เชตวัน อภิปรายหนุนร่างขอบังคับรัฐสภา เพิ่มส่วนร่วมประชาชน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ มกราคม ๒๕๖๘

เชตวัน เตือประโคน อภิปรายสนับสนุนร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพิจารณากฎหมายสูงสุด โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างยุคจารีตที่กษัตริย์มีอำนาจสูงสุดกับระบอบประชาธิปไตยปัจจุบันที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของสำนึกพลเมืองในการใช้สิทธินั้นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

นายเชตวัน เตือประโคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนคนในพื้นที่ เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลเมืองลาดสวาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอร่วมอภิปรายร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกรัฐสภาเปึนผู้เสนอ ให้มีการแก้ไข ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะนี่เปึนการแก้ไขข้อบังคับการประชุมเพื่อให้ประชาชน ได้มีอำนาจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องสำคัญที่กล่าวได้ว่าเปึนกฎหมายสูงสุด เรื่องสำคัญ ที่กล่าวได้ว่าเปึนกฎหมายที่กำหนดสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชน เรื่องสำคัญที่กล่าวได้ว่า เปึนเรื่องของการจัดตั้งสถาบันทางการเมืองสำคัญต่าง ๆ เรื่องสำคัญที่เปึนเรื่องของการประกัน ควบคุมการใช้อำนาจของรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้สิ่งที่กล่าวมานี้เปึนฉันทามติจากประชาชน นั่นก็คือ เรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องของรัฐธรรมนูญนี่ละครับจึงจำเปึนอย่างยิ่งที่ควรจะต้องให้ ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย นี่คือหลักการที่คุณพริษฐ์เสนอ ผมเห็นด้วย ใน ๒ ประเด็น ขออภิปรายสนับสนุนใน ๒ ประเด็นต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ เพื่อที่จะยืนยันในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๖๐ นี้ เรื่องของอำนาจอธิปไตยที่ระบุว่าอำนาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย

ประเด็นที่ ๒ เพื่อที่จะแก้ข้อครหาคำว่า ประชาธิปไตย ๔ วินาที หรือการที่ ประชาชนมีส่วนร่วมเพียงแค่ไปที่คูหาเลือกตั้งเพียงสั้น ๆ และหลังจากนั้นออกมาก็เปึนหมากเบี้ย ไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใด ๆ อีกเลย

ท่านประธานครับ ในประเด็นแรกก่อน เรื่องของการยืนยันหลักการอำนาจ อธิปไตยนั้นตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรก ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ ตั้งแต่ฉบับแรกแล้วครับ ระบุไว้ ในมาตรา ๑ ด้วยว่าอำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเปึนของราษฎรทั้งหลาย เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะตั้งแต่ในยุคจารีตไม่ว่าจะอยุธยา ธนบุรี ต้นรัตนโกสินทร์ อำนาจสูงสุดเปึนของกษัตริย์ ตลอดจนเจ้าผู้ครองรัฐในแต่ละรัฐนั้น ๆ กษัตริย์และเจ้าผู้ครองรัฐในแต่ละแห่งค่อนข้าง มีความเปึนอิสระในการปกครองตนเอง จะเกณฑ์ไพร่พลไปไหน จะเก็บภาษี หรือจะทำอะไร ก็ตามแต่ตัดสินใจเองได้หมดโดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม ถ้าจะขาดอิสรภาพก็เพียงแค่ เจ้าผู้ครองของรัฐนั้นยอมสวามิภักดิ์กับกษัตริย์ของรัฐที่มีอำนาจเหนือกว่า ซึ่งเต็มที่ก็เพียงแค่ มอบดอกไม้เงินดอกไม้ทองในแต่ละป้ หรือเกณฑ์ไพร่พลไปช่วยรบในแต่ละครั้ง ขณะที่ หลังจากเกิดรัฐสมัยใหม่ในช่วงรัชกาลที่ ๕ ป้ ๒๔๓๕ ปฏิรูปการปกครอง คราวนี้อำนาจ เปึนของกษัตริย์ภายใต้การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เปึนราชาอธิปไตย ที่อำนาจสูงสุดมาจากกษัตริย์และระบบเจ้าผู้ครองรัฐต่าง ๆ ก็ถูกยกเลิกไป ส่งข้าหลวง ไปปกครองตามหัวเมืองต่าง ๆ ดังนั้นการปฏิวัติ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ แล้วสถาปนาประชาธิปไตย พร้อมทั้งระบุในรัฐธรรมนูญว่าอำนาจสูงสุดเปึนของประชาชนจึงเปึนเรื่องที่ทำให้เกิดสิ่งที่ เรียกว่า สำนึกพลเมือง ในฐานะที่ประชาชนเปึนเจ้าของอำนาจและจะใช้อำนาจนั้นในการพัฒนา ในการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติด้วยกัน

ในประเด็นที่ ๒ คำกล่าวอย่างดูถูกเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในบ้านเรา คิดว่าทุก ๆ ท่านคงจะเคยได้ยินคำว่าประชาธิปไตย ๔ วินาที นี่ไม่ใช่คำที่ดีนะครับ แล้วก็ยังมีภาพล้อด้วยที่เปึนภาพของวิวัฒนาการตั้งแต่รูปลิงกลายมาเปึนคนหย่อนบัตร ลงคูหาเลือกตั้งแล้วก็กลับไปเปึนลิงเหมือนเดิม คิดว่าทุกท่านน่าจะเคยเห็น นี่เปึนสิ่งที่เหยียดหยาม ดูถูกการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเราอย่างยิ่งนะครับ มีส่วนร่วมแค่เพียง ๔ วินาที ในการเลือกตั้งเท่านั้นเองหรือครับ แต่อย่างไรก็ตามซึ่งผมยืนยันเปึนรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่รัฐใดหรือประเทศใดถ้าไม่มีการเลือกตั้งเลย รัฐประเทศนั้นไม่เปึนประชาธิปไตยแน่ ๆ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันออกแบบว่ามากกว่า การเลือกตั้งนั้นประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมในการปกครองได้อย่างไร และการแก้ไข ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาฉบับนี้ก็ได้แก้ไขและเพิ่มเติมในสิ่งที่เปึนอำนาจของประชาชน อย่างที่เราอยากจะเห็นกัน อย่างฉบับเดิมที่บอกว่าถ้าในวาระที่หนึ่งที่ประชุมรัฐสภารับหลักการ แห่งรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ข้อ ๑๒๓ การพิจารณาในวาระที่สองให้ประชุมรัฐสภา ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่งจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อพิจารณาจำนวนไม่เกิน ๔๕ คน ตรงนี้ ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปนะครับ กรรมาธิการจะมีส่วนแค่เพียงของ สส. และ สว. เท่านั้นนะครับ การแก้ไขข้อบังคับครั้งนี้จะเปึนการเพิ่มเติมในส่วนของประชาชนเข้าไปด้วย โดยจะเปึนการตั้งกรรมาธิการคณะหนึ่งเพื่อจะไปพิจารณาในวาระที่สองนั้น

สุดท้ายก่อนจบท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญมีที่มา ๔ ช่องทางด้วยกัน นั่นก็คือ คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาใช่ไหมครับ สส. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ใช่ไหมครับ สส. และ สว. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ และสุดท้ายคือประชาชนเข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ตามกฎหมายการเข้าชื่อ และในกรณีข้อที่ ๔ นี่ละครับที่การแก้ไขข้อบังคับนี้ได้ไปเพิ่ม ข้อบังคับ ๑๒๓/๑ ที่ได้เพิ่มกรรมาธิการซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนที่เข้าชื่อไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด ซึ่งถ้ากรรมาธิการ ๔๕ คน นั่นก็หมายความว่าจะมี ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาในวาระที่สองของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถึง ๑๕ คน ขณะที่ สส. สว. ก็ตามสัดส่วน ท่านประธานครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมอภิปรายมาก็เพื่อ จะสนับสนุนร่างแก้ไขข้อบังคับของคุณพริษฐ์ ด้วยจุดยืนสำคัญก็คืออำนาจสูงสุดเปึนของ ประชาชนและลบล้างข้อครหาประชาธิปไตยเพียง ๔ วินาที ที่เราโดนดูถูก เราโดนเหยียดหยาม ขอบคุณครับท่านประธาน