รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันศุกร์ที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากพรรคภูมิใจไทย จังหวัดนครพนม เรื่องที่ผมจะ หารือต่อไปนี้เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวง เรื่องขอขยายถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็น ๔ ช่องจราจร พร้อมติดตั้งไฟฟ้ำแสงสว่างริมถนนทางหลวง ด้วยปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ในด้านการคมนาคมและการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะถนนทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ จากอําเภอเมืองนครพนม อําเภอท่าอุเทน อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ไปอําเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย มีปริมาณรถสัญจรจํานวนมาก มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ ๓ กําลังก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณ ๑,๗๐๐ ล้านบาท มีด่านถาวร ด่านท่าเทียบเรือถึง ๓ ด่าน เพื่อส่งสินค้าไปประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน จึงทําให้เกิดอุบัติเหตุสูงบ่อยครั้ง เนื่องจากถนนดังกล่าวมีพื้นผิวจราจร ที่คับแคบและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการค้า ราษฎรได้ร้องเรียนมา ขอให้ได้ก่อสร้างขยายถนน ๔ ช่องจราจร ส่วนต่อขยายจากเขตเทศบาลตําบลบ้านแพง ไปตําบลไผ่ล้อม อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และส่วนต่อขยายไปสี่แยกบ้านดงบัง ตําบลดงบัง อําเภอบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย เพื่อรองรับด่านถาวรที่ตําบลไผ่ล้อม อําเภอบ้านแพง ที่สร้างไปแล้วถึง ๔๓ ล้านบาท และก่อสร้างถนนจากถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๒ ลงไปท่าเทียบเรืออีก ๓๐ ล้านบาท และขอให้ขยายถนน ๔ ช่องจราจร ส่วนต่อขยายจากเขตเทศบาลตําบลอาจสามารถ อําเภอเมือง จังหวัดนครพนม ไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ ๓ ที่ขาดอยู่ ๑,๒๐๐ เมตร และต่อขยายไปถึง เขตเทศบาลตําบลท่าอุเทน อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม และขอติดตั้งไฟฟ้ำแสงสว่าง ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ในเขตตําบลนาเข ตําบลโพนทอง ตําบลหนองแวง อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และขอติดตั้งไฟฟ้ำแสงสว่างริมถนนทางหลวง ในเขตตําบลพะทาย ตําบลหนองเทา ตําบลพนอม ตําบลไชยบุรี ตําบลท่าจําปา ตําบลโนนตาล อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ขอกราบขอบพระคุณมากครับ
เชิญคุณวิชัย ลํ้าสุทธิ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายวิชัย ลํ้าสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องโครงการขุดลอกคลองทับมา คลองนํ้าหู ตําบลทับมากับตําบลเนินพระ จังหวัดระยอง ปัจจุบันนี้ชาวบ้านที่ไปปลูกบ้าน บริเวณอําเภอเมือง จังหวัดระยอง มีสภาพซึ่งถมคลองนะครับ ซึ่งสมัยก่อนนั้นชาวบ้าน ได้ทํานา แล้วตอนนี้จังหวัดระยองช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจได้เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ก็เลยได้ทําจากนาถมให้สร้างหมู่บ้านจัดสรร ปัจจุบันก็ทําบ้านจัดสรรเกือบครบแล้วนะครับ ก็เหลือคลองอยู่นิดเดียว ตรงนี้คลองนํ้าหูซึ่งไปออกทะเลก็เหลือคลองประมาณสัก ๒ เมตร ก็หารือท่านประธานให้ฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ โดยเฉพาะ กรมชลประทานซึ่งเป็นโครงการที่ขุดลอกคลองทับมาไปคลองนํ้าหูเพื่อออกทะเลให้ตั้ง เครื่องสูบนํ้าให้ด้วยนะครับ เพราะว่าถึงเวลาหน้าฝนทีไรก็นํ้าท่วมเป็นประจําทุกปี ก็ฝากกรมชลประทานดําเนินการระยะสั้น ก็คือตั้งเครื่องสูบนํ้าไปออกทะเลไว้ก่อนนะครับ ระยะยาวคงต้องทําคลองไส้หลอดซึ่งเป็นคลองไก่ออกไปทางคลองนํ้าหูเพื่อจะได้ผันนํ้าไป ให้กับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในการใช้นํ้า เพราะว่าถ้าเราเทนํ้าออกไปลงทะเลเลย มันก็จะเอานํ้าเสียจากทางด้านนี้ไป ก็ให้ผันนํ้าไปเข้าที่คลองนํ้าหูมีเครื่องกรองนํ้าเพื่อเอา นํ้าไปใช้ในนิคมอุตสาหกรรมได้ ก็ขอฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุมลครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานรัฐสภา ด้วยดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากคนเมืองเพชรเกี่ยวกับการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า อบต. ดิฉันไม่ทราบว่า อบต. นั้นได้รับงบประมาณเหลือเฟือหรืออย่างไร ในการที่ในหมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านเขามีถนนที่เป็นปูนซีเมนต์อย่างดี มีระบบระบายนํ้า อย่างดี เป็นบ้านจัดสรรคนจึงซื้อบ้านจัดสรร แต่ปรากฏว่า อบต. ได้ใช้ยางมะตอยไปลาด ทับบนถนนปูนในหมู่บ้าน ซึ่งดิฉันว่างบประมาณของรัฐบาลเยอะมากหรืออย่างไร ในขณะที่ถนนลูกรังเยอะแยะเลยไม่เอาไปลาด ซึ่งทําให้เกิดความเดือดร้อนในหมู่บ้าน เพราะเกิดถนนต่างระดับเป็นที่นํ้าขัง แล้วก็ทําให้การสัญจรภายในหมู่บ้านซึ่งเขาอยู่ดี ๆ อยู่แล้วกลับลําบาก เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทยว่า มีงบเหลือเฟือหรืออย่างไร ไม่อย่างนั้นก็ไม่ควรจะกู้เงินจํานวนมากมายมหาศาล สิ่งที่ควร ทําไม่ทํา ไม่ควรทํากลับไปทํา ซึ่งชาวบ้านไม่ต้องการเลย ดิฉันจึงอยากจะฝากท่านไป กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย ขอบคุณค่ะ
ต่อไป ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ
ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วนจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกือบทุกพรรคการเมืองได้พร้อมใจกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับหนึ่ง เพื่อยกเลิกที่ดินหวงห้ามของทางราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อที่จะจัดสรรให้ ราษฎรซึ่งทํากินอยู่แล้วได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ปรากฏว่ารัฐบาลขอรับไปพิจารณา ๖๐ วัน ในขณะนี้ต่างจังหวัดเกือบทั่วทั้งประเทศที่มีปัญหากฤษฎีกาออกทับที่ดินที่ราษฎร ถือครองอยู่ถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทั้งฝ่ายปกครอง ทั้งฝ่ายทหาร ตรวจจับเดือดร้อนกัน ทั่วทุกหย่อมหญ้า ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลว่าการที่รับไป พิจารณาก่อนเสนอกลับสู่สภา ๖๐ วันนั้น ในทางปฏิบัติโดยความเป็นจริงอาจจะ ไม่จําเป็นต้องใช้เวลาถึง ๖๐ วันก็น่าจะได้ อันไหนที่ราษฎรเดือดร้อนน่าจะเร่งรัดให้มี การดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งเป็น กฎหมายฉบับที่มี ส.ส. จากทุกพรรคการเมืองเสนอไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหาที่ดินทํากินของราษฎรนั้นได้ประมวลออกมาว่ามีพระราชกฤษฎีกาประกาศสงวน ที่ดินของราษฎรทั่วทั้งประเทศหลายสิบจังหวัดทีเดียว แล้วหลังจากที่ ส.ส. ได้เสนอกฎหมาย เข้าสภาก็เกิดการตื่นตัวเป็นการใหญ่ ยิ่งพอรัฐบาลรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วัน การตรวจ กวดขัน จับกุม ก็ยิ่งกระทํากันอย่างถี่ยิบเลยเพิ่มความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการพิจารณาไม่จําเป็นต้องถึง ๖๐ วัน น่าจะส่งคืนกลับสภาเพื่อสภาจะได้ดําเนินการในลําดับต่อ ๆ ไป ขอขอบคุณครับ
ต่อไปคุณสามารถ พิริยะปัญญาพร
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีเรื่องหารือกับท่าน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งล่าสุดทาง กระทรวงพาณิชย์ได้มีการปรับเปลี่ยนสูตรในการคํานวณราคาอ้างอิงซึ่งตรงกับความเป็นจริง มากที่สุด ซึ่งจะใช้ในอนาคตได้ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่คราวนี้ประชาชนที่ใช้สิทธิ ชาวนา ที่ใช้สิทธิ ก่อนวันที่ ๒๖ เมษายนนี่ยังใช้สูตรเดิมก็คือได้ส่วนต่างเพียงแค่ ๘๐๐-๙๐๐ บาท แต่หลังจากที่เปลี่ยนสูตรแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายนเป็นต้นมา ผลต่าง ส่วนต่าง ต่างกันได้ถึง ๒,๗๙๐ บาท และวันนี้ก็ ๒,๗๐๐ กว่าบาท ก็มีชาวนาฝากขอให้รัฐบาลช่วย ชดเชยย้อนหลังให้ เพราะว่ามันเป็ นความผิดในการคิดสูตรคํานวณของรัฐบาล เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทางนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติช่วยย้อนหลังให้กับชาวนาที่ได้ใช้สิทธิก่อนวันที่ ๒๖ เมษายน เพื่อความเป็นธรรม แล้วเรื่องของการที่ ธ.ก.ส. จ่ายเงินส่วนต่างก็ขอให้จ่ายโดยเร็วนะครับ เพราะว่าบางพื้นที่นั้น ได้ร้องเรียนมาว่าจ่ายช้ามาก ขอฝากทางรัฐบาลช่วยพิจารณาด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องที่สอง เรื่องของแผนปรองดองแห่งชาติ ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ ผมขอสนับสนุนแล้วก็ขอชื่นชมนายกรัฐมนตรีอย่างสูงนะครับ เหมือนกับ ที่นิตยสารไทม์ (TIME) ของประเทศอังกฤษเชิดชูท่านเป็นรัฐบุรุษ ผมก็คิดตรงกันนะครับ เพราะผมคิดว่าทันทีที่ท่านประกาศนั้นสถานการณ์บ้านเมืองดูสงบลงเยอะทีเดียว เหลือเพียงแต่ผู้ชุมนุมที่จะประกาศยุติการชุมนุมเมื่อไร วันนี้นายกรัฐมนตรีได้ปูพรมแดง ให้ท่านอย่างเต็มที่เพื่อความสมานฉันท์ แล้วก็นายกรัฐมนตรีเป็นคนที่รู้ข้อมูลมากที่สุด ในการตัดสินใจครั้งนี้ ก็ฝากประชาชนทุกคนช่วยเข้าใจในการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี เพื่อความสงบสุขของประเทศอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ
ต่อไปก็เรียนเชิญท่านเจตน์ ศิรธรานนท์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ งบโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขก้อนที่กระตุ้น เศรษฐกิจ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ไปเพียง ๑๑,๕๑๕ ล้านบาท เท่านั้น แล้วก็ในงบที่เพิ่มขึ้นมาตอนหลัง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เพิ่มเพียง ๓,๔๕๕ ล้านบาท รวมกันแล้วก็ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อยมาก จริง ๆ กระทรวงสาธารณสุข ได้งบโครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมด ๘๖,๖๘๕ ล้านบาท หักออกไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือ ๗๑,๗๐๐ ล้านบาท และเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศยกเลิก พระราชบัญญัติกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขก็เลยไม่ได้เงินในส่วน ที่เหลือเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้คือปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขค่อนข้างมาก ท่านประธานครับ เมื่อสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยตั้งงบเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ไว้ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วก็ยกเลิกไป แล้วก็สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร ตั้งไว้ ๓๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ยกเลิกไป สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีสมชายก็ตั้งไว้ ๑๐๙,๒๐๕ ล้านบาทก็ยกเลิกไปอีก เพราะฉะนั้นคราวนี้ก็เหมือนกับกระทรวงสาธารณสุข ผิดหวังซํ้าซาก การทํางานสนองนโยบายของรัฐในเรื่องของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า มีความจําเป็นจะต้องใช้งบประมาณเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้งบประมาณปีละ ๑,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทในการก่อสร้างอาคาร เท่านั้นเองซึ่งถือว่าน้อย ตรงนี้อยากจะฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง แล้วก็ท่านผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยว่าในกรณีนี้ขอให้ช่วยให้มีงบลงทุน ของกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขึ้น เพราะว่าในงบประมาณปกติของปี ๒๕๕๔ กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้เพิ่มแต่อย่างใด ได้เพียง ๘๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท จาก ๒.๐๗ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาของกระทรวงสาธารณสุข ในการทํางานค่อนข้างมากครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณนิยม วรปัญญา
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี สมาชิกรัฐสภา ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรขอให้นําความขึ้นมากราบเรียนหารือท่านประธาน เรื่องความเดือดร้อน
๑. ถนนจํานวน ๔๐ สายที่ประสบภัยพิบัติยังไม่ได้ทําการซ่อม
๒. แหล่งนํ้าอีก ๒๐ คลองยังไม่ได้ทําการซ่อมบํารุงตั้งแต่สมัยประสบภัยพิบัติ ขอให้กรมป้ องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งสํารวจแล้วก็แก้ไขซ่อมบํารุงให้ครับ
๓. ขอให้ ส.ป.ก. เร่งออก ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่กําลังดําเนินการอยู่ให้กับราษฎร ในจังหวัดลพบุรี
๔. ขอให้ประกาศเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินที่ยังค้างอยู่อีกจํานวนมากของ จังหวัดลพบุรี
๕. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เร่งผลิตกล้าไม้ให้กับราษฎรเพื่อจะได้ไปปลูกป้ องกันภัยแล้ง แล้วก็โลกร้อน ภาวะเรือนกระจก
๖. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งให้วิทยาลัยเกษตรกรรมทั่วประเทศ เร่งผลิตกล้าไม้ แล้วก็ปุ๋ ยอินทรีย์ช่วยเกษตรกร เพราะว่าวิทยาลัยเกษตรกรรมนี่ได้ผล มากครับที่ทําที่ผ่าน ๆ มา รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ก็เป็นผู้ที่นําร่องตลอดเวลา
๗. ขอให้วิทยาลัยทุกวิทยาลัยผลิตกล้าไม้ต่าง ๆ และพันธุ์พืชไม้มาช่วย แจกจ่ายราษฎรเพื่อป้ องกันโลกร้อนภาวะเรือนกระจกกับภัยพิบัติที่จะเกิดจากนํ้าท่วม ผมมีรายละเอียดเป็นหนังสือที่จะส่งท่านประธานครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ครับต่อไปคุณองอาจ วงษ์ประยูร
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่จังหวัดสระบุรีครับท่านประธาน ปัญหาที่สําคัญที่พี่น้องเกษตรกรในจังหวัดสระบุรีที่ประสบอยู่ก็คือปัญหาภัยแล้งนะครับ และปัญหาเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาล ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานมีโอกาส ได้ดูหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับเมื่อวานนะครับ หน้า ๑ ลงพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดสระบุรี ยกมือไหว้ท่วมหัวขอนํ้าท่ามกลางดินแตกระแหงในอําเภอดอนพุด เขาอยากได้นํ้า พอดีทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี โดยนายกเฉลิม วงษ์ไพร ได้ส่งเครื่องสูบนํ้า ๔-๕ เครื่องไปให้ แต่ว่าก็ไม่มีนํ้าเพราะว่าชลประทานไม่ได้ปล่อยนํ้าไปบริเวณอําเภอดอนพุด ก็เดือดร้อนจริง ๆ ครับท่านประธานครับ
สําหรับปัญหาอีกปัญหาหนึ่งของพี่น้องเกษตรกรจังหวัดสระบุรี นอกเหนือจากภัยแล้งแล้วเป็นปัญหาเพลี้ยกระโดดได้ลุกลามอาละวาดไปในหลายอําเภอ ล่าสุดเมื่อเช้านี้พี่น้องเกษตรกรที่อําเภอเสาไห้ก็โทรมาบอกว่าโดนเพลี้ยกระโดดเข้าไป อาละวาดเป็นพัน ๆ ไร่นะครับ ถ้าท่านประธานจําได้เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วผมได้หารือ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องปัญหาภัยแล้งในจังหวัดสระบุรีและปัญหาเพลี้ยกระโดด ที่อาละวาดอยู่ในจังหวัดสระบุรีหลายอําเภอ ท่านประธานให้ผมหารือแต่ไม่ได้มีการบันทึก เมื่อไม่ได้มีการบันทึกก็ไม่ทราบว่ามีการส่งเรื่องไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบ หรือเปล่า ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไขโดยเร่งด่วนครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพได้โปรดเร่งรัดผลักดันผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดสระบุรีด้วยครับ ท่านประธานครับ ตอนนี้เดือดร้อน จริง ๆ ครับ กราบขอบคุณครับ
สภายินดีตอนรับผู้เข้าอบรมโครงการ ยุวชน กทม. รักษ์โลก รักษ์พลังงาน รุ่นที่ ๔ ซึ่งคณะกรรมาธิการการพลังงานของวุฒิสภา ได้จัดสัมมนาด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปท่านประสงค์ นุรักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและปฏิบัติหน้าที่ผู้แทน ปวงชนชาวไทยครับท่านประธานที่เคารพ ผมขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างมาก ที่ท่านไม่อนุมัติให้คณะใดคณะหนึ่งเดินทางไปประชุมต่างประเทศ คงจะเป็นด้วยเหตุผล ที่ว่าเป็นการประหยัดเงินและเป็นการรักษาประโยชน์กลัวจะไม่คุ้มค่าในการเดินทาง ซึ่งจะ มีผมร่วมอยู่ในคณะนั้นด้วยแต่เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ
เรื่องที่มีความสําคัญอีกประการหนึ่งครับ เรื่องที่ท่านสมาชิกได้พูดขึ้นมา ส่วนหนึ่งเมื่อตะกี้นี้เกี่ยวกับภัยแล้งและเกี่ยวกับการตัดไม้ทําลายป่าของประเทศไทย กระผมและท่าน ส.ว. สนธยา แสงเภา ได้เดินทางไปในทุกพื้นที่ในฐานะคณะกรรมาธิการ การทหารของวุฒิสภาเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ สิ่งหนึ่งที่ผมได้พบเห็น มาตลอดคือเรื่องการตัดไม้ทําลายป่าที่มีความร้ายแรงอย่างมาก ผมมีความเข้าใจว่า ข้าราชการของรัฐจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทําเช่นนั้นด้วย และการตัดไม้ทําลายป่านี้ จะเป็นเหตุผลสําคัญมากที่ทําให้เกิดภัยแล้งในขณะนี้และเป็นเหตุที่จะไม่ทําให้ฝนตก ในพื้นที่ประเทศไทยอีกเป็นเวลานานครับท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าบุคคลใดก็ตามแต่ ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องการตัดไม้ทําลายป่านี้เป็นการทําลายบ้านเมืองอย่างแสนสาหัส ผมถือว่าเป็นฆาตกรอนาคต เป็นกบฏต่อธรรมชาติ และเป็นทรราชต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาล จะต้องมีความจริงจังถึงวาระหนึ่งอาจจะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อให้ดําเนินการ หยุดยั้งการทํางานในลักษณะของการทําลายป่าให้หมดสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้ท่านได้ใช้อํานาจของท่านและใช้บารมีของท่านดําเนินการเถอะครับ รักษาอนาคต ของประเทศชาติไว้ให้ลูกหลานได้อยู่กันอย่างมีความสุขเช่นที่เราอยากจะเห็น ขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ
ต่อไปท่านคมเดช ไชยศิวามงคล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ อยากนําเสนอปัญหาบ้านเมืองไว้สัก ๒-๓ เรื่องด้วยกัน
ประเด็นแรก ก็ขอสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปรองดองของ ประเทศ เพราะว่าประเทศเรามีปัญหาบอบชํ้ามามาก ต้องการให้แก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วน เพราะว่าสถานการณ์ภายในประเทศส่วนหนึ่ง สถานการณ์ต่างประเทศ ส่วนหนึ่ง ไม่ว่าทางยูเอ็น (UN) องค์การสหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน (ASEAN) พร้อมทั้งศาลโลก ถ้าเราแก้ไขปัญหาไม่ได้ตรงนี้ต่างชาติก็จะเข้ามาใน ประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นควรดําเนินการจัดการข้อขัดแย้งให้เร็วที่สุด
ประเด็นที่สอง ถ้ายังแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งไม่ได้ อยากกราบเรียน ท่านประธานเสนอไปทางศาลรัฐธรรมนูญช่วยแก้ไขปัญหาให้ประเทศด้วย เพราะว่าอดีต ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญก็เคยแก้ไขปัญหาในส่วนนี้จากการที่พรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรคไป ในขั้นตอนในแนวทางเดียวกันของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูก กกต. ยื่นยุบพรรค ไม่ว่าเงิน ๒๕๘ ล้านบาทหรือ ๒๙ ล้านบาท ถ้ามันแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ฝากไปทางองค์กร ศาลรัฐธรรมนูญช่วยเร่งหรือย่นระยะเวลาเข้ามาเพื่อการตัดสิน จะยุบหรือไม่ยุบก็ช่าง ขอให้ย่นเวลาเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประเทศในโอกาสต่อไป
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณอรรถพร พลบุตร
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานหารือ ๒ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก เป็ นการหารือซํ้า ๓ ครั้ง นั่นก็คือปัญหาเรื่องเงินชดเชย หอยแมลงภู่ของอําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จํานวนประมาณ ๑๑ ล้านบาท ได้เกิดความเสียหายขึ้นและได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติประมาณครึ่งปีแล้วครับ แล้วก็ได้รับการอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธีระ วงศ์สมุทร ที่ช่วยผลักดันจนกระทั่งขณะนี้เงินชดเชยได้ถูกนําเสนอมาถึง สํานักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ก็รอเพียงการลงนามของปลัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อจะส่งไปรับงบประมาณจากสํานักงบประมาณต่อไป ก็อยากจะขอสื่อผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ให้เร่งผลักดันลงนาม เพื่อที่จะได้จัดเงินชดเชยไปตอบสนองต่อความเดือดร้อน ของพี่น้องอําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีครับ
เรื่องที่สอง เป็นปัญหาการขาดแคลนนํ้าประปาในพื้นที่ตําบลวังตะโก อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็ นส่วนหนึ่งของเทศบาลตําบลหัวสะพาน ตําบลหัวสะพานมีระบบนํ้าประปาของตนเอง แต่ปัจจุบันนี้เมื่อเทศบาลขยายพื้นที่ ไปรวมกับตําบลวังตะโกก็ทําให้หลายหมู่บ้านนํ้าประปาไม่พอใช้และบางพื้นที่ไม่มีนํ้าใช้เลย แม้ว่าจะอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรีเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้นเอง ผมได้เคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้ขอให้เพิ่มงบประมาณขยายระบบผลิตนํ้าประปาหมู่บ้านของเทศบาล ตําบลหัวสะพาน ซึ่งใช้เงินเพียง ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง เพื่อให้ปริมาณ นํ้าประปาที่มีคุณภาพสามารถที่จะกระจายไปอย่างทั่วถึงแล้วก็เท่าเทียมกันทุกหมู่บ้าน ใน ๒ ตําบลแห่งนี้ จึงขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องไปยังกระทรวงมหาดไทยได้โปรด สนับสนุนงบประมาณผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลตําบลหัวสะพาน งบประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อขยายเขตประปาในพื้นที่ตําบลวังตะโกให้ชาวบ้าน ได้มีความเท่าเทียมกันในชีวิต ขอกราบขอบพระคุณครับ
เรียนเชิญ พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ เชิญครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการรักษาระเบียบวินัย และการเคารพกฎหมาย ท่านประธานครับ จุดอ่อนของคนไทยซึ่งถูกค้นพบมาตั้งแต่ สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ จบใหม่ ๆ ของผู้นําประเทศสมัยนั้น ก็คือความไม่มีวินัยและ ความขยันขันแข็งของชนในชาติยังอยู่ในจุดอ่อนอยู่ รัฐบาลในสมัยนั้นก็ได้มีการรณรงค์ อย่างกว้างขวางเพื่อให้ชนในชาติสร้างวินัย ถ้าสมมุติว่าคนในชาติไม่มีวินัย การเคารพ กฎหมายจะเป็นสิ่งที่ทําได้ยาก ปัญหาความวุ่นวายของประเทศเราที่ประสบอยู่ทุกวันนี้นะครับ ถ้าเผื่อถามฝรั่งให้เขาวิเคราะห์ดู เขาตอบได้อย่างเดียวว่าทั้งหมดเกิดขึ้นจากการที่ ชนในชาตินั้นไม่เคารพกฎหมาย ก็ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ช่วยกรุณาประสานกับ ทางรัฐบาลให้ช่วยกันรณรงค์สร้างวินัยของชนในชาติขึ้นมาก่อน ขอให้สมาชิกรัฐสภา ทุกท่านในฐานะที่ท่านเป็นฝ่ำยนิติบัญญัติ ท่านจะต้องทําตัวเป็นตัวอย่างในเรื่อง การเคารพกฎหมาย ระบอบประชาธิปไตยถ้าสมมุติว่าไม่มีการเคารพกฎหมายมันก็เป็น อย่างที่ว่านะครับก็คืออนาธิปไตยชัด ๆ เรื่องนี้เราไม่ต้องไปวิเคราะห์วิจัยอะไรกันมาก ก็กราบเรียนมาขอให้ท่านประธานเป็นตัวอย่างที่ดีในการรักษาระเบียบวินัยนะครับ ท่านเข้าเปิดประชุมตรงเวลา ผมขอกราบเรียนให้สมาชิกรัฐสภาทุกท่านช่วยกันรักษา ระเบียบวินัยในการประชุมโดยการเข้าประชุมอย่างน้อยให้ตรงเวลา เพราะเป็นบันได ขั้นแรก ขั้นต่อไปก็คือจะต้องช่วยกันรณรงค์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล ซึ่งคุมกระทรวงศึกษาธิการอยู่อย่าไปหลงตกประเด็นจะให้เด็กและเยาวชนมาใฝ่ฝัน หรือว่าเป็นประชาธิปไตย เขาเป็นอยู่แล้วนะครับ ขณะนี้โรงเรียนต่าง ๆ ก็มีการเลือกตั้ง สภานักเรียนกันอยู่ ขอให้รณรงค์ให้เด็กมีวินัยและรู้จักเคารพกฎหมาย และขอให้ ประชาสัมพันธ์เรื่องความสําคัญของการเคารพกฎหมายอย่างกว้างขวางครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปคุณสุชาติ ลายนํ้าเงิน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบขอบคุณท่านประธานครับที่ให้หารือ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องอยู่ประมาณ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ฝากไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องราคาข้าวภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านประธานครับ วันนี้ชาวนาแทบนํ้าตาตกเพราะเขาเกี่ยวข้าวราคาไม่คุ้มทุน วันนี้รัฐบาล ประกันไว้ ๑๐,๐๐๐ บาทแต่พ่อค้าซื้ออยู่แค่ ๕,๐๐๐ บาท ๕,๔๐๐ บาท ล่าสุดพอฝนตกมา เหลืออยู่ ๕,๓๐๐ บาท ๕,๒๐๐ บาท ราคาทุนยังไม่ได้ รัฐบาลหาทางแก้ไขหน่อยครับ เพราะว่าวันนี้รัฐบาลบอกเศรษฐกิจเริ่มดีแต่ชาวนากําลังเริ่มจะตายลงทุกวัน ๆ ครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องยาเสพติด รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดไว้ ในนโยบาย แต่วันนี้ท่านประธานลองดูครับ วันนี้ในกรุงเทพมหานครหาซื้อได้ง่ายเหลือเกิน วันก่อนตํารวจจับได้ในกรุงเทพฯ เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ เม็ด เอาจังหวัดลพบุรีของผมไม่ต้องพูดถึง หน้าบ้านผู้แทนราษฎรยังมียาบ้าไปขายเลย ฝากนโยบายของรัฐบาลให้มันชัดเจนเรื่องการปราบปรามยาเสพติด วันนี้ประชาชน คนไทยวัยรุ่นลูกหลานจะเลี้ยงอย่างไรเลี้ยงไม่ให้ลูกติดยาเสพติดรู้สึกจะยากเหลือเกินครับ ท่านประธาน
เรื่องที่ ๓ เรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พี่น้องภาคใต้ของผม แทบนอนไม่หลับ เดี๋ยวนี้ตายเป็นว่าเล่นทุกวัน ๆ นโยบายรัฐบาลมีไว้ชัดเจนครับ เรื่องแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานอย่าลืมนโยบายที่ว่าจะไม่มี การตายเกิดขึ้นกับพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้พี่น้องออกไปกรีดยางก็โดนฆ่า โดนปาดคอ แล้วประเทศนี้มันจะอยู่กันอย่างไรครับท่านประธาน ฝากหารือไว้ ๓ เรื่อง ขอบคุณมากครับ
ต่อไปคุณขยัน วิพรหมชัย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนในจังหวัดลําพูน
เรื่องที่ ๑ ขอสร้างแก้มลิงเก็บนํ้า หมู่ที่ ๒ ตําบลป่ำภู ซึ่งมีอ่างเก็บนํ้า ธรรมชาติอยู่แล้ว
เรื่องที่ ๒ กรมชลประทานได้ขุดลอกลํานํ้าลี้ ที่ตําบลป่าภู และได้เอาทราย ไปกองไว้ริมตลิ่งหากฝนตกนํ้าท่วมทรายก็จะไหลลงลํานํ้าลี้อีกทําให้มีการขุดซํ้าซากและ เสียงบประมาณทุก ๆ ปี
เรื่องที่ ๓ ราคากะหลํ่าปลีในตําบลป่าไผ่ อําเภอลี้ ราคาตกตํ่าขณะนี้ กิโลกรัมละ ๒ บาท ชาวบ้านเขาบอกผมว่าเหตุผลจากการชุมนุมประท้วงที่กรุงเทพมหานคร
เรื่องที่ ๔ ขอติดตามกรมทรัพยากรนํ้า โครงการก่อสร้างระบบชลประทาน ลุ่มแม่นํ้าลี้ในเขตอําเภอบ้านโฮ่งและเขตอําเภอลี้
เรื่องที่ ๕ ของบประมาณก่อสร้างระบบประปาในพื้นที่บ้านสมปะ ตําบลริมปิง อําเภอเมือง บ้านนํ้าดิบ ตําบลนํ้าดิบ อําเภอป่าซาง บ้านนาทรายสามหลัง ตําบลนาทราย อําเภอลี้ บ้านโฮ่ง ตําบลลี้ บ้านห้วยทรายขาว ตําบลแม่ลาน อําเภอลี้
เรื่องที่ ๖ ขอติดตามทีดีอาร์ไอ (TDRI) ได้ไปศึกษาโครงการประกันรายได้ เกษตรกรสําหรับชาวสวนลําไย ซึ่งไม่กี่เดือนลําไยก็จะออกแล้ว
เรื่องที่ ๗ ขอกระทรวงการคลังเร่งรัดแนวทางการปฏิบัติในการลดหนี้ เกษตรกรในระบบ โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นหนี้ธนาคารของรัฐ ซึ่งมติ ครม. ได้อนุมัติไป เมื่อวันที่ ๗ เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้พี่น้องชาวบ้านเขารอความหวังจากรัฐบาลภายใต้ การนําของท่านนายกรัฐมนตรีในการที่จะลดหนี้เกษตรกร
เรื่องสุดท้าย ขอกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งรัดการจัดสรรงบประมาณไปให้จังหวัดลําพูนในการสงเคราะห์กรณีผู้เสียชีวิต ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ขณะนี้กําลังรอการจ่ายอีกประมาณ ๑,๐๐๐ คนครับท่านประธาน
เชิญท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา ภาควิชาการ ท่านประธานครับ โรดแมพ (Roadmap) ๕ ข้อเพื่อความปรองดองของนายกรัฐมนตรี อาจจะยุติความรุนแรงเฉพาะหน้าได้ชั่วคราว แต่ก็จะนําไปสู่การเผชิญหน้าที่เป็น ความรุนแรงระยะยาว ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าคู่ขัดแย้งของรัฐบาลไม่ใช่กลุ่มชนที่มีวุฒิภาวะ ไม่ใช่ผู้ที่มีสติเพียงพอที่จะเคลื่อนไหว รัฐบาลเองก็ได้ชี้ชัดออกมาแล้วว่าเป็นกลุ่ม ก่อการร้าย เป็นกลุ่มที่ไร้สติ และเป็นกลุ่มที่ไม่อาจจะใช้เหตุผลในการพูดคุยเจรจาได้ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าในระยะต่อจากนี้ไป ๔ เดือนหรือ ๖ เดือนก็ตาม เกียร์ว่างก็จะว่างมากยิ่งกว่าที่ผ่านมา เพราะไม่แน่ใจว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล
ท่านประสารครับ มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไร ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วง ผู้ที่อภิปรายอย่าไปใส่ร้ายป้ำยสี คุณรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนก่อการร้าย คุณพูดตอนนี้ มันเป็นการปรองดอง คุณมาจากการสรรหานี่ ความจริงผมไม่ได้อยากว่าหรอก แต่คุณมา จากการสรรหาไม่ได้มาจากประชาชนนี่ คุณอย่าไปต่อว่าประชาชน ถ้าคุณแน่จริงคุณก็ไป ลงเลือกตั้งสิครับ
พอแล้วครับ ต่อเลยครับคุณประสาร เอาพอหอมปากหอมคอครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ในระยะเวลาจากนี้ไปอย่างไรก็ตามผมให้กําลังใจนายกรัฐมนตรีเพราะผมถือว่า นายกรัฐมนตรีได้บวก ลบ คูณ หาร แล้วก็ตัดสินใจโดยคิดว่าเป็นวิถีทางหรือทางเลือก ที่ดีที่สุดเท่าที่สามารถจะตัดสินใจรักษาเลือดเนื้อ ชีวิต เพื่อที่จะให้เกิดการแก้ไขปัญหา ระยะยาว แต่ว่าระยะยาวที่จะเกิดขึ้นนอกจากปัญหาเกียร์ว่าง มะเขือเทศก็จะกลายเป็น มะเขือขื่น แตงโมก็ยังเป็นแตงโมที่เน่าอยู่ ผมขอเรียนผ่านท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรี ก็คือว่าจะต้องก้าวข้ามปัญหาอดีตนายกรัฐมนตรี ก้าวข้ามปัญหาพรรคการเมือง ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปสู่ปัญหาความยากจนของประเทศ ความยากจนตรงนี้ ไม่ใช่เฉพาะทรัพย์สินเท่านั้น แต่คือความยากจนในสิทธิและในทรัพย์สินด้วย คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยต้องเป็นสิ่งที่รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะแสดงให้ปรากฏ อย่างเข้มข้นจริงจังต่อเนื่อง จึงจะสามารถคลี่คลายความรู้สึกหรือชีวิตจิตใจของพี่น้อง ประชาชนได้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพอย่างยิ่ง กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิก รัฐสภา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ในขณะนี้ปัญหาที่รัฐบาลได้ทํามา โดยเฉพาะในเรื่องของการประกันรายได้ ซึ่งเป็ นเรื่องของการประกันรายได้ของ ภาคเกษตรกร ก็คือรายได้ของพี่น้องประชาชนเกษตรกรจากราคาข้าว ราคามัน ราคาอะไรก็ตามแต่ที่เป็นพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวนั้นต้องขออนุญาต กราบเรียนว่า รัฐบาลได้ยอมรับว่าได้ใช้ราคาอ้างอิงที่ผิดพลาดและไม่ตรงความเป็นจริง แล้วก็ดําเนินการในการแก้ไข เพราะฉะนั้นขออนุญาตท่านประธานครับ ในการที่จะแก้ไข ใช้วันที่ ๒๖ เมษายนเป็นต้นมา ขออนุญาตกราบเรียนว่ารัฐบาลได้ใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องขอย้อนรายได้ทั้งหมดจากครั้งแรกที่รัฐบาลได้ทําเอาไว้ เพราะว่า นั่นคือความผิดพลาดที่รัฐบาลทํา เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งเหล่านี้รัฐบาลต้องทบทวนและดําเนินการ เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชน คงไม่ยอม
อีกเช่นเดียวกัน เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนเขาบอกว่าเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลทีไรนํ้าก็จะไม่มีทํานา ราคาข้าวก็จะตก ท่านว่าจริงหรือไม่จริง ย้อนหลังลองดู พี่น้องประชาชนเขาบอกว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนครับว่าการที่นํ้า ไม่มีทํานาไม่ใช่ปัญหาแห้งแล้งอย่างเดียว แต่ว่าปัญหาสืบเนื่องจากราคาข้าวไม่สามารถ แก้ได้ แล้วราคาข้าวมันตกตํ่าทําให้ต้องปิดนํ้าในการทําการเกษตร สิ่งเหล่านี้ถือว่า เป็นความล้มเหลวของการบริหารประเทศของประเทศไทย เพราะฉะนั้นขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ ขอให้แก้ไขนะครับ นํ้ามีนะครับ ขออนุญาตนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณธวัชชัย อนามพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยงบไปแก้ปัญหาผลไม้จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด ๑๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ผ่านไปแล้วนะครับ แต่ไม่รู้ติดตรงไหน ผลไม้ก็ลงเอา ๆ อยากฝากท่านประธานให้ช่วยตามให้หน่อยนะครับ ตอนนี้เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่จังหวัดจันทบุรีอร่อยมากเลยแต่ลงเร็วเหลือเกิน
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านอนันต์ วรธิติพงศ์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือเกี่ยวกับเรื่องได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีโทรทัศน์คลื่นแทรก ท่านประธานครับ โทรทัศน์คลื่นแทรกขณะนี้ก็เหมือนวิทยุชุมชน ซึ่งผมขอเรียกว่าเป็น โทรทัศน์ชุมชนเกิดขึ้นแล้วนะครับ เริ่มมีมากขึ้นแล้ว ลงทุนเพียง ๒๕๐,๐๐๐ บาท เท่านั้นเองก็สามารถจะแพร่ภาพออกอากาศเป็นโทรทัศน์ได้แล้ว ผมจึงกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับว่าต้องลงมาดูแลเรื่องนี้โดยด่วน อย่าปล่อยให้มี จํานวนมากขึ้นจนเหมือนวิทยุชุมชนแล้วไม่สามารถจะควบคุมได้ ปัจจุบันการควบคุม กิจการวิทยุและโทรทัศน์เป็นหน้าที่ของ กสช. ซึ่งเรายังไม่มี กสช. เพราะฉะนั้นรัฐบาล จะต้องรับไปเต็ม ๆ ไปแก้ไขปัญหานี้ ป้ องกันปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้น เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ประชาชนรอคอยการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบใหม่ก็คือ ๓ จี (3G) แล้วก็การใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงคือบอร์ด แบนด์ (Board band) ไร้สาย แต่ว่า กทช. ยังไม่สามารถออกใบอนุญาต ๓ จีได้ ทราบมาว่า กทช. ได้รับการร้องขอ หรือประสานจากรัฐบาลให้รอจนกว่าจะมีการแปรสัญญาร่วมการงานระหว่างเอกชนกับรัฐ เสียก่อนจึงจะออกใบอนุญาต ซึ่งผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ ขอเรียนผ่านไปยังรัฐบาลว่า มันไม่เกี่ยวข้องกันคือ การแปรสัญญาก็แปรสัญญาถ้าจะมี ส่วนการออกใบอนุญาตคือ การออกใบอนุญาตเพื่อประชาชน เพื่อเป็นทางออกของประชาชน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับ ประชาชน และเพื่อเป็นการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังหมู่บ้านและชุมชนโดยเร็ว โรงเรียน นักเรียนที่อยู่ในชนบทจะได้มีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในการศึกษาและ หาข้อมูลได้ จะได้เทียบเท่าและเท่าเทียมกับโรงเรียนและนักเรียนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะปรึกษาท่านประธาน เรื่องปัญหาของพี่น้อง โดยเฉพาะ ปัญหาภัยแล้ง ท่านประธานครับ ปีนี้ครบ ๕ ปีที่เอลนิโน (El nino) ที่จะเกิดปรากฏการณ์ รัฐบาลต้องมีมาตรการ วันนี้รัฐบาลไม่มีมาตรการอะไรเลยเท่าที่เห็น ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่จะคุกคามความมั่นคง มากกว่ากลุ่มชุมนุมที่ชุมนุมอยู่ ท่านต้องไปดําเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งโดยเร่งด่วน เพราะถ้าไม่แก้ตอนนี้นํ้ากินก็ยังจะไม่มี จังหวัดชัยภูมิทุกอําเภอนี่ประกาศภาวะภัยแล้ง ต้องรีบดําเนินการนะครับ ต้องมีโรดแมพเหมือนที่ท่านจะแก้ปัญหาปรองดองท่านต้องมี โรดแมพแล้ว อีกเรื่องหนึ่งคือเอสเอ็มแอล (SML) ท่านประธาน จนป่านนี้พวกผมอนุมัติเงิน ไป ๒๑,๐๐๐ ล้านบาทตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ตอนนี้ยังใช้ได้ไม่เท่าไรเลยครับ เขาบอกใช้ได้ ประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือที่อนุมัติตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ผมไม่ทราบว่ากันเงิน จะกันได้ถึงปี ๒๕๕๔ ไหม เงินชุมชนพอเพียงของท่าน จนป่านนี้อําเภอเมืองยังได้ครึ่งหนึ่ง แก้งคร้อได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อําเภอคอนสวรรค์ของผมได้แค่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ผมถึงบอกว่า ทําไมไม่เร่งทํา กดทีเดียวครับ ประชุมเสร็จแล้วกดไปเลยครับทีเดียว อันไหนที่ประชาชน อยากได้กดทีเดียวให้มันจบครับ เร่งทําหน่อยครับ อีกเรื่องที่สําคัญคือเรื่องความปรองดอง ครับท่านประธาน มันต้องจริงใจครับ ต้องจริงใจ ข้อกล่าวหาที่ไม่จงรักภักดีเอาออก ได้ไหมครับ รัฐบาลมีข้อกล่าวหานี้เมื่อไรเกิดการนองเลือดทุกครั้ง แล้ววันนี้ ท่านประธานก็เห็นครับ ช่อง ๓ เขาออกทีวี (TV) ท่านต้องไปดูลูกพรรคท่านไม่ยืนเคารพ เพลงสรรเสริญพระบารมี ท่านต้องดูครับ ผมเชื่อว่าท่านไม่ตั้งใจ แต่มันเป็นอุบัติเหตุที่ ผิดพลาด ผมเชื่อว่าท่านเคารพ แต่ว่าท่านอย่าไปกล่าวหาคนอื่น
หมดเวลาแล้วครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณพี่น้อง ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกท่านที่ได้เข้าช่วยเหลือตํารวจของจังหวัดตรังที่ประสบอุบัติเหตุ รถพลิกควํ่าเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ้งนํ้าใจจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ แล้วก็ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ได้ดูแลช่วยเหลือ ขณะนี้พี่น้องตํารวจจังหวัดตรังยังคงอยู่ ๑ ท่าน แค่นั้นเอง นอกนั้นกลับบ้านหมดแล้วครับ แล้ววันนั้นเราทราบว่ามีชาวสวนยาง ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเดินทางกลับจากการกรีดยางได้ประสบเหตุแล้วก็เข้าช่วยเหลือแบก ตํารวจส่งโรงพยาบาลทันท่วงทีทําให้ไม่มีตํารวจเสียชีวิต ท่านชวน หลีกภัย ซึ่งทราบข่าว ได้ลงไปในพื้นที่ไปเยี่ยมตํารวจทุกท่าน ต้องการที่จะทราบว่าชาวสวนยางหลายท่าน ดังกล่าวที่ได้มาช่วยเหลือพี่น้องตํารวจนั้นเป็นใคร เราจะได้สดุดีแล้วก็ขอบคุณท่าน ในโอกาสต่อไป พูดถึงชาวสวนยางที่มีนํ้าใจ ก็ขอเรียนว่าต้องขอขอบคุณรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่อย่างน้อยขณะนี้ทําให้พี่น้องชาวสวนยางทั่วประเทศมีความสุขครับ ซึ่งอาจจะเป็นรัฐบาลแรกที่ทําให้ราคายางพาราสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ในรอบ ๑๐๐ ปี ราคา ๑๐๐ กว่าบาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทั้งนี้ราคายางก็คงเป็นที่ทราบว่าขึ้นจากภาวะ ตลาดโลกเป็นส่วนหนึ่ง และส่วนสําคัญก็คืออยู่ที่การบริหารของทางรัฐบาล ซึ่งทางรัฐบาล ได้มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ดูแลเรื่องยางพารา ท่านก็ไปคุยกับ ทางประเทศอินโดนีเซีย และขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศุภชัย โพธิ์สุ ที่ดูแลเรื่องยางพารา แล้วก็มีข่าวดีถึงสหกรณ์แล้วก็กลุ่ม เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการซื้อผลิตผลมาแปรรูป ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งว่าสามารถ ขายยางได้แล้วครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สุดท้ายนะครับ นอกนั้นค้าง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา อยากจะกราบเรียนในเรื่องของพลังงานอยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่องของแอดเดอร์ (Adder) ของพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลา เซลล์ ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลและ ทางคณะกรรมการกํากับพลังงานได้หยุดการสนับสนุนแอดเดอร์ตัวนี้ในราคา ๘ บาท ต่อยูนิต (Unit) ซึ่งมีผลกระทบต่อนักลงทุนที่จะสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาด ของรัฐบาล ที่ได้ทําโครงการไว้แล้วเป็นเงินหลายพันล้านบาทก็ต้องหยุดชะงัก ฉะนั้น ก็ขอเรียนว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงตัวแอดเดอร์จาก ๘ บาทลงไปจะส่งผลกระทบ ต่อการวางแผนของนักลงทุนที่จะสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดของรัฐบาล
ในเรื่องที่ ๒ ผมใคร่ขออนุญาตที่จะสนับสนุนแนวทางยุติปัญหาทาง การเมืองอย่างสันติของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทําให้สถานการณ์ ต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ ๕ พฤษภาคมซึ่งเป็นวันฉัตรมงคลเป็นไปด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสของผู้คน ทั้งประเทศ ผมเชื่อว่าการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็ นเรื่องยาก แต่ท่านสามารถก้าวข้ามความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวงเยี่ยงรัฐบุรุษที่ทําให้เหตุการณ์ต่าง ๆ มีท่าทีว่าจะคลี่คลายลง ผมก็ขอเรียกร้องให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ได้สนับสนุนแนวทางของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างสันติภาพร่วมกันและเพื่อที่จะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าคนไทยทุกคนมีความเสียสละเช่นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราจะสามารถข้ามปัญหาต่าง ๆ ไปได้ ท่านเสียสละที่จะลงจากตําแหน่ง ล่วงหน้าถึงเกือบปีครึ่ง เพราะฉะนั้นคนอื่นที่อยู่ในกระบวนการต่าง ๆ ถ้าจะเสียสละ เพียงเล็กน้อยแล้วก็ยอมให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ ผมก็มีความมั่นใจว่า เราจะสามารถสร้างสันติสุขให้กับคนไทยทั้งชาติได้ กราบขอบพระคุณครับ
ผมต้องประทานอภัยนะครับ ยังค้าง อีกราว ๑๐ ท่านครับ ขอยกไปคราวหน้านะครับ ก็จะให้เรียงตามลําดับเลยนะครับ เนื่องจากว่าเราใช้เวลามา ๑ ชั่วโมงแล้วนะครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรคุณบุญยอด
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร สมาชิกรัฐสภาครับ
มีอะไร คุณประท้วงผมเรื่องอะไรครับ
เมื่อสักครู่ตอนต้นท่านประธานได้กรุณาเรียกชื่อผมไปก่อนแล้ว แต่เนื่องจากว่า
ก็ท่านไม่อยู่ในที่ประชุมครับ
ผมขออนุญาตที่จะปรึกษาท่านเพียงแค่นาทีเดียวได้ไหมครับ เพราะว่าเรื่องนี้ถ้าไปรอ สัปดาห์หน้าหรือคราวหน้าคือเรื่องมันไม่ทันสมัย
เอาไว้งวดหน้าเถอะครับ ถ้าอนุญาต ให้ท่านคนหนึ่ง แล้วอีก ๑๐ ท่านก็ต้องเรียงตามลําดับ ขอความกรุณาเถอะครับ เพราะว่า เรากินเวลามามากพอสมควร แล้วก็มีเรื่องที่ค้างการพิจารณามากเหลือเกิน ขอความเมตตาด้วย คุณบุญยอด เอาไว้คราวหน้า แล้วก็ทางเลขาธิการจดชื่อเอาไว้
คือท่านประธานครับ ขออนุญาตปรึกษาท่านนิดเดียวครับ คือเรื่องนี้มันเกิดขึ้นไปแล้วครับ ถ้าไปรอคราวหน้ามันจะ
ก็เข้าใจ แต่เอาไว้ไม่สายนะครับ ขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ มีสมาชิกรัฐสภาเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๖๐ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมดังต่อไปนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น
ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้มีมติให้ส่งข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดําเนินการนั้น สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือ แจ้งผลการดําเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการดําเนินการของกระทรวง พาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศแล้ว จึงเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อทราบ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งสําเนาผลการดําเนินการดังกล่าวให้ ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมรัฐสภาทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม
- รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) จํานวน ๘ ครั้ง คือ
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๖ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันศุกร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
- รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญทั่วไป) จํานวน ๑ ครั้งคือ
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกรัฐสภาตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีท่านสมาชิกรัฐสภาท่านใดมีความเห็นที่จะแก้ไขประการใดหรือไม่ มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงาน การประชุมทั้ง ๙ ครั้งดังกล่าวแล้วนะครับ
เนื่องจากในการประชุมคราวที่แล้ว การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้นํา กรอบการเจรจาขึ้นมาพิจารณาก่อนจํานวน ๖ เรื่อง ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณา และเห็นชอบแล้ว จํานวน ๓ เรื่อง ยังคงเหลืออีก ๓ เรื่องตามระเบียบวาระที่ ๔.๑ ๔.๒ และ ๔.๓ ดังนั้นผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา
๔.๑ การเข้าร่วมเป็นภาคีในระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมิน สารเคมีขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ โออีซีดี (OECD) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมคราวที่แล้วนะครับ
สืบเนื่องจากการประชุมคราวที่แล้ว การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้พิจารณากรอบ การเจรจาฉบับนี้ หลังจากรัฐมนตรีแถลงเหตุผล มีสมาชิกอภิปรายซักถาม โดยรัฐมนตรี ได้ตอบชี้แจงก่อนที่จะมีการลงมติเพื่อให้ความเห็นชอบในกรอบการเจรจาดังกล่าว ประธานของที่ประชุมในขณะนั้นคือท่านประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา ได้สั่ง ให้เลื่อนมาพิจารณาเพื่อลงมติในวันนี้ ดังนั้นผมขอดําเนินการต่อเลยนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้ความเห็นชอบกับการเข้าร่วมเป็น ภาคีระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีขององค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ โออีซีดีหรือไม่ ก่อนออกเสียงลงคะแนน เพื่อให้ความเห็นชอบ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมที่จะลงมติต่อไปนะครับ เรียนเชิญเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกันนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกรัฐสภา เข้าห้องประชุมเพื่อนับองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม หรืออยู่ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการโปรดเข้าห้องประชุมโดยพร้อมเพรียงกันนะครับ เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตร แสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมหรืออยู่ ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการโปรดเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ ทุกท่านเสียบบัตร แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ
ท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานค่ะ มีสมาชิกหลายท่านกําลังประชุมอยู่ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการนะคะ ขอความกรุณาท่านประธานรอสักครู่ค่ะ
ผมกดจนเมื่อยมือแล้วนะครับ คงจะมีแค่นี้กระมังครับ เพราะว่าเราปรองดองกันแล้วครับ ทุกฝ่ายก็เสียบบัตรกันทุกคน ก็คงไม่มีปัญหาองค์ประชุมครับ เสียบบัตรกันเรียบร้อยแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วส่งผลเลยครับ มีอะไรคุณสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง ท่านประธานครับ ผมนั่งอยู่ตรงนี้ผมเห็นว่าบางท่านที่เป็น ส.ส. ไม่ได้เสียบบัตรครับ ผมคิดว่าขณะนี้สามารถที่จะให้เจ้าหน้าที่นับเป็นบุคคลได้ครับ เห็นชัดเลยครับผมนั่งตรงนี้ บางท่านไม่ได้เสียบบัตรครับ และขณะนี้มีกล้องด้วย ท่านประธานครับ นับด้วยสายตา ก็เกิน ๓๐๐ คน
ผมขอพักการประชุม ๓ นาทีครับ
พักประชุมเวลา ๑๐.๑๓ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๑๙ นาฬิกา
ขอความกรุณาเชิญนั่งประจําที่ เนื่องจากมีข้อผิดพลาดบางประการ ผมยังไม่ได้ประกาศผลของการนับคะแนนนะครับ คุณสมบูรณ์มีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในการใช้เครื่องออกเสียง ลงคะแนนอาจจะมีปัญหา ขออนุญาตท่านประธานได้ใช้ข้อ ๕๔ การออกเสียง ด้วยการเรียกชื่อสมาชิกรัฐสภาเพื่อบันทึกไว้เป็ นหลักฐานด้วยครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ
คุณเสนอว่าอย่างไรนะครับ
ขอให้ใช้ การออกเสียงด้วยการเรียกชื่อสมาชิกรัฐสภาตามลําดับอักษรครับ
ให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ผมว่าเมื่อกี้อาจจะผิดพลาดนิดหน่อยกระมังครับ ขอความกรุณาให้วิป (Whip) ฝ่ายค้าน กับวิปฝ่ายรัฐบาล กับวิปวุฒิสภา ช่วยกรุณาประสานกันสักหน่อยได้ไหมครับ เพราะว่า เรากําลังปรองดองสมานฉันท์กัน
ท่านประธานครับ ถ้าในกรณีใช้เจ้าหน้าที่นับบุคคล แล้วถ้าเกิดหลังจากนั้นอาจจะใช้ การเรียกชื่อสมาชิกครับ
คือใช้วิธีของผมก่อนได้ไหมครับ ผมขอความร่วมมือให้วิปฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน วิปวุฒิสภา ๓ ฝ่าย ตกลงกันหน่อย ได้ไหมครับ เพราะมันเสียเวลามาก เพราะว่างานของเราไปข้างหน้าเยอะ
(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ได้ยืน และยกมือขึ้น)
เชิญคุณสุนัยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอประท้วงท่านประธานที่ทําการควบคุมการประชุม ที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ องค์ประชุมเป็นเรื่องสําคัญมาก และข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่อง องค์ประชุมนี้ขณะนี้อยู่ที่ สน. ดุสิต ผมเป็ นคนแจ้งความเอง เมื่อสักครู่หลักฐาน ปรากฏชัดบนจอ ท่านประธานกลับบอกว่าผมไม่ได้อ่านองค์ประชุม กระผมที่กราบเรียน ท่านประธานนี้ไม่ได้ตีรวน แต่แสดงศักยภาพของฝ่ายบริหารที่จะต้องประสานกับวุฒิสภา ประสานกับทุกฝ่ายให้เข้าใจกัน และนี่คือผลแห่งกรรมของรัฐบาลที่ไม่ได้ไม่ดีก็จะทิ่มแทง ฝ่ายค้าน ไม่ได้ไม่ดีก็จะเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น มันก็เกิดสภาพเช่นนี้
คุณสุนัยครับ
ดังนั้น ท่านประธานครับ ท่านพูดเรื่องสมานฉันท์นั่นผมเห็นดีด้วย แต่การสมานฉันท์ ต้องอยู่บนข้อบังคับ ถ้าท่านทําอย่างนี้ยิ่งเสียหาย คดีผมไม่อยากจะแจ้งความ ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ มิใช่ว่าจะต้องการแจ้งความ แต่ต้องการรักษากฎกติกา ของสภาซึ่งองค์ประชุมเป็นเรื่องสําคัญ ขอท่านประธานได้วินิจฉัยอย่างเป็นจริงครับ กราบขอบพระคุณครับ
ผมก็พักการประชุมไปแล้วนะครับ ตอนนี้เราเริ่มประชุมใหม่นี่ครับ ผมถือว่าผมไม่ผิดข้อบังคับหรอกครับ ก็ประท้วงไปครับ ประท้วงแล้วมานั่งให้ครบองค์ประชุม
ท่านประธานครับ ตอนที่ท่านประธานพักประชุมนั้นท่านทําผิดข้อบังคับแล้วท่านยัง ดําเนินการอีก แต่บังเอิญผมเคารพท่านในฐานะเป็ นผู้ที่เสมือนใต้บังคับบัญชา ในฐานะสมาชิกสภา ก็ให้อภัยท่านไปครั้งหนึ่งคือท่านเคยทําผิดข้อบังคับอย่างนี้ ผมก็ให้อภัยไปครั้งหนึ่ง ท่านไม่ต้องลาออก นี่ก็อีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะให้ท่านประธาน เข้าสู่กฎเกณฑ์กติกาสักทีครับ เวลาจะบังคับฝ่ำยค้านท่านตั้งระเบียบเปรี๊ยะหมด พอถึงตัวท่านเองท่านไม่เอาระเบียบบังคับตัวท่านเลย
ผมขอปิดประชุม จะเริ่มประชุม เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา
พักประชุมเวลา ๑๐.๒๕ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๐๑ นาฬิกา
ผมต้องประทานอภัยเพื่อนสมาชิก รัฐสภาทุกท่านนะครับ ความจริงผมพูดผิดผมต้องเลื่อนแต่ว่าผมพูดผิดไปเป็นปิด ก็ขอประทานอภัยด้วย ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในกรณีที่ ท่านประธานกรุณาได้บอกกับที่ประชุมว่าท่านได้เผลอแล้วพูดผิดไปว่าสั่งปิดประชุม ท่านบอกว่าท่านตั้งใจจะนัดประชุม แล้วก็กําหนดเวลาประชุมเป็น ๑๑.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานครับ ผมเองก็อยากให้สภาของเราทํางานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ได้อย่างจริงจัง แต่สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอาจจะต้องบันทึกไว้ในรัฐสภาแห่งนี้ เพราะถือเป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา การที่ท่านประธานเองมาบอกกับที่ประชุมบอก พูดผิดไป แล้วมาขอโทษเมื่อมีการเปิดการประชุมใหม่ขึ้นมา ผมไม่แน่ใจว่ามันสามารถ กระทําได้หรือไม่ตามข้อบังคับ ความหมายก็คือว่าเมื่อท่านสั่งหยุด
อยู่ที่เจตนาครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน จริงอยู่ครับเจตนาเป็นที่ตั้ง แต่เจตนานั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง แล้วก็ในบริบทและสิ่งที่เป็นไปในขณะนั้น ผมเองก็ฟัง ท่านประธานอยู่ตลอดครับ ประเด็นที่ผมกําลังจะบอกท่านประธานคือขณะนี้ถ้าเราเริ่ม เปิดประชุม ๑๑.๐๐ นาฬิกา เป็นการนัดประชุมใหม่ของท่านประธาน ผมกําลังจะกราบเรียนท่านประธานว่าโดยข้อบังคับกระทําได้หรือไม่ และท่านประธาน จะเอาเจตนาเป็นที่ตั้ง ท่านประธานวินิจฉัยหลังจากที่ผมได้นําเรียนท่านประธานไป ก็ได้ครับ ให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ช่วยวินิจฉัยก็ได้ ท่านประธานครับ การสั่งปิดประชุมไป แล้วนัดประชุม ตามข้อบังคับทําได้ครับ ให้บอกนัดในที่ประชุมได้ แต่การบอกนัด ในที่ประชุมเขาใช้คําว่า บอกนัดในที่ประชุม ที่ประชุมก็คือที่ประชุมที่มีองค์ประชุมครบ เรียบร้อย แต่เมื่อสักครู่ผมไม่ได้จับผิดท่านประธานนะครับ ท่านประธานบอก ผมขอปิดการประชุมและท่านก็ต่อด้วยว่า นัดประชุม ๑๑.๐๐ นาฬิกา ทําให้พวกผม เป็นอันว่ามึนงงไปเหมือนกับต้องมนต์สะกดนะครับ ถึงแม้จะกินยาปรองดองของ ท่านนายกรัฐมนตรีไปก็ยังไม่หายครับ ยาปรองดองใช้ไม่ได้ผลกับโรคนี้ ก็เลยกราบเรียน ท่านประธานว่าจะหาวิธีการอะไรก็แล้วแต่ให้การประชุมมันเป็นไปได้ ผมไม่ได้หมายความว่า ที่ผมพูดนี้จะให้ที่ประชุมไม่สามารถประชุมได้นะครับ ท่านต้องหาวิธีการอะไรก็ได้ที่ทําให้ การประชุมเป็นไปในข้อบังคับ แล้วสามารถดําเนินการประชุมในเรื่องราวที่จะเป็น ประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองได้ ไม่เช่นนั้นท่านประธานเองก็จะถูกสังคมเขาตําหนิ ว่าเป็นการประชุมที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีผลที่จะใช้บังคับ โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่เราจะต้องไปพูดจากับเพื่อนพ้องที่อยู่ต่างประเทศ ตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ผมเองไม่รู้ ว่าจะออกมาในรูปไหนนะครับ แต่ท่านประธานจะต้องหาวิธีการว่าจะทําอย่างไร เพราะท่านสั่งปิดประชุมไปแล้ว แล้วนัดประชุมในขณะที่ไม่มีองค์ประชุม
คืออย่างนี้ก่อนครับ ผมอยาก ขอความกรุณาตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าเกิน ๓๑๓ คน เราจะได้วินิจฉัยเรื่องนี้ต่อไป ถ้ามันไม่ครบ ๓๑๓ คน ผมก็จะปิดประชุม ก็มีแค่นี้ ง่าย ๆ ครับ
ท่านประธานครับ
แค่นี้แหละครับ พอแล้วครับ
ผมขอเสนอวิธีการ ได้ไหมครับ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับ
ผมขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขอเสนออนุญาตเสนอวิธีการได้ไหมครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ประท้วงก็ประท้วงไป ยืนไป เสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อย หรือยังครับ ถ้าเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านจะอนุญาตให้ผมพูดให้จบหรือจะให้ผมนั่งลง
เดี๋ยวครับ ครบองค์ประชุมแล้ว ผมจะเปิดโอกาสให้ท่านเต็มที่ ไม่ต้องห่วง
ท่านครับ
ไม่ตลก นั่งลง ๆ คุณอย่ามาเถียง ประธาน นั่งลง
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ให้นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน นั่งลง แต่นายสุนัย จุลพงศธร ไม่ปฏิบัติตาม นายชัย ชิดชอบ จึงได้ยืนขึ้น)
ผมยืนขึ้น เจ้าหน้าที่ รปภ. เชิญคุณ
ท่านประธานนั่งลงเดี๋ยวนี้
มันมากไปกระมัง
ท่านประธานครับ ท่านกรุณาวินิจฉัย
นั่งลงครับ นั่งลงครับ นั่งลงครับ ผมว่านั่งลง ทําไมท่านดื้ออะไรมากมายแท้คุณสุนัย เราก็ไม่เคยดื้อดึงกันถึงขนาดนี้นะครับ ผมไม่ให้ใครขึ้นประท้วงแล้วครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ
ท่านประธาน ทําผิดข้อบังคับครับ หลักฐานมีอยู่ในนี้แล้วครับ
เมื่อตรวจสอบองค์ประชุมเสร็จแล้ว ถ้าครบองค์ประชุมจะได้เปิดดําเนินการให้ประท้วงต่อไปครับ ไม่มีประธาน ประเทิน อะไรแล้วครับ พอแล้วครับ เชิญท่านนั่งลง มันพูดพอแรงแล้ว พูดตั้งแต่เช้า จนถึง ๑๑.๐๐ นาฬิกา ปิดการเสียบบัตรแสดงตนได้แล้วนะครับ ส่งผลมา ครบองค์ประชุม แล้วนะครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ผมขอดําเนินการต่อไป คุณสุนัย ประท้วงอะไรตลอดวันตลอดคืน ประท้วงไม่รู้จักหยุดไม่รู้จักหย่อน ประท้วงอะไรมากมาย เหลือเกินครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านประธานสภาก็อายุขนาดนี้แล้วจะเที่ยวพูดให้สมาชิกสภาท่านทําอย่างนี้ เสมอ ท่านพูดให้ร้ายต่อเพื่อนสมาชิกบ่อยมาก เมื่อท่านผิดระเบียบแล้วทุกคน
คุณไม่ต้องมาสอนผม สอนตัวคุณเอง ให้มันดี
แต่ตัวประธานนั่นแหละที่ว่ากล่าวสมาชิกตลอดเวลา
พอแล้ว คุณจะประท้วงผมเรื่องอะไร ผิดข้อบังคับข้อไหน
ประท้วงท่านทําผิดข้อบังคับครับ ท่านทําผิดข้อบังคับครับ
ข้อไหน
ข้อ ๑๓ ครับ
ข้อ ๑๓ ก็มีอยู่ชัดแล้วนะครับ
ท่านประธานผิดตั้งแต่ต้นที่องค์ประชุมไม่ครบ แล้วท่านประธานก็ไม่ดําเนินการตาม ข้อบังคับที่ต้องปิ ดประชุม ท่านประธานก็พักการประชุมไป เสร็จแล้วกลับมาอีก ก็ไม่ครบอีก ท่านประธานก็ยังพูดอีก แล้วท่านประธานจะใช้วิธีเอาความแก่เป็นข้อยกเว้นว่า ผมลืมไป ผมพูดผิดไป ท่านประธานครับ ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ไม่ได้โกรธได้เกลียดอะไรกัน แต่สภาแห่งนี้เป็นต้นแบบของสมาชิกของสภาเทศบาล ของสภาจังหวัด และของสภา อบต. ที่ต้องพูดถึงองค์ประชุม อันเป็นระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภา ผมต้องกราบขอโทษท่านรองประธานที่ครั้งหนึ่งผมต้องไปแจ้งความ
มีผู้ประท้วงข้างหลังครับ ประท้วง อะไรข้างหลัง เดี๋ยวครับ คุณสุนัยมีผู้ประท้วงครับ
นี่แหละ ท่านใช้วิธีอย่างนี้แหละครับ ถ้าท่านเปิ ดประชุมต่อไปจะเป็ นปัญหาข้อกฎหมาย อย่าเสียน้อยเสียยากเลยครับ
ให้ผู้ประท้วงเขาประท้วงก่อนครับว่า เขาประท้วงอะไร
ผมกราบขอบพระคุณ เท่านี้แหละครับ
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม รังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตประท้วงท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่ท่านวินิจฉัยแล้ว ให้ดําเนินการประชุมต่อไป เนื่องจากองค์ประชุมขณะนี้ครบสมบูรณ์แล้ว และขออนุญาต ประท้วงท่านที่ประท้วงเมื่อกี้ว่าท่านได้กล่าววาจานั้นไม่สุภาพก้าวล่วงท่านประธาน หลายครั้ง ซึ่งผมขออนุญาตไม่กล่าวเพิ่มเติม
ไม่เป็นไรครับคุณรังสิกร ผมไม่ถือสา คุณสุนัยกับผมเป็นเพื่อนกัน ไม่เป็นไรครับ
ผมขออนุญาตท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยดําเนินการประชุมต่อไปครับ เพื่อประโยชน์ ของบ้านของเมืองครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คือผมอยากจะให้ วินิจฉัยเพื่อจะให้เป็ นบรรทัดฐานนะครับ ผมขอปรึกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ขอให้ที่ประชุมวินิจฉัยว่าที่กระผมทําไปและจะดําเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจต้องการให้ มีการประชุมต่อไปจะทําได้หรือไม่ เพราะที่ประชุมนี้เป็นที่ประชุมที่มีสิทธิที่จะใช้สิทธิ ใช้เสียงให้ถูกต้องได้ เชิญคุณวิรัตน์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมอยู่ในสภา ตลอดเวลาทั้ง ๒ ช่วงนะครับ ผมเข้าใจเจตนารมณ์ของท่านประธานดีครับว่า ที่ท่านประธานพูดพลาดไป แต่หลักประสงค์ใหญ่ก็คือว่าท่านจะเลื่อนไปเพื่อเปิดประชุม เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ซึ่งนัยเหมือนกัน เพียงแต่ว่าใช้คําพูดผิดไปหน่อยเดียว ซึ่งเจตนารมณ์ก็รู้ว่าวันนี้รัฐสภามีวาระสําคัญที่จะต้องผ่านกฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี ต่างก็มีภาระ แต่ทุกคนรู้ ว่า เมื่อประเทศชาติมีความจําเป็นก็มา แล้วสําคัญที่สุดในรอบเช้าท่านประธานยังไม่ได้ ขานคะแนน เมื่อยังไม่ขานคะแนน ท่านสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดตรัง ก็นําเสนอวิธีการเพื่อนับองค์ประชุม ท่านประธานเลยสั่งปิดไป สั่งเลื่อนไปในช่วงแรก เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธานครับ ทั้ง ๒ ช่วงโดยเจตนารมณ์ก็คือเลื่อน เพื่อจะได้ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณากฎหมายสําคัญ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพ ผมเห็นว่าเจตนารมณ์ของท่านประธานก็เลื่อนไปเป็นเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ซึ่งตอนนี้ ก็ ๑๑.๐๐ นาฬิกาเศษ และครบองค์ประชุมแล้ว กระผมขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการ ประชุมต่อไปครับ
เชิญ ๒ ท่าน ๓ ท่าน เอาท่านใดครับ คุณสุนัยอีกหรือครับ ไม่ให้คนอื่นพูดบ้างหรือคุณสุนัย
ไม่ใช่ครับ ผมถูกพาดพิงครับท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในนามของสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นว่าเรื่องของการประชุมสภา องค์ประชุม และบรรยากาศในห้องประชุมนั้น น่าจะถึงข้อสรุปได้สักทีว่า ท่านประธานนั่ง อยู่บนนั้นแล้วท่านประธานก็จะใช้ไมโครโฟนกล่าวตําหนิคนนั้น เหน็บคนนี้ ให้เขาเสียหาย ตลอดเวลา บรรยากาศอย่างนี้หยุดเสียทีครับ ท่านน่าจะได้ขอโทษเพื่อนสมาชิก
ไม่ต้องสอนผมหรอกครับ ผมอายุมาก ขนาดนี้แล้ว
อายุมาก ไม่ได้พ้นผิดจากข้อบังคับของกฎหมายครับ
พอแล้วครับ คุณมีอะไรที่จะพูด เกี่ยวกับเรื่องที่กระผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ปรึกษาหารือครับ
ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ท่านพูดให้ท่านสมาชิก ไม่ใช่ผมคนเดียว หลายคนในสภาแห่งนี้ อึดอัดกับสิ่งที่ท่านเป็นมาก เมื่อวานนี้ก็เหมือนกันท่านทําผิดข้อบังคับเสมอ แล้วท่านเป็น ต้นแบบ พอใช้ข้อบังคับกับพวกผมกับฝ่ำยค้าน ท่านตั้งแง่เปรี๊ยะ ๆ ไปหมด แต่พอ ข้อบังคับท่านผิด ท่านบอกขอโทษนะ ไม่เป็นไรนะ อย่างนี้จะมาเป็นประธานของผม ได้อย่างไร ดังนั้นท่านประธานครับ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องสําคัญที่หากท่านจะดําเนินการเสีย ตามข้อบังคับอย่างอื่นก็ไม่เป็นไร ผมลุกขึ้นประท้วงโดยสิทธิแห่งข้อบังคับต้องให้ ผมประท้วง ท่านก็ไม่ให้ผมประท้วง พอผมเห็นว่ามันไม่ถูกต้องจึงต้องยืนยันเรื่องนี้ ท่านก็ว่ากล่าวผมเสียดสีผม ถ้าอย่างนี้ทําไมผมจะเสียดสีท่านบ้างไม่ได้ ท่านก็ ๑ เสียง ผมก็ ๑ เสียง อายุก็เก็บมาฝากธนาคารกันไว้ก่อน ท่านครับ ดังนั้นในกรณีนี้ผมขอให้ท่าน พิจารณาให้ถ่องแท้ว่าการเปิดประชุมนี้มันไม่ชอบอย่าได้ใช้คําว่า ขอโทษ แล้วจึงเปิดใหม่ เพราะนี่คือกติกา
คือตอนนี้คุณสุนัยเรามาพูดถึง ข้อ ๑๗๗ ที่ผมปรึกษาว่าผมจะดําเนินการประชุมต่อไปได้หรือไม่อะไรต่าง ๆ นี้ กําลังพูดถึง เรื่องนี้
กราบขอบพระคุณ แต่ท่านจะรักษาคําพูดสักหน่อยได้ไหมว่าท่านจะรักษากติกา ให้เท่าเทียมกับที่ท่านเป็นอยู่ ถ้าท่านยืดหยุ่น ท่านก็ต้องยืดหยุ่นกับสมาชิกสภาทั้งหมด เมื่อวานนี้ผมตั้งกระทู้ถามอย่างนุ่มนวลที่สุด ท่านก็ให้ผมตั้งกระทู้ถามแค่ ๒ คําถาม ทั้ง ๆ ที่ผิดระเบียบ
คุณพูดมากไป เมื่อวานมันเกินเวลา ๑๒ นาที
สิ่งเหล่านี้เอง ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ผมขอแต่ว่าขอให้ท่าน ถ้าท่านประธานยังอยากจะนั่ง บนบัลลังก์อยู่ต่อไป ท่านต้องให้เกียรติเพื่อนสมาชิกเท่ากับที่ท่านให้เกียรติตัวเอง กราบขอบคุณครับ
วันที่ ๑๔ พฤศจิกายนต่างคนต่างก็ ใครจะมานั่งตรงนี้ก็เป็นสิทธิของท่าน คุณประเกียรติครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกรัฐสภา ที่ท่านประธานขอใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ก็เพื่อที่จะปรึกษาในที่ประชุมนี้ว่าตามที่ท่านประธานได้ปิดประชุมไป เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ แล้วนัดประชุมใหม่ในขณะนั้นเป็นเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา จะดําเนินการได้หรือไม่ ผมอยากจะขอทําความเข้าใจประเด็นที่ท่านประธานจะขอหารือ เสียก่อน เป็นอย่างนี้ใช่หรือเปล่าครับ
ถูกต้องครับ
ทีนี้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓ ที่บอกว่า การนัดประชุมต้องทําเป็นหนังสือ เว้นแต่เมื่อได้ มีการบอกนัดในที่ประชุมแล้ว นี่คือวรรคหนึ่ง เมื่อองค์ประชุมไม่ครบ เมื่อประมาณ ๑๐ โมงที่ผ่านมานี้ แล้วท่านประธานบอกให้ปิดประชุม ขณะนั้นท่านบอกว่าประชุมใหม่ ในเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ทีนี้การประชุมในที่นี้ความหมายคือองค์ประชุมครบจึงจะเรียกว่า ที่ประชุมได้ ในเมื่อท่านประธานบอกนัดในที่ประชุมในขณะที่องค์ประชุมไม่ครบ ผมจึงอยากจะขอ กราบเรียนว่า ท่านไม่สามารถที่จะบอกนัดในที่ประชุมในขณะที่องค์ประชุมไม่ครบ ขอนัดประชุมเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกาได้ หลังจากที่ท่านปิดประชุมไปแล้ว เพราะฉะนั้น การที่ท่านจะนัดประชุมล่วงหน้า ความจริงเป็นอํานาจของท่านประธานที่จะนัดประชุม ล่วงหน้าได้ แต่ต้องนัดภายใน ๓ วัน หรือท่านจะนัดเร็วเท่าไรก็ได้ เหมือนเมื่อกี้ ถ้าองค์ประชุมครบ ท่านประธานก็สามารถที่จะนัดประชุมได้ในเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา แต่เมื่อองค์ประชุมไม่ครบ ผมจึงอยากจะขอกราบเรียนว่าถ้าขืนประชุมต่อไป ไม่น่าจะชอบ ด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๓ ผมขอกราบเรียนอย่างนั้นครับ ขอบคุณครับ
ข้อ ๑๓ ควรอ่านให้จบนะครับ ไม่ใช่ อ่านสะเทินนํ้าสะเทินบก ต้องอ่านให้จบนะครับ คุณธนาเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมว่าการดําเนินการของท่านประธานก็ได้ พิสูจน์ให้เห็นว่าเจตนารมณ์ของท่านประธานที่แท้จริงนั้นคืออย่างไร การที่ท่านประธานสั่ง ให้ยุติการประชุม ไม่ว่าท่านประธานจะพูดว่าอะไรก็ตาม แต่ว่าให้นัดประชุมใหม่เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ซึ่งต่างจากเวลาที่ท่านพักการประชุมหรือปิดการประชุมก็ตามเพียงแค่ ครึ่งชั่วโมง อย่างนี้ไม่ได้หมายถึงการนัดประชุมหรอกครับท่านประธาน แต่ว่า ความผิดพลาดในการประชุมการพูดจามันเกิดขึ้นได้ แต่ว่าท้ายที่สุดก็ต้องดูเจตนาของ ท่านประธานว่าท่านประธานประสงค์อย่างไร ในข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดเจนก็คือ การดําเนินการที่ผ่านมาของที่ประชุมแห่งนี้ได้มีการพักการประชุม เลื่อนการประชุม อยู่ตลอดเวลา พัก ๓ นาทีบ้าง ๕ นาทีบ้าง ชั่วโมงบ้าง เป็นเรื่องปกติซึ่งสภาแห่งนี้ก็ได้ ยอมรับกันมาโดยทั่วกันว่านั่นคือการเลื่อนการประชุมสภา แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้ลุกขึ้นซักถามโดยใช้มาตรา ๑๓ ซึ่งผมกราบเรียนว่าผมก็ดู มาตรา ๑๓ ผมก็เห็นว่าท่านประธานก็ไม่ได้ทําผิดข้อบังคับในมาตรา ๑๓ แต่ประการใด แต่เนื่องจากที่ประชุมยังมีข้อสงสัย ท่านประธานก็ได้หยิบยกมาตรา ๑๗๗ แล้วว่า ในกรณีที่มีข้อสงสัยในที่ประชุมแห่งนี้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ให้อํานาจในการวินิจฉัย เป็นของที่ประชุมสภาโดยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ผมว่าท่านประธานอย่าเสียเวลาเลยครับ มีกฎหมายสําคัญของรัฐบาลที่จะต้องขอความเห็นชอบ ท่านใช้มาตรา ๑๗๗ ซึ่งเป็น อํานาจท่านประธาน ขอให้สภาวินิจฉัยได้อยู่แล้ว ขอให้ท่านดําเนินการเลยครับ ขอบคุณครับ
เชิญทางวิป ส.ว. ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุพจน์ โพธิ์ทองคํา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะกราบวิงวอนท่าน ส.ส. ทุกท่าน ขณะนี้วุฒิสมาชิกทุกท่านตั้งใจอยากจะมา ประชุมเพื่องานที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติครับ วุฒิสมาชิกปกติก็มาประชุม ไม่ค่อยถึง ๑๒๐ คน แต่วันนี้เรามาลงนามถึง ๑๒๐ ท่านแล้ว แต่ว่าท่านก็ยังพยายามที่จะ ไม่ประชุมกันอยู่นี่ ผมคิดว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับประเทศชาติเลย ในข้อ ๑๗๗ ตัวหนังสือที่เราเขียนไว้นั้นมันก็เป็นแนวทางของการดําเนินการการประชุม ไม่ใช่เป็น สิ่งที่ผิดพลาดอะไรแล้วคุณจะต้องตาย ทุกคนผมคิดว่ามันพอให้อภัยกันได้ครับ ในเมื่อท่านประธานท่านก็บอกแล้วท่านขออภัยที่ท่านกล่าวผิด ผมคิดว่าในฐานะที่พวกเรา เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย อยากจะเห็นผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้จากการประชุม วันนี้ ผมขอให้มีการประชุมครับ
เอาอีกสัก ๒-๓ ท่านนะครับ เชิญคุณชลน่าน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม เพราะผมเองเป็นคนยกประเด็น ขึ้นปรึกษาหารือท่านเอง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ และฝาก ทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านด้วยความเคารพ การที่ผมได้ยก ประเด็นนี้ขึ้นปรึกษาหารือกรณีการสั่งปิดการประชุมของท่านประธาน เพียงเพื่อต้องการให้ท่านประธานหาทางออกว่าให้การประชุมของเรามันชอบด้วย ข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านประธานเองก็เสนอมาว่าจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่เรากระทํามันไม่ได้จบในวันนี้ หรือจบในวันพรุ่งนี้ หรือไปเซ็นสัญญาเอาเงินกู้มาจาก ญี่ปุ่นแล้วก็จบไม่ใช่ครับ มันจะบันทึกไปถึงชั่วลูกชั่วหลานเราว่าแบบอย่าง ร่องรอย ที่เคย กระทํามาในประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร สังเกตนะครับ เมื่อวานนี้สภาเรากว่าที่จะลงเอย กันได้ใช้เวลานานมาก นั่นเป็นตัวอย่างง่าย ๆ ที่บางครั้งเราทําร่องรอยที่มาทําให้พวกเรา เจ็บกันเอง เราก็ต้องมาตามแก้กันเอง ผมไม่อยากให้เหตุการณ์นั้นเกิดซํ้าแล้วซํ้าอีก ก็เลยต้องกราบเรียนท่านประธานว่าน่าจะหาทางออกให้มันชอบด้วยข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญเสีย ท่านประธานครับ ผมก็เข้าใจ ผมก็เห็นใจท่านประธานครับ ก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าไม่น่าจะพูดอย่างนี้หรอก เจตนารมณ์น่าจะเป็นการสั่ง พักการประชุมมากกว่า ท่านเองกลับมาบอกอีกครั้งว่าผมสั่งเลื่อนการประชุม บอกว่าจะ เลื่อนการประชุม ท่านก็ยังติดว่าเลื่อนมาอีกนะครับ ถึงแม้ท่านกลับมานั่งบัลลังก์ ตอน ๑๑.๐๐ นาฬิกา ท่านยังบอกว่าโดยเจตนาแล้วผมต้องการสั่งเลื่อนการประชุม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า เลื่อนการประชุมก็ไม่ชอบด้วย ข้อบังคับ ท่านไปดูข้อบังคับ ข้อ ๑๙ สิครับท่านประธาน กรณีเลื่อนการประชุมมีกรณีนั้น เท่านั้นเองครับ ถึงเวลาประชุมองค์ประชุมไม่ครบประธานมีอํานาจสั่งเลื่อนไป จะเลื่อน กี่ชั่วโมง กี่ชั่วยามก็ได้ นั่นเป็นอํานาจของท่าน แต่การประชุมครั้งนี้องค์ประชุมครบครับ ลงชื่อครบท่านเปิดประชุมไปเรียบร้อย แต่มีปัญหาขณะที่จะลงมติองค์ประชุมไม่ครบ มันคนละกรณีกับการนัดหมายมาประชุมและองค์ประชุมไม่ครบ คนละกรณีครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านประธานบอกว่าจะเลื่อนการประชุมนี่ก็คงกระทําไม่ได้ หรือสมาชิก เห็นว่ากระทําได้ก็เป็ นความเห็นของสมาชิก แต่ความเห็นของผมว่ากระทําไม่ได้ ท่านประธานก็ใช้มาตรการว่าสั่งพักการประชุมมาตลอดก็ชอบด้วยข้อบังคับ จะพักกี่นาที ก็ได้ครับแล้วแต่ท่าน แต่เผอิญท่านสั่งเลื่อน สั่งปิดการประชุมไป มันก็เป็นสิ่งที่บันทึกไว้ ในสภา พอกลับมาเปิดประชุมใหม่ ท่านบอกว่าขออภัยที่พูดผิดไป ถ้าสภาแห่งนี้คิดว่า ไม่เป็นปัญหาก็คงไม่เป็นอะไรครับในขณะนี้ แต่ถ้าคิดว่าเกิดมีผู้ที่มีความประสงค์ ที่ไม่เห็นชอบกับท่านประธานเลย เขาจะเล่นงานท่านประธานในแง่ของข้อบังคับและ ข้อกฎหมาย ท่านประธานก็จะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นอํานาจสภามีอยู่ ท่านก็ใช้อํานาจ สภาในการที่จะดําเนินการให้มันชอบก็เท่านั้นเอง ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านประธานจะใช้ข้อ ๑๗๗ ก็หมายความว่าท่านประธานเอง ก็ยอมให้สภาบันทึกไปว่าสิ่งที่ทํามาท่านพลั้งเผลอไป ผมไม่เรียกว่าผิดพลาดนะครับ พลั้งเผลอไป เพราะท่านก็บอกเจตนาท่านชัดเจน ถึงจะบอกเจตนาผิดถึง ๒ ครั้ง ผมก็ยอมรับได้ ยอมรับได้ครับ ใช้ข้อ ๑๗๗ ได้ครับ แต่สภาแห่งนี้ต้องมีมติไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ก็ว่าในสิ่งที่ท่านกระทําไปไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ใช้ข้อ ๑๗๗ ไปล้างข้อบังคับ ที่กระทําผิดนั้นออกให้หมดก็เริ่มต้นกันใหม่ แต่ผมก็แปลกใจนิดเดียวครับท่านประธาน ท่านก็ต้องยกเว้นเรื่องของการใช้ข้อบังคับทั้งหมดด้วยเช่นการมาลงชื่อในที่ประชุม ถ้าเริ่มประชุมใหม่นี่พวกผมก็ต้องไปเซ็นชื่อกันใหม่ทั้งหมด ต้องกรณีนั้นด้วยนะครับ ต้องกรณีนั้นด้วย จริงอยู่ข้อ ๑๓ ท่านบอก เว้นแต่มีการนัดหมายในที่ประชุม นั่นคือ การนัดหมายในที่ประชุม ข้อบังคับบอกชัดเจนครับต้องนัดเป็นหนังสือเท่านั้นเอง นัดอย่างอื่นไม่ได้ เว้นแต่บอกนัดในที่ประชุม ชัดเจนครับ ที่ประชุมก็ต้องมีองค์ประชุม ให้ครบ ด้วยความเคารพท่านประธาน การใช้ข้อบังคับให้ถูกผมกราบเรียนผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ข้อแนะนํา ไม่มีเจตจํานงหรอกครับที่จะมาถ่วงเวลา หรือยื้อยึดให้รัฐบาลทํางานไม่ได้ แต่บางเรื่องเป็นเรื่องสําคัญของประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าเราไม่ทําด้วยความรอบคอบ ท่านจะไปกู้เงินเขาเป็น ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันผิดพลาดมาใครรับรองครับ ใครรับรอง รัฐสภาแห่งนี้เป็นคนอนุมัติให้เขาไป แต่อนุมัติ ด้วยความไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับนี่ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบครับท่านประธาน และพวกเราทั้ง ๖๓๐ คนใช่ไหมครับ นั่นคือหน้าที่ของเรานะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นกลาง ด้วยใจเป็นธรรม ฝากกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผมเองพยายามอยู่ในหลักการตลอด เจตจํานงที่พวกเราจะทํางานร่วมกันต้องเป็นไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับที่เราเขียนไว้ ไม่ใช่เขียนด้วยมือและลบด้วยอะไร ก็ไม่ทราบ ผมกราบขอบคุณท่านประธานครับ
ระบายให้เต็มที่ เชิญคุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็เข้าใจเจตนารมณ์ของผู้ที่เสนอ เรื่องนี้ขึ้นมาว่ามันเกิดความผิดพลาดในการใช้คําพูดของท่านประธานสภา แต่ผมคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่เจตนา เหมือนกับที่ท่านประธานสภาได้กล่าวไปว่า เจตนารมณ์ ที่แท้จริง และทุกคนก็เห็นประจักษ์ว่าขณะที่ท่านพูดคําว่า เลิกประชุม หรืออะไรก็ตาม แล้วก็นัดไป ๑๑ โมง แต่ถ้าเป็ นการเลิกประชุมจริง ๆ และสมาชิกทั้งสภาเข้าใจ อย่างคําพูดของท่าน ผมคิดว่าจะไม่เหลือใครอยู่ในสภาเลยครับ แต่โดยเจตนาทั้งหมด เพื่อนสมาชิกที่นั่ง ไม่ว่าสมาชิกฝ่ำยค้าน หรือฝ่ำยรัฐบาล หรือสมาชิกวุฒิสภา ที่ร่วมกันอยู่ในรัฐสภา ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าท่านหวังจะพักการประชุม แล้วก็กลับมา ประชุมใหม่เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา คนถึงได้อยู่กันครบถ้วนทั้งหมด และไม่ใช่ครบถ้วน อย่างเดียว เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซํ้าไป เพราะฉะนั้นท่านประธานสภาครับ ผมคิดว่า เจตนารมณ์ท่านเป็นเครื่องชี้ทั้งหมดแล้วครับว่าท่านประสงค์อะไร มันไม่ได้ผิดข้อบังคับ ไม่ได้ผิดอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นหนทางเดียวท่านก็เดินการประชุมต่อไปครับ เพราะองค์ประชุมครบแล้ว แต่หากสมาชิกท่านใดเห็นว่ากระบวนการนี้เป็นกระบวนการ ที่ผิดพลาดก็อาจยื่นร้องต่อศาลธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการทั้งหมดผิด แต่ ณ วันนี้ ถ้าท่านยืนยันว่าเจตนารมณ์ท่านเป็ นอย่างไร แล้วก็คนในที่ประชุมทั้งหมดเข้าใจ เจตนารมณ์ของท่าน ทุกอย่างก็ต้องเดินต่อไป ไม่จําเป็นต้องขอมติอะไร ท่านก็เดินหน้า การประชุมต่อไปตามเจตนาที่ท่านตั้งไว้ครับ
คือไม่มีมติหรอกครับ ถ้ามีมติ ซ้อนญัตติ ข้อกําหนดอะไรต่าง ๆ มันก็ตกไป ทําไม่ได้หรอกครับ ผมก็พอทราบ อย่างนั้น ก็เพียงแต่ว่าเรามาปรึกษาหารือกัน ไหน ๆ จะปรองดองกันทั้งทีต่างฝ่ำยต่างก็ต้อง สมัครสมานสามัคคีกัน เพื่อจะนําพาประเทศชาติไปได้ก็จะเป็นผลประโยชน์อย่างสูงสุด นะครับ คุณอรรถวิชช์มีอะไรหรือ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวเรื่องข้อบังคับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้บอกว่า ปิดการประชุม ซึ่งการปิดการประชุมของท่านประธานนั้นต้องตีความอยู่ ๒ นัย ที่เถียงกันอยู่ คือหมายถึงท่านประธานเลิกการประชุม หรือหมายถึงท่านประธานเลื่อนการประชุม เพราะคําว่า ปิด นั้นไม่ชัดเจนครับ
ประเด็นแรกก่อนครับ ถ้าท่านประธานตีความว่าเลื่อนการประชุม ขณะนี้ ก็ถือว่าเป็นการเปิดการประชุมและครบองค์ประชุม เดินต่อได้ครับ ถ้าท่านประธานตีความ ว่าเป็นการเลิกการประชุม ก็ต้องมาดูข้อบังคับ ข้อ ๑๓ ในขณะนั้นถ้ามองว่าเป็นการเลิก ท่านประธานก็ได้บอกนัดล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้วก็คือตอน ๑๑.๐๐ นาฬิกา ปกติแล้ว ท่านประธานต้องทําเป็ นหนังสือ แล้วก็ต้องล่วงหน้า ๓ วัน แต่ข้อบังคับ ข้อ ๑๓ ถ้าประธานเห็นสมควรจะนัดเร็วกว่านั้นก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่ามีการโหวตเลยครับ เดี๋ยวจะผิดไปมากกว่าเดิมครับ ผมยํ้าอีกครั้งนะครับ ท่านประธานใช้คําว่า ปิดการประชุม ตามข้อบังคับแล้วมีนัยอยู่ ๒ อย่าง คือเลื่อนกับเลิก ต่อให้เป็ นการเลิกก็สามารถกระทําการได้โดยการนัด มาเป็นเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ต่อให้เป็นการเลื่อนท่านประธานก็ได้ทําถูกต้องแล้ว ตามกฎหมายและตามข้อบังคับทุกประการครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมว่าพอแล้วครับ ถือว่าครบองค์ประชุม เราดําเนินการเพื่อประเทศชาตินะครับ เราก็ปรึกษาหารือกันไป อันไหนควร ไม่ควร ผมก็อยากขอความกรุณาสิ่งใดที่ผิดพลาดก็ประทานอภัย ผมก็ขอ ตั้งแต่ต้นแล้วนะครับ เรื่องก็ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ เพราะสภานี้เป็นที่ที่สําหรับพูด ทุกคนก็มีสิทธิที่จะพูดได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าไม่ให้เสียเวลากระผมขอ ดําเนินการประชุมต่อนะครับ เพราะถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับการเข้าร่วมเป็น ภาคีในระบบการยอมรับร่วมในข้อมูลการประเมินสารเคมีขององค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ โออีซีดีหรือไม่ กระผมขอตรวจสอบองค์ประชุม อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงมติ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ โปรดกรุณานั่ง ประจําที่แล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
มีอะไรอีกครับคุณสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ให้เกียรติเพื่อนสมาชิก ผมก็จะให้เกียรติท่าน ผมต้องประท้วงท่าน เมื่อกี้นี้ท่านก็บอกไปแล้วว่าจะขอหารือตามข้อ ๑๗๗ ก่อนเพื่อให้ ถูกต้องตามทํานองคลองธรรม นี่ท่านก็เลยไปอีกแล้ว แล้วพอไปโหวตรับรอง ก็เป็นปัญหาว่ามติไม่ชอบ ถ้าท่านจะทําให้ถูกก็ทําตามข้อ ๑๗๗ ก่อนสิครับ นี่คือ ให้เกียรติท่านแล้ว
คือผมรับผิดชอบเองครับ ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความก็แล้วกันครับ ผมเคยโดนมาแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ
ไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ นี่ละครับลักษณะท่านประธาน ท่านก็พูดเอง แสดงว่าคําพูดของท่านนี่ หลุดจากปากแล้วกลับมันเป็นอะไรครับ ท่านบอกเองนะครับว่าจะต้องดําเนินตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ก่อน แล้วท่านก็ไม่ทําอีก ก็ทําเสียให้มันถูกต้องไม่ดีหรือครับ ท่านประธาน
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ
นี่ละครับ คือลักษณะของคนดื้อตัวจริงครับ
โปรดกรุณาเสียบบัตรแสดงตน ทุกท่านนะครับ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ห้องอาหาร เชิญเข้ามาข้างในด้วยนะครับ เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเสียบบัตร แสดงตนกันเรียบร้อย ท่านใดยังไม่ได้เสียบไม่มีนะครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๓๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบในเรื่องการเข้าร่วม เป็นภาคีในระบบการยอมรับร่วมข้อมูลการประเมินสารเคมีขององค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ โออีซีดี ท่านเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธินะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้วนะครับ ใครยังไม่ลงไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ลงมติแล้วนะครับ โปรดส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๘๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๒๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ
๔.๒ กรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้ (Credit Guarantee and Investment Facility) ซีจีไอเอฟ (CGIF) และกรอบวงเงินทุน จัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ รวม ๒ ฉบับ (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ หรือที่เดิมเรียกว่า เครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ เมคคานิซึม (Credit Guarantee and Investment Mechanism) โดยหน่วยงานดังกล่าวจะจัดตั้งขึ้นในรูปทรัสต์ ฟันด์ (Trust Fund) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย ในการนี้ประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ (ASEAN+3) และธนาคารพัฒนาเอเชียจะร่วมกัน ชําระเงินทุนจัดตั้งเบื้องต้นในวงเงินประมาณ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ และสําหรับกรอบ วงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระนั้น คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กําหนด กรอบวงเงินไว้ไม่เกิน ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๔๙๐ ล้านบาท ในการนี้ รัฐบาลจึงใคร่ขอเรียนชี้แจงรายละเอียดโดยสรุปของกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ ประเทศไทยจะต้องชําระดังนี้
ข้อ ๑ การจัดตั้งซีจีไอเอฟนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออํานวยความสะดวกให้ ภาคเอกชนที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในประเทศในภูมิภาคอาเซียน+๓ และมีอันดับ ความน่าเชื่อถือ หรือเครดิต เรทติ้ง (Credit Rating) อยู่ในระดับที่น่าลงทุน สามารถเข้า ระดมทุนในตราสารหนี้ได้ง่ายขึ้นในต้นทุนที่ตํ่าลง รวมถึงสามารถออกตราสารหนี้ ที่มีอายุยาวขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการการใช้เงินของธุรกิจอีกด้วย โดยซีจีไอเอฟจะช่วยคํ้าประกันตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นและสกุลเงินอื่นที่ออกโดย นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศอาเซียน+๓ เพื่อให้ตราสารหนี้เหล่านั้นมีอันดับ ความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น ทั้งนี้ซีจีไอเอฟอาจจะลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนการพัฒนาตลาด ตราสารหนี้ในภูมิภาคตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเห็นสมควร
ข้อ ๒ ในช่วงแรกของการดําเนินการ จะกําหนดสัดส่วนของกองทุน ต่อการคํ้าประกันของซีจีไอเอฟไว้ที่ ๑ ต่อ ๑ และหากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติเห็นชอบโดยมี เสียงข้างมากไม่ตํ่ากว่า ๒ ใน ๓ ของผู้ถือหุ้นและต้องไม่ตํ่ากว่า ๒ ใน ๓ ของจํานวนหุ้นทั้งหมด แล้วก็สามารถปรับสัดส่วนเพิ่มเติมได้ภายหลัง
ข้อ ๓ ในเบื้องต้นซีจีไอเอฟน่าจะมีเงินทุนจัดตั้งประมาณ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศญี่ปุ่ นและสาธารณรัฐประชาชนจีนจะชําระเงินทุนจัดตั้งประเทศละ ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ สาธารณรัฐเกาหลี ๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ธนาคารพัฒนาเอเชีย ในวงเงิน ๑๐๐-๑๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐ และประเทศสมาชิกอาเซียนอีกประมาณ ๗๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจากการหารือนอกรอบระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ผู้แทนไทย ในฐานะประธานร่วมของคณะทําการจัดตั้งซีจีไอเอฟได้เสนอแนวทางให้ประเทศสมาชิก อาเซียนที่มีตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างพัฒนาแล้ว ๕ ประเทศ ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย พิจารณาร่วมกัน ชําระเงินทุนจัดตั้งในสัดส่วนเท่า ๆ กันในวงเงินประเทศละ ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ ในการนี้ คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบให้กําหนดกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้อง ชําระไว้ไม่เกิน ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๔๙๐ ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลัง ดําเนินการเพื่อขอตั้งงบประมาณในวงเงินไม่เกิน ๔๙๐ ล้านบาทต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเป็นองค์กร ที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินว่าจะเจรจาโดยยึดถือผลประโยชน์ ของประชาชนชาวไทยเป็นที่ตั้งอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ นอกจากระเบียบวาระที่ ๔.๒ เรื่องกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้ หรือซีจีไอเอฟ ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานที่จะนําเสนอร่างความตกลงมาตรการริเริ่ม เชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีพร้อมกันนะครับ เพื่อความสะดวกในการพิจารณา เพราะทั้ง ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับข้อตกลงกับประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ โดยรัฐบาลไทย ถ้าท่านประธานอนุมัติ ผมจะขออนุญาตรายงาน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้นําเสนอร่างความตกลง มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีต่อรัฐสภา เพื่อการพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ตามที่รัฐสภาได้มีมติเห็นชอบกรอบการเจรจามาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่ การเป็นพหุภาคี หรือเชียงใหม่ อินิทิเอทีฟ มัลติเลเทอรัลไลเซชัน (Chiang Mai Initiative Multilateralization) ในการประชุมครั้งที่ ๔ สมัยสามัญทั่วไป ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ นั้น กระผมขอเรียนว่า บัดนี้ประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ อันประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ประเทศญี่ปุ่ น สาธารณรัฐ ประชาชนจีนและสาธารณรัฐเกาหลี ได้จัดทําร่างความตกลงซีเอ็มไอเอ็ม (CMIM) เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งร่างความตกลงมีสาระสําคัญตามหลักการสําคัญที่ที่ประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน+๓ ครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้ให้ความเห็นชอบและเป็นไปตามกรอบการเจรจา ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีได้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการริเริ่มหลักของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการเงิน ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือ ทางการเงินของภูมิภาคในการเสริมสภาพคล่องระหว่างกัน ในกรณีที่ประเทศสมาชิก ประสบปัญหาดุลการชําระเงินหรือขาดสภาพคล่องของเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ในระยะสั้น และยังเป็นส่วนเสริมความช่วยเหลือด้านการเงินที่ได้รับจากองค์กรการเงิน ระหว่างประเทศอีกทางหนึ่ง โดยประเทศสมาชิกได้มีการสร้างเครือข่ายความตกลงทวิภาคี ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราหรือไบแเลทเทอรัล สวอพ อะกรีเมนท์ (Bilateral Swap Agreement) ซึ่งความร่วมมือภายใต้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่นี้ยังไม่ครอบคลุมทุกประเทศ สมาชิก ด้วยเหตุนี้ประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ จึงร่วมมือกันพัฒนากลไกภายใต้มาตรการ ริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการจัดทําความตกลง มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีหรือความตกลงซีเอ็มไอเอ็มฉบับนี้ กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า การพัฒนาการริเริ่มเชียงใหม่จากรูปแบบของความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตรา ทวิภาคีมาเป็นรูปแบบของพหุภาคี ซึ่งครอบคลุมประเทศสมาชิกทั้ง ๑๓ ประเทศ รวมถึง ประเทศฮ่องกง จะทําให้กลไกในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างกันของสมาชิก อาเซียน+๓ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความแน่นอนของจํานวนวงเงินที่ได้รับ ความช่วยเหลือและลดขั้นตอนและเวลาการดําเนินการเบิกถอน นอกจากนี้กระผมเชื่อมั่นว่าการจัดทําความตกลงซีเอ็มไอเอ็มในช่วงเวลานี้จะส่งผลดี ต่อประเทศไทยและต่อภูมิภาคอาเซียน+๓ โดยจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่าประเทศสมาชิก ทุกประเทศจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินได้อย่างทันท่วงทีในกรณีที่เกิดวิกฤติ ทางการเงิน พร้อมกันนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินของกลุ่ม ประเทศอาเซียน+๓ ที่แข็งแกร่งเป็นรูปธรรมและแน่นแฟ้ นยิ่งขึ้น ในภาวะที่เศรษฐกิจโลก ยังมีความท้าทายอยู่ในปัจจุบัน ความตกลงซีเอ็มไอเอ็มฉบับนี้เป็นสัญญาความตกลง พหุภาคีในการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ รวมประเทศฮ่องกง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกลไกของภูมิภาคในการเสริมสภาพคล่องระหว่างประเทศสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกประสบปัญหาดุลการชําระเงินหรือขาดสภาพคล่องในระยะสั้น โดยในส่วนหนึ่งคาดว่าการได้รับความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกด้วยกันนี้จะสามารถ ทําให้ประเทศสมาชิกลดการพึ่งพาความช่วยเหลือด้านการเงินที่ได้รับจากองค์กรการเงิน ระหว่างประเทศอื่น ๆ สาระของความตกลงฉบับนี้เป็นไปตามกรอบการเจรจามาตรการ ริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็ นพหุภาคีที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว มีเนื้อหา ครอบคลุมขนาดและวงเงินสมทบในซีเอ็มไอเอ็มโดยประเทศสมาชิกได้กําหนดวงเงินไว้ที่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีสัดส่วนในการผูกพันเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ของประเทศสมาชิกอาเซียนในสัดส่วนร้อยละ ๒๐ หรือเท่ากับ ๒๔,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่กลุ่มประเทศอาเซียน+๓ รวมประเทศฮ่องกงจะมีสัดส่วนสมทบที่ร้อยละ ๘๐ ของซีเอ็มไอเอ็มหรือเท่ากับ ๙๖,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยตามที่ รัฐสภาให้ความเห็นชอบธนาคารแห่งประเทศไทยจะสมทบเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ ในวงเงิน ๔,๗๐๗ ล้านเหรียญสหรัฐในซีเอ็มไอเอ็ม นอกจากนี้ความตกลงยังได้กําหนด การสมทบเงินในซีเอ็มไอเอ็มของสมาชิกวงเงินเบิกถอนความช่วยเหลือรูปแบบ และระยะเวลาการเบิกถอนวงเงินความช่วยเหลือ และขั้นตอนการเบิกถอนวงเงิน ความช่วยเหลือไว้ในรายละเอียดด้วย
ปัญหาวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ประเทศต่าง ๆ กําลัง ประสบอยู่ ณ ปัจจุบันได้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ที่สูงขึ้น ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลไทยและรัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียน+๓ ตระหนักดี ถึงปัญหาและความจําเป็ นที่จะต้องดําเนินมาตรการในระดับภูมิภาค เพื่อรองรับ ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น
รัฐบาลขอเรียนว่า การจัดตั้งซีเอ็มไอเอ็มนี้มีความสําคัญต่อการสร้าง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจาก ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อีกขั้นหนึ่ง
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วและเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐบาลจึงขอให้รัฐสภาพิจารณา ให้ความเห็นชอบร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีฉบับนี้ เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมลงนาม ในความตกลงดังกล่าวต่อไป ขอบคุณครับ
ขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นครับ เชิญท่านสุรศักดิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการการเงิน การคลัง ของวุฒิสภา เพราะฉะนั้นจึงสนใจในเรื่องนี้อยู่ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเราขณะนี้ จากการชุมนุมที่ว่านี้ มันก็มีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับทางด้านเศรษฐกิจพ่วงโยงมา กระผมเห็นด้วย กับการที่จะอนุมัติกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ
เหตุผลประการแรก ก็คือว่าเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม เพราะว่าทางรัฐบาลต้องการที่จะผลักดันการขับเคลื่อนทาง เศรษฐกิจ โดยเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนเพื่อให้สามารถขยายตลาดทุนนี้ไปได้
ประการที่สอง ก็คือทางกระทรวงการคลังนั้นก็ได้กําหนดยุทธศาสตร์ ในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพื่อให้ตลาดสินเชื่อและตลาดตราสารทุนมีโอกาสที่จะระดมทุนมากขึ้น
เหตุผลประการที่สาม ก็คือว่าทางมาตรการที่จะทํา เอเชียน บอนด์ (Asian bond) ซึ่งพูดกันมานานแล้วสนับสนุนให้การพัฒนาตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคนี้ สามารถดําเนินการไปได้ ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้ชี้แจงไป เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ผมก็ขอเน้นยํ้าอีกทีหนึ่งว่าประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับนั้น มีอยู่มากมายหลายประการด้วยกันนะครับ
ประการที่ ๑ ซีจีไอเอฟจะทําให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับ ตราสารหนี้นั้นภาคเอกชนสามารถที่จะดําเนินการได้นะครับ
ประการที่ ๒ ก็จะช่วยคํ้าประกันตราสารหนี้ ทําให้ความน่าเชื่อถือของ ตราสารหนี้นั้นมีมากขึ้นนะครับ
ประการที่ ๓ ก็เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ออกตราสารหนี้สามารถ จะทําให้ตราสารหนี้นี้มีอายุยาวขึ้นนะครับ
เพราะฉะนั้นจากนโยบายของรัฐบาลของกระทรวงการคลัง ยุทธศาสตร์ ทั้งหมดและประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ผมคิดว่าทางรัฐสภาน่าจะให้ความเห็นชอบ
เชิญท่านผ่องศรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะคะ จากการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังได้ขอความเห็นชอบโดยนําเสนอเหตุผลให้รัฐสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ในกรอบการเจรจาข้อตกลงการจัดตั้งซีจีไอเอฟและกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทย จะต้องชําระ และร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี ดิฉัน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาก็ขอให้ความเห็นชอบในการดําเนินการทั้ง ๒ เรื่อง เหตุผลก็คือ จากสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงก็เห็นความจําเป็นแล้วก็ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ นอกจากนั้นเรื่องของกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ เรื่องนี้เคยนําเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภามาครั้งหนึ่งแล้ว และที่ประชุม ก็ได้อภิปรายให้ความเห็นชอบสนับสนุน ครั้งนั้นก็ได้เห็นความจําเป็นและความสําคัญ ตลอดจนการที่ดิฉันได้ติดตามการดําเนินงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในนามตัวแทนของประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ของประเทศอาเซียน+๓ โดยเฉพาะที่ผ่านมาล่าสุดเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ก็ทําให้เห็นผล ถึงความจําเป็นที่ประเทศไทยจะต้องเข้าร่วมในกระบวนการนี้ แล้วก็สมควรที่รัฐสภาจะให้ ความเห็นชอบค่ะ ดิฉันขอเชิญชวนให้สมาชิกรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบทั้ง ๒ กรอบค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
มีสมาชิกท่านใดไหมครับ เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิก รัฐสภานะครับ ในกรอบการเจรจาข้อตกลงการจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ ผมว่าอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง เป็นส่วนที่ดีที่รัฐบาลเราน่าจะเข้ามาร่วมตรงนี้ด้วย เหตุผลที่ ถ้าประเทศไทยเราเข้าร่วมตรงนี้ประเทศไทยเราจะได้ประโยชน์จากตรงนี้มากมาย แล้วก็ จะเกิดการแข่งขันในเรื่องของต้นทุนต่าง ๆ ตรงนี้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนสอบถาม ทางรัฐมนตรี ในหน้า ๔ ข้อ ๒ ว่าซีจีไอเอฟจะช่วยคํ้าประกันตราสารหนี้สกุลเงินอื่นที่ออก โดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในประเทศอาเซียน+๓ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ระดับ ที่น่าลงทุนทริปเปิล บี (Triple B) นี่นะครับ ผมว่าตรงนี้เป็นการเซตแบบตํ่าลงไปหรือไม่ เพราะว่าถ้าเครดิตลดลงอีกอันหนึ่งก็คือเป็นทริปเปิล บีลบนี่จะเป็น จังค์ บอนด์ (Junk bond) ฉะนั้นตรงนี้ถ้าบอกว่าตั้งเป็นทริปเปิล บีนี่ คอสท์ ออฟ ฟันด์ (Cost of fund) ของการกู้เงิน ตรงนี้จะสูงขึ้น เพราะผมคิดว่าน่าจะทําเป็นเรท (Rate) ให้สูงกว่าทริปเปิล บีได้ไหมครับ อันนี้ก็อยากจะเรียนสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าเงินที่ท่านจะนําไปชําระเกี่ยวกับการลงทุนในครั้งแรก ของการจัดตั้งซีจีไอเอฟนี่นะครับ ๕๐๐ ล้านเหรียญถึง ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ท่านเอาเงินในส่วนไหนไปชําระในส่วนนี้อยากจะทราบข้อมูล ซึ่งการทําเรื่องเครดิตอย่างนี้ เห็นด้วยอยู่แล้วนะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผมไม่ค่อยสบายใจกับการบริหารตัวเลขทางด้าน การเงินของประเทศเท่าไรนักเพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ จนถึงบัดนี้นะครับ ตัวเลขในการจัดเก็บภาษีจัดเก็บรายได้ของรัฐนี่มันผิดพลาดไปตลอด เพราะฉะนั้น การกู้เงินต่าง ๆ หรือนําเงินไปใช้นี่ผมเห็นว่ามันจะผิดพลาดมาโดยตลอด เดี๋ยวในตอนถัดไป ผมจะมีการอภิปรายเพื่อจะให้สังคมได้เห็นในช่วงที่ท่านจะไปกู้เงินไจก้า (JICA) เพราะว่า วันนี้ตัวเลขที่ผมติดตามดูอยู่ครับการจัดเก็บรายได้ตั้งเป้ำไว้ก็เก็บได้เกิน พอเก็บได้เกิน มันก็มีงบลงทุนได้มาก ทีนี้การกู้เงินจากต่างประเทศตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะที่ให้กู้ แต่ละปี ผมอยากทราบว่าเอา ๕๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐเอาจากเงิน ส่วนไหนเอาไปชําระเขานะครับ แล้วก็ทําไปแล้วนี่ประโยชน์ที่แท้จริงจะตกกับประเทศเรา จริงหรือไม่ ท่านมีโอกาสที่จะชี้ให้เห็นได้ไหมว่าประโยชน์ชัด ๆ นี่มันเป็นอย่างไรนะครับ ถ้าทําได้จริงมันก็น่าจะเป็นประโยชน์ที่มีการดําเนินการจัดตั้งซีจีไอเอฟซึ่งชาวบ้านเขาฟัง ก็คงไม่เข้าใจนะครับเป็นภาษาฝรั่ง การการันตีเครดิตเพื่อการลงทุน เพื่อใช้ในการลงทุน หรืออะไรก็สุดแล้วแต่นะครับ ขอบคุณนะครับท่านประธาน
เชิญท่านนฤมลครับ
ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออภิปรายสนับสนุน ในกรอบทั้ง ๒ กรอบนี้ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่ การเป็นพหุภาคี ดิฉันเห็นว่ามันมีความจําเป็นค่ะที่ประเทศของเราจะต้องมีการเตรียมพร้อม ในเรื่องของแหล่งเงินในระยะสั้นนะคะ เนื่องมาจากภาวะที่เราเรียกกันว่าโลกาภิวัตน์ ในปัจจุบันนี้ทําให้การเลื่อนไหลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม มีผลจากภาคหนึ่งสู่ภาคหนึ่ง แล้วกระจายไปสู่โลกโดยง่าย เพราะฉะนั้นการมีเครื่องมืออันนี้จะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ กลุ่มประเทศของเราในอาเซียน+๓ ประเทศจะสามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้โดยเป็น กลไกในการที่จะสํารองเอาไว้เวลาที่มันเกิดเหตุขึ้นมาโดยฉับพลันนะคะ เมื่อก่อนนั้น เกิดเหตุในบ้านเราในภาวะที่เราเรียกว่า ต้มยํากุ้ง ไครซิส (Tomyumkung crisis) นี่นะคะ ปัญหาก็กระจายออกไปถึงทั่วโลกได้ ครั้งที่เกิดซับไพรม์ (Subprime) ของอเมริกัน ก็เกิดปัญหาจากนอกเข้ามาสู่บ้านเราได้ เพราะฉะนั้นแหล่งเงินที่จะเติมต่อจากการกู้ ในระบบใหญ่ของกองทุนระหว่างประเทศนี่มันจําเป็นต้องมีค่ะ ก็เลยคิดว่ามันเป็ น การป้ องกันภัย เป็นมาตรการ เป็นกลไกที่ดีค่ะ จึงขออนุญาตสนับสนุนให้รัฐบาลได้ทํา ตรงนี้เดินหน้าต่อไปได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียน ท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ขอขอบพระคุณสําหรับคําอภิปราย ที่โดยส่วนใหญ่ก็เป็นคําอภิปรายสนับสนุนทั้งในส่วนของการจัดตั้งซีจีไอเอฟ และการจัดตั้ง กองทุนริเริ่มเชียงใหม่หรือซีเอ็มไอเอ็ม อันนี้มีคําถาม ๒-๓ คําถามนะครับ
คําถามแรก ผมขออนุญาตที่จะตอบเรื่องที่มาของเม็ดเงินที่จะใช้เป็นทุน จัดตั้งในส่วนของกองทุนซีจีไอเอฟ ซึ่งได้ระบุไว้ว่าเงินทุนจัดตั้งโดยรวมของกองทุนนี้ จะอยู่ที่ ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ขออนุญาตเรียนกับท่านสมาชิกว่าในสัดส่วน ที่ประเทศไทยจะต้องรับผิดชอบเป็นสัดส่วนเท่ากันกับประเทศอาเซียนอีก ๔ ประเทศก็คือ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสิงคโปร์ ซึ่งแต่ละประเทศ จะมีความรับผิดชอบเพียงแค่ ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐหรือ ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ จาก ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐโดยรวม โดยที่เม็ดเงินส่วนใหญ่จะมาจากประเทศที่ใหญ่กว่า ก็คือประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงประเทศเกาหลี และตัวธนาคารพัฒนาเอเชียเอง ส่วนที่มาของ ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ ๔๙๐ ล้านบาทนั้นเป็นเงินงบประมาณ ที่จะต้องจัดสรรต่อไป ถามว่าประโยชน์ที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนและประเทศไทย จะได้รับจากกองทุนนี้ ความจริงชัดเจนอยู่ในตัวเลขเพราะว่าถึงแม้ว่ากองทุนจะมี ขนาดใหญ่ถึง ๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนเม็ดเงินที่เราต้องร่วมลงขันอยู่ที่ระดับ ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่มูลค่าของตัววงเงินการคํ้าประกันโดยรวมที่ภาคเอกชนของเรา จะได้รับจากการออกพันธบัตรโดยกองทุนนี้อยู่ที่ระดับ ๑๐ เท่าต่อเงินทุนที่เราได้ร่วมลงทุน ดังนั้นเราใส่เงิน ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ แต่วงเงินการคํ้าประกันโดยรวมที่จะได้รับจาก กองทุนนี้อยู่ที่ระดับ ๑๔๐ ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งจะทําให้ผู้ประกอบการของเราสามารถ ที่จะออกพันธบัตร ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรสกุลเงินบาทหรือสกุลเงินอื่น ๆ และได้รับ การคุ้มครองหรือการยกระดับความน่าเชื่อถือด้วยการคํ้าประกันของกองทุนนี้ในวงเงิน ที่สูงกว่าเงินทุนของประเทศของเราถึง ๑๐ เท่า ประโยชน์ตรงนี้ความหมายก็คือต้นทุน ดอกเบี้ยของพันธบัตรของภาคเอกชนของเราจะลดลง ซึ่งผมจะขออนุญาตตอบคําถาม อีกคําถามหนึ่งต่อกันเลยว่าการกําหนดระดับความน่าเชื่อถือที่บี (B) ๓ ตัวหรือทริปเปิล บี เป็นอันดับตํ่าสุดนั้นคิดว่าไม่ตํ่าเกินไปเพราะว่าเป้ำหมายวัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ก็คือ เราต้องการที่จะเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่โดยปกติแล้วระดับความเสี่ยงอาจจะ ไม่เป็นที่ยอมรับโดยตลาดเงินทั่วไป แต่เมื่อมีการคํ้าประกันโดยกองทุนนี้ก็จะสามารถ ยกระดับความน่าเชื่อถือที่อาจจะเริ่มต้นอยู่ที่บี ๓ ตัว อาจจะปรับขึ้นมาเป็นเอ (A) ๓ ตัวได้ เนื่องจากตัวกองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีเงินทุนสํารองเพียงพอที่จะสามารถยกระดับ ความน่าเชื่อถือของตัวพันธบัตรจากภาคเอกชนได้ ซึ่งความหมายก็คือต้นทุนดอกเบี้ย จะลดลงเพราะความเสี่ยงลดลงและอายุในการกู้ยืมก็จะยาวขึ้น เช่นเดียวกันเป็น เพราะความเสี่ยงนั้นลดลง
ส่วนกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ ผมขออนุญาตเรียนว่าก็เป็ นความตั้งใจ ของทางรัฐบาลที่จะปรับโครงสร้างของกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ร่วมกันกับเพื่อนสมาชิก อาเซียน+๓ให้สอดคล้องต่อความต้องการและการพัฒนาตลาดเงิน ผมขออนุญาต เรียนเพื่อนสมาชิกรับทราบนะครับว่า ณ ปัจจุบันวันนี้เลยตลาดเงินทั่วโลกก็ระสํ่าระสาย อีกครั้งหนึ่ง สืบเนื่องมาจากความกังวลที่ทุก ๆ ประเทศมีต่อผลที่อาจจะเกิดขึ้นจากวิกฤติ ทางการเงินที่ประเทศหนึ่งในยุโรป ณ ปัจจุบันคือประเทศกรีซ ซึ่งดูเหมือนว่าอยู่ในขั้นตอน ของการเข้าสู่การล้มละลาย ซึ่งทําให้ตลาดเงินทั่วโลกแล้วก็โดยเฉพาะตลาดเงินในยุโรป ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้แต่ตลาดหุ้นไทยวันนี้เองก็ปรับลดลงสืบเนื่องมาจาก ตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคเอเชียปรับลดลง จากความกังวลที่จะเกิดขึ้นว่าเหตุการณ์ที่กําลัง เกิดขึ้นในกรีซนั้นจะส่งผลต่อระดับความมั่นคงหรือเสถียรภาพของการเงินทั่วโลกหรือไม่ ก็จะต้องขออนุญาตเรียนเป็นคําอธิบายนะครับว่า ความจริงถ้ายุโรปเขามีกองทุนของเขา ในรูปแบบหรือลักษณะเดียวกันกับกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ของอาเซียนก็อาจจะเป็นตัวตอบ โจทย์และแก้ไขปัญหาให้กับประเทศกรีซไปได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ มีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาลักษณะนี้โดยเฉพาะนะครับ ก็คือปัญหาที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ที่เป็ นสมาชิกในกรณีนี้ก็คือสมาชิกเครือข่ายอาเซียน มีประเด็นปัญหาเรื่องของ สภาพคล่องในระยะสั้นสามารถที่จะเข้าถึงการกู้ยืมโดยกองทุนที่เป็นกองทุนรวมทุน สํารองระหว่างประเทศของประเทศอาเซียน+๓ เพื่อที่จะสามารถหยิบขึ้นมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้นะครับ ไม่รอให้ปัญหานั้นลุกลามต่อไป ดังนั้นจึงเป็ นแนวทางที่นอกจากทันสมัยแล้วจะสามารถที่จะช่วยแก้ปั ญหา ด้วยการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมให้กับกลุ่มประเทศสมาชิกของอาเซียนได้ในกรณีที่ในอนาคต อาจจะมีประเด็นปัญหาสภาพคล่องในระยะสั้นเช่นเดียวกันกับที่เคยประสบมาในช่วง วิกฤติเศรษฐกิจเอเชียปี ๒๕๔๐ และวิกฤติที่กําลังปรากฏในกลุ่มประเทศยุโรปเองครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาลได้เสนอมาเรื่องของเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้ก็ตาม ในเรื่องของความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ก็ตาม อยากจะกราบเรียนว่าเกือบจะช้าไป ของเรื่องเชียงใหม่ อินิทิเอทีฟ มัลติเลเทอรัลไลเซชัน หรือความริเริ่มเรื่องข้อตกลงเรื่องเชียงใหม่นั้น ท่านประธานครับมัน ๑๐ ปีมาแล้ว แล้วก็ อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาด้วยว่าเหลือประเทศไทยประเทศเดียวที่ยังไม่ได้เซ็น สมาชิกอื่นเขาลงนามกันไปแล้ว ฉะนั้นผมคิดว่าของเราเป็ นประเทศที่เป็นผู้ริเริ่ม ในการประชุมเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว แต่กลับเป็นผู้ที่จะลงนามเป็นประเทศสุดท้าย ส่วนที่ รัฐบาลเสนอมานี้ครับท่านประธาน ผมอยากจะเปรียบเทียบให้ท่านประธานได้เห็นว่า รถยนต์ทุกคันขาดนํ้ามันวิ่งไม่ได้นะครับ เศรษฐกิจเหมือนกันถ้าเผื่อขาดเงินทุนก็เดินหน้า ไม่ได้ วันนี้สิ่งที่รัฐบาลได้เสนอมาก็คือเป็นนํ้ามันสํารองให้ในยามวิกฤติ ในยามฉุกเฉิน ทั้งภาครัฐแล้วก็ภาคเอกชน ที่ผ่านมาเวลาเรามีวิกฤติเมื่อปี ๒๕๔๓ นั้นก็เกิดจากวิกฤติ ของสถาบันการเงิน แล้ววันนั้นก็ทําให้ประเทศไทยนั้นเป็นหนี้กันทั้งประเทศ ต้องไปพึ่ง ไอเอ็มเอฟ (IMF) แล้ววันนี้ผมเชื่อว่ามาตรการที่รัฐบาลเสนอมาให้เอกชนนั้นสามารถ มีแหล่งเงินกู้ที่มีการคํ้าประกันเครดิต การันตีนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทางภาคเอกชน ในขณะเดียวกันท่านประธานเห็นตัวอย่างนะครับ ประเทศกรีซในปัจจุบันนี้ต้องไปพึ่ง ไอเอ็มเอฟ จากเดิมคาดว่าจะต้องใช้เงินช่วยเหลือประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ มาวันนี้บานไปเป็น ๑๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ก็เพราะว่าขาดวงเงินฉุกเฉินที่จะใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชนที่ขาดแหล่งเงินทุนที่จะช่วยชําระหนี้ในระยะสั้น ฉะนั้น ตรงนี้อยากจะเรียนว่าเป็นเรื่องที่ทําตามแนว จริง ๆ ก็คือทําตามแนวพุทธคือ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน วันนี้ยุโรปเขามีวิกฤติเขาก็คงจะต้องรุมกันช่วยเหลือ ทั้งประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส หากเศรษฐกิจลุกลามมาถึงทางเอเชีย เราก็จะมีมาตรการที่เรากําลังจะลงขันนี่นะครับ คือมาตรการความริเริ่มของเชียงใหม่นั้น เป็นฟูกให้เราเผื่อเราพลาดล้มไปจะได้ไม่เจ็บตัวมากนัก ฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ขอสนับสนุนมาตรการทั้ง ๒ มาตรการในการเป็นแหล่งเงินทุนสํารอง ให้กับภาคเอกชนแล้วก็ภาครัฐในยามวิกฤติฉุกเฉิน แล้วผมก็อยากจะกระตุ้นให้ทาง รัฐบาลนั้นว่าให้เห็นความสําคัญแล้วก็รีบดําเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุดนะครับ เพราะว่า ขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาก็อยากให้แยกส่วนเสียว่าในส่วนนี้เป็นส่วนที่จะต้องทําในเรื่อง ภาคเศรษฐกิจ ก็ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และขอขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาด้วยนะครับ ที่นัดให้มีการประชุมครั้งนี้ ผมเชื่อว่าถ้าช้ากว่านี้ ก็จะทําให้ไม่ถึงกับขาดโอกาส แต่ทุกอย่างที่ทํานี้จะทําให้ประเทศไทยนั้นมีความมั่นใจ ที่จะเดินหน้าต่อไป และสําคัญที่สุดก็คือเศรษฐกิจจะมีเม็ดเงินที่จะมาลงทุนในกรณีที่เรา ต้องการทุนในการเดินหน้าทางเศรษฐกิจ ก็ขอสนับสนุนมาตรการทั้ง ๒ มาตรการครับ ท่านประธาน
เชิญท่านวิชาญก่อนครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคงไม่ขัดข้องที่ทางรัฐบาลเองจะมาขอกรอบ แล้วก็ขอให้มีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวจากรัฐสภาแห่งนี้ แต่ผมมีข้อที่จะซักถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ในขณะที่เรากําลังขอกรอบการเจรจาข้อตกลง จัดตั้งกองทุนดังกล่าว โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องขณะนี้ทั้ง ๒ ส่วนที่จะขออนุมัติ ในคราวเดียวกัน ต้องถามว่าความจําเป็นในขณะนี้ถึงการลงทุน ณ วันนี้ของเรามีเงิน ในส่วนของการทําในส่วนของกองทุนที่เราไปร่วมมือทั้งหมดเท่าไร แล้วในส่วนของเพดาน ที่เราจะไปออกการให้การคํ้าประกัน เช่นกองทุนดังกล่าวซึ่งกําลังพิจารณาอยู่นี้ท่านบอกว่า ลงไป ๑๔ ล้านเหรียญยูเอส (US) นี่ได้ ๑๐ เท่า ๑๔ ล้านเหรียญยูเอส ในการที่จะไปทํา เรื่องการคํ้าประกันในตราสารต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีครับ เพราะว่าความเชื่อถือในส่วน ของประเทศต่าง ๆ ที่เป็นประเทศใหญ่ ๆ เขาได้มีการให้ความร่วมมือกัน แล้วก็มาเอื้อเฟื้อ สู่ประเทศเล็ก ๆ อย่างเรา แต่ผมเป็นห่วงวิตกว่าที่ผ่านมานี่กองทุนที่ได้มีการทําไปแล้ว ในอนาคต มีการใช้ในเรื่องของการปล่อยให้ภาคเอกชนเข้ามาใช้ในระบบดังกล่าว ทั้งในเรื่องของการลงทุน การคํ้าประกันตราสารหนี้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน มีทั้งหมดกี่ส่วน กี่กองทุนที่เกิดขึ้น แล้วมีการใช้ไปในลักษณะดังกล่าวนี่เป็นจํานวน เต็มเพดานที่มีการร่วมกับกลุ่มกองทุนต่าง ๆ ในฐานะสมาชิกอย่างไร ขอทรารายละเอียด ตรงนี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบเขตเลือกตั้งจากจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้เสนอระเบียบวาระการประชุม ให้รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ ซึ่งเป็นกรอบที่จะไปขอเจรจา และมีกรอบวงเงินกรอบวงเงินทุนจัดตั้ง ในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องรับผิดชอบ นั่นคือเรื่องแรกนะครับ
เรื่องที่สอง ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายให้ความเห็น ไปพร้อมกันคือเป็นร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพาหุภาคี ตรงนี้ เป็นร่างข้อตกลงหรือร่างสัญญา
ความแตกต่าง ๒ เรื่องนี้ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมพยายาม ที่จะนําเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีอยู่ตลอดเวลา กรณีเป็นร่างข้อตกลง มันเป็นสิ่งที่รัฐสภาเองหรือความรวมแล้วต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะจะต้อง มีการไปลงนามหลังจากผ่านการเจรจามาแล้ว ถ้าอยู่ในระเบียบวาระการประชุมก็ถือว่า ต้องผ่านการให้กรอบไปแล้วกลับมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อมาขอความเห็นชอบที่จะให้ลงนาม เพื่อจะแสดงให้มีผลผูกพันเป็ นสัตยาบันต่อไป ท่านประธานครับ เรื่องกรอบเจรจา ผมไม่ห่วงเท่าไรนัก เพราะว่าอย่างไรก็ตามทางผู้แทนประเทศไทยก็ต้องไปเจรจาตามกรอบ ที่ขออนุมัติไป ในเรื่องซีจีไอเอฟ ท่านขอกรอบมากับรัฐสภาทั้งหมดในหัวข้อเรื่องการเจรจา มีทั้งหมดอยู่ ๗ เรื่อง รวมทั้งวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์แนวทางการจัดตั้งเป็นต้นไปจนถึง ขอบเขตการดําเนินงาน สัดส่วนของทุนต่อการคํ้าประกัน เรื่องของโครงสร้าง การดําเนินงาน ของซีจีไอเอฟ เรื่องของแนวทางในการชําระเงินทุนจัดตั้ง เรื่องของกรอบเงินทุนจัดตั้ง ในส่วนที่ประเทศไทยต้องชําระ ท่านขอมาครับ แล้วเรื่องแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้เป็น เงินทุนในส่วนของประเทศไทยที่จะต้องชําระ ท่านก็บอกว่าตัวนี้เป็นกรอบท่านต้องไป เจรจา อันนี้ผมไม่ห่วงครับ ท่านก็ทําตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม เพราะเรื่องนี้เป็นหนังสือสัญญาตามวรรคสองแน่นอน ไปเจรจามาแล้ว เมื่อผลเจรจาเป็นอย่างไรท่านต้องเอาร่างข้อตกลงที่จะทําหนังสือ เป็นสัญญามาให้พวกเราดูอีกรอบหนึ่ง อันนี้ผมไม่ห่วงนะครับ ก็เห็นชอบตามกรอบนี้ แต่เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ท่านจะขอความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี เป็นการจัดตั้งกองทุนของจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นร่างหนังสือสัญญา ร่างหนังสือสัญญาผมเคยกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีทุกครั้ง ที่มีการเข้าสู่การพิจารณา แล้วผมก็ติดตามดูทุกครั้งและสิ่งที่ถามไม่เคยปรากฏเลย ท่านประธานครับ วรรคสามชัดเจนครับ ท่านอย่าลืมนะครับว่าในสิ่งที่ท่านมาขอต่อ รัฐสภานี้ท่านต้องการทําให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านต้องยึดตรงนั้น เป็นหลัก รายละเอียดเนื้อหาสาระจริงอยู่ครับมีความจําเป็น มีความสําคัญ แต่ผมก็ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านสังเกตไหมครับพวกเราพยายามใช้ ความรู้ความสามารถเต็มที่ก็ทําได้แค่นี้ครับ ผมเชื่อว่ามีคนอภิปรายให้ความเห็นได้ ไม่กี่ท่านหรอกจาก ๖๓๐ ท่าน มันเป็นเรื่องรายละเอียดค่อนข้างมาก ถึงแม้ท่านบอกว่า ส่งเอกสารไปทั้งที่บ้าน ทั้งที่ประชุม ทุกที่ทุกทางแล้ว แต่ว่ากระบวนการการพิจารณา ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ยากที่เราจะดูได้ครอบคลุม ผลสุดท้ายเราต้องยอมรับว่าเป็นในนามของรัฐสภา ผมเคยเสนอหลายครั้งครับว่า เราน่าจะมีมาตรการในการตรวจสอบ มาตรการในการที่จะพิจารณาที่จะลงรายละเอียด มากกว่านี้ ก็หวังว่าในข้อบังคับของรัฐสภาเรามีเรื่องนี้บรรจุอยู่ ขออนุญาตให้สภาไปตั้ง กรรมาธิการวิสามัญไปดูได้ไหมในบางเรื่อง แล้วมานําเสนอโดยไม่ต้องไปพิจารณาอะไร มากมายนัก เราเชื่อว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญของเราทําได้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ของเราซึ่งมีความรู้ความสามารถ สภาก็ให้การยอมรับด้วยความสบายใจ ประเด็นหนึ่ง ที่ผมต้องถามอยู่ตลอดเวลาก็คือว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดครับ ก่อนที่จะลงนามในหนังสือ สัญญาหรือร่างข้อตกลง เป็นร่างสัญญาแล้วนะครับ จะต้องลงนามแล้ว ประเทศอื่นเขา ลงนามหมดแล้ว เหลือประเทศไทย รัฐธรรมนูญเขียนชัดเจนครับ ต้องรับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ถามทุกครั้ง จะกรุณาไหมครับว่าท่านจะตอบให้บันทึกในที่ประชุมนี้ ก็ได้ครับ หรือต่อไปถ้าท่านต้องการไม่อยากฟังเสียงผม เบื่อเหลือเกินหมอชลน่านนี่ ท่านก็แนบเอกสารมาพร้อมกับร่างหนังสือสัญญานั้น พวกเราก็ตรวจสอบได้ว่าท่านไปทํา ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ความเห็นพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร จะมีผลกระทบกับเขาหรือไม่ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมทวงตลอด ท่านประธานเองก็อยู่ทุกครั้งที่ผมทวงถ้าท่านจําได้ ก็ฝากด้วยความปรารถนาดีนะครับ เพราะว่ากรอบเจรจาเรายังมีเวลา ท่านต้องกลับมาหา พวกเราอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพราะหลังจากท่านไปเจรจาแล้วก่อนจะลงนามท่านต้องเอา ร่างหนังสือสัญญานั้นมาให้เราดูอีก แต่ตรงนี้ร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่ การเป็นพหุภาคีนี้เป็นหนังสือสัญญาแล้ว ถ้าเซ็นนะครับ แต่นี่เหลือแต่ว่าพอรัฐสภา ให้ความเห็นชอบปุ๊ บท่านก็ไปลงนาม หลังจากลงนามเข้าสู่วรรคสี่ต่อไป ที่จะไปดูเรื่องผลกระทบ เรื่องการเยียวยา กรณีมีผลกระทบกับผู้ประกอบการและภาคเอกชน ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมไม่ใช้เวลามาก ฝากว่าถ้าท่านมีข้อมูลก็ตอบให้เป็นบันทึกไว้ในรัฐสภา แห่งนี้ คราวต่อไปถ้าไม่มีผมก็ต้องถามอย่างนี้ต่อ เพราะว่าผมถือว่าท่านไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติแต่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่าคิดว่าสภาแห่งนี้จะเป็นตรายาง ให้ท่านทุกเรื่อง บางเรื่องก็ไม่ใช่ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะยุวชนประชาธิปไตยรุ่นที่ ๑ และรุ่นที่ ๒ ประจําปี ๒๕๕๓ เข้ามาเยี่ยมชมรัฐสภา รัฐสภาขอต้อนรับ ต่อไปเชิญท่านสุรพงษ์ก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี เราต้องเท้าความ สักเล็กน้อยว่า ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีนี้มันเกิดขึ้น สมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๔๓ แล้ว มันมาเกิดเป็นรูปธรรมที่มีการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ เดิมทีสมาชิกอาเซียนจะรวมเงิน จากที่เคยทําไว้เมื่อปี ๒๕๒๐ ที่ ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ วันนี้รัฐบาลชุดนี้ได้มีการพัฒนาความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี โดยมี ๓ ประเทศใหญ่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามา เงินลงทุนทั้งหมดที่เอามารวมลงขันกัน พูดง่าย ๆ ว่ามีถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นเงินจํานวนมาก เมื่อผมมาอ่านรายละเอียด หลังจากที่มีการสมทบเงินลงไปแล้ว โควตาการขอรับความช่วยเหลือมันเป็นอย่างนี้ครับ ประเทศขนาดเล็กอย่างประเทศบรูไน ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศพม่า และประเทศเวียดนาม สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ ๕ เท่าของวงเงินที่ตนเองสมทบ แต่ประเทศไทยเราจัดว่าเป็นประเทศที่อวดเก่งพอสมควร เอาตัวเองไปอยู่ระดับประเทศ อินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศฟิลิปปินส์ สามารถขอรับ ความช่วยเหลือได้แค่ ๒.๕ เท่าของวงเงินสมทบ วันนี้เราแข่งขันกับประเทศเวียดนาม ทําไมเวลาไปคุยกับเขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ขอลดระดับประเทศไปอยู่ใน ระดับประเทศเล็กจะได้ผลประโยชน์มาก ต้องรู้จักต่อรองครับ เราแข่งกับประเทศเวียดนาม อยู่ทุกวันนี้ แต่วันนี้เราเผยอไปประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ เราสู้เขาไม่ได้หรอกครับ ผมอยากจะฝากไว้เวลาไปตกลงกับเขาต้องใช้วาทศิลป์ อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชอบใช้วาทศิลป์ ในการแสดงวิสัยทัศน์ ท่านเป็นถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระดับโลก นิตยสารให้ความสําคัญ เราอย่าไปคิดว่า ตัวเราเองเป็นประเทศใหญ่ วันนี้เราถอยหลังมาเยอะพอสมควร นักลงทุนเขาไปลงทุน ในประเทศเวียดนาม แค่ปัญหามาบตาพุดนี่ก็ทําให้การลงทุนใหญ่ ๆ ย้ายไปลงทุน ในประเทศเวียดนามเป็นจํานวนมาก เราอย่าไปเผยอตัว อย่าลืมตัวเลยครับว่าเราจะเป็น ประเทศที่ยิ่งใหญ่เท่ากับประเทศเหล่านั้น เราต้องลดตัวเราลงมาครับ เราจะได้ใช้ ความช่วยเหลือเวลาเราเกิดวิกฤติขึ้นมาเราจะได้ขอความช่วยเหลือได้มากเป็น ๕ เท่า เหมือนประเทศเล็ก ๆ เขาน่าจะดีกว่าครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าวิสัยทัศน์ของ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านเห็นถึงวิกฤติต้มยํากุ้งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เราเจอปัญหา มากมาย ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้หนี้ที่เกิดจากกองทุนฟื้นฟู ไปกู้มานี่นะครับ ทุกรัฐบาล ๑๐ กว่าปี ต้องใช้เงินภาษีพี่น้องประชาชนไปใช้ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่กองทุนฟื้นฟู ไปกู้ยืมมา แล้วมาสนับสนุน ๕๖ ไฟแนนซ์ (Finance) ที่ปิดไป แล้วทําให้ธุรกิจต่าง ๆ เจ๊งไป มากมาย วันนี้ปีหนึ่งเราเสียดอกเบี้ยทุกปี ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียมา โดยต่อเนื่องครับ ผมก็ไม่เห็นว่ามีรัฐบาลไหนที่อวดอ้างว่ามีความรู้จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ กองทุนฟื้นฟู ยังคาอยู่เลยครับ หนี้สินยังมีอยู่เมื่อไรจะใช้หนี้เงินกู้ให้หมด ทุกวันนี้จ่ายดอกเบี้ย ดอกเบี้ยอย่างเดียวก็ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียดายเงินครับท่านประธาน และในวันนี้ เราเอามาลงอย่างนี้มันก็เป็นประโยชน์ เอามาเป็นความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่ การเป็นพหุภาคีพวกนี้ เวลาเกิดปัญหาวิกฤติมา เราไปกู้เงินจากเงินส่วนนี้ได้ ๕ เท่าจากที่ เราลงทุนไปพอไหม มันก็อาจจะพอระดับหนึ่ง ถ้าเราเจอวิกฤติมากขึ้นเหมือนที่เกิด ในประเทศกรีซในขณะนี้ ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่าเมื่อไปลงนามลองไปต่อรองเขาหน่อย ลดระดับประเทศเรา เราอย่าไป ถือว่าเป็นประเทศในอาเซียน เป็นประเทศขนาดใหญ่พื้นที่มันเยอะจริง แต่เศรษฐกิจเราสู้ เขาไม่ได้ ตอนนี้เราต้องเจียมเนื้อเจียมตัวไปขอเขาว่าเราขอไปอยู่เป็นประเทศอาเซียน ขนาดเล็กได้ไหม เพื่อที่จะได้ขอความช่วยเหลือเมื่อเราเจอวิกฤติขึ้นมาได้ถึง ๕ เท่า ไม่อย่างนั้นอย่างน้อยเราเป็นคนริเริ่มมาก่อน ใช้ชื่อเชียงใหม่ เราขอสัก ๓ เท่าได้ไหม ต่อรองเขาหน่อยสิครับ ช่างพูด เพราะผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็จบต่างประเทศมา พูดภาษาฝรั่งเก่ง ต่อรองได้ ฝากไว้นะครับ ไปต่อรองเขาว่าขอให้ช่วยสัก ๓ เท่า ๓ เท่าครึ่ง ๔ เท่า พูดหน่อยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอชมท่านรัฐมนตรี ท่านมีความพยายามที่จะนําเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมรัฐสภามาเข้าใจว่าครั้งนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว แล้วเราก็ติดขัดด้วยกลไกมาโดยตลอด ท่านขยันครับ ก็ขอชื่นชมท่านนะครับ ก่อนที่ผม จะเข้าสู่เรื่องเนื้อหาและข้อเสนอนะครับ ต้องบอกว่าผมเองก็ได้เห็นท่านทํางาน ในการแก้ไขปัญหาเรื่องดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับหนี้ที่เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี ๒๕๔๐ ที่ผ่านมา ท่านก็ได้ทํางานเต็มที่จริง ๆ ก็คงจะได้พูดในวาระต่อไปโดยท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเอง เอาละครับ พอมาสู่เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าขอแสดงความเห็นในเรื่อง ของซีจีไอเอฟสักนิดหนึ่งว่า กลไกนี้จะเป็นกลไกสําคัญอย่างหนึ่งเลยที่จะทําให้มีกองทุน หรือองค์กรที่จะเข้าไปคํ้าประกันตราสารหนี้ของประเทศในอาเซียน+๓ ต้องบอกว่าเวลา พันธบัตรหรือหุ้นกู้ต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อใช้ในการระดมทุนในภูมิภาคนี้ส่วนมากแล้วเครดิต ก็อยู่ตํ่าเหลือเกิน แต่ถ้าได้มีการตั้งกองทุนซีจีไอเอฟก็จะมีคนมาคํ้าประกันตราสารนั้น ๆ ให้ ก็ต้องถือว่าเป็ นความโชคดีของคนในภูมิภาคอาเซียน+๓ ท่านประธานที่เคารพ แต่อาเซียน+๓ นี่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศบรูไน ประเทศกัมพูชา ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศลาว ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม ๑๐ ประเทศ ยังบวกอีก ๓ ยักษ์ใหญ่ ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ ต้องขอบอกว่าผมเองไม่อยากให้องค์กรนี้ถูกครอบงํา โดยประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง ๓ ประเทศหลัง ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ผมคิดต่างกันเลยว่าประเทศไทยควรที่จะแสดงบทบาททางด้านการเงินให้ยิ่งใหญ่ ในอาเซียน แล้วไม่ต้องไปแบ่งสัดส่วนให้น้อยลงหรอกครับ สัดส่วนที่เราเป็นแชร์ อยู่ขณะนี้ผมคิดว่าเหมาะสมแล้ว สําหรับประเทศไทยเราเคยเป็นประเทศมหาอํานาจ ในอดีตในสมัยพระปิยะมหาราช วันนี้ผมก็ยังเชื่อว่าประเทศไทยสามารถที่จะเข้าสู่ ในการเป็นผู้นําทางด้านเศรษฐกิจของอาเซียนได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเสนอ ของผมสั้น ๆ นิดเดียวครับ ตรงที่ว่าอันนี้ที่เรากําลังคุยกันนี่เป็นเพียงกรอบการเจรจา เท่านั้นเอง ก็หวังว่าท่านรัฐมนตรีคงจะได้นํากรอบนี้ไปเจรจาต่อไปหลังจากผ่าน แต่ข้อเสนอก็คืออยากเห็นว่าเจ้ากองทุนซีจีไอเอฟที่จะทําหน้าที่ในการคํ้าประกันตราสาร พันธบัตรต่าง ๆ ของประเทศอาเซียน+๓ มีสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ผมเสียใจหลายเรื่องว่าสํานักงานใหญ่อาเซียนไม่ได้อยู่ในประเทศไทย อยากเห็นองค์กรนี้ อยู่ในประเทศไทยเพราะจะมีความเชื่อมโยงกับนักลงทุนในประเทศ อีกหน่อยเราก็อาจจะ เพิ่มช่องทางในการหาเงินมาลงทุนในบริษัทได้ ปัจจุบันก็ใช้วิธีการกู้ธนาคาร ใช้วิธีการ ไปขายหุ้นของบริษัทตัวเองเป็นบริษัทมหาชน เอาเงินในตลาดหลักทรัพย์ แต่การออกตราสารโดยที่มีบุคคลคํ้าประกันแล้วน่าเชื่อถือ ทําให้เรทติ้ง (Rating) หรืออันดับของพันธบัตรสูงขึ้น มีช่องทางในการเพิ่มระดมทุนได้มากขึ้น อยากให้โอกาสนี้ เป็นของคนไทยครับ ก็ขอเสนอนะครับว่าถ้าท่านรัฐมนตรีมีโอกาสในการที่จะเจรจาให้ สํานักงานของกองทุนนี้ตั้งอยู่ที่ประเทศไทยได้ก็เชื่อว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจ หลายอย่างในประเทศไทย ขอบคุณครับ
เชิญท่านจิตต์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่าง ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี แล้วก็เสนอกรอบการเจรจา ข้อตกลงจัดตั้งซีจีไอเอฟ และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ ในวันนี้ ผมได้ศึกษารายละเอียดแล้วก็ปรากฏว่าความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่ การเป็นพหุภาคีได้ริเริ่มมา ครั้งที่ ๑ โดยมีการประชุมกันเมื่อปี ๒๕๔๒ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นเพื่อให้ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงนั้น ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับด้านการเงินทั่วโลก แล้วก็ยังได้มีการประชุม ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ดังนั้นการที่มีกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ได้แก่ ๑. ประเทศไทย ๒. ประเทศอินโดนีเซีย ๓. ประเทศเวียดนาม ๔. ประเทศพม่า ๕. ประเทศกัมพูชา ๖. ประเทศมาเลเซีย ๗. ประเทศลาว ๘. ประเทศสิงคโปร์ ๙. ประเทศบรูไน ๑๐. ประเทศฟิลิปปินส์ แล้วก็ประกอบด้วยประเทศยักษ์ใหญ่ซึ่งมีภาวะ เศรษฐกิจที่ครอบงําในเอเชียอยู่ ๓ ประเทศก็คือ ๑. ประเทศจีน ๒. ประเทศญี่ปุ่ น ๓. ประเทศเกาหลี รวมแล้ว ๑๓ ประเทศ ดังนั้นการที่รัฐบาลในชุดนี้ที่เข้ามาบริหารประเทศ แล้วก็มีการสานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งถือว่าเป็นรัฐบาลที่ต้องการให้ ประเทศชาติของเราเดินหน้าไปได้ทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นจากการที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์และมีการทํางาน ประสานงานกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลา ๑ ทศวรรษ ก็ถือว่าการที่ประเทศไทยจะได้ดําเนินการร่วมในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็น ประโยชน์สําหรับพี่น้องประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะในส่วนภาคเอกชนนะครับ ซึ่งถือว่า ได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากว่ากรอบเจรจาดังกล่าวนี้ที่รัฐบาลไทยจะได้ไปร่วมลงนาม ก็จะทําให้เกิดประโยชน์ที่ประเทศไทยหรือว่าคนไทยจะได้รับ ผมได้ศึกษาดูแล้วก็เพื่อให้ เอกชนสามารถเข้าระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ได้ง่ายขึ้น แล้วก็ ๒. ช่วยคํ้าประกัน ตราสารหนี้เพื่อให้ตราสารหนี้เหล่านั้นมีอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น ๓. ช่วยลดต้นทุน การระดมทุนของผู้ออกตราสารหนี้ ช่วยให้ผู้ออกตราสารหนี้สามารถขายตราสารหนี้ ได้ง่ายขึ้น เพิ่มทางเลือกให้ผู้ออกตราสารหนี้สามารถเลือกออกตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินทุนของภาคธุรกิจ และโดยเฉพาะในส่วนของ นักลงทุนที่เป็นภาคเอกชนก็จะช่วยเพิ่มทางเลือกของนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนในตราสารหนี้ ให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย และอันสุดท้ายเป็นการส่งเสริมความร่วมมืออันดี ระหว่างกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน ๑๐ ประเทศ บวกอีก ๓ ประเทศด้วย เพราะฉะนั้น แหล่งเงินทุนที่ทางรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ อันนี้ผมก็ดูว่าในวงเงินงบประมาณ ๔๙๐ ล้านบาท หรือว่า ๕๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับ เงินยูเอสของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วนี่ก็ ๑๔ ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นเงินที่ไม่มากมาย ที่เราจะได้ร่วมลงทุนในการจัดตั้งกองทุนอันนี้ เพราะฉะนั้นผมก็เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ได้มี การตั้งกรอบเจรจาร่างข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติอย่างมหาศาล ในภาวะวิกฤติการเงินในขณะนี้ประเทศกรีซก็ประสบปัญหา ประชาชนได้ปล้นธนาคาร เผาธนาคาร ผมเชื่อว่าถ้าหากว่าไม่มีกองทุนเกิดขึ้นในอาเซียนและอีก ๓ ประเทศ ในอนาคตก็ไม่แน่นะครับว่าถ้าเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศไทยโดยเฉพาะ หรือว่า ของประเทศภูมิภาคในส่วนของอาเซียน ๑๐ ประเทศ เกิดปัญหาวิกฤติการเงินเช่นนี้เกิดขึ้น แล้วประเทศไทยเราจะไปยืมประเทศไหนเขาจะให้ เพราะฉะนั้น ๑๐ ประเทศ+๓ ถือว่าเป็น ประเทศซึ่งก็เทียบเคียงกับทางยุโรป ซึ่งเขาก็รวมกันเป็นอียู (EU) เพราะฉะนั้นประเทศไทย เราก็สมควรแล้วที่จะเข้าร่วมดําเนินการในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นจากกรอบเจรจานี้ผมก็อยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีในส่วนนี้อีกว่า ผมทราบว่าทางรัฐบาลได้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร พัฒนาเอเชียหรือเอดีบี (ADB) เพื่อมาเป็นทุนในการก่อสร้างถนน ๔ ช่องทางจราจรจาก จังหวัดมุกดาหารไปจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นเงิน ๗๕๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าทางธนาคาร พัฒนาเอเชียไม่อนุมัติให้ เนื่องจากว่าเงินกู้ยืมที่จะไปขยายถนน ๔ ช่องทางจราจรที่ว่านี้ ต้องมีการเวนคืนที่ดินหรือว่าไปชดใช้เยียวยากับพี่น้องประชาชนซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ติดริมถนน ดังกล่าว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ในส่วนของเงินที่จะใช้เวนคืนบ้านและที่ดินของพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารและชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ต่อเนื่องกันนี่ เป็นไปได้ไหมครับ ที่จะใช้เงินงบประมาณของประเทศ ส่วนเงินในการก่อสร้างถนนก็ให้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร พัฒนาเอเชียต่อไป ผมไม่อยากให้ล้มเลิก เนื่องจากว่าประตูสู่อินโดจีนคือจังหวัดมุกดาหาร ประตูสู่ทางเอเชียตะวันตกก็คือประเทศพม่า ที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก อันนี้เป็นส่วนที่ สําคัญที่จะขยายทางด้านเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาคทางตะวันออกกลาง ก็อยากจะเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาเป็น ๒ ส่วนนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านเจตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในกรอบแรกคือกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้ และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ ก็คงจะต้องยอมรับละครับ เพราะว่าในเรื่องนี้จะทําให้ภาคเอกชนสามารถเข้าลงทุน ในตลาดตราสารหนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะว่าซีจีไอเอฟจะช่วยคํ้าประกันตราสารหนี้ แต่ท่านประธานครับ ผมก็คงมีข้อสังเกตแล้วก็โดยที่ว่าเป็นคนค่อนข้างจะขี้ระแวง ก็อาจจะต้องให้ประเด็นที่อาจจะต้องถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานในบางข้อนะครับ
ประเด็นแรก ในปัจจุบันนี้จากเทคโนโลยีที่พัฒนาและโลกาภิวัตน์ ตลาดโลกเราพัฒนาไปไกลมาก ซีจีไอเอฟมันมีความจําเป็น มันจะได้เปรียบเท่าที่ควร หรือเปล่า แล้วก็เรื่องของการพัฒนาถ้าหากว่าเรามุ่งไปที่ตลาดเฉพาะในประเทศมันจะ ง่ายกว่า แล้วมันจะเป็นจริงได้มากกว่าหรือไม่ เพราะว่าในการพัฒนาตามหลังประเทศ ที่เจริญแล้วนี่ผมว่ามันก็อาจจะเหมือนกับ ถ้าหากว่าเรายืนอยู่บนขาของตัวเราเอง มันน่าจะดีกว่าการตั้งความหวังแล้วก็เชื่อถือในตลาดที่ถูกควบคุมโดยผู้อื่นที่แข็งแกร่ง กว่าเรา ประเทศยักษ์ใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศจีน เขาก็มีการพัฒนา ระบบการเงินที่สอดคล้องกับตลาดโลกไปนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านลึกหรือด้านกว้าง เขามีสถาบันการเงิน ตลาด และเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย จึงสามารถชี้นํา และควบคุมตลาดได้ และก็จะเป็นคู่แข่งกับสถาบันการเงินของประเทศไทยที่จะถูกทําให้ อ่อนแอถ้าปราศจากการสนับสนุนจากรัฐ ในตรงนี้นโยบายของรัฐก็น่าจะตื่นตัว และพัฒนาสถาบันการเงินของเราให้เข้มแข็งในทิศทางเดียวกับตลาดสากล ซึ่งตรงนี้ ผมเชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรีก็น่าจะทําอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าเราทําตรงนี้แล้วเร่งให้มัน เข้มแข็งขึ้น ความจําเป็นตรงนี้เราอาจจะไม่จําเป็นก็ได้
ประเด็นที่สอง การที่สัดส่วนของเรานี่ลงทุนเพียง ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐ น้อยมากนะครับ เราก็จะได้ประโยชน์น้อยด้วย แต่ปัญหาก็คือว่าเราจะทําหน้าที่เป็นเพียง ตรายางหรือเปล่า มีหน้าที่เพียงส่งเงินให้ซีจีไอเอฟที่จะบริหารโดยประเทศอื่นหรือเปล่า ฉะนั้นถ้าหากว่าเรายืนอยู่บนลําแข้งของตัวเราเองได้ สร้างสถาบันของเราเองที่มี ความน่าเชื่อถือ ผมคิดว่าตรงนี้ก็น่าจะดีกว่าที่เรายกประเทศให้กับต่างชาติผ่านพหุภาคี แล้วก็ยอมให้อนาคตของชาติตกอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน ซึ่งก็ไม่ได้หวังดี ต่อประเทศชาติเราหรอกครับ ไม่เหมือนกับคนในประเทศของเรา ผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็ตามล้วนแล้วแต่ทําเพื่อเป้ำหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือองค์กร ของตัวเองเท่านั้น และเราก็เห็นได้ชัดเจนว่าปัจจุบันที่มันมีปัญหาการล้มของสถาบันการเงิน ที่เริ่มจากประเทศสหรัฐอเมริกาก็มาจากเรื่องพวกนี้ละครับ แล้วก็การที่เรามีสัดส่วนลงทุน หุ้นน้อยนี่จึงทําให้เราไม่มีบทบาทแล้วเสียงมันก็จะเสียงเบา ผมคิดว่าในการบริหาร และควบคุมองค์กรนี่มันก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศเราเท่าที่ควรนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง คือซีจีไอเอฟนี่ถูกควบคุมและบริหารผ่านคณะกรรมการ และคณะกรรมการบริหาร หมายถึงว่าการควบคุมเศรษฐกิจไทยและระบบสังคมนี่จะถูก หยิบยื่นให้กับต่างชาติ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวนะครับ รัฐจะควบคุมและจัดการกับปฏิบัติการ ของซีจีไอเอฟในประเทศไทยได้อย่างไร ตรงนี้พูดตรง ๆ นะครับเป็นห่วงครับ แล้วก็ รัฐบาลไทยจะบังคับใช้กฎหมายหรือระเบียบที่ออกโดยแบงก์ชาติหรือกระทรวงการคลังนี่ ไปควบคุมสถาบันการเงินอื่นได้หรือไม่ จะเกิดสิทธิสภาพนอกอาณาเขตหรือเปล่า อันนี้ ด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ความฝันในการจัดตั้งตลาดพันธบัตรอาเซียนหรือ อาเซียน บอนด์นี่จะถูกชี้นําโดยประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีสถาบันการเงินที่มีความพร้อม ไม่ตรงกับความต้องการของนักธุรกิจและนักลงทุนไทย น่าจะตอบสนองคนไทยก่อน มากกว่าที่ต้องการภาพลักษณ์สากล คือภาพลักษณ์สากลนี่มันไม่ได้เป็นสิ่งที่ประชาชน คนไทยโดยเฉพาะระดับรากหญ้าเขาต้องการ ท่านดูนะครับ นโยบายผ่อนชําระหนี้ เกษตรกรที่รัฐให้สัญญา แต่ท่านดูธนาคาร ธนาคารนี่กลับมุ่งแต่จะฟ้ องลูกหนี้ ซึ่งตรงนี้ มันเป็นปัญหาของชาวบ้าน ของประชาชนของเราจริง ๆ นะครับ เขาไม่ได้สนใจข้างบนครับ เขาไม่ได้สนใจการกู้เงิน การออกพันธบัตรในระดับข้างบน แต่ว่าชาวบ้านนี่เขาสนใจ ในสิ่งที่เขาเกี่ยวข้องนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่ามันก็อาจจะเป็นความสําเร็จเฉพาะในส่วน ของยอดไอซ์เบิร์ก (Iceberg) ที่อยู่เหนือนํ้า แต่ว่าส่วนที่อยู่ใต้นํ้านี่มันยังมีปัญหา อีกมากมาย ซึ่งตรงนี้เราดูเหมือนกับว่าในระบบที่ควบคุมสถาบันการเงินของเราดูเหมือน จะประสบความสําเร็จ แต่จริง ๆ มันมีปัญหามากมาย ปัญหาที่ผมยกมานี่คือปัญหาที่รัฐ ไม่สามารถจะจัดการในธนาคารต่าง ๆ หรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ตรงนี้มันมีปัญหา ที่ส่งผลค่อนข้างมากมาย แล้วก็โดยเฉพาะในธนาคารต่าง ๆ ขณะนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าธนาคารใหญ่ ๆ ของเรา มันกลายเป็นธนาคารของต่างชาติชื่อไทย แต่เป็นของประเทศสิงคโปร์หรือของประเทศอื่น ซึ่งตรงนี้มันจะส่งผลถึงนโยบายของรัฐบาลต่อไปหรือไม่ ผมก็ค่อนข้างเป็นห่วงนะครับ
แล้วก็คิดว่าข้อสุดท้ายของซีจีไอเอฟนะครับ ท่าน ส.ส. ท่านจุติ ขออภัย ที่เอ่ยนาม ว่าตลาดตราสารหนี้เราควรจะมีมานานแล้ว ๑๐ ปีแล้ว แล้วถามว่าถ้าหากว่า ๑๐ ปีมันก็ยังอยู่ของมันได้ แล้ว ณ วันนี้มันมีความจําเป็นจริงหรือ เพราะว่าในเรื่อง ของการพัฒนาตราสารหนี้ จริง ๆ อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นมันควรจะพัฒนาตลาด ตราสารหนี้ของเราให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติคือการพัฒนาตัวของเราเอง แต่ไม่ใช่ว่า ขณะนี้เรากําลังจะอนุมัติซีจีไอเอฟ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศอื่นกลับมาพัฒนาตลาด ตราสารหนี้ของเราใช่ไหมครับ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศเหล่านั้น ผมไม่ได้คิด หรอกนะครับว่าการที่หลาย ๆ ประเทศที่มาลงเงินร่วมกันแล้วเขาจะหวังดีต่อประเทศไทย แต่ผมคิดว่าเขาก็หวังจะเป็นประโยชน์ต่อเขา ข้อสําคัญที่ผมเป็นห่วงมากที่สุด เขาจะมา ควบคุมเราทางอ้อม ใช้เครือข่าย กลไก แขน ขา ขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นเป็นผลประโยชน์ ต่อประเทศของเขาเอง ซึ่งตรงนี้ผมเป็นห่วงค่อนข้างมากนะครับ สําหรับร่างความตกลง มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีนั้นก็คงจะเช่นเดียวกับซีจีไอเอฟ เป็นเรื่อง ที่คิดว่าคงจะต้องรับรองแต่ว่าก็ยังมีประเด็นบางประเด็นที่อยากจะถามท่านรัฐมนตรี ผ่านทางท่านประธานนะครับ
ข้อแรก ในเรื่องของเวิลด์ แบงก์ (World bank) และเอดีบี ในสัดส่วนของ เวิลด์ แบงก์และเอดีบีมันจะดีกว่านี้หรือไม่ ถ้าหากว่าเราเพิ่มสัดส่วน เพิ่มหุ้นหรือเพิ่มทุน ในเวิลด์ แบงก์และเอดีบี เพราะว่าเราใช้บริการของหน่วยงานทั้งสองค่อนข้างมาก เรามี การกู้ยืมจาก ๒ หน่วยงานนี้ตลอด เรื่องที่ผ่านสภาก็จะมีเรื่องนี้ตลอด แต่ปัญหาก็คือว่าเรา ไม่ค่อยมีสิทธิมีเสียงในเวิลด์ แบงก์และเอดีบีเท่าที่ควร ตรงนี้มันเกิดจากการถือหุ้นหรือสัดส่วน ตรงนี้เราน้อยเกินไปหรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าเราเปลี่ยนจากแนวคิดที่เรา จะทําซีเอ็มไอเอ็มทิศทางเดียว แต่เรามุ่งไปในเรื่องของการเพิ่มสัดส่วนเวิลด์ แบงก์และเอดีบี อย่างที่ผมกล่าวนี่มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าหรือไม่ ก็ฝากเป็นคําถามครับ
อีกข้อหนึ่งนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าตัวซีเอ็มไอเอ็มมันรับรองโดยใช้ เงินกองทุนอย่างเดียวหรือจะต้องหาเงินจากตลาดมาเพื่อปล่อยกู้ด้วย อันนี้ผมฝาก ตั้งคําถามผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่าหาเงินจากตลาด มาเพื่อปล่อยกู้เพื่อให้ไปกู้ต่อแล้วนี่มันก็จะดูว่าแปลก ๆ แล้วก็จะรู้สึกว่าภาพมันไม่สวยหรู อย่างที่ควร ตรงนี้เพียงแต่ว่าเป็นข้อสงสัยอยู่
อีกข้อหนึ่งก็คือว่า เวลาที่เรามีปัญหาวิกฤติทางการเงินเราไปหาไอเอ็มเอฟ ได้อยู่แล้ว แล้วเราก็ไปหาหน่วยงานอื่นก็ได้ แล้วเราจําเป็นจะต้องตั้งซีเอ็มไอเอ็มหรือเปล่า เพราะว่าการที่เราจําเป็นจะต้องตั้งซีเอ็มไอเอ็มหรือเปล่า ก็เพราะว่าเราก็เว้นว่างมาตั้ง ๑๐ ปีแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมก็เลยสงสัย เพราะฉะนั้นผมก็เลยสงสัยต่อว่าที่เราตั้งซีเอ็มไอเอ็ม ตั้งเพราะว่ายักษ์ใหญ่มันอยากจะครอบครองเอเชียหรือเปล่า ผมกล่าวแล้วนะครับ ผมเป็นคนขี้ระแวง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ายักษ์ใหญ่ประเทศ+๓ เขาต้องการอาเซียน ผมก็คงจะคิดเห็นเหมือนท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่บอกว่าเราไม่จําเป็น ต้องพึ่งยักษ์ใหญ่หรอกครับ เราอยู่ด้วยลําพังตัวของเราเอง แล้วเราก็สร้างมาตรการ ของสถาบันการเงินที่ดี ที่ถูกต้อง และเหมาะสม ให้มันเข้มแข็งเป็นมาตรฐานสากลมันจะ ดีกว่าหรือไม่ แทนที่เราจะต้องไปยืมมือคนอื่นเขามาบริหารจัดการตรงนี้ อยากจะฝาก ตรงนี้เป็นคําถามผ่านท่านประธานไป อันนี้ก็คงเช่นเดียวกันเพราะว่าในกรณีที่ประเทศไทย ลงเงินเพียงร้อยละ ๓.๙๗ มันก็ชี้ชัดนะครับว่าถูกชี้นําโดยประเทศยักษ์ใหญ่ ก็คงจะเหมือนกับซีจีไอเอฟเช่นเดียวกันที่ ๓ พี่เบิ้มจะเป็นผู้ควบคุมซีเอ็มไอเอ็มและมี เสียงดัง ประเทศไทยจึงมีหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยประเทศทั้งสามเท่านั้น ก็คิดว่าคงจะเป็น ประเด็นที่อยากจะฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ผมคิดว่าในกรณีที่ถ้าหากว่าเราเห็นว่าประโยชน์มันเกิดขึ้นค่อนข้างชัดเจนก็น่าจะส่งเสริม สนับสนุน แต่ถ้าหากว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมันไม่ชัดเจน มันยังมีคําถาม มีปรัศนีอยู่ตั้ง หลายข้ออย่างนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าช่วยตอบคําถามตรงนี้ ให้ชัดเจนขึ้น ผมจะได้ลงเสียงโหวตรับต่อข้อตกลงทั้งสองนี้อย่างสบายใจ ขอบคุณครับ
เชิญท่านเรวัตครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี ซึ่งกระผม เห็นด้วยครับ และมีเหตุผลสั้น ๆ ที่จะกราบเรียนต่อรัฐสภาแห่งนี้ พูดถึงจังหวัดเชียงใหม่ นึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ ก็นึกถึงท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นคน จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนี้ท่านไปอยู่เมืองนอก ฝากสิ่งที่ดี ๆ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ มากมาย คนจังหวัดเชียงใหม่ก็นึกถึงท่าน รวมทั้งท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ความจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ เป็นเรื่องที่ดีที่จัดตั้งการริเริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ขึ้นมา เพราะเป็น ทางเลือกหนึ่งครับท่านประธาน เป็นทางเลือกหนึ่งในการที่จะหาเงินมาลงทุนในช่วงที่เกิด วิกฤติ เพื่อที่จะให้ประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศ+๓ ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็ ประเทศเกาหลี ท่านประธานครับ เราจะไปพึ่งไอเอ็มเอฟตลอดก็ไม่ดี เราก็แสวงหา ในอาเซียนของเรานี่แล้วก็บวกประเทศใหญ่ ๆ มาช่วยเหลือในด้านการเงินซึ่งกระผมเห็นด้วย ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านไป เดี๋ยวฟังผมหน่อย ท่านประธานผมจะพูดไปถึงรัฐมนตรี ผมจะ สอบถามอยู่นิดเดียว ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยแต่ผมมีปัญหาสอบถามอยู่นิดเดียว เวลาเรามีปัญหาเราพึ่งประเทศจีน พึ่งประเทศเกาหลี พึ่งประเทศญี่ปุ่น ประเทศใหญ่ ๆ แต่ในขณะนี้เราไปพึ่งประเทศจีนมาก ทีนี้ถ้าสมมุติว่าประเทศจีนเกิดเศรษฐกิจที่ไม่ดีพอ แล้วเศรษฐกิจของประเทศจีนเกิดเช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ พูดถึงประเทศต่าง ๆ ท่านประธานครับ ต้องกราบเรียนว่าในประเทศต่าง ๆ พอเกิดวิกฤติในเอเชียนี่ทําไมมันเป็น ลูกโซ่เสียหายไปทั้งหมดเลย เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ไปพึ่งประเทศจีนอย่างเดียว ถ้าประเทศจีน เกิดเศรษฐกิจไม่ดีขึ้นมาแล้วจะเอาเงินตรงไหนครับ จะเอาเงินตรงไหนครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนว่าการพึ่งตนเอง พึ่งตนเองครับท่านรัฐมนตรี ซึ่งท่านก็เก่งในเรื่องเศรษฐกิจ ก็ทําให้ประเทศไทยมั่นคงแข็งแรงไม่ต้องพึ่งใครเลย อย่างนี้จะเป็นไปได้อย่างไร เห็นท่าน บอกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น โตขึ้น แล้วภาวะต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น ผมก็เชื่อมั่นท่าน ดีใจนะครับว่าต่อจากนี้ไปประเทศไทยจะยืนหยัดอยู่ได้บนลําแข้ง ของตนเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ไปได้นะครับผมก็จะดีใจมาก แต่ว่าท่านประธานครับ ก็มีเรื่อง ที่จะกู้เงินอีกแล้วนะ มีเรื่องที่จะกู้เงินตามนี้ครับ ข้ออะไรล่ะครับแต่ยังไม่ถึง ๕.๖ นี่ครับ ท่านประธานอย่างนี้เป็นต้น ทําไมมันต้องไปกู้เงินอีกผมก็ไม่ทราบในเมื่อบอกว่าเศรษฐกิจจะดี เราก็ไม่ต้องกู้เงินสิครับ เราต้องหาเงินมาพึ่งตนเอง มีรายได้จากประเทศมาพึ่งตนเอง อย่างนี้สิครับถึงจะว่าเศรษฐกิจดีขึ้น แต่เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีต้องกู้เงินเขาแล้วจะไปบอกว่าดี ก็คงไม่ใช่ นี่คือสิ่งที่ดีเพราะกู้เงินเขามาอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ก็เลยไม่ค่อยจะ เชื่อมั่นเท่าไรว่าจะสามารถดําเนินการให้ประเทศชาติดีขึ้นได้ ท่านประธานครับเรื่องอย่างนี้ มันเป็นเรื่องที่ถือว่าลึกซึ้งพอสมควรซึ่งกระผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีคงจะมีคําตอบที่ดี ๆ ผมอยากฟังท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมก็เคยบอกสภาแห่งนี้เสมอว่า ผมเชียร์ท่านเพราะท่าน เป็นคนหนุ่ม อยากเห็นอนาคตของท่านแล้วทําให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ถ้าท่านมีอะไร ดี ๆ ที่ว่าจากนี้ไปเศรษฐกิจประเทศไทยจะดีขึ้น เราไม่ต้องไปพึ่งใครเราพึ่งด้วยลําแข้ง ของเราเองอย่างนี้เป็นต้น ก็อยากจะกราบเรียนฝาก แล้วก็ผมสนับสนุนนะครับ ถึงแม้ อย่างไรก็สนับสนุนครับ ให้การริเริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่นี่เป็นไปได้และเป็นไปได้ด้วยดี ก็ไม่อยากเห็นในสังคมหรืออาเซียนเรามีปัญหาอีก เกิดวิกฤติอีก ก็เชื่อมือท่าน ก็ขอ กราบเรียนไว้แค่นี้ครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุขวิชชาญ มุสิกุล ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ คือวันนี้ เราก็มีกรอบที่จะต้องอภิปรายกันประมาณ ๗-๘ กรอบนะครับ และผมเห็นว่าในวาระนี้ มีคนส่วนมากเห็นด้วยที่จะลงมติเห็นชอบนะครับ ผมก็ขอเสนอที่จะปิดอภิปรายสําหรับ วาระนี้ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ขอบคุณครับ ปิดอภิปรายนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงอะไรครับ
ขออนุญาต ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาของรัฐสภาเล็กน้อยครับ พอดี เมื่อสักครู่มีสมาชิกรัฐสภาได้ลุกขึ้นฝากคําถามไว้คําถามสองคําถาม แล้วยืนยันว่า อยากที่จะได้รับคําตอบเพราะฉะนั้นขอเวลานิดเดียวครับ ในส่วนของกองทุนซีจีไอเอฟ ต่อคําถามว่ามีความจําเป็นหรือไม่ อย่างไร และทําไมถึงไม่ตั้งกองทุนที่จะคํ้าประกัน พันธบัตรภายในประเทศ ก็ต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า เราก็มีความเชื่อนะครับว่า หลาย ๆ เรื่องถ้าร่วมมือกันทําโดยกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะทําให้ทุก ๆ ประเทศ ได้รับประโยชน์ในระดับที่สูงขึ้นก็คือพูดง่าย ๆ สามัคคีกันแล้วนะครับ แล้วรวมพลังกัน จะทําให้อํานาจในการต่อรองกับประเทศอื่น ๆ ก็ตามหรืออํานาจทางเศรษฐกิจ ของพวกเรากันเองจะเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนในแต่ละประเทศได้มากขึ้น กองทุนนี้ เช่นเดียวกันครับ ถ้าเราจะต้องจัดตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาเองเราจะต้องลงเงินมากกว่า ๑๔ ล้านเหรียญสหรัฐอีกหลายเท่านะครับ เพื่อที่จะให้มีประสิทธิผล ดังนั้นก็จึงขอ ยืนยันนะครับว่ายังมีความจําเป็น
ส่วนต่อคําถามว่า เราเคยได้ลงทุนในกองทุนลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่ แล้วมีการเบิกจ่ายอย่างไร ก็ขอเรียนสั้น ๆ นะครับว่าไม่เคยมีการลงทุนในกองทุน ลักษณะนี้มาก่อน แล้วครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก ต้องขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงนิดหนึ่งนะครับ พอดีต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านสุรพงษ์ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของกองทุนนี้ ความจริง ท่านได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของกองทุนนี้มาหลายครั้งแล้วทุกครั้งก็ผิดพลาด คือท่านเป็นคน จังหวัดเชียงใหม่ก็จริงแต่อาจจะสับสนนะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่รับผิดชอบต่อการเจรจากองทุนริเริ่มเชียงใหม่ คือท่านธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ ก็เป็น คนจังหวัดเชียงใหม่เช่นเดียวกัน แล้วเท่าที่ผมจําได้ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ท่านทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นท่านชวน หลีกภัย ส่วนเรื่องที่ท่านให้คําแนะนําว่า อยากที่จะให้ประเทศไทยลดลงไปอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ ประเทศพม่า ประเทศเขมร และประเทศลาวนั้น ผมขออนุญาตว่าคงไม่เป็นนโยบาย ของรัฐบาลนี้ แต่ถ้าหลังเลือกตั้ง ท่านสุรพงษ์มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยากที่จะจัดอันดับประเทศไทยให้อยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศลาวกับประเทศเขมร ก็คงจะเป็นนโยบายที่ท่านต้องดําเนินการต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ก็ปิดอภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปจะขอมติที่ประชุมนะครับ จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับ กรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้ และกรอบ วงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระหรือไม่ โดยจะขอมติจากที่ประชุม เป็นตามลําดับทีละฉบับนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ ท่านสมาชิกเข้ามาในห้องประชุมแล้ว โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีท่านไหนยังไม่กดปุ่ม มีไหมครับ
(นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ท่านผ่องศรีมีอะไรครับ
ได้ครับ ลบใหม่แล้วกันนะครับ ลบใหม่แล้วก็กดใหม่นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกดปุ่มแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
กดปุ่มแสดงตนหมดทุกท่าน แล้วนะครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจา ข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนหมดทุกท่านแล้ว ใช่ไหมครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๔๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน ที่ประชุมมีมติ เห็นชอบด้วยนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบกับกรอบวงเงินทุน จัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนครบหมดทุกท่าน แล้วนะครับ แจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๑๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยนะครับ
ต่อไป ๔.๓ ร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี ก็ขอมตินะครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนหมดทุกท่าน แล้วนะครับ แจ้งผลมาได้ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ ผมจะต้องขออนุญาตให้ท่านประธานขออนุญาตจากทางสมาชิกรัฐสภาในการที่จะขอ เลื่อนระเบียบวาระการพิจารณา ระเบียบวาระที่ ๕.๕ กับระเบียบวาระที่ ๕.๖ ซึ่งเป็น ระเบียบวาระที่ต้องมีการดําเนินการพิจารณาโดยเร่งด่วนขึ้นมาพิจารณาเป็นระเบียบวาระ ถัดไป ทั้ง ๒ ระเบียบวาระนี้เป็นระเบียบวาระที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินเพื่อมาสนับสนุน การลงทุนในโครงการที่มีความสําคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นข้อตกลงที่ได้ดําเนินการ ลุล่วงมานับปีกับทางองค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงใคร่ขออนุญาตให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณา และนําเสนอครับ
มีท่านรัฐมนตรีขอเลื่อน ระเบียบวาระที่ ๕.๕ กับระเบียบวาระที่ ๕.๖ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากที่นี่ มีท่านผู้ใด มีข้อขัดข้องเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด แม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ระเบียบวาระการประชุม ที่ผมถืออยู่ในมือนี้ ผมเข้าใจว่าได้ผ่านการกลั่นกรองและได้ผ่านการประชุมร่วมกัน ระหว่างวิปฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และทางวุฒิสภา เรียบร้อย แล้วแต่เมื่อเข้ามาในสภาแล้ว ก็มีรัฐมนตรีขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นผมขอทราบความจําเป็น ในการที่จะต้องเลื่อนระเบียบวาระการประชุม ความจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องเลื่อนขึ้นมาว่า เป็นเพราะเหตุใด ที่จริงท่านรัฐมนตรีควรจะต้องมีการกลั่นกรอง แล้วก็เสนอเข้ามาให้กับ วิปรัฐบาลที่ผ่านเข้ามาในสภานี้อยู่แล้ว แต่ผลปรากฏว่าเมื่อมีการกระทําเช่นนี้ซึ่งไม่ใช่ เป็นครั้งแรก แต่ว่ามีการกระทําบ่อยเหลือเกินในสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นขอให้ท่านช่วย ยืนยันความจําเป็นว่าทําไมถึงจะต้องเร่งด่วน แล้วก็จะต้องเลื่อนระเบียบวาระการประชุม เช่นนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ความจริงต้องขออนุญาตชี้แจงว่าทางกระทรวงการคลังก็ได้พยายามที่จะประสานเข้ามา แต่แรกให้มีการบรรจุระเบียบวาระการประชุม ๒ ระเบียบวาระนี้เป็นวาระเร่งด่วน ๒ ระเบียบวาระนี้ผมขอแยกออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือระเบียบวาระที่ ๕.๕ ที่เป็น การร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลญี่ปุ่นและร่างสัญญาเงินกู้และร่างสัญญาคํ้าประกันเงินกู้ (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ๓ ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสนับสนุน ๒ โครงการ
ซึ่งโครงการแรก คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณ ถนนนนทบุรี ๑ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นโครงการสําคัญของกรมทางหลวงชนบท ประเด็น ก็คือทางกรมทางหลวงชนบทก็ได้เตรียมการที่จะเริ่มดําเนินการในส่วนของโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะลดภาระการจราจรในกรุงเทพมหานครได้เป็นอย่างมาก และมี ความพร้อมที่จะดําเนินการ เพียงแต่ติดขัดเรื่องที่มาของแหล่งเงินในแง่ของความชัดเจน ดังนั้นจึงสามารถที่จะสรุปได้ว่าถ้าเราเร่งดําเนินการในการที่จะกู้ยืมเงินตามข้อตกลงที่มีไว้ กับทางรัฐบาลญี่ปุ่ น รัฐบาลญี่ปุ่ นก็ได้อนุมัติมาเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๓ นี้เอง ด้วยการเร่งรัดของทางรัฐบาลไทย ผมเองได้เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่ น เพราะว่ามี ความจําเป็นที่จะต้องขอให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้เร่งรัดในการพิจารณาที่จะอนุมัติเงินส่วนนี้ เราจะได้เริ่มดําเนินการในโครงการที่มีความสําคัญ เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้อํานวยความสะดวก ให้กับเราในการที่จะเร่งพิจารณาเห็นชอบการปล่อยกู้ให้กับทางรัฐบาลไทย ผมคิดว่าก็เป็น สิ่งที่รัฐสภาของเราก็ควรที่จะตอบสนองถ้าทําได้ในการที่จะเร่งพิจารณา เพราะก็จะเป็น ผลประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยกันเองด้วย
ส่วนอีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ ๒ ในส่วนของรถไฟฟ้ำสายสีม่วงเส้นทางนี้ได้มีการเริ่มดําเนินการแล้ว เพียงแต่ ช่วงระยะของการจัดสรรเม็ดเงินที่จะมารองรับการจัดซื้อจัดจ้างในส่วนของตัวราง ยังมีความจําเป็นที่จะต้องรอแหล่งที่มาของเงินจากวงเงินกู้ส่วนนี้ที่เราได้นําเสนอให้ท่าน ได้พิจารณา ดังนั้นถ้ามีการขาดช่วงในส่วนของที่มาของแหล่งเงินก็จะทําให้โครงการสะดุด และล่าช้า ทําให้พี่น้องประชาชนที่รอคอยระบบขนส่งมวลชนเพิ่มเติมอาจจะต้องรอคอย นานต่อไป ดังนั้นจึงได้มีความจําเป็นที่จะต้องขออนุญาตเสนอให้กับทางรัฐสภาได้พิจารณา ที่จะหยิบยกวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาโดยเร่งด่วน
ส่วนเรื่องของระเบียบวาระที่ ๕.๖ เป็นวาระเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ตรงนี้ผมต้องขออนุญาตเรียนว่า เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลไทยได้เริ่มดําเนินการ เจรจากับทั้ง ๒ สถาบันนี้ ความจริงมาหลายรัฐบาลแล้วครับ แต่ก็ได้มาพักการพิจารณา เนื่องจากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา รัฐสภาก็ได้อนุมัติให้กับรัฐบาลได้ดําเนินการ ในส่วนของการออกพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติกู้ยืมเพิ่มเติมในวงเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ท่านสมาชิกคงจะได้รับทราบโดยมติของคณะรัฐมนตรี สืบเนื่องมาจากสภาวะทางการเงินของประเทศกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังจากที่ได้ฟันฝ่า ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทําให้รัฐบาลได้เห็นว่าไม่มีความจําเป็นที่จะต้อง พึ่งพาการกู้ยืม ใช้เงินนอกระบบ พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะและนอกระบบ พ.ร.บ. งบประมาณ ก็คือการที่จะยกเลิกการใช้ พ.ร.บ. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเอง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในส่วนของโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลมองว่าเป็ นประโยชน์ ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภค รวมไปถึงโครงการระบบรางซึ่งล่าสุด ทางรัฐบาลก็เพิ่งได้อนุมัติโครงการการลงทุนในระบบรางในช่วง ๕ ปีข้างหน้า มีเม็ดเงิน กว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ยังมีความจําเป็นที่จะต้องมีแหล่งเงินเพื่อมารองรับ แต่ต้องเป็นแหล่งเงินที่อยู่ใน พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะแล้วก็ พ.ร.บ. งบประมาณ ไม่เป็นการใช้การกู้ยืมนอกระบบ เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเองจึงได้หันมาให้ ความสําคัญกับการกู้ยืมเงินในระยะยาวเพื่อสอดคล้องกับการลงทุนที่จะมีผลตอบแทน ต่อประเทศในระยะยาวเช่นเดียวกัน และเงินทุนหรือแหล่งเงินระยะยาวในลักษณะนี้ จะมาได้ก็คือจากการกู้ยืมผ่านองค์กร อย่างเช่นธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียเท่านั้น ในรายละเอียดเอกสารที่ท่านได้เห็น มอบมาให้ท่านได้ศึกษาจะเห็นว่าเป็นการกู้ยืม อย่างน้อย ๑๕ ปี ในบางส่วนยาวนานถึง ๒๕ ปี โดยที่มีช่วงระยะเว้นการชําระทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยเป็นระยะเวลายาวนานถึง ๓ ปี ซึ่งเหมาะสมแล้วก็สอดคล้องกับลักษณะของ การลงทุนที่เราจะนําเงินส่วนนี้ไปดําเนินการ เพราะฉะนั้นในส่วนของระเบียบวาระที่ ๕.๖ ก็เป็นวาระเร่งด่วนที่อยากจะให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณาเพื่อทางกระทรวงการคลัง จะได้นําไปดําเนินการต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตอนนี้เรากําลังหารือกรณีขอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมใช่หรือไม่ครับ ผมเองที่จริงแล้ว ไม่ขัดข้องที่จะเลื่อนขึ้นมาเพราะว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ก็อยาก จะให้พิจารณาแต่ละฉบับทีละฉบับ อย่าพิจารณารวมกัน เพราะ ๒ เรื่องนี้มันมี ความแตกต่างกันในเนื้อหาสาระ ผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ แต่ว่ายังมีเพื่อนสมาชิกอาจจะ ขัดข้อง ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ
คงไม่มีใครขัดข้องนะครับ พิจารณาทีละฉบับใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่จริงผมเห็นว่ามันเป็ นเรื่องที่มีความจําเป็ นและมีความสําคัญเช่นเดียวกันกับที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านกล่าวกับสภานี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราจําเป็น จะต้องกู้เงินจากต่างประเทศและท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีความสําคัญมาก ๆ กระผมเห็นว่า ในเมื่อเรื่องมันมีความสําคัญเช่นนี้ น่าจะให้สมาชิกแห่งรัฐสภานี้ได้มีโอกาสที่จะไปศึกษารายละเอียดที่ท่านส่งให้เรามา เนื่องจากที่เข้ามาในนี้มีระบียบวาระมากเหลือเกิน แล้วปรากฏว่า ผมเรียนท่านตามตรงว่า ผมก็ยังไม่สามารถที่จะอ่านไปให้ถึง เพราะผมก็ต้องดูตามระเบียบวาระ ของเรายังมีเวลา ที่จะดําเนินการประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีก เพราะฉะนั้นน่าจะให้โอกาสกับสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้ได้มีการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ชัดเจนและรอบคอบมากกว่านี้ เมื่อกี้ ท่านก็พูดถึงระเบียบวาระที่ ๕.๖ ที่บอกว่าเศรษฐกิจมันดีขึ้นแล้ว แล้วก็พูดอ้อมแอ้ม ๆ ว่า ก็ไม่มีความจําเป็นจะต้องกู้ตาม พ.ร.ก. ตาม พ.ร.บ. แล้ว แต่ว่าจําเป็นจะต้องมากู้ในระยะยาว ทําให้ผมยิ่งสับสน เพราะฉะนั้นจึงเห็นสมควรว่าเราควรจะมีการพิจารณา โดยเฉพาะ ในระเบียบวาระที่ ๕.๖ เพราะท่านบอกแล้วว่าตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศกลับคืนสู่ ภาวะปกติแล้ว และไม่มีความจําเป็นแล้ว เศรษฐกิจเราดีแล้ว ก็เลยจําเป็นที่จะต้องมา พิจารณาดูว่ามันสมควรที่จะต้องกู้มาอีกหรือไม่ เศรษฐกิจเราดีแล้วเราสามารถที่จะหาเงิน ของเรามาทําโครงการตัวนี้ได้หรือไม่ ดังนั้นจึงต้องขอความกรุณาท่านประธานว่า ผมขออนุญาตให้สภาพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมเดิมครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเห็นแตกต่างครับท่านประธาน เห็นแตกต่างว่าข้อเสนอ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่เสนอขอให้เลื่อน ระเบียบวาระการประชุม ๒ วาระนั้น ผมคิดว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องรถไฟฟ้ำสายสีม่วง ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้ถ้าใครเป็นสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชนที่สนใจ เรื่องนี้เกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ แล้วถ้าเผื่อจะพิจารณาอีก นี่มัน ๗ ปีนะครับ จะใช้เวลาอีกกี่ปี จะให้ครบ ๑๐ ปีแบบกรอบความริเริ่มเชียงใหม่คงไม่ใช่ครับ วันนี้ผมคิดว่าการเมือง ของประเทศมีปัญหา ฉะนั้นต้องไม่ให้เศรษฐกิจนั้นมีปัญหาไปด้วย ผมมีความเชื่อมั่น ในความคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า วันนี้ต้องเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ที่ต่างชาติมองว่าเกิดความล่าช้า แล้วอย่าให้ความล่าช้านั้นถูกกระตุกด้วยปัญหาการเมือง วันนี้ทุกคนต้องการความแน่นอน การเมืองจะมีปัญหามีไป แต่ต้องเกิดความแน่นอนในทาง เศรษฐกิจว่าโครงการนี้เดินหน้าโดยไม่สะดุด จะมีเงินนั้นเข้ามาดําเนินการแน่นอน ไม่มีการเลื่อน ท่านประธานจําได้ไหมครับเมื่อปี ๒๕๔๖ ในขณะนั้นที่มีการประกาศโครงการ เมกะโปรเจกต์ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ปี ๒๕๕๓ ยังเดินหน้าไปไม่ถึงไหนเลย ฉะนั้นผมคิดว่า ไม่มีเหตุผลอะไรอีกแล้วที่รัฐบาลนั้นจะต้องมาดึงเวลาให้ล่าช้าลงไปอีกเพื่อถ่วงความเจริญ ของประเทศ เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ในการกู้เงินนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่า ในขณะนั้น ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ นั้นเศรษฐกิจของประเทศก็ไม่มีปัญหา ยังจะต้องกู้เงินจากต่างประเทศ หรือชักชวนให้ต่างประเทศนั้นมาลงทุนให้ประเทศไทยเลย เพราะว่าเม็ดเงินนั้นมันมีไม่พอ เราไม่พึงไปเบียดเบียนเงินงบประมาณปกติซึ่งจะต้องไปพัฒนาประเทศ ไปพัฒนาคนจน คนที่ยากลําบากอยู่ในต่างจังหวัดอยู่แล้ว ฉะนั้นตรงนี้เป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทน เศรษฐกิจในตัวของมันเอง ฉะนั้นรัฐบาลนั้นไม่ควรจะต้องล่าช้า นั่นเป็นประเด็นที่ ๒
ส่วนประเด็นที่ ๓ ครับ ถึงแม้ว่าระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๖ ที่ขอเลื่อนมานั้น ผมมองว่าเป็นเรื่องของเศรษฐกิจทั้งคู่ แล้วก็เป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง ทั้งคู่ ผมอยากจะให้ประหยัดเวลาของสภาพิจารณารวมกันแต่แยกกันลงมติ เพราะว่าวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็อยู่ทางนี้ อยู่ที่นี่ ข้าราชการอยู่ที่นี่ ถ้ามีความล่าช้า เกิดขึ้นไป แล้วเกิดมีปัญหาตอนเย็น ๆ คํ่า ๆ เกิดต้องไปลงคะแนนในการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาครั้งหน้าก็จะทําให้บั่นทอนความมั่นใจของประเทศลงไปอีก ฉะนั้นผมเชื่อว่าทุกคนนั้นสามารถแยกแยะให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารเวลา แล้วก็ในการพิจารณาร่างทั้ง ๒ ร่างนั้นคือระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๖ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยที่ให้มีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุมขึ้นมา แล้วก็เห็นด้วยและสนับสนุนขอให้มีการพิจารณารวมกันแต่ว่าแยกกันลงมติครับ ท่านประธาน
เชิญท่านประยุทธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๖ นั้น กระผมจะไม่ใช้เหตุผลในการโต้แย้งในเรื่องของความจําเป็น แต่กระผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านประธานก็ต้องคํานึงถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ ว่า ในการประชุม ร่วมกันของรัฐสภานั้นจะต้องมีข้อบังคับรัฐสภา แต่ถ้าหากยังไม่มีข้อบังคับรัฐสภานั้นให้ใช้ ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรไปพลางก่อน ถ้าหากเรามาคิดถึงในข้อนี้ว่าจําเป็นหรือไม่ ในกรณีที่มีความจําเป็นยังไม่มีข้อบังคับผมไม่ได้ว่าเลย ใช้ไปพลางก่อนได้ แต่บทบาทของ รัฐสภานั้นจะต้องประชุมร่วมกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ในมาตรา ๑๓๖ นั้น มีข้อจํากัดที่มีความสําคัญอยู่ทั้งหมด ๑๖ วงเล็บ ไม่ว่า (๑) การให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ (๒) การปฏิญาณตนของผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ต่อรัฐสภา อย่างนี้เป็นต้น ทั้ง ๑๖ วงเล็บล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของบ้านเมือง เป็นข้อจํากัด ของกฎหมายและข้อจํากัดของรัฐธรรมนูญเสียทั้งสิ้น การที่รัฐสภามีความเห็นและตั้ง กรรมาธิการไปยกร่างมา ถ้าสมมุติว่าในกรณีอย่างนี้ผ่านไป กรณีที่ข้อบังคับการประชุม รัฐสภาผ่านไป ผมจะไม่ได้ว่าอะไรสักคําหนึ่ง เพราะว่าความจําเป็นของทางรัฐบาล ในการที่จะเยียวยา ในการที่จะมุ่งเน้นเศรษฐกิจมันก็มี แต่ข้อจํากัดของเราล่ะครับ ผมจะไม่แจกแจงแต่ละวงเล็บซึ่งมีความจําเป็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธาน เราเห็น ความจําเป็นไหมว่าถ้ามีการประกาศสงคราม มีการประกาศอะไรต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาโดยเคร่งครัดแล้ว เราจะไม่มีข้อบังคับของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ เป็นบทบังคับว่าให้ใช้ไปพลางก่อนในความจําเป็นที่เราจะต้อง ใช้ไปพลางก่อน เข้าใจ แต่เมื่อเราจะได้ใช้ทําไมไม่ผ่านไปให้จบเสียล่ะครับ มันไม่เนิ่นนาน ถ้าหลังจากจบตรงนี้แล้วกระผมไม่ติดใจ จะเอาตรงไหนขึ้นมากระผมไม่ติดใจ
ท่านทศพลเชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ได้เสนอ เกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องนําความร่วมมือ ถ้าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านจะสังเกตเอกสาร ที่จะมีการกู้เงินนั้น โครงการที่สําคัญก็มีอยู่ ๒ โครงการก็คือ โครงการก่อสร้างสะพาน ข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี ๑ ในจังหวัดนนทบุรี และโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาล ที่เห็นความสําคัญ เนื่องจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมานั้นนักธุรกิจที่ได้มีการจัดสรรที่ดิน ในบริเวณที่ก่อสร้างรถไฟฟ้ำสายสีม่วงนั้นมีการคาดหวังกับรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก การเจริญเติบโตของจังหวัดนนทบุรีนั้นเป็นแหล่งที่ต้องยอมรับว่าใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคน ที่ทํางานในกรุงเทพมหานคร เช่นนี้เองจึงมีการทําธุรกิจจัดสรรที่ดิน เดิมทีเดียวก่อนที่รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์จะมาบริหารประเทศนั้น โครงการนี้ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะมีหรือไม่ คนที่ประกอบธุรกิจก็จําเป็นที่จะต้องจ้างแรงงานจากต่างจังหวัดมาเพื่อรอในการก่อสร้าง ระยะเวลาในการรอหลายปี พอรัฐบาลชุดใหม่มาก็บอกอาจจะไม่ทํา บางทีก็บอกทํา หลังจากที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาได้ตัดสินใจดําเนินการโครงการรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง จึงจําเป็นครับที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นเริ่มลงทุนในพื้นที่บริเวณรถไฟฟ้ำ สายสีม่วง เช่นนี้เองครับการจ้างแรงงานก็ดี การประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับในพื้นที่ ของรถไฟฟ้ำสายสีม่วง ถ้าท่านประธานจะผ่านไปบริเวณจังหวัดนนทบุรี บริเวณถนน รัตนาธิเบศร์ก็ดี ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรีก็ดี ตอนนี้เริ่มมีการก่อสร้างบ้างแล้ว จําเป็นครับ ที่ในโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วงนั้นจําเป็นที่ต้องดําเนินการต่อ ถ้าวันนี้เราไม่มีโอกาส พิจารณาในโครงการที่กระทรวงการคลังเสนอแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินนะครับว่าเศรษฐกิจ ในกรุงเทพมหานครก็ดีซึ่งตอนนี้ก็ถูกทําลายไปพอสมควร
อีกเรื่องหนึ่งครับ ในส่วนของสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาอีกแห่งหนึ่ง ของกรมทางหลวงชนบทนั้น ถ้าในช่วงนี้ท่านประธานจะผ่านไปบริเวณจังหวัดนนทบุรีนั้น จะสังเกตนะครับว่า รถนั้น ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่มยังติดเลยครับ เช่นนี้เองจะแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่ ของจังหวัดนนทบุรีกับกรุงเทพมหานครเขตติดต่อกัน การจราจรนั้นเป็นปัจจัยหลัก ถ้าเรามัวแต่รอให้รถติดถึง ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม เที่ยงคืนบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเราขาดทุน เรื่องนํ้ามันที่เราจะต้องสูญเสีย ฉะนั้นโครงการเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา ที่กระทรวงการคลังเสนอนั้นผมถึงบอกว่าผมเห็นด้วย แล้วก็ควรพิจารณาไปพร้อม ๆ กัน กับ ๒ วาระ แล้วค่อยมาลงมตินะครับ ขอบคุณท่านประธาน
เชิญท่านเลิศรัตน์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก็ขอเรียนปรึกษาท่านรัฐมนตรีนิดเดียวนะครับ คือท่านเสนอให้นํา ระเบียบวาระที่ ๕.๕ และระเบียบวาระที่ ๕.๖ ขึ้นมา แล้วก็มีบางท่านเสนอให้อภิปราย รวมกัน ที่ผมเป็นห่วงคือถ้าอภิปรายรวมกันในระเบียบวาระที่ ๕.๖ ผมเชื่อว่าใช้เวลา หลายชั่วโมง มันก็จะตกไปทั้งหมด คือถ้าเราไปอีกสัก ๓-๔ ชั่วโมงผมไม่เชื่อว่าองค์ประชุม จะอยู่ครบที่จะโหวตให้ท่านได้ทั้ง ๔ เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมเสนอว่าควรจะอภิปรายเฉพาะ ในระเบียบวาระที่ ๕.๕ ซึ่งก็มีเงินกู้ ๒ โครงการอยู่แล้ว แล้วก็มีสัญญาอยู่ถึง ๓ ฉบับ ให้จบ ตรงนั้นไปก่อน แล้วก็ดูอีกทีหนึ่งว่าจะอภิปรายระเบียบวาระที่ ๕.๖ ทันหรือไม่ อันนี้ ก็จะทําให้เราสามารถไปสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาเพื่อมารองรับกับการจราจร ที่จะสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ได้ รวมถึงการสร้างรถไฟฟ้ำสายสีม่วงด้วยครับ ก็กราบเรียน เป็นข้อคิดเห็นครับ
เอาระเบียบวาระที่ ๕.๕ ก่อนได้ไหมครับ ไม่ได้หรือครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ที่ประชุมเสียเวลามาก เพราะว่าตอนนี้มันอยู่แค่ว่าจะเลื่อนญัตติเรื่อง การขอกู้เงินระเบียบวาระที่ ๕.๕ กับระเบียบวาระที่ ๕.๖ ขึ้นมาหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ ท่านก็ต้องดําเนินการที่ประชุมนะครับ ก็ลองถามท่านอดุลย์อีกครั้งครับว่า ท่านจะเอา อย่างไร เพราะเรียนสั้น ๆ ว่าเงินกู้ตัวนี้มันจะทําให้คนกรุงเทพมหานคร คนจังหวัดนนทบุรี ได้สะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยา มันจะทําให้คนกรุงเทพมหานครได้รถไฟฟ้ำสายสีม่วงเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถามท่านอดุลย์เถอะครับท่านประธานครับ ตกลงท่านจะยืนยันว่า จะไม่ให้เลื่อนก็โหวตครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ได้ไหมครับท่านอดุลย์ จะได้เอาระเบียบวาระที่ ๕.๕ ไปเลย เดี๋ยวให้ท่านอุดลย์ก่อนแล้วกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่ผมจําเป็นจะต้องลุกขึ้นมาพูดก็เพราะเหตุนี้ละครับ ตอนนี้มันยังอยู่ในวาระที่เราบอกว่า ควรจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมจะคัดค้านโครงการเงินกู้ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมไม่อยากให้ โครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วงไม่เกิด ตอนนี้ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่พูดมาแล้วนั้น รู้สึกจะเข้าใจผิดแล้วก็พูดเลยเถิดไป เรากําลังบอกว่ามันควรหรือไม่ควร บางคนพูดถึงขนาดว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ แล้วมีความจําเป็นมาก ๆ ผมก็เลยอยากถามว่าถ้าเกิดจะเลื่อนไปอีก สักอาทิตย์เพื่อให้เราได้ศึกษารายละเอียดว่าข้อดี ข้อเสีย มันเป็นอย่างไร มันจะกระไร ในเมื่อตั้งหลายปีแล้วยังทนกันได้ อีกอาทิตย์หนึ่งที่จะประชุมกันใหม่นี้ได้ไหม และถ้าเกิด มาถึงก็เริ่มกันตั้งแต่เช้าเลยมันจะได้ไม่ต้องมีปัญหาว่าองค์ประชุมจะครบหรือไม่ครบเวลา จะลงมติ ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องชี้แจงเพราะเหตุว่าไม่อย่างนั้นจะคิดว่า ส.ส. อดุลย์ ต้องการจะถ่วงความเจริญ ไม่ต้องการถ่วงความเจริญเลย แต่ว่ามันเป็นเหตุเป็นผลนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเลยจําเป็นที่ผมจะต้องขอยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ เลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาในวันนี้ครับท่านประธานครับ
เชิญท่านชัยวัฒน์ครับ เดี๋ยวจะได้ลงมติถ้าอย่างนั้นนะครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกรัฐสภา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนครับ ในขณะนี้เนื่องจากว่าเรามีวาระการพิจารณา ซึ่งต้องบอกว่าทางรัฐสภาโดยท่านเลขาธิการของสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่เลขาธิการ ของรัฐสภานั้นได้มีหนังสือส่งไปเป็นระเบียบวาระ ซึ่งวาระการประชุมสภานั้น ขออนุญาต ท่านประธานครับว่า โดยใช้ข้อบังคับของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อ ๑๕ ในเรื่อง ของการบรรจุระเบียบวาระ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ที่ผมต้อง ยกมาอย่างนี้แล้วก็ข้อ ๒๑ ของการประชุมสภา ผมเห็นหลายครั้งนะครับ การประชุมสภา ไม่ค่อยเคลื่อนไปเท่าที่ควร เพราะว่าเนื่องจากการบรรจุระเบียบวาระเป็นปัญหา ที่บอก เป็นปัญหาเพราะอะไรครับท่านประธานครับ หลายครั้งในการประชุมสภาจะเห็นว่า เราเสียเวลากับการที่บอกว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน โดยฝ่ายค้านก็เห็นอย่าง ฝ่ายรัฐบาล ก็เห็นอย่าง แล้วเราก็มาโต้เถียงว่าควรจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน แล้วท้ายที่สุดก็จะลงมติกันว่า เลื่อนหรือไม่เลื่อน พี่น้องประชาชนหรือคนทั่วไปก็จะฟังว่าทําไมโต้เถียงกันในเรื่อง ของการที่จะเลื่อนระเบียบวาระไม่เลื่อนระเบียบวาระ หลายคนหลายท่านก็บอกว่าเลื่อน จะมีประโยชน์เพราะอย่างนั้นเพราะอย่างนี้ ผมอยากจะกราบเรียนครับ ฝ่ายค้านรู้ไหมว่า การเลื่อนระเบียบวาระของท่านนี่ท่านได้บอกไหมแจ้งไหม ท่านได้ให้โอกาสฝ่ายค้าน ในการศึกษาหรือไม่ ท่านบรรจุระเบียบวาระอย่างหนึ่ง แน่นอนที่สุดครับ คนที่เป็นสมาชิกอยู่ ก็ต้องศึกษาในข้อปัญหาหรืออุปสรรคในเรื่องนั้น ๆ ตามลําดับของระเบียบวาระการประชุม แต่แน่นอนที่สุดครับ ด้วยระยะเวลาของการที่จะศึกษา หรือด้วยระยะเวลาของการที่จะ อภิปรายดูแลกันในสภานี้เราเรียกว่าศึกษาวิเคราะห์นั้น แสดงเหตุแสดงผลด้วยระยะเวลา ของการประชุมสภานั้น แน่นอนที่สุดครับท่านประธาน เราก็ยังมองเห็นว่าประมาณสัก ๓ เรื่อง ๔ เรื่องก็หมดเวลาแล้ว เรื่องที่ ๗ เรื่องที่ ๘ นี้ก็ดูผ่าน ๆ ไป การดูก็ไม่ได้ศึกษา แบบวิเคราะห์เจาะลึก หรือบางครั้งวิเคราะห์เจาะลึกแล้วขออนุญาตท่านประธานครับว่า เนื่องจากว่าเรานั้นบางครั้งก็ต้องบอกว่าข้อมูลต่าง ๆ นั้นก็ไม่ได้นําติดตัวมา บางเรื่องบางอย่าง เพราะฉะนั้นการอภิปรายก็ดี การที่จะวิเคราะห์ให้ทางรัฐบาลได้รับทราบรับรู้รับฟังก็ตามแต่ ทางซีกฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายบริหารนั้นแน่นอนที่สุด ข้อมูลนั้นบางครั้งไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ในขณะเดียวกันยังมาโต้เถียงกันว่าควรเลื่อนหรือไม่เลื่อน มันทําให้เสียเวลาครับท่านประธาน เป็นไปได้ไหมว่าการที่จะประชุมในเรื่องของการบรรจุระเบียบวาระการประชุมเพื่อให้มัน สมบูรณ์ ให้มันดี มันไม่เสียเวลา ทุกฝ่ายมันได้หมด ตกลงกันก่อนได้ไหมท่านประธาน ทําความตกลง ทําความเข้าใจกันให้มันเรียบร้อย กลั่นกรองให้มันเรียบร้อยว่าอะไรมันควร เลื่อนมาหรือไม่เลื่อนมาเสียก่อน แล้วก็มาทํากัน แต่นี่ทํากันไปโดยที่เรียกว่าเสมือนหนึ่งเราไม่ได้ปรึกษาหารือกัน เมื่อไม่ได้ปรึกษาหารือ มันก็ต้องมาทํากันอยู่ในสภามันเสียเวลาท่าน เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นการปรับปรุงครับว่าปรับปรุงให้มันดีขึ้นกว่านี้ได้ไหม วิปก็ดี ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชุมปรึกษาหารือกัน อะไรที่เลื่อนก็คือเลื่อน อะไรที่ไม่เลื่อน ก็คือไม่ควรจะเลื่อน ไม่ใช่ว่าตกลงแล้วเลื่อน ปรากฏว่าท้ายที่สุดแล้วก็เลื่อนไปก็ไม่ได้ว่า อะไร แต่เรื่องที่ไม่ได้ปรึกษาหารือว่าเลื่อนหรือตกลงกันไม่ได้ว่าจะเลื่อนแล้วมาเลื่อน ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ไม่ควรจะทํา เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะขอหารือท่านประธานบอกกล่าวไปในการปรับปรุงการทํางานของ สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาของเรา เพื่อที่จะให้เวลานั้นมีประโยชน์และมีคุณค่า เพราะในเรื่องหลาย ๆ เรื่องที่เราจะพิจารณากันบางครั้งมันติดด้วยเรื่องอย่างนี้แล้วที่สุด เราก็มาขัดแย้งกันในเรื่องไม่ควรจะเป็นเรื่อง เพราะว่าเราไม่ได้ทําความเข้าใจกันมาก่อน ว่าด้วยเหตุด้วยผลใด มันสมควรมากน้อยขนาดไหนและท้ายที่สุดการทํางานของเรา ก็ไม่ได้รับความร่วมมือซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้ขอฝากไว้ท่านประธานครับ ท่านประธาน คงต้องช่วยแล้วครับ ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านอดุลย์ยังยืนยัน ต้องลงมติว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนนะครับ
(นายประสพสุข บุญเดช รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้ามาในห้องประชุมก่อน เพื่อจะลงมติว่าจะเลื่อนระเบียบวาระ หรือเปล่านะครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ระหว่างรอเชิญท่านชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเพียงแต่ ช่วยท่านประธานรอให้เพื่อนสมาชิกเข้ามา หารือท่านนิดเดียวเอง เพราะทราบข่าวว่า ไม่ใช่ทราบข่าว เมื่อตอนเช้านี้ก่อนที่เราจะมีการประชุมในระเบียบวาระที่ ๔.๓ ระเบียบวาระที่ ๔.๔ ที่ลงมติไปนะครับ ก็มีการเลื่อนระเบียบวาระที่ ๔.๓ ระเบียบวาระที่ ๔.๔ ขึ้นมาประชุมก่อน ที่ประชุมก็ให้ความเห็นชอบไป ทีนี้ผมแปลกใจว่าทําไมเมื่อท่านรัฐมนตรี เห็นว่าระเบียบวาระที่ ๕.๕ ระเบียบวาระที่ ๕.๖ ทําไมไม่เสนอเลื่อนคราวเดียวกัน เมื่อตอนเช้าเลย ท่านคิดว่าท่านจะประชุม ๓ วาระตรงนั้นจบก็จะจบเลยใช่ไหมครับ ที่ท่านบอกพอเห็นว่าโอกาสดีที่ประชุมพิจารณา ๓ เรื่องเรียบร้อยแล้วก็เลยเลื่อนต่อ ใช่หรือไม่ ผมแปลกใจครับ เพียงแต่ว่าเมื่อท่านเห็นว่าน่าจะเลื่อนก็เลื่อนใช้เสียง เมื่อตอนเช้าเราก็ให้ความเห็นชอบไปแล้วก็คราวเดียวกันเลย ไม่อย่างนั้นผมก็กลับไปทวง เมื่อตอนเช้าว่าท่านประชุมระเบียบวาระที่ ๔.๓ ระเบียบวาระที่ ๔.๔ ไปโดยไม่ชอบ ถ้าไม่ขอเลื่อนนะครับ ผมเพียงถามว่าทําไมไม่เลื่อนเมื่อตอนเช้าไปเลย
ไม่เป็นไรนะครับ เชิญท่าน มีอะไรครับระหว่างรอ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตเรียนชี้แจง เรื่องของระเบียบวาระการประชุม ตามที่ขออนุญาตท่านชลน่านได้ทักท้วงเมื่อสักครู่นี้ กราบเรียนว่าจริง ๆ เมื่อเช้าที่เป็นวาระ ๓ เรื่องนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เสนอเลื่อน แต่เป็น เรื่องที่ถ้าดูจากบันทึกการประชุมเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ได้มีการเลื่อนไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วเป็นเรื่องค้างพิจารณาทั้ง ๓ เรื่อง เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีไม่ได้ขอเลื่อน ส่วนที่พิจารณา เสร็จแล้วเรื่องใหม่นี้จึงเป็นเรื่องที่เสนอเลื่อน เนื่องจากมีความจําเป็นเร่งด่วน ขอกราบเรียน ด้วยความเคารพค่ะ
ท่านเข้ามาในห้อง ประชุมครบนะครับ ขอเชิญท่านเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านที่เข้ามาใหม่เสียบบัตร แล้วกดปุ่มแสดงตนด้วยครับ มีท่านใดยังไม่ได้กดปุ่มแสดงตนมีไหมครับ ท่านกดปุ่ม หรือยังครับ มีท่านใดยังไม่กดมีไหมครับ แจ้งผลมาได้ครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๙๕ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ ขอเลื่อนไปประชุมคราวหน้า ขอปิดประชุมนะครับ