ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมรัฐสภา โดยเน้นประโยชน์ด้านความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และการยกเลิกบทบัญญัติที่ไม่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสภานิติบัญญัติ พร้อมทั้งหารือเรื่องการลดการใช้กระดาษในสภาและเสนอให้ยกเลิกการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) เพื่อสนับสนุนประเด็นสิ่งแวดล้อม
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณ ที่มีการจัดประชุมร่วมรัฐสภากันแบบนี้ครับ แล้วต้องขอประทานอภัยแทนเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนที่เรายังติดภาพความเปึนพรรคก้าวไกล แบบนี้ก็ดีครับเราก็จะได้ มีการจัดประชุมร่วมกันบ่อย ๆ ครับ ก็จะทำให้เพื่อนสมาชิกนั้นคุ้นเคยมากยิ่งขึ้นนะครับ เพราะร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาวันนี้เราเสนอในนามพรรคประชาชน แต่แน่นอนครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายถึงความเกี่ยวพันกับกรณีที่หลายท่านกังวลถึงความเปึนพรรคก้าวไกล หรือแม้กระทั่งหลายท่านอาจจะกังวลแทนพวกผมนะครับที่อยู่ใน ๔๔ รายชื่อ สส. ที่อาจจะมีสิทธิ ถูกตัดสิทธิทางการเมืองนะครับ ซึ่งคงไม่มีใครมานั่งเปึนกรรมาธิการในขณะที่กำลังถูกคดีอยู่ ณ ขณะนั้นแน่นอน ฉะนั้นขอบพระคุณที่ท่านกังวลแทนพวกผมครับ แต่ความเรียบง่าย ของการแก้ไขข้อบังคับการประชุมรอบนี้นั้นนี่เรียบง่ายไปกว่าที่ท่านเข้าใจครับ ท่านประธานครับ เวลาที่เราจะพูดกันในขั้นรับหลักการนั้น ผมคิดว่าเราคงพูดแต่เพียงหลักการอย่างเดียวไม่ได้ อยากให้ท่านดูเหตุผลที่ประกอบบันทึกหลักการและเหตุผลในการแก้ไขฉบับนี้ด้วย หลักการ มีอยู่ ๔ ข้อครับท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปหมดแล้วครับ แต่ถ้าท่านจะเห็นนะครับ เหตุผลเราพูดถึงประสิทธิภาพความโปร่งใสการเป่ดกว้างต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน เราพูดถึงการใช้ประโยชน์จากช่องทางอิเล็กทรอนิกส์นะครับ การแจ้งประชุม การเผยแพร่ หนังสือการประชุม ระเบียบวาระต่าง ๆ แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา เมื่อสักครูเพิ่งได้ยินจากท่านนะครับว่าวันนี้วุฒิสภานั้นสามารถยื่นคำแปรญัตติผ่านช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้นะครับ ซึ่งแบบนี้ครับพวกผมก็จะขอรับมาเปึนประเด็นในการพิจารณา ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไปครับ เราพูดถึงการให้รัฐสภามีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลที่อาจจะมิใช่ สมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ในการเปึนกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญและเราก็พูดถึงการยกเลิก บทบัญญัติบางประการที่ไม่จำเปึนที่จะต้องใช้ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภาอีกแล้วนะครับ ทั้งหมดเรียบง่ายครับไม่มีประเด็นวาระซ่อนเร้น ไม่มีประเด็นใด ๆ ที่จะส่อไปถึงว่าเรากังวล ถึงการทำหน้าที่ของสมาชิกภาพของสมาชิกแล้วถูกตัดสิทธิในขณะดำรงตำแหน่งต่าง ๆ แต่ประการใด ผมอยากยืนยันและเน้นย้ำกับท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกคน แบบนี้ครับ อย่างไรก็ตามครับมีเหตุผลหลายประการที่ผมจำเปึนต้องอภิปรายสนับสนุน ร่างแก้ไขข้อบังคับฉบับนี้ในฐานะที่ผมเองมีส่วนในการดำริแล้วก็ยกร่างด้วย
เรื่องที่ ๑ ผมขอบพระคุณไปยังสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งต้องขอประทานโทษ จำชื่อท่านไม่ได้ แต่ผมเปึนแฟนพันธุ์แท้ทีวีรัฐสภาฟังถ่ายทอดวิทยุสภาประจำ เพื่อนสมาชิก วุฒิสภาหารือท่านประธานวุฒิสภาบอกว่าวันนี้เราใช้กระดาษกันเยอะเหลือเกินหนังสือจะนัด ประชุมก็ต้องใช้ ระเบียบวาระก็ต้องใช้ การเลื่อนวาระการประชุมก็ต้องใช้ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมามีจดหมายอีเอ็มเอสไปถึงบ้านผม ผมบอกกับไปรษณีย์ว่านี่จะเปึนฉบับสุดท้ายแล้วนะ เพราะต่อไปนี้สภาจะแก้ไขข้อบังคับจะไม่มีอีเอ็มเอสที่ส่งจดหมายแบบนี้มาที่บ้านผมอีกแล้ว สมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นทำประเด็นเรื่องโลกร้อนครับ แล้วท่านหารือคำนวณออกมาเลย ว่าในแต่ละป้ใช้กระดาษเปึนจำนวนแบบใดอย่างไร นี่คือความสวยงามที่เมื่อผมได้ยินปุ็บ ก็เอาดำริที่ท่านหารือต่อประธานวุฒิมาใส่ในการแก้ไขร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาฉบับนี้ ถ้าท่านทราบว่าเปึนท่านใดก็ต้องบอกว่าณัฐวุฒิขอบคุณด้วยความจริงใจเปึนอย่างยิ่งนะครับ นั่นเปึนประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เราพูดถึงเรื่องของการปฏิรูป เรื่องของ ยุทธศาสตร์ประเทศ แล้วถ้าท่านเห็นกันนะครับวันนี้เราไม่มีร่างรายงานปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติเข้ามาอีกแล้วนะครับ เพราะมันหมดไปตามกรอบวาระของรัฐธรรมนูญ ในรอบ ๕ ป้ที่ผ่านไปแล้ว วันนี้เราไม่มีกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมายปฏิรูปเข้ามาอีกแล้วนะครับ ถ้าจะบอกว่า เอ๊ะถ้าไม่มีกฎหมายปฏิรูปแบบนี้กฎหมายอื่น ๆ ที่เข้ามาจะช้าเกินไปไหม ผมก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่ามันไม่ช้าหรอกครับ และมันยังทำให้กระบวนการกลั่นกรอง ในทางกฎหมายนั้นทำได้ละเอียดรอบคอบด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเปึน พ.ร.บ. ประชามติที่ผ่าน การพิจารณาไปแล้วถึงแม้อาจจะมีเสียงที่เห็นไม่ตรงกัน นั่นก็คือกลไกของระบบรัฐสภา ไม่ว่า จะเปึนกฎหมายที่ผมขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบนะครับถึงแม้อาจจะไม่ใช่กฎหมายว่าด้วย การปฏิรูปโดยตรง เช่น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เรียกว่าไม่ตีเด็ก ซึ่งวุฒิสภาท่านก็ติงมาว่า มีถ้อยคำบางถ้อยคำที่ตกหล่น พวกผมสมาชิกสภาผู้แทนพิจารณาก็เห็นชอบด้วย ฉะนั้น ลักษณะเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติแผนปฏิรูปประเทศ แม้กระทั่งการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยรัฐสภาในเมื่อวันนี้ไม่มีรูปแบบแบบนั้นอีกแล้ว ทฤษฎีกฎหมายก็บอกว่าจำเปึน ต้องใช้กฎหมายในการยกเลิกกฎหมายเราก็จึงจำเปึนครับที่จะต้องมีการยกเลิกบทบัญญัติ เหล่านี้ในร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
ประเด็นที่ ๓ เปึนประเด็นที่พูดกันเยอะที่สุด ก็คือประเด็นการมีส่วนร่วม ผมก็ไปพิจารณาดูว่าตกลงแล้วข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ ที่บอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องมาจาก สมาชิกของสภาเท่านั้น มันมาจากบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญข้อใด ในขณะเดียวกันไม่ว่า จะเปึนกฎหมายปฏิรูป ไม่ว่าจะเปึนการประชุมร่วม ไม่ว่าจะเปึนญัตติต่าง ๆ แม้กระทั่งที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่มีการตั้งกรรมาธิการก็ไม่เห็นมีแบบนี้เลย แล้วไปพบว่า รัฐธรรมนูญที่อาจจะใกล้เคียงที่สุดครับก็คือรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๗ วรรคสอง ที่บอกว่า การประชุมรัฐสภาให้นำบทบัญญัติที่ใช้แก่สภาทั้งสองมาใช้บังคับโดยอนุโลมเว้นแต่การตั้ง คณะกรรมาธิการซึ่งกรรมาธิการที่ต้องตั้งนั้นจะต้องมีจำนวนใกล้เคียงกับอัตราส่วนของ จำนวนสมาชิกของแต่ละสภา เอ๊ะจะมาจากข้อนี้ไหม แต่ถ้ามาจากข้อนี้แล้วทำไมเราตั้ง กรรมาธิการ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ที่ผ่านไป ก็มีคนนอกนี่นา แล้วถ้ามาจากข้อนี้ทำไมเราตั้งกรรมาธิการ พิจารณากฎหมายร่วมกันในการประชามติที่ผ่านไปก็มีคนนอกนี่นา ฉะนั้นในเมื่อทฤษฎี กฎหมายครับ บทบัญญัติของข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ นั้นไม่ได้อ้างอิงหรือระบุอย่างจำเพาะเจาะจง มาจากรัฐธรรมนูญเราก็แก้ได้ แต่ในขณะเดียวกันเราต้องเคารพครับว่ารัฐธรรมนูญที่สูงที่สุดนั้น คือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนที่เข้าชื่อเปึนผู้เสนอแม้กระทั่ง ประชาชนที่พวกผมรู้สึกว่าเขาเปึนเจ้าของประเด็นในการแก้ไขรายมาตราก็จำเปึน ผมขออนุญาต ต่อไปสั้น ๆ นิดเดียวครับ ขอใช้เวลาท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ไปงานแต่งงานเพื่อนสมาชิก จากพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนร่วมกัน ท่านเหลือ ๔ นาที ผมขอท่านแค่ ๒ นาทีครับ ท่านประธานครับก็ด้วยเหตุที่บอกอย่างไรครับว่าในเมื่อกฎหมายแม่บทก็ไม่ได้เขียนอย่าง จำเพาะเจาะจง แต่ข้อบังคับรัฐสภาของเราที่ร่างซึ่งต้องไปตรวจเจตนารมณ์กันตอนแก้ว่า ทำไมเราถึงระบุว่าเปึนสมาชิกเท่านั้นในเมื่อแบบนี้ก็แก้ได้นะครับ แล้วการแก้รอบนี้ Simplify หรือเรียบง่ายที่สุดครับ ท่านไม่ต้องห่วงนะครับว่าพวกผม ๔๔ คนจะเข้าไปมีส่วนในตรงนั้น แล้ววันดีคืนดีถูกตัดสิทธิ ท่านไม่ต้องห่วงหรอกนะครับว่าพวกคนที่เคยถูกตัดสิทธิมาแล้ว แต่ถ้าเขามีความรู้ความสามารถเขาถูกตัดสิทธิทางการเมืองแต่ไม่ได้ถูกตัดสิทธิความเปึน พลเมือง ท่านไม่ต้องห่วงหรอกครับพี่น้องประชาชนอีก ๕๐ ๖๐ ล้านคนในประเทศนี้ เขามี ความรู้ไม่ต่างกับพวกผมนะครับ ผมพูดถึงกฎหมายในป์าไม้ ผมบอกว่าโฉนดอะไร ชาวบ้าน บอกเขาอยู่มาก่อน แบบนี้หรือครับที่เรียกว่าเขาไม่รู้ ฉะนั้นในท้ายที่สุดผมคิดว่าไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ต่อการรับหลักการร่างข้อบังคับฉบับนี้ครับ และด้วยความเชื่อมั่นของผม ผมอธิษฐานอยู่เสมอ ไม่ได้อธิษฐานอยากจะมาเปึนสมาชิกสภาไม่ว่าสภาใดสภาหนึ่ง แต่อธิษฐานอยู่เสมอว่าเมื่อใต้ฟัา สีทองผ่องอำไพ ประชาชนต้องเปึนใหญ่ในแผ่นดิน ขอบคุณครับ