สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการเสนอกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดจำนวนผู้ริเริ่ม และแนะนำให้ลดจำนวนผู้ริเริ่มเหลือ 10 คน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประธานสภาตรวจสอบงบประมาณที่อนุมัติไว้ และตรวจสอบร่างกฎหมายที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้มีการแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้น

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แปรญัตติและสงวนความเห็นไว้ ได้รับฟังคําชี้แจงจาก คณะกรรมาธิการแล้วผมคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะหักล้างกับข้อเสนอของผม แล้วผมคิดว่า ยังมีประเด็นอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่จะต้องทําความเข้าใจกับคณะกรรมาธิการ

๑. ก็คือเรื่องจํานวน ๒๐ คนของผู้ริเริ่ม เราจะมาเทียบกับผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย ของสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ ผู้เสนอกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรนั้นในความเป็นจริงแล้ว มีผู้ที่จะเสนอกฎหมายที่เป็นผู้ยกร่างไปทํามาทั้งหลายทั้งปวงก็ประมาณ ๒-๓ คนเท่านั้น แต่การลงชื่อในฐานะเป็นผู้เสนอกฎหมายด้วยกันจํานวน ๒๐ คนนั้นให้ครบตามข้อบังคับ และท่านก็ไปดูเถอะครับว่าใน ๒๐ คนนั้นก็ไม่ได้เป็นผู้ที่รับรู้การเสนอกฎหมายนั้น ด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงต่าง ๆ ครบถ้วนเท่ากันทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าเราไปเทียบจํานวนตัวเลขนี้ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) พรเทพ ๓๐/๒ กับภาคประชาชนที่เราไปบังคับว่าเขาจะต้องไปหาคนมาที่มีความเห็นเหมือนกันตรงกัน จํานวน ๒๐ คนนั้นจึงไม่ใช่ตรรกะที่จะไปใช้กันได้ เพราะฉะนั้นผมถึงเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกหลายท่าน รวมทั้งผู้แปรญัตติบางท่านที่บอกว่าไม่จําเป็นที่จะต้องกําหนด จํานวนผู้ริเริ่มไว้ แต่แน่นอนต้องมีครับ ทีนี้เมื่อจําเป็นต้องมีถามว่าจํานวนที่ควรจะเป็นเท่าไร ไม่มีใครตอบได้หรอกครับ แต่ผมเห็นว่าถ้ากําหนดจํานวนมากเกินไปย่อมเป็นอุปสรรค ในการเสนอกฎหมายแล้วก็เป็นภาระของภาคประชาชนเอง ก็ขอลดจาก ๒๐ คนเหลือ ๑๐ คน นั่นประเด็นหนึ่ง

เรื่องที่ ๒ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้กรุณาตอบกับผมโดยยกเรื่องที่ผมได้แปรญัตติ ในมาตรา ๖ วรรคสาม ที่ต้องการให้ระบุว่าเฉพาะข้อจํากัดตามมาตรา ๘ วรรคหนึ่งเท่านั้น ที่ควรจะเป็นข้ออ้างในการส่งร่างคืนให้กับผู้ริเริ่ม ท่านประธานครับ ท่านได้อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๒ วรรคห้า บอกว่า ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติตามวรรคหนึ่งต้องมีบันทึก วิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติเสนอมาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติด้วย จริง ๆ แล้ววรรคห้าของมาตรา ๑๔๒ ของรัฐธรรมนูญเขาเพียงแต่บอกว่า ในวรรคหนึ่งนี่บอกว่า ภายใต้บังคับมาตรา ๑๓๙ ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาลหรือองค์กรอิสระ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็เท่านั้นครับ สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๓๑/๑ แต่ว่าสาระของมาตรา ๖ วรรคสามที่เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้เขาต้องการบอกว่า ถ้าพระราชบัญญัติมีหลักการและเนื้อหาไม่เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในวรรคแปด ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้แจ้งให้ผู้ริเริ่มทราบพร้อมส่งเรื่องคืนให้ผู้ริเริ่ม หมายความว่า ถ้าไม่เป็นไปตามมาตรา ๘ จะต้องส่งคืน ไปถามว่ามาตรา ๘ เป็นอย่างไร ผมก็ได้ย้ํากับ ท่านประธานแล้วว่าในมาตรา ๘ วรรคหนึ่งไม่มีปัญหาถ้าหากว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้น ไม่เป็นไปตามที่กําหนดคือไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ ของชนชาวไทยหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันนี้ไม่มีปัญหาถ้าไม่เป็นแบบนี้ก็ต้องส่งคืน แต่วรรคสองนี่สิครับ วรรคสองมันแฝงไว้ด้วย ๓ เรื่องด้วยกัน นั่นก็หมายความว่า

๑. ถ้าร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนเสนอไปขัดกับวรรคสองที่ว่าต้องมีหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติที่กําหนดชัดเจนและต้องแบ่งเป็นมาตรา นั่นหมายความว่า ถ้าร่างของภาคประชาชนเสนอไปไม่มีหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติที่กําหนดไว้ชัดเจน และไม่แบ่งเป็นมาตราส่งคืน

๒. แต่ละมาตรามีบทบัญญัติที่จะเข้าใจได้ว่ามีความประสงค์จะตรากฎหมาย ในเรื่องใดถ้าร่างของภาคประชาชนแต่ละมาตรามีบทบัญญัติคนอ่านอ่านแล้วไม่เข้าใจว่า คือกฎหมายใดส่งคืน

๓. ต้องมีบันทึกประกอบก็คือบันทึกหลักการแห่งร่าง บันทึกเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุป

๓ ประเด็นที่ซ้อนอยู่ในวรรคสองนะครับ ถ้าทําผิดนิดเดียวท่านก็ส่งคืน ถามว่าจําเป็นที่จะต้องส่งคืนหรือครับ จําเป็นต้องส่งคืนให้ภาคประชาชนไปเริ่มต้นใหม่ ให้ผู้ริเริ่มไปดําเนินการใหม่ ไปทํามาใหม่ มันไม่จําเป็นซึ่งในกระบวนการสามารถที่จะแก้ไขกัน ในระหว่างกระบวนการนั้นได้ ไม่จําเป็นต้องส่งคืน นี่สาระของมาตรา ๖ วรรคสาม อยู่ตรงเรื่องการส่งคืน ก็อยากให้ทางคณะกรรมาธิการไปทบทวนอีกครั้งหนึ่งนะครับ

สําหรับเรื่องกองทุน เมื่อได้ฟังคําชี้แจงแล้วผมก็ไม่ติดใจว่าถ้าเป็นไปตาม ที่ท่านชี้แจงก็คือว่าเป็นไปตามกฎหมายของกองทุนคือไปขอเอาเอง แต่เรียนกับท่านประธานว่า กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองงบประมาณปีนี้เราอนุมัติไปเท่าไรรู้ไหมครับท่านประธาน ๑๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท จะไปแย่งกันตรงไหนก็ขอเชิญเถอะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน สผ ๖/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) ธมนธรณ์ ๓๑/๒