ปลอดประสพ แจงแก้กฎหมายประมง เสนอโควตา-ลดบังคับ 2 ปีเหลือ 1 ปี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๘

ปลอดประสพ สุรัสวดี รายงานผลการพิจารณาร่างกฎหมายร่วมระหว่างสองสภาย้อนกลับถึงปัญหาชาวประมง พร้อมเสนอปรับปรุงมาตรา 14 และ 18 โดยกำหนดนิยาม "ทะเลสาบที่ติดทะเล" อย่างชัดเจน และเปลี่ยนการตัดสินใจจากอธิบดีเป็นคณะกรรมการเพื่อลดความเสียหายต่อชาวประมง อภิปรายการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์น้ำหายากและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวประมงช่วยเหลือและปล่อยสัตว์ได้อย่างปลอดภัย พร้อมเสนอมาตรการคุ้มครองปลาขนาดเล็กในอุตสาหกรรมน้ำปลาให้สมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรและเอกลักษณ์ของอุตสาหกรรมไทย เสนอปรับปรุงกฎหมายประมงให้ลดความรุนแรงต่อชาวประมง โดยเฉพาะการยึดเรือ และลดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายรองจาก 2 ปี เหลือ 1 ปี เน้นการบริหารจัดการประมงตามหลักวิชาการ และผลักดันการเปลี่ยนระบบการจัดการจากข้อห้ามมาเป็นระบบโควตาตามหลัก Maximum Sustainable Yield เพื่อความยั่งยืน พร้อมวางรากฐานกฎหมายรองรับการประมงนอกน่านน้ำในอนาคต

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมขออนุญาต นำสิ่งดี ๆ โอกาสดี ๆ มาเสนอสภาเพื่อเป็นของขวัญให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวประมงซึ่งเขาเดือดร้อนมาเป็นเวลานับสิบปี ผมขออนุญาตเล่าเรื่องเดิมแป๊บเดียวก็คือว่า เมื่อ ๑๙ มีนาคมนี้เองเราก็เพิ่งเห็นชอบไป เมื่อ ๑๓ มีนาคมก็ให้มีคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นมา เราได้ประชุมกัน ๒ เดือน อยากจะเรียนว่าด้วยความกรุณาของทั้ง ๒ สภาโดยผ่านคณะ กรรมาธิการเราสามารถรอมชอมทำความเข้าใจกันได้ สามารถเห็นด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่ายโดยไม่มี การลงมติแม้แต่นิดเดียวทั้ง ๖ มาตรา ผมขออนุญาตท่านประธาน Brief ให้ที่ประชุมฟัง ไม่เกิน ๑๐ นาที เพื่อที่ว่าเมื่อเลขาธิการสภาอ่านแล้วท่านก็จะได้ไม่ต้องซักถามมาก เอาอย่างนั้น แล้วกันนะครับ มาตราที่เราพิจารณากันมีแค่ ๖ มาตรา แล้วก็มี ๑ ข้อสังเกต มาตราแรก เราเรียกว่ามาตรา ๑๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคำว่าทะเลสาบ ก็มองดูว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ทางฝ่าย สส. บอกว่าไปใส่ทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นสรรพนาม ทาง สว. ก็บอกไม่ต้องไปใส่ อย่างนั้น ดีกว่า สุดท้ายแล้วก็เปลี่ยนแปลงว่าทะเลสาบที่ติดทะเล อะไรที่เป็นทะเลสาบแล้วติดทะเล ก็อยู่ในกฎหมายนี้จะชื่ออะไรก็ช่าง เพราะว่าแม้แต่ทะเลสาบสงขลาวันหน้าอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เราก็ตกลงกันว่าต่อไปนี้ใช้คำว่า ทะเลสาบที่ติดทะเล แทนคำว่า ทะเลสาบสงขลา ง่าย ๆ มาตรา ๑๔

พอมาตรา ๑๘ เป็นเรื่องของกรรมการ ในเรื่องมาตรการทางปกครอง แต่เดิม สส. ให้อำนาจอธิบดี ทาง สว. ให้อำนาจคณะ เราก็ตกลงกันว่าเรื่องมาตรการทางปกครอง มันสำคัญนะเพราะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการยึดอายัดเรือ เรือเมืองไทยเป็นเรือไม้ไปอายัด จอดไว้เฉย ๆ รั่ว ในที่สุดก็เสียหายเป็นหลายพัน หลายหมื่นลำ เราก็ตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้น ไม่ให้อำนาจอธิบดีคนเดียวแล้ว ให้อำนาจคณะกรรมการก็แล้วกัน แปลว่าต่อไปนี้เมื่อไรก็ตาม ที่จะใช้อำนาจทางด้านการปกครองเกี่ยวกับเรื่องเรือให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการแทน อธิบดี นี่คือมาตรา ๑๘ นะครับ

มาตรา ๒๔ นี่ข้อ ๓ แล้วนะครับ เรื่องสัตว์น้ำหายาก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันนี้เป็นเงื่อนไขของสหรัฐอเมริกา แต่เดิมถ้าไปติดเรือใคร ใครจับขึ้นมานี่ผิดหมด ทางด้าน สส. ก็บอกว่าให้ช่วยเหลือได้ ทางด้าน สว. ก็เกรงว่าเดี๋ยวจะมีใครแอบไปจับขึ้นมา ใครอยากจะกินปลาวาฬขึ้นมา ก็ต้องทำความเข้าใจกันมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกนะครับ ก็เลยเปลี่ยนใหม่ว่าต่อไปนี้ถ้าไปเจอสัตว์น้ำที่หายากเลี้ยงลูกด้วยนม ถ้าเป็นเงื่อนไขของ สหรัฐอเมริกา ชาวประมงสามารถปล่อยออกไปได้ ช่วยเขาแล้วปล่อยไปได้ หรือ ๒. เอามาที่ โรงพยาบาลได้ ซึ่งประเทศไทยมีโรงพยาบาลอยู่ที่ภูเก็ต ซึ่งเรื่องนี้พอข่าวออกไปว่ากฎหมายใหม่ เปลี่ยนอย่างนี้เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วมีปลาวาฬตัวเบ้อเร่อเลยติด ชาวประมงจากเรือหลายลำ ก็มาช่วยกัน ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง ๔ ชั่วโมงปล่อยปลาวาฬตัวนี้ ก็ต้องเรียนว่าการแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้ของประเทศไทยดังข้ามโลกไปเรียบร้อยแล้วสนะครับ

ทีนี้มาตรา ๒๘ อันนี้เถียงกันหนักหน่อย ที่เถียงกันหนักหน่อยก็เพราะว่า ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมน้ำปลาที่มีชื่อเสียงมาก เรียกว่า Soft Power ก็เกี่ยวกับเรื่อง ปลากะตัก ปลาสายไหม มีเงื่อนไขอะไรเยอะแยะนะครับ เขียนไปเขียนมาอุตสาหกรรม น้ำปลาจะเจ๊งเอา เราก็เลยมาตกลงกันเขียนใหม่ว่าอวนขนาดเล็กที่ต่ำกว่า ๒.๕ จะจับ กลางวัน กลางคืน ที่ไหนก็จับไปเถอะ อันนี้ข้อ ๑ ข้อ ๒ คือว่าถ้าจับกลางคืน ซึ่งแปลว่า ต้องใช้ไฟ ไม่ให้ใช้ ถ้าเกิดจะใช้จริง ๆ ข้อแรก ต้องเป็นการกระทำทางวิชาการ ข้อ ๒ ก็คือว่า ถ้าเป็นทางพาณิชย์ต้องทำการศึกษาเป็นการใหญ่ ต้องเอาคนที่เกี่ยวข้องมาเกี่ยวข้องด้วย ต้องถามผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วก็ทุก ๒ ปีต้องปรับระเบียบที ก็ตกลงกันอย่างนี้ เพื่อดำรง อุตสาหกรรมน้ำปลาไว้ในประเทศ แล้วก็รักษาปลาขนาดเล็กซึ่งเน้นไปที่ปลากะตักกับปลา สายไหม นี่ไป ๔ ข้อนะครับ

ข้อที่ ๕ คือมาตรา ๒๕ เป็นเรื่องของความผิดร้ายแรง ทีนี้ความผิดร้ายแรง ใครไปทำความผิดร้ายแรงที่เป็นเรื่องของอาญานี่ผิดแล้วผิดเลยก็ต้องถูกฟ้องไป แต่ว่าถ้าเป็น เรื่องการปกครองไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการยึดอายัดเรือ ทีนี้ยึดอายัดเรือเป็นอาชีพ ชาวประมง ไม่มีเรือก็ไม่ใช่ชาวประมงแล้ว กฎหมายเดิมบอกว่าถ้าทำผิด ๒ ปี ๒ ครั้งก็จะลงโทษ ทาง สว. บอกไม่ได้ผิดครั้งเดียว เพราะเกรงว่าทางอียู ซึ่งไม่ควรจะมายุ่งกับเรา อันนี้กฎหมายประเทศไทย จะว่าเอานะ สุดท้ายเราก็ตกลงกันด้วยความเมตตา ด้วยเมตตาธรรม และด้วยความจริงว่า ในเรื่องความผิดร้ายแรงทางด้านการปกครองนี้ยอมให้ทำผิดได้ครั้งหนึ่งให้อภัยเพราะไม่ถือว่า ชาวประมงเป็นโจร เป็นอาชญากร อันนี้ก็ต้องขอบพระคุณในความกรุณา

สุดท้าย มาตรา ๗๐ กฎหมายฉบับนี้จะสมบูรณ์ได้ต้องมีกฎหมายรอง ประมาณ ๓-๔ ฉบับ แต่เดิมเขียนไว้ว่าให้เวลาทางราชการผ่าน ครม. ไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กรมประมง ๒ ปี เราก็ลดเหลือ ๑ ปี เพราะว่าในเมื่อสภาทั้ง ๒ แห่งเขาอุตส่าห์ พยายามทำอย่างเต็มที่ก็ไม่ควรจะมาติดที่ข้าราชการประจำนานขนาดนี้

นี่ก็เป็น ๖ ข้อที่เราตกลงกันโดยไม่มีการโหวต ซึ่งผมต้องขอบคุณไปที่วุฒิสภา เป็นหลักนะครับ

ทีนี้สุดท้ายข้อสังเกต ซึ่งก็สำคัญมาก จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย อันแรกก็คือว่าต่อไปนี้ ผมอธิบดีกรมประมงเก่า แต่เดิมเขาเรียกกรมการประมง ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Fishery มีคำว่า y แปลว่าทำการประมง ๗๐-๘๐ ปีที่แล้วท่านบอกว่าเปลี่ยนแล้ว ให้ใช้กรมประมงแทน เอา การ ออก Fishery y เปลี่ยนเป็น ies แปลว่าวิชาการ เพราะฉะนั้น จึงเน้นว่าต่อไปนี้การบริหารจัดการการประมงไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้นให้อิงงานวิชาการ เป็น Philosophy

ข้อ ๒ แต่ไหนแต่ไรมาการอนุญาตทำการประมงของประเทศไทยใช้ระบบ ไทย ๆ ก็คือว่าห้ามเครื่องมือนี้ ห้ามเวลานี้ ห้ามสถานที่นี้ เป็นต้น ซึ่งก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง อย่างที่ ท่านเห็นมา แต่อย่าลืมว่าดีบ้าง ไม่ดีบ้างนี่ ประเทศไทยเคยเป็นลำดับ ๑ ของโลก แต่ตอนนี้ มีระบบ MSY นำเข้ามาใช้ เขาเรียก Maximum Sustainable Yield คือการจับปริมาณที่ให้ ได้สูงสุดแต่ Sustainable ก็คือว่าคงทนถาวร ก็เลยเปลี่ยนว่าต่อไปนี้ให้มาเน้นที่ระบบโควตา Maximum Sustainable Yield การจับอย่างถาวรนี่โควตา หมายความว่าต่อไปนี้ชาวประมง นาย ก นาย ข นาย ค นาย ง ต่อไปนี้คุณมีสิทธิเท่านี้ เช่น มีสิทธิ ๕ ตัน ๗ ตัน ๑๐ ตัน อะไรไป ซึ่งอันนี้เป็นระบบที่ทั้งโลกเขาทำอยู่ แต่ว่าไทยเรายังทำไม่ได้เพราะมันยาก เพราะเรามี เขาเรียกอะไรครับ เราอยู่ใน Tropical มี Biodiversity สูง คือมันมีหลากพันธุ์ แต่ว่าความยากจะต้องไม่ใช่เงื่อนไขของราชการไทยหรือคนไทย อย่างไรเราก็ต้องทำได้ เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นข้อสังเกตสุดท้ายของเราซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการประมง

ทีนี้ผมกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่าถ้าท่านอยากจะให้ผมพูดเดี๋ยวนี้ ผมก็พูด แต่ดูมันจะเร็วไป อยากจะพูดตอนจบมากกว่า เพราะว่านอกเหนือจากกฎหมาย ฉบับนี้แล้วยังน่าจะมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือการประมงนอกน่านน้ำเกิดขึ้นมา ซึ่งเราทำ ทันแน่ก่อนยุบสภานี้ เอาไว้ขอตอนหลังดีกว่าครับ ตอนขอบคุณแล้ว ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหา ว่าผมขี้ตู่ว่าท่านอนุมัติไปแล้วนะครับ ก็กราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร ขอบพระคุณ กรรมาธิการ ฝ่าย สส. และฝ่าย สว. ซีกโน้นที่ได้กรุณาชาวประมง ผมพูดแทนชาวประมงได้ เพราะผมเป็นชาวประมง ผมเป็นอธิบดีกรมประมงในยุคที่ประเทศไทยรุ่งเรืองที่สุด ด้วยความ กรุณาของท่านวันนี้เราจะกลับไปสู่การเป็น Number 1 ของโลก เราจะเป็นเจ้าสมุทรอีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณมากครับ