อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ที่เสนอโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งในหลักการของการแก้ไขข้อบังคับนั้นจะต้องให้ทาง ที่ประชุมรัฐสภาก็คือที่ประชุมร่วมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้พิจารณา ในการแก้ไข โดยหลักการนั้นได้เสนอมาทั้งหมด ๔ หลักนะครับ แล้วก็มี ๒ เรื่องแล้วก็ พรรครวมไทยสร้างชาตินั้นคิดว่าไม่มีปัญหา ก็คือในเรื่องของประโยชน์จากการประชุมแล้วก็ การแก้ไขในช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็การนัดประชุมการเผยแพร่หนังสือการนัดประชุม ซึ่งตรงนี้ทางพรรครวมไทยสร้างชาติคิดว่าเปึนประเด็นที่ไม่มีปัญหานะครับ แต่ว่าส่วนที่เปึน ปัญหาเราคิดว่าเปึนเรื่องที่สอดแทรกเข้ามาแล้วจะกระทบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาตินั้นเมื่อสักครู่นี้เราก็ได้มีการแถลงข่าวว่าเราไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ในข้อบังคับนี้ ในข้อบังคับที่ได้เรียนท่านประธานนั้นรายละเอียดเปึนดังนี้ครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ เดิมทีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนการประชุมร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา ก็คือ สส. และ สว. เวลาเราตั้งกรรมาธิการร่วมกันในข้อบังคับก็ระบุไว้ว่าจะต้องตั้งไม่เกิน ๔๕ คน ในเมื่อตั้งไม่เกิน ๔๕ คนก็จะต้องตั้งจากสมาชิกรัฐสภาก็คือเปึน สส. และ สว. มานั่ง ทีนี้ ถ้ามีการแก้ไขตามที่ทางพรรคประชาชนได้เสนอก็จะต้องมีบุคคลภายนอกมานั่ง ๑ ใน ๓ ของกรรมาธิการ ซึ่งตรงนี้ก็จะเหมือนกับตัว พ.ร.บ. หรือการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติที่ให้ ทางพรรคประชาชนนั้นมานั่ง แต่ว่าตัวรัฐธรรมนูญนั้นท่านประธานครับมันมีความสำคัญ รัฐธรรมนูญมีความสำคัญกว่าร่างพระราชบัญญัติมาก เพราะรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเปึน กฎหมายสูงสุดของประเทศ มีความสำคัญ มีศักดิ์แล้วก็มีความศักดิ์สิทธิ์มากกว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉะนั้นการที่จะให้ บุคคลภายนอกมานั่งเปึนกรรมาธิการในการพิจารณาวาระที่สองของการแปรญัตติ ในการลงมติ ในวาระที่สองนั้นถือว่ามีความสำคัญมาก ฉะนั้นการให้บุคคลภายนอกมานั่งจึงเปึนเรื่องที่ สุ่มเสี่ยงกับการที่จะผิดจากการที่เราจะได้มาพิจารณาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเลยคิดว่า ในส่วนของการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนั้นควรจะต้องให้สมาชิกรัฐสภาเปึนผู้ที่มาลงมติในวาระที่สอง ท่านประธานจะเห็นได้ว่าเมื่อการประชุมที่ผ่านมาในส่วนของ พ.ร.บ. ประชามติ เราก็ได้มี ปัญหาระหว่าง สส. และ สว. ว่าความเห็นที่ไม่ตรงกัน พอกลับมาที่ สส. ก็ได้มีการตั้ง กรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งในการตั้งกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง ๒ สภานั้น เวลา ความเห็นไม่ตรงกัน เวลา สส. แก้ไปแล้ว สว. แก้กลับมาเราก็มีการตั้งกรรมาธิการร่วมก็ไม่มี บุคคลภายนอกมานั่ง ฉะนั้นในการประชุมร่วมกันของการแก้ร่างรัฐธรรมนูญเปึนการประชุมร่วม ของ สส. และ สว. การตั้งกรรมาธิการก็ไม่ควรจะมีบุคคลภายนอกมานั่ง เพราะว่าบุคคลที่มานั่ง ตัวกรรมาธิการควรจะต้องเปึนสมาชิกรัฐสภา เพราะว่าได้ผ่านการคัดเลือก แล้วก็ผ่านการรับรอง จากพี่น้องประชาชน ผ่านทางช่องทางไม่ว่าจะเปึนการสรรหาในส่วนของ สว. การเลือกตั้ง ในส่วนของ สส. มาแล้ว ฉะนั้นอันนี้จึงเปึนสิ่งที่สำคัญที่ทางพรรครวมไทยสร้างชาติคิดว่าจะต้อง ให้สมาชิกรัฐสภาเท่านั้นมานั่งเปึนกรรมาธิการในการพิจารณานะครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญนั้น ถือว่ามีความสำคัญกว่าร่างพระราชบัญญัติ แล้วก็เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงขอยืนยันว่า พรรครวมไทยสร้างชาติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขข้อบังคับนี้นะครับ และที่สำคัญท่านประธานครับ เนื่องจากร่างที่ส่งเข้ามาในการแก้ไขมี ๔ หลักการด้วยกัน ฉะนั้นถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติ รับหลักการในตรงนี้ก็จะทำให้เปึนการรับหลักการทั้ง ๔ ข้อนะครับ ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงมีมติของพรรคที่จะไม่รับหลักการรับการแก้ไขข้อบังคับนี้ของพรรคประชาชน เพราะว่า มันจะมีข้อที่ ๓ แต่ว่าข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ เราไม่ได้ติดขัด แต่ถ้าเรารับไปแล้วก็จะทำให้เปึนการ รับหลักการในการแก้ข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ ซึ่งเปึนการให้บุคคลภายนอกมานั่งเปึนกรรมาธิการ ซึ่งในการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายที่สำคัญสูงสุดของประเทศนะครับ พรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีมติไม่เห็นด้วย จึงขออนุญาตได้อภิปรายในวันนี้ยืนยันมติของพรรค ขอบคุณท่านประธานครับ