รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓

กรณ์ จาติกวณิช เสนอขออนุมัติเงินกู้จากญี่ปุ่นเพื่อโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และหารือเรื่องโครงการรถไฟฟ้า สายสีม่วง ระยะที่ 2 พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภาเร่งพิจารณาเพื่อประโยชน์ของประชาชน และหารือเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ความจริงต้องขออนุญาตชี้แจงว่าทางกระทรวงการคลังก็ได้พยายามที่จะประสานเข้ามา แต่แรกให้มีการบรรจุระเบียบวาระการประชุม ๒ ระเบียบวาระนี้เป็นวาระเร่งด่วน ๒ ระเบียบวาระนี้ผมขอแยกออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือระเบียบวาระที่ ๕.๕ ที่เป็น การร่างหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลญี่ปุ่นและร่างสัญญาเงินกู้และร่างสัญญาคํ้าประกันเงินกู้ (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ๓ ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสนับสนุน ๒ โครงการ

ซึ่งโครงการแรก คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่นํ้าเจ้าพระยาบริเวณ ถนนนนทบุรี ๑ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นโครงการสําคัญของกรมทางหลวงชนบท ประเด็น ก็คือทางกรมทางหลวงชนบทก็ได้เตรียมการที่จะเริ่มดําเนินการในส่วนของโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะลดภาระการจราจรในกรุงเทพมหานครได้เป็นอย่างมาก และมี ความพร้อมที่จะดําเนินการ เพียงแต่ติดขัดเรื่องที่มาของแหล่งเงินในแง่ของความชัดเจน ดังนั้นจึงสามารถที่จะสรุปได้ว่าถ้าเราเร่งดําเนินการในการที่จะกู้ยืมเงินตามข้อตกลงที่มีไว้ กับทางรัฐบาลญี่ปุ่ น รัฐบาลญี่ปุ่ นก็ได้อนุมัติมาเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๓ นี้เอง ด้วยการเร่งรัดของทางรัฐบาลไทย ผมเองได้เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่ น เพราะว่ามี ความจําเป็นที่จะต้องขอให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้เร่งรัดในการพิจารณาที่จะอนุมัติเงินส่วนนี้ เราจะได้เริ่มดําเนินการในโครงการที่มีความสําคัญ เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้อํานวยความสะดวก ให้กับเราในการที่จะเร่งพิจารณาเห็นชอบการปล่อยกู้ให้กับทางรัฐบาลไทย ผมคิดว่าก็เป็น สิ่งที่รัฐสภาของเราก็ควรที่จะตอบสนองถ้าทําได้ในการที่จะเร่งพิจารณา เพราะก็จะเป็น ผลประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยกันเองด้วย

ส่วนอีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการรถไฟฟ้ำสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ ๒ ในส่วนของรถไฟฟ้ำสายสีม่วงเส้นทางนี้ได้มีการเริ่มดําเนินการแล้ว เพียงแต่ ช่วงระยะของการจัดสรรเม็ดเงินที่จะมารองรับการจัดซื้อจัดจ้างในส่วนของตัวราง ยังมีความจําเป็นที่จะต้องรอแหล่งที่มาของเงินจากวงเงินกู้ส่วนนี้ที่เราได้นําเสนอให้ท่าน ได้พิจารณา ดังนั้นถ้ามีการขาดช่วงในส่วนของที่มาของแหล่งเงินก็จะทําให้โครงการสะดุด และล่าช้า ทําให้พี่น้องประชาชนที่รอคอยระบบขนส่งมวลชนเพิ่มเติมอาจจะต้องรอคอย นานต่อไป ดังนั้นจึงได้มีความจําเป็นที่จะต้องขออนุญาตเสนอให้กับทางรัฐสภาได้พิจารณา ที่จะหยิบยกวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาโดยเร่งด่วน

ส่วนเรื่องของระเบียบวาระที่ ๕.๖ เป็นวาระเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ตรงนี้ผมต้องขออนุญาตเรียนว่า เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลไทยได้เริ่มดําเนินการ เจรจากับทั้ง ๒ สถาบันนี้ ความจริงมาหลายรัฐบาลแล้วครับ แต่ก็ได้มาพักการพิจารณา เนื่องจากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา รัฐสภาก็ได้อนุมัติให้กับรัฐบาลได้ดําเนินการ ในส่วนของการออกพระราชกําหนดและพระราชบัญญัติกู้ยืมเพิ่มเติมในวงเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ท่านสมาชิกคงจะได้รับทราบโดยมติของคณะรัฐมนตรี สืบเนื่องมาจากสภาวะทางการเงินของประเทศกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังจากที่ได้ฟันฝ่า ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทําให้รัฐบาลได้เห็นว่าไม่มีความจําเป็นที่จะต้อง พึ่งพาการกู้ยืม ใช้เงินนอกระบบ พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะและนอกระบบ พ.ร.บ. งบประมาณ ก็คือการที่จะยกเลิกการใช้ พ.ร.บ. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเอง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในส่วนของโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลมองว่าเป็ นประโยชน์ ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภค รวมไปถึงโครงการระบบรางซึ่งล่าสุด ทางรัฐบาลก็เพิ่งได้อนุมัติโครงการการลงทุนในระบบรางในช่วง ๕ ปีข้างหน้า มีเม็ดเงิน กว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ยังมีความจําเป็นที่จะต้องมีแหล่งเงินเพื่อมารองรับ แต่ต้องเป็นแหล่งเงินที่อยู่ใน พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะแล้วก็ พ.ร.บ. งบประมาณ ไม่เป็นการใช้การกู้ยืมนอกระบบ เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเองจึงได้หันมาให้ ความสําคัญกับการกู้ยืมเงินในระยะยาวเพื่อสอดคล้องกับการลงทุนที่จะมีผลตอบแทน ต่อประเทศในระยะยาวเช่นเดียวกัน และเงินทุนหรือแหล่งเงินระยะยาวในลักษณะนี้ จะมาได้ก็คือจากการกู้ยืมผ่านองค์กร อย่างเช่นธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียเท่านั้น ในรายละเอียดเอกสารที่ท่านได้เห็น มอบมาให้ท่านได้ศึกษาจะเห็นว่าเป็นการกู้ยืม อย่างน้อย ๑๕ ปี ในบางส่วนยาวนานถึง ๒๕ ปี โดยที่มีช่วงระยะเว้นการชําระทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยเป็นระยะเวลายาวนานถึง ๓ ปี ซึ่งเหมาะสมแล้วก็สอดคล้องกับลักษณะของ การลงทุนที่เราจะนําเงินส่วนนี้ไปดําเนินการ เพราะฉะนั้นในส่วนของระเบียบวาระที่ ๕.๖ ก็เป็นวาระเร่งด่วนที่อยากจะให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณาเพื่อทางกระทรวงการคลัง จะได้นําไปดําเนินการต่อไป ขอบคุณครับ