รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ เราไม่ได้หารือกันมานานพอสมควรนะครับวันนี้ก็จะเปิดให้ได้หารือกัน ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานผมขอใช้เวลาไม่มากเพื่อไม่ให้รบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกที่จะหารือ เรื่องปัญหาในพื้นที่นะครับ แต่ว่าปัญหาของผมเป็นปัญหาเรื่องการทํางานของสภากับรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการมาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะนี้มันมีประเด็นเรื่องของการชี้แจง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการทุจริตโครงการรับจํานําข้าว ซึ่งผมคิดว่าอยู่ในความสนใจ ของประชาชนค่อนข้างมาก แล้วก็เป็นเรื่องที่กระทบกับความเสียหายของประเทศอย่างมาก เพราะว่าใช้งบประมาณเป็นแสนแสนล้านบาทนะครับ แต่ว่าคณะกรรมาธิการนี้ก็ได้ทําหนังสือเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สําคัญก็คือ อคส. เพื่อที่จะมาชี้แจงเรื่องของการรับจํานําข้าว กระบวนการการสต็อก (Stock) ข้าวและที่สําคัญคือการระบายข้าวที่มีปัญหาอยู่ว่า จะมีการทุจริตอย่างมหาศาล ก็ต้องเรียนว่าได้รับการติดต่อมาว่าหน่วยงานนั้นติดภารกิจ เพราะฉะนั้นเป็นประเด็นที่ผมเองไม่สบายใจเรื่องของกรรมาธิการที่ทํางาน เรื่องกฎหมายคําสั่งเรียกนี่ ผมคิดว่าถ้าหากไม่จําเป็นก็ไม่อยากใช้ เพราะว่าเราต้องการ ให้โอกาสแล้วก็ให้เกียรติกัน แต่ว่าอย่างนี้ผมไม่แน่ใจ อยากจะให้ท่านประธานประสาน ไปยังรัฐบาลว่ามีการส่งซิกแนล (Signal) อะไรกันหรือเปล่านะครับ กลัวว่ามีข้อมูลอะไรจะมารั่ว ที่ประชาชนยังไม่ได้รับทราบหรือว่าพวกเราในฐานะอยู่ในส่วนของการตรวจสอบนี่ จะไม่ได้รับทราบหรือเปล่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับ ถ้าหากเป็นเรื่องของความจริงก็ควรจะช่วยย้ําเตือนให้หน่วยงานให้ความสําคัญนะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๑/๒ แล้วผมคิดว่าเรื่องการทํางานของสภานี้ผมก็ไม่อยากจะว่านะครับว่านายกรัฐมนตรี ทําเป็นตัวอย่างนะครับว่าไม่ให้ความสําคัญกับพวกเราในสภา
ท่านอย่าไปพาดพิง อย่างนั้นเลยครับไปคิดว่าอย่างนั้นมันทําให้เสียหาย
แต่ว่าตรงนี้นะครับก็ปรึกษา ท่านประธานประสานว่าควรจะให้ความสําคัญกับการมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการด้วยนะครับ ตรงนี้ก็หารือท่านประธานนะครับ
ก็เป็นเรื่องที่ได้ ถกเถียงกันพอสมควรในที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทุกฝ่าย แม้แต่เรื่องกฎหมายคําสั่งเรียก อะไรต่าง ๆ พวกนั้น ก็ยังพยายามหาทางออกที่ดี ก็เป็นเรื่องที่ผมรับฟัง แล้วก็จะดําเนินการ ตามที่เห็นสมควรครับ เชิญท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมหารือต่อเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยเกี่ยวกับ เรื่องประปา ที่หมู่ที่ ๖ บ้านมะขามเอน ตําบลนาเชิงคีรี อําเภอคีรีมาศเดือดร้อนเกี่ยวกับ เรื่องประปาซึ่งมีประปาอยู่แล้วแต่ว่าเป็นประปาบนดิน ประปาผิวดินครับ ประปาผิวดิน ซึ่งมีเกี่ยวกับการทําการเกษตรไม่ว่าจะเป็นพืชไร่หรือไร่นาล้อมรอบหมดเวลาฉีดยาข้าว หรือว่าเกี่ยวกับเรื่องของสารเคมีอะไรต่าง ๆ ก็ลงไปในสระน้ําซึ่งทําให้เกิดความเดือดร้อน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒/๑ พี่น้องประชาชนใช้น้ําประปาโดยการที่เอาสารส้มไปใส่แต่น้ํามันยังขุ่นและมีกลิ่นเหม็น ฉะนั้นผมก็เรียกร้องไปถึงทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทรัพยากรน้ําบาดาล ขอความกรุณาไปเจาะบ่อบาดาลที่บ้านมะขามเอน หมู่ที่ ๖ ตําบลนาเชิงคีรีนี้ให้ใหม่ เพื่อที่จะได้ใช้น้ําใต้ดินหรือว่าประปาใต้ดินนั่นเอง
ส่วนในเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องโครงการขุดอ่างเก็บน้ําที่บ้านหนองสีดา หมู่ที่ ๕ ตําบลสามพวง อําเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตําบลสามพวง ได้ทําหนังสือขอมา แจ้งมาว่าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ําบาดาล จัดงบขุดสระน้ําไปให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๕ บ้านหนองสีดา ตําบลสามพวง ตามโครงการตามนโยบายของทางรัฐบาลเพื่อที่จะได้กักเก็บน้ํา แก้น้ําท่วม แล้วก็ช่วยในเรื่องของภัยแล้งต่อไป ขอบคุณมากครับ
ท่านสหรัฐ กุลศรี
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานสัก ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ในปัจจุบันรัฐบาลได้ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในเบื้องต้น ไม่เกิน ๕๐ หน่วย แต่ปรากฏว่าในขณะนี้มีประชาชนทั่วไปร้องเรียนมา โดยเฉพาะอําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง และอําเภอหนองหญ้าไซ ร้องเรียนมาว่าค่าไฟฟ้าที่รัฐบาลช่วยเบื้องต้น ๕๐ หน่วยนั้นไม่พอ อยากให้รัฐบาลช่วยเพิ่มขึ้นมาหน่อยจาก ๕๐ หน่วย เป็นสัก ๗๕ หน่วยได้ไหม อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยพิจารณาดูอีกสักครั้งว่า ๗๕ หน่วยนั้นพอจะช่วยประชาชน ในเบื้องต้นได้หรือไม่
เรื่องที่ ๒ เรื่องค่าตอบแทนเกี่ยวกับเกษตรกรแห่งชาติ โดยเฉพาะในขณะนี้ โรงสีในจังหวัดสุพรรณบุรีทั้งหมด ๘๔ โรง มีเกษตรกรแห่งชาตินั้นเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับ การรักษาข้าวเปลือกในโรงสีและทุกวันเขาต้องไปทํางาน แต่ปัจจุบันจนถึงบัดนี้เขายังไม่ได้รับ ค่าตอบแทนเลย เขาอยากฝากไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยจ่ายค่าตอบแทนให้เกษตรกรแห่งชาติ ที่ดูแลโรงสีทั้งหมด ๘๔ โรงของจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒/๑
เรื่องที่ ๓ เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมมีโอกาสเดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมต้องไปขึ้นเครื่องบิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าเขาบอกว่าให้ไปรอที่ช่องเอ ๖ (A6) ผมหาเลขเอ ๖ ไม่เจอ เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่สายการบินเขาบอกว่าเขาได้ปลดเอ ๖ ออกไปเสียแล้ว อยากฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยติดเอ ๖ ให้ด้วย เนื่องจากประชาชนหลงที่จะขึ้นเครื่องบินกัน หลายครั้งหลายคราว ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมหารือเรื่องปรองดอง โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ ฝ่ายการเมืองในจังหวัดจันทบุรีอยากเห็นการปรองดองที่จังหวัดจันทบุรีก่อน ช่วงเลือกตั้งใหญ่ จังหวัดจันทบุรีก็มีการแข่งกันหลายพรรค พรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งนายธวัชชัย อนามพงษ์ นายยุคล นายพงศ์เวช เขต ๑ เขต ๒ เขต ๓ พรรคเพื่อไทยก็ดอกเตอร์ประวัฒน์ อุตโมท และทีม แล้วก็มี อบจ. ส่งทีมแข่งขันกันรุนแรงมาก ผลออกมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ยกทีม ดอกเตอร์ประวัฒน์ก็เหมือนน้องผมก็ได้บัญชีรายชื่อ พอการเลือกตั้งเสร็จ ผมเป็น ส.ส. ผู้อาวุโส ก็ได้เชิญน้อง ๆ ที่แข่งขันกันมาบอกกีฬาจบแล้ว หันหน้าเข้าหากันดีกว่า มาแก้ปัญหาให้จังหวัดจันทบุรี ทุกคนเห็นด้วยนะครับท่านประธาน ภาพที่ถ่ายเราทํา ส.ค.ส. ส่งเลย ซ้ายมือก็นายกสมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาก็ ส.ว. มงคล ศรีคําแหง คนที่ ๓ ก็นายธวัชชัย อนามพงษ์ คนที่ ๔ ก็ดอกเตอร์ประวัฒน์ อุตโมท คนที่ ๕ ก็นายก อบจ. เราสมานฉันท์ที่จังหวัดจันทบุรีได้ ต่อมาท่านรัฐมนตรีก็ลงไปจังหวัดจันทบุรีเยอะมาก ท่านมีความสุขมาก เสร็จแล้วสุดท้ายนี้ก็มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปเปิดงานวันผลไม้ ผมก็ไปรับท่าน ท่านก็ดีใจขอบคุณธวัชชัย สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓/๑ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๘ นี้เอง บลูสกายแชนแนลเขาไปจัดงานสายล่อฟ้าที่ อบจ. จันทบุรี ก็มีหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านชวน หลีกภัย ท่านสุเทพ ท่านกษิต ท่านสาทิตย์ ลงไปกันเยอะแยะมาก มีคนมาฟังก็ประมาณ ๕,๐๐๐ คน แต่มีพี่น้องเสื้อแดงก็ประมาณ ๑๐๐ กว่าคนไปก่อกวน ผมอยากฝากท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีด้วย กําลังจะ สมานฉันท์ครับไม่อยากให้ไปก่อกวนเลย เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว แล้วก็อยากให้เป็นรัฐบาลไป แต่ว่าขอให้จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดสุดท้ายนะครับ ก็อย่ามา ก่อกวนอีกนะครับ เพราะฉะนั้นขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ฝากไปยังพี่น้องเสื้อแดง แล้วก็รัฐมนตรีด้วยว่าอย่าไปก่อกวนกันอีกครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีเรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่หารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะดําเนินการแก้ไข จํานวน ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท จํานวน ๒ สายทางในเขตอําเภอพนัสนิคมที่ชํารุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งกรมทางหลวงชนบท ได้ดําเนินการซ่อมแซมไปแล้วบางส่วน สายทางแรกนั้น ได้แก่ สายทางบ้านหนองไทร บ้านหนองพรหม หมู่ที่ ๓ ตําบลหมอนนาง อําเภอพนัสนิคม ระยะทาง ๑ กิโลเมตร สายทางที่ ๒ ได้แก่ สายทางบ้านหนองข่า บ้านหนองปลาไหล หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๐ หมู่ที่ ๑๓ ตําบลหนองเหียง อําเภอพนัสนิคม ระยะทาง ๔.๘ กิโลเมตร ขอให้กระทรวงคมนาคมซ่อมแซมให้ด้วย
เรื่องที่ ๒ นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับถนนชลประทานสายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๓๑ เข้าหัวงานอ่างเก็บน้ําคลองหลวง ตําบลท่าบุญมี อําเภอเกาะจันทร์ ที่ชํารุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ แทบใช้การไม่ได้ กระผมได้นําหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เมื่อสมัยประชุมที่แล้ว และทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นก็ได้ดําเนินการเข้าซ่อมแซม ไปแล้ว แต่ก็ยังขาดอีก ๒.๕ ตารางกิโลเมตร ก็ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ดําเนินการแก้ไขในส่วนที่เหลือด้วย สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓/๒
ส่วนเรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าภายในโรงเรียนตก หรือใช้ไม่พอ สืบเนื่องจากว่าโรงเรียนบ้านเกาะโพธิ์ (วันครู2500) ตําบลท่าบุญมี อําเภอเกาะจันทร์ ประสบปัญหาไฟตกเป็นเหตุให้เครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์ (Air) คอมพิวเตอร์ ได้รับความเสียหาย อยู่เป็นประจํา จําเป็นที่จะต้องขยายเขตไฟฟ้าภายในโรงเรียนและได้ดําเนินการ ของบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็ขอมา ๒ ปีแล้วครับเงิน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็ไม่ได้รับการจัดสรรสักที ปีนี้ก็ขอเข้ามาอีก ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สพฐ. หรือกระทรวงศึกษาธิการนะครับว่าให้เขาไปเถอะครับ เพราะว่า ผอ. นั้นต้องจ่ายเงิน จํานวน ๕,๐๐๐ กว่าบาทให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อเป็นการประเมินใหม่ในการขอแต่ละครั้ง ก็กราบเรียนฝากท่านประธานไปด้วยครับ
ขอบคุณครับ ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ วันนี้ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก เป็นปัญหาภัยแล้งซึ่งไม่น่าเชื่อว่าปีที่แล้วเวลานี้ผมพูดเรื่องน้ําท่วมอยู่ ขณะนี้พี่น้องในเขตตําบลหนองกระโดน ตําบลหนองกรด ตําบลบ้านแก่ง ตําบลบางม่วง ตําบลบ้านมะเกลือ แล้วก็ตําบลวัดไทรย์ ประสบปัญหาขาดน้ําไม่พอบริโภค เป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่าอ่างต่าง ๆ บึงต่าง ๆ นั้นน้ําไม่พอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตําบลหนองกรด น้ําประปาในวัดขณะนี้หมดแล้ว จึงอยากเรียนท่านประธาน ไปถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกรุณาไปดูแลด้วยนะครับ แล้วก็จัดหาน้ําดื่มน้ําสะอาดให้กับพี่น้องตามตําบลต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวไว้ครับ เพราะว่าตอนนี้นอกจากน้ําไม่พอที่จะทําการเกษตรแล้ว น้ําดื่มก็ไม่พอแล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมลงพื้นที่ไปเมื่อไม่กี่วัน ปรากฏว่าพี่น้องที่ทํานาอยู่ตอนนี้บ่นว่า เงินจํานําข้าวยังไม่ได้รับ ใบประทวนบางคนก็ได้บางคนก็ยังไม่ได้ ปัญหาไม่สําคัญ สําคัญที่ว่า ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไร จึงฝากผมมาเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วยครับ เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรทํานาทําไร่ เจ้าหนี้คือไม่ว่าจะเป็นรถเกี่ยวข้าว ปุ๋ย เขามารอถามทุกวันครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓/๓
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องเงินชดเชยน้ําท่วมระยะที่ ๒ แล้วก็เงินชดเชยค่าส่วนต่าง สมัยที่เปลี่ยนจากรัฐบาลที่แล้วมาเป็นรัฐบาลนี้พี่น้องหลายคนก็ยังไม่ได้ ก็ฝากท่านประธาน ถึงรัฐบาลช่วยตามนะครับ ทุกข์ของพี่น้อง ทุกข์ของชาวนา เป็นทุกข์ที่ลําบากนะครับ แล้วเขาไม่มีเงินพอที่จะอยู่ได้ถ้าไม่มีเงินในส่วนนี้ครับ ขอบพระคุณครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๔/๑
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมอาชีพชุมชนจากศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย อําเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ซึ่งเข้าฟัง ๒ รอบ รอบละ ๙๐ คน เชิญท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิค่ะ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ก็คือดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องที่เคยเป็นกลุ่มบ้านเรือนที่อาศัยอยู่ที่บริเวณตําบลห้วยแย้ แล้วก็ ตําบลวังตะเฆ่ อําเภอหนองบัวระเหว พี่น้องเหล่านี้เขาอยู่กันเป็นกลุ่มนะคะ อยู่บริเวณพื้นที่ ที่เป็นป่าต้นน้ําค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดอยสวรรค์ กลุ่มหินลู หรือว่ากลุ่มซอกตะเคียน กลุ่มฟ้าสีทอง หรือว่ากลุ่มซับสะเลเต จํานวน ๕ กลุ่ม เมื่อปี ๒๕๓๕ ได้ถูกทางราชการไปขอร้องให้เขา ช่วยอพยพออกจากพื้นที่บริเวณดังกล่าว เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ําต้องการที่จะเก็บ แล้วก็อนุรักษ์พื้นที่ป่าเอาไว้ แต่ปัจจุบันผ่านมา ๒๐ ปีค่ะท่านประธาน ปัญหาที่พวกเขาได้รับ ก็คือบริเวณที่พวกเขาได้รับการร้องขอหรือว่าจัดให้ไปเป็นที่อยู่อาศัยคือบริเวณบ้านซับสายออ หมู่ที่ ๙ ที่อําเภอซับใหญ่ ปัญหาคือที่ดินตรงนี้เป็นหินทําการเพาะปลูกไม่ค่อยได้ผล เขาก็เลย กลับไปดูที่อยู่เก่าที่เขาถูกขอร้องให้ออกมา ปรากฏว่าปัจจุบันนี้มีกลุ่มนายทุนเข้าไป ทําการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรเป็นจํานวนมาก ทําให้ภูเขาที่พวกเขาถูกขอร้อง ให้ย้ายออกมาเป็นภูเขาหัวโล้นก็เยอะค่ะท่านประธาน ปัจจุบันนายทุนเข้าไป ปลูกมันสําปะหลัง ข้าวโพด กาแฟ ยางพารา ชาวบ้านเขาก็เกิดความสงสัยค่ะ ทําไมเหตุใด ราชการขอร้องให้ย้ายออกจากพื้นที่เหล่านั้นเพื่อป้องกันพื้นที่ป่า แล้วก็ป้องกันเรื่องน้ําท่วม น้ําแล้ง แต่ทําไมถึงยังปล่อยให้กลุ่มนายทุนเข้าไปบุกรุกที่ได้ ปัญหาที่เขาสงสัยก็คือ เขาอยากทราบว่าจริง ๆ แล้วสามารถกลับเข้าไปอยู่ได้หรือเปล่า เพราะว่าพื้นที่ดินเหล่านั้น เคยเป็นกรรมสิทธิ์ของพี่น้องทั้ง ๕ กลุ่มที่ดิฉันได้กล่าวมา ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแก้ไข จัดการปัญหาที่ดิฉันว่ามาด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๔/๒
ขอบคุณครับ ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก พี่น้องประชาชนชาวอําเภอป่าซาง อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอลี้ อําเภอทุ่งหัวช้าง อําเภอเวียงหนองล่อง รวม ๕ อําเภอ ทวงค่าไฟฟ้าที่เคยได้ใช้ฟรี ๙๐ หน่วย ซึ่ง ๙๐ หน่วยดังกล่าวนั้นสําหรับคนจน แต่รัฐบาลนี้ให้เพียง ๕๐ หน่วย อีก ๔๐ หน่วย จะได้เมื่อไร
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ชาวบ้านอําเภอบ้านซาง อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอลี้ อําเภอทุ่งหัวช้าง และอําเภอเวียงหนองล่อง ทวงค่าแรง ๓๐๐ บาท ปัจจุบันยังไม่ได้ค่าแรง ๓๐๐ บาทในจังหวัดลําพูนเลยแม้แต่คนเดียว ถามว่าค่าแรง ๓๐๐ บาทที่จังหวัดลําพูน จะได้เมื่อไร
เรื่องที่ ๓ ชาวบ้านอําเภอป่าซาง อําเภอบ้านโฮ่ง อําเภอลี้ อําเภอทุ่งหัวช้าง อําเภอเวียงหนองล่อง ทวงเงินเดือนปริญญาตรีเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ปัจจุบันในจังหวัดลําพูน ยังไม่ได้สักคน
เรื่องที่ ๔ นายสีหมื่น จอมทัน เป็นตัวแทนชาวบ้านร้องเรียนว่าที่บ้านท้องฝาย อําเภอบ้านโฮ่ง เป็นเขตลุ่มน้ําลี้ น้ําท่วมตั้งแต่ปีที่แล้วถนนขาด พื้นที่ก็ยังไม่ได้ถม ตลิ่งพัง ปรากฏว่างบฟื้นฟูบูรณะเนื่องจากอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลใช้หมดไปแล้วนั้น ยังไม่ได้ไปที่อําเภอบ้านโฮ่งเลยแม้แต่สลึงเดียว
เรื่องที่ ๕ ท่านประธานครับ ท่านสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดลําพูน นายอําเภอลี้ นายอุดม จันตาใหม่ วางตนไม่เป็นกลาง ไปข่มขู่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นําชุมชน ให้เลือกผู้สมัครบางพรรค ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้โปรดดําเนินการ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๔/๓
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ให้การ ในคณะกรรมาธิการงบประมาณว่าดีเอสไอ (DSI) เป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน และขอให้นายธาริตได้จัดส่งเอกสารที่รับปากกับคณะกรรมาธิการงบประมาณไว้ ให้กับคณะกรรมาธิการงบประมาณต่อไป ขอให้มีธรรมาภิบาล อย่าโกหกต่อคณะกรรมาธิการ ขอขอบคุณ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๕/๑
เชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากนายพิลา แก้วพวง อดีตกํานันตําบลคําเนียม และชาวบ้านหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๗ ตําบลคําเนียม อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ต้องการ ฝายน้ําล้นหรือเขื่อนยางห้วยทา ซึ่งหน้าแล้งน้ําจะแห้งขอด ส่วนหน้าฝนน้ําจะมีปริมาณมาก ฉะนั้นพี่น้องประชาชนอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ได้ออกไปสํารวจปิดกั้นฝายเพื่อก่อสร้างฝายน้ําล้นหรือเขื่อนยาง เพื่อพี่น้องประชาชน จะมีน้ําใช้ในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างฝายน้ําล้น หรือเขื่อนยาง จะมีตําบลคําเนียม ตําบลยาง ตําบลผักแพว ตําบลจาน ตําบลหนองหัวช้าง และอําเภอน้ําเกลี้ยง
ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านผึ้ง หมู่ที่ ๑๒ ตําบลทาม อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกรมชลประทาน ออกไปสํารวจขุดลอกหนองนานุ หมู่ที่ ๑๒ เพราะประชาชนในพื้นที่ตรงนี้ต้องการน้ําไปทํานาปรัง ในช่วงฤดูแล้ง ผมจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานช่วยดําเนินการให้ด้วย
ส่วนเรื่องที่ ๓ ไฟฟ้าแสงสว่างจากแยกบายพาส (Bypass) กันทรารมย์ ถนน ๒๒๖ ไปจังหวัดอุบลราชธานี เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากกรมทางหลวงดําเนินการให้ด้วย ขอบคุณครับ
ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขอหารือในเรื่องการแทรกแซงราคายางพาราในพื้นที่ของจังหวัดสตูลนั้น ผมลงพื้นที่ ในอาทิตย์ที่แล้วได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องชาวบ้านว่าโครงการที่รัฐบาลใช้เงินงบประมาณ ไปแทรกแซงราคายางพารานั้นมี ๒ มาตรฐานครับ มาตรฐานแรกก็คือผู้ที่เอามาขายกับ ชุมนุมสหกรณ์ซึ่งมีพื้นที่รับซื้อเพียงแค่ ๑๔ จุดทั่วทั้งจังหวัดนั้นได้ในราคา ๑๐๔ บาท สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๕/๒ ส่วนชาวบ้านซึ่งอยู่หัวไร่ปลายนาไม่ได้อยู่ใกล้กับพื้นที่ที่เป็นจุดรับซื้อก็ยังคงขายน้ํายาง ในราคา ๖๘ บาท หรือว่า ๗๒ บาทอยู่นะครับ ซึ่งมีมาตรฐานที่ต่างกันเกือบ ๓๐ บาทครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทางนายกรัฐมนตรีท่านได้สั่งการ เมื่อท่านได้มีโครงการรับจํานําข้าว ทุกเมล็ด เพราะฉะนั้นยางทุกหยดของพี่น้องประชาชนซึ่งกรีดออกมาได้แต่ละวันนั้นก็ขอไห้ ได้ราคาที่เท่าเทียมกัน เพราะว่าพี่น้องประชาชนนั้นเสียภาษีอากรในอัตราที่เท่าเทียมกัน ทั่วทั้งประเทศ นั่นคือสิ่งที่อยากจะขอฝากให้ทางรัฐบาลได้เข้าไปดูแลอย่างเร่งด่วน
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเรื่องของน้ําประปา อยากจะให้ทางท่านประธาน ประสานไปยังการประปาส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตพื้นที่ในการติดตั้งเดินท่อประปา ๒ จุด จุดแรกก็คือที่บ้านท่ายาง ตําบลปากน้ํา อําเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งขาดแคลนน้ําประปา และจุดที่ ๒ ก็คือหมู่ที่ ๑ ตําบลกําแพง อําเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ ๆ กับ โรงเรียนมัธยมประจําอําเภอที่ใหญ่ที่สุด แต่ว่ายังไม่มีน้ําประปาของการประปาส่วนภูมิภาค เข้าไปในบ้านเรือนของพี่น้องชาวบ้านนะครับ ก็ขอฝากไว้ ๒ ประเด็นครับท่านประธาน
ท่านชูกัน กุลวงษา เชิญครับ
เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอปรึกษา ท่านประธาน เรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนมาก็คือเรื่องสะพานข้ามลําน้ําบัง บ้านสองคอน ตําบลพระซอง อําเภอนาแก ไปบ้านนาม่วง ตําบลโคกหินแฮ่ อําเภอเรณูนคร สะพานแห่งนี้ ได้ชํารุดทรุดโทรมลงมาก ทําให้พี่น้องประชาชนคนทําไร่ทํานานั้นสัญจรไปมาไม่ได้ ลําบาก สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๖/๑ จึงกราบเรียนท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมผู้ดูแล เพราะโครงการนี้นั้น สํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดนครพนมนั้นได้เรียงลําดับเป็นอันดับ ๑ ในความจําเป็นเร่งด่วน แต่ก็ไม่เห็นในงบประมาณทั้ง ๒ ปีที่ผ่านมาเลย ฉะนั้นผมก็นําเรื่องนี้มาเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลและผู้รับผิดชอบได้กรุณาเห็นใจพี่น้องประชาชนคนยากคนจน คนบ้านป่านาดอนที่เขาทุกข์ยากในการสัญจรไปมากรุณาได้ตรวจสอบดูว่าเป็นความจริงหรือเปล่า อันนี้ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านศุภชัย ศรีหล้า เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกรณีการสัญจรไปมาระหว่าง จังหวัดอุบลราชธานีผ่านอําเภอม่วงสามสิบไปยังจังหวัดอํานาจเจริญ ถนนสายนี้มีชื่อว่า ถนนชยางกูร บริเวณถนนสี่แยกบายพาสในถนนสายนี้ช่วงเช้าหรือช่วงเย็นการจราจรคับคั่งมาก ประกอบกับจังหวัดอุบลราชธานีมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ถ้าเผื่อว่า กระทรวงคมนาคมจะจัดการเรื่องการสัญจรไปมาบริเวณถนนสี่แยกบายพาสแห่งนี้ให้มีอุโมงค์ หรือให้มีสะพานต่างระดับก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ในขณะนี้พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดยโสธร ประสบปัญหาภัยแล้งมีพี่น้องประชาชนจํานวนมากที่ไร่นาประสบความเสียหาย วันนี้ไม่มีน้ําในท้องนา ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าทางรัฐบาลจะจัดการ เรื่องเงินช่วยเหลือพี่น้องก็จะเป็นกําลังใจให้กับพี่น้องคนยากคนจนที่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือเรื่องของการสัญจรไปมา ของพี่น้องอําเภอตาลสุม พื้นที่บริเวณบ้านหนองกุง บ้านคําหว้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ ในบริเวณที่เป็นชุมชนถนนเป็นหลุมเป็นบ่อชํารุดทรุดโทรมจํานวนมาก ถ้าเผื่อว่าทางรัฐบาล จะจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๕๖ ไปเพื่อปรับปรุงถนนสายต่าง ๆ เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพ ที่สามารถสัญจรไปมาได้ก็จะเป็นประโยชน์ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๖/๒
ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานคือเรื่องข้าวของหรือสินค้า ราคาแพง ท่านประธานที่เคารพครับ แพงทั้งแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมาอันนั้นเป็นระลอกที่ ๑ วันนี้ข้อกังวลใจของผมคือข้อกังวลใจในเชิงจิตวิทยาหลังจากที่รัฐบาลเพิ่มภาษีสุรา เพิ่มภาษีบุหรี่ นั่นเท่ากับว่าเป็นการกระตุ้นให้มีการขึ้นราคาสินค้าอีกครั้งหนึ่ง ข้อกังวลใจนี้อยากจะให้ รัฐบาลเร่งแก้ไขสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนด้วยก่อนที่จะแพงทั้งแผ่นดิน ในระลอกที่ ๒ ครับ
ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอนําเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานเพื่อบอกกล่าวไปยัง รัฐบาล ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรกําลังได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับ เรื่องหนองกรามซึ่งขณะนี้กําลังตื้นเขินทําให้เกษตรกรนั้นไม่มีน้ําใช้ในการเกษตรนะครับ หนองกรามนั้นอยู่อําเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
แล้วเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ได้รับความเดือดร้อนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สืบเนื่องจากว่านายกองค์การบริหารส่วนตําบลหลายตําบล หลายอําเภอ ได้ร้องเรียนมาว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่บุคลากรการไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการออกมาสํารวจ เพื่อประเมินราคาเพื่อที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดตั้งงบประมาณไว้มีน้อย อีกทั้งบางองค์การบริหารส่วนตําบลได้มีการชําระเงินไปแล้วปรากฏว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้น ยังไม่มาติดตั้งโดยให้เหตุผลว่าอุปกรณ์ทางการไฟฟ้านั้นขาดตลาดนะครับ จึงถือโอกาสนี้ เรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อบอกกล่าวไปยังกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ เรื่อง ขอบคุณมากครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ เชิญครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๖/๓
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๗/๑
เรื่องแรก เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนซึ่งปลูกบ้านเรือน อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ํายมที่ประสบปัญหาริมตลิ่งพังเมื่อฤดูกาลน้ําหลากเมื่อปีที่แล้ว จังหวัดสุโขทัยบ้านผมน้ําท่วมถึง ๑๐ ครั้งครับท่านประธาน ตลิ่งพังหลายพื้นที่ หลายตําบล โดยเฉพาะอําเภอศรีสําโรงตั้งแต่ตําบลสามเรือน ตําบลบ้านนา ตําบลวังทอง ตําบลวังใหญ่ และตําบลทับผึ้ง ในส่วนของอําเภอเมืองสุโขทัยก็อีก ๔-๕ ตําบล จากตําบลปากแคว ตําบลธานี ตําบลยางซ้าย และตําบลปากพระ ปรากฏว่าตรงบริเวณริมตลิ่งของลุ่มน้ํายม เสียหายหลายพื้นที่เลย จึงอยากฝากเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดสรรงบประมาณไปสร้างเขื่อนป้องกันริมตลิ่งพัง ให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งขณะนี้กรณีที่เสียหายก็ยังไม่เคยได้สร้างเลย งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ยังไม่ได้ไปลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้อํานวยการสมศักดิ์ ชูช่วง ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านวังพิกุล ตําบลนาขุนไกร อําเภอศรีสําโรง จังหวัดสุโขทัย ได้รับการร้องเรียนจากนักเรียนและผู้ปกครองว่าโรงเรียนดังกล่าวนั้นขาดแคลนน้ํา จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้จัดสรรงบประมาณสร้างประปาสะอาด หรือประปาโรงเรียนให้กับทางโรงเรียนบ้านวังพิกุลด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านอํานวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเดือดร้อนของทหารผ่านศึก ซึ่งในขณะนี้ผมได้รับการร้องเรียนจากทหารผ่านศึกที่ได้ปลดประจําการ หรือบางคนพิกลพิการก็ดี ซึ่งในขณะนี้เงินเดือนน้อยมากก็อยากจะให้ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ในเรื่องของค่าตอบแทนเพิ่มให้กับทหารผ่านศึกทั่วประเทศ ซึ่งในขณะนี้ได้รับความเดือดร้อน จํานวนมาก
เรื่องที่ ๒ ซึ่งในขณะนี้มีการขุดลอกคูและคลองทั่วประเทศ อยากจะฝาก ท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทําฝายกั้นน้ํา ซึ่งในขณะนี้ขุดคลองกันไว้แต่ไม่มีฝาย น้ําก็จะไหลลงไปหมด หากมีการกักฝาย ทําฝายเป็นคอนกรีตให้มีมาตรฐาน ผมเชื่อมั่น สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๗/๒ เหลือเกินว่าจะสามารถกักเก็บน้ําได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันน้ําท่วมได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้จังหวัดลพบุรีฝนยังตกน้อยมาก อยากจะฝากท่านประธาน แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทําฝนเทียมช่วยเหลือเกษตรกรทั้งจังหวัดลพบุรีและจังหวัด ใกล้เคียงด้วย ซึ่งในขณะนี้เดือดร้อนมาก ขอบคุณครับ
ท่านประนอม โพธิ์คํา ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวอําเภอปากช่อง เนื่องจากว่ามีถนนตัดผ่านคือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ ตัดผ่าน อําเภอปากช่องเป็นประตูด่านแรกสู่ภาคอีสาน ตําบลแรกที่ผ่านนั้นคือตําบลพญาเย็น ตําบลกลางดง ตําบลสีมามงคล ตําบลหนองน้ําแดง และเทศบาลเมืองปากช่อง ท่านประธานครับ รถผ่านบริเวณ ๕ ตําบลนี้มากและวิ่งเร็ว พี่น้องประชาชนชาวอําเภอปากช่องโดยเฉพาะ ตําบลที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้นเดือดร้อนแสนสาหัสเนื่องจากว่าข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง ยากลําบาก ผมเคยนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้ง ๕ ตําบลนี้มาหารือ ในสภาแล้ว ๑ ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ผมหารือประมาณ ๒-๓ เดือนนั้นได้มีอุบัติเหตุเสียชีวิต สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนหลายรายด้วยกัน ท่านประธานครับ ถนนเส้นดังกล่าวนั้นพี่น้องชาวอําเภอปากช่องโดยเฉพาะ ๕ ตําบลนี้ต้องการสะพานกลับรถ เนื่องจากว่าบริเวณตําบลพญาเย็น ตําบลกลางดง ตําบลสีมามงคล นั้นไม่มีที่กลับรถ จะมีที่กลับรถ ก็ไปไกลเหลือเกินครับท่านประธานจะต้องรอนาน พี่น้องประชาชนที่จะข้ามไปฝั่งโน้น จะเอาลูกไปเรียนหนังสือก็ยากลําบาก สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๘/๑ อีกทั้งไฟฟ้าส่องสว่างก็มีน้อย ป้ายก็มีน้อยเหลือเกินบอกทางแทบไปไม่ถูก เนื่องจากว่า อําเภอปากช่องเป็นเมืองหน้าด่านที่เป็นประตูสู่อีสาน เป็นเมืองท่องเที่ยว มีสถานที่ราชการ หลายที่หลายแห่งด้วยกัน แต่ถนนเส้นทางการสัญจรไปมาลําบากเหลือเกินครับ จึงนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผม ส.ส. ใหม่ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสุนัย ที่เป็นอาจารย์คอยเทรน (Train) ขณะผมพูดยังมานั่งให้กําลังใจ ขอบคุณครับ
ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตหารือ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก เรื่องของตาชั่งชั่งน้ําหนักรถบรรทุกสิบล้อกับรถเทรลเลอร์ (Trailer) ถนนสาย ๓๖ บางนา-ตราด บริเวณหมู่บ้านหนองบอน ตําบลนิคมพัฒนา ก็คือกรมทางหลวง ไปดําเนินการตั้งตาชั่งชั่งน้ําหนัก หรือสมัยก่อนเรียกว่าตาชั่งลอย ตอนนี้เป็นตาชั่งปัจจุบันแล้ว ตาชั่งถาวรเลย แล้วรถเทรลเลอร์กับรถสิบล้อที่น้ําหนักเกินก็ไม่วิ่งผ่านตาชั่งก็หลบ เพราะว่าน้ําหนักมันเกิน ก็หลบไปเข้าถนนสายซอย สาย ๑๑ บ้าง ถนนห้วยโป่ง-หนองบอนบ้าง ทําให้ถนนเส้นเล็ก ๆ มันพัง ก็หารือท่านประธานว่าให้แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าจะเอาอย่างไรครับ จะยกเลิกตาชั่งชั่งน้ําหนัก นี่เป็นประเด็นที่ ๑ หรือว่าจะให้ตํารวจทางหลวง ก็ฝากผู้บังคับการตํารวจทางหลวงด้วยว่าน้ําหนักรถที่มันเกิน ตํารวจทางหลวงที่สี่แยกหนองบอน ก็จะจับน้ําหนักรถได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ทํา ๒ อันเลยครับ จะยกเลิกหรือจะจับ ก็ฝากทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้บังคับการตํารวจทางหลวง
เรื่องที่ ๒ เรื่องยางพารา เมื่อวันศุกร์ที่แล้วที่จังหวัดระยองก็ประท้วง ราคายางพารา ซึ่งหลาย ๆ คนก็บอกว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณัฐวุฒิรับปากว่าจะให้ ๑๒๐ บาท ตอนนี้ก็ ๗๐ กว่าบาทเอง เอาง่าย ๆ ครับ ไม่ต้องเอาอะไรมาก เอาแค่ ๑๐๐ บาทก็พอแล้ว อันนี้ก็มีปัญหามากสําหรับชาวสวนยางพารา แล้วก็ไม่ยอมดําเนินการ ใด ๆ ทั้งสิ้น ก็มาแต่ที่ศาลากลางกับบ้าน ส.ส. ครับ มายื่นหนังสือว่าให้ไปร้องเรียนรัฐมนตรีหน่อย ก็ฝากเรื่องนี้กับท่านรัฐมนตรี ฝากเรื่องนี้กับท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๘/๒
ท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธาน จํานวน ๓ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันได้รับคําร้องจากนางจันทิมา ชิตังเม บ้านเลขที่ ๕๓/๑ หมู่ที่ ๙ ตําบลนาเข อําเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนมว่าเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ไปสมัครงาน เพื่อที่จะเดินทางไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ (Serve) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้ไปสมัครงาน กับบริษัทชื่อบริษัท ไททัน จํากัด ตั้งอยู่ถนนรัชดาภิเษก และได้เสียค่าดําเนินการประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นค่ามัดจําที่จะต้องไปสอบข้อเขียนแล้วก็สอบฝึกทักษะ ปรากฏว่า เวลาล่วงเลยมาประมาณ ๕ เดือน ชาวบ้านพร้อมกับพรรคพวกอีก ๑๕ คนก็ไปทวงถาม บริษัทนี้ว่าไหนบอกว่าอีก ๒ เดือนจะได้บิน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาก็ไม่ได้บิน แต่พอกลับไปถามอีกครั้งก็ปรากฏว่าได้รับคําตอบจากผู้จัดการว่าเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ที่นางจันทิมาและพรรคพวกรวม ๑๕ คนไปมัดจําไว้นั้นได้ใช้ไปหมดแล้ว ถ้าอยากจะทวงถาม ก็ให้ไปบอกผู้หลักผู้ใหญ่เอาเอง ดิฉันจึงต้องนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผ่านไปยัง ท่านประธานสภาไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ลงไปกํากับดูแล เราก็ต้องยอมรับว่าบริษัทจัดหางาน ปัจจุบันนี้เป็นการทํานาบนหลังคน แล้วก็วันนี้แรงงานของคนอีสานยังต้องการที่จะเดินทาง ไปทํางานที่ต่างประเทศอยู่ค่ะ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของกรณีบุกรุกป่าดงพะทาย อําเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งดิฉันได้ตามเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถาม ปรากฏว่าขณะนี้กรมที่ดินได้ดําเนินการ ถอนสิทธิผู้บุกรุกออกแล้ว สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๙/๑ แต่ปรากฏว่านายทุนเหล่านั้นยังลอยนวลอยู่ แล้วก็ไม่สามารถดําเนินการตามกฎหมายได้ ดิฉันจึงขอฝากว่าทางกรมที่ดินมีมาตรการอย่างไรที่จะเอาที่ดินทํากิน จํานวน ๑๐ ไร่ และที่อยู่อาศัย ๑ ไร่ คืนให้เกษตรกรรายเดิมที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
ประเด็นสุดท้าย พี่น้องชาวจังหวัดนครพนมขอกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้อนุมัติงบประมาณการก่อสร้างโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพ แห่งอนุภูมิภาคอินโดจีน จํานวน ๑,๒๗๘ ล้านบาท ที่ท่านได้เคยพูดว่าท่านจะดูแลพี่น้องคนไทย ตั้งแต่เกิดจนถึงเชิงตะกอน วันนี้ท่านพูดจริงทําจริง ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่ายุคนี้คือยุค ๒ มาตรฐานจริง ๆ แพงทั้งแผ่นดินครับ ในเรื่องของสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ว่าจะเป็นน้ํามัน ข้าวสาร อาหารแห้ง แล้วก็ถูกทั้งแผ่นดิน โดยเฉพาะผลิตผลทางเกษตรกรรมของพี่น้องประชาชน มะพร้าว มันสําปะหลัง โดยเฉพาะ ยางพารา ท่านประธานครับ ขณะนี้ฝนตกยางพาราไม่ออกสู่ท้องตลาดมันก็ยังดิ่งลงไป ข้างล่างครับ อัดเงินไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วก็ยังไม่ขึ้น ซ้ํายังมีข่าวเรื่องการทุจริตเข้ามาอีก ผมคิดว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีจะต้องลงมาดูแลเรื่องปัญหาราคายางพาราแล้วครับ อย่าปล่อยให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งผมคิดว่าวันนี้อาจจะดีแต่พูดดีแต่โม้เท่านั้น ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาพี่น้องชาวสวนยางได้เลย นายกรัฐมนตรีปลดออกเสียเถอะครับ ก่อนที่พี่น้องประชาชนจะไล่ออก
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนที่ผมหารือมา ๑ ปีเต็มแล้ว ขออนุญาตครับ ในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้อง ที่อยู่ตามเกาะ ที่จังหวัดตรังขยายเขต ๓ เกาะด้วยกัน ก็คือ เกาะสุกร เกาะมุก และเกาะลิบง พร้อมทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาอําเภอกันตัง ก็ได้ขยายเขตไฟฟ้าให้กับชุมชน ที่ชุมชนทุ่งหญ้าคา ๓๐ ครัวเรือน งบประมาณประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เอาเสา ไปวางแล้ว ที่เกาะนําเสาไปยากมาก แต่ผลปรากฏว่าอยู่ในเขตพื้นที่อุทยาน ปีเศษแล้วครับ อุทยานยังไม่อนุญาตเลย ผมเรียกร้องไปถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๙/๒ ท่านอนุมัติให้มีการปักเสาพาดสายเพื่อใช้ไฟฟ้าแรงต่ําให้กับพี่น้องที่ชุมชนทุ่งหญ้าคา ตําบลเกาะลิบง อําเภอกันตัง จังหวัดตรังด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านนิยม วรปัญญา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่ท่านประธานได้กรุณาให้มีการหารือนี่ได้ประโยชน์มากจริง ๆ เรื่องนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ความเดือดร้อนของประชาชนก็ได้มีการแก้ไขกันไปมากมายแล้วครับ วันนี้ผมได้รับ การร้องเรียนจากราษฎรอีกทั้งหมด ๘ เรื่องครับ
๑. เรื่องอ่างกุดตาเพชร อ่างห้วยใหญ่ (ไพศาลี) อ่างห้วยใหญ่วังแขม ตื้นเขิน แล้วมีอีกทั้งหมด ๘ อ่างผมจะได้กราบเรียนเป็นหนังสือ
ฝากเลยดีไหมครับ ท่านนิยม
๒. ถนนจากลํานารายณ์ ไปอําเภอลําสนธิ ไปอําเภอบําเหน็จณรงค์ หนองบัวโคก อําเภอโนนไทย เป็นถนนเก่า ชื่อถนนสาย ๒๐๕ บัดนี้ชํารุดมากอยากให้มีการแก้ไข และบางตอนขยายเป็น ๔ ช่องจราจร บางตอนยังเป็น ๒ ช่องจราจรอยู่ ก็อยากจะขยายเป็น ๔ ช่องจราจรทั้งหมดครับ
๓. ขอให้กระทรวงกลาโหมซึ่งมีหน่วยงานช่างของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ให้ไปช่วยทําถนนที่ชํารุดเสียหาย เพราะว่ามีเครื่องจักรอยู่แล้ว
๔. ขอให้กระทรวงมหาดไทยแยกอําเภอชัยบาดาลตั้งเป็นจังหวัดป่าสักชลสิทธิ์ เพราะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติไปแล้วครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๑๐/๑
๕. ขอให้แยกตําบลห้วยขุนรามตั้งเป็นอําเภอห้วยขุนราม
๖. จากอําเภอพัฒนานิคม จากตําบลม่วงค่อม อําเภอชัยบาดาล แยกเป็นอําเภอป่าสักชลสิทธิ์ บ้านพุม่วงจากอําเภอโคกสําโรงเป็นอําเภอพุม่วงครับ แล้วก็อําเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดใหญ่ก็แยกเป็นจังหวัดบึงสามพัน
๗. ขอให้ธนบุรีแยกออกจากกรุงเทพฯ เพราะตอนนี้รถติดขัดเนื่องจาก จังหวัดมารวมกันอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วก็ข้ามแม่น้ําเจ้าพระยานี่ถ้าไม่สร้างสะพานเพิ่มมันมีถนน ไปตันเยอะ ถ้าตั้งจังหวัดธนบุรีขึ้นมาก็จะป้องกันความแออัดได้มากขึ้น
๘. ขอให้ส่งเสริมการกีฬา เพราะกีฬานั้นเป็นการพัฒนาคนให้มีทั้งไหวพริบ ทั้งสุขภาพร่างกาย แล้วก็จะได้ชื่อเสียง และอาชีพกีฬาในต่างประเทศที่มีการจัดกีฬากัน ก็เป็นอาชีพสําคัญอาชีพหนึ่ง นอกจากนั้นถ้ามีชื่อเสียงดีก็จะมีคนมาเที่ยวบ้านเรามาก ผลรายได้จากการท่องเที่ยวก็จะดีขึ้น กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
๑. ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องบ้านห้วยลาด หมู่ที่ ๕ ตําบลหลักด่าน อําเภอน้ําหนาวมีความเดือดร้อนเรื่องถนนชํารุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก และถนนนี้ มีความสําคัญครับ เพราะถนนนี้เป็นทางขึ้นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของอําเภอน้ําหนาว นั่นก็คือถ้ําใหญ่น้ําหนาว ของบประมาณในการซ่อมสร้างให้พี่น้องบ้านห้วยลาด ตําบลหลักด่าน อําเภอน้ําหนาว
เรื่องที่ ๒ ถนนหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ บ้านนาทราย ตําบลวังบาล อําเภอหล่มเก่า มีความชํารุดทรุดโทรมเสียหายเป็นอย่างมาก ของบประมาณในการซ่อมสร้างให้พี่น้องบ้านนาทราย ตําบลวังบาล อําเภอหล่มเก่า
เรื่องที่ ๓ ถนนเลียบคลองชลประทานบ้านหนองอ้อ หมู่ที่ ๔ ตําบลปากช่อง อําเภอหล่มสัก ชํารุดทรุดโทรมเสียหายเป็นอย่างมาก ของบประมาณซ่อมสร้างให้พี่น้อง บ้านหนองอ้อ หมู่ที่ ๔ ตําบลปากช่อง อําเภอหล่มสัก สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๑๐/๒
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๙ ตําบลสักหลง อําเภอหล่มสัก เรื่องถูกโรงสีมานะยิ่งเจริญดีฉ้อโกง ได้นําข้าวสารของ พี่น้องประชาชนโดยแอบอ้างโครงการรับจํานําข้าวของทางรัฐบาลและไม่ได้ชําระเงินค่าข้าวเปลือก ให้พี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๙ ตําบลสักหลง จํานวน ๑๑ ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้ออกหมายจับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ช่วยเหลือเต็มที่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่อย่างใด กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามเรื่องนี้ ให้พี่น้องที่ถูกโกงข้าวโดยจิ้งจอกสังคมที่แอบอ้างนโยบายรับจํานําข้าวของทางรัฐบาล ขอบคุณครับ
ท่านสิรินทร รามสูต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน วันนี้ดิฉันจะขอนําปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่านที่ตําบลสะเนียน ช่วงฤดูฝนของทุกปี ดิฉันก็จะหารือปัญหาเรื่องเส้นทางคมนาคมที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ําที่ ๑ เอ (1A) เข้าหมู่บ้านห้วยเฮือ ห้วยระพี และห้วยละเบ้ายา ซึ่งหมู่บ้านทั้งหมดนี่ตั้งต้นขึ้นด้วยคําว่าห้วยก็ต้องอยู่ในพื้นที่พิเศษ ซึ่งเมื่อปีกลายหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้เข้าไปสํารวจแล้วก็ออกแบบและปีนี้ งบประมาณได้ผ่านไปแล้ว ดิฉันก็อยากจะฝากไปถึงหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้ช่วย เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ตําบลสะเนียนด้วยนะคะ เพราะว่าเมื่อปีกลายนี้คุณแม่ที่มีลูกฝาแฝดต้องมาคลอดลูกระหว่างทางก็ต้องเสียชีวิตไป ก็หวังว่าคงจะได้รับความกรุณา และดิฉันมีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งดิฉันได้ขออนุญาตประธานสภาแล้วนะคะ ที่จะนําวัสดุนี้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๑๑/๑ เมื่อการประชุมงบประมาณที่ผ่านมาได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวถึงข้าวหลามแจ้ง ของจังหวัดน่าน พอดิฉันมาสภาหลาย ๆ ท่านก็ถามว่าข้าวหลามแจ้งมันคืออะไร วันนี้ดิฉัน ได้นําข้าวหลามของจังหวัดน่านซึ่งถือว่าเป็นโอทอป (OTOP) ที่มีชื่อเสียงแล้วก็มีความยาว เป็นพิเศษถึงได้รับการกล่าวขานว่าข้าวหลามแจ้ง ดิฉันจะมอบให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็จะมอบให้กับสมาชิกฝ่ายค้านได้นําไปให้กับท่านผู้นําฝ่ายค้านด้วยเพื่อที่จะได้ ไม่กล่าวดูถูกคนจังหวัดน่านอีกว่าข้าวหลามแจ้ง ส่วนข้าวหลามนี้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร สามารถนําเป็นวัสดุป้องกันตัวได้เวลาใครขึ้นไปบนบัลลังก์ของท่าน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เอาไว้รับประทานดีกว่ากระมังครับ เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง
เดี๋ยวท่านนริศ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณนะครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิที่สมาชิก ได้ทําการพาดพิงถึงกรรมาธิการที่ได้พูดคําว่าข้าวหลามแจ้ง แล้วพูดทํานองว่าเป็นการดูถูก คนในจังหวัดหนึ่ง ผมต้องขอยืนยันต่อท่านประธานนะครับว่าคํากล่าวนั้นเป็นคํากล่าวเดิม หรือเป็นคล้าย ๆ กับคําพังเพยเดิมโดยท่านที่กล่าวนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะไปดูถูกหรือว่า เหยียดหยามคนในจังหวัดใดก็ตาม เพียงแต่ว่าอภิปรายตรงนั้นก็เพื่อที่จะได้ยกเป็นตัวอย่างเฉย ๆ ก็ขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาทําความเข้าใจด้วยครับ
เชิญท่านนริศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานสั้น ๆ นะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๑๑/๒
เรื่องที่ ๑ เรื่องราคายางพารา สําหรับวันนี้นะครับราคายางพาราตกต่ําลงอีก ๔.๐๑ บาท คือ ๔ บาทกว่า ๆ ซึ่งเดิมก็ต่ําอยู่แล้วสําหรับวันนี้นี่ราคาตกมากเป็นพิเศษ ทีนี้ราคาก็ตกอยู่แล้วและตกมากเป็นพิเศษขึ้นมาในวันนี้ถึง ๔ บาท เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องทั่วทุกภาคแล้วนะครับ แต่ว่าหนาแน่นมากมายอยู่ในภาคใต้ คนภาคใต้ได้รับ ความเดือดร้อนจากราคายางพาราและจากการบริหารราชการในเรื่องยางของรัฐบาลชุดนี้ อย่างเจ็บปวดมากนะครับ จึงขออนุญาตฝากท่านประธานเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าความล้มเหลว ในการบริหารราคายางถือว่าเป็นที่ประจักษ์ ขอให้มีการแก้ไขปัญหาโดยด่วน
เรื่องที่ ๒ ภาคใต้ขณะนี้หลายจังหวัดเกิดภัยแล้งแม้ว่าวัน ๒ วันมีน้ําท่วม แต่ว่าที่จริงแล้วถ้าการบริหารจัดการน้ําดี ๆ ผมคิดว่าภาคใต้ไม่ควรที่จะมีภัยแล้งได้เลย เพราะว่าจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีคลองผ่านทุกตําบลเพียงแต่ว่าไม่ทุกหมู่บ้าน ถ้าเอาน้ําจากคลอง เข้ามาบริหารจัดการผมคิดว่าทุกหมู่บ้านจะมีน้ําเพียงพอ แต่ว่าด้วยการบริหารจัดการน้ํา ที่ยังไม่เป็นเอกภาพจึงทําให้คลองต่าง ๆ มีปัญหาไม่สามารถกระจายน้ําสู่ไร่นา สู่ครัวเรือน ของพี่น้อง ผมคิดว่ากรมทรัพยากรน้ํารวมกับกรมชลประทานนี่น่าจะทํางานได้อย่างมีเอกภาพ มากกว่านี้
เรื่องสุดท้าย เรื่องป่าพรุควนเคร็ง ป่าพรุคลองยวน ในจังหวัดพัทลุง แม้ว่าขณะนี้ไฟจะดับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ทํางานช้านะครับ หลายวัน กว่าจะดับไฟได้จนไฟไหม้เป็น ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ ผมคิดว่าทางกรมที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ควรเข้าไปดูแลให้เร็วทันท่วงทีกว่านี้เพื่อที่จะยับยั้งความเสียหายที่เกิดกับป่าไม้ ทุ่งกระจูด และทุ่งหญ้าในป่าพรุนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับกํานันและผู้ใหญ่บ้านจากจังหวัดลพบุรีนะครับ เชิญท่านลีลาวดี วัชโรบล ครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดุสิต เขตราชเวที พรรคเพื่อไทยค่ะ ดิฉันขอหารือกับท่านประธานถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องด้วยกัน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๑๒/๑
เรื่องแรก ดิฉันได้รับจดหมายร้องเรียนจากคุณสมศรี ตุ้มเจริญ จากเขตราชเทวี ร้องเรียนมาถึงเรื่องของการขุดท่อ วางท่อจากบริเวณสี่แยกอุรุพงษ์ไปถึงซอย ๓๑ ถนนพระราม ๖ บอกว่าอาจจะทําให้เกิดอันตรายได้สําหรับผู้ที่ใช้การเดินบนฟุตปาธ (Footpath) ดิฉันขออนุญาตนําเสนอภาพให้ท่านประธานได้เห็นว่ามีการขุดท่อระบายน้ํา อย่างที่เห็นในภาพ สอบถามไปแล้วนี่กว่า ๒ เดือนแล้วค่ะ ก็อย่างที่เห็นในภาพเป็นสภาพ ที่อาจจะทําให้เกิดอันตรายกับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนแล้วก็ผู้ที่สัญจรไปมาได้ ดิฉันจึงขออนุญาต ฝากท่านประธานไปถึงกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดช่วยดําเนินการแก้ไขให้ด้วย ประชาชนเดือดร้อนแล้วก็แจ้งมา
อีก ๑ เรื่อง ประชาชนในเขตดุสิต คุณอัญชลี เปรมวุฒิ ท่านได้ร้องเรียน แล้วก็ฝากเป็นข้อเสนอแนะมาถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างบ่อยครั้งบริเวณสี่แยก ในซอยองครักษ์ ๑๓ ใกล้ ๆ รัฐสภาของเรานี่ ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นซอยแคบเล็กแต่ว่าใช้สัญจรไปมา ได้หลายเส้นทาง สามารถไปทะลุถนนพระราม ๕ ก็ได้ แล้วก็สามารถไปทะลุโรงเรียนดัง ๆ อีกหลายแห่ง อย่างเช่นโรงเรียนราชินีซึ่งมีผู้ปกครองใช้ถนนเส้นนี้ในการหลีกเลี่ยงถนนรถติด ผ่านเส้นนี้ แต่อย่างที่เห็นว่ารถนี่ขับกันมาเร็ว ๆ แล้วก็วิ่งสัญจรไปมา มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตรงบริเวณหน้าปากซอยนี่บ่อยมาก ประชาชนจึงขอร้องเรียนมาว่าอยากให้ทําคันชะลอความเร็ว ถ้าเป็นไปได้ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ในส่วนหนึ่ง จึงขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึง กรุงเทพมหานครหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดช่วยดําเนินการด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอเป็น ๒ ท่านสุดท้าย ท่านประนอมแล้วก็ท่านอนุรักษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้โอกาสผมได้หารือปัญหาของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่เลือกตั้งของผม
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของฝนทิ้งช่วง และต้องกราบเรียนท่านประธานฝากไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าตอนนี้ฝนทิ้งช่วงมาประมาณ ๒ เดือน เพราะพี่น้องประชาชนนั้น ได้ทํานา และตอนนี้ข้าวได้ตายหมดแล้วในพื้นที่ของอําเภอปักธงชัย อําเภอวังน้ําเขียว สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๑๒/๒ แล้วก็พื้นที่ของตําบลไชยมงคลในเขตเลือกตั้งของผม จึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งทําฝนเทียมให้กับ พี่น้องประชาชนโดยด่วน เพราะว่าตอนนี้ข้าวตายหมดแล้วที่ทําตามฤดูกาล ก็อยากกราบเรียน ท่านประธานด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของถนนสาย ๓๐๔ ซึ่งเป็นถนนยุทธศาสตร์ ทางภาคอีสานนั้น จะต้องใช้ถนนเส้นนี้ในการขนส่งสินค้า ผมเองนั้นได้ร้องกับทางสภามาหลายครั้งแต่ไม่ได้รับ การแก้ไข จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และช่วงที่มีปัญหา คือเป็นคอขวด ช่วงถนนกิโลเมตรที่ ๔๑ ถึงกิโลเมตรที่ ๕๕ ระยะทางเหลือประมาณ ๑๔ กิโลเมตร แล้วเป็นถนนช่วงที่ลงเขาชันเรียกว่าเขาทราย ช่วงนี้จะมีรถสัญจรมาก จะมีรถเกิดอุบัติเหตุทุกวันแล้วก็จะมีผู้เสียชีวิตแทบจะทุกวัน เขาเรียกถนนตรงนี้ว่า ถนน ๑,๐๐๐ ศพ เพราะจะมีพี่น้องประชาชนเกิดอุบัติเหตุแล้วก็ตายแทบทุกวัน จึงอยากฝาก กราบเรียนท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมให้เร่งแก้ไขดําเนินการทําถนน ๔ ช่องจราจร ให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาในถนน ๓๐๔ ก็ขอฝากท่านประธานไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องขอให้ปรับ ค่าครองชีพชั่วคราว ๑๕,๐๐๐ บาท ระดับปริญญาตรี และต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ๙,๐๐๐ บาท ตามนโยบายของรัฐบาล สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๑๓/๑ ดิฉันได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากนายภัคพงษ์ โพธิ์สิม ประธานชมรมครูธุรการและลูกจ้างชั่วคราว จังหวัดสกลนครและคณะ ขอเรียกร้องสิทธิไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามนโยบายของรัฐบาล ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ต่ํากว่าปริญญาตรี ๙,๐๐๐ บาท บุคคลกลุ่มนี้ เรียกว่าลูกจ้างนอกงบประมาณ ประกอบด้วยครูอัตราจ้าง ครูธุรการ ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ นักการภารโรง และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ ดิฉันร้องขอว่าครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทในชุมชน สังคม และเป็นกลุ่มพัฒนาสมองของประเทศ ในจังหวัดสกลนครนั้น มีประมาณ ๑,๐๐๐ คน ทั่วประเทศประมาณ ๖๕,๑๗๒ คน ท่านประธานคะ ๖๕,๑๗๒ คน ทั้งประเทศ และในจังหวัดสกลนครนั้น ๑,๐๐๐ กว่าคนต้น ๆ ในสังกัดสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ เรามองเห็นนาฬิกานั้น เรามองเห็นเข็มสั้น เข็มสั้นเปรียบเสมือนผู้อํานวยการโรงเรียน เข็มยาวเปรียบเสมือน ครูผู้สอน เข็มวินาทีเปรียบเสมือนนักเรียน แต่ว่าฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาทนี้นั้น ต้องการน้ํามันหยอด เพื่อผลทางใจและเศรษฐกิจที่อยู่อาศัย จึงร้องขอท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าอย่านิ่งดูดาย เพราะนี่คือการถ่ายทอดความรู้ สู่สมองและจิตใต้สํานึกของเด็กไทย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านพิษณุมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส. จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย จะขออนุญาตส่งเป็นเอกสาร ให้ท่านประธานครับ ขอหารือแค่นี้ละครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าการหารือในวันนี้เริ่มต้นจากรัฐบาลนะครับ เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะจบที่ฝ่ายค้าน ผมขออีกคนนะครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๑๓/๒ จังหวัดปทุมธานี ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่ผมจะหารือในวันนี้เป็นเรื่องของปัญหา ความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากการให้บริการด้านสาธารณสุขของพี่น้องประชาชน อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี โรงพยาบาลลําลูกกามีปัญหาและข้อจํากัดในทุก ๆ ด้าน เนื่องจากอําเภอลําลูกกานั้นเป็นอําเภอที่มีประชากรตามทะเบียนบ้านกว่า ๒๔๐,๐๐๐ คน มีประชากรแฝงอีกจํานวนเท่า ๆ กัน เพราะว่าเป็นอําเภอที่อยู่ติดกับกรุงเทพมหานคร จึงมีผู้มาอาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก
ประเด็นแรก ปัญหาของโรงพยาบาลลําลูกกา ปัญหาที่เร่งด่วนก็คือ เรื่องกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ขณะนี้มีตึกอีกจํานวน ๒ หลังซึ่งสร้างเสร็จใหม่ แต่ว่า กระแสไฟฟ้าไม่มีจึงยังไม่ได้ใช้ตึก ๒ หลังนี้
ประเด็นที่ ๒ โรงพยาบาลลําลูกกานั้นมีเตียงคนไข้เพียง ๓๐ เตียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นมีข้อจํากัดในเรื่องของการรักษาพยาบาล
ประเด็นที่ ๓ อยากจะกราบเรียนไปยังรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข จะต้องให้มีแผนในการขยายให้บริการด้านสาธารณสุขให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวอําเภอลําลูกกา ให้เป็นโรงพยาบาลที่สามารถรองรับคนไข้ได้ถึง ๓๐๐ เตียง เพิ่มอัตรากําลังแพทย์ พยาบาล เพิ่มเครื่องมือแพทย์แล้วก็ห้องผ่าตัด เพื่อให้บริการด้านสาธารณสุขให้กับพี่น้องประชาชน อําเภอลําลูกกา และพ่อแม่พี่น้องที่แฝงที่อยู่อาศัยในพื้นที่แห่งนี้ โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงก็คือ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลประจําจังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรตินั้นได้ปฏิเสธการให้บริการด้านสาธารณสุขกับพ่อแม่พี่น้องอําเภอลําลูกกา เนื่องจากว่าการให้บริการนั้นล้นมือเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนมายังท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แก้ไขปัญหาการรักษาพยาบาล ด้านสาธารณสุขให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวอําเภอลําลูกกา พี่น้องชาวจังหวัดปทุมธานีด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านพิษณุเชิญครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๑๔/๑
ท่านประธาน ขออนุญาต คนสุดท้ายครับ หารือครับ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลําภู นําเรื่องร้องเรียนผ่านประธานดังนี้
ขอให้ขยายถนนเพิ่มเติมเป็นถนน ๔ เลน (Lane) จากจังหวัดหนองบัวลําภู ไปอําเภอวังสะพุง รถอ้อยวิ่งเยอะครับ
ขอให้ก่อสร้างสะพานข้ามลําห้วยพะเนียง ที่บ้านบางน้ําขาว อําเภอเมือหนองบัวลําภู
ขอให้ก่อสร้างประตูระบายน้ําลําห้วยพะเนียงที่บริเวณบ้านหนองหว้า ตําบลหนองหว้า อําเภอเมืองหนองบัวลําภู
ขอให้ก่อสร้างประตูระบายน้ําลําห้วยพะเนียง บริเวณบ้านขาม ตําบลบ้านขาม
ท่านประธานครับ ผมจะไปเร็ว ๆ นะครับ เรื่องของการซ่อมแซมถนน มีถนนชํารุดเสียหายเป็นถนนลาดยางดังนี้นะครับ
ขอให้ซ่อมแซมถนนสายบ้านห้วยเดื่อไปบ้านอ่างบูรพา บ้านภูพานคํา ตําบลโนนทัน
ซ่อมแซมถนนสายบ้านพันดอน ตําบลหนองบัว อําเภอเมืองหนองบัวลําภู
ซ่อมแซมถนนสายบ้านคึมชาดถึงบ้านหนองปลาขาว บ้านหนองสวรรค์ สายบ้านภูพานทอง บ้านห้วยทราย ตําบลหนองบัว อําเภอเมืองหนองบัวลําภู
สายบ้านโนนสมบูรณ์ บ้านกุดฉิม ตําบลนาคําไฮ สายบ้านดอนน้อย บ้านนาลาดควาย บ้านดอนส้มโฮง ตําบลหนองภัยศูนย์ อําเภอเมืองหนองบัวลําภู
สายบ้านโคกน้ําเกลี้ยง บ้านจิก ตําบลโพธิ์ชัย สายบ้านห้วยลึก ตําบลโพธิ์ชัย สายบ้านพันดอนไปบ้านโนนม่วง สายบ้านโคกน้ําเกลี้ยงไปบ้านหนองทุ่งมน ตําบลป่าไม้งาม อําเภอเมืองหนองบัวลําภู
สายบ้านดอนส้มโฮงไปบ้านนาลาดควาย ตําบลหนองภัยศูนย์ สายบ้านโนนหวาย ไปบ้านข้องโป้ ตําบลบ้านขาม อําเภอเมืองหนองบัวลําภู และ
สายสุดท้ายครับ สายบ้านทรายงามไปบ้านนามะเฟือง ตําบลนามะเฟือง อําเภอเมืองหนองบัวลําภู ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๑๔/๒
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๖ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อครบองค์ประชุม ผมขอเปิดประชุมเพื่อเข้าระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
๑. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๑๔/๓
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ พาคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
การพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ แล้วเรียงตามลําดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคํา หรือข้อความที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติ ที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่ที่ประชุม จะมีมติเป็นอย่างอื่น
ด้วยกระผมได้รับหนังสือจากศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานกรรมการ ปฏิรูปกฎหมาย แจ้งว่าคณะกรรมาธิการขอเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... เพื่อให้ที่ประชุม ได้ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาตให้ เจ้าหน้าที่จัดวางไว้ให้สมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณา ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการ
กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อนํารายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ได้พิจารณา โดยนําร่างที่เป็นร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๕/๑ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... (นายภูมิ มูลศิลป์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๑๐,๗๕๑ คน เป็นผู้เสนอ) ซึ่งได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว (ชุดที่ ๒๓) จนมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบให้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติต่อไปตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... (นายวิชัย ล้ําสุทธิ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย พ.ศ. .... (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๑๒,๔๔๖ คน เป็นผู้เสนอ) และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาโดยถือเอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา กําหนดการแปรญัตติ ๗ วัน นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดําเนินการแล้วเสร็จ และส่งรายงาน การประชุมเพื่อโปรดให้สภาได้พิจารณาตามรายละเอียดที่ได้กราบเรียนท่านต่อไปครับ
เชิญท่านบุญยอด
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาเรียงมาตราต้องขอเรียนถามต่อท่านประธาน ไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการก่อนว่าสิ่งที่เราได้เห็นในจดหมายจากคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายซึ่งมีลงทั้งวันที่ ๒๐ สิงหาคม ส่งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ส่งต่อประธานรัฐสภา และ ๖ กุมภาพันธ์ ส่งต่อประธานวุฒิสภานะครับ ท่านประธาน ก็ได้แจ้งต่อสมาชิกแล้วว่ามีรายละเอียดที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้มีความเห็น ตามมานะครับ ความเห็นนั้นมีอยู่มากพอสมควรทีเดียว ท่านประธานคงจะเห็นนะครับ ทั้งข้อ ๑ ก็มีอยู่หลายข้อย่อยเหมือนกันไปจนถึงข้อ ๓.๗ นะครับ ผมอยากถามท่านประธาน ผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการก่อนว่าคณะกรรมาธิการของท่านได้พิจารณา ตัวความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้แล้วหรือยัง มีบทสรุปจากกรรมาธิการแล้วหรือยังถึงจะออกมา เป็นร่างสรุปที่ปรากฏอยู่ต่อสมาชิกในขณะนี้ ถ้ามีความเห็นใดที่ท่านคิดว่าน่าจะเห็นสอดคล้อง สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๑๕/๒ ต่อคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนี่ผมก็คิดว่าความคิดเห็นหลายข้อของคณะของ ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร นั้นก็เป็นความคิดเห็นที่น่าสนใจ อย่างเช่นเมื่อสักครู่นี้ท่านวิทยา แก้วภราดัย ยังมาพูดกับผมว่า เช่น การเข้าชื่อกันโดยที่การตรวจสอบเรื่องที่อยู่ เรื่องหมายเลขประจําตัวประชาชน ๑๓ หลัก หรือว่าการตรวจสอบที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรจะส่งจดหมายไปยังผู้ที่ลงชื่อต่าง ๆ เหล่านั้นสามารถจะทําได้หรือไม่ ไปจนกระทั่ง ถึงบทกําหนดโทษ กรรมการชุดนี้เองก็ยังบอกว่าไม่น่าจะมีการกําหนดโทษอย่างนี้เป็นต้น กรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้แล้วหรือยังนะครับ ก็ขอเรียนถามเป็นเบื้องต้น ก่อนครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตเรียนว่าในข้อเสนอของคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายทุกข้อได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้ว แล้วได้มีการพูดคุยกัน ถกเถียงกันในทุกประเด็น ซึ่งเดี๋ยวลงลึกในรายมาตรานะครับ ทางคณะกรรมาธิการ ก็พร้อมที่จะชี้แจงเป็นรายมาตรา แต่เบื้องต้นผมจะขออนุญาตเนื่องจากเป็นประเด็น ข้อกฎหมายและเป็นเรื่องในรายละเอียด จะขออนุญาตทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจง ในแต่ละประเด็นก่อนนะครับ ท่านจะได้เห็นว่าประเด็นทุกประเด็นนั้นได้ผ่านการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วก็มีประเด็นสรุปมาแล้วท่านจะได้รับฟัง ประเด็นข้อถกเถียงทั้งหมดซึ่งเป็นประเด็นที่มีข้อสรุปกันอยู่แล้วครับ ขออนุญาต ท่านประธานด้วยครับ
ครับ กรรมาธิการชี้แจงครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๖/๑
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจงในเรื่องความเห็นของ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายซึ่งมีต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการแล้วโดยทางคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้มีความเห็นเสนอมา ๗ ประเด็นนั้น ขอเรียนอย่างนี้ครับในประเด็นทั้ง ๗ ประเด็นนั้น ที่จริงแล้วเป็นประเด็นที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้เคยเสนอเข้ามาในการพิจารณา ตั้งแต่ขั้นรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ซึ่งในชั้นกรรมาธิการก็ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพูดถึง แล้วก็มีการพิจารณาแล้ว ซึ่งในแต่ละประเด็นที่มิได้นํามาบัญญัติไว้ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วนั้นก็มีเหตุผลในการพิจารณาของแต่ละเรื่องแต่ละประเด็นไป
ในกรณีของประเด็นที่ ๑ นั้นในกรณีเรื่องของการกําหนดผู้ริเริ่มเข้าชื่อ ๒๐ คน และเรื่องของการแก้ไขตัวร่างที่จะนําไปให้แก่ประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อเสนอ กฎหมายต่อรัฐสภานั้น ที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นมีข้อสังเกตในเรื่องการแก้ไข หรือการที่จะปรับปรุงเพื่อให้ร่างกฎหมายนั้นเกิดความชัดเจน ซึ่งในชั้นนี้ก็มีการพิจารณาแล้ว เพราะว่าในคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วว่าในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อเสนอแก่ประชาชนที่จะร่วมลงชื่อเพื่อเสนอกฎหมายนั้นก็มีเปิดโอกาสไว้ที่จะให้ผู้ริเริ่ม เสนอกฎหมายเข้ามา และถ้ามีประเด็นยังไม่ชัดเจนหรือต้องการให้เกิดความชัดเจนก็สามารถ ที่จะให้หน่วยงานทางธุรการของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้นสามารถช่วยเหลือ ดําเนินการได้ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีการเพิ่มเติมหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะให้ความช่วยเหลือ แล้วมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่กําหนด รวมถึงให้มีโอกาสที่จะปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะนําไปเสนอในการที่จะให้ประชาชน เข้าชื่อ แต่อย่างไรก็ตามในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายนั้น ในการที่ประชาชนจะร่วมลงชื่อ ร่างกฎหมายนั้นควรจะมีข้อยุติแล้วก็มีความชัดเจนว่าเป็นเรื่องอะไร ประเด็นอะไร มีการแก้ไขกฎหมายในเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นแล้วในการเข้าชื่อทั้ง ๑๐,๐๐๐ ชื่อนั้นควรจะรู้ ในประเด็นเดียวกัน เรื่องเดียวกัน การที่พอเข้าชื่อไประยะหนึ่งแล้วมีการมาปรับปรุงแก้ไข แล้วเอาลงไปในการที่จะเข้าชื่อมาอีกมันก็จะเกิดปัญหาว่าในการเข้าชื่อเดิมนั้นก็เข้าชื่อ โดยพิจารณากฎหมายในเนื้อหาประเด็นหนึ่งในบทบัญญัติที่เขียนเอาไว้ในลักษณะหนึ่ง สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๑๖/๒ แต่พอมาอีกระยะเวลาหนึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขโดยอีกถัดมาให้มีการลงชื่อของประชาชน มีการแก้ไข ก็จะเกิดปัญหาว่าแล้วตอนที่ลงชื่อของประชาชนในชั้นต้นนั้นเขามิได้เห็น ในส่วนของที่มีการร่วมลงชื่อในประเด็นก็ยังมีการแก้ไขในภายหลังมันจะเป็นอย่างไรเกิดขึ้น มันก็จะเกิดความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในการเสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้นแล้วในกฎหมายฉบับนี้ เมื่อมีการพิจารณาแล้วก็จึงเห็นว่าในเมื่อมีการเสนอกฎหมายมีการตรวจสอบ โดยประธานรัฐสภาแล้ว มีการปรับปรุงแก้ไขจนเป็นข้อยุติเบื้องต้นในการที่จะดําเนินการ ไปเข้าชื่อรวบรวมรายชื่อขึ้นมาแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งพอเข้ามาเสนอแล้วในชั้นต่อไป ในการพิจารณาก็ไม่ได้ตัดสิทธิอะไร ถ้าเข้าสู่กระบวนการในการพิจารณาของรัฐสภา ก็มีในชั้นกรรมาธิการหรือในชั้นอื่น ๆ ก็สามารถที่จะนําประเด็นเข้ามาแก้ไขเพิ่มเติมโดยสมบูรณ์ ได้ต่อไป เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ก็จึงได้คงร่างไว้ว่าในการเสนอร่างกฎหมายนั้นให้มีการแก้ไข จนเป็นที่ยุติก่อนที่จะนําไปให้ประชาชนได้ลงชื่อนะครับ
ส่วนในข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องของกรรมการการเลือกตั้งเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ในการที่จะรวบรวมรายชื่อ ที่ได้ดําเนินการตัดของ กกต. ออกไปนั้นจากเดิมที่ในกฎหมาย ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น มีการกําหนดไว้ เนื่องด้วยในปัจจุบันในเรื่องของการมีส่วนร่วมนั้นกรรมาธิการก็เห็นว่า มีลักษณะที่มีการเจริญเติบโตงอกงามเกิดขึ้น มีหน่วยงานอื่น ๆ องค์กรภาคประชาชนต่าง ๆ มีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความสามารถเพิ่มขึ้น มีหน่วยงานต่าง ๆ ให้ความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น ตัว กกต. เองนั้นโดยอํานาจหน้าที่แล้วเป็นองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญซึ่งทําหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เป็นการตรวจสอบดูเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยบทบาทหน้าที่นั้น ก็เป็นหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการดําเนินการในส่วนของภาคการเมือง เพราะฉะนั้นแล้ว โดยอํานาจหน้าที่ก็ไม่ควรลงมายุ่งในส่วนตรงนี้
อีกประการหนึ่ง ก็คือถ้าเป็นกรณีให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดให้มีการรวบรวมลงชื่อให้ ในกรณีถ้ามีประชาชนสงสัยในตัวร่างกฎหมายฉบับนั้น กกต. เอง ก็ไม่สามารถหรือเจ้าหน้าที่ กกต. เองก็ไม่สามารถอธิบายได้นอกจากตัวผู้เสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้นในกรณีนี้เมื่อเห็นว่าในปัจจุบันนั้นมีหน่วยงานอื่นเพิ่มเติมมากขึ้น สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๑๗/๑ องค์กรภาคประชาชนมีความสามารถเพิ่มมากขึ้นแล้ว มีความเข้าใจมากขึ้นแล้ว ก็คงปล่อยให้ เป็นเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนโดยแท้ของเขาต่อไป ก็จะตัด กกต. ออกด้วยเหตุผล ลักษณะดังกล่าว
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการให้กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองมาสนับสนุน เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกรณีนี้ ในชั้นการพิจารณาที่จริงก็ไม่ได้มีเห็นขัดแย้งอะไร เพียงแต่ว่า ในกฎหมายฉบับนั้นก็มีการเขียนในเรื่องของการใช้จ่ายเงินในเรื่องของกิจกรรมที่จะให้ การสนับสนุนไว้อยู่แล้ว คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าก็ควรปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนั้น การมาเขียนในกฎหมายฉบับนี้โดยลักษณะที่เขียนกําหนดลักษณะเป็นเชิงกําหนดให้ไปมีผล ต่อกฎหมายอีกฉบับหนึ่งนั้นก็ไม่น่าที่จะนํามากําหนดไว้
อีกประการหนึ่ง ในเรื่องของกระบวนการการที่จะกําหนดเกี่ยวกับการเบิกจ่าย หรือให้การสนับสนุนนั้น กฎหมายฉบับกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองก็ได้เขียน กระบวนการของเขาเองไว้ ก็ควรที่จะปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนั้นที่จะดําเนินการไป จึงเห็นว่าไม่นํามาเขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ปล่อยให้เป็นกฎหมายฉบับกองทุนพัฒนา การเมืองภาคพลเมืองนั้นเป็นคนกําหนดในหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวต่อไป
ส่วนในเรื่องของการตรวจสอบชื่อ เรื่องของการเผยแพร่รายชื่อนั้นที่บอกว่า ควรจะมีเกณฑ์ด้านอื่นขึ้นมา ไม่ว่าจะเรื่องของไปรษณีย์ ในเรื่องของการปิดประกาศ จากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่บอกว่าให้มีการเผยแพร่ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเว็บไซต์ (Web site) หรือได้มีการที่จะจัดไว้ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ตรวจสอบได้ อันนี้ก็เห็นว่าในปัจจุบันนั้นในเรื่องเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ในส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย ตัวองค์กรที่อยู่ในพื้นที่เองก็มีระบบนี้ขึ้นใช้ กรมการปกครองเองก็จัดให้มี ระบบเว็บไซต์หรืออินเทอร์เน็ต (Internet) สําหรับในตัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ส่วนงานที่เกี่ยวกับพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการตําบลของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็มีส่วนที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ได้
อีกประการหนึ่ง ในเรื่องของไปรษณีย์ ในปัจจุบันข้อเท็จจริงถ้าจะสังเกตได้ ก็คือตัวที่อยู่ในสําเนาทะเบียนบ้านกับตัวจริงนั้นอาจจะไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน ถ้าส่งไปแล้ว บุคคลนั้นไม่ได้รับ หรือได้รับล่าช้า หรือตกหล่นลงไป ก็จะเกิดปัญหาว่าในการที่จะเริ่ม ขั้นตอนกระบวนการต่อไปในการนับระยะเวลากันในขั้นตอนต่อไป หรือการที่จะปฏิบัติอย่างไรต่อไป สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๑๗/๒ เกี่ยวกับการตรวจสอบรายชื่อจะทํากันอย่างไร จึงเห็นว่าในกรณีนี้เมื่อมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถตรวจสอบได้ ตัวสํานักงานของฝ่ายธุรการก็คือสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรสามารถที่จะจัดให้มีการตรวจสอบได้ และระบบที่มีผู้ริเริ่มสามารถที่จะ คอยระแวดระวังตรวจสอบดูแลในการเสนอกฎหมายอยู่แล้วที่จะเป็นผู้ดําเนินการที่จะให้มี การตรวจสอบรายชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นว่าการคงวิธีการที่เสนอไว้นั้น น่าจะเหมาะสมอยู่แล้วนะครับ
ประเด็นต่อไป ในส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินนั้น โดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเองก็ได้เขียนรองรับเกี่ยวกับเรื่องในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือในกรณีที่เสนอโดยภาคประชาชนนั้น ถ้าจะเป็นในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินแล้ว ตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะต้อง ดําเนินการอย่างไร จะต้องนําเสนอ ถ้าเห็นว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ก็ต้องเสนอกลับมาให้ท่านนายกรัฐมนตรีในการที่จะพิจารณาลงนามรับรองเพื่อเสนอเข้าสู่ วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อันนั้นก็มีกระบวนการในรัฐธรรมนูญ มีกระบวนการในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรรองรับไว้อยู่แล้ว จึงเห็นว่า ไม่จําเป็นต้องมากําหนดไว้อีก
ส่วนในเรื่องโทษอาญานั้นเรียนอย่างนี้นะครับท่าน ในเรื่องของ กฎหมายส่งเสริมเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นไม่ได้จําเป็นว่ามันจะมี บทกําหนดโทษทางอาญาไม่ได้ เพราะในการส่งเสริมในเรื่องของกระบวนการนั้นมันก็ต้องมี การดูแล มีมาตรการป้องปราม มีมาตรการควบคุมถึงเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ ของกฎหมายนั้นเป็นสําคัญ โดยกฎหมายฉบับนี้ต้องการที่จะให้ตัวประชาชนที่มาลงชื่อ ในตัวกฎหมายที่เสนอต่อสภานั้นลงชื่อด้วยความโปร่งใส โดยความสมัครใจของตัว และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของตัวเอง ไม่ถูกแอบอ้างการใช้ชื่อตัวเอง หรือดําเนินการ ในลักษณะใด ๆ อันมิชอบในการที่จะทําให้ร่างกฎหมายที่เสนอนั้นเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ เพราะฉะนั้นจึงได้มีบทกําหนดโทษกําหนดขึ้นไว้เพื่อเป็นมาตรการ ๑. คือเป็นการป้องปราม ๒. เป็นการที่จะทําให้กฎหมายฉบับนี้บรรลุถึงเจตนารมณ์ ได้อีกประการหนึ่งโดยเป็นเครื่องมือของกฎหมาย สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๑๘/๑
ในส่วนของประเด็นสุดท้าย เรื่องเกี่ยวกับร่างประชาชนที่เสนอเข้าสู่ กระบวนการพิจารณาของสภา อันนั้นคงเป็นเรื่องอีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งนอกเหนือ ออกจากขั้นตอนในการเสนอชื่อกฎหมาย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้คงไปบัญญัติถึงไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของอํานาจหน้าที่ของตัวสภาเองในการที่จะบรรจุเข้าระเบียบวาระในการที่จะ เริ่มพิจารณาเมื่อไร หรือจะดําเนินการในส่วนที่จะพิจารณาโดยระยะเวลาอย่างไร อันนั้นถ้าจะดูกันก็คงจะต้องเป็นในเรื่องของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือของวุฒิสภาหรือในชั้นต่อ ๆ ไปเกี่ยวกับการพิจารณากฎหมาย ซึ่งคงไม่ใช่ส่วนที่จะนํามา เขียนในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ฉบับนี้ได้ เพราะฉะนั้น โดยเหตุผลที่ได้กล่าวมาข้างต้น เรียนท่านสมาชิกทุกท่านนะครับว่าในกรรมาธิการนั้น ได้มีการพิจารณาเกือบทั้งหมดแล้วในทุกประเด็น กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงเห็นว่า ควรกําหนดไว้เป็นไปตามร่างที่เสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในวาระที่สองนี้ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านวิทยาครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่ามีข้อเสนอแนะบางประการของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายของอาจารย์คณิต ที่กรรมาธิการควรจะได้ทบทวนและน่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น ขอฝากไว้ ๒-๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ปัญหาความยุ่งยากในการเสนอกฎหมายก็คือเรื่องการที่ต้องเอา สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน แล้วถ่ายสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนแล้วแบกมาเป็นลัง ๆ ผมคิดว่าความจําเป็นเดี๋ยวนี้ไม่ต้องครับ ให้เฉพาะประชาชนที่เข้าชื่อเขากรอก เลขประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักเข้ามาตามข้อเสนอแนะและเซ็นชื่อรับรองแค่นี้ก็น่าจะพอ เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะกําหนดว่าต้องแนบบัตรประจําตัวประชาชนอีก ผมคิดว่า ท่านกล้าเอาระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ในการเผยแพร่ แต่ว่าพอถึงเวลาประชาชนต้องเอา บัตรประจําตัวประชาชนแนบมา ยุ่งยากครับ แล้วถ้าผมอยู่ในชนบทเครื่องถ่ายเอกสาร ไม่ใช่เรื่องง่ายสําหรับประชาชน ฝากท่านว่าพอถึงมาตรานี้ถ้าแก้ไขตามข้อเสนอแนะ น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๑๘/๒
ประเด็นที่ ๒ ครับ ในกรณีที่จะให้ กกต. มีส่วนร่วมในการได้นําเสนอ กฎหมายกับภาคประชาชน ผมคิดว่าโดยภารกิจของ กกต. เองก็มีหน้าที่ส่งเสริมการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย แล้วก็จะบอกว่า กกต. เป็นองค์กรทางการเมืองอะไรก็คงไม่ใช่ครับ หน้าที่ภารกิจก็คืองานส่งเสริม เพราะฉะนั้นไม่ควรตัดช่องทางนี้ ถ้าผมจะเดินไปที่ กกต. แล้วอยากทํากฎหมายฉบับหนึ่ง แล้วขอ กกต. ช่วยริเริ่มให้ผม ผมอาจจะประสานงานกับ กกต. เป็นการกระตุ้นประชาชนในการที่จะมีส่วนร่วมและ กกต. จะได้ทําภารกิจมากกว่าการชี้เป็นชี้ตาย หรือทําหน้าที่ตุลาการเรื่องเลือกตั้งอย่างเดียว ฝากท่านครับ ถ้าเรื่องนี้ทําได้จะเป็นประโยชน์
เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ท่านบอกว่าเวลาตรวจสอบรายชื่อจะใช้วิธีประกาศที่รัฐสภา แล้วก็ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ อย่างนี้ผมคิดว่าไกลเกินจริงครับ มันไม่มีผลเป็นจริงในทางปฏิบัติเลย ผมอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราชคงไม่มีโอกาสมาตรวจสอบรายชื่อที่รัฐสภาครับ และถ้าผมเป็น ชาวบ้านมากกว่านี้ก็คงไม่สามารถเปิดจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของท่านได้ครับว่ามีใครเอาชื่อผม ไปเสนอร่างกฎหมายหรือเปล่า เพราะฉะนั้นข้อบัญญัติเรื่องโทษทําไว้ก็เป็นหมันครับ เพราะเจ้าตัวที่ถูกแอบอ้างชื่อจะไม่เคยรู้เลยครับว่ามีการแอบอ้างชื่อ ง่ายตามข้อเสนอครับ มีรายชื่อแล้วก็ทําจดหมายจากรัฐสภาเถอะครับ ฉบับละ ๓ บาท ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ก็ ๓๐,๐๐๐ บาท ส่งไปที่บ้านเขา ถ้าท่านกลัวว่าทะเบียนบ้านกับที่อยู่จริงไม่ตรง ในแบบฟอร์ม (Form) การเสนอกฎหมายก็เขียนสิครับว่าที่อยู่จริงที่ไหน ทะเบียนบ้านเลขที่อะไร ท่านก็ส่งได้ทั้ง ๒ ที่ครับ ผมคิดว่าเป็นกระบวนการที่จะทําให้การบังคับใช้กฎหมาย มีประโยชน์ แล้วก็เรื่องโทษที่แยกมาจากประมวลกฎหมายอาญามาเป็นโทษพิเศษ ท่านก็จะได้ใช้จริง ๆ ไม่เช่นนั้นแล้วเวลาเสนอกฎหมายแบกมาหน้าสภา ๑๐-๒๐ ลัง โอกาสที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะตรวจสอบว่าจริงไม่จริงแล้วมาปิดประกาศหน้าสภา ไม่มีผลจริงในทางปฏิบัติ
ขออนุญาตฝากไว้กับคณะกรรมาธิการครับ เผื่อถึงมาตรานั้นท่านช่วยพิจารณาดู อย่าดึงไปถึงขนาดนั้น หลายข้อที่ดีผมก็อาจจะละไว้ แต่ ๓-๔ ประเด็นที่นําเสนอมาควรที่จะได้รับ การทบทวนก่อนที่จะมีการพิจารณาแล้วก็ต้องมาถกกันยาวครับ ผมว่าตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกา ดู ๆ ไว้ก่อนแล้วก็เตรียมนําเสนอกับคณะกรรมาธิการ เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะทําให้เกิด ความขัดแย้งมากครับ ขอบพระคุณครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๑๘/๓
เชิญท่านเลขาธิการครับ
ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๑๙/๑
ท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอคําแปรญัตติไว้ต่อคณะกรรมาธิการ ได้เข้าไปชี้แจง แล้วก็ได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๖ ซึ่งเป็นมาตราที่มีความสําคัญมากที่สุดมาตราหนึ่ง ที่จะสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เปิดกว้างสําหรับพี่น้องประชาชนในการเข้าชื่อกัน เสนอกฎหมายหรือไม่ ในเบื้องต้นขอเรียนกับท่านประธานว่าตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ที่ระบุว่าผมได้แปรญัตติด้วยถ้อยคําในมาตรา ๖ ว่า ในการเสนอชื่อร่างพระราชบัญญัติ ต่อประธานรัฐสภา ต้องมีผู้ริเริ่มจํานวนไม่น้อยกว่าสิบคน แล้วก็ต่อไปจนจบวรรคแรกนั้น ความจริงแล้วผมไม่ได้เสนอคําแปรญัตติอย่างนี้นะครับ ผมเสนอคําแปรญัตติเพียงประเด็นเดียว ของวรรคแรกนี้ก็คือเปลี่ยนจาก ๒๐ คนเป็น ๑๐ คนเท่านั้น ถ้อยคําอื่น ๆ เหมือนเดิม เหมือนกับที่คณะกรรมาธิการแล้วก็เหมือนกับร่างที่ได้ผ่านความเห็นชอบไปแล้ว นั่นคือ ผมต้องการให้จํานวนของผู้ที่จะริเริ่มในการดําเนินการเรื่องนี้ไม่จําเป็นต้องถึง ๒๐ คน เพราะ ๒๐ คนนี้ก็ไม่มีที่มา ผมเข้าใจเอาเองว่าต้องการจะล้อกับการเสนอกฎหมาย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอ ๒๐ คน แต่ว่าสําหรับภาคประชาชนแล้วจํานวนนี้ ไม่มีความหมาย เพียงแต่มีความเห็นตรงกันว่าควรจะมีร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา จํานวนคนเท่าไรนั้นไม่สําคัญ เพราะภาคประชาชนที่จะต้องเสนอกฎหมายต้องไป รวบรวมรายชื่อของพี่น้องประชาชนอีก ๑๐,๐๐๐ ชื่อในกรณีกฎหมายธรรมดาอยู่แล้ว ซึ่งนั่นเป็นภาระที่หนักหน่วงในการที่จะแสวงหาความเห็นร่วมของคนที่มีความเห็นตรงกัน ในเรื่องของการออกกฎหมายฉบับที่ภาคประชาชนจะเสนอ เพราะฉะนั้น ๒๐ คน จึงไม่มีความหมายแล้วก็ไม่มีที่มา ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการผมก็ไม่ได้รับคําตอบว่า ทําไมต้อง ๒๐ คน ผมเสนอ ๑๐ คนนี้ก็เป็นเพียงว่าควรจะต้องมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งจํานวนไม่มากนัก ที่สามารถที่จะนั่งประชุมพูดคุยถกเถียงกัน แล้วก็เป็นผู้ดําเนินการรับผิดชอบในการยกร่าง กฎหมายและไปดําเนินการหาผู้ที่จะสนับสนุนก็คือพี่น้องประชาชนทั่วไปมาเข้าชื่อร่วมกัน ในการเสนอกฎหมาย นี่คือบทบาทภาระหน้าที่ของเขา เพราะฉะนั้น ๑๐ คนก็น่าจะเพียงพอ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๑๙/๒
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ก็คือในวรรคสาม วรรคสามนั้นก็คือว่า ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติตาม (๑) ก็คือร่างพระราชบัญญัติพร้อมด้วยบันทึกประกอบ ตามมาตรา ๘ มีหลักการและเนื้อหาไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๘ ให้ประธานรัฐสภา แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ริเริ่มทราบพร้อมทั้งส่งเรื่องคืนให้ผู้ริเริ่ม ซึ่งในวรรคนี้ก็ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมเข้ามา โดยเพิ่มเรื่องของจํานวนระยะเวลาที่ให้ประธานรัฐสภาต้องแจ้งให้ผู้ริเริ่ม ทราบว่าหลักการและเนื้อหาไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๘ ทีนี้ท่านประธานครับ ถ้าอ่านแค่นี้มันก็ดูธรรมดา แต่ถ้าท่านประธานลองไปดูในมาตรา ๘ สิครับ มาตรา ๘ เขามีทั้งหมด ๒ วรรค
วรรคแรก บอกว่า ร่างพระราชบัญญัติที่จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ ต้องเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๒๐/๑
ส่วนวรรคสอง บอกว่า ร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ต้องมีหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติที่กําหนดโดยชัดเจนและต้องแบ่งเป็นมาตรา ซึ่งแต่ละมาตรา มีบทบัญญัติที่จะเข้าใจได้ว่ามีความประสงค์จะตรากฎหมายในเรื่องใด และต้องมีบันทึก ประกอบดังต่อไปนี้
(๑) บันทึกหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ
(๒) บันทึกเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ
(๓) บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ
ท่านประธานครับ ถ้าเราไปกําหนดไว้ในมาตรา ๖ ว่าถ้าข้อใดข้อหนึ่ง ในมาตรา ๘ ร่างที่เสนอโดยภาคประชาชนไม่ตรงตามมาตรา ๘ แม้แต่เรื่องเดียวนี่ต้องส่งคืน ซึ่งมันไม่จําเป็น ท่านประธานครับ บางเรื่องบันทึกเหตุผลอาจจะไม่ครบถ้วน บางเรื่อง การวิเคราะห์สรุปสาระอาจจะไม่ตรงตามแบบฟอร์มที่รัฐสภากําหนด แต่นั่นไม่ใช่สาระ ที่จะต้องส่งเรื่องคืนกลับไปให้กับผู้ริเริ่มต้องไปทําใหม่ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมคิดว่า เป็นการจํากัดการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ผมถึงแปรญัตติว่าเอาเพียงแค่วรรคแรกเท่านั้น ถ้าหากว่าการเสนอร่างกฎหมายนั้นไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติ หรือเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ขัดกับหลักการเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่เข้าตามนี้แค่นั้นแหละครับส่งเรื่องกลับไปก็เพียงพอแล้ว ไม่จําเป็นต้องไปดูในรายละเอียดในเชิงธุรการเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็ส่งเรื่องกลับไป เพราะฉะนั้น ผมถึงได้เสนอคําแปรญัตติอันนี้แล้วก็สงวนไว้โดยเพิ่มเติมเพียงว่าถ้าใส่ในวรรคสามเข้าไปว่า ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติตาม (๑) มีหลักการและเนื้อหาไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ ในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง ให้ประธานรัฐสภาแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ริเริ่มทราบพร้อมทั้งส่งเรื่องคืน ให้ผู้ริเริ่ม แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมาธิการไปแก้ไข โดยเพิ่มความเข้าไปอีกในมาตรา ๖ ในวรรคสามว่า ให้ประธานรัฐสภาแจ้งเป็นหนังสือ ให้ผู้ริเริ่มทราบภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่องตามวรรคหนึ่ง อันนี้เห็นด้วยครับ คือการกําหนดระยะเวลาซึ่งก็สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่เห็นว่าควรกําหนดระยะเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อต่าง ๆ ให้ชัดเจน ภายในระยะเวลาที่กําหนดหรือว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่ให้เกิดความชัดเจนจะต้อง มีการกําหนดระยะเวลา ท่านประธานก็ทราบดีนะครับว่าในการตรวจสอบความถูกต้องนั้น สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๒๐/๒ ในกฎหมายเก่านี่ไม่เคยกําหนดไว้ แล้วก็เปิดช่องให้ประธานสภานี่สามารถที่จะพูดง่าย ๆ ว่า สามารถที่จะยื้อกฎหมายฉบับนั้นไว้โดยที่ไม่ต้องแจ้งเหตุผลหรือความจําเป็นได้ เพราะฉะนั้น เมื่อการกําหนดในส่วนนี้ไว้ก็จะเป็นประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตามใน ๒ ประเด็นที่ผมได้นําเรียน กับท่านประธานในมาตรา ๖ นี้ก็คือ
๑. เรื่องจํานวนคนของผู้ริเริ่มไม่จําเป็นต้องถึง ๒๐ คนก็สามารถที่จะ ดําเนินการได้ และ
๒. ไม่ควรจะมีเรื่องที่ไม่ใช่สาระหลักจนเป็นเหตุให้ต้องส่งคืนกับผู้ริเริ่ม
ถ้าสามารถปรับใน ๒ ส่วนนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ ในชั้นนี้ผมขออนุญาต อภิปรายเพียงแค่นี้นะครับ แต่เนื่องจากว่ามีหลายมาตราที่จะเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงในลักษณะเช่นนี้ ผมจะลุกขึ้นอภิปรายอีกครั้งหนึ่งเมื่อถึงมาตราเหล่านั้น ขอบคุณครับ
อาจารย์รัชฎาภรณ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นเลขานุการคณะก็คือตัวแทนจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตอบชี้แจง ได้คล่องมากเลย รวมทั้งชี้แจงแทนสภาด้วยว่าการที่จะบรรจุวาระอะไรต่ออะไรต้องไปศึกษา ข้อบังคับ ที่จริงมันเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่เขาเห็นว่าที่ผ่านมา กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ประชาชนเสนอเข้าชื่อมานี่กว่าจะได้มา เขามาด้วยความยากลําบาก เมื่อเสนอเข้ามาในสภาถ้าสภาเห็นความสําคัญของการมีส่วนร่วม ของประชาชน ถ้ารัฐบาลเห็นว่าจะต้องมีร่างประกบก็ต้องรีบทําไม่ใช่ดองเรื่องเอาไว้ จนกระทั่งผ่านไปเป็นปี ต้องรีบทําเข้ามาประกบ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๒๑/๑ ดิฉันยังว่าที่ท่านเสนอว่าต้องบรรจุภายใน ๒ สมัยนี่ยังช้าไปเสียด้วยซ้ําไป มันต้องรีบด่วน ถ้าเห็นความสําคัญ เพราะฉะนั้นรวมทั้งข้อชี้แจงทั้งหลายนี่ดิฉันก็ยังคิดว่าบางทีมันขัดแย้ง กันเองในตัว ตัวอย่างเช่นท่านบอกว่าเทคโนโลยีมันก้าวหน้าไปเยอะแล้วก็มีทั่วไปทั่วถึง มีทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอะไรต่ออะไร แต่พอมาถึงในร่างกฎหมายของท่านนอกจากท่าน เอาบัตรประจําตัวประชาชน เอาเลขประจําตัวประชาชน เอาที่อยู่แล้ว ท่านยังเอา สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนด้วย เอาไปทําไมถ้าบอกว่าเทคโนโลยีทั้งหลายมันก้าวหน้าไปแล้ว ท่านกดเอาเมื่อไรก็ได้ ท่านกดเอาที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องให้เป็นภาระกับพี่น้องประชาชน แต่ว่าดิฉัน ก็จะยังไม่พูดไปถึงมากมายขนาดนั้น จะพูดถึงมาตรา ๖ ดิฉันเห็นด้วยกับท่านผู้สงวนความเห็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่จริงดิฉันก็อยากจะเรียนนะคะว่าดิฉันได้ไปร่วมกับองค์กร ที่เสนอกฎหมายนี่หลายองค์กร รวมทั้งดิฉันเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันก็ได้เชิญผู้ที่เสนอกฎหมายทุกฉบับ เข้ามา แล้วก็เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายเข้ามา แล้วก็ถามไถ่ว่ามันไปถึงไหนแล้ว ท่านเชื่อไหมคะส่วนใหญ่แล้วนี่ก็คือรัฐบาลยังไม่ได้ประกบ ถ้าไม่ได้ประกบก็เสนอเข้ามาสิคะ ไม่อย่างนั้นก็ต้องรีบประกบอย่างที่ดิฉันเรียนนี่ค่ะ รัฐธรรมนูญมาตรานี้ดิฉันเข้าใจว่า เจตนารมณ์ก็คืออยากจะให้ประชาชนนี่เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้อย่าง คือเอื้อให้พี่น้องประชาชน เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ดิฉันไม่เห็นภาคประชาชนที่ไหนที่อยากจะร่างกฎหมายแข่งกับสภาเลย เพียงแต่ว่าเวลาพูดคุยกับตัวแทนแล้วพบว่าประเด็นมันไม่ตรงกัน มุมมองมันต่างกัน เขาถึงได้ดิ้นรนมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ไม่ใช่บอกว่า เร็ว จะทํากฎหมายฉบับนี้ทุกคนมา เขาต้องออกไปพูดคุยออกไปพูดจาว่าต้องการอะไรในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่ง ส.ส. ก็จะออกไปพูด เหมือนว่ากฎหมายฉบับนี้อะไรที่เอาอะไรที่ไม่เอา เพราะฉะนั้นภาคประชาชนนี่มีความยากลําบาก อย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญถึงได้ลดลงมา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บอกว่าให้ประชาชนเสนอ กฎหมายก็ได้ในประเด็นที่เขาเห็นว่ามีความสําคัญ แล้วขอใครก็ไม่ได้ ขอรัฐบาลเสนอก็ไม่ได้ ขอสภาเสนอก็ไม่ได้ ประชาชนเสนอเอง แล้ว ๒๐,๐๐๐ ชื่อที่ผ่านมา ๕๐,๐๐๐ ชื่อนี่มันเป็น ความยากลําบากอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เห็นด้วยในหลักการนี้ถึงได้ลดจํานวนลงมา เหลือ ๑๐,๐๐๐ ชื่อก็คือให้มันง่าย แล้วพอมาออกกฎหมายตรงนี้ดิฉันก็ยังคิดว่ามันจะง่ายขึ้น แต่ปรากฏว่ามันยากมันถูกสกัดเสียทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่จะต้องมีผู้ริเริ่มถ้ามีผู้ริเริ่มนะคะ ในมาตรา ๖ ที่ว่านี้ดิฉันก็ถามภาคประชาชนว่าคุณเอาหรือผู้ริเริ่ม ภาคประชาชนก็ต้องตอบ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๒๑/๒ เสียงอ่อย ๆ ว่าโดยส่วนใหญ่เขาเอา ดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตถ้ามีร่างรัฐบาลประกบ ร่างภาคประชาชน ฝันไปเถอะที่จะได้ในประเด็นที่เห็นไม่ตรงกันกับรัฐบาล พูดไปเถียงไปอย่างไรก็ตามสุดท้ายรัฐบาล ก็ลงมติเอาตามที่ตัวเองเห็นว่าจะเอาอย่างนั้นตามที่ยกร่างเข้ามา ผู้ที่เสนอร่างกฎหมายเข้ามา หลายฉบับเวลาไปประชุมแล้วไปเจอกันเขามีความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ประชาชนก็จริง แต่รัฐบาลกับสภานี่แหละเป็นคนไม่เปิดช่องให้กับประชาชน ต้องถามท่านว่าจริงหรือไม่ มีอะไรบ้างที่เขาเสนอมาในฉบับนี้แล้วก็ต่างกันแล้วท่านรับเอาไว้ มาตรา ๖ นี่นะคะอย่างมีผู้เสนอว่า ในการที่จะขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายจากกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองกําหนด ซึ่งที่จริงแล้วเขาแค่อยากให้มีช่องทาง เพราะปกติแล้วประชาชน จะเอางบประมาณเอาเงินมาจากไหนที่จะไปเดินสาย มันไม่ใช่เก็บรายชื่ออย่างเดียว มันต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วยก่อนที่จะให้เขาสนับสนุน เพราะฉะนั้น มันต้องมีค่าใช้จ่าย แล้วอันนี้เป็นการเมืองภาคพลเมืองที่ตรงที่สุด สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๒/๑ เป็นการเมืองภาคพลเมืองที่ถือว่าสูงสุดคือการมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย แต่ปรากฏว่า เมื่อกี้ได้รับคําชี้แจงว่ากองทุนอันนั้นเขาก็มีบทกําหนดเขาอยู่แล้วก็ให้เขาทําตามนั้น ที่จริงในข้อสงวนคําแปรญัตติเขาก็ไม่ได้บอกว่าเราจะมาร่างกติกาใหม่ เพื่อที่เวลาจะมาทํา กฎหมาย เข้าชื่อเสนอกฎหมายต่าง ๆ เราจะมากําหนดกติกาใหม่ เขาก็กําหนดตามนั้นนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเปิดช่องทางไว้อีกช่องทางหนึ่งได้ไหมในคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมือง ระบุไปให้ชัดเจนได้ไหมว่าเขาสามารถที่จะขอเงินมาเพื่อที่จะไประดมความคิดเห็น ระดมความเห็นชอบ ระดมรายชื่อ ๑๐,๐๐๐ ชื่อเพื่อมาเสนอ เขาขอรัฐบาลก็คงไม่ได้ ขอสภาก็คงไม่ได้ เขาก็หาช่องทางที่ตรงที่สุดก็คือกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สภาก็ยังไม่ให้เลย ไม่ใช่เงินตัวเองเลยก็ยังไม่ให้ ถ้ากรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองแย้งมาสิว่าอันนี้ให้ไม่ได้ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็ไม่ได้ถามเขาสักคํา ตัดสินใจแทนหมดเลย แล้วก็ไม่ให้ แล้วถ้าอย่างนี้ประชาชนก็ไปหาเงินเอาเอง ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนั้น ตอนที่ดิฉันยังไม่ได้เป็น ส.ส. ดิฉันก็ก้มหน้าก้มตากระเจิดกระเจิงไปเพื่อที่จะหารายชื่อมา ในการที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้นพอมาถึงออกกฎหมายฉบับนี้ดิฉันยังคิดว่า มันจะง่าย มันจะส่งเสริม มันจะเอื้ออํานวย แล้วมันจะเปิดช่องให้พี่น้องประชาชนเข้าชื่อกัน เสนอกฎหมายให้ง่ายขึ้น ๑. ดีแล้วที่ไม่เอาสําเนาทะเบียนบ้าน ๒. ยังอุตส่าห์ เอาสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ทั้ง ๆ ที่บอกว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก้าวหน้าแล้วมันทั่วถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มี เพราะฉะนั้นการตรวจสอบมันก็ง่าย แต่ก็ขอหน่อยก็แล้วกัน มันแปลว่าอะไร เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านว่าในมาตรานี้ แล้วดิฉันก็เห็นด้วยกับ ท่านกรรมาธิการท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่ท่านพูดถึงเรื่องของการร่างกฎหมายแล้วจะต้อง มีสาระต่าง ๆ หัวข้อต่าง ๆ ตามมาตรา ๘ ดิฉันเห็นด้วยว่าแค่ให้มันตรงตามกรอบ ของรัฐธรรมนูญพอแล้ว บันทึกร่างพระราชบัญญัติอะไรทั้งหลาย สรุปสาระสําคัญทั้งหลาย ถ้าเขาทําไม่ถูกตรงเผงเหมือนกับที่คณะกรรมการกฤษฎีกาทําเก่ง ดิฉันว่าก็ต้องอนุโลม แล้วเข้ามาถึงก็จะได้ดูกัน แล้วก็จะได้ช่วยกันดูที่เนื้อหาสาระ จะเอาอะไรนักหนาให้มันเป๊ะ ๆ กับภาคประชาชนดิฉันไม่เข้าใจ มองประชาชนคืออะไร เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านว่าถ้าเป็นเรื่องกองทุน อยากจะให้ ถ้าไม่ให้เขาไปใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง บอกหน่อยว่าจะให้เขา ใช้เงินกองทุนที่ไหน ท่านจะหาเงินที่ไหนให้เขาไหม หรือก็แล้วแต่ตามบุญตามกรรม เกิดมาเป็นประชาชนตาดํา ๆ ช่วยไม่ได้หรือ ก็แล้วแต่จะทําหรือคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เรียนเสนอว่า สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๒/๒ ตั้งแต่วาระแรกแล้วที่ดิฉันเห็นด้วยกับมาตรานี้ เพราะเรารู้ว่าความยากลําบากของประชาชน นี่แหละเป็นปัญหาที่สําคัญที่จะสกัดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในขั้นสูงสุดก็คือ การมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย เฉพาะมาตรา ๖ แค่นี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อ เสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ฉบับนี้ถือเป็นการก้าวหน้าอย่างยิ่งของวงการกฎหมายไทย ผมดูในร่างฉบับนี้มีการแก้ไขหลายมาตรา มาตรา ๖ ก็ถือว่าเป็นมาตราเริ่มต้นในการที่จะ ทําอย่างไรที่พี่น้องประชาชนจะมีส่วนในการเสนอกฎหมายโดยเป็นผู้ริเริ่มเอง ในส่วนที่ท่านผู้สงวนคําแปรญัตติ ไม่ว่าท่านอภิชาตก็ดี หรือแม้แต่ท่านผู้ที่อภิปรายจบไปเมื่อกี้ คือท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ผมกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยหลักการแล้วการที่พี่น้องประชาชนจะมารวมกัน เพื่อที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับใดฉบับหนึ่งนั้นจะต้องเกิดจากปัญหาก่อน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๒๓/๑ คือมันเคยมี พ.ร.บ. อยู่แล้วแล้วต้องการแก้ไขนี่ก็เป็นปัญหาได้ หรือไม่มีพระราชบัญญัติ ต้องการให้มีเพื่อที่จะนําพระราชบัญญัตินั้นไปแก้ปัญหา ก็มองได้ ๒-๓ มุม สิ่งที่มาตรา ๖ ได้เขียนไว้โดยกรรมาธิการเสียงข้างมากได้กําหนดคนไว้ว่าผู้ริเริ่มจะต้องมีจํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ คน โดยหลักการผมเข้าใจว่าจํานวน ๒๐ คนน่าจะล้อมาจากข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานที่เคารพครับ สภาผู้แทนราษฎรเรามีเรื่องของพรรคการเมือง เรามีระบบ ระเบียบ เพราะฉะนั้นการหา ส.ส. ๒๐ คนมาช่วยกันเสนอหรือว่าช่วยกันเซ็นร่างพระราชบัญญัติ ฉบับใดฉบับหนึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนผู้ที่เห็นปัญหา ผู้ที่ต้องการยกร่างแก้ไขปัญหาไม่ว่าเขาอาจจะเป็นผู้เดือดร้อนเองหรือเป็นทนายความ ของผู้เดือดร้อนที่ต้องการจะเข้าชื่อเสนอกฎหมายแล้วกําหนดไว้ว่าไม่น้อยกว่า ๒๐ คน บางครั้งการหาคน ๒๐ คนซึ่งเต็มใจพร้อมใจที่จะมาเซ็นให้ผมก็ว่าเป็นเรื่องที่ยากลําบาก เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างก้าวหน้า คน ๒๐ คนเหล่านั้นอาจจะมีคนจริง ๆ ที่ริเริ่มคนหรือ ๒ คน แต่จะต้องหาคนอีก ๑๘ คน สมมุติว่ามีคนเดือดร้อนสัก ๒ คน อีก ๑๘ คน แล้วต้องไปอธิบายแล้วก็ให้เข้าใจ แล้วก็กลัวว่าถ้าเผื่อว่าเซ็นชื่อไปแล้วไม่รู้จะมีผลกระทบอะไร กับตัวเองหรือเปล่าสําหรับคนที่ไม่รู้กฎหมาย เพราะฉะนั้นในส่วนตัวของผมเห็นว่ามาตรา ๖ นี้ ถ้าเป็นไปได้ไม่ต้องใส่จํานวนเข้าไปครับ มีแต่เขียนไปเลยครับ ร่างพระราชบัญญัติ ถ้าต้องการที่จะมีผู้ริเริ่มโดยประชาชนนี่ก็เสนอเข้ามา จะ ๑ คน ๒ คน ๓ คน ๔ คนก็แล้วแต่ เพราะมันจะเป็นกฎหมายได้ก็ต้องไปทําตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งบัญญัติไว้อยู่แล้วในรัฐธรรมนูญนี้ว่าถ้าเผื่อจะแก้ไขพระราชบัญญัติใด ๆ ก็ตามแต่ โดยพี่น้องประชาชน จะต้องเข้าชื่อกันมา ๑๐,๐๐๐ คน นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้วครับ ท่านประธาน แต่ว่าให้เริ่มกันแบบง่าย ๆ แล้วก็ตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปเอาชื่อ ๒๐ คน ซึ่งบางทีไปหามาซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเลยเป็นการเสียเวลา
เรื่องที่ ๒ ที่อาจารย์รัชฎาภรณ์ให้ความเห็นไว้เรื่องของการใช้งบประมาณจาก กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง แล้วก็กําหนดว่าให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนา การเมืองภาคพลเมืองนั้นเป็นผู้กําหนดกฎเกณฑ์ในการจะนําเงินไปใช้ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน การเสนอกฎหมาย การออกกฎหมาย แม้แต่สภาผู้แทนราษฎรกฎหมายแต่ละฉบับ กว่าจะผ่านพวกเราได้ ถ้านับเป็นมูลค่าแล้วบางฉบับเราก็ต้องใช้เงินเป็นแสน ๆ ในการพิจารณา เสียค่าเบี้ยประชุม เสียค่าโน่นค่านี่เยอะแยะไปหมด และคราวนี้จะให้พี่น้องประชาชน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๒๓/๒ ทําอย่างไร คนที่เขาเสนอกฎหมายแล้วต้องการเห็นกฎหมายจริง ๆ แล้วเดินไปสุดทางได้ เอาชื่อคน ๑๐,๐๐๐ คน แค่นี้ก็เป็นเรื่องยากลําบากแล้วในการที่จะรวบรวมคนเข้ามา แต่ผมเห็นว่า ไหน ๆ เราก็ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาแล้วก็น่าจะเป็นกฎหมายที่ให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเดือดร้อนจําเป็นจริง ๆ ถึงมาเสนอกฎหมายเพื่อที่จะนําเข้าสู่สภา ส่วนจะได้เป็นกฎหมาย หรือไม่ได้เป็นกฎหมายจะต้องไปตามขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งได้บัญญัติไว้ในข้อบังคับของเราเอง แล้วก็ตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็เห็นด้วยกับทางท่านอภิชาตส่วนหนึ่งและพี่รัชฎาภรณ์ ส่วนหนึ่ง ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมมี ๒ ประเด็นสั้น ๆ เรียนถามต่อท่านกรรมาธิการนะครับ
ประเด็นแรก ที่ท่านเติมเข้ามาก็คือเรื่องของหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ เกี่ยวกับการช่วยเหลือในการจัดทําร่างกฎหมายแก่ประชาชน บอกว่าให้ผู้ริเริ่มไปขอให้ หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยเขาร่างกฎหมายได้ หน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับ การช่วยเหลือคือใครบ้างล่ะครับ ผมว่าเขียนอย่างนี้ไม่สามารถเข้าใจได้เลยนะครับ เช่น ผมถามว่า ผมจะไปอําเภอได้ไหม อําเภอถือเป็นหน่วยงานนี้ไหมครับ ผมจะไปจังหวัดได้ไหมครับ ผมจะไป พรรคการเมืองซึ่งไม่มีสมาชิกในสภาได้ไหมครับ อาจจะเป็นพรรคเล็ก ๆ แต่เขาจดทะเบียน เป็นพรรคการเมืองแล้ว ผมจะไปคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหงได้ไหมครับ อย่างนี้เป็นต้น อย่างนั้นขอความกรุณาว่า ๑. คืออธิบายต้องให้ชัดเจน ๒. ก็คือจะต้องไปอยู่ในคํานิยามหรือไม่ กับสิ่งที่ท่านเติมเข้ามาว่าเป็นหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือในการจัดทํา ร่างกฎหมายแก่ประชาชนที่ว่านี้จะได้ชัดเจนขึ้น สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๒๔/๑
ประเด็นที่ ๒ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนนะครับ อาจจะเห็นต่างจากท่านอภิชาต สักนิดหนึ่งก็คือว่าในวรรคที่บอกว่าในกรณีร่างพระราชบัญญัติตาม (๑) มีหลักการและเนื้อหา ไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๘ ท่านอภิชาตบอกว่าจะขอให้ใส่เป็นว่าเฉพาะ (๑) เท่านั้น (๒) (๓) ไม่เกี่ยว แต่ผมตีความอย่างนี้ว่าถ้าเนื้อหาหลักการของเนื้อหาและเนื้อหานี่ถ้ามันไม่เป็น จึงจะทําจดหมายไปหรือว่าส่งเรื่องกลับไปหาผู้ริเริ่ม แต่ถ้าคลุมเครือท่านส่งไม่ได้นะครับ ผมตีความตามนี้นะครับ คลุมเครือ ไม่ชัดเจน เขียนบันทึกหลักการไม่พอ เขียนเหตุผลต่าง ๆ ไม่พอ ท่านก็ส่งกลับไปหาเขาไม่ได้ เพราะมันไม่ได้เข้าสู่การบอกว่าหลักการและเนื้อหา ไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ ถูกไหมครับ ไม่เป็นไปเท่านั้นจึงจะส่งไปภายใน ๑๕ วันนับตั้งแต่ วันที่ได้รับเรื่องตามวรรคหนึ่ง พร้อมทั้งส่งเรื่องคืนให้กับผู้ริเริ่ม ซึ่งผมก็ขอขอบคุณ กรรมาธิการที่ได้กําหนดวันเอาไว้ให้ชัดเจนขึ้น ๑๕ วันก็ถือว่าเป็นวัน เวลา ที่เหมาะสม พอสมควรแล้ว ประเด็นหลังนี้ผมจึงคิดว่าอยากจะให้คงไว้ตามร่างเดิม แล้วก็รวมทั้ง ส่วนที่ท่านแก้ไขแล้วด้วย แต่ว่าในส่วนของวรรคที่พูดไปก่อนหน้านี้ก็คือเรื่องหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างนี้ถือว่าจะใส่เพิ่มเข้าไปเลยได้หรือไม่ ตามแนวความคิดของท่านวิทยา แก้วภราดัย ผมก็เห็นด้วยกับท่านนะครับ ถ้าจะเขียนให้มันชัด เพื่อให้ประชาชนที่อ่านกฎหมายนี้แล้วก็จะเข้าใจแล้วดําเนินการได้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการเข้าชื่อเสนอกฎหมายนี่ก็ถือว่าเป็นความสุดยอดของคณะกรรมการทุกฝ่าย โดยเฉพาะสถาบันพระปกเกล้าที่เสนอเรื่องนี้เข้ามา เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สําคัญเพราะว่า ทุกครั้ง ทุกปี ประชาชนไม่มีสิทธิเสนอกฎหมาย เสนอเข้ามาก็ผ่านไม่กี่ร่างหรอกครับ เพราะว่าต้องใช้ประชากรเยอะ ใช้ผู้เสนอเยอะ วิธีการปฏิบัติมันยุ่งยาก แล้วมาตรา ๖ ก็เถียงกันมากมายมหาศาล แล้วร่างชุดนี้ก็ถือว่าเป็นความสุดยอดที่สมัยก่อนการเสนอกฎหมาย ขั้นตอนและรูปแบบเป็นสิ่งที่สําคัญ ไม่ใช่สําคัญเรื่องอะไรนะครับ สําคัญคือวิธีการปฏิบัติ นี่คือสิ่งที่ยากที่สุดในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย แล้วก็มาตรา ๖ ตอนผมเสนอ ผมเสนอให้ ๑๐๐ คนด้วยซ้ําไป ในการร่างในคณะกรรมาธิการก็ถกเถียงกันเยอะ ร่าง ครม. ใช้ ๒๐ คน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๒๔/๒ ก็เห็นด้วยนะครับ มันน้อยลง อันนี้เราล้อจาก ส.ส. ถ้าหลาย ๆ ท่านที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ก็คือ ส.ส. เราจะเสนอกฎหมายก็มีคนเสนอคนหนึ่งแล้วก็ไปหาเพื่อน ๆ มาอีก ๒๐ คน มาเป็นคณะกรรมการเสนอร่วมด้วยก็ใช้ ๒๐ คน ถ้าประชาชนเสนอด้วยตนเองเขียนกฎหมายไม่เป็น ให้ไปใช้กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองนําเงินมาใช้ ปรากฏว่าร่างของ ครม. ก็เสนอมาว่าไม่ต้องใช้แล้ว ไปใช้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชั้นล่างนี่ครับ คือประชาชนเอาชื่อมา ๒๐ คน แล้วก็ร่างไม่เป็นเลยครับ ก็มาปรึกษาที่สํานักงานข้างล่าง ก็ให้เขาร่างให้ ร่างเสร็จไม่ดีหรือร่างผิดกฎหมายอย่างไร สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รับผิดชอบเพราะว่าเป็นฝ่ายนิติกรอยู่แล้ว แม้แต่ ส.ส. เองที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ๒๐ คน ก็เหมือนกันครับก็ให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ร่างให้แล้วก็กลับมา อันนี้พูดง่าย ๆ คือถ้าร่างแล้วประชาชนกลับมาดู ดูสิมันตามเจตนารมณ์ที่เราให้ไปร่างไหม เรื่องผิดกฎหมายไม่ผิดกฎหมาย นิติกรของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องเตรียม ให้มากกว่านี้ เพราะปัจจุบันมีคนนิดเดียว งวดหน้าถ้าประชาชนมาเสนอเราต้องเตรียม นิติกรให้มาก เพราะว่าประชาชนก็คงอยากเสนอกฎหมายมาก ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน ก็เหมือนกันครับ ก็ไปดูเจตนารมณ์ว่าที่ประชาชนส่งให้ไปร่างมันโอเค (OK) ไหม ไม่โอเคก็เสร็จมา ถ้าตามเจตนารมณ์เราก็กลับมาให้ ไปหาชื่อมาอีก ๑๐,๐๐๐ คน หาชื่อมา ๙,๙๘๐ คน เพื่อให้ครบ ๑๐,๐๐๐ คน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๒๕/๑ มาตราอื่นที่จะถึงวิธีการหาชื่อนี่เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากมากนะครับว่าตกลงชื่อที่เขาเอามา เซ็นรับรองนี่มันปลอมไหมนะครับ กฎหมายฉบับนี้ก็มีบทลงโทษด้วย นี่คือความสุดยอด ของอันนี้ เพราะฉะนั้นมาตรา ๖ ผมก็เห็นด้วยว่าใช้จํานวนประชาชน ๒๐ คนเสนอมา ให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนร่างกฎหมาย ร่างกฎหมายเสร็จแล้วเราก็เอากลับไปดูว่า เจตนารมณ์ที่ประชาชนส่งให้ร่างกฎหมายเรื่องนี้มันตกลงโอเคหรือไม่นะ ผมก็เห็นด้วย ในมาตรา ๖ ครับ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างน้อย ดิฉันได้สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๖ นะคะ อยากจะให้เพิ่มในวรรคสามของมาตรา ๖ เป็นดังนี้ ผู้ริเริ่มอาจขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายจากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองกําหนด สาเหตุที่เราขอสงวนคําแปรญัตติเช่นนี้เพราะว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ ที่ส่งเสริม ให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง โดยจัดให้มีกฎหมาย แล้วก็จัดให้มี กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายทุกรูปแบบในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนะคะ เพราะฉะนั้นกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองซึ่งตอนนี้สภาพัฒนาการเมืองได้ดูแลตรงนี้อยู่ มีกรรมการกองทุนเป็นผู้บริหาร ก็จะได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อดําเนินการ ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชน เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายจํานวนมาก ดิฉันเป็นตัวแทน ของประชาชนที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันมีความเข้าใจดีว่าเรามีค่าใช้จ่ายจํานวนมาก ในการที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ทั้งเรื่องของการรณรงค์ เรื่องของการทําเอกสารต่าง ๆ และการเดินทาง ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากที่ใดที่หนึ่งก็เป็นไปได้ยากที่ประชาชนจะเข้ามา มีส่วนร่วมในทางการเมือง เพราะแค่ลําพังต้องเดินทางมาหลายครั้งกว่าจะได้เข้าประชุม เลื่อนแล้วเลื่อนอีกนี่ก็ ๗-๘ ครั้งแล้ว ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายจํานวนมากนะคะ แล้วก็ไม่มีที่พัก ก็จะยิ่งยากขึ้นไปใหญ่ เพราะฉะนั้นกองทุนตรงนี้ก็จะได้จัดสรรงบประมาณแล้วก็กําหนดไว้เลยว่า จะให้การสนับสนุนกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นการเฉพาะเพื่อไม่ให้ประชาชน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๒๕/๒ ต้องเสนอโครงการที่จะไปแข่งขันกับโครงการในลักษณะอื่นอีกนะคะ อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่ว่า ทําไมถึงต้องมีความช่วยเหลือจากกองทุนนี้ค่ะ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวปัทมา สูบกําปัง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอสงวนความเห็นเอาไว้ ในประเด็นตามมาตรา ๖ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการรณรงค์แล้วก็เข้าชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชน เพราะว่าคงไม่มีใครปฏิเสธนะคะว่า ต้นทุนในการที่ภาคประชาชนจะเสนอกฎหมายสักฉบับหนึ่งนี่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก นับจากถ่ายเอกสารหลักฐานต่าง ๆ นี่ไม่รวมไปถึงต้นทุนในเรื่องการเดินทางที่จะต้องเข้ามาชี้แจง นับตั้งแต่ชี้แจงในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการนะคะ เพราะว่ารัฐธรรมนูญได้เปิดช่องแล้วว่า ภาคประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายให้มาร่วมในการชี้แจงหลักการและเหตุผล ในวาระที่หนึ่งด้วย รวมไปถึงสัดส่วนของกรรมาธิการภาคประชาชนกําหนดว่ามี ๑ ใน ๓ ใช่ไหมคะ ให้มาร่วมประชุมในชั้นของกรรมาธิการก็คือในชั้นของวาระที่สอง สิ่งเหล่านี้ต้นทุนค่าใช้จ่าย มีค่อนข้างมาก ตัวอย่างที่เห็นโดยประจักษ์เลยก็คือว่าในการริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ในส่วนของสถาบันพระปกเกล้า ที่เราอยากจะทดลองดูว่าถ้าประชาชนอยากจะเสนอกฎหมายสักฉบับหนึ่ง โดยเฉพาะกฎหมาย ที่ยังคงมีปัญหาอยู่ ไม่ได้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้าไปมากนะคะ ตรงนี้เราจะลองทําดู ก็เริ่มจากค่าใช้จ่ายในเรื่องของการทําวิจัย ทําวิจัยเสร็จก็ไปจัดเวทีรณรงค์ให้ความรู้ เพื่อเชิญชวนประชาชนมาร่วมเข้าชื่อกว่าจะได้ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อเสียค่าใช้จ่ายไปเยอะนะคะ นอกจากนี้ก็มีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เป็นตัวเงินก็อีกค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นทําอย่างไร ภาคประชาชนที่จริง ๆ แล้วการเข้าถึงต่าง ๆ นี่ไม่ได้ง่ายเลยที่จะมีส่วนในการเกื้อหนุนเขาตรงนี้ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๒๖/๑ รัฐสภาในฐานะที่เป็นองค์กรที่บอกว่าเป็นผู้แทนของภาคประชาชนมีจุดเชื่อมโยง เกาะเกี่ยวกับประชาชนมากที่สุดทําอย่างไรให้เห็นอกเห็นใจในสัดส่วนว่าเขามีสิทธิ แล้วเขาอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม ตรงนี้อยากจะให้มีการเอื้อตรงนี้ให้มากยิ่งขึ้น ต่อเหตุผล ที่บอกว่าการขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนก็เปิดโอกาสให้ขอได้โดยตรงอยู่แล้ว ตรงนั้นก็เป็น เหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเรามองให้กว้างไปกว่านั้นทําอย่างไรประชาชนถ้าเขาไม่ได้รู้จัก กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเขามาอ่านกฎหมายในส่วนของร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... นี้เขาสามารถรู้ได้เลยว่าเขาอยากจะขอเงินงบประมาณ สนับสนุนเขาจะไปตรงจุดไหน ถ้าเขาอยากจะขอรับการสนับสนุนในเชิงวิชาการ ถ้าเขาร่างพระราชบัญญัติเขาทําไม่เป็นเขาควรจะไปตรงจุดไหน อันนี้ก็คือเป็นในส่วนของ อาจจะมองมุมมองว่าเป็นแนวทางการร่างกฎหมายที่ค่อนข้างจะ เราไม่เคยใช้ ประเทศไทยเรา ไม่เคยใช้ บอกว่าถ้ามีกฎหมายฉบับอื่น ๆ กําหนดอยู่แล้วก็ไม่ควรไปแตะ ไม่ควรไปเอามาไว้อีก อะไรตรงนี้นะคะ จริง ๆ ประเด็นนี้อยากจะให้พิจารณาเหมือนกันว่าถ้าเราอยากจะเอื้อ ประชาชนจริง ๆ ทําอย่างไรให้เขาอ่านกฎหมายฉบับเดียวเขารู้เลยว่าเขาต้องไปตรงช่องไหน เพราะว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเข้ามาสู่กระบวนการการเสนอ การพิจารณา การอนุมัติกฎหมาย ของสภา ตรงนี้ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้สงวนความเห็นเอาไว้ในมาตรา ๖ วรรคสาม บอกว่าอยากจะให้ผู้ริเริ่ม ประเด็นผู้ริเริ่มเราไม่ติดใจมีผู้ริเริ่มก็ได้เพื่อง่ายต่อการติดต่อ ประสานงาน ผู้ริเริ่มสามารถไปขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองได้ ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปตัดสิทธิว่าเราไปบีบบังคับให้กองทุนจะต้องให้การสนับสนุน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นไปตามระเบียบของกองทุน ซึ่งการบริหารกองทุนเขาก็มีคณะกรรมการ บริหารกองทุนอยู่แล้วเขาก็จะให้ความสําคัญ การที่มาบัญญัติในกฎหมายฉบับนี้ก็จะเป็นการตอกย้ํา ให้เห็นด้วยเหมือนกันว่าทางสภาพัฒนาการเมืองในฐานะผู้ดูแลกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ก็จะได้ให้ความสําคัญกับงานตรงนี้เป็นลําดับต้น ๆ เพราะว่าก็มีข้อมูลเชิงประจักษ์อีกเหมือนกันว่า กรณีที่กฎหมายเขียนไว้หลายฉบับแล้วไม่ได้มารวมไว้ในกรณีเดียวกันอย่างเช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ปี ๒๕๔๒ กําหนดเอาไว้ว่าช่องทาง ประชาชนสามารถไปขอให้ กกต. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๐๐ คนถ้าหาชื่อได้ ตอนนั้นใช้ ๕๐,๐๐๐ ชื่อใช่ไหมคะ ถ้าหาชื่อได้ไม่ครบไปติดต่อไว้ที่ กกต. ให้ กกต. ไปเปิดให้ มีการเข้าชื่อโดยประชาชนได้ เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้แต่ไม่ได้อยู่ในกฎหมายที่เกี่ยวกับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๒๖/๒ คณะกรรมการการเลือกตั้งโดยตรง ผลเป็นอย่างไรคะ ผลก็คือว่าการแบ่งส่วนงานในส่วนของ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะให้ความสําคัญกับบทบาทตามรัฐธรรมนูญและบทบาท ตามที่กฎหมายว่าด้วยการนั้น ๆ ก็คือกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือว่าด้วยการเลือกตั้งเป็นอันดับแรก ๆ แบ่งส่วนงานก็จะแบ่งส่วนงานเฉพาะในเรื่อง การบริหารพรรคการเมือง การมีส่วนร่วม หรือการจัดการการเลือกตั้งอะไรพวกนี้ โดยที่งานที่เกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นเหมือนงานฝาก เพราะฉะนั้นมันจึงเป็น ปัญหาว่าเวลาประชาชนไปติดต่อให้ กกต. ช่วยจัดให้มีการเข้าชื่อ จากการเก็บข้อมูลมีทั้งหมด ๖ ฉบับเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ทั้งหมดเลย ซึ่ง ๖ ฉบับนี้สามารถหาชื่อได้ครบ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ๒ ฉบับ นอกนั้นอีก ๔ ฉบับหาชื่อได้ไม่ครบ ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหาจากบทบัญญัติของกฎหมายอีกเหมือนกัน ตามมาตรา ๑๐ ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ กําหนดไว้ว่าระยะเวลาในการเข้าชื่อ บอกว่าต้องไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน เพราะฉะนั้นเวลาไปดําเนินการนี่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็จะใช้เกณฑ์ ๙๐ วันนี้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ํา จากการที่เก็บข้อมูลพบว่าระยะเวลาที่เปิดให้มีการเข้าชื่อ มากที่สุดก็แค่ ๑๐๓ วัน ซึ่ง ๑๐๓ วันก็ไม่พบว่าได้ครบ ๕๐,๐๐๐ ชื่ออันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่ง ที่เราควรจะต้องทบทวนอีกเหมือนกัน แล้วก็เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า โดยหลักนี้เข้าใจว่าถ้าเรามีกฎหมายว่าด้วยเรื่องนั้น ๆ อยู่แล้วเวลาทํากฎหมายใหม่สักฉบับ เราควรจะต้องเอากฎหมายฉบับเก่า ๆ นั้นมาทบทวนหรือเปล่าเหมือนเป็นตัวตั้งว่า มันมีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้างในทางปฏิบัติ แล้วที่ยกร่างขึ้นมาใหม่มันจะไปแก้ปัญหานั้น อย่างไร แต่ว่าเท่าที่เข้ามาร่วมในการประชุมไม่ทราบว่าแนวปฏิบัตินี้มันถูกยกเลิกหรือว่า เป็นการเข้าใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนคะ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๒๗/๑
ท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้แปรญัตติในมาตรา ๖ ไว้ และก่อนที่จะพูดถึงในประเด็นนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน การเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซึ่งมีพี่น้องประชาชน รวมทั้งท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้เสนอร่างกฎหมาย และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ และคณะ เป็นผู้เสนอด้วยนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ ท่านประธาน ในการที่จะทําให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิในการที่จะเสนอกฎหมายเพื่อผ่าน รัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ นั่นหมายความว่าพี่น้องชาวอําเภอป่าซาง ชาวอําเภอลี้ ชาวอําเภอบ้านโฮ่ง ชาวอําเภอเวียงหนองล่อง ชาวอําเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน ก็มีสิทธิ ในการที่จะเสนอกฎหมายฉบับนี้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้เสนอให้การเสนอกฎหมายจากที่ร่างเดิมของรัฐบาลที่จะให้มีจํานวนผู้มีสิทธิเสนอกฎหมายนั้น ไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ท่านอภิชาตเสนอเป็นไม่น้อยกว่า ๑๐ คน เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อที่จะให้ การเสนอกฎหมายเป็นไปด้วยความที่ง่ายขึ้นและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากขึ้น ท่านประธานครับ การที่กฎหมายของพี่น้องประชาชนจะผ่านรัฐสภาหรือผ่านสภาแห่งนี้ เป็นเรื่องที่ยากครับ เป็นเรื่องที่ยากถ้าหากไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล ไม่ว่าใครมาเป็น รัฐบาลก็ตาม ยกตัวอย่างนะครับ แม้กระทั่งร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... กว่าจะสําเร็จก็เป็นมาหลายรัฐบาล ซึ่งพวกเราในสภาแห่งนี้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ก็ได้ร่วมกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ. .... จนผ่านสภา แม้ว่าจะไม่ได้เป็นไปตามที่ฝ่ายประชาชนต้องการทั้งหมดก็ตาม นอกจากนี้ในขณะนี้ยังมี ร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. .... ของภาคประชาชน เสนอเข้ามา คือสถาบันสื่อเด็กและเยาวชนซึ่งสถาบันสื่อเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นเครือข่าย จํานวนหลายสิบองค์กรนั้นก็ต้องการให้รัฐบาลได้รอร่างดังกล่าวของพี่น้องประชาชน ในการที่จะเสนอเข้ามา ก็ไม่ควรที่จะรีบร้อนในการที่จะบรรจุร่างดังกล่าวในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ การที่รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาตัดหน้า สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๒๗/๒ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... นั้นก็หมายความว่ากฎหมาย ฉบับนี้ก็ย่อมจะต้องมีความสําคัญไม่น้อย ถ้าไม่มีความสําคัญเชื่อว่าวิป (Whip) รัฐบาล คงไม่เสนอเข้ามา เพราะฉะนั้นเมื่อเสนอเข้ามาแล้วก็ควรที่จะให้ความสนใจและให้ความสําคัญ ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร และในสิ่งที่ท่าน ส.ส. อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ทั้งหมดในมาตรา ๖ นี้ ผมเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติและต้องการคําตอบจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากไปอยู่ที่ไหนหมด เพราะว่ามองขึ้นไปข้างบนผมก็ไม่เห็นกรรมาธิการ เสียงข้างมากในส่วนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลยแม้แต่คนเดียว ขอให้ท่านประธาน ได้โปรดตามกรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลให้ขึ้นไปตอบบนบัลลังก์ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ เพราะในขณะนี้มองไม่เห็นเลยครับว่ามีกรรมาธิการ ฝ่ายรัฐบาลนั่งอยู่ข้างบนไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว ท่านให้ความสําคัญและให้ความสนใจหรือไม่ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๒๘/๑
ท่านวัชระ เมื่อกี้เขาก็มาแล้ว มีขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอด เดี๋ยวผมจะเรียกมา
ท่านประธานที่เคารพ แต่ว่าตอนนี้ ท่านประธานครับ ท่านให้กล้องโทรทัศน์ลองจับไปดูสิครับบนบัลลังก์ ไม่มีกรรมาธิการ ฝ่ายรัฐบาลนั่งอยู่เลยแม้แต่คนเดียว มีแต่ภาคประชาชนซึ่งเป็นบุคคลภายนอกซึ่งเสนอกฎหมาย เข้ามาสู่สภาแห่งนี้เท่านั้น แล้วนั่งอยู่เพียง ๔ ท่านเท่านั้นครับท่านประธาน จึงอยากจะให้ ท่านประธานได้เชิญกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลมาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ถ้าท่านจะยืนยันตามร่างเดิมท่านมีเหตุผลประการใด และถ้าท่านจะเห็นชอบด้วยกับ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ขอให้ท่านประธานได้โปรดเรียกกรรมาธิการ ฝ่ายรัฐบาลมาชี้แจงบนบัลลังก์ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ
เดี๋ยวผมจะขอมติแล้ว กรรมาธิการจะตอบไหม
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนตอบปัญหาที่ทาง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถามในมาตรา ๖ นี้นะครับ
ในส่วนของประเด็น ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่เสนอ ในเรื่องของจํานวนผู้ริเริ่มนั้น ในการพิจารณาของกรรมาธิการก็อย่างที่ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้นะครับว่าในการพิจารณาในส่วนของผู้ริเริ่ม ในตัวจํานวนนั้น เดิมก็มีการพูดถึงว่าจํานวนไหนจะเหมาะสม สมควรกัน ร่างรัฐบาลนั้น เสนอมาในจํานวน ๒๐ คน ก็ได้พิจารณาโดยหลักเกณฑ์ว่าควรจะต้องมีจํานวนผู้ริเริ่มสักจํานวนหนึ่ง ซึ่งสามารถที่จะรับผิดชอบในการดําเนินการ รวมทั้งจะประสานงานรับผิดชอบในขั้นตอนต่อไป หลังจากการเสนอร่างเพื่อจะไปรวบรวมรายชื่อ รวมทั้งดําเนินการในกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งก็เห็นว่าหลักเกณฑ์ในส่วนหนึ่งซึ่งรัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรได้เคยใช้อยู่ก็คือ ในการเสนอร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ร่างที่เสนอก็ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวนไม่น้อยกว่า ๒๐ คนร่วมลงรายชื่อเพื่อเสนอ ก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันเพื่อจะนํามาเป็น หลักเกณฑ์ในการกําหนดผู้ริเริ่มในส่วนนี้ เพื่อให้มีหลักเกณฑ์แล้วก็มีความสอดคล้องกัน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๒๘/๒
ส่วนในประเด็นของวรรคสามในส่วนที่มีการบอกว่าในการเสนอนั้น ต้องมีการตรวจสอบว่าเนื้อหาไม่เป็นไปตามที่กําหนดในมาตรา ๘ ที่กําหนดไว้ในมาตรา ๘ นั้น นอกจากที่จะต้องดูในส่วนที่ไม่ขัดกับในเรื่องของสาระสําคัญที่จะต้องเสนอเกี่ยวกับ การเสนอกฎหมายในมาตรา ๘ อีกประการหนึ่งในส่วนของวรรคสองของมาตรา ๘ นั้น ที่จริงแล้วก็เป็นการเขียนไว้เพื่อรองรับกับส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ในมาตรา ๑๔๒ วรรคห้า ที่บอกว่า ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่งต้องมีบันทึกวิเคราะห์สรุป สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติเสนอมาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว ในมาตรา ๘ นั้นซึ่งได้เขียนไว้ ๒ วรรค คือในวรรคแรกเรื่องของหลักการเกี่ยวกับสิทธิและ เสรีภาพหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในวรรคสองนั้นจึงพูดถึงในรายละเอียดเกี่ยวกับ การจัดทําบันทึกหลักการและเหตุผล วิเคราะห์สรุปร่างเพื่อจะต้องมีการสอดรับกันกับ ร่างที่เสนอว่ามีประเด็นอะไรบ้างเพื่อจะได้พิจารณา ซึ่งก็เป็นการเขียนเพื่อให้สอดรับกับ หลักเกณฑ์ในขั้นตอนการเสนอร่างพระราชบัญญัติตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ใน มาตรา ๑๔๒ วรรคห้า นั่นคือส่วนที่ขอเรียนอธิบาย
ในส่วนที่ท่านบุญยอดถามในเรื่องของหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับ การเสนอร่างกฎหมายนั้น ในการประชุมคณะกรรมาธิการนั้นได้พิจารณาแล้วและมีการเพิ่มเติม ในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายซึ่งมีกฎหมายกําหนดไว้ชัดเจน ในกฎหมายของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเองในการที่จะทําหน้าที่ในลักษณะนี้ ก็มีความเห็นต่อไปว่าควรจะมีการเขียนเปิดช่องไว้ สําหรับต่อไปในภายภาคหน้า หากมีหน่วยงานอื่นซึ่งอาจจะไม่ใช่ส่วนราชการ อาจจะเป็นหน่วยงานอื่น เช่น สภาทนายความ หรืออะไรที่ต่อมาเขาจะมีการปรับปรุงอํานาจหน้าที่ มีการช่วยเหลือทางด้านจัดทําร่างกฎหมาย ให้ประชาชน ก็จึงเขียนรองรับไว้ว่าหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือในการจัดทํา ร่างกฎหมายแก่ประชาชน ก็คือจะเปิดกว้างไม่จําเป็นเฉพาะต้องเป็นหน่วยงานของรัฐ เท่านั้น อาจจะเป็นหน่วยงานของภาคเอกชนหรือหน่วยงานที่มีอํานาจหน้าที่ในลักษณะ ดังกล่าวก็เข้ามาช่วยเหลือได้ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๒๙/๑
เพราะฉะนั้นใน ๓ ส่วนนี้ก็จึงเขียนไปเพื่อให้มีความสอดรับ
๑. ก็คือให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่มีการพิจารณาเสนอร่างกฎหมายของสภา
๒. ก็คือเขียนให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกําหนดในการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ
๓. การเปิดช่องทางให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยเหลือ
ส่วนในเรื่องของกองทุน การเข้ารับช่วยเหลือการสนับสนุนค่าใช้จ่ายนั้น เรียนอย่างนี้ว่าการที่ไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของการตัดที่จะไม่ให้ขอรับ การสนับสนุนได้ ในการขอรับการสนับสนุนนั้นก็ยังสามารถทําได้ตามที่กฎหมายที่เขียน ในเรื่องกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเขียนอยู่ ซึ่งอยู่ในกฎหมายสภาพัฒนาการเมือง เรียนว่าที่พิจารณา
ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ากฎหมายมันเป็นกฎหมายสําคัญ ทีนี้ผมไม่ทราบว่า กรรมาธิการที่ลุกขึ้นมาตอบก็ต้องให้เกียรติตอบโดยหน้าที่ แต่ว่าจะสามารถตัดสินใจแทน ประธานคณะกรรมาธิการได้หรือครับ ไม่มีประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธิการ ก็ไม่อยู่สักคน แล้วอย่างนี้ชี้แจงไปแล้วจะตัดสินใจแทนประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการได้หรือครับ ผมคิดว่าองค์ประกอบของการประชุมมันต้องครบครับ ถ้ามันไม่ครบมันก็คงพักสักเดี๋ยวก็ได้ครับถ้ายังไม่พร้อม
ท่านประเสริฐครับ เมื่อกี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการมา รองประธานคณะกรรมาธิการ ก็นั่งอยู่ข้างบนสงสัยลงไปข้างล่างครับ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการอยู่ไหนครับ เชิญครับ กรรมาธิการทั้ง ๒ ซีกขอเชิญขึ้นประจําที่ด้วยครับ เดี๋ยวท่านวัชระตามอีก หลายท่านอยู่ข้างล่าง ท่านวัชระ นั่งข้าง ๆ ก็หลายคนครับ ก็ให้โอกาสท่าน เมื่อกี้ท่านก็ลุกขึ้นมา อภิปรายแล้ว เชิญครับคุณวัชระ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๒๙/๒
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมไม่ได้ตามนะครับ แต่ว่าพี่น้องประชาชนได้โทรศัพท์มาบอกผมบอกว่า ให้ตามท่านประธานคณะกรรมาธิการคือท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ให้มานั่งบนบัลลังก์ เพื่อตอบเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ และผมมองไปอีกครั้งหนึ่งก็ไม่เห็น ส.ส. เลย แม้แต่คนเดียว แต่ว่าบัดนี้ก็เห็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลขึ้นมาท่านหนึ่งก็ต้องขอขอบคุณ ท่านไพจิต ศรีวรขาน แต่อยากกราบเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้คือ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ไม่ทราบว่าท่านอยู่ที่ไหนกรุณามาที่สภาด่วนครับ
เมื่อกี้ท่านขึ้นมาแถลงแล้วก็ลงไป แล้วก็ท่านไพจิตทําหน้าที่ต่อ กรรมาธิการก็มีทั้ง ๒ ซีก นั่งข้างล่างหลายท่านก็ลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อกี้นะครับ เชิญกรรมาธิการต่อเลยครับ เดี๋ยวตามกรรมาธิการให้ด้วยนะครับ
ขออนุญาตชี้แจงต่อนะครับ ในส่วนของกองทุนอย่างที่ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้แล้วว่าการที่ไม่ได้เขียนไว้ก็มิได้ที่จะตัดการขอรับ การสนับสนุนได้ เพราะว่าก็ได้เรียนชี้แจงแล้วว่าการสนับสนุนนั้นก็เป็นไปตามที่กฎหมาย กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองกําหนดไว้อยู่ในกฎหมายสภาพัฒนาการเมือง การที่ไม่ได้เขียนในลักษณะนี้ นี่เขียนไว้ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้เสนอไว้ว่าให้ขอรับ ค่าใช้จ่ายจากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองกําหนด เพราะในส่วนของ กฎหมายพัฒนาการเมืองกําหนดในมาตรา ๓๒ บอกว่าให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน ทําหน้าที่บริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบตามมาตรา ๖ (๕) (ก) ซึ่งระเบียบ ตามมาตรา ๖ (๕) (ก) นั้นมันจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่สภาพัฒนาการเมืองนั้นวางระเบียบ เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน หลักเกณฑ์ วิธีการในการใช้จ่ายเงินกองทุน เพราะฉะนั้นแล้วนี่ ในการกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกองทุนมันเป็นอํานาจของสภาพัฒนาการเมือง ตามกฎหมายพัฒนาการเมืองในกฎหมายเกี่ยวกับกองทุน เพราะฉะนั้นเขียนในลักษณะนี้ มันจึงเป็นการเขียนที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายฉบับนั้นกําหนด แล้วอีกประการหนึ่ง ถ้าจะกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสนับสนุนนั้นต้องเรียนลักษณะนี้ว่า สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๒๙/๓ โดยวัตถุประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้ มุ่งถึงในกรณีเรื่องของการเสนอกฎหมาย และการรวบรวมรายชื่อเสนอกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร คงมิได้ก้าวล่วงไปถึง การพิจารณาในชั้นของสภา ในชั้นของกรรมาธิการ หรือชั้นอื่น ๆ ต่อจากนั้นไป สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๓๐/๑ เพราะฉะนั้นหลักเกณฑ์หรือการกําหนดหลักเกณฑ์ใด ๆ ซึ่งจะกําหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมา แล้วเลยไปกว่ากรอบที่กฎหมายนี้กําหนดนั้นก็คงจะเป็นการไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นแล้ว ในการพิจารณาก็เห็นว่าในเมื่อในกฎหมายฉบับนั้นมีองค์กรที่กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การใช้จ่ายเงินกองทุนอยู่แล้ว มีกฎหมายเขียนเกี่ยวกับการกําหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ในการสนับสนุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ซึ่งในเรื่องของการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ก็เกี่ยวกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนของประชาชนด้วยลักษณะหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้วในการที่จะขอรับการใช้จ่ายและสนับสนุนนั้นโดยวิธีการใด โดยหลักเกณฑ์ใด จะนําเงินมาใช้จ่ายอย่างใด จึงเห็นว่าควรจะไปอยู่ในกฎหมายฉบับนั้นซึ่งเขากําหนดไว้ ผู้มีอํานาจที่กําหนดไว้จะกําหนดอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น เพราะฉะนั้นแล้วการที่ไม่ได้เขียนไว้ ไม่ได้เป็นการตัดที่จะขอรับการสนับสนุนมิได้ เพียงแต่เห็นว่ากฎหมายนั้นจะเขียนอย่างไร ก็ควรจะไปใช้ช่องทางตามกฎหมายนั้นต่อไป เพราะฉะนั้นเรียนเพื่อพิจารณาในส่วน ของการพิจารณาของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ไม่ได้ใส่ไว้ในเรื่องนี้นะครับ ขออนุญาตครับ
ท่านอภิชาตครับ เดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ขอต้อนรับคณะนักเรียนโรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์ ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... อยู่นะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แปรญัตติและสงวนความเห็นไว้ ได้รับฟังคําชี้แจงจาก คณะกรรมาธิการแล้วผมคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะหักล้างกับข้อเสนอของผม แล้วผมคิดว่า ยังมีประเด็นอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่จะต้องทําความเข้าใจกับคณะกรรมาธิการ
๑. ก็คือเรื่องจํานวน ๒๐ คนของผู้ริเริ่ม เราจะมาเทียบกับผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย ของสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ ผู้เสนอกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรนั้นในความเป็นจริงแล้ว มีผู้ที่จะเสนอกฎหมายที่เป็นผู้ยกร่างไปทํามาทั้งหลายทั้งปวงก็ประมาณ ๒-๓ คนเท่านั้น แต่การลงชื่อในฐานะเป็นผู้เสนอกฎหมายด้วยกันจํานวน ๒๐ คนนั้นให้ครบตามข้อบังคับ และท่านก็ไปดูเถอะครับว่าใน ๒๐ คนนั้นก็ไม่ได้เป็นผู้ที่รับรู้การเสนอกฎหมายนั้น ด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงต่าง ๆ ครบถ้วนเท่ากันทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าเราไปเทียบจํานวนตัวเลขนี้ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๓๐/๒ กับภาคประชาชนที่เราไปบังคับว่าเขาจะต้องไปหาคนมาที่มีความเห็นเหมือนกันตรงกัน จํานวน ๒๐ คนนั้นจึงไม่ใช่ตรรกะที่จะไปใช้กันได้ เพราะฉะนั้นผมถึงเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน รวมทั้งผู้แปรญัตติบางท่านที่บอกว่าไม่จําเป็นที่จะต้องกําหนด จํานวนผู้ริเริ่มไว้ แต่แน่นอนต้องมีครับ ทีนี้เมื่อจําเป็นต้องมีถามว่าจํานวนที่ควรจะเป็นเท่าไร ไม่มีใครตอบได้หรอกครับ แต่ผมเห็นว่าถ้ากําหนดจํานวนมากเกินไปย่อมเป็นอุปสรรค ในการเสนอกฎหมายแล้วก็เป็นภาระของภาคประชาชนเอง ก็ขอลดจาก ๒๐ คนเหลือ ๑๐ คน นั่นประเด็นหนึ่ง
เรื่องที่ ๒ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้กรุณาตอบกับผมโดยยกเรื่องที่ผมได้แปรญัตติ ในมาตรา ๖ วรรคสาม ที่ต้องการให้ระบุว่าเฉพาะข้อจํากัดตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่งเท่านั้น ที่ควรจะเป็นข้ออ้างในการส่งร่างคืนให้กับผู้ริเริ่ม ท่านประธานครับ ท่านได้อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ วรรคห้า บอกว่า ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่งต้องมีบันทึก วิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติเสนอมาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติด้วย จริง ๆ แล้ววรรคห้าของมาตรา ๑๔๒ ของรัฐธรรมนูญเขาเพียงแต่บอกว่า ในวรรคหนึ่งนี่บอกว่า ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙ ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาลหรือองค์กรอิสระ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็เท่านั้นครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๓๑/๑ แต่ว่าสาระของมาตรา ๖ วรรคสามที่เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้เขาต้องการบอกว่า ถ้าพระราชบัญญัติมีหลักการและเนื้อหาไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในวรรคแปด ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้แจ้งให้ผู้ริเริ่มทราบพร้อมส่งเรื่องคืนให้ผู้ริเริ่ม หมายความว่า ถ้าไม่เป็นไปตามมาตรา ๘ จะต้องส่งคืน ไปถามว่ามาตรา ๘ เป็นอย่างไร ผมก็ได้ย้ํากับ ท่านประธานแล้วว่าในมาตรา ๘ วรรคหนึ่งไม่มีปัญหาถ้าหากว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้น ไม่เป็นไปตามที่กําหนดคือไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ ของชนชาวไทยหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันนี้ไม่มีปัญหาถ้าไม่เป็นแบบนี้ก็ต้องส่งคืน แต่วรรคสองนี่สิครับ วรรคสองมันแฝงไว้ด้วย ๓ เรื่องด้วยกัน นั่นก็หมายความว่า
๑. ถ้าร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนเสนอไปขัดกับวรรคสองที่ว่าต้องมีหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติที่กําหนดชัดเจนและต้องแบ่งเป็นมาตรา นั่นหมายความว่า ถ้าร่างของภาคประชาชนเสนอไปไม่มีหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติที่กําหนดไว้ชัดเจน และไม่แบ่งเป็นมาตราส่งคืน
๒. แต่ละมาตรามีบทบัญญัติที่จะเข้าใจได้ว่ามีความประสงค์จะตรากฎหมาย ในเรื่องใดถ้าร่างของภาคประชาชนแต่ละมาตรามีบทบัญญัติคนอ่านอ่านแล้วไม่เข้าใจว่า คือกฎหมายใดส่งคืน
๓. ต้องมีบันทึกประกอบก็คือบันทึกหลักการแห่งร่าง บันทึกเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุป
๓ ประเด็นที่ซ้อนอยู่ในวรรคสองนะครับ ถ้าทําผิดนิดเดียวท่านก็ส่งคืน ถามว่าจําเป็นที่จะต้องส่งคืนหรือครับ จําเป็นต้องส่งคืนให้ภาคประชาชนไปเริ่มต้นใหม่ ให้ผู้ริเริ่มไปดําเนินการใหม่ ไปทํามาใหม่ มันไม่จําเป็นซึ่งในกระบวนการสามารถที่จะแก้ไขกัน ในระหว่างกระบวนการนั้นได้ ไม่จําเป็นต้องส่งคืน นี่สาระของมาตรา ๖ วรรคสาม อยู่ตรงเรื่องการส่งคืน ก็อยากให้ทางคณะกรรมาธิการไปทบทวนอีกครั้งหนึ่งนะครับ
สําหรับเรื่องกองทุน เมื่อได้ฟังคําชี้แจงแล้วผมก็ไม่ติดใจว่าถ้าเป็นไปตาม ที่ท่านชี้แจงก็คือว่าเป็นไปตามกฎหมายของกองทุนคือไปขอเอาเอง แต่เรียนกับท่านประธานว่า กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองงบประมาณปีนี้เราอนุมัติไปเท่าไรรู้ไหมครับท่านประธาน ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท จะไปแย่งกันตรงไหนก็ขอเชิญเถอะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๓๑/๒
กรรมาธิการจะตอบอีกไหมครับ ไม่ตอบผมจะขอมติ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุม จะขอมติจากที่ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ห้องต่าง ๆ กรุณาเข้าห้องประชุมด้วยเพื่อจะขอมตินะครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมขออนุญาต แก้ไขคํารายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ ในคําแปรญัตติของผม ผมเข้าใจว่า จะมีการพิมพ์ผิดนะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๓๒/๑ เนื่องจากว่าในมาตรา ๖ นี่ผมแก้ไขเพียงในวรรคแรกก็คือเปลี่ยนจาก ๒๐ คน เป็น ๑๐ คน แล้วก็ในวรรคสามเพิ่มคําว่าวรรคหนึ่งเข้าไปหลังคําว่ามาตรา ๘ เท่านั้น ส่วนคําแก้ไขอื่น ๆ ไม่มี เป็นไปตามร่างที่เหมือนกับคณะกรรมาธิการ ขอบคุณครับ
ในนี้ก็เป็น ๑๐ คนอยู่แล้ว ในเอกสารนี้ก็เป็น ๑๐ คนอยู่แล้ว
ถ้อยคําในวรรคแรก ของคําแปรญัตติของผมก็คือว่าในการเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อประธานรัฐสภา ต้องมีผู้ริเริ่มซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าสิบคนครับ
ถูกต้องครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตน ด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ท่านที่เข้ามาในห้องประชุมกรุณาเสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๓๒/๒
ต่อไปผมจะถามมตินะครับ ท่านใดเห็นควรแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรแก้ไขตามผู้สงวนหรือผู้แปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง กรุณาลงคะแนนด้วยครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓๓/๑
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยแล้วส่งผลคะแนนด้วยนะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
กรุณาส่งผลคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๙๐ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๒๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๑ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓๓/๒
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๗ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในประเด็นเรื่องของการลงลายมือชื่อ แล้วก็เรื่องของเอกสารที่ใช้ในการเสนอกฎหมาย กระผมได้ตัดวรรคสามของมาตรา ๗ ออกทั้งหมด วรรคสามของมาตรา ๗ ระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งลงลายมือชื่อต้องแนบ สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นใด ของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ และมีหมายเลขประจําตัวประชาชน ของผู้นั้น พร้อมกันนั้นก็ได้เสนอเพิ่มเติมเข้าในวรรคท้ายของกฎหมายฉบับนี้ว่า ให้สํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดสถานที่บริเวณที่ทําการรัฐสภาเพื่ออํานวยความสะดวก ตามสมควรแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อหรือร่วมลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ หรือญัตติ ขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เหตุผลก็คือว่าเราไม่ต้องการให้ประชาชน ที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการเข้าชื่อกันเสนอกฎหมายนั้นต้องมีความยุ่งยาก ไม่ต้องการให้ ผู้ริเริ่มจะต้องใช้เงินค่าใช้จ่ายในการดําเนินการเพื่อให้ไปถ่ายสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ของผู้ที่จะมาร่วมสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายหรือเสนอกฎหมายของภาคประชาชน ในช่วงตอนต้น ของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้หยิบยกประเด็นนี้ว่าเป็นภาระ กับประชาชน และยังเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายว่าไม่ควรที่จะให้ ประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายต้องมีภาระในเรื่องนี้ ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ก็ชัดเจนบอกว่าควรกําหนดให้ประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายระบุหมายเลขประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักลงในแบบฟอร์มลงลายมือชื่อโดยไม่จําเป็นต้องแนบสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน หรือเอกสารอื่น ๆ ประกอบ ผมก็คิดว่าถ้าเกิดคณะกรรมาธิการเห็นชอบตามที่คณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายเขาได้เสนอไว้ แล้วก็ไม่ได้เป็นการเสนอในชั้นเดียว เสนอตั้งแต่มีการยกร่างกฎหมาย ที่มีร่างกฎหมาย ๔ ฉบับเข้ามาพิจารณาในวาระที่หนึ่ง สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๓๓/๓ แล้วก็เสนอเมื่อคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วด้วย แต่ว่าคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้เห็นชอบ ตามข้อเสนออันนี้ แล้วไม่เห็นชอบตามข้อเสนอที่ผมได้แปรญัตติ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๓๔/๑ เพราะฉะนั้นผมจึงได้ขอแปรญัตติโดยตัดวรรคสามนี้ออกไป แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น (๓) ในวรรคสองแทน เพียงแค่ว่านอกจากจะมีชื่อตัวและชื่อสกุล หมายเลขบัตรประจําตัวประชาชนแล้ว ก็ให้ระบุที่อยู่ปัจจุบันระบุในบัตรประจําตัวประชาชน แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสําหรับเอกสาร ที่จะรับรองว่านี่คือประชาชน ๑ ชื่อในการเข้าชื่อร่วมกับประชาชนอีก ๙,๙๙๙ ชื่อมาเสนอกฎหมาย ผมคิดว่าถ้าเกิดทําเช่นนี้ความสะดวกในการเข้าชื่อในการเสนอกฎหมายก็จะมีมากขึ้น แล้วก็เจตนารมณ์ของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ที่ต้องการที่จะให้ประชาชนมีความสะดวก ในเรื่องนี้ก็จะเป็นจริง เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าคณะกรรมาธิการ สามารถปรับแก้ได้ในตรงนี้ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ แล้วนี่ก็เป็นความเห็นที่ร่วมกัน ผมคิดว่าในสภาแห่งนี้ก็เห็นด้วยกับในเรื่องนี้ตั้งแต่อภิปรายในชั้นรับหลักการมาแล้วว่า เราไม่ควรจะมีภาระในเรื่องนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธาน
เชิญกรรมาธิการตอบครับ ท่านสมาชิกกรุณาเงียบเสียงสักนิดได้ไหมครับ เพราะว่า ท่านอภิปรายจะได้มีสมาธิครับ กรุณาเงียบ ๆ หน่อยครับ ท่านกรรมาธิการกรุณารอสักครู่ครับ เชิญท่านขจิตรก่อนดีกว่า เชิญครับ เดี๋ยวจะได้ตอบพร้อมกัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ผมได้เสนอคําแปรญัตติในมาตรา ๗ นี้ ให้สอดคล้องกับมาตรา ๖ ซึ่งกรรมาธิการได้ยืน แต่ว่าเพื่อที่จะให้เหตุผลไว้ ผมเสนอตัดวรรคสุดท้าย โดยที่บอกว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งลงลายมือชื่อต้องแนบสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นของทางราชการหรือ หน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ และมีหมายเลขประจําตัวประชาชนของผู้นั้น ผมเสนอให้ตัดออกทั้งหมด ท่านประธานครับ ในฐานะที่เราเป็นผู้แทนราษฎร แล้วก็รัฐธรรมนูญ บอกว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย เวลาเรากําหนดให้ประชาชน ๑๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน ๓๐,๐๐๐ คน เวลาประชาชนจะเสนอกฎหมายต้องถ่ายสําเนาบัตร สําเนาหลักฐานเหล่านี้เป็นลัง ๆ เลย กฎหมายบางฉบับใส่รถปิกอัพ (Pick up) มาเลย เพื่อจะมาเสนอต่อสภา ผมดูสภาพอย่างนี้แล้ว คือกฎหมายฉบับนี้โดยพรรคการเมือง ก็ไม่เสนอให้ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้เสนอให้ ประชาชนก็พยายามที่จะริเริ่ม แล้วรวบรวมกันเองตามสิทธิโดยรัฐธรรมนูญเพื่อจะมาเสนอต่อสภาในการออกกฎหมาย สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๓๔/๒ ผมมีความเห็นว่าให้มีช่องเสนอชื่อแล้วก็เขียนบัตรประจําตัวประชาชน หมายเลขประจําตัวประชาชน ๑๓ หลัก แล้วก็ลงลายมือชื่อมาหรือว่ากําหนดให้พิมพ์ลายมือชื่อก็ได้ น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าต้องการให้ประชาชนมีสิทธิในการออกกฎหมายจริง ๆ ไม่ใช่ว่าประชาชนจะเสนอกฎหมายมา บอกว่าส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม เราก็คิดกันไม่ได้ เรื่องความเดือดร้อนเรื่องนั้น เขาก็เสนอของเขามาแต่เวลาที่เขาเสนอท่านต้องให้เขาแบกเอกสารมาเป็นลัง ๆ หลายลังมาก ในกรณีที่กําหนดให้ ๑๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน ท่านก็ให้มาเป็นภาระของประชาชน แล้วในขณะเดียวกันเทคโนโลยีของเราเจริญเหลือเกิน ระบบที่จุดเดียวบริการได้ทุกอย่าง กดปุ๊บก็รู้หมดว่าปลอม ไม่ปลอม จริง ไม่จริง แล้วทําไมสภาจึงมาออกกฎหมายแบบนี้อยู่ ทําไมถึงออกโดยล้าหลังมาก ทําไมไม่กําหนดมาตรการการตรวจสอบให้มันทันสมัย กดที่ไหนก็รู้ หมายเลขประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักกดที่ไหนก็รู้ทั้งนั้น สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๓๕/๑ เสร็จแล้วก็บอกว่าถ้าไม่เอาลายเซ็นกลัวเขาปลอมกัน ก็ให้เอาที่พิมพ์ลายมือเสียเขาจะได้เสนอ แล้วมันเป็นแผ่นน้อย ๆ หน่อย คน ๒๐ คนบนกระดาษแผ่นหนึ่งโดยไม่ต้องแนบมาหรอก ผมมีความเห็นอย่างนี้ แล้วก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในร่างเดิม ๆ ที่ผ่านมา ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน ต้องแบกมา ถ้า ๒๐,๐๐๐ คนต้องใส่รถยนต์มา อย่างนี้หรือการส่งเสริมประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ทําไมไม่อํานวยความสะดวกให้ประชาชน เขากว่าจะมาเสนอเป็นกฎหมายกลั่นกรอง ชีวิต มันสมองเขานี่เขาเดือดร้อนจริง ๆ เราไม่ได้เสนอให้เขา ทําไมไม่ให้ความเคารพเขาบ้าง ในฐานะเจ้าของประเทศ ไหนล่ะผู้แทนประชาชนบอกว่าเคารพประชาชน แล้วเวลาจะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมทําไมถึงยากลําบากนัก นี่คือเหตุผลที่ผมต้องตัดออกไม่ต้องเอาทั้งนั้นนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านขจิตร ชัยนิคม ซึ่งผมไม่เคยได้ยินได้ฟังความคิดเห็นที่ดีงามอย่างนี้มาก่อน ท่านประธานครับ
ท่านวัชระครับ มาตรานี้ไม่มีการแก้ไขท่านพูดไม่ได้ครับ
มีการแก้ไขครับท่าน เพราะว่า ท่านขจิตรกับท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้เสนอแก้ไขครับ ท่านดูมาตรา ๗ ครับ
ไม่มีการแก้ไขครับ
แล้วตัดทิ้งไหมครับ
เขาขอสงวนไว้ครับ
แล้วร่างของรัฐบาลตัดทิ้งไหมครับ ผมจึงอยากสนับสนุนทั้ง ๒ ท่านนะครับ ขอขอบคุณครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๓๕/๒
ท่านวิชัยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดในนามของผู้เสนอนะครับ เรื่องของมาตรา ๗ ก็คือมาตรา ๖ เป็นผู้ริเริ่ม หลาย ๆ คนก็ยังงงกับมาตรา ๖ นะครับ มาตรา ๖ นี่ใช้ผู้ริเริ่ม ๒๐ คน ก็เหมือนที่อภิปรายมาตรา ๖ ไปแล้วนะครับว่าต้องทําอย่างไร มาตราที่มีปัญหาที่สุดก็คือมาตรา ๗ คือปัญหาในการดําเนินการที่ยุ่งยากพอสมควรนะครับ เพราะว่ามาตรา ๖ ผู้ริเริ่ม ๒๐ คน เสร็จแล้วมาตรา ๗ นี่เมื่อริเริ่มเสร็จแล้วก็ให้ไปดําเนินการ ชักชวน คําว่าชักชวนนี่ชักชวนให้มาลงชื่อเสนอให้ครบ ๑๐,๐๐๐ คน อันนี้มีค่าใช้จ่ายแล้วครับ มาตรา ๖ ยังไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะว่าสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ดําเนินการ แต่มาตรา ๗ พอไปชักชวนนี่ อันนี้จริง ๆ แล้วต้องมีงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่าย จากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง อันนี้น่าจะอยู่ของมาตรา ๗ นะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ หลาย ๆ คนเอาไปหารายชื่อพูดง่าย ๆ นะครับ แต่ว่าตามที่ท่านขจิตร ชัยนิคม ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม บอกว่าไม่เอาอะไรเลย จริง ๆ แล้วสมัยโบราณไม่เอาอะไรเลยนี่ปัญหาเยอะนะครับ ไม่เอาสําเนาทะเบียนบ้าน ไม่เอาสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน มีการปลอมกันอีก เราก็จะไป เอามาตราอื่นไม่ได้เพราะจะลงโทษไม่ได้ อันนี้จริง ๆ แล้วต้องใช้ แต่ว่าในการชักชวนให้เป็น ผู้สนับสนุนต้องใช้งบประมาณ เรื่องนี้ก็ฝากพวกเราทุกคนว่าอันนี้ต้องใช้งบประมาณ และอีกอันหนึ่งถ้าในการตรวจสอบยุ่งยาก เขาให้ชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนะครับ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คนที่กุมผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็คือ กกต. ครับ จริง ๆ แล้วถ้าอย่างเดียว เราเอาเสนอกฎหมาย ๒๐ คนนี่ไปให้ กกต. ร่างก็ได้ กกต. ก็ร่างเป็น แล้วไม่ต้องตรวจสอบอะไร เพราะว่า กกต. เขาตรวจสอบแล้ว เพราะเขาเลือกตั้งตลอดครับ เลือกตั้งทั้งท้องถิ่น ทั้ง ส.ท. ทั้ง อบจ. ทั้ง ส.ส. ส.ว. เขาก็มีรายชื่อเขาอยู่แล้ว ก็ไปตรวจสอบที่นั่นได้โดยที่ไม่ต้องใช้ชื่อ หมายเลขบัตรประจําตัวประชาชน ไม่ต้องใช้อะไรนะครับ เพราะเขามีไว้ครบแล้ว กกต. นี่ก็เป็นช่องทางหนึ่ง สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๓๖/๑ เพราะฉะนั้นใน ๒ เรื่อง เรื่องของผู้สนับสนุนเราต้องมีค่าใช้จ่ายแน่นอน เพราะว่าประชาชน เสนอกฎหมายก็คงไม่มีสตางค์มากนักในการไปล่ารายชื่อให้ครบ แต่ว่าถ้าขั้นตอนดําเนินการ ยุ่งยาก กกต. ก็มีครบอยู่แล้วในการทํางานของแต่ละจังหวัด จังหวัดไหนเสนอก็ส่วนมาก จังหวัดของใครของมันในการเสนอเรื่องกฎหมาย เพราะว่ากฎหมายเรื่องเดียวคงไม่ครอบคลุม ทั้งประเทศ ก็ฝากไว้ว่าเรื่องของการดําเนินการชักชวนถ้ามีเรื่องของค่าใช้จ่าย จากกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองได้เข้าไปนี่มันก็จะให้ผู้เสนอกฎหมาย มีเงินดําเนินการ ก็แจ้งไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการ เรียนในเรื่องที่ทาง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านอภิชาต กับท่านขจิตรยกขึ้นมาในการขอตัดในเรื่องของสําเนาบัตรต่าง ๆ ถ้าท่านสังเกตดูให้ดีว่า ในส่วนของวรรคสามในมาตรา ๗ นี้ที่จะพูดว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งลงลายมือชื่อต้องแนบ สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นใด ของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้ และมีหมายเลข ประจําตัวประชาชนของผู้นั้น ที่จริงแล้วในการพิจารณาของกรรมาธิการก็อย่างที่หลาย ๆ ท่าน ได้พูดถึงนั้นว่ากฎหมายเดิมนั้นหรือกฎหมายต่าง ๆ นั้นมีการเรียกเอกสารสําหรับประกอบ การพิจารณาค่อนข้างมาก บางทีเป็นเอกสารที่มีรายละเอียดซึ่งซ้ําซ้อนกันซึ่งไม่มีความจําเป็น ซึ่งในกฎหมายปัจจุบันที่ใช้อยู่ในกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ปี ๒๕๔๒ นั้น มีการให้ทั้งสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําเนาบัตรที่มีหมายเลขประจําตัวประชาชน รวมถึงสําเนาทะเบียนบ้านนั้น ซึ่งสําเนาทะเบียนบ้านกับสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนนั้น ก็มีรายละเอียดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในทางการพิจารณาก็ได้รับหลักการนี้มาก็ตัดออก ตัดในเรื่องของสําเนาทะเบียนบ้านออกเพื่อจะได้ลดเอกสารประกอบการพิจารณาลงไป ส่วนทําไม จะต้องคงในเรื่องของสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรประจําตัวประชาชนที่หมดอายุ ก็ยังสามารถเอามาใช้แสดงตนได้ หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตน ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าหลักฐาน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๓๖/๒ ในเรื่องของการที่ผู้เข้ามาลงชื่อแล้วนั้นจะมาพิจารณาว่าบุคคลนั้นเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง เป็นบุคคลตามชื่อนั้น หมายเลขประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักนั้นหรือไม่ เอกสารอย่างหนึ่ง ที่สามารถพิสูจน์ตัวตนได้มีหน้าตาสามารถแสดงให้เห็นได้ เปรียบเทียบได้กับฐานข้อมูล ที่อยู่ในระบบของรัฐก็คือสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน เพราะฉะนั้นในการเปรียบเทียบ ในการตรวจสอบนอกจากจะตรวจสอบในเรื่องของชื่อสกุล ชื่อตัว รวมถึงหมายเลข ประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักแล้ว อีกอันหนึ่งคือรูปพรรณสัณฐานว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ อยู่ในฐานข้อมูล เพราะฉะนั้นเอกสารส่วนที่สําคัญส่วนหนึ่งที่สามารถนํามาพิจารณา เปรียบเทียบได้ก็คือสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําเนาบัตรที่มีรูปดังกล่าว เพราะฉะนั้นแล้วเป็นการที่กฎหมายกําหนดขึ้นมาเพื่ออย่างน้อยจะต้องมีเอกสาร ที่สันนิษฐานได้เบื้องต้น โดยเฉพาะเป็นเอกสารทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ออกให้ ที่สามารถแสดงถึงรูปพรรณสัณฐาน รูปร่างหน้าตาที่สามารถตรวจสอบกับระบบของรัฐ ที่มีอยู่ได้ เพราะฉะนั้นแล้วกรรมาธิการยังเห็นว่าในส่วนนี้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ในเรื่องตัวตนของบุคคลนั้นที่มาเข้าร่วมลงชื่อแล้ว ตัวสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน หรือสําเนาบัตรของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปแสดงตนนั้นจึงยังคงมี ความสําคัญอยู่สําหรับระบบในการตรวจสอบว่าบุคคลนั้นเป็นบุคคลคนนั้นจริง มีหมายเลข ตรงกัน เอกสารหรือรายละเอียดต่าง ๆ ตรงกันกับฐานข้อมูลที่กําหนดไว้ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้จึงเรียนเพื่อเป็นเหตุผลในการพิจารณาของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เขียนไว้
ส่วนในวรรคสองในวรรคที่เติมขึ้นมาในวรรคท้ายของท่านอภิชาต ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ในส่วนของการที่ให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดเตรียมสถานที่เพื่ออํานวยความสะดวกนั้น ต้องเรียนอย่างนี้ว่าอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้และกฎหมายที่ใช้บังคับ ก็มีหน้าที่ในทางนี้ที่ต้องดําเนินการอยู่แล้ว แต่อีกประการหนึ่งคือในการจัดให้มีการร่วม ลงลายมือชื่อที่จะเข้าชื่อนั้นอาจจะกระทําที่อื่นได้ด้วย ไม่จําเป็นที่จะต้องทําที่สํานักงานนี้ หรือที่ทําการรัฐสภา เพราะฉะนั้นแล้วการเขียนลักษณะนี้โดยปกติเป็นเรื่องที่ทางสํานักงานนี้ จะสามารถดําเนินการได้อยู่แล้วในทางปฏิบัติ หรือในทางบริหาร สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๓๗/๑ ส่วนในทางอื่นนั้นผู้ที่ริเริ่มหรือให้ประชาชนเข้าร่วมลงชื่อก็ต้องดําเนินการในลักษณะที่ต้องไป แต่ละสถานที่ที่ประสงค์ที่จะไปรวบรวมรายชื่อของประชาชนที่อยู่ในที่ต่าง ๆ ก็อีกประการหนึ่ง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวในคณะกรรมาธิการจึงคงไว้ตามร่างในมาตรา ๗ ที่รับหลักการมาในวาระที่หนึ่ง จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาครับ
เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ในเบื้องต้นขอกราบเรียนว่า มีผู้อภิปรายสนับสนุน แต่ผมไม่รู้ว่าพูดแล้วจะเป็นผลดีกับผมหรือผลเสียนะครับ ท่านบอกว่า เพิ่งเคยเห็นความคิดที่ดี แล้วไม่เคยเห็นความคิดที่ดีอย่างนี้มาก่อน ผมเรียนท่านว่าผมคิดดี ๆ มาเยอะมาก แล้วโดยเฉพาะพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องการบริหารบุคคล ผมช่วยทําให้ โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นตามที่ผมแปรญัตติไว้ ไม่มีเวลาอธิบายมากไปถามกรรมาธิการ ของพรรคท่านที่ทํางานร่วมกับผม ผมทําอะไรดี ๆ เยอะนะครับ อันที่ ๒ ผมไม่ใช่ว่าไม่เอา หลักฐานอะไรเลยนะครับ มันมีชื่อ ชื่อสกุล แล้วก็หมายเลขประจําตัวประชาชน แล้วก็ในรายละเอียดหลายมาตราซึ่งผมแปรญัตติไว้ ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ทั้งนั้น แต่เนื่องจากมาตราที่ผ่านมาได้ลงมติว่ามีหลักฐานประกอบแล้ว ผมก็เรียนท่านประธานว่า ในมาตราต่อ ๆ ไปผมสงวนความเห็นไว้เหมือนกันแต่ไม่ขออภิปราย ขอบคุณมากครับ
ท่านอภิชาตติดใจอยู่ใช่ไหม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงสาระของการแปรญัตตินี้ก็เป็นประเด็นเดียวเท่านั้นว่า อย่าต้องเอาสําเนาหรือซีรอกซ์ (Xerox) บัตรประจําตัวประชาชนเลยครับ เอาเพียงแค่ชื่อตัว ชื่อสกุล หมายเลขประจําตัวประชาชน อันนี้ผมคิดว่าเป็นความเห็นร่วมกันของพวกเรา ในสภาแห่งนี้ว่าอย่าไปเพิ่มภาระให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อสักครู่นี้กรรมาธิการก็ได้ลุกขึ้นชี้แจง ว่าต้องการจะเห็นตัวตนของผู้เสนอ ผมคิดว่านั่นไม่ใช่สาระสําคัญสําหรับการที่จะให้คนเข้ามา มีส่วนร่วมในทางการเมืองโดยการเสนอกฎหมายแล้วเราก็ไปกลั่นกรองเขา ไปตั้งป้อมก็คิดว่า สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๓๗/๒ เขาเป็นคนจริงหรือเปล่า เขามีตัวตนจริงหรือเปล่า ก็ในเมื่อชื่อ นามสกุล หมายเลข ประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักมันสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว ทําไมไม่ใช้กระบวนการนั้น ในการตรวจสอบการมีตัวตนของเขา ไปดูหน้าดูตาทําไม ไม่ต้องดูว่ารูปร่างสูงต่ําดําขาว เขาเป็นพลเมืองไทยเขามีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร เขามีหมายเลขประจําตัวประชาชน ๑๓ หลักกํากับความเป็นคนไทยของเขาอยู่แล้ว ทําไมคณะกรรมาธิการถึงไม่ยอมยืดหยุ่นเรื่องนี้ นี่เป็นหลักสําคัญที่สุดเลย ในมาตรา ๖ เมื่อสักครู่นี้เป็นเรื่องของผู้ริเริ่ม การเอารายละเอียด บัตรประจําตัวประชาชน สําเนาอะไรต่าง ๆ อันนั้นเป็นเรื่องจําเป็นเพราะว่าเป็นผู้ริเริ่ม แต่นี่เขาเป็นผู้เสนอกฎหมาย เป็นผู้สนับสนุน การให้เขาได้เข้ามามีส่วนร่วม ผมคิดว่า เป็นคุณูปการใหญ่หลวงแล้ว แล้วก็เป็นการทํางานหนักของผู้ริเริ่มที่จะให้การเมืองภาคพลเมือง มันเดินหน้าไปได้ แต่ว่าคณะกรรมาธิการก็มองแค่เพียงแต่ว่าอยากได้ตัวตน อยากเห็นเขาเป็นใคร รูปร่างหน้าตาเท่านั้น นี่ไม่ใช่คําอธิบายที่จะสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนครับ ความจริงผมเห็นใจ ผมเกรงใจสภานะครับ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก แล้วเราก็ต่อสู้กัน ตั้งแต่ในขั้นรับหลักการแล้วว่าเราควรที่จะทบทวนกันในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้อง กราบขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกที่คงจะต้องเข้าห้องประชุมอีกสักครั้งหนึ่งเพื่อลงมติ ให้บันทึกไว้ว่านี่คือเจตนารมณ์ของเราที่ต้องการจะเห็นการเมืองภาคพลเมืองเดินหน้าไปได้ ขอบคุณท่านประธานครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๓๘/๑
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อลงมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณากลับเข้าห้องประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อลงมติครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๘๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๓๘/๒
ต่อไปผมจะถามมตินะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นตามผู้สงวนหรือผู้ขอแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อย ผมขอผลคะแนนด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๓๕๙ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๖๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๙ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๓๙/๑
ท่านพิเชษฐ์มีอะไรครับ เชิญครับ
เห็นด้วยครับ เครื่องเสียครับ
ท่านปวีณครับ มี ๓ ท่านบันทึกไว้หน่อย ๓ ท่าน ตามหลักถ้าปิดลงคะแนนแล้วไม่ได้ เชิญครับ
พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน หมายเลข ๓๓๑ เห็นด้วยครับ
ท่านวิรุฬห์มาทีหลังก็เห็นใจผู้สูงอายุวิ่งไม่ไหวนะครับ ก็จะให้เติม เชิญครับเมื่อวันนั้น ท่านแนะนําผมแล้วว่ามาทีหลังถ้าปิดลงคะแนนก็ไม่ให้ลงคะแนน แต่ผมให้บันทึกไว้เฉย ๆ เพราะเห็นว่าเป็นผู้อาวุโสวิ่งมาทีหลังก็ให้บันทึกไว้แค่นั้นเอง ไม่ให้ลงคะแนนเพิ่ม ตามที่ท่านแนะนําผมก็ทําตามนั้น
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ ข้อบังคับมันชัดเจน เพราะฉะนั้นจะไปนับคะแนนหลังจากที่ประกาศไปแล้ว ไม่ได้ครับ
ใช่ เมื่อกี้ ลงคะแนนไปแล้วนะครับ ผมก็บอกลงไว้แล้ว แต่ว่าให้บันทึกไว้ว่ามาลงทีหลัง ๓ ท่าน แค่นั้นเอง ผมทําตามที่ท่านนิพนธ์แนะนํานะครับ
ครับ ขอบคุณครับ
เพราะวันนั้น ผมก็ขอบคุณท่านไปครั้งหนึ่งแล้วท่านแนะนําดีมาก ขอบคุณครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านพิเชษฐ์มันมีข้อบังคับอยู่ครับ ไม่เป็นไรครับมันครบองค์ประชุมแล้ว
คืออย่างนี้ครับท่านประธานผมนั่งอยู่นี่ ทุกคนเห็นหมด แต่มันกดไม่ได้ครับ ก็ต้องรอให้ลงคะแนนก่อน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๓๙/๒
คราวหลังท่านต้องยกมือก่อน ไม่เป็นไรครับ
ผมไม่ได้ออกจากห้องนะครับ ผมอยู่ในห้องทุกคนเห็นหมดครับ
เข้าใจครับ ผมจะไปมาตราอื่นแล้วครับ
จะเอาหลักการนี้เป็นมาตรฐาน ตลอดไปเลยใช่ไหมครับ
ครับ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ
มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น เพิ่มความเป็นมาตรา ๙/๑ และมาตรา ๙/๒
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๙ นี้ก็สืบเนื่องจากมาตรา ๗ เมื่อสักครู่นี้เมื่อในมาตรา ๗ มีการลงมติไปโดยเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบว่าต่อไปนี้พี่น้องประชาชนที่จะเข้าชื่อกันเสนอกฎหมาย จะต้องมีสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนประกอบมาด้วย ก็ไม่มีความจําเป็นที่ผมจะต้องไป สงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๙ แล้วเนื่องจากว่าในมาตรา ๙ ผมก็ได้สงวนความเห็นต่อเนื่อง จากมาตรา ๗ เมื่อมติของสภาเป็นเช่นนั้นแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะไปคัดค้านก็เห็นชอบ ตามคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการเสียงข้างน้อย สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๓๙/๓ ดิฉันได้ขอสงวนความเห็นในมาตรา ๙ โดยขอเพิ่มมาตรา ๙/๑ และมาตรา ๙/๒ โดยในมาตรา ๙/๑ นี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
มาตรา ๙/๑ ในกรณีผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งมีจํานวนตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป ประสงค์จะขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดําเนินการจัดให้มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ให้ยื่นคําขอพร้อมทั้งร่างพระราชบัญญัติที่จะเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาและบันทึกประกอบ ต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง โดยจะยื่นต่อประธานกรรมการการเลือกตั้งโดยตรง หรือยื่นผ่านประธานกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดที่ผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย คนใดคนหนึ่งหรือผู้แทนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายคนใดคนหนึ่งมีภูมิลําเนาอยู่ก็ได้
เมื่อได้รับคําขอตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มี การประกาศให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกจังหวัดทราบว่ามีการเข้าชื่อเสนอกฎหมายใด และเปิดให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด หรือผู้ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดมอบหมาย ตามวิธีการ และภายในระยะเวลา และสถานที่ที่ประธานกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนด ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าว ต้องไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ
โดยในมาตรา ๙/๒ ซึ่งต่อเนื่องจากมาตรา ๙/๑
มาตรา ๙/๒ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาการเข้าชื่อเสนอกฎหมายใด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด จัดทําบัญชีผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายนั้น เสนอต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง
เมื่อได้รับบัญชีผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายใดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัดครบทุกจังหวัด ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งส่งร่างพระราชบัญญัติ และบันทึกประกอบ พร้อมทั้งบัญชีเข้าชื่อเสนอกฎหมายนั้น ไปยังประธานรัฐสภา เพื่อดําเนินการต่อไป
กฎหมายใดที่ มี ผู้ เข้ำชื่ อเสนอกฎหมายไม่ ครบหนึ่ งหมื่ นคน ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อจําหน่ายเรื่อง สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๔๐/๑
ทั้งนี้เหตุผลของการขอสงวนในลักษณะนี้เนื่องมาจากว่ากรรมการการเลือกตั้ง มีภาระสําคัญอย่างหนึ่งก็คือการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ตามมาตรา ๒๓๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ในพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ฉบับเดิมก็ได้กําหนดให้มีช่องทางที่ประชาชน จะสามารถเพิ่มเติมรายชื่อจากที่ไม่ครบ ๑๐,๐๐๐ ชื่อโดยผ่านช่องทางของกรรมการการเลือกตั้งได้ ซึ่งเป็นสิทธิที่ประชาชนเคยมีมาแต่ก่อน แต่กลับถูกตัดโดยกรรมาธิการเสียงข้างมาก ตัดช่องทางที่ประชาชนเคยมีออกไป ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้ที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนจะมีความเข้าใจในลักษณะของประชาชนที่กว่าจะเข้าชื่อ ครบ ๑๐,๐๐๐ ชื่อเป็นเรื่องที่ยุ่งยากลําบากยิ่งและมีค่าใช้จ่ายจํานวนมาก เมื่อไม่สามารถ ที่จะหาชื่อได้ครบ ๑๐,๐๐๐ ชื่อ แต่เขาสามารถที่จะใช้ช่องทางที่เคยมีมาแต่อดีต คือตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กําหนดให้ กกต. ช่วยดําเนินการในเรื่องนี้ และเป็นภารกิจที่สําคัญของ กกต. ในเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนซึ่งเป็นสิ่งสําคัญ โดยเฉพาะเรื่องของการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เป็นการศึกษาทางการเมืองที่ดีเลิศของประชาชน ซึ่งคาดว่าการมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายนี้ จะทําให้การเมืองภาคพลเมืองสามารถที่จะเบ่งบานแล้วก็นําไปสู่จุดหมาย คือการสร้าง การเมืองที่มีความสมานฉันท์และประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในทางการเมืองมากขึ้น แต่การที่จะใช้ปัญหาในการจัดการของหน่วยงานของรัฐมาเป็นอุปสรรคในการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชน ดิฉันถือว่าเป็นการตัดสิทธิของประชาชนที่เคยมีมาแต่อดีต ซึ่งถือว่าสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้จะไม่ทําในเรื่องของการลดทอนสิทธิของประชาชนที่เคยมีมา แต่เป็นการสร้างสิทธิของประชาชนให้มีมากขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ถึงแม้ว่าช่องทางที่เคยมีมาจะเป็นการยืนยันความสําเร็จได้ยากในเรื่องของ การมีส่วนร่วมโดยผ่านช่องทางของ กกต. แต่หาก กกต. มีการดําเนินการที่ดีและมี การจัดระเบียบการจัดการที่ดี เพราะว่าภารกิจสําคัญของเขาก็คือการเสริมสร้างการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนแล้วละก็ ดิฉันคิดว่าการเข้าชื่อเสนอกฎหมายในภาคประชาชน ก็จะเป็นไปได้โดยช่องทางนี้ เพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะตัดโอกาสตรงนี้ของประชาชน ดิฉัน ไม่เชื่อว่าสภาผู้ทรงเกียรติแห่งนี้จะลดสิทธิที่เคยมีของประชาชน ขอบคุณค่ะ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๔๐/๒
กรรมาธิการจะตอบไหมครับ อ๋อ ยังมีผู้ขอสงวน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ก็ขออภิปรายสนับสนุนในสัดส่วนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ดิฉัน ปัทมา ในฐานะกรรมาธิการจากภาคประชาชน ในการสงวนความเห็นสําหรับมาตรา ๙ ที่ขอให้เพิ่มเป็นมาตรา ๙/๑ ในช่องทางที่ประชาชน เดิมทีเรามีผู้ริเริ่ม ๑๐๐ คนนี่มี ๑๐๐ คน แล้วอยากมีกฎหมายสักฉบับที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ก็ไปขอให้ กกต. ช่วย แต่กฎหมายฉบับปัจจุบันนี้จะถูกตัดสิทธิ ตัดช่องทางตรงนี้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอสงวนความเห็นว่ากฎหมายที่เราจะมองว่าจะส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญกําหนดไว้อย่างชัดเจน จึงเห็นควรว่าจะต้องเพิ่มในส่วนของช่องทางการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ช่องทาง กกต. ซึ่งก็คิดจากสภาพของปัญหาดั้งเดิมคือกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ สภาพปัญหาที่เราค้นพบค้นเจอก็คือว่าที่มันไม่สามารถหาชื่อได้ครบตามจํานวนที่รัฐธรรมนูญ กําหนด ครบเป็นจํานวนน้อยมาก ๒ ฉบับจาก ๖ ฉบับ ถือว่าเป็นสัดส่วนค่อนข้างน้อยนั้น ในทางปฏิบัติแล้วมันจะมีปัญหาในทางปฏิบัติจริง ๆ เพราะความเข้าใจในส่วนของ กกต. เอง ที่ยังมองว่าบทบาทหลักของ กกต. ไม่ได้ไปเน้นในส่วนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๖ แต่ไปเน้นในส่วนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๕ ก็คือบทบาทในการควบคุม ดําเนินการ จัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งทั้งระดับชาติแล้วก็ระดับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นจึงละเลยหรือว่า ไม่ได้ให้ความสําคัญในส่วนของบทบาทตามมาตรา ๒๓๖ (๘) มาตรา ๒๓๖ (๘) กําหนดไว้ ชัดเจนนะคะว่าบทบาทของ กกต. สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๔๑/๑ ในส่วนของการส่งเสริมและสนับสนุนหรือประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เพื่อให้ การศึกษากับประชาชน แล้วก็ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน อันนี้เป็น บทบาทที่ชัดเจนเลยนะคะ แต่ในทางปฏิบัติก็อย่างที่ได้อภิปรายไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้วว่า การแบ่งโครงสร้างการทํางานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเองยังไม่ได้ให้ความสําคัญ กับงานตรงนี้ งานที่เกี่ยวกับการเข้าชื่อยังเป็นไปในลักษณะของงานฝากมากกว่านะคะ แล้วก็มองว่าเป็นภาระทั้งเรื่องของระยะเวลาในการที่ต้องไปทํางานตรงนี้ แล้วก็เป็นภาระ ในเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องออกในส่วนนี้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการยืนยันแล้วก็รับรองถึงสิทธิของประชาชนจริง ๆ แล้วก็ความจริงใจ ของทุกภาคส่วนที่จะส่งเสริมการเมืองแล้วก็การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อย่างไรก็เห็นว่า ช่องทาง กกต. นี้ยังจําเป็นอยู่ แล้วก็ขอสงวนเลยไปถึงว่าอยากจะให้ประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ถ้าอยากจะมีกฎหมายอาจจะไม่ต้องเข้ามาถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่อยู่ที่ส่วนกลางนะคะ ในเมื่อเรามีโครงสร้างคือ กกต. จังหวัดในแต่ละจังหวัดอยู่แล้วนะคะ ประชาชนที่อยากจะมีกฎหมายก็เข้าไปที่สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งระดับจังหวัด แล้วก็บอกว่าอยากจะขอให้ คือทําเอกสารหลักฐานต่าง ๆ แล้วก็ไปบอกว่าอยากจะขอให้เปิด ให้มีการเข้าชื่อตรงนี้ แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดเขามีเครื่องไม้เครื่องมือ มีกลไกอยู่แล้ว แล้วมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้วด้วยก็ควรจะช่วยในการอํานวยความสะดวก แล้วก็สนับสนุนตรงจุดนี้นะคะ จึงขอสงวนไว้ในมาตรา ๙/๑ อย่างที่ทางกรรมาธิการถวิลวดี ได้อ่านไปในช่วงต้นก่อนหน้านี้แล้วนะคะ แล้วก็เป็นการยืนยันอีกส่วนหนึ่งเหมือนกัน ปัญหาอีกอันหนึ่งที่ค้นเจอก็คือว่าขาดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ที่จะริเริ่มเสนอกฎหมาย กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง พอไปส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วก็เหมือนจะปล่อย ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะไปเปิดให้มีการเข้าชื่อโดยที่แกนนําของการเข้าชื่อ ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีผู้ริเริ่มนะคะก็จะปล่อยไปเลยไม่ได้เกาะตามติด แต่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กําหนดไว้แล้วว่าเราจะต้องมีผู้ริเริ่ม ซึ่งผู้ริเริ่มนั้นเป็น ๒๐ คนตามมติปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้น ถ้ามีผู้ริเริ่มนี่ผู้ริเริ่มก็จะได้ประสานงานโดยตรงกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งก็จะเป็นการที่ อุดปัญหาในทางปฏิบัติได้ระดับหนึ่งค่ะ
เชิญกรรมาธิการตอบ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๔๑/๒
กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผม นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการครับ ในเรื่องของการกําหนดให้ กกต. เข้ามาช่วยเหลือ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในเรื่องของการช่วยในการรวบรวมรายชื่อประชาชนในการยื่นเสนอ ร่างพระราชบัญญัติต่อรัฐสภานั้นยังได้เคยชี้แจงไว้ตอนต้นสําหรับก่อนที่จะเริ่มพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่สองนะครับว่าในเรื่องของการกําหนดให้ กกต. นั้น เข้ามาเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยรวบรวมรายชื่อนั้นกรรมาธิการก็ได้พิจารณาแล้ว รวมทั้งในร่างของรัฐบาลที่ได้เสนอมาก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้โดยการตัดช่องทางของกรณี กกต. ออก อันเนื่องจากโดยกรณีที่ว่าในการพิจารณานั้นในตัวองค์กรของ กกต. เองนั้น เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อํานาจหน้าที่โดยหลักนั้นเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง แล้วก็การตรวจสอบในเรื่องของการดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง รวมทั้ง เกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติตัวสมาชิก การดําเนินการในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นก็มีภาระหน้าที่หลักในส่วนนั้น ส่วนในกฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดว่าให้มีหน้าที่ สนับสนุนตัวประชาชนหรือองค์กรในเรื่องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ก็มีได้หลาย ๆ ทาง ส่วนหนึ่งที่ กกต. ทําก็คือการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนะครับ และโดยภาระหน้าที่ของตัวเองในการตรวจสอบเกี่ยวกับการได้มาหรือการเข้ามา วิธีการได้มา ของตัว ส.ส. และ ส.ว. เพราะฉะนั้นแล้วโดยเห็นว่าในส่วนนั้นก็เป็นอํานาจหน้าที่หลักและ ตัวอํานาจหน้าที่เองก็ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายนี้ เพราะว่าการเสนอกฎหมายนั้นย่อมมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่อาจไปกระทบต่อเรื่องเกี่ยวกับ ทางการเมืองหรือในเรื่องของการแก้ไขในเรื่องต่าง ๆ ที่ กกต. นั้นโดยตัวเองนั้นคงไม่มี ที่จะเข้าไปช่วยในเรื่องของการอธิบายหรือเรื่องของการทําความเข้าใจลักษณะ ตัวร่างกฎหมายที่ประชาชนเสนอได้ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๔๒/๑ เพราะฉะนั้นแล้วอีกประการหนึ่งก็คือว่าในปัจจุบันในช่องทางของประชาชนก็ได้มีการพัฒนามากขึ้น จากเดิมในกฎหมายปี ๒๕๔๒ องค์กรภาคประชาชน และองค์กรหน่วยงานของรัฐสนับสนุน หน่วยงานต่าง ๆ ก็มีเพิ่มขึ้นในส่วนของที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนเกี่ยวกับด้านการมีส่วนร่วม ในเรื่องของการเสนอกฎหมาย ดังที่เห็นได้ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อลักษณะนี้ กรรมาธิการจึงเห็นว่าในเรื่องนี้กฎหมายลักษณะนี้เป็นการที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมของตัวเอง ในการที่จะดําเนินการ เพราะฉะนั้นในช่วงของ กกต. โดยอํานาจหน้าที่ของ กกต. เอง แล้วก็โดยภารกิจ กกต. เอง ซึ่งเป็นอํานาจที่เกี่ยวกับการตรวจสอบในเรื่องของ ตัวองค์กรทางการเมือง ก็เลยเห็นว่าโดยเหตุผลอันนี้เองโดยอํานาจหน้าที่แล้วก็โดยลักษณะ ของการดําเนินการ รวมทั้งการวิวัฒนาการของตัวการมีส่วนร่วมของประชาชนได้มีเพิ่มมากขึ้น มีความเข้าใจมากขึ้นแล้ว ก็เลยเห็นว่าช่องทางของ กกต. นั้นก็น่าจะเอาออกไปได้
อีกประการหนึ่งในส่วนนี้ก็คือเนื่องจากในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ก็บอกไว้ว่านอกจากประชาชนจะมีส่วนในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติแล้ว ในมาตรา ๒๙๑ ประชาชนก็สามารถเข้าชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลักเกณฑ์ก็เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งองค์กร แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็มีส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต. ก็ไม่น่าจะเข้าไป มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นแล้วโดยเหตุผลหลาย ๆ เหตุผลนั้นทางกรรมาธิการก็เห็นว่า ในเมื่อวิวัฒนาการมันก็เพิ่มมากขึ้นแล้ว ตัวประชาชนก็เข้าใจเพิ่มมากขึ้นแล้ว ช่องทางอื่น ที่เป็นช่องทางเพิ่มเติมขึ้นมาช่วยเหลือในเบื้องต้นสําหรับตอนมีกฎหมายฉบับแรก ๆ ปี ๒๕๔๒ นั้นก็น่าจะถอยออกมาเพื่อให้ประชาชนเขาดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในเรื่องของการใช้สิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น ในกรรมาธิการก็จึงได้พิจารณาแล้วเห็นว่าก็เป็นไปตามร่างที่ผ่านมาในวาระที่หนึ่งโดยไม่เอา กรณีของ กกต. ใส่เข้ามาครับ
เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้อง ผมต้องขอมติจากที่ประชุม สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๔๒/๒
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิกอยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับ จะขอมติครับ กรุณาเสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนครับ ผู้เข้าประชุม ๒๘๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๓/๒
ต่อไปผมจะขอมตินะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับท่านที่ขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ ท่านพิเชษฐ์ ลงคะแนนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนแล้วทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ส่งผลคะแนนด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๓๗๐ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๙๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน เป็นอันว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๓/๓
เชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปครับ
มาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ ดิฉันได้ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๑๐ โดยขอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๐ เป็นดังนี้
มาตรา ๑๐ เมื่อได้รับคําร้องขอตามมาตรา ๙ แล้ว ให้ประธานรัฐสภา ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารตามมาตรา ๙ ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน หากปรากฏว่ามีลายมือชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน หรือมีเอกสาร ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ประธานรัฐสภาแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ริเริ่มเพื่อดําเนินการ ให้ถูกต้องครบถ้วนต่อไป เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประกาศรายชื่อ ผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และส่งหนังสือไปยังประชาชนที่มีรายชื่อเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ตามภูมิลําเนาหรือที่อยู่ปัจจุบัน เพื่อยืนยันหรือคัดค้านการเข้าชื่อเสนอกฎหมายด้วยระบบการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ นอกจากนี้ให้จัดเอกสารไว้เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและผู้มีรายชื่อเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ได้ตรวจสอบ ณ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย
เหตุผลของการเสนอให้มีการแก้ไขจากร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เนื่องจากว่าในมาตรา ๑๐ นี้เป็นมาตราที่มีความสําคัญมากเพราะว่าจะต้องมีการตรวจสอบ รายชื่อของผู้ที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย และผู้ที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายควรจะได้มีการรับรู้ว่า รายชื่อของตนเองนั้นถูกต้องหรือไม่ และนอกจากนี้มีผู้อื่นได้นําชื่อของตัวเองไปใช้ เพื่อการเข้าชื่อเสนอกฎหมายหรือไม่ ในประเทศไทยผู้มีคอมพิวเตอร์ใช้ก็คงจะไม่ได้ทุกคน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๓/๔ แล้วก็ผู้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ก็คงไม่ทุกคน ดิฉันเข้าใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติจะมีความเข้าใจบริบทในพื้นที่ของท่านเป็นอย่างดีว่ามีประชาชนกี่เปอร์เซ็นต์ ที่สามารถที่จะใช้อินเทอร์เน็ตได้ และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่สามารถที่จะรู้ช่องทางในการที่จะ ตรวจสอบรายชื่อตัวนี้ได้ ตามหลักของการมีส่วนร่วมของประชาชนแล้ว ผู้ที่จะมีส่วนร่วมได้ จะต้องมีอิสรภาพในการเข้าร่วม จะต้องมีความเสมอภาคในการเข้าร่วม จะต้องมีความเสมอภาค และมีความสามารถในการเข้าร่วม แต่เรื่องนี้กรรมาธิการเสียงข้างมาก สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๔๔/๑ โดยเฉพาะความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยความเคารพนะคะ เนื่องจากว่า ได้มองเห็นว่าประชาชนทุกคนในประเทศไทยมีความสามารถเท่าเทียมกัน ในการมีเครื่องคอมพิวเตอร์ ในการต่อสายกับอินเทอร์เน็ตได้ ในการมีไฟฟ้าใช้ในทุกครัวเรือน จึงสามารถที่จะตรวจสอบ รายชื่อของตนเองได้ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ ถึงแม้ว่าจะบอกว่าตอนนี้เทคโนโลยี ก้าวหน้า มีเทคโนโลยีสารสนเทศแพร่หลายแล้วก็ตาม แต่ว่าการตัดโอกาสที่เคยมีใน พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ออก แล้วให้เหลือแต่ให้ประชาชนสามารถที่จะ มาตรวจสอบได้ยังเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎรและป้ายปิดประกาศของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จึงถือว่าเป็นการตัดสิทธิของประชาชนและลดโอกาสการมีส่วนร่วม ในทางการเมืองของประชาชน นอกจากนี้การเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วถึงก็เป็นไปได้ยาก ซึ่งถือว่าเคยมีใน พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ตอนนี้กลับตัดสิทธิ ตรงนั้นออกไปเสียแล้ว จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉันได้ขอสงวนไว้ ก็คือการส่งจดหมายแจ้งยืนยันไปยังประชาชนที่มีชื่อในรายชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อให้เป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง และระบบไปรษณีย์ของเรามีประสิทธิภาพอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นช่องนี้จะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง จึงไม่ควรที่จะตัดช่องทางเหล่านี้ออก แต่ควรจะส่งเสริมให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบและป้องกันการใช้ชื่อโดยมิชอบ นอกจากนี้ การที่ผู้ริเริ่มได้มีการริเริ่มเข้าชื่อเสนอกฎหมาย หากจะให้ผู้ริเริ่มเป็นผู้มาคอยตรวจรายชื่อ ก็คงจะไม่เหมาะสม ควรจะให้ประชาชนที่มีชื่อทั้ง ๑๐,๐๐๐ ชื่อนั้นได้สามารถที่จะตรวจสอบรายชื่อ ของตนเองได้จากจดหมายที่แจ้งไปยังตัวเขาที่บ้าน เพราะฉะนั้นถ้าตัดช่องนี้ออก ดิฉันถือว่า เรากําลังลดสิทธิของประชาชน และกําลังดูถูกประชาชน และกําลังคิดว่าประชาชนทุกคน มีความสามารถเท่าเทียมกัน จึงถือว่าสภาผู้ทรงเกียรติได้ลดโอกาสการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน ด้วยความเคารพนะคะ ดิฉันในฐานะตัวแทนของประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ด้วยความยากลําบาก มีการทําการศึกษาวิจัยในเรื่องของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย ข้อบกพร่องที่เคยมีมาแต่อดีตและสิ่งที่ควรจะเป็นในอนาคต เราได้ทํากฎหมายฉบับนี้ ใช้เวลาหลายปี และกว่าจะเข้าชื่อครบ ๑๐,๐๐๐ ชื่อก็ใช้เวลาเป็นปี ใช้งบประมาณไป หลายล้านบาท ซึ่งตรงนี้ถือว่าเสียงของประชาชนน่าจะมีความหมายบ้างในรัฐสภาแห่งนี้ ดิฉันต้องขอขอบคุณสภาผู้ทรงเกียรติที่ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และกําลังจะไม่ตัดสิทธิโอกาสในการเข้าถึงกฎหมายฉบับนี้ของประชาชนและอย่าลดทอน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๔๔/๒ ความตั้งใจของประชาชนที่อยากจะมีส่วนร่วมในทางการเมือง แต่ถือว่าสภาแห่งนี้ได้เปิดโอกาส ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญแล้ว การลดสิทธิของประชาชนที่เคยมีมา ในรัฐธรรมนูญ ดิฉันถือว่าประชาชนจะมีความเสียใจอย่างยิ่งที่ตัวแทนของเขาไม่ให้เกียรติ และไม่ให้โอกาสเขาค่ะ ขอบคุณ
เชิญท่านวิชัย ล้ําสุทธิ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๐ ก็เป็นเรื่องของท่านประธานรัฐสภาที่ตรวจสอบเอกสารว่าตกลงมันครบ ๑๐,๐๐๐ คนไหม เสนอมา ๑๐,๐๐๐ คนตรวจแล้วเอกสารมันถูกต้องไหม บัตรประจําตัวประชาชน มีหรือไม่ หมายเลขประจําตัวประชาชนเลข ๑๓ หลักมันถูกต้องไหม อันนี้ก็คือการตรวจสอบ ของหน่วยงานของประธานรัฐสภาก็คือถ้าตรวจสอบแล้วไม่ครบก็คืนไปให้ผู้ริเริ่ม ๒๐ คน เป็นคนดําเนินการ ยกตัวอย่างเช่นไปเซ็นชื่อของนาย ก นาย ก เอกสารไม่ถูกต้อง ก็ต้องไปตามหา นาย ก ว่าทําอย่างไรถึงจะถูกต้อง แล้วถ้าครบมาแล้วก็ทําเรื่องประกาศ ประกาศ ก็เหมือนท่านดอกเตอร์ถวิลวดี บุรีกุล บอกนะครับ ถ้าประกาศทางสื่อสารเทคโนโลยี หรืออินเทอร์เน็ตของสภา ชาวไร่ชาวนาหรือผู้ที่เซ็นลงลายมือชื่อมาบางทีไม่มีครับ มันก็เป็น เรื่องลําบากนะครับบางทีไม่มี อันนี้ผมก็อยากบอกว่าถ้าประกาศทางอินเทอร์เน็ตแล้วให้สภา เสียสตางค์เสียหน่อย ส่งจดหมายไปก็ได้ แต่ว่าถ้าความคิดผมเองผมอยากให้ปิดประกาศไว้ ที่ศาลากลางจังหวัด หรือที่ทําการอําเภอ หรือสํานักงานเทศบาล อบต. ที่ทําการผู้ใหญ่บ้าน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๔๕/๑ เฉพาะเขตในท้องที่ที่ผู้เสนอกฎหมายนี้มีชื่อในทะเบียนบ้านนะครับ เพราะว่าอันนี้เสนอมา มีแต่บัตรประจําตัวประชาชนอย่างเดียว ก็ดูสําเนาทะเบียนบ้านตามบัตรประจําตัวประชาชน เท่านั้นนะครับ ถ้าเขาเอาบัตรประจําตัวประชาชนทํามา ๖ ปีแล้ว สําเนาทะเบียนบ้าน เปลี่ยนไปก็ตรวจสอบไม่ได้อีกนะครับ นี่คือปัญหาในภาคปฏิบัติเหมือนกัน อันนี้ถ้าเราส่งไป ที่จังหวัด ที่อําเภอ ที่ตําบล เหมือนสมัยโบราณที่ต้องส่งครับ เพราะว่าไอที (IT) ก็มีเฉพาะในเมือง แต่ว่าชนบทบ้านนอกไม่น่าจะมีไอทีตรงนี้ไว้ดูแล เพราะฉะนั้นปัญหาหนักมันอยู่ที่ผู้ริเริ่ม ถ้าผู้ริเริ่มดําเนินการอย่างถูกต้องครบถ้วน แล้วก็ทํามาตั้งแต่แรกมันก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าถ้าผู้ริเริ่มในมาตรา ๖ ทําไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก กฎหมายที่จะเสนอมันก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญที่สุดอยู่ที่ผู้ริเริ่มในการดําเนินการ เพราะฉะนั้นถ้าผู้ริเริ่มดําเนินการ แล้วสมบูรณ์ถูกต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ คนคืนไป ก็ผู้ริเริ่มดําเนินการ ส่วนครบ ๑๐,๐๐๐ คน ประธานรัฐสภาก็ประกาศ ผมก็อยากให้ประกาศไว้ ที่ส่วนต่าง ๆ ตามภูมิลําเนาของผู้เสนอด้วย ของผู้ลงลายมือชื่อด้วย ก็ถือว่าเป็นการครบถ้วน สําหรับทั้ง ๒ อันนะครับ ก็ขออนุญาตชี้แจงไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
คุณบุญยอดก่อนครับ กรรมาธิการจะตอบใช่ไหมครับที่ยกมือ เชิญท่านบุญยอดครับ
ขอบคุณท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ที่ผมติดใจก็คือ เรื่องที่เขียนเพิ่มเติมว่าเมื่อได้รับคําร้องขอตามมาตรา ๙ แล้ว ให้ประธานรัฐสภาตรวจสอบ ความถูกต้องของเอกสารตามมาตรา ๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน ผมอยากทราบเหตุผล ของคําว่า ๔๕ วันครับ โดยผมเห็นว่าถ้าเรามีระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ระบบรายชื่อ ของ กกต. มีอยู่แล้ว ไม่จําเป็นต้องถึง ๔๕ วัน ถ้าจะเห็นว่าความสําคัญของการยื่นกฎหมาย ของประชาชนนั้นเป็นเรื่องสําคัญ ๓๐ วันก็น่าจะพอเพียงในการที่จะตรวจสอบรายชื่อได้ เพราะไม่อย่างนั้นโครงสร้างของมันก็ทําให้ต้องรอภายในตรงนี้ก่อน แล้วก็ส่งกลับไปกลับมากันอีก ต้องมีการคัดค้านอีก ๓๐ วันเป็นต้น ทําอย่างนี้ถ้าช้านี่ชัดเจนว่าจะไม่อยู่ในสมัยประชุมด้วยซ้ํา สมัยประชุมมีเพียงแค่ ๑๒๐ วันนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าทําให้เร็วได้ กําหนดเวลา ที่เหมาะสมพอสมควร ผมคิดว่า ๓๐ วันเป็นเวลาที่พอสมควรครับ ขอบพระคุณครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ประไพพิศ ๔๕/๒
เชิญท่านกรรมาธิการตอบข้อซักถามของกรรมาธิการที่สงวนครับ และท่านสมาชิกที่ถาม ๔๕ วัน เชิญครับเหตุผล กรรมการกฤษฎีกาตอบได้ไหม
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผม นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการครับ ผมจะตอบในเรื่องของการกําหนด ๔๕ วันก่อน ที่ท่านบุญยอด ขออภัยที่เอ่ยนามได้สอบถาม คือในเรื่องนี้ได้สอบถามจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้วเกี่ยวกับการตรวจสอบและ เพื่อยืนยันว่าการตรวจสอบนั้นมีความถูกต้องครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตัวเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งตัวความถูกต้องกับข้อมูลของหน่วยงานอื่นที่ใช้ในการตรวจสอบ ก็ได้ความว่า ในรายชื่อประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน หรือ ๑๐,๐๐๐ กว่าคนนี้จะใช้เวลาประมาณ ๒๕-๓๐ วัน เป็นต้นไปสําหรับการตรวจ แต่กรรมาธิการเห็นว่าเพื่อความรอบคอบว่าการตรวจนั้นอาจจะต้อง มีการดูให้ชัดเจนแล้วก็มีการตรวจทานในเอกสารหลักฐาน รวมทั้งข้อมูลให้เกิดความชัดเจน เพราะนี่หมายถึงเรื่องสิทธิของการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น จึงเห็นว่าหากกําหนดไว้เพียง ๓๐ วันนั้นก็อาจจะไม่เพียงพอในทางปฏิบัติในบางเรื่อง ถ้าเกิดมีรายชื่อมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คนขึ้นไป มากกว่านั้น เมื่อสอบถามดูแล้วว่าภายใน ๔๕ วัน รวมทั้งในการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วก็มีการตรวจทานในรายชื่อที่อาจจะตรวจสอบ กับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับของหน่วยงานอื่นแล้ว ๔๕ วันนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เขายืนยันว่าเขาสามารถที่จะทําได้ในส่วนนี้และเกิดความชัดเจนรอบคอบขึ้น เพราะฉะนั้น กรรมาธิการเห็นแล้วว่าการกําหนดไว้ ๔๕ วันนั้นก็เป็นระยะเวลาที่ไม่มากหรือไม่น้อย จนเกินไปที่จะทํา แล้วก็ไม่ได้กําหนดว่าต้อง ๔๕ วันตลอดทุกกรณี สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๖/๑ ซึ่งได้กําหนดไว้ว่าภายใน ๔๕ วันถ้าตรวจสอบได้เร็วกว่านั้นก็สามารถที่จะดําเนินการ ได้เร็วยิ่งขึ้นกว่านั้นนะครับ ส่วนในกรณีการส่งเอกสารหรือการตรวจสอบนั้นกรรมาธิการ ได้พิจารณาแล้วว่าในส่วนหนึ่งก็คือในกระบวนการที่ผ่าน ๆ มาในเรื่องของการตรวจสอบ หรือการยืนยันเรื่องลักษณะดังกล่าวหลาย ๆ กรณีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปิดประกาศ ที่หน่วยงานหรือสถานที่ทําการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งจดหมายไปยังบุคคลนั้น เพื่อที่จะตรวจสอบ มันก็มีกรณีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมีปัญหาเกือบทุกกรณี
๑. คือการปิดประกาศ การปิดประกาศนั้นเมื่อไปปิดที่สถานที่ทําการต่าง ๆ แล้ว เมื่อมีการปิดประกาศแล้วประกาศที่ปิดอยู่นั้นจะคงอยู่ลักษณะให้มาตรวจสอบได้ตลอด หรือไม่ อาจจะมีการหลุดหรือมีการสูญหายไป การตรวจสอบก็จะไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ แล้วถ้าเกิดผู้มาตรวจสอบไม่มีเอกสารที่ปิดอยู่จะเกิดปัญหาอย่างไรในเรื่องของการดําเนินการ แล้วเวลาปิดหน่วยงานที่รับไปปิดนั้นกว่าจะส่งเอกสารไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น ส่งไปยังที่ว่าการอําเภอหรือที่ทําการขององค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่นั้น การได้รับหรือการที่จะ ปิดประกาศนั้นอยู่ในช่วงระยะเวลาที่กําหนดไว้หรือไม่
๒. คือในการส่งจดหมายไปถึงบุคคลเหล่านั้น อย่างที่ได้เรียนไว้เบื้องต้นว่า ในเรื่องของการส่งไปหายังที่อยู่ไม่ว่าจะกําหนดในเอกสารของทางราชการ หรือสําเนาทะเบียนบ้านหรือการแจ้งว่าที่อยู่จริงนั้นอยู่ที่ใดก็ตาม ในการส่งจดหมายไปนั้น ก็ไม่อาจที่จะรับรองได้ว่าผู้นั้นได้รับจดหมายนั้นจริง เพราะถ้าส่งไปที่ปรากฏในสําเนาทะเบียนบ้าน เขาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ทะเบียนบ้านอาจจะมีที่อยู่ที่ต่างออกไปในความเป็นจริงหรือส่งไปที่อยู่ ที่ความเป็นจริงแล้วในขณะนั้นเขาไม่อยู่ หรือไม่ได้ส่งไปเขาเลยไม่ได้รับในส่วนนั้น หรือมีการตกหล่นระหว่างทาง ซึ่งการลงไปรษณีย์ตอบรับนั้นจะมีผลต่อเมื่อบุคคลที่รับหนังสือ หรือจดหมายนั้นได้เซ็นรับเอกสารนั้นไว้ ก็จะมีปัญหาในเรื่องของการนับระยะเวลา ที่จะดําเนินการในกระบวนการขั้นตอนต่อไปโดยเฉพาะเรื่องของกรณีนี้คือเขามีเวลา ๙๐ วัน ในการที่จะคัดค้านว่าเอกสารหลักฐานเหล่านั้นหรือลายมือชื่อที่เขามาลงไว้นั้นเป็นจริงหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นชื่อของเขาจริงหรือไม่ เมื่อมาพิจารณาแล้วก็มาดูว่าอีกประการหนึ่ง ในส่วนที่เพิ่มเติมในปัจจุบันเนื่องจากมีระบบทางเทคโนโลยีเพิ่มเติมขึ้น ผมไม่ได้เป็นคนบอกว่า ทุกคนมีนะครับ เพียงแต่เป็นการพิจารณาของกรรมาธิการนะครับว่าในปัจจุบันหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็มีการชี้แจงโดยเฉพาะกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยนั้นก็มีการเปิดเว็บไซต์ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๖/๒ ของกระทรวงมหาดไทยเอง มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ และสถานที่ทําการต่าง ๆ ก็จัดให้มีอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ที่จะเปิดเว็บไซต์ มีการตรวจซึ่งสามารถที่จะรับ ข้อมูลข่าวสารตรวจสอบได้ แล้วอีกประการหนึ่งที่เราได้กําหนดมาตั้งแต่ต้นเราก็มีกําหนดผู้ริเริ่ม ผู้ที่จะสามารถสานขั้นตอนต่อไปในเรื่องต่าง ๆ ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัตินี้ ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้นแล้วก็จึงเห็นว่าในการที่จะกําหนดคือการที่จะจัดไว้ ให้มีการตรวจสอบไว้ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็น ส่วนกลางที่สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ กรณีที่ ๒ ก็คือเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รับทราบ ก็มาดูว่าวิธีต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นมีทั้งข้อดีและข้อบกพร่องอยู่ แต่เราเห็นว่าอีกส่วนหนึ่งก็คือ ในการที่จะเผยแพร่ทางเว็บไซต์หรือทางสารสนเทศนั้นปัจจุบันก็มีขยายวงออกไป มีหน่วยงานต่าง ๆ มีหน่วยงานราชการต่าง ๆ สามารถที่จะรองรับในส่วนนี้มีอุปกรณ์ ก็จึงเห็นว่าการเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือสื่อสารสนเทศที่มีอยู่ของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอยู่นั้นก็สามารถที่จะกระทําได้ ซึ่งปัจจุบันก็เห็นได้ในชีวิตประจําวัน ก็มีการใช้ในลักษณะนี้ค่อนข้างมาก แล้วอย่างที่ได้กราบเรียนแล้วว่าผู้ริเริ่มสามารถที่จะ สานต่อที่จะรวบรวมที่จะให้มีการตรวจสอบเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าในส่วนนี้ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่จึงเห็นว่าการกําหนดในลักษณะที่
๑. ก็คือการจัดให้มีไว้ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบ สําหรับประชาชนทั่วไป
๒. กรณีเผยแพร่ทางเว็บไซต์นั้นน่าจะเป็นวิธีที่สะดวกและเผยแพร่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้วก็สามารถที่จะตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นก็จึงได้กําหนดในกรณีนี้ไว้ ๒ กรณีเพื่อประโยชน์ในการที่จะดําเนินการ ต่อไปในขั้นตอนต่อไปด้วยครับ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๔๗/๑
ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน ปัทมา สูบกําปัง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็นเอาไว้ในมาตรา ๑๐ กรณีที่มาตรา ๑๐ เป็นเรื่องของการที่จะประกาศรายชื่อของผู้ที่ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ว่ามีใครบ้างที่มาร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายเรื่องอะไร วัตถุประสงค์ของมาตรการตรงนี้ ก็คือว่าเพื่อที่จะให้ประชาชนหรือคนทั่ว ๆ ไปรับทราบแล้วก็ลองไปตรวจสอบดูสิว่า ตัวเองมีชื่อไปเข้าร่วมในการเสนอกฎหมายเรื่องอะไรบ้าง ตรงนี้คือเป็นมาตรการหนึ่ง ที่บอกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนที่อยากจะเสนอกฎหมายนําสิทธิในการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ของคนอื่นมาแอบอ้างใช้ เพราะฉะนั้นจึงมีมาตรการนี้เกิดขึ้นคือคนที่ไม่ได้เข้าชื่อจริงจะได้ ร้องคัดค้านได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปเข้าชื่อเสนอกฎหมายในเรื่องนี้ ๆ นะคะ อันนี้คือเจตนารมณ์ ที่อยากจะให้มีมาตรานี้ คราวนี้สภาพปัญหาก็คือตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ ปัญหาในทางปฏิบัติก็คือว่ามันมีค่าใช้จ่ายมากนั่นเองที่จะต้องไปปิดประกาศรายชื่อ ณ ถิ่นที่อยู่ ในท้องที่ที่มีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ซึ่งบางทีมันก็กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นเอกสารหลักฐานที่จะต้องเข้าชื่อตรงนี้มันก็ต้องมีเป็นจํานวนมาก แล้วก็ต้องมี รบกวนในส่วนของหน่วยราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะต้อง ปิดประกาศ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในมาตรการตรงนี้จึงถือว่า มีปัญหาในทางปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามในร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่ผ่านความเห็นของ คณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างมากบอกว่าการปิดประกาศรายชื่อ ผู้ที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมายให้ปิดประกาศได้ ๒ ช่องทาง ช่องทางแรก ก็คือสื่อสารสนเทศ ของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ช่องทางที่ ๒ คือจัดเอกสารไว้เพื่อให้ประชาชน ได้ตรวจสอบ ณ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จาก ๒ ช่องทางนี้ท่านลองจินตนาการว่า ประชาชนทั่ว ๆ ไป ร้อยวันพันปีจะเข้ามาสู่เว็บไซต์ในส่วนที่ตรวจสอบว่าตัวเองมีชื่อเสนอ กฎหมายอะไรได้บ้างมากน้อยแค่ไหน หรือในรอบ ๑ ปี ๓๐๐ กว่าวันมีโอกาสที่จะเข้ามา ที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้สักกี่วัน อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๑ ก็คือการเข้าถึง ตรงนั้นนั่นเอง ถ้าเขียนไว้ในลักษณะนี้อาจจะเปิดโอกาสให้ผู้ริเริ่ม เรามีผู้ริเริ่มแล้วใช่ไหมคะ ๒๐ คน ผู้ริเริ่มอาจจะไปเอาชื่อใครก็ได้มาเข้าชื่อเสนอกฎหมายตรงนั้นแล้วทําให้ การตรวจสอบยิ่งปิดประกาศแล้วให้ร้องคัดค้าน ๓๐ วันเท่านั้นเอง พอพ้น ๓๐ วันก็ถือว่า การเข้าชื่อนั้นสมบูรณ์ กฎหมายจะถูกส่งต่อไปในวาระต่อ ๆ ไป อันนี้ก็จะถือว่าถ้ากําหนดไว้ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ปัทมา ๔๗/๒ ในลักษณะเช่นนี้อาจจะทําให้เป็นปัญหาในตัวของมันเองในส่วนนี้ แล้วคราวนี้เราลองมาดูว่า สื่อสารสนเทศที่บอกว่ามีการพูดกันถึงค่อนข้างมากมายว่าประเทศไทย ณ วันนี้มีการใช้ อินเทอร์เน็ตค่อนข้างมาก อันนี้เป็นข้อมูลในส่วนของผลสํารวจพฤติกรรมการใช้ อินเทอร์เน็ตเมื่อปี ๒๐๑๑ คือปีที่แล้วนี้เอง โดยบริษัทศูนย์วิจัยนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตไทย เขาสํารวจแล้วพบว่าจํานวนประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตมีเยอะจริง ทั้งหมด ๒๕ ล้านคน ท่านคิดดูว่า ๖๐ กว่าล้านคนมีใช้ ๒๕ ล้านคนก็เป็นสัดส่วนที่ไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตาม ผลการสํารวจบอกว่าหมวดที่ประชาชนที่เข้าอินเทอร์เน็ตนี่เข้ามากที่สุดในหมวดไหน ท่านทราบไหมคะว่าหมวดไหน หมวดแรกเลยที่มาอันดับ ๑ ก็คือหมวดที่ว่าด้วยบันเทิง คิดออกมาแล้วเป็นสัดส่วนถึง ๓๗.๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้หมวดบันเทิง ถัดไปคือการเล่นเกมค่ะ เล่นเกมนี่ถึง ๑๓.๒๖ เปอร์เซ็นต์ อื่น ๆ ก็จะเป็นเรื่องข่าว เรื่องสื่อ เรื่องช็อปปิง (Shopping) เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เรื่องอะไรต่าง ๆ นานา ลองดูทั้งหมดแล้วประมาณ ๑๐ กว่ารายการ มันไม่ได้เข้าในส่วนที่ว่าจะเข้ามาดูอะไรที่เป็นเนื้อหาสาระในทางวิชาการหรือทางการเมือง การปกครองเลย จะมีอยู่ก็ในส่วนของเข้าไปดูหมวดที่ว่าด้วยการศึกษาเข้ามาสัดส่วนแค่ ๒.๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ก็อาจจะสรุปได้ว่าโดยประชาชน ๑๐๐ คน จริง ๆ แล้วสนใจ ที่จะเข้ามาสํารวจเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อข้อมูลทางการเมืองการปกครองถ้าสรุปตรงนี้ก็คือ แค่ประมาณร้อยละ ๒ เท่านั้นเอง ตรงนี้ก็เป็นข้อสรุปที่ยืนยันได้ว่าการเข้าอินเทอร์เน็ต ของประชาชนไทยนั้นเข้าไปเพื่อทําอะไร โอกาสที่จะเข้ามาตรวจสอบว่าตัวเองไปมีชื่อ เสนอกฎหมายที่ไหนเพื่อให้ร้องคัดค้านนี่ดิฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นมาตรานี้ถ้าขืนกําหนดเอาไว้อย่างนี้ดิฉันคิดว่ามันเป็นอันตรายค่อนข้างมาก สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๔๘/๑ ผู้ริเริ่มท่านไม่ต้องไปหวังหรอกว่าผู้ริเริ่มนั้นจะไปดูรายชื่อแล้วบอกว่าคนนี้ไม่ได้มาเข้าชื่อกับเรา เพราะผู้ริเริ่มโดยธรรมชาติก็อยากจะให้กฎหมายของตัวเองผ่านถูกไหมคะ ถ้าอยากจะให้ กฎหมายของตัวเองผ่านมีชื่อของคนอื่น ๆ รวมมาบ้าง ตรงนั้นก็คิดว่าจะไม่มีการที่ไปร้องหรอก ว่านายคนนี้จริง ๆ แล้วไม่ได้มาเข้าชื่อ อันนั้นก็คือโดยตรรกะ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมาย เลย เพราะฉะนั้นในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ดิฉันก็เลยขอสงวนความเห็นว่า นอกจากช่องทาง ๒ ช่องทาง เห็นด้วยกับช่องทาง ๒ ช่องทางของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็คืออันที่ ๑ ปิดประกาศด้วยสารสนเทศของสภานี่แหละค่ะ อันที่ ๒ ก็ปิดประกาศไว้ แต่อันที่ ๓ จดหมายได้ไหมคะ มีจดหมายส่งไปยังประชาชนผู้มีรายชื่อเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อให้ยืนยันหรือคัดค้าน ถ้าตัวเองเข้าชื่อแล้วก็ให้ยืนยันมา แต่ถ้าให้คัดค้านก็บอกว่า ถ้าตัวเองไม่ได้มีชื่อแล้วถูกเข้าชื่อตรงนี้เอาชื่อมาใช้ ก็คัดค้านมาภายในกําหนดระยะเวลา ๓๐ วัน อันนี้ดิฉันก็คิดว่าไม่ได้เป็นภาระหรือก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติอะไรเลยในการส่งจดหมายไป ต่อประเด็นที่บอกว่าส่งจดหมายไปแล้วบุคคลที่มีชื่อเข้าชื่อนั้นอาจจะไม่ได้เป็นคนรับจดหมาย อะไรอย่างนี้ก็จะก่อให้เกิดความล่าช้า บางครั้งเราอาจจะต้องยอมเสียเวลาเพื่อให้เกิด กระบวนการที่ถูกต้องชอบธรรม อะไรที่เร่งรัดมากเกินไปอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์ อาจจะเป็นโทษ แล้วก็เป็นช่องทางให้คนที่คิดไม่ดีคิดไม่ชอบนั้นเอาไปใช้ในทางที่ผิดก็ได้ จดหมายถ้าเราบอกว่าให้ส่งไปตามภูมิลําเนา ที่อยู่ปัจจุบันตรงนี้คิดว่าก็น่าจะเป็นไปได้ ในทางปฏิบัติ เพราะในช่วงเข้าชื่อก็อาจจะขอที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้เอาไว้ ตั้งแต่เบื้องต้นแล้วค่ะ
ในมาตรา ๑๐ มีการแก้ไข มีคณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตตินะครับ เมื่อได้อภิปรายชี้แจงแถลงเหตุผลแล้ว ผมจะขอมติ จากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนจะขอมติจากที่ประชุมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามา ในห้องประชุมแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๔๘/๒
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เข้ามาเรียบร้อยแล้วนะครับ ช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ ก่อนจะลงมติในมาตรา ๑๐ เนื่องจากมีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ เจ้าหน้าที่ส่งผล ๒๗๖ ท่าน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สมร ๔๘/๓
ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๔๙/๑
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อยทุกท่าน ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๐ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๘๓ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๔๙/๒
เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๑๑ ต่อไปครับ
มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น โดยเพิ่มความเป็นมาตรา ๑๑/๑
เชิญท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ครับ
กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๑๑ โดยให้เพิ่มความในมาตรา ๑๑/๑ เป็นดังนี้
มาตรา ๑๑/๑ การจัดระเบียบวาระการประชุมร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรคํานึงถึงความรวดเร็วและ ต่อเนื่องในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งการมีส่วนร่วมของผู้ที่อาจได้รับ ผลกระทบจากร่างกฎหมายดังกล่าวและประชาชนทั่วไป
ทั้งนี้ร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนที่ผ่านมานั้นมักจะไม่ได้รับความสําคัญ ในสายตาของหลายฝ่าย แล้วก็ไม่ได้รับการบรรจุในระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎร และให้ประชาชนรออยู่เป็นเวลานาน จึงอยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นความสําคัญของ ร่างกฎหมายที่เสนอโดยประชาชน จึงอยากจะให้มีการพิจารณาโดยความรวดเร็วและอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในกรณีที่ร่างกฎหมายดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ซึ่งเราไม่ทราบว่าร่างกฎหมายเหล่านั้นจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด จึงน่าจะให้ผู้มีส่วนได้เสีย ได้มีโอกาสรับรู้และรับทราบ เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมของผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ จึงมีความหมายเป็นอย่างยิ่งเช่นคน ๑๐,๐๐๐ คนอาจจะเสนอกฎหมายที่มีผลกระทบ ต่อคนจํานวนมากเป็นล้านล้านคน โดยคนอีกหลายล้านคนไม่ทราบ เพราะฉะนั้น ควรจะมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือการมีส่วนร่วมของผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากกฎหมายฉบับนี้ต่อเนื่องด้วยขอบคุณค่ะ
เชิญท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) รัศมี ๔๙/๓
กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในส่วนของการบรรจุ ระเบียบวาระการประชุม สืบเนื่องจากสภาพปัญหาที่ค้นพบอยู่ก็คือว่ากฎหมายอาจจะ ไม่ได้เฉพาะกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน แม้แต่กฎหมายที่เสนอโดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม เวลากว่าจะได้บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม สภาผู้แทนราษฎรก็ใช้เวลาค่อนข้างยาวนาน ซึ่งสภาพปัญหานี้ถ้าเป็นร่างกฎหมายของ ประชาชนนี่ต้นทุนต่าง ๆ มันก็จะมากตามไปด้วย หาชื่อ ในขั้นตอนก่อนที่จะหาชื่อให้ครบ ๑๐,๐๐๐ ชื่อนี่ก็ไม่ง่าย แล้วต้องใช้ระยะเวลาไปทําความเข้าใจค่อนข้างเป็นระยะเวลานานอยู่ เข้าชื่อเสร็จยังต้องมาสู่กระบวนการตรวจสอบรายชื่อว่าถูกต้องมีสิทธิโดยชอบหรือเปล่า ตรงนี้เป็นเบื้องต้น กระบวนการก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก็ใช้เวลา ค่อนข้างยาวนาน ซึ่งก็เป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างจะกําหนดได้ยาก ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เรา แปรญัตติขอสงวนความเห็นในส่วนที่ว่าการบรรจุระเบียบวาระการประชุมของประธานรัฐสภา ให้คํานึงถึงความรวดเร็วและต่อเนื่อง แล้วก็การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ตรงนี้ ก็ด้วยความเห็นถึงสภาพปัญหาที่มันเกิดขึ้นในทางปฏิบัติจริง ๆ และโดยเจตนารมณ์แล้วจริง ๆ ไม่ได้มีความต้องการหรือเจตนาที่จะไปล่วงละเมิดในส่วนของอํานาจ หรือว่าเป็นดุลยพินิจ ของท่านประธานที่จะบรรจุระเบียบวาระการประชุมตรงนี้ แต่อยากให้มีกฎหมายที่ว่าด้วย การเร่งรัดให้ความสําคัญให้มากขึ้น ตรงนี้ก็เลยเป็นที่มาของการสงวนความเห็นในมาตรานี้เอาไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นสถิติตัวเลขข้อมูลที่เกี่ยวกับกฎหมายของภาคประชาชน โดยเฉพาะการเข้าชื่อ เสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็คือปี ๒๕๕๐ นี่มีทั้งหมดประมาณ ๓๔-๓๕ ฉบับ ซึ่งฉบับที่เข้ามา แล้วก็มีความก้าวหน้ามากที่สุดตอนนี้ก็น่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติ องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. .... ตอนนี้อยู่ในชั้นของคณะกรรมาธิการร่วม ระหว่างวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๐/๑ เพราะวุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนอื่น ๆ ค่อนข้างจะอยู่ในลําดับต้น ๆ อยู่ในชั้นรอ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระที่หนึ่งรวมทั้งหมด ๖ ฉบับ นอกจากนั้นก็อยู่ระหว่าง การดําเนินการของเจ้าหน้าที่อีกมากกว่าเกือบ ๑๐ ฉบับเหมือนกัน การปิดประกาศ ให้ร้องคัดค้านก็เหมือนกัน ตรงนี้กระบวนการจะเห็นว่าต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก ถ้าดูจํานวนระยะเวลา ๖ ฉบับที่อยู่ระหว่างรอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระที่หนึ่ง ๖ ฉบับนี้จะเห็นว่าฉบับแรกเลยร่างพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งภาคประชาชนได้ร่วมกันเสนอตรงนี้รอมาแล้วถึง ๔ ปี ๒ เดือน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... รอมาแล้ว ๓ ปี ๒ เดือน ร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดฝาง พ.ศ. .... รอมาแล้ว ๓ ปี นี่เป็นตัวอย่างนะคะ รอมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปีทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นที่มาของการแปรญัตติสงวนความเห็น เอาไว้ในมาตรานี้ค่ะ
ต่อไปจะขอลงมตินะครับ เชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ในมาตรานี้ผมแปรญัตติให้ตัดวรรคสุดท้ายออก เหตุผลเพราะในวรรคสุดท้ายเมื่อเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งร่างไปเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ครบตามคํารับรองก่อน ผมมีความเห็นว่าอันนี้ ไม่ควรเขียนไว้ ถ้าการพิจารณาในกรณีที่เห็นว่าการเงินควรจะมีกลไกที่บอกกล่าวประชาชน ตั้งแต่แรกโดยไม่ต้องเสนอเข้ามา กรณีอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งจะปรากฏในมาตราต่อไปที่ผมแปรญัตติเขียนไว้ก่อนที่จะ เสนอเข้ามาจะต้องให้คําชี้แจงกับประชาชน ก็เลยเห็นว่ากรณีนี้ควรจะตัดออกหรือถ้าเขียนไว้ ก็ควรจะกําหนดเวลาที่คณะรัฐมนตรีจะให้คํารับรองเหมือนกันกับการกําหนดให้รัฐสภา ให้คํารับรองรายชื่อ ๓๐ วัน ๔๕ วันอย่างนั้น เพื่อที่จะเป็นหลักประกันให้กฎหมาย ที่เสนอโดยประชาชนไม่ถูกแช่ไว้ในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งผมเคยเห็นกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐบาลที่ผ่านมาแช่อยู่ในระเบียบวาระการประชุม ๒-๓ ปี แล้วก็เอา กฎหมายอื่นขึ้นมาเพราะว่ามันไม่ได้มีกําหนด เพราะฉะนั้นเมื่ออยากจะให้ประชาชนมีส่วนร่วม ก็ควรจะกําหนดขั้นตอน ซึ่งเรื่องการเสนอกฎหมายถ้าไม่กําหนดไว้มันจะเป็นช่องว่าง สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๕๐/๒ เพราะว่ามันมีโอกาสค่อนข้างที่จะแน่นอนว่าอะไรที่รัฐบาลก็ตาม พรรคการเมืองก็ตาม คิดไม่ถึงหรือคิดไม่ได้ หรือคิดได้แล้วไม่เห็นด้วยแล้วไม่เสนอกฎหมาย จนกระทั่งประชาชน ผู้เดือดร้อนสามารถรวมตัวกันหรือมีผู้นําเสนอกฎหมายเข้าสู่สภาเป็นเรื่องยากลําบากอย่างยิ่ง ของประชาชนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาทุกขั้นตอนในการกําหนดในการบัญญัติกฎหมาย จะต้องบัญญัติรับรองไว้เพื่อที่จะเป็นการเร่งหรือการให้ความสําคัญกับประชาชนในการที่จะ เสนอกฎหมายได้มีกําลังใจและมีความหวังว่ากฎหมายของเขาเข้าสู่สภาแล้ว มีกระบวนการ ที่จะเดินไปเป็นจังหวะจนถึงจุดสุดท้าย ผมจึงมีความเห็นที่เสนอไว้ว่าให้ตัดอันนี้ออกนะครับ
เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ ๒ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธาน ในมาตรา ๑๑ อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ กรณีที่กรรมาธิการได้แก้ไข สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๕๑/๑ ขออนุญาตสอบถามผ่านท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือท่านกรรมาธิการ ในตัวร่างเดิมวรรคสามนะครับ วรรคหนึ่งกรรมาธิการตัดออกทั้งหมดนะครับ ผมขอในวรรคสาม ขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ เพราะกรรมาธิการได้แก้ไขในถ้อยคําที่เป็นร่างของ สภาผู้แทนราษฎรที่กรรมาธิการรับไป ในวรรคสาม ถ้าลายมือชื่อตามวรรคหนึ่งอันนี้ผมไม่ติดใจ เพราะว่าอ้างอิงจากวรรคหนึ่งก็ตัดออกไปเป็นการแก้ไขในมาตรา ๑๐ เอาข้อความวรรคหนึ่ง ของมาตรา ๑๑ ไปเขียนไว้ในมาตรา ๑๐ ยึดโยงกันเนื่องจากเป็นมาตราที่ว่าด้วย การตรวจสอบรายชื่อ ได้เติมคําว่าของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ มีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน ให้ประธานรัฐสภาดําเนินการให้ ร่างเดิมที่กรรมาธิการ ตัดออกคือรัฐสภา กรรมาธิการตัดคําว่ารัฐสภาออกไปแล้วเปลี่ยนเป็นคําว่าสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อไป คําถามผมอยากจะกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการว่าด้วยเหตุอันใดที่จะต้องตัดคําว่ารัฐสภาออก แล้วใช้คําว่าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เหตุผลที่ผมถามผมดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๓ ข้อความที่เขียนในรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๖๓ วรรคหนึ่ง มีคําว่าประธานรัฐสภา มาตรา ๑๖๓ ขออนุญาตท่านประธานที่จะอ่านในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๓ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภา ผมขีดเส้นใต้เลยนะครับ ประธานรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตามที่กําหนดในหมวด ๓ และหมวด ๕ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จริงอยู่ครับว่าในวรรคต่อไปวรรคสี่จะเขียนแยกว่า ในการพิจารณานี่แยกคําว่าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ถ้าเป็นคําทั่วไปผมเชื่อว่าการเขียนว่า รัฐสภาน่าจะสอดคล้องกับการเขียนเป็นบททั่วไปมากกว่า ยกเว้นถ้าเขียนไปลงรายละเอียดว่า เป็นการพิจารณา ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ความเห็นผม ผมเห็นว่าน่าจะคงร่างเดิม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจง
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ กระผม นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมาธิการ เรียนตอบข้อซักถามในเรื่องของการแก้ไข ในมาตรา ๑๑ ในวรรคสามเดิมซึ่งถ้าแก้ไขแล้วจะกลายเป็นวรรคสองนะครับ ในเรื่องของ การแก้ว่าในกรณีให้ประธานรัฐสภาดําเนินการให้ จากของเดิมนั้นใช้คําว่ารัฐสภา สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๕๑/๒ เปลี่ยนเป็นสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้นต่อไป เรียนอย่างนี้ครับ คือในร่างนั้นที่จริงแล้วก็เขียนเพื่อให้รองรับกับมาตรา ๑๖๓ ที่เมื่อสักครู่คุณหมอชลน่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้ยกขึ้นมา แต่ในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการนั้นได้มีการพิจารณาว่า เกรงว่าถ้าเขียนว่าให้ประธานรัฐสภาดําเนินการให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินั้น ต่อไปแล้วจะกลายเป็นกรณีของการประชุมร่วมกันของรัฐสภาซึ่งจะต้องมีการประชุมร่วมกัน ตามมาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เลยมีความเห็นแตกต่างกันออกไปว่าเดี๋ยวมันจะ กลายเป็นความหมายในลักษณะต้องประชุมร่วมกันไม่ใช่เป็นการประชุมพิจารณา ร่างกฎหมายกรณีปกติในเรื่องของต้องผ่านชั้นสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็เมื่อสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบส่งไปวุฒิสภาแล้วก็ดําเนินการตามขั้นตอนต่อไปในลักษณะนั้น เพราะฉะนั้นแล้ว ทางกรรมาธิการจึงเห็นว่าเพื่อมิให้มีการเกิดความเข้าใจผิดหรือเข้าใจสับสนและมีการโต้แย้งกัน เกิดขึ้น แล้วในมาตรา ๑๖๓ ในวรรคสี่ของรัฐธรรมนูญก็มีการเขียนไว้เรื่องการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอยู่ด้วย ก็ได้แก้ในวรรคนี้ออกไปเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น โดยแก้จากคําว่ารัฐสภาเป็นสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ นั้นต่อไป แล้วก็กํากับไว้ด้วยว่าตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็คือในรัฐธรรมนูญนั้นกําหนดขั้นตอนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติไว้ต้องผ่านองค์กรใด แล้วไปสู่องค์กรใดก็เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในส่วนของการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวก็เลยแก้ จากคําว่ารัฐสภาแล้วเติมคําว่าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แล้วก็ตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเข้าไว้นะครับ
เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ ได้ชี้แจงในประเด็นที่เป็นข้อแก้ไขของกรรมาธิการและเป็นมุมมองของกรรมาธิการ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๒/๑ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าชี้แจงบอกว่าเป็นการป้องกันมิให้เข้าใจผิดว่า เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภานี่ ผมว่าเหตุผลนี้ไม่น่าจะตอบคําถามได้
ประเด็นที่ ๑ การประชุมร่วมกันถูกกําหนดในมาตรา ๑๓๖ ชัดเจน ตรงนั้นเป็นบทบัญญัติที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
ประเด็นที่ ๒ ถ้อยคําที่ใช้นี่รัฐธรรมนูญวรรคหนึ่งใช้เพราะเป็นลักษณะ บททั่วไป ถ้าท่านอ้างวรรคสี่นั่นชัดเจนเขากําหนดเลยว่าแต่ละสภาควรจะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นตัวผมเองในความเห็นผมผมเชื่อว่าร่างเดิมที่บัญญัติไว้น่าจะถูกต้อง และเหมาะสม ด้วยความเคารพท่านประธานครับ
กรรมาธิการยืนไหมครับ กรรมาธิการยืนใช่ไหมครับ อย่างนั้นผมต้องขอมติเนื่องจากมาตรา ๑๑ มีการแก้ไข
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น ต้องขอมติจากที่ประชุม ก่อนจะขอมติ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วช่วยกรุณาแสดงตน เพื่อจะได้ลงมติต่อไปนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อจะลงมติในมาตรา ๑๑ เรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๖๒ ท่าน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๒/๒
ผมจะถามมตินะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๗๓ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๗๑ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๒/๓
เชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปครับ
มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข
คณะกรรมาธิการมีสงวนไว้ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีใช่ไหม ผ่านนะครับ
มาตรา ๑๔ มีการแก้ไข
ไม่มีนะครับ เชิญต่อ
มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข
จบการพิจารณาในวาระที่สอง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ มีท่านสมาชิกท่านใดจะแก้ไขถ้อยคํา หรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มี ผมก็จะลงมติในวาระที่สามต่อไปนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เมื่อกี้ตรวจสอบองค์ประชุมแล้ว เดี๋ยวผมจะถามมติในวาระที่สามว่าท่านจะเห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นชอบให้กดปุ่ม สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๕๒/๔ เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงในวาระที่สามได้ครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๕๓/๑
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ ส่งผลครับ ผู้เข้าประชุม ๓๖๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วย ๓๕๕ ท่านนะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๕๓/๒
ต่อไปเนื่องจากคณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตไว้ในรายงานท่านได้ทราบแล้ว ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เชิญส่งผลครับ จํานวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๓๙ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๓๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๕๓/๓
ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ต่อไปนะครับ ผมว่า วันนี้พอสมควรแล้วนะครับ ผมขอปิดประชุมครับ