ธัญธร เสนอตั้งกรรมาธิการร่วม กำกับที่ดินจัดสรร-รักษาสาธารณูปโภค

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๗ กันยายน ๒๕๖๘

ธัญธร ธนินวัฒนาธร อภิปรายร่าง พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ฉบับแก้ไขมาตรา 4 และมาตรา 7 โดยหารือถึงความสำคัญของการกำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ดูแลรักษาสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่อง และไม่ให้ประโยชน์ของภาระจำยอมลดลง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงจากการใช้คำว่า "ใช้งานได้ตามปกติ" ที่อาจนำไปสู่การตีความคลาดเคลื่อนและก่อข้อพิพาท จึงเสนอให้ยึดหลักการใช้งานได้จริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง และเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขกฎหมายอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค ภาษีเจริญ จากพรรคประชาชน และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินฉบับนี้ ประเด็นที่ผมจะขออภิปรายในวันนี้คือร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้ส่ง ต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาตามกระบวนการครับ โดยประเด็นสำคัญนั้นอยู่ที่การแก้ไข มาตรา ๔ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔๓ ของ พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดิน และยังโยงไปถึงมาตรา ๗ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๒ ในเนื้อหาคำเดียวกันครับ มาตรานี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นหลักประกันว่าพี่น้องประชาชนที่ซื้อบ้านในโครงการจัดสรร จะมีสาธารณูปโภคที่ดีและใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นถนน สวน สนามเด็กเล่น ท่อระบายน้ำ หรือแม้กระทั่งระบบรักษาความปลอดภัย แล้วในชั้นกรรมาธิการวิสามัญเราใช้เวลาพิจารณา เรื่องคำคำนี้ถึง ๒ วาระด้วยกัน จนมีความเห็นที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เนื้อหาเดิม ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบคือมาตรา ๔๓ การสาธารณูปโภค ที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่นให้ตกอยู่ในภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรและให้เป็น หน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้มีสภาพใช้งานได้ตามปกติ และจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก มิได้ อันนี้คือขั้นที่เราได้แก้ไขกันมาในชั้นของเรานะครับ

แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นวุฒิสภาได้มีการแก้ไขข้อความใหม่เป็น ให้มีสภาพใช้งานได้ ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่า ความต่างและผลของการตีความคืออะไรครับท่านประธาน ฟังเผิน ๆ นั้นเหมือนจะเป็นถ้อยคำที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วแตกต่างอย่างมี นัยสำคัญครับ คำว่า ใช้งานได้ตามปกติ นั้นเน้นไปที่การทำให้สาธารณูปโภคนั้นใช้งานได้จริง ถนนต้องเดินรถ เดินเท้า ใช้สัญจรได้ ท่อระบายน้ำจะต้องระบายน้ำได้ครับ แต่คำว่า ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่านั้นอาจจะถูกตีความอย่างเข้มงวดและหลากหลาย อาจสร้าง ปัญหาตามมากลายเป็นข้อพิพาทในทางปฏิบัติครับ เช่นหากเดิมนั้นท่อในโครงการเป็น ท่อคอนกรีตจะเปลี่ยนเป็นท่อโลหะ ท่อเหล็ก หรือวัสดุที่ทันสมัยกว่า แตกต่างจากเดิม ได้หรือไม่ หากเดิมทางเข้า ออกหมู่บ้านเป็นไม้กั้นหมู่บ้านธรรมดา จะปรับปรุงเป็นระบบ Key Card อัตโนมัติถือว่าเป็นมาตรฐานเดิมอยู่หรือไม่ หรือหากเดิมนั้นเป็นถนนคอนกรีต จะซ่อมแซมด้วย Asphaltic ยางมะตอย ให้ใช้งานได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่า ถือเป็นการขัด ต่อมาตรฐานเดิมหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดช่องว่างในการตีความ อาจไม่ต่างจาก พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินฉบับเดิมในปี ๒๕๔๓ หมวดที่ ๔ การบำรุงรักษาสาธารณูปโภค ในนั้น ใช้คำว่า ให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป และมีความเสี่ยงจะกลายเป็นข้อพิพาท ทางกฎหมายระหว่างผู้พัฒนาโครงการ หน่วยงานรัฐ และประชาชนผู้อยู่อาศัย ถ้อยคำ ตามมาตรฐานเดิมหรือเทียบเท่าฟังดูเหมือนจะเป็นการยกระดับ แต่จริง ๆ แล้วอาจกลายเป็น พันธนาการที่ทำให้การแก้ปัญหาหน้าบ้านของพี่น้องประชาชนล่าช้า ต้องรอการตีความ รอหน่วยงานส่วนกลางตอบ ซึ่งระหว่างนั้นประชาชนก็ยังต้องใช้ถนนที่พังอยู่ ใช้ท่อระบายน้ำ ที่แตกหักอยู่ หรือแม้กระทั่งน้ำที่ขังแล้วรอการระบายก็ยังท่วมอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร เลือกใช้คำว่า ใช้งานได้ตามปกติ ไม่ได้เป็น การลดทอนคุณภาพ แต่เป็นการเน้นไปที่ Function การใช้งานจริงของสาธารณูปโภคนั้น ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาครับ

ข้อเสนอเพื่อทางออกผมจึงเห็นสมควรว่าเราควรตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อพิจารณาหาข้อสรุปที่ชัดเจนและตรงกับความเป็นจริง มากที่สุด ผมเชื่อว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้เวลานานในการหารือครับ เพราะเจตนารมณ์ ของทุกฝ่ายต่างก็ต้องการให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ใช้สาธารณูปโภคที่ดี ครบถ้วนสมบูรณ์ได้ดี อยู่แล้วนะครับ เพียงแต่การหาถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความสับสนหรือการตีความที่ล้นเกิน เราต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ ซึ่งในประเด็นนี้ผมก็ได้หารือกับผู้เสนอร่างทั้ง ๒ ท่าน คือ สส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน รวมถึงท่าน สส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รวมถึงได้ขอความเห็นจากท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ไม่เสียหายครับ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ก็มีความเห็นที่สอดคล้องกัน ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายจัดสรรที่ดินก็เป็นกฎหมายที่มีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชนจำนวนมหาศาล เพราะเกี่ยวกับบ้าน ถนน น้ำ ไฟ และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าบ้านของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ดังนั้นการเลือก ถ้อยคำในกฎหมายจึงต้องระมัดระวังและต้องคำนึงถึงการปฏิบัติจริงหน้างานในพื้นที่ ผมจึง ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาศึกษาในประเด็นนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับมาลงมติในที่ประชุมร่วมของรัฐสภาได้โดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับ ประโยชน์อย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ