ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 4, 6 และ 7 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขข้อความเพื่อความชัดเจนและป้องกันการลักลั่นในการปฏิบัติ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสรรหากรรมการและคุณสมบัติที่กำหนดไว้ โดยมีส่วนร่วมจากผู้มีอำนาจสำคัญในระบบกฎหมายของประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ ที่อนุญาตให้ผมได้ตอบคําถามเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายในมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ผมจะขออนุญาตตอบไปตามลําดับในประเด็นที่ทุกท่านได้ตั้งข้อสังเกต และเสนอแนะเข้ามา ผมขออนุญาตเริ่มที่ท่านประเสริฐ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ เพราะว่าท่านตั้งประเด็นเริ่มตั้งแต่รับหลักการ ข้อคับข้องใจของท่านที่บอกว่าทําไมต้องรับ เอาร่างของตัวกระผมเอง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว และคณะ เป็นร่างหลักในการพิจารณา ประเด็นนี้ผมเองคงอธิบายกับท่านไม่ได้นะครับ เพราะว่าเป็นมติสภาการที่จะพิจารณา ให้ร่างใดเป็นร่างหลักกรรมาธิการไม่ได้คิดเองนะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๔ ที่พวกเรา ช่วยกันเขียนช่วยกันปฏิบัติก็เห็นชัดเจนว่าถ้ามีหลายร่างสภาต้องกําหนดว่าให้ใช้ร่างใด เป็นร่างหลักในการพิจารณา เมื่อสภากําหนดให้ใช้ร่างของตัวกระผมและคณะเป็นร่างหลัก ในการพิจารณาก็จําเป็นต้องใช้ร่างที่สภากําหนดให้เป็นร่างหลัก มิได้หมายความว่าพวกผม เป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลแล้วต้องมากําหนดร่างผมไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ สภาตรงนี้เอง เป็นผู้กําหนดไป ต้องขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ในประเด็นนี้
ในประเด็นที่ท่านกรรมาธิการได้สงวนคําแปรญัตติ ผมขออนุญาตเริ่มที่ ท่านอานิกนะครับ ท่านอานิกได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ ในวรรคสอง ซึ่งว่าด้วยคุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็วรรคสามซึ่งเป็น คุณสมบัติเฉพาะนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านอานิกแล้วก็เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพว่า เรื่องกําหนดคุณสมบัติกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเราเขียนคุณสมบัติหลักเอาไว้ ๔ วงเล็บ นี่คือคุณสมบัติหลักนะครับ ใน ๔ วงเล็บนี้ท่านอานิกเอง ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ได้แปรญัตติเรื่องของจํานวนบุคคลที่แตกต่างไปจากร่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้พิจารณา เช่น (๑) ท่านแปรญัตติตัดให้เหลือ ๑ คน ในร่างของกรรมาธิการเป็นผู้ มีประสบการณ์ด้านการตรวจเงินแผ่นดินจํานวน ๒ คนนะครับ ท่านตัดให้เหลือ ๑ คน โดยข้อจํากัดว่ามันมีแค่ ๗ คนนี้ ท่านก็เอาไปบวกใน (๓) ของท่านนะครับ เติมเรื่องของผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้าน เศรษฐศาสตร์เข้าไป ตรงนี้กรรมาธิการเองก็เห็นชอบด้วยนะครับแต่ว่าดูภาพรวมแล้ว การตรวจเงินแผ่นดินเป็นวิชาชีพเฉพาะครับ และการตรวจเงินแผ่นดินเป็นวิชาชีพ ถ้าสมมุติว่าผู้ที่มีประสบการณ์ด้านตรวจเงินเหลือเพียง ๑ คนนี้นะครับการทํางาน ก็น่าจะมีปัญหา เราให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ในวงเล็บนี้เป็น ๒ คน เพราะถ้าวงเล็บนี้ เป็น ๒ คน ในวงเล็บอื่นก็ต้องลดหลั่นจํานวนไปให้สอดคล้องกับกรรมการทั้ง ๗ คน ในประเด็นนี้
ประเด็นที่ ๒ ในวรรคสองนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านอานิก ด้วยความเคารพนะครับ ข้อแปรญัตติของท่าน ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น (ก) (ข) หรือ (ค) กรรมาธิการรับเอาของท่านมา เห็นชอบ ตามท่านเลยนะครับ ไม่ได้ขัดแย้งเลย โดยเฉพาะประเด็นที่ผมต้องขออนุญาต และมี เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้สอบถามว่าทําไมเราไปแก้ใน (ก) หลายท่านนะครับ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะว่าท่านตั้งข้อสังเกตว่าเดิม (ก) ใช้คําว่า เป็นหรือเคยเป็น อธิบดี หรือข้าราชการ ซึ่งดํารงตําแหน่งทางบริหารที่มีอํานาจบริหาร กําหนดชัดครับ ตรงนี้ชัด เราก็ยอมรับครับว่าเป็นหรือเคยเป็นอธิบดีหรือเทียบเท่าอธิบดี แต่ว่าต้องเป็น บริหาร เรามาคิดมากครับในเรื่องนี้ กรรมาธิการต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านว่าเราคิดบนพื้นฐานของการนํากฎหมายไปสู่การปฏิบัติ ร่างของผมเองในคณะถูกแก้ไขครับ ถูกแก้ไขผมก็ยอม เพราะว่าเรามองถึงว่าถ้านํากฎหมาย ไปสู่การปฏิบัติแล้วปฏิบัติไม่ได้ มันจะเกิดปัญหา ปัญหาอันดับแรกสุดนะครับ ถ้าเขียนตามที่ ร่างผมเสนอ ร่างของท่านผู้ว่าการเสนอ และร่างพวกเราเสนอไปมันจะมีปัญหาการตีความ นะครับ ข้าราชการตําแหน่งเทียบเท่าบริหารตรงนี้ เราเองเราต้องการให้ความชัดเจนมากขึ้น นะครับ ประเด็นแรกสุดก็คือข้าราชการที่เคยดํารงตําแหน่งเทียบเท่าอธิบดี เรากําหนด ให้ชัดเลยครับ เพราะว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงระบบราชการ จากระบบซีมาเป็นระบบแท่ง ปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ซีครับ ถ้าเราต้องการให้กลุ่มที่เป็นซีอยู่แล้วมีโอกาสเข้ามาสู่ตําแหน่งนี้ได้ ซึ่งการเข้ามาสู่ตําแหน่งนี้ถือว่าเป็นคุณสมบัติประกอบนะครับ (ก) ถึง (จ) ในร่างของ กรรมาธิการเป็นคุณสมบัติประกอบเท่านั้น อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นครับ ไม่ใช่คุณสมบัติ หลักนะครับ คุณสมบัติหลักท่านต้องไปดูข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ เราให้โอกาส ถ้าเป็นคน ที่เคยเป็นข้าราชการแล้วมีระบบซีอยู่เดิม เราเขียนไว้ชัดครับเพื่อป้องกันการตีความ ถ้าเป็นระดับ ๑๐ เดิม เข้ามาได้เลย แต่ทีนี้ว่าถ้าเขียนอย่างนั้นแล้วถามว่าคนที่เทียบเท่า ตําแหน่งบริหาร ปัจจุบันนี้ทําอย่างไร เราก็มีความจําเป็นต้องบัญญัติ (ข) ให้เลยครับ (ข) ก็มาตอบคําถามว่าคนที่เป็นหรือเคยเป็นอยู่ในปัจจุบัน ยอมรับครับว่ากรรมาธิการมอง ในภาพกว้างมากกว่าร่างเดิม เราเปิดโอกาสกว้างขึ้น เป็นหรือเคยเป็นตําแหน่งที่เทียบเท่า อธิบดีหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ใน (๒) เราให้เข้ามา เราให้เข้ามาบนพื้นฐานว่าเป็นองค์ประกอบหนึ่ง เท่านั้นเองนะครับ ต้องไปดูข้างบนก่อน อันนี้คือสิ่งที่กรรมาธิการได้แก้ไขในเรื่องของ (ก) และ (ข) ในสิ่งที่ท่านสมาชิกได้สอบถามเพิ่มเติมจากเรื่องคุณสมบัตินะครับ ประเด็นที่เราแก้ ตรงนี้ ถามว่ามันจะมีปัญหาสู่การปฏิบัติหรือไม่ กรรมาธิการคิดมากครับในเรื่องนี้ ก็เลย ขมวดท้ายให้ในวรรคท้ายนะครับว่าการเทียบตําแหน่งตาม (ก) และ (ข) ให้นําหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการเทียบเท่าของ ก.พ. มาบังคับใช้ เพราะตัวนั้นมันเป็นกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าเกิด การตีความอันนี้ก็เอาตรงนั้นมาใช้ได้เลยนะครับ เพื่อป้องกันการลักลั่นในการปฏิบัติก็เลย เขียนให้อย่างชัดเจนในประเด็นนี้นะครับ สิ่งที่ท่านสมาชิกถามใน (จ) โดยเฉพาะท่านอภิชาต ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับว่าทําไมร่างเดิมไม่เขียนคําว่ารวมไว้ แต่กรรมาธิการไปเติม คําว่ารวม ประเด็นนี้เจตนารมณ์เราต้องการเปิดกว้างครับ เดิมนี้ถ้าไปตีความเฉพาะตําแหน่ง ก็คืออยู่ในตําแหน่งนั้นได้ ๑๐ ปีถึงจะเข้าสู่ตําแหน่งนี้ได้ เป็นคุณสมบัติประกอบนะครับ ไม่ใช่คุณสมบัติหลัก กรรมาธิการก็เห็นว่าถ้าคุณมีประสบการณ์ทางด้านการบริหาร แล้วในบริษัทเอกชนหรือตลาดหลักทรัพย์แล้ว คุณเป็นบริษัทนี้ ๕ ปี บริษัทนี้อีก ๕ ปี ก็สามารถมารวมกันได้นะครับ แต่อย่างไรก็ต้อง ๑๐ ปี ประเด็นนี้ต้องยอมรับว่าเราเปิดกว้างให้กับคนที่มีคุณสมบัติเขาได้เข้ามาสู่การคัดเลือก มีคุณสมบัติเฉพาะการคัดเลือกเท่านั้น ประเด็นในเรื่องของข้อคําถามที่ท่านเองก้าวล่วงไป ในมาตรา ๗ ซึ่งขออนุญาตท่านประธานนะครับ เมื่อสมาชิกอภิปรายแล้วผมขออนุญาต ตอบเลยนะครับ ในมาตรา ๗ ใน (๑๑) และ (๑๒) ใน (๑๑) ท่านอภิชาตได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทําไมกรรมาธิการถึงได้ไปเติมข้อความโดยเติมคําว่า โดยได้รับโทษมายังไม่ถึง ๕ ปี นับแต่วันที่ได้รับการเสนอชื่อ เหตุผลที่เราเติมตรงนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับ เราไปดูกฎหมายเทียบเคียงกฎหมาย ป.ป.ช. ครับ ป.ป.ช เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เสมือน สตง. หรือ คตง. ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเหมือนกัน กฎหมาย ป.ป.ช. ออกตาม รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ซึ่งทันสมัยกว่าของ คตง. ที่ออกเป็นของปี ๒๕๔๒ เพราะฉะนั้น คุณสมบัติที่เทียบเคียงกันเราก็ไม่เขียนให้เหมือนกันและสอดคล้องกัน เพราะระดับ ของอํานาจหน้าที่ใกล้เคียงกัน นี่คือเหตุผลที่เราต้องเติมเข้าไปและก็เป็น (๑๒) ด้วยนะครับ (๑๒) เราก็เทียบเคียงกับ ป.ป.ช. นี่คือเหตุผลที่กรรมาธิการเติมเข้าไปมิได้บอกว่าเราต้องการ ที่จะเปิดโอกาสหรือเปิดช่องให้แต่ผู้ใด ประเด็นข้อคําถามของท่านที่เกี่ยวกับการเขียนและ เปิดโอกาสให้กับคนที่เข้าใจว่าจะเข้ามาครอบงําผมต้องขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง ท่านคุณหมอวรงค์ด้วยความเคารพนะครับ ประเด็นที่ท่านตั้งข้อสังเกตก็เป็นประเด็นที่ กรรมาธิการก็คิดกรรมาธิการได้พูดถึงกันค่อนข้างมากในเรื่องนี้เหมือนกัน เรามาดูตําแหน่ง แล้วหลายตําแหน่งเราก็คิดว่าถ้าเราเขียนไปเปิดโอกาสมันจะมีปัญหามาก โดยเฉพาะในสิ่งที่ ท่านตั้งข้อสังเกตใน (ง) ผู้สอบบัญชีเดิมนะครับ ร่างเดิมผมเองยอมรับว่าร่างผมไม่มี ความชัดเจนและยากต่อการปฏิบัติมาก เพราะว่า (ค) เดิมเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตาม กฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีหรือวิชาชีพบัญชี ถ้าเขียนอย่างนี้เป็นร้อยครับ เป็นร้อยแค่จบ ปริญญาตรีสามารถจดทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีแล้วเข้าสู่ตําแหน่งนี้ได้เลย เพื่อป้องกันและก็มี ความจํากัดมากขึ้นเราอนุญาตให้ผู้สอบบัญชีแต่ก็มีคําว่า และ นะครับ คุณเป็นผู้สอบบัญชีได้ แต่ต้องเป็นผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารในหน่วยงานด้วยเติมคุณสมบัติเข้มเข้าไปอีก เราไม่ เปิดกว้างครับ บางเรื่องเราไม่เปิดกว้าง บางเรื่องเราเปิดกว้าง เพราะฉะนั้นในสิ่งที่กรรมาธิการ ได้พิจารณาในร่างมาตรา ๔ แก้ไขมาตรา ๖ และมาตรา ๗ กราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับ กรรมาธิการมั่นใจว่าสิ่งที่เราทําจะสามารถนําสู่ปฏิบัติได้และต้องเน้นย้ํา
ประการสุดท้ายครับ คุณสมบัติที่เราให้ไปไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้เป็น เพราะมีกรรมการสรรหาเลือกกรรมการอีกทีหนึ่งกรรมการสรรหาเราเขียนไว้มาตรา ๘ ซึ่งเราจะเข้าไปอภิปรายเราจะไปพิจารณากัน หลักประกันกรรมการสรรหาถ้าเราเชื่อมั่น ในตรงนั้นนะครับ หนึ่งในนั้นมีผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย มีท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรด้วย มีประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธาน ศาลฎีกา และคนที่ประธานศาลปกครองเลือก คนที่ประธานศาลฎีกาเลือก และคณะกรรมการ ศาลฎีกาเลือกเข้ามาอีก ที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกากับที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครอง เลือกมาที่ละ ๑ คน ท่านเหล่านั้นจะมาเป็นกรรมการสรรหากรรมการนะครับ ยึดเอา คุณสมบัติหลักเป็นเกณฑ์แล้วเติมเต็มด้วยคุณสมบัติประกอบนะครับ (ก) (ข) (ค) (ง) และ (จ) กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กรรมาธิการขอยืนร่างของกรรมาธิการครับ