สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

ถวิลวดี บุรีกุล หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 10 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อป้องกันการใช้ชื่อโดยมิชอบ และไม่ลดสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง

นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการ ดิฉันได้ขอสงวนความเห็นไว้ในมาตรา ๑๐ โดยขอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๐ เป็นดังนี้

มาตรา ๑๐ เมื่อได้รับคําร้องขอตามมาตรา ๙ แล้ว ให้ประธานรัฐสภา ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารตามมาตรา ๙ ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวัน หากปรากฏว่ามีลายมือชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน หรือมีเอกสาร ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้ประธานรัฐสภาแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ริเริ่มเพื่อดําเนินการ ให้ถูกต้องครบถ้วนต่อไป เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประกาศรายชื่อ ผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และส่งหนังสือไปยังประชาชนที่มีรายชื่อเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ตามภูมิลําเนาหรือที่อยู่ปัจจุบัน เพื่อยืนยันหรือคัดค้านการเข้าชื่อเสนอกฎหมายด้วยระบบการลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับ นอกจากนี้ให้จัดเอกสารไว้เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและผู้มีรายชื่อเป็นผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ได้ตรวจสอบ ณ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย

เหตุผลของการเสนอให้มีการแก้ไขจากร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เนื่องจากว่าในมาตรา ๑๐ นี้เป็นมาตราที่มีความสําคัญมากเพราะว่าจะต้องมีการตรวจสอบ รายชื่อของผู้ที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย และผู้ที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายควรจะได้มีการรับรู้ว่า รายชื่อของตนเองนั้นถูกต้องหรือไม่ และนอกจากนี้มีผู้อื่นได้นําชื่อของตัวเองไปใช้ เพื่อการเข้าชื่อเสนอกฎหมายหรือไม่ ในประเทศไทยผู้มีคอมพิวเตอร์ใช้ก็คงจะไม่ได้ทุกคน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) สุพิชชาย์ ๔๓/๔ แล้วก็ผู้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ก็คงไม่ทุกคน ดิฉันเข้าใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติจะมีความเข้าใจบริบทในพื้นที่ของท่านเป็นอย่างดีว่ามีประชาชนกี่เปอร์เซ็นต์ ที่สามารถที่จะใช้อินเทอร์เน็ตได้ และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่สามารถที่จะรู้ช่องทางในการที่จะ ตรวจสอบรายชื่อตัวนี้ได้ ตามหลักของการมีส่วนร่วมของประชาชนแล้ว ผู้ที่จะมีส่วนร่วมได้ จะต้องมีอิสรภาพในการเข้าร่วม จะต้องมีความเสมอภาคในการเข้าร่วม จะต้องมีความเสมอภาค และมีความสามารถในการเข้าร่วม แต่เรื่องนี้กรรมาธิการเสียงข้างมาก สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๔๔/๑ โดยเฉพาะความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยความเคารพนะคะ เนื่องจากว่า ได้มองเห็นว่าประชาชนทุกคนในประเทศไทยมีความสามารถเท่าเทียมกัน ในการมีเครื่องคอมพิวเตอร์ ในการต่อสายกับอินเทอร์เน็ตได้ ในการมีไฟฟ้าใช้ในทุกครัวเรือน จึงสามารถที่จะตรวจสอบ รายชื่อของตนเองได้ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ ถึงแม้ว่าจะบอกว่าตอนนี้เทคโนโลยี ก้าวหน้า มีเทคโนโลยีสารสนเทศแพร่หลายแล้วก็ตาม แต่ว่าการตัดโอกาสที่เคยมีใน พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ออก แล้วให้เหลือแต่ให้ประชาชนสามารถที่จะ มาตรวจสอบได้ยังเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎรและป้ายปิดประกาศของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จึงถือว่าเป็นการตัดสิทธิของประชาชนและลดโอกาสการมีส่วนร่วม ในทางการเมืองของประชาชน นอกจากนี้การเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วถึงก็เป็นไปได้ยาก ซึ่งถือว่าเคยมีใน พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ตอนนี้กลับตัดสิทธิ ตรงนั้นออกไปเสียแล้ว จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ดิฉันได้ขอสงวนไว้ ก็คือการส่งจดหมายแจ้งยืนยันไปยังประชาชนที่มีชื่อในรายชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อให้เป็นการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง และระบบไปรษณีย์ของเรามีประสิทธิภาพอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นช่องนี้จะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง จึงไม่ควรที่จะตัดช่องทางเหล่านี้ออก แต่ควรจะส่งเสริมให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบและป้องกันการใช้ชื่อโดยมิชอบ นอกจากนี้ การที่ผู้ริเริ่มได้มีการริเริ่มเข้าชื่อเสนอกฎหมาย หากจะให้ผู้ริเริ่มเป็นผู้มาคอยตรวจรายชื่อ ก็คงจะไม่เหมาะสม ควรจะให้ประชาชนที่มีชื่อทั้ง ๑๐,๐๐๐ ชื่อนั้นได้สามารถที่จะตรวจสอบรายชื่อ ของตนเองได้จากจดหมายที่แจ้งไปยังตัวเขาที่บ้าน เพราะฉะนั้นถ้าตัดช่องนี้ออก ดิฉันถือว่า เรากําลังลดสิทธิของประชาชน และกําลังดูถูกประชาชน และกําลังคิดว่าประชาชนทุกคน มีความสามารถเท่าเทียมกัน จึงถือว่าสภาผู้ทรงเกียรติได้ลดโอกาสการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน ด้วยความเคารพนะคะ ดิฉันในฐานะตัวแทนของประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ด้วยความยากลําบาก มีการทําการศึกษาวิจัยในเรื่องของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย ข้อบกพร่องที่เคยมีมาแต่อดีตและสิ่งที่ควรจะเป็นในอนาคต เราได้ทํากฎหมายฉบับนี้ ใช้เวลาหลายปี และกว่าจะเข้าชื่อครบ ๑๐,๐๐๐ ชื่อก็ใช้เวลาเป็นปี ใช้งบประมาณไป หลายล้านบาท ซึ่งตรงนี้ถือว่าเสียงของประชาชนน่าจะมีความหมายบ้างในรัฐสภาแห่งนี้ ดิฉันต้องขอขอบคุณสภาผู้ทรงเกียรติที่ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และกําลังจะไม่ตัดสิทธิโอกาสในการเข้าถึงกฎหมายฉบับนี้ของประชาชนและอย่าลดทอน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ณิชากร ๔๔/๒ ความตั้งใจของประชาชนที่อยากจะมีส่วนร่วมในทางการเมือง แต่ถือว่าสภาแห่งนี้ได้เปิดโอกาส ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญแล้ว การลดสิทธิของประชาชนที่เคยมีมา ในรัฐธรรมนูญ ดิฉันถือว่าประชาชนจะมีความเสียใจอย่างยิ่งที่ตัวแทนของเขาไม่ให้เกียรติ และไม่ให้โอกาสเขาค่ะ ขอบคุณ