ชลน่าน ชี้แก้มาตรา 43 จัดสรรที่ดิน ขัดเจตนารมณ์กฎหมายเดิม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๘

ชลน่าน ศรีแก้ว อภิปรายร่างกฎหมายการจัดสรรที่ดิน โดยตั้งข้อสังเกตการแก้ไขมาตรา 43 และมาตรา 52 เกี่ยวกับหน้าที่ดูแลสาธารณูปโภคของผู้จัดสรรที่ดิน และตั้งคำถามถึงความชัดเจนในการบังคับใช้เมื่อเปลี่ยนถ้อยคำจาก "ใช้งานได้ตามปกติ" เป็น "มาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า"

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานที่จะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมในร่างของสภาผู้แทนราษฎรที่ส่งให้กับวุฒิสภาไป แล้วส่งกลับมา ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๓๗ (๓) ท่านประธานครับ ผมฟัง เหตุผลจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายและดูประเด็นที่เขาแก้ไข วุฒิสภามีการแก้ไข ๒ มาตรา ในมาตรา ๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่..) พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ตรงนี้ไม่เป็นประเด็น เป็นการขยายให้มีความชัดเจนมากขึ้น คงไม่มีสมาชิกของเราหมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรติดใจ แต่ประเด็นที่มีการอภิปราย กันเยอะก็คือการแก้ไขในมาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และใช้ข้อความต่อไปนี้แทน ในมาตรา ๔๓ วุฒิสภาไปแก้ไข จากข้อความเดิมของสภาผู้แทนราษฎรเรา เรื่องของการจัดสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดิน ต้องดำเนินการ ประเด็นอยู่ที่เดิมเราให้ผู้จัดสรรที่ดินเป็นผู้มีหน้าที่ที่จะบำรุงรักษา สาธารณูปโภคดังกล่าว หมายถึงสาธารณูปโภคที่ต้องดำเนินการเพื่อการจัดสรรที่ดิน โดยภาวะจำยอม หมายถึงว่าต้องดำเนินการก่อนให้มีระบบสาธารณูปโภคโดยภาวะจำยอม ของเจ้าของที่หรือคนที่เกี่ยวข้องในการจะจัดสรรที่ดิน และในฉบับนี้เมื่อจัดสรรที่ดินแล้ว ก็ต้องมีหน้าที่ที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคนั้นให้มีสภาพให้ใช้งานได้ตามปกติ นี่คือร่าง ของสภาผู้แทนราษฎรเรา พอไปถึงวุฒิสภาไปเปลี่ยนถ้อยคำ ตัดคำว่า ปกติ ออก และใช้ ถ้อยคำที่แก้ไขเพิ่มเติมมาคือ ให้ใช้งานได้ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า เติมคำว่า มาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ท่านประธานครับ ผมก้าวล่วงไปในมาตรา ๕๒ ในกฎหมายเดิม ที่แก้ไขเพิ่มเติมด้วยมาตรา ๗ นะครับ มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๒ และวุฒิสภา ได้ไปแก้ไขถ้อยคำนี้ ถ้อยคำคล้ายกัน แต่ว่าที่มาต่างกันในตัวบทนะครับ ในมาตรา ๕๒ ใช้ถ้อยคำนี้เหมือนกัน บำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติ ในร่างของ สภาผู้แทนราษฎรเรา วุฒิสภาตัดออกครับ เปลี่ยนจากคำว่า ปกติ เป็นมาตรฐานเดิม หรือเทียบเท่า ผมขออนุญาตเปรียบเทียบ ๒ มาตรานี้ให้ท่านประธานได้เห็น ผมเองกรณี ถ้าเป็นไปตามมาตรา ๕๒ ไม่มีข้อถกเถียงใด ๆ ที่จะใช้ถ้อยคำนี้ มาตรา ๕๒ สาระอย่างนี้ครับ ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาวะจำยอมตามมาตรา ๔๓ ลดไปหรือเสื่อมความสะดวก นั่นหมายความว่าสาธารณูปโภคที่จัดมาแล้วเสื่อม ชำรุดทรุดโทรมไป มันไม่สะดวก หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้ผิดไปจากแผนผังและโครงการหรือวิธีการ จัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการหรือผู้ซึ่ง คณะกรรมการมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้จัดสรรที่ดินระงับการกระทำนั้น ๑. ต้องระงับก่อน ๒. บำรุงรักษาสาธารณูปโภคนั้นให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติ คือกลับมาใช้งานได้ปกติ วุฒิสภาคิดลึกใช้ถ้อยคำที่เป็นรูปธรรมมากกว่าก็คือว่าให้กลับมามีมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า จากที่คุณเคยสร้างไว้เมื่อมันชำรุดไปแล้วการซ่อมหรือการทำนุบำรุงอะไรต่าง ๆ ต้องกลับมา เป็นมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ปกตินี่เป็นรูปแบบของการใช้งานนะครับ ไม่ได้วัดโดยตัว โครงสร้าง แต่คำว่ามาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่าวัดที่ตัวโครงสร้างในสิ่งที่มันชำรุดทรุดโทรมไป อันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ จะใช้ถ้อยคำเดิมของเราก็ได้ในการบังคับใช้กฎหมาย หรือใช้คำของวุฒิสภาก็ได้ ตรงนี้ไม่ติดใจ แต่ประเด็นที่มีติดใจนิดหนึ่งก็คือว่าถ้ามาใช้กับ มาตรา ๔๓ ดูเหมือนว่าจะถูกตีความเยอะ เหมือนเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านในเนื้อหาสาระมาตรา ๔๓ ซึ่งแตกต่างจากมาตรา ๕๒ เมื่อสักครู่นะครับ มาตรา ๔๓ สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน ตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ให้ตกอยู่ในภาวะจำยอม บังคับครับ มาตรานี้บังคับให้ตกอยู่ในภาวะจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรและให้เป็น หน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะทำนุบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้มีสภาพใช้งานได้ ตามปกติ อันนี้คือสารบัญญัติของมาตรานี้ ซึ่งแตกต่างจากมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๒ ๑. มี ๒. ใช้งานไป ๓. ชำรุด เสียหาย ก็เลยบังคับให้ว่าคุณต้องซ่อมมาให้เป็นภาวะปกติหรือตาม มาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า แต่อันนี้ยังไม่ชำรุด แต่เป็นการเฝ้าระวัง เป็นการดูแลรักษา มิให้ชำรุด คุณจะใช้มาตรการใด ๆ ก็เป็นหน้าที่คุณให้ใช้งานได้ตามปกติ วุฒิสภาเองไปเปลี่ยน จากคำว่าปกติ บอกว่าคุณจะต้องทำนุบำรุงรักษาสาธารณูปโภคเหล่านี้ให้มันมีสภาพตาม มาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ท่านประธานครับ ถ้อยคำที่ใช้ถามว่าจะมีปัญหาการบังคับใช้ การตีความหรือไม่ โดยความเห็นส่วนตัวผมไม่แตกต่างจากคำว่าปกติ เพราะถูกบังคับว่า คุณมีแล้วต้องรักษาสภาพให้คงเดิมหรือเทียบเท่า ถึงจะไปปรับเปลี่ยนวิธีการก็ต้องเทียบเท่า จะปรับเป็นรูปแบบใหม่ก็ต้องเทียบเท่า ซึ่งการแก้ไขอย่างนี้ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาสาระ หรือการบังคับใช้ ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพแม้มันจะติดขัดบ้างเล็กน้อย ในข้อสงสัย แต่ว่าขั้นตอนนี้ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภาเราต้องไปตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อไป พิจารณาประโยคนี้ประโยคเดียวครับ สภาพบังคับหลังจากพิจารณาแล้วอาจจะตัดคำนี้ออก แต่มาตรา ๕๒ ยังคงเดิมในชั้นกรรมาธิการร่วม ถามว่าได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาไหม กับการบังคับใช้กฎหมาย ตัวผมเองเห็นว่าไม่ได้กระทบต่อการใช้ประโยชน์ของกฎหมายเลย ในการตีความ เพราะฉะนั้นการที่เราจะให้สภาไปตั้งกรรมาธิการร่วมใช้เวลาอีกเป็นหลายเดือน ก่อนร่างนี้จะกลับมานี่ก็มีสภาพบังคับใช้ที่ช้าไป ใช้งบประมาณในการที่จัดประชุม เตรียมการ อะไรอีกมากมาย ในขั้นตอนเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วกับสารบัญญัติแล้วผมเห็นว่าสภาเรา น่าจะเห็นชอบ แล้วก็นำทูลเกล้าฯ ขึ้นไปเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ต่อ ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับผู้ที่รอเรื่องนี้อยู่ ให้ท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ