รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ มกราคม ๒๕๖๘

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๖๓๔ คน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกนั่งได้ครับ เรียนท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ขณะนี้มีสมาชิกรัฐสภาได้มาลงชื่อเพื่อประชุมจำนวน ๓๕๒ ท่านแล้วถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ ผมจึงขออนุญาตเป่ดการประชุมและดำเนินการ ประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

เรื่องด่วน

- ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เปึนผู้เสนอ)

ด้วย คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้เสนอร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยบันทึกหลักการ เหตุผลและบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสนอต่อรัฐสภาแล้วนะครับ โดยที่ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พุทธศักราช ๒๕๖๓ ข้อ ๑๕๒ วรรคสอง กำหนดให้การพิจารณาร่างข้อบังคับให้นำข้อบังคับ ว่าด้วยการเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งจะต้องกระทำเปึนสามวาระ คือขั้นรับหลักการ ตั้งกรรมาธิการพิจารณาวาระที่สอง และ เห็นชอบในวาระที่สามนะครับ ก่อนที่จะเสนอผมขอหารือท่านสมาชิกในการดำเนินการ ประชุมในวันนี้เล็กน้อยนะครับ

ประการแรก คือเรื่องกรอบเวลาที่เราจะใช้โดยการประชุมคราวนี้ ซึ่งตามที่ พูดคุยเปึนการภายในแล้วว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมงนะครับ เราคงจะเลิกได้ ประมาณสักบ่ายโมงนะครับ ที่เปึนเช่นนี้ก็เพราะว่าวันนี้มีพระราชพิธี ผมกับประธานวุฒิสภา ต้องเข้าไปร่วมพระราชพิธีในช่วงบ่ายสามโมงนะครับ แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายพรรคการเมืองช่วงบ่ายสามโมงเช่นเดียวกัน ๒ โมง ๓ โมงก็จะมีการประชุมพรรค เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้เราก็จะใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง โดยก็จะให้ผู้เสนอการแก้ไข ข้อบังคับนี้ให้ใช้เวลาเสนอประมาณ ๑๕ นาที แล้วทางวุฒิสภานี้ก็จะได้อภิปรายใช้เวลา คนละ ๗ นาทีก็ไม่เกิน ๑ ชั่วโมงนะครับ เดี๋ยวท่านว่ากันเองก็แล้วกันจะมีใครบ้างนะครับ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายรัฐบาลก็คนละ ๗ นาทีโดยประมาณ ๑ ชั่วโมงจะได้กี่คน ก็แล้วแต่ท่านไปจัดนะครับ สส. พรรคร่วมฝ์ายค้านก็ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง คนละ ๗ นาทีนะครับ เมื่ออภิปรายจบแล้วก็จะให้ผู้เสนอสรุปได้อีกประมาณ ๑๐ นาทีก็จะลงมติได้ตามเวลาที่เรา กำหนดไว้ ท่านสมาชิกเวลานี้เรายืดหยุ่นได้ครับตามสมควร แต่อย่าให้เลิกเกินบ่ายสองโมง ก็แล้วกันเพราะว่าวันนี้มีพระราชพิธีที่สำคัญนะครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นก็จะขอ ดำเนินการไปตามนี้นะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงแรกก็อยากจะให้ผู้เสนอได้เสนอหลักการและ เหตุผลโดยประมาณ ๑๕ นาทีก่อนนะครับ เชิญนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม พริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชนอดีต พรรคก้าวไกลในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อปลายป้ที่แล้วครับเราเคยมี ข้อตกลงร่วมกันในเบื้องต้นว่าเราจะใช้เวลาในที่ประชุมรัฐสภาในวันนี้ในการพิจารณาร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ก็เปึน เรื่องน่าเสียดายครับว่าในที่ประชุมวิปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้มีข้อสรุปให้เลื่อนวาระดังกล่าว ออกไปเปึนระยะเวลา ๑ เดือนนะครับ แต่ถึงอย่างไรก็ดีครับก็ต้องขอบคุณทางท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกครับที่ไม่ปล่อยให้เวลาในการประชุมวันนี้นั้นเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ว่าเป่ดให้เราใช้เวลาในวันนี้เพื่อมาพิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ผม และเพื่อนสมาชิกนะครับจากพรรคประชาชนอดีตพรรคก้าวไกลเราได้เสนอเข้าสู่การพิจารณา ในวาระที่หนึ่งในวันนี้ ท่านประธานครับร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ผมและเพื่อนสมาชิก เสนอในวันนี้นั้นมีอยู่ ๓ ข้อเสนอด้วยกัน

ข้อเสนอที่ ๑ ซึ่งน่าจะเปึนข้อเสนอหลักที่เปึนที่ถกเถียงกันมากที่สุดในวันนี้ คือข้อเสนอให้มีการเป่ดพื้นที่ให้ประชาชนนั้นสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้นเกี่ยวกับ กระบวนการการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภาในชั้นกรรมาธิการ ปัจจุบันครับ ถ้าเราไปเป่ดดูข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เราจะเห็นว่ามีการกำหนดไว้ครับว่าหากรัฐสภา มีการลงมติรับหลักการหรือเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใดในวาระที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการ ที่จะถูกตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณารายละเอียดรายมาตราของร่างดังกล่าวก่อนจะกลับมานำเสนอ ต่อรัฐสภาในวาระที่สองนั้นจะต้องประกอบไปด้วยสมาชิกรัฐสภา นั่นก็คือ สส. หรือว่า สว. เท่านั้น โดยไม่ได้เป่ดช่องให้พรรคการเมืองหรือว่าฝ์ายของ สว. นั้นสามารถเสนอชื่อประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้เปึน สส. หรือว่า สว. ให้เขามาทำหน้าที่กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคการเมือง หรือว่าสัดส่วนของ สว. ได้นะครับ ดังนั้นข้อเสนอที่ ๑ ในร่างแก้ไขข้อบังคับที่ผมนำเรียน ต่อท่านประธานในวันนี้เปึนข้อเสนอเพื่อจะปลดล็อกครับ และเป่ดโอกาสให้พรรคการเมือง หรือว่า สว. นั้นสามารถเสนอชื่อบุคคลทั่วไปเข้าไปร่วมทำงานกับสมาชิกรัฐสภาในชั้นของ คณะกรรมาธิการได้ ผมมีเหตุผลรองรับข้อเสนอนี้อยู่ ๓ ประการด้วยกันครับท่านประธาน

เหตุผลข้อที่ ๑ ครับคือผมเห็นว่าการปลดล็อกกติกาดังกล่าวนั้น จะทำให้ พรรคการเมืองหรือว่าฝ์าย สว. เองสามารถเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้เปึน สส. หรือ สว. ให้เข้าไป ทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการที่จะสามารถช่วยทำให้กระบวนการในการพิจารณาร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นมีความรอบคอบหรือรอบด้านมากขึ้นได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น การเสนอชื่อ นักวิชาการที่อาจจะมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ บางครั้งอาจจะมากกว่า สมาชิกรัฐสภาด้วยซ้ำ หรืออีกตัวอย่างหนึ่งครับคือการเสนอชื่อตัวแทนของภาคประชาสังคม ที่อาจจะมีการทำงานอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญมายาวนานกว่า สมาชิกรัฐสภา หรืออีกตัวอย่างหนึ่งครับคือการเสนอชื่ออดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในแต่ละพรรคที่อาจจะมีประสบการณ์ แล้วก็มีความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญเปึนอย่างดีครับ หากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ขออนุญาตเอ่ยชื่อเพราะไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด มองไป ที่พรรคเพื่อไทยก็นึกถึงบุคคลอย่างท่านพงศ์เทพ เทพกาญจนา มองไปที่พรรคภูมิใจไทย ก็นึกถึงบุคคลอย่างท่านศุภชัย ใจสมุทร มองไปที่พรรคชาติไทยพัฒนาก็นึกถึงบุคคล อย่างท่านนิกร จำนง มองไปที่พรรคไทยสร้างไทยก็นึกถึงบุคคลอย่างท่านโภคิน พลกุล ล้วนเปึนบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ว่า ณ เวลานี้ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ เปึน สส. หรือว่า สว. อยู่

เหตุผลประการที่ ๒ คือผมเห็นว่าการปลดล็อกและเป่ดพื้นที่ดังกล่าวนั้น ก็สอดคล้องกับกติกาที่เราใช้กันอยู่เกี่ยวกับกระบวนการการพิจารณาร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ หรือว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ถ้าเราไปเป่ดดูเราจะเห็นว่าข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาก็ได้กำหนดเอาไว้ เปึนการเป่ดช่อง ให้พรรคการเมืองและ สว. นั้นสามารถเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้เปึน สส. หรือ สว. เข้ามาทำ หน้าที่เปึนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ. หรือว่า พ.ร.ป. ที่สภาหรือรัฐสภานั้นมีมติเห็นชอบและรับหลักการในวาระที่หนึ่งได้ หรือถ้าไปดูอีกข้อหนึ่งครับ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันก็ได้มีการระบุไว้ เพิ่มเติม ว่าหากพระราชบัญญัติดังกล่าวถูกเสนอโดยพี่น้องประชาชนที่เข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาร่างดังกล่าวก่อนวาระที่สองนั้น ก็จะต้องมีผู้แทนของประชาชนผู้เสนอร่างอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ของจำนวนคณะกรรมาธิการ ทั้งหมด ความจริงแล้วกลไกนี้ก็เปึนกลไกที่หลายพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรก็ใช้กันอยู่ ปัจจุบัน เพื่อเสนอบุคคลที่ไม่ได้เปึน สส. เข้าไปทำหน้าที่ในชั้นกรรมาธิการ หากเราย้อนไปดู เฉพาะกรรมาธิการที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลและ พรรคประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ เราก็จะเห็นครับว่ามีจำนวนอยู่ทั้งหมด ๑๗๔ คน ที่ถูกเสนอชื่อ โดย ๙๕ คน คิดเปึนประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์เปึน สส. ที่ถูกเสนอชื่อ แต่ ๗๙ คน หรือคิดเปึน ๔๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนบุคคลคนนอกที่ไม่ได้เปึน สส. ที่ถูกเสนอชื่อให้เข้าไปทำงาน ในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้นก็ต้องยืนยันว่าสิ่งที่ผมเสนอวันนี้ก็สอดคล้องกับกติกาแล้วก็แนวทาง การปฏิบัติที่เราใช้กันอยู่ในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.

ส่วนเหตุผลประการสุดท้ายครับ ประการที่ ๓ ที่มารองรับข้อเสนอที่ ๑ ในวันนี้ คือผมเห็นนะครับว่าการปลดล็อกดังกล่าวนั้นความจริงแล้วก็สอดคล้องเช่นกันกับข้อเสนอ ของหลายฝ์ายเกี่ยวกับกลไกของสภาร่างรัฐธรรมนูญในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากเราไปดูทั้งข้อเสนอในร่าง ๒ ฉบับที่มีการยื่นเข้าสู่รัฐสภาในช่วงไม่กี่เดือนมานี้นะครับ หรือแม้กระทั่งไปดูข้อเสนอที่เคยมีการพูดคุยกันในสังคมก่อนหน้านี้ เราก็จะเห็นครับว่า ส่วนใหญ่นั้นก็จะมีการระบุเอาไว้ว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีคนเสนอ ให้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานภายใต้สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็มักจะมีการเป่ดพื้นที่ให้ตัวแทน ที่ไม่ได้เปึน สสร. สามารถเข้าไปทำหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ ดังนั้นถ้าคิดกันง่าย ๆ หากการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีการเป่ดช่องให้คนที่ไม่ได้เปึน สสร. เข้าไป ทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการได้ แล้วเหตุใดการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราโดยรัฐสภาเราถึง จะไม่เป่ดช่องให้คนที่ไม่ได้เปึนสมาชิกรัฐสภาสามารถเข้าไปทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการได้ด้วย เหตุผลเดียวกัน

ส่วนอีก ๒ ข้อเสนอครับท่านประธานที่อยู่ในร่างแก้ไขข้อบังคับในวันนี้อาจจะ ไม่ได้เปึนที่ถกเถียงมากนัก แต่ว่าก็จำเปึนที่ต้องเรียนต่อท่านประธานเพื่อให้เพื่อนสมาชิก ทุกคนนั้นรับทราบ

ข้อเสนอที่ ๒ เปึนข้อเสนอในการลดการใช้กระดาษครับ แล้วก็เพิ่มการใช้ ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์สำหรับงานธุรการของรัฐสภา ปัจจุบันครับตามข้อบังคับที่เรา ใช้กันอยู่นั้นการนัดประชุมรัฐสภาและการเผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้องนั้นจะต้องทำเปึน หนังสือที่จัดส่งให้กับสมาชิกทุกคนนะครับ สิ่งที่ผมเสนอวันนี้ครับในร่างแก้ไขข้อบังคับ คือการทำให้การนัดประชุมและการส่งเอกสารดังกล่าวนั้นสามารถทำทั้งหมดได้ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ครับ ซึ่งความจริงก็ไม่ได้เปึนอะไรที่แปลกใหม่แต่เปึนมาตรฐานเดียวกันกับ ที่เราใช้กันอยู่แล้วในการดำเนินการการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนข้อเสนอที่ ๓ ข้อเสนอสุดท้ายครับเปึนการเสนอให้ยกเลิกบทบัญญัติ ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ไม่ได้มีความจำเปึนอีกต่อไปครับ ถ้าเราไปเป่ดดูข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาครับ เราจะค้นพบว่ามีบทบัญญัติหลายส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการขั้นตอน ที่สอดคล้องกับบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ซึ่ง ณ เวลานี้ได้หมดอายุไปแล้ว ดังนั้นร่างแก้ไขข้อบังคับนี้ก็เลยมีการเสนอให้ยกเลิกบทบัญญัติที่ไม่ได้จำเปึนอีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น หมวดที่เกี่ยวกับการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้ดำรง ตำแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรี หรือว่าหมวดที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับ การปฏิรูปประเทศตามหมวด ๑๖ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ณ เวลานี้นั้นอำนาจในการพิจารณา ประเด็นดังกล่าวครับได้ถูกโอนถ่ายจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาไปเปึนอำนาจของ สภาผู้แทนราษฎรเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เปึน ๓ ข้อเสนอที่อยู่ในตัวร่างแก้ไข ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชน อดีตพรรคก้าวไกล เสนอในวันนี้นะครับ ก็จะเฝัารอการอภิปรายแล้วก็คำถามที่เพื่อนสมาชิกอาจจะมีเพื่อใช้เวลา ในการสรุปแล้วก็ตอบคำถามดังกล่าว ก็อยากจะทิ้งท้ายครับว่าแม้วันนี้ผมอาจจะรู้สึกเสียดาย ที่ไม่ได้มีร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภาของพรรคการเมืองอื่น ๆ หรือว่าฝ์ายอื่น ๆ ที่เสนอเข้ามาประกบ แต่ผมก็หวังว่าเราทุกพรรคการเมืองแล้วก็เปึนเพื่อน ๆ สมาชิกวุฒิสภา จะร่วมกันเห็นชอบแล้วก็รับหลักการร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภาของพรรคประชาชน ในวันนี้เพื่อให้เรามีข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่มีความทันสมัยมากขึ้น แล้วก็เป่ดกว้างมากขึ้น ให้ประชาชนนั้นสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางตรงได้ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของรัฐสภาในชั้นของคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณพริษฐ์ วัชรสินธ์ ขณะนี้มีสมาชิกรัฐสภาได้ลงชื่อเพื่อจะขออภิปรายจำนวน ๘ ท่านแล้วนะครับ ทางสมาชิก วุฒิสภา ๖ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๒ ท่านแล้วก็พรรคร่วมฝ์ายค้านยังไม่ได้เสนอชื่อมา เราก็ จะเป่ดโอกาสให้ท่านที่อยากจะอภิปรายมาลงชื่อข้างหน้าหรือลงชื่อผ่านวิปมาได้ถึงเวลา ๑๐.๐๐ นาําิกา อีกประมาณ ๘ นาทีเราก็จะป่ดการเสนอชื่อ เชิญครับท่านวุฒิสมาชิก พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ์ายค้านที่จะอภิปรายนะครับ มาลงชื่อข้างหน้าหรือผ่านวิปมาก็ได้ครับ ท่านแรกนะครับที่ผมจะให้อภิปรายก่อนก็คือจะสลับกัน วุฒิสมาชิก พรรคร่วมรัฐบาลและ พรรคร่วมฝ์ายค้าน ท่านแรกท่านวุฒิสมาชิก ขอเชิญคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ๗ นาทีนะครับ

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภากลุ่มอาชีพสาธารณสุข จากอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ ๑ สัปดาห์ ผมจำได้ว่า มีการบรรจุการประชุมร่วมวันนี้เปึนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนั้นได้ทราบ ข่าวว่ามีการประชุมวิป ๓ ฝ์าย และตกลงเลื่อนรัฐธรรมนูญไป ๑ เดือน แล้วก็มีการบรรจุ เรื่องของข้อบังคับเพิ่มเติมมาในวันนี้ ซึ่งผมเองก็มีความรู้สึกสงสัยว่าหรือจะเปึนการปูทาง อะไรไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้ประเด็นที่ผมสงสัยและคิดว่าเพื่อนวุฒิสมาชิก ก็สงสัยเปึนจำนวนมากเช่นเดียวกัน เอาเถอะครับ อย่างไรก็ตามเมื่อเราจะพิจารณาข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาก็จะถือว่าเปึนโอกาสโหมโรงก่อนนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๑ เดือน ต่อไป ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่เราใช้ปัจจุบันนั้นใช้งานมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๖๓ ป้นี้ ๒๕๖๘ ถามว่าเหมาะสมที่จะปรับปรุงหรือไม่ ก็ยังมีประเด็นที่เหมาะสมจะปรับปรุง อยู่เหมือนกันตามกาลเวลาครับท่านประธาน เช่นการยกเลิกบทบัญญัติที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี มีการเสนอให้ยกเลิกหมวด ๙ การพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี เนื่องจากครบอายุวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลที่กำหนดไว้ ๕ ป้นับแต่มีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาในชุดที่แล้วนะครับ อันนี้ผมเห็นชอบด้วยครับเพราะวุฒิสมาชิก ชุดที่ ๑๓ ที่อยู่ในปัจจุบันก็ไม่มีโอกาสได้เลือกนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ดังนั้นตัดไปก็ไม่กระทบ อะไร ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่ดีด้วยซ้ำไปนะครับ เพราะว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีควรเปึนหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมวด ๕ ที่ยกเลิกผมก็เห็นพ้องว่ามีความจำเปึน ทีนี้ส่วนที่ดูเหมือน เอามาเป่ดก่อนก็คือเรื่องของการเป่ดโอกาสให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เปึนเรื่องทันสมัย ท่านประธานครับ ผมเองก็เห็นว่าชอบแล้วที่จะปรับปรุงข้อบังคับนี้ให้มีการ ดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ผมก็มีข้อติงนิดหนึ่ง คือประเด็นอิเล็กทรอนิกส์ทำอย่างไร จะเกิดความปลอดภัยทางไซเบอร์เพราะอย่าลืมว่าการประชุมรัฐสภานั้นเปึนความปลอดภัย ระดับชาติ เพราะที่นี่คือสถาบันนิติบัญญัติสูงสุดของประเทศ เราจะมีระบบดูแลข้อมูล ส่วนบุคคลอย่างไรที่จะทำให้ทุกอย่างเปึนไปโดยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร อันนี้ ผมเองขอถามท่านผู้เสนอด้วย ส่วนการที่ยังคงไว้ว่าประธานจะเรียกประชุมโดยหนังสืออันนี้ ผมเห็นชอบด้วยนะครับเพราะเอกสารเปึนเรื่องสำคัญ หากไม่มีเอกสารมีแต่ดำเนินการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ย่อมเกิดปัญหาได้ครับ และเมื่อเกิดปัญหาต่อไปในชั้นศาลจะไม่มีเอกสาร ไปต่อสู้ในขั้นนั้นเมื่อเกิดความขัดแย้งจนลุกลามบานปลาย ท่านประธานครับ ผมไล่ดูมาทุกข้อนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะเห็นด้วยกับผู้ที่เสนอแก้เสียเปึนส่วนใหญ่ แต่ข้อที่ผมเห็นด้วยไม่ได้จริง ๆ คือข้อ ๗๙ ที่บอกว่ากรรมาธิการพ้นจากตำแหน่ง แต่ก่อนนั้นมันมีข้อบัญญัติไว้ว่ากรรมาธิการ จะพ้นจากตำแหน่งอยู่ ๕ วงเล็บ (๑) คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทน ถูกยุบหรือไม่มีสภาผู้แทนราษฎรเพราะเหตุอื่นใด (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) แต่เดิมบัญญัติไว้ว่า ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเปึนสมาชิก และ (๕) รัฐสภามีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ผู้เสนอแก้ไขนั้นได้ตัดวงเล็บที่สำคัญออกไปคือ (๔) ซึ่งผมอยากเรียนถามว่าเพราะเหตุใด เพราะว่าการที่ขาดสมาชิกภาพแห่งสภานั้นเปึนเรื่องสำคัญที่จะยังคงทำหน้าที่กรรมาธิการ ต่อไปได้อย่างไรครับ ต่อไปการเปึนสมาชิกรัฐสภาก็ไม่มีความจำเปึนใด ๆ เลย จริง ๆ แล้ว การเปึนที่ปรึกษาหรือเปึนผู้ที่ให้ข้อมูลในกรรมาธิการเราสามารถเชิญใครก็ได้ในประเทศไทย แต่การเปึนกรรมาธิการนั้นมีสิทธิลงคะแนนครับ ซึ่งท่านประธานก็ทราบถ้าคนลงคะแนน ไม่ใช่เปึนผู้มีสมาชิกภาพ ไม่ว่าจะเปึน สส. หรือ สว. ก็ไม่มีความชอบธรรมเช่นเดียวกันนะครับ ผมไม่ทราบว่าตัดออกเพราะอะไร ตัดออกเพราะท่านมีบุคคลในใจไหมว่าถ้าตัดออกแล้ว ถึงเหตุการณ์ต่อไปจะประสบกับคดีความอย่างไรจนหมดจากสมาชิกภาพก็ยังจะเปึนกรรมาธิการ ต่อไปได้ ท่านประธานครับถ้าเรื่องเล็กเรื่องน้อยเช่นกฎหมายมโนสาเร่ไม่เปึนไรครับ แต่ถ้าเปึน เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญผมเรียนว่าไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ผู้จะแก้รัฐธรรมนูญจะต้องเปึน สมาชิกรัฐสภาที่ดำรงตำแหน่งซึ่งมีความเหมาะสม และสมาชิกรัฐสภาทุกพรรคการเมือง ก็สรรหาคนที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งได้ เพราะทั้งสมาชิกรัฐสภาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กรรมาธิการใช้เพียง ๔๕ คน

-๖/๑ เรามี สส. ๕๐๐ ท่าน มี สว. ๒๐๐ ท่าน รวมเปึน ๗๐๐ ท่าน ท่านประธานครับ ๗๐๐ ท่าน จะหาคน ๔๕ ท่านมาเปึนกรรมาธิการไม่ได้หรืออย่างไร และถ้าได้เปึนแล้วหมดสมาชิกภาพ เพราะต้องคดีจะด้วยเหตุใดก็ตาม ท่านประธานครับก็สรรหาคนในจุดที่ตนเองนั้นขาดสมาชิกภาพ ขึ้นมาทดแทน ขาดที่พรรคการเมืองใดก็ส่งสมาชิกจากพรรคการเมืองนั้นที่เปึนสมาชิกรัฐสภา เข้ามาทดแทน ของ สว. ก็สรรหาจาก สว. ขึ้นมาทดแทน ๔๕ ท่าน ไม่เปึนปัญหาครับ แต่บอกว่า เอาคนที่ขาดสมาชิกภาพยังเปึนกรรมาธิการได้ ผมว่าจะดูแคลนสภามากไปหน่อยไหมครับ เพราะเราเปึนผู้ที่มีผู้ทรงความรู้ความสามารถอยู่เปึนจำนวนมากในรัฐสภา ท่านประธานครับ อันนี้ผมหลับตาดู ผมคิดว่าท่านคงหลับตามองว่าเห็นใครที่เปึนคนที่ขาดสมาชิกภาพในอนาคต หรือเปล่านะครับ ขอนิดเดียวท่านประธานครับ โอกาสนี้ผมอยากให้ท่านสมาชิกลองพิจารณา ทบทวน กรรมาธิการเปึนบทบาทสำคัญ ถ้าการพ้นจากตำแหน่งตัดเรื่องขาดสมาชิกภาพไป เราจะเห็นใครเข้ามาในกรรมาธิการโดยเฉพาะขั้นตอนของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ผมไม่อยากจะบอกว่าอ้าปากก็เห็นไปถึงริดสีดวงทวารท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ครับ ขณะนี้รัฐสภาขอต้อนรับพระคุณเจ้า คณะครูและสภานักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๕ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานีนะครับ ซึ่งเข้ามานั่งฟังการประชุมอยู่ชั้น ๔ ครับ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ขอบคุณครับ ผมจะขอให้ท่านวุฒิสมาชิกอีก ๑ ท่านได้อภิปราย แล้วก็จะมาถึงพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ์ายค้านครับ ขอเชิญท่านวุฒิสมาชิกพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ครับ ถ้าพร้อมแล้วเชิญได้ครับ

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา วันนี้จะอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่อง วันนี้เรามาแก้ไขข้อบังคับ วันนี้ไม่ใช่การแก้ไขข้อบังคับทั่วไปเปึนการแก้ไขข้อบังคับของ การแก้รัฐธรรมนูญ จริง ๆ ต้องบอกว่าอย่างนี้ครับ ผมนี่นะครับจากที่ท่านพริษฐ์นำเสนอ เมื่อสักครู่นี้ทั้ง ๓ ประเด็นนี้นะครับ ต้องขอชื่นชมท่านพริษฐ์มากนะครับว่าท่านมีเจตนา แล้วก็มีความตั้งใจจริงในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านเสนอ บอกว่าเปึนการเป่ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นในกระบวนการที่อาจจะถูกใช้ เพื่อเพิ่มความชอบธรรมและแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในทางปฏิบัตินี้นะครับหากคณะกรรมาธิการ มาจากประชาชนที่ถูกคัดเลือกหรือสนับสนุนโดยฝ์ายการเมืองที่มีอำนาจ แล้วก็เปึนการลดทอน กลไกถ่วงดุลจาก สว. ตรงนี้การกำหนดโครงสร้างกรรมาธิการให้กับตัวแทนประชาชน มีบทบาทมากกว่า สว. นี้ อาจจะเปึนหนึ่งกลไกหรือเปึนกลยุทธ์ในการลดเสียงคัดค้านที่อาจ เกิดขึ้นในกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราอย่าลืมว่าตามมาตรา ๑๑๔ ของรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนนะครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็สมาชิกรัฐสภาหรือ สมาชิกวุฒิสภาเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทยอยู่แล้วนะครับ แล้วก็การแก้รัฐธรรมนูญ จากนิยามของคำว่า คณะกรรมาธิการ ผมต้องบอกอย่างนี้ว่า ขออนุญาตตัวกรรมาธิการนี่นะครับ หลัก ๆ ของนิยามผมอ้างอิงจากของต่างประเทศเลยแล้วกัน เดวิด ปรินส์ (David Prince) ได้กล่าวคำนิยามว่า คณะกรรมาธิการเสมือนเปึนเครื่องมือของสภาโดยผลการดำเนินการ ของคณะกรรมาธิการจะถูกพิจารณาอย่างเหมาะสมและพิจารณาของคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ จะได้แก่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงินการคลังและพิจารณาเกี่ยวกับ การดำเนินงานของรัฐบาลนะครับ ตรงนั้นคือหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแต่ความเปึนจริงแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่ต้องการให้สมาชิกรัฐสภา นั่นก็คือสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา คราวนี้ผมขอสไลด์นิดหนึ่งนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)

ผมจะชี้แจงให้ท่านฟังว่า การแก้ของท่านพริษฐ์นี้แก้ประเด็นไหนเพื่อที่จะได้เห็นภาพชัดเจน จากในสไลด์นะครับ จะเห็นว่าร่างเดิมก็คือตัวข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ การพิจารณาในวาระที่สอง ในที่ประชุมรัฐสภา ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่งจากสมาชิกรัฐสภา คำว่า สมาชิกรัฐสภา ในที่นี้หมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น มีจำนวนไม่เกิน ๔๕ คน คราวนี้เรามาดูในร่างของท่านพริษฐ์นิดหนึ่ง ร่างของท่านพริษฐ์ ข้อ ๑๒๓ การพิจารณาในวาระที่สอง ให้ที่ประชุมรัฐสภาตั้งกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มีจำนวนไม่เกิน ๔๕ คน โดยที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการ จากรายชื่อที่สมาชิกรัฐสภาเสนอ ในมุมผมเท่ากับว่าคุณจะตั้งใครก็ได้ใน ๔๕ คน ไม่ต้องมี สมาชิกรัฐสภาเลยแม้แต่คนเดียวก็ได้นะครับ ซึ่งอันนี้ในความเห็นของผมคิดว่ามันไม่เปึนเหตุ ที่สมควร ด้วยความที่มันไม่ตรงไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งให้อำนาจหน้าที่ และสิทธิให้แก่สมาชิกรัฐสภานะครับ

ส่วนประเด็นต่อมาประเด็นข้อกังวลแล้วกัน ความกังวลก็คือเรื่องความสมดุล ในโครงสร้างของกรรมาธิการ หากโครงสร้างกรรมาธิการไม่สมดุล เช่น มีตัวแทนจากประชาชน หรือ สส. มากเกินไปเมื่อเทียบกับ สว. อาจส่งผลให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญชี้นำ โดยเสียงข้างมากได้ ความโปร่งใสจากการคัดเลือกตัวแทนของประชาชน กระบวนการ คัดเลือกตัวแทนประชาชนควรโปร่งใสและยุติธรรมเพื่อปัองกันไม่ให้ตัวแทนที่เข้ามาเปึนเพียง เครื่องมือทางการเมืองนะครับ แล้วก็การเสนอให้กรรมาธิการที่มาจากประชาชนเสนอ ร่างธรรมนูญอาจมีเจตนาดีนะครับ เพื่อเปึนการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ในทางปฏิบัติ และโครงสร้างหรือกลไกการตั้งกรรมาธิการมันอาจจะไม่สมดุล อาจจะมีการลดทอนอำนาจ การถ่วงดุลของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ และกลับไปเพิ่มอำนาจ ให้กับฝ์ายที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้จริง ๆ เราต้องบอกว่า ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มี ร่างแก้ไขของประชาชนเข้ามานะครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ต่อไปขอเชิญพรรคร่วมรัฐบาล ๑ ท่าน เชิญคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ที่เสนอโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งในหลักการของการแก้ไขข้อบังคับนั้นจะต้องให้ทาง ที่ประชุมรัฐสภาก็คือที่ประชุมร่วมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้พิจารณา ในการแก้ไข โดยหลักการนั้นได้เสนอมาทั้งหมด ๔ หลักนะครับ แล้วก็มี ๒ เรื่องแล้วก็ พรรครวมไทยสร้างชาตินั้นคิดว่าไม่มีปัญหา ก็คือในเรื่องของประโยชน์จากการประชุมแล้วก็ การแก้ไขในช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็การนัดประชุมการเผยแพร่หนังสือการนัดประชุม ซึ่งตรงนี้ทางพรรครวมไทยสร้างชาติคิดว่าเปึนประเด็นที่ไม่มีปัญหานะครับ แต่ว่าส่วนที่เปึน ปัญหาเราคิดว่าเปึนเรื่องที่สอดแทรกเข้ามาแล้วจะกระทบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาตินั้นเมื่อสักครู่นี้เราก็ได้มีการแถลงข่าวว่าเราไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ในข้อบังคับนี้ ในข้อบังคับที่ได้เรียนท่านประธานนั้นรายละเอียดเปึนดังนี้ครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ เดิมทีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนการประชุมร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา ก็คือ สส. และ สว. เวลาเราตั้งกรรมาธิการร่วมกันในข้อบังคับก็ระบุไว้ว่าจะต้องตั้งไม่เกิน ๔๕ คน ในเมื่อตั้งไม่เกิน ๔๕ คนก็จะต้องตั้งจากสมาชิกรัฐสภาก็คือเปึน สส. และ สว. มานั่ง ทีนี้ ถ้ามีการแก้ไขตามที่ทางพรรคประชาชนได้เสนอก็จะต้องมีบุคคลภายนอกมานั่ง ๑ ใน ๓ ของกรรมาธิการ ซึ่งตรงนี้ก็จะเหมือนกับตัว พ.ร.บ. หรือการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติที่ให้ ทางพรรคประชาชนนั้นมานั่ง แต่ว่าตัวรัฐธรรมนูญนั้นท่านประธานครับมันมีความสำคัญ รัฐธรรมนูญมีความสำคัญกว่าร่างพระราชบัญญัติมาก เพราะรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเปึน กฎหมายสูงสุดของประเทศ มีความสำคัญ มีศักดิ์แล้วก็มีความศักดิ์สิทธิ์มากกว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉะนั้นการที่จะให้ บุคคลภายนอกมานั่งเปึนกรรมาธิการในการพิจารณาวาระที่สองของการแปรญัตติ ในการลงมติ ในวาระที่สองนั้นถือว่ามีความสำคัญมาก ฉะนั้นการให้บุคคลภายนอกมานั่งจึงเปึนเรื่องที่ สุ่มเสี่ยงกับการที่จะผิดจากการที่เราจะได้มาพิจารณาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเลยคิดว่า ในส่วนของการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนั้นควรจะต้องให้สมาชิกรัฐสภาเปึนผู้ที่มาลงมติในวาระที่สอง ท่านประธานจะเห็นได้ว่าเมื่อการประชุมที่ผ่านมาในส่วนของ พ.ร.บ. ประชามติ เราก็ได้มี ปัญหาระหว่าง สส. และ สว. ว่าความเห็นที่ไม่ตรงกัน พอกลับมาที่ สส. ก็ได้มีการตั้ง กรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งในการตั้งกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง ๒ สภานั้น เวลา ความเห็นไม่ตรงกัน เวลา สส. แก้ไปแล้ว สว. แก้กลับมาเราก็มีการตั้งกรรมาธิการร่วมก็ไม่มี บุคคลภายนอกมานั่ง ฉะนั้นในการประชุมร่วมกันของการแก้ร่างรัฐธรรมนูญเปึนการประชุมร่วม ของ สส. และ สว. การตั้งกรรมาธิการก็ไม่ควรจะมีบุคคลภายนอกมานั่ง เพราะว่าบุคคลที่มานั่ง ตัวกรรมาธิการควรจะต้องเปึนสมาชิกรัฐสภา เพราะว่าได้ผ่านการคัดเลือก แล้วก็ผ่านการรับรอง จากพี่น้องประชาชน ผ่านทางช่องทางไม่ว่าจะเปึนการสรรหาในส่วนของ สว. การเลือกตั้ง ในส่วนของ สส. มาแล้ว ฉะนั้นอันนี้จึงเปึนสิ่งที่สำคัญที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติคิดว่าจะต้อง ให้สมาชิกรัฐสภาเท่านั้นมานั่งเปึนกรรมาธิการในการพิจารณานะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญนั้น ถือว่ามีความสำคัญกว่าร่างพระราชบัญญัติ แล้วก็เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงขอยืนยันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขข้อบังคับนี้นะครับ และที่สำคัญท่านประธานครับ เนื่องจากร่างที่ส่งเข้ามาในการแก้ไขมี ๔ หลักการด้วยกัน ฉะนั้นถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รับหลักการในตรงนี้ก็จะทำให้เปึนการรับหลักการทั้ง ๔ ข้อนะครับ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงมีมติของพรรคที่จะไม่รับหลักการรับการแก้ไขข้อบังคับนี้ของพรรคประชาชน เพราะว่า มันจะมีข้อที่ ๓ แต่ว่าข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ เราไม่ได้ติดขัด แต่ถ้าเรารับไปแล้วก็จะทำให้เปึนการ รับหลักการในการแก้ข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ ซึ่งเปึนการให้บุคคลภายนอกมานั่งเปึนกรรมาธิการ ซึ่งในการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายที่สำคัญสูงสุดของประเทศนะครับ พรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีมติไม่เห็นด้วย จึงขออนุญาตได้อภิปรายในวันนี้ยืนยันมติของพรรค ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ ต่อไปขอเชิญพรรคร่วมฝ์ายค้าน คุณเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ

นายเชตวัน เตือประโคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนคนในพื้นที่ เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอร่วมอภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกรัฐสภาเปึนผู้เสนอ ให้มีการแก้ไข ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะนี่เปึนการแก้ไขข้อบังคับการประชุมเพื่อให้ประชาชน ได้มีอำนาจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องสำคัญที่กล่าวได้ว่าเปึนกฎหมายสูงสุด เรื่องสำคัญ ที่กล่าวได้ว่าเปึนกฎหมายที่กำหนดสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชน เรื่องสำคัญที่กล่าวได้ว่า เปึนเรื่องของการจัดตั้งสถาบันทางการเมืองสำคัญต่าง ๆ เรื่องสำคัญที่เปึนเรื่องของการประกัน ควบคุมการใช้อำนาจของรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้สิ่งที่กล่าวมานี้เปึนฉันทามติจากประชาชน นั่นก็คือ เรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องของรัฐธรรมนูญนี่ละครับจึงจำเปึนอย่างยิ่งที่ควรจะต้องให้ ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย นี่คือหลักการที่คุณพริษฐ์เสนอ ผมเห็นด้วย ใน ๒ ประเด็น ขออภิปรายสนับสนุนใน ๒ ประเด็นต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ เพื่อที่จะยืนยันในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๖๐ นี้ เรื่องของอำนาจอธิปไตยที่ระบุว่าอำนาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย

ประเด็นที่ ๒ เพื่อที่จะแก้ข้อครหาคำว่า ประชาธิปไตย ๔ วินาที หรือการที่ ประชาชนมีส่วนร่วมเพียงแค่ไปที่คูหาเลือกตั้งเพียงสั้น ๆ และหลังจากนั้นออกมาก็เปึนหมากเบี้ย ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใด ๆ อีกเลย

ท่านประธานครับ ในประเด็นแรกก่อน เรื่องของการยืนยันหลักการอำนาจ อธิปไตยนั้นตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรก ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ ตั้งแต่ฉบับแรกแล้วครับ ระบุไว้ ในมาตรา ๑ ด้วยว่าอำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเปึนของราษฎรทั้งหลาย เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตั้งแต่ในยุคจารีตไม่ว่าจะอยุธยา ธนบุรี ต้นรัตนโกสินทร์ อำนาจสูงสุดเปึนของกษัตริย์ ตลอดจนเจ้าผู้ครองรัฐในแต่ละรัฐนั้น ๆ กษัตริย์และเจ้าผู้ครองรัฐในแต่ละแห่งค่อนข้าง มีความเปึนอิสระในการปกครองตนเอง จะเกณฑ์ไพร่พลไปไหน จะเก็บภาษี หรือจะทำอะไร ก็ตามแต่ตัดสินใจเองได้หมดโดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม ถ้าจะขาดอิสรภาพก็เพียงแค่ เจ้าผู้ครองของรัฐนั้นยอมสวามิภักดิ์กับกษัตริย์ของรัฐที่มีอำนาจเหนือกว่า ซึ่งเต็มที่ก็เพียงแค่ มอบดอกไม้เงินดอกไม้ทองในแต่ละป้ หรือเกณฑ์ไพร่พลไปช่วยรบในแต่ละครั้ง ขณะที่ หลังจากเกิดรัฐสมัยใหม่ในช่วงรัชกาลที่ ๕ ป้ ๒๔๓๕ ปฏิรูปการปกครอง คราวนี้อำนาจ เปึนของกษัตริย์ภายใต้การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เปึนราชาอธิปไตย ที่อำนาจสูงสุดมาจากกษัตริย์และระบบเจ้าผู้ครองรัฐต่าง ๆ ก็ถูกยกเลิกไป ส่งข้าหลวง ไปปกครองตามหัวเมืองต่าง ๆ ดังนั้นการปฏิวัติ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ แล้วสถาปนาประชาธิปไตย พร้อมทั้งระบุในรัฐธรรมนูญว่าอำนาจสูงสุดเปึนของประชาชนจึงเปึนเรื่องที่ทำให้เกิดสิ่งที่ เรียกว่า สำนึกพลเมือง ในฐานะที่ประชาชนเปึนเจ้าของอำนาจและจะใช้อำนาจนั้นในการพัฒนา ในการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติด้วยกัน

ในประเด็นที่ ๒ คำกล่าวอย่างดูถูกเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในบ้านเรา คิดว่าทุก ๆ ท่านคงจะเคยได้ยินคำว่าประชาธิปไตย ๔ วินาที นี่ไม่ใช่คำที่ดีนะครับ แล้วก็ยังมีภาพล้อด้วยที่เปึนภาพของวิวัฒนาการตั้งแต่รูปลิงกลายมาเปึนคนหย่อนบัตร ลงคูหาเลือกตั้งแล้วก็กลับไปเปึนลิงเหมือนเดิม คิดว่าทุกท่านน่าจะเคยเห็น นี่เปึนสิ่งที่เหยียดหยาม ดูถูกการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเราอย่างยิ่งนะครับ มีส่วนร่วมแค่เพียง ๔ วินาที ในการเลือกตั้งเท่านั้นเองหรือครับ แต่อย่างไรก็ตามซึ่งผมยืนยันเปึนรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่รัฐใดหรือประเทศใดถ้าไม่มีการเลือกตั้งเลย รัฐประเทศนั้นไม่เปึนประชาธิปไตยแน่ ๆ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันออกแบบว่ามากกว่า การเลือกตั้งนั้นประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมในการปกครองได้อย่างไร และการแก้ไข ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาฉบับนี้ก็ได้แก้ไขและเพิ่มเติมในสิ่งที่เปึนอำนาจของประชาชน อย่างที่เราอยากจะเห็นกัน อย่างฉบับเดิมที่บอกว่าถ้าในวาระที่หนึ่งที่ประชุมรัฐสภารับหลักการ แห่งรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ข้อ ๑๒๓ การพิจารณาในวาระที่สองให้ประชุมรัฐสภา ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่งจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อพิจารณาจำนวนไม่เกิน ๔๕ คน ตรงนี้ ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปนะครับ กรรมาธิการจะมีส่วนแค่เพียงของ สส. และ สว. เท่านั้นนะครับ การแก้ไขข้อบังคับครั้งนี้จะเปึนการเพิ่มเติมในส่วนของประชาชนเข้าไปด้วย โดยจะเปึนการตั้งกรรมาธิการคณะหนึ่งเพื่อจะไปพิจารณาในวาระที่สองนั้น

สุดท้ายก่อนจบท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญมีที่มา ๔ ช่องทางด้วยกัน นั่นก็คือ คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาใช่ไหมครับ สส. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ใช่ไหมครับ สส. และ สว. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ และสุดท้ายคือประชาชนเข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ตามกฎหมายการเข้าชื่อ และในกรณีข้อที่ ๔ นี่ละครับที่การแก้ไขข้อบังคับนี้ได้ไปเพิ่ม ข้อบังคับ ๑๒๓/๑ ที่ได้เพิ่มกรรมาธิการซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนที่เข้าชื่อไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด ซึ่งถ้ากรรมาธิการ ๔๕ คน นั่นก็หมายความว่าจะมี ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาในวาระที่สองของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถึง ๑๕ คน ขณะที่ สส. สว. ก็ตามสัดส่วน ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมอภิปรายมาก็เพื่อ จะสนับสนุนร่างแก้ไขข้อบังคับของคุณพริษฐ์ ด้วยจุดยืนสำคัญก็คืออำนาจสูงสุดเปึนของ ประชาชนและลบล้างข้อครหาประชาธิปไตยเพียง ๔ วินาที ที่เราโดนดูถูก เราโดนเหยียดหยาม ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณเชตวัน เตือประโคน ตอนนี้มีสมาชิกที่ขอลงชื่อร่วมอภิปราย ๑๔ ท่านนะครับ ผมขอป่ดการเสนอชื่อในตอนนี้ เพราะมีทางวุฒิสมาชิกก็ ๖ ท่านนะครับ ทางพรรคร่วมรัฐบาล ๔ ท่าน พรรคร่วมฝ์ายค้าน ก็ ๔ ท่าน เดี๋ยวสุดท้ายจะให้คุณพริษฐ์จะได้สรุปอีกทีนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านวุฒิสมาชิก คุณพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ เชิญครับ

นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา 🔗

กราบเรียนประธานรัฐสภาและ เพื่อน ๆ สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน กระผม พรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภาครับ วันนี้ กระผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๑๒๓ ซึ่งเปึน การปลดล็อกการให้คนนอกเข้ามาเปึนกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภาครับ ท่านประธานครับ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกองคาพยพของการบริหารราชการแผ่นดินถือเปึนเรื่องที่มี ความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ระบอบประชาธิปไตยของไทยจะใช้ระบบตัวแทนผ่านการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมเชื่อว่าในวาระสำคัญอย่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ การเป่ดโอกาสให้ประชาชนภายนอกได้มีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าวโดยตรงผ่านการเป่ด โอกาสให้เปึนกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญน่าจะถือเปึนความก้าวหน้าสำคัญในระบอบ ประชาธิปไตยของประเทศไทยและเปึนการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง โดยการร่วมพิจารณากฎหมายหลักที่จะเปึนเข็มทิศให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริงนะครับ อย่างที่เมื่อสักครู่นะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ยื่นร่างดังกล่าวได้อธิบายไปแล้ว กฎการประชุมสภา ข้อ ๑๒๓ ดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรา ๘ ซึ่งเปึนเรื่องของการเสนอและการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม โดยในกฎที่เสนอใหม่นี้กำหนดให้ที่ประชุมรัฐสภาตั้งกรรมาธิการจากรายชื่อ ที่สมาชิกรัฐสภาเสนอ โดยในวรรคสองกำหนดสัดส่วนให้ยึดเอาตามสัดส่วนสมาชิกรัฐสภา ก็คือสัดส่วนจำนวน สส. สว. ในรัฐสภาและสัดส่วนของ สส. ของแต่ละพรรคการเมืองในสภา ในเมื่อกฎข้อนี้มีการกำหนดหลักการในเรื่องของสัดส่วนกำกับในวรรคสองอยู่แล้ว ผมจึงเห็นด้วย กับหลักการของการแก้ไขข้อบังคับการประชุมในสภานี้ในเชิงที่ว่าหากพรรคการเมืองใด หรือทาง สว. เองนะครับมีมติให้สละโควตาของตัวเองให้บุคคลภายนอกเข้ามาดำรงตำแหน่ง กรรมาธิการก็เปึนสิทธิของพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองนั้นที่จะทำได้หากมันไม่ได้เปึนการ ไปกินที่หรือไปก้าวก่ายโควตาหรือว่าสิทธิของพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเราก็เห็นตัวอย่างจากในชั้น กรรมาธิการของฝัืง สส. นะครับว่าการสละโควตาพรรคตัวเองให้บุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ และมีคุณวุฒิเข้ามาดำรงตำแหน่งก็อาจส่งผลดีอย่างมากให้กับการทำงานของกรรมาธิการนั้น ด้วยหลักการเดียวกันครับ การแก้ไขข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ นี้จะเปึนการปลดล็อกแล้วก็เป่ดกว้าง ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและออกแบบรัฐธรรมนูญที่จะถือว่า เปึนรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริงและเปึนการเป่ดโอกาสให้บุคคลที่ไม่ได้เปึน สมาชิกรัฐสภาแต่เปึนบุคคลที่ทำงานหรือว่าผลักดันในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหรือว่าภาคประชาสังคมได้เข้าร่วมทำงานกับสมาชิกรัฐสภาในชั้น กรรมาธิการเพื่อร่วมออกแบบรัฐธรรมนูญผ่านแนวคิดของตนเองได้และการเพิ่มข้อ ๑๒๓/๑ กรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอได้กำหนดให้มีการ ตั้งกรรมาธิการจากผู้แทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมนั้นถือเปึนการเป่ดโอกาสให้ประชาชนซึ่งเปึนหนึ่งในผู้เข้าเสนอชื่อร่างธรรมนูญ แก้ไขฉบับเพิ่มเติมนั้นได้มามีส่วนร่วมในการออกแบบรัฐธรรมนูญที่ตนเองร่วมเสนอมากขึ้น ถึงแม้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๔) ตอนท้ายจะบัญญัติว่ากรณีที่เปึนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมที่ประชาชนเปึนผู้เสนอต้องเป่ดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดง ความคิดเห็นด้วยก็ตาม แต่ประชาชนก็ทำได้เพียงเสนอความคิดเห็นเท่านั้น ไม่ได้เข้ามา มีส่วนร่วมในขั้นตอนอื่น ๆ ครับ ดังนั้นการกำหนดให้ตั้งกรรมาธิการจากผู้แทนของประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนั้นจึงเปึนการเป่ดโอกาส ให้พวกเขาได้มีโอกาสเข้ามาร่วมทำงานแล้วก็ผลักดันการแก้ไขธรรมนูญฉบับที่ตนเสนอ ในคณะกรรมาธิการโดยตรง โดยการได้เข้ามารับรู้รับฟังปัญหารวมถึงมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการจัดทำทุกขั้นตอน ซึ่งจะ นำไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนในร่างที่เขายื่นมาเองอย่างแท้จริงครับ ในฐานะที่กระผม เปึนโฆษกของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค และยังเปึนที่ปรึกษาของอนุกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชนของฝัืง สว. ผมจึงขอสนับสนุนร่างนี้เปึนการส่วนตัวนะครับ เพราะหนึ่งในอาณัติของกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการที่ผมสังกัดอยู่ก็คือการส่งเสริม ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง ซึ่งไม่มีอะไรที่จะเหมาะไปกว่าการที่ให้ประชาชน คนนอกได้มามีส่วนร่วมกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดยหลักการแล้วควรจะเปึนของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนอีกแล้วครับ ในฐานะที่ผมเองก็ยังดำรงตำแหน่งเปึนกรรมาธิการ การต่างประเทศของวุฒิสภาด้วย กระผมจึงขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่างจากต่างประเทศ ให้เห็นนะครับว่าการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เปึนเรื่องแปลกพิสดาร แต่อย่างใด แต่เปึนเรื่องที่ก็ทำกันเปึนปกติวิสัยในประเทศที่เจริญแล้ว ประเทศแรกที่ผมขอ อนุญาตพูดถึงก็คือประเทศไอซ์แลนด์นะครับ โดยในช่วงป้ ๒๐๑๑-๒๐๑๓ หลังจากเกิดวิกฤติ ทางการเงินครั้งใหญ่ในประเทศเมื่อป้ ๒๐๐๘ ไอซ์แลนด์ได้ก่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา โดยประกอบด้วยสมาชิกรัฐสภาที่ผ่านการเลือกตั้งและยังเป่ดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาส แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางด้วย แม้ว่าประชาชนอาจจะไม่ได้มีสิทธิในการออกเสียง อย่างเปึนทางการในฐานะกรรมาธิการ แต่ก็มีอิทธิพลอย่างมากในกระบวนการร่างผ่านการทำ ประชาพิจารณ์และการหารือในประเด็นต่าง ๆ และในประเทศเวเนซุเอลาในป้ ๑๙๙๙ ก็มีการ จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งประชาชนคัดเลือกมาผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งก็ประกอบด้วยสมาชิก ไม่ได้เปึนนักการเมืองแต่ก็มีสิทธิในการออกเสียงอย่างเปึนทางการจำนวนมาก ในไต้หวันเอง เมื่อป้ ๑๙๙๑-๑๙๙๒ ก็มีการจัดการประชุมระดับชาติ ที่ประกอบด้วยการให้ตัวแทนประชาชน ได้มีโอกาสหารือเรื่องของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ แม้โครงสร้างการตัดสินใจจะให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญเปึนหลักแต่ความเห็นของประชาชนก็ได้รับความสำคัญเปึนอย่างมาก ในระหว่างการหารือครับ จะเห็นได้ว่าในระดับนานาชาติเองก็มีการส่งเสริมให้ประชาชนได้มี ส่วนร่วมทางการเมืองผ่านการให้เปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ กระผมจึงเห็นว่า จะเปึนเรื่องก้าวหน้าอย่างมากหากประเทศไทยจะปลดล็อกการให้คนนอกเข้ามาเปึนส่วนหนึ่ง ของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่สองในสภาภายใต้สัดส่วนของพรรคการเมืองนะครับ แม้พวกเราสมาชิกรัฐสภาในปัจจุบันนี้จะมีจำนวน ๗๐๐ คน แต่เราก็ไม่ได้เชี่ยวชาญทุกเรื่องครับ ผมจึงเชื่อเปึนอย่างยิ่งว่าการเป่ดโอกาสให้ประชาชนคนนอกที่ศึกษาและมีความเชี่ยวชาญ ด้านรัฐธรรมนูญมามีส่วนร่วมในกระบวนการร่างผ่านระบบกรรมาธิการรังแต่จะช่วยให้รัฐธรรมนูญ ที่ได้มายึดโยงกับประชาชนมากขึ้น และไม่ได้ยึดโยงกับกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์ ที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมีอิทธิพลต่อการร่างอยู่แล้วนะครับ หากร่างรัฐธรรมนูญจะถูกพิจารณา โดยสมาชิกรัฐสภาเพียงฝ์ายเดียว ด้วยเหตุผลทั้งหมดตามที่ผมได้กล่าวมาผมจึงขอสนับสนุน การแก้กฎข้อนี้เพื่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ต่อไปขอเชิญคุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตที่จะออกความคิดเห็นในร่างแก้ไข ข้อบังคับฉบับนี้ วันนี้ถือว่าเปึนการประชุมที่สำคัญนาน ๆ จะเจอกัน ก็คือการประชุมร่วม รัฐสภาเปึนการประชุมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสมาชิก ทั้ง ๒ สภามาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวกัน แล้วก็มาจากสิ่งที่เรียกว่าตัวแทนประชาชน เพราะฉะนั้นโอกาสที่เราจะเจอกัน ก็ไม่มากจะเจอกันอีกทีก็เมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญ จะแก้รัฐธรรมนูญ หรือจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ครั้งนี้ที่ต้องมาเจอกันทั้ง ๒ ฝ์าย เพราะว่ามาแก้ไขข้อบังคับซึ่งต้องใช้ร่วมกันกับทั้ง ๒ สภา เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ สภาต้องมาเจอกันในวันนี้ สิ่งที่ผมจะเสนอความคิดเห็นผ่านเพื่อนสมาชิก ในวันนี้ คือการแก้ไขหลักการและเหตุผลประกอบร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ท่านประธาน เขามีหลักการอยู่ ๔ ข้อ ในหลักการ ๔ ข้อ ผมไล่ทีละข้อนะครับ ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประโยชน์ทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ปกติไม่ขัดข้องครับ เปึนเรื่องธรรมดาเปึนเรื่องแก้ไข ทางเทคนิคของกฎหมายและทางปฏิบัติ ๒. แก้ไขเพิ่มเติมเรื่องการนัดประชุม อันนี้ก็เรื่องธรรมดาครับ ๓. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและเงื่อนไขในการพ้น จากการดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการ ๔. ยกเลิกบทบัญญัติที่ไม่มีความจำเปึน ข้อ ๑ แก้ไข ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันนัด และข้อสุดท้ายครับยกเลิกบทบัญญัติ ที่ไม่มีความจำเปึนอีกต่อไป ผมเห็นด้วยท่านประธานครับมันต้องปริวรรตข้อบังคับให้เปึนไปตาม สภาวะที่เปึนจริง แต่ที่ติดใจคือ (๓) ครับ การแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและเงื่อนไขในการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมาธิการ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมี ๒ เรื่องที่เขาตั้งใจแก้ไขคือในข้อ ๘ กรรมาธิการ พ้นจากตำแหน่งก็เปึนเรื่องปกติครับ กรรมาธิการพ้นจากตำแหน่งก็คือตายเสียก็ต้องพ้นจาก ตำแหน่ง ๒. สภานั้นยุบไปก็พ้นจากตำแหน่ง ๓. ว่าไป แต่สิ่งหนึ่งที่เปึนหลักการสำคัญครับ คนที่พ้นจากการเปึนสมาชิกภาพ โดยปกติอยู่ในกรรมาธิการชุดไหนก็พ้นจากชุดนั้น แต่การแก้ไข ข้อบังคับฉบับนี้คนที่พ้นจากสมาชิกภาพท่านประธานลองนึกดูว่าผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจะพ้นจากสมาชิกภาพได้กี่ทาง ๑. อย่างเก่งก็ผมทุจริตการเลือกตั้ง ๒. ผมก็ไปประพฤติ ผิดจริยธรรมแล้วโดนออกจากสมาชิก มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะครับที่จะโดนข้อหาอย่างนั้น แล้วพอโดนข้อหาอย่างนั้นแล้วเรายังเป่ดช่องให้คนเหล่านั้นนั่งในกรรมาธิการดูแลกฎหมาย สำคัญอีกต่อไปหรือ ซึ่งผมคิดว่าถึงขั้นว่าขาดจากการเปึนสมาชิกนะครับไม่ใช่ตาย อยู่ดี ๆ ขาดจากการเปึนสมาชิกมันมีโทษที่ร้ายแรงรุนแรง ไม่สมควรอย่างยิ่งครับที่จะทำหน้าที่ต่อ ในฐานะตัวแทนประชาชน

เรื่องที่ ๒ การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒๓/๑ เพิ่มเติมขึ้นมาการเอาสัดส่วน ที่เพื่อนสมาชิกบางท่านอภิปรายว่าจากภาคประชาชนมาร่วมเปึนกรรมาธิการในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมเกริ่นแล้วนะครับว่าทั้งสภาผู้แทนราษฎรและทั้งวุฒิสภา มาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ใครจะว่าเลวไม่เลวเราก็มาจากอันนี้ เรามาจากสิ่งที่ถ้าดี เราก็มาจากสิ่งที่ดี ถ้าว่าเลวเราก็เกิดจากสิ่งที่เลวมาพร้อม ๆ กัน เพราะฉะนั้นปัญหาอยู่ที่ว่า เวลาเราจะตั้งผู้ที่เข้ามาเปึนกลุ่มที่ ๓ ที่เรียกว่าผู้แทนประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอ ร่างกฎหมาย ท่านประธานครับ ผู้แทนประชาชนที่เข้าชื่อกันร่างกฎหมายเปึนใครครับ ถ้าผม รวมกัน ๑๕ คนและแบ่งงานกันเพื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้วผมมาแบ่งตำแหน่งกันในการเข้ามา เปึนสัดส่วนกรรมาธิการตามร่างข้อบังคับที่ขึ้นมาใหม่ก็จะได้ครับว่าผู้แทนประชาชนที่เข้าชื่อกัน แก้ไขกฎหมายคือตัวแทนที่เตี๊ยมกันไว้ที่เตรียมตัวมานั่งในฐานะกรรมาธิการ ถามว่าที่มาจาก ผู้แทนราษฎรแต่ละคนที่เลือกมาแต่ละเขตเลือกตั้งมาจากไหนครับ เขาก็มาจากการเขตเลือกตั้ง เขาก็เปึนผู้แทนประชาชน ขณะเดียวกันเราก็ตั้งผู้แทนประชาชนชุดใหม่ขึ้นมาเพื่อร่วมแก้ รัฐธรรมนูญคือผู้แทนประชาชนที่ไปรวบรวมชื่อประชาชนเข้าชื่อมาเสนอแก้กฎหมาย แล้วก็ ได้สัดส่วนไป ๑๕ คน เท่ากับวุฒิหรือจะมากกว่าวุฒิสภาด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการที่ เอาตัวแทนประชาชนนี้เข้ามานั่งโดยไม่ไว้วางใจหน้าทั้งหมดที่นั่งอยู่ในนี้ว่าไม่มีฝ้มือในการ ที่จะแก้กฎหมาย แล้วแก้เสร็จแล้วก็ไม่ใช่ง่าย ๆ นะครับตามที่ตั้งใจแก้กันคือยกร่างใหม่ ทั้งฉบับ ไม่ใช่ยกร่างเสร็จแล้วจะประกาศใช้ได้ต้องไปลงประชามติ ประชาชนทั้งประเทศ ต้องลงประชามติอีกรอบอย่างไรก็ไม่พ้นครับอยู่ที่มือประชาชนทั้งหมด แต่ถึงขั้นไม่เชื่อว่า ทั้ง ๒ สภานี้ทำได้ สภานี้ร่างกฎหมายวุฒิสภากลั่นกรองกฎหมายถ้าไม่เชื่อ ๒ ระดับนี้ผมก็คิดว่า ระบบรัฐสภาเราล้มเหลว ถ้าให้ความไว้วางใจตรงนี้แทนที่จะไปเอากลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไป รวบรวมสมาชิกและสถาปนาตัวเองเปึนผู้แทน คนที่เซ็นชื่อก็อาจจะไม่รู้ นายหมู นายแมว หรือนายวิทยา หรือนายอัครเดช อะไรใครก็ตามที่ไปเปึนตัวแทนในการที่ตั้งตัวเปึนผู้แทน เพื่อจะเอาสัดส่วนอันนี้เข้ามา ผมคิดว่าการเป่ดช่องอย่างนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น ในหลักการทั้ง ๔ ข้อ ผมรับไม่ได้ในข้อ ๓ ทางที่ดีที่สุดคือเพื่อนสมาชิกไปยกร่างข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๔ มา พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่ถ้าติดข้อ ๓ มาผมให้ความร่วมมือในการแก้ไขข้อบังคับนี้ ไม่ได้ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณวิทยา แก้วภราดัย ต่อไปขอเชิญคุณสหัสวัต คุ้มคง ครับ

นายสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายแก้ไขข้อบังคับของรัฐสภาโดยเฉพาะในส่วนของ การตั้งกรรมาธิการร่างของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ยื่นเข้ามา ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าผมจะต้อง อภิปรายเรื่องนี้แล้ว เพราะคิดว่าคงเข้าใจกันหมดแล้ว แต่กลายเปึนว่าผมคิดผิด กลับมีสมาชิก รัฐสภาหลายท่านที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ ไม่เข้าใจว่าการเป่ดพื้นที่ให้กับประชาชนเข้ามาอยู่ใน กรรมาธิการมาช่วยกันทำงานพิจารณาเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน ทุกคนอย่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนปัญหาตรงไหน ผมไม่อยากจะพูดว่าหลาย ๆ คนที่เข้ามาอยู่ใน รัฐสภาแห่งนี้ก่อนจะได้มีตำแหน่งเปึนสมาชิกรัฐสภาก็อ้างประชาชนอย่างนั้นอย่างนี้นะครับ บอกต้องคิดถึงประชาชนต่าง ๆ นานา แต่พอได้เปึนแล้วก็หน้ามืดตามัวในหัวโขนบอกว่า จะไม่เอาประชาชนแล้ว เอาคนที่อยู่ในสภานี่ละ เอาพวกเรากันเองนี่ละ เท่านี้ยังไม่เท่าไรครับ ที่ผมรับไม่ได้เลยคือมีสมาชิกบางคนไปดูถูกพี่น้องประชาชนแล้วเกิดการยกตนข่มท่านบอกว่า เรื่องพวกนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เราในฐานะสมาชิกสภานี่ละคือผู้เชี่ยวชาญ ประชาชนไม่รู้อะไร เข้ามาจะเปึนเรื่องการเมือง สร้างความวุ่นวาย สิ่งนี้ผมรับไม่ได้เลย ท่านประธานครับ สมาชิกสภา บางคนในนี้อยู่ในสภายังไม่ถึงป้ อยู่ดี ๆ ก็มาตั้งตนเปึนผู้เชี่ยวชาญเข้าใจกระบวนการกฎหมาย รัฐธรรมนูญดีกว่าประชาชน ท่านเอาความมั่นใจมาจากไหน ท่านที่เพิ่งเข้ามาเปึนสมาชิกสภา กันไม่ถึงป้จะมีความรู้ความเชี่ยวชาญกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยที่สอนเรื่องรัฐธรรมนูญมาเปึน ๑๐ ป้หรือครับ หรือเชี่ยวชาญกว่าคนที่ทำงานด้านรัฐธรรมนูญมาหรือครับ อันนี้ไม่นับว่า ในช่วงเวลาปกติเองเราก็มีกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องต่าง ๆ เราก็แต่งตั้งบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิก รัฐสภาเข้ามาเปึนกรรมาธิการกันเปึนเรื่องปกติ เพราะเราต้องการความรู้ ความเชี่ยวชาญจาก บุคคลเหล่านี้เปึนเรื่องปกติ แล้วมันแปลกตรงไหนถ้าหากจะมีกรรมาธิการบุคคลที่ไม่ใช่ สมาชิกรัฐสภาเข้ามา หรือในส่วนของด้านกฎหมายกรรมาธิการยกร่างหลาย ๆ ชุดก็เชิญ ตัวแทนจากกฤษฎีกาเข้ามาเปึนกรรมาธิการ เพราะต้องการความเชี่ยวชาญในเรื่องของ กฎหมาย กรรมาธิการที่มีกฤษฎีกาเข้ามาก็เปึนเรื่องปกติ หรือท่านสมาชิกรัฐสภาบางคน จะปฏิเสธว่าคนอย่างท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญหรือครับ ผมยืนยันว่า ร่างนี้ของท่านพริษฐ์จะเปึนร่างที่เป่ดโอกาสให้รัฐสภาของเราเป่ดกว้างให้กับประชาชนมากขึ้น ไม่ใช่สภาอภิสิทธิ์ชนที่สงวนไว้แต่ตัวเอง โดยเฉพาะพวกสมาชิกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง มาแบบอ้อม ๆ แล้วพอมาพูดก็พูดจาดูถูกประชาชนแบบนี้ กว่าจะเอากฎหมายออกมาได้ที ก็ช้าก็ยาวนานเหลือเกิน แบบนี้ผมรับไม่ได้ การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกรรมาธิการแค่นี้ เปึนปัญหา ผมว่าภาพความฝันของเราที่จะมี สสร. มาจากประชาชน มาจากการเลือกตั้ง คงลำบากแล้วครับ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจเลยครับว่าการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในกรรมาธิการมันเปึนปัญหาอะไร ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณสหัสวัต คุ้มคง ต่อไปขอเชิญคุณรัชนีกร ทองทิพย์ เชิญครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดพังงา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ในวันนี้ดิฉันขออนุญาตให้ความเห็นและข้อสังเกตใน ๔ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ดิฉันเห็นด้วยในการเสนอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกบทบัญญัติที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประชุมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของหมวด ๙ ข้อ ๑๓๖ ด้วยเหตุที่ว่าในปัจจุบันสมาชิกวุฒิสภาไม่มีสิทธิ ที่จะเปึนส่วนหนึ่งในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

ประการที่ ๒ ก็คือในข้อ ๑๓ เรื่องของการนัดประชุมรัฐสภาผ่านช่องทาง ทางอิเล็กทรอนิกส์ ในข้อนี้ดิฉันเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเนื่องด้วยสภาพการณ์ปัจจุบันเรามี ความเปลี่ยนแปลงเรื่องของเทคโนโลยีและการใช้ชีวิต เพราะฉะนั้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของการนัดประชุม ระเบียบวาระการประชุม และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเราสามารถ ที่จะเผยแพร่ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ก็เพิ่มความสะดวกให้กับสมาชิกรัฐสภา อีกทั้งในบางประเด็น เช่นดิฉันขออนุญาตเสนอความคิดเห็นส่วนตัวนะคะในเรื่องของการแปรญัตติต่าง ๆ ที่ผ่านมา ของสมาชิกวุฒิสภาเราสามารถที่จะยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ในการประชุมร่วมครั้งที่ผ่านมา มีการแปรญัตติที่ต้องอ้างอิงกับข้อบังคับของทาง สส. ด้วยก็ทำให้ครั้งนั้นไม่สามารถที่จะยื่น ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ อันนี้ก็อาจจะฝากเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาช่วยกันทบทวนนะคะว่า สภาพการณ์ของโลกปัจจุบันเราเปึนอย่างไร เราก็ควรจะปรับตัวให้เปึนเช่นนั้นค่ะ

ประการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของข้อ ๗๙ เรื่องของกรรมาธิการพ้นจากตำแหน่ง ดิฉันเห็นด้วยกับที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านเปรมศักดิ์ได้กล่าวนะคะ ใน (๔) ก็คือเรื่องของการ ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเปึนสมาชิก ดิฉันไม่เข้าใจเลยว่าร่างข้อบังคับใหม่ที่ท่าน ยกร่างขึ้นมาเหตุใดถึงตัดความข้อนี้ออก ทั้ง ๆ ที่ส่วนนี้คือส่วนที่สำคัญที่สุดของการเปึน กรรมาธิการจากวุฒิสภาหรือว่าจาก สส. นะคะ คือถ้าท่านไม่มีสมาชิกภาพจากสภาที่ตนเอง เปึนสมาชิกโอกาสที่ท่านจะได้เข้ามาเปึนกรรมาธิการแทบจะไม่มีเลย ข้อนี้คือถ้าท่านขาด สมาชิกภาพท่านก็ควรจะพ้นสภาพไป ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการตัดความข้อนี้ออกค่ะ

ประเด็นสุดท้าย ข้อ ๑๒๓ ในเรื่องของการพิจารณาให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เปึน สมาชิกของแต่ละสภาเข้ามาเปึนกรรมาธิการในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ข้อนี้จริงอยู่ที่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังยืนอยู่แล้วก็คุยอยู่อย่างมากมายตอนนี้นะคะ ไม่ได้ฟังเลย ท่านอาจจะเปึนสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนเลือกท่านมา ๑ คนมีสิทธิ เลือก ๑ ท่าน แต่ท่านคะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เป่ดโอกาสให้ผู้แทนกลุ่มอาชีพอย่างพวกเรา สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาเหมือนท่าน เราใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนะคะท่าน ท่านอาจจะลืม ถ้าท่านลืมกลับไปอ่านใหม่อีกรอบได้นะคะท่าน

อีกประการหนึ่งก็คือในส่วนนี้เมื่อสมาชิกของ ๒ สภาที่มีสิทธิจะเข้ามาเปึน กรรมาธิการในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ดิฉันเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะคะ เหตุที่ว่า สถานภาพของ สส. สถานภาพของ สว. ได้เปึนเครื่องรับรองและยืนยันว่าท่านจะรับผิดชอบ ต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอยู่ในมือท่าน ดิฉัน ไม่เห็นด้วยเลยกับการที่ท่านจะให้บุคคลภายนอกเข้ามาเปึนหนึ่งเสียงในคณะกรรมาธิการ อย่างไรก็ตามดิฉันเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่ท่านจะเชิญนักวิชาการ ภาคประชาสังคม ผู้มีความรู้ เกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญเข้ามาให้ความเห็นในฐานะของที่ปรึกษาและการให้ความเห็น ในส่วนที่เขาเชี่ยวชาญ เนื่องจากนักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางสังคมเหล่านั้นอาจจะไม่ต้อง รับผิดโดยตรงต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับทางการเมือง เหมือนกับสถานภาพของ สส. และ สว. อย่างไรก็ตามประชาชนมีสิทธิในการเข้าใช้สิทธิ ตามช่องทางของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึนการใช้เสียงใช้สิทธิในการลงประชามติ การเข้าชื่อกัน ไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คนเสนอร่างรัฐธรรมนูญได้ รวมถึงการเลือกตั้ง สส. เหมือนที่ท่าน สส. บางท่านบอกว่าท่านมาจากการเลือกตั้ง สมาชิก บางสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ท่านคะ สมัยหน้าท่านลองลง สว. ไหมคะ ท่านจะได้รู้ว่า เราเข้ามายากแค่ไหน สมัคร ๑ อำเภอ เลือกกันในกลุ่มตัวเองไม่พอยังจะไขว้กันอีกค่ะ ไขว้กันโดยจากการจับสลากนะคะ ไม่สามารถมองตาใครแล้วให้เลือกเราได้เลย ซื้อก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้จะซื้ออย่างไร มันเยอะ หลังจากตัวแทนอำเภอเข้ามาแล้วเรายังไปเปึนตัวแทน จังหวัด ใช้วิธีการเดิมอีก เลือกกันเอง เลือกไขว้ ดิฉันเปึนตัวแทนจังหวัดพังงาวันที่ดิฉันได้เปึน ตัวแทนจังหวัดพังงา ดิฉันกล่าวด้วยความสัตย์จริงว่าวันนั้นดิฉันขอบพระคุณชาวจังหวัดพังงา อย่างมาก ดิฉันมาเกินจากที่ดิฉันคาดไว้เยอะ เกินจากนี้ดิฉันถือว่าเปึนกำไร สิ่งเดียวที่ดิฉัน ทำคืออธิษฐานค่ะท่าน สส. ท่านเข้ามาด้วยการอธิษฐานไหมคะ ดิฉันอธิษฐานนะคะว่า หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศนี้มีจริง หากท่านเห็นว่าดิฉันมีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาทำ เพื่อประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้ขอให้ดิฉันได้รับเลือกเปึนสมาชิกวุฒิสภา แล้วดิฉันก็ได้รับเลือก ในระดับประเทศที่มันยากไม่รู้จะยากอย่างไร ตัวแทนกลุ่มอาชีพ ดิฉันมาจากกลุ่มศิลปวัฒนธรรม เปึนผู้มีความเชี่ยวชาญและความเห็นส่วนตัวทั้งนั้น

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

คุณรัชนีกรขอให้อยู่ใน ประเด็นแก้ไขข้อบังคับนะครับ

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา

ดิฉันกำลังจะสรุปค่ะท่าน ในที่สุดแล้วก็ได้เข้ามาเปึนหนึ่งในสมาชิกวุฒิสภา ๒๐๐ ท่าน ดิฉันเห็นว่าการมีส่วนร่วม ทางการเมืองทำได้หลายช่องทางเหมือนที่กล่าวมา การที่จะเข้ามาเปึนหนึ่งในคณะกรรมาธิการ หรือไม่นั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่จะป่ดช่องของประชาชนได้นะคะ ประชาชนมีสิทธิเข้ามาได้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณรัชนีกร ทองทิพย์ ต่อไปขอเชิญคุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมชมเชยคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่มีความตั้งใจในการแก้ไขร่างข้อบังคับดังกล่าว ซึ่งมีตั้งแต่ ป้ ๒๕๖๓ นะครับ หลายประการ หลายข้อกฎหมาย หลายความจำเปึนในการที่มีบทเฉพาะกาล ซึ่งล่วงพ้นไปแล้วจำเปึนจะต้องแก้ไข เพราะว่าร่างเดิมก็มีอยู่ในข้อบังคับ แต่ถ้าจะอยู่อย่างนี้ มันก็ไม่มีผลใช้บังคับแต่ประการใด แต่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าหลายประการ ที่ผมจะต้องขอร้องท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ขอว่า ๑. อย่าอภิปรายในทำนองว่าเอาประชาชน เปึนตัวประกัน เรามีเหตุมีผลว่ากันไปนะครับ ถ้าเรารับหลักการตั้งกรรมาธิการเข้าไปแก้ไข ในคณะกรรมาธิการก็เปึนเรื่องสง่างามตามกระบวนการตรากฎหมายทั่วไป

ประการที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสคุยกับ ผู้เสนอร่างคือท่านพริษฐ์ ที่เสียดายอย่างมากคือมาตรา ๑๓๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญในกรณี กรรมาธิการที่เกิดขึ้นเปึนกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ๒ สภา เราเคยทำงานมีปัญหานะครับ พอทำงานแล้วจะสงวนความเห็น สงวนคำแปรญัตติ หรือจะแสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่ง มันเปึนไปไม่ได้เหมือนพบทางตัน ตันจนกระทั่งเรียกว่ายับยั้งตามมาตรา ๑๓๗ ซึ่งมันเกิดขึ้นจาก (๓) ของมาตรา ๑๓๗ ต้องรอ ๑๘๐ วัน โดยที่เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย นั่นคือเสียดาย จริง ๆ ถ้าจะแทรกหลังจากรับหลักการไปแล้วผมก็ไม่สามารถที่จะแทรกตรงไหนได้ผมก็ดู ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่เปึนห่วงเปึนใยที่ความคิดของผมอาจจะไม่สอดคล้องกับผู้เสนอร่าง

ประการที่ ๑ ในข้อบังคับ ข้อ ๗๙ ตามที่ท่านตัดคำว่า ใน (๔) ของข้อบังคับ ข้อ ๗๙ ขาดจากการเปึนสมาชิก ขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเปึนสมาชิก ท่านประธานครับ การเปึนกรรมาธิการมันมาได้หลายสัดส่วน กรรมาธิการที่มาจากสังกัดพรรคการเมืองก็มา ตามสัดส่วนตามรัฐธรรมนูญที่บังคับไว้ เมื่อสมาชิกท่านใดขาดจากการเปึนสมาชิกภาพของ พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งย่อมทำให้เกิดความสมบูรณ์ไม่เพียงพอกับการที่จะดำรง ตำแหน่งกรรมาธิการต่อไป เพราะท่านมาในฐานะพรรค ก อย่างนี้เปึนต้น แต่ท่านขาดก็ไม่สามารถ ที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปได้

ส่วนที่ ๒ ท่านแก้ไขข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ ข้อ ๑๒๓ นี้เปึนสิ่งที่เปึนหัวใจจริง ๆ ท่านประธานครับ กระบวนการตรากฎหมายท่านสมาชิกไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ สมาชิกวุฒิสภาก็ย่อมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ในกรณีที่เรามาร่วมกันตรากฎหมาย ไม่ว่า กฎหมายธรรมดา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด กระผมไม่ได้พูดพาดพิงว่าที่ท่านยกตัวอย่างนาย ก นาย ข ซึ่งเปึนผู้เชี่ยวชาญมา ท่านก็ สามารถยกได้ การที่ท่านจะเข้ามาไม่ได้หมายความว่าจะเปึน ๑ ใน ๔๕ คน ไม่ได้หมายความว่า อย่างนั้น ท่านประธานครับ การที่จะให้บุคคลภายนอกเข้ามาแก้ไขในเรื่องกฎหมายสูงสุดนั้น จะต้องคิดให้รอบคอบ กระผมไม่ตำหนิแนวคิดเหรียญ ๒ หน้ามีได้เสมอ

ประการที่ ๓ ที่กระผมอยากจะขอทักท้วงในการที่ท่านเขียนเพิ่มเติม ข้อ ๑๒๓/๑ ท่านประธานครับ ในกรณีที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่า ไม่ว่า สส. หรือ สว. ย่อมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย กระผมไม่ได้ดูแคลนประชาชนทั่วไป ซึ่งท่านอาจจะมีความรู้มากกว่าผมมากกว่าใครหลายท่าน อยู่ในนี้ก็ได้ แต่การได้รับฉันทานุมัติมาทำหน้าที่ในการออกกฎหมายไม่ว่ากฎหมายธรรมดา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และรวมทั้งกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด ซึ่งผมจะต้องรับอาณัติสัญญาณตรงนั้นมาจากประชาชนเช่นกัน เพราะฉะนั้นกระผมก็ขอท้วงติง ถ้าหากรับหลักการไปแล้วก็ควรที่จะแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่เกิดสภาพที่ดีงามในการแก้ไข รัฐธรรมนูญต่อไป ผมก็ฝากกรรมาธิการที่จะเปึนเอาไว้นะครับ แล้วผมก็ก้ำกึ่งผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมก่ำกึ่งในการรับหรือไม่รับ เพราะการรับผมก็คิดว่าไปแก้ไขได้ การไม่รับ ผมก็คิดว่าร่างข้อบังคับตั้งแต่ป้ ๒๕๖๓ มันใช้เวลาช้านานไปแล้วมันจะต้องการสังคายนา หลายสิ่ง หลายประการ หลายข้อในการที่จะบังคับใช้ในการประชุมร่วมต่อไปครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ ต่อไปขอเชิญคุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้อภิปราย เนื่องจากเมื่อเช้านี้ผมติดประชุม ครั้งแรกของคณะอนุกรรมาธิการอยู่เลยไม่มีโอกาสได้มาลงชื่อ แต่ผมจะอภิปรายไม่ยาวครับ มีประเด็นเดียว ผมเห็นด้วยกับสมาชิกจากพรรคก้าวไกลในการขอแก้ไขข้อบังคับการประชุม รัฐสภาในครั้งนี้นะครับ ผมขออภิปรายเฉพาะข้อ ๑๒๓ ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ผมได้ฟังสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่าท่านไม่เห็นด้วยในการแต่งตั้งบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ สส. หรือ สว. เข้าเปึนกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมขอแย้ง ผมขอแย้งด้วยเหตุผล ๒ ประการครับท่านประธาน

กรณีที่ ๑ เวลาที่เราเสนอร่าง พ.ร.บ. ผ่าน สส. แล้วไป สว. แล้ว สว. ถ้าเห็นด้วย ก็ไม่เปึนอะไรถูกไหม ก็คือเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ลงพระปรมาภิไธย แต่กรณีที่ไม่เห็นด้วย ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ทีนี้ถ้าเราไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) กรณีตั้งกรรมาธิการร่วมนี่นะครับ รัฐธรรมนูญบอกว่าถ้าเปึนกรณีอื่น คือกรณีตั้งคณะกรรมาธิการร่วมนะครับ ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเปึนหรือมิได้เปึนสมาชิก แห่งรัฐสภานั้น ๆ เปึนคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาพระราชบัญญัตินั้นได้นะครับ อันนี้ คือการพิจารณาร่วมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สว. ขนาดในรัฐธรรมนูญเองก็ยังเป่ดช่อง ให้มีการตั้งบุคคลภายนอกนะครับเข้ามาเปึนกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาได้ในการพิจารณา พระราชบัญญัติทั่วไป ทีนี้บางท่านอาจจะมีข้อโต้แย้งว่าพระราชบัญญัตินี้เปึนเรื่องชั้นที่ต่ำกว่า รัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราไปดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๐ นะครับ ผมขอดูที่หน้า ๒ เลย ในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญเขียนไว้เต็มหน้าเลยครับ แต่มีบรรทัดสำคัญ ที่เขียนไว้ในเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญว่าจำต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประชาชน ทุกภาคส่วนกับหน่วยงานทั้งหลายของรัฐตามแนวทางประชารัฐภายใต้กฎเกณฑ์ตามหลักการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยและประเพณีการปกครองที่เหมาะสมกับสถานการณ์และ ลักษณะของสังคมไทย ที่ผมกล่าวไปนี้เปึนคำตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่ผูกพันคนทุกคนในชาตินะครับ ขนาดร่างพระราชบัญญัติตัวรัฐธรรมนูญเอง มาตรา ๑๓๗ ในการตั้งกรรมาธิการร่วมยังอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมพิจารณาได้ ทำไม รัฐธรรมนูญซึ่งผูกพันคนทุกภาคส่วนจึงไม่ยอมให้มีบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมได้ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ด้อยค่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาว่าท่านไม่มีความสามารถ ออกความเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ที่ผมกำลังอภิปรายคือเราเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกบางท่านเปึนสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย หมายความว่าเราเปึน ตัวแทนของประชาชนคนไทย เรากลับกีดกันประชาชนเองซึ่งเปึนตัวการซึ่งมอบอำนาจให้เรา เข้ามาออกความคิดเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นอื่นนี้ก็มีครับ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิก จากพรรคก้าวไกลคงอภิปรายต่อไปนะครับ สำหรับผมแล้วผมใคร่ขอให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ลองทบทวนให้ดี ไม่ว่าจะทั้งข้อกฎหมายตามมาตรา ๑๓๗ ของรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ สุดท้ายผมเห็นด้วยกับการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามข้อ ๑๒๓ ของข้อบังคับ การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบพระคุณคุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ต่อไปขอเชิญคุณเทวฤทธิ์ มณีฉาย ครับ

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา 🔗

เรียนท่านประธาน ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสื่อสารมวลชน จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนประเด็นเดียวนะครับ ก็คือเรื่องของการแก้ไขข้อบังคับ ที่ ๑๒๓/๑ ด้วยเหตุผลนะครับ ก็คือเรื่องของการกำหนดโควตาให้ประชาชนที่ร่วมเสนอรายชื่อ ในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสามารถมีโควตาในการนั่งในกรรมาธิการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมอะไรเลยตัวตรงนี้ ก็เปึนการล้อไปตามเรื่องของมาตราที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๘ วรรคสอง ในกฎหมายระดับ พระราชบัญญัติ อันนั้นก็ให้โควตาผู้ที่เสนอรายชื่อร่างกฎหมายพระราชบัญญัติมาเปึนกรรมาธิการอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญเปึนเรื่องของทุกคน ผมคิดว่าเรื่องนี้ก็จำเปึนที่จะต้องให้ประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำนะครับ แล้วเมื่อพิจารณาเอกสารจริง ๆ ผมก็ ไม่อยากจะอ้างอิงถึงนักนะครับ เอกสารที่ท่านประธานมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ไว้นะครับ ในเรื่องของความมุ่งหมาย แล้วก็คำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๒๘ ก็ระบุไว้ว่าเรื่องของการเป่ดโอกาส ให้บุคคลที่เปึนผู้แทนมีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากร่างกฎหมาย อาจจะเปึนร่างกฎหมายที่จำกัดสิทธิ หรืออาจเปึนกฎหมายที่ให้สิทธิส่งเสริมสิทธิ สนับสนุน คุ้มครองแก่กลุ่มบุคคล ซึ่งตรงนี้เปึนหลักประกันที่ผู้เสนอร่างกฎหมายเหล่านั้นจะได้ มีหลักประกันที่จะสามารถร่วมพิจารณาด้วยนะครับ หลายคนอาจจะพูดถึงเรื่องของหลัก เรื่องของเสียงส่วนใหญ่นะครับ แต่ต้องไม่ลืมตรงนี้เปึนกลไกสำหรับเสียงส่วนน้อย หลายคน ก็บอกว่าประชาธิปไตยเปึนเรื่องการปกครองโดยคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ แต่ต้องเคารพ เสียงส่วนน้อยและกลไกเหล่านี้ท่านประธานครับ มันเปึนกลไกที่ทำให้หลักการว่าด้วย การเคารพเสียงส่วนน้อยเข้ามา เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าถ้าเกิดเสียงส่วนน้อย เหล่านั้นนะครับสามารถที่จะโน้มน้าวให้ผู้แทนของเขาออกกฎหมาย พระราชบัญญัติ หรือแก้รัฐธรรมนูญต่าง ๆ ให้เปึนไปตามความมุ่งหมายของเขา เขาก็ไม่จำเปึนที่จะต้องล่า รายชื่อหรอกครับท่านประธาน ดังนั้นเขาก็ต้องล่ารายชื่อเพราะเขาอาจจะเปึนเสียงส่วนน้อย และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็วางหลักการสิ่งที่เรียกว่าเคารพเสียงส่วนน้อยให้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพียงแค่ล่ารายชื่อนะครับ ก็เปึนเรื่องของการเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วยนะครับ ดังนั้นหลักการสำคัญการเคารพเสียงส่วนน้อยตรงนี้ ก็คือกลไกที่เราเป่ดโอกาสให้มีโควตา ของประชาชนที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมให้เข้ามาในส่วนของชั้นกรรมาธิการด้วย และแน่นอนท่านประธานครับ มันก็ยังเปึนสะพานเชื่อมระหว่างสิ่งที่พวกเราเปึนประชาธิปไตย ทางอ้อม เปึนตัวแทนต่าง ๆ กับประชาธิปไตยทางตรงที่ผ่านกระบวนการในการเข้าชื่อ เสนอชื่อ เข้ามานะครับ

อีกประการหนึ่งนะครับ เรื่องของรัฐธรรมนูญเราก็พูดอยู่เสมอว่าประชาชน เปึนผู้สถาปนา เปึนผู้ที่ทรงอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าคงไม่มี เหตุผลอะไรที่เราจะกีดกันประชาชนเหล่านั้น และโดยเฉพาะกลไกเหล่านี้ที่ให้เรื่องของการเคารพ หรือหลักประกันของเสียงส่วนน้อยของสังคมที่อาจจะไม่มีตัวแทนต้องใช้กลไกประชาธิปไตย ทางตรงในการเสนอชื่อเข้ามา เราจะไม่ฟังเขาเลยหรือ เราจะไม่ฟังเขาในเรื่องของความรอบคอบ สมดุล ในมุมมองที่แตกต่างจากเราที่อาจจะเปึนตัวแทนของเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่นั้น ๆ เสียงส่วนใหญ่ในตรงนั้นตรงนี้ แม้ว่าจะเปึนพรรคฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล หรือแม้กระทั่ง วุฒิสภา แต่เราต้องไม่ลืมนะครับว่ายังมีประชาชนที่เขาไม่มีตัวแทนของเขาอยู่ เขาก็เลยต้องใช้ กลไกตรงนี้ และผมยังสงสัยว่าเราจะไปกังวลอะไรกับการที่จะให้เขาเข้ามาสู่กลไกในการพิจารณา เขาอุตส่าห์ร่าง เสนอรายชื่อ ล่ารายชื่อมาแล้ว เขาก็เข้ามาสู่กลไกในการพิจารณาหรือว่า ในวาระที่สองตรงนี้ด้วยนะครับ

ผมคิดว่าท้ายที่สุดแล้วถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะกังวลนักกังวลหนา ว่าเขาเข้ามาแล้วจะมาโน้มน้าวกรรมาธิการ เปึนสัดส่วน ๑ ใน ๓ สามารถโน้มน้าวกรรมาธิการ ให้ไปทางนั้นได้ ท่านก็ยังมีสิทธิที่จะโหวตไม่เอาร่างกฎหมายเหล่านั้น เรียกว่าท่านยังมีสิทธิอยู่ ท่านไม่ได้สูญเสียสิทธิอะไรนะครับ หลายคนนิยามคำว่า ประชาธิปไตย คืออะไร บางคน อาจจะบอกว่าฉันได้รับการเลือกตั้งมาแล้วฉันมีอำนาจสูงสุด นี่ละครับคือประชาธิปไตย ประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง ใช่ครับ ประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง การเลือกตั้ง เปึนสิ่งจำเปึน ได้มาซึ่งตัวแทน ได้มาซึ่งนโยบายอะไรต่าง ๆ แต่ไม่เพียงเท่านั้นครับท่านประธาน หลักการเรื่องการเคารพเสียงส่วนน้อย ประชาธิปไตยจึงต้องมีสิ่งที่เรียกนะครับว่าการสร้าง บทสนทนาร่วม การสร้างบทสนทนาระหว่างเสียงส่วนน้อย เสียงส่วนใหญ่ เสียงแตกต่าง หลากหลาย และการกำหนดโควตาให้ประชาชน ผู้เสนอชื่อหรือว่าลงลายมือชื่อ หรือว่า เข้าชื่อเสนอกฎหมายระดับรัฐธรรมนูญเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างบทสนทนา ผมยังคิดว่า ไม่เปึนสิ่งที่ขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญ หลักประชาธิปไตยแต่อย่างใดนะครับ ผมยังสงสัยนะครับว่าเราจะไปกลัวโอกาสที่เราจะได้สนทนากับผู้ทรงอำนาจในการสถาปนา รัฐธรรมนูญ เราจะไปกลัวผู้ทรงอำนาจเหล่านั้นทำไมนะครับ เราจะไปกลัวการสบตาพวกเขา ทำไมในเมื่อเราก็บอกอยู่แล้วว่าประชาชนเปึนผู้ถืออำนาจสูงสุดนะครับ ผมคิดว่านี่จะเปึน โอกาสอันดีที่จะทำให้กลไกรัฐสภาสามารถที่จะดูดซับหรือสามารถที่จะเปึนสะพานเชื่อมกับ กลไกประชาธิปไตยทางตรงได้อย่างสมบูรณ์และสมดุลแล้วก็รอบด้านมากขึ้นครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณเทวฤทธิ์ มณีฉาย ครับ รัฐสภาขอต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีนะครับ ขอต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ คุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ขอ ๓ นาที เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่เปึนประเด็นสงสัยกันอยู่ นะครับว่าหลักการของการแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้เปึนอย่างไร สาระสำคัญจริง ๆ นะครับ อยู่ใน (๓) ที่กำลังคุยกันนะครับว่าการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและเงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งของกรรมาธิการ สาระสำคัญก็อยู่ที่การตั้งกรรมาธิการนะครับ ซึ่งถ้าพูดถึงเฉพาะหลักการจริง ๆ ไม่ได้มีการ พูดเลยนะครับว่าจะต้องมีกรรมาธิการคนนอกหรือไม่ เพราะฉะนั้นหลักการที่พวกเรารับ เข้ามาหรือจะรับเข้ามา ก็คือเรื่องของการแก้ไขในเรื่องของคณะกรรมาธิการว่าให้มีการแก้ไข แต่จะแก้ไขอย่างไรก็เปึนหน้าที่ที่คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาจะได้พิจารณานะครับ ยังไม่ได้มีการพูดเปึนการชัดเจนนะครับว่าให้มีการให้บุคคลภายนอกเข้ามาเปึนกรรมาธิการ ร่วมด้วย ถึงแม้ในเหตุผลจะมีการพูดถึงบ้าง แต่ส่วนของเหตุผลก็คือเหตุผลครับ หลักการ จริง ๆ เพียงแต่พูดว่าให้มีการแก้ไขเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการเท่านั้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่พวกเรากำลังสงสัยกันอยู่นะครับว่าจะตั้งกรรมาธิการคนนอกได้หรือไม่ อย่างไร ผมว่า สามารถที่จะไปพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการที่จะดูในเรื่องของข้อบังคับได้ครับ ซึ่งผม ก็ขออนุญาตให้ความเห็นไว้นะครับว่ามีอยู่อีก ๒ มาตราที่ควรจะเอาไว้พิจารณาประกอบ ก็คือมาตรา ๒๕๖ (๔) ซึ่งในมาตรานี้ก็จะมีการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตอ่าน เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องก็แล้วกันนะครับ บอกว่าในกรณีที่เปึนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่ประชาชนเปึนผู้เสนอต้องเป่ดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วย ความหมายจริง ๆ นะครับ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญประสงค์จะให้ประชาชนที่เข้าชื่อได้ร่วมแสดง ความคิดเห็นด้วย แต่มิได้หมายความว่าจะต้องเปึนกรรมาธิการแต่อย่างใดเปึนส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งที่เปึนมาตราที่สำคัญก็จะอยู่ในมาตรา ๑๒๙ เรื่องของการตั้งกรรมาธิการ ซึ่งทั้งมาตรา ๒๕๖ ก็ดี หรือมาตรา ๑๒๙ ก็ดี เปึนสิ่งซึ่งคณะกรรมาธิการสามารถรับหลักการ ไปแล้วก็ไปพิจารณาครับว่าเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๕๖ (๔) กับมาตรา ๑๒๙ ประสงค์จะตั้ง กรรมาธิการโดยที่มีกรรมาธิการคนนอกหรือไม่นะครับ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ผมขออนุญาต ฝากไว้ครับ โดยสรุปก็คือผมเห็นด้วยว่าควรที่จะมีการรับหลักการในเรื่องของข้อบังคับไว้ก่อน ส่วนประเด็นที่เปึนปัญหาก็รอไปพิจารณากันอีกขั้นหนึ่งต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ ต่อไปขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณ ที่มีการจัดประชุมร่วมรัฐสภากันแบบนี้ครับ แล้วต้องขอประทานอภัยแทนเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนที่เรายังติดภาพความเปึนพรรคก้าวไกล แบบนี้ก็ดีครับเราก็จะได้ มีการจัดประชุมร่วมกันบ่อย ๆ ครับ ก็จะทำให้เพื่อนสมาชิกนั้นคุ้นเคยมากยิ่งขึ้นนะครับ เพราะร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาวันนี้เราเสนอในนามพรรคประชาชน แต่แน่นอนครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายถึงความเกี่ยวพันกับกรณีที่หลายท่านกังวลถึงความเปึนพรรคก้าวไกล หรือแม้กระทั่งหลายท่านอาจจะกังวลแทนพวกผมนะครับที่อยู่ใน ๔๔ รายชื่อ สส. ที่อาจจะมีสิทธิ ถูกตัดสิทธิทางการเมืองนะครับ ซึ่งคงไม่มีใครมานั่งเปึนกรรมาธิการในขณะที่กำลังถูกคดีอยู่ ณ ขณะนั้นแน่นอน ฉะนั้นขอบพระคุณที่ท่านกังวลแทนพวกผมครับ แต่ความเรียบง่าย ของการแก้ไขข้อบังคับการประชุมรอบนี้นั้นนี่เรียบง่ายไปกว่าที่ท่านเข้าใจครับ ท่านประธานครับ เวลาที่เราจะพูดกันในขั้นรับหลักการนั้น ผมคิดว่าเราคงพูดแต่เพียงหลักการอย่างเดียวไม่ได้ อยากให้ท่านดูเหตุผลที่ประกอบบันทึกหลักการและเหตุผลในการแก้ไขฉบับนี้ด้วย หลักการ มีอยู่ ๔ ข้อครับท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปหมดแล้วครับ แต่ถ้าท่านจะเห็นนะครับ เหตุผลเราพูดถึงประสิทธิภาพความโปร่งใสการเป่ดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน เราพูดถึงการใช้ประโยชน์จากช่องทางอิเล็กทรอนิกส์นะครับ การแจ้งประชุม การเผยแพร่ หนังสือการประชุม ระเบียบวาระต่าง ๆ แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา เมื่อสักครูเพิ่งได้ยินจากท่านนะครับว่าวันนี้วุฒิสภานั้นสามารถยื่นคำแปรญัตติผ่านช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้นะครับ ซึ่งแบบนี้ครับพวกผมก็จะขอรับมาเปึนประเด็นในการพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไปครับ เราพูดถึงการให้รัฐสภามีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลที่อาจจะมิใช่ สมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ในการเปึนกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญและเราก็พูดถึงการยกเลิก บทบัญญัติบางประการที่ไม่จำเปึนที่จะต้องใช้ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภาอีกแล้วนะครับ ทั้งหมดเรียบง่ายครับไม่มีประเด็นวาระซ่อนเร้น ไม่มีประเด็นใด ๆ ที่จะส่อไปถึงว่าเรากังวล ถึงการทำหน้าที่ของสมาชิกภาพของสมาชิกแล้วถูกตัดสิทธิในขณะดำรงตำแหน่งต่าง ๆ แต่ประการใด ผมอยากยืนยันและเน้นย้ำกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกคน แบบนี้ครับ อย่างไรก็ตามครับมีเหตุผลหลายประการที่ผมจำเปึนต้องอภิปรายสนับสนุน ร่างแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ในฐานะที่ผมเองมีส่วนในการดำริแล้วก็ยกร่างด้วย

เรื่องที่ ๑ ผมขอบพระคุณไปยังสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งต้องขอประทานโทษ จำชื่อท่านไม่ได้ แต่ผมเปึนแฟนพันธุ์แท้ทีวีรัฐสภาฟังถ่ายทอดวิทยุสภาประจำ เพื่อนสมาชิก วุฒิสภาหารือท่านประธานวุฒิสภาบอกว่าวันนี้เราใช้กระดาษกันเยอะเหลือเกินหนังสือจะนัด ประชุมก็ต้องใช้ ระเบียบวาระก็ต้องใช้ การเลื่อนวาระการประชุมก็ต้องใช้ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมามีจดหมายอีเอ็มเอสไปถึงบ้านผม ผมบอกกับไปรษณีย์ว่านี่จะเปึนฉบับสุดท้ายแล้วนะ เพราะต่อไปนี้สภาจะแก้ไขข้อบังคับจะไม่มีอีเอ็มเอสที่ส่งจดหมายแบบนี้มาที่บ้านผมอีกแล้ว สมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นทำประเด็นเรื่องโลกร้อนครับ แล้วท่านหารือคำนวณออกมาเลย ว่าในแต่ละป้ใช้กระดาษเปึนจำนวนแบบใดอย่างไร นี่คือความสวยงามที่เมื่อผมได้ยินปุ็บ ก็เอาดำริที่ท่านหารือต่อประธานวุฒิมาใส่ในการแก้ไขร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาฉบับนี้ ถ้าท่านทราบว่าเปึนท่านใดก็ต้องบอกว่าณัฐวุฒิขอบคุณด้วยความจริงใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ นั่นเปึนประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เราพูดถึงเรื่องของการปฏิรูป เรื่องของ ยุทธศาสตร์ประเทศ แล้วถ้าท่านเห็นกันนะครับวันนี้เราไม่มีร่างรายงานปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติเข้ามาอีกแล้วนะครับ เพราะมันหมดไปตามกรอบวาระของรัฐธรรมนูญ ในรอบ ๕ ป้ที่ผ่านไปแล้ว วันนี้เราไม่มีกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมายปฏิรูปเข้ามาอีกแล้วนะครับ ถ้าจะบอกว่า เอ๊ะถ้าไม่มีกฎหมายปฏิรูปแบบนี้กฎหมายอื่น ๆ ที่เข้ามาจะช้าเกินไปไหม ผมก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่ามันไม่ช้าหรอกครับ และมันยังทำให้กระบวนการกลั่นกรอง ในทางกฎหมายนั้นทำได้ละเอียดรอบคอบด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเปึน พ.ร.บ. ประชามติที่ผ่าน การพิจารณาไปแล้วถึงแม้อาจจะมีเสียงที่เห็นไม่ตรงกัน นั่นก็คือกลไกของระบบรัฐสภา ไม่ว่า จะเปึนกฎหมายที่ผมขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบนะครับถึงแม้อาจจะไม่ใช่กฎหมายว่าด้วย การปฏิรูปโดยตรง เช่น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เรียกว่าไม่ตีเด็ก ซึ่งวุฒิสภาท่านก็ติงมาว่า มีถ้อยคำบางถ้อยคำที่ตกหล่น พวกผมสมาชิกสภาผู้แทนพิจารณาก็เห็นชอบด้วย ฉะนั้น ลักษณะเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติแผนปฏิรูปประเทศ แม้กระทั่งการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยรัฐสภาในเมื่อวันนี้ไม่มีรูปแบบแบบนั้นอีกแล้ว ทฤษฎีกฎหมายก็บอกว่าจำเปึน ต้องใช้กฎหมายในการยกเลิกกฎหมายเราก็จึงจำเปึนครับที่จะต้องมีการยกเลิกบทบัญญัติ เหล่านี้ในร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

ประเด็นที่ ๓ เปึนประเด็นที่พูดกันเยอะที่สุด ก็คือประเด็นการมีส่วนร่วม ผมก็ไปพิจารณาดูว่าตกลงแล้วข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ ที่บอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องมาจาก สมาชิกของสภาเท่านั้น มันมาจากบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญข้อใด ในขณะเดียวกันไม่ว่า จะเปึนกฎหมายปฏิรูป ไม่ว่าจะเปึนการประชุมร่วม ไม่ว่าจะเปึนญัตติต่าง ๆ แม้กระทั่งที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่มีการตั้งกรรมาธิการก็ไม่เห็นมีแบบนี้เลย แล้วไปพบว่า รัฐธรรมนูญที่อาจจะใกล้เคียงที่สุดครับก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ วรรคสอง ที่บอกว่า การประชุมรัฐสภาให้นำบทบัญญัติที่ใช้แก่สภาทั้งสองมาใช้บังคับโดยอนุโลมเว้นแต่การตั้ง คณะกรรมาธิการซึ่งกรรมาธิการที่ต้องตั้งนั้นจะต้องมีจำนวนใกล้เคียงกับอัตราส่วนของ จำนวนสมาชิกของแต่ละสภา เอ๊ะจะมาจากข้อนี้ไหม แต่ถ้ามาจากข้อนี้แล้วทำไมเราตั้ง กรรมาธิการ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ที่ผ่านไป ก็มีคนนอกนี่นา แล้วถ้ามาจากข้อนี้ทำไมเราตั้งกรรมาธิการ พิจารณากฎหมายร่วมกันในการประชามติที่ผ่านไปก็มีคนนอกนี่นา ฉะนั้นในเมื่อทฤษฎี กฎหมายครับ บทบัญญัติของข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ นั้นไม่ได้อ้างอิงหรือระบุอย่างจำเพาะเจาะจง มาจากรัฐธรรมนูญเราก็แก้ได้ แต่ในขณะเดียวกันเราต้องเคารพครับว่ารัฐธรรมนูญที่สูงที่สุดนั้น คือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนที่เข้าชื่อเปึนผู้เสนอแม้กระทั่ง ประชาชนที่พวกผมรู้สึกว่าเขาเปึนเจ้าของประเด็นในการแก้ไขรายมาตราก็จำเปึน ผมขออนุญาต ต่อไปสั้น ๆ นิดเดียวครับ ขอใช้เวลาท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ไปงานแต่งงานเพื่อนสมาชิก จากพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนร่วมกัน ท่านเหลือ ๔ นาที ผมขอท่านแค่ ๒ นาทีครับ ท่านประธานครับก็ด้วยเหตุที่บอกอย่างไรครับว่าในเมื่อกฎหมายแม่บทก็ไม่ได้เขียนอย่าง จำเพาะเจาะจง แต่ข้อบังคับรัฐสภาของเราที่ร่างซึ่งต้องไปตรวจเจตนารมณ์กันตอนแก้ว่า ทำไมเราถึงระบุว่าเปึนสมาชิกเท่านั้นในเมื่อแบบนี้ก็แก้ได้นะครับ แล้วการแก้รอบนี้ Simplify หรือเรียบง่ายที่สุดครับ ท่านไม่ต้องห่วงนะครับว่าพวกผม ๔๔ คนจะเข้าไปมีส่วนในตรงนั้น แล้ววันดีคืนดีถูกตัดสิทธิ ท่านไม่ต้องห่วงหรอกนะครับว่าพวกคนที่เคยถูกตัดสิทธิมาแล้ว แต่ถ้าเขามีความรู้ความสามารถเขาถูกตัดสิทธิทางการเมืองแต่ไม่ได้ถูกตัดสิทธิความเปึน พลเมือง ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับพี่น้องประชาชนอีก ๕๐ ๖๐ ล้านคนในประเทศนี้ เขามี ความรู้ไม่ต่างกับพวกผมนะครับ ผมพูดถึงกฎหมายในป์าไม้ ผมบอกว่าโฉนดอะไร ชาวบ้าน บอกเขาอยู่มาก่อน แบบนี้หรือครับที่เรียกว่าเขาไม่รู้ ฉะนั้นในท้ายที่สุดผมคิดว่าไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ต่อการรับหลักการร่างข้อบังคับฉบับนี้ครับ และด้วยความเชื่อมั่นของผม ผมอธิษฐานอยู่เสมอ ไม่ได้อธิษฐานอยากจะมาเปึนสมาชิกสภาไม่ว่าสภาใดสภาหนึ่ง แต่อธิษฐานอยู่เสมอว่าเมื่อใต้ฟัา สีทองผ่องอำไพ ประชาชนต้องเปึนใหญ่ในแผ่นดิน ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์นันทนา นันทวโรภาส ครับ

นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาก็คือข้อบังคับให้ตัวแทนของประชาชนดำเนินการประชุม ให้เปึนไปตามเจตจำนงของประชาชน ต้องขอขอบคุณพรรคประชาชนที่เห็นความสำคัญ ของการพัฒนาข้อบังคับการประชุมร่วมขึ้นมาให้ทันสมัย สอดคล้องกับยุคสมัยแล้วก็เป่ดโอกาส ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของผู้แทนปวงชน ดิฉันมองข้อบังคับการประชุมนี้ เปึนพัฒนาการ

พัฒนาการข้อแรกก็คือการที่เราหันมาใช้อิเล็กทรอนิกส์เปึนการสื่อสาร สมัยใหม่ ลดการใช้กระดาษซึ่งมันเปึนเรื่องล้าสมัย มันเปึนเรื่องที่ทำให้สภาพแวดล้อมนั้น เสื่อมโทรม การสื่อสารด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ รวดเร็ว ทันสมัย เราต้องปรับตัวตามเทคโนโลยี การสื่อสาร ถ้าเราไม่ปรับตัวป์านนี้เราก็คงจะต้องใช้นกพิราบส่งข่าวการประชุมของพวกเรา นี่คือพัฒนาการที่เห็นได้ชัดว่าต้องเปลี่ยน

พัฒนาการข้อที่ ๒ ซึ่งสำคัญมาก ๆ แล้วทุกท่านก็อภิปรายว่านี่คือหัวใจของ ข้อบังคับการประชุมนี้ก็คือข้อ ๑๒๓ ทำไมดิฉันมองว่าเปึนพัฒนาการ เพราะก่อนหน้านี้ ข้อบังคับการประชุมไม่มีการเป่ดให้ประชาชนเข้ามาเปึนกรรมาธิการ แล้วพอมีการเป่ดขึ้นมา ดิฉันก็ได้ยินสมาชิกรัฐสภาหลายท่านตกอกตกใจ นี่มันเปึนเขตพื้นที่ของเรา เขตอำนาจของเรา เราเป่ดให้ประชาชนซึ่งเขาใช้คำว่า คนนอก นะคะ ดิฉันว่าประชาชนที่ฟังการอภิปรายอยู่ตรงนี้ เสียใจอย่างยิ่งค่ะ เมื่อเขาเลือกพวกคุณเข้ามาแล้วพวกคุณเรียกเขาว่าเปึนคนนอกหรือคะ ตอนที่คุณจะให้เขาเลือกคุณไปกราบขอคะแนนเขา แต่พอเขาเลือกเสร็จแล้วคุณบอกว่า เขาเปึนคนนอก เขาไม่มีสิทธิเข้ามาในวงอำนาจนี้ กำลังหลงผิดกันอยู่หรือเปล่าคะ กำลังหวง อำนาจกันอยู่หรือเปล่าคะ กำลังกลัวว่าโควตา ๑ ใน ๓ ที่จะเป่ดให้ประชาชนนั้นเข้ามาเปึน กรรมาธิการร่วมพิจารณารัฐธรรมนูญนั้นมันจะเบียดบังโควตาพรรคของท่านไป เบียดบัง โควตากลุ่มของท่านไป น่าเสียใจค่ะ น่าเสียใจ ดิฉันอยากจะให้ทุกท่านเปลี่ยนจากคำว่า บุคคลภายนอก เปึน บุคคลสำคัญ เพราะประชาชนนั้นคือเจ้าของอำนาจที่แท้จริง แล้วถ้าเรา จะพิจารณาในเรื่องของรัฐธรรมนูญประชาชนเปึนผู้เลือกสมาชิกรัฐสภาเข้ามา และเหตุไฉน เราจึงกีดกันไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะพิจารณากฎหมายสูงสุดที่ใช้ ในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันจึงมองว่าท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านกังวลจนเกินเหตุ ในการที่จะเป่ดโอกาสให้ประชาชนนั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการเปึนกรรมาธิการ ในการที่จะพิจารณา ร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศ ตรงนี้ต้องเป่ดใจให้กว้างนะคะ ประเทศเราเปึนประชาธิปไตย เสียงของประชาชนคือเสียงของเจ้าของประเทศ เพราะฉะนั้นพัฒนาการของข้อบังคับ การประชุมแห่งนี้จะพิสูจน์ได้ว่าท่านสมาชิกรัฐสภาที่นั่งอยู่ในนี้ท่านเป่ดใจกว้างยอมรับ พัฒนาการอันนี้ไหม ยอมรับให้เจ้าของประเทศนั้นเข้ามามีบทบาท เข้ามามีส่วนร่วมในการ พิจารณากฎหมายสูงสุดตรงนี้ไหม

สุดท้ายดิฉันขอสนับสนุนข้อบังคับการประชุมฉบับนี้เพื่อยืนยันหลักการว่า ประชาชนเปึนเจ้าของอำนาจที่แท้จริง หรือ People Supremacy ประชาชนคือเจ้าของ อำนาจที่แท้จริง จึงขอวิงวอนให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้โหวตสนับสนุนข้อบังคับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณท่านอาจารย์นันทนา นันทวโรภาส ครับ ต่อไปจะเปึนสมาชิกท่านสุดท้ายที่ขออภิปรายนะครับ ขอเชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้มี ส่วนร่วมอภิปรายในวาระรับหลักการแห่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน สส. พริษฐ์ วัชรสินธุ และคณะเปึนผู้เสนอ ฟังจาก การแถลงหลักการและเหตุผล ฟังจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมเองต้องขออนุญาต ท่านประธานครับ

ประการแรกที่สุดขออนุญาตที่ท่านประธานบอกว่าวาระนี้เปึนวาระรับหลักการ เปึนวาระรับหลักการซึ่งเมื่อสภาแห่งนี้หรือรัฐสภารับหลักการไปแล้วเราจะไปพิจารณา รายละเอียดในรายมาตราต่อไป ฉะนั้นประเด็นสำคัญที่ผมเน้นตรงนี้เพราะผมเองต้องตอบกับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ด้วยความเคารพ ผมเห็นชอบ เห็นด้วยว่าควรรับหลักการ เพราะหลักการที่เสนอมามีทั้งหมด ๔ ข้อ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๑ ๒ ๔ ไม่มีประเด็นไม่มีปัญหาใด ๆ กลับเปึนเรื่องที่ดีกับการทำหน้าที่ ของพวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา แต่มีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นมากคือหลักการข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และเงื่อนไขในการพ้นจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ ประเด็นนี้มีที่ถกเถียงและให้ความเห็นกันอย่างมากมาย ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเห็นควรรับหลักการก็คือว่า การเขียนหลักการตามที่ผมได้อ่านให้ท่านประธานฟังไป เพื่อนสมาชิกฟังไป เปึนหลักการเชิงกว้างว่าด้วยเรื่องการตั้งกรรมาธิการ หลักการไม่ได้เขียน ลึกลงไปในสาระที่ตัวบทเขียนรองรับในมาตรา ๑๒๓ และมาตรา ๑๒๓/๑ จริงอยู่ครับเหตุผล อาจจะมีเขียนระบุเจตนารมณ์ชัดว่า จะตั้งคนที่ไม่ใช่เปึนสมาชิกรัฐสภามาเปึนกรรมาธิการ ผมขีดเส้นใต้นะครับ เราจะไม่พูดว่า ประชาชนคนนอก สำหรับผมเองผมพูดตามตัวหนังสือที่เขียน ตั้งบุคคลที่มิใช่สมาชิกรัฐสภามาทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการได้ อันนั้นมันระบุไว้ในเหตุผล ซึ่งตัวบทเป่ดกว้างอย่างนี้มันเป่ดให้สภาแห่งนี้สามารถรับหลักการได้ แต่ถ้าหลักการเขียนมัดมือ หรือป่ดปากสมาชิกรัฐสภา เขียนว่า ตั้งกรรมาธิการจากบุคคลที่ไม่ใช่เปึนสมาชิกแล้วนะครับ ผมอาจจะมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าผมอาจจะรับหลักการไม่ได้ อันนี้เปึนเหตุผล ประการที่ ๑

เหตุผลประการที่ ๒ ท่านประธานครับ หลักการเขียนเชิงกว้างอย่างนี้เมื่อไปดู ตัวบทแล้วสิ่งที่เปึนข้อถกเถียงแห่งนี้ เปึนความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย เรามีเวที ในชั้นกรรมาธิการที่จะเป่ดข้อถกเถียงได้ เพราะว่าหลักการสำคัญที่มีข้อถกเถียงกันก็คือว่า เราสามารถตั้งบุคคลมิใช่สมาชิกรัฐสภามาเปึนกรรมาธิการได้หรือไม่ แน่นอนครับความเห็น ๒ ฝัืง อีกฝัืงบอกได้ อีกฝัืงบอกยังไม่ได้ แล้วแต่เหตุผลครับผมจะไม่เท้าความลงไปแต่ละท่าน อ้างอย่างไร แต่มันเปึนข้อพิจารณาว่าได้หรือไม่ เวทีกรรมาธิการนั้นจะเปึนเวทีที่หาบทสรุป ทางข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงว่าทำได้ไหม เสียงข้างมากในกรรมาธิการว่าอย่างไร เมื่อสรุปแล้ว สภาแห่งนี้เรามาร่วมกันพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในวาระที่สอง วาระที่สาม เมื่อกลับเข้าสู่ การประชุมร่วมเรา อันนั้นคือเหตุผลข้อที่ ๒ ที่ผมคิดว่ารับได้นะครับ

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตเมื่อรับหลักการไปแล้ว ก็คือข้อพิจารณาที่ผมเน้นเมื่อสักครู่ว่ามันควรจะตั้งจากบุคคลที่ไม่ใช่เปึนสมาชิกรัฐสภา ได้หรือไม่ ในความเห็นผม ผมขอฝากประเด็นไว้เปึนข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการฝากไปพิจารณา เหตุผลผมขณะนี้ดูตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง สมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว ท่านจิตติพจน์ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้พูดอภิปรายดีมากครับ เราพูดถึงมาตรา ๑๒๙ ว่าด้วยตั้งกรรมาธิการครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ เขียนไว้ชัดว่าสภาไหนตั้งอะไรได้ ไม่ได้ เขียนชัดครับ สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาตั้งกรรมาธิการสามัญ วิสามัญ กรรมาธิการร่วมกัน ไม่มีบทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ ที่เขียนบอกว่าให้รัฐสภาตั้งกรรมาธิการ วิสามัญ วิสามัญคือกรรมาธิการที่สามารถตั้งจากบุคคลภายนอกเข้ามาร่วม บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิก มาเปึนกรรมาธิการพิจารณาได้ แล้วตั้งเปึนการเฉพาะหรือเฉพาะกิจเฉพาะคราวในนั้น ๆ ไป ไม่มีนะครับ ไม่มีเขียนไว้ครับ เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมันไม่ได้เขียนไว้ชัด เพราะฉะนั้นเปึนข้อถกเถียงที่เราไปพูดกันในชั้นกรรมาธิการได้

ประการที่ ๒ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่เปึนเรื่องโดยตรงเลยก็คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ใน (๔) ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกได้กรุณานำเสนอไปแล้ว กรณีที่เปึนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชน เปึนผู้เสนอต้องเป่ดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วย การบัญญัติถ้อยคำในรัฐธรรมนูญอย่างนี้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกในฐานะ ที่ท่านพิจารณาถ้อยคำนี้ย่อมพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าหมายถึงอะไร เจตนารมณ์คืออะไร แน่นอนครับถ้าไปเป่ดดูจะต้องมีการอภิปรายว่าการแสดงความคิดเห็นนี้หมายถึงเปึน กรรมาธิการด้วยหรือไม่ ชัดครับ เขาให้มามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เช่นไปรับฟัง ความเห็นหรือตั้งเข้ามาเปึนที่ปรึกษาได้ ปรึกษาคณะกรรมาธิการได้ครับจากบุคคลที่ไม่ใช่ สมาชิกมาแสดงความเห็นให้ความเห็นในชั้นกรรมาธิการได้ หรือเชิญเขามาให้ความเห็นในชั้น กรรมาธิการได้เลย เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้ถ้ารัฐธรรมนูญต้องการ ให้มีบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกมาเปึนกรรมาธิการเขาต้องเขียนตรงนี้ให้ชัด รัฐธรรมนูญเราเปึน รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร ต้องตีความตามลายลักษณ์อักษร เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพ ท่านประธานโดยสรุปครับ ผมเห็นว่าในชั้นนี้เรารับหลักการได้และไปตั้งกรรมาธิการพิจารณา ในสาระบัญญัติของข้อบังคับที่เขียนออกมารองรับแต่ละข้อ โดยเฉพาะมาตรา ๑๒๓ และ มาตรา ๑๒๓/๑ เพราะคำว่า วิสามัญ มันเปึนตัวกำหนด ตัวบังคับเอาไว้ ฝากท่านกรรมาธิการ ไปพิจารณาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว นะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๑ ผู้เสนอมีสิทธิที่จะสรุปอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงมติ ผมจึงขอเชิญคุณพริษฐ์ได้สรุปอีกครั้งหนึ่งภายในเวลา ๑๐ นาทีตามที่เราตกลงตอนแรก ขอเชิญคุณพริษฐ์ครับ สำหรับสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหลังจากคุณพริษฐ์ได้สรุปจบแล้วก็จะมี การลงมติ แล้วตรวจสอบองค์ประชุมด้วย ผมจึงขอให้ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องกรรมาธิการ อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามาในห้องประชุมได้นะครับ เชิญคุณพริษฐ์ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานครับ ก่อนจะนับเวลาขออนุญาตหารือครับ ตอนแรกท่านประธานมอบหมายให้ผม ๑๕ นาที ตอนเป่ด ๑๐ นาที ตอนป่ด ตอนเป่ดผมใช้ไปแค่ ๗ นาทีเองครับ อาจจะเลย ๑๐ นาทีช่วงป่ด สักเล็กน้อยนะครับ เอาเวลาตอนเป่ดที่ใช้ไม่หมดมาทดแต่ว่าจะพยายามให้กระชับที่สุดเท่าที่ จะเปึนไปได้นะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญเลยครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน อดีต พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกจากทั้ง ๒ สภา ที่ได้อภิปรายกันอย่างท่วมท้น ทั้งในลักษณะที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขข้อบังคับ ที่ผมเสนอในวันนี้นะครับ ก็จะมีประเด็นที่ต้องการจะชี้แจงไม่ว่าจะเปึนข้อเท็จจริงที่อาจจะ ยังคลาดเคลื่อนอยู่ หรือว่าเปึนความเห็นต่างที่ผมก็ขออนุญาตใช้ช่วงเวลาสุดท้ายในการพยายาม จะโน้มน้าวเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ลงมติเห็นชอบรับหลักการกับร่างแก้ไขข้อบังคับที่มี การเสนอในวันนี้ จะขออนุญาตแบ่งการสรุปออกเปึน ๒ ส่วนนะครับ ส่วนแรกอยากจะทบทวน เนื้อหาสำคัญเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันถึงสาระของร่างที่มีการนำเสนอในวันนี้ ในส่วนที่ ๒ ก็จะขออนุญาตตอบคำถามรายประเด็นของเพื่อนสมาชิกแต่ละคนที่ได้อภิปราย

ในส่วนที่ ๑ ผมขออนุญาตสรุปเนื้อหาสาระของร่างแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ ในประเด็นที่อาจจะเปึนที่ถกเถียงพอสมควรอีกสักรอบหนึ่งเพื่อให้เราเข้าใจตรงกัน นั่นก็คือ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐสภามีมติรับหลักการ ความจริงร่างแก้ไขข้อบังคับตรงนี้มันจะแบ่งกรณีออกเปึน ๒ กรณีด้วยกัน คือกรณีทั่วไปกับกรณีพิเศษ ถ้าเราพูดถึงกรณีทั่วไป นั่นก็คือกรณีที่สมาชิกรัฐสภาหรือว่า ครม. มีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาที่รัฐสภา หากสมมุติรัฐสภามีมติรับหลักการ เห็นชอบในวาระที่หนึ่ง ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณารายมาตราก่อนที่จะ นำเสนอร่างแก้ไขดังกล่าวกลับมาสู่รัฐสภาในวาระที่สอง ปัจจุบันข้อบังคับก็กำหนดไว้ว่า คณะกรรมาธิการชุดนั้นก็จะมีได้ไม่เกิน ๔๕ คน ยกตัวอย่างสมมุติเรามีคณะกรรมาธิการที่มี ทั้งหมด ๔๒ คน ๔๒ คนนั้นก็จะถูกแบ่งออกเปึนตามสัดส่วนของสมาชิกที่มีอยู่ใน ๒ สภานะครับ ถ้าคิดง่าย ๆ สว. ก็จะมีโควตา ๑๒ คน สส. ก็จะมีโควตา ๓๐ คน เนื่องจาก สว. มีทั้งหมด ๒๐๐ คน สส. มีทั้งหมด ๕๐๐ คน ในบรรดา ๑๒ คนที่เปึนโควตา สว. กับในบรรดา ๓๐ คน ที่เปึนโควตา สส. ก็ขึ้นอยู่ว่า สว. กับ สส. นั้นจะเสนอใครเข้ามาทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการ ถ้าเปึนในฝัืง สส. ๓๐ คนก็มักจะแบ่งกันตามสัดส่วนของพรรคการเมือง ตามจำนวนสมาชิก สส. ที่แต่ละพรรคการเมืองมีในสภา ปัจจุบันข้อบังคับเราไปกำหนดไว้ครับว่าในบรรดา ๑๒ และ ๓๐ คนนั้นจะเสนอชื่อใครก็ได้แต่ต้องเปึนสมาชิกรัฐสภา พูดง่าย ๆ คือต้องเสนอ สส. หรือ สว. เท่านั้นเข้ามาทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการ สิ่งที่ร่างแก้ไขข้อบังคับที่ผมเสนอในวันนี้ มีการปรับเปลี่ยนคือการเป่ดกว้างให้ สว. กับ สส. นั้นสามารถเสนอชื่อคนที่ไม่ได้เปึน สส. และ สว. มานั่งในกรรมาธิการในบรรดา ๑๒ และ ๓๐ คนได้เท่านั้นเอง อาจจะเปึนอย่างที่ผมได้เกริ่นไว้ นักวิชาการที่ทำงานเรื่องรัฐธรรมนูญมายาวนานแต่ไม่ได้เปึน สส. สว. อาจจะเปึนภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนมายาวนาน ไม่ได้เปึน สส. หรือ สว. หรืออาจจะเปึนอดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคการเมืองที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เรื่องรัฐธรรมนูญแต่ปัจจุบันไม่ได้เปึน สส. หรือ สว. อยู่ก็ได้นะครับ ดังนั้น อันนี้ยืนยันว่าในกรณีทั่วไปไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนจำนวน เพียงแต่เป่ดกว้างให้สามารถเสนอชื่อ คนที่ไม่ได้เปึน สส. และ สว. เข้ามาได้ แต่ในกรณีพิเศษครับ ซึ่งมีการพูดถึงเช่นกัน นั่นคือ กรณีที่พี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิที่ตนเองมีตามรัฐธรรมนูญเพื่อรวบรวมรายชื่อ ๕๐,๐๐๐ รายชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา แล้วสมมุติรัฐสภามีการพิจารณากันในวาระที่หนึ่ง และรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา แต่พอ เปึนกรณีพิเศษที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถูกเสนอโดยพี่น้องประชาชน ๕๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ เรามีการปรับเปลี่ยนว่าอยากจะเป่ดพื้นที่ให้ ๑ ใน ๓ ของคณะกรรมาธิการนั้นเปึนผู้แทนของ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อที่ร่วมกันลงชื่อ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมทำเช่นนี้ ๑ ใน ๓ มาจากไหน ความจริงก็ต้องบอกว่าผมนำมาจากสิ่งที่เราใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบันอยู่แล้วสำหรับ ร่าง พ.ร.บ. เพราะถ้าเราไปเป่ดดูข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเราก็จะเห็นครับว่า หากมีการเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ. เข้ามาโดยประชาชนที่ร่วมกันเข้าชื่อ ๑๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบในวาระที่หนึ่งก็มีการกำหนดไว้ว่า ๑ ใน ๓ ของ คณะกรรมาธิการนั้นต้องเปึนผู้แทนของประชาชนที่มาเข้าชื่อร่วมกัน ๑๐,๐๐๐ รายชื่อขึ้นไป ดังนั้นอันนี้คือสรุปใจความสำคัญถึงสิ่งที่ผมนำเสนอนะครับ ซึ่งพออธิบายแบบนี้แล้วก็หวังว่า หลายท่านที่อาจจะมีข้อสงสัยหรืออภิปรายข้อมูลบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ผมนำเสนอ เมื่อสักครู่ก็จะคลายข้อกังวลมากขึ้นครับ

ทีนี้ขออนุญาตเข้าสู่ช่วงของการตอบคำถามรายบุคคลนะครับ ขออนุญาต ไล่ไปทีละท่านนะครับ ขออนุญาตเริ่มที่คุณหมอเปรมศักดิ์นะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ก็มี ๓ ประเด็นที่ท่านตั้งไว้และขออนุญาตชี้แจงนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ท่านตั้งคำถามว่าทำไมวันนี้เราถึงมาประชุมกันเรื่องข้อบังคับ แทนที่จะประชุมกันเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. ก็ต้องเรียนกับท่านว่าเจตนาผม ก็อยากจะให้เรามาคุยเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ สสร. เหมือนกัน แต่ว่าในที่ประชุม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีวิปบางฝ์ายที่มีการเสนอว่าอยากจะเลื่อนออกไป ๑ เดือนเพื่อมีเวลา เพิ่มเติมในการศึกษาร่างของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นเข้ามาประกบ แล้วก็มีคนให้ความเห็นว่า ก็ไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้จะมีพรรคการเมืองอื่นหรือ ครม. ยื่นเข้ามาด้วยหรือเปล่านะครับ ผมก็เลย เสนอในที่ประชุมเองว่าเพื่อให้เวลาในวันนี้ไม่สูญเปล่าก็น่าจะเอาวาระอื่น ๆ ที่มีการเสนอ เข้ามาแล้วบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระอยู่แล้วมาพิจารณากันนะครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือร่างแก้ไข ข้อบังคับซึ่งผมได้มีการแจ้งทางที่ประชุมวิปทุกฝ์าย รวมถึงวิป สว. ตั้งแต่เมื่อปลายป้ที่แล้ว ดังนั้นผมไม่แน่ใจนะครับว่าการสื่อสารระหว่างวิป สว. กับสมาชิกวุฒิสภาแต่ละท่านนั้น มันมีความคลาดเคลื่อนอะไรหรือเปล่าทำให้คุณหมอเปรมศักดิ์ถึงไม่ทราบว่าความจริงมีการยื่น ร่างแก้ข้อบังคับมาตั้งแต่เมื่อปลายป้ที่แล้วนะครับ

ประการที่ ๒ ท่านบอกว่าในหลักการท่านก็ดูจะเห็นด้วยกับการใช้ประโยชน์ จากช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตไว้ว่ามันอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย ทางไซเบอร์ได้ อันนี้ก็อยากจะบอกท่านครับว่าข้อความที่ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องการใช้ ช่องทางการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์นั้นเหมือนกันทุกคำเลยครับกับข้อความที่เราใช้กันอยู่ ณ เวลานี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นผมยืนยันว่าไม่ว่าจะเปึนการส่งหนังสือเชิญ ไม่ว่าจะเปึนการส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้มีอะไรที่มีความกังวลใจ เกี่ยวกับความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน เพราะอะไรที่เราใช้กันอยู่แล้วสำหรับ กลไกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเราก็จะนำมาใช้สำหรับกลไกของการประชุมรัฐสภา

ประการที่ ๓ ซึ่งความจริงเปึนประเด็นที่ไม่ใช่แค่คุณหมอเปรมศักดิ์ตั้งคำถาม แต่มีเพื่อนสมาชิกหลายคนตั้งคำถามก็ขออนุญาตอธิบายในรอบเดียว ก็คือการที่ไปแก้ไข ข้อบังคับ ข้อ ๗๙ ครับ จากเดิมที่มีเขียนว่า กรรมาธิการนั้นจะพ้นจากตำแหน่งหากขาดจาก สมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเปึนสมาชิก แล้วผมไปเสนอให้ตัดออก ถามว่าเสนอให้ตัดออกนั้น เปึนเพราะอะไร มีเจตนาอะไร ความจริงเรียบง่ายมากครับ ถ้าฟังสรุปสาระสำคัญที่ผมพูด เมื่อสักครู่ ข้อเสนอของผมคือการบอกว่าในบรรดา ๔๒ คน ๓๐ บวก ๑๒ คนที่มาทำหน้าที่ เปึนกรรมาธิการเราเสนอให้เป่ดกว้าง ให้เปึนบุคคลที่อาจจะเปึนหรือไม่เปึนสมาชิกก็ได้นะครับ พอเปึนเช่นนั้นแล้วมันหมายความว่า อาจจะมีพรรคการเมืองบางพรรคหรืออาจจะมี สว. บางกลุ่มที่ตัดสินใจเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้ เปึน สส. สว. เข้าไปทำหน้าที่ในกรรมาธิการในสัดส่วนโควตาของเขา พอเปึนเช่นนี้แล้วถ้าเรา ยังเขียนเหมือนเดิมว่ากรรมาธิการจะพ้นจากตำแหน่งหากขาดจากสมาชิกภาพแห่งสภา ที่ตนเองเปึนสมาชิกมันก็จะเกิดปัญหาทางกฎหมายทันที ยกตัวอย่างที่ผมพูดตอนก่อนเป่ด การนำเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับ หากสมมุติขออนุญาตเอ่ยนามทางพรรคเพื่อไทยตัดสินใจ เสนอบุคคล อย่างเช่น ท่านพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่เปึนคนที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องรัฐธรรมนูญ เข้าไปทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการ ในเมื่อปัจจุบันท่านไม่ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ หากเรายังคงมาตรานี้หรือว่าข้อบังคับข้อนี้ไว้เหมือนเดิมว่าจะพ้นจากตำแหน่งหากขาด สมาชิกภาพจากสภาที่ตนเองเปึนสมาชิกก็เกรงว่ามันอาจจะเกิดปัญหาทางกฎหมายได้นะครับ ดังนั้นอันนี้เปึนรายละเอียดที่มันเปึนผลลัพธ์ที่ตามมาจากการแก้ไขข้อบังคับในข้อหลักที่ผม เสนอเมื่อสักครู่ แต่หากกังวลเรื่องถ้อยคำเรื่องข้อความอะไรก็สามารถปรับเปลี่ยนในชั้น กรรมาธิการได้นะครับ อันนี้คือตอบคุณหมอเปรมศักดิ์

ต่อมาขออนุญาตตอบท่านพิสิษฐ์มี ๒ ประเด็นด้วยกัน ท่านพิสิษฐ์ก็ขึ้นใน สไลด์ซึ่งก็ขอบคุณมากทำให้เห็นถึงภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าหากสมมุติมีการแก้ไขข้อบังคับตามที่ ผมนำเสนอนั้น นั่นหมายความว่า ๔๒ คน ๓๐ บวก ๑๒ คน ที่เปึนกรรมาธิการที่อยู่ใน ตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาเมื่อสักครู่ ท่านใช้คำว่าอาจจะไม่มีสมาชิกรัฐสภาคนเดียวเลยก็ได้ ใน ๔๒ คน ในเชิงทฤษฎีมันก็ใช่อยู่ล่ะครับก็อาจจะเปึนไปได้ว่าทุกพรรคการเมืองหรือว่า สว. ทุกฝ์ายก็จะเสนอคนที่ไม่ได้เปึน สส. หรือ สว. เข้าไปอยู่ในนั้น แต่หากท่านคิดว่าตรงนั้น ไม่เหมาะสม หากท่านคิดว่ามันควรจะมีสมาชิกรัฐสภาไปอยู่ใน ๔๒ คนด้วย ท่านก็ทำตรงนั้นได้ ภายใต้ข้อบังคับที่ผมเสนอในวันนี้

ประการแรก คือท่านเองเปึน สว. ในโควตาของท่านท่านก็เสนอ สว. มานั่งสิครับ ก็ไม่ต้องเสนอคนนอกก็ได้ก็ป่ดปัญหาไปแล้วส่วนหนึ่ง

ประการที่ ๒ คือไม่ว่าพรรคการเมืองหรือ สว. จะเสนอชื่อใครเปึนกรรมาธิการ อย่างไรก็ต้องมาขอความเห็นชอบจากที่ประชุมแห่งนี้ที่มี สส. ๕๐๐ คน สว. ๒๐๐ คน ดังนั้น ถ้าเกิดว่ามีการเสนอชื่อบุคคลภายนอกที่ไม่เหมาะสมหรืออาจจะมีชุดรายชื่อของสมาชิก รัฐสภาที่น้อยเกินไปใน ๔๒ คนนั้น ที่ประชุมแห่งนี้ก็สามารถโหวตไม่เห็นชอบกับรายชื่อ ดังกล่าวได้ หรือหากท่านคิดว่าตรงนั้นยังไม่พอท่านต้องการหลักประกันกว่านั้นว่าในบรรดา ๔๒ คนนั้น จะต้องมีสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ที่เปึนสมาชิกรัฐสภาโดยตรง โดยอาจจะมีแค่สัดส่วน บางเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป่ดให้กับคนนอกท่านก็สามารถเข้ามาเสนอแก้ไขหลังจากเรารับ หลักการในวันนี้และไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการได้

ประการที่ ๓ เร็ว ๆ นะครับท่านก็กังวลใจว่าร่างแก้ไขข้อบังคับของเราจะไป ลดอำนาจ สว. ในชั้นกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันนี้ก็ย้อนไปฟังที่ผมพูด เริ่มต้นตอนที่สรุปเมื่อสักครู่ว่าถ้าเปึนกรณีทั่วไปจำนวนเหมือนเดิม สัดส่วนกรรมาธิการ ก็จะแบ่งระหว่าง สว. สส. เหมือนเดิมไม่ได้แตกต่างจากเดิมเลย แต่ถ้าเปึนกรณีพิเศษ ที่รัฐสภามีมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พี่น้องประชาชน ๕๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ เขาเสนอเข้ามา ตรงนั้นล่ะครับถึงจะมีการไปเพิ่มสัดส่วน ๑ ใน ๓ ของกรรมาธิการให้เปึน ตัวแทนของประชาชนที่เข้าชื่อเข้ามา ซึ่งก็เปึนกรณีพิเศษเท่านั้นแล้วก็สอดคล้องกับสัดส่วน ที่เราใช้กันอยู่สำหรับ พ.ร.บ. ที่ถูกเสนอชื่อโดยพี่น้องประชาชน

มาสู่ สว. ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านรัชนีกร ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ก็มี ๒ ประเด็น ประเด็นแรกก็จะเปึนข้อกังวลเดียวกันกับคุณหมอเปรมศักดิ์เรื่องที่ไปแก้เรื่อง เงื่อนไขของการพ้นจากตำแหน่งของกรรมาธิการซึ่งผมหวังว่าผมได้ตอบไปแล้ว แต่ประเด็นที่ ๒ ท่านพูดไว้ว่าท้ายที่สุดแล้ว สส. สว. ในฐานะสมาชิกรัฐสภาต้องรับผิดชอบต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีการพิจารณา อันนี้ผมไม่ได้เห็นต่างนะครับ แต่ผมอยากจะขยายความว่าผมไม่คิดว่า ร่างแก้ไขข้อบังคับของเรานั้นไปทำให้ สส. และ สว. จะต้องมีความรับผิดชอบต่อร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญน้อยลง เพราะไม่ว่ากรรมาธิการจะเปึน สส. สว. เองหรือจะเปึนบุคคลที่ สส. สว. เสนอชื่อเข้าไปเมื่อมีการพิจารณารายมาตราเสร็จแล้วในชั้นกรรมาธิการอย่างไรร่างนั้นก็ต้อง ถูกกลับมาเสนอในที่ประชุมสภาแห่งนี้ ซึ่งคนที่จะลงมติได้ก็จะมีแค่ สส. สว. เท่านั้น ดังนั้น ท้ายที่สุด สส. สว. ก็ยังคงความรับผิดชอบต่อตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้วาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สามเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าเราอาจจะมีการมอบหมายให้บุคคลที่ไม่ได้เปึน สส. สว. ที่เราเห็นว่าอาจจะมีความเชี่ยวชาญหรือว่ามีการทำงานเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องไปพิจารณา รายละเอียดรายมาตราก่อนจะนำรายละเอียดกลับมาเสนอกับทางที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้

ขออนุญาตมีอีก ๔ ท่าน ในฝัืงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านวิทยาครับ มี ๓ ประเด็น

ประเด็นแรกชี้แจงไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องเงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งของ กรรมาธิการขออนุญาตไม่พูดซ้ำ

ประเด็นที่ ๒ ท่านเองแสดงความกังวลถึงการที่เราเป่ดให้กรรมาธิการในกรณี พิเศษนั้นมีผู้แทนประชาชนเปึนอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ของกรรมาธิการทั้งหมดก็ต้องชี้แจง ๓ ประเด็นย่อย ๆ ประเด็นแรกเหมือนที่ชี้แจงไปแล้วนะครับว่าอันนี้เปึนเฉพาะกรณีพิเศษ ที่เปึนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พี่น้องประชาชนเสนอชื่อเข้ามาไม่ได้ถูกใช้สำหรับกรณีทั่วไป ที่เปึนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกเสนอโดยสมาชิกรัฐสภาหรือว่า ครม.

ประเด็นที่ ๓ ท่านถามว่าแล้วผู้แทนประชาชน ๑ ใน ๓ เขียนมาแบบนี้ หมายถึงใคร ประชาชนกลุ่มไหน ก็ต้องบอกว่าข้อความที่ผมเขียนผมดึงมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๘ ไม่ได้ดึงข้อความมาจากไหนนะครับ ไม่ได้เขียนขึ้นมาเอง แล้วผู้แทนประชาชน ที่หมายถึงตรงนี้ก็คือผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อ ถ้าในกรณี พ.ร.บ. ก็อย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ถ้าในกรณีรัฐธรรมนูญก็อย่างน้อย ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ก็คือเปึนตัวแทนของประชาชน ที่เข้าชื่อเสนอร่างเข้ามาที่จะมีตัวแทนมานั่งอยู่ในชั้นกรรมาธิการนะครับ ส่วนถ้าท่านมองว่า ๑ ใน ๓ ไม่สมเหตุสมผลผมก็ต้องเรียนว่า ๑ ใน ๓ ผมก็ดึงมาจากรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ เกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. นะครับ แต่ถ้าท่านมองว่าควรจะมีสัดส่วนที่แตกต่างอันนี้ก็เปึนสิ่งที่ สามารถรับหลักการแล้วไปแก้ในชั้นกรรมาธิการได้นะครับ

ส่วนประการสุดท้ายของท่านวิทยาครับท่านพูดว่าจะมีผู้แทนประชาชน ในกรรมาธิการหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะว่าจะต้องกลับไปทำประชามติอยู่ดี อันนี้ก็ต้องเรียนว่า อันนี้อาจจะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงนะครับเพราะเรากำลังพูดถึงกรรมาธิการในการพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งอาจจะเปึนการแก้รายมาตราที่ไม่ต้องมีการทำประชามติก็ได้ครับ เหลืออีกแค่ ๒ ท่านครับประธานไม่ได้ใช้เวลาเกินนะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวท่านพริษฐ์ครับ ช่วงนี้ เปึนช่วงที่สรุปการอภิปรายของผู้เสนอไม่ใช่มาตอบคำถามของผู้ที่อภิปรายทั้งหมดนะครับ ก็จะเปึนเวลาจำกัด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

โอเคครับ ท่านประธาน ผมยังใช้เวลาไม่เกินที่ท่านมอบหมายให้นะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอให้สรุปในประเด็น เพราะว่าไม่ใช่คำถามเปึนการอภิปราย เพราะฉะนั้นท่านสุดท้ายเพราะว่าเราไม่มีคนอื่นที่จะ มาซักถามและผมก็ไม่อนุญาตแล้วนะครับ เพราะว่าเมื่อท่านสุดท้ายได้สรุปแล้วก็ไม่มีอภิปราย จะลงมติอย่างเดียว ผมจึงขอให้ท่านเอาประเด็นที่สำคัญสรุปได้เลย ไม่ต้องตอบคำถามหรอกครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตนะครับ ประการที่ ๑ อย่าเพิ่งนับเวลานะครับ ท่านมอบหมายให้ผม ๑๕ นาที ตอนเป่ด ๑๐ นาทีตอนป่ด รวมเปึน ๒๕ นาทีผมยังใช้ไม่เกิน ๒๕ นาทีแน่นอนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ประเด็นเรื่องเวลา ประเด็น เรื่องหลักการว่าพูดสรุปก็คือสรุปเนื้อหาทั้งหมดที่ท่านอภิปรายไม่ใช่มาตอบคำถามไล่เลียง แต่ละคน ๆ ไม่ใช่ผู้มารายงานท่านเปึนผู้สรุป ท่านสรุปได้เลยครับ ผมจะอนุญาต ๒ ๓ นาทีได้ครับ

(นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอประท้วง ท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านประธานบอกว่า ผมไม่มีสิทธิในการตอบคำถามนะครับ เพราะฉะนั้นก็เคารพความเห็นของท่านประธาน ซึ่งอาจจะเห็นต่างกัน แต่เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายบอกว่าอยากถามผู้เสนอให้ตอบ ผมไม่เห็นท่านประธานไปหยุดเขาเลยครับว่าถามไม่ได้ ตกลงถามได้แต่ตอบไม่ได้ใช่ไหมครับ ท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ได้ตอบไปแล้วประเด็น ก็ใกล้เคียงกันผมไม่อยากให้ท่านตอบทั่วทุกคนเพราะว่าเกือบ ๒๐ ท่าน ท่านสรุปได้ครับ เพราะดูในคำสรุปก็เปึนคำตอบได้ครับ

(นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาต ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ ขอให้ประท้วงในเรื่องที่ว่าผมทำผิดข้อบังคับนะครับ เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกรัฐสภา จริง ๆ ไม่อยากประท้วง ท่านประธานนะครับ ก็อยากจะขอหารือสั้น ๆ นิดเดียวครับผมไม่อยากประท้วงให้เสีย บรรยากาศนะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านประธานครับ ผมขอ ๒ ประเด็นครับท่านประธาน

ประเด็นแรกผมคิดว่าเจตนารมณ์ในการที่ให้ผู้เสนอร่างหรือผู้เสนอญัตติใด ๆ ก็ตามได้เสนอตอนต้นและได้สรุปตอนจบ เจตนารมณ์หนึ่งก็คือได้ตอบข้อสงสัยที่สมาชิก ได้อภิปรายหรือในบางประเด็นที่สมาชิกอาจจะเข้าใจผิดหรือว่าไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงเจตนาของผู้เสนอร่างนะครับ ซึ่งผมคิดว่าการตอบคำถามของสมาชิกก็จะเปึนประโยชน์ ในการตัดสินใจของสมาชิกเช่นกัน

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เพื่อความราบรื่น ผมคิดว่าวันนี้เราตกลงกันว่า ให้เวลาฝ์ายละประมาณ ๑ ชั่วโมงนะครับ ซึ่งจริง ๆ ทางฝ์ายค้านเองก็ยังไม่ได้ใช้ครบนะครับ ยังไม่ได้ใช้เกินก็ยังพอมีเวลาแล้วเราก็ทำเวลากันได้ค่อนข้างดีนะครับ ถ้าจะให้ท่านพริษฐ์ คงใช้เวลาอีกไม่มากได้อภิปรายจนจบก็จะขอบคุณมากนะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผมก็จะอนุญาตให้แต่ว่าไม่ใช่ มาตอบคำถามครับ ประเด็นก็คือท่านสรุปได้ในประเด็นสำคัญนะครับแล้วผมก็ไม่ได้ทำผิด ข้อบังคับคุณพริษฐ์ก็ยังไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ ก็ดำเนินไปตามข้อบังคับนี้ เชิญคุณพริษฐ์ครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ เรียนท่านประธานครับ ใช้เวลาอีกไม่นานครับมีอีกแค่ ๓ ประเด็นเท่านั้นครับ ถ้าอย่างนั้นไม่ตอบคำถามก็ได้ครับ แต่ขออนุญาตสรุปในอีก ๓ ประเด็นที่เชื่อมโยงกับคำถามที่เพื่อนสมาชิกถามขึ้นมานะครับ

ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะสรุปก็คือเชื่อมโยงกับคำถามของท่านอัครเดชที่จะตั้ง คำถามว่าการให้คนที่ไม่เปึนสมาชิกรัฐสภาเข้ามาเปึนกรรมาธิการนั้นจะมีความเหมาะสม หรือไม่นะครับ ความจริงความเหมาะสมมันก็เปึนดุลยพินิจของแต่ละท่านที่จะพิจารณา แต่ผมคิดว่าท้ายที่สุดแล้วบุคคลเหล่านี้ก็ไม่ได้เปึนบุคคลที่ถูกซุ่มมานะครับจะเปึนบุคคลที่ แต่ละพรรคการเมืองนั้นเสนอเข้ามาตามสัดส่วนที่ตนเองมี ดังนั้นท้ายที่สุดแล้ว ความเหมาะสม ของบุคคลดังกล่าวจะเหมาะสมหรือไม่ก็คงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละพรรคการเมืองในการเสนอ ชื่อเข้ามาด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพหากสมมุติพรรครวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตที่เอ่ยชื่อพรรค แล้วก็ขออนุญาตที่เอ่ยนามบุคคลที่กำลังจะเอ่ยต่อไปนี้ด้วย แต่หากสมมุติพรรครวมไทยสร้างชาติ ตัดสินใจว่าอยากจะเสนอท่านพีระพันธุ์มาเปึนกรรมาธิการในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่ท่านพีระพันธุ์ ณ เวลานี้อาจจะไม่ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ แต่ในฐานะ คนที่เคยเปึนประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ มีรายงาน หลายร้อยหน้าที่ยังใช้อ้างอิงอยู่ ณ ปัจจุบันจากสภาชุดที่แล้ว ผมคิดว่าท่านก็เปึนบุคคลหนึ่ง ที่ไม่ได้เปึนสมาชิกรัฐสภาแต่ก็มีความเหมาะสมที่จะสามารถเข้ามาทำหน้าที่ในชั้นกรรมาธิการ ได้เปึนอย่างดี

ส่วนประเด็นที่ ๒ ไปที่ทางท่านประยุทธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนาม หลายประเด็น ผมคิดว่าผมตอบไปแล้ว แต่ว่าประเด็นที่อาจจะยังไม่ได้ตอบของท่านประยุทธ์ก็คือท่านก็ ให้ข้อสังเกตมาที่ดีนะครับว่าการจะให้บุคคลที่ไม่ได้เปึนสมาชิกของ ๒ สภามาแก้รัฐธรรมนูญ ในชั้นกรรมาธิการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ผมก็ขออนุญาตตอบว่าความจริงสิ่งที่ผมเสนอ ไม่ได้ต่างจากหลักการในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. ของพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งยื่นเข้ามา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเลย ถ้าไปเป่ดอ่านตรงนั้นเราจะเห็นว่ามีการเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ซึ่งเปึนเรื่องที่ดีมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีการ เขียนไว้ว่า สสร. นั้นสามารถตั้งกรรมาธิการยกร่างขึ้นมาได้ ซึ่งในกรรมาธิการยกร่างก็ไป กำหนดไว้ว่าไม่จำเปึนต้องเปึนสมาชิกสภาร่างธรรมนูญกันทุกคน ดังนั้นผมคิดว่ารอบคอบ หรือไม่ให้ท่านพิจารณานะครับ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเสนอไม่ได้ขัดแย้งกับหลักการแล้วก็ รายละเอียดของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่อง สสร. ที่พรรคเพื่อไทยเสนอเข้ามาเอง

ส่วนประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ก็อยากจะขออนุญาตทิ้งท้ายโดยการสรุป แล้วก็ไม่เชิงตอบครับ สรุปเชื่อมโยงกับคำถามหรือข้อสังเกตของอีก ๒ ท่าน ก็คือท่านจิตติพจน์ แล้วก็ท่านชลน่านขออนุญาตที่เอ่ยนาม ก็ต้องขอบคุณสำหรับข้อสังเกตดี ๆ ที่ให้มาว่า ให้ตรวจสอบความรอบคอบว่าร่างแก้ไขข้อบังคับมันเปึนไปตามเจตนารมณ์ของมาตราต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ว่าก็อยากจะขอบคุณทั้ง ๒ ท่านที่มองว่าประเด็นดังกล่าว เราสามารถไปพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการได้ แล้วทั้ง ๒ ท่านก็ได้ยืนยันว่าไม่ได้เปึนอุปสรรค ต่อการที่จะลงมติรับหลักการกันในวันนี้ ดังนั้นก็กล่าวทิ้งท้ายผมก็หวังครับว่าทุกประเด็น ที่หลายคนสงสัยนั้นผมได้ตอบไปเรียบร้อยแล้ว อะไรที่ยังเห็นต่างกันก็คิดว่าเปึนรายละเอียด ที่เราสามารถไปพูดคุยกันได้ในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็หวังว่าที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้นั้น จะสามารถลงมติเห็นชอบกับร่างแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวได้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ มาก

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสักเล็กน้อยครับ ขออนุญาตชี้แจงครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

พาดพิงสั้น ๆ เฉพาะพาดพิง ที่เสียหายนะครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่ง เนื่องจากทางท่านผู้อภิปรายทางคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้อภิปรายครับว่า ผมได้อภิปรายว่า บุคคลภายนอกไม่เหมาะสม เรียนกับท่านประธานครับ ผมไม่ได้บอกว่าบุคคลภายนอกไม่เหมาะสม นะครับท่านประธาน คือสมาชิกรัฐสภาเรามีทั้ง สส. และ สว. สส. ก็ผ่านการเลือกตั้ง สว. ก็ผ่าน การคัดเลือกมาตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นในเมื่อเรามีการตั้งกรรมาธิการซึ่งเปึนการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสำคัญสูงสุดของประเทศก็เอาพวกเราที่ผ่านการคัดกรองแล้ว จากพี่น้องประชาชนมานั่งในกรรมาธิการ ซึ่งผมคิดว่าเหมาะสมกว่าที่จะให้บุคคลภายนอก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเปึนใคร มาจากไหนนะครับ บางทีก็ขาดคุณสมบัติอย่างที่ท่านวิทยา แก้วภราดัย ได้อภิปรายไปแล้วว่าขาดคุณสมบัติ บางทีโดนคำพิพากษามา ขาดคุณสมบัติทางการเมือง โดนศาลพิพากษาเรื่องจริยธรรมก็เอามานั่งได้ ซึ่งตรงนี้เราก็คิดถ้าเราเอาสมาชิกรัฐสภา จะเหมาะสมกว่า

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผมคิดว่าพอสมควร เอาเฉพาะเรื่องที่พาดพิง ไม่อภิปรายในรอบ ๒ แล้วครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน นิดเดียวครับ ทีนี้ถ้าบุคคลที่เราต้องการจะเอาเข้ามาถ้าเปึนที่ปรึกษาของกรรมาธิการวิสามัญ เราก็สามารถตั้งได้จะมีนักวิชาการ อาจารย์ที่มีความเหมาะสม ผู้เชี่ยวชาญ ก็เอามาตั้งเปึน ที่ปรึกษาได้ก็ไม่ได้ป่ดกั้นบุคคลภายนอก บุคคลภายนอกสามารถเข้ามานั่งในกรรมาธิการ ในฐานะที่ปรึกษาได้ ก็เลยเรียนกับท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ผมก็เข้าใจ เปึนไปตามข้อบังคับ เพราะว่าถ้าพาดพิงจะได้ก็ต่อเมื่อสิ่งที่พาดพิงนั้นเสียหาย แต่พาดพิง เรื่องเนื้อหาเราถือว่าได้อภิปรายไปแล้วและได้สรุป หลังจากพูดสรุปแล้วก็จะไม่มีการอภิปรายอีก อันนี้ก็เปึนไปตามข้อบังคับ ก็จะมีการลงมตินะครับ ต่อไปนี้ก็จะเปึนการลงมติในวาระที่หนึ่งว่า จะรับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ ประกอบข้อ ๘๗ ก่อนจะลงมติผมก็ขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาในห้องประชุมครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เข้ามาในห้องประชุมได้นะครับ เพราะว่าจะมีการตรวจสอบองค์ประชุม แล้วก็จะมีการลงมติต่อไป ท่านที่เข้ามาแล้วก็กรุณาเสียบบัตรเพื่อแสดงตน กำลังเดินเข้ามาอีกหลายท่านนะครับ กดบัตรแสดงตนได้นะครับ ในระหว่างนี้ผมถือโอกาสแจ้งข่าวนิดหน่อยนะครับ พรุ่งนี้วันที่ ๑๕ มกราคม ประธานรัฐสภา ASEAN คือประธานรัฐสภามาเลเซียจะมาเยี่ยมสภาของเรานะครับ เวลาประมาณ ๑๑ โมง ก็จะมาฟังการประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ห้องนี้ เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาประชุมหรืออาจจะประชุมกรรมาธิการข้างนอก ประมาณ ๑๑ โมง ขอความกรุณาท่านช่วยเข้ามาในห้องประชุมหน่อยนะครับ ผมอยากให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงการต้อนรับประธานรัฐสภา ASEAN โดยตัวของท่านเอง ไม่อยากให้มีเก้าอี้ต้อนรับท่านประธานรัฐสภา ASEAN ประมาณ ๑๑ โมงก็ไม่เกิน ๑๐ นาทีท่านก็ สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ของท่านได้นะครับ อันนี้ก็เลยขอความร่วมมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังจากท่านมาชมห้องประชุมนี้แล้วท่านก็จะไปเยี่ยมคารวะท่านประธานวุฒิสภานะครับ แล้วประธานวุฒิสภาก็จะกรุณาเลี้ยงอาหารท่านประธานรัฐสภา ASEAN กับสมาชิกรัฐสภา มาเลเซียประมาณ ๑๐ ท่านนะครับ ต้องก็ขอขอบคุณประธานวุฒิสภาด้วยที่ได้ช่วยรับรอง เลี้ยงอาหารกลางวันนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน หรือมีปัญหาบ้างครับ กรุณาแจ้งด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
นายนพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายนพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๕๙ ขอแสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เอาทีละท่านเจ้าหน้าที่จะได้จด หมายเลขวุฒิสภา ๕๙ แสดงตนนะครับ เชิญท่านต่อไปครับ

นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สส. ๐๐๕ ครับ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

สส. ๐๐๕ แสดงตนนะครับ เชิญครับ

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ สส. ๓๑๕ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

สส. ๓๑๕ แสดงตนครับ ๓ ท่านแล้วนะครับ ที่เพิ่งกำลังเข้ามาแสดงตนด้วยนะครับ

นายสุวิทย์ ขาวดี สมาชิกวุฒิสภา

ขออนุญาตท่านประธานครับ สุวิทย์ ขาวดี สมาชิกวุฒิสภา ๑๘๐ ขอแสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

๑๘๐ แสดงตนนะครับ

นางเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน เอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภาเลขที่ ๒๐๐ ค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

๒๐๐ นะครับ เชิญครับ ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ เมื่อแสดงตนทุกท่านแล้วผมขอป่ดการแสดงตน แสดงผลด้วย มีผู้มาแสดงตนทั้งหมด ๕๘๕ ท่าน บวก ๕ ท่าน ที่แจ้งเมื่อสักครู่นี้ครับรวมเปึน ๕๙๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมก็จะถามมติ จากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนครับ ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าควรรับหลักการกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นว่าควรงด ออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง กรุณาลงมติได้ครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
นายสิริน สงวนสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ สิริน สงวนสิน พรรคประชาชนเห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เท่าไรนะครับ บอกเลขที่ด้วยครับ

นายสิริน สงวนสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

๔๒๐ ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วย ๑ ท่าน

นายนพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภาหมายเลข ๕๙ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ไม่เห็นด้วยนะครับ ๑ ท่าน

นายสุวิทย์ ขาวดี สมาชิกวุฒิสภา

ขออนุญาตท่านประธานครับ สมาชิก วุฒิสภา สุวิทย์ ขาวดี ๑๘๐ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ไม่เห็นด้วย บอกเลขที่ด้วยนะครับ เชิญครับ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔๗๙ เห็นด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

๔๗๙ เห็นด้วยนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ เชิญครับ

นางเอมพร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน เอมอร ศรีกงพาน วุฒิสภา ๒๐๐ ไม่เห็นด้วยค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ไม่เห็นด้วยนะครับ เชิญครับ ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ ถ้าลงคะแนนทุกท่านแล้ว เจ้าหน้าที่กรุณาแสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้มาลงมติ ๕๙๘ ท่าน เลขาธิการช่วยส่งผลจะได้บวกด้วยนะครับ เห็นด้วยที่ปรากฏ ในคะแนนนี้ ๔๑๓ ท่าน แต่เมื่อสักครู่แจ้งมาเห็นด้วยอีก ๒ ท่านใช่ไหมครับ ผมขอบวก จำนวนเลยจะได้ชัดเจนครับ เห็นด้วย ๔๑๓ ท่าน บวก ๒ ท่าน เปึน ๔๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๘๒ ท่าน บวก ๓ ท่าน เปึน ๑๘๕ ท่าน ผลของการลงคะแนนนะครับจากที่ผมได้อ่านแล้วครับ คือเห็นด้วย ๔๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๘๕ ท่าน เพราะฉะนั้นที่ประชุมนี้ลงมติว่า เห็นด้วยคือสมควรรับหลักการ แห่งร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ต่อไปก็เปึนการตั้ง คณะกรรมาธิการ เชิญครับ เสนอตั้งกรรมาธิการในวาระที่สองเชิญครับ

นายวัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอกรรมาธิการจำนวน ๑๘ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๑๘ ท่าน มีสมาชิกท่านใดจะเสนอเปึนอย่างอื่นครับ ไม่มี ก็ถือว่าจำนวนกรรมาธิการวิสามัญ ๑๘ ท่านครับ อันนี้ถ้าพิจารณาตามสัดส่วนก็เปึนสัดส่วน ของวุฒิสภา ๕ ท่าน ของสภาผู้แทนราษฎร ๑๓ ท่าน สำหรับสัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎรนั้น พรรคประชาชน ๔ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน เดี๋ยวขอเสนอชื่อตามลำดับครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ๕ ท่านเสนอได้เลยครับ ขอเชิญวิปทางวุฒิสมาชิกครับ

นายฤชุ แก้วลาย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสัตวแพทย์ฤชุ แก้วลาย สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของวุฒิสภาจำนวน ๕ ท่านดังนี้ครับ ๑ นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ ๒. นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ๓. พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๔. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ๕. นายสิทธิกร ธงยศ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญครับ

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานครับ ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของวุฒิสภา จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวเมื่อสักครู่วุฒิสภาเสนอ ๕ ท่านแล้ว ท่านต้องการเปลี่ยนแปลงท่านใด เพราะเมื่อสักครู่มีเสียงรับรองแล้ว

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานครับ ผมขอ เสนอตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๖๔ นะครับท่านประธาน เพราะว่าในสัดส่วนของ สว. ที่มีความคิดมุมมองที่อาจจะแตกต่างไป อาจจะไม่มีสัดส่วนในส่วนของกรรมาธิการ ตรงส่วนนี้ ก็เลยอยากจะเรียนเพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณา ชื่อของสมาชิกที่จะเปึนกรรมาธิการ ในส่วนที่อาจจะแตกต่างกันออกไปครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวเอาอย่างนี้ดีกว่านะครับ ท่านช่วยคุยกันก่อนครับ เพราะว่าอันไหนซ้ำ อันไหนจะปรับปรุงให้ลงตัว ผมจะให้ สส. เสนอก่อน แล้วท่านวุฒิสภาถือว่ายังไม่รับรายชื่อนะครับ ให้เสนอตอนสุดท้ายหลังจากที่ สส. เสนอหมดแล้ว ท่านคุยกันก่อนครับในระหว่างวุฒิสภาด้วยกัน ผมคิดว่าคุยกันได้ ไม่อย่างนั้นต้องโหวตเฉพาะ วุฒิสภาก็ต้องแยกโหวต ก็ไม่อยากให้มีโหวตอย่างนั้น ท่านคุยกันได้ แต่ถ้าไม่ลงตัวจริง ๆ ก็ต้องโหวต แต่ว่าโหวตเฉพาะกรรมาธิการวุฒิสภา ซึ่งเราไม่เคยมีมาก่อนครับ แต่ไม่เปึนไร ตามข้อบังคับที่ท่านว่าเพราะประชุมรัฐสภานะครับ เราแบ่งสัดส่วนไปแล้วไม่ใช่โหวตทั้งหมด ท่านลองคุยดูครับ ท่านลองคุยดู ถ้าลงตัวได้ตอนสุดท้ายวุฒิสภาก็เสนอมา เรื่องรายชื่ออาจจะ ไม่ลงตัว ท่านคุยกันได้ครับ ต่อไปสภาผู้แทนราษฎรเสนอก่อน วุฒิผมจะขอตอนสุดท้ายอีกที เพื่อลงตัวได้ ก็ขอพรรคประชาชน ๔ ท่าน เชิญครับ

นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน พรรคประชาชน จำนวน ๔ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ๒. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๓. นางสาวนิตยา มีศรี ๔. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญพรรคเพื่อไทย ๔ ท่านนะครับ

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๔ ท่าน ได้แก่ ๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู และ ๔. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ศรีสะเกษ เขต ๓ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ กระผมขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ทั้งหมด ๒ ท่านครับ ได้แก่ ๑ ท่าน สส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๒. ท่าน สส. ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติ ๑ ท่านนะครับ

นายปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขอเสนอสัดส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จำนวน ๑ ท่าน ท่าน สส. วิทยา แก้วภราดัย ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญ ๑ ท่าน

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน คือท่านกาญจน์ ตั้งปอง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคกล้าธรรม ๑ ท่านครับ

นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ผมขอเสนอ สัดส่วนในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรมคือนายปกรณ์ จีนาคำ ขอผู้รับรองด้วย

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านวุฒิสมาชิกไม่ทราบว่าจะตกลงกันได้หรือยังครับ ๕ ท่าน มีผู้ใดจะเสนอความเห็นครับ เมื่อสักครู่ได้เสนอ ๒ ท่านรายชื่อ คือลองไปตรวจทานตรงกันไหม เชิญครับ

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานครับ ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ในสัดส่วนเนื่องจากประเด็นที่กำลังพิจารณาร่างแก้มันมีเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแล้วก็ เรื่องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยเฉพาะข้อบังคับที่ ๑๒๓/๑ แต่ว่าในสัดส่วนของ ตัวแทนของฝ์าย สว. ทั้ง ๕ คนที่ถูกเสนอชื่อไปไม่มีสัดส่วนของกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภคเลยครับ ท่านประธาน ผมก็เลยอยากจะเรียนพิจารณาว่าก็เพื่อความเปึนธรรมหรือว่าเพื่อที่จะให้พิจารณา ได้รอบด้านแล้วก็สมดุลนะครับ อยากจะเรียนให้พิจารณาสัดส่วนของตรงนี้ด้วย แล้วก็อยาก เรียนปรึกษาท่านประธานว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๖๔ นั้นหากมีการเสนอเกินจำนวน การลงมติที่ให้เปึนลับนั้นจะเปึนการลงมติทั้งสมาชิกทุกคนมีสิทธิในการลงมติหรือเฉพาะ วุฒิสภาครับท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ถ้าเผื่อไม่ลงตัวผมอยาก จะเรียนข้อบังคับในการเซ็นชื่อนะครับ ถ้าจะต้องโหวตกันการออกเสียงลงมติโหวตตัวบุคคล ต้องลงคะแนนลับ เมื่อลงคะแนนลับก็ต้องขานชื่อแต่ละคนแล้วก็มาหย่อนบัตร ซึ่งต้องใช้เวลา ผมว่าใช้เวลานานพอสมควรครับ อันนี้เปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ก็อยู่ที่ท่านว่าต้องเรียกชื่อ แต่ละท่านมาหย่อนบัตรแล้วก็นับคะแนน ทีนี้ช่วงที่เราประกาศกรรมาธิการขั้นตอนสุดท้าย องค์ประชุมก็ต้องครบเหมือนกัน ก็เกรงว่าสมาชิกจะไปทานข้าวแล้วองค์ประชุมไม่ครบก็เริ่ม กระบวนการใหม่ ท่านอาจจะไม่ทราบ ถ้าจะไม่ลงตัวก็ต้องการขานชื่อ อาจารย์นันทนา เชิญครับ

นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพคะ เรากำลังอยู่ใน กระบวนการประชาธิปไตย เรากำลังต้องการกรรมาธิการที่จะไปพิจารณาข้อบังคับการประชุม ซึ่งตรงนี้ตามสัดส่วนที่ท่านประธานได้กำหนดมาก็ชัดเจนดี แต่ในส่วนของวุฒิสมาชิกนั้น ได้มีการรวบรัดตัดตอนไม่มีเสียงของวุฒิสมาชิกเสียงข้างน้อยเลยแล้วเปึนอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว ท่านประธานอาจจะไม่ทราบเพราะว่าท่านอยู่ในฝัืง สส. แต่เมื่อมีการประชุมร่วมตรงนี้มันจึง ปรากฏขึ้นมานะคะ เมื่อเสียงข้างมากของวุฒิสภาต้องการที่จะแต่งตั้งใครก็จะกำหนดขึ้นมา โดยไม่ได้สนใจเสียงข้างน้อย ทั้ง ๆ ที่วุฒิสภานั้นมาจากตัวแทนของกลุ่มอาชีพ ๒๐ กลุ่ม แต่ไม่เคยสนใจที่จะให้ตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ ได้เข้ามาเปึนกรรมาธิการแม้แต่เรื่องข้อบังคับ การประชุมก็ไม่ยินยอมให้เสียงข้างน้อยเข้ามามีบทบาท ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าเปึนการรวบรัด ตัดตอน และนี่คือการทำลายประชาธิปไตยเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันจึงขอเสนอให้ท่านประธานนั้น รับฟังการเสนอรายชื่อของวุฒิสมาชิกเสียงข้างน้อยที่จะเข้าไปเปึนกรรมาธิการพิจารณา ร่างข้อบังคับตรงนี้ เราอาจจะต้องเสียเวลากันมากหน่อย แต่นี่คือกระบวนการประชาธิปไตย เราต้องให้ประชาชนได้รับรู้ว่าสภาแห่งนี้ไม่ใช่เสียงข้างมากลากไป ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่จะมากำหนด และวุฒิสภานั้นได้ถูกปฏิบัติมาอย่างนี้เปึนประจำ ดิฉันจึงขอให้ท่านประธาน พิจารณาตรงนี้ แล้วก็อนุญาตให้มีการนำเสนอชื่อของวุฒิสมาชิกในการที่จะแข่งเข้ามาเปึน กรรมาธิการชุดนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

สว. ท่านแรกที่เสนอ ๕ ท่านแล้ว แต่คุณเทวฤทธิ์ยังไม่ได้เสนอใช่ไหมครับ ยังไม่ได้เสนอ ๕ ท่าน ท่านเทวฤทธิ์เสนอ

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา

เรียนท่านประธานครับ ผม เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอสัดส่วนของวุฒิสภาเปึน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภานะครับ อันประกอบไปด้วย นางสาวนันทนา นันทวโรภาส นายประภาส ป่ืนตบแต่ง นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ นายวีรยุทธ สร้อยทอง และนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

มีผู้รับรองถูกต้องครับ ตกลง มี ๒ ญัตติ คือของท่าน สว. ขอชื่อ สว. ท่านแรกที่เสนอชื่อ ผมจะได้หารือกันต่อไป ยังอยู่ ในขั้นหารือ ท่านบอกก็ได้ สว. ท่านแรกที่เสนอ ๕ ท่าน ตัวผู้เสนอชื่ออะไรครับ

นายฤชุ แก้วลาย สมาชิกวุฒิสภา

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมเสนอ ไปเมื่อสักครู่ ๕ ท่านแรก

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เอาเฉพาะชื่อ ๕ ท่านแรก ชื่อที่ท่านเสนอมีอยู่แล้ว จะได้บันทึกว่าผู้เสนอชื่ออะไร

นายฤชุ แก้วลาย สมาชิกวุฒิสภา

ผมชื่อนายสัตวแพทย์ฤชุ แก้วลาย สมาชิกวุฒิสภา ลำดับที่ ๑๑๙ ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เดี๋ยวขอเชิญท่านเลขาธิการ นิดหนึ่งครับ ญัตติแรกที่เสนอชื่อ ๕ ท่าน วุฒิสมาชิก คือ ฤชุ แก้วลาย ญัตติที่ ๑ ญัตติที่ ๒ เสนอชื่อ ๕ ท่านเช่นเดียวกัน มีผู้รับรองถูกต้องเช่นเดียวกันของคุณเทวฤทธิ์ มณีฉาย อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ว่า ถ้าจะโหวตโดยใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๔ นั้นต้องลงมติเปึนคะแนนลับ แล้วก็ต้องมาหย่อนบัตร แต่ก็มีวิธีหนึ่งก็ต้องถามจากที่ประชุม ก็คือเรายกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๖๔ นี้ แล้วก็ลงคะแนนโดยเป่ดเผย ก็มีวิธีเลือก ๒ วิธี ก็คือวิธีลงคะแนนตามข้อ ๖๔ ลงคะแนนลับ แต่อีกอันหนึ่งก็คือขอยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ ซึ่งถ้าจะยกเว้นก็ต้องโหวตในที่ประชุมนะครับ มีท่านยกมือ เชิญครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นด้วยที่ท่านประธานเสนอครับว่า เมื่อในวันนี้เราก็มีการประชุม กันมาแล้วแล้วก็ผมเชื่อว่าเพื่อความสะดวกผมเสนอให้ใช้ข้อ ๑๕๐ เพื่อยกเว้นข้อบังคับแล้วก็ ให้ลงคะแนนโดยการเสียบบัตรครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญครับ ท่านที่ออกเสียง เมื่อสักครู่ ผมมองไม่เห็นเยอะ ท่านบอกเลยครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอเสนอทางออกแบบนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ณ ตอนนี้นะครับ ผมคิดว่ามันเปึนปัญหาที่จริง ๆ แล้วผมก็เคยรับทราบนะครับว่ามันมีปัญหานี้อยู่เพียงแต่ เปึนส่วนของสมาชิกวุฒิสภาซึ่งทางผมเองหรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองอาจจะไม่ได้ เข้าไปเกี่ยวข้องสักเท่าไรนะครับ เพียงว่าวันนี้มันเปึนการประชุมร่วมกันของรัฐสภาซึ่งต้องมีทั้ง สส. สว. ซึ่งมันต้องเกี่ยวข้องกับพวกเราทั้ง ๒ สภา ผมเข้าใจดีว่าทาง สว. เอง เนื่องด้วย ความที่ไม่มีพรรคการเมืองสังกัดนะครับ แน่นอนว่าความคิดเห็นจะต้องแตกต่างหลากหลาย แน่นอน แล้วก็คงจะไม่ได้ถูกบังคับกะเกณฑ์โดยมติพรรคหรืออะไรแต่อย่างใด ดังนั้นผมคิดว่า การพูดคุยกันเปึนเรื่องที่สำคัญ ผมคิดว่าถ้าเราไปต่อด้วยการลงมติแล้วยกเว้นข้อบังคับแบบนี้ ผมคิดว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งเดียวที่เราจะต้องทำแบบนี้ ทางออกที่ดีที่สุดผมคิดว่าอยากขอให้ ท่านสมาชิกวุฒิสภานะครับที่อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันได้พูดคุยเจรจากันก่อน และในอนาคต อาจจะมีการตั้งกรรมาธิการในสภาร่วมก็อยากให้มีการพูดคุยเจรจากันแบบนี้เช่นกันเพื่อที่เรา จะไม่ต้องมาทำแบบนี้ ผมรับรองได้เลยครับว่าถ้ามาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วตั้ง กรรมาธิการนะครับเดี๋ยวก็จะมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก แล้วเราก็จะต้องมายกเว้นข้อบังคับ และลงมติกันแบบนี้อีกทุกครั้ง ผมว่ามันไม่สง่างามแล้วมันไม่สวยงามกับภาพที่ออกไป แน่นอนนะครับ ผมอยากวิงวอนให้สมาชิกวุฒิสภาลองไปพูดคุยกันได้ไหมครับ ถ้าไม่อย่างนั้น การประชุมร่วมทุกครั้งเราต้องไปยกเว้นข้อบังคับทุกครั้งแล้วให้ลงมติทุกครั้งกันแบบนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ขอบคุณคุณปกรณ์วุฒิครับ คุณแนนยกมือ เชิญครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานคะ แนน สมชัย สมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ ต้องบอกว่าเรื่องจริง ๆ มันเปึนเรื่องภายในของวุฒิสภาในการที่ตกลงกันไม่ได้ในเรื่องของ สัดส่วน แต่ในขณะนี้พวกเราไม่ว่าจะใครก็ตามที่ลุกขึ้นพูดนี่ เราพูดในฐานะสมาชิกที่ประชุม กันอยู่ในขณะนี้ แล้วเราก็เพียงทำตามข้อบังคับที่มีอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อสักครู่ ที่ท่านศรันย์ขออนุญาตที่เอ่ยนามได้เสนอตามที่ท่านประธานได้ว่าเอาไว้ค่ะว่าในประเด็นนี้ ในเมื่อข้อ ๖๔ นี้บอกให้เราลงคะแนนลับ แต่ก็ยังมีข้อ ๑๕๐ ที่อนุญาตให้เราของดเว้น ข้อบังคับเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกท่านสมาชิกทุกท่านในการลงคะแนน ในอีกทางหนึ่ง คือลงคะแนนโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ท่านประธาน เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วในขณะนี้ ปัญหาบางเรื่องไม่ใช่ปัญหาของทั้งสภา ก็ขอให้ท่านประธานได้ดำเนินตามข้อบังคับที่ท่านประธาน ได้เสนอเมื่อสักครู่ ขอบพระคุณค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ผมฟังไม่ชัด ข้อเสนอของ คุณแนนก็คือให้ยกเว้นข้อบังคับใช่ไหมครับ ก็มีข้อเสนอทั้ง ๒ อย่างอยู่ครับ ตอนนี้ขอเชิญ คุณพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. เชิญครับ

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกรัฐสภาและเปึนสมาชิกวุฒิสภาด้วย จริง ๆ แล้วเรื่องของ วันนี้ มาถึงตรงจุด ๆ นี้เราคงต้องดำเนินการไปตามระเบียบข้อบังคับ ก็คือตามที่ท่านประธาน กล่าวเลยก็คือเปึนข้อ ๖๔ แล้วก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ แต่ว่าที่เมื่อสักครู่ ทางสมาชิกวุฒิสภา ท่านกล่าวว่าเสียงข้างน้อย จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าในสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดนี้ไม่มีข้างไหน ทั้งนั้น เราถือว่าเปึนสมาชิกวุฒิสภาเหมือนกันจะไม่ได้บอกว่ามีเสียงข้างน้อยข้างมากเพราะว่า เราไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองหรือว่าสังกัดกลุ่มบุคคลใด ถ้าอย่างนั้นผมขอแก้ให้กับสภา ประชาชนทราบด้วยว่าเราไม่ได้มีสังกัดใด ๆ ทั้งนั้น ต้องขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เนื่องจากวันนี้เปึนการ ประชุมร่วมของรัฐสภา เมื่อมีความเห็นที่แตกต่างก็ต้องขอมติจากที่ประชุม ถ้าเราจะขอ ยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ คือประธานปรึกษาหรือสมาชิกเสนอมา ต้องมีสมาชิกรับรอง ไม่น้อยกว่า ๔๐ คนจึงจะงดการใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งหรือทั้งหมดหรือเปึนบางส่วน เฉพาะกรณี หากที่ประชุมรัฐสภาอนุมัติก็งดได้คือเสียงข้างมากงดได้ แต่ว่าเอาเสียงรับรองก่อน ๔๐ คน กำลังจะมีการเสนอ เชิญครับ ไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้ข้อบังคับข้ออื่น ทางท่านศรัณย์ เสนอญัตติไปแล้วนะครับ เมื่อสักครู่ผู้รับรองถูกต้องแล้วนะครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานขออนุญาต หารือก่อนลงมติครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

คุณพริษฐ์หรือเปล่า เชิญครับ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานครับ พริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือสั้น ๆ ก่อนที่จะมีการลงมติ คือผมทบทวน ว่าสิ่งที่เรากำลังจะลงมติกันในตอนนี้เกี่ยวกับเรื่องการยกเว้นข้อบังคับ แต่ท้ายที่สุดแล้ว จุดหมายปลายทางนะครับ ก็คืออาจจะมีการลงมติเกี่ยวกับบุคคลที่สมควรจะมาทำหน้าที่ ในกรรมาธิการในสัดส่วนของ สว. ที่มีการเสนอชื่อเกินกว่าจำนวนที่มีอยู่นะครับ ก็ต้องเรียน ด้วยความเคารพในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่าการให้ สส. มาลงมติว่า สว. ท่านใดมีความเหมาะสมในการมาทำหน้าที่ในชั้นกรรมาธิการมันก็อาจจะลงด้วยความลำบากใจ ไม่ว่าจะเปึนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนะครับ เพราะว่า สว. ตามเจตนาของ รัฐธรรมนูญไม่ควรจะเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองใด ผมก็เลยเสนอแบบนี้ครับคือเข้าใจว่า สว. คงมีความเห็นหลากหลายกับข้อบังคับนี้ ถ้าไม่แน่ใจว่าความเห็นหลากหลายอย่างไรมีสัดส่วน อย่างไร ทำไมเราไม่มากางรายชื่อผลการลงมติในวาระที่หนึ่ง แล้วดูว่าในบรรดา สว. ๒๐๐ คน กี่เปอร์เซ็นต์ที่โหวตเห็นชอบกับข้อบังคับนี้ กี่เปอร์เซ็นต์ที่โหวตไม่เห็นชอบ แล้วก็ให้ฝัืง ที่เห็นชอบไปเลือกตัวแทนกันเข้ามา ฝ์ายที่ไม่เห็นชอบไปเลือกตัวแทนเข้ามาตามสัดส่วน ดังนั้นมันก็จะทำให้ตัวแทน สว. ที่อยู่ในกรรมาธิการก็จะเปึนไปตามสัดส่วนของความเห็น ที่มีอยู่ในบรรดาวุฒิสมาชิก ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ก็สามารถทำได้กับทุก ๆ ครั้งที่มีการดำเนินการ ในลักษณะเช่นนี้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามไม่ว่าสัดส่วนความเห็นของ สว. จะเปึนเช่นใดก็ตาม อันนี้มันน่าจะเปึนทางออกที่ลงตัวกว่าการให้ที่ประชุมรัฐสภามาลงมติเห็นชอบว่า สว. ท่านใด ควรจะมาทำหน้าที่ในกรรมาธิการในขั้นถัดไปครับ

นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอทศพรครับ

นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกรัฐสภา วันนี้เปึนการประชุมรัฐสภาทั้ง สส. สว. ก็เปึนสมาชิก รัฐสภาด้วยกันนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะมาจากที่ที่แตกต่างกัน ผมเชื่อแล้วว่าภาพที่เห็นทาง สว. ท่านก็คงตระหนักดีแล้วว่าความเห็นของท่านแบ่งเปึน ๒ กลุ่มที่แตกต่างกัน สส. เรา จะให้ลงมติ ผมว่าเราลำบากใจอยากจะให้ท่าน สว. ไปตกลงกันไปคุยกันให้เรียบร้อยดีกว่าและทั้ง ๒ ฝ์าย ที่เห็นไม่ตรงกัน ท่านกรุณาอย่าดึงดันกันเลยครับ พักการประชุมสัก ๑๕ นาทีให้ทางฝ์าย สว. ไปตกลงกัน แล้วกลับเข้ามาใหม่น่าจะเปึนทางออกที่ดีกว่า ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

ก็ยังมีความเห็นหลากหลาย เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยที่สุดนะครับ เราประชุมด้วยดีมาโดยตลอดครับ ๔ ชั่วโมงไปแล้ว ผมจะขอพักการประชุม ๓๐ นาทีเพื่อให้ได้ไปคุยกัน แล้วท่านสมาชิกหลายท่านก็ยังไม่ได้กินข้าว รวมทั้งผมด้วยจะได้พักไปทานอาหารก่อน แล้วเวลาบ่ายโมงขอให้เราเข้ามาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะต้องมีการนับองค์ประชุมแล้วก็จะได้เสนอชื่อให้เรียบร้อยในเรื่องกรรมาธิการ เราเหลือ เรื่องเดียวคือเรื่องของกรรมาธิการครับ วันนี้ก็ประชุมกันด้วยความเรียบร้อยดีแล้วก็ขอพัก ๓๐ นาที บ่ายโมงมาอีกครั้งหนึ่งนะครับ สำหรับท่านวุฒิสมาชิกก็ลองไปดูครับ เพราะรายชื่อ อาจจะตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ลองไปคุยดูสัดส่วนก็จะได้มาเสนอชื่อได้ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องทำ อย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อบังคับที่มีอยู่นะครับ พักครึ่งชั่วโมงนะครับ ขอบคุณครับ

พักประชุมเวลา ๑๒.๒๙ นาําิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๑๕ นาําิกา

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สืบเนื่องจากก่อนการพักประชุมครับ และตอนนี้ได้ทราบนะครับว่า ทางท่านวุฒิสภาได้มีการพูดคุยกันแล้วก็ได้ข้อสรุปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงจะขอเสนอถอนญัตติ ที่ผมได้เสนอให้มีการยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๕๐ ไปก่อนหน้านี้ครับ ขออนุญาตถอนญัตติ ดังกล่าวครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ผู้รับรองครบนะครับ ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ได้ขอถอนญัตติเสนอให้งดเว้นข้อบังคับ ผมขอถามที่ประชุมว่าจะมีผู้ใดเห็น เปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้ถอนญัตติ ดังกล่าวตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ผู้แทนวุฒิสภาที่ได้ไปร่วมหารือกัน ได้แจ้งรายชื่อต่อที่ประชุมได้ครับ

นายฤชุ แก้วลาย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสัตวแพทย์ฤชุ แก้วลาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเปลี่ยนแปลง รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของสมาชิกวุฒิสภา จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ ๒. นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ๓. พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๔. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ๕. นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ผู้รับรองครบครับ จะมีผู้ใด เห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับรายชื่อที่เสนอมา ก็เปึนอันว่า รายชื่อครบแล้วนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ

นางปัณณิตา สท้านไตรภพ รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการรัฐสภา

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม รัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๑๘ ท่านดังนี้ ๑. นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ ๒. นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ๓. พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ๔. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ๕. นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ๖. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ๗. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๘. นางสาวนิตยา มีศรี ๙. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๑๐. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๑. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๑๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ๑๓. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๑๔. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๑๕ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๑๖. นายวิทยา แก้วภราดัย ๑๗. นายกาญจน์ ตั้งปอง ๑๘. นายปกรณ์ จีนาคำ ค่ะ

นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ ประกอบข้อ ๙๑ วรรคหนึ่ง กำหนดให้การพิจารณาขั้นคณะกรรมาธิการให้สมาชิกเสนอ คำแปรญัตติล่วงหน้าภายในกำหนด ๗ วันนับแต่วันถัดจากวันที่รัฐสภารับหลักการ เว้นแต่ รัฐสภาจะได้กำหนดเวลาแปรญัตติไว้เปึนอย่างอื่นนะครับ และถามว่าจะมีสมาชิกท่านใดที่จะ เสนอกำหนดเวลาแปรญัตติเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ

นายวัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา

ผู้รับรองครบนะครับ จะมี ผู้เสนอญัตติเปึนอย่างอื่นไหมครับ ระยะเวลาแปรญัตติครับ ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ กับที่ท่านสมาชิกรัฐสภาเสนอแปรญัตติ ๑๕ วันนะครับ ก็เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบ กำหนดการพิจารณาขั้นคณะกรรมาธิการให้สมาชิกเสนอคำแปรญัตติล่วงหน้าภายในกำหนด ๑๕ วัน เปึนอันว่าจบวาระนี้

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ

มีนัดประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ นาําิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ ๔๐๑ ชั้น ๔ อาคารรัฐสภา วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมขอป่ดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๓.๒๑ นาําิกา