รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านเกียรติ์อุดม วาระหารือ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ ครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานนะครับ ที่ได้ให้โอกาสหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งฤดูนี้เป็น ฤดูฝน ถนนเสียหายมากนะครับท่านประธาน ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอศรีธาตุ อําเภอวังสามหมอ ถนนสาย ๒๐๒๓ ครับท่านประธาน ขณะนี้เป็นหลุมเป็นบ่อมากนะครับ เนื่องจากฝนตกหนักแล้วก็ทําให้การขนส่งสินค้าลําบากมากนะครับ ขณะนี้เป็นฤดูกาลที่ ขุดมันสําปะหลัง ช่วยให้ทางกรมหลวงแผ่นดินได้ไปซ่อมแซมถนนหมายเลข ๒๐๒๓ ตอน ๒ จากอําเภอศรีธาตุไปยังอําเภอวังสามหมอ แล้วก็ให้มีการติดไฟฟ้าแสงสว่างตามจุดเสี่ยงด้วย นะครับท่านประธาน
ต่อมาได้รับการร้องเรียนจากนายกเทศมนตรีตําบลหนองแวงแก้มหอม คือท่านรุ่งรัตน์ คําเพชร บอกว่าถนนในหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ บ้านหนองแวง แล้วก็เชื่อมไปยัง บ้านคํายาง ตําบลไชยวาน ซึ่งขณะนี้ลําบากมากเพราะว่าฝนตกมาก็กลายเป็นหลุม มากที่สุด เนื่องจากว่ายังไม่ได้ทําการเทคอนกรีตหรือว่าทําถนนลาดยางแต่อย่างใด อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองท้องถิ่น ได้สั่งการ โอนงบประมาณไปยังโครงการก่อสร้างถนนในหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ แล้วก็บ้านหัวหนองยาง ตําบลไชยวาน อําเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานีด้วยนะครับ จักขอบคุณมากนะครับ
ท่านสัมพันธ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องในอําเภอคีรีมาศ ในเขตเทศบาลตําบล ๒ แห่งครับ คือเทศบาลตําบลโตนด และเทศบาลตําบลทุ่งหลวง สืบเนื่องจากว่า ๒ เทศบาลนี้ต้องใช้น้ําประปาส่วนภูมิภาค แต่ว่าน้ําประปาส่วนภูมิภาค ไม่สามารถที่บริการน้ําให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเพียงพอ แล้วก็น้ําก็มีปัญหา ก็ไม่เพียงพอทําให้น้ําขาดแคลน ไม่สามารถที่จะใช้อุปโภคบริโภคได้ ก็ฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือการประปาส่วนภูมิภาคได้ช่วยแก้ไขในการปรับปรุงการบริหารงานในเรื่อง การจ่ายน้ําให้กับพี่น้องในเขตเทศบาลตําบลโตนด แล้วก็เทศบาลตําบลทุ่งหลวง ทั้ง ๒ แห่ง ด้วยครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องโครงการจํานําข้าวที่มีขึ้นตั้งแต่ ๑ ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยผมมีปัญหาเยอะเกี่ยวกับเรื่องของการ เข้าโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดูดข้าว เกี่ยวข้าวที่ไปฝากไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่ ในโครงการจํานําในการขอใบประทวนได้ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าก็ถูกโรงสีบีบ ให้ขายตรงในราคาแค่ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาทเอง ซึ่งต่ํามากครับ ฉะนั้นในการที่จะเข้า โครงการจํานําข้าวก็เลยเกิดมีปัญหาครับ แล้วก็โรงสีหลายโรงก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดรับได้ ทั้งที่รัฐบาลก็ประกาศในเรื่องของโครงการจํานําข้าวว่าเริ่มแล้ว ไม่ทราบว่ามันติดขัด เพราะเรื่องอะไร โรงสีจึงมีจํานวนน้อยมากนะครับ ก็ฝากต่อท่านประธานครับ
ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ อุทกภัยที่เกิดขึ้นร้ายแรงในอีสานใต้ดังที่ท่านประธานได้ทราบจาก สื่อทุกแขนง แล้วก็จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่โชคร้ายเป็นจังหวัดแรกอุทกภัยปีนี้ โดยเฉพาะ เทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีน้ําไหล ฝนตก แล้วก็มาทางเขาพนมดงรัก แล้วเข้ามาทาง ห้วยทับทัน ห้วยทับทันเป็นสายน้ําที่ต่อจากมูลล่างของอําเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ แต่ว่าก่อนที่จะถึงตรงนี้มันจะผ่านอําเภอศีขรภูมิซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็อําเภอ สําโรงทาบ และปัญหาที่เกิดขึ้นคือที่อําเภอสําโรงทาบมันเกิดตัวฝายนี่มันขาด แล้วก็มีพี่น้อง ประชาชนตาย ๑ ใน ๙ คนของน้ําท่วมที่เกิดก็คือที่อ่างเก็บน้ําบ้านเกาะแก้ว ผมก็เลย อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานให้ไปดูที่สันฝายตรงนี้ที่มันขาด เพราะมันเป็นถนน ตอนที่คนเขาขับรถขับไปขับมาพอฝนตกเขามองไม่เห็น ข้างล่างมันขาด ขับไปก็ตกลงไป ๒ คน ตาย ๑ คน บาดเจ็บสาหัสอยู่ ๑ คน วันนี้ยังรักษาอยู่นะครับ ผมก็คุยกับ ท่าน ส.ส. มานพ กับท่าน ส.ส. พรศักดิ์ ซึ่งอยู่ทางฝ่ายอําเภออุทุมพร ทางฝ่ายอําเภอราษีไศล แล้วก็ขอไปทางอําเภอห้วยทับทันว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ฝากให้กรมชลประทานไปดู สันฝายใหม่ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ให้ทําเป็นเขื่อนยางเสียเพื่อจะใช้ในการเก็บกักน้ําในฤดูแล้ง ด้วยนะครับ ฤดูนี้พอฝนตกมาน้ํามันหลาก หลากแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์จากอุทกภัยเลย มันมีแต่เสียหายอย่างเดียว ถ้าได้ทําเขื่อนยางไว้ อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยในการเก็บกักน้ําได้เยอะ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากฝากไปถึงรัฐบาลเลยนะครับ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ท่านรีบบูรณาการหลังจากที่ท่านได้จ่ายเงินทดแทน เงินฟื้นฟู ภัยแล้ง จากไร่ละ ๖๐๖ บาท ท่านใจดีครับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านให้เป็น ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท แล้วก็ท่านสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ซึ่งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ได้ ดําเนินการประสานไปทุกจังหวัด ตอนนี้กระทรวงการคลังอนุมัติแล้วก็เบิกจ่ายไปเรียบร้อย บังเอิญมีอุทกภัยมาอีกครับ แต่ผมคิดว่าถ้าจะให้ไร่ละ ๑,๑๑๓ บาทมันน้อยเกินไป เพราะ ปัจจัยส่งเสริมการผลิตโดยเฉพาะการปลูกข้าว ข้าวหอมมะลิในภาคอีสาน ไร่หนึ่งมันตกไปถึง ผลผลิตต่อปี ก็คือประมาณ ๗,๖๐๐ บาทที่ผมคํานวณมาจากสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร ผมคิดว่าน่าจะให้อย่างน้อย ๆ ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท เป็นการช่วยซับน้ําตาน้ําใจเล็ก ๆ ถามว่า เขาคุ้มไหมกับการลงทุนที่เขาซื้อปุ๋ย ที่เขาลงทุนหว่าน ลงทุนไถ ไม่คุ้มหรอกครับ แต่ว่า เป็นน้ําใจจากรัฐบาล จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็กระทรวงการคลัง ก็เรียนผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยได้กลับมาทบทวนพิจารณา โดยใช้คําสั่งของ ปี ๒๕๕๔ ที่ช่วยเหลือนาข้าวไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท เพื่อเป็นขวัญกําลังใจให้กับคนที่ปลูกข้าว หอมมะลิ ปีละ ๑ ครั้งในอีสานใต้ ไม่ได้ ๒ ปี ๕ ครั้งเหมือนกับภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ตอนบนครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าในขณะนี้ พี่น้องอีสานหลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตเลือกตั้งของกระผม ที่อําเภอตาลสุม ในหลาย ๆ ตําบล ทั้งตําบลตาลสุม ตําบลจิกเทิง ตําบลนาคาย ที่อําเภอดอนมดแดง ทั้งตําบลท่าเมือง ตําบลดอนมดแดง ตําบลเหล่าแดง รวมถึงตําบลคําไฮใหญ่ ที่อําเภอม่วงสามสิบครอบคลุมพื้นที่เกือบจะเรียกได้ว่าทั้งอําเภอ ทั้งตําบลหนองฮาง ตําบลเหล่าบก ตําบลหนองช้างใหญ่ รวมถึงตําบลนาเลิง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ตําบลที่กระผมกราบเรียนนี้ พี่น้องประชาชนบอกว่าวันนี้เดือดร้อนแสนสาหัส ข้าวในนาที่ตั้งท้องเสียหายทั้งหมด หลายคนไม่มีข้าวกินแน่ ๆ ในปีนี้ สิ่งที่พี่น้องฝากกระผม มากราบเรียนต่อท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ การดูแลจากรัฐบาลไปยัง พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนบอกว่าสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ น้ําท่วมปีนั้น ยังได้เงินช่วยเหลือไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท เท่านั้นยังไม่พอเรายังพอมีเงินประกันรายได้เกษตรกร ทําให้พี่น้องได้เงิน ๒ อย่างในคราวเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ในคราวนี้รัฐบาล ประกาศบอกว่าจะช่วยเหลือเพียงไร่ละ ๑,๑๑๓ บาทเท่านั้น ข้อกังวลใจของพี่น้องที่ฝาก กระผมมากราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า ในขณะนี้สินค้าราคาแพงทุกรายการ ไข่แพง ค่าไฟฟ้าพี่น้องก็เสีย จากเดิมที่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่ต้องเสีย พี่น้องมีแต่ รายจ่าย ข้าวในนาก็ไม่มี จึงร้องผ่านกระผมมายังรัฐบาลว่าเพิ่มเงินช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนาได้ไหม จากท่านอภิสิทธิ์ ๒,๒๒๒ บาท วันนี้ทุกอย่างแพงหมด เพิ่มมาไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท หรือ ๕,๐๐๐ บาทได้ไหม สิ่งนี้คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากผมมา จึงกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังทางรัฐบาล และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่ต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยซ้ําซาก เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ดี เงินที่รัฐบาลจะไปแก้ไขปัญหาระยะยาวก็ดี อยากให้หันมามองพี่น้องอีสานบ้าง ที่สําคัญ ที่สุดเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีภาคอีสานแม้แต่บาทเดียวครับท่านประธาน จังหวัด อุบลราชธานีบ้านผมซ้ําซากทุกปี พื้นที่ที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ก็ซ้ําซากทุกปี ท่านดูแล คนอีสานสักนิดเถอะครับ แล้วพี่น้องคนอีสานจะลืมตาอ้าปากได้อย่างที่พวกเราอยากจะเห็น ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านพันธุ์ศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ พรรคพลังชล วันนี้กระผมต้องขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ําท่วมในเขตจังหวัดชลบุรี ซึ่งในขณะนี้อําเภอที่รับน้ํามากที่สุดตอนนี้ ก็คืออําเภอพานทอง โดยเมื่อเช้านี้รายการของคุณสรยุทธไปตั้งโต๊ะรายงานข่าวอยู่ที่นั่น ท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องมาจากเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ มีร่องกดอากาศต่ําพาดผ่านทําให้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่นะครับ ทําให้น้ําไหลหลาก ไปท่วมในเขตอําเภอพนัสนิคมเป็นด่านแรก แล้วก็ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ก่อนที่จะ ไหลเข้าไปท่วมในเขตอําเภอพานทองในปัจจุบันนี้ ซึ่งก็ไหลลงไปสู่แม่น้ําบางปะกง ซึ่งเป็นเหตุ ให้พืชสวนไร่นาและการเกษตรกรรม บ่อปลา บ่อกุ้ง บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน ได้รับความเสียหาย ซึ่งในขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีก็ได้มีโอกาสลงไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้าไปดูแลแก้ไขเยียวยาความเสียหาย และบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชลบุรีต่อไปด้วยนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง เนื่องจากกรมทางหลวงได้สร้างถนนหมายเลข ๗ ขึ้น แล้วก็ ไปขวางทางน้ําเดิมที่จะไหลลงสู่ทะเล ซึ่งมีปัญหาในขณะนี้ ก็อยากฝากท่านประธานไปยัง กรมทางหลวงก็คือ ถนนสายศรีราชา-หนองค้อ ถนนหมายเลข ๗ ตอนหนองขาม-แหลมฉบัง (ห้วยบ่อยาง) หนองขาม แล้วก็วงแหวนหนองขาม ห้วยหนองปรือ ห้วยบึง ห้วยหนองแขวะ ซึ่งเป็นถนนที่ขวางทางน้ํานะครับ ฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็จะได้รับปัญหาเรื่องของน้ําท่วม อย่างนี้ทุกปี แต่ที่จังหวัดชลบุรีอาจจะไม่ท่วมนานเท่ากับจังหวัดอื่น แต่ในขณะนี้ประเด็น ที่มีปัญหามาก ๆ กันเลย ก็คืออําเภอพานทอง ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่มากมาย ขณะนี้ ทราบว่าในวันที่ ๗-๑๒ ตุลาคมนี้ น้ําทะเลจะหนุนขึ้นมาสูง แล้วก็จะทําให้น้ําจากอําเภอพานทอง เข้าไปสู่โรงงาน ซึ่งจะเป็นปัญหาลักษณะคล้าย ๆ กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ผ่านมา ฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องที่ผมได้เรียนไปแล้ว ก็ขอให้ลงไปดูพื้นที่ ของจังหวัดชลบุรีให้เราด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องราคาข้าวโพดตกต่ํา หลังจากที่เกษตรกรทั่วทุกภาค ของประเทศที่ทําไร่ข้าวโพดได้เรียกร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล แล้วก็ขอให้ราคา ที่เหมาะสม ขอให้หยุดการนําเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้รัฐบาล และรัฐมนตรีอย่าอยู่ใต้อาณัติของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดสินค้าเกษตร แต่ก็ได้รับ ผลตอบแทนแค่เพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่เกษตรกรได้ขอไป ก็คือรัฐบาลได้เจียดเงินงบประมาณ แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นท่านประธานครับ แล้วก็ไม่เคยถึงมือเกษตรกรเท่าที่ควรจะเป็น ในปัจจุบันที่รัฐบาลบอกว่าขั้นต่ํา ๗ บาท แล้วก็ความชื้นที่ ๑๕ ราคา ๙ บาท ที่ประกันไว้นั้น ไม่ถึงมือเกษตรกรที่แท้จริง ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ํา ขอให้มีความจริงใจที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องนี้ แล้วก็ให้เกษตรกรได้รับการชดเชย ได้รับการช่วยเหลือตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ อย่างจริงจังแล้วก็เร่งด่วน ก่อนที่ข้าวโพดจะหลุดออกจากมือของเกษตรกรรายย่อยและมาอยู่ ในมือของผู้ค้ารายใหญ่ทั้งหมด
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาความล่าช้าที่รัฐบาลอ้างในการ ช่วยเหลือเกษตรกรก็คือเรื่องการสํารวจเอกสารสิทธิ ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมครับ ด้วยเวลา ที่จํากัด รัฐบาลเอาประเด็นเรื่องเอกสารสิทธิมาเป็นประเด็นหลักเลย แล้วก็ยกระดับเป็น โฉนดทั้งหมดทั่วประเทศได้ไหม แล้วก็เอกสารสิทธิที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็น ภ.บ.ท. นะครับ สทก. หรืออื่น ๆ ยกระดับเป็นอันเดียวกันและถือเป็นแนวทางในการปฏิรูปการถือครอง และปฏิรูปการใช้ที่ดินครั้งใหญ่ เช่นเดียวกับว่าถ้าเกิดว่าปฏิรูปเป็นกระทรวงทรัพยากรน้ํา รัฐบาลควรที่จะมีแนวคิดว่าปฏิรูปเรื่องกระทรวงที่ดินและป่าไม้กันไปเลย เพื่อให้มันจัดระบบ ให้เป็นเอกภาพแล้วก็มีมาตรฐานเดียวกัน และจะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ขอบพระคุณครับ
ท่านสุนทรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยค่ะ เรื่องที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้นะคะ ก็คือดิฉันเองค่ะ ท่านประธาน อยู่กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเป็น กรรมาธิการ ๑ ท่าน ใน ๑๕ ท่าน ดิฉันพบปัญหานิดหนึ่งค่ะท่านประธาน ก็คือว่าค่าชดเชย ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีประกาศออกมาที่จะจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรนี้นะคะ ท่านประธาน มันมีความเก่าแล้วก็ล้าสมัยอยู่ค่อนข้างมากค่ะ เนื่องจากว่ามีการคิดแล้วก็ คํานวณต้นทุนตั้งแต่หลายปีผ่านมาแล้วนะคะ ปัจจุบันนี้ค่ะท่านประธาน ต้นทุนในการ ปลูกข้าวก็ไม่ใช่เงินแค่ ๖๐๖ บาทอย่างที่จะชดเชยให้นะคะ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ ให้ช่วยดูแลแก้ไขในการ กําหนดอัตราค่าชดเชยให้สําหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วม หรือว่าภัยแล้ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการชดเชยในอัตราที่ใกล้เคียงกับต้นทุนที่เขาต้อง เสียไปค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานนะคะ ก็คือดิฉันเองค่ะ ได้มีโอกาสออกไปเยี่ยมเยือนพี่น้องผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ําท่วมนะคะท่านประธาน บางคน ก็มีอาชีพทํานา ปัจจุบันนี้ข้าวในนาถูกน้ําท่วมก็จริงค่ะ ตอนนี้ข้าวกําลังตั้งท้องนะคะ ท่านประธาน บางรายก็มีการออกรวงแล้ว แต่ว่าน้ําที่เข้าท่วมไปนี้ค่ะ เมื่อเราไปถ่ายภาพ เพื่อจะขอรับเงินชดเชย พี่น้องเขาก็เกิดความกังวลว่าเมื่อมาถ่ายรูปเอาไว้แล้ว เห็นยอดข้าว ที่ยังเขียว ๆ อยู่นี้ เขาก็กลัวว่า จริง ๆ ก็คงจะไม่ได้รับผลผลิตนะคะท่านประธาน เขาก็กลัวว่า เดี๋ยวเมื่อมีหน่วยงานออกมาสํารวจเห็นว่าต้นข้าวยังเขียวอยู่เขาจะไม่ได้รับเงินชดเชย ประเด็นนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยดูแลกําชับว่าอย่างไรก็ช่างขอให้สังเกตการณ์รอจนเรียบร้อยก็คือน้ําลด แล้วก็ทิ้ง ทอดระยะไปสักนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าข้าวนี้มันก็คงจะต้องค่อย ๆ เหี่ยวเฉาลงไป ซึ่งแน่นอนว่าได้รับความเสียหาย ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยดูแลตรวจสอบเพื่อจะได้มีการชดเชยให้กับพี่น้องที่ได้รับประสบอุทกภัยด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง ท่านประธานครับ ไมโครโฟน (Microphone) ไม่ค่อยดังครับ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานช่วยสั่งเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับว่าทําไมโครโฟนของฝ่ายค้านขอให้ดังเท่าเทียม กับฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ท่านประธานครับ ของแพงครับ แพงมากครับ จนถึงบัดนี้ก็ยังแพงอยู่ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาให้รัฐบาลช่วยเร่งรัดในการแก้ไขปัญหาของแพงให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ
เรื่องที่ ๒ น้ําท่วม ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว และหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทยประสบปัญหาน้ําท่วม อยากให้รัฐบาล ช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นพื้นที่รัฐบาลแล้วได้ของมาก ได้เงินมาก แต่ถ้าเป็นพื้นที่ฝ่ายค้านแล้วไม่ได้อะไรเลย อย่างนั้นไม่ยุติธรรมครับ
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ มีพี่น้องประชาชนไปชุมนุมประท้วง หน้าทําเนียบรัฐบาล ผมขอส่งกําลังใจและเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปชุมนุมประท้วง ที่หน้าทําเนียบรัฐบาล แต่ที่ผมสงสัยก็คือว่าตํารวจนครบาลนํารถไปปิดถนนทางเข้า ทําเนียบรัฐบาลบริเวณกองทัพภาคที่ ๑ ทําไมครับ ทําให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถเดินทาง ไปร่วมชุมนุมได้ จึงอยากให้ท่านประธานได้สอบถามไปยังกองบัญชาการตํารวจนครบาล ว่านํารถบรรทุกไปปิดถนน บริเวณถนนราชดําเนินกลางทางไปทําเนียบรัฐบาลทําไม และท่านประธานครับจดหมายจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ส่งมาถึงผมทางอีเอ็มเอส (EMS) ลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน ท่านประธานครับ วันนี้ วันที่ ๙ ตุลาคม ผมเพิ่งได้รับครับ จึงอยากจะให้ท่านประธานตั้งกรรมการสอบสวนว่าทําไม จดหมายจาก ป.ป.ช. ที่มีเนื้อหา ที่ให้ผมไปให้การในกรณีการทุจริตในสภาผู้แทนราษฎร ส่งถึงผมล่าช้ามาก ต้องตั้งกรรมการสอบครับ
และสุดท้าย ท่านประธานครับ ผมได้รับจดหมายจากข้าราชการรัฐสภา ลงเดือนกันยายน ๒๕๕๖ ใช้นามว่า ข้าราชการรัฐสภาปี ๒๕๕๖ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการรัฐสภาที่ไม่เป็นไปตามหลักคุณธรรม ท่านประธานครับ ในจดหมายนี้บอกไว้ ชัดเจนว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในยุคนี้ ยุคที่มีประธานชื่อสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และมี เลขาธิการชื่อสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย แต่งตั้งข้าราชการไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ทําให้ เราข้าราชการรัฐสภาเศร้าใจ ไม่มีกะจิตกะใจในการทํางาน ทั้งเสื่อมเกียรติและเสียศักดิ์ศรี ในที่สุดในยุคที่มีเจ้านายแบบนี้ ท่านประธานครับ เข้าใจว่าข้าราชการที่เขียนนี่เป็นผู้หญิง เขาเขียนมาบอกว่า พวกเราไม่คิด ไม่หวังว่าท่านหรือใครจะช่วยอะไรพวกเราได้ เพราะท่าน หลายท่านก็ทราบดี ข้าราชการหลายคนได้รับการแต่งตั้งเพราะนักการเมืองเป็นผู้ผลักดัน วิ่งเต้นและท่านอาจเป็นผู้ผลักดันวิ่งเต้นแต่งตั้งเสียเอง แต่เพียงแต่ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ จารึกว่ายุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยแห่งความเหลวแหลกของข้าราชการรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบท่านข้าราชการรัฐสภาผู้นี้ผ่านท่านประธานครับว่าผมไม่ได้มีส่วนผลักดัน แต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาใด ๆ และผมเชื่อว่าท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เอง ก็เป็น ประธานที่ยุติธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการรัฐสภา แต่เพียงแต่ว่าในการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการรัฐสภาในขณะนี้ไม่มีความเป็นธรรม ผมอยากให้ท่านให้ความเป็นธรรม กับข้าราชการรัฐสภาทุกท่าน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านเทียบจุฑาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เทียบจุฑา ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานคะ ดิฉัน ได้รับการร้องเรียนจากนายก อบต. ตําบลบ้านค้อ อําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี นะคะ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ให้ดิฉันติดตามงบประมาณเพื่อไปขุดลอกลําห้วยโมง อําเภอบ้านผือ เนื่องจาก อบต. บ้านค้อนี้นะคะ มีลําห้วยโมงซึ่งเป็นลําห้วยสาขาจากแม่น้ําโขงไหลผ่าน ปัจจุบันลําห้วยนี้ตื้นเขิน แล้วก็มีวัชพืช ต้นไม้ทับถมมาก มาทําให้ตื้นเขิน น้ําก็ไหลผ่าน ไม่สะดวกนะคะ มันก็เกิดน้ําท่วมน้ําขังเอ่อนอง เข้าในพื้นที่ไร่นาของพี่น้องประชาชน ในตําบลบ้านค้อ แล้วก็ตําบลกลางใหญ่ อบต. บ้านค้อได้ทําเรื่องขอความอนุเคราะห์ไปยัง กรมเจ้าท่า ไปยังศูนย์บํารุงรักษาทางน้ําที่ ๘ ของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม จนบัดนี้ ไม่ได้รับความคืบหน้าเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันก็เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนในตรงนี้ เพราะว่าเขาต้องขนถ่ายสินค้าลําบาก น้ํามันท่วม จะขอฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม นะคะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน จํานวน ๕๐ คน พร้อมทั้งรูปถ่ายเขาส่งมาให้ด้วย เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน เพราะว่า บริเวณที่เขาเดือดร้อนก็คือเกิดน้ําท่วม เพราะว่าช่วงนี้เป็นฤดูฝน น้ําท่วม เกิดอุทกภัยบ่อย ๆ ก็ทําให้บริเวณห้วยน้ําฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านโนนวารีมีบ้านหนองแวง บ้านหนองกบ บ้านติ้ว น้ําท่วมเป็นประจําทุกปีค่ะท่าน ดิฉันเคยแนะนําว่าวิธีการแก้ไขตรงนี้น่าจะขุดลอก แล้วก็ทําประตูระบายน้ํา อันนี้ท่วมทุกปีเป็นประจํา เขาก็ทนไม่ได้เขาก็ร้องดิฉันมา ก็ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งงบประมาณไปขุดลอก หรือทําประตูระบายน้ํา ดิฉันขอฝากไป กรมชลประทานหรือกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย กราบขอบคุณค่ะ
ท่านนายแพทย์วรงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก
ประเด็นที่ ๑ มีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานถึงปัญหาของพี่น้อง เกษตรกรชาวนาในโครงการรับจํานําข้าว ซึ่งท่านก็คงจะทราบดีว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่เรื้อรัง มา ๒ ปีกว่าแล้ว ประเด็นที่ผมเคยปรึกษาหารือคือตอนที่ท่านรัฐมนตรีวราเทพมาชี้แจง พวกผม ตอนนั้นเป็นการอภิปรายผลงานรัฐบาล ผมบอกท่านรัฐมนตรีไปว่าขณะนี้เกษตรกร หลายพื้นที่มีปัญหาในการลงทะเบียนในโครงการรับจํานํารอบใหม่ คือรอบปี ๒๕๕๖/ปี ๒๕๕๗ เนื่องจากครั้งนี้รัฐบาลได้เข้มงวด บอกว่าคนที่ต้องเช่าผืนนาคนอื่นจะต้องเอาสําเนาโฉนด และเอาบัตรประจําตัวประชาชนของเจ้าของที่นามาด้วย ซึ่งเป็นการสร้างความยุ่งยากมาก ในหลาย ๆ พื้นที่ ตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลกบ้านผม แม้แต่จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ หรือแม้แต่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครคือเขตมีนบุรี ที่ผมต้องมาย้ําอีกครั้งหนึ่ง คือเนื่องจากว่าเมื่อก่อนเข้าสู่ที่ประชุม อันนี้คือพี่น้องชาวนาที่เขตมีนบุรีโทรมาร้องเรียนว่า ได้ฟังท่านรัฐมนตรีวราเทพชี้แจงผม บอกว่า ถ้าเกษตรกรชาวนาไม่มีเอกสารพวกนี้จะสั่งให้ มีใบรับรองของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกอย่างก็จะจบ แต่ปรากฏว่าเกษตรกรบอกว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านรับรองมาแล้ว ทางเกษตรคีย์ (Key) ระบบข้อมูลไม่ได้ เท่ากับว่าทางส่วนกลางคือ กระทรวงเองจะต้องปลดล็อก (Lock) ข้อมูลเพื่อให้ลงทะเบียนเกษตรกรได้ และหลายพื้นที่ น้ํากําลังจะมา ชาวนาต้องการจะเกี่ยวข้าวเพื่อเอาข้าวไปเข้าโครงการรับจํานํา แต่วันนี้ ยังออกใบรับรองเกษตรไม่ได้ จึงอยากจะเรียนท่านประธานแจ้งไปยังท่านรัฐมนตรีวราเทพว่า ที่รับปาก ส.ส. ฝ่ายค้าน คือผมหมอวรงค์ไว้ ขณะนี้เกษตรกรรออยู่ตามสัญญา และต้องย้ําว่า ล่าสุดผมเจอท่านรัฐมนตรีวราเทพบนเครื่องบิน ผมทวงท่านด้วยวาจา ท่านก็บอกว่าเห็นว่า กระทรวงพาณิชย์จะขอตรวจสอบน่าจะเสร็จเร็ว ๆ นี้ วันนี้เกษตรกรชาวนาบอกรอไม่ได้ นี่คือประเด็นที่จะต้องเร่งด่วนให้กับชาวนา
ประเด็นที่ ๒ ก็คือวันนี้รัฐบาลมีการกําหนดผลผลิตต่อไร่ โดยเฉลี่ยก็ประมาณ ๕๐๐ กว่ากิโลกรัม แต่ในข้อเท็จจริงพวกเรารับรู้ดีว่าชาวนาเดี๋ยวนี้ทํานา ๑ ไร่ จะได้ประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐ กิโลกรัม แต่ปรากฏว่ารัฐบาลเข้มงวดที่ประมาณ ๕๐๐ กว่ากิโลกรัม มันจึงทําให้ข้าวส่วนที่เกินต้องไปขายเงินสด แล้วเวลาขายเงินสดราคาถูกมาก เหลือเกวียนละ ประมาณ ๕,๓๐๐ บาท แล้วมิหนําซ้ําเวลาขาย ๕,๓๐๐ บาทแล้วเกษตรกรจํานวนไม่น้อย จะเป็นความยุ่งยาก ซึ่งสร้างปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรเยอะมาก นิดเดียวครับท่านประธาน ว่าทุกทีรัฐบาลจะเพิ่มส่วนเกินประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ให้มี การตั้งกรรมการแล้วก็ลงชื่อรับรอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมว่าต้องคืนสิทธิให้พี่น้องเกษตรกร ขอบคุณครับ
นายแพทย์เชิดชัยครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องความเดือดร้อนของนักศึกษาและอาจารย์คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ท่านประธานครับ พยาบาลขาดแคลนนะครับ ก็มีการเร่งผลิตกันอยู่ ทีนี้นักศึกษาพยาบาล ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวบ้าน ได้เรียนก็เนื่องจากมีกองทุน กรอ. ที่ทางรัฐบาลตั้งขึ้น ปรากฏว่า สําหรับสาขาพยาบาลนักศึกษาไปกู้เงินแล้ว ไปยืมเงินนี่ไม่สามารถจะให้ยืมได้ เจ้าหน้าที่ แจ้งว่าเนื่องจากคณะพยาบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏไม่ได้ระบุสาขาวิชา ซึ่งเป็นความไม่รู้ ของเจ้าหน้าที่ ทางอธิการบดีได้แจ้งไปยังสํานักงานการอุดมศึกษา บอกว่าพยาบาลนั้น เขาไม่มีสาขา เขาเป็นสาขาพยาบาล ไม่ใช่พยาบาลแล้วสาขาอะไรนะครับ ปรากฏว่าส่งเรื่อง ไปตั้งแต่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ทาง สกอ. ก็ส่งเรื่องที่ไป กยศ. ซึ่งมีคุณดวงแขซึ่งเป็น ผู้อํานวยการกองทุน บอกว่าจะรอเข้าที่ประชุมกรรมการ แล้วไม่ทราบว่ากรรมการจะประชุม เมื่อไร นักศึกษา อาจารย์ รวมทั้งผู้ปกครองก็มีความกังวลใจ เพราะว่ากลัวจะไม่ได้เรียน ต่อเนื่องจากไม่มีเงินค่าเทอม และเทอมที่ ๑ ใกล้จะจบแล้ว ต้องลงทะเบียนเทอมที่ ๒ ซึ่งจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ เพราะฉะนั้นด้วยความเดือดร้อนใจทั้งคณะละครับ ก็เลยอยากปรึกษาท่านประธานผ่านไปที่กระทรวงศึกษาธิการให้เร่งรีบแก้ไขระเบียบ ของกองทุน กรอ. เสียว่าคณะพยาบาลศาสตร์เขามีสาขาเดียว คือสาขาพยาบาล แล้วก็ รีบประชุมกันเพื่อให้นักศึกษาได้รับเงินมาเป็นค่าเทอม ขวัญและกําลังใจของประชาชน และนักศึกษาก็จะได้ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านยุคลครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ เดือดร้อนให้กับพี่น้องในจังหวัดจันทบุรี แล้วก็มีจังหวัดตากด้วยที่ร้องเรียนมายังผมนะครับ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอแก่งหางแมว อําเภอนายายอาม อําเภอเขาคิชฌกูฏ และอําเภอท่าใหม่ ตลอดไปถึงอําเภอมะขาม อําเภอโป่งน้ําร้อน ว่ามีน้ําท่วมหนักในช่วงนี้ น้ําท่วมเท่านั้นยังไม่พอ มีน้ํากัดเซาะชายฝั่งทําให้พี่น้องบ้านเสียหาย ไร่ นา สวนผลไม้ เสียหาย และสะพาน ถนน ขาด พัง มากมายทีเดียว บางพื้นที่ทางราชการไปสร้างถนน กีดขวางทางน้ําด้วยทําให้มีปัญหา ผมได้รับหนังสือร้องเรียนชาวบ้านหมู่ที่ ๒ ตําบลรําพัน อําเภอท่าใหม่ และชาวบ้านหมู่ที่ ๑๘ ตําบลขุนซ่อง อําเภอแก่งหางแมว และหมู่ที่ ๘ ตําบลช้างข้าม อําเภอนายายอาม และยังได้รับหนังสือร้องเรียนมาจากเทศบาลนครแม่สอดด้วย อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก เอกสารทั้งหมดนี้ผมจัดส่งให้กับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องโดยเร่งด่วนนะครับ
เรื่องสุดท้ายครับ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ อาทิเช่น ถนนสายวังไม้แดง-คลองเรือแตก หมู่ที่ ๗ ตําบลสามพี่น้อง ถนนสายวังไม้แดง หมู่ที่ ๘ ตําบลพวา อําเภอแก่งหางแมว และถนนสายข้างมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี พร้อมกับถนนสายวังเวียน-เตาหม้อ อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรีบเร่งเข้าไปดําเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเร่งด่วนที่สุดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านรังสรรค์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง เดือดร้อนของพี่น้องในเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดลําพูน มาเรียนท่านประธานดังนี้นะครับ เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากกํานันสุทัศน์ ฝั้นยะ กํานันตําบลลี้ ว่ากลุ่มผู้ใช้น้ํา บ้านแวน บ้านปวงคํา ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากคลองส่งน้ําถูกตะกอนดินทับถม และพอฤดูน้ําหลากน้ํามามากนะครับ คลองส่งน้ํานี้ก็จะพังทลายลง ซึ่งได้ซ่อมแซมกันมาทุกปี นะครับ ดังนั้นทางกลุ่มผู้ใช้น้ําจึงร้องขอให้กรมชลประทานเข้ามาดูแลช่วยเหลือในการ สร้างคลองส่งน้ํารูปตัวยูให้เขาใหม่ด้วยนะครับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน ช่วยดูแลด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตําบลแม่ตืน ตําบลศรีวิชัย ตําบลลี้ ตําบลแม่ลาน จังหวัดลําพูน และพี่น้องตําบลตะเคียนปม ตําบลทุ่งหัวช้าง ตําบลบ้านปวง อําเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลําพูน ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้เดินสํารวจที่ดินในตําบลที่ผมได้กล่าวไว้มาหลายปีแล้วนะครับ จนบัดนี้ยังไม่ได้โฉนดที่ดิน ทํากินเลยทําให้เป็นปัญหานะครับ เพราะว่าจะไปขึ้นทะเบียนในการปลูกข้าวโพด ก็ไม่สามารถขึ้นได้ ก็เรียนท่านประธานผ่านไปยังสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ให้ดําเนินการช่วยเหลือโดยด่วนด้วยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากมีพี่น้องได้ถูกฟ้องคดีลําไยนะครับ ขณะนี้กําลังจะขึ้น ศาลกันจํานวนหลายพันคนมาก และต้องใช้เงินในการประกันตัวคดีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งผมต้องขอขอบคุณกองทุนนิติธรรมนะครับ ที่ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือไปบางส่วนแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคน อีกเป็นพันนะครับ ซึ่งตอนนี้ได้ยื่นเรื่องต่อสํานักงานยุติธรรม จังหวัดลําพูนแล้ว ซึ่งคงอีกไม่กี่วันนี้คงจะส่งมาที่กองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ดังนั้น ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกองทุนยุติธรรมด้วยว่า ช่วยอํานวยความสะดวกและอนุมัติ เงินให้พี่น้องที่ถูกฟ้องในคดีลําไยด้วย เพราะว่าเขาไม่มีเงินประกันตัวครับ ขอบพระคุณครับ
อาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด กาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ วันนี้ที่คณะกรรมาธิการการปกครองมีลูกจ้างขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมาเรียกร้องว่าอยากจะให้กระทรวงมหาดไทย ที่กําลังร่างเรื่องสวัสดิการ รักษาพยาบาลอยู่นี่ ให้ใส่พนักงานที่เขาเป็นลูกจ้างประจําและได้รับบําเหน็จรายเดือน เข้ามาด้วย ดิฉันก็จะถาม แล้วก็พูดคุยกันนี่นะคะ ดิฉันก็ได้เรียนให้ทราบว่าท่านประธาน เป็นคนเซ็นหนังสือเองนะคะ ดิฉันได้หารือเมื่อวันพุธที่ ๑๘ กันยายน หารือเรื่องสวัสดิการ หารือเรื่องที่กรณีลูกจ้างประจํา ส่วนราชการ ได้รับบําเหน็จรายเดือนเมื่อเกษียณอายุราชการ อายุครบ ๖๐ ปี แต่อายุงานไม่ถึง ๒๕ ปี ก็ขอให้เขาได้รับบําเหน็จรายเดือนเมื่อเกษียณ เพราะเหตุสูงอายุ ดิฉันได้ขอไป แต่ปรากฏว่าหนังสือตอบกลับมานะคะ ท่านส่งมาให้ดิฉัน ก็บอกว่าดําเนินการ ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลัง สรุปผล อยู่ในระหว่างการดําเนินการของ กระทรวงการคลัง ท่านประธานคะ ดิฉันไม่ได้ต้องการทราบว่ากระทรวงการคลังดําเนินการ อยู่แค่นี้ แต่อยากจะทราบว่าดําเนินการไปถึงไหน ดิฉันเสนอมาได้ ๒ ปีแล้ว ที่จริงตั้งแต่ รัฐบาลนี้เข้ามาใหม่ ๆ ได้เสนอยื่นเรื่องผ่านคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินไปด้วย ได้หลายทาง ปรากฏว่าอย่างที่ดิฉันกราบเรียนค่ะว่า ถึงตอนนี้ เมื่อ ๓-๔ เดือนที่แล้วก็บอกว่า รัฐมนตรีไม่ทําอะไรเลย รัฐมนตรีทําเรื่องแค่ให้รับรองว่า ให้ลูกจ้างที่มีบําเหน็จรายเดือนเอาเงินบําเหน็จตกทอดไปค้ําประกันเงินกู้ได้ ซึ่งเขาไม่ได้ ต้องการตรงนั้น เขาต้องการว่า นี่ดิฉันก็เรียนแล้วว่าลูกจ้างของสภาก็มีเยอะแยะเลยที่พอจะ เกษียณแล้ว เขาอายุงานแค่ ๒๓ ปี แต่สําหรับราชการถ้าอายุงาน ๑๐ ปีแล้วเกษียณก็ได้ ก็เรียนว่าลูกจ้างประจําบอกเขาไม่เอา ๑๐ ปีเหมือนข้าราชการก็ได้ ๑๕ ปีก็ได้ ดิฉันเรียนแล้วว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่เข้าใจ แล้วไม่ทําเรื่องเหล่านี้เลย แล้วตอบกลับมาอย่างนี้ ได้อย่างไรคะ อย่างนี้ไม่ต้องตอบ อยู่ระหว่างดําเนินการของกระทรวงการคลังไม่ต้องตอบ ถ้าตอบอย่างนี้ ตอบมาเลยค่ะว่ากําลังทําอะไรไปถึงไหน กราบเรียนท่านด้วยนะคะ ท่านบอก เขาด้วย อย่างนี้อย่าตอบกลับมา
ท่านเปล่งมณีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีปัญหาของพี่น้องประชาชนปรึกษาหารือท่าน ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับหนังสือร้องเรียนจากครูผู้ดูแลเด็กในอําเภอผาขาว และโทรศัพท์จากครูผู้ดูแลเด็กหลาย ๆ อําเภอ ว่ามีผู้แอบอ้างว่าเป็นผู้นําเครือข่าย ในจังหวัดเลย สามารถประสานงานกับผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย สามารถที่จะวิ่งเต้น ดึงตําแหน่งอัตราบรรจุครูผู้ดูแลเด็กให้เข้ารับตําแหน่งครูผู้ช่วย โดยเรียกร้องเงิน ค่าดําเนินการล่วงหน้า ๖๐,๐๐๐ บาทต่อราย และได้กําชับว่าถ้าไม่นําเงินมาจ่ายจะไม่ได้รับ การประเมินให้เข้ารับราชการตําแหน่งครูผู้ช่วยนะคะ และขณะนี้มีครูผู้ดูแลเด็กหลงเชื่อ หลายรายแล้วให้เงินไปแล้ว ดังนั้นตัวดิฉันมีหนังสือที่จะส่งให้ท่านประธาน เป็นหนังสือ ร้องเรียนมีรายชื่อบุคคลนั้นด้วยนะคะ และนําเรียนท่านทําหนังสือปรึกษาหารือไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยส่งผู้ตรวจการของกระทรวงมหาดไทยลงไป ตรวจสอบดูแลหน่อย ตัวดิฉันได้ยินกับเพื่อน ๆ หลาย ๆ ท่านแล้วว่ามีลักษณะนี้เยอะนะคะ แล้วก็ช่วยนําบุคคลนั้นเอามาลงโทษด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับคําร้องเรียน หนังสือร้องเรียนจากนายสมพร ภักดิ์มี ผู้ใหญ่บ้านบ้านน้ําจันทร์ หมู่ที่ ๔ ตําบลหนองงิ้ว อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ว่าในหมู่บ้าน มีฝายน้ําล้นที่ใช้ในการสัญจรไปมาและกักเก็บน้ําไว้ใช้ในการบริโภคอุปโภค ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ ของกรมชลประทาน และขณะนี้เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคมมีฝนตกหนักน้ําป่าไหลหลาก ได้พัดเอาไหล่ของฝายน้ําล้นนี้ขาดและน้ํานี้ได้ผลักดันดินที่อยู่ใต้ฝายหลุดออกมาหมด เหลือแต่คอนกรีตอยู่ข้างบน แล้วพี่น้องประชาชนไม่กล้าที่จะเอารถแล่นไปเพราะกลัวว่า จะเกิดอุบัติเหตุ ได้ขับรถอ้อมไปในทางการเกษตร ๕-๖ กิโลเมตร แล้วก็เด็กนักเรียนที่จะต้อง เดินทางไปเรียนหนังสือด้วย ฝายตัวนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะมีปัญหาเรื่องนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ก็ขาด ตัวดิฉันก็เคยร้องเรียนหารือและได้งบไปซ่อมแซม ปี ๒๕๕๕ ที่มีน้ําท่วมประเทศไทยก็ได้งบ ไปซ่อมแซม รวมแล้วเกือบ ๑๐ ล้านบาท แต่ฝายตัวนี้ก็ยังขาดอยู่ เพราะฉะนั้นตัวดิฉัน ปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยส่ง เจ้าหน้าที่ลงมาสํารวจตรวจสอบให้สร้างฝายใหม่ที่ ๑. กักเก็บน้ําไว้ได้ด้วย ๒. เป็นถนนที่ให้ พี่น้องเข้าไปในหมู่บ้านด้วยจะดียิ่งขึ้น กราบขอบคุณค่ะ
ท่านสุพัชรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตหารือเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒-๓ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ณ ตอนนี้จังหวัดพัทลุงและจังหวัดในภาคใต้เกือบทั้งหมด ข้าวกําลังจะ ออกรวงแล้วก็สามารถที่จะตัดได้ แต่ว่าโครงการรับจํานําข้าวของรัฐบาลประจําปี ๒๕๕๖/๒๕๕๗ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ตอนนี้แต่ละจังหวัดในภาคใต้เขายังไม่ได้มีการเปิดโครงการ รับจํานําข้าวเลย พี่น้องเกษตรกรก็เลยต้องเรียกร้องผ่านมายังดิฉันว่าวันนี้เขาจะเอาข้าว ไปจํานําที่โรงสี แต่โรงสีเขาก็บอกปฏิเสธว่าทางหน่วยงานราชการเขายังไม่ได้เปิดโครงการนี้ ดิฉันก็เลยต้องนําเรื่องนี้มาหารือกับทางท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าช่วยดู ในเรื่องของโครงการรับจํานําข้าวของรัฐบาลด้วยว่าต้องรีบดําเนินการ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันอยากให้ท่านประธานประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้มาช่วยสํารวจแล้วก็ออกแบบคลองสายคลองตํานาน ซึ่งเป็นสายคลองที่มีความยาว ประมาณเกือบ ๒ กิโลเมตร แล้วก็ผ่านไปยังหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ผ่านไปยังตําบลควนมะพร้าว ของอําเภอเมือง จังหวัดพัทลุง สายคลองนี้เป็นสายคลองที่สามารถระบายน้ําในช่วงฤดูฝน ได้เป็นอย่างดี แต่ว่าเมื่อปีที่แล้วค่ะท่านประธาน มีน้ําไหลหลากมามากแล้วก็ทําให้ถนน คอนกรีตริมสายคลองมีความชํารุดแล้วก็แตกหักลงมา ดิฉันก็เลยอยากจะให้ทาง กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยไปออกแบบสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งให้กับสายคลองนี้ด้วย เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องในตําบลตํานาน แล้วก็ในตําบลควนมะพร้าวด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านเชิดพงศ์ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัด บึงกาฬ วันนี้ก็มีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง อยู่ ๒ ตําบลด้วยกัน เพราะว่าพี่น้อง ๒ ตําบลนี้การไปมาหาสู่กันนั้นก็มีเส้นทางหนึ่งที่เป็นทางลัด ระยะทาง ๙ กิโลเมตร คือจากตําบลโนนสว่าง อําเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ไปที่ตําบล หนองเลิง อําเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ๙ กิโลเมตร เส้นทางเป็นเส้นทางลูกรัง ปรากฏว่า ไปสอบถามดูแล้วเส้นทางนี้สร้างมาหลายปี ไปสอบถามสํานักงานทางหลวงชนบทก็บอกว่า ไม่ใช่ ไปสอบถาม อบจ. ก็บอกว่าไม่ใช่ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือเป็นเส้นทางที่ถูกปล่อย เพราะฉะนั้นอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องซ่อมแซมปรับปรุง ถนนลูกรังเส้นนี้ให้ได้ เพราะว่าระยะทาง ๙ กิโลเมตรนั้นเป็นเส้นทางที่พี่น้อง ๒ ตําบล ได้ไปมาหาสู่กัน ยิ่งฤดูฝนแล้วนะครับ เส้นทางลูกรังตรงนี้จะเป็นร่อง พอมีน้ําพัดผ่าน จะกลายเป็นร่องน้ําไปเลย ก็ขอกราบเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยดูแลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านนายแพทย์สุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์
เรื่องที่ ๑ ถนนที่ชาวบ้านเรียกว่าถนนสายบนควน เชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ ๖ บ้านในแขวงกับหมู่ที่ ๕ บ้านควน เป็นหมู่บ้านนะครับ อยู่ในตําบลนาตาล่วง อําเภอเมือง จังหวัดตรัง ระยะทาง ๑,๓๐๐ เมตร เป็นถนนลูกรัง ก็อยากจะให้สร้างเป็นถนนมาตรฐาน ต่อไปนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็ยังเป็นเรื่องถนนครับ เป็นสายบ้านทุ่งประดู่ อยู่หมู่ที่ ๓ ต่อไปยัง บ้านวังหินหมู่ที่ ๒ อยู่ในตําบลนาท่ามใต้ อําเภอเมือง จังหวัดตรัง ระยะทาง ๙,๒๖๗ เมตร เป็นถนนลาดยางอยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้สภาพชํารุดเสียหายมากก็อยากจะให้ไปซ่อมแซม นะครับ ทั้ง ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ ผมหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่รัฐบาลเรียกว่าเป็นการช่วยเหลือชาวสวน ยางพารา เริ่มจะเป็นการหลอกลวงพี่น้องประชาชนอีกแล้วครับ เพราะว่าท่านบอกว่า ท่านช่วยปัจจัยการผลิตไร่ละ ๒,๕๒๐ บาท แล้วก็บอกพี่น้องประชาชนว่าเท่ากับเป็นการ ทําให้ยางพาราราคากิโลกรัมละ ๙๐ บาท อันนี้โกหกครับ ไม่จริงครับ ปรากฏว่าตอนนี้ราคา ยางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ ๗๐ บาทครับ ถ้าคิดคํานวณตามที่ท่านคํานวณ บอกว่าช่วย ประมาณ ๑๒ บาท ก็จะได้ยางพาราปัจจุบันนี้อยู่ในราคาประมาณกิโลกรัมละ ๘๒ บาท เท่านั้นนะครับ ก็ถือว่าเป็นการช่วยที่ผิดทาง พี่น้องประชาชนเขาก็บอกแล้วว่าเขาไม่ได้ ต้องการวิธีนี้ เขาต้องการราคายางพาราที่ยั่งยืนนะครับ ก็ขอให้ทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ไปทบทวนดูใหม่นะครับ หาวิธีการใหม่ที่จะช่วยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการขึ้นทะเบียนตอนนี้มีปัญหามากทีเดียวนะครับมีปัญหามากมาย ซึ่งถ้ายังไม่แก้ไข ให้เรียบร้อยก็จะเจอกันในกระทู้ถามสดครับ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ได้ยื่นขอกองทุนเข้ามา ในส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่กองทุนนั้นจะมีคณะกรรมการแยกออกมาจากพื้นที่ต่าง ๆ นะคะ แล้วดิฉันได้รับการร้องเรียนว่าสมาชิกกองทุนนั้นได้ทําการเขียนโครงการเข้าไป เพื่อที่จะขอเงินกองทุนมาทําการค้าขายค่ะ ได้ทําการเขียนส่งโครงการไปตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนมาเมื่อประมาณต้น ๆ เดือนนี้ก็ได้รับการติดต่อจากกรรมการกองทุนว่าโครงการที่เขียน เข้าไปนั้นได้รับการอนุมัติแล้ว พี่น้องประชาชนที่เป็นสมาชิกดีใจเป็นอย่างมากว่าจะได้รับ เงินกองทุนนั้นมาลงทุนค้าขายเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวต่อไป แต่เป็นที่น่าเศร้าค่ะ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาพี่น้องโทรมาบอกกับดิฉันอีกว่าด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ โครงการที่ขอไปนั้นไม่ได้รับการอนุมัติค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะงบประมาณที่ไม่เพียงพอ หรือการทํางานของคณะกรรมการที่มีความบกพร่องที่ขั้นแรกบอกว่าได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ต่อมาก็ไม่ได้รับการอนุมัติอีก ตรงนี้ก็สร้างความสับสนให้พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ดิฉันก็ห่วงใยในเรื่องนี้เนื่องจากมันเป็นงบประมาณของพี่น้องประชาชน รวมถึงเป็นนโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่อยากจะให้กองทุนนี้ไปช่วยการยกระดับ บทบาทของพี่น้องสตรี รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวด้วย ดิฉันก็รับทราบอีกว่า ในวันที่ ๑๑ วันศุกร์นี้จะมีการเซ็นสัญญาอนุมัติเงินลงไปด้วย ฉะนั้นแล้วดิฉันจึงขอประสาน ทางสภาผู้แทนราษฎรให้ประสานไปยังกองทุนรวมถึงคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาท สตรีของกรุงเทพมหานครให้ได้ช่วยตรวจสอบการทํางานให้ถูกต้อง ชัดเจน แล้วก็เป็นไปด้วย ความโปร่งใสด้วยนะคะ เพราะว่ามันหมายถึงหน้าตาของรัฐบาลเลยทีเดียว
ดิฉันขออีกนิดหนึ่งนะคะ สืบเนื่องจากปัญหาน้ําท่วมต่าง ๆ ตอนนี้ถนน หลายสายก็มีความชํารุด นั่นก็คือถนนประชาพัฒนา ถนนเชื่อมคลองมอญ เลียบมอเตอร์เวย์ (Motorway) อันนี้เป็นความดูแลของกรมทางหลวงด้วยนะคะ ดิฉันขออนุญาตท่านประธาน ประสานไปถึงกรมทางหลวงให้ลงมาดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของการเดินทางสัญจร ให้ได้รับความปลอดภัยด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
ท่านอรรถพรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณที่ให้โอกาสนะครับ ขออนุญาตหารือเรื่องราวในพื้นที่เลือกตั้งจังหวัดเพชรบุรีของผม ๒-๓ เรื่องสั้น ๆ ด้วยกันนะครับ
เรื่องแรกปัญหาเรื่องการจราจรบนถนนเพชรบุรีถึงหาดเจ้าสําราญ บริเวณ รอยต่อระหว่างตําบลโพไร่หวานและเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นเขตรอยต่อ ข้ามทางรถไฟพอดี ถนนเส้นนี้ได้รับการขยายในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น ๖ เลนครับ แต่ว่าเมื่อถึงตรงทางรถไฟเหลือแค่ ๒ เลน ก็กลายเป็นคอขวด ทุกเช้าทุกเย็น ทุกเที่ยงรถทั้งหลายก็จะมากระจุกติดอยู่ตรงนี้นะครับ ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้ขยายจาก ๒ เลนให้เป็น ๔ เลนหรือเป็น ๖ เลนเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ หรือจะเป็นท่อลอดทางลอดอย่างใดอย่างหนึ่งขอให้แก้ไขเป็นการเร่งด่วนครับ
เรื่องที่ ๒ ขณะนี้พี่น้องประชาชนที่ตําบลบางครก ร่วมกับคณะ ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีทั้ง ๔ คน กําลังริเริ่มโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตตําบลบางครก อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี นั่นก็คือโครงการสร้างตลาดน้ําวัดเขาตะเครา วัดเขาตะเคราเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดเพชรบุรีนะครับ เป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อทอง ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระ ๑ ในพระ ๕ พี่น้องในตํานานพระพุทธศาสนาของเรา จะมีการสร้างตลาดน้ําเพื่อสร้างระบบการท่องเที่ยวแบบวิถีวัฒนธรรมคงจะใช้เงินประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือกระทรวง วัฒนธรรมได้ลงไปสํารวจเพื่อออกแบบและจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้าง ส่งเสริม พัฒนาการท่องเที่ยวต่อไปครับ ผมอยู่ในพื้นที่ตําบลแห่งนี้นะครับ ตําบลบางครก อําเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวพื้นที่หลักของจังหวัด เพชรบุรี ทั้ง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาเราก็เผชิญปัญหาเดียวกับที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือปัญหา การรุกรานทําลายยอดมะพร้าวของหนอนหัวดําและแมลงดําหนาม แต่ที่น้อยใจนิดหนึ่ง ก็คือว่าได้เสนอเรื่องก่อตั้งศูนย์เพาะเลี้ยงตัวเบียนเพื่อต่อสู้ในเชิงชีวภาพนะครับ ก็เรียกร้องมา ๒ ปีแต่กรมส่งเสริมการเกษตรก็ยังไม่ตั้งศูนย์เพาะเลี้ยงตัวเบียนเพื่อเข้าไปแก้ปัญหา แมลงดําหนามในพื้นที่ตําบลบางครก ขอให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งตั้งศูนย์เพาะเลี้ยง ตัวเบียนเพื่อช่วยเหลือชาวสวนมะพร้าวโดยด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขตเลือกตั้งนะครับ
เรื่องที่ ๑ คุณอัญชลี นราพงศ์ นะครับ เป็นตัวแทนกลุ่มแม่บ้านว่างงานของ หมู่ที่ ๔ ตําบลปากนคร อําเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ทําเรื่องขอมาว่าขอการสนับสนุน จากกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ช่วยจัดหาทุนส่งเสริมอาชีพ เช่น การเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เป็นรายได้เสริมให้กับแม่บ้านในหมู่ที่ ๔ ตําบลปากนครด้วย
เรื่องที่ ๒ เรื่องการขุดลอกคลองปากนครนะครับ เรื่องนี้ผมเคยได้หารือกับ ท่านประธานไปแล้วแต่ว่าไม่มีความคืบหน้า ชาวประมงยอปีกที่อ่าวปากนครนะครับ บัดนี้ เขาได้หารือตกลงกับเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าเรียบร้อยแล้วว่าพร้อมที่จะเปิดทางเรื่องการ ทําประมงยอปีกเพื่อให้กรมเจ้าท่าเข้าไปทําการขุดลอกร่องน้ําของคลองปากนครนะครับ เพื่อที่จะให้เรือเล็กเรือใหญ่สามารถเดินเข้าออกแม่น้ําสายนี้ได้นะครับ ก็ขอให้กรมเจ้าท่า รีบดําเนินการเมื่อชาวบ้านเขาเปิดทางให้เช่นนี้แล้ว ก็ขอให้รีบไปดําเนินการเป็นการด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๓ ถนนสายเฉลิมพระเกียรติซึ่งเป็นถนนอ้อมเมืองนครศรีธรรมราช ตัดกับถนนปากนคร เป็นสี่แยกอยู่ที่บริเวณรอยต่อของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช กับ อบต. ท่าซัก อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช เคยมีสัญญาณไฟจราจรแต่ต่อมาเมื่อมีการ ปรับปรุงถนนทั้ง ๒ สายปรากฏว่าสี่แยกนี้ถูกยกเลิกไฟสัญญาณจราจรไปก็ก่อให้เกิดปัญหา มากมายนะครับ ก็ขอให้กรมทางหลวงชนบทซึ่งเป็นเจ้าของถนนเฉลิมพระเกียรติ กับ อบจ. นครศรีธรรมราชซึ่งเป็นเจ้าของถนนปากนครนะครับ หารือกันเพื่อที่จะติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจรที่สี่แยกดังกล่าวต่อไปนะครับ
สุดท้ายอีกเรื่องหนึ่งนะครับ พี่น้องประชาชนเขาขอความชัดเจนเรื่อง เงินสงเคราะห์ศพผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ที่เคยได้รับเงินสงเคราะห์ศพ รายละ ๒,๐๐๐ บาท ตกลงรัฐบาลนี้จะไม่มีนโยบายที่จะให้เงินจํานวนนี้แก่พี่น้องที่เสียชีวิตแล้ว ใช่หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ
ท่านชมภูครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๓ ค่ะ วันนี้ดิฉันขอนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ดิฉันได้ออกเยี่ยมเยียน นํามาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๒ เรื่องค่ะ ท่านประธานค่ะ
เรื่องแรกนั้นดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านโนนสง่า หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๑๕ ของตําบลพานพร้าว อําเภอศรีเชียงใหม่ค่ะท่านประธาน เขาอยากให้ ขุดลอกหนองและคลองธรรมชาติของหนองบึงกําแพงซึ่งตื้นเขินมากค่ะท่านประธาน และหนองแห่งนี้ไม่เคยเหลียวแลมีงบประมาณในการขุดลอกสักครั้งหนึ่งเลย ดิฉันก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้เจ้าหน้าที่ไปสํารวจ และแก้ไขปัญหาเพื่อกักเก็บน้ําไว้ใช้ในพื้นที่เกษตรของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ นั้นดิฉันก็ได้รับการร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับการขุดลอกเช่นกันค่ะ พี่น้องประชาชนบ้านกรวด หมู่ที่ ๑ ตําบลนาข่า อําเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย นั้น ขอให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบได้พัฒนาแหล่งน้ําเพื่อจัดเก็บน้ําใช้ในการเกษตรซึ่งตื้นเขินเหมือนกัน การตื้นเขินพี่น้องชาวอําเภอท่าบ่อ อําเภอศรีเชียงใหม่นั้นอาชีพหลักก็คือเกษตรกร แล้วก็จะ แก้ปัญหาภัยแล้งแบบยั่งยืน ก็อยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นได้ไปสํารวจแล้วก็จัดสรร งบประมาณในการแก้ไขพัฒนาแหล่งน้ําให้พี่น้องประชาชนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบค่ะท่านประธาน ได้ไปสํารวจ ออกแบบและจัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรังสิมา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ดิฉันไม่ได้หารือนะคะ ดิฉันจะหาเรื่องกับท่านประธานละวันนี้ ดิฉันทราบว่าท่านประธานเป็นผู้ที่ดูแลอาคารรักษาความปลอดภัย ท่านประธานคะ สภาชุดนี้ นําโดยท่านสมศักดิ์ แล้วก็ท่านเป็นรองประธาน ซึ่งรักษาดูแลทางด้านอาคารรักษาความปลอดภัย ท่านลองไปดูนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะฉายภาพให้ท่านดู เชิญฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ฉายให้ ท่านประธานดูหน่อยในฐานะที่ท่านดูแลโดยตรง แล้วสื่อที่อยู่ในสภาช่วยหน่อยนะคะ เดี๋ยวจะได้สื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบบ้างว่ามันมากมายมหาศาลขนาดไหนว่า การทุจริต คอร์รัปชั่น (Corruption) ในสภา
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านดูนี่นะคะ ราคาซ่อมแซม ตรงนี้ราคา ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท กระเถิบไปเรื่อย ๆ ค่ะ ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท ท่านดูนะคะ มีแต่แค่ข้างหน้าอย่างเดียวเลย ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันเคยอธิบายให้กับท่านประธานฟังแล้ว ว่าดิฉันปลูกอาคารพาณิชย์ ๓ ชั้นครึ่ง กว้าง ๔ เมตร ลึก ๒๐ เมตร ได้ ๓ ห้องติดกันเลย ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาท แต่นี่ ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วท่านดูรูปต่อไป เปิดไปเลย ๒๕ รูป เปิดไปให้หมดเลย ท่านดู ท่านประธานมองก่อนอย่าเพิ่งเซ็น เดี๋ยวท่านจะไม่เห็น ท่านดูนะ ดูว่านี่พื้นหลังห้องน้ําเป็นอย่างไร หลังจากห้องที่ท่านดู นี่ดูห้องน้ํา ห้องน้ํา นี่คนนอกมาเข้า แล้วเขามาบอกกับดิฉัน บอกนี่ท่าน ส.ส. ช่วยไปดูหน่อย ดูห้องน้ําชักโครกต้องใช้เชือกฟาง ชักทุกห้องเลย ท่านเปิดไปเรื่อย ๆ นี่คนละห้องกันนะคะ ไม่ใช่ห้องเดียวกัน แล้วดู ความสกปรก ดูฉี่ของผู้ชายสิเห็นไหมคะ มันยังอยู่ในคอห่านอยู่เลย นี่ห้องผู้ชาย นี่ดูพื้น กระเถิบไปอีกค่ะ เห็นไหมคะท่อ กระเถิบไปอีกค่ะ ท่านประธานให้เวลาดิฉันนิดหนึ่งนะคะ นี่ท่านดูนะคะว่าข้างหลังมันเป็นอย่างไร เปิดไปอีกค่ะ ดูความเป็นระเบียบมีไหมคะ ดูสิคะ เปิดไปอีกค่ะ อันนี้ด้านหลัง เดี๋ยวดิฉันจะให้ดูด้านหลังนี่ดูอ่างล้าง แล้วดูด้านหลังสกปรก นี่หนอนขึ้นเลย ท่านดูไปเรื่อย ๆ เมื่อสักครู่นี้ย้อนหลังนิดหนึ่ง จะเรียนให้ท่านประธานทราบ ท่านดูตรงนี้นะคะ ที่เห็นน้ําไหลไหมคะ สภาต้องเปิดน้ําทั้งวันทั้งคืนเพราะอะไร ถังที่เก็บ อุจจาระพอเวลามันล้นแล้วเห็นไหมท่อที่น้ําไหลขึ้นมาคือน้ําอุจจาระแล้วเหม็นไปหมดเลย เจ้าหน้าที่นั่งไม่ได้ แล้วเจ้าหน้าที่สภาต้องไปนั่งกินข้าวเลยจากนั่นไปนิดหนึ่ง ดิฉันมาดู สุขภาพอนามัยของเจ้าหน้าที่สภาจะเป็นอย่างไร นั่งกินทั้งได้กลิ่น เขาเลยต้องเอาน้ําเปิดไล่ ทั้งวันเลย แล้ว ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วดูสิคะ ตู้พวกนี้เยอะแยะไปหมดเลย ท่านเอาไปทิ้งไว้ ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย ทําไมท่านไม่เก็บเอาไปพ่นทาสีใหม่เอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เอาไปทิ้งกองไว้ข้างหลัง นี่ดิฉันไม่เห็นด้วยเลย เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะฝากท่านประธานว่า ให้ดูแลหน่อยเพราะมันเป็นด่านหน้า ใครเข้ามามาแลกบัตรเสร็จเขาขอเข้าห้องน้ํา มีห้องเดียว แล้วห้องอาบน้ํา เจ้าหน้าที่เป็นร้อย ท่านลองคิดดูสิ ไปดูสิคะว่ามันสกปรก ขนาดไหนมันอาบไม่ได้หรอกค่ะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งดิฉันแอบไปเปิดห้องนอน ห้องนอนของ ตํารวจสภา ตอนนี้เขากําลังนอนหลับอยู่ดิฉันก็ไม่กล้าไปเปิดไฟ ไปดูเตียงสิคะติดกันหมด ไม่มีช่องทางที่จะเดินเลย แล้วสุขภาพจิตเขาจะไม่เสียได้อย่างไร แล้วจะให้เขานอนหลับสบาย มันเป็นไปไม่ได้หรอก ท่านต้องดูแลเขา เราอยู่ดี เขาก็ต้องอยู่ดี เขาทํางานให้เรา
อีกประการหนึ่ง เวรที่ให้เขาอยู่แลกบัตร ท่านให้เขาอยู่คนเดียวเขาจะทํางาน ทันได้อย่างไร ตํารวจสภามีไม่พอ ท่านต้องดูแลให้เขาได้ทํางานบริการให้ประชาชนได้เต็มที่ ไม่ใช่ให้เขาทําคนเดียวแล้วก็บริการทุกอย่าง พอไม่ดีประชาชนที่มาติดต่อก็ไปด่าเขา อย่างนี้มันไม่ถูก ถ้าดิฉันเป็นประธานรัฐสภาดิฉันจะทําให้ดีเลย แล้วให้สะอาดเรียบร้อย เป็นระเบียบเลย ดิฉันอยากจะให้ท่านลงไปดูเลยนะคะจะได้แก้ไข จะได้ไม่เสียหน้า ประธานสภา อีกประการหนึ่ง ดิฉันอยากฝากด้วยว่าต้องตรวจสอบ ตรงนี้ดิฉันจะฝาก ท่านวิลาศที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นการฮั้วประมูลทั้งหลายไม่มีเลยที่ ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท จะได้แค่นี้แล้วข้างหลังไม่ทําเลย ไปดูไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็ฝากท่านประธาน ดิฉันหวังว่า อาทิตย์หน้าดิฉันจะไปดูว่าจะปรับปรุงมากขึ้นกว่าเดิมไหม ขอบคุณค่ะ
เรื่องห้องที่พักของตํารวจสภา ผมต้องเรียนคุณรังสิมาว่า ตั้งแต่มาอยู่ ผมไปเปลี่ยนเตียง ไปเปลี่ยนฟูกที่นอนให้เขาทั้งหมด ไปปรับระบบห้องนอนให้เขา เปลี่ยนแอร์ และควักกระเป๋า ตัวเอง ทําประกันชีวิตให้ตํารวจสภานะครับ ใช้เงินส่วนตัวนะครับ ห้อง เราอยากจะสร้าง ให้เขา มันไม่มีที่สร้าง ขออนุมัติไปตั้งแต่ท่านเลขาธิการคนก่อนก็ยังไม่ได้สร้างครับ เพราะที่ เป็นที่ของสํานักพระราชวัง ถือเป็นเขตพระราชฐาน การจะสร้างอาคารสักหลังไม่ง่ายนะครับ เราก็ขออนุญาตไปเพราะเห็นว่าตํารวจสภาแออัด แล้วตรงห้องน้ํา ผมพยายามแก้หลายครั้ง แต่ว่าก็ยังลําบาก ยังต้องควักสตางค์ไปซื้ออีเอ็ม (EM) มาใส่ให้เพื่อจะแก้ปัญหาไปก่อน เพราะไม่มีที่ไปจริง ๆ ก็เป็นความเดือดเท่าที่เห็น ผมก็พยายามจะทําให้อย่างเต็มที่ เมื่อก่อนยิ่งลําบากกว่านี้ นอนยังรั่วนะครับ เพิ่งปีที่แล้วได้งบมา ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไปปรับปรุงไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ก็พยายามจะทําให้นะครับ ขอบคุณครับ ท่านอนุรักษ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงเลขาธิการคณะกรรมการสํานักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู ชื่อย่อว่า เลขาธิการ สกสค. รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โครงการสวัสดิการเงินกู้ ชพค. ตามที่ สํานักงานคณะกรรมการ สกสค. ท่านประธานคะ ร่วมกับธนาคารออมสิน ให้สมาชิก ชพค. ช่วยเพื่อนครูกู้ยืมเงิน โดยมีเงื่อนไขผู้ค้ําประกันจะต้องเป็นข้าราชการครูในจังหวัดนั้น ๆ เท่านั้น ข้าราชการครูไม่เดือดร้อนเพราะว่าครูค้ําประกันครู แต่คนที่เดือดร้อนก็คือ ครูโรงเรียนเอกชนทั้งประเทศ บุคลากรทางการศึกษาอื่น ๆ ทั้งประเทศ ผู้ปฏิบัติงานด้าน การศึกษาทั้งประเทศเดือดร้อน ท่านประธานที่เคารพคะ โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพราะจะทําให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ สามารถที่จะทําให้สมาชิก ชพค. คือ ครูโรงเรียนเอกชน บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาทั้งประเทศนั้น พัฒนาชีวิตจากเงินกู้ยืมจากธนาคารออมสิน แต่เงื่อนไขในการค้ําประกันนั้น ควรให้ครู โรงเรียนเอกชน บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา ดิฉันจะยกตัวอย่าง เช่น นักการภารโรง แม่บ้าน พนักงานเดินเอกสาร เจ้าหน้าที่สหกรณ์ เจ้าหน้าที่ธุรการ เหล่านี้ มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกําหนดดีกว่าให้เขาไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ ๖๐ บาทต่อเดือน ดังนั้นแล้วดิฉันต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ในการค้ําประกัน เช่น ให้ใช้หลักทรัพย์ของคนอื่นได้ที่ยินยอมให้นําไปค้ําประกันได้ ให้ข้าราชการกระทรวงอื่น ๆ ในจังหวัดเดียวกันค้ําประกันได้ เงื่อนไขอื่น ๆ ที่เหมาะสมค่ะ ท่านประธานคะ เพราะว่าผู้เป็นสมาชิก ชพค. ในขณะนี้เกือบล้านคนแล้วค่ะ ควรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการค้ําประกันเงินกู้ ช่วยค้ําชูพัฒนาเพิ่มคุณค่าแก่ ชพค. ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ถนนสายห้วยเผยอ-ควนดิน ตําบลดอนประดู่ อําเภอปากพยูน เป็นถนนที่ประชาชนต้องการใช้ทั้งขนส่งพืชผลทางการเกษตร และก็สัญจรไปมานะครับ แต่ว่าขณะนี้ไม่ลาดยาง ของให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้กรุณาลาดยางถนนดังกล่าวนะครับ
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงมหาดไทยจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุง ห้องประชุม อําเภอปากพยูน ห้องประชุมอําเภอป่าบอน ห้องประชุมอําเภอกงหรา และ ห้องประชุมอําเภอบางแก้ว เพราะอําเภอนี้เป็นศูนย์กลางของชุมชน ทั้งอําเภอปากพยูน อําเภอป่าบอน อําเภอบางแก้ว และอําเภอกงหรา แต่ว่าสภาพของศูนย์ประชุมดังกล่าว ทรุดโทรมมาก ไม่มีเครื่องเสียง ไม่สามารถใช้งานได้อย่างดีนะครับ จึงขอให้ทางกระทรวง มหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะทําปรับปรุงห้องประชุมของที่ว่าการอําเภอดังกล่าว
เรื่อง ๓ กราบเรียนท่านประธานว่าในพื้นที่ภาคใต้ก็กําลังจะเข้าหน้าฝน สําหรับที่สี่แยกไฟแดงแม่ขรี ถนนเพชรเกษม ต้องมีคูระบายน้ําทั้ง ๒ ข้างขนาดใหญ่ที่สามารถ ระบายน้ําออกไปยังคลองชลประทานได้ การไม่มีคูระบายน้ําดังกล่าวทําให้พื้นที่เขตเทศบาล แม่ขรีถูกน้ําท่วมทุกปี ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอให้กรมทางหลวงได้ก่อสร้าง คูระบายน้ําและก็ระบายน้ําจากสองข้างทางถนนเพชรเกษมไปยังคลองชลประทานซึ่งอยู่ ใกล้เคียงกันนะครับ
เรื่องสุดท้าย ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ขณะนี้ป่าทรุดโทรมมาก ผมขอให้กรมป่าไม้ ได้ไปปลูกฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส เพราะวันข้างหน้าถ้าบ้านเมืองสงบลง ผมคิดว่าการมีทรัพยากรธรรมชาติ ที่สมบูรณ์จะทําให้ประชาชนมีคุณภาพนะครับ จึงขอให้ไปปลูกป่าเพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพป่า ที่ทรุดโทรมของใน ๓ จังหวัดครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านดิสทัตมาหรือยังครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายดิสทัต คําประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้ให้โอกาส กระผมได้หารือในเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์ของกระผม
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๑๒ ตําบลพระนอน อําเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นหมู่บ้านที่มี ๑๙ หลังคาเรือน ไม่มีไฟฟ้าใช้นะครับ เป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว ก็ขอให้ท่านประธานประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดงบประมาณ ไปดูแลพวกเขาเหล่านั้นด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตําบลเกรียงไกร ที่เป็นผู้ที่ใช้ทางหลวง หมายเลข ๒๕๕ ร้องขอไฟฟ้าส่องสว่าง ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๑-๑๒ สายนครสวรรค์-ชุมแสง มืดมากครับตรงนั้น เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ขอให้ท่านประธานประสานไปยังกรมทางหลวง ให้ช่วยจัดสรรงบประมาณมาดูแลให้ด้วย
เรื่องที่ ๓ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ๑๖ หมู่ ของตําบลนิคมเขาบ่อแก้ว อําเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเรื่องของไฟฟ้าตก บ้านเรือน ส่วนราชการ เครื่องใช้ไฟฟ้า พังเสียหายกัน จนซ่อมกันไม่หวาดไม่ไหวมาโดยตลอด ขอให้ท่านประธานประสานไปยัง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยจัดสรรงบประมาณมาขยายให้เป็นไฟฟ้า ๓ เฟสด้วย ก็คงจะช่วย แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้
เรื่องที่ ๔ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง หมู่ที่ ๔ บ้านทุ่งไอ้ดอก ตําบลท่าน้ําอ้อย อําเภอพยุหะคีรี วันนี้ครับ เขาถูกขับไล่ที่อยู่อาศัย จริงอยู่ครับก็เป็นที่ราชพัสดุ แต่ว่าวันนี้ เทศบาลตําบลท่าน้ําอ้อยเขาขอที่จะเอาไปทําสวนสาธารณะ พี่น้องราษฎรที่เดือดร้อนจํานวน ๔๘ ครัวเรือน วันนี้ก็เลยร้องเรียนผ่านกระผมมา ก็ขอให้ท่านประธานประสานไปยัง กระทรวงมหาดไทยและกรมธนารักษ์ให้ช่วยไปดูแลแก้ไขครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาต เป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ๑๐ หมู่ ของตําบลนครสวรรค์ตก ในเรื่องของน้ําท่วมขัง ฝนตก ๑-๒ ชั่วโมง ก็ท่วมขัง แล้วครับ ของตําบลนครสวรรค์ออก เพราะไม่มีท่อระบายน้ํา อบต. ท่านนายก อบต. จําลอง พรมหนองโดก ร้องเรียนผ่านกระผมมา ไม่มีงบประมาณเพียงพอ ก็ขอให้ท่านประธาน ประสานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนะครับ ให้ช่วยอุดหนุนงบประมาณ อุดหนุน เฉพาะกิจลงไปก็คงจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ได้ลุล่วงไปได้นะครับ เพราะว่าพี่น้องราษฎร ๖,๐๐๐ กว่าครัวเรือน ๑๔,๕๐๐ คน กําลังรอความช่วยเหลือจากท่านประธานอยู่ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ดอกเตอร์เกียรติศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ปัญหาในพื้นที่ หนีไม่พ้น เรื่องน้ําท่วมและน้ําขังเป็นประจําทุกปีนะครับ ในฤดูฝนในเขตพื้นที่อําเภอธัญบุรี แล้วก็ อําเภอลําลูกกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุ่งรังสิตนะครับ เป็นแอ่งกระทะต่ําขณะนี้ต่ํากว่าระดับน้ําทะเล ซึ่งหนุนขึ้นไปแม่น้ําเจ้าพระยาสูงกว่ากว่า ๑ เมตรขึ้นไปนะครับ ขอดูคลิป (Clip) ภาพ ภาพแรกด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องแรกก็คือเรื่องน้ําฝน น้ําฝนนะครับเอาคลิปแรกครับ อันนี้อันที่ ๒ แล้วครับ จะมีน้ําในคลองทุ่งรังสิตเป็นจํานวนมากนะครับ เฉพาะน้ําฝน ทีนี้มีข่าวว่าจะมีน้ําจากเขื่อน ที่อยู่เหนือคลองเหล่านี้ลงมาเติม นั่นก็คือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นะครับ เท็จจริงประการใดนั้น ถ้าหากว่ามีความเป็นไปได้นะครับ น้ําในพื้นที่ก็มากอยู่แล้ว ขออย่าให้มีน้ําเขื่อนเข้าไป ในพื้นที่เหล่านี้นะครับ การระบายออกนั้นต้องสูบออกโดยตลอดนะครับ ในช่วงนี้
คลิปที่ ๒ เรื่องวัชพืชผักตบชวา แล้วก็สิ่งกีดขวางเต็มไปในคลอง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคลองหกวาสายล่าง มีระยะทางกว่า ๑๐ กิโลเมตร ผมได้ประสานไปยังสํานักชลประทาน ที่ ๑๑ แล้วก็สํานักบํารุงรักษาคลองรังสิตใต้นะครับ ได้รถเก็บผักตบชวามา ๒ คันนะครับ ถ้าหากว่ารถ ๒ คันนี้ทํางานเต็มที่นะครับ อีกหลายเดือนกว่าจะประสบความสําเร็จได้ ผมจึงได้ประสานงานไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สุขุมพันธุ์ นะครับ กทม. ท่านก็ยินดี มอบหมายให้กับสมาชิกสภาเขตสายไหมมาร่วมรับผิดชอบไปจํานวนครึ่งหนึ่ง ขอกราบ ขอบพระคุณ กทม. และได้ประสานงานไปยังนายอําเภอ อําเภอลําลูกกา และผู้ว่าราชการ จังหวัดปทุมธานี ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากท่านแต่อย่างใดนะครับ ท่านไม่ได้มอบหมาย สั่งใครลงมาร่วมแก้ปัญหาในการประชุมครั้งสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระผมจึงขอหารือ นะครับกราบขอบพระคุณไปยังกรมชลประทานนะครับ ที่กําลังดําเนินการอยู่ในขณะนี้ ขอให้เร่งมือขึ้นอีกนะครับ แล้วก็ขอขอบพระคุณไปยัง กทม. นะครับ ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย รับปัญหาอีกครึ่งหนึ่ง และหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ได้กําชับให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาร่วมรับผิดชอบปัญหานี้ด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณ
ท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องต้องหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ซึ่งเป็นความต้องการอย่างสูงสุด ของพี่น้องในเขตพื้นที่ของกระผมครับ คือพี่น้องชาวอําเภอโพนนาแก้ว ได้ขอจัดตั้ง วิทยาลัยเทคนิคโพนนาแก้ว โดยมีหนังสือจากประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดสกลนคร ที่ ศธ ๐๖๓๒.๐๙/อศจ สน/๐๒๒ ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม ถึงเลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นเวลา ๓-๔ เดือนผ่านมานี้ ท่านประธานครับ ไม่มีคําตอบ จากกระทรวงศึกษาธิการ พี่น้องรอด้วยความหวัง ซึ่งพร้อมทุกอย่างท่านประธาน โดยมีที่ดิน เขตพื้นที่ดิน ซึ่งไกลจากพื้นที่ ๕๐ กว่ากิโลเมตร ที่ดินหน้าที่ว่าการอําเภอโพนนาแก้ว ๖๘ ไร่ ๔๖ ตารางวา มีที่ดินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของ อบต. นาตงวัฒนา ซึ่งต้องถามกระทรวงศึกษาว่าวันนี้ทําอะไรอยู่ครับ
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธาน ต้องขอสอบถามมาจริง ๆ เพราะเป็นเรื่อง เดือดร้อนของพี่น้องส่งผ่านกระผม ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ คือไฟฟ้าพื้นที่เกษตร จากพี่น้อง อําเภอกุสุมาลย์ อําเภอโพนนาแก้ว อําเภอเต่างอย อําเภอโคกศรีสุพรรณ อําเภอเมือง ๕ ตําบล คือ ตําบลโคกก่อง ตําบลม่วงลาย ตําบลเหล่าปอแดง ตําบลดงชน ตําบลโนนหอม ๒๐๐ กว่าครอบครัว ท่านประธานครับ ส่งตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา วันนี้ยังไม่มีคําตอบ โดยส่งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสกลนคร ฝากท่านประธานสอบถามไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าวันนี้ทําอะไรอยู่ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราให้หารือไป ๓๐ ท่าน เหลืออีก ๑๐ กว่าท่านนะครับ ผมขออนุญาต ยกไปพรุ่งนี้นะครับ เพราะใช้เวลามาพอสมควรนะครับ ไปเป็นพรุ่งนี้นะครับ ผมจะไปเรียงให้ พรุ่งนี้นะครับ เพราะเหลืออีกประมาณ ๑๐ ท่าน ผมให้บริการมา ๓๐ ท่านพอดี ก็เข้าใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงเลือกตั้งระบบเขตนะครับ ต้องรับเรื่องของพี่น้องประชาชน
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๖ คน
วันนี้มีผู้มาลงชื่อ ๓๗๕ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีการประชุมพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไป ท่านวัชระเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องของท่านประธาน คือท่านประธาน ชื่อ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้ส่งจดหมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอเชิญร่วมทําบุญ ในงานกฐินประจําปีนี้ ท่านประธานครับ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตามจดหมายนี้ นายสมศักดิ์บอกว่า จะหักเงิน ส.ส. ทุกคน คนละ ๑,๐๐๐ บาท โดยขอให้เจ้าหน้าที่สํานัก การคลังและงบประมาณ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หักเงินไว้ในวันสิ้นเดือน ตุลาคม ๒๕๕๖ ในการนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง ๑๖๑ ท่าน ท่านประธานครับ มีความประสงค์ที่จะแจ้งท่านประธานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใด จะทําบุญในงานดังกล่าว จะไปบอกสํานักการคลังและงบประมาณด้วยตนเอง ด้วยวาจา ด้วยตนเองครับ จะไม่ได้ให้หักเงินโดยอัตโนมัติ เพราะว่าจะเป็นการผูกมัดเกินไปนะครับ ท่านประธาน และในปีที่แล้วก็ไปทํากฐินที่จังหวัดขอนแก่น แต่ไม่ได้ส่งรายงานให้กับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้ทราบว่า แต่ละกรรมาธิการ ส.ส. แต่ละคนและรวมถึงบริษัทห้างร้าน ได้บริจาคเป็นเงินรวมทั้งสิ้นเท่าไร เพราะทราบว่ามีบริษัทผู้รับเหมาไปร่วมทําบุญด้วย แล้วได้งาน
ท่านประธานครับ และประเด็นสุดท้ายก็คือว่าในการประชุมร่วมรัฐสภา ในวันศุกร์นี้เหตุใดถึงนัดเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ทําไมไม่นัดเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา หรือ ๑๐.๐๐ นาฬิกา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มากกว่า และทราบว่าในวันศุกร์นี้จะนําเรื่องจีนเข้ามา ซึ่งกระผมก็อยากจะอภิปรายและ อยากจะสอบถามทางจีนเช่นเดียวกันว่า เหตุใดถึงให้แผ่นดินจีนเป็นที่พํานักของนักโทษ หลบหนีคดีอาญาจากประเทศ
พอแล้วครับ เพราะเมื่อสักครู่นี้ผมบอกไม่ให้หารือนะครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์ท่านได้หารือ ไปแล้วครับ ประเด็นนี้เดี๋ยวผมไปถามให้ครับ ผมยังไม่ทราบรายละเอียด เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประเด็นที่ท่านวัชระพูดค่ะ เพราะว่ามันจะกําหนดภายในพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะให้ ไปแจ้งว่าใครไม่ประสงค์ โดยระเบียบราชการของกระทรวงการคลัง ท่านประธาน ถ้าผู้ใด ประสงค์จะให้นี่ต้องแจ้ง แต่ไม่ใช่ทึกทักเอา ถ้าใครไม่ให้แล้วค่อยแจ้งอย่างนี้ มันไม่ถูก ปีที่แล้วก็ทําอย่างนี้นะคะ ซึ่งดิฉันก็ไม่ประสงค์ที่จะจ่าย ปีนี้ก็เหมือนกัน ดิฉันต้องวิ่งไป เพื่อที่จะบอกว่าอย่าหักเงินของดิฉันนะ เพราะว่าที่จริงแล้วประธานสภามีช่องทางเยอะแยะ ดิฉันก็ไปทําบุญที่อื่น เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านหน่อยว่าต่อไปอย่าทํา เมื่อเดือนที่แล้ว ปลายเดือนกันยายนนี้ก็หัก ๕๐๐ บาท ดิฉันก็ต้องวิ่งไปแจ้งว่าดิฉันไม่ให้หัก เพราะฉะนั้น กราบเรียนท่านว่าปีต่อไป หรืองานต่อไป งานไหนก็ตาม ต้องให้ประสงค์จะให้หัก ไม่ใช่แจ้ง ประสงค์ไม่ให้หัก โดยตามระเบียบเลยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
คือประเด็นนี้พอแล้วครับ ท่านวัชระหลายรอบแล้วครับ คืออย่างนี้ ผมขอไปดูเอกสารก่อน เดี๋ยวให้เจริญมาบอก คืออย่างนี้ เดี๋ยวผมไปดูก่อน ให้ผมได้เห็นก่อน เชิญครับอาจารย์
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายพีรยศ ราฮิมมูรา ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ นะครับ ในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. มุสลิม แล้วก็หลายท่านที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์นี้นะครับ การทําบุญศาสนาอื่นนั้นมีบทบัญญัติไว้ในศาสนาอิสลามไว้ชัดเจนนะครับ แต่ถ้าช่วยเหลือ น้ําท่วม ช่วยเหลือโรงเรียน อาคารต่าง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนานั้นเรากระทําได้ครับ เพราะฉะนั้นอยากจะแจ้งให้ท่านประธานช่วยดําเนินการเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
เดี๋ยวผมจะไปหารือท่านประธานให้ครับ เดี๋ยวหลังลงบัลลังก์ ท่านวัชระผมจะไปเรื่องอื่นแล้ว เอาประเด็นนี้ใช่ไหมครับ เดี๋ยวให้ผมลงบัลลังก์แล้วผมไปหารือให้แล้วจะมาบอกครับ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมถามให้ครับ เดี๋ยวผมไปบอกประธานให้
ท่านสมาชิกครับ ตามระเบียบวาระผมขอปรึกษาที่ประชุมนะครับ เพื่อนํา เรื่องรับทราบ วาระที่ ๒.๗ และระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ขึ้นมาพิจารณาก่อน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีขอดําเนินการตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
๒.๗ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา จํานวน ๓ เรื่อง
๒.๗.๑ อนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติแล้ว
๒.๗.๒ ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว
๒.๗.๓ ลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๖ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติอนุมัติ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติอนุมัติแล้ว
ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ ที่ประชุม ได้พิจารณาและลงมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวง กลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบนะครับ
(ที่ประชุมทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป) รวม ๔ ครั้ง
ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๒๑ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๕
ครั้งที่ ๒๒ วันพุธที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕
ซึ่งได้วางให้ท่านสมาชิกได้ตรวจสอบดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอให้ สภารับรอง เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมทั้ง ๔ ครั้งนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องพิจารณา เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการขึ้นประจําที่ครับ คณะกรรมาธิการครับ ขอเชิญขึ้น นั่งประจําที่นะครับ เจ้าหน้าที่ตามคณะกรรมาธิการทั้งหมดขึ้นทําหน้าที่ มาหรือยังครับ เชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาญัตติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน เชิญครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
การพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติ ที่สงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติ เป็นอย่างอื่นนะครับ เชิญประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดแพร่ ในฐานะของประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบเรียน ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า
ตามที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะเป็นผู้เสนอ) ที่ประชุมได้ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ซึ่งกําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยให้ถือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของนายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นหลักในการ พิจารณา นั้น
บัดนี้ กรรมาธิการวิสามัญได้ดําเนินการพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอ รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา
อนึ่ง รายงานฉบับนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีการพิจารณาทบทวน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ และได้มีมติให้แก้ไขรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... เพื่อให้ร่างดังกล่าวมีความรอบคอบและรัดกุม มากยิ่งขึ้น รายละเอียดปรากฏตามใบแทรกร่างพระราชบัญญัติที่ได้มีการแนบมาพร้อมนี้
ในการนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญใคร่ขออนุญาตท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเข้าร่วมชี้แจงเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวต่อที่ประชุมด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการ
ผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
เชิญท่านดอกเตอร์อานิกครับ
ขอบพระคุณค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรากําลังอยู่ที่มาตรา ๖ นะคะท่านประธาน มาตรานี้เกี่ยวกับองค์ประกอบ และคุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือที่เรียกกันว่า คตง.
มาตรา ๒ นะครับ
มาตรา ๒ ค่ะ ซึ่งเป็นการดูเกี่ยวกับ คุณสมบัติ เดี๋ยวนะคะ ประทานโทษ มาตรา ๒ ๓๐ วัน โอเคตรงนี้ที่สงวนไว้ ๓๐ วันนี่นะคะ กําลังงง ดิฉันไม่ติดใจแล้วค่ะ
ไม่ติดใจนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ ไม่ติดใจครับ ผ่าน ไม่ติดใจแล้ว ผ่านแล้วอย่างไร เชิญอ่านมาตราต่อไปครับ ต้องถามมติ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้อง เข้าห้องประชุมครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมนะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่กรรมาธิการต่าง ๆ เข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะขอมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้ามา ห้องประชุมนะครับ ที่เข้าห้องประชุมแล้วนั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ กรุณาเข้าห้องประชุม นะครับ ที่เข้าห้องประชุมแล้วกรุณานั่งประจําที่ เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ กรุณาได้ เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านอํานวยเชิญครับ ประธานวิปครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ในขณะนี้ ห้องกรรมาธิการไม่มีสัญญาเลยนะครับ ให้ท่านช่วยกดออดอีกสักครั้งนะครับ
ผมลืมกดสัญญาณไฟ ไม่เป็นไรครับ ท่านบุญยอดว่าอย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมได้เห็นข้อความในการส่งข้อความ ข่าวว่าขณะนี้มีการประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคงครอบคลุมเขตต่าง ๆ รวมทั้ง เขตดุสิตด้วย ซึ่งหมายความว่าสภาแห่งนี้ก็อยู่ในเขตนี้ คําถามที่สมาชิกกําลังถามกันตอนนี้ ก็คือว่า เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคงแล้วพวกเรายังจะประชุมหรือชุมนุมกัน ได้หรือไม่ ประธานครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญและเป็นปัญหาใหญ่นะครับ รัฐบาล อยู่ ๆ ก็มาประกาศอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้นมานี้มันครอบคลุมหมดทั้งเขตนะครับ เขตดุสิต เขตพระนคร ทั้งที่การชุมนุมหน้าทําเนียบรัฐบาลมีคนเพียงแค่ ๑๐๐ คน แล้วก็ไม่มีท่าที ที่จะมีความรุนแรงด้วยซ้ําไป ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานสภาครับว่า ตกลงว่าการกระทํา ของรัฐบาลในขณะนี้รวมทั้งกิจกรรมที่เรากําลังทําอยู่ในขณะนี้จะขัดแย้งกันหรือไม่ อย่างน้อย ที่สุดก็ต้องขอให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้นะครับว่าเรากําลังลงมติท่ามกลาง พ.ร.บ. ความมั่นคงที่ประกาศอยู่ในขณะนี้ครับ
นั่งเสียบบัตรแสดงตน คือผมยังไม่เห็นครับ ผมไม่ได้เอาโทรศัพท์มาด้วย นั่งลงก่อน ลงมติก่อน ผมยังไม่เห็น ก็ยังไม่ต้องบอก ให้ผมดูโทรศัพท์ก่อน ผมไม่ได้พกขึ้นมา นั่งลง เสียบบัตรแสดงตนครับ บัตรเสียหรือครับ บัตรเสียมานั่งข้างหน้า ผมไม่เห็นตัว ไม่รู้ว่าใครครับ อยู่ไกลเกินไป มานั่งข้างหน้า ผมไม่ได้อยู่ข้างหลัง ไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ต้องมานั่งข้างหน้าสิครับ ท่านสัมภาษณ์เสียบบัตรหรือยังครับ เดี๋ยวให้ท่านวิรุฬห์นั่งก่อนครับ ผู้สูงอายุ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ขอส่งผลคะแนนด้วยครับ ดีหรือยัง ข้างหน้าไม่ดีนะครับ นับอีกหนึ่งนะครับ เป็น ๒๙๐ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปเชิญท่านใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรด กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ลองบัตรใหม่ครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อยนะครับ ส่งผลคะแนนครับ ส่งผลคะแนนนะครับถ้าเรียบร้อย ผู้เข้าประชุม ๓๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๙๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่านนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุม เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ
ท่านสมาชิกครับ มันมีไม่กี่มาตรา ท่านนั่งอยู่ในห้องเวลาเรียกจะได้ไม่ลําบาก เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านอานิกครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรานี้ซึ่งเกี่ยวกับองค์ประกอบและคุณสมบัติของ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือที่เรียกกันว่า คตง. นะคะ ก่อนอื่นเราควรจะต้องดูว่า องค์ประกอบคุณสมบัติควรจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ซึ่งก็ได้มีกําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๒ แล้วก็ขอลอกมาเพียงคําที่เด่น ๆ ว่าเราต้องการคณะกรรมการ ที่เป็นอิสระและเป็นกลาง ต้องการบุคคลที่มีคุณสมบัติที่มีความเหมาะสมแล้วก็ซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ และวรรคสุดท้ายของมาตรานี้ในรัฐธรรมนูญก็ระบุว่า ควรจะมีหลักประกัน ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็หน้าที่หลักของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ก็จะมีตั้งแต่การตั้งมาตรฐาน กําหนดมาตรฐานนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินไปจนถึง การแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง ซึ่งมีหน้าที่สําคัญมาก เพราะว่า ให้คุณให้โทษได้นะคะ ก็คือสามารถวินิจฉัยความผิดทางการเงินการคลัง แล้วก็กําหนด โทษปรับทางการปกครองให้แก่เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของหน่วยที่รับการตรวจนะคะ เพราะฉะนั้นจึงเป็นตําแหน่งที่สําคัญมากและมีอยู่ ๗ คน พระมหากษัตริย์เป็นผู้แต่งตั้ง แต่งตั้งอยู่ในวาระได้เพียงครั้งเดียวคือ ๖ ปี จึงเห็นว่าสิ่งนี้สําคัญมาก การกําหนด องค์ประกอบหรือคุณสมบัติมี ๒ ส่วนนะคะ ส่วนแรกจะอยู่ในวรรคสองซึ่งเกี่ยวกับ ความชํานาญแล้วก็ประสบการณ์ในเชิงสาขาวิชาการ อีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในวรรคสาม ของมาตรานี้ จะเรียกว่าเป็นคุณสมบัติ ซึ่งก็จะเป็นเชิงของประสบการณ์การทํางานแล้วก็ที่มา
ดิฉันขออภิปรายในส่วนแรก ในเรื่องของความชํานาญและประสบการณ์ ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติอันนี้แบ่งเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ส่วนที่ ๑ เป็นผู้ที่มีความชํานาญ และประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดิน ร่างหลักกําหนดไว้จํานวนถึง ๒ คนนะคะ ส่วนที่ ๒ กลุ่มที่ ๒ ก็คือชํานาญด้านการบัญชี ตรวจสอบภายใน และการเงินการคลัง ด้านละ ๑ คน กลุ่มที่ ๓ ชํานาญด้านนิติศาสตร์ จํานวน ๑ คน และส่วนที่ ๔ ชํานาญด้าน เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และด้านอื่นที่จะเป็นประโยชน์แก่การตรวจเงินแผ่นดินอีก ๑ คน รวมแล้วก็เป็น ๗ คน จะเห็นว่าถ้ารวมกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ ก็จะเป็นสายของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบัญชี ตรวจสอบภายในค่อนข้างสูง คือประมาณ ๕ คน สิ่งที่ดิฉันเสนอแล้วก็ได้สงวนความคิดเห็นไว้ ก็คือลดในส่วนที่ ๑ ของผู้ที่เคยทํางานตรวจเงินแผ่นดินลดจาก ๒ ท่านเหลือ ๑ ท่าน แล้วก็ เอาไปเพิ่มในกลุ่มที่ ๔ โดยที่ให้ระบุว่าให้ไปที่ผู้ที่มีความชํานาญด้านเศรษฐศาสตร์ค่ะ เหตุผลก็เพราะว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นมากกว่าการสอบบัญชีนะคะ เพราะว่าสมัยนี้ แล้วก็จะต้องมีการดูถึงประสิทธิภาพของการใช้เงิน ประเมินความคุ้มค่าของการใช้เงิน ประเมินโครงการนะคะ ท่านประธานต้องลองนึกภาพว่านโยบายสมัยนี้ใหญ่ซับซ้อน แล้วก็ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากนะคะ อย่างสมมุติว่าจะต้องตรวจสอบโครงการนโยบายจํานํา ข้าว หรือโครงการรถไฟฟ้า หรือรถไฟความเร็วสูงนะคะ หรือแม้แต่อย่างสัมปทานปิโตรเลียม ก็ต้องการองค์ความรู้ที่หลากหลายแล้วก็กว้างขวางมากกกว่าบัญชีค่ะ และในสภาวการณ์ ปัจจุบันเศรษฐกิจของเราอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ต้องแข่งขันกับต่างประเทศมาก มีการก้าวเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนนะคะ แล้วก็จะทําให้การที่มองเห็นภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจมีความสําคัญ มาก ๆ แล้วก็สําคัญไม่น้อยกว่าด้านนิติศาสตร์ ซึ่งร่างก็ได้มีกําหนดแล้วว่าให้มี ๑ คน นอกจากนี้ดิฉันยังเห็นว่าการเจาะจงนอกจากเศรษฐศาสตร์แล้ว ความจริงควรจะมี วิศวกรรมศาสตร์ด้วย โดยที่สามารถลดสัดส่วนของนักบัญชีจากกลุ่ม ๑ กลุ่ม ๒ ที่เรียน แล้วได้ อาจจะลงจาก ๕ คนเหลือ ๓ คนได้ เพื่อที่จะทําให้การตรวจเงินแผ่นดินในยุคปัจจุบัน เหมาะสมกับยุคสมัย แล้วก็เพิ่มคุณค่า การที่เราเสียส่วนของนักบัญชีไป ดิฉันคิดว่าส่วนที่ ได้มา ที่มีความหลากหลายเฉพาะทางด้านอื่น ๆ จะเพิ่มคุณค่ามากกว่าสิ่งที่เสียไป จะทําให้ ความเหมาะสมของคุณสมบัติที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญสูงขึ้นทําให้เกิดประสิทธิภาพในการ ทํางานที่ดีขึ้น เป็นการรองรับบทบาทที่ควรจะเป็นนะคะ แล้วก็เป็นการเพิ่มความหลากหลาย ซึ่งการเพิ่มความหลากหลายก็เพิ่มโอกาสของความเป็นอิสระและเป็นกลาง อันนี้ก็เป็น ส่วนแรกที่เกี่ยวกับสาขาวิชาการในวรรคสอง
ส่วนในวรรคสามเป็นการกําหนดคุณสมบัติในเชิงของประสบการณ์ การทํางานหรือที่มา ร่างที่ผ่านคณะกรรมาธิการก็จะมีอยู่ ๕ กลุ่ม ดิฉันได้สงวนความเห็นที่จะ ปรับปรุงคุณสมบัติในบางกลุ่ม แล้วก็เสนอให้เพิ่มอีก ๑ กลุ่ม คือในส่วนของภาคประชาชน ๒ กลุ่มแรกคือกลุ่ม ก กลุ่ม ข นี่เป็นข้าราชการ ซึ่งถ้าเผื่อท่านประธานลองมองเทียบกับร่าง ที่ผ่านวาระที่หนึ่งของสภาแห่งนี้ ร่างนั้นจะมีข้าราชการอยู่เพียงกลุ่มเดียว แต่ว่าสิ่งที่ทาง กรรมาธิการได้เปลี่ยนแปลงนะคะ ดิฉันคิดว่าทําให้การกําหนดคุณสมบัติมีความหละหลวม เข้มข้นน้อยลง จากเดิมที่ข้าราชการจะต้องเป็นหรือเคยเป็นอธิบดีหรือดํารงตําแหน่ง ในด้านบริหาร มีอํานาจบริหารเทียบเท่ากับอธิบดี มาเป็นการเปิดกว้างว่าเป็นระดับ ๑๐ หรือ เทียบเท่าแล้วก็อาจจะเป็นตําแหน่งทางวิชาการหรือผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้นะคะ จะเห็นว่าตรงนี้ มันจะเปิดกว้าง แล้วก็ขาดความเข้มข้น ขาดการคัดกรอง เพราะว่าของเก่าที่เป็นเฉพาะอธิบดี หรือเทียบเท่านี้ เราจะได้เลือกจากกลุ่มคนที่มีความสามารถ แล้วก็มีประสบการณ์ด้าน การบริหารระดับสูง และผ่านการคัดกรองมาแล้ว แล้วอีกอย่างหนึ่งการแก้ไขตรงนี้ ที่เปิดกว้างเกินไป ยังเป็นการเปิดทางให้ผู้มีอํานาจ อาจจะสามารถที่จะตระเตรียมคน ที่สามารถสั่งการได้เข้ามาสู่องค์กรอิสระทางรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมาก จะทําให้ความเป็นอิสระเป็นกลางของ คตง. นี้ลดน้อยลงไป ดิฉันจึงไม่เห็นด้วยกับตรงนี้ อีกกลุ่มหนึ่งท่านประธานคะ ดิฉันเห็นว่าควรจะปรับปรุงคุณสมบัติให้เข้มข้นขึ้น แต่ส่วนนี้ เข้มข้นและเปิดกว้างนะคะ ก็คือกลุ่ม จ ซึ่งเป็นคนจากภาคธุรกิจซึ่งร่างของกรรมาธิการ กําหนดไว้ว่า ต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ท่านประธานคะ บางบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประเทศไทยก็ได้แสดงออกมาแล้วว่าอาจจะมีธรรมาภิบาลที่ต่ํา ก็เคยมีกรณีการฉ้อฉล ซึ่งดิฉันจะไม่เอ่ยถึง เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยกําหนดว่าในส่วนนี้เขาจะต้องผ่านการอบรม ของสถาบันกรรมการบริษัทไทยหรือที่เรียกว่า ไอโอดี (IOD) ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการสร้างหลักประกันแต่อย่างน้อยก็จะช่วยให้ได้คนที่มีความตระหนัก ในเรื่องธรรมาภิบาลมากขึ้น ในความเป็นจริงนักบริหารระดับสูงที่เป็นคนไทยนะคะไม่ได้อยู่ ในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย มีจํานวนไม่น้อย แต่เขามีความรู้ความสามารถ แล้วก็มีประสบการณ์การทํางานในองค์กรที่มีธรรมาภิบาลสูงเข้มข้น องค์กรที่ต้องแข่งขัน องค์กรที่ประสิทธิภาพสูง เช่น คนไทยจํานวนมากทํางานอยู่ในบริษัทข้ามชาติที่จดทะเบียน แต่ว่าอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของต่างประเทศ ซึ่งจริง ๆ แล้วเขามักจะมีธรรมาภิบาลที่เข้มข้น กว่าบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย เพราะเนื่องจากว่ากฎหมายในต่างประเทศนั้นเขามี ความเข้มข้นมากกว่า และการนํามาปฏิบัติก็จริงจังมากนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็จะสูญเสียคน อย่างเช่นที่อยู่ในองค์กรข้ามชาติอย่างเชลล์ (Shell) เอสโซ่ (Esso) หรือโตโยต้า (Toyota) เป็นต้น เพราะฉะนั้นเพื่อเปิดโอกาสให้ คตง. ได้สามารถที่จะเลือกคนที่มีคุณภาพมาจาก ภาคเอกชนที่จะทําหน้าที่ได้อย่างอิสระและเป็นกลาง และมีความรู้ความชํานาญในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจเงินแผ่นดิน ดิฉันจึงได้สงวนความเห็นให้เพิ่มกรรมการของ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมและสมาคมธนาคาร ซึ่งเป็นองค์กรหลักของภาคธุรกิจ เอกชนเข้าไปในข้อ จ ด้วยนะคะ นอกจากนี้ดิฉันได้สงวนความเห็นที่จะเพิ่มบุคคลจาก ภาคประชาสังคม หรือภาคประชาชนโดยเพิ่มเป็น ข้อ ฉ นะคะ ขออนุญาตอ่านคําสงวน ความเห็น ข้อ ฉ ก็คือ เป็นหรือเคยเป็นกรรมการขององค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากําไร ในทางธุรกิจที่มีผลงานด้านการตรวจสอบเป็นที่ประจักษ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี และได้รับ การรับรองจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนซึ่งเป็นองค์การมหาชน อันนี้ก็เป็นข้อเสนอ ของดิฉัน เหตุผลก็เพราะว่าถ้าเรามองดูแนวโน้มของการกําหนดคุณสมบัติในเชิง ประสบการณ์ทํางานหรือที่มา จะเห็นว่าในสมัยก่อนภาครัฐ ภาคราชการก็มักจะใช้แต่ ข้าราชการล้วน ๆ ในอดีต ต่อมาก็เริ่มมีการเปิดขยายเอาคนจากภาควิชาการมาใช้ประโยชน์ แล้วต่อมาก็เริ่มเอาคนจากภาคธุรกิจเข้ามา เพราะฉะนั้นแนวโน้มของโลกยุคใหม่ก็คือ เปิดรับคนจากภาคประชาสังคม โดยเฉพาะเราจะเห็นว่าทุกวันนี้ภาคประชาชนก็มีบทบาท ที่มากขึ้นและมีนัยสําคัญมากในการตรวจสอบ ทั้งนโยบายแล้วก็การบริหารงานของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการดูแลสิ่งแวดล้อมที่มาบตาพุดในอดีตหรือกรณีของเขื่อนแม่วงก์ ที่เพิ่งเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบันนี้ ในมุมหนึ่งอาจจะมองว่าภาคประชาชนทําให้เกิดความยุ่งยาก วุ่นวาย แต่ดิฉันว่าสิ่งที่เขาทําเป็นประโยชน์นะคะเป็นประโยชน์สุขกับประชาชน เพราะฉะนั้น เราน่าจะเอาพลังสังคมส่วนนี้มาใช้ประโยชน์ในการตรวจเงินแผ่นดินและในส่วนอื่น ๆ ถ้าเผื่อเราให้ภาคประชาสังคมได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง ความยุ่งยากวุ่นวายที่เห็น ๆ กัน ที่เกิดที่ปลายทางก็อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้นะคะ อันนี้ก็จะเป็นแนวทางเดียวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ (๓) ที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐในทุกระดับ ซึ่งดิฉันจะขออ่านนิดเดียวสั้น ๆ ว่าส่งเสริมให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐทุกระดับในทุกรูปแบบองค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย หรือรูปแบบอื่น อันนี้ก็คงเป็นลักษณะรูปแบบอื่น แต่ที่สําคัญดิฉันกําลังพูดถึงเจตนารมณ์ แนวทางแล้วก็ประโยชน์ที่จะได้ เพราะว่าอํานาจรัฐที่สําคัญมาก ๆ ก็คืออํานาจของเงิน เพราะฉะนั้นถ้าเราได้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ใน คตง. แล้ว เราก็จะได้มุมมอง ที่เพิ่มเติมขึ้นในการกําหนดมาตรฐานการตรวจสอบ แล้วก็ในการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ เป็นการ เพิ่มประสิทธิภาพของการกําหนดนโยบายและมาตรฐานการตรวจสอบ ภาคประชาชนจะเป็นตัวถ่วงดุลที่สําคัญในยุคประชาธิปไตยที่ปัจจุบันก็มีแนวโน้มที่จะเกินดุล ไปหน่อยทางด้านของเสียงข้างมากหรือการใช้อํานาจรัฐ เพราะฉะนั้นถ้าได้ภาคประชาสังคม เข้ามาเราก็จะทําให้ได้ คตง. ที่มีความเป็นอิสระ เป็นกลางมากขึ้น แล้วก็จะมีโอกาสที่จะเพิ่ม หลักประกันของความเป็นอิสระ ดิฉันก็จึงคิดว่าในมาตรา ๖ แห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินนี้ ในวรรคสองก็จะเสนอว่า ต้องปรับปรุงองค์ประกอบ ในเชิงวิชาการ โดยลดสัดส่วนที่สูงเกินจําเป็นของนักบัญชี แล้วก็ไปเพิ่มสัดส่วนสาขาอื่นที่จะ เป็นประโยชน์ในการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเฉพาะด้านเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนในวรรคสาม ก็เสนอว่าควรจะเพิ่มความเข้มข้นของคุณสมบัติในส่วนของข้าราชการ ที่เป็นอธิบดีหรือเทียบเท่าให้คงไว้ตามร่างเดิมที่ผ่านวาระหนึ่ง นอกจากนั้นก็ได้สงวน ความเห็นว่าให้เปิดขยายรับคนคุณภาพจากภาคธุรกิจเอกชน แล้วก็เพิ่มที่มาและมุมมอง ที่มีนัยสําคัญมาก ๆ ของภาคประชาสังคม การกําหนดองค์ประกอบคุณสมบัติอย่างนี้ จะมีโอกาสที่จะทําให้เราได้หลักประกันของความเป็นอิสระ แล้วก็ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการ ทํางานของ คตง. เพื่อจะทําให้มาตรฐานการตรวจสอบ การตรวจเงินแผ่นดินนี้สูงขึ้น ภาษีอากรทุกบาททุกสตางค์ก็จะได้ถูกใช้อย่างครบถ้วน และใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์สุข ของประชาชนทุกคน ดิฉันจึงขอการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิก แล้วก็ขอให้กรรมาธิการ เสียงข้างมากกรุณาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นมีความข้องใจต่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ก่อน
ประการที่ ๑ ก็คือกฎหมายจริง ๆ นําเสนอโดยคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินเอาเข้าสู่สภาเป็นฉบับยกร่าง ทีนี้กฎหมายฉบับนี้โดยความเป็นจริงตามรายงาน ของคณะกรรมาธิการมีอยู่หลายฉบับ ฉบับที่ ๑ ก็คือเสนอโดยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้เสนอ ฉบับที่ ๒ เป็นของผู้นําฝ่ายค้าน คือท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ฉบับที่ ๓ เป็นของคุณเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข กับคณะ เป็นผู้เสนอ ฉบับที่ ๕ เป็นของ คุณชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ แต่เวลากรรมาธิการชุดนี้เอาฉบับที่มาเป็นต้นแบบ ในการพิจารณาตามรายงานที่เขียนไว้ในสมุดรายงาน ให้เอาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญของคุณชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณา อันนี้แปลกครับ แปลกเพราะว่าความเป็นจริงต้องเอาของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นผู้เสนอ มาเป็นหลัก ในการพิจารณา เหตุผลเพราะว่าหน่วยงานเขาจะรู้ซึ้ง เขาจะรู้ละเอียด เขาถึงยกร่าง เพราะปัญหาของเขานี่คืออะไร ถ้าเราไม่เห็นด้วยเราก็ปรับแก้ในฉบับของผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดินเป็นหลัก แต่พอเอาจริงกลับไปเอาของท่านชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะอยู่ในรายงานมาเป็นหลักในการพิจารณา ผมคิดว่าอันนี้ เป็นเรื่องแปลกครับ แล้วก็ไม่สมควรจะทํานะครับ มากรณีต่อการนําเสนอในรายงานฉบับนี้ มาตรา ๔ ที่ผมไม่ได้สงวนคําแปรญัตติ แต่ผมเห็นว่ามีการแก้ไข และการแก้ไขอาจจะนําไปสู่ ความเสียหายได้ในอนาคต ประเด็นก็คือเรื่องบุคคลตามวรรคสองต้องมีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ นี่เอาร่างของท่านชลน่านเป็นหลักก่อนนะครับ ในร่าง (ก) เขียนไว้ว่า เป็นหรือเคยเป็นอธิบดีหรือข้าราชการ ซึ่งดํารงตําแหน่งทางบริหารที่มีอํานาจ บริหารเทียบเท่าอธิบดี เดิมร่างของท่านชลน่านมาอย่างนี้ คณะกรรมาธิการก็ไปแก้ แก้เป็นว่า เคยเป็นข้าราชการดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า ไปแก้เป็นอย่างนี้ พอไปแก้เป็นอย่างนี้ก็แปลว่าคนที่เป็นอยู่ในระดับ ๑๐ เป็นไม่ได้ ต้องเคยเป็นเท่านั้น อย่างนี้ดีหรือไม่ดีครับ ปกติคนที่เคยเป็นก็ย่อมมีคุณสมบัติ คนที่เป็นอยู่โดยหลักก็ต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่ากัน ทําไมไปตัดสิทธิคนที่เป็นอยู่ในระดับ ๑๐ ถึงเป็นไม่ได้ ทีนี้ถ้าเรากลับไปดูนะครับ ร่างของ สตง. กับร่างของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหมือนกันครับ ก็คือเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการในตําแหน่งไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า คือเป็นหรือเคยเป็นในระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า แต่ฉบับนี้ก็ไปตัดออก นี่เป็น ประการที่ ๑
ประการถัดมาครับ ข้อ ข ไปเพิ่มขึ้น เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการผู้ดํารง ตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง หรือประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิหรือเทียบเท่า ข้อ ข นี่ก็แปลกอีกครับ ข้อ ข ปกติท่านเขียนอยู่ในนี้มีด้วยกัน ๒-๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือระดับ ๑๐ นี่ไม่ต้องพูดถึงแล้ว พูดเพียงแต่ว่าอยู่ในระดับ บริหาร บริหารนี่มันก็แยกออกเป็นบริหารระดับสูง แล้วท่านก็ไปแยกเป็นว่า หรือเป็น ประเภทวิชาการ หรือระดับทรงคุณวุฒิ ก็แปลว่ามี ๓ ส่วน ส่วนบริหาร ส่วนวิชาการ และ ส่วนของทรงคุณวุฒิ ซึ่งร่างของ สตง. เขาไม่ได้เขียนมาอย่างนั้นครับ อันนี้ท่านไปเพิ่มเอง ผมคิดว่าเจตนาของเขานี่เขาต้องการผู้บริหารเท่านั้น เพราะถ้าพ้นจากผู้บริหารก็ไปใช้ใน (ค) ก็คือเรื่องของวิชาการ เรื่องของวิชาการเขาจะเขียนไว้ว่า เป็นหรือเคยเป็นอาจารย์ในสถาบัน อุดมศึกษา และดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่ารองศาสตราจารย์มาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี แต่ว่า ถ้าเป็นส่วนของวิชาการต้องเป็นอาจารย์ อยู่ในสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้นนะครับ และต้อง บวกครับ ต้องบวกว่า ดํารงตําแหน่งอย่างน้อยต้องเป็นรองศาสตราจารย์ และอีกครับ บวกเข้าอีกครับ และเป็นรองศาสตราจารย์มาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี คือถ้าเป็นส่วนของวิชาการ ต้องมีด้วยกัน ๓ คุณลักษณะ คุณลักษณะที่ ๑ ต้องเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา คุณลักษณะที่ ๒ ต้องเป็นรองศาสตราจารย์ คุณลักษณะที่ ๓ ต้องเป็นแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี เขาถึงจะมาเป็นได้ แต่ท่านก็ไปเพิ่มใน (ข) ว่าเป็นประเภทวิชาการ อย่างนี้เป็น ๑ วัน ก็เป็นได้ครับ ถ้าเป็นระดับ ๑๐ แต่เป็นวิชาการ รับตําแหน่งมาเพียง ๑ วัน เป็นได้ไหมครับ แล้วเขาก็ลาออก ถือว่าเคยเป็น ก็กลับมาเป็นนี้ได้ ผมคิดว่าเจตนาของ สตง. กับของท่าน ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความแตกต่างกันกับร่างฉบับนี้ ซึ่งอาจจะนําไปสู่ความเสียหายได้ในอนาคต
ทีนี้พอมาเรื่องถัดไป (ง) ท่านก็ไปเพิ่มเสียเยอะแยะเลยครับ เป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชี หรือวิชาชีพบัญชีและดํารงตําแหน่งผู้บริหาร ในหน่วยงานภาครัฐ หรือดํารงตําแหน่งผู้บริหารในสํานักงานตรวจสอบบัญชีที่ตรวจสอบ บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอย่างสม่ําเสมอ และต่อเนื่องไม่น้อยกว่ายี่สิบปีนับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อ เราถอยหลังกลับไปดูร่างของ ฉบับ สตง. กับของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหมือนกันครับ เป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีหรือวิชาชีพบัญชีและดํารงตําแหน่งผู้บริหารในหน่วยงาน ของรัฐ เขียนสั้น ๆ กว้าง ๆ แต่ท่านก็ไประบุเพิ่มเติมอีกเสียมากมาย อนาคตข้างหน้า ตําแหน่งนี้อาจจะเป็นปัญหาและอุปสรรคในการตีความต่อไปนะครับ
ตําแหน่งถัดมาครับ ตําแหน่ง (จ) อันนี้ก็ไม่มีอะไรแก้ไขมาก แต่ท่านไปเพิ่ม ต่อท้ายอีกวรรคหนึ่งว่า การเทียบตําแหน่งตาม ก และ ข ให้นําหลักเกณฑ์และเงื่อนไข การเทียบเท่าของ ก.พ. มาใช้บังคับ ต่อท้ายอีกวรรคหนึ่งว่าการเทียบตําแหน่งตาม (ก) และ (ข) ให้นําหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเทียบเท่าของ ก.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งโดยเจตนารมณ์ของ สตง. เขาก็ไม่ต้องการมีอย่างนั้น เพราะเขาใช้คําว่า เป็น หรือ เคยเป็น ก็จบแล้วครับ ทีนี้ท่านก็อนุโลมให้เอาตําแหน่งที่เทียบเท่าและเอาหลักเกณฑ์และเงื่อนไข การเทียบเท่าของ ก.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผมคิดว่า การแก้ไขของคณะกรรมาธิการ จะเป็นอุปสรรคต่อไปในวันข้างหน้า และจะเป็นปัญหามากในการตีความในการทะเลาเบาะแว้ง ในการฟ้องร้องกันต่อไปในอนาคต ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ตามมาตรา ๔ ซึ่งในหมวดของบุคคลตามวรรคสองต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ นี่คือเหตุผลของผมครับท่านประธานครับ
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีความเห็นต่อการที่คณะกรรมาธิการ ได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ในมาตรา ๔ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการที่เรียกว่า คตง. มีความเห็นไปในทิศทางและทํานองเดียวกับที่ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่ คือท่านอานิก อัมระนันทน์ และท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อย่างไรก็ตาม กระผมผมขออนุญาตที่จะแสดงความเห็นเพิ่มเติมในการแก้ไขที่คณะกรรมาธิการ ได้ไปแก้ไขเนื้อความในมาตรา ๔ ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตราสําคัญของพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินใน ๒ มาตรา คือมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่าในมาตรา ๖ นั้น มีข้อสังเกตหลายประการเหลือเกิน เนื่องจากว่าได้มีการแก้ไขลักษณะ ทั้งลักษณะต้องห้ามและคุณสมบัติของ คตง. ไว้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่า คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนั้นมีบทบาทสําคัญอย่างมาก ต่อการวางรากฐานการตรวจสอบระบบการเงินของแผ่นดิน มีอํานาจหน้าที่ซึ่งผมอยากจะ กราบเรียนให้บันทึกไว้ในที่ประชุมนี้ และเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามฟังการอภิปราย ของสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบว่า คตง. ที่เรากําลังพูดถึงคุณสมบัติ เรากําลังแก้ไข คุณสมบัติกันเวลานี้เขามีอํานาจหน้าที่อะไรบ้าง มีหน้าที่อยู่ ๑๑ ประการ
๑. วางนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน
๒. ให้คําปรึกษาแก่ประธานรัฐสภา เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน
๓. ให้คําแนะนําแก่ฝ่ายบริหารในการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เกี่ยวกับการควบคุมเงินของรัฐ อันนี้สําคัญมากนะครับ เราเห็นว่าการใช้จ่ายเงินของรัฐมีการใช้ ระบบกฎหมายที่แปลกแตกต่างกันออกไปมากขึ้นทุกที และ คตง. จะต้องเข้าไปมีบทบาท ในการให้คําแนะนําอันนี้ มีบทบาทในการกําหนดมาตรฐานหรือมาตรการเกี่ยวกับการตรวจสอบ การบริหารงบประมาณสําหรับหน่วยตรวจรับ เป็นองค์กรชี้ขาดสูงสุดในกระบวนการทางวินัย ทางงบประมาณ และการคลัง มีบทบาทในการคัดเลือกผู้ว่าการ สตง. มีบทบาทในการแต่งตั้ง คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง หรืออนุกรรมการ มีบทบาทในการพิจารณา คําร้องขอของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีที่ขอให้ตรวจสอบ บทบาทของ พวกเราก็สามารถที่จะใช้งานของ สตง. ได้ ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศตามอํานาจ หน้าที่การตรวจเงินแผ่นดิน เสนอข้อสังเกต และความเห็นต่อคณะกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจําปี ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ก็ได้ใช้งานในส่วนนี้กับ สตง. มาโดยตลอด และข้อ ๑๑ ก็คือการออกระเบียบประกาศเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป การบริหารงานบุคคล นะครับ นี่คือบทบาทที่มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นคณะกรรมการ คตง. ซึ่งมี อยู่จํานวน ๗ คน นี่นะครับก็ประกอบด้วยประธาน ๑ คน แล้วก็ประกอบด้วยคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๖ คน จึงมีความสําคัญ ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ก็มีการแก้ไขคุณสมบัติ ของผู้ที่จะมาเป็น คตง. เสียใหม่ โดยมีคุณสมบัติอย่างนี้ ก็คือว่าบุคคลที่จะมาเป็น คตง. ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ก็มีตั้งแต่ข้อ ก ข ค ง จ นะครับ เข้าคุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่งก็สามารถได้รับการเสนอชื่อสู่กระบวนการที่จะพิจารณาได้ ประเด็นมัน อยู่ตรงนี้ครับ ในมาตรา ๖ นี้ มาตรา ๖ ที่เป็นอนุมาตรา ๕ คุณสมบัติ ข้อ ก บอกว่าเคยเป็น ข้าราชการผู้ดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า เดิมในร่างเสนอเข้าสู่ การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเขียนไว้บอกว่า เป็นหรือเคยเป็นอธิบดี หรือข้าราชการซึ่ง ดํารงตําแหน่งทางบริหารที่มีอํานาจบริหารเทียบเท่าอธิบดี ความทั้ง ๒ ประการนี้ แตกต่างกัน ระหว่างร่างเดิมกับร่างที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไข เมื่อแก้ไขแล้วก็หมายความว่าผู้ที่ดํารง ตําแหน่ง ผู้เคยดํารงตําแหน่ง หรือผู้บริหารที่เทียบเท่าอธิบดีนั้นไม่จําเป็นแล้ว เอาแค่ เทียบเท่าซี ๑๐ ก็ได้แล้ว นั่นหมายความว่า คนที่จะเข้าสู่ตําแหน่งตามอนุมาตรา ๕ (ก) นี้ ไม่จําเป็นต้องมีบทบาททางการบริหารหรือมีอํานาจในการบริหารมาก่อนก็ได้ เพียงแต่มีซี เท่าระดับ ๑๐ ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นการแก้ไขของคณะกรรมาธิการที่เปิดกว้าง ท่านอาจจะบอกว่าเป็นการผ่อนคลายให้มีตัวเลือกมากขึ้น แต่นี่เป็นการเปิดช่องให้กว้างขวาง มากยิ่งขึ้น สามารถที่จะเลือกหยิบเอาใครเข้ามาที่คิดว่าจะใช้งานเข้าไปอยู่ตรงนั้นก็ได้ แต่ประสบการณ์ในการทํางาน ในการบริหารงานที่จะนําไปใช้ในการเป็น คตง. นั้น ไม่สามารถที่จะเทียบเท่ากับคนที่เป็นอธิบดีหรือคนที่เคยมีตําแหน่งทางการบริหารมาได้ ยกตัวอย่าง เช่น ตํารวจ ต่อไปนี้ก็จะมีตํารวจที่ประเภท สบ. ๑๐ ทั้งหลายนะครับ นี่จะชักแถว เข้ามาเลยเข้ามาอยู่เป็น คตง. กัน และท่านก็รู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวนี้ในแทบทุกองค์กร ตํารวจ เข้าไปอยู่แทบทั้งสิ้น เขาถึงเรียกว่ากําลังจะเป็นรัฐตํารวจอย่างไรครับ นี่การเปิดช่อง โดยคณะกรรมาธิการไปแก้ไขตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นการเปิดช่องให้คนเหล่านี้สามารถเข้าไปได้ นอกจากนั้นก็ไปเพิ่ม (ข) เข้าไปอีก เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการผู้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูงหรือประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิหรือเทียบเท่า นั่นก็เอาสายวิชาการ สายผู้ทรงคุณวุฒิเปิดเข้ามาอีก ซึ่งผมก็ยังต้องการคําอธิบายเช่นกันว่าเราเปิดช่อง สําหรับคนเหล่านี้มาเพื่ออะไร ในเมื่อเจตนารมณ์เดิม ต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการบริหาร ในการเคยใช้เงินมา เคยเกี่ยวข้องกับการใช้เงิน ขององค์การต่าง ๆ มาเพื่อที่จะควบคุมอีกทีหนึ่ง แน่นอนเขาจะต้องการมีประสบการณ์ แต่คนเหล่านี้มีประสบการณ์หรือ นี่เป็นคําถามถึงคณะกรรมาธิการ ประเด็นสําคัญอยู่ที่ว่า ในข้อ ข นี้นะครับ เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ ประเด็นคําว่า เป็นหรือเคยเป็น มีความสําคัญ ไหมครับ เพราะนี่เป็นการเปิดช่องให้คนที่เป็นข้าราชการอยู่ในเวลานี้พร้อมที่จะเดินออกจาก ตําแหน่งของตัวเองแล้วก็ไปเป็น คตง. ได้ ขณะที่เจตนารมณ์เดิมผมเข้าใจว่าเขาต้องการเอาคนที่เคยทํางานมา เคยมีความรู้ เคยมีประสบการณ์ เคยเห็นปัญหามาแล้ว แล้วก็เข้าไปอยู่ในหน่วยงานนี้ ไม่ใช่คนที่อยู่ ณ เวลานั้น แล้วก็สามารถที่จะโยกตัวเองไปอยู่ใน คตง. ได้ ท่านประธานจะเห็นนะครับว่า ในคุณสมบัติข้ออื่น ๆ เช่น คุณสมบัติที่มีลักษณะต้องห้าม เขาไม่ให้คนที่เป็นอยู่เข้าไป ดํารงตําแหน่ง เช่น คนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นสมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการ การเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น เป็นอยู่นี้ไม่ได้ ต้องเป็นอดีตไปแล้ว แล้วก็ มีคุณสมบัติด้านอื่นบวกเข้าไปด้วย เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ เป็นตุลาการ ศาลปกครอง เป็นกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้ เป็นกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้ จะเห็นว่า เจตนารมณ์เขาไม่ต้องการให้คนที่มีดํารงอยู่เวลานั้นเป็น และก็สามารถที่จะโยกตัวเองไปเป็น คตง.
ในประเด็นที่ ๒ ของมาตรา ๖ มีการแก้ไขใน อนุมาตรา ๕ (จ) (จ) นั้น เขาเขียนว่าอย่างไร เคยดํารงตําแหน่งผู้บริหารระดับประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ ผู้จัดการ หรือตําแหน่งเทียบเท่า ที่เรียกชื่ออย่างอื่นของธุรกิจที่เป็นบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยต้องดํารงตําแหน่งดังกล่าวรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า สิบปี ผมติดใจในวรรคแรกเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วอันนี้เป็นความเดิมในร่างที่เรา ให้ความเห็นชอบกันในวาระที่หนึ่งนะครับ แต่กรรมาธิการไปเติมคําว่า รวม เข้าไป คือ โดยต้องดํารงตําแหน่งดังกล่าวรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี ผมก็สงสัย สงสัยว่าการเติม คําว่า รวม เข้าไปนี้มีเจตนาอะไร เพราะเจตนาที่จะเปิดกว้างให้ผู้บริหารภาคธุรกิจที่มีธุรกิจ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถือว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการ บริหารงานของภาคเอกชนเข้ามา และมีธรรมาภิบาลกํากับโดยตลาดหลักทรัพย์น่าที่จะ เป็นประโยชน์สําหรับงานของ สตง. ก็เปิดกว้างให้คนเหล่านี้เข้ามาเป็น คตง. ได้ แต่ท่านประธานครับ เราก็ทราบกันดีว่าเรามีนักบริหารประเภทรับจ้างที่อยู่ตามบริษัท ยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เข้าไปเป็นผู้บริหารที่รับจ้างในช่วงเวลาสั้น ๆ ๓ ปีบ้าง ๕ ปีบ้าง แล้วแต่เทอมในการจ้าง คนเหล่านี้ไม่ได้อยู่กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งต่อเนื่อง ขณะที่เรามีเจตนาที่จะให้เห็นว่าเขาได้มีบทบาทในการบริหารองค์กรอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี นั่นแปลว่าน่าที่จะอยู่ในองค์กรเดียว ที่เขาบริหาร ได้เห็นข้อผิดพลาด ได้เห็นข้อบกพร่องและเห็นปัญหาต่อเนื่องกัน ๑๐ ปี แต่นี่ท่านไปแก้บอกว่า รวม ๑๐ ปี ก็หมายความว่าเป็นที่ไหนก็ได้ รับจ้างที่โน่นที ที่นี่ที เสร็จแล้วรวมกันได้ ๑๐ ปี ท่านก็เปิดช่องให้เขาเข้ามา คําถามต่อคณะกรรมาธิการก็คือว่าแท้จริงแล้วเรากําลังขาดแคลน บุคลากรที่จะเข้าไปเป็น คตง. มากมายขนาดนั้นเลยหรือ เรากําลังหาคนที่อายุ ๔๕ ปี สัก ๗ คน ที่มีความรู้ความสามารถตามที่กฎหมายกําหนด มันขาดแคลนขนาดนั้นเลยถึงต้อง เปิดกว้างคุณสมบัติกันอย่างมโหฬารขนาดนี้ นี่เป็นประเด็นที่ผมอยากตั้งข้อสังเกต แล้วก็ ขอคําตอบไว้ในมาตรา ๖ นะครับ
ในมาตรา ๗ ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้าม ในมาตรา ๗ ใน (๑๑) เขียนไว้ว่า เคยต้องคําพิพากษาให้จําคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ เว้นแต่ เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ความในข้อนี้ข้อสงสัย ของผมก็คือว่า ๑. จากการที่เคยต้องโทษจําคุกมาเป็น คตง. นี้ไม่ได้ เว้นแต่โทษความผิดฐาน ประมาทและความผิดลหุโทษ กรรมาธิการไปแก้ไขเป็น เคยต้องโทษจําคุกแต่พ้นโทษมา ๕ ปี แล้วในวันที่เสนอชื่อ อย่างนี้เป็นได้ ผมคิดว่าเจตนารมณ์เดิมเขาไม่ต้องการให้คนที่เคยติดคุก มาเป็น คตง. แต่เมื่อไปแก้ไขแบบนี้ก็แปลว่าถ้าพ้นโทษมาแล้ว ๕ ปีก็เป็นได้อีก ก็มาเป็น คตง. ได้ ก็ต้องถามอีกว่าเจตนาคืออะไร คนที่เคยมีตําหนิเราอาจจะให้โอกาสกับเอาคนดีกลับคืน สู่สังคมมันมีช่องทางเยอะแยะ แต่มันไม่ใช่ช่องทางที่จะมาเป็น ๑ ใน ๗ ของ คตง. มันมีที่อื่น เยอะแยะไป นี่คือข้อสังเกตประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าในเชิงเทคนิคนะครับ การใส่ถ้อยความคําว่า โดยได้ พ้นโทษมายังไม่ถึง ๕ ปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ ไว้ก่อนหน้า คําว่า เว้นแต่เป็นโทษสําหรับ ความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษนั้นเป็นการวางผิดที่หรือไม่ เพราะการเขียน เช่นนี้เป็นการตีความได้ว่าถ้าต้องคําพิพากษาให้จําคุก ยกเว้นให้ได้เมื่อเวลาผ่านไป ๕ ปี แต่ถ้าเป็นโทษจากความผิดฐานประมาทหรือความผิดลหุโทษก็ไม่ยกเว้นให้ ยังเป็นข้อห้าม ก็อยากจะถามคณะกรรมาธิการว่าได้คิดดีแล้วหรือว่าการไปเติมความแบบนี้จากร่างเดิม โดยเจตนารมณ์ผมเข้าใจว่าท่านต้องการเว้นโทษความผิดว่า ๕ ปี แต่เมื่อไปวางไว้ตรงกลาง มันกลายเป็นว่าโทษทีหลังยอมไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นความผิดลหุโทษ ความผิดประมาทนี้ ท่านเป็น คตง. ไม่ได้ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นการวางถ้อยคําที่ผิดที่นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ในมาตรา ๗ (๑๒) (๑๒) บอกว่าเคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทํา การทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ข้อสงสัยของผมก็คือว่ากรรมาธิการไปเติมคําว่า เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือการกระทําทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ จากเดิม เขาบอกว่าถ้าเคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหรือหน่วยงานของรัฐมาเป็น ไม่ได้ นี่ท่านก็จํากัดเพียงว่าออกเรื่องอะไรก็ได้ ทําความผิดอะไรก็ได้ ถ้าไม่ใช่ความผิด เรื่องของการทุจริตก็มาเป็นได้ อันนี้ก็เป็นการเปิดกว้างอีก ฟังดูเหมือนกับว่าถ้าเป็นเรื่อง ทุจริตแล้วไม่ได้ แต่มันมีเรื่องอื่นอีกเยอะแยะที่ทําให้คนต้องถูกออกจากราชการ ให้ออกจาก ราชการหรือถูกปลดออกจากราชการ ก็ต้องถามกับคณะกรรมาธิการอีกว่ามีเจตนาอะไร อาจจะต้องเปิดกว้างให้เช่นนั้น ผมมีข้อเสนอท่านประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็คือในเรื่องของลักษณะต้องห้ามนี้แท้จริงแล้ว กรรมาธิการได้พิจารณาให้รอบคอบ คนที่มาเป็นคณะกรรมการ คตง. ซึ่งมีบทบาทสําคัญ อย่างที่กระผมได้เรียนในตอนต้นแล้ว จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฟ้นหาคนที่มีคุณสมบัติ ที่มีลักษณะเฉพาะจริง ๆ แล้วก็เป็นหลักประกันกับสังคมว่าเขาจะต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ใด ๆ กับสิ่งที่เขาต้องเข้าไปทํางาน เพราะว่าแท้จริงแล้วคนที่จะเป็น คตง. นี้เขาบอกว่า ต้องเป็นอิสระและเป็นกลาง นี่เป็นหลักสําคัญที่สุด ทั้งเขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ทั้งเขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นคนที่จะมาเป็นตรงนี้ข้อห้ามสําคัญประการหนึ่งผมคิดว่าที่ท่าน น่าจะนําไปพิจารณาก็คือว่าเขาต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการ ของ สตง. กิจการของ สตง. ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องของการไปตรวจสอบคนอื่น หรือตรวจสอบเรื่องของการเงินเท่านั้น แต่มันมีการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงานขององค์กร อะไรต่าง ๆ อีกเยอะแยะเลย มีสัญญากับหน่วยงานอื่น ๆ เหมือนกับหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐทั่วไป คําถามว่าถ้าผู้บริหารสูงสุดก็คือ คตง. ไปมีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างใดอย่างหนึ่งกับงานของ สตง. แล้วนี้ เขาจะปฏิบัติหน้าที่เป็น คตง. ได้อย่างไร เขาจะออกประกาศ เขาจะออกคําสั่ง เขาจะแต่งตั้งถอดถอนบุคคลภายในองค์กรได้อย่างไร นี่เป็นข้อสังเกตประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือการกําหนดโทษ ก่อนการกําหนดคุณสมบัติต้องห้าม ประการหนึ่งก็คือ เรื่องของการเคยต้องคําพิพากษาให้จําคุก ผมคิดว่าจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องวางบรรทัดฐานในเรื่องนี้ไว้สําหรับกฎหมายสําคัญอย่างนี้ก็คือว่า คนที่เคย ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ไม่ว่าเขาจะถูกจําคุกจริงหรือไม่ก็ตาม ถ้ามีคําพิพากษา ถึงที่สุดให้จําคุก ถ้ามีศาลเดียวศาลนั้นบอกให้จําคุก ก็ต้องถือว่าหมดคุณสมบัติ ถ้ามี ๓ ศาล ศาลฎีกาบอกว่าให้จําคุก ก็นั่นแปลว่า เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้ามาตรงนี้อีกแล้วนะครับ นี่เป็นประการหนึ่ง
ประการสุดท้าย ในข้อสังเกตเรื่องของลักษณะต้องห้ามก็คือว่า จําเป็น ที่จะต้องใส่ลักษณะต้องห้ามเรื่องของการถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบในการปฏิบัติงานไว้ด้วย เพราะว่าลักษณะต้องห้ามที่ท่านเขียนมาในมาตรา ๗ ทั้ง ๑๔ ข้อ (๑๔) มันใช้สําหรับ ข้าราชการ สําหรับคนเคยเป็นข้าราชการ แต่ว่าสําหรับภาคธุรกิจไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม อันนี้ไว้ ท่านลองนึกดูสิครับ เป็นกรรมการบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธานกรรมการ เป็นกรรมการผู้จัดการ แต่ว่าเคยถูกให้ออกจากงานเพราะทุจริตต่อหน้าที่ เขาสมควรจะเป็น คตง. ได้ไหม ก็ไม่ได้ แต่ท่านไม่เขียนคุณสมบัติอันนี้เอาไว้ นี่อาจจะเป็นความหลงลืมหรือ มองไม่เห็นประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพราะท่านไปเปิดช่องให้เขาเข้ามาเองครับ เปิดช่องให้ ภาคบริหารธุรกิจนี้เข้ามาเอง แต่ท่านไม่มีการกําหนดลักษณะต้องห้ามที่มีความสําคัญเช่นนี้ ไว้นะครับ ทั้งหมดทั้งปวงนี้ที่ผมได้นําเรียนกับท่านประธานก็เพื่อประเด็นหนึ่งก็คือ ๑. ซักถามความจําเป็นของคณะกรรมาธิการที่ไปปรับแก้ในประเด็นต่าง ๆ ๒. ข้อเสนอแนะ ที่กระผมคิดว่าจะทําให้เราจะได้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ คตง. เป็นที่ยอมรับ เป็นที่เชิดหน้าชูตา แล้วก็สามารถที่จะปฏิบัติงานได้อย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญที่สงวนความเห็นครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานีครับ ในมาตรา ๖ นี้ผมได้ สงวนความเห็นไว้จากการแปรญัตตินะครับ โดยในเรื่องแรก ผมเห็นว่าคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรจะกําหนดอายุไว้เพียง ๓๕ ปีบริบูรณ์เท่านั้น ผมไม่เห็นด้วยในการกําหนดอายุไว้ ๔๐ ปี เหตุผลก็คือแม้ว่าเราจะมี อายุมาก อย่างผมนี้ ๖๐ ปีขึ้นไปแล้วก็ไม่ควรจะเขียนกฎหมายกีดกันสําหรับคนหนุ่ม ที่จะเข้ามารับผิดชอบอนาคตของประเทศชาติในคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ
อันที่ ๒ ผมแปรญัตติเรื่องคุณสมบัติใน (๔) ผมเพียงแต่จัดหมวดหมู่ว่า ถ้าเป็นเรื่องทางสังคมก็ให้ควรทางสังคมเท่านั้นนะครับ (๔) ที่เพิ่มไป สุดท้ายคุณสมบัติ ตาม (๕) ก ผมเห็นด้วยกับทางกรรมาธิการที่ตัดเรื่องตําแหน่งที่สูงขึ้นคืออธิบดี ท่านเขียนไว้ เป็นระดับ ๑๐ แต่ผมมีความเห็นลงมากกว่านั้นก็คือว่า ตําแหน่งระดับ ๙ หรือเทียบเท่า ก็ควรจะมีโอกาสในการเข้ามาเป็นกรรมการ ถ้าได้รับ การยอมรับ แล้วกระผมเห็นแตกต่างจากกรรมาธิการก็คือว่าควรจะเป็นตําแหน่งทางบริหาร เพราะตําแหน่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นคณะกรรมการที่มาดูแลเรื่องการบริหาร ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าความเห็นผมนี้ กรรมาธิการไม่เห็นด้วย แล้วผมก็สงวนความเห็นในการแปรญัตติไว้ แล้วก็อนุกรรมาธิการ กลั่นกรองหรือวิปของรัฐบาลได้ดูกฎหมายนี้แล้ว แล้วมติของพรรคยืนตามกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ผมจึงไม่ติดใจที่จะให้โหวต แต่ว่าต้องการแสดงความเห็นเป็นจุดยืนทาง กฎหมายไว้ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ คุณหมอวรงค์ติดใจไหมครับ เชิญครับ พอคุณหมอวรงค์แล้ว เดี๋ยวกรรมาธิการ ตอบนะครับ ผมจะขอมติ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการเปลี่ยนแปลงในมาตรานี้ คือมาตรา ๔ ที่มีการแก้ไขทั้งมาตรา ๖ ของร่างเดิม และมาตรา ๗ ผมเข้าใจดีว่าบทบาทหน้าที่ของ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เราต้องยอมรับถือว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เจตนาของรัฐธรรมนูญต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดินอย่างเป็น อิสระแล้วก็เป็นกลาง ดังนั้นการมีคณะกรรมการรวมทั้งท่านประธาน ๑ ท่าน บวกคณะกรรมการ ๖ ท่าน เบ็ดเสร็จเป็น ๗ ท่าน มีหน้าที่ในการตรวจเงินแผ่นดินทั้งแผ่นดินท่านประธาน ดังนั้น บุคคลสําคัญ ๖-๗ ท่านนี้ต้องมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ผมดูในร่างที่มีการนําเสนอเข้ามานี้ โดยหลักการแล้วก็เห็นด้วยแล้วก็รับได้ แต่หลังจากอ่านดูที่คณะกรรมการมีการแก้ไข ในข้อ (๔) ในส่วนของรายละเอียดแล้วเป็นข้อ ๆ ก็ดูแล้วแปลก ๆ ท่านประธาน จนผม มีความกังวลว่าท่านคณะกรรมาธิการกําลังแฝงเร้นด้วยยาพิษใด ๆ หรือไม่ ผมย้ํานะครับว่า การแก้ไขของคณะกรรมาธิการกําลังแฝงเร้นยาพิษเข้าสู่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือไม่ ดังข้อสังเกตดังต่อไปนี้นะครับ ถ้าท่านสามารถชี้แจงได้ก็โอเค ถ้าชี้แจงไม่ได้ ท่านกลับไปอยู่ร่างเก่าดีกว่า เหมือนท่านสมาชิกทุกคนพูดครับท่านประธาน เพราะทุกคน อ่านแล้วมีความรู้สึกมันผิดปกติ โดยเฉพาะ (ก) ที่เจตนาของคณะกรรมการ คือถ้าเราดู โดยหลักการกว้าง ๆ เราต้องการผู้บริหาร เราต้องการนักวิชาการ เราต้องการมืออาชีพด้านบัญชี และสุดท้ายคือเราต้องการนักบริหารจากเอกชน อันนี้คือหลักการ ๔ ประเด็น แต่เวลาท่าน ไปใส่หรือมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอาแค่นักบริหาร เจตนาต้องการนักบริหาร นักบริหารก็คือ คนที่มีระดับ ๑๐ ซี ๑๐ ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่า ตอนที่เราพิจารณากรรมาธิการ งบประมาณ เราจะรับทราบว่าในประเทศเรานี้หลัก ๆ มีประมาณ ๔๐๐ กรม หรือเทียบเท่า ๔๐๐ กรม ก็คือมีอธิบดีประมาณ ๔๐๐ คน นี่เยอะนะครับท่านประธาน แล้วรวมกับอดีต อธิบดีแต่ละปีที่เกษียณไปอีก คนระดับอธิบดีที่เคยเป็นหรือเป็นอยู่หลายพันคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ปรากฏว่าท่านไปตัดหลักเกณฑ์นี้ ท่านบอกว่า พูดง่าย ๆ คือตัดข้อบังคับที่เป็นอธิบดีออก แต่เอาแค่ข้าราชการระดับ ๑๐ เท่ากับเป็นการเปิดกว้าง ลําพังเปิดกว้างด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ผมโอเค เรารับได้ แต่วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างที่รัฐบาลชุดนี้ทําขึ้นมาเรากลัวรัฐตํารวจ ท่านประธาน คือการที่ท่านแก้ไขตรงนี้มันก็ทําให้นายตํารวจระดับ ๑๐ หรือเป็นอดีต นายตํารวจระดับที่มีซีระดับ ๑๐ ที่เทียบเท่าโดยที่ ก.พ. เป็นคนเทียบ คือเรามีความกังวล ตรงนี้เป็นอย่างยิ่งครับ เนื่องจากว่าขณะนี้พฤติกรรมที่รัฐบาลได้กระทํามานี้ ส่งตํารวจ ไปคุมหมด แม้แต่องค์การคลังสินค้า ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ดูแลเรื่อง ข้าว ดูแลหลาย ๆ อย่างที่เป็นพืชเกษตร เอาตํารวจไปเป็นประธานบอร์ดองค์การคลังสินค้า เอาคนมียศไปเป็นบอร์ดขององค์การคลังสินค้า ฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการท่านแก้ตรงนี้ ท่านต้องชี้แจงให้พวกเรานะครับ ในเมื่อเจตนาต้องการนักบริหาร นักบริหารในระบบราชการ คืออธิบดี แต่ท่านตัดคําว่า อธิบดี ออก เอาแค่ไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่าเท่านั้นเอง ก็เท่ากับท่านเปิดกว้างหมด อะไรจะเกิดขึ้นครับ ถ้าตํารวจเข้าไปครอบงํา คตง. แล้วอะไร จะเกิดขึ้น คือเจตนามันดีอยู่แล้ว เราต้องการระดับอธิบดีที่มีประสบการณ์ในการบริหาร ราชการแผ่นดิน แล้วคนเหล่านี้ถูกเฟ้นเข้ามาเพื่อมาเป็น ๑ ใน ๖ ของคณะกรรมการ คตง. ถ้าบวกกับ ท่านประธานด้วยก็เป็น ๗ คน มาดูแลเงินของแผ่นดินทั้งหมด และผมว่าขณะนี้สิ่งที่ท่านแก้ ท่านตอบสังคมไม่ได้ ผมขอความกรุณาท่านคณะกรรมาธิการ คือไม่อยากให้รู้สึกว่ามีธงนํามา หรือเปล่าว่าต้องการให้เอากลุ่มคณะใครบางคนที่ไม่ได้เป็นอธิบดี เพราะมันเยอะมาก ท่านประธาน เดี๋ยวนี้ข้าราชการที่มีระดับ ๑๐ ที่เทียบเท่าแต่ไม่ใช่อธิบดีเยอะมาก ทุกกรม กอง แต่ผมย้ํากับท่านประธานแล้วว่าคนที่เป็นระดับอธิบดีในประเทศเรามันก็เยอะ อยู่แล้ว เอาคนเหล่านี้เข้าไปเถิด ในเมื่อเจตนาของกฎหมายต้องการระดับผู้บริหารเข้าไป ทําหน้าที่ แต่ท่านเปิดโอกาสให้คนที่เทียบเท่าเข้าไปนี้เท่ากับท่านมีธงหรือไม่ในการที่จะเอา คนเหล่านี้ที่ไม่ได้เป็นอธิบดี แต่ได้ซี ๑๐ ไปแล้วเข้าไปทําหน้าที่ คตง. ซึ่งถือว่าเป็นองค์กร สําคัญและเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ยิ่งเป็นการตอกย้ํา คือท่านกลัวว่าลําพัง (ก) อย่างเดียว ตัดอธิบดีออกไปแล้วมันไม่หนําแก่ใจ ท่านก็เขียน (ข) ขึ้นมาเพื่อเป็นการตอกย้ําว่า ขอให้เป็น หรือเคยเป็นข้าราชการผู้ดํารงตําแหน่งบริหารระดับสูงหรือประเภทวิชาการระดับ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือเทียบเท่า จริง ๆ แล้ว (ก) กับ (ข) มันไม่ต่างกันมากหรอก แต่เป็นการ ตอกย้ําเพื่ออย่างน้อยท่านก็มีเจตนาที่จะเอานักวิชาการหรือคนที่มีฐานะเทียบเท่าคล้าย ๆ (ก) มาทําหน้าที่เป็นคณะกรรมการ คตง. ดังนั้นผมสงสาร คตง. ครับท่านประธาน เจตนา รัฐธรรมนูญเขาต้องการให้ คตง. เป็นองค์กรอิสระ ต้องการได้คนมีความรู้ความสามารถ แต่พวกท่านมาแก้ไขอย่างนี้มันตอบสังคมไม่ได้ แล้วผมทํานายไว้ว่า ผมเรียนตรง ๆ จากใจ ด้วยความบริสุทธิ์ใจเลยท่านประธาน เราไม่ต้องการเห็นรัฐตํารวจเข้าไปครอบงํา คตง. ที่เป็น หน่วยงานที่ตรวจสอบฐานะทางการเงินของประเทศ ท่านแก้อย่างนี้แล้วมันจะเกิดขึ้นแน่นอน ครับท่านประธาน ผมบอกเลยว่าประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง มันของลูกหลานเรา พวกเราก็อยู่ได้อีกไม่นาน ผมย้ําจังเลยครับท่านประธาน ถึงผมอายุยังน่าจะอยู่ได้อีกหลายปี เดี๋ยวพวกเราก็แก่ตายกันแล้ว หลายคนก็เจ็บไข้ได้ป่วย เราน่าจะสร้างกติกาที่ดี ๆ ให้กับ สังคมของเรา สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือคณะกรรมการ คตง. ก็เป็นหน่วยงาน ตามรัฐธรรมนูญ เราก็น่าจะสร้างกติกาที่ดี ๆ ให้คนเหล่านี้ให้ลูกหลานของเราได้เลือก กรรมการที่ดี ๆ ไปทําหน้าที่ในองค์กรเหล่านี้ ไม่ใช่พยายามเข้าไปแทรกแซง ๆ แล้วสุดท้าย ประเทศมันก็มีปัญหา ประเทศมีปัญหาอย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่าบางครั้งต่างประเทศเวลาเขามอง มาที่หน่วยงานของท่าน หน่วยงาน สตง. หรือ คตง. เขาก็อาจจะดูถูกนะครับท่านประธาน ท่านประธานเคยไปต่างประเทศเรารู้นี่ สามัญสํานึกเวลาเราไปต่างประเทศ เวลาเขามอง กลับมาที่องค์กรของพวกเรา ถ้าเราทําดีเขาชื่นชม เราทําไม่ดีเราสัมผัสได้ว่าเซนส์ (Sense) เขาคุยกับเราเขาดูถูกเรา เราอยากจะให้ต่างชาติมาดูถูก คตง. ของเราหรือว่ากําลังถูก แทรกแซงอีกแล้ว ประเด็นถัดมาเหมือนกันครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าช่วยกันตอกย้ําเฉย ๆ เผื่อคณะกรรมาธิการจะเปลี่ยนใจกลับไปยืนในร่างเดิม ที่ขีดเส้นข้างหลังมันตอบสังคม ไม่ได้เลย ท่านก็ต้องดู (ง) อีก คือเจตนาของ สตง. ในการเสนอร่างเข้ามาก็ชัดเจนอยู่แล้วครับ ว่าต้องการนักบัญชี ก็คือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีหรือวิชาชีพ บัญชี ก็ชัดเจน กลับกลายเป็นว่าวงเล็บนี้ท่านไปบังคับ คือบังคับว่าจะต้อง และดํารงตําแหน่ง บริหารในหน่วยงานภาครัฐ ก็คือต้องเป็นข้าราชการ แล้วก็ยังมี หรือผู้บริหารตรวจสอบบัญชี ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอย่างสม่ําเสมอ และต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี กลับกลายเป็นว่าท่านกําลังบีบเข้ามาเพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น ดังนั้นผมอยากจะเรียนท่านคณะกรรมาธิการ คือผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนอาจจะไม่ได้ อ่านรายละเอียด แต่ผมเชื่อว่าถ้าสามัญสํานึกของความเป็นผู้แทนในการทําหน้าที่เพื่อ ประชาชน เพื่อประเทศชาติ สิ่งที่ท่านเสนอเข้ามา แก้ไขเข้ามามันตอบโจทย์ประเทศไทยไม่ได้ แต่เป็นการชี้โพรงให้มีการเข้ามาครอบงําองค์กรที่เรียกว่า คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ที่มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่งและเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ท่านต้องชี้แจงครับ ได้โปรดชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง ผมสงสารประเทศไทยครับ เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผมอยากจะเล่นการเมืองต่อไปได้นานหรือไม่ เพราะเห็นอย่างนี้แล้วเบื่อครับท่านประธาน เห็นอย่างนี้นึกไม่ถึง นักการเมืองสมัยนี้เป็นอย่างนี้หรือ ผู้แทนประชาชนเข้ามานั่งกันเต็มไปหมด ใช้สติปัญญาในการคิดกฎหมายได้แค่นี้เองหรือท่านประธาน ผมไม่ต้องการอย่างนี้ ผมอยากให้ผู้แทนประชาชนทุกคนเรามาใช้สติในการคิดกฎหมายแต่ละข้อ อย่างนี้ไม่ได้ เราต้องช่วยกัน ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ถ้าเป็นกฎหมายสําหรับองค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เพื่อให้ศักดิ์ศรีของชาติไทยเราในการดํารงอยู่ ให้ สตง. ดํารงอยู่และไปยืนอยู่ ต่างประเทศเขาบอกโอเคประเทศเรานี้กฎหมายโอเคเลย แต่วันนี้ท่านแก้กฎหมายให้มี การแทรกแซงถามว่าศักดิ์ศรีผู้แทนประชาชนทุกคนคิดเหมือนกันไหม ผมอยากให้ทุกคน คิดเหมือนกัน ท่านประธานก็ต้องคิดเหมือนพวกผมด้วย ผมทํานายพวกเราอยู่ได้ไม่นานครับ ท่านประธานลูกหลานเราต้องอยู่เพราะฉะนั้นกฎหมายต้องดีครับ อย่าสร้างกฎหมายที่เปิด โอกาสให้มีการแทรกแซงได้ง่ายขึ้น คําถามถามว่าทําไมผมกังวล เพราะว่ามันเกิดขึ้นมาแล้ว ผมเห็นวงการข้าวตํารวจเข้ามาแทรกแซงเต็มไปหมดเลยท่านประธาน และแทรกแซงแล้ว แทนที่ประเทศจะเจริญชาติจะล่มจม เพราะฉะนั้นเหมือนกันผมก็ต้องการให้เห็นเกิดการ แทรกแซงใน คตง. แล้วท่านมาดูในมาตรา ๗ มันก็เหมือนเดิมอีกโดยเฉพาะ (๑๑) ซึ่งเจตนา ก็คงไม่ต้องการให้คนติดคุกที่ศาลเคยมีคําพิพากษาให้จําคุก มาทําหน้าที่มาเป็น คตง. แต่ท่าน ก็เปิดกว้างให้เลยว่าถ้าติดคุกเกิน ๕ ปี ภาษาชาวบ้าน มาเป็นกรรมการ คตง. ได้ ประเทศเรา จะขาดคนมากขนาดนั้นเชียวหรือท่านประธาน คําถามถามว่า ๖ อรหันต์ หรือ คตง. ๖ คน สังคมไทยเราจะขาดแคลนคนถึงขนาดว่าต้องเว้นวรรคไว้ว่าถ้าคุณติดคุกเกิน ๕ ปี แล้วคุณ เข้ามาเป็นได้ ประเทศเราไม่ขาดแคลนคนดีขนาดนั้น ทําไมท่านต้องไปเขียนเพิ่มเติมว่า ถ้าพูดภาษาชาวบ้านถ้าพ้นคุกเกิน ๕ ปีแล้วกลับมาเป็นได้ ผมว่ามันดูแล้วมันก็ผิดปกติ ท่านประธาน หรือว่ามีใครบาคนที่เคยติดคุกและเกิน ๕ ปีแล้ว อยากจะเข้ามาเป็น คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มันดูแปลก ๆ ท่านประธานครับ ด้วยสามัญสํานึก ของความเป็นผู้แทนประชาชนที่มาทําหน้าที่ในนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าผมคง พยายามที่จะตอกย้ําให้กับท่านคณะกรรมาธิการอย่างน้อยเป็นการเตือนสติในสิ่งที่ท่านได้ แก้ไขเข้ามา และผมเชื่อว่าขณะนี้สิ่งที่ท่านได้แก้ไขเข้ามาอย่างที่ผมอ่านด้วยสามัญสํานึก ของผมแล้วมันยังตอบสังคมได้ขอให้ท่านได้โปรดชี้แจงครับ และผมก็คิดว่าถ้าท่านชี้แจงไม่ขึ้น ท่านชี้แจงไม่ได้ก็กลับไปใช้ร่างเดิม ก็ขออนุญาตอภิปรายเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวให้กรรมาธิการตอบก่อนครับ เชิญกรรมาธิการครับ ท่านจุฤทธิ์ค่อยมาตราอื่นก็ได้ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ ที่อนุญาตให้ผมได้ตอบคําถามเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายในมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ผมจะขออนุญาตตอบไปตามลําดับในประเด็นที่ทุกท่านได้ตั้งข้อสังเกต และเสนอแนะเข้ามา ผมขออนุญาตเริ่มที่ท่านประเสริฐ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เพราะว่าท่านตั้งประเด็นเริ่มตั้งแต่รับหลักการ ข้อคับข้องใจของท่านที่บอกว่าทําไมต้องรับ เอาร่างของตัวกระผมเอง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว และคณะ เป็นร่างหลักในการพิจารณา ประเด็นนี้ผมเองคงอธิบายกับท่านไม่ได้นะครับ เพราะว่าเป็นมติสภาการที่จะพิจารณา ให้ร่างใดเป็นร่างหลักกรรมาธิการไม่ได้คิดเองนะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๔ ที่พวกเรา ช่วยกันเขียนช่วยกันปฏิบัติก็เห็นชัดเจนว่าถ้ามีหลายร่างสภาต้องกําหนดว่าให้ใช้ร่างใด เป็นร่างหลักในการพิจารณา เมื่อสภากําหนดให้ใช้ร่างของตัวกระผมและคณะเป็นร่างหลัก ในการพิจารณาก็จําเป็นต้องใช้ร่างที่สภากําหนดให้เป็นร่างหลัก มิได้หมายความว่าพวกผม เป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลแล้วต้องมากําหนดร่างผมไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ สภาตรงนี้เอง เป็นผู้กําหนดไป ต้องขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ในประเด็นนี้
ในประเด็นที่ท่านกรรมาธิการได้สงวนคําแปรญัตติ ผมขออนุญาตเริ่มที่ ท่านอานิกนะครับ ท่านอานิกได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ ในวรรคสอง ซึ่งว่าด้วยคุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็วรรคสามซึ่งเป็น คุณสมบัติเฉพาะนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านอานิกแล้วก็เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพว่า เรื่องกําหนดคุณสมบัติกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเราเขียนคุณสมบัติหลักเอาไว้ ๔ วงเล็บ นี่คือคุณสมบัติหลักนะครับ ใน ๔ วงเล็บนี้ท่านอานิกเอง ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ได้แปรญัตติเรื่องของจํานวนบุคคลที่แตกต่างไปจากร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้พิจารณา เช่น (๑) ท่านแปรญัตติตัดให้เหลือ ๑ คน ในร่างของกรรมาธิการเป็นผู้ มีประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดินจํานวน ๒ คนนะครับ ท่านตัดให้เหลือ ๑ คน โดยข้อจํากัดว่ามันมีแค่ ๗ คนนี้ ท่านก็เอาไปบวกใน (๓) ของท่านนะครับ เติมเรื่องของผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้าน เศรษฐศาสตร์เข้าไป ตรงนี้กรรมาธิการเองก็เห็นชอบด้วยนะครับแต่ว่าดูภาพรวมแล้ว การตรวจเงินแผ่นดินเป็นวิชาชีพเฉพาะครับ และการตรวจเงินแผ่นดินเป็นวิชาชีพ ถ้าสมมุติว่าผู้ที่มีประสบการณ์ด้านตรวจเงินเหลือเพียง ๑ คนนี้นะครับการทํางาน ก็น่าจะมีปัญหา เราให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ในวงเล็บนี้เป็น ๒ คน เพราะถ้าวงเล็บนี้ เป็น ๒ คน ในวงเล็บอื่นก็ต้องลดหลั่นจํานวนไปให้สอดคล้องกับกรรมการทั้ง ๗ คน ในประเด็นนี้
ประเด็นที่ ๒ ในวรรคสองนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านอานิก ด้วยความเคารพนะครับ ข้อแปรญัตติของท่าน ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น (ก) (ข) หรือ (ค) กรรมาธิการรับเอาของท่านมา เห็นชอบ ตามท่านเลยนะครับ ไม่ได้ขัดแย้งเลย โดยเฉพาะประเด็นที่ผมต้องขออนุญาต และมี เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้สอบถามว่าทําไมเราไปแก้ใน (ก) หลายท่านนะครับ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะว่าท่านตั้งข้อสังเกตว่าเดิม (ก) ใช้คําว่า เป็นหรือเคยเป็น อธิบดี หรือข้าราชการ ซึ่งดํารงตําแหน่งทางบริหารที่มีอํานาจบริหาร กําหนดชัดครับ ตรงนี้ชัด เราก็ยอมรับครับว่าเป็นหรือเคยเป็นอธิบดีหรือเทียบเท่าอธิบดี แต่ว่าต้องเป็น บริหาร เรามาคิดมากครับในเรื่องนี้ กรรมาธิการต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านว่าเราคิดบนพื้นฐานของการนํากฎหมายไปสู่การปฏิบัติ ร่างของผมเองในคณะถูกแก้ไขครับ ถูกแก้ไขผมก็ยอม เพราะว่าเรามองถึงว่าถ้านํากฎหมาย ไปสู่การปฏิบัติแล้วปฏิบัติไม่ได้ มันจะเกิดปัญหา ปัญหาอันดับแรกสุดนะครับ ถ้าเขียนตามที่ ร่างผมเสนอ ร่างของท่านผู้ว่าการเสนอ และร่างพวกเราเสนอไปมันจะมีปัญหาการตีความ นะครับ ข้าราชการตําแหน่งเทียบเท่าบริหารตรงนี้ เราเองเราต้องการให้ความชัดเจนมากขึ้น นะครับ ประเด็นแรกสุดก็คือข้าราชการที่เคยดํารงตําแหน่งเทียบเท่าอธิบดี เรากําหนด ให้ชัดเลยครับ เพราะว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงระบบราชการ จากระบบซีมาเป็นระบบแท่ง ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ซีครับ ถ้าเราต้องการให้กลุ่มที่เป็นซีอยู่แล้วมีโอกาสเข้ามาสู่ตําแหน่งนี้ได้ ซึ่งการเข้ามาสู่ตําแหน่งนี้ถือว่าเป็นคุณสมบัติประกอบนะครับ (ก) ถึง (จ) ในร่างของ กรรมาธิการเป็นคุณสมบัติประกอบเท่านั้น อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นครับ ไม่ใช่คุณสมบัติ หลักนะครับ คุณสมบัติหลักท่านต้องไปดูข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ เราให้โอกาส ถ้าเป็นคน ที่เคยเป็นข้าราชการแล้วมีระบบซีอยู่เดิม เราเขียนไว้ชัดครับเพื่อป้องกันการตีความ ถ้าเป็นระดับ ๑๐ เดิม เข้ามาได้เลย แต่ทีนี้ว่าถ้าเขียนอย่างนั้นแล้วถามว่าคนที่เทียบเท่า ตําแหน่งบริหาร ปัจจุบันนี้ทําอย่างไร เราก็มีความจําเป็นต้องบัญญัติ (ข) ให้เลยครับ (ข) ก็มาตอบคําถามว่าคนที่เป็นหรือเคยเป็นอยู่ในปัจจุบัน ยอมรับครับว่ากรรมาธิการมอง ในภาพกว้างมากกว่าร่างเดิม เราเปิดโอกาสกว้างขึ้น เป็นหรือเคยเป็นตําแหน่งที่เทียบเท่า อธิบดีหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ใน (๒) เราให้เข้ามา เราให้เข้ามาบนพื้นฐานว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่ง เท่านั้นเองนะครับ ต้องไปดูข้างบนก่อน อันนี้คือสิ่งที่กรรมาธิการได้แก้ไขในเรื่องของ (ก) และ (ข) ในสิ่งที่ท่านสมาชิกได้สอบถามเพิ่มเติมจากเรื่องคุณสมบัตินะครับ ประเด็นที่เราแก้ ตรงนี้ ถามว่ามันจะมีปัญหาสู่การปฏิบัติหรือไม่ กรรมาธิการคิดมากครับในเรื่องนี้ ก็เลย ขมวดท้ายให้ในวรรคท้ายนะครับว่าการเทียบตําแหน่งตาม (ก) และ (ข) ให้นําหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการเทียบเท่าของ ก.พ. มาบังคับใช้ เพราะตัวนั้นมันเป็นกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าเกิด การตีความอันนี้ก็เอาตรงนั้นมาใช้ได้เลยนะครับ เพื่อป้องกันการลักลั่นในการปฏิบัติก็เลย เขียนให้อย่างชัดเจนในประเด็นนี้นะครับ สิ่งที่ท่านสมาชิกถามใน (จ) โดยเฉพาะท่านอภิชาต ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับว่าทําไมร่างเดิมไม่เขียนคําว่ารวมไว้ แต่กรรมาธิการไปเติม คําว่ารวม ประเด็นนี้เจตนารมณ์เราต้องการเปิดกว้างครับ เดิมนี้ถ้าไปตีความเฉพาะตําแหน่ง ก็คืออยู่ในตําแหน่งนั้นได้ ๑๐ ปีถึงจะเข้าสู่ตําแหน่งนี้ได้ เป็นคุณสมบัติประกอบนะครับ ไม่ใช่คุณสมบัติหลัก กรรมาธิการก็เห็นว่าถ้าคุณมีประสบการณ์ทางด้านการบริหาร แล้วในบริษัทเอกชนหรือตลาดหลักทรัพย์แล้ว คุณเป็นบริษัทนี้ ๕ ปี บริษัทนี้อีก ๕ ปี ก็สามารถมารวมกันได้นะครับ แต่อย่างไรก็ต้อง ๑๐ ปี ประเด็นนี้ต้องยอมรับว่าเราเปิดกว้างให้กับคนที่มีคุณสมบัติเขาได้เข้ามาสู่การคัดเลือก มีคุณสมบัติเฉพาะการคัดเลือกเท่านั้น ประเด็นในเรื่องของข้อคําถามที่ท่านเองก้าวล่วงไป ในมาตรา ๗ ซึ่งขออนุญาตท่านประธานนะครับ เมื่อสมาชิกอภิปรายแล้วผมขออนุญาต ตอบเลยนะครับ ในมาตรา ๗ ใน (๑๑) และ (๑๒) ใน (๑๑) ท่านอภิชาตได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทําไมกรรมาธิการถึงได้ไปเติมข้อความโดยเติมคําว่า โดยได้รับโทษมายังไม่ถึง ๕ ปี นับแต่วันที่ได้รับการเสนอชื่อ เหตุผลที่เราเติมตรงนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ เราไปดูกฎหมายเทียบเคียงกฎหมาย ป.ป.ช. ครับ ป.ป.ช เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เสมือน สตง. หรือ คตง. ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเหมือนกัน กฎหมาย ป.ป.ช. ออกตาม รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ซึ่งทันสมัยกว่าของ คตง. ที่ออกเป็นของปี ๒๕๔๒ เพราะฉะนั้น คุณสมบัติที่เทียบเคียงกันเราก็ไม่เขียนให้เหมือนกันและสอดคล้องกัน เพราะระดับ ของอํานาจหน้าที่ใกล้เคียงกัน นี่คือเหตุผลที่เราต้องเติมเข้าไปและก็เป็น (๑๒) ด้วยนะครับ (๑๒) เราก็เทียบเคียงกับ ป.ป.ช. นี่คือเหตุผลที่กรรมาธิการเติมเข้าไปมิได้บอกว่าเราต้องการ ที่จะเปิดโอกาสหรือเปิดช่องให้แต่ผู้ใด ประเด็นข้อคําถามของท่านที่เกี่ยวกับการเขียนและ เปิดโอกาสให้กับคนที่เข้าใจว่าจะเข้ามาครอบงําผมต้องขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคุณหมอวรงค์ด้วยความเคารพนะครับ ประเด็นที่ท่านตั้งข้อสังเกตก็เป็นประเด็นที่ กรรมาธิการก็คิดกรรมาธิการได้พูดถึงกันค่อนข้างมากในเรื่องนี้เหมือนกัน เรามาดูตําแหน่ง แล้วหลายตําแหน่งเราก็คิดว่าถ้าเราเขียนไปเปิดโอกาสมันจะมีปัญหามาก โดยเฉพาะในสิ่งที่ ท่านตั้งข้อสังเกตใน (ง) ผู้สอบบัญชีเดิมนะครับ ร่างเดิมผมเองยอมรับว่าร่างผมไม่มี ความชัดเจนและยากต่อการปฏิบัติมาก เพราะว่า (ค) เดิมเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตาม กฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีหรือวิชาชีพบัญชี ถ้าเขียนอย่างนี้เป็นร้อยครับ เป็นร้อยแค่จบ ปริญญาตรีสามารถจดทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีแล้วเข้าสู่ตําแหน่งนี้ได้เลย เพื่อป้องกันและก็มี ความจํากัดมากขึ้นเราอนุญาตให้ผู้สอบบัญชีแต่ก็มีคําว่า และ นะครับ คุณเป็นผู้สอบบัญชีได้ แต่ต้องเป็นผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารในหน่วยงานด้วยเติมคุณสมบัติเข้มเข้าไปอีก เราไม่ เปิดกว้างครับ บางเรื่องเราไม่เปิดกว้าง บางเรื่องเราเปิดกว้าง เพราะฉะนั้นในสิ่งที่กรรมาธิการ ได้พิจารณาในร่างมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ และมาตรา ๗ กราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับ กรรมาธิการมั่นใจว่าสิ่งที่เราทําจะสามารถนําสู่ปฏิบัติได้และต้องเน้นย้ํา
ประการสุดท้ายครับ คุณสมบัติที่เราให้ไปไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้เป็น เพราะมีกรรมการสรรหาเลือกกรรมการอีกทีหนึ่งกรรมการสรรหาเราเขียนไว้มาตรา ๘ ซึ่งเราจะเข้าไปอภิปรายเราจะไปพิจารณากัน หลักประกันกรรมการสรรหาถ้าเราเชื่อมั่น ในตรงนั้นนะครับ หนึ่งในนั้นมีผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย มีท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรด้วย มีประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน ศาลฎีกา และคนที่ประธานศาลปกครองเลือก คนที่ประธานศาลฎีกาเลือก และคณะกรรมการ ศาลฎีกาเลือกเข้ามาอีก ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกากับที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครอง เลือกมาที่ละ ๑ คน ท่านเหล่านั้นจะมาเป็นกรรมการสรรหากรรมการนะครับ ยึดเอา คุณสมบัติหลักเป็นเกณฑ์แล้วเติมเต็มด้วยคุณสมบัติประกอบนะครับ (ก) (ข) (ค) (ง) และ (จ) กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กรรมาธิการขอยืนร่างของกรรมาธิการครับ
เดี๋ยวท่านอานิกก่อนนะครับทีละท่าน เชิญท่านอานิกเอาประเด็นสั้น ๆ ครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน อานิก อัมระนันทน์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนแรกจะยังไม่ใช้สิทธิพาดพิง แต่ส่วนแรกประเด็นเรื่ององค์ประกอบสัดส่วนของผู้ที่จะมาเป็นกรรมการความรู้ความชํานาญ ต่าง ๆ เมื่อสักครู่ที่ท่านชลน่านได้อธิบายว่าไม่อย่างนั้นแล้วถ้าเป็นตามที่ดิฉันเสนอ ผู้มีประสบการณ์ทางการสอบบัญชีจะน้อยเกินไป ดิฉันก็ขอเรียนว่าจริง ๆ แล้วระดับ คตง. คือเทียบเท่ากับระดับบอร์ด (Board) ไม่จําเป็นจะต้องมีความรู้ละเอียดนะคะ เพราะเราก็จะ มีผู้ว่า สตง. มีผู้ปฏิบัติอีกเยอะ แต่อันนี้ก็เป็นมุมมองที่ต่างกัน ประเด็นที่ท่านยังไม่ได้ชี้แจง คือเรื่องของข้อเสนอเรื่องภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ก็ขอฝากตรงนั้น
แต่อีกส่วนหนึ่งดิฉันขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงค่ะ ท่านประธานคะ เพราะ ท่านชลน่านเอ่ยชื่อดิฉันในลักษณะที่เหมือนกับว่าดิฉันเป็นคนเสนอการแก้ไขคุณสมบัติของ ข้าราชการใน (ก) (ข) ดิฉันไม่ได้เป็นผู้เสนอ แต่ยอมรับว่า ณ จุดนั้นดิฉันไม่ได้คัดค้าน เพราะว่าดิฉันรู้ไม่เท่าทัน ยอมรับนะคะ แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปแล้วก็ก่อนที่จะเข้าสู่ วาระที่สองในวันนี้ ดิฉันก็ได้กลับไปอ่านทบทวนแล้วก็รู้สึกว่าเห็นภยันตรายอย่างที่ดิฉัน และเพื่อน ๆ สมาชิกอีกหลายท่านได้อภิปรายไปของการที่เราเปิดกว้างในส่วนของข้าราชการ แล้วก็ไม่จํากัดเฉพาะบุคคลที่เลือกสรรแล้ว ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านหนึ่งก็ได้อธิบายแล้วว่าอาจจะ มีตั้ง ๔๐๐ คนเพียงพอแก่การเลือก ดิฉันคิดว่ามันก็เป็นอันตราย เพราะฉะนั้นก็ยังยืนยันตรงนี้ แล้วก็บอกว่าไม่ได้เป็นผู้เสนอนะคะ แต่ถึงอย่างไรยอมรับว่าไม่ได้คัดค้าน แล้วก็คิดว่า เป็นเรื่องของกระบวนการพิจารณากฎหมายที่เรามีหลายขั้นตอน ก็คิดใหม่ได้ถ้าเผื่อเห็นว่า เป็นสิ่งที่ดีกว่า ก็อยากจะขอว่าตรงนี้ใช้สิทธิพาดพิงนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ตอบทีละท่าน ท่านหมอวรงค์ก่อนเชิญครับ คุณหมอวรงค์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก พอดีเมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอชลน่านได้กล่าวชี้แจง ผมกราบเรียนตรง ๆ ว่าผมยังไม่เคลียร์ (Clear) ในประเด็นที่ท่านได้ชี้แจง ผมกําลังจะถามคณะกรรมาธิการในประเด็นว่าเนื่องจากว่า ที่ผ่านมาการกําหนดคุณสมบัติของผู้ที่ดํารงตําแหน่งระดับสูงในหลาย ๆ หน่วยงานไม่ว่า จะเป็น คตง. กกต. ป.ป.ช. อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็มักจะมีอยู่ ๒ หลักถูกไหมครับ นั่นคือหลัก องค์ความรู้เฉพาะ ซึ่งในวรรคก่อนหน้านี้มีการพูดไป แล้วก็หลักคุณสมบัติอื่น ซึ่งโดยทั่วไป เราก็จะมีแบ่งเป็นบริหารและแบ่งเป็นวิชาการ แล้วก็โอเคเราอาจจะเอาเรื่องการบริหาร ความเป็นมืออาชีพของเอกชนเข้ามา แล้วในที่นี้เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่เรียกว่า คตง. หรือเป็นหน่วยงานของ สตง. แล้วก็เอาความเป็นมืออาชีพทางด้านบัญชีเข้ามาเกี่ยวข้อง วันนี้ผมมีความรู้สึกคณะกรรมาธิการท่านกําลังทําลายหลักของความเป็นคุณสมบัติของ ความเป็นผู้บริหาร เพราะที่ผ่านมาคุณสมบัติของความเป็นผู้บริหารก็คือเทียบเท่าระดับ อธิบดี แต่คณะกรรมาธิการชุดนี้กําลังทําลายหลักการตรงนี้เอง เหมือนกับว่าต่อไปนี้ก็คือ เอาแค่ง่าย ๆ คือเคยเป็นข้าราชการ เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการระดับ ๑๐ จบ ท่านทําลาย หลักความเป็นนักบริหาร ประสบการณ์ความเป็นนักบริหารกับความเป็นนักวิชาการด้านนี้ มันต่างกันครับ ผมก็เลยจะย้ําว่าคือหลักคิดโดยทั่วไปผมว่าโอเค คือเรามีนักบริหารคือ เป็นอธิบดีหรือเทียบเท่า อย่างน้อยปีหนึ่ง ๔๐๐ คนแล้ว แล้วอดีตอีกหลายพันคน แล้วความ เป็นนักวิชาการก็คือเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ความเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็คืออย่างน้อย เป็นรองศาสตราจารย์ขึ้นไปไม่ต่ํากว่า ๑๐ ปี นี่คือนักบริหารแล้วก็นักวิชาการ ลําพัง รองศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยก็เต็มไปหมด เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด แต่วันนี้ท่านทําลาย หลักของความเป็นนักบริหารทิ้งโดยสิ้นเชิง แล้วอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการว่า ความเป็นนักบริหารระดับอธิบดีกับซี ๑๐ ระดับ ๑๐ ที่ได้ผลงาน เปเปอร์ (Paper) ทั่วไปมันต่างกันมากครับท่านประธาน ฉะนั้นผมคิดว่าท่านแน่ใจแล้วหรือว่า ท่านจะทําลายหลักการข้อนี้ของคุณสมบัติที่เพิ่มเติมเข้ามา ผมย้ําว่าความเป็น เคยเป็น ข้าราชการของผม คนที่เป็นนักบริหารซี ๑๐ ก็คืออธิบดี กับคนทําเขาเรียก อวช. หรือทํา เปเปอร์ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารแล้วได้ระดับ ๑๐ ฝีมือมันต่างกันเยอะ ประสบการณ์ทางการ บริหารมันต่างกันเยอะมาก เท่ากับคณะกรรมาธิการชุดนี้ท่านกําลังทําลายหลักการของความ เป็นนักบริหารมืออาชีพที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการ คตง. เพราะถ้าท่านยอมผ่านข้อนี้ไป เท่ากับว่าท่านทําลายหลักการนี้ไปเลย ท่านแน่ใจนะครับว่าท่านจะทําลายหลักการของความ เป็นนักบริหารออกไปโดยสิ้นเชิงครับ ให้ท่านชี้แจงอีกทีหนึ่งครับ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ ๒ ท่านที่ได้ลุกขึ้นสอบถามเพิ่มเติม
ประเด็นแรก ผมต้องกราบเรียนผ่านไปยังท่านอานิก ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ด้วยความเคารพ กระผมเองเรียนชี้แจง เพราะท่านเป็นผู้แปรญัตตินะครับ ผมไม่ได้บอกว่า ท่านเป็นผู้เสนอ ผมใช้คําว่า ในร่างของท่านแปรญัตติ ก็เหมือนกับที่ร่างกรรมาธิการ ผมก็ใช้ คําพูดบอกว่า กรรมาธิการเอาคําแปรญัตติของท่านมาใช้ในร่างของกรรมาธิการ ในร่างของ ท่านเองนะครับ ขออนุญาตท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ในหน้า ๓ เอกสารรายงาน ของกรรมาธิการ ถ้าท่านอานิกมีอยู่ในมือ หน้า ๓ ใน (๕) ที่เราตัดออกให้เป็นวรรคสาม บุคคลตามวรรรคสองต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ผมขออนุญาต ท่านประธานอ่านเป็นตัวอย่างแค่นั้นเองนะครับ (ก) จากร่างเดิมเขียนว่า เป็นหรือเคยเป็น อธิบดีหรือข้าราชการ ซึ่งดํารงตําแหน่งทางบริหารที่มีอํานาจบริหารเทียบเท่าอธิบดี นี่คือ ร่างเดิมนะครับ ท่านเองก็แปรญัตติ ใน (ก) ได้ตัดคําว่า เป็นหรือเคยเป็น ออก ตัดคําว่า อธิบดีหรือ ออก ตัดคําว่า ซึ่ง ออก แล้วเติมคําว่า ผู้ ซึ่งตรงนี้เองมันก็เหมือนกับร่างของ กรรมาธิการ ไม่แตกต่างกันในถ้อยคํา ผมก็คือเอาตรงนี้มาตอบท่านว่าคําแปรญัตติของท่านนี้ กรรมาธิการก็รับมาบันทึกเป็นร่างของกรรมาธิการ ซึ่งก็เห็นสอดคล้องกันในประเด็นนี้ ส่วนประเด็นอื่นนั้นเองที่อาจจะเห็นไม่สอดคล้องกับท่านเช่น (ฉ) ที่ท่านบอกว่า ท่านอยากให้ ผู้ที่อยู่ในองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากําไรในทางธุรกิจ แล้วมีผลงานด้านการตรวจสอบ เป็นที่ประจักษ์ ๕ ปี ได้รับการรับรองจาก พอช. หรือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เข้ามาเป็น กรรมการ ตรงนี้เองกรรมาธิการด้วยความเคารพท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก เราพิจารณากันเยอะมากครับ ถึงแม้จะเป็นคุณสมบัติประกอบใน ๔ ข้อหลัก แต่เราไม่มี หลักประกันว่า การมาเป็นกรรมการหรือเคยเป็นกรรมการในองค์กรเอกชนมีหลักประกัน อะไร แต่เราไม่ได้ปิดกั้นถ้าท่านมีคุณสมบัติ ๑ ๒ ๓ ๔ ตามข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ นี้ เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ท่านจะเป็นกรรมการอย่างนี้เราไม่ได้ห้ามครับ เราไม่ได้ห้าม เราไม่เคยเขียนห้าม ท่านก็เข้ามาได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีคุณสมบัติหลัก ท่านเข้ามาได้ นั่นประเด็นของท่านอานิก ด้วยความเคารพนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของคําถามของท่านคุณหมอวรงค์นะครับ ในประเด็นที่ว่า กรรมาธิการไปทําลายหลักการความเป็นนักบริหาร กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพครับว่า เราเองไม่ได้ทําลายหลักการ แต่เราเอาข้อความเดิม เจตนารมณ์เดิมมาขยายให้มากขึ้น ถามว่านักบริหารจะสามารถเข้าสู่ตําแหน่งนี้ได้ไหม เราเขียนให้ครับ โดยเฉพาะ (ข) ขยายให้ภาคอื่นเข้ามา เดิมนี่จํากัดเฉพาะคนต้องเป็นอธิบดี หรือเทียบเท่าอธิบดีเท่านั้นที่ต้องมาเป็น แต่กรรมาธิการเห็นว่าถ้าเขียนอย่างนั้นมันก็เป็น การเลือกโดยเฉพาะเจาะจง แทนที่คนอื่นเขาอาจจะมีความสามารถมากกว่าอธิบดีนะครับ ซึ่งเราไม่มั่นใจหรอกครับว่าอธิบดีถ้าคิดในเชิงที่หลาย ๆ ท่านอาจจะมองว่าถูกปั้นขึ้นมาเพื่อ มาเป็นตําแหน่งนี้หรือเปล่า มันก็คิดได้ เพราะฉะนั้นการเปิดกว้างแล้วให้ตะแกรงไปร่อนเอา สิ่งที่ดีที่สุด ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นการที่ให้โอกาสกับทุกคน ให้สิทธิกับทุกคนได้เข้ามาสู่ ตําแหน่งได้ เพราะมันผ่านกระบวนการครับ
ประเด็นสุดท้าย ที่ผมเองต้องขออภัยท่านอภิชาตเป็นอย่างสูงที่ไม่ได้ตอบท่าน ประเด็นทําไมไม่เอาโทษกับภาคเอกชนที่ให้ออก แล้วก็ถือเป็นคุณสมบัติต้องห้ามด้วย ทําไม เขียนเฉพาะหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ แล้วก็ราชการเท่านั้นที่ถูกปลดออก ไล่ออก ด้วยโทษ ทางทุจริต กระทําผิดต่อหน้าที่ กราบเรียนประเด็นนี้ด้วยความเคารพ กรรมาธิการก็พิจารณา ค่อนข้างถี่ถ้วนนะครับ การที่จะเอาโทษของภาคเอกชนมาใช้เป็นคุณสมบัติต้องห้ามนี้ มันไม่มีตัวบทกฎหมายรองรับครับ แต่ภาคราชการ ภาครัฐ มันมีกฎหมายรองรับ มันมี กฎหมายรองรับชัดเจน เพราะฉะนั้นการที่ภาคเอกชนจะไปลงโทษกัน ไม่รู้จะใช้กับอํานาจใด กฎหมายใด เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเอาโทษตรงนั้นมาเป็นเหตุ เป็นข้อต้องห้าม มันก็ไม่สมควร แต่ว่าถ้าคุณกระทําผิดตามกฎหมาย เช่น ถูกฟ้องทุจริต ล้มละลาย อะไรต่าง ๆ เราเขียน ไว้ให้ครับ เราคลุมให้ กรณีถ้ามีกฎหมายบัญญัติและรองรับเอาไว้ ก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก กรรมาธิการยืนยันครับ ยืนยันว่าขอใช้ร่างกรรมาธิการครับ
เอาท่านอานิกก่อน เอาสั้น ๆ นะครับ จะไม่โต้เถียงกันนะครับ ความเห็นอาจจะแตกต่างกัน
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน อานิก อัมระนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ขอใช้สิทธิพาดพิง ความจริงแล้ว ตอนนี้ดิฉันเล็งเห็นประเด็นของคุณหมอชลน่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ว่าทําไมถึงอ้างถึง ดิฉันทํานองว่า ดิฉันเป็นผู้เสนอและเห็นด้วยกับ (ก) (๘) เกี่ยวกับข้าราชการในร่างที่เป็นอยู่ ก็คือเกิดมีการเข้าใจผิด แล้วก็เป็นความบกพร่องของทางเจ้าหน้าที่ เพราะว่าดิฉันจริง ๆ แล้ว ไม่ได้สงวนความเห็นตรงนี้ ถ้าดิฉันสงวนความเห็นซึ่งแตกต่างจากร่างของกรรมาธิการ ก็จะต้องเขียนไว้ แต่ถ้าท่านดูสิ่งที่เขาพิมพ์ออกมาทั้งหมดจะเหมือนกับร่างของกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นก็ไม่จําเป็นจะต้องมีการสงวนความเห็นใด ๆ ถ้าดิฉันเห็นด้วยอย่างนั้น ก็ขอเรียน ชี้แจงค่ะ
คุณหมอวรงค์สั้น ๆ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ที่ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ที่คัดค้านความเห็นของเพื่อนคณะกรรมาธิการที่ได้แสดงออกมา เพราะว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงผม มันฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไรครับ เพราะผมกําลังจะย้ําว่าการเป็นบุคคลที่อยู่ในฐานะคณะกรรมการ หรือองค์กรสําคัญ ๆ อย่างเช่น คตง. ในที่นี่ คนที่จะเข้าไปเป็นใน ๖ อรหันต์ หรือบวก ท่านประธานด้วยเป็น ๗ มันต้องเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ที่เยอะ เป็นประสบการณ์ที่สูงส่ง เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันว่าตําแหน่งบริหารก็คือระดับอธิบดี กับสิ่งที่ท่านคณะกรรมาธิการ คือคุณหมอชลน่านพูดมันขัดแย้งกัน แต่ท่านกําลังชี้แจง แล้วมันฟังแล้วมันฟังไม่ขึ้น ผมเล่าให้ ท่านประธานฟังครับ ในวงการของพวกผมเป็นหมอเหมือนกันครับ ผมมีเพื่อนเป็นหมอระดับ ๑๐ เยอะแยะเลยท่านประธาน แต่วัน ๆ ก็นั่งตรวจอยู่โอพีดี (OPD) นั่งตรวจคนไข้อยู่ เพราะว่านั่งทําเปเปอร์ (Paper) นั่งทําวารสารตีพิมพ์ แล้วทีนี้เพื่อนผมเป็นหมออยู่ตาม โรงพยาบาลหลายคนที่เป็นนายแพทย์ ๑๐ ทั้งสูตินารีเวช ทั้งศัลยกรรม ทั้งแผนกอายุรกรรม ถ้าเทียบกับระดับอธิบดี ประสบการณ์ทางการบริหารประเทศ บริหารองค์กร คนเป็นหมื่น คนเป็นแสน คนมันต่างกัน เพราะฉะนั้นคําที่ท่านชี้แจงมันจึงฟังไม่ขึ้น ผมถึงถามย้ําว่าท่าน แน่ใจนะครับ ท่านจะทําลายหลักการของคนที่มีประสบการณ์ของความเป็นนักบริหาร และมาเป็น คตง. เพราะเท่ากับนี้ท่านเปิดกว้างเลย ใครก็ได้ ซี ๑๐ เป็น คตง. ได้หมด แล้วผมถึงบอกว่าตรงนี้นอกจากท่านทําลายแล้ว ท่านยังเปิดช่องทางให้มีการแทรกแซง ได้ง่ายขึ้น เพราะว่าเกิดถ้าผมมีอํานาจขึ้นมาผมจะแทรกแซง ผมมองไปที่หน่วยงานโน้น หน่วยงานนี้ ถ้าคุณถึงระดับ ๑๐ คุณได้หมด แต่ถ้าบังคับต้องเป็นอธิบดี มันจํากัดประสบการณ์ ของคนครับ ผมยืนยันว่าสิ่งที่ท่านชี้แจงท่านชี้แจงแล้วฟังไม่ขึ้น แต่ผมต้องยอมแพ้ท่าน เพราะท่านเสียงข้างมากเท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ
ท่านขจิตรครับ ท่านใจเย็น ๆ ครับ ท่านจุฤทธิ์อย่างไรได้พูดแน่นอนครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้สงวนคําแปรญัตติ ต้องขออภัยท่านประธานที่ต้องอภิปรายเพิ่มเติม เพราะว่าครั้งแรกเข้าใจคลาดเคลื่อนนึกว่า มาตรา ๔ ก็คุยเฉพาะมาตรา ๖ ทีนี้มาตรา ๔ มันคลุมไปถึงมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ขออนุญาตอภิปรายให้เหตุผลในมาตรา ๗ ซึ่งผมขอแปรญัตติในส่วนสําคัญถึง คุณสมบัติต้องห้าม ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยในการกําหนดคุณสมบัติของกรรมการ อะไรก็ตามที่เป็นกฎหมายในประเทศไทย ที่เขียนห้ามอดีต หมายความว่า เคยเป็นโน้น เคยเป็นนี้แล้วมาเขียนห้ามกันหมด ผมไม่เห็นด้วย ผมแปรญัตติทุกมาตราที่เป็นแบบนี้ ถ้าผมเป็นกรรมาธิการผมก็มีโอกาสมากขึ้น คือให้เหตุผลกรรมาธิการ บางครั้งก็แก้ไขได้ แต่ว่านี่ผมแปรญัตติโอกาสผมน้อย ก็เสนอเป็นความเห็นไว้ในสภา ในการแก้ไขมาตรา ๗ นี้ บอกว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๒) เป็นหรือ เคยเป็น ผู้ดํารงตําแหน่งของพรรคการเมืองในระยะ ๑ ปี ก่อนได้รับการเสนอชื่อ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยในการจํากัดว่าคนที่เคยเป็นผู้ดํารงตําแหน่งของ พรรคการเมืองต้องพ้นไปแล้ว ๑ ปี ผมไม่เห็นด้วยเลย แล้วผมแปรญัตติให้ตัดออก เคยเป็น ทําไมสังคมนี้ต้องการคนที่เข้ามาพรรคการเมืองเข้ามาบริหารพรรคการเมือง ตามที่ปกครอง ระบอบประชาธิปไตย แต่พอเขาเป็นผู้ดํารงตําแหน่งนี้เพียงแต่จะเสนอชื่อก็ยังห้ามแล้ว การกําหนดเวลาว่า ให้ออกไป ๑ ปี แล้วมาได้ มัน ๑ ปี มันเปลี่ยนใจคนหรือครับ ถ้าจะพิสูจน์ว่าคนที่เป็นกลาง ทํางานอยู่ที่ไหนก็เป็นกลางได้ ความยุติธรรมก็เกิดในหัวใจของเขาได้ ผมจึงไม่เห็นด้วย ในการเขียนไว้ แล้วก็ (๖) ผมตัดออก เพราะผมเห็นว่าไปซ้ํากัน (๖) เขียนว่า ต้องคุมขังอยู่ โดยหมายของศาล แล้วก็ไปเขียนไว้ (๑๐) บอกว่าต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่ โดยหมายของศาล ผมว่าใน (๑๐) ควรจะคุมข้อ (๖) ได้ แล้วผมไม่ยอมรับลักษณะว่า พอต้องหาแล้วยังไม่มีคําพิพากษา แล้วก็ห้ามเสนอชื่อกัน ท่านประธานครับ ในข้อต่อไปนี้ (๑๑) บอกว่า เคยต้องคําพิพากษาให้จําคุก (๑๒) บอก เคยถูกไล่ออกและปลดออกและให้ออก ปลดออกและให้ออกนี้ ราชการเขามีบํานาญบําเหน็จ เพราะฉะนั้นผมจึงเหลือไว้เฉพาะ ไล่ออก สาระสําคัญที่ผมอยากแสดงความเห็นก็คือว่าผมไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่เคยทําอะไร แล้วพอพ้นมาแล้วท่านไม่ได้ให้อภัยจริง ท่านประธานครับ ผมนับถือศาสนาพุทธ แล้วเข้าใจหลัก ของในการให้อภัย ผมจึงไม่เห็นด้วย ถ้าให้อภัย เขาพ้นโทษมาก็ควรจะให้โอกาสเขา แต่อันนี้ เขียนกันไว้หมดเลยครับ แล้วบอกว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่ให้อภัยกัน แต่ว่ากฎหมายไม่เคย เขียนให้อภัย ทําผิดแล้วต้องผิดตลอดถ้าเคยผิดพลาดมา ต้องอยู่ด้วยความผิดพลาดตลอด ในสังคมไทย ซึ่งผมดูแล้วครับ ในกฎหมายประเทศที่เขาเจริญเขาไม่มีหรอกครับ ลักษณะ ห้ามอดีตไว้อย่างนี้ ไม่ว่าท่านจะไปดูสิงคโปร์ อเมริกา ไม่มี กฎหมายที่จะห้ามอดีตแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอคําแปรญัตติตัดพวกนี้ออกจากคุณสมบัติต้องห้ามทั้งหมดครับ ส่วนมาตราต่อไปไม่ติดใจอภิปรายครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านจุฤทธิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใคร่อภิปรายในส่วนของมาตรา ๔ นะครับ ซึ่งมาตรา ๔ ในร่างนี้เป็นการยกเลิกความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และ มาตรา ๙ เพราะฉะนั้นเราจึงได้อภิปรายกันถึง ๔ มาตรา ในส่วนของมาตรา ๔ มาตราเดียว ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมใคร่ขอเรียนว่าประเด็นความสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็คือเป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียกว่ารัฐธรรมนูญกําหนดว่าจะต้องมี นั้นคือประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ที่มีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว และแสดงความ เป็นห่วงเรื่องคุณสมบัติทั้งคุณสมบัติที่จะต้องมีและคุณสมบัติต้องห้าม ประเด็นก็คือว่า หลังจากเราได้คณะกรรมการผู้ตรวจเงินแผ่นดินแล้ว คณะกรรมการดังกล่าวจะต้องให้ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง นี่คือประเด็นสําคัญครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากพยายามชี้แจงว่าเปิดกว้าง เปิดกว้าง เปิดกว้าง พวกกระผมก็เลยคิดว่า ความจริงแล้วคณะกรรมการดังกล่าวควรได้รับการคัดกรอง คัดสรร อย่างชัดเจนเสียก่อน ก่อนจะนําทูลเกล้าฯ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมากแม้นว่าท่านจะบอกว่ามี ๗ อรหันต์ โน่นนี่ ประธานสภา ประธานศาลฎีกาเป็นคนคัดมาแล้ว และส่งให้วุฒิสภาพิจารณาตามหลังก็ตาม แต่ประเด็นก็คือพวกเราเพิ่งผ่านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมที่มาของ สมาชิกวุฒิสภาไป นี่คือสิ่งที่พวกกระผมเป็นห่วงอย่างไรครับ ถ้าท่านควบคุมสมาชิกวุฒิสภาได้ ควบคุมวุฒิสภาได้ ต่อไปใครจะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินสภา พรรคการเมืองไหนที่คอนโทรล (Control) สมาชิกสภาได้ สมาชิกวุฒิสภาได้ ก็สามารถควบคุมผู้ตรวจการแผ่นดินได้ อันนี้คือ สิ่งที่พวกเราเป็นห่วงกัน เพราะฉะนั้นคุณสมบัติดังกล่าวนี้ครับ ควรเป็นคุณสมบัติแบบปิด หรือคุณสมบัติที่มีการคัดสรรแล้วเป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ท่านเพิ่มคุณสมบัติตัดออก แก้ไขอยู่ถึง ๓ เรื่องครับ ทั้ง (ก) (ข) แล้วก็ (ง) ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญครับ ที่เราอภิปรายไปแล้ว หลายท่านเรื่องระดับ ๑๐ นี้ ผมเรียนยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ สมมุติว่าถ้าเราต้องการสอบเรื่องในสภา มีผู้ร้องไปยัง ผู้ตรวจการ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน เช่น กรณีนาฬิการัฐสภา ซื้อเรือนละ ๗๕,๐๐๐ บาท แพงเกินกว่าเหตุ คนทําเรื่องนี้คือเลขาธิการรัฐสภา ระดับ ๑๑ คราวนี้ระดับ ๑๐ เทียบเท่า สมมุติท่านตั้งมาเป็นตําแหน่ง ๓ วัน อาทิตย์หนึ่งหรือเดือนเดียว แล้วมาเป็นผู้ตรวจการเลย ท่านว่าเขาสอบได้ไหมครับ ประสบการณ์ถึงไหมครับ ๑๐ สอบ ๑๑ คราวนี้ นี่กรณี ยกตัวอย่างนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าจะมีการสอบจริงหรือเปล่า แต่เป็นกรณีตัวอย่างครับ หรือกระทั่งไปสอบส่วนที่มีการพัวพันไปถึงปลัดกระทรวง หรือไกลไปมากกว่าปลัดกระทรวง คราวนี้ระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่าที่ท่านพูดถึงอยู่ตอนนี้ครับ พวกเราก็เลยเป็นห่วงว่าถ้าเป็น คนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เป็นอธิบดีมาก่อน ไปเป็นผู้ตรวจราชการแล้ว หรืออธิบดีหรือ มีคุณสมบัติเป็นมานานแล้ว อย่างน้อยก็มีประสบการณ์มากกว่าเดิม และเหมาะสมที่จะมา เป็นผู้ตรวจการ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน นั่นคือเหตุผลที่พวกผมพยายามชี้แจง
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องคุณสมบัติต้องห้าม กรณีใน (๑๑) ที่มีผู้อภิปรายไปแล้ว ก็คือว่า โดยได้พ้นโทษมาแล้วไม่ถึงห้าปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ อันนี้สิ่งที่พวกกระผม เป็นห่วงก็คือว่า เราต้องนํารายชื่อคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาทูลเกล้าฯ อย่างที่ผมเรียน ให้ทราบ สมมุติโทษที่เขาเพิ่งพ้นโทษมา กรรมการคนนั้นเคยได้รับโทษพ้นมาแล้วเกิน ๕ ปีแล้ว แต่คดีที่เคยได้รับโทษมาได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนหลายแสนคน หลายพันคน สมมุติท่านนี้ได้เป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและต้องนําชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ท่านคิดว่าผลกระทบจะกระทบถึงใครครับ ทําคนที่เคยมีความผิด มีคดีที่กระทบกับ ประชาชนในวงกว้างหลักแสนคน หลักหมื่นคน เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าที่ท่านเติมมาใน (๑๑) นี้ครับ ในมาตรา ๗ นี้ครับ ผมคิดว่าไม่จําเป็นต้องเติมหรอกครับ ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผมคิดว่าเราต้องคิดให้ครบครับ เราต้องคิดให้ไกลครับ ท่านอย่าคิดว่า มันเกิดขึ้นไม่ได้ มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ครับ แล้วที่สุดพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งอย่างไร ครับ ท่านก็ทรงแต่งตั้งตามที่เราคัดเลือกไป ตามที่สภามีความเห็นไป ตามที่วุฒิสมาชิกลงมติ เห็นชอบไป แต่ที่สุดผู้ที่เคยต้องคดีที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างครับ ก็จะกลับมากระทบกับ พระมหากษัตริย์ที่ทรงแต่งตั้งกรรมการท่านนั้น นี่คือเหตุผลสําคัญที่พวกเราพยายามพูดกัน ตรงนี้ สําคัญที่สุดครับ ผมขออภิปรายข้ามไปถึงมาตรา ๖ ในร่างฉบับนี้ซึ่งเรายังไปไม่ถึง ยังไม่ได้ลงมติมาตรา ๔ การที่ท่านให้คุณสมบัติเพิ่มเติมในส่วนของ (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) นี่ครับ มันส่งผลไปถึงมาตรา ๖ คืออะไรครับ คือไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ ที่เราพูดถึงตรงนี้ครับ สามารถเป็นประธานได้ด้วย และยังสามารถเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ด้วย อันนี้คือ เรื่องสําคัญครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมเรียนยกตัวอย่างไปก็คือว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แค่ต้องมาตรวจระดับ ๑๐ มาตรวจระดับ ๑๑ ก็จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติแล้ว คราวนี้ เมื่อไปเป็น สมมุติระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า ได้เป็นประธานหรือเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินอีก ก็จะสร้างความยุ่งยากเพิ่มเติมเข้าไปอีก อันนี้เป็นเหตุผลสําคัญนะครับ ที่กรรมาธิการจะต้อง รับผิดชอบ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบครับ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผมคิดว่าเรายังมีเวลา ที่จะแก้ไข เพราะถ้าเราผ่านมาตรา ๔ ได้แล้ว มันก็จะส่งผลไปถึงมาตรา ๖ ที่เรายังพิจารณา ไม่ถึง แต่จะเป็นผลกระทบอย่างเป็นนัยสําคัญ ซึ่งกรรมาธิการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ขอบคุณครับ
ต่อไปผมจะขอมติในมาตรา ๔ นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ตึก ๒ ตึก ๓ เชิญเข้าห้องประชุมก่อนนะครับ เพื่อที่จะ ลงมติในมาตรา ๔ ในมาตรา ๔ มีการแก้ไขในกฎหมายฉบับนี้ เป็นมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ เพื่อความรอบคอบนะครับ เนื่องจากท่านให้ความเห็นมาก ผมก็จะ ถามมติเป็นมาตรา มาตรา ๆ ไปนะครับ ฉะนั้นก่อนจะลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุม นะครับ เชิญท่านเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๔ ซึ่งเราพิจารณาเหลือมตินะครับ ซึ่งในมาตรา ๔ นี้จะมีการแก้ไขในกฎหมายฉบับเดิม ในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และ มาตรา ๙ ผมจะถามเป็นรายมาตราในการลงมติเพื่อความชัดเจนนะครับ ฉะนั้นเมื่อ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ คุณหมอมีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่เข้าใจวิธีการ ให้ลงคะแนนของท่านประธานเท่าไร แต่ผมอยากจะทักท้วงประเด็นหนึ่งนะครับ ถ้าผมจํา ไม่ผิดนะครับ ท่านเลขาธิการอ่านแค่มาตรา ๖ มาตราเดียวนะครับ ยังไม่ได้พูดถึงมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ เลยครับ ผมขอเรียนถามว่าจริงไหม เรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาธิการว่าจริงหรือเปล่าครับว่าท่านยังไม่ได้อ่านมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ถ้าท่านประธานจะลงมติอย่างนั้นผมว่าต้องอ่านนะครับ
เดี๋ยวผมจะลงเฉพาะมาตรา ๔ ที่แก้ไขมาตรา ๖ ก่อนนะครับ ท่านเลขาธิการยังไม่ได้อ่าน มาตรา ๗ ผมขึ้นมาแทน ผมนึกว่าอ่านทีเดียวจบไปแล้ว เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๘๙ นะครับ
ผมจะถามมติในมาตรา ๔ ซึ่งมีการแก้ไขในมาตรา ๖ ประเด็นที่จะขอมติ จากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนไหมครับ ไม่มีปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๒ เห็นด้วยกับผู้สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ๑๒๕ งดออกเสียง ๑ ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก
เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๗ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือท่านประธานนิดเดียว หมายความว่าเราจะ ลงมติกันในมาตรา ๖ ลงมติกันมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ทีละมาตรา เสร็จแล้วเราก็ กลับมาลงมติมาตรา ๔ อีกครั้งหนึ่งอย่างนั้นหรือเปล่าครับ
ไม่ใช่ครับ ในมาตรา ๔ มีการแก้ไขมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ถูกต้องนะครับ ขณะนี้ก็จะลงมติว่ามาตรา ๔ มีการแก้ไขมาตรา ๖ ก็โหวตทีละเรื่อง ๆ จนจบ พอจบแล้ว เราค่อยไปต่อในมาตรา ๕ ต่อไปนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็ปล่อยให้ท่านอภิปรายใน ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ไปหมดแล้ว ถ้าท่านไม่ติดใจผมก็จะขอโหวตทีละมาตรา ๆ ไป
คือในความเห็นของผม ผมคิดว่าไม่จําเป็นต้องทําอย่างนั้นนะครับ คือการลงมตินี้ต้องลงมติเป็นรายมาตราไป รายมาตราของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มันมีอยู่ทั้งหมด ๙ มาตรา เราก็ต้องลงมติ ๙ มาตรา แต่ทีนี้ท่านประธานกําลังถามประเด็นที่อยู่เป็นรายละเอียดในมาตรา ๔ ซึ่งมีอยู่ ๔ ประเด็น ก็คือประเด็นในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน แต่ที่เรากําลังลงมตินี้เรากําลังลงติในร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีอยู่ ๙ มาตรา เพราะฉะนั้นผมถึงถามท่านประธานว่าเมื่อเราลงมาตรา ๖ แล้วต่อไป เราต้องลง ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ซึ่งเป็นรายละเอียดของมาตรา ๔ แล้วเราต้องกลับมาลง ในมาตรา ๔ อีกครั้งหนึ่งหรือไม่
ใช่ครับเพราะว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ เขาก็เขียนไว้อย่างนั้นนะครับ เนื่องจากมาตรา ๔ ที่เรากําลังพิจารณามีการแก้ไขกฎหมายเรื่องการตรวจเงินแผ่นดิน ๔ มาตรานะครับ เพราะฉะนั้นก็จะต้องพิจารณาทีละมาตรา ๆ ในมาตรา ๔ ลงมติอย่างนั้นนะครับ ฉะนั้น เมื่อทางเลขาธิการได้ดําเนินการแล้วในมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๗ ถ้าไม่มีท่านใดอภิปราย แสดงความคิดเห็น ผมก็จะขอมติจากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ในมาตรา ๔ ที่แก้ไขมาตรา ๗ มีคณะกรรมาธิการขอแก้ไขและกรรมาธิการสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ที่มีการแก้ไขให้กดปุ่ม เห็นด้วย หมายเลข ๒ ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวน ความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ นะครับ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขเสียงข้างมากนะครับ ๒๘๕ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติเสนอคําแปรญัตติ ๑๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่านนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข
ถ้าไม่มีการแก้ไข ผมขออนุญาตผ่านนะครับ เชิญครับ
มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๕ แก้ไขมาตรา ๑๓ คณะกรรมาธิการตัดออก
เชิญมาตรา ๕ มีไหมครับ ตัดออกทั้งมาตรา มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบผ่านนะครับ เชิญต่อครับ
มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๒๘ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญครับ อันนี้มาตราไหนนะครับเมื่อสักครู่นี้ มาตรา ๕ มีการตัดออกนะครับ เดี๋ยวนะครับ มาตรา ๕ อยู่นะครับ เมื่อสักครู่นี้ถึงมาตรา ๕ มีการตัดออก มีท่านใดติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่ติดใจผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกว่า เมื่อเราโหวตในรายละเอียดของมาตรา ๔ ก็คือโหวต ในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ แล้ว เราต้องกลับมาโหวตในมาตรา ๔ ด้วย แต่นี่ ท่านข้ามไปมาตรา ๕ เลยนะครับ ถ้าท่านยึดตามข้อ ๑๒๙ นี้ การพิจารณาต้องพิจารณา เรียงตามลําดับมาตรา เริ่มด้วยชื่อร่าง คําปรารภ แล้วก็เรียงตามลําดับมาตรา แล้วก็มี วรรคสองบอกว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเดิมนี้ ให้พิจารณาเรียงตามลําดับมาตราที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายเดิมด้วย คําว่า ด้วย นี้ หมายความว่า พิจารณาในรายละเอียดของมาตราเล็กด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธานก็ต้อง กลับมาถาม มาตรา ๔ อีกครั้งหนึ่งนะครับ
ที่จริงเราโหวตทีละมาตรา ๆ ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคสองนี่นะครับ มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า นั่นละคือเห็นชอบตามมาตรา ๔ อันนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วนะครับ มันเป็นไปอย่างอื่นไม่ได้ แต่ถ้า ที่ประชุมจะให้ผมโหวต ผมก็จะให้ที่ประชุมโหวตก็ได้ แต่มันก็เห็นชอบอยู่ทุกประเด็น ๆ อยู่แล้ว มันก็ต้องผ่านโดยปริยายอยู่แล้วนะครับ ผมว่าเอามาตรา ๕ ก็แล้วกัน มาตรา ๕ นี้ มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ในมาตรา ๕ เป็นการตัดข้อความที่ได้เคยกําหนดเอาไว้ออกทั้งหมดเลยว่า ในมาตรา ๑๓ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎรหรือประชาชน ด้วยนะครับ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิที่จะเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาว่ากรรมการผู้ใดกระทําการขาดความเที่ยงธรรม จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย มีพฤติกรรมที่เป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ของการดํารงตําแหน่งอย่างร้ายแรง หรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง เพื่อให้วุฒิสภามีมติ ให้พ้นจากตําแหน่งได้ แล้วก็รวมทั้งมีอีก ๒ วรรคนะครับ มติต้องใช้มติเท่าไรอะไรต่าง ๆ ว่าไปนะครับ คําถามก็คือว่าการตรวจสอบหรือการถ่วงดุลของการตั้งไปแล้ว หลังจากนั้น มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็ยังให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิที่จะเข้าชื่อกัน ทําการส่ง เรื่องไปตรวจสอบได้ ประชาชนเข้าชื่อกัน ส่งเรื่องตรวจสอบได้ ทําไมท่านจึงตัดล่ะครับ ทําไมครับ ต้องให้เหตุผลครับ เหตุผลอะไรที่รอนสิทธิของการตรวจสอบถ่วงดุลครั้งนี้ ถ้าท่าน ไม่มีเหตุผล ท่านก็ไม่ควรจะตัดทิ้งครับ ผมขอให้เอากลับคืนมาครับ
เชิญคณะกรรมาธิการชี้แจงเหตุผลที่ตัดครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ในมาตรา ๕ ถ้าท่านดูร่างเดิมที่สภา รับหลักการและใช้เป็นร่างหลักนะครับ เจตนารมณ์ที่เราแก้ไข มาตรา ๑๓ เราต้องการ เพิ่มการตรวจสอบ โดยการกําหนดเรื่องการพ้นจากตําแหน่งของคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน หรือ คตง. ซึ่งเขียนไว้ในกฎหมายเดิมคือ มาตรา ๑๗ นะครับว่า เหตุของการพ้นจาก ตําแหน่งของ คตง. นี้มีอะไรบ้าง ก็จะมี (๑) ที่เขียนว่าวุฒสภามีมติให้ออก แล้วก็วงเล็บถัดไป ก็จะเป็นวุฒิสภาถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ อันนั้นคือ มาตรา ๑๑ ของกฎหมายเดิม คือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๔๒ ร่างที่เราเสนอนี้เพิ่มจากร่างเดิมคือ ๑. เพิ่มของผู้ที่มีสิทธิยื่น จากเดิมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ ใน ๔ ยื่นเท่านั้นเอง เราก็เพิ่มให้ประชาชนมีสิทธิเข้าชื่ออีก ๒๐,๐๐๐ สามารถยื่นได้ ๒. เพิ่มฐานความผิด ฐานความผิดเดิมนี้เฉพาะประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงหรือ มีพฤติกรรมทําให้เสียหายต่อตําแหน่งหน้าที่อย่างร้ายแรง แล้วก็เรื่องของกระทําการบกพร่อง ต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ตรงนั้นเดิม ส.ส. เรา ๑ ใน ๔ ของจํานวนที่มีอยู่ส่งให้วุฒิสภา มีมติถอดถอนและยังมีมติ ๓ ใน ๔ ได้เลย ไม่ใช่กระบวนการการถอดถอนนะครับ เป็นมติ ให้ออกเลย แต่ว่ากรรมาธิการเห็นว่าการเขียนอย่างนี้มันมีบางส่วนที่ก้าวล่วงเข้าไป ในบทบัญญัติแห่งการถอดถอน โดยเฉพาะฐานความผิดที่เราเพิ่มขึ้น เรื่องของจงใจฝ่าฝืน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องเข้าสู่กระบวนการการถอดถอน
เรื่องที่ ๒ เรื่องความเที่ยงธรรมในการอํานวยความยุติธรรม ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่เป็นข้อกล่าวหาที่จะต้องส่งถอดถอน เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เลยบอกว่า ไม่จําเป็นต้องบัญญัติให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๓ ที่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ เสียงข้างมากเลยตัดมาตรา ๕ ที่จะแก้ไขมาตรา ๑๓ ออกทั้งหมด ความหมายก็คือว่า ให้คงมาตรา ๑๓ เดิมในกฎหมายเดิมยังอยู่ นั่นหมายความว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ ใน ๔ สามารถเข้าชื่อเสนอต่อท่านประธาน เสนอต่อวุฒิสภา ให้สภามีมติให้กรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินพ้นจากตําแหน่งได้ กรณีถ้าพบเห็นว่าเขากระทําผิดบกพร่องต่อหน้าที่ อย่างร้ายแรงและประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง อันนี้ถ้าเราเห็นเราส่งไปได้ ไม่ได้ตัดสิทธิ กระบวนการการตรวจสอบยังอยู่ เพียงแต่ว่าไม่ได้ส่วนของราษฎรเท่านั้นเอง แล้วฐาน ความผิดที่อยู่ในระบบการถอดถอนก็ต้องปฏิบัติตามการถอดถอนไป นั่นหมายความว่า การตรวจสอบถ่วงดุลยังคงอยู่ครับ กรรมาธิการก็ยืนยันร่างที่แก้ไขครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ฟังจากท่านกรรมาธิการอธิบายนี่ผมยิ่งงงใหญ่เลยนะครับท่านประธาน เพราะมาตรา ๕ ในร่างพระราชบัญญัตินี้บอกว่า ให้ยกเลิกมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๔๒ เมื่อสักครู่ท่านพูดว่ามันยังอยู่ นี่อย่างไรครับเขาให้ยกเลิกครับ ทําไมกรรมาธิการอธิบายผมกลับข้างกันเลยครับ แสดงว่า สิ่งที่ท่านพูดมันจะไม่อยู่แล้วครับ ถ้าท่านจะทําอย่างนี้ สิ่งที่ท่านเขียนมาตอนแรกมันดีอยู่แล้ว ให้ยกเลิกของเก่า แล้วก็ของใหม่มีดังต่อไปนี้ คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ ใน ๔ ประชาชน ๒๐,๐๐๐ คน ในระหว่างที่มีการตรวจสอบนั้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ นี่ดีอยู่แล้วครับ
เดี๋ยวให้กรรมาธิการชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ
ผมงงครับท่านประธาน งงจริง ๆ ท่านประธานตามทันไหมครับ สิ่งที่พูดกําลังจะถูกยกเลิกไป แต่เมื่อสักครู่ท่านออกมายืนยัน ว่าทั้งหมดจะยังอยู่
คืออย่างนี้ มันมีร่างขอเพิ่มเติมเข้ามา พอเข้าสู่ห้องคณะกรรมาธิการเสร็จ กรรมาธิการเขา ไม่เอาด้วยก็กลับคืนร่างเดิมนั่นละนะครับ
มันไม่ใช่เลยครับท่านประธาน
ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่อย่างนี้นะครับ เดี๋ยวท่านชี้แจงใหม่นะครับ
ท่านประธานก็งง ผมก็งง ผมไม่รู้ว่า กรรมาธิการงงหรือเปล่านะครับ
เดี๋ยวท่านจุฤทธิ์ก่อนครับ ให้จบก่อนแล้วกรรมาธิการค่อยชี้แจงนะครับ เชิญท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประเด็นก็คือว่าในมาตรา ๕ ปรากฏว่ากรรมาธิการได้ยกเลิกทั้งส่วนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ออกไป ๑ อัน อันนั้นยกเลิกไปแล้วตามมาตรา ๕ นี้ และอีกอันหนึ่งที่ยกเลิกก็คือ ตามร่างที่กรรมาธิการได้พิจารณาแล้ว ที่ใส่ในมาตรา ๑๓ ที่ส่งมาให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ปรากฏว่ากรรมาธิการได้ยกเลิกทั้ง ๒ ส่วน เลยครับ คราวนี้ประเด็นก็คือผมอยากจะทราบว่าในส่วนมาตรา ๑๓ เดิมที่ท่านยกเลิกนี่ครับ รบกวนให้กรรมาธิการแจกสมาชิกตอนนี้เลยได้หรือไม่ อย่างน้อยพวกผมจะได้พิจารณาว่า สิ่งที่ท่านยกเลิกคืออะไร เพราะถ้าท่านชี้แจงทางวาจาอย่างกรณีเมื่อสักครู่นี้ ผมว่าสมาชิก ยิ่งสับสนกว่าเดิมครับ ถ้าท่านคิดว่าไม่สามารถ ต้องใช้เวลาสักครู่ ท่านพักการประชุมก่อน ก็ได้ เพื่อจะได้แจกเอกสารดังกล่าวให้สมาชิกได้พิจารณาก่อน ขอบพระคุณครับ
ท่านกรรมาธิการจะชี้แจง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กรรมาธิการ ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิกนะครับ อาจจะมี ความคลาดเคลื่อนในการดูเอกสาร ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงต่อที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานได้แจกใบแทรกนะครับ ใบแทรกที่เขียนคําว่า ใบแทรกร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีใบแทรกตัวนี้นะครับ นั่นคือมติสุดท้ายของกรรมาธิการ ผมไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ ของเราได้แจกให้ท่านสมาชิกหรือไม่ ถ้าไม่ได้แจกต้องขออภัยจริง ๆ ครับ เราเอามติสุดท้าย ของกรรมาธิการนะครับ มติสุดท้ายก็ตอบคําถามทั้ง ๒ ท่านนะครับ ที่แก้ไขเป็น ตัดมาตรา ๕ ออกทั้งมาตราครับ ความหมายก็คือว่าในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๔๒ มาตรา ๑๓ ยังคงอยู่นะครับ ยังคงอยู่ ผมขอ อนุญาตท่านประธานอ่านให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับทราบ มาตรา ๑๓ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่มีสิทธิร้องขอต่อ ประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้กรรมการพ้นจากตําแหน่ง เพราะเหตุที่กรรมการนั้น มีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงหรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ๒ เรื่องครับ เรายื่นต่อประธานวุฒิสภาและวุฒิสภาก็มีมติให้ออกจากตําแหน่งด้วย แต่ต้องเสียง ๓ ใน ๔ ไม่ใช่การถอดถอนนะครับ ถ้าเป็นกรณีถอดถอนความผิดฐานถอดถอน ๖ เรื่องต้องส่งเข้าสู่ กระบวนการถอดถอนตามมาตรา ๒๗๐ ครับ เช่น ความผิดที่ว่าด้วยเรื่องของการร่ํารวย ผิดปกติส่อไปทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทําผิด ต่อหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และกฎหมายแล้วก็ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันนี้ส่งเข้าถอดถอนครับ ไม่เกี่ยวกับมาตรานี้นะครับ มาตรานี้เป็นความเห็นที่เราพบว่าเขาทําเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง แล้วก็บกพร่องต่อหน้าที่ เราเองส่งให้วุฒิสภามีมติให้ออกได้ คงอยู่ครับ คงอยู่ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ ได้ฟังคําชี้แจงแล้วแล้วก็เพิ่งจะเห็นเอกสารประกอบ จึงเข้าใจ ตามที่กรรมาธิการได้อธิบาย ขอขอบพระคุณที่ท่านได้อธิบายอย่างชัดเจน ไม่ติดใจในเรื่องนี้ ท่านไม่ต้องลงมติก็ได้นะครับ ขอบพระคุณครับ
ถ้าเป็นไปอย่างแบบเดิมถูกต้องตามท่าน ตอนหลังเขาแก้ไขเพิ่งมาเห็นใบแทรกนี้นะครับ ก็ยกเลิกไปแล้วก็ใช้ร่างเดิมนั่นละนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมจะต้องขอมติว่าเนื่องจาก ในมาตรา ๕ กรรมาธิการตัดออก แล้วไม่มีกรรมาธิการสงวนไว้ ผมจะถามมติว่าเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ก่อนที่จะลงมติเดี๋ยวขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอให้กดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ มีสมาชิก ๒๙๓ ท่านนะครับ
ผมจะถามมติว่าเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ให้ตัดมาตรา ๕ ออกหรือไม่ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนไหมครับ เรียบร้อยนะครับ ผมปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ให้ตัดออก ๓๘๖ คะแนน ไม่เห็นด้วย ๓ คะแนน งดออกเสียง ๑ คะแนน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๖ ครับ
มาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๒๘ มีการแก้ไข
เชิญครับ ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านครับผมต้องใช้สิทธิที่คณะกรรมการแก้ไขเพื่อที่จะขึ้นมา อภิปรายเพราะผมไม่ได้เป็นผู้แปรญัตติ คือผมฟังมาแต่ต้นนี้นะครับ ผมไม่เข้าใจว่า กรรมาธิการได้ตัดสินใจตัดมาตรา ๒๘ (๓) ออกไปในส่วนที่เป็นผู้สอบบัญชีอนุญาตนี่นะครับ ช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยนะครับ เพราะว่าผมกลับเห็นด้วยกับท่านนะครับ ที่ท่านตัดคําว่า อธิบดี เพราะผมเข้าใจว่าท่านเข้าใจเหมือนผม เหตุผลก็เพราะว่าที่ท่านตัดคําว่าอธิบดี อธิบดีนี่มันไม่ใช่ความสามารถ มันเป็นคุณธรรมที่ถูกกําหนดโดยผู้บริหาร ท่านก็บอกว่าเป็น ๑๐ ก็พอแล้ว ผมเข้าใจตรงนั้นนะครับ ผมย้ําว่าท่านตัด อธิบดี ออกนี่ผมเห็นด้วยเพราะ อธิบดีไม่ใช่ความสามารถ แต่เป็นคุณธรรมซึ่งกําหนดโดยผู้บริหาร แต่กรณีท่านมาตัดตรงนี้ ผมไม่เข้าใจ เพราะผู้สอบบัญชีนี้เป็นความสามารถ หาใช่คุณธรรมไม่นะครับ แล้วไปพูด จบปริญญาโท แต่ท่านไปตัดตรงนี้ออก ท่านต้องอธิบายให้ชัดนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นหลักของ ท่านมันจะสับสนของท่านเอง ท่านตัดอธิบดี เพราะท่านเห็นว่าเป็นคุณธรรมซึ่งกําหนด โดยผู้บริหาร แต่ตรงนี้เป็นความสามารถแล้วเขียนไว้แล้ว ท่านกลับตัดออก และไปยกย่อง คนจบมหาวิทยาลัยปริญญาโทในวิชาชีพนี้อย่างนี้ ผมอยากฟังคําอธิบายครับ
ท่านนคร มาฉิม ครับ ส่วนของท่านขจิตรอภิปรายไปแล้วนะครับ ท่านไม่ติดใจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ อันที่จริงแล้วผมอยากจะอภิปรายตั้งแต่มาตรา ๔ เกี่ยวกับ คุณสมบัติแล้วก็ที่มาของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แต่เนื่องจากว่าหลายประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย มีความเห็นคล้ายคลึงกัน ผมจึงไม่ได้ติดใจในการที่จะสอบถาม คุณสมบัติแล้วก็การคัดสรร การคัดเลือกที่มาของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แต่ก็เป็น ที่ทราบกันว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนั้นมีภารกิจหน้าที่ที่สําคัญอย่างยิ่งในการ กําหนดทิศทาง ในการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน ในการตรวจสอบเงินแผ่นดิน และในการบริหาร จัดการของฝ่ายบริหารหรือผู้มีอํานาจหน้าที่ เพื่อที่จะใช้เงินภาษีอากรของประชาชน เพื่อที่จะใช้เงินแผ่นดินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศ ต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านก็คงเคยได้ยินภาษิตโบราณที่บอกว่า เงินแผ่นดินนั้นตกน้ํา ไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ แต่เพราะความล้มเหลวในการบริหารจัดการ แต่เพราะความขาด ประสิทธิภาพอย่างเต็มร้อย และเพราะมีการบังคับใช้กฎหมายไม่ให้เกิดประสิทธิผล อย่างเต็มร้อยครับ การทุจริตจึงบานไปทั่วประเทศ การคอร์รัปชั่นจึงบานเป็นดอกเห็ด ไปทั่วประเทศ อันดับของประเทศไทยจึงลดระดับลงมา คะแนนของประเทศไทยไม่เคยผ่าน ในเกณฑ์การตรวจสอบของทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทุจริตและคอร์รัปชั่น ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก ท่านประธานที่เคารพ แต่เมื่อเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ก็จะไม่พูดซ้ําในประเด็นนั้น แล้วก็ได้โหวตผ่านกันมาแล้ว แต่ในส่วนของมาตรา ๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๘ ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่าทําไมท่านไปตัดคุณสมบัติที่สําคัญยิ่ง ที่ควรจะมีปรากฏอยู่ใน ตัวของผู้ว่าการซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติต่าง ๆ แล้วก็จะเป็นความรู้เป็นความสามารถ เป็นคุณสมบัติเฉพาะ เพื่อที่จะใช้ความรู้ใช้ความสามารถของคนที่จะมาดํารงเป็นผู้ว่าการ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพราะท่านประธานที่เคารพ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนั้นมีอํานาจ อยู่ ๘ อย่าง ขออนุญาตสรุปนะครับ ๘ อย่าง
๑. เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติงานของ สตง.
๒. ออกคําสั่งหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ สตง.
๓. กําหนดแผนการตรวจสอบตามมาตรา ๓๗ (๒)
๔. แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามมาตรา ๓๗ (๓)
๕. ให้คําปรึกษาความเห็นหรือข้อมูลแก่ คตง.
๖. จัดจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญหรือสํานักงานเอกชนตามมาตรา ๓๗ (๖)
๗. กําหนดค่าสอบบัญชี ค่าธรรมเนียมและค่าตอบแทนอื่น
๘. รายงานผลการตรวจสอบต่อ คตง. และคณะกรรมการวินัย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ว่าการมีอํานาจหน้าที่ที่สําคัญยิ่ง แล้วก็จําเป็น ที่จะต้องใช้มืออาชีพที่มีความซื่อสัตย์ มีความสุจริต แล้วก็สามารถที่จะให้คําปรึกษาต่อ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ในการที่จะวางกฎ วางระเบียบ วางกติกา วางข้อบังคับหรือ อื่น ๆ เพื่อให้เดิน การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมันเดินไปสู่ครรลองที่มันถูกต้อง ไม่ได้นําพา ประเทศไปสู่หายนะ ไม่ได้นําพาประเทศไปสู่ความล่มสลายเหมือนกับบางประเทศที่เกิดขึ้น ในหลายภูมิภาค ท่านประธานที่เคารพครับที่ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการก็คือมาตรา ๒๘ (๔) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ก็คือ (ก) แต่เดิมบอกว่าเป็น หรือเคยเป็นอธิบดีหรือข้าราชการซึ่งดํารงตําแหน่งทางบริหารที่มีอํานาจ บริหารเทียบเท่าอธิบดี อันนี้ผมไม่ได้ติดใจในวรรคต้น ๆ แต่ในวรรคเดียวกัน ถัดมาซึ่งเป็น สาระสําคัญก็คือ ซึ่งมีความชํานาญและประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดินหรือด้านอื่น ที่เป็นประโยชน์แก่การตรวจเงินแผ่นดิน ท่านตัดความเชี่ยวชาญด้านนี้ออกทําไมครับ หรือว่า ท่านมีตัวบุคคลอยู่แล้วที่จะกําหนดว่าวางตําแหน่งในฐานะผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือว่า มีประโยชน์แอบแฝงอย่างอื่นเพื่อสนองตอบต่อตนเองหรือกลุ่มพรรคพวกของตนเองเท่านั้น หรือว่าพวกของท่านไม่มีคุณสมบัติที่เป็นผู้ชํานาญและมีประสบการณ์ด้านการตรวจเงิน แผ่นดิน ขอคําชี้แจงด้วยครับ ท่านตัดสาระสําคัญเรื่องนี้ออกเพราะอะไรครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการจากกฤษฎีกาครับ ท่านรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ตัดออก เพราะอะไร หรือทาง สตง. เชิญท่านครับ กรรมาธิการท่านใดท่านหนึ่งก็ได้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ในฐานะกรรมาธิการ สําหรับประเด็นเรื่องของการตัด เกี่ยวกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีนั้น ความจริงแล้วการตัดออก อันนี้ก็เพื่อให้มีลักษณะที่เหมาะสมนะครับ ทั้งนี้ผู้สอบบัญชีนี้เราได้เขียนไว้ในวรรคต่อไป นะครับ เป็น (ง) ซึ่งก็เท่ากับว่ายังคงต้องมีผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก็สามารถ มาเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้นะครับ ที่เราแก้อันนี้จะดูว่ามีลักษณะที่เหมาะสมก็คือ การเน้นถึงคุณวุฒิทางด้านการศึกษาเป็นสําคัญก่อนนะครับ ส่วนเรื่องที่มีประสบการณ์ ในเรื่องการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตนั้นก็เขียนถัดไป แต่ถ้าเขียนตามข้อความเดิมนั้น จะเห็นว่าให้ความสําคัญกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตนะครับ เพราะฉะนั้นเราเน้นในเรื่องคุณวุฒิ มาก่อน ในเรื่องของอายุ คุณวุฒิ เสร็จแล้วประสบการณ์อื่น ๆ ก็มาตามหลังเป็นอีกวงเล็บหนึ่ง นะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วตรงนี้ก็จะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย แต่สําหรับประเด็นที่ บอกว่าปริญญาโทนั้นก็เป็นคุณสมบัติแต่เดิมของตําแหน่งผู้ว่าการอยู่แล้ว ที่ในกฎหมายเดิมนั้น ก็เน้นในเรื่องว่าต้องมีคุณวุฒิที่สูง อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนในประเด็นนี้ก่อนนะครับ
ผมขอมติเลยนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ในมาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๒๘ นะครับ เชิญท่านผู้อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาก่อนนะครับ เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เมื่อท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ แล้วขอท่านอยู่ตลอดเลยนะครับ เพราะว่ามาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไขนะครับ ช่วยกรุณาแสดงตนก่อน นะครับ ท่านจุรินทร์มีอะไรไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ จะสอบถามท่านประธานว่ามาตรานี้ท่านประธาน จะขอมติว่าอย่างไรครับ
คือมาตรานี้มีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ แล้วก็มีผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมก็จะถามที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วย ท่านก็กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยท่านก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เอาตามกรรมาธิการก่อน นะครับ เพราะมันมีการแก้ไข มีท่านเดียวที่ขอแปรญัตติไว้คือท่านขจิตร ชัยนิคม ผมจะถามว่า เห็นด้วยกับกรรมาธิการ หรือเห็นด้วยกับท่านขจิตร
กราบเรียนท่านประธานครับ ประเด็นก็คือถ้าพวกกระผมเห็นด้วยกับร่างที่รับหลักการมา ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของ กรรมาธิการ และไม่เห็นด้วยกับคําแปรญัตติของผู้สงวนความเห็น สงวนคําแปรญัตติ กระผม จะลงมติได้อย่างไร ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าร่างเดิมระบุไว้ชัดเจนว่าคุณสมบัติของคนที่จะเป็น ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจะต้องดํารงตําแหน่งระดับ ๑๐ มีประสบการณ์ด้านบริหาร เป็นอธิบดีมา แต่ว่ากรรมาธิการไปแก้เป็นว่าขอให้เป็นแค่ซี ๑๐ จะเป็นซี ๑๐ วิชาการ ก็เป็นได้ พวกกระผมไม่เห็นด้วยครับ ขณะเดียวกันผู้สงวนคําแปรญัตติก็ไปแก้ว่าแค่ซี ๙ ก็เป็นได้ ยิ่งไม่เห็นด้วยใหญ่เลย เพราะฉะนั้นพวกกระผมเห็นว่าควรจะเป็นไปตามร่างที่รับ หลักการมาจะลงมติว่าอย่างไร เพื่อให้ตรงไปตามความต้องการของผู้ลงมติครับ ขอบคุณครับ
ได้ครับ เดี๋ยวตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๘๗ ท่านนะครับ
เพื่อที่จะถามมติให้เข้าใจ ผมจะถามประเด็นแรกก่อน ประเด็นเดียวนะครับ ว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ถ้าหากว่าท่านเห็นด้วย ก็ถือว่าที่ประชุมก็ชัดเจน ถ้าท่านไม่เห็นด้วย ก็จะถามต่อไปว่าเห็นด้วยกับท่านขจิตร หรือจะเห็นด้วยกับร่างเดิมนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ผู้สงวนคําแปรญัตติ ตอนที่ผมลุกขึ้นอภิปรายผมบอกแล้วว่าในมาตราต่อไปนี้ผมไม่ติดใจ แล้วก็คําแปรญัตติของผม
ไม่ติดใจนะครับ
อะไรครับ
ท่านไม่ติดใจใช่ไหมครับ
ครับ ผมบอกแล้วครับ แล้วก็ประเด็น ที่เหลือก็คือว่าจะเอาตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือร่างเดิมก็จบเลยครับ
อย่างนั้นผมจะถามมตินะครับว่า ท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับร่างเดิมให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ เข้าใจนะครับ เห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่มหมายเลข ๒ เห็นด้วย เห็นด้วยกับร่างเดิมให้กดปุ่ม หมายเลข ๓ ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการ ๒๗๑ ท่าน เห็นด้วยกับร่างเดิม ๑๐๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๗ ครับ
มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๓๐ ไม่มีการแก้ไข
ไม่มีการแก้ไข ผ่านนะครับ
มาตรา ๘ ยกเลิกมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ ไม่มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ
มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ จบการพิจารณาเรียงตามมาตรานะครับ มีท่านใดจะขอแก้ไขถ้อยคําไหมครับ แก้ถ้อยคํา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน กรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธานในการพิจารณา ทั้งร่างและแก้ไขถ้อยคํานะครับ มีถ้อยคําที่ไม่สอดคล้องกันในร่างมาตรา ๖ แก้ไขมาตรา ๒๘ (๔) ท่านประธานครับ (๔) ที่เขียนว่า (๔) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ขอเปลี่ยน ถ้อยคํานะครับ โดยการแก้เอาคําว่า (๔) ออก แล้วเติมถ้อยคํา บุคคลตามวรรคหนึ่งต้องมี คุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เติมคําว่า ด้วย ให้มาสอดคล้องกับมาตรา ๔ แก้ไข มาตรา ๖ ครับ ลักษณะถ้อยคําอันเดียวกันครับ
เพิ่มคําว่า ด้วย อย่างเดียวใช่ไหมครับ
เอาคําว่า (๔) ออกครับท่านประธาน ด้านหน้าเติมคําว่า บุคคลตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
มีท่านใดขัดข้องไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ก็เป็นเนื้อความเหมือนกันนั่นละครับ เพื่อความชัดเจน ก็เห็นด้วยทุกท่านนะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม ซึ่งจะต้องถามมติจากที่ประชุมว่า เห็นชอบหรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในวาระที่สามนี้จะต้องขอเสียงจากที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ วรรคท้าย เกินกว่ากึ่งหนึ่งนะครับ ฉะนั้นเดี๋ยวผมจะขอมติจากที่ประชุม ก่อนจะขอมติ จะขอตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านอภิชาตครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตแก้ไขถ้อยความนะครับ ใน (๑๑)
มาตราไหนครับ
มาตรา ๗ นะครับ
หมายความว่ามาตรา ๔ ที่แก้ไขมาตรา ๗ ถูกต้องไหมครับ
ครับ
วงเล็บไหนครับ
แล้วก็อยู่ใน (๑๑) ซึ่งเมื่อสักครู่ ที่ผมได้อภิปรายไปผมเกรงว่าการวางถ้อยคําที่อยู่ โดยคณะกรรมาธิการไปเพิ่มเติมว่า โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง ๕ ปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ ไว้ตรงกลางนั้นอาจจะก่อให้เกิด ความสับสนได้
ท่านจะสลับ
ครับ ผมจะขอหารือ ท่านประธานกับคณะกรรมาธิการว่า เอาคําว่า โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ได้รับ การเสนอชื่อ ไปไว้หลัง เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิด ลหุโทษ ก็จะเป็นเจตนารมณ์ก็คือว่า ท่านต้องการจะยกโทษให้กับคนที่เคยต้องคําพิพากษา ให้จําคุก
เดี๋ยวท่านลองอ่านลําดับเรื่องของท่านสิครับ ประเด็นเข้าใจแล้ว ขอลําดับ
เป็น (๑๑) เคยต้องคําพิพากษา ให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ โดยได้รับโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อครับ
ทางรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาทันไหม รับได้ไหม ประธานจะไม่ออกความเห็นครับ เชิญครับ
ขออนุญาต ท่านประธานครับ คือการสลับที่นี่ ตอนกรรมาธิการแก้ไข กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นะครับ คือเราได้นําถ้อยคํานี้มาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในมาตรา ๑๐๒ (๕) เคยต้องคําพิพากษาให้จําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ ไม่ได้ยิน หรือครับ ขอประทานโทษครับ กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ คือถ้อยคํา ที่กรรมาธิการนํามานี้เป็นถ้อยคําตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๐๒ คืออยู่ในซีเควน (Sequence) ของตามที่ปรากฏอยู่ ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอแก้ไขสลับที่ ผมเองเกรงว่ามันจะไม่ตรงกับถ้อยคําที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ (๕) แล้วก็จะเกิดนําไปสู่การตีความ ด้วยความเคารพ กรรมาธิการขอคงไว้ ตามเดิมนะครับ ขอบคุณครับ
รับได้นะครับ เดี๋ยวผมขอมติวาระที่สาม ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ท่านแสดงตน ก่อนนะครับ เชิญแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๙๒ ท่านนะครับ
ท่านสมาชิกครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นร่างประกอบรัฐธรรมนูญตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ วรรคท้าย จะต้องมีเสียงของท่านสมาชิกที่ออกเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิก ที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คือ ๕๐๐ ท่าน จึงจะเป็นไปตามข้อบังคับ ฉะนั้นผมจะถาม มติที่ประชุมว่าท่านใดเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียงนะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนเรียบร้อยทุกท่านแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นชอบ ๓๘๒ ท่าน ไม่เห็นชอบ ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ แล้วก็ เกินกว่ากึ่งหนึ่งที่ข้อบังคับได้กําหนดไว้นะครับ ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันพิจารณา จบการพิจารณาเรื่องนี้นะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๒. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่
ด้วยคณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอรายงานการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาและลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่างเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะได้ดําเนินการต่อไป แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนั้นไว้ก่อน
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ
กราบขอบพระคุณค่ะ กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัด อุตรดิตถ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม กีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ขอกราบเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามที่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ และที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ได้ลงมติตั้งบุคคลสภาละ ๑๑ คน ประกอบเป็นกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... นั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ขอขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิอภิปรายครับ ท่านใดจะแสดงความเห็นหรือไม่ครับ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อชั้นที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขมาหลังจากที่ผ่านความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว วุฒิสภาได้แก้ไขร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... เอาไว้มากถึง ๑๖ มาตรา โดยเพิ่มเติมมาอีก ๑ มาตรา เป็นรวมแล้วทั้งหมดเข้าใจว่า ๑๗ ประเด็นนะครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่โดยส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการเติมเต็มให้กฎหมายฉบับนี้ มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามประเด็นที่วุฒิสภาได้แก้ไขและคิดว่าเป็นการสร้าง ปัญหาขึ้นมาก็คือเรื่องของการไปแก้ไขในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๐ เป็นเรื่องของการพ้นจาก ตําแหน่งตามวาระของกรรมการ กรรมการในมาตรา ๖ (๓) ซึ่งมาตรา ๖ (๓) นั้นก็คือ เดี๋ยวขออนุญาตท่านประธาน มาตรา ๖ (๓) นั้นก็คือเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ การกีฬาอาชีพ คือกรรมการการกีฬาอาชีพมีอยู่ ๔ ประเภท ประเภทแรก ก็คือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกรรมการ มีกรรมการโดยตําแหน่ง จํานวน ๖ คน ก็คือปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วก็วุฒิสภาไปเพิ่มเติมปลัดกระทรวงแรงงานเข้ามา มีผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการประเภทที่ ๒ กรรมการประเภทที่ ๓ ก็คือกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งซึ่งเลือกจากผู้แทนนักกีฬาอาชีพ ผู้แทนผู้เกี่ยวข้องกับกีฬา อาชีพ แล้วก็ประเภทที่ ๔ ก็คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในมาตรา ๑๐ นั้นก็บอกว่านอกจาก การพ้นจากตําแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) ก็คือกรรมการผู้แทนนักกีฬา อาชีพ ผู้แทนผู้เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพ แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งนะครับ จะต้องมี คุณสมบัติก็คือนอกจากพ้นจากตําแหน่งตามวาระแล้วก็ให้พ้นจากตําแหน่งในอีก ๖ เรื่อง คือ ตาย ลาออก รัฐมนตรีให้ออก ขาดคุณสมบัติ ได้รับโทษจําคุก แล้วก็ต้องคําพิพากษา ถึงที่สุดว่ากระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ก็คือว่าวุฒิสภาไปแก้ไขในมาตรา ๑๐ ใน (๖) ไปเติมบอกว่า ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๗ การไประบุว่า เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๗ นั้นมันเป็นการทําลายเจตนารมณ์ของ กฎหมายฉบับนี้อย่างรุนแรง เพราะในมาตรา ๖๗ ที่ผ่านความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วนั้น ระบุว่าผู้ใดกระทําอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ก็คือ
๑. ไม่มาให้ถ้อยคําหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใดตามคําสั่ง ของคณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ คณะอนุกรรมการ นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วแต่กรณี โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือ
๒. ขัดขวางหรือไม่อํานวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๕๓
ความจริงเรื่องไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ การไม่มาให้ถ้อยคําหรือส่งเอกสาร หลักฐานนี่นะครับ แต่ว่าคนที่เป็นกรรมการหรือคนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ถ้าได้กระทําอะไรที่มันขัดหรือไม่สนองต่อเจตนารมณ์ของการมีกฎหมายฉบับนี้ ก็ไม่สมควรที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ และจําเป็นจะต้องพ้นจากตําแหน่งไป แต่เมื่อวุฒิสภา ไปยกเว้นความผิดมาตรา ๖๗ ไว้ นี่ถือว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่าคนที่ขัดแย้ง กับกฎหมายฉบับนี้ ไม่ทําตามกฎข้อบังคับตามที่กฎหมายนี้กําหนด ก็มาเป็นกรรมการ การกีฬาแห่งชาติได้ แต่น่ายินดีนะครับ ที่ในชั้นของคณะกรรมาธิการร่วมไม่เอาด้วย กับวุฒิสภา คือที่ลุกขึ้นมาก็เพื่อจะชื่นชมกับคณะกรรมาธิการร่วม ที่มีมติว่าให้ตัดประเด็นนี้ เว้นแต่เป็นความผิดตามมาตรา ๖๗ นี้ออกไป ก็จะทําให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ ก็คือระบุว่า ถ้าต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อใด ก็ตาม คน ๆ นั้นจะต้องพ้นจากตําแหน่ง นอกเหนือจากพ้นจากตําแหน่งตามวาระแล้ว นะครับ ก็ลุกขึ้นมาก็เพื่อที่จะสนับสนุนร่างของคณะกรรมาธิการร่วมในประเด็นนี้ ส่วนอีก ๑๖ ประเด็น ๑๖ มาตราที่มีการแก้ไขนั้นก็เป็นการพบกันครึ่งทางของคณะกรรมาธิการ จากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็ทําให้กฎหมายนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ก็รับได้นะครับ ที่จะให้กฎหมายฉบับนี้มีผลไปบังคับใช้ต่อไปเพื่อพัฒนาส่งเสริมกีฬาอาชีพของประเทศเรา ให้พัฒนาคืบหน้าต่อไปในวันข้างหน้า ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ เรียนเพื่อนสมาชิกนะคะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ด้วยความเคารพค่ะ ดิฉันคิดว่าอาจจะมีคลาดเคลื่อนเล็กน้อยเกี่ยวกับข้อมูลที่ท่านได้ศึกษาดู เพราะว่าในชั้นของ กรรมาธิการร่วมของเรานั้นได้มีการพิจารณาในมาตรานี้และมีความเห็นร่วมกันว่าสมควรที่จะ ให้ตัดส่วนของมาตรา ๖๑ ออกไป เพราะถือว่าไม่ได้เป็นการส่งเสริมที่จะให้การดําเนินงาน ทางด้านกีฬาอาชีพของเรานั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ก็ขออนุญาตเรียนไว้ว่า กรรมาธิการร่วมเห็นร่วมกันว่าควรจะตัดตรงส่วนนั้นออกไป จึงขอบพระคุณมาในที่นี้ค่ะ
ท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม กีฬาอาชีพฉบับนี้ถือว่าเป็นความก้าวหน้าในเรื่องของกีฬาฉบับหนึ่งในประเทศไทยนะครับ จริง ๆ แล้วกฎหมายกีฬามีไม่กี่ฉบับ เช่น มี พ.ร.บ. ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๘ และโดยเฉพาะมีการนําเสนอเข้ามาสู่สภาของเรา ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร อยู่ขณะนี้ มีการแก้ไขผู้ที่จะพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ เพื่อชื่อเสียงของประเทศของเรา มีพระราชบัญญัติกีฬามวยครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ในสมัยรัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ซึ่งพยายามที่จะยกระดับของการแข่งขันกีฬามวยให้เป็นมาตรฐานสูงขึ้น มีพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้าม ซึ่งเพิ่งออกไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง แล้วก็พระราชบัญญัติสถาบัน การพลศึกษา แล้วก็มีพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ ท่านประธานก็คงทราบดีนะครับว่า กีฬาอาชีพขณะนี้ประเทศไทยได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล ต้องยอมรับว่ากีฬา ฟุตบอลขณะนี้มีการแข่งขันทางด้านอาชีพแล้วก็ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนนั้นมาก การกีฬาแห่งประเทศไทยรับรองกีฬาอยู่ทั้งหมด ๑๓ ชนิดกีฬา ขณะนี้เป็นกีฬาอาชีพ เหตุผล ที่ทําไมเขาต้องรับรอง ๑๓ ชนิดกีฬา ก็อยากเรียนท่านประธานว่าเนื่องจากกีฬาอาชีพมีความ แตกต่างจากกีฬาเพื่อความเป็นเลิศอยู่ ๓-๔ ประเด็นแค่นั้นเอง ก็คือต้องเป็นกีฬาที่ต้องใช้ ความสามารถระดับสูงขึ้นสักนิดหนึ่ง แล้วก็ได้รับความนิยมจากพี่น้องประชาชน แล้วก็ เกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจ เรื่องของรายได้ของนักกีฬา ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกีฬาอาชีพ ของเราถามว่ามันเพิ่งเริ่มขณะนี้หรือครับ ไม่ครับ โดยเฉพาะฟุตบอลอาชีพถ้าท่านประธาน ได้ติดตามกีฬาฟุตบอลอาชีพ เขาเรียกว่าโปรวินเชียลลีก (Provincial League) นะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เช่นเดียวกัน สมัยนั้นท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย แล้วก็มีรัฐมนตรี คือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นทําคล้าย ๆ กันครับ คือให้มี ๕ ภูมิภาค แข่งกัน ๖๐ ทีม แล้วเอาที่ ๑ ที่ ๒ เข้ามาชิงชนะเลิศกันเพื่อเข้าสู่ ไทยแลนด์ลีก (Thailand League) เรียกว่าในรอบแซท แชมเปี้ยนชิพ (SAT Championship) แซท ก็คือเป็นคําย่อของการกีฬาแห่งประเทศไทยสมัยนั้น สุดท้ายตอนนี้ก็เลยกลายมาเป็น ฟุตบอลดิวิชัน ๒ (Division 2) ดิวิชัน ๑ แล้วก็ไทยพีเมียร์ลีก (Thai Premier League) ก็ถือว่าได้รับความนิยม ท่านประธานครับ เราก็นั่งคิดว่าถ้าเราออกกฎหมายกีฬาอาชีพ อย่างน้อยขณะนี้ท่านก็คงได้ยินข่าวเรื่องผู้ตัดสินไปตัดสินกีฬาอาชีพเสร็จแล้วกลับมาบ้าน หรือไปออกกําลังกาย หรือทําอะไรก็แล้วแต่ถูกสั่งฆ่า ถูกสั่งยิง หรือว่าถูกทําร้าย สิ่งนี้ละครับ เราก็อยากให้มีกฎหมายไว้สําหรับคุ้มครองดูแลสวัสดิการของทั้งผู้ตัดสิน ทั้งนักกีฬา แล้วก็ผู้ที่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของกีฬาอาชีพ จริง ๆ แล้วฉบับนี้ต้องขอบคุณไปถึงท่านอดีตรัฐมนตรี ชุมพล ศิลปอาชา นะครับ อย่างน้อยท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้เป็นผู้นําเสนอกฎหมายเข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรวาระแรก เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ มีกฎหมาย กีฬาอาชีพเข้ามา ๓ ฉบับครับ ก็คือของคณะรัฐมนตรี โดยท่านรัฐมนตรีชุมพล ศิลปอาชา มีของพรรคประชาธิปัตย์ นําเสนอโดยผมเองครับ แล้วก็คณะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็มีคุณภราดรของพรรคชาติไทยพัฒนา ๓ ฉบับครับ เข้ามาเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน จริง ๆ แล้วเราพิจารณาด้วยความรอบคอบแล้วก็อยากให้กฎหมายฉบับนี้ ออกมาเร็ว ๆ ครับ ท่านจะเห็นว่าเรื่องกีฬาอาชีพมันเริ่มบูม (Boom) เริ่มพัฒนา แต่ขณะเดียวกันมันก็เริ่ม มีปัญหาแฝงอยู่ แล้วทําท่าจะลุกลามใหญ่โต หลายคนบอกว่าถ้าเกิดไม่รีบเอากฎหมาย ออกไปควบคุมจะเกิดอันตรายต่อวงการกีฬา วาระที่สอง วาระที่สาม สภาเราพิจารณาวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ เราพิจารณาเสร็จแล้วส่งไปให้ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านนฤมลก็ได้ให้เกียรติเป็นประธานในคณะของสมาชิกวุฒิสภา ส่งกลับมาที่สภาของเรา วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูของสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็มาดู ของกรรมาธิการร่วม ท่านทราบไหมครับว่า ๑๗ มาตราที่แก้ไขนี้ จริง ๆ แล้วสาระสําคัญ ที่ต่างกับวุฒิสภานะครับ วันนี้กรรมาธิการร่วมรับเกือบทุกมาตราครับ ต่างกันอยู่นิดเดียว ท่านทราบไหมว่าต่างกันตรงไหนครับ สมาชิกวุฒิสภาไปแก้ไข โดยเฉพาะถ้อยคําในมาตรา ๑๑ เพียงแค่วุฒิสภาไปเปลี่ยนคําของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คือคําว่า ประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณ แต่วุฒิสภาไปใช้คําว่า ประมวลจริยธรรม ท่านก็ให้เหตุผลว่าเนื่องจาก มันจะได้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ส.ส. นี้บอกว่าต้องมีคําว่า และจรรยาบรรณ ด้วย แต่วุฒิสภาบอกว่าตัดคําว่า จรรยาบรรณ ออก แค่นี้ละครับประเด็น และเหตุผลที่น่าเสียใจมาก ทําให้กฎหมายฉบับนี้ช้านะครับ เนื่องจากมีบางท่านบอกว่าไม่ชอบที่จะเอาถ้อยคํา จากรัฐธรรมนูญมาใช้ เหตุผลเพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญมีพิษ แค่นี้ละครับ ระหว่างคําว่า มีจริยธรรมกับไม่มีจริยธรรม ระหว่างคําว่า มีจรรยาบรรณกับไม่มีจรรยาบรรณ ทําให้กฎหมายต้องกลับจากสภาของเราเข้าไปกรรมาธิการร่วม ๘ เดือนครับท่านประธาน ในระหว่าง ๘ เดือนนี้หลายท่านอาจจะไม่ติดตามนะครับ แต่ถ้าท่านติดตามจะได้ยินข่าว ผู้ตัดสินถูกทําร้าย วันนี้โชคดีครับไม่ถึงตาย แต่ถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ออกมันจะมีกฎหมาย ที่ลงโทษแม้กระทั่งนักกีฬาที่ล้มกีฬา ผู้ตัดสินที่ล้มกีฬาตัดสินไม่เป็นธรรม ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้จ้างวานต่อไปนี้ไม่เพียงแค่ถูกค่าปรับ จําคุกด้วย แต่กฎหมายมันช้าไป ๘ เดือนครับ เหตุผลเพราะเรื่องของการเมืองนิดเดียว เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเชื่อว่าทั้งสภาของเราคงเห็นด้วย กับการพิจารณาของทั้งสมาชิกวุฒิสภาและก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนนะครับว่า คุณงามความดีของทางสมาชิกวุฒิสภาเขาได้กลั่นกรองกฎหมายของเราอย่างดี ผมยกตัวอย่างมาตราหนึ่งครับ เดิมสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรเราเชิดชูเกียรติกันเพียงแค่ นักกีฬาอาชีพครับ ว่าวันนี้ถ้าเกิดนักกีฬาอาชีพที่ทําคุณงามความดีให้กับชนิดกีฬาอะไร ก็แล้วแต่ เราก็ควรจะยกย่องเชิดชู แต่ว่าวุฒิสภาเขาไปเพิ่มคําว่า บุคลากรกีฬาอาชีพด้วย บุคลากรก็คือใครบ้างครับ เช่น ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการแข่งขันบ้าง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนกีฬาอาชีพ ตรงนี้ละครับนี่ก็คือการเติมเต็มของวุฒิสภา กับเรา ก็ขอชื่นชมครับ วันนี้ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน และส่วนสําคัญอีกประเด็นหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของคณะกรรมการกองทุน ผมเรียนนะครับเนื่องจากกฎหมายฉบับนี้แม้จะยัง ไม่ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ แต่มีกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพแล้วครับ โชคดีว่าประเทศไทยนี้ มีคนเคยดูแลเรื่องกีฬาพอสมควรนะครับ กีฬาเพื่อความเป็นเลิศเขาเรียกกองทุนพัฒนากีฬา แห่งชาติ ชื่อคล้าย ๆ กับกีฬาแห่งชาติ แต่จริง ๆ ก็คือกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ตั้งมา ตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีจุรินทร์ ปี ๒๕๔๒ ครับ ทุกปีเงินกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติเขาจะเอามา พัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ท่านคงทราบนะครับ กีฬาเพื่อความเป็นเลิศนี้กีฬาที่ส่งไป ในนามประเทศไทย ท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยนี่ครับ ส่งนักกีฬาไป ไปแข่งโอลิมปิกบ้าง ไปแข่ง เอเชียนเกมส์บ้าง สุดท้ายได้เหรียญทองนี้นําความภาคภูมิใจให้กับเรา แต่เราก็บอกว่า เราก็ไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นจําเป็นจะต้องหาเงินเข้ากองทุน กองทุนมีกันมาทุกปีครับ บางปี ก็ได้ ๔๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ได้ ๔๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ได้ ๔๕๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ได้ ๔๕๐ ล้านบาท แต่ท่านทราบไหมครับว่าปีนี้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ใจดีกับคนกีฬามากครับ ให้กองทุนพัฒนากีฬา ๑๐๕ ล้านบาทแค่นั้นเอง กรรมาธิการ งบประมาณที่ใครเป็น ที่ผ่านมานะครับท่านอาจจะลืม วันนี้ท่านตัดงบประมาณกีฬาลงไป ๔๐๐ ล้านบาท แล้วไม่รู้จะไปหาจากไหนอยู่เลยครับวันนี้ ท่านคงรู้แล้วครับ โอลิมปิก เราไม่ได้เหรียญทองในรัฐบาลนี้นะครับ วันนี้ไม่ใช่เป็นการโจมตีกัน แต่เรียนให้ฟังว่าถ้าเกิด ท่านยิ่งไปตัดงบประมาณนี่มันยิ่งอันตราย วันนี้ ส.ว. ก็มาพูดถึงเรื่องคณะกรรมการกองทุน เพื่อให้มันครอบคลุมดีขึ้น และโดยเฉพาะงบกองทุนกีฬาอาชีพนะครับ ปีที่แล้วได้ ๑๐๔ ล้านบาท ปีก่อนหน้านี้ปี ๒๕๕๕ ได้ ๑๐๘ ล้านบาท ปีนี้ท่านก็ให้แค่ ๙๔ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่กีฬามันบูม กีฬาอาชีพมันบูม แต่ว่าท่านยิ่งให้งบประมาณไปน้อย ท่านรู้ไหมครับว่าเวลาแข่งขันฟุตบอล ถ้าเกิดท่านไม่ให้งบประมาณไปนะครับ การพัฒนาผู้ตัดสินก็พัฒนาไม่ได้ สนามกีฬาถ้าเกิด มันไม่ปลอดภัย พอผู้ชมสามารถลงไปทําร้ายนักกีฬาได้ ลงไปทําร้ายผู้ตัดสินได้ เหตุการณ์ มันก็เกิดเยอะนะครับ ผมเลยเรียนว่า ท่านครับวันนี้เป็นความโชคดีทั้ง ๒ สภานะครับว่า ทําให้เราสามารถที่จะผ่านกฎหมายเรื่องของกีฬาอาชีพ ก็ขอการสนับสนุนจากทุกท่านด้วย ขอบคุณมากครับ
ท่านพหลว่าอย่างไรครับ เชิญหมอชลน่าน ไม่พูดแล้วใช่ไหมครับ ท่านนายแพทย์สุกิจครับ กฎหมายกีฬาจะได้ใช้เร็ว ๆ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดไม่ยาวหรอกครับ ก็คงจะได้ใช้เร็ว ๆ ครับ คือยังติดใจ เมื่อกี้ท่านกรรมาธิการท่านก็ได้พูดไปบางส่วนแล้วนะครับ ก็คือเรื่องของ มาตรา ๑๑ (๘) นะครับ คือคําที่ท่านบอกว่า แตกต่างกันนิดเดียว ที่ผมพูดนี้ ไม่เกี่ยวกับว่าผมจะพอใจถ้อยคําในรัฐธรรมนูญหรือเปล่านะครับ แต่ผมมีความสงสัย คือใน (๘) นี้ ร่างเดิมที่เข้าไปนะครับ ร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปนี้มันเป็นอํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมการ ที่บอกว่า (๘) ออกประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของนักกีฬาอาชีพ และบุคลากรกีฬาอาชีพ ทีนี้ทางสมาชิกวุฒิสภาได้ไปแก้โดยตัดคําว่า และจรรยาบรรณ ออก เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาจากวุฒิสภา ก็เป็นแค่ว่า (๘) หน้าที่ของกรรมการ ก็คือออกประมวล จริยธรรมของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ แต่เมื่อผ่านกรรมาธิการร่วมนะครับ ก็ให้ยืนยันตามร่างเดิมของ ส.ส. ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปนะครับ ก็เลยออกมาเป็นว่า อํานาจหน้าที่ของกรรมการ (๘) ก็คือออกประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ท่านประธานครับ ๒ คํานี้ความหมายมันใกล้เคียงกันมาก แต่จะว่ามันเหมือนกันเลยทีเดียวไหม ก็คงจะ ไม่เหมือนนะครับ ผมก็พยายามจะเปิดอินเทอร์เน็ต (Internet) ดูนะครับ เขาบอกว่า จริยธรรมแปลว่า แนวทางของการประพฤติ นะครับ ในขณะที่ถ้าบอกว่าจรรยาบรรณ คืออะไร จรรยาบรรณ เขาเขียนว่าเป็น ประมวลความประพฤติของอาชีพนั้น ๆ อย่างเช่น แพทย์ก็มีจรรยาบรรณ ทันตแพทย์ก็มีจรรยาบรรณ อะไรอย่างนี้ ทีนี้เมื่อมาเขียนทั้ง ๒ คํา อยู่ด้วยกันนะครับ เป็นประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณนี่ทําให้ผมมีความเข้าใจว่า กรรมการต้องออกทั้ง ๒ อย่าง คือประมวลจริยธรรมอย่างหนึ่ง แล้วก็ออกเป็นจรรยาบรรณ อีกหมวดหนึ่ง อย่างนี้ใช่หรือไม่ อยากจะให้ท่านกรรมาธิการได้ตอบนะครับ ถ้าไม่ใช่ แล้วทําไมต้องใส่ไปทั้ง ๒ คํา เลือกเอาคําใดคําหนึ่งได้หรือไม่ ขอเรียนถามแค่นี้ครับ
ท่านใดจะตอบ เชิญท่านประธานตอบเลยครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน ดิฉันต้องเรียนว่าในมาตรา ๑๑ (๘) ได้กลับไปใช้ตามร่างของสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าจริง ๆ แล้วเรามีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางมาก ๆ เลย ใช้เวลาในส่วนนี้น่าจะ ถึงชั่วโมงเศษ จากที่เรามีมาตราอื่น ๆ ได้แก้ไขมามากมายก็ไม่มีอะไรที่เราเห็นไม่ตรงกัน แต่ในมาตรานี้โดยเฉพาะในส่วนที่เป็น (๘) ของมาตรานี้เราถึงกับต้องลงมติโหวตกัน ในที่ประชุม และที่ประชุมก็ได้ใช้เสียงส่วนใหญ่ก็คือให้กลับไปใช้ร่างของผู้แทนราษฎร ก็คือให้มีเพียงคําว่าออกประมวลจริยธรรม ออกประมวลจริยธรรมซึ่งจริง ๆ แล้วก็ตามที่ คุณหมอได้กรุณาอภิปรายนะคะว่ามันค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกัน ถ้าจรรยาบรรณนี่มันก็จะ มุ่งไปสู่อาชีพใดอาชีพนั้น ๆ จริยธรรมก็เป็นการควบคุมพฤติกรรม แล้วจรรยาก็คือการกระทํา หรือสิ่งที่ดีงาม เพราะฉะนั้นถ้าเราออกเพียงแค่ว่าประมวลจริยธรรมนี่มันก็ครอบคลุมได้แล้ว แม้ว่าวุฒิสภาโดยท่าน พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ท่านประสงค์ ที่จะให้เกิดความสอดคล้องกับมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ก็ตาม แต่เสียงของเรา ในที่ประชุมในวันนั้นของที่ประชุมร่วมก็ไม่สามารถที่จะเป็นเสียงส่วนใหญ่ได้ เพราะฉะนั้น เราจึงกลับมาใช้ร่างของสภาผู้แทนราษฎรค่ะ ซึ่งดิฉันคิดว่าครอบคลุมแล้วก็เป็นประโยชน์ แล้วก็มีความชัดเจนแล้ว จึงได้ต้องทําเช่นนั้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต้องขอมตินะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมครับ เชิญคุณหมอต่อนิดหนึ่งครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อความมั่นใจนะครับ ขอเรียนถามอีกทีหนึ่ง ตกลงว่ามันเป็นอย่างเดียวใช่ไหมครับ ไม่ใช่ ๒ อย่าง ประมวล จริยธรรมและจรรยาบรรณนี้ก็คืออันเดียวใช่ไหมครับ อย่างเดียว ไม่ใช่ว่าออกเป็นประมวล จริยธรรมอีกอัน แล้วก็จรรยาบรรณอีกอันหนึ่ง อย่างนั้นใช่ไหมครับ
เชิญท่านประธานครับ
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ดิฉันผิดพลาดเอง ต้องขออภัยที่ประชุมด้วยค่ะ เรากลับไปใช้ร่างเดิมของ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีทั้ง ๒ คํา ก็คือประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ขออนุญาตแก้ไข ให้ถูกต้องค่ะ
เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตได้ชี้แจงเพิ่มเติมอีกสักนิดนะครับ เนื่องจากต่อไปนี้ครับ คณะกรรมการกีฬาอาชีพก็จะออกประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ในขณะเดียวกัน สมาคมแล้วก็สโมสรต่าง ๆ ท่านจะต้องไปออกข้อบังคับจรรยาขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับ ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของคณะกรรมการกีฬานะครับ ก็ทําให้นักกีฬาแล้วก็ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีความประพฤติที่ดีขึ้นนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ จะขอมติจากที่ประชุม นะครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกกรุณาเข้าห้องประชุมแล้วนั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนนะครับขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ ท่านที่อยู่นอกห้องกลับเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านที่มาแล้วนั่งประจําที่ เสียบบัตรแสดงตนเลยนะครับ เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าประชุม ๒๙๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ เรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนนด้วยนะครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๙๓ ท่าน เห็นด้วยทั้งหมดครับ ๓๙๓ ท่านครับ
ท่านสมบูรณ์คงดีใจมากนะครับ ตามที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอ ข้อสังเกตในรายงานคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาและลงมติว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยโดยไม่มีการอภิปราย นะครับ ถ้าเห็นด้วยผมก็จะได้แจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี ศาลหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๕ วรรคท้าย และข้อ ๙๗ โดยอนุโลมนะครับ
ต่อไปจะถามมติว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยแล้วส่งผลนะครับ ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ เรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนน ด้วยนะครับ ๓๘๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้พอสมควรแล้วครับ กลับบ้านได้ครับ ปิดการประชุมครับ