สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องร่างกฎหมายที่ให้ประชาชนสามารถเสนอข้อเสนอแนะได้ แต่เธอกังวลว่ารัฐบาลและสภาไม่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะเหล่านี้ และเธอยังว่าเทคโนโลยีก้าวหน้าไปแล้ว แต่ร่างกฎหมายที่เสนอมีหลายข้อจำกัด เช่น ต้องมีผู้ริเริ่ม ต้องมีสาเนาบัตรประชาชน และอื่นๆ เธอยังบอกว่าภาคประชาชนมีความยากลำบากในการเสนอข้อเสนอแนะเหล่านี้ และเธอยังว่าควรให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนมากกว่า

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นเลขานุการคณะก็คือตัวแทนจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตอบชี้แจง ได้คล่องมากเลย รวมทั้งชี้แจงแทนสภาด้วยว่าการที่จะบรรจุวาระอะไรต่ออะไรต้องไปศึกษา ข้อบังคับ ที่จริงมันเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่เขาเห็นว่าที่ผ่านมา กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ประชาชนเสนอเข้าชื่อมานี่กว่าจะได้มา เขามาด้วยความยากลําบาก เมื่อเสนอเข้ามาในสภาถ้าสภาเห็นความสําคัญของการมีส่วนร่วม ของประชาชน ถ้ารัฐบาลเห็นว่าจะต้องมีร่างประกบก็ต้องรีบทําไม่ใช่ดองเรื่องเอาไว้ จนกระทั่งผ่านไปเป็นปี ต้องรีบทําเข้ามาประกบ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๒๑/๑ ดิฉันยังว่าที่ท่านเสนอว่าต้องบรรจุภายใน ๒ สมัยนี่ยังช้าไปเสียด้วยซ้ําไป มันต้องรีบด่วน ถ้าเห็นความสําคัญ เพราะฉะนั้นรวมทั้งข้อชี้แจงทั้งหลายนี่ดิฉันก็ยังคิดว่าบางทีมันขัดแย้ง กันเองในตัว ตัวอย่างเช่นท่านบอกว่าเทคโนโลยีมันก้าวหน้าไปเยอะแล้วก็มีทั่วไปทั่วถึง มีทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอะไรต่ออะไร แต่พอมาถึงในร่างกฎหมายของท่านนอกจากท่าน เอาบัตรประจําตัวประชาชน เอาเลขประจําตัวประชาชน เอาที่อยู่แล้ว ท่านยังเอา สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนด้วย เอาไปทําไมถ้าบอกว่าเทคโนโลยีทั้งหลายมันก้าวหน้าไปแล้ว ท่านกดเอาเมื่อไรก็ได้ ท่านกดเอาที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องให้เป็นภาระกับพี่น้องประชาชน แต่ว่าดิฉัน ก็จะยังไม่พูดไปถึงมากมายขนาดนั้น จะพูดถึงมาตรา ๖ ดิฉันเห็นด้วยกับท่านผู้สงวนความเห็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่จริงดิฉันก็อยากจะเรียนนะคะว่าดิฉันได้ไปร่วมกับองค์กร ที่เสนอกฎหมายนี่หลายองค์กร รวมทั้งดิฉันเป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันก็ได้เชิญผู้ที่เสนอกฎหมายทุกฉบับ เข้ามา แล้วก็เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายเข้ามา แล้วก็ถามไถ่ว่ามันไปถึงไหนแล้ว ท่านเชื่อไหมคะส่วนใหญ่แล้วนี่ก็คือรัฐบาลยังไม่ได้ประกบ ถ้าไม่ได้ประกบก็เสนอเข้ามาสิคะ ไม่อย่างนั้นก็ต้องรีบประกบอย่างที่ดิฉันเรียนนี่ค่ะ รัฐธรรมนูญมาตรานี้ดิฉันเข้าใจว่า เจตนารมณ์ก็คืออยากจะให้ประชาชนนี่เข้าชื่อเสนอกฎหมายได้อย่าง คือเอื้อให้พี่น้องประชาชน เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ดิฉันไม่เห็นภาคประชาชนที่ไหนที่อยากจะร่างกฎหมายแข่งกับสภาเลย เพียงแต่ว่าเวลาพูดคุยกับตัวแทนแล้วพบว่าประเด็นมันไม่ตรงกัน มุมมองมันต่างกัน เขาถึงได้ดิ้นรนมันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ ไม่ใช่บอกว่า เร็ว จะทํากฎหมายฉบับนี้ทุกคนมา เขาต้องออกไปพูดคุยออกไปพูดจาว่าต้องการอะไรในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่ง ส.ส. ก็จะออกไปพูด เหมือนว่ากฎหมายฉบับนี้อะไรที่เอาอะไรที่ไม่เอา เพราะฉะนั้นภาคประชาชนนี่มีความยากลําบาก อย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญถึงได้ลดลงมา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บอกว่าให้ประชาชนเสนอ กฎหมายก็ได้ในประเด็นที่เขาเห็นว่ามีความสําคัญ แล้วขอใครก็ไม่ได้ ขอรัฐบาลเสนอก็ไม่ได้ ขอสภาเสนอก็ไม่ได้ ประชาชนเสนอเอง แล้ว ๒๐,๐๐๐ ชื่อที่ผ่านมา ๕๐,๐๐๐ ชื่อนี่มันเป็น ความยากลําบากอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เห็นด้วยในหลักการนี้ถึงได้ลดจํานวนลงมา เหลือ ๑๐,๐๐๐ ชื่อก็คือให้มันง่าย แล้วพอมาออกกฎหมายตรงนี้ดิฉันก็ยังคิดว่ามันจะง่ายขึ้น แต่ปรากฏว่ามันยากมันถูกสกัดเสียทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่จะต้องมีผู้ริเริ่มถ้ามีผู้ริเริ่มนะคะ ในมาตรา ๖ ที่ว่านี้ดิฉันก็ถามภาคประชาชนว่าคุณเอาหรือผู้ริเริ่ม ภาคประชาชนก็ต้องตอบ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๒๑/๒ เสียงอ่อย ๆ ว่าโดยส่วนใหญ่เขาเอา ดิฉันก็ตั้งข้อสังเกตถ้ามีร่างรัฐบาลประกบ ร่างภาคประชาชน ฝันไปเถอะที่จะได้ในประเด็นที่เห็นไม่ตรงกันกับรัฐบาล พูดไปเถียงไปอย่างไรก็ตามสุดท้ายรัฐบาล ก็ลงมติเอาตามที่ตัวเองเห็นว่าจะเอาอย่างนั้นตามที่ยกร่างเข้ามา ผู้ที่เสนอร่างกฎหมายเข้ามา หลายฉบับเวลาไปประชุมแล้วไปเจอกันเขามีความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ประชาชนก็จริง แต่รัฐบาลกับสภานี่แหละเป็นคนไม่เปิดช่องให้กับประชาชน ต้องถามท่านว่าจริงหรือไม่ มีอะไรบ้างที่เขาเสนอมาในฉบับนี้แล้วก็ต่างกันแล้วท่านรับเอาไว้ มาตรา ๖ นี่นะคะอย่างมีผู้เสนอว่า ในการที่จะขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายจากกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองกําหนด ซึ่งที่จริงแล้วเขาแค่อยากให้มีช่องทาง เพราะปกติแล้วประชาชน จะเอางบประมาณเอาเงินมาจากไหนที่จะไปเดินสาย มันไม่ใช่เก็บรายชื่ออย่างเดียว มันต้องทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วยก่อนที่จะให้เขาสนับสนุน เพราะฉะนั้น มันต้องมีค่าใช้จ่าย แล้วอันนี้เป็นการเมืองภาคพลเมืองที่ตรงที่สุด สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๒/๑ เป็นการเมืองภาคพลเมืองที่ถือว่าสูงสุดคือการมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย แต่ปรากฏว่า เมื่อกี้ได้รับคําชี้แจงว่ากองทุนอันนั้นเขาก็มีบทกําหนดเขาอยู่แล้วก็ให้เขาทําตามนั้น ที่จริงในข้อสงวนคําแปรญัตติเขาก็ไม่ได้บอกว่าเราจะมาร่างกติกาใหม่ เพื่อที่เวลาจะมาทํา กฎหมาย เข้าชื่อเสนอกฎหมายต่าง ๆ เราจะมากําหนดกติกาใหม่ เขาก็กําหนดตามนั้นนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเปิดช่องทางไว้อีกช่องทางหนึ่งได้ไหมในคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมือง ระบุไปให้ชัดเจนได้ไหมว่าเขาสามารถที่จะขอเงินมาเพื่อที่จะไประดมความคิดเห็น ระดมความเห็นชอบ ระดมรายชื่อ ๑๐,๐๐๐ ชื่อเพื่อมาเสนอ เขาขอรัฐบาลก็คงไม่ได้ ขอสภาก็คงไม่ได้ เขาก็หาช่องทางที่ตรงที่สุดก็คือกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สภาก็ยังไม่ให้เลย ไม่ใช่เงินตัวเองเลยก็ยังไม่ให้ ถ้ากรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการเมือง ภาคพลเมืองแย้งมาสิว่าอันนี้ให้ไม่ได้ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็ไม่ได้ถามเขาสักคํา ตัดสินใจแทนหมดเลย แล้วก็ไม่ให้ แล้วถ้าอย่างนี้ประชาชนก็ไปหาเงินเอาเอง ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนั้น ตอนที่ดิฉันยังไม่ได้เป็น ส.ส. ดิฉันก็ก้มหน้าก้มตากระเจิดกระเจิงไปเพื่อที่จะหารายชื่อมา ในการที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพราะฉะนั้นพอมาถึงออกกฎหมายฉบับนี้ดิฉันยังคิดว่า มันจะง่าย มันจะส่งเสริม มันจะเอื้ออํานวย แล้วมันจะเปิดช่องให้พี่น้องประชาชนเข้าชื่อกัน เสนอกฎหมายให้ง่ายขึ้น ๑. ดีแล้วที่ไม่เอาสําเนาทะเบียนบ้าน ๒. ยังอุตส่าห์ เอาสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ทั้ง ๆ ที่บอกว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก้าวหน้าแล้วมันทั่วถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มี เพราะฉะนั้นการตรวจสอบมันก็ง่าย แต่ก็ขอหน่อยก็แล้วกัน มันแปลว่าอะไร เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านว่าในมาตรานี้ แล้วดิฉันก็เห็นด้วยกับ ท่านกรรมาธิการท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่ท่านพูดถึงเรื่องของการร่างกฎหมายแล้วจะต้อง มีสาระต่าง ๆ หัวข้อต่าง ๆ ตามมาตรา ๘ ดิฉันเห็นด้วยว่าแค่ให้มันตรงตามกรอบ ของรัฐธรรมนูญพอแล้ว บันทึกร่างพระราชบัญญัติอะไรทั้งหลาย สรุปสาระสําคัญทั้งหลาย ถ้าเขาทําไม่ถูกตรงเผงเหมือนกับที่คณะกรรมการกฤษฎีกาทําเก่ง ดิฉันว่าก็ต้องอนุโลม แล้วเข้ามาถึงก็จะได้ดูกัน แล้วก็จะได้ช่วยกันดูที่เนื้อหาสาระ จะเอาอะไรนักหนาให้มันเป๊ะ ๆ กับภาคประชาชนดิฉันไม่เข้าใจ มองประชาชนคืออะไร เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านว่าถ้าเป็นเรื่องกองทุน อยากจะให้ ถ้าไม่ให้เขาไปใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง บอกหน่อยว่าจะให้เขา ใช้เงินกองทุนที่ไหน ท่านจะหาเงินที่ไหนให้เขาไหม หรือก็แล้วแต่ตามบุญตามกรรม เกิดมาเป็นประชาชนตาดํา ๆ ช่วยไม่ได้หรือ ก็แล้วแต่จะทําหรือคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เรียนเสนอว่า สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อุทัยวรรณ์ ๒๒/๒ ตั้งแต่วาระแรกแล้วที่ดิฉันเห็นด้วยกับมาตรานี้ เพราะเรารู้ว่าความยากลําบากของประชาชน นี่แหละเป็นปัญหาที่สําคัญที่จะสกัดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในขั้นสูงสุดก็คือ การมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมาย เฉพาะมาตรา ๖ แค่นี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ