ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการประชุมสภาแห่งชาติและขอให้ท่านประธานสภาใช้ข้อบังคับในการแก้ไขปัญหา การประชุมสภาแห่งชาติ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม เพราะผมเองเป็นคนยกประเด็น ขึ้นปรึกษาหารือท่านเอง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ และฝาก ทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านด้วยความเคารพ การที่ผมได้ยก ประเด็นนี้ขึ้นปรึกษาหารือกรณีการสั่งปิดการประชุมของท่านประธาน เพียงเพื่อต้องการให้ท่านประธานหาทางออกว่าให้การประชุมของเรามันชอบด้วย ข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านประธานเองก็เสนอมาว่าจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า สิ่งที่เรากระทํามันไม่ได้จบในวันนี้ หรือจบในวันพรุ่งนี้ หรือไปเซ็นสัญญาเอาเงินกู้มาจาก ญี่ปุ่นแล้วก็จบไม่ใช่ครับ มันจะบันทึกไปถึงชั่วลูกชั่วหลานเราว่าแบบอย่าง ร่องรอย ที่เคย กระทํามาในประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร สังเกตนะครับ เมื่อวานนี้สภาเรากว่าที่จะลงเอย กันได้ใช้เวลานานมาก นั่นเป็นตัวอย่างง่าย ๆ ที่บางครั้งเราทําร่องรอยที่มาทําให้พวกเรา เจ็บกันเอง เราก็ต้องมาตามแก้กันเอง ผมไม่อยากให้เหตุการณ์นั้นเกิดซํ้าแล้วซํ้าอีก ก็เลยต้องกราบเรียนท่านประธานว่าน่าจะหาทางออกให้มันชอบด้วยข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญเสีย ท่านประธานครับ ผมก็เข้าใจ ผมก็เห็นใจท่านประธานครับ ก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าไม่น่าจะพูดอย่างนี้หรอก เจตนารมณ์น่าจะเป็นการสั่ง พักการประชุมมากกว่า ท่านเองกลับมาบอกอีกครั้งว่าผมสั่งเลื่อนการประชุม บอกว่าจะ เลื่อนการประชุม ท่านก็ยังติดว่าเลื่อนมาอีกนะครับ ถึงแม้ท่านกลับมานั่งบัลลังก์ ตอน ๑๑.๐๐ นาฬิกา ท่านยังบอกว่าโดยเจตนาแล้วผมต้องการสั่งเลื่อนการประชุม ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า เลื่อนการประชุมก็ไม่ชอบด้วย ข้อบังคับ ท่านไปดูข้อบังคับ ข้อ ๑๙ สิครับท่านประธาน กรณีเลื่อนการประชุมมีกรณีนั้น เท่านั้นเองครับ ถึงเวลาประชุมองค์ประชุมไม่ครบประธานมีอํานาจสั่งเลื่อนไป จะเลื่อน กี่ชั่วโมง กี่ชั่วยามก็ได้ นั่นเป็นอํานาจของท่าน แต่การประชุมครั้งนี้องค์ประชุมครบครับ ลงชื่อครบท่านเปิดประชุมไปเรียบร้อย แต่มีปัญหาขณะที่จะลงมติองค์ประชุมไม่ครบ มันคนละกรณีกับการนัดหมายมาประชุมและองค์ประชุมไม่ครบ คนละกรณีครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านประธานบอกว่าจะเลื่อนการประชุมนี่ก็คงกระทําไม่ได้ หรือสมาชิก เห็นว่ากระทําได้ก็เป็ นความเห็นของสมาชิก แต่ความเห็นของผมว่ากระทําไม่ได้ ท่านประธานก็ใช้มาตรการว่าสั่งพักการประชุมมาตลอดก็ชอบด้วยข้อบังคับ จะพักกี่นาที ก็ได้ครับแล้วแต่ท่าน แต่เผอิญท่านสั่งเลื่อน สั่งปิดการประชุมไป มันก็เป็นสิ่งที่บันทึกไว้ ในสภา พอกลับมาเปิดประชุมใหม่ ท่านบอกว่าขออภัยที่พูดผิดไป ถ้าสภาแห่งนี้คิดว่า ไม่เป็นปัญหาก็คงไม่เป็นอะไรครับในขณะนี้ แต่ถ้าคิดว่าเกิดมีผู้ที่มีความประสงค์ ที่ไม่เห็นชอบกับท่านประธานเลย เขาจะเล่นงานท่านประธานในแง่ของข้อบังคับและ ข้อกฎหมาย ท่านประธานก็จะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นอํานาจสภามีอยู่ ท่านก็ใช้อํานาจ สภาในการที่จะดําเนินการให้มันชอบก็เท่านั้นเอง ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ถ้าท่านประธานจะใช้ข้อ ๑๗๗ ก็หมายความว่าท่านประธานเอง ก็ยอมให้สภาบันทึกไปว่าสิ่งที่ทํามาท่านพลั้งเผลอไป ผมไม่เรียกว่าผิดพลาดนะครับ พลั้งเผลอไป เพราะท่านก็บอกเจตนาท่านชัดเจน ถึงจะบอกเจตนาผิดถึง ๒ ครั้ง ผมก็ยอมรับได้ ยอมรับได้ครับ ใช้ข้อ ๑๗๗ ได้ครับ แต่สภาแห่งนี้ต้องมีมติไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ก็ว่าในสิ่งที่ท่านกระทําไปไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ใช้ข้อ ๑๗๗ ไปล้างข้อบังคับ ที่กระทําผิดนั้นออกให้หมดก็เริ่มต้นกันใหม่ แต่ผมก็แปลกใจนิดเดียวครับท่านประธาน ท่านก็ต้องยกเว้นเรื่องของการใช้ข้อบังคับทั้งหมดด้วยเช่นการมาลงชื่อในที่ประชุม ถ้าเริ่มประชุมใหม่นี่พวกผมก็ต้องไปเซ็นชื่อกันใหม่ทั้งหมด ต้องกรณีนั้นด้วยนะครับ ต้องกรณีนั้นด้วย จริงอยู่ข้อ ๑๓ ท่านบอก เว้นแต่มีการนัดหมายในที่ประชุม นั่นคือ การนัดหมายในที่ประชุม ข้อบังคับบอกชัดเจนครับต้องนัดเป็นหนังสือเท่านั้นเอง นัดอย่างอื่นไม่ได้ เว้นแต่บอกนัดในที่ประชุม ชัดเจนครับ ที่ประชุมก็ต้องมีองค์ประชุม ให้ครบ ด้วยความเคารพท่านประธาน การใช้ข้อบังคับให้ถูกผมกราบเรียนผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ข้อแนะนํา ไม่มีเจตจํานงหรอกครับที่จะมาถ่วงเวลา หรือยื้อยึดให้รัฐบาลทํางานไม่ได้ แต่บางเรื่องเป็นเรื่องสําคัญของประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าเราไม่ทําด้วยความรอบคอบ ท่านจะไปกู้เงินเขาเป็น ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันผิดพลาดมาใครรับรองครับ ใครรับรอง รัฐสภาแห่งนี้เป็นคนอนุมัติให้เขาไป แต่อนุมัติ ด้วยความไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับนี่ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบครับท่านประธาน และพวกเราทั้ง ๖๓๐ คนใช่ไหมครับ นั่นคือหน้าที่ของเรานะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นกลาง ด้วยใจเป็นธรรม ฝากกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผมเองพยายามอยู่ในหลักการตลอด เจตจํานงที่พวกเราจะทํางานร่วมกันต้องเป็นไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับที่เราเขียนไว้ ไม่ใช่เขียนด้วยมือและลบด้วยอะไร ก็ไม่ทราบ ผมกราบขอบคุณท่านประธานครับ