานทางหลวงที่ ๑๖ นครศรีธรรมราช กรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม เร่งตรวจสอบแก้ไขไฟส่องแสงสว่างบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๑๓ ช่วงอำเภอปากพนัง เป็นการเร่งด่วนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน ชาวบ้านกลางสระเกษ สืบเนื่องจากได้รับผลกระทบน้ำท่วมหมู่บ้าน แล้วก็ได้ไปปรึกษาหารือ หาแนวทางช่วยเหลือ เพราะว่าน้ำที่ท่วมบ้านเรือนของพี่น้องชาวบ้านกลางสระเกษมาจาก ลำเซบาย สืบเนื่องมาจากลำเซบายน้ำจะมาจากจังหวัดมุกดาหาร พี่น้องประชาชนเขาอยากได้ เขื่อนกั้นตลิ่งทั้ง ๒ ฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งซ้าย ฝั่งขวา ก็ขอฝากทางกรมโยธาธิการและผังเมือง และทางกรมชลประทานช่วยหาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จัดสรรงบประมาณ มาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากกำนันพรเทพ รูปหล่อ และผมก็ได้ลงไปเยี่ยม พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลังน้ำลด เพราะว่าน้ำลดลงข้าวก็เน่าเปื่อย ไร่นาพี่น้องที่ปลูกข้าว เป็นจำนวนมาก อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยเหลือหาแนวทางแก้ไข ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผู้ปลูกมันสำปะหลัง ตอนนี้ มันสำปะหลังกำลังงามและกำลังจะได้ถอน ราคามันสำปะหลังตกต่ำ อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ ช่วยหาแนวทางช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังด้วยครับ ขอกราบสวัสดีครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริน สงวนสิน ขอข้ามไปก่อนนะครับ เชิญท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ครับ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมุกดาหาร ผมมีเรื่องมาหารือท่านประธาน เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ผมอยากจะตั้งชื่อเรื่องว่าอายัดบัญชีป่วน แม่ค้าผวาขึ้นป้ายไม่กล้ารับโอนเงิน กลัวว่าจะกลายเป็นบัญชีม้า จะว่าไปบัญชีม้าวันนี้มันมีม้าหลายแบบครับ ไม่ว่าจะเป็นม้าดำ ม้าเทา แล้วก็เป็นบัญชีม้าแบบงง ๆ เราเรียกว่าม้างง ๆ นะครับ วันนี้ประชาชนตื่นตระหนก อย่างยิ่งเลยครับ เพราะโอกาสที่จะกลายเป็นบัญชีม้าขยับเข้าใกล้ทุกขณะ มีการตั้งคำถาม ถึงมาตรการจากภาครัฐ ที่เรียกว่าอายัดบัญชีนี่เป็นการอายัดโดยง่าย แต่เป็นการปลดล็อก โดยล่าช้า คือเวลาจะอายัดเร็วมาก แต่เวลาจะปลดล็อกล่าช้ามาก ต้องไปติดต่อตั้งแต่ร้อยเวร ไปโรงพัก ไปตำรวจ ปอท. ไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่อง สุดท้ายก็ยังไม่สามารถที่จะปลดล็อก จากการถูกอายัดบัญชีได้ ผมตั้งคำถามว่าทำไมคนไทยถึงกลัวการถูกอายัดบัญชี ๕ ข้อเร็ว ๆ

ข้อที่ ๑ มันมีเส้นแบ่งระหว่างการอายัดบัญชีที่ถูกต้องกับอายัดบัญชีเพียงเพื่อ สงสัย เส้นแบ่งมันบางมากทำให้ประชาชนตื่นตระหนก

ข้อที่ ๒ การเป็นบัญชีม้า เขาบอกว่าลักษณะบัญชีม้าคือบัญชีที่ไม่ค่อยมี เงินอยู่หรอกครับ แต่เมื่อไรก็ตามที่มีเงินโอนเข้ามาปุ๊บมันจะโอนออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งลักษณะบัญชีแบบนี้มันคล้ายกับบัญชีของคนไทยหลายคนทำให้คนไทยตื่นตระหนก

ข้อที่ ๓ ระบบอายัด ระบบจัดการปลดอายัดยังไม่ชัดเจน ทำให้ประชาชน เกิดความสับสนก็เลยแห่ไปปิดบัญชีหรือถอนเงินออกจากบัญชี

ข้อที่ ๔ ข่าวสาร การเผยแพร่ข่าวออนไลน์ต่าง ๆ ต้องควบคุม ไม่เช่นนั้น ประชาชนจะตื่นตระหนก

และข้อที่ ๕ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันไม่ให้การถูกอายัดบัญชีนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ คนไทยหวาดกลัวจนไม่กล้าใช้เงิน ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสิริน มาหรือยังครับ ถ้าไม่มาเดี๋ยวมาต่อท้ายนะครับ ต่อไปท่านอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย เชิญครับ

นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาชน ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่อง โดยทั้ง ๒ เรื่องมีความเกี่ยวข้องกันและปัญหานี้ก็เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ทั้งประเทศเลยนะครับ

เรื่องแรก ปัญหายาเสพติด น้องใหม่มาแรงในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งก็คือ ยาลิ้นฟ้าหรือยา Rohypnol 542 เมื่อเสพแล้วจะมีสีฟ้าของยาติดที่ลิ้น ตอนนี้กำลังระบาดหนัก ในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น และนักเรียน มีการจับกลุ่ม รวมตัวกันมั่วสุมร่วมกับการเสพยาบ้า และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ท่านประธานครับ ยานี้เป็นยาระงับประสาท เป็นยาควบคุม จ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น ระยะสั้นจะทำให้ขาดสติ อย่างไม่กี่วันมานี้ที่ตำบลลาดใหญ่ จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเหตุทะเลาะวิวาท มีการทำร้ายร่างกายกัน และย้อนไปเมื่อปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ เกิดเหตุลูกฆ่าแม่ ที่ตำบลบางจะเกร็ง และเกิดเหตุเพื่อนคลุ้มคลั่งจุดไฟเผา เพื่อนตัวเอง ที่ตำบลบางจะเกร็งและตำบลแหลมใหญ่ ยาชนิดนี้นอกจากจะทำให้ขาดสติ จนนำไปถึงการลักทรัพย์และการเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะซึ่งเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ระยะยาวจะส่งผลให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วยจิตเวช และนี่คือปัญหาสังคมอีกปัญหาหนึ่งในจังหวัด สมุทรสงคราม และผมคิดว่าจังหวัดอื่น ๆ ก็เป็นปัญหานี้เหมือนกันนะครับ

ท่านประธานครับ เราจะพบผู้ป่วยจิตเวชไร้บ้าน หรือมีบ้านแต่ครอบครัว ไม่สามารถจัดการได้ออกมาเร่ร่อนตามท้องถนน ในตลาด หรือแหล่งชุมชน บางราย ก็อยู่ในวัด อยู่ศาลาป้ายรถเมล์ หน้าร้านสะดวกซื้อ และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ที่จังหวัด สมุทรสงครามมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแจ้งมาคือบริเวณหน้าธนาคารแห่งหนึ่ง ใกล้ท่ารถสาธารณะ ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวคือตลาดร่มหุบ ไม่เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ ที่ไม่ดี รวมถึงสุขอนามัยที่ไม่ดีเท่านั้น สิ่งที่ประชาชนกังวลและหวาดกลัวคือความปลอดภัย โดยเฉพาะเด็ก สตรี คนชราที่ต้องเดินผ่านจุดนี้ เหตุการณ์ที่เจอบ่อย ๆ ก็คือคนเร่ร่อนจิตเวช จะตะโกนโวยวาย พูดจาข่มขู่ หรือบางครั้งถึงขั้นถืออาวุธเข้ามาทำร้ายร่างกายนะครับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก็จะจัดการได้ สักพักหนึ่งเขาจะหายตัวไปแล้วก็วนเวียนกลับมา จุดเดิมอีกครั้งหนึ่ง การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยหลายหน่วยงานร่วมกัน ผมจึงขอให้ ท่านประธานประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม ให้บูรณาการร่วมกันจัดการปัญหายาเสพติด ปัญหา คนเร่ร่อน ผู้ป่วยจิตเวชที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศอย่างยั่งยืนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เชิญครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย เรื่องแรก เป็นปัญหา ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในเขตนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดสตูล ซึ่งปัญหาจะถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน

ส่วนที่ ๑ ก็คือส่วนกลุ่มที่ชื่อผู้อยู่อาศัยตรงกับชื่อผู้ครอบครองตามเอกสาร ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้เมื่ออยู่จนครบระยะเวลาหนึ่งก็สามารถที่จะขอออกเอกสารสิทธิได้ แต่ปัญหา ก็คือว่ากระบวนการในการออกเอกสารสิทธิล่าช้ามาก บางคนยื่นไปแล้วเรื่องเงียบหายไป หลายปีก็มี พอผู้ครอบครองคนใหม่มาก็มาว่ากันใหม่ มาเริ่มกันใหม่ จึงอยากจะให้ทาง กระทรวงได้มีการเร่งรัดกระบวนการในการออกเอกสารสิทธิ และขอให้มีระบบในการติดตาม กระบวนการที่ติดตามได้อย่างชัดเจนด้วยนะครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่ชื่อผู้อยู่อาศัยไม่ตรงกับชื่อเอกสารครอบครอง ซึ่งผมเข้าใจดีว่าที่ดินนิคมไม่สามารถซื้อขายได้ แต่เมื่อในวันนี้มีการเปลี่ยนมือ มีการเปลี่ยน ผู้ใช้ประโยชน์ไปแล้ว และเวลาก็ล่วงเลยมานานหลายสิบปีแล้ว ถ้าเกิดจะมาบังคับใช้ กฎหมายจริง ๆ ก็คงเกิดความเสียหายในภาพรวมสูงมาก และกระบวนการก็ค่อนข้างที่จะมี ความซับซ้อน จึงอยากจะให้กระทรวงได้มีการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับ ผู้ที่ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นิคมด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือได้มีตัวแทนกลุ่มลูกจ้างของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีจำนวน หลายหมื่นคนที่ได้ถูกเปลี่ยนสภาพการจ้างเป็นลูกจ้างเหมาบริการ กลุ่มนี้มีความกังวล เรื่องของสิทธิพื้นฐาน รวมไปถึงสิทธิประกันสังคม ซึ่งลูกจ้างเหมาบริการจะไม่ได้รับสิทธิ เหล่านี้ ส่วนหนึ่งในเรื่องสิทธิพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวันหยุด วันลา วันลาคลอด วันหยุด ตามประเพณีทั้งหลาย ผมเองก็ได้เป็นผู้ยื่นแก้ไขกฎหมายและมีโอกาสได้เป็นประธาน ในการแก้กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะเสร็จเรียบร้อย จะประกาศใช้ในเร็ววันนี้แล้ว แต่ก็ยัง เหลือในส่วนหนึ่งก็คือในส่วนของประกันสังคม ก็อยากจะให้ทางสำนักงานประกันสังคมได้ หาแนวทางในการเพิ่มกลุ่มบุคคลเหล่านี้เพื่อที่ให้เขาได้รับสิทธิประกันสังคมด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกุลวลี นพอมรบดี เชิญครับ

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องได้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและเพื่อการบริโภค ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในฤดูแล้ง ดังนี้

จุดแรก ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับท่านพันธุ์เทพ โกมารกุล ณ นคร ท่าน ผอ. โครงการชลประทานราชบุรี ท่านอดุลย์ คงสว่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าราบ และท่าน สจ. ภิเษกศักดิ์ ศักดิ์สมบูรณ์ บริเวณหมู่ที่ ๕ ประตูน้ำคลองท่อใน ตำบลท่าราบ โดยขอให้ชลประทานได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำบริเวณนี้เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำแม่กลองเข้ามาเติม ที่คลองท่อใน คลองท่อนอก หนองรี โดยน้ำจะลอดท่อใต้ถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข ๔ เข้าไปที่หนองกระทุ่ม คลองท่าวัว และคลองสามเรือน บางป่า ขอคลิปด้วยนะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

โดยการก่อสร้างสถานีสูบน้ำบริเวณนี้ จะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตำบลท่าราบ สามเรือน พิกุลทอง อำเภอเมืองราชบุรี ได้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง อีกทั้งปัจจุบันนี้ประตูน้ำจุดนี้จะเป็นระบบมือหมุน ก็ขอให้ชลประทานดำเนินการเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าให้ด้วยค่ะ

จุดที่ ๒ ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับท่านสินาด รุ่งจรูญ ท่านนายกเทศบาลตำบล หลักเมือง ท่าน สท. รวมถึงท่าน ผอ. โครงการชลประทานราชบุรี โดยขอให้ชลประทาน ได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำพญาไม้ หมู่ที่ ๒ ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี เพื่อสูบน้ำ ในแม่น้ำแม่กลองเข้ามาเติมที่คลองขุดลัด ช่วงตำบลพงสวาย-บางป่า เนื่องจากบริเวณ คลองขุดลัดทั้ง ๒ ฝั่งจะเป็นพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวดังที่ท่านได้เห็นตรงนี้ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ของจังหวัดราชบุรีที่มีความต้องการใช้น้ำในปริมาณที่มาก

จุดที่ ๓ ดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับท่านปณัสญา เนียมรักษา ท่านนายก องค์การบริหารส่วนตำบลสามเรือน และท่านพงษ์บริบูรณ์ กลางบุรัมย์ ท่าน ผอ. โครงการ ส่งน้ำและบำรุงรักษาราชบุรี ฝั่งซ้าย โดยขอให้ชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างกำแพง กันดินสไลด์ บริเวณหลังวัดโพธิ์ราชศรัทธาธรรม ด้านฝั่งขวาทางของคลองสายใหญ่บางป่า กิโลเมตรที่ ๑๓+๒๔๐ ถึง ๑๓+๗๐๐ และด้านหลังวัดเกาะเจริญธรรม ทางด้านขวาทาง และซ้ายทางของคลองสายใยบางป่า กิโลเมตรที่ ๑๐+๓๒๐ ถึง ๑๐+๘๗๐ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการส่งน้ำและป้องกันไม่ให้ตลิ่งและถนนเลียบคลองพังด้วย จากตรงที่ได้โชว์ ในคลิปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

ขอบคุณครับ มีตกหล่นอีกไหมครับ ครบทุกท่านแล้วในการปรึกษาหารือ จบการปรึกษาหารือ ต่อไป จะเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๖ คน

นายไชยา พรหมา (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุม จำนวน ๒๙๗ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ดังนั้น ผมขอเปิดการประชุม และดำเนินการตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ มีดังนี้

๑. รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน จำนวน ๔ ฉบับ ดังนี้

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติให้ ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน จำนวน ๔ ฉบับ ดังนี้

(๑) ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘

(๒) ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมด ความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. .... นับตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘

(๓) ร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นับตั้งแต่ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘

(๔) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นับตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๘

จึงเรียนให้ที่ประชุมได้ทราบ

๒. รับทราบผลการพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสาม นั้น เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๘ รับทราบ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเหตุผลตามข้อสังเกต เป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัตินี้ในการประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และมอบหมาย ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักรับข้อสังเกตไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสรุปการพิจารณาหรือผลการดำเนินการส่งให้สำนักงาน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ ท่านสมาชิกแล้วนะครับ

ทั้งนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่แจ้งไปยังคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทราบด้วย

จึงแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ดังนั้นจึงขอเชิญ คณะกรรมาธิการได้เข้าประจำที่ครับ

ด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและลงมติว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ประกอบข้อบังคับ ข้อ ๑๓๗ วรรคสาม

กรณีที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีความเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ จะได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ต่อไป แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ไม่ว่าอีกสภาหนึ่งจะได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นแล้วหรือไม่ ก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไว้ก่อน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓)

ในการนี้ผมขออนุญาตให้นายศรศักดิ์ ตันติวรวิทย์ นักกฎหมายกฤษฎีกา ชำนาญการพิเศษ กองกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญประธาน คณะกรรมาธิการได้แถลงครับ ขอเชิญครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมขออนุญาต นำสิ่งดี ๆ โอกาสดี ๆ มาเสนอสภาเพื่อเป็นของขวัญให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวประมงซึ่งเขาเดือดร้อนมาเป็นเวลานับสิบปี ผมขออนุญาตเล่าเรื่องเดิมแป๊บเดียวก็คือว่า เมื่อ ๑๙ มีนาคมนี้เองเราก็เพิ่งเห็นชอบไป เมื่อ ๑๓ มีนาคมก็ให้มีคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นมา เราได้ประชุมกัน ๒ เดือน อยากจะเรียนว่าด้วยความกรุณาของทั้ง ๒ สภาโดยผ่านคณะ กรรมาธิการเราสามารถรอมชอมทำความเข้าใจกันได้ สามารถเห็นด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่ายโดยไม่มี การลงมติแม้แต่นิดเดียวทั้ง ๖ มาตรา ผมขออนุญาตท่านประธาน Brief ให้ที่ประชุมฟัง ไม่เกิน ๑๐ นาที เพื่อที่ว่าเมื่อเลขาธิการสภาอ่านแล้วท่านก็จะได้ไม่ต้องซักถามมาก เอาอย่างนั้น แล้วกันนะครับ มาตราที่เราพิจารณากันมีแค่ ๖ มาตรา แล้วก็มี ๑ ข้อสังเกต มาตราแรก เราเรียกว่ามาตรา ๑๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคำว่าทะเลสาบ ก็มองดูว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ทางฝ่าย สส. บอกว่าไปใส่ทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นสรรพนาม ทาง สว. ก็บอกไม่ต้องไปใส่ อย่างนั้น ดีกว่า สุดท้ายแล้วก็เปลี่ยนแปลงว่าทะเลสาบที่ติดทะเล อะไรที่เป็นทะเลสาบแล้วติดทะเล ก็อยู่ในกฎหมายนี้จะชื่ออะไรก็ช่าง เพราะว่าแม้แต่ทะเลสาบสงขลาวันหน้าอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เราก็ตกลงกันว่าต่อไปนี้ใช้คำว่า ทะเลสาบที่ติดทะเล แทนคำว่า ทะเลสาบสงขลา ง่าย ๆ มาตรา ๑๔

พอมาตรา ๑๘ เป็นเรื่องของกรรมการ ในเรื่องมาตรการทางปกครอง แต่เดิม สส. ให้อำนาจอธิบดี ทาง สว. ให้อำนาจคณะ เราก็ตกลงกันว่าเรื่องมาตรการทางปกครอง มันสำคัญนะเพราะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการยึดอายัดเรือ เรือเมืองไทยเป็นเรือไม้ไปอายัด จอดไว้เฉย ๆ รั่ว ในที่สุดก็เสียหายเป็นหลายพัน หลายหมื่นลำ เราก็ตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้น ไม่ให้อำนาจอธิบดีคนเดียวแล้ว ให้อำนาจคณะกรรมการก็แล้วกัน แปลว่าต่อไปนี้เมื่อไรก็ตาม ที่จะใช้อำนาจทางด้านการปกครองเกี่ยวกับเรื่องเรือให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการแทน อธิบดี นี่คือมาตรา ๑๘ นะครับ

มาตรา ๒๔ นี่ข้อ ๓ แล้วนะครับ เรื่องสัตว์น้ำหายาก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันนี้เป็นเงื่อนไขของสหรัฐอเมริกา แต่เดิมถ้าไปติดเรือใคร ใครจับขึ้นมานี่ผิดหมด ทางด้าน สส. ก็บอกว่าให้ช่วยเหลือได้ ทางด้าน สว. ก็เกรงว่าเดี๋ยวจะมีใครแอบไปจับขึ้นมา ใครอยากจะกินปลาวาฬขึ้นมา ก็ต้องทำความเข้าใจกันมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกนะครับ ก็เลยเปลี่ยนใหม่ว่าต่อไปนี้ถ้าไปเจอสัตว์น้ำที่หายากเลี้ยงลูกด้วยนม ถ้าเป็นเงื่อนไขของ สหรัฐอเมริกา ชาวประมงสามารถปล่อยออกไปได้ ช่วยเขาแล้วปล่อยไปได้ หรือ ๒. เอามาที่ โรงพยาบาลได้ ซึ่งประเทศไทยมีโรงพยาบาลอยู่ที่ภูเก็ต ซึ่งเรื่องนี้พอข่าวออกไปว่ากฎหมายใหม่ เปลี่ยนอย่างนี้เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วมีปลาวาฬตัวเบ้อเร่อเลยติด ชาวประมงจากเรือหลายลำ ก็มาช่วยกัน ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง ๔ ชั่วโมงปล่อยปลาวาฬตัวนี้ ก็ต้องเรียนว่าการแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้ของประเทศไทยดังข้ามโลกไปเรียบร้อยแล้วสนะครับ

ทีนี้มาตรา ๒๘ อันนี้เถียงกันหนักหน่อย ที่เถียงกันหนักหน่อยก็เพราะว่า ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมน้ำปลาที่มีชื่อเสียงมาก เรียกว่า Soft Power ก็เกี่ยวกับเรื่อง ปลากะตัก ปลาสายไหม มีเงื่อนไขอะไรเยอะแยะนะครับ เขียนไปเขียนมาอุตสาหกรรม น้ำปลาจะเจ๊งเอา เราก็เลยมาตกลงกันเขียนใหม่ว่าอวนขนาดเล็กที่ต่ำกว่า ๒.๕ จะจับ กลางวัน กลางคืน ที่ไหนก็จับไปเถอะ อันนี้ข้อ ๑ ข้อ ๒ คือว่าถ้าจับกลางคืน ซึ่งแปลว่า ต้องใช้ไฟ ไม่ให้ใช้ ถ้าเกิดจะใช้จริง ๆ ข้อแรก ต้องเป็นการกระทำทางวิชาการ ข้อ ๒ ก็คือว่า ถ้าเป็นทางพาณิชย์ต้องทำการศึกษาเป็นการใหญ่ ต้องเอาคนที่เกี่ยวข้องมาเกี่ยวข้องด้วย ต้องถามผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วก็ทุก ๒ ปีต้องปรับระเบียบที ก็ตกลงกันอย่างนี้ เพื่อดำรง อุตสาหกรรมน้ำปลาไว้ในประเทศ แล้วก็รักษาปลาขนาดเล็กซึ่งเน้นไปที่ปลากะตักกับปลา สายไหม นี่ไป ๔ ข้อนะครับ

ข้อที่ ๕ คือมาตรา ๒๕ เป็นเรื่องของความผิดร้ายแรง ทีนี้ความผิดร้ายแรง ใครไปทำความผิดร้ายแรงที่เป็นเรื่องของอาญานี่ผิดแล้วผิดเลยก็ต้องถูกฟ้องไป แต่ว่าถ้าเป็น เรื่องการปกครองไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการยึดอายัดเรือ ทีนี้ยึดอายัดเรือเป็นอาชีพ ชาวประมง ไม่มีเรือก็ไม่ใช่ชาวประมงแล้ว กฎหมายเดิมบอกว่าถ้าทำผิด ๒ ปี ๒ ครั้งก็จะลงโทษ ทาง สว. บอกไม่ได้ผิดครั้งเดียว เพราะเกรงว่าทางอียู ซึ่งไม่ควรจะมายุ่งกับเรา อันนี้กฎหมายประเทศไทย จะว่าเอานะ สุดท้ายเราก็ตกลงกันด้วยความเมตตา ด้วยเมตตาธรรม และด้วยความจริงว่า ในเรื่องความผิดร้ายแรงทางด้านการปกครองนี้ยอมให้ทำผิดได้ครั้งหนึ่งให้อภัยเพราะไม่ถือว่า ชาวประมงเป็นโจร เป็นอาชญากร อันนี้ก็ต้องขอบพระคุณในความกรุณา

สุดท้าย มาตรา ๗๐ กฎหมายฉบับนี้จะสมบูรณ์ได้ต้องมีกฎหมายรอง ประมาณ ๓-๔ ฉบับ แต่เดิมเขียนไว้ว่าให้เวลาทางราชการผ่าน ครม. ไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กรมประมง ๒ ปี เราก็ลดเหลือ ๑ ปี เพราะว่าในเมื่อสภาทั้ง ๒ แห่งเขาอุตส่าห์ พยายามทำอย่างเต็มที่ก็ไม่ควรจะมาติดที่ข้าราชการประจำนานขนาดนี้

นี่ก็เป็น ๖ ข้อที่เราตกลงกันโดยไม่มีการโหวต ซึ่งผมต้องขอบคุณไปที่วุฒิสภา เป็นหลักนะครับ

ทีนี้สุดท้ายข้อสังเกต ซึ่งก็สำคัญมาก จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย อันแรกก็คือว่าต่อไปนี้ ผมอธิบดีกรมประมงเก่า แต่เดิมเขาเรียกกรมการประมง ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Fishery มีคำว่า y แปลว่าทำการประมง ๗๐-๘๐ ปีที่แล้วท่านบอกว่าเปลี่ยนแล้ว ให้ใช้กรมประมงแทน เอา การ ออก Fishery y เปลี่ยนเป็น ies แปลว่าวิชาการ เพราะฉะนั้น จึงเน้นว่าต่อไปนี้การบริหารจัดการการประมงไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้นให้อิงงานวิชาการ เป็น Philosophy

ข้อ ๒ แต่ไหนแต่ไรมาการอนุญาตทำการประมงของประเทศไทยใช้ระบบ ไทย ๆ ก็คือว่าห้ามเครื่องมือนี้ ห้ามเวลานี้ ห้ามสถานที่นี้ เป็นต้น ซึ่งก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง อย่างที่ ท่านเห็นมา แต่อย่าลืมว่าดีบ้าง ไม่ดีบ้างนี่ ประเทศไทยเคยเป็นลำดับ ๑ ของโลก แต่ตอนนี้ มีระบบ MSY นำเข้ามาใช้ เขาเรียก Maximum Sustainable Yield คือการจับปริมาณที่ให้ ได้สูงสุดแต่ Sustainable ก็คือว่าคงทนถาวร ก็เลยเปลี่ยนว่าต่อไปนี้ให้มาเน้นที่ระบบโควตา Maximum Sustainable Yield การจับอย่างถาวรนี่โควตา หมายความว่าต่อไปนี้ชาวประมง นาย ก นาย ข นาย ค นาย ง ต่อไปนี้คุณมีสิทธิเท่านี้ เช่น มีสิทธิ ๕ ตัน ๗ ตัน ๑๐ ตัน อะไรไป ซึ่งอันนี้เป็นระบบที่ทั้งโลกเขาทำอยู่ แต่ว่าไทยเรายังทำไม่ได้เพราะมันยาก เพราะเรามี เขาเรียกอะไรครับ เราอยู่ใน Tropical มี Biodiversity สูง คือมันมีหลากพันธุ์ แต่ว่าความยากจะต้องไม่ใช่เงื่อนไขของราชการไทยหรือคนไทย อย่างไรเราก็ต้องทำได้ เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นข้อสังเกตสุดท้ายของเราซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการประมง

ทีนี้ผมกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่าถ้าท่านอยากจะให้ผมพูดเดี๋ยวนี้ ผมก็พูด แต่ดูมันจะเร็วไป อยากจะพูดตอนจบมากกว่า เพราะว่านอกเหนือจากกฎหมาย ฉบับนี้แล้วยังน่าจะมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือการประมงนอกน่านน้ำเกิดขึ้นมา ซึ่งเราทำ ทันแน่ก่อนยุบสภานี้ เอาไว้ขอตอนหลังดีกว่าครับ ตอนขอบคุณแล้ว ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหา ว่าผมขี้ตู่ว่าท่านอนุมัติไปแล้วนะครับ ก็กราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร ขอบพระคุณ กรรมาธิการ ฝ่าย สส. และฝ่าย สว. ซีกโน้นที่ได้กรุณาชาวประมง ผมพูดแทนชาวประมงได้ เพราะผมเป็นชาวประมง ผมเป็นอธิบดีกรมประมงในยุคที่ประเทศไทยรุ่งเรืองที่สุด ด้วยความ กรุณาของท่านวันนี้เราจะกลับไปสู่การเป็น Number 1 ของโลก เราจะเป็นเจ้าสมุทรอีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณมากครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการนิดหนึ่งครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาต นิดเดียวครับ ขอขอบคุณ แล้วก็ยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าสัมมนาและเจ้าหน้าที่โครงการ จากคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการ แบบบูรณาการ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๑๐๐ คน ที่เข้าเยี่ยมชมการประชุมสภา ด้วยความ ยินดียิ่งครับ และอีกคณะหนึ่ง คณะนักเรียน ระดับประถมศึกษา ปีที่ ๕ ปีที่ ๖ และครู ที่ปรึกษา โรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้กลับไปแล้ว ขอบคุณมากครับที่ให้ความสนใจกับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน วันนี้สภาของเรากำลังจะร่วมกันผ่านกฎหมายประมง ได้เวลาที่เราจะคืนชีวิต ฟื้นศักดิ์ศรีให้กับ ชาวประมง ในนามที่ผมเป็นตัวแทนกรรมาธิการ สัดส่วนสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอบคุณ ทุกพรรคการเมือง ขอบคุณไปทางวุฒิสภา และขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ได้ช่วยกันจนเรากำลังจะผ่านกฎหมายครั้งนี้ การทำงานร่วมกัน ๒ สภาในครั้งนี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าเราวางฝ่ายข้างทางการเมืองลง เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนเป็นตัวตั้ง เราใช้พื้นที่ของสภาคลี่คลายความขัดแย้ง สามารถพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล หาทางออกจนเป็นที่เห็นพ้องต้องกันได้ ภาพรวมการแก้ไขกฎหมายประมงครั้งนี้ทั้งฉบับ จะช่วยคลี่คลายปัญหาให้พี่น้องชาวประมง สำหรับกรรมาธิการร่วม ๖ มาตรา ดังที่ท่านประธาน ได้กล่าวไป เราสามารถหาทางออกอย่างเห็นพ้องต้องกันได้ทั้ง ๖ มาตราโดยไม่ต้องโหวต แม้แต่มาตราเดียว แม้แต่มาตรา ๖๙ ที่มีความเห็นต่างหลากหลายเราก็หาทางออกให้เป็นที่ ยอมรับร่วมกันได้ และที่สำคัญก้าวสำคัญที่เราได้ผลักดันร่วมกัน โดยเฉพาะท่านประธาน ได้ให้แนวทางเอาไว้ก็คือการเปลี่ยนโควตาวันทำการประมงเป็นโควตาปริมาณการจับ ซึ่งจะเป็น การลดการจับสัตว์น้ำวัยอ่อนลงไปได้ กฎหมายประมงที่เราใช้กันอยู่ใช้กันมาจากยุค คสช. ทำร้ายชาวประมงมานับสิบปีด้วยโทษที่สูงเกินกว่าเหตุ ขังประมงพื้นบ้านไว้ในเขตทะเล ชายฝั่ง และอีกหลายมาตราที่สร้างปัญหา ไม่เข้าใจวิถีชาวประมง นั่งเทียนเขียนกฎหมายกัน แบบที่ชาวประมงส่วนใหญ่ไม่มีส่วนร่วม วันนี้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะได้ร่วมกัน เขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของการประมงไทยร่วมกัน แก้กฎหมายประมงด้วยการรับฟังเสียง ชาวประมงและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ให้ทุกเสียงมีความหมาย สะท้อนผ่านทุกอักษรในตัวบทกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ บนหลักการที่เข้าใจวิถีชีวิตการทำมาหากินของพี่น้องชาวประมงทุกเครื่องมือควบคู่ไปกับ หลักการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนครับ เราแก้ไขบทกำหนดโทษต่าง ๆ ลดโทษลงให้ได้สัดส่วน เน้นป้องปรามเพื่อรักษาทรัพยากร แต่ไม่ลงโทษหนักจนชีวิต ชาวประมงล่มสลายเหมือนเมื่อก่อน ประมงพื้นบ้านจะไม่ถูกขังอยู่ภายในเขตทะเลชายฝั่ง อีกต่อไป ออกทำการประมงได้ไกลเท่าที่ไปไหว แม้แต่มาตรา ๖๙ ว่าด้วยข้อกำหนดการใช้ อวนล้อมจับปลากะตักที่เป็นข้อถกเถียง มีความเห็นต่างหลากหลาย เราก็ได้ใช้พื้นที่ กรรมาธิการร่วม ๒ สภาหาทางออก โดยยึดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่จะต้องได้รับการยอมรับ จากทุกฝ่ายจึงกำหนดให้มีการศึกษา วิจัยก่อน จึงประกาศกำหนดว่าจะให้ทำหรือไม่ให้ทำ การประมงในเวลากลางคืน ด้วยข้อกำหนดที่ต้องอิงตามผลการวิจัย ซึ่งกรรมาธิการเราก็ได้ ระบุในข้อสังเกตว่าให้การทำวิจัยต้องมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจริง ๆ แล้วเมื่อมีผลวิจัย ออกมาแล้วการประกาศกำหนดต่าง ๆ ให้ออกมาเป็นเช่นไรก็ต้องผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริงจากทุกฝ่าย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้การดำเนินการ ของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ก่อนที่รัฐมนตรีจะประกาศกำหนดและกำหนด ให้ทบทวนทุก ๆ ๒ ปี

อีกข้อสังเกตที่ท่านประธานได้กล่าวไปแล้ว นี่คือก้าวสำคัญจริง ๆ ที่เรา เพิ่มขึ้นมาในการบริหารจัดการการทำประมงอย่างยั่งยืนคือการเปลี่ยนระบบการจัดสรร โควตาวันทำประมงตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตให้เป็นระบบโควตา ปริมาณการจับสัตว์น้ำ โดยอิงข้อมูลทางวิชาการ ทางวิทยาศาสตร์ และหลักปริมาณผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืนหรือ MSY ซึ่งจะส่งผลให้ทุกเครื่องมือชาวประมงจะเลือกจับสัตว์น้ำเป้าหมายมากขึ้น ลดการจับสัตว์น้ำ วัยอ่อนที่ติดมาด้วยให้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลต่อการรักษาทรัพยากรทางทะเลให้เรามีกุ้งหอยปูปลา เหลือเพียงพอ ให้ทำการประมงอย่างยั่งยืนได้มากขึ้น จากนี้ไปเราจะร่วมกันกำกับดูแล การออกประกาศกำหนดต่าง ๆ และการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ เพื่อให้ พี่น้องชาวประมงทำมาหากินได้อย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมกับช่วยกันดูแลทรัพยากรทางทะเล ให้เหลือกินเหลือใช้เพื่อลูกหลานของเรา ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะชาวประมง ๒๒ จังหวัดชายทะเล นำโดยสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร จำนวน ๕๐ คน ซึ่งกำลังฟังการประชุมอยู่ชั้นบนขณะนี้ ขอต้อนรับนะครับ ขอขอบคุณที่ท่านได้มาชมสภาและฟังการประชุมวันนี้ ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ

ต่อไปจะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ ซึ่งขณะนี้ได้ลงชื่อไว้ ๒ ท่าน เชิญท่านแรกก่อนนะครับ ท่านศักดินัย นุ่มหนู ครับ

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน วันนี้สภาแห่งนี้ จะได้พิจารณากฎหมายประมงกันอีกครั้งหนึ่งในประเด็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการ ร่วมกันของ ๒ สภา แล้วก็กำลังเข้าสู่การพิจารณาตัดสินใจครั้งสำคัญของสภาแห่งนี้ แต่ก่อนอื่น ผมขออนุญาตที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ชมภาพต่าง ๆ เหล่านี้สักเล็กน้อยก่อน ขอสไลด์ภาพ ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เป็นภาพเรือของพี่น้องชาวประมงไทยของเรา ที่จอดนิ่งสนิทกันอยู่อย่างนี้นะครับ เป็นเรือที่ถูกยึด ถูกตรึง แล้วก็จอดพังกันแบบนี้เลย นี่คือ ชีวิตที่เจ็บปวดของพี่น้องชาวประมง มีอยู่ตลอดแนวชายฝั่งทะเล ๒๒ จังหวัดของประเทศไทย เราจะเห็นอยู่กันมากมาย อันนี้เป็นท่าสำหรับการที่จะขึ้นปลามาจับจ่ายตลาดปลาก็ซบเซา เงียบเหงา และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าวันนี้ทำไมที่ประชุมสภาแห่งนี้จำเป็นที่จะต้องโหวตรับร่าง เพื่อให้กฎหมายประมงนี้ได้ผ่านสภานะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากภาพทั้งหมดที่เราเห็นกฎหมายประมงที่มีการประกาศใช้ เมื่อปี ๒๕๕๘ เป็นกฎหมายที่มีเจตนาที่ดีเพื่อที่จะรักษาทรัพยากร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา การทำประมงที่ผิดกฎหมาย หรืออย่างที่เราเรียกกันว่า IUU Fishing ที่จะรักษาทรัพยากร สมบัติของชาติ แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เกิดจากเสียงของพี่น้องที่ออกเรือ ไม่ได้เกิดจากคน ที่มีส่วนร่วมในการที่ออกทำการประมงที่เขาต้องเจอกับคลื่นลมในทุกวัน แต่มันถูกเขียนขึ้น จากแรงกดดันจากภายนอกจากคนที่ไม่รู้เรื่องของทะเล ไม่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ไม่รู้เรื่องของ การทำประมง กฎหมาย พ.ร.ก. ประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ฉบับนี้จึงไม่ได้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ของการทำประมงที่แท้จริง ผลที่ตามมาเกิดอะไรขึ้น จากภาพที่ผมได้นำมาให้ดู ๘ ภาพ เมื่อสักครู่นี้จะเห็นถึงความเดือดร้อนที่แสนสาหัสของกฎหมายดังกล่าวได้สร้างผลกระทบ อย่างใหญ่หลวงให้กับพี่น้องชาวประมง พี่น้องชาวประมงจำนวนมากต้องเผชิญกับโทษ ที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ถูกปรับในอัตราที่สูง สูญเสียเรือ สูญเสียอาชีพ ทั้งที่เป็นความผิด ที่เกิดขึ้นหลายครั้งเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย เช่น เอกสารไม่ครบบ้าง ไม่เข้าใจขั้นตอน ของการขึ้นทะเบียน หรือการใช้เครื่องมือที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดที่ซับซ้อน ท่านประธานครับ ลองนึกภาพว่าชาวประมงพื้นบ้านที่เคยออกทำการประมงเวลาตีสี่ ตีห้า ก็เอาเรือเล็ก เป็นเรือไม้ เรือหางยาวก็ออกทะเลเพื่อที่จะไปจับปู จับปลามาเลี้ยงครอบครัว กลับถูกกล่าวหาว่า เครื่องมือที่เคยใช้กันมาแต่ดั้งเดิมรุ่นปู่ย่า รุ่นตา รุ่นยายนั้นเป็นเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย หรือเมื่อมีการตรวจพบข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยก็ถูกปรับเป็นแสน ถูกยึดเรือ และถูกมองว่า เป็นผู้กระทำความผิด ทั้ง ๆ ที่เจตนาเขาก็เพียงแค่ออกไปทำมาหากินเพื่อที่จะได้เลี้ยง ครอบครัว

ทีนี้พอมาดูเรื่องของประมงพาณิชย์ อย่างที่เราเห็นว่าครอบครัว หรืออุตสาหกรรมประมงพาณิชย์เขาดูแลกันเป็นครอบครัว อยู่กัน ๑๐ ชีวิต ๒๐ ชีวิต ก็ต้อง แบกหนี้สินมหาศาลครับ จากการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีราคาแพง ต้องเจอกับขั้นตอนใบอนุญาต ที่วุ่นวาย และที่ร้ายสุด ๆ ก็คือในเรื่องของการลงโทษที่รุนแรงทั้งโทษปรับที่สูงที่สุดในโลก ก็ว่าได้ มีการยึดเรือ ยึดใบอนุญาต แล้วนี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นว่าเกิดความไม่สมดุลของ กฎหมายก็คือ พ.ร.ก. ประมง ๒๕๕๘ ที่ได้รับการพิจารณาแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการชุดนี้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องเล็กเมื่อเศรษฐกิจของชาวประมงล่มสลาย โรงน้ำแข็ง โรงตลาดปลาที่ไร้คน เข้ามาจับจ่าย ร้านอวนที่ต้องปิดกิจการ ลูกจ้างตกงาน อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเรื่องของ การซ่อมคานเรือ ทั้งหมดนี้คือห่วงโซ่ชีวิตที่ถูกกระทบ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่คนจับปลา แต่มัน หมายถึงชุมชนชายฝั่งที่กำลังล่มสลาย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเองควรที่จะมีความเติบโตก้าวหน้า ลูกหลานชาวประมงก็เลยต้องเลิกอาชีพ หันไปทำงานรับจ้าง บางคนไปทำงานก่อสร้าง ไปเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว อะไรต่าง ๆ ก็มีเยอะที่เกิดขึ้น ทิ้งวิถีดั้งเดิมที่ผูกพันกับทะเลที่ทำกัน มาหลายชั่วคน เพราะฉะนั้นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่อง ของชีวิตและศักดิ์ศรีของผู้คนจำนวนมาก ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริง อันปฏิเสธไม่ได้ว่าการผลักดันการแก้ไขกฎหมายประมงในครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการพร้อมใจกัน ลุกขึ้นสู้ของพี่น้องชาวประมงที่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ พวกเขาต้องออกมาที่กรุงเทพฯ มายื่นหนังสือ มาส่งเสียง มายกป้าย เขาเดินทางกันมาเป็นจำนวนมากครับ ชาวประมงเดินทางเข้ามาสู่สภาอันทรงเกียรติของเรา แห่งนี้ละครับ พี่น้องเราเดินทางกันมาหลายต่อหลายครั้งครับ ไปที่กระทรวง ไปที่ทำเนียบ แล้วก็มาที่สภาผู้แทนราษฎร และวันนี้เขาก็ยังนั่งอยู่ข้างบนนี้ครับ เขาเคยมานั่งอยู่บนนี้แล้ว ครั้งหนึ่ง นี่คือผู้แทนของชาวประมง เขาต้องมาที่นี่ มาที่สภา เป็นศูนย์กลางอำนาจของ ประชาชนที่อยากจะให้มาสู่การแก้ไขปัญหาและมาส่งเสียงให้สภาเราได้ยินเสียงของพวกเขา และขอมีส่วนร่วมในการที่จะแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่าน การพิจารณากลั่นกรองที่มีตัวแทนจากพี่น้องชาวประมงทั้งประมงพาณิชย์และประมง พื้นบ้าน ที่มีสาระสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง โดยเฉพาะ เรื่องของบทลงโทษหรือในเรื่องของการปรับโทษให้เหมาะสมกับสภาพของการทำความผิด ให้มีความสมดุล พร้อมกับมีการวางมาตรฐานใหม่ที่เป็นการปกป้องทั้งทรัพยากรและปกป้อง ชีวิตของประมงชาวไทย ของคนไทยด้วยกัน ที่สำคัญกฎหมายใหม่ฉบับนี้ยังรักษาความเป็น มาตรฐานสากลไม่เฉพาะเพื่อที่จะไม่ให้ประเทศของเรานั้นถูกมองว่าเราละเลยเรื่องของ การอนุรักษ์ทรัพยากร แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้บังคับจนชาวประมงอยู่ไม่ได้ เราต้องการ กฎหมายที่เป็นธรรมครับ กฎหมายที่เดินคู่ไปกับชีวิตจริง

ท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ วันนี้ ผมจึงอยากให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้โหวตเห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ไม่ใช่เพียงแต่ เป็นการปรับปรุงบทบัญญัติให้เหมาะสม แต่ยังเป็นการคืนโอกาส คืนชีวิต คืนความหวังให้กับ พวกเขาพี่น้องชาวประมงไทย ให้เขากลับมาได้ใช้ชีวิตและทำอาชีพอย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง และผมเชื่อว่าการโหวตให้ความเห็นชอบของทุกท่าน ของสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้ จะเป็นมากกว่าการโหวตกฎหมาย แต่มันคือการยืนยันว่าสภาแห่งนี้ยืนเคียงข้างประชาชน อย่างแท้จริงครับ ขอขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เยี่ยมชมรัฐสภา ๓๖๐ องศา เรียนรู้ระบบงาน รัฐสภากับประธานคณะกรรมาธิการ ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ซึ่งจัดโดย สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประจำประเทศไทย ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ชั้นบนขณะนี้ ขอต้อนรับและขอบคุณ ที่มาเยี่ยมชมสภาครับ

คณะที่ ๒ คณะผู้สังเกตการณ์การประกวดนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ รอบชนะเลิศ ๕๐ ท่าน ซึ่งกำลังฟังประชุมอยู่ชั้นบนเช่นเดียวกัน ขอต้อนรับ แล้วก็ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมสภาวันนี้นะครับ

คณะที่ ๓ คือคณะ อบต. ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา นำโดย นายก อบต. ตำบลบ้านแหร แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดยะลา ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ซึ่งฟังการประชุมอยู่ชั้นบนเช่นเดียวกันครับ ขอขอบคุณทุกท่าน ขอต้อนรับทุกท่านครับ

ต่อไปท่านที่ ๒ ขอเชิญท่านรอมฎอน ปันจอร์ ครับ

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมต้องขออนุญาต ร่วมอภิปรายในวินาทีประวัติศาสตร์ที่สภาของเราจะได้ร่วมกันพิจารณาผ่านร่างกฎหมาย ที่สำคัญมาก อย่างที่ท่านศักดินัยเมื่อสักครู่ได้กล่าวถึง คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ประวัติศาสตร์ครับ และเป็นสิ่งที่ยืนยันว่ากลไกในสภาของเราแห่งนี้เป็นพื้นที่กลาง หรือว่าเป็นสถาบันทางการเมืองที่พยายามหาข้อยุติ หาฉันทามติที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ในสังคมที่เกิดขึ้น การตรากฎหมายฉบับนี้เป็นการยืนยันวิธีการที่คนคิดเห็นต่างกันมีจุดสนใจ มีผลประโยชน์ที่แตกต่างกันจะหาจุดที่ลงตัวได้ เท่าที่ความสามารถของสมาชิกในสังคมนี้ จะพอหาทางได้นะครับ กฎหมายฉบับนี้ยืนยันข้อเท็จจริงตรงนี้ ไม่ใช่เป็นการกำหนดมาจากข้างบน ผ่านคำสั่ง อันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของผู้ถืออำนาจของคณะรัฐประหาร ผมคงต้องขอชื่นชมต่อการทำงาน อันหนักหน่วงของคณะกรรมาธิการร่วม จริง ๆ ก็ผ่านมาหลายขั้นตอนมากจนกระทั่ง ๖ ประเด็นล่าสุดที่ได้ข้อสรุปมาจากการทำงานอย่างหนักหน่วงในช่วง ๒ เดือนหลังมานี้ มันเป็นเรื่องยากมากครับที่จะหาจุดที่ลงตัวระหว่างจุดยืนและจุดสนใจที่แตกต่างกันนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ทัศนะ ข้อมูลจากคนที่เห็นต่างกัน จนนำมาซึ่งข้อสรุปที่อยู่ในมือของเราในวันนี้ และวันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราจะได้ลงมติ กันนะครับ ผมกำลังพูดถึงตัวอย่างที่สำคัญที่สุดคือมาตรา ๖๙ ในพระราชกำหนดเดิม ซึ่งในกฎหมายฉบับใหม่นี้อยู่ในมาตรา ๒๘ เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณา ไล่เรียงแล้วนะครับ ผมอยากจะอ่านให้ที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟัง ว่าท้ายที่สุดแล้วกรรมาธิการได้ข้อสรุปมาเป็นข้อความดังนี้ครับ

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้อวนล้อมตาถี่ แล้วก็มีการถกเถียง มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ข้อสรุปของกรรมาธิการก็คือห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อม จับทุกชนิดที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรทำการประมงในเวลากลางคืน

ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้

(๑) การศึกษาวิจัยที่กระทำโดยทางราชการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ จากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

(๒) การทำการประมงนอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลนับจากแนวทะเลชายฝั่ง ซึ่งต้องมีผลการศึกษาวิจัยที่สนับสนุนว่าการทำการประมงดังกล่าวไม่กระทบต่อสมดุลของ ระบบนิเวศ ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ กำหนด

การทำการประมงตามวรรคสอง ใน (๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดในเรื่องการใช้แสงไฟล่อไว้ด้วย และต้องผ่านการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และให้มีการทบทวนประกาศดังกล่าวอย่างน้อยทุกรอบ ระยะเวลา ๒ ปี

ท่านประธานครับ ข้อสรุปนี้แตกต่างไปจาก Version แรก ๆ เยอะเลยครับ แต่ว่าพยายามหาทางออกจากการรับฟังว่าท้ายที่สุดข้อมูลที่แต่ละฝ่ายถือต้องได้ข้อยุติ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมกรรมาธิการถึงเห็นว่าการระบุเอาไว้ว่าการทำงานวิจัยจึงเป็น สิ่งสำคัญครับ เพราะอย่างน้อยการถกเถียง การอภิปรายต้องมีข้อมูลที่แต่ละฝ่ายอาจจะเห็น ตรงกัน หรือแต่ละฝ่ายมีข้อมูลมีน้ำหนักที่มาสนทนากันได้ การให้การศึกษากับการวิจัยก็เป็น วิธีการในการหาวิธีจะขัดแย้งกันโดยที่แต่ละฝ่ายยืนอยู่บนข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเรื่องที่ น่าสนใจอีกประการหนึ่งที่ต้องขอขอบคุณทางกรรมาธิการที่พยายามหาทางออกให้เรา คือด้านหนึ่งคนที่อยากเห็นการฟื้นคืนชีวิตของชาวประมง แต่อีกด้านหนึ่งต้องการเห็นสมดุล ในระบบนิเวศ คือการเปิดพื้นที่ เปิดเวลาเอาไว้ให้มีการทบทวนการศึกษาทุก ๒ ปี สิ่งนี้ เป็นการเตือนเราอย่างหนึ่งว่าข้อสรุปที่เราได้ในวันนี้ ในวินาทีนี้ ในปัจจุบันนี้ จากข้อมูลเท่าที่ งานวิจัย เท่าที่เทคโนโลยีของเราจะสืบเสาะหามาได้ ทั้งหมดนี้อาจจะผิดก็ได้ อาจจะผิดก็ได้ หมายความว่าในอนาคตข้อมูลใหม่ ๆ งานวิจัยใหม่ ๆ ความรู้ใหม่ ๆ อาจจะทำให้เราเห็น ปัญหาและกลับมาทบทวนได้อีกใน ๒ ปีครับ

ท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึงการหาข้อยุติ หากฎหมาย หากติกาที่จะอยู่ ร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การหา จุดลงตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัจจุบันเท่านั้นนะครับ แต่เรากำลังคิดถึงอนาคต คิดถึง รุ่นลูกรุ่นหลาน รุ่นถัดไปด้วย กฎหมายนี้เปิดช่องให้การตัดสินใจสามารถกระทำได้อยู่ อย่างน้อยที่สุด ๒ ปีครั้งครับ และผมคิดว่านี่คือจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของการพยายามหาข้อยุติ จากความขัดแย้ง แต่แน่นอนครับท่านประธาน ผมต้องเรียนว่ามีพี่น้องชาวประมงจำนวนไม่น้อยเลยที่กังวลว่า การศึกษา วิจัยเหล่านั้นจะไม่เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ผมทราบครับ ทางกรรมาธิการเอง ก็ทำข้อสังเกตในตอนท้ายด้วยว่างานวิจัยเหล่านี้ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภาคราชการ ภาคเอกชน ชาวประมง และนักวิชาการอย่างรอบด้าน ที่ผ่านมาชาวประมง พื้นบ้านจำนวนหนึ่งไม่มั่นใจ ไม่มีความเชื่อมั่นไว้วางใจว่าการได้มาซึ่งข้อมูลการศึกษา วิจัย ของหน่วยงานราชการจะทำไปอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นนี่เป็นโจทย์ของผู้บังคับใช้ กฎหมาย ของรัฐบาล ของผู้มีอำนาจในอนาคต หลังจากที่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วคงต้อง ใส่ใจ ให้ความจริงจังต่อการมีส่วนร่วมของทุกฟากฝ่ายจริง ๆ เพราะทะเลเป็นของพวกเรา ทุกคนครับ แล้วก็การประมงแม้ว่าจะทำให้ชีวิตของผู้คนฟื้นคืนมา แต่ต้องไม่ลืมด้วยครับว่า เราจะรักษาทรัพยากรและทะเลนี้ให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไปในอนาคตและแบ่งปันการใช้ ประโยชน์ร่วมกันนี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไปด้วยนะครับ ผมคงขอจบการอภิปรายเพียงเท่านี้ แล้วก็หวังว่าวินาทีหลังจากนี้ขอให้ทางเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ความ เห็นชอบต่อกฎหมายฉบับนี้ และจับตาทำงานร่วมกันต่อไปในการที่จะพิทักษ์ ปกป้อง ทรัพยากรทะเลของพวกเราต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ขอมีส่วนร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ซึ่งมี ท่านปลอดประสพอยู่ข้างหน้าเป็นประธานคณะกรรมาธิการร่วม ท่านประธานครับ ผมเป็น หมอผ่าหัวใจ แล้วเผอิญผมได้ไปผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ไปเห็นสภาพเรือประมง มันขึ้นสนิมเป็นแถวเลยนะครับ แล้วเรามีการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้เข้ามานี้ก็มาจาก สาเหตุ IUU ซึ่งประเทศไทยแก้ไปในสมัยก่อน ทำให้เกิดปัญหาที่ว่าการประมงของเรา ติดอันดับนำ ๆ ของโลกหายไปหมดเลยนะครับ ผมไปช่วยหาเสียงที่สมุทรสาคร คนที่เป็น นักการเมืองที่นั่นพูดว่าสมุทรสาครเคยทำรายได้อันดับ ๑ ของประเทศด้วย ซึ่งผมไม่ทราบ เป็นจริงหรือเปล่า แต่ตอนนี้ซบเซามากเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมมาฟังท่านปลอดประสพ ผมศรัทธาท่านนะครับ ท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมประมง ท่านก็มีความรู้ความสามารถมาก แล้วอยู่พรรคเพื่อไทยด้วยมีอะไรท่านก็พยายามอธิบาย ผมอ่านไปแล้วที่มีปัญหาก็คือ มาตรา ๒๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๙ ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมากนะครับ ผมได้ไปอ่านดู เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๘ สมาคมชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ๒๒ จังหวัด ได้เข้ามายื่นหนังสือต่อวุฒิสภา พูดถึงมาตรา ๖๘ นี่ครับ เขาบอกว่าอวนตาถี่ ๒.๕ เซนติเมตร นำมาใช้กลางคืนแล้วใช้แสงไฟล่อด้วย ทำให้เกิดผลกระทบต่อนิเวศทางทะเล ตาอวนเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรก็สามารถจับปลาตัวเล็ก ๆ หรือสัตว์อ่อนซึ่งมีโอกาสทำให้สัตว์สูญพันธุ์ แล้วยิ่งทำประมงในเวลากลางคืนด้วยแล้วนี่ครับ แล้วมีแสงไฟล่อเข้ามาอีก ยิ่งจะทำให้สัตว์ มีโอกาสสูญพันธุ์ไป แล้วสมาคมชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยเขาบอกว่าการแก้ไข สิ่งเหล่านี้ให้เราแก้ไขให้สอดคล้องกับสากลกับพันธกรณีระหว่างประเทศเพื่อความยั่งยืน ทางอาหาร ไม่ใช่เฉพาะยั่งยืนทางอาหารหรอกครับ อาชีพชาวประมงพื้นบ้านเขาจะได้อยู่รอดด้วย ประมงที่ออกทะเลน้ำลึกไปก็แย่ ประมงพื้นบ้านก็แย่ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านปลอดประสพมาเป็นประธานที่นี่ได้มีการแก้ไข ผมก็ขออนุญาตถาม ท่านปลอดประสพนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจ ทางท่าน สว. ได้ไปแก้ไขมาตรา ๖๙ บอกว่า ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อมจับทุกประเภทที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตร ทำการประมงในเขต ท่านไปตัด เขต ๑๒ ไมล์ทะเล ออก ในเวลากลางคืน มันเป็นอย่างไรครับ แล้วประเภทของท่านปลอดประสพมาแก้เป็นว่าไม่มี ๑๒ ไมล์ทะเล เอาเวลากลางคืนเลย แล้วใช้คำว่า เป็นชนิด ประเภทนี่คือ Type ชนิดก็คือ Kind มันอธิบายอย่างไร ซึ่งผมเห็นด้วย กับท่าน เพราะว่าชนิดมันเกี่ยวข้องกับรายละเอียดเฉพาะตัว

ทีนี้ในทาง สว. เขาไปตัดวรรคสอง ในมาตรา ๖๙ ออก ที่ว่า ทำการประมง นอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลก็ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ว่ากันไป โดยเฉพาะในกรณีใช้แสงไฟ ล่อด้วย ท่านปลอดประสพและคณะกรรมาธิการก็ได้มาแก้เป็นว่า ความในวรรคหนึ่งไม่ให้ ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้

(๑) การวิจัยซึ่งกระทำโดยทางราชการและได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

(๒) กระทำการประมงนอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลนับจากแนวทะเลชายฝั่ง ซึ่งต้องมีผลการวิจัยที่สนับสนุนทำการประมงดังกล่าวไม่กระทบต่อสมดุลทางระบบนิเวศ ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

วรรคสาม การทำประมงตามวรรคสอง (๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ เงื่อนไขและพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดในเรื่องการใช้แสงไฟล่อไว้ด้วย และต้องผ่าน การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและมีการทบทวนประกาศดังกล่าวอย่างน้อย ทุก ๒ ปี

ท่านประธานครับ อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ต้องใช้อาร์แอนด์ดีมาทำ ทีนี้ปัญหาผมอยากจะถามและขอความเข้าใจจากท่านกรรมาธิการร่วม ว่า หมายความว่าในวรรคนี้จะมีการใช้ตาถี่ด้วยหรืออย่างไรครับ หรือเป็นเฉพาะเขตพื้นที่ ๑๒ ไมล์ทะเลนอกเขตไป แล้วก็ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ว่าควรจะกำหนดรายละเอียดเป็นที่ เพราะว่าใน พ.ร.บ. เดิมไม่มีกล่าวกำหนด เพียงแต่คร่าว ๆ ที่ผมชอบก็คือการทำการศึกษา วิจัยมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่ว่าเราไม่เข้าใจกันต่าง ๆ มันจะได้บทสรุป แล้วก็มีการทบทวน ทุก ๒ ปี อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการร่วมที่แก้ไข มาตรา ๒๘ เพื่อไปแก้ไขมาตรา ๖๙ เป็นอย่างยิ่ง แต่อยากจะขอทำความเข้าใจในฐานะ ไม่รู้เรื่องเลย ท่านปลอดประสพครับ ขออนุญาตท่านประธาน ผมขอสนับสนุนที่ท่านแก้ครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานี ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เริ่มตั้งแต่กรรมาธิการในระดับสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เมื่อมี กรรมาธิการร่วมท่านก็ได้ช่วยให้กฎหมายอันนี้ออกมาอย่างจริงจัง ด้วยความคาดหวัง ตลอดเวลาว่ากฎหมายอันนี้ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชาวประมง แล้วก็เป็นทางออกที่เป็น ทางออกในเชิงวิทยาศาสตร์ เพราะว่าการกำหนดบางสิ่งบางอย่างที่ไร้ซึ่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ทำให้เกิดปัญหาเหมือนกับที่ชาวประมงได้รับมาตลอด ๘ ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เคยเป็น คณะกรรมาธิการในระดับสภาผู้แทนราษฎรก็หวังตลอดเวลาว่าคณะกรรมาธิการร่วม ก็คงจะให้ความสนใจ แล้วก็ให้โอกาสแก่พี่น้องประชาชน ให้โอกาสแก่ประเทศไทยในการที่ จะกลับคืนสู่สภาพการเป็นประมงที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกนะครับ บริบทของการทำประมงในจังหวัดชายแดนใต้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผมเคยพูดในสภา แห่งนี้หลายครั้งว่าถ้าเราไปดูสภาพของเรือที่ถูกยึด เรือที่ขายไปให้แก่ทางมาเลเซีย อินโดนีเซีย แล้วก็เรือที่กองอยู่ที่ไม่ใช้ประโยชน์เพราะว่าไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เพราะถูก พระราชกำหนด พ.ศ. ๒๕๕๘ ทำให้เขาเหล่านั้นเสียอาชีพ เสียทรัพย์สิน แล้วก็เสียอะไรต่าง ๆ ไปมากมาย บริบทที่ว่าในจังหวัดชายแดนใต้ในพื้นที่ที่ล่อแหลมเช่นนั้นสิ่งใดที่จะเป็นปัจจัย เกื้อหนุนในการที่จะทำให้อาชีพ รายได้ของประชาชนสามารถที่จะดำรงคงอยู่ได้ พ.ร.ก. ฉบับนั้น ได้ตัดไปอย่างสิ้นเชิง เราเห็นภาพต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นก่อนที่ พ.ร.ก. ใช้เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว เราเห็นสภาพต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนที่สามารถจะออกไปยังสะพานปลาที่ปัตตานี ในเวลาไหนก็ได้ ขณะที่สภาพบ้านเมืองยังมีปัญหาในเรื่องความปลอดภัย แต่สิ่งหนึ่งที่เรา สามารถเห็นได้ว่าพี่น้องประชาชน รวมทั้งผู้ประกอบการทางเรือได้ทำงานอย่างเข้มแข็ง จนสามารถที่จะทำให้คนเหล่านี้มีอาชีพ อันเป็นผลจากการที่เขาได้ทำประมง แล้วก็อาชีพ ประมงสามารถที่จะทำให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่บ้านสามารถที่จะมาประกอบ อาชีพ แล้วก็ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สามารถจะคลี่คลายปัญหาทางด้านความมั่นคงได้ ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... จึงถือว่าสำคัญ ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่จะให้แก่พี่น้องประชาชน ให้แก่ประเทศไทยนะครับ

วันนี้ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนชาวประมงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรือประมงเล็ก เรือประมงใหญ่ ซึ่งชาวเรือประมงพื้นบ้าน พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ไม่เพียงแต่กระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการทางด้านเรือประมงพาณิชย์ เรือประมง ขนาดใหญ่เท่านั้น เรือประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการใช้พระราชกำหนด อย่างน้อยที่สุดในเขตพื้นที่ผมคือผมยืนยันได้ว่าพี่น้องประชาชนเสียชีวิตที่ตำบลตันหยงลุโละ ๓ คน อันเนื่องมาจากการไล่จับของตำรวจทำให้ตกใจ ช็อก แล้วก็เสียชีวิตตามมา ซึ่งสามารถ ที่จะยืนยันได้ สิ่งเหล่านี้เราไม่อยากที่จะเห็นทั้งประมงพื้นบ้าน แล้วก็ทั้งประมงพาณิชย์ เราไม่อาจที่จะปฏิเสธว่าความสำคัญทั้ง ๒ อย่างนี้มีความสำคัญคู่กับสังคมไทยและคู่กับ ประเทศไทย ในวันนี้ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้จะยืนยันว่าทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา แล้วก็ รัฐสภาจะเป็นแหล่งพึ่งพิงของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง เราอาจจะพูดได้ว่าสามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาตั้งแต่ปัญหาเล็ก ๆ จนกระทั่งปัญหาใหญ่โตอันเป็นปัญหาซึ่งเกิดจากความ ไม่เข้าใจ อย่างเช่นพระราชกำหนดที่ได้สร้างปัญหามากมาย แล้วก็แก้ไขด้วยความยากลำบาก แต่ด้วยความอดทนของพี่น้องประชาชนชาวประมงเอง แล้วก็ของกรรมาธิการทั้งในระดับ สภาผู้แทนราษฎรและทั้งในวุฒิสภาจนกระทั่งเกิดกรรมาธิการร่วม ผมขอชื่นชมในความ อดทนของพี่น้องประชาชน แล้วก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าหากว่าเราไม่มีหัวคือประธาน คณะกรรมาธิการที่มีความเข้าใจการประมงอย่างแท้จริง แล้วก็สามารถที่จะให้คำตอบ ในคณะกรรมาธิการได้ในทุกประเด็น คิดว่าการแก้ไขพระราชกำหนดนี้ก็คงจะยากลำบาก ในการที่จะสู่พี่น้องประชาชนได้ เพราะฉะนั้นต้องขอขอบคุณ แล้วก็เป็นของขวัญอันมีค่า ล้ำค่ายิ่งสำหรับพี่น้องประชาชนนะครับ ปัตตานีที่เคยเป็นศูนย์กลางของตลาดสัตว์น้ำก็คงจะ กลับไปสู่สภาพเดิมในการที่จะมีเรือไม่ว่าจะเป็นจากประเทศข้างเคียงหรือว่าจากมหาชัยลงไป เพื่อรับซื้อขายปลา ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ของเศรษฐกิจ แล้วก็ภาพลักษณ์ของจังหวัดชายแดนใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการประมง ตลาดกลางสัตว์น้ำก็จะเกิดขึ้นมาอีก ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการร่วม ที่เราคอยมามีความอดทน และวันนี้เป็นสิ่งซึ่งจะทำให้กฎหมายเหล่านี้ขึ้นสู่มือของชาวประมง แล้วก็จะทำให้ประมงของประเทศไทยคืนสู่สภาพเดิมที่มีที่อยู่ในระดับต้น ๆ ของโลก ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการจะชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กรรมาธิการ เมื่อสักครู่ได้ฟังเพื่อนสมาชิก แล้วก็มีเพื่อนสมาชิก ๒-๓ ท่านได้ตั้งคำถาม ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรอมฎอน ปันจอร์ แล้วก็ท่านเชิดชัย ก่อนอื่น ที่จะตอบคำถามนี้ต้องเรียนกับพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านว่าต้องขอแสดงความยินดี ผ่านไปยังพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศ ๑๐ ปีที่พวกเราต่อสู้กันนอกสภา ๗ ปีที่เราต่อสู้ ในการแก้กฎหมายมา วันนี้มันใกล้จะสิ้นสุดและใกล้จะจบลงแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ส่วนใหญ่แล้วที่เป็นประเด็นในการอภิปรายกันก็จะเป็นมาตรา ๖๙ ใน พ.ร.ก.ประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๖๐ เรื่องของการใช้อวนตาถี่จับปลาในเวลากลางคืน ต้องเรียนว่า มาตรานี้เป็นมาตราที่มีความเห็นหลากหลายและมีความแตกต่างกันอย่างมาก ไม่ใช่เฉพาะ ในกลุ่มชาวประมง แต่ในกลุ่มของสมาชิกสภาผู้แทนรวมไปถึงกรรมาธิการเองก็เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาผมเองต้องบอกว่าเป็นฝ่ายค้านในกรรมาธิการมาโดยตลอด เพราะผมไม่มีความ เห็นด้วยเลยที่จะให้ใช้อวนตาถี่ต่ำกว่า ๒.๕ เซนติเมตรทำประมงในเวลากลางคืน แต่เข้าใจ ได้ครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายในมาตรานี้เราเลยเขียนด้วยความระมัดระวังและละเอียด รอบคอบอย่างที่สุด จากที่ทุกท่านอ่านจะเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าถ้าจะมีการอนุญาตให้ทำ การประมงโดยใช้อวนตาถี่ในเวลากลางคืนจะต้องมีผลการศึกษาวิจัยมารองรับเสียก่อนว่า มันมีความเหมาะสมที่จะทำได้จริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกที่ด้วยนะครับ ตรงไหน ศึกษาแล้วดีสามารถทำได้ไม่กระทบกับสภาพแวดล้อมมากจนเกินไป ก็ว่ากันไปเฉพาะที่ ว่ากันไปเฉพาะเขต รวมไปถึงในช่วงของเวลาด้วยเช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่พวกเรากังวล อย่างที่ท่านรอมฎอนกำลังให้ข้อกังวลว่าการวิจัยนี้จะโดนครอบงำหรือไม่ จะโดนทำมาโดยที่ ไม่มีความเป็นกลางหรือไม่ ในกฎหมายเราเขียนไว้ชัดเจนว่าการวิจัยมันจะต้องทำวิจัยโดย ไม่ใช่ทางส่วนราชการอย่างเดียว ต้องมีคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติเป็นผู้กำกับ และมีผู้เห็นชอบด้วยกว่าที่อธิบดีสามารถที่จะให้วิจัยได้ เพราะฉะนั้นในคณะกรรมการนโยบาย ประมงแห่งชาติจะมีกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการหรือภาคธุรกิจอื่น ๆ เพราะฉะนั้นอยากให้มั่นใจว่าในการ กำหนดรูปแบบในการวิจัยจะต้องถูกกำหนดออกมาให้เป็นกลางมากที่สุด แล้วไม่ต้องห่วงว่า การทำการประมงลักษณะแบบนี้ถ้าไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ท่านประธานมีดำริร่างออกมานี่ ผมเองจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับเรื่องนี้เอง เพราะผมเองก็ไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเกิดทุกท่าน ทุกคน มั่นใจในข้อมูลของตัวเอง มั่นใจในข้อมูลที่เป็นความเป็นจริง ไม่มีเหตุอันใดที่เราจะไม่ทำ การวิจัย แล้วเอาข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงออกมาแล้วออกไปทำกันต่อ ขอบพระคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการครับ

นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ กระผม นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจง แล้วก็ขอบคุณทางคุณหมอเชิดชัยที่กรุณากล่าวถึงจังหวัดสมุทรสาคร ผมในฐานะกรรมาธิการและผู้แทนคนสมุทรสาครก็จะต้องบอกว่าชาวสมุทรสาครได้รับ ผลกระทบจริง ๆ จากการที่ประมงเสียหาย แล้วก็ทำให้เศรษฐกิจของสมุทรสาครได้รับ ผลกระทบค่อนข้างหนัก หากมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ผมก็เชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้น ในการฟื้นฟูการประมงทั้งของสมุทรสาครและของประเทศไทยให้กลับขึ้นมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ต้องขอกล่าวถึงท่านวรวิทย์ บารู นะครับ ทางปัตตานีนอกจากที่จะเป็นเมืองหลวง ของการประมงแล้ว ผมคิดว่าสมุทรสาครเราเองก็คงเป็นพื้นที่ที่มีความตั้งใจ แล้วก็ต้องการ จะผลักดันให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็ต้องขอชื่นชมทางพี่น้องชาวประมง ที่ผมต้องพูด อย่างนี้เพราะว่าพี่น้องชาวประมงต่อสู้มาเป็นระยะเวลาถึง ๑๐ ปี และใช้กลไกประชาธิปไตย ในการดึงเรื่องนี้กลับขึ้นมา หลังจากที่มีการแก้ไขออกกฎหมาย พ.ร.ก. ประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ผ่านไปแล้ว ๑๐ ปีที่ในยุครัฐประหารมีการทำให้ประมงเสื่อมถอยลงไป แต่ในขณะนี้พี่น้อง ชาวประมงเองก็ใช้กลไกพรรคการเมือง กลไกสภาผู้แทนราษฎรส่งเสียงไปยังผู้แทนของเขาว่า ถ้าเกิดไม่มีการแก้ไขกฎหมายอาชีพประมงจะสูญสลายไหม ผมก็คิดว่านี่คือตัวอย่างของ ประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่มีการใช้กลไกประชาธิปไตยในการคืนความเป็นธรรม แล้วก็ คืนการต่อสู้ คืนอาชีพให้กับพี่น้องชาวประมง ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ก็เป็นสิ่งดี ๆ แล้วก็จะเป็น ประวัติศาสตร์ที่จะทำให้เห็น

อีกอันหนึ่งนะครับ แม้กฎหมายฉบับนี้จะเป็นการแก้ไขเพียงเสี้ยวฉบับ ยังไม่ได้แก้ไขเต็มฉบับ แต่ผมก็คิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูให้กับชาวประมงได้กลับมา มีอาชีพ รวมถึงหาสมดุลในการรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติ แล้วก็คงต้องฝากไปถึงรัฐบาล หากกฎหมายฉบับนี้ได้ออกแล้วไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลปัจจุบันหรือรัฐบาลหลังเลือกตั้งที่กำลัง จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกไม่นาน หากต้องการจะให้การประมงกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คงจะมีอะไรที่ต้องทำอีกไม่น้อยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายลูก เรื่องของกองทุน ต่าง ๆ ว่าควรมีหรือไม่ หรือแม้กระทั่งการทำกฎหมายประมงนอกน่านน้ำ แล้วมีการส่งเสริม หรือแม้กระทั่งการกำจัด Alien Species อย่างปลาหมอคางดำ เรื่องเหล่านี้แม้จะดูไม่เกี่ยว กันมาก แต่จริง ๆ เกี่ยวข้องนะครับ หากความหลากหลายทางชีวภาพหมดลง ปลาพื้นถิ่น หมดลง ก็คิดว่าการทำประมงของพี่น้องชาวประมงก็จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก แล้วผม คิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้การประมงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็กลับมาสู่ จุดที่ควรจะเป็นคืนความเป็นธรรม ก็ขอบคุณนะครับ ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี ผมคิดว่าถ้าไม่ได้ท่านประธานที่หาจุดสมดุลระหว่าง สส. และ สว. ก็คงไม่ได้ผ่านไปได้อย่างที่ควรจะเป็นแบบนี้ รวมถึงขอเอ่ยนาม ท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ท่านคือผู้ปิดทองหลังพระ เป็นสารตั้งต้นในการช่วยผลักดันเรื่องนี้ แล้วก็ประธานสมาคม ประมงแห่งประเทศไทย คุณมงคล สุขเจริญคณา หรือท่านมงคล ตรีรัตน์ แล้วก็ท่านติยะ เทพแย้ม ก็คงต้องขอขอบคุณ แล้วก็กราบขอบคุณทั้งประมงแห่งประเทศไทย แล้วก็ประมง พื้นบ้าน ชาวประมงทั่วประเทศ ท่านกรรมาธิการ สส. สว. ทุกพรรคการเมืองที่ช่วยกัน ผลักดันให้เรื่องนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชาวประมง เป็นจุดเริ่มต้นในการกลัดกระดุมเม็ดแรกในการฟื้นฟูชาวประมงครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ กรรมาธิการครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบท่านศักดินัย รวมทั้งท่านรอมฎอนด้วย ท่านศักดินัย ได้นำภาพเรือประมงที่จมน้ำมาให้สภาแล้วก็ประชาชนดู เป็นภาพที่น่าสงสารแล้วก็ทุเรศมาก สมัยผมหนุ่ม ๆ คำว่าทุเรศไม่หยาบนะครับ ผมสมัยเดียวกับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ก็ขออนุญาตใช้ภาษาเดิม ไม่มีโลกไหนที่เขาปล่อยให้ภาพอย่างเมื่อสักครู่นี้ได้เกิดขึ้นจริง ๆ เป็นไปได้อย่างไรครับ มันเป็นทรัพย์สมบัติของผู้คนที่เขาลงทุนมาตั้งแต่ชั้นปู่ย่าตาทวด ต้องกู้เงินกู้ทองมา เอาไปจมน้ำเสียดื้อ ๆ อย่างนี้ มันเป็นเครื่องมือทำมาหากินนะครับ ไม่ใช่ เครื่องมือโจร ผมจะเรียนท่านพรรคไหนจะเอาไปใช้ก็ได้ ใหญ่ ๆ อย่างที่ท่านเอามาให้เห็น เมื่อสักครู่มีสัก ๒,๐๐๐ ลำ ท่านรู้ไหมมูลค่าเท่าไร คูณด้วย ๓๐ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปจมดื้อ ๆ ผมอยากจะแนะนำท่าน รัฐบาลนี้ ๔ เดือนถึงหรือเปล่า ไม่รู้ หรือรัฐบาลหน้าก็ไม่รู้ ๒,๐๐๐ ลำนี่ไม่เกิน ๑ ล้านบาทหรือไม่เกิน ๒ ล้านบาท ซ่อม ซ่อมเสร็จเจ้าของเดิมจะทำต่อก็ได้ ขายก็ได้ ท่านรู้ไหมครับ ๒,๐๐๐ ลำถ้าทำให้ดีขายได้ เท่าไร ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ลงทุน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ขายได้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านว่าแบบนี้กำไรไหม ท่านว่าแบบนี้ฟื้นฟูเศรษฐกิจไหม ท่านว่าแบบนี้มันสร้างงาน สร้างเงิน หรือเปล่า อย่าทิ้งไว้เลยครับ รัฐบาลไหนทำเลย ท่านอนุทินทำเลย เรียกแบบนี้เพราะเป็นลูก เพื่อนผม แล้วก็ทำเลย อย่าทิ้งไว้ ๓-๔ เดือนนี้ ยิ่งหน้านี้เป็นหน้ามรสุม ทางใต้ลมมรสุม จะแรง และเรือพวกนี้จอดอยู่ริมฝั่งนะครับ คลื่นซัดมา ยิ่งปีนี้พายุมันแรง ถ้ามีพายุเข้ามา สักลูกเจ๊งหมดเลยนะครับ แถมอีกนิดก็ได้ในข้อนี้ การกล้าลงทุนซ่อมมันจะทำได้ง่ายกว่าปกติ ผมได้เล่าให้ท่านฟังเรื่อง MSY Maximum Sustainable Yield ซึ่งจะแปลงออกมาเป็น ปริมาณและเป็นราคา เพราะฉะนั้นเมื่อท่านรู้สิทธิของท่าน ท่านรู้ประสิทธิภาพเรือของท่าน ท่านสามารถประเมินได้เลยว่าท่านจะได้เงินเท่าไร ท่านก็ตัดสินใจที่จะซ่อมได้ สามารถเอา MSY นี่ละครับไปตึ๊งกับแบงก์แล้วเอามาซ่อมเรือของท่านก็ได้ จะได้ไม่ต้องรอคิว นี่ข้อ ๑

ข้อ ๒ ที่คุณหมอเชิดชัยที่รักของผมพูดเรื่องกลางวัน กลางคืน อวนเล็ก ๒.๕ เซนติเมตร แล้วก็เรื่องการใช้ไฟ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ มาตรานี้ เขียนแบบนักกฎหมาย เขียนให้มันไม่รู้เรื่อง ที่จริงง่ายนิดเดียว มี ๓ ข้อที่เราตกลงกันมา แล้วนะครับ อันที่ ๑ ก็คือว่าเล็กกว่า ๒.๕ เซนติเมตรห้ามหมด อันที่ ๒ เกิน ๒.๕ เซนติเมตร กลางวัน กลางคืน ทำไปได้หมด อันที่ ๓ เกิน ๑๒ ไมล์ทะเลทำกลางคืนนี่ ถ้าไม่ใช้ไฟจับอะไร ไม่ได้หรอก ก็ต้องใช้ไฟ แต่ไม่ให้ใช้ บังคับให้กรมประมงไปทำวิจัย ใช้ ไม่ใช้ไม่รู้ต้องทำวิจัย ข้อ ๒ ถ้าบังเอิญเกิดปีไหนเจอขึ้นมาเยอะแยะ เกิดจะใช้ก็ต้องทำวิจัย แล้วก็ต้องทำวิจัย ร่วมกันทั้งภาคเอกชน ทั้งมหาวิทยาลัย ทั้งกรมประมงเอง แล้วก็ต้องเอาภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาเจรจาร่วมกัน แต่ในเขต ๑๒ ไมล์ทะเลเรื่องไฟนี่ห้ามเด็ดขาด มันก็เท่านี้เองนะครับ ถ้าพูด แบบผมมันก็ง่าย แต่พอเขียนเป็นกฎหมายก็ต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญทุกทีอย่างนี้นะครับ

ต่อไปนะครับ ท่านวรวิทย์ฝากเรื่องชาวประมงขนาดเล็ก ชาวประมงพื้นบ้าน ในกฎหมายฉบับนี้ที่พวกเราร่วมกันทำ ต่อไปนี้ชาวประมงขนาดเล็กสามารถเป็นชาวประมง ขนาดใหญ่ได้ ไปจับที่ไหนก็ได้ไม่มีข้อห้าม ท่านจะได้เจริญเติบโตขึ้น ไม่ใช่จนอยู่ตลอดปี ตลอดชาติแบบนี้ แม้แต่นอกเขต ๑๒ ไมล์ทะเลก็ให้ ท่านทราบไหมเมื่อก่อนเขาห้ามทำไม เพราะว่ามีหน่วยราชการบางหน่วยมีความเมตตาเกินไป บอกชาวประมงขนาดเล็ก เรือขนาดเล็ก ถ้าออกไปแล้วจะล่ม ถ้าล่มแล้วหน่วยราชการจะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบกับชาวประมงที่เรือ ต้องไปล่ม อย่างนี้เขาเรียกว่าดีแต่พูด พูดให้มันหวานจ๋อย เรือล่มไม่เห็นเคยไปช่วยซ่อมเลย ผมพูดอย่างกับยังเป็น สส. อยู่นะนี่ มีเท่านี้ครับ ก็ขอให้สบายใจได้ว่าการประมงไทยคงฟื้นฟูได้ อย่างแน่นอน ผมขอเอาเท่านี้ก่อน เดี๋ยวค่อยขอเอาอีกรอบตอนหลังครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณประธาน คณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ในฐานะกรรมาธิการ ก็ขออนุญาตตอบท่าน สส. รอมฎอนเกี่ยวกับข้อสังเกตของกรรมาธิการ กรณีการศึกษา วิจัยที่จะต้องมีการกำหนด โดยคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติว่าเรื่องนี้ผมก็มีการพูดคุยลงไปในรายละเอียด พอสมควร กรมประมงก็รับทราบ หน่วยงานราชการก็รับทราบ ว่างานวิจัยจะต้องไม่ผูกมัด ผูกติดเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือกรมประมงวิจัยแล้วก็ต้องเชื่อตามนั้นทั้งหมด หรือส่วนราชการใดส่วนราชการหนึ่ง สมาคมใดสมาคมหนึ่ง หรือมหาวิทยาลัยที่ใดที่หนึ่ง เท่านั้น ซึ่งงานวิจัยในอนาคตควรจะต้องมีหลาย ๆ หน่วยงานมาร่วมวิจัยและเอามาถก ร่วมกันโดยไม่มีลักษณะความเป็น Bias หรืออคติอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คิดว่าในข้อสังเกต แม้จะไม่ได้เขียนความเห็นของผมไว้ แต่ขออธิบายขยายความเพิ่มเติมเพื่อให้ท่าน สส. รอมฎอนและพี่น้องประมงพื้นบ้านได้เข้าใจในรายละเอียดของการทำงานในอนาคต ซึ่งผมก็จะติดตามเรื่องนี้กับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลในอนาคตต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คณะกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงหมดแล้วนะครับ ไม่มีสมาชิกขออภิปรายต่อ เป็นอันว่าจบ การอภิปรายนะครับ

ต่อไปนี้จะเป็นการลงมติร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืน มายังสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกกรุณาเข้ามาในห้องเพื่อลงมติครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

สำหรับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาอยู่ในห้องแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ที่อยู่ในห้องกรรมาธิการช่วยตามมาด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ๓๗๒ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ จดนะครับ

นายชยพล สท้อนดี กรุงเทพมหานคร

๐๗๓ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๗๓ แสดงตนนะครับ

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ๑๔๗ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๔๗ แสดงตนครับ

นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ กรุงเทพมหานคร

๒๒๖ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๖ แสดงตนครับ

นายชัยชนะ เดชเดโช กรรมาธิการ

๐๘๕ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่จดนะครับ ท่านที่เพิ่งเข้ามากรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

พลตำรวจตรี สุรพล บุญมา นครนายก

๔๔๔ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๔๔๔ แสดงตนครับ

นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ ชลบุรี

๐๐๙ แสดงตนค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่จดครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วมีผู้ใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ท่านสมาชิกได้แสดงตนทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน แจ้งผลครับ มีผู้แสดงตน ๓๓๗ ท่าน บวก ๗ ท่าน เป็น ๓๔๔ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปเป็นการถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภาหรือไม่ ขอให้ท่านได้ลงคะแนนครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสมาชิกกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติ ได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชัยชนะ เดชเดโช กรรมาธิการ

๐๘๕ ชัยชนะ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นชอบครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางเจ้าหน้าที่ ช่วยจดด้วยนะครับ ๓ ท่าน

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

๐๑๙ เห็นด้วยค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธาน กรวีร์ ๐๐๓ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ลงคะแนนทุกท่านแล้วก็ปิดการลงคะแนน แสดงผล ด้วยครับ

นายธนกร วังบุญคงชนะ แบบบัญชีรายชื่อ

๑๕๗ เห็นชอบครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกด้วยนะครับ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

๓๔๗ เห็นชอบครับ ไม่ทันแล้ว

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ก็ต้องบันทึกไว้ เพราะว่าปิดการลงคะแนนแล้ว เดี๋ยวค่อยแจ้งทีหลังก็ได้ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

๐๕๗

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวเอามติ ตรงนี้ก่อนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๕ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๕๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภานะครับ ท่านผู้ใดที่ต้องการบันทึกกรุณาแจ้ง เจ้าหน้าที่เพิ่มเติมได้ แต่ว่าเป็นการบันทึกไว้นะครับ

นางสาวละออง ติยะไพรัช แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ๒๑๖ เห็นด้วยนะคะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้ เป็นอันว่าจบการพิจารณาพระราชบัญญัติเพิ่มเติมที่วุฒิสภาส่งมานะครับ

เนื่องจากพระราชบัญญัตินี้มีข้อสังเกตด้วย ก็ต้องขอเสียงจากท่านสมาชิกว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนจะลงมติก็ต้องขอตรวจสอบ องค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก ที่อยู่ในห้องกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกรุณา เสียบบัตรแสดงตนอีกครั้งหนึ่งเพราะจะลงมติในข้อสังเกตครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาเสียบบัตร แสดงตนทุกท่านแล้วปิดการแสดงตน แสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๓๐ ท่าน

ถือว่าครบ องค์ประชุมครับ

ต่อไปเป็นการถามว่าท่านสมาชิกจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าท่านผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับ ข้อสังเกตกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

๐๕๗ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ

นายชัยชนะ เดชเดโช กรรมาธิการ

๐๘๕ เห็นด้วยครับ

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอีกไหมครับ ลงคะแนนทุกท่านแล้วแสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๘ ท่าน บวก ๓ ท่าน เป็น ๓๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน

เป็นอันว่าที่ประชุมนี้ เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ

นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธาน ๐๙๓ เห็นด้วยครับ

นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ชลบุรี

๓๒๒ เห็นด้วยค่ะ

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

๑๕๓ เห็นด้วยค่ะ

นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ๓๘๓ เห็นด้วยค่ะ

นายทศพร เสรีรักษ์ แพร่

๑๕๐ เห็นด้วยครับ

นายจเด็ศ จันทรา พิษณุโลก

๒๐๓ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้บันทึก ไว้นะครับ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

หมายเลข ๐๒๔ เห็นด้วยครับ

นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ๐๔๒ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๔๒ เห็นด้วย

นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร มหาสารคาม

ท่านประธาน ๓๑๑ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยนะครับ บันทึกไว้ เมื่อสักครู่นี้ผมได้แจ้งผลไปแล้วว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะ กรรมาธิการนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบกับร่างเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่วุฒิสภาส่งมาแล้ว ท่านประธานคณะกรรมาธิการ จะขอขอบคุณ เชิญครับ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ในนามของกรรมาธิการ กราบขอบพระคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ทุกพรรค เพราะว่าตั้งแต่ต้นจนจบ ๒ ปีมานี่มติเป็นแบบนี้หมดคือเห็นด้วยทุกคน มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนฝากไว้ ฝากแบบฝากวันเดียวนะครับ กฎหมายฉบับนี้จะไม่สมบูรณ์แบบเลยถ้าไม่มีกฎหมายประมง นอกน่านน้ำเดินควบคู่กัน ๑๒ ปีมาแล้วเมื่อประเทศไทยถูกกดดันจากอียูเต็มที่ ประเทศไต้หวัน แก้ด้วยวิธีการออกกฎหมาย ๒ ฉบับคือประมงภายในกับประมงนอกน่านน้ำ แต่บังเอิญตอนนั้น ทำไมเราไม่ทำผมไม่ทราบ วันนี้ถึงเวลาต้องทำแล้ว ผมอยากเรียนว่านอกน่านน้ำไทย เป็นสมบัติสากล เราไปเอามามีแต่ได้กับได้ ไม่มีเสียสักนิดเดียว โดยเฉลี่ยแล้วในอดีตเรือจาก นอกน่านน้ำ ๔,๐๐๐ ลำ เรานำสัตว์น้ำเข้ามาประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อมาแปรรูปแล้ว ส่งขายได้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปัจจุบันก็หายไปสิ้น เหลือเรือประมงนอกน่านน้ำ เพียงลำเดียวและส่งออกไม่ได้เลย ต้องเอาวัตถุดิบมาทำ ก็อยากขอความกรุณาท่านว่านี่เป็น วิธีการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ดีที่สุดและที่เร็วที่สุด และเรามีโรงงานอยู่แล้วนะครับ ผมคุยกับ สส. ทุกพรรคก็มีความเห็นตรงกัน ที่จริงผมใจร้อนอยากให้เป็นวันนี้ แต่มันเป็นไปไม่ได้ ขอความ กรุณาท่านทั้งหลายได้กรุณาร่วมกันยื่นญัตติด่วนตั้งกรรมาธิการศึกษาขึ้นมา ผมและคณะเดิม สัญญากับท่านถ้าทำไม่ได้จะไปผูกคอตาย ภายใน ๑๒-๑๔ สัปดาห์พวกผมจะทำให้เสร็จ แล้วก็เมื่อตอนหาเสียงท่านก็ไปรับปากกับราษฎรแล้วกัน ขึ้นรัฐบาลใหม่มาร่างเลย ภายใน ๖ เดือนก็จะมีกฎหมายประมงนอกน่านน้ำขึ้นมา จะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้แก่เศรษฐกิจ ของประเทศไทยและการประมงไทย กราบขอบพระคุณครับ หวังว่าจะได้เห็นสิ่งนั้นจริง ๆ ขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณประธาน คณะกรรมาธิการ มีกรรมาธิการอีกท่านหนึ่ง เชิญครับ

นายพิทักษ์เดช เดชเดโช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิทักษ์เดช เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช จากลุ่มน้ำ ปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก พร้อมไปด้วยกรรมาธิการทุกท่านที่ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในการแก้ไขปัญหากฎหมาย ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมกับพี่น้องชาวประมง โดยผ่านกลไกระบบรัฐสภาหรือว่ากฎหมาย ที่พี่น้องชาวประมงได้เกิดปัญหามา ตลอดระยะเวลาเกือบ ๑๐ ปีที่ทำให้กฎหมายฉบับนี้ มองได้ว่าพี่น้องชาวประมงเหมือนอาชญากรซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประมงไทย เป็นอย่างมาก สิ่งที่ทุกพรรคนำข้อเสนอมา สิ่งที่เพื่อนกรรมาธิการมาจากต่างพรรค ต่างฝ่ายกัน เข้ามาร่วมกันทำงานในกรรมาธิการ รวมถึงการนำเสนอของพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมดถือเป็นเรื่องที่ดี และในวันนี้ได้ตกผลึกเกิดความสำเร็จขึ้นแล้ว ผมเชื่อมั่นว่ากฎหมาย ฉบับนี้เป็นการฟื้นฟูจากประมงพื้นบ้านไปสู่ประมงอาชีพ จากประมงพาณิชย์ที่เกิดปัญหา สามารถกลับมาเจริญรุ่งเรืองได้ และกฎหมายฉบับนี้เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ให้กลับมาเป็นทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทยทุกคนอย่างยั่งยืน และทุกสิ่งทุกอย่างจะมี กระบวนการพัฒนาและวิวัฒนาการไปทางด้านกฎหมายและด้านการประมง ผมเชื่อมั่นว่าเรา จะต้องสานงานต่อเหมือนที่ท่านอาจารย์ปลอดประสพกล่าวถึงเรื่องการประมงนอกน่านน้ำ เป็นกฎหมายที่จะต้องต่อยอดจากกฎหมายฉบับนี้

เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่เคารพครับ เราจะเห็นได้ว่าจากความแตกต่างทั้งหมด ที่เรามาอยู่ร่วมกันและสร้างประวัติศาสตร์ที่ดีเกิดขึ้นสู่สังคมไทยแก่พี่น้องชาวประมง ไม่ว่า เราจะมากันอย่างไร เราจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างเรามีจุดร่วม ร่วมกัน แก้ไข แก้ไขจุดต่าง หาจุดร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ความแตกต่างเกิดขึ้น ได้เสมอ ความแตกต่างทางด้านความคิดเกิดขึ้นได้ตลอด แต่สิ่งสำคัญที่เราไม่แตกต่างกันคือ เลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณ คณะกรรมาธิการครับ เป็นอันว่าจบระเบียบวาระนี้ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการและผู้เกี่ยวข้อง ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ

ตามที่วิปได้คุยกันจะขอเลื่อนเรื่องที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา ตามข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๑๓๗ เช่นเดียวกับ พ.ร.บ. เมื่อสักครู่นี้นะครับ

๒. ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้ลงมติ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ต่อไป

ทั้งนี้ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็จะได้ดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ต่อไป แต่ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วย ให้แต่ละสภา ตั้งบุคคลประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาและเสนอรายงานนี้ต่อสภาทั้งสอง เพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ประกอบข้อบังคับ ๑๓๗ วรรคสอง มีสมาชิกได้ลงชื่อขออภิปรายตอนนี้ ๑ ท่าน ถ้ามีเพิ่มเติมก็มาลงชื่อข้างหน้านี้ได้นะครับ เชิญคุณธัญธรครับ

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค ภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินฉบับนี้ ประเด็นที่ผมจะขออภิปรายในวันนี้คือร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้ส่ง ต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาตามกระบวนการครับ โดยประเด็นสำคัญนั้นอยู่ที่การแก้ไข มาตรา ๔ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดิน และยังโยงไปถึงมาตรา ๗ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๒ ในเนื้อหาคำเดียวกันครับ มาตรานี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นหลักประกันว่าพี่น้องประชาชนที่ซื้อบ้านในโครงการจัดสรร จะมีสาธารณูปโภคที่ดีและใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นถนน สวน สนามเด็กเล่น ท่อระบายน้ำ หรือแม้กระทั่งระบบรักษาความปลอดภัย แล้วในชั้นกรรมาธิการวิสามัญเราใช้เวลาพิจารณา เรื่องคำคำนี้ถึง ๒ วาระด้วยกัน จนมีความเห็นที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เนื้อหาเดิม ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบคือมาตรา ๔๓ การสาธารณูปโภค ที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่นให้ตกอยู่ในภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรและให้เป็น หน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติ และจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก มิได้ อันนี้คือขั้นที่เราได้แก้ไขกันมาในชั้นของเรานะครับ

แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นวุฒิสภาได้มีการแก้ไขข้อความใหม่เป็น ให้มีสภาพใช้งานได้ ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ความต่างและผลของการตีความคืออะไรครับท่านประธาน ฟังเผิน ๆ นั้นเหมือนจะเป็นถ้อยคำที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วแตกต่างอย่างมี นัยสำคัญครับ คำว่า ใช้งานได้ตามปกติ นั้นเน้นไปที่การทำให้สาธารณูปโภคนั้นใช้งานได้จริง ถนนต้องเดินรถ เดินเท้า ใช้สัญจรได้ ท่อระบายน้ำจะต้องระบายน้ำได้ครับ แต่คำว่า ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่านั้นอาจจะถูกตีความอย่างเข้มงวดและหลากหลาย อาจสร้าง ปัญหาตามมากลายเป็นข้อพิพาทในทางปฏิบัติครับ เช่นหากเดิมนั้นท่อในโครงการเป็น ท่อคอนกรีตจะเปลี่ยนเป็นท่อโลหะ ท่อเหล็ก หรือวัสดุที่ทันสมัยกว่า แตกต่างจากเดิม ได้หรือไม่ หากเดิมทางเข้า ออกหมู่บ้านเป็นไม้กั้นหมู่บ้านธรรมดา จะปรับปรุงเป็นระบบ Key Card อัตโนมัติถือว่าเป็นมาตรฐานเดิมอยู่หรือไม่ หรือหากเดิมนั้นเป็นถนนคอนกรีต จะซ่อมแซมด้วย Asphaltic ยางมะตอย ให้ใช้งานได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่า ถือเป็นการขัด ต่อมาตรฐานเดิมหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดช่องว่างในการตีความ อาจไม่ต่างจาก พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินฉบับเดิมในปี ๒๕๔๓ หมวดที่ ๔ การบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ในนั้น ใช้คำว่า ให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป และมีความเสี่ยงจะกลายเป็นข้อพิพาท ทางกฎหมายระหว่างผู้พัฒนาโครงการ หน่วยงานรัฐ และประชาชนผู้อยู่อาศัย ถ้อยคำ ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่าฟังดูเหมือนจะเป็นการยกระดับ แต่จริง ๆ แล้วอาจกลายเป็น พันธนาการที่ทำให้การแก้ปัญหาหน้าบ้านของพี่น้องประชาชนล่าช้า ต้องรอการตีความ รอหน่วยงานส่วนกลางตอบ ซึ่งระหว่างนั้นประชาชนก็ยังต้องใช้ถนนที่พังอยู่ ใช้ท่อระบายน้ำ ที่แตกหักอยู่ หรือแม้กระทั่งน้ำที่ขังแล้วรอการระบายก็ยังท่วมอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร เลือกใช้คำว่า ใช้งานได้ตามปกติ ไม่ได้เป็น การลดทอนคุณภาพ แต่เป็นการเน้นไปที่ Function การใช้งานจริงของสาธารณูปโภคนั้น ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาครับ

ข้อเสนอเพื่อทางออกผมจึงเห็นสมควรว่าเราควรตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณาหาข้อสรุปที่ชัดเจนและตรงกับความเป็นจริง มากที่สุด ผมเชื่อว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้เวลานานในการหารือครับ เพราะเจตนารมณ์ ของทุกฝ่ายต่างก็ต้องการให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ใช้สาธารณูปโภคที่ดี ครบถ้วนสมบูรณ์ได้ดี อยู่แล้วนะครับ เพียงแต่การหาถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความสับสนหรือการตีความที่ล้นเกิน เราต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ ซึ่งในประเด็นนี้ผมก็ได้หารือกับผู้เสนอร่างทั้ง ๒ ท่าน คือ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน รวมถึงท่าน สส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รวมถึงได้ขอความเห็นจากท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ไม่เสียหายครับ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ก็มีความเห็นที่สอดคล้องกัน ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายจัดสรรที่ดินก็เป็นกฎหมายที่มีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชนจำนวนมหาศาล เพราะเกี่ยวกับบ้าน ถนน น้ำ ไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าบ้านของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ดังนั้นการเลือก ถ้อยคำในกฎหมายจึงต้องระมัดระวังและต้องคำนึงถึงการปฏิบัติจริงหน้างานในพื้นที่ ผมจึง ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาศึกษาในประเด็นนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับมาลงมติในที่ประชุมร่วมของรัฐสภาได้โดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับ ประโยชน์อย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ

นายขจิตร ชัยนิคม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานี ผมได้ พิจารณาคำที่วุฒิสภาแก้ไขมาแล้วในร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมคิดว่าการเพิ่มเติมการแก้ไขของวุฒิสมาชิกเป็นการทำหน้าที่ของเขาจริง ๆ แล้วผมมอง เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ประเด็นที่แก้ไขเล็กน้อยหมายความว่าในมาตรา ๓ ทางวุฒิสมาชิก เพิ่มคำว่า ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งทำให้คนที่มาอ่านกฎหมายรู้ว่ากฎหมายที่ดินฉบับนี้ถูกแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นการ เพิ่มเติมเข้าเพื่อความสมบูรณ์จริง ๆ แล้วที่เขาแก้ไขอีก ๒ แห่งอยู่ในมาตรา ๔ ที่ไปแก้ไข มาตรา ๔๓ แล้วก็อยู่ในมาตรา ๗ ไปแก้ไขมาตรา ๕๒ ซึ่งวุฒิสมาชิกแก้ไขจากคำว่า ตามปกติ สาธารณูปโภคใช้งานได้ตามปกติ แล้วก็เขาขีดคำว่า ปกติ ออก แล้วก็ใช้คำว่า มาตรฐานเดิม หรือเทียบเท่า ผมมองเห็นต่างจากท่านที่อภิปรายไป ผมมองเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เพิ่ม ข้อความขึ้นซึ่งให้ดีกว่าเดิม ให้ดูชัดเจนกว่าเดิม เป็นการเพิ่มและแก้ไขเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่ เรื่องใหญ่ ผมมีความเห็นว่าเอาตามที่วุฒิสมาชิกแก้ไขมา ไม่ต้องเสียเวลาไปตั้งกรรมาธิการร่วม ให้เปลืองงบประมาณ ให้เปลืองเวลาอีก เห็นว่าควรเห็นชอบตามที่วุฒิสมาชิกแก้ไขมาครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีสมาชิกขออภิปรายอีกท่านหนึ่งครับ ขอเชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมในร่างของสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งให้กับวุฒิสภาไป แล้วส่งกลับมา ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๓๗ (๓) ท่านประธานครับ ผมฟัง เหตุผลจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายและดูประเด็นที่เขาแก้ไข วุฒิสภามีการแก้ไข ๒ มาตรา ในมาตรา ๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่..) พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ตรงนี้ไม่เป็นประเด็น เป็นการขยายให้มีความชัดเจนมากขึ้น คงไม่มีสมาชิกของเราหมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรติดใจ แต่ประเด็นที่มีการอภิปราย กันเยอะก็คือการแก้ไขในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ในมาตรา ๔๓ วุฒิสภาไปแก้ไข จากข้อความเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเรา เรื่องของการจัดสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดิน ต้องดำเนินการ ประเด็นอยู่ที่เดิมเราให้ผู้จัดสรรที่ดินเป็นผู้มีหน้าที่ที่จะบำรุงรักษา สาธารณูปโภคดังกล่าว หมายถึงสาธารณูปโภคที่ต้องดำเนินการเพื่อการจัดสรรที่ดิน โดยภาวะจำยอม หมายถึงว่าต้องดำเนินการก่อนให้มีระบบสาธารณูปโภคโดยภาวะจำยอม ของเจ้าของที่หรือคนที่เกี่ยวข้องในการจะจัดสรรที่ดิน และในฉบับนี้เมื่อจัดสรรที่ดินแล้ว ก็ต้องมีหน้าที่ที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคนั้นให้มีสภาพให้ใช้งานได้ตามปกติ นี่คือร่าง ของสภาผู้แทนราษฎรเรา พอไปถึงวุฒิสภาไปเปลี่ยนถ้อยคำ ตัดคำว่า ปกติ ออก และใช้ ถ้อยคำที่แก้ไขเพิ่มเติมมาคือ ให้ใช้งานได้ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า เติมคำว่า มาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ท่านประธานครับ ผมก้าวล่วงไปในมาตรา ๕๒ ในกฎหมายเดิม ที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วยมาตรา ๗ นะครับ มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๒ และวุฒิสภา ได้ไปแก้ไขถ้อยคำนี้ ถ้อยคำคล้ายกัน แต่ว่าที่มาต่างกันในตัวบทนะครับ ในมาตรา ๕๒ ใช้ถ้อยคำนี้เหมือนกัน บำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติ ในร่างของ สภาผู้แทนราษฎรเรา วุฒิสภาตัดออกครับ เปลี่ยนจากคำว่า ปกติ เป็นมาตรฐานเดิม หรือเทียบเท่า ผมขออนุญาตเปรียบเทียบ ๒ มาตรานี้ให้ท่านประธานได้เห็น ผมเองกรณี ถ้าเป็นไปตามมาตรา ๕๒ ไม่มีข้อถกเถียงใด ๆ ที่จะใช้ถ้อยคำนี้ มาตรา ๕๒ สาระอย่างนี้ครับ ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาวะจำยอมตามมาตรา ๔๓ ลดไปหรือเสื่อมความสะดวก นั่นหมายความว่าสาธารณูปโภคที่จัดมาแล้วเสื่อม ชำรุดทรุดโทรมไป มันไม่สะดวก หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้ผิดไปจากแผนผังและโครงการหรือวิธีการ จัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการหรือผู้ซึ่ง คณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้จัดสรรที่ดินระงับการกระทำนั้น ๑. ต้องระงับก่อน ๒. บำรุงรักษาสาธารณูปโภคนั้นให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติ คือกลับมาใช้งานได้ปกติ วุฒิสภาคิดลึกใช้ถ้อยคำที่เป็นรูปธรรมมากกว่าก็คือว่าให้กลับมามีมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า จากที่คุณเคยสร้างไว้เมื่อมันชำรุดไปแล้วการซ่อมหรือการทำนุบำรุงอะไรต่าง ๆ ต้องกลับมา เป็นมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ปกตินี่เป็นรูปแบบของการใช้งานนะครับ ไม่ได้วัดโดยตัว โครงสร้าง แต่คำว่ามาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่าวัดที่ตัวโครงสร้างในสิ่งที่มันชำรุดทรุดโทรมไป อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ จะใช้ถ้อยคำเดิมของเราก็ได้ในการบังคับใช้กฎหมาย หรือใช้คำของวุฒิสภาก็ได้ ตรงนี้ไม่ติดใจ แต่ประเด็นที่มีติดใจนิดหนึ่งก็คือว่าถ้ามาใช้กับ มาตรา ๔๓ ดูเหมือนว่าจะถูกตีความเยอะ เหมือนเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านในเนื้อหาสาระมาตรา ๔๓ ซึ่งแตกต่างจากมาตรา ๕๒ เมื่อสักครู่นะครับ มาตรา ๔๓ สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน ตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาวะจำยอม บังคับครับ มาตรานี้บังคับให้ตกอยู่ในภาวะจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรและให้เป็น หน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะทำนุบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้มีสภาพใช้งานได้ ตามปกติ อันนี้คือสารบัญญัติของมาตรานี้ ซึ่งแตกต่างจากมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๒ ๑. มี ๒. ใช้งานไป ๓. ชำรุด เสียหาย ก็เลยบังคับให้ว่าคุณต้องซ่อมมาให้เป็นภาวะปกติหรือตาม มาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า แต่อันนี้ยังไม่ชำรุด แต่เป็นการเฝ้าระวัง เป็นการดูแลรักษา มิให้ชำรุด คุณจะใช้มาตรการใด ๆ ก็เป็นหน้าที่คุณให้ใช้งานได้ตามปกติ วุฒิสภาเองไปเปลี่ยน จากคำว่าปกติ บอกว่าคุณจะต้องทำนุบำรุงรักษาสาธารณูปโภคเหล่านี้ให้มันมีสภาพตาม มาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ท่านประธานครับ ถ้อยคำที่ใช้ถามว่าจะมีปัญหาการบังคับใช้ การตีความหรือไม่ โดยความเห็นส่วนตัวผมไม่แตกต่างจากคำว่าปกติ เพราะถูกบังคับว่า คุณมีแล้วต้องรักษาสภาพให้คงเดิมหรือเทียบเท่า ถึงจะไปปรับเปลี่ยนวิธีการก็ต้องเทียบเท่า จะปรับเป็นรูปแบบใหม่ก็ต้องเทียบเท่า ซึ่งการแก้ไขอย่างนี้ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาสาระ หรือการบังคับใช้ ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพแม้มันจะติดขัดบ้างเล็กน้อย ในข้อสงสัย แต่ว่าขั้นตอนนี้ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาเราต้องไปตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อไป พิจารณาประโยคนี้ประโยคเดียวครับ สภาพบังคับหลังจากพิจารณาแล้วอาจจะตัดคำนี้ออก แต่มาตรา ๕๒ ยังคงเดิมในชั้นกรรมาธิการร่วม ถามว่าได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาไหม กับการบังคับใช้กฎหมาย ตัวผมเองเห็นว่าไม่ได้กระทบต่อการใช้ประโยชน์ของกฎหมายเลย ในการตีความ เพราะฉะนั้นการที่เราจะให้สภาไปตั้งกรรมาธิการร่วมใช้เวลาอีกเป็นหลายเดือน ก่อนร่างนี้จะกลับมานี่ก็มีสภาพบังคับใช้ที่ช้าไป ใช้งบประมาณในการที่จัดประชุม เตรียมการ อะไรอีกมากมาย ในขั้นตอนเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วกับสารบัญญัติแล้วผมเห็นว่าสภาเรา น่าจะเห็นชอบ แล้วก็นำทูลเกล้าฯ ขึ้นไปเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ต่อ ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับผู้ที่รอเรื่องนี้อยู่ ให้ท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ไม่มีสมาชิกท่านใดขออภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติร่างพระราชบัญญัติ ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและได้ส่งคืนมายังสภาผู้แทนราษฎรต่อไปนะครับ ก่อนจะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามาในห้องประชุม เพื่อลงมติด้วยครับ ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามาแสดงตนก่อนครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณา เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

๐๑๖ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๑๖ แสดงตนครับ

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธาน ๓๗๙ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๙ แสดงตนครับ

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

๓๗๕ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๕ แสดงตนครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ๐๕๙ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๕๙ แสดงตน กรุณาจดด้วยนะครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ ๐๓๗ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๐๓๗ แสดงตนครับ

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ๒๐๕ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๐๕ แสดงตนครับ

นายอัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์

ท่านประธานครับ ๔๘๔ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงตนนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านสมาชิกที่เข้ามาใหม่กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงตนครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วปิดการแสดงตน แจ้งผล ด้วยครับ มีผู้มาแสดงตน ๓๐๓ ท่าน บวกกับอีก ๘ ท่าน เป็น ๓๑๑ ท่าน

ครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ของวุฒิสภาหรือไม่ ถ้าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๓๗๕ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๓๗๕ ไม่เห็นด้วย

ท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนครับ และเจ้าหน้าที่บวกที่แจ้งมาทางเสียงด้วยนะครับ เดินเข้ามาใหม่ กรุณาลงมติด้วยนะครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

๔๙๘ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เห็นด้วยครับ ลงมติทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าลงมติทุกท่านแล้วก็ปิดการลงมติ แจ้งผลด้วยครับ

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

๑๗๐ ไม่เห็นชอบค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เห็นชอบนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จดด้วย

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

ท่านประธานคะ ๑๑๔ ไม่เห็นด้วยค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวบันทึกไว้นะครับ เพราะว่าปิดแล้ว ผลการลงมตินะครับ มีผู้มาลงมติ ๓๒๗ ท่าน เห็นด้วย ๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๒๓ ท่าน บวก ๓ ท่าน เป็น ๓๒๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมนี้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภานะครับ เมื่อไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของวุฒิสภาแล้วก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกัน โดยให้สภาผู้แทนราษฎรกำหนดจำนวน ตั้งกรรมาธิการร่วมกัน แล้วก็เสนอสัดส่วนนะครับ เชิญเสนอจำนวนของกรรมาธิการร่วมจะมี กี่ท่านครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการร่วม ๒๒ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการร่วม ๒๒ ท่าน มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ สัดส่วนก็เท่ากันฝ่ายละ ๑๑ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ๑๑ ท่าน ของวุฒิสภา ๑๑ ท่าน สัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ๑๑ ท่าน จะเป็นสัดส่วนของพรรคการเมืองต่าง ๆ ดังนี้ พรรคประชาชน ๓ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๓ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน เชิญเสนอได้นะครับ พรรคประชาชนก่อนครับ

นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๕ ผมขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการสัดส่วนพรรคประชาชน จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. ธัญธร ธนินวัฒนาธร ๒. ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ๓. ชูศักดิ์ ศรีอนุชิต ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง พรรคเพื่อไทย ๓ ท่านครับ

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายนิคม บุญวิเศษ ๒. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ และ ๓. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นางญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางญาณีนาถ เข็มนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการร่วมในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ๑. สส. วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๒. สส. ปทิดา ตันติรัตนานนท์ ขอผู้รับรองค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ ท่านครับ

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เพชรบุรี

เรียนท่านประธาน ดิฉัน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วม ในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ คนนะคะ คุณสันต์ แซ่ตั้ง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอเสนอกรรมาธิการร่วมในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ คุณธนวรรณ เกษเมธีการุณ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ

ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการร่วมในนามของ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน นายศุภชัย มุตตาหารัช ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ครบ ๑๑ ท่านแล้วนะครับ เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๑๑ ท่าน ๑. นายธัญธร ธนินวัฒนาธร ๒. นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ๓. นายชูศักดิ์ ศรีอนุชิต ๔. นายนิคม บุญวิเศษ ๕. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๖. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ๗. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๘. นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ๙. นายสันต์ แซ่ตั้ง ๑๐. นางสาวธนวรรณ เกษเมธีการุณ และ ๑๑. นายศุภชัย มุตตาหารัช

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ เลขาธิการครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๑ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

วันนี้จะเป็นการพิจารณาต่อจากที่ได้พิจารณาไปเมื่อวันพุธที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๘ ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ ในการนี้ผมขออนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ได้ ขอเชิญบุคคลต่อไปนี้เข้าร่วม ชี้แจงได้นะครับ ๑. นายสุริยา นาชิน ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ๒. นางสาวชลธร มีวงศ์อุโฆษ ผู้อำนวยการกองฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ กรมบังคับคดี ๓. นางทัศน์พร จินันทุยา ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลาย กรมบังคับคดี และ ๔. นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ประนอมหนี้และกฎหมาย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สมาคม ธนาคารไทย ขอเชิญเข้าประจำที่ครับ

คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่เรียบร้อยแล้วนะครับ การประชุมในวันนี้ จะเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สอง โดยการพิจารณาเริ่มตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงลำดับมาตราจนจบมาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๙๐/๑๒๙ จากนั้นประธานที่ประชุมสั่ง ให้ปิดการประชุมเพื่อพิจารณาต่อในวันนี้ เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนที่ ๘ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนการพิจารณา เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นกิจการขนาดย่อม คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรานี้ คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมขึ้นใหม่ ไม่มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ แล้วก็ไม่มี สมาชิกขออภิปราย แต่เนื่องจากมาตรานี้การเพิ่มเติมส่วนที่ ๘ เป็นการเพิ่มเติมส่วนที่ ๘ ขึ้นใหม่ ผมก็ต้องถามที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการเพิ่มเติมส่วนที่ ๘ ขึ้นมาใหม่ของคณะ กรรมาธิการหรือไม่ ก่อนจะถามมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามาในห้องประชุมเพื่อลงมติครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องกรรมาธิการหรือไปรับประทานอาหารอยู่ในห้องอาหารกรุณาเข้ามา ลงมติก่อนครับ พ.ร.บ. นี้ มีการลงมติตลอดเวลา ๑๐๐ กว่ามาตรา แล้วก็ดูเหมือนว่าไม่มี ผู้สงวนคำแปรญัตติ สงวนความเห็น แล้วก็ยังไม่มีสมาชิกขออภิปราย ก็อาจจะต้องลงมติ ถี่ ๆ หน่อยครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผมขออนุญาต ถามนิดหนึ่งครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมขอท่านประธานทวนนิดหนึ่งว่าตอนนี้เราอยู่ที่มาตราใด ผมเข้าใจว่าผมเป็นผู้อภิปราย ท่านสุดท้ายในมาตรานี้ก่อนที่จะมีการลงมติ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นมาตรา ๙๐/๑๒๘ หรือไม่ จะรบกวนท่านประธานช่วยทวนมาตราสักนิดหนึ่งพวกผมจะได้ตั้งหลักต่อถูก ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันก่อนนี้ไปถึง มาตรา ๙๐/๑๒๙ แล้วนะครับ แต่ตอนนี้เป็นการพิจารณาในส่วนที่ ๘ ว่าด้วยบทกำหนดโทษ กระบวนการพิจารณา และการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นขนาดย่อม ซึ่งคณะกรรมาธิการ เพิ่มขึ้นมาใหม่นะครับ

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงตนเพิ่มเติม

จ่าอากาศเอก อภิชาติ แก้วโกศล เพชรบุรี

๔๗๓ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านณัฐวุฒิ เพิ่มเติม คราวที่แล้วท่านแจ้งว่ามาตรา ๙๐/๑๓๐ จะมีอภิปรายหลายท่าน หลังจากเพิ่มเติม ส่วนที่ ๘ นี้แล้วเดี๋ยวจะถึงมาตรา ๙๐/๑๓๐ ไปเลยครับ ขอให้สมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณา กดปุ่มแสดงตน ถ้าแสดงตนไม่สะดวกกรุณาแจ้งด้วยครับ มีสมาชิกท่านใดที่เข้ามาแล้ว ยังไม่ได้แสดงตน ถ้าแสดงตนครบถ้วนแล้วกรุณาแจ้งผลด้วยครับ มีผู้มาแสดงตน ๒๘๐ ท่าน แจ้งเพิ่มเติม ๑ ท่าน เป็น ๒๘๑ ท่าน

ถือว่าครบ องค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะถามมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเพิ่มเติม ขึ้นมาใหม่หรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นว่า ควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นด้วยครับ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

ทรงยศ ๑๔๓ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีไหมครับ ที่ยังไม่ได้ลงคะแนน

นางสาวการณิก จันทดา เชียงใหม่

๐๑๙ เห็นด้วยค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพิ่มเห็นด้วยอีก ๑ ท่าน ถ้าลงคะแนนทุกท่านแล้วปิดการลงคะแนนครับ มีผู้มาลงมติ ๒๙๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๕ ท่าน บวก ๓ ท่าน เป็น ๒๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมขึ้นใหม่ ต่อไปขอเชิญเลขาธิการครับ

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๓๐ คณะกรรมาธิการตัดออก มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นครับ

นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม พรภัทร์ ตันติกุลานันท์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนัก ประธานศาลฎีกา ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นในร่างมาตรานี้ครับ สำหรับ ร่างมาตรา ๙๐/๑๓๐ ผมขออนุญาตอธิบายอย่างนี้ว่าเป็นบทบัญญัติที่กำหนดความรับผิด แล้วก็โทษทางอาญาแก่ลูกหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้กรณีที่ปกปิดรายละเอียดของหนี้สิน หรือแสดงจำนวนคดีที่ค้างชำระเป็นเท็จ ซึ่งร่างมาตรานี้เดิมมีอยู่แล้วในกฎหมายปัจจุบัน จะอยู่ในมาตรา ๙๐/๑๒๔ ของ พ.ร.บ. ล้มละลาย และในร่างของ ครม. เองก็มีบทบัญญัติ ดังกล่าวอยู่ แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากก็มีความเห็นว่าสมควรตัดออก โดยมีการให้ เหตุผลต่าง ๆ นานา บางคนก็บอกว่าอาจจะเป็นความผิดที่เป็นความผิดตามกฎหมายอื่น ได้อยู่แล้ว บางท่านก็บอกว่าการมีไว้น่าจะทำให้เกิดความเป็นภาระต่อกระบวนการยุติธรรม เสียมากกว่า อย่างไรก็ตามกระผมเองในฐานะนักกฎหมาย มีเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการอีก ๒ ท่าน ซึ่งเป็นนักกฎหมายเหมือนกัน แล้วก็มีอีกท่านหนึ่ง รวมทั้งหมด ๔ คน ก็เห็นว่าการที่มีอยู่ ของมาตรานี้น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะว่ามาตรานี้มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าถ้าเกิด ลูกหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้ปกปิดรายละเอียดของหนี้สินหรือแสดงจำนวนหนี้ที่ค้างชำระ เป็นเท็จแล้วจะมีความผิดเกิดขึ้น ทีนี้ร่างกฎหมายฉบับนี้เราตั้งใจที่ว่าจะให้การฟื้นฟูกิจการ หรือการฟื้นฟูฐานะของลูกหนี้เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น ในการทำแผนฟื้นฟูหรือการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูต่อศาลถ้าลูกหนี้สามารถยื่นเอกสาร แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนี้สินเป็นเท็จได้โดยที่ไม่มีมาตรการอะไรเลยที่ ป้องปรามเขา ทำให้เขาลดแรงจูงใจที่จะยื่นข้อมูลอันเป็นเท็จแล้ว กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่มีทาง ที่จะสัมฤทธิ์ผลได้ บางท่านก็บอกว่าในกฎหมายมาตรานี้ไม่มีความจำเป็นเพราะอาจจะเป็น ความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญาได้ ซึ่งผมก็ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ศาลไม่ใช่เจ้าพนักงานนะครับ เพราะฉะนั้น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ จะเอามาใช้ทดแทนไม่ได้เป็นอันขาด อันนี้ก็เลยเป็นที่มาที่กระผมกับเพื่อน ๆ สมาชิกอีก ๓ คนคิดว่าเราควรจะคงร่างมาตรานี้ไว้ เหมือนกับในร่าง ครม. น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีกรรมาธิการท่านอื่นอีกไหมครับ เชิญครับ

นายพิชัย นิลทองคำ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม พิชัย นิลทองคำ กรรมาธิการ ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ผมขอเรียนชี้แจงให้เหตุผลว่าทำไม กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงต้องตัดบทลงโทษ มาตรา ๙๐/๑๓๐ ออก ผมเรียนชี้แจงอย่างนี้ มาตรา ๙๐/๑๓๐ เป็นบทลงโทษที่เอาโทษแก่ใครครับ เอาโทษต่อผู้ที่ยื่นคำร้องต่อศาล ล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการสำหรับกิจการขนาดเล็กซึ่งมีหนี้ตั้งแต่ ๑ บาทขึ้นไป จนไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท โทษที่ลงตามมาตรา ๙๐/๑๓๐ ที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย สงวนคำแปรญัตติไว้นั้น ท่านเห็นว่าเป็นโทษที่ควรจะต้องมี แต่ความจริงแล้วมีเหตุผล ๓ ประการสำคัญเลยที่เราควรต้องตัด

ประการที่ ๑ โทษสำหรับมาตรา ๙๐/๑๓๐ นี้ก็คือโทษของการปกปิด หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โทษสำหรับการแสดงข้อความอันเป็นเท็จมีอยู่ในบททั่วไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ อยู่แล้วครับ ซึ่งถ้าหากบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ ล้มละลายนี้เพิ่มอีกก็เท่ากับจะต้องเป็นผิดครั้งเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทขึ้นมาทันที ซึ่งจะเป็นภาระต่อประชาชน

ประการที่ ๒ ที่เกี่ยวกับว่าศาลไม่ใช่เจ้าพนักงาน ความจริงในการยื่นคำร้อง ไม่ได้ไปยื่นต่อศาลนะครับ ผู้ร้องต้องยื่นต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน และในขณะเดียวกัน เรามีบทบัญญัติในส่วนนี้พูดถึงเจ้าพนักงานคดีไว้ เจ้าพนักงานคดีให้เป็นเจ้าพนักงาน ตามกฎหมาย ฉะนั้นในการยื่นเท็จต้องไปยื่นต่อเจ้าพนักงาน แล้วเจ้าพนักงานก็ไปยื่นต่อศาล ส่วนศาลท่านจะสั่งอย่างไรนั่นอีกเรื่องหนึ่ง

ผมขอชี้แจงทำความเข้าใจตรงนี้ว่าการบัญญัติไว้ตรงจุดนี้ ประการที่ ๑ จะเกิด ความซับซ้อน แล้วเกิดปัญหาให้เป็นภาระต่อลูกหนี้หรือผู้ที่ไปยื่นต่อศาล ส่วนประการที่ ๒ ที่ว่าเราตัด ความจริงเราไม่ได้ตัดนะครับ แต่กลายเป็นว่าเราย้ายครับ ย้ายไปไว้ตรงไหน ย้ายไปไว้มาตรา ๑๙๐/๑๓๒ เราไม่ใช้มาตรา ๙๐/๑๓๐ แต่เราไปบัญญัติเพิ่มเติม ถ้าหากท่าน จะดูเราไปเพิ่มเติมไว้ในมาตรา ๙๐/๑๓๒ ว่าเจ้าหนี้รายใดแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เราไป บัญญัติใส่ไว้ตรงจุดนั้น นี่คือไม่ได้ตัด แต่ไปเติมใส่ให้

แต่ประการสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือความไม่ชอบธรรมและความไม่เป็นธรรม ในกฎหมาย ถ้าหากว่าเราไม่ตัดกฎหมายนี้จะไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งเลยนะครับ ไม่เป็นธรรม อย่างไร ผมเรียนท่านครับ เราต้องย้อนกลับไปดูก่อนว่าในการฟื้นฟูกิจการบุคคลที่จะยื่นฟื้นฟู กิจการได้มีอยู่ ๒ คนคือเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ลูกหนี้ในที่นี้ก็หมายความว่าบุคคลธรรมดาคือลูกหนี้ ถ้าเป็นผู้บริหารของลูกหนี้ก็คือนิติบุคคลก็อยู่ในฐานะลูกหนี้ ในพระราชบัญญัติที่ท่านลงมติ ผ่านไปแล้ว มาตรา ๙๐/๙๓ เราให้บุคคลที่ยื่นมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ ๒ คน คือ (๑) เจ้าหนี้ (๒) ลูกหนี้ ทีนี้ย้อนกลับมาดูครับ ปรากฏว่ามาตรา ๙๐/๑๓๐ ที่กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยจะเอามาใส่บัญญัติลงโทษแต่ลูกหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้ ก็แปลความว่า ถ้าเจ้าหนี้จะยื่นคำร้องโกหก เจ้าหนี้จะยื่นคำร้องเท็จ ทำอย่างไรทำได้หมด ส่วนลูกหนี้ต้องยื่น สุจริตอย่างเดียว ตรงนี้จึงเป็นความไม่เป็นธรรมแล้วก็จะขัดแย้งต่ออีกนะครับ ขัดแย้งออกไป จนกระทั่งถ้าหากตอนสุดท้ายท่านไปพิจารณาในส่วนของ ๓/๔ เราก็จะต้องเห็นว่าผู้ที่จะยื่น คำร้องขอฟื้นฟูก็เป็นเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ปรากฏว่าบทกำหนดโทษในส่วนหลังไปลงโทษ ทั้งเจ้าหนี้กับลูกหนี้ ฉะนั้นความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นจากมาตรา ๙๐/๑๓๐ ที่เอาโทษแต่ลูกหนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่มีหนี้สินน้อย เพียง ๕๐ ล้านบาท จึงเป็นความไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง นั่นคือประเด็น สำคัญที่สุดว่าทำไมกรรมาธิการเสียงข้างมากจึงเห็นควรให้ตัดและให้ไปใช้บททั่วไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ซึ่งเป็นการเพียงพอ ในส่วนของผมขอเรียนชี้แจง เท่านี้ จะมีกรรมาธิการท่านอื่นได้ชี้แจงอีกส่วนหนึ่งครับ ขอขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยยังติดใจ ถ้าติดใจก็แปรให้จบ แล้วก็จะให้เสียงข้างมากตอบให้จบ เชิญกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิสิต อินทมาโน กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์นิสิต อินทมาโน ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น มาตรา ๙๐/๑๓๐ ขออนุญาตแสดงความสำคัญ และความจำเป็นที่จะต้องคงมาตรา ๙๐/๑๓๐ ให้คงเดิมไว้ในร่าง ดังนี้

ประการที่ ๑ ผมอยากให้ทุกท่านดูเจตนารมณ์ของมาตรา ๙๐/๑๓๐ ครับ มาตรา ๙๐/๑๓๐ มีเพื่อคุ้มครองกระบวนการฟื้นฟูกิจการให้โปร่งใส เป็นธรรมแก่ทั้งเจ้าหนี้ ลูกหนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะข้อมูลนั้นจะต้องใช้ในการทำแผน ข้อมูลนั้นจะต้อง ถูกต้อง เป็นไปโดยสุจริต ปฏิบัติได้ และที่สำคัญจะทำให้แผนปฏิบัติได้จริง ๆ เพราะฉะนั้น มาตรา ๙๐/๑๓๐ จึงกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นเฉพาะลูกหนี้หรือผู้บริหารลูกหนี้ ขีดเส้นใต้ ใหญ่ ๆ ครับ โดยทุจริต ปกปิดรายละเอียดแห่งหนี้สินในสาระสำคัญหรือแสดงจำนวนหนี้ ค้างชำระของเจ้าหนี้ทั้งหลายอันเป็นเท็จ เช่นเดียวกันครับ ในสาระสำคัญซึ่งอาจทำให้เจ้าหนี้ เสียหาย ท่านจะเห็นได้ว่ากรณีนี้เป็นเฉพาะลูกหนี้ที่กระทำโดยจงใจและมีเจตนาทุจริต อย่างร้ายแรง และต้องครบองค์ประกอบ ๓ ข้อครับ

ประการที่ ๑ การกระทำนั้นต้องเป็นการกระทำจงใจโดยมีเจตนาทุจริต ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอาญาต้องตีความอย่างเคร่งครัด พิสูจน์ให้เห็นเจตนาทุจริต อย่างชัดเจนอันเป็นองค์ประกอบสาระสำคัญ ไม่ใช่กรณีลูกหนี้ผิดหลง ไม่ใช่กรณีลูกหนี้ ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยหรือประมาทเลินเล่อ ดังนั้นในต่างประเทศและที่ผ่านมาในประเทศไทย เช่นเดียวกันถ้าลูกหนี้ยื่นหลักฐานเอกสารสัญญาหรือเอกสารที่อยู่ในครอบครองกรอกข้อมูล ตรงกันถูกต้อง สุจริตครับ ไม่ผิดข้อนี้เลย

ประการที่ ๒ องค์ประกอบใช้คำว่า ต้องปกปิด ต้องมีการปกปิดนะครับ หรือรายละเอียดหนี้สินในสาระสำคัญ หรือแสดงจำนวนหนี้ที่ค้างชำระอันเป็นเท็จ คำว่า สาระสำคัญ ร่างกฎหมายเราเอามาจากกฎหมายต่างประเทศที่เรียกว่า Material Fact ซึ่งตรงกันว่าต้องเป็นสาระสำคัญที่มากถึงขนาดทำให้การรู้หรือไม่รู้ข้อเท็จจริงนั้น ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาตัดสินคดีครับ เช่นเดียวกันเท่าที่ผมค้นคว้ามาแนวคำพิพากษา ฎีกาศาลไทยก็สอดคล้องกับหลักสากลครับ คำพิพากษาศาลฎีกา ๙๒๒๖/๒๕๕๙ ศาลตีความ คำว่าสาระสำคัญว่าการที่จำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก และยังรับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก แต่จำเลยไม่แจ้งว่าตนมีสิทธิรับมรดก เป็นการละเว้น ไม่แจ้งข้อความอันเป็นสาระสำคัญเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย มาตรา ๑๖๓ (๒) เขียนชัดเจนเลยว่าต้องสำคัญขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ไม่ใช่ เรื่องง่าย ๆ ไม่ใช่ลืม ผิด หลง

ประการที่ ๓ จะต้องอาจทำให้เจ้าหนี้เสียหาย ต้องพิสูจน์อีกว่าอาจทำให้ เจ้าหนี้เสียหาย หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะสอดคล้องกับ มาตรา ๙๐/๑๖๖ (๑/๑) ถ้าท่านดูในเอกสารรายงานกรรมาธิการ อยู่ในหน้า ๒๐ เรากำหนด ว่าแผนต้องเสนอโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย ถ้าเราระบุไว้ว่าต้องสุจริตและไม่ขัด ต่อกฎหมาย แต่เราไม่มีมาตรการที่บังคับกับผู้ที่อาจจะกระทำโดยทุจริตอย่างร้ายแรง และเกิดความเสียหาย กฎหมายนี้บังคับใช้ไม่ได้ครับ

นอกจากนี้ผมอยากจะกราบเรียนทุกท่านว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ถ้าท่าน พิจารณาจากร่างเดิมที่รับหลักการในครั้งที่ ๑ มีความแตกต่างเยอะมากครับ กรรมาธิการ ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในการคุ้มครองเจ้าหนี้หลายมาตรา เช่นการประชุมเจ้าหนี้เดิม ซึ่งเป็นไป ตาม ๓/๑ ยุ่งยาก ซับซ้อน เป็นภาระของลูกหนี้ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นการเจรจาระหว่างเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ง่ายขึ้น ตามมาตรา ๙๐/๑๐๙ หรือการยอมรับแผน ตามเดิมเป็น ๒ ใน ๓ ของ จำนวนหนี้ทั้งหมด กรรมาธิการแก้ให้เหลือหนี้ร้อยละ ๕๐ ตามมาตรา ๙๐/๑๑๐ จำนวนหนี้ ก็ลดลง แล้วถ้าหนี้ยังไม่ถูกต้องน่าจะเกิดความเสียหายครับ หรือแม้แต่หลัก Clam Down ตามมาตรา ๙๐/๑๑๖ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นว่าต้องคงหลักกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรการ ที่อยู่ และอยากจะกราบเรียนท่านอีกครั้งว่ามาตรานี้ไม่ได้บัญญัติขึ้นมาใหม่นะครับ ปัจจุบัน ยังบังคับใช้อยู่ อยู่ในมาตรา ๙๐/๑๒๔ และตรงกับบทบัญญัติซึ่งอยู่ในร่างกฎหมาย ฉบับที่ ๒๕ และฉบับที่ ๒๖ นั่นแปลว่าประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เจ้าหนี้ ลูกหนี้ได้ให้ความเห็นไว้แล้วว่า ควรจะมี

ประการที่ ๒ ขอกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้สอดคล้องกับหลักกฎหมาย สากลในการคุ้มครอง ป้องกันจากการปกปิดหรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ที่เรียกว่า Concealment of debt หรือ Making oaths a false statement ในสหราชอาณาจักร อยู่ใน Insolvency Act ปี ๑๙๘๖ มาตรา ๓๕๔ สหรัฐอเมริกาอยู่ใน USC 18 มาตรา ๑๕๒ ญี่ปุ่นอยู่ใน Bankruptcy Act มาตรา ๒๖๕ ทั้งหมดใช้ข้อความเหมือนกันเลยครับว่า Conceal of any debt แล้วก็อาจจะ Harmful หรือ False Statement

ประการที่ ๓ สาเหตุที่กรรมาธิการบางท่านอาจจะมีความเห็นต่าง ด้วยความ เคารพนะครับ เมื่อสักครู่หรือแม้แต่ตอนพิจารณาหลายท่านอาจจะพิจารณาว่าเราไม่จำเป็น ต้องมีมาตรา ๙๐/๑๓๐ ให้ใช้มาตรา ๙๐/๑๓๒ ด้วยความเคารพ ขออนุญาตท่านช่วยเปิด ทั้ง ๒ มาตราเทียบกันนะครับ ท่านจะเห็นว่าเจตนารมณ์ของทั้ง ๒ มาตรานั้นแตกต่างกันอยู่ สิ้นเชิง อยู่คนละขั้นตอน บังคับใช้กับบุคคลที่แตกต่างกัน มาตรา ๙๐/๑๓๐ นั้นมีเจตนา คุ้มครองกระบวนการตั้งแต่ยื่นคำขอ ตั้งแต่ทำแผนฟื้นฟู มุ่งให้ลูกหนี้หรือผู้บริหารแผน ต้องกระทำโดยสุจริตครับ แต่ถ้าท่านสังเกตมาตรา ๙๐/๑๓๒ เป็นขั้นตอนการบริหารแผน กำหนดให้ผู้บริหารแผนหรือเจ้าหนี้ ในตัวบทเขียนว่า ผู้บริหารแผนผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้น ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือกระทำการฝ่าฝืน ท่านเห็นไหมครับ ต้องมีผู้บริหารแผนแล้ว แสดงว่าคนละขั้นตอน ๒. กฎหมายใช้คำว่า เจ้าหนี้รายใด ด้วยความเคารพที่มีท่านกรรมาธิการ เห็นต่างเมื่อสักครู่ นี่ครับกฎหมายที่เขียนว่า เจ้าหนี้ถ้าแสดงข้อความเท็จซึ่งอาจจะเกิด ความเสียหาย มีความผิดอาญา มีอยู่ในมาตรานี้ แต่มาตรา ๙๐/๑๓๒ ไม่มีคำว่าลูกหนี้ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่าปัญหาในการบังคับใช้มาตรา ๙๐/๑๓๒ ไม่สามารถใช้บังคับแทน มาตรา ๙๐/๑๓๐ ได้ครับ

ประการที่ ๔ กรรมาธิการบางท่านมีความเห็นว่าเราสามารถใช้ประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงาน แทนมาตรา ๙๐/๑๓๐ ได้ ด้วยความเคารพนะครับ ผมคิดว่าอันนี้ไม่ถูกต้องทั้งเจตนารมณ์ องค์ประกอบมีความ แตกต่างกัน มาตรา ๑๓๗ ประมวลกฎหมายอาญานั้นเป็นกรณีแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ทั่วไป บันทึกอันเป็นเท็จอยู่ในลักษณะ ๒ ความผิด ลักษณะปกครอง หมวด ๑ ความผิด ของเจ้าพนักงาน และต้องกระทำคือการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ แต่ถ้าท่านสังเกตนะครับ มาตรา ๙๐/๑๓๐ เป็นบทบัญญัติเฉพาะในการฟื้นฟูกิจการเท่านั้น ซึ่งกระทำระหว่างลูกหนี้ผู้ยื่นต่อศาล มีองค์ประกอบที่ชัดเจน เป็นธรรม สอดคล้องกับหลักสากล ครอบคลุมทั้งการแจ้งข้อความปกปิดข้อเท็จจริงในสาระสำคัญ ซึ่งหากไม่มีมาตรา ๙๐/๑๓๐ แล้ว จะนำไปสู่ปัญหาความไม่ชัดเจน ความไม่โปร่งใส การตีความของกฎหมายอาญา สร้างภาระ แก่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ อีกทั้งมาตรานี้ยังไม่เข้ากับกฎหมายอาญาลักษณะ ๓ กระบวนการ ยุติธรรม หมวด ๑ ในความผิดตั้งแต่มาตรา ๑๗๒ ถึงมาตรา ๑๗๕ เนื่องจากกรณีความผิด ต่อเจ้าพนักงานยุติธรรม หากแจ้งข้อความนั้นเป็นเท็จต้องแจ้งต่อพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการเฉพาะความผิดอาญา หากไม่มีมาตรา ๙๐/๑๓๐ ไม่ถือว่ามีความผิด อาญานะครับ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่าปัญหาเกิดช่องว่างกฎหมายทันทีในการกระทำ ความผิดของลูกหนี้ที่จงใจเจตนาทุจริตอย่างร้ายแรง

ประการสุดท้าย ด้วยความเคารพ กรรมาธิการบางท่านมีความเห็นว่า มาตรา ๙๐/๑๓๐ อาจจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ท่านประธานครับ กรณีนี้ ต้องศึกษาชัดเจน และมีท่านกรรมาธิการที่เป็นกฤษฎีกา ซึ่งได้สอบถามความเห็นแล้วเหมือนกัน กรณีถือว่าเป็นกฎหมายอาญาเฟ้อ Over Criminalization หรือกฎหมายนั้นเป็นอาญาเฟ้อ ต้องเป็นกฎหมายที่ไม่มีความจำเป็น ไม่เหมาะสม ไม่ได้สัดส่วน และไม่มีมาตรการอื่นใดที่มี ประสิทธิภาพเท่ากันหรือทดแทนกันได้ แต่มาตรา ๙๐/๑๓๐ นั้นท่านจะเห็นว่าองค์ประกอบ ของกฎหมายก็ดี ข้อเท็จจริงก็ดี รายละเอียดก็ดี ชัดเจน ถูกต้อง สอดคล้องกับกฎหมาย ปัจจุบันและกฎหมายสากล

อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนทุกท่านให้ทราบก็คือว่าปัจจุบันเราได้แก้ จากความผิดเดิม ๕ ปีเหลือจำคุกไม่เกิน ๖ เดือนเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่ามีความจำเป็น เหมาะสม ได้สัดส่วน ทั้งองค์ประกอบความผิดและบทลงโทษ ลดปัญหาการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เนื่องจากการเสนอแผนและการจัดทำแผนนั้นต้องเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส ชัดเจน เป็นธรรม จึงจะทำให้แผนสามารถปฏิบัติได้และเกิดผลตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนสุดท้ายอยากให้ทุกท่านดูในข้อสังเกตกรรมาธิการ ข้อ ๙.๑ ระบุไว้ว่า ข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตปัจจุบัน ณ เดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ ปริมาณลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา มีหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลยอดรวมไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท อยู่ที่ ๕,๓๕๙,๓๘๒ ราย ลูกหนี้ที่เป็น นิติบุคคลที่มีหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท อยู่ที่ ๓๒,๒๑๖ ราย ท่านจะเห็นว่า ตัวเลขสูงมาก เราไม่เคยมีการเปิดให้บุคคลธรรมดาเข้าสู่กระบวนการนี้ได้ หากไม่มีมาตรการ กลั่นกรองย่อมเกิดปัญหาแน่นอน ด้วยเหตุนี้กระผมจึงขอสงวนความเห็นให้ท่านกรรมาธิการ ช่วยพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๙๐/๑๓๐ เพื่อสร้างความเป็นธรรม คุ้มครอง ทั้งเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ลดปัญหา Moral Hazard และทำให้กระบวนการฟื้นฟู กิจการนั้นมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับกฎหมายต่างประเทศ และสามารถบังคับใช้จริง ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะเอา กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยก่อน แล้วเดี๋ยวกรรมาธิการเสียงข้างมากว่าต่อ เอาเสียงข้างน้อยให้จบก่อนจะได้ตอบเสียทีเดียว มีไหมกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่มี แล้วนะครับ ต่อไปกรรมาธิการเสียงข้างมากขอตอบชี้แจง คุณอรรถวิชช์ก่อนก็ได้ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ มาตรานี้เสียงข้างมากเราตัดสินใจที่จะเอา มาตรา ๙๐/๑๓๐ ออก หลายท่านก็สงสัยว่าหรือมาตรา ๙๐/๑๓๐ เป็นเรื่องที่ลูกหนี้ปกปิด ลูกหนี้บอกยอดหนี้ไม่ตรง เป็นเท็จ จงใจทุจริต ทำไมเราไปตัดออก ตัดออกเพราะว่ามีอยู่แล้ว ในมาตรา ๙๐/๑๓๒ ครับ ในมาตรา ๙๐/๑๓๒ เขาบอกว่าถ้าผู้บริหารแผนปฏิบัติแผน หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตก็โดนนะครับ มันอยู่ในมาตรา ๙๐/๑๓๒ อยู่แล้ว เราไม่ได้ ตัดเรื่องความทุจริตออกไปแต่ประการใด แต่ถ้าท่านคงในมาตรา ๙๐/๑๓๐ เอาไว้จะมีปัญหา เรื่องความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ไม่เท่าอย่างไร ผมเรียนท่านอย่างนี้นะครับ มาตรา ๙๐/๑๓๐ เขียนเต็ม ๆ เลยว่าแสดงจำนวนหนี้ค้างชำระของเจ้าหนี้ทั้งหลายอันเป็นเท็จ ผมยืนยันกับ ท่านสมาชิกครับ ลูกหนี้แสดงเท็จแน่นอน มีลูกหนี้กี่คนในประเทศไทยที่สามารถแจงดอกเบี้ย ตัวเองได้อย่างถูกต้องทุกบาท ทุกสตางค์ มันคือความไม่เท่ากันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ครับ เจ้าหนี้ใหญ่โตเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ลูกหนี้เป็นแค่ตัวเล็ก ๆ เขายังไม่รู้ว่ายอดหนี้ เขาลงเท่าไรเลย มาตรานี้จะทำให้กฎหมายฉบับนี้แท้งครับ ผมเรียนท่านอย่างนี้นะครับ วิธีการคิดว่าทำไมเราต้องมาออกกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่า ของเดิมใช้ไม่ได้ครับ การแก้ไขให้รายย่อยเข้ามาฟื้นฟูกิจการได้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ กฎหมาย ฉบับนี้ปี ๒๕๕๙ ปรากฏว่ามีขนาดย่อยเข้ามาขอศาลอยู่ ๑๐ ราย ศาลสั่งว่าให้ทำตามแผนได้ ๒ ราย และไม่มีใครสำเร็จจากแผนนี้เลยสักคนเดียว คือ ๐ ครับ นี่คือตัวชี้วัดของระบบ ราชการ นี่คือระบบชี้วัดของกฎหมายตัวนี้ แล้วมันจะเท่ากันได้อย่างไรล่ะครับ ท่านตอบผม สิครับ มีลูกหนี้คนไหนในประเทศไทยที่ไปยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้ตัวเองแล้วยอดหนี้เงินต้น และดอกเบี้ยเท่ากันบ้าง ไม่มีครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังนะครับ สินเชื่อบัตรเครดิต ที่ท่านใช้อยู่นี่ ท่านรู้ไหมครับถ้าท่านไปจ่ายรูดบัตร ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วท่านไปชำระขั้นต่ำ เรียบร้อยแล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านคิดว่าเขาคิดดอกเบี้ยในเงินคงเหลือหรือเปล่า ไม่ใช่นะครับ เขาคิดจากยอดเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทท่านรูดไปตอนต้น ไม่ได้คิดจากยอดเงินคงเหลือ แบบการกู้ยืมเงินปกติ แบบนี้คนทั่วไปรู้ไหม เรารู้ไหมครับ ถ้าไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยตรง ท่านจะไม่รู้ว่าดอกเบี้ยคำนวณแบบไหน ดอกเบี้ยการผ่อนบ้านเขาบอกว่า ๓ ปีแรก ๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วปีต่อ ๆ ไปทบ ท่านรู้ไหมครับว่าท่านเป็นหนี้เท่าไร มาตรานี้ละครับ ถ้าท่านเอาไว้สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าเจ้าหนี้จะบอกทันทีว่าลูกหนี้แจ้งยอดหนี้อันเป็นเท็จ แล้วเป็นเท็จโดยความตั้งใจด้วย ผมก็ยืนยันกับท่านลูกหนี้เท็จแน่นอนครับ ไม่มีใครทราบ ยอดหนี้ตัวเองเพราะความไม่เท่าเทียมกันของสังคมในการเข้าถึงข้อมูล ผมพูดแบบนี้ครับ ก็อยากให้ทุกพรรคที่ฟังอยู่ขณะนี้ท่านเข้าใจ ถ้าเราส่งเสริมว่าเราจะผลักดันให้ เรายอมรับก่อน คนไม่เท่ากัน ข้อมูลเข้าไม่เท่ากัน แต่กฎหมายจะช่วยให้เกิดความเท่าเทียม ทำไมเป็นอย่างนี้ อธิบายลึกไปหน่อยว่ากฎหมายฉบับนี้แก้อะไรบ้าง ทำไมถึงจะสะดวกขึ้น ที่สะดวกขึ้นเพราะว่า เมื่อก่อนต้องใช้เสียง ๒ ใน ๓ กว่าจะผ่านการประชุมเจ้าหนี้ได้ กฎหมายฉบับนี้บอกไม่ต้อง ต่อไปนี้เอาแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์พอจากยอดหนี้ ต้องไปเสียเวลาจัดพิธีกรรมในการเรียกประชุม เจ้าหนี้ กว่ากรมบังคับคดีจะเรียกประชุมเจ้าหนี้เสร็จไปแล้วครับ ตายไปแล้ว ดอกเบี้ย Run ไปแล้ว กฎหมายฉบับนี้บอกไม่ต้อง เอาแค่จดหมายจากเจ้าหนี้มาก็พอไม่ต้องจัดประชุม หนี้จาก ๒ ใน ๓ ลดเหลือ ๕๐ ใช้แค่นี้โหวต ไม่ต้องจัดประชุมพิธีกรรม เอาแค่มีหนังสือ ยินยอม เราทำให้กฎหมายมันเดินได้ แต่ถ้าเกิดท่านสมาชิกเห็นตามเสียงข้างน้อยจะเอา มาตรา ๑๓๐ กลับมาก็แปลว่าลูกหนี้โดนดำเนินคดีแน่นอน และนี่คือความไม่เท่าเทียมกัน ของสังคมที่นายแบงก์ขนาดใหญ่จะได้เปรียบลูกหนี้ขนาดเล็กที่เข้าถึงข้อมูลและคำนวณ ดอกเบี้ยไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ให้ลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผนเองแบบง่าย ๆ ผมกราบวิงวอนครับ เรามาร่วมกันทำกฎหมายฉบับนี้แล้วให้ผ่าน อยากเห็นพรรคไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลร่วมกันสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมกันครับ อย่าไปเอาผิดลูกหนี้เลย เพราะลูกหนี้ไม่มีทางแจ้งยอดหนี้ตรงแน่นอน แต่ในทางกลับกันถ้าลูกหนี้คนนั้น เป็นผู้บริหารแผนแล้วปฏิบัติการโดยทุจริตยังมีมาตราควบคุมเขาอยู่ไหม มีครับ คือมาตรา ๙๐/๑๓๒ มีทั้งการคุมเจ้าหนี้ มีทั้งการคุมลูกหนี้ผู้บริหารแผนแบบโทษ เท่าเทียมกันด้วย นี่ละครับคือสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเราตัดมาตรา ๙๐/๑๓๐ ออก เพื่อความเท่าเทียมกันของสังคมนี้ แล้วให้ลูกหนี้เขาได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ กรรมาธิการเสียงข้างมากครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี ชยพล บริเพชร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม ชยพล บริเพชร กรรมาธิการ ขอกราบเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกว่ามาตรา ๙๐/๑๓๐ ในส่วนที่บัญญัติไว้ว่า โดยทุจริตปกปิดรายละเอียดแห่งหนี้สินในสาระสำคัญ ในส่วนนี้ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เรามีความเห็น ความกังวล เป็นห่วงครับว่าจะเป็นการให้อำนาจ แก่เจ้าหน้าที่รัฐในการใช้ดุลยพินิจตีความว่ารายละเอียดของหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายอะไรที่ เป็นสาระสำคัญบ้าง เพราะในทางปฏิบัติแล้วจะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไปครับ ลูกหนี้แต่ละคน ๑๐๐ คน ๑,๐๐๐ คน ๑ ล้านคน รายละเอียดของหนี้ไม่เหมือนกันหรอกครับ การบัญญัติโดยกว้าง เช่นนี้จะเป็นการให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ดุลยพินิจได้อย่างกว้างโดยไร้ขอบเขต และเจ้าหนี้เองก็อาจจะใช้ช่องทางนี้ละครับมาบีบบังคับลูกหนี้ กดดันลูกหนี้ ให้ลูกหนี้ อาจจะต้องปรับแผนตามที่เจ้าหนี้ต้องการได้ เป็นการเพิ่มภาระให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่เป็นลูกหนี้ครับ

ประการต่อมา โดยพฤติการณ์แล้วถ้ามีการปกปิดรายละเอียดของหนี้ ปกปิด จำนวนหนี้ แสดงหนี้เท็จ โดยพฤติการณ์ธรรมชาติของการกระทำแล้วย่อมเข้าองค์ประกอบ การกระทำความผิดทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลอมแปลงเอกสาร ใช้เอกสารปลอม แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวมถึงการแสดงพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดี ซึ่งมีประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติไว้เป็นความผิดกำหนดโทษไว้อยู่แล้วครับ และเพื่อให้ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ รัฐต้องออกกฎหมายเท่าที่จำเป็น กรรมาธิการ โดยเสียงส่วนใหญ่จึงมีความเห็นว่าให้พิจารณาตัดมาตรา ๙๐/๑๓๐ นี้ออกครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกคงได้ยินกรรมาธิการที่เป็นนักกฎหมายหลายท่านได้ถกเถียง กันในประเด็นกฎหมายนะครับ และกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ท่านหนึ่งที่นั่งซ้ายมือผม ท่านเป็นอดีตอธิบดีศาลล้มละลายกลางนะครับ เพราะฉะนั้นในปัญหาข้อกฎหมายเราไม่มี ปัญหาเลย เพราะแน่นอนโดยประสบการณ์และการทำงานของท่านท่านต้องอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น แต่ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายกับเพื่อนสมาชิก ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไหมครับ ไม่ได้อภิปรายในฐานะนักกฎหมาย เหตุผลหนึ่ง ที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ตัดเรื่องนี้ออกไปเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว ผมอยากให้ เพื่อนสมาชิกนึกถึงเรื่องเช็คครับ ตาม พ.ร.บ. ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ทำไมเราถึง ต้องแก้ พ.ร.บ. ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เพราะเจ้าหนี้เอาเช็คมากดดันลูกหนี้ จึงมีความผิดอาญา นั่นคือเหตุผลที่เราพยายามแก้ไข พ.ร.บ. ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค กรณีนี้ก็เทียบคล้ายกัน เพราะจริง ๆ ในชีวิตจริงกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย ผมก็เป็นนักกฎหมาย ผมก็เคยนั่งเป็นกรรมการในธนาคารพาณิชย์ ทำไมผมจะไม่รู้ครับว่า ถ้าเราปล่อยอย่างนี้แล้วในส่วนนี้มาตรา ๙๐/๑๓๐ ใช้กับกิจการขนาดย่อม กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ก็อภิปรายไปแล้วว่าจะมีกี่ครั้งที่เราคิดดอกเบี้ยผิด กี่ครั้งที่เราคำนวณ ดอกเบี้ยผิด แล้วถ้าท่านอ่านไปมาตรา ๙๐/๑๓๔ ให้เจ้าหนี้เป็นผู้เสียหาย ยิ่งเข้าล็อกเจ้าหนี้ ใหญ่เลย ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ผมขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกไม่ต้องฟังผม ในฐานะนักกฎหมาย แต่กรุณาฟังผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนของราษฎร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรของคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีอำนาจต่อรอง ที่ถูกคิดดอกเบี้ยอย่างรุนแรงอย่างทุกวันนี้ มาตรานี้ถ้าเราตัดออกไปจากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ แน่นอนละผมอธิบายอีกทีว่ามันมี มาตราอื่นที่กำหนดโทษอยู่แล้ว ขอย้ำอีกทีครับ ไม่ผิดแน่ ๆ เพราะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ที่นั่งข้างผมนี่เป็นอดีตอธิบดีศาลล้มละลายกลาง ท่านต้องทราบดีจากประสบการณ์ แล้วก็ ข้อกฎหมาย ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมาธิการ ก็อยากจะ เล่าว่ามาตรานี้เราได้ประชุมกันเสร็จหลังเที่ยงคืน ต้องกราบเรียนว่าวันนี้เราก็มองบริบทของ ความเป็นจริงในสังคมไทย ซึ่งแค่ตัวเลขหนี้ในชั้นกระบวนการยุติธรรมที่อยู่ที่กรมบังคับคดี อาจจะมาใช้ประโยชน์ได้ถึง ๑๘ ล้านล้านบาท ๑๘ ล้านล้านบาทมากกว่าจีดีพีอีก คนกลุ่มนี้ ที่เป็นหนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนี้มากกว่า ๑ เจ้า เราเฉลี่ยแล้วก็มีประมาณ ๕ เจ้า ลูกหนี้ เขาจะไม่รู้หรอกว่าตัวเลขมันเท่าไร เราก็ดูบริบทว่าเราจะใช้คดีอาญาเฟ้อไปไหม อันนี้ก็เป็น ภาพที่อยากให้เห็น แล้วผมก็เข้าใจกรรมาธิการเสียงข้างน้อยซึ่งมีความเห็น แล้วเราก็พิจารณา กันถึงเที่ยงคืนกว่า แล้วในเวลาเที่ยงคืนกว่าผมก็ดูบริบทในสังคมไทยเรื่องความเป็นจริง ในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าถ้าคนมีรายได้น้อย คนยากไร้จะถูกบังคับใช้ กฎหมายแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงินการบังคับใช้ กฎหมายก็จะไม่เท่า เพราะคนรายได้น้อยบางทีเข้ามาในห้องให้นั่งรอ ตำรวจก็ให้เข้า ห้องขังแล้ว แล้วจะต้องเอากฎหมายนี้ไปอยู่ในอุ้งมือของผู้บังคับใช้กฎหมาย เราจึงได้ พิจารณาว่าเมื่อเราเกิดกฎหมายฟื้นฟู SMEs ก็ดี บุคคลธรรมดาก็ดี มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ แล้วเราก็หวังว่าวันนี้หนี้ของ SMEs ๓.๒ ล้านรายซึ่งมีปริมาณจำนวนมาก SMEs เขาน่าจะได้ ฟื้นขึ้นมาบ้าง เขาก็ไม่ได้เข้ามาสู่การฟื้นฟู ผมเคารพ ทราบว่าวิปไปคุยกันแล้วละ แต่ผม อยากให้สภาใช้ความเป็นจริงทางสังคมและบริบททางสังคมได้พิจารณาครับ อันนี้ก็เป็นที่มา ของการพิจารณามาตรานี้ ขอขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณประธาน คณะกรรมาธิการครับ กรรมาธิการได้ชี้แจงจบแล้วนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้ แสดงความเห็นแล้วนะครับ ต่อไปอยากจะถามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านยังติดใจไหมครับ เชิญครับ

นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ กรรมาธิการ

ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าในร่างมาตรา ๙๐/๑๓๐ ตัวกระผมเองแล้วก็ทางกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยอีก ๓ ท่าน อย่างที่ผมกราบเรียนตอนต้นคือเราทำการไตร่ตรองมา อย่างค่อนข้างดีแล้ว ข้อกฎหมายต่าง ๆ เราค้นหาจนตกผลึกแล้วระดับหนึ่งว่าถ้าเกิด ร่างมาตรานี้ไม่มีอยู่การกระทำดังกล่าวตามที่ระบุอยู่ในมาตรา ๙๐/๑๓๐ ของลูกหนี้ หรือว่าผู้บริหารของลูกหนี้จะไม่มีทางเป็นความผิดตามกฎหมายใดเลย จะไม่มีกฎหมายใดเลย ที่บัญญัติไว้เป็นความผิด ทีนี้ผมก็เข้าใจนะครับ คือความเข้าใจในข้อกฎหมายอาจจะคลาดเคลื่อน หรือเห็นต่างกันได้ แต่เรื่องนี้ในมาตรา ๙๐/๑๓๐ หรือว่าจะไปเปรียบเทียบกับประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ บอกว่าเป็นเรื่องของแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ต้องเรียน อย่างนี้ครับว่าจริง ๆ มาตรา ๑๓๗

(นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจุลพงศ์ อยู่เกษ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธาน ผม จุลพงศ์ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวสักครู่ครับ ผมฟังเขานิดหนึ่ง ผมถามว่าท่านยืนยันไหม ถ้าท่านยืนยันท่านก็บอกยืนยัน ท่านไม่ต้อง เสียเวลา

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ กรรมาธิการ

คือท่านตอบว่าติดใจหรือไม่ติดใจ เท่านั้นครับ

นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ กรรมาธิการ

ได้ครับ ก็ขออนุญาตยืนยันครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โอเค ไม่มี แล้วนะครับ เนื่องจากมาตรานี้มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็น แล้วก็ยังติดใจ อยู่นะครับ ก็จะต้องถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ตัดออก ทั้งมาตรา หรือจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นที่ให้คงไว้ร่างเดิม ก็จะถามมตินี้ ก่อนที่จะถามมติขอให้ได้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามา ลงมติและแสดงตนครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก ที่เข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ ท่านที่ยังอยู่ข้างนอกกรุณา เข้ามาจะมีการแสดงตนก่อน แล้วก็จะลงมติในมาตรา ๙๐/๑๓๐ นะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงตนเพิ่มครับ

นายทรงยศ รามสูต น่าน

๑๔๓ ทรงยศ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แสดงตนครับ เจ้าหน้าที่จดนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่เข้ามาในห้องประชุมแล้วยังไม่ได้แสดงตนครับ

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

๓๘๗ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านที่เข้ามาใหม่ เสียบบัตรแสดงตนเลยครับ สมาชิกแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้ว แจ้งผลครับ มีผู้แสดงตนเข้าประชุม ๓๐๐ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๐๒ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้ตัดออกในมาตรานี้กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นคือให้คงร่างเดิมกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายทรงยศ รามสูต น่าน

ทรงยศ ๑๔๓ ไม่เห็นด้วยครับ

นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงมติทุกท่าน แล้วนะครับ กรุณาแจ้งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๐๘ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมนี้ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๓๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑๓๒ มีการแก้ไข

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาตรา ๙๐/๑๓๒ มีการแก้ไข มีสมาชิกท่านใดอภิปรายไหมครับ ไม่มีนะครับ เมื่อไม่มี ก็ต้องขอมติว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนที่จะลงมตินั้น ผมขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาเพื่อแสดงตน เสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่าน สมาชิกเข้ามาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตนกัน ครบถ้วนหรือยังครับ มีเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เชิญส่งผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๒๙๑ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการคือคงไว้ตามร่างเดิม กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ มีท่านใดเครื่องลงคะแนนมีปัญหาไหมครับ ใช้สิทธิกันครบถ้วนแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๓๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑๓๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ เพิ่มหมวด ๓/๓ มาตรา ๙๐/๑๓๕ ถึงมาตรา ๙๐/๑๕๒ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก มาตรา ๗ เพิ่มหมวด ๓/๓ มาตรา ๙๐/๑๓๕ ถึงมาตรา ๙๐/๑๕๒ ในกฎหมายเดิม คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะให้ที่ประชุมพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ที่แก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายเดิม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ วรรคสอง ขอเชิญท่านเลขาธิการ ดำเนินการต่อครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓/๓ กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟู กิจการของลูกหนี้แบบเร่งรัด ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑๓๕ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกท่านใดขออภิปรายไหมครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ต้องขอมติว่าท่านจะเห็นด้วยกับ การแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ดังนั้นก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิก เข้ามาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก กรุณาแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ แสดงตน มีเพิ่มเติมไหมครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

๐๙๑ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๙๑ ครับ มีอีกไหมครับ

นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ พิษณุโลก

๒๕๙ แสดงตนค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๕๙ ครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการแสดงตน เชิญส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๐๔ ท่าน บวก ๓ ท่าน เป็น ๓๐๗ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการคือให้คงไว้ ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ เห็นด้วยนะครับ

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอนแก่น

ท่านประธานคะ ๔๐๓ เห็นด้วยค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๐๓ ครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๒ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ

ก่อนที่จะไปมาตราต่อไป สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะเครือข่ายเยาวชน ระดับโลกด้านความหลากหลายทางชีวภาพประเทศไทย เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร นำโดย ท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาชน ขอขอบคุณที่ให้ ความสนใจกับการเข้าเยี่ยมชม แล้วก็การรับฟังการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการเชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๓๖ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ถ้าไม่มีก็ต้องขอมติในที่ประชุม ดังนั้นก่อนที่จะขอมติว่าท่าน จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เชิญท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนครับ ขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๖ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๗ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการคือให้ คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ นะครับ มีเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ ผู้ลงมติ ๓๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๐ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๓๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑๓๘ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีท่านใด อภิปรายนะครับ ถ้าไม่มีก็ต้องขอมติในที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ดังนั้นก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

กรุณา แสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ แสดงตนกันครบหรือยังครับ มีท่านใดยังไม่แสดงตนบ้าง ถ้าครบแล้วผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๓ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๔ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นควร งดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนบ้างครับ ขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๐๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๓๙ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ก็ขอมติในที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่าน สมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ แสดงตนกันครบถ้วนแล้วขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๙๓ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๔ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะถามมติในที่ประชุมว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการคือคงไว้ ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ ลงคะแนนกันครบแล้วหรือยังครับ ถ้าครบแล้วผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๓๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๓ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๐๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๔๐ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ผู้อภิปรายก็ขอมติเหมือนเดิมนะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก กรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ แสดงตน ปิดการแสดงตนนะครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๙๐ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๑ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะถามมติว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการคือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนครับ ไม่มี ขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๐๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๔๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑๔๒ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกอภิปรายนะครับ ก็ต้องขอมติว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่าน สมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ ท่านใดยังไม่แสดงตนไหมครับ ถ้าใช้สิทธิแสดงตนกันครบถ้วนแล้วผมขอปิดการแสดงตนครับ ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๙๒ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๓ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะถามมติในที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขของกรรมาธิการคือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านใดเห็นควร งดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ นะครับ ใช้สิทธิกันครบถ้วนแล้วขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๓๐๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ขอเชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๔๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑๔๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙๐/๑๔๕ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีสมาชิก ท่านใดอภิปราย ก็ขอมติว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนที่จะลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก กรุณากดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ แสดงตนกันครบถ้วนแล้วขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๙๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๕ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะขอถามมติในที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ถ้าท่านเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นควร งดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ เห็นด้วย

นางสาวสิริลภัส กองตระการ กรุงเทพมหานคร

๔๒๑ เห็นด้วยค่ะ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๔๒๑ ครับ มีเพิ่มเติมอีกไหมครับ ถ้าไม่มีขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๙ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๔๖ มีการแก้ไข

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกอภิปรายเช่นเดิมก็ขอถามมติ ก่อนจะลงมตินั้นขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ลงมติ ท่านสมาชิกกรุณาแสดงตนอีกครั้งหนึ่งครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิก แสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ แสดงตนครับ ถ้าแสดงตนกันเสร็จแล้วผมขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๗ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๘ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะขอถามมติในที่ประชุมว่าท่านสมาชิกจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ คือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ๓๗๙ กด ไม่เห็นด้วย ขอแก้เป็น เห็นด้วย ครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนขานมติ ท่านสามารถกดเปลี่ยนได้เลยครับ ลงคะแนนกันครบถ้วนหรือยังครับ ถ้าเสร็จแล้วผมขอปิด การลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๕ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙๐/๑๔๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นเชิญอภิปรายครับ

นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ในร่างมาตรา ๙๐/๑๔๗ กระผม นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ กรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิก กรรมาธิการอีก ๓ ท่านสงวนความเห็นไว้ เนื่องจากว่าในมาตรา ๙๐/๑๔๗ จะสัมพันธ์กับ ในร่างมาตรา ๙๐/๑๓๐ ที่มีการสงวนความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าเกิดท่านประธานดูจะเห็นว่า ในมาตรา ๙๐/๑๔๗ บรรทัดที่ ๔ มีการระบุเลขมาตราไว้ มาตรา ๙๐/๑๓๑ ถึงมาตรา ๙๐/๑๓๒ ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปอ้างอิงถึงหมวด ๓/๒ ในขณะที่ตอนนี้ที่เราพิจารณาอยู่คือหมวด ๓/๓ ดังนั้นเมื่อที่ประชุมเห็นว่ามาตรา ๙๐/๑๓๐ สมควรที่จะคงไว้ในมาตรา ๙๐/๑๔๗ นี้ ก็ควรที่ จะเปลี่ยนเลขมาตราในบรรทัดที่ ๔ จากมาตรา ๙๐/๑๓๑ เป็นมาตรา ๙๐/๑๓๐ ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกท่านอื่นอภิปรายไหมครับ ไม่มีนะครับ เมื่อไม่มีก็ต้องถามท่านกรรมาธิการที่สงวน ความเห็นว่าท่านยังติดใจอยู่หรือไม่ครับ

นายพรภัทร์ ตันติกุลานันท์ กรรมาธิการ

ยืนยันครับท่านประธาน

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยยังติดใจ ดังนั้นก็ต้องขอถามมตินะครับ มาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะขอถามมติเป็น ๒ ครั้ง ครั้งแรกจะถามว่าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็จะถามมติต่อไปนะครับ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้แก้ไขหรือไม่ ดังนั้นผมขอถาม มติว่าท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นนะครับ ก่อนลงมตินั้นขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่าน สมาชิกแสดงตนครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ แสดงตน แสดงตนกันครบถ้วนแล้วขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๕ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ดังนั้นผมขอถามมติครั้งแรกก่อนว่าท่านจะเห็นด้วยให้มีการแก้ไขหรือไม่ ถ้าท่านเห็นด้วยให้มีการแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นควรให้มีการแก้ไข คือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ

นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ กรุงเทพมหานคร

๐๔๒ เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๔๒ ครับ มีอีกไหมครับ ถ้าลงคะแนนกันเสร็จแล้วขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๔ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๒๘๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน

เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ

ต่อไปผมขอถามมติว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็น ดังนั้นก่อนลงคะแนน ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ

(นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนอีกครั้งครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ แสดงตนครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๓๗๒ ครับ แสดงตนกันครบแล้วขอปิดการแสดงตน ส่งผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๒๘๒ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๓ ท่าน

ครบองค์ประชุม

ผมขอถามมติในที่ประชุมว่าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ถ้าท่านผู้ใดเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่าน ใช้สิทธิลงคะแนนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศิริโรจน์ ธนิกกุล สมุทรสาคร

๓๗๒ ไม่เห็นด้วยครับ

นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เห็นด้วย ลงคะแนนกันครบแล้วขอปิดการลงคะแนน ส่งผลครับ ผู้ลงมติ ๒๙๖ ท่าน เห็นด้วย ๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๘๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๕ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน