จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สอบถามการสนับสนุนจากภาครัฐ และขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการเงิน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่าง ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี แล้วก็เสนอกรอบการเจรจา ข้อตกลงจัดตั้งซีจีไอเอฟ และกรอบวงเงินทุนจัดตั้งในส่วนที่ประเทศไทยจะต้องชําระ ในวันนี้ ผมได้ศึกษารายละเอียดแล้วก็ปรากฏว่าความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่ การเป็นพหุภาคีได้ริเริ่มมา ครั้งที่ ๑ โดยมีการประชุมกันเมื่อปี ๒๕๔๒ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นเพื่อให้ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงนั้น ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับด้านการเงินทั่วโลก แล้วก็ยังได้มีการประชุม ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ดังนั้นการที่มีกรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งเครดิต การันตี แอนด์ อินเวสท์เมนท์ ฟาซิลิตี้หรือซีจีไอเอฟ ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ได้แก่ ๑. ประเทศไทย ๒. ประเทศอินโดนีเซีย ๓. ประเทศเวียดนาม ๔. ประเทศพม่า ๕. ประเทศกัมพูชา ๖. ประเทศมาเลเซีย ๗. ประเทศลาว ๘. ประเทศสิงคโปร์ ๙. ประเทศบรูไน ๑๐. ประเทศฟิลิปปินส์ แล้วก็ประกอบด้วยประเทศยักษ์ใหญ่ซึ่งมีภาวะ เศรษฐกิจที่ครอบงําในเอเชียอยู่ ๓ ประเทศก็คือ ๑. ประเทศจีน ๒. ประเทศญี่ปุ่ น ๓. ประเทศเกาหลี รวมแล้ว ๑๓ ประเทศ ดังนั้นการที่รัฐบาลในชุดนี้ที่เข้ามาบริหารประเทศ แล้วก็มีการสานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งถือว่าเป็นรัฐบาลที่ต้องการให้ ประเทศชาติของเราเดินหน้าไปได้ทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นจากการที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์และมีการทํางาน ประสานงานกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลา ๑ ทศวรรษ ก็ถือว่าการที่ประเทศไทยจะได้ดําเนินการร่วมในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็น ประโยชน์สําหรับพี่น้องประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะในส่วนภาคเอกชนนะครับ ซึ่งถือว่า ได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากว่ากรอบเจรจาดังกล่าวนี้ที่รัฐบาลไทยจะได้ไปร่วมลงนาม ก็จะทําให้เกิดประโยชน์ที่ประเทศไทยหรือว่าคนไทยจะได้รับ ผมได้ศึกษาดูแล้วก็เพื่อให้ เอกชนสามารถเข้าระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ได้ง่ายขึ้น แล้วก็ ๒. ช่วยคํ้าประกัน ตราสารหนี้เพื่อให้ตราสารหนี้เหล่านั้นมีอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้น ๓. ช่วยลดต้นทุน การระดมทุนของผู้ออกตราสารหนี้ ช่วยให้ผู้ออกตราสารหนี้สามารถขายตราสารหนี้ ได้ง่ายขึ้น เพิ่มทางเลือกให้ผู้ออกตราสารหนี้สามารถเลือกออกตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินทุนของภาคธุรกิจ และโดยเฉพาะในส่วนของ นักลงทุนที่เป็นภาคเอกชนก็จะช่วยเพิ่มทางเลือกของนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนในตราสารหนี้ ให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย และอันสุดท้ายเป็นการส่งเสริมความร่วมมืออันดี ระหว่างกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน ๑๐ ประเทศ บวกอีก ๓ ประเทศด้วย เพราะฉะนั้น แหล่งเงินทุนที่ทางรัฐมนตรีได้ชี้แจงนะครับ อันนี้ผมก็ดูว่าในวงเงินงบประมาณ ๔๙๐ ล้านบาท หรือว่า ๕๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับ เงินยูเอสของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วนี่ก็ ๑๔ ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นเงินที่ไม่มากมาย ที่เราจะได้ร่วมลงทุนในการจัดตั้งกองทุนอันนี้ เพราะฉะนั้นผมก็เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ได้มี การตั้งกรอบเจรจาร่างข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติอย่างมหาศาล ในภาวะวิกฤติการเงินในขณะนี้ประเทศกรีซก็ประสบปัญหา ประชาชนได้ปล้นธนาคาร เผาธนาคาร ผมเชื่อว่าถ้าหากว่าไม่มีกองทุนเกิดขึ้นในอาเซียนและอีก ๓ ประเทศ ในอนาคตก็ไม่แน่นะครับว่าถ้าเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศไทยโดยเฉพาะ หรือว่า ของประเทศภูมิภาคในส่วนของอาเซียน ๑๐ ประเทศ เกิดปัญหาวิกฤติการเงินเช่นนี้เกิดขึ้น แล้วประเทศไทยเราจะไปยืมประเทศไหนเขาจะให้ เพราะฉะนั้น ๑๐ ประเทศ+๓ ถือว่าเป็น ประเทศซึ่งก็เทียบเคียงกับทางยุโรป ซึ่งเขาก็รวมกันเป็นอียู (EU) เพราะฉะนั้นประเทศไทย เราก็สมควรแล้วที่จะเข้าร่วมดําเนินการในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นจากกรอบเจรจานี้ผมก็อยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีในส่วนนี้อีกว่า ผมทราบว่าทางรัฐบาลได้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร พัฒนาเอเชียหรือเอดีบี (ADB) เพื่อมาเป็นทุนในการก่อสร้างถนน ๔ ช่องทางจราจรจาก จังหวัดมุกดาหารไปจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นเงิน ๗๕๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าทางธนาคาร พัฒนาเอเชียไม่อนุมัติให้ เนื่องจากว่าเงินกู้ยืมที่จะไปขยายถนน ๔ ช่องทางจราจรที่ว่านี้ ต้องมีการเวนคืนที่ดินหรือว่าไปชดใช้เยียวยากับพี่น้องประชาชนซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ติดริมถนน ดังกล่าว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ในส่วนของเงินที่จะใช้เวนคืนบ้านและที่ดินของพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารและชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ต่อเนื่องกันนี่ เป็นไปได้ไหมครับ ที่จะใช้เงินงบประมาณของประเทศ ส่วนเงินในการก่อสร้างถนนก็ให้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร พัฒนาเอเชียต่อไป ผมไม่อยากให้ล้มเลิก เนื่องจากว่าประตูสู่อินโดจีนคือจังหวัดมุกดาหาร ประตูสู่ทางเอเชียตะวันตกก็คือประเทศพม่า ที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก อันนี้เป็นส่วนที่ สําคัญที่จะขยายทางด้านเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาคทางตะวันออกกลาง ก็อยากจะเสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาเป็น ๒ ส่วนนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ