สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี และเรียกร้องให้รัฐบาลต่อรองเพื่อลดระดับประเทศให้เหลือระดับประเทศเล็ก เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากอาเซียนได้ถึง ๕ เท่าเมื่อเกิดวิกฤติ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี เราต้องเท้าความ สักเล็กน้อยว่า ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีนี้มันเกิดขึ้น สมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๔๓ แล้ว มันมาเกิดเป็นรูปธรรมที่มีการประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ เดิมทีสมาชิกอาเซียนจะรวมเงิน จากที่เคยทําไว้เมื่อปี ๒๕๒๐ ที่ ๒๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น ๑,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ วันนี้รัฐบาลชุดนี้ได้มีการพัฒนาความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี โดยมี ๓ ประเทศใหญ่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามา เงินลงทุนทั้งหมดที่เอามารวมลงขันกัน พูดง่าย ๆ ว่ามีถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นเงินจํานวนมาก เมื่อผมมาอ่านรายละเอียด หลังจากที่มีการสมทบเงินลงไปแล้ว โควตาการขอรับความช่วยเหลือมันเป็นอย่างนี้ครับ ประเทศขนาดเล็กอย่างประเทศบรูไน ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศพม่า และประเทศเวียดนาม สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ ๕ เท่าของวงเงินที่ตนเองสมทบ แต่ประเทศไทยเราจัดว่าเป็นประเทศที่อวดเก่งพอสมควร เอาตัวเองไปอยู่ระดับประเทศ อินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศฟิลิปปินส์ สามารถขอรับ ความช่วยเหลือได้แค่ ๒.๕ เท่าของวงเงินสมทบ วันนี้เราแข่งขันกับประเทศเวียดนาม ทําไมเวลาไปคุยกับเขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ขอลดระดับประเทศไปอยู่ใน ระดับประเทศเล็กจะได้ผลประโยชน์มาก ต้องรู้จักต่อรองครับ เราแข่งกับประเทศเวียดนาม อยู่ทุกวันนี้ แต่วันนี้เราเผยอไปประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ เราสู้เขาไม่ได้หรอกครับ ผมอยากจะฝากไว้เวลาไปตกลงกับเขาต้องใช้วาทศิลป์ อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชอบใช้วาทศิลป์ ในการแสดงวิสัยทัศน์ ท่านเป็นถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระดับโลก นิตยสารให้ความสําคัญ เราอย่าไปคิดว่า ตัวเราเองเป็นประเทศใหญ่ วันนี้เราถอยหลังมาเยอะพอสมควร นักลงทุนเขาไปลงทุน ในประเทศเวียดนาม แค่ปัญหามาบตาพุดนี่ก็ทําให้การลงทุนใหญ่ ๆ ย้ายไปลงทุน ในประเทศเวียดนามเป็นจํานวนมาก เราอย่าไปเผยอตัว อย่าลืมตัวเลยครับว่าเราจะเป็น ประเทศที่ยิ่งใหญ่เท่ากับประเทศเหล่านั้น เราต้องลดตัวเราลงมาครับ เราจะได้ใช้ ความช่วยเหลือเวลาเราเกิดวิกฤติขึ้นมาเราจะได้ขอความช่วยเหลือได้มากเป็น ๕ เท่า เหมือนประเทศเล็ก ๆ เขาน่าจะดีกว่าครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าวิสัยทัศน์ของ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านเห็นถึงวิกฤติต้มยํากุ้งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เราเจอปัญหา มากมาย ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้หนี้ที่เกิดจากกองทุนฟื้นฟู ไปกู้มานี่นะครับ ทุกรัฐบาล ๑๐ กว่าปี ต้องใช้เงินภาษีพี่น้องประชาชนไปใช้ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่กองทุนฟื้นฟู ไปกู้ยืมมา แล้วมาสนับสนุน ๕๖ ไฟแนนซ์ (Finance) ที่ปิดไป แล้วทําให้ธุรกิจต่าง ๆ เจ๊งไป มากมาย วันนี้ปีหนึ่งเราเสียดอกเบี้ยทุกปี ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียมา โดยต่อเนื่องครับ ผมก็ไม่เห็นว่ามีรัฐบาลไหนที่อวดอ้างว่ามีความรู้จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ กองทุนฟื้นฟู ยังคาอยู่เลยครับ หนี้สินยังมีอยู่เมื่อไรจะใช้หนี้เงินกู้ให้หมด ทุกวันนี้จ่ายดอกเบี้ย ดอกเบี้ยอย่างเดียวก็ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียดายเงินครับท่านประธาน และในวันนี้ เราเอามาลงอย่างนี้มันก็เป็นประโยชน์ เอามาเป็นความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่ การเป็นพหุภาคีพวกนี้ เวลาเกิดปัญหาวิกฤติมา เราไปกู้เงินจากเงินส่วนนี้ได้ ๕ เท่าจากที่ เราลงทุนไปพอไหม มันก็อาจจะพอระดับหนึ่ง ถ้าเราเจอวิกฤติมากขึ้นเหมือนที่เกิด ในประเทศกรีซในขณะนี้ ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังว่าเมื่อไปลงนามลองไปต่อรองเขาหน่อย ลดระดับประเทศเรา เราอย่าไป ถือว่าเป็นประเทศในอาเซียน เป็นประเทศขนาดใหญ่พื้นที่มันเยอะจริง แต่เศรษฐกิจเราสู้ เขาไม่ได้ ตอนนี้เราต้องเจียมเนื้อเจียมตัวไปขอเขาว่าเราขอไปอยู่เป็นประเทศอาเซียน ขนาดเล็กได้ไหม เพื่อที่จะได้ขอความช่วยเหลือเมื่อเราเจอวิกฤติขึ้นมาได้ถึง ๕ เท่า ไม่อย่างนั้นอย่างน้อยเราเป็นคนริเริ่มมาก่อน ใช้ชื่อเชียงใหม่ เราขอสัก ๓ เท่าได้ไหม ต่อรองเขาหน่อยสิครับ ช่างพูด เพราะผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็จบต่างประเทศมา พูดภาษาฝรั่งเก่ง ต่อรองได้ ฝากไว้นะครับ ไปต่อรองเขาว่าขอให้ช่วยสัก ๓ เท่า ๓ เท่าครึ่ง ๔ เท่า พูดหน่อยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน