ชลนาน เสนอรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๔ มกราคม ๒๕๖๘

ชลนาน ศรีแก้ว ขอขอบคุณประธานสภาและเพื่อนสมาชิกที่ให้อภิปรายในวาระรับหลักการข้อบังคับการประชุมรัฐสภา โดยเสนอเห็นชอบรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ชลนาน ศรีแก้ว อภิปรายหลักการเขียนเชิงกว้างโดยชี้ว่าเวทีกรรมาธิการเป็นพื้นที่ถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปทางกฎหมายและข้อเท็จจริงก่อนสภาพิจารณาในวาระถัดไป และเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ควรสังเกตคือความชัดเจนของรัฐธรรมนูญมาตรา 129 ที่ระบุว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจตั้งกรรมาธิการวิสามัญจากบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกสภา ชลนาน ศรีแก้ว เสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๖ โดยชี้แจงเจตนารมณ์ของถ้อยคำในร่างกฎหมายว่าต้องเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกสภาแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการ และเรียกร้องให้พิจารณาหลักการรับหลักการเพื่อตั้งกรรมาธิการศึกษาสาระบัญญัติต่อไป

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้มี ส่วนร่วมอภิปรายในวาระรับหลักการแห่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน สส. พริษฐ์ วัชรสินธุ และคณะเปึนผู้เสนอ ฟังจาก การแถลงหลักการและเหตุผล ฟังจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมเองต้องขออนุญาต ท่านประธานครับ

ประการแรกที่สุดขออนุญาตที่ท่านประธานบอกว่าวาระนี้เปึนวาระรับหลักการ เปึนวาระรับหลักการซึ่งเมื่อสภาแห่งนี้หรือรัฐสภารับหลักการไปแล้วเราจะไปพิจารณา รายละเอียดในรายมาตราต่อไป ฉะนั้นประเด็นสำคัญที่ผมเน้นตรงนี้เพราะผมเองต้องตอบกับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ด้วยความเคารพ ผมเห็นชอบ เห็นด้วยว่าควรรับหลักการ เพราะหลักการที่เสนอมามีทั้งหมด ๔ ข้อ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๑ ๒ ๔ ไม่มีประเด็นไม่มีปัญหาใด ๆ กลับเปึนเรื่องที่ดีกับการทำหน้าที่ ของพวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา แต่มีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นมากคือหลักการข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และเงื่อนไขในการพ้นจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ ประเด็นนี้มีที่ถกเถียงและให้ความเห็นกันอย่างมากมาย ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเห็นควรรับหลักการก็คือว่า การเขียนหลักการตามที่ผมได้อ่านให้ท่านประธานฟังไป เพื่อนสมาชิกฟังไป เปึนหลักการเชิงกว้างว่าด้วยเรื่องการตั้งกรรมาธิการ หลักการไม่ได้เขียน ลึกลงไปในสาระที่ตัวบทเขียนรองรับในมาตรา ๑๒๓ และมาตรา ๑๒๓/๑ จริงอยู่ครับเหตุผล อาจจะมีเขียนระบุเจตนารมณ์ชัดว่า จะตั้งคนที่ไม่ใช่เปึนสมาชิกรัฐสภามาเปึนกรรมาธิการ ผมขีดเส้นใต้นะครับ เราจะไม่พูดว่า ประชาชนคนนอก สำหรับผมเองผมพูดตามตัวหนังสือที่เขียน ตั้งบุคคลที่มิใช่สมาชิกรัฐสภามาทำหน้าที่เปึนกรรมาธิการได้ อันนั้นมันระบุไว้ในเหตุผล ซึ่งตัวบทเป่ดกว้างอย่างนี้มันเป่ดให้สภาแห่งนี้สามารถรับหลักการได้ แต่ถ้าหลักการเขียนมัดมือ หรือป่ดปากสมาชิกรัฐสภา เขียนว่า ตั้งกรรมาธิการจากบุคคลที่ไม่ใช่เปึนสมาชิกแล้วนะครับ ผมอาจจะมีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าผมอาจจะรับหลักการไม่ได้ อันนี้เปึนเหตุผล ประการที่ ๑

เหตุผลประการที่ ๒ ท่านประธานครับ หลักการเขียนเชิงกว้างอย่างนี้เมื่อไปดู ตัวบทแล้วสิ่งที่เปึนข้อถกเถียงแห่งนี้ เปึนความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย เรามีเวที ในชั้นกรรมาธิการที่จะเป่ดข้อถกเถียงได้ เพราะว่าหลักการสำคัญที่มีข้อถกเถียงกันก็คือว่า เราสามารถตั้งบุคคลมิใช่สมาชิกรัฐสภามาเปึนกรรมาธิการได้หรือไม่ แน่นอนครับความเห็น ๒ ฝัืง อีกฝัืงบอกได้ อีกฝัืงบอกยังไม่ได้ แล้วแต่เหตุผลครับผมจะไม่เท้าความลงไปแต่ละท่าน อ้างอย่างไร แต่มันเปึนข้อพิจารณาว่าได้หรือไม่ เวทีกรรมาธิการนั้นจะเปึนเวทีที่หาบทสรุป ทางข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงว่าทำได้ไหม เสียงข้างมากในกรรมาธิการว่าอย่างไร เมื่อสรุปแล้ว สภาแห่งนี้เรามาร่วมกันพิจารณาอีกครั้งหนึ่งในวาระที่สอง วาระที่สาม เมื่อกลับเข้าสู่ การประชุมร่วมเรา อันนั้นคือเหตุผลข้อที่ ๒ ที่ผมคิดว่ารับได้นะครับ

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ผมอยากจะฝากเปึนข้อสังเกตเมื่อรับหลักการไปแล้ว ก็คือข้อพิจารณาที่ผมเน้นเมื่อสักครู่ว่ามันควรจะตั้งจากบุคคลที่ไม่ใช่เปึนสมาชิกรัฐสภา ได้หรือไม่ ในความเห็นผม ผมขอฝากประเด็นไว้เปึนข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการฝากไปพิจารณา เหตุผลผมขณะนี้ดูตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง สมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว ท่านจิตติพจน์ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้พูดอภิปรายดีมากครับ เราพูดถึงมาตรา ๑๒๙ ว่าด้วยตั้งกรรมาธิการครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ เขียนไว้ชัดว่าสภาไหนตั้งอะไรได้ ไม่ได้ เขียนชัดครับ สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาตั้งกรรมาธิการสามัญ วิสามัญ กรรมาธิการร่วมกัน ไม่มีบทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๙ ที่เขียนบอกว่าให้รัฐสภาตั้งกรรมาธิการ วิสามัญ วิสามัญคือกรรมาธิการที่สามารถตั้งจากบุคคลภายนอกเข้ามาร่วม บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิก มาเปึนกรรมาธิการพิจารณาได้ แล้วตั้งเปึนการเฉพาะหรือเฉพาะกิจเฉพาะคราวในนั้น ๆ ไป ไม่มีนะครับ ไม่มีเขียนไว้ครับ เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมันไม่ได้เขียนไว้ชัด เพราะฉะนั้นเปึนข้อถกเถียงที่เราไปพูดกันในชั้นกรรมาธิการได้

ประการที่ ๒ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่เปึนเรื่องโดยตรงเลยก็คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ใน (๔) ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกได้กรุณานำเสนอไปแล้ว กรณีที่เปึนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ประชาชน เปึนผู้เสนอต้องเป่ดโอกาสให้ผู้แทนของประชาชนที่เข้าชื่อกันได้แสดงความคิดเห็นด้วย การบัญญัติถ้อยคำในรัฐธรรมนูญอย่างนี้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกในฐานะ ที่ท่านพิจารณาถ้อยคำนี้ย่อมพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าหมายถึงอะไร เจตนารมณ์คืออะไร แน่นอนครับถ้าไปเป่ดดูจะต้องมีการอภิปรายว่าการแสดงความคิดเห็นนี้หมายถึงเปึน กรรมาธิการด้วยหรือไม่ ชัดครับ เขาให้มามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เช่นไปรับฟัง ความเห็นหรือตั้งเข้ามาเปึนที่ปรึกษาได้ ปรึกษาคณะกรรมาธิการได้ครับจากบุคคลที่ไม่ใช่ สมาชิกมาแสดงความเห็นให้ความเห็นในชั้นกรรมาธิการได้ หรือเชิญเขามาให้ความเห็นในชั้น กรรมาธิการได้เลย เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้ถ้ารัฐธรรมนูญต้องการ ให้มีบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกมาเปึนกรรมาธิการเขาต้องเขียนตรงนี้ให้ชัด รัฐธรรมนูญเราเปึน รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร ต้องตีความตามลายลักษณ์อักษร เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพ ท่านประธานโดยสรุปครับ ผมเห็นว่าในชั้นนี้เรารับหลักการได้และไปตั้งกรรมาธิการพิจารณา ในสาระบัญญัติของข้อบังคับที่เขียนออกมารองรับแต่ละข้อ โดยเฉพาะมาตรา ๑๒๓ และ มาตรา ๑๒๓/๑ เพราะคำว่า วิสามัญ มันเปึนตัวกำหนด ตัวบังคับเอาไว้ ฝากท่านกรรมาธิการ ไปพิจารณาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ