สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ อภิปรายการยกเลิกมาตรา ๖, ๗, ๘ และ ๙ ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการแต่งตั้งผู้ตรวจเงินแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคิดอย่างรอบคอบและไกลในการแก้ไขกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในอนาคต

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใคร่อภิปรายในส่วนของมาตรา ๔ นะครับ ซึ่งมาตรา ๔ ในร่างนี้เป็นการยกเลิกความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และ มาตรา ๙ เพราะฉะนั้นเราจึงได้อภิปรายกันถึง ๔ มาตรา ในส่วนของมาตรา ๔ มาตราเดียว ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมใคร่ขอเรียนว่าประเด็นความสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ก็คือเป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียกว่ารัฐธรรมนูญกําหนดว่าจะต้องมี นั้นคือประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ที่มีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว และแสดงความ เป็นห่วงเรื่องคุณสมบัติทั้งคุณสมบัติที่จะต้องมีและคุณสมบัติต้องห้าม ประเด็นก็คือว่า หลังจากเราได้คณะกรรมการผู้ตรวจเงินแผ่นดินแล้ว คณะกรรมการดังกล่าวจะต้องให้ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง นี่คือประเด็นสําคัญครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากพยายามชี้แจงว่าเปิดกว้าง เปิดกว้าง เปิดกว้าง พวกกระผมก็เลยคิดว่า ความจริงแล้วคณะกรรมการดังกล่าวควรได้รับการคัดกรอง คัดสรร อย่างชัดเจนเสียก่อน ก่อนจะนําทูลเกล้าฯ ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมากแม้นว่าท่านจะบอกว่ามี ๗ อรหันต์ โน่นนี่ ประธานสภา ประธานศาลฎีกาเป็นคนคัดมาแล้ว และส่งให้วุฒิสภาพิจารณาตามหลังก็ตาม แต่ประเด็นก็คือพวกเราเพิ่งผ่านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมที่มาของ สมาชิกวุฒิสภาไป นี่คือสิ่งที่พวกกระผมเป็นห่วงอย่างไรครับ ถ้าท่านควบคุมสมาชิกวุฒิสภาได้ ควบคุมวุฒิสภาได้ ต่อไปใครจะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินสภา พรรคการเมืองไหนที่คอนโทรล (Control) สมาชิกสภาได้ สมาชิกวุฒิสภาได้ ก็สามารถควบคุมผู้ตรวจการแผ่นดินได้ อันนี้คือ สิ่งที่พวกเราเป็นห่วงกัน เพราะฉะนั้นคุณสมบัติดังกล่าวนี้ครับ ควรเป็นคุณสมบัติแบบปิด หรือคุณสมบัติที่มีการคัดสรรแล้วเป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ท่านเพิ่มคุณสมบัติตัดออก แก้ไขอยู่ถึง ๓ เรื่องครับ ทั้ง (ก) (ข) แล้วก็ (ง) ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญครับ ที่เราอภิปรายไปแล้ว หลายท่านเรื่องระดับ ๑๐ นี้ ผมเรียนยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ สมมุติว่าถ้าเราต้องการสอบเรื่องในสภา มีผู้ร้องไปยัง ผู้ตรวจการ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน เช่น กรณีนาฬิการัฐสภา ซื้อเรือนละ ๗๕,๐๐๐ บาท แพงเกินกว่าเหตุ คนทําเรื่องนี้คือเลขาธิการรัฐสภา ระดับ ๑๑ คราวนี้ระดับ ๑๐ เทียบเท่า สมมุติท่านตั้งมาเป็นตําแหน่ง ๓ วัน อาทิตย์หนึ่งหรือเดือนเดียว แล้วมาเป็นผู้ตรวจการเลย ท่านว่าเขาสอบได้ไหมครับ ประสบการณ์ถึงไหมครับ ๑๐ สอบ ๑๑ คราวนี้ นี่กรณี ยกตัวอย่างนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าจะมีการสอบจริงหรือเปล่า แต่เป็นกรณีตัวอย่างครับ หรือกระทั่งไปสอบส่วนที่มีการพัวพันไปถึงปลัดกระทรวง หรือไกลไปมากกว่าปลัดกระทรวง คราวนี้ระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่าที่ท่านพูดถึงอยู่ตอนนี้ครับ พวกเราก็เลยเป็นห่วงว่าถ้าเป็น คนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เป็นอธิบดีมาก่อน ไปเป็นผู้ตรวจราชการแล้ว หรืออธิบดีหรือ มีคุณสมบัติเป็นมานานแล้ว อย่างน้อยก็มีประสบการณ์มากกว่าเดิม และเหมาะสมที่จะมา เป็นผู้ตรวจการ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน นั่นคือเหตุผลที่พวกผมพยายามชี้แจง

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องคุณสมบัติต้องห้าม กรณีใน (๑๑) ที่มีผู้อภิปรายไปแล้ว ก็คือว่า โดยได้พ้นโทษมาแล้วไม่ถึงห้าปีในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ อันนี้สิ่งที่พวกกระผม เป็นห่วงก็คือว่า เราต้องนํารายชื่อคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาทูลเกล้าฯ อย่างที่ผมเรียน ให้ทราบ สมมุติโทษที่เขาเพิ่งพ้นโทษมา กรรมการคนนั้นเคยได้รับโทษพ้นมาแล้วเกิน ๕ ปีแล้ว แต่คดีที่เคยได้รับโทษมาได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนหลายแสนคน หลายพันคน สมมุติท่านนี้ได้เป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและต้องนําชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ท่านคิดว่าผลกระทบจะกระทบถึงใครครับ ทําคนที่เคยมีความผิด มีคดีที่กระทบกับ ประชาชนในวงกว้างหลักแสนคน หลักหมื่นคน เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าที่ท่านเติมมาใน (๑๑) นี้ครับ ในมาตรา ๗ นี้ครับ ผมคิดว่าไม่จําเป็นต้องเติมหรอกครับ ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผมคิดว่าเราต้องคิดให้ครบครับ เราต้องคิดให้ไกลครับ ท่านอย่าคิดว่า มันเกิดขึ้นไม่ได้ มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ครับ แล้วที่สุดพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งอย่างไร ครับ ท่านก็ทรงแต่งตั้งตามที่เราคัดเลือกไป ตามที่สภามีความเห็นไป ตามที่วุฒิสมาชิกลงมติ เห็นชอบไป แต่ที่สุดผู้ที่เคยต้องคดีที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างครับ ก็จะกลับมากระทบกับ พระมหากษัตริย์ที่ทรงแต่งตั้งกรรมการท่านนั้น นี่คือเหตุผลสําคัญที่พวกเราพยายามพูดกัน ตรงนี้ สําคัญที่สุดครับ ผมขออภิปรายข้ามไปถึงมาตรา ๖ ในร่างฉบับนี้ซึ่งเรายังไปไม่ถึง ยังไม่ได้ลงมติมาตรา ๔ การที่ท่านให้คุณสมบัติเพิ่มเติมในส่วนของ (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) นี่ครับ มันส่งผลไปถึงมาตรา ๖ คืออะไรครับ คือไม่ต่ํากว่าระดับ ๑๐ ที่เราพูดถึงตรงนี้ครับ สามารถเป็นประธานได้ด้วย และยังสามารถเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ด้วย อันนี้คือ เรื่องสําคัญครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมเรียนยกตัวอย่างไปก็คือว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แค่ต้องมาตรวจระดับ ๑๐ มาตรวจระดับ ๑๑ ก็จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติแล้ว คราวนี้ เมื่อไปเป็น สมมุติระดับ ๑๐ หรือเทียบเท่า ได้เป็นประธานหรือเป็นผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินอีก ก็จะสร้างความยุ่งยากเพิ่มเติมเข้าไปอีก อันนี้เป็นเหตุผลสําคัญนะครับ ที่กรรมาธิการจะต้อง รับผิดชอบ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบครับ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผมคิดว่าเรายังมีเวลา ที่จะแก้ไข เพราะถ้าเราผ่านมาตรา ๔ ได้แล้ว มันก็จะส่งผลไปถึงมาตรา ๖ ที่เรายังพิจารณา ไม่ถึง แต่จะเป็นผลกระทบอย่างเป็นนัยสําคัญ ซึ่งกรรมาธิการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ขอบคุณครับ