รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในหมู่ที่ ๓ ตำบลหนองจิก อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย จำนวนประมาณ ๓๐ กว่าราย สืบเนื่องจากว่าไม่มีที่ทำกิน แล้วก็ปัจจุบันนี้ ได้ไปอาศัยที่ของเขตปศุสัตว์ซึ่งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลศรีคีรี และที่ทำกินนั้นเป็นเขตติดต่อ ระหว่างหมู่ที่ ๕ ตำบลศรีคีรี กับหมู่ที่ ๒ ตำบลหนองจิก อำเภอคีรีมาศ ซึ่งมีเนื้อที่อยู่ ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ แต่ว่าจริง ๆ แล้วเขตปศุสัตว์ตรงนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำอะไร แต่ว่าประชาชนได้ไปอาศัยที่ทำกินอยู่บ้างอยู่ประมาณ ๒๐๐ ไร่ แต่ว่าตอนนี้สำนักงานปศุสัตว์ พยายามที่จะให้พี่น้องประชาชนตรงนี้ได้ออกนอกพื้นที่ไม่ให้ที่ทำกินต่อไป พี่น้องประชาชน ในเขตตำบลหนองจิก หมู่ที่ ๓ ก็อยากจะเรียกร้องขอให้เขตปศุสัตว์ให้ความเห็นใจในการที่จะ ให้ที่ทำกินกับพี่น้อง หรือว่าจะให้เช่า เพราะตรงนี้ก็เป็นเขตของราชพัสดุครับ ในเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ผมก็ฝากถึง ท่านประธานนะครับว่าขอให้ทางสำนักงานปศุสัตว์โดยเฉพาะทางกรมได้อนุโลมให้กับพี่น้อง ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองจิก อำเภอคีรีมาศนี้ได้มีที่ทำกินชั่วคราวครับ ขอบคุณครับ
ท่านอำนวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เนื่องจากอำเภอโคกสำโรง ตำบลห้วยโป่ง หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๗ นะครับ ซึ่งในขณะนี้พี่น้องประชาชนชาวนาได้รับ ความเดือดร้อนจากฝนทิ้งช่วงช่วงภัยแล้ง ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ช่วยเร่งดำเนินการ แก้ไขปัญหาโดยใช้เครื่องสูบน้ำของกรมชลประทานเร่งสูบน้ำให้กับเกษตรกรด้วยครับ นี่คือเรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้พระภิกษุสงฆ์เดือดร้อน ไม่มีเจ้าภาพทอดกฐิน ก็อยากจะฝากให้ท่านประธานเป็นเจ้าภาพ และโดยเฉพาะ ส.ส. ๕๐๐ คนได้ไปร่วมทอดกฐินสามัคคีเพื่อความปรองดองและความสามัคคีของคนในชาติ ก็อยากจะให้ ส.ส. ทั้ง ๕๐๐ ท่านร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยการนำของท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรนะครับนำกฐินไปทอดวัดที่ไม่มีเจ้าภาพจองใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือเป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติในสภาผู้แทนราษฎร ของเราให้มีความรัก มีความสามัคคีมากยิ่งขึ้นโดยทอดกฐินสามัคคีร่วมกัน ขอบคุณครับ
ท่านเรวัต อารีรอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ผมเองได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็เขียนจดหมาย ผ่านมายังตู้ ปณ. ๙๙ ถึงคุณอัญชลี วานิช เทพบุตร และผมด้วยนะครับ เนื่องจากบริเวณ ถนนเทพกระษัตรีซึ่งเป็นถนนสายหลัก หมู่ที่ ๒ ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง บริเวณนั้น เขาเรียกว่าเป็นบริเวณโค้งคอเอน อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนนับสิบราย ในวันนี้ผมเองไม่ทราบว่าเป็นการผิดพลาดในการออกแบบของถนนหรือไม่ อย่างไร แต่สิ่งที่ น่าเป็นห่วงในฤดูการท่องเที่ยวมีผู้ใช้รถสัญจรบริเวณนี้ ถนนนี้เป็นอย่างมาก ผมเอง ขออนุญาตผ่านไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าให้รีบ ดำเนินการแก้ไขถนนเส้นนี้เป็นการด่วน ไม่อย่างนั้นด้วยความเป็นห่วงจะทำให้ พี่น้องประชาชนสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เรื่องถนนบริเวณถนนทางหลวง หมายเลข ๔๐๒๙ ถนนพระบารมีที่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักนำพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยวไปยังหาดป่าตอง ในบริเวณถนนเส้นนี้มีอยู่จุดหนึ่งครับเป็นบริเวณ ศาลเจ้าหลวงพ่อเสือเลยบริเวณนั้นไปนิดหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ขณะนี้คือพื้นที่ดินเริ่มสไลด์ (Slide) แล้ว ผมเองด้วยความเป็นห่วง แล้วร่วมด้วยกับพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรบริเวณนี้ กลัวว่าเส้นทางนี้จะสร้างปัญหาให้กับนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรบริเวณนี้ อยากให้ทางกระทรวงคมนาคมรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓ เรื่องด้วยกันเพื่อไปสู่กระบวนการ ในการแก้ไขปัญหานะครับ
เรื่องแรก นั้นเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน ของสถานีตำรวจภูธรเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี สืบเนื่องจากว่าวันที่ ๓๐ ตุลาคมที่ผ่านมา เวลา ๒๑.๓๐ นาฬิกา ได้มีคนร้ายจำนวน ๒ คนใช้จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ และใช้ปืน ขนาด ๙ มม. ยิงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีพร้อมด้วยคณะอีก ๕ ท่าน ด้วยกันในเขตเทศบาลตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุพี่น้องประชาชนนั้น ก็ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าผู้ถูกยิงนั้นเป็น ส.จ. เป็นนายตำรวจ ๒ ท่าน เป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นพี่น้องประชาชนอีก ๑ ท่านนะครับ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุแล้ว ก็มีการปิดข่าวเพื่อไม่ให้ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป และการสืบสวนสอบสวนนั้นก็ไม่คืบหน้า ไปถึงไหน ก็มีคนถามผมมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อได้โปรดเร่งดำเนินการเอาตัวคนร้ายนั้น มารับโทษให้ได้นะครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสื่อการเรียนการสอน เนื่องจากว่านโยบายนั้น ทางรัฐบาลมีนโยบายที่จะแจกแท็บเล็ต (Tablet) ให้กับเด็กนักเรียนชั้น ป.๑ โรงเรียน ทุกสังกัดในประเทศไทย แต่จังหวัดชลบุรีปัจจุบันนี้โรงเรียนที่สังกัด สพฐ. กับเอกชนได้รับ แท็บเล็ตไปหมดแล้ว ก็ยังคงเหลือแต่โรงเรียนที่ถ่ายโอนมาอยู่ทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาล ยังไม่มีโรงเรียนใดนั้น ได้รับการแจกแท็บเล็ตแต่ประการใด จึงเรียนฝากไปทางกระทรวงศึกษาธิการได้โปรด ดำเนินการด้วย
เรื่องสุดท้าย เป็นปัญหาเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมคือถนนทางหลวง หมายเลข ๓๒๔๕ สนามชัย-บ่อทอง ช่วงกิโลเมตรที่ ๒๔-๓๖ ชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ ยากในการสัญจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ใช้เส้นทางเส้นนี้ในการขนถ่ายพืชผล ทางการเกษตรไปสู่ตลาด ซึ่งได้รับปัญหาความเดือดร้อนมาก จึงเรียนไปทางกระทรวง คมนาคมได้โปรดดำเนินการแก้ไขเป็นการด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเดี๋ยวผมจะลำดับ ๖ ท่านนะครับ ท่านจะได้เตรียมตัวได้นะครับ ต่อไปท่านอาจารย์ผุสดี ตามไท ต่อมาท่านคุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า คุณหมอเหวง โตจิราการ เชิญอาจารย์ผุสดีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ เป็นอีกครั้งหนึ่งแล้วที่ดิฉันขออนุญาตนำความกังวลของพ่อแม่ ผู้ปกครอง มาหารือท่านประธาน วันนี้เป็นเรื่องอะไรนะคะ คือเป็นเรื่องของความสามารถในการใช้ ภาษาอังกฤษ ที่จริงก่อนหน้านี้พ่อแม่ ผู้ปกครองก็ได้ปรารภอยู่นานแล้วว่าคุณภาพการเรียน การสอนนั้นไม่สามารถทำให้ลูกหลานเขาได้สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ แต่ว่ามันไม่มีข้อมูล ยืนยัน วันนี้ท่านประธานคะ ลงในสื่อเมื่อสัก ๒-๓ วัน ชัดเจนเลยค่ะ มีผลการวิจัยของ บริษัท เอ็ดดูเคชั่น เฟิร์ส จำกัดซึ่งรายงานในสื่อต่างประเทศ คือนิวยอร์กไทม์ แล้วก็จัดอันดับของ ประเทศไทยเอาไว้ ในเรื่องความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เขาไปสำรวจในกลุ่มประเทศ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ไปสำรวจใน ๕๔ ประเทศ ท่านประธานคะ แล้วก็สุ่ม ไปถึงตัวคนประมาณเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนทั่วโลก แล้วพบว่าอะไรคะ น่าตกใจมากเลย ประเทศไทยเราอยู่อันดับที่ ๕๓ จาก ๕๔ ประเทศ ต้องนับว่าเป็นรองบ๊วยทีเดียว แต่ว่า ท่านประธานคะ ดิฉันดีใจที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ได้ตอบรับ อย่างทันควัน แต่กระนั้นดิฉันก็ยังจะขออนุญาตหารือท่านประธานอยู่ดี ทำไมหรือคะ เพราะว่าความสามารถในเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษนั้นเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาตัวเอง แล้วก็พัฒนาประเทศชาติด้วย มีบางคนพยายามปลอบใจตัวเองบอกว่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครนี่ เพราะฉะนั้นก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราต้องหยุดเสียทีค่ะเรื่องนี้ แล้วบางคน ก็บอกว่าไม่เป็นไรใช้ล่ามได้ ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือว่าผู้นำองค์กรใช้ล่ามได้ ถูกต้องค่ะ แล้วก็ควรจะใช้ ดีกว่าจะพูดผิด ๆ ถูก ๆ แต่ว่า ประชาชนทั่วไปนั้นไม่สามารถจะมีล่ามได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งเลยที่จะต้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ อยากจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอย่ามัวแต่หาครูเก่ง ๆ อยู่เพียง อย่างเดียวเลยค่ะ พร้อม ๆ กันไปนั้นก็น่าจะช่วยกันพัฒนาสื่อต้นแบบที่จะนำไปใช้ ในการเรียนการสอนแบบทางไกล รวมทั้งให้นักเรียนและใครก็ตามไปฝึกฝนด้วยตัวเองก็ได้ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ ผมมีโอกาสไปอบรมสัมมนาที่จังหวัดเชียงราย ไปพร้อมกับ ท่านประธาน แล้วไปเห็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นโรงเรียนที่สอนลูกหลาน ของเราที่อยู่บนภูเขา โดยเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิก็ทราบว่าเด็กไม่มีที่เรียน ท่านประธานครับ ผมมีรูปซึ่งได้ขออนุญาตแล้วนะครับ เป็นโรงเรียนที่จังหวัดชัยภูมิ รูปนี้เป็นบ้านพักครู สภาพแย่มาก แล้วเด็กไม่มีที่เรียนต้องมาอาศัยข้างล่างเรียนอนุบาลนะครับ ข้างบนครูอยู่ กางมุ้งอยู่ ถ้าฝนตกก็ต้องมาอยู่ข้างล่าง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่าให้ไปดูที่ไกล ๆ บ้าง เพราะว่าอยู่ในกรม มีคุณครูผู้มีความรู้มากมาย ตำแหน่งใหญ่โตมากมาย อยู่ห้องดี ๆ โรงเรียนใหญ่ ๆ แล้วอีกอย่างคืองบประมาณต่าง ๆ ที่ไปจัดสรรเลี้ยงฉลองเลิกได้ไหมครับ เอางบเหล่านี้ ไปสร้างโรงเรียน ผมอยากกราบเรียนไปยังท่านประธานนะครับ ปรึกษาท่านแล้วก็ไปยัง กระทรวงศึกษาธิการ อยากให้สภาหางบประมาณเป็นกรณีพิเศษไปช่วยเหลือนักเรียนเหล่านี้ เด็กเป็นอนาคตของชาติ ถ้าเจอสภาพอย่างนี้ครูก็ไม่มีกำลังใจจะสอน เด็กก็ไม่รู้จะเรียน อย่างไรครับ มันเป็นลักษณะที่เรียกว่าไกลปืนเที่ยงจริง ๆ นะครับ อยากให้ท่านประธาน กำชับของบประมาณให้สภาก็ได้ครับ ไปทำบุญเสียทีให้เด็กนักเรียนที่อยู่ห่างไกลได้มีที่เรียน สมภาคภูมิที่เกิดเป็นคนไทยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เดี๋ยวขอรูปภาพประกอบเพื่อจะส่งไปที่กระทรวงศึกษาธิการด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ไปเอา รูปภาพมา เชิญท่านกรณ์ จาติกวณิช ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดร้อยเอ็ด และได้มีโอกาส ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่บ้านวังยาว อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ชาวบ้านแถวนั้นมีประเด็นปัญหาหลัก ๆ ที่ต้องการการดูแลเร่งด่วนอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือปัญหาภัยแล้ง เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาการได้รับค่าชำระจากการนำข้าวเข้าสู่ โครงการรับจำนำข้าวล่าช้า
ในส่วนของปัญหาแรกทางชาวบ้านก็เข้าใจว่าประเด็นปัญหาภัยแล้งส่วนหนึ่ง มาจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่น้ำฝนน้อย แต่ขณะเดียวกันชาวบ้านก็เข้าใจว่าส่วนหนึ่ง ก็มาจากการตัดสินใจของหน่วยงานราชการและรัฐบาลในการพร่องน้ำตลอดช่วงหลายเดือน ที่ผ่านมาที่ผิดพลาด ปกติจะมีการพร่องน้ำช่วงระหว่างเดือนธันวาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม จากเขื่อนอุบลรัตน์ประมาณวันละ ๖,๐๐๐,๐๐๐-๗,๐๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แต่ตลอดช่วง ที่ผ่านมามีการปล่อยน้ำออกมาประมาณวันละ ๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็มีการปล่อย ช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงช่วงกลางฤดูฝนคือเดือนสิงหาคมด้วย ทำให้ระดับน้ำ ในเขื่อนอุบลรัตน์ ณ ปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ควรคืออยู่ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และทำให้ มีคำสั่งจากหน่วยราชการให้ระงับการทำข้าวนาปรัง ตรงนี้ผมจึงขออนุญาตผ่านท่านประธาน เสนอแนะไปทางรัฐบาลให้มีมาตรการ ๒ มาตรการ ช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ อันดับแรกในส่วนของชาวบ้านที่มีคำสั่งห้ามทำข้าวนาปรังในลุ่มแม่น้ำชี ขอให้รัฐบาล ได้พิจารณาจ่ายเงินส่วนต่างชดเชย ซึ่งสามารถที่จะคำนวณได้จากราคาจำนำข้าวหักออกจาก ต้นทุนของชาวนา เพื่อชาวนาจะได้ไม่สะดุดในเรื่องของรายได้ของตน ส่วนเรื่องของ การชำระเงินล่าช้ากับ ธ.ก.ส. ในโครงการรับจำนำข้าว ขอให้ ธ.ก.ส. พิจารณาที่จะยกเว้น การคิดดอกเบี้ยจากชาวนาที่นำข้าวเข้าสู่โครงการแล้วแต่ยังไม่ได้รับการชำระเงินครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรก ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือดิฉันเองได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องในจังหวัดชัยภูมิเกี่ยวกับไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ เขาร้องเรียนกับดิฉันมาว่า ปัจจุบันนี้ด้วยความที่หมู่บ้านเองได้มีการขยายขนาดออกไปค่อนข้างมาก ทำให้กำลังส่งไฟฟ้า หม้อแปลงของไฟฟ้าที่ผ่านการใช้งานมากว่า ๒๐ ปี แล้วก็สายกำลังส่งไฟฟ้าซึ่งเมื่อก่อนใช้แค่ ๒ เฟส (Phase) ก็เพียงพอกับความต้องการในการใช้ไฟฟ้า แต่ปัจจุบันด้วยความที่มีจำนวน ประชากรเพิ่มขึ้น หมู่บ้านขยายตัวกันมากขึ้นทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ก็อยากจะ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ช่วยไปดำเนินการแก้ไขด้วยค่ะ เนื่องจากตอนนี้พี่น้องบอกดิฉันว่าแค่ลมพัดมาไฟฟ้าก็ดับไป ๓-๔ ชั่วโมง บางครั้งตื่นมาแต่เช้า ไฟฟ้าก็ดับ หุงข้าวแค่กดสวิตช์ข้าวยังไม่ทันจะสุกจะได้ข้าวรับประทานไฟฟ้าก็ดับ กว่าจะได้รับประทานข้าวผ่านไปถึงประมาณสิบโมงเช้าหรือสิบเอ็ดโมงเช้า ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการแก้ไขด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับ พี่น้องชาวตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เขาร้องเรียนกับดิฉันมาว่าปัจจุบัน เรื่องระบบน้ำประปาที่ใช้ภายในหมู่บ้าน หมู่บ้านบางแห่งมีการใช้น้ำประปาถึง ๔ หมู่บ้านด้วยกัน ยิ่งหมู่บ้านไหนมีที่ตั้งของโรงเรียน โดยเฉพาะที่โรงเรียนโนนน้อยแผ่นดินทองมีนักเรียนแล้วก็ครูบาอาจารย์ถึงประมาณ ๓๐๐ กว่าคน บางครั้งไม่มีน้ำประปาใช้ต้องไปสูบน้ำจากแม่น้ำชีมาเพื่อใช้ซึ่งก็ยากลำบาก ในการที่จะลำเลียงน้ำมาใช้ในโรงเรียนค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังการประปา ส่วนภูมิภาคให้ช่วยเร่งรัดในการดำเนินการแก้ไขด้วยค่ะ แล้วพี่น้องบอกดิฉันอีกนะคะว่า น้ำประปาที่เขาใช้ในปัจจุบันนี้มีสีขุ่นแล้วก็มีตะกอนมีกลิ่นที่ไม่ค่อยดีค่ะ แล้วที่สำคัญ ไหลไม่เป็นเวลา ตอนเช้าซึ่งจำเป็นในการที่เด็กแล้วก็ผู้ปกครองจำเป็นต้องใช้ก็ไม่ไหลค่ะ จะไหลอีกทีประมาณ ๔ ทุ่ม หยุดไหลอีกทีตอนตีห้า ซึ่งตอนนั้นไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ น้ำประปาแล้วค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานก็คือการประปา ส่วนภูมิภาคให้ช่วยดูแลในเรื่องการขยายเขตน้ำประปาแล้วก็ปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านเจือ ราชสีห์
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ดังนี้นะครับ
ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนในขณะนี้พี่น้องประชาชนของจังหวัดสงขลา ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลามีความตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง ในกรณีที่บริษัทเอกชน ได้นำสารกัมมันตรังสีไปเก็บเอาไว้ในบริษัท ซึ่งตัวบริษัทตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา มีชุมชนหนาแน่น แล้วก็มีโรงเรียน มีสถานที่ราชการ แล้วก็ใกล้กับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขณะนี้พี่น้องประชาชนก็มาถามกับผมว่าท่าน ส.ส. เรื่องนี้จะแก้อย่างไร จะทำอย่างไร จะให้ย้ายออกไปได้ ผมก็บอกว่าผมจะมานำเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะให้ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับว่าให้ท่านมีบัญชาไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งดูแลหน่วยงานก็คือสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ซึ่งเป็นผู้ที่อนุญาตเอาไว้นะครับ ว่าให้อนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์อะไรที่จะให้เก็บเอาไว้นะครับ แล้วทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ทราบไหมว่าเก็บอยู่ในที่ชุมชน ซึ่งมีชุมชนหนาแน่นมาก ๆ แล้วมันจะไม่เกิดอันตรายขึ้น
ประการที่ ๒ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า ไปดูสุขภาพของประชาชนละแวกนั้นว่ามีเกิดสารพิษ สุขภาพของพี่น้องประชาชน จะอันตรายหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่อยากจะนำเรียนท่านประธานสภา เรื่องนี้พี่น้องประชาชน ในเขตเทศบาลนครสงขลาตื่นตระหนกมาหลายสัปดาห์แล้วครับ แล้วก็ขณะนี้ หน่วยงานหลายหน่วยงานก็ลงไป วันนี้ผมได้รับทราบว่าผู้ตรวจการแผ่นดินก็ลงไป เพื่อไปฟังข้อเท็จจริง ผมก็ขออนุญาตท่านประธานสภานำเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีด้วย ขอขอบคุณครับ
คุณหมอเหวงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง เป็นเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของชาวบ้าน
เรื่องแรก ชาวบ้านโทรศัพท์มาหาผมมากครับ เรื่องที่ฟีฟ่า (FIFA) เขาประกาศไม่ใช้สนามฟุตซอลที่เขตหนองจอกครับ เขามีความรู้สึกเสียหายมาก เพราะประเทศทั้งประเทศเสียหายครับ ทำให้ความตั้งใจที่อยากจะเป็นฟุตบอลโลก หรือว่าโอลิมปิก อันตรธานหรือสูญหายไปหรืออาจจะเลื่อนเวลาไปอีกยาวไกล เขาฝากผมให้ กราบเรียนท่านประธานนะครับช่วยกรุณาไปถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหน่อยว่า จะรับผิดชอบอย่างไร ช่วยกรุณาตำหนิติติงท่านหน่อยนะครับว่าท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไร
เรื่องที่ ๒ อยากกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องเงินเยียวยาช่วยน้ำท่วม ตรงจรัญสนิทวงศ์นี่ชาวบ้านยังมาถามไถ่จากผมเลย ผมก็เลยไปถามไถ่จากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลได้เอาเงินลงไปเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้วนะครับ ไม่ทราบว่าติดค้างอยู่ที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือเปล่าครับ ก็เลยทำให้เงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมไปไม่ถึง ราษฎรสักที นอกจากนี้ยังมีอีกจังหวัดหนึ่งนะครับก็คือจังหวัดนนทบุรีด้วยเช่นกันนะครับ ที่อำเภอบางบัวทองเงินเยียวยาช่วยเหลือน้ำท่วมที่รัฐบาลจ่ายลงไปเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ทำไมไม่ถึงมือราษฎรสักที ต้องอาศัยบารมีท่านประธานช่วยกรุณาไปสอบถามให้หน่อยนะครับ
เรื่องที่ ๓ ในสนามบินดอนเมืองสัญญาณวายฟาย (Wi-Fi) ที่จะใช้ ต่ออินเทอร์เน็ต (Internet) ยังไม่สามารถใช้ได้ ยกเว้นเราจะต้องไปอาศัยใบบุญ ของบริษัทการบินไทย ซึ่งอันนี้มันเป็นเรื่องที่เสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมือง เพราะว่า ใครต่อใครที่ไปใช้สนามบินดอนเมืองเขามีความจำเป็นในการที่จะติดต่อทางด้านอินเทอร์เน็ต ทุกเรื่องนะครับ แต่ปรากฏว่าจะต้องเฉพาะคนซึ่งมีบัตรโดยสารและต้องคีย์ (Key) ที่นั่งนี้เข้าไป ในคอมพิวเตอร์จึงจะสามารถใช้สัญญาณวายฟายได้ อย่างนี้มันจะกลายเป็นว่าประเทศไทย กลายเป็นประเทศอนาถาหรืออย่างไร แล้วมันไม่เพียงแต่สนามบินดอนเมืองอย่างเดียว สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานช่วยกรุณา ไปติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่อยว่าอย่างน้อยที่สุด สนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินดอนเมือง วายฟายต้องใช้ฟรีสำหรับทุกคนครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปอีก ๖ ท่านนะครับ ต่อไปเป็นอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แล้วก็มาที่ท่านมนพร เจริญศรี ท่านที่ ๓ ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ท่านที่ ๔ ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ท่านที่ ๕ วัชระ เพชรทอง ท่านที่ ๖ ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉัน มีเรื่องหารืออยู่ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก ดิฉันเคยกระทู้ถามกระทรวงสาธารณสุขเรื่องที่ไปจัดตั้ง ไปอบรม แล้วก็จัดตั้งสมาคม อสม. นครบาล ซึ่งเอา อสส. ซึ่งเป็น อสม. ของกรุงเทพมหานคร มาจัดอบรม ดิฉันนึกว่าเลิกไปแล้วเพราะว่ามันสิ้นปีงบประมาณ ดิฉันทราบว่าจะทำอีกแล้ว ๕,๐๐๐ คนนี้จัดอบรมรุ่นละคนมันไม่มีคุณภาพเลย เอาปริมาณอย่างเดียว แล้วทำให้ อสส. ของกรุงเทพมหานครสับสนมากเลยว่าเป็น อสม. กับ อสส. มันต่างกันอย่างไร ดิฉันไม่เข้าใจว่ากระทรวงสาธารณสุขจะทำไปทำไม จะทำอีก ๕,๐๐๐ คนนี้นะคะ คราวที่แล้ว ๕,๐๐๐ คน ใช้งบไป ๑๕ ล้านบาท ปีนี้จะใช้อีก ๒๒ ล้านบาท ก็เรียนว่า เมื่อมีรัฐมนตรีใหม่ เมื่อมีอธิบดีใหม่แล้วก็กรุณาทบทวนด้วย อสม. กระทรวงสาธารณสุข ควรจะไปอบรมหรือไปพัฒนา อสม. ที่อ้างว่ามี ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน อสส. มีแค่หมื่นเดียว ให้ กทม. เขาทำไปเสีย มันจะได้ไม่สับสน กรุณานะคะ ท่านอธิบดีใหม่ ท่านรัฐมนตรีใหม่ อย่าเชื่อรองอธิบดีแล้วก็ผู้ตรวจเขต กทม. ซึ่งกลัวตัวเองไม่มีงานจะทำมากนัก ทบทวนเสียนะคะ
เรื่องที่ ๒ น้ำท่วม งบน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร รัฐมนตรี มท. ๑ คนเดิม ก็พูดว่ารัฐบาลยังไม่ได้ให้เงิน กทม. อีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็จ่ายเขาเสียให้ครบ เขาจะได้เอาไปมอบ ไปแจกให้พี่น้องประชาชน
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องภัยแล้ง ตอนนี้อยากเรียกร้องให้ประชาชนทุกจังหวัด ที่ประสบภัยแล้งตรวจสอบงบขุดลอกคูคลอง ห้วยหนองคลองบึงทั้งหลาย เพราะตอนนี้ พอแล้งแล้วห้วยหนองคลองบึงทั้งหลายมันจะแห้ง แล้วประชาชนจะตรวจสอบได้ว่า ที่ขอว่าจะขุดลึก ๒ เมตร ๓ เมตร มันเหลือแค่เมตรเดียวหรือเปล่า กรุณาช่วยกันตรวจสอบ ทั่วประเทศด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมได้หารือในวันนี้ เนื่องจากผมมีภารกิจประชุมคณะกรรมาธิการยังไม่เสร็จเลย แต่ว่าความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนต้องมาก่อน บ้านผมเขตเลือกตั้งที่ ๖ มีอำเภอไชยวาน อำเภอกู่แก้ว อำเภอวังสามหมอ และอำเภอศรีธาตุ เกิดปัญหาภัยแล้ง แต่ว่ารัฐบาลก็ได้ไปช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ ให้ข้าราชการได้ออกไปช่วยเหลือต่าง ๆ อันนั้นก็คือผ่านไป ก็เลยอยากจะฝากท่านประธานถามไปยังรัฐบาลว่าภัยแล้งจะเหมือนกับภัยน้ำท่วมไหม น้ำท่วม รัฐบาลให้ค่าชดเชยไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท อันนั้นน้ำท่วมนะครับ แต่ว่าภัยแล้งนี้รัฐบาล จะช่วยเหลือไร่ละ ๒,๒๒๒ บาทหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ เรื่องอ้อย รัฐบาลจะชดเชยอย่างไร จะเป็นไร่ละหรือว่า จะชดเชยเรื่องพันธุ์อ้อย จะชดเชยเรื่องต่าง ๆ ของภัยแล้งที่ประสบกับพี่น้องชาวไร่
ประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ได้ร้องขอมา ฝากผู้ขับรถในบริเวณสภาด้วยนะครับ ช่วยเบา ๆ หน่อยนะครับ อย่าเร่งแรงนัก เดี๋ยวก็จะไปชนเจ้าหน้าที่ตำรวจตายนะครับ อันนี้ฝากท่านด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมี เรื่องหารือท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยผมได้รับ การร้องเรียนจากนายสำเริง พรมเจือ ตัวแทนเกษตรกรอำเภอบ้านด่านลานหอย แจ้งให้ทราบว่าราษฎรตำบลตลิ่งชัน ตำบลวังลึก ตำบลวังตะคร้อ ตำบลหนองหญ้าปล้อง และตำบลลานหอย ของอำเภอบ้านด่านลานหอย ซึ่งราษฎรนั้นได้รับอนุญาต ให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน และทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น ก็ได้ให้เอกสารสำคัญเป็น ส.ป.ก. ๔-๐๑ หลายร้อยรายแล้ว ประมาณ ๓๐๐ กว่าแปลง ซึ่งราษฎรนั้นก็ได้เข้าทำกินโดยปลูกข้าว ทำพืชไร่มากว่า ๑๐ ปี แต่เมื่อประมาณ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง กรมป่าไม้ได้มีโครงการสำรวจพื้นที่ป่าในเขตปฏิรูปที่ดินที่จะกัน กลับคืนมายังกรมป่าไม้ จึงได้มีหน่วยงานของกรมป่าไม้ โดยเฉพาะหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สท. ๖ บ้านลานกระบือ เข้าไปจับกุมหรือกันไม่ให้ราษฎรเข้าไปทำกินในที่ดินซึ่งเขาเคยทำกินอยู่ สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนหลายตำบล จึงอยากกราบฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมป่าไม้ ในส่วนของที่ราษฎรมีเอกสารสิทธิเป็น ส.ป.ก. ๔-๐๑ แล้ว ก็อยากจะฝากท่านประธานอย่าได้ไปเกี่ยวข้องกับทางราษฎรที่ทำกินอยู่นะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งตอนนี้ พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากว่าฝนแล้ง ทำให้พืชที่ปลูกเกิดการสูญเสีย บางพื้นที่ไม่สามารถที่จะเก็บเกี่ยวได้เลย บางพื้นที่กำลังอยู่ในห้วงแห่งการสงสัยว่าจะสามารถ เก็บเกี่ยวได้หรือไม่เพราะขาดน้ำ ปัญหาก็คือว่าตอนนี้มีบางพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำพอที่จะนำน้ำ ไปสู่ไร่นาเกษตรกรได้ แต่ไม่สามารถที่จะนำแหล่งน้ำเหล่านั้นหรือนำน้ำเหล่านั้นไปสู่ไร่นา เกษตรกรได้ จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะบรรเทาทุกข์ ให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการขุดบ่อบาดาลหรือการแก้ไขปัญหาระยะยาว เนื่องจากว่าผมได้รับการร้องขอ ร้องเรียน เพื่อที่จะให้ผมมาหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากท่านนายกเทศมนตรีตำบลพระบุ อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น เพื่อที่จะทำการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำเพื่อนำน้ำไปสู่ไร่นาของเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ เกษตรกรนั้นถือว่าเป็นผู้ที่มีโอกาสเลือกน้อย ทำการเกษตรก็อาศัย แหล่งน้ำจากธรรมชาติ อาศัยจากฝน แต่ทีนี้เมื่อทำไปแล้วผลที่ตามมาบางทีก็ฝนทิ้งช่วง บางทีก็เกิดปัญหาเกี่ยวข้องกับราคา โอกาสอย่างนี้ก็ขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานเพื่อที่จะบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นประชากรหรือประชาชน ที่เสียโอกาสหรือขาดโอกาสในการทำอาชีพ ในการสร้างอาชีพหรือสร้างรายได้ให้กับตัวเอง จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับ พี่น้องเกษตรกร ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านตะโละใสจากจังหวัดสตูล จำนวน ๕๐ ท่าน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่นะครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรก ท่านประธานครับ ได้รับการร้องเรียนจากนายจำนงค์ มินทะขัด ผู้สมัครนายกเทศมนตรี ตำบลป่าตาล อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงรายว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จาก กกต. จังหวัดเชียงราย ขอให้ กกต. ใหญ่ที่กรุงเทพฯ ได้โปรดพิจารณา
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ป้ายซอยกระทุ่มล้ม ๕ ปากซอยหมู่บ้านปรีชา ถนนพุทธมณฑลสาย ๔ จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยตู้ไปรษณีย์และต้นไม้ถูกรถชนล้มพัง ชาวนครปฐมร้องเรียนมาขอให้การสื่อสารแห่งประเทศไทยไปติดตั้งตู้ไปรษณีย์และ ให้เทศบาลเมืองกระทุ่มล้มได้ปลูกต้นไม้ใหม่และทำป้ายใหม่โดยด่วน
เรื่องที่ ๓ ชรบ. ชุดคุ้มครองหมู่บ้านจากจังหวัดมุกดาหารร้องเรียนมาว่า ตำรวจจังหวัดมุกดาหารบางคนรับส่วยสุนัข คือมีการนำสุนัขข้ามไปต่างประเทศ บริเวณจังหวัดมุกดาหารพร้อมทั้งไม้พะยูง ขอให้ตำรวจเลิกรับส่วยและขอให้ กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลในเรื่องเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือนให้กับชุด ชรบ.
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ เป็นเรื่องสืบเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ขออนุญาตท่านประธานแสดงภาพพระพุทธรูป ภาพพระสงฆ์ในสถานประกอบการ ท่านประธานครับ ภาพแรกเป็นภาพพระนั่งอยู่บนโต๊ะครับท่านประธาน เป็นรูปปั้นครับ ที่ร้านสตาร์ โดม อินน์ ถนนรามบุตรี ถนนข้าวสาร ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งคือร้านนี้ครับ สตาร์ โดม อินน์ นะครับ รูปที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นภาพพระสงฆ์ รูปปั้นพร้อมกับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ไม่เหมาะสมอีกเหมือนกันครับ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานเขตพระนครมัวทำอะไรอยู่ รวมทั้งตำรวจท่องเที่ยว ทำไมไม่เข้าไปดำเนินการ ภาพนี้อยู่ที่ร้านวิลล่า ชาช่า ครับท่านประธาน ส่วนภาพนี้ เป็นภาพพระพุทธรูปหน้าร้านรักน้องโบว์ ไม่เกี่ยวกับน้องเอท่านประธาน และนี่ครับภาพพระ เข้าใจว่าเป็นปัญจวัคคีย์ทั้งห้ากำลังไหว้พระพุทธเจ้า ซึ่งภาพทั้งหมดแสดงอยู่ที่ถนนรามบุตรี ใกล้กับถนนข้าวสาร สุดท้ายท่านประธานครับเป็นภาพเปรต ซึ่งผมคิดว่าน่าเสียหาย เพราะมันหน้าตาเหลี่ยม ๆ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหลายทั้งปวงอยากให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม กรุงเทพมหานคร ได้โปรดเร่งดำเนินการครับ อย่าให้ได้มีภาพเหล่านี้ ซึ่งเป็นการดูหมิ่นทิ่มตำหัวใจชาวพุทธ ผมในฐานะลูกศิษย์วัดศานติไมตรีและลูกศิษย์ พระอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ขอร้องเรียนท่านประธานเพื่อได้โปรดแจ้งไปยังหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับพระพุทธศาสนาของเราด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวท่านเอารูปมาด้วยจะได้ส่งไปที่กรุงเทพมหานครให้เขารีบดำเนินการ ต่อไปเป็น ท่านอนุรักษ์ บุญศล เจ้าหน้าที่ไปเอารูปมาด้วย ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ เดี๋ยวนี้นั้นแล้งมาก แล้งจนดินแตกระแหงไปหมด ทีนี้ดิฉันต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่รับผิดชอบเรื่องน้ำบาดาล แม้นว่าใน ๔-๕ วันที่แล้วมาจะมีการขุดเจาะน้ำบาดาล แล้วก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ออกไปตรวจเยี่ยม น้ำใต้ดินพุ่งขึ้นมานั้นพี่น้องประชาชนถึงกับหลั่งน้ำตาเลย เพราะว่ามันแล้งจริง ๆ แต่ว่าจำนวนที่ได้นั้นน้อยมากอำเภอหนึ่ง ๒ จุด ๒๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๒ จุดจะแก้ปัญหากันได้อย่างไร จึงร้องขอท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าสิ่งที่น้ำใต้ดินได้พุ่งขึ้นมาด้วยการเจาะบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนั้นเป็นผลจริง ๆ และสามารถที่จะทำนาได้ ดังนั้นแล้วอำเภอสว่างแดนดิน อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอส่องดาว และจังหวัดสกลนคร ทั้งจังหวัดนั้นเร่งขอบ่อบาดาลให้เป็นมรรคเป็นผลกับพี่น้องประชาชน เพราะว่าแล้งมาก จริง ๆ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปอีก ๕-๖ ท่าน ท่านรังสิมา รอดรัศมี แล้วก็มาที่ท่านมนพร เจริญศรี ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านนิยม วรปัญญา ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านวันชัย บุษบา เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเป็น ส.ส. จังหวัดสมุทรสงครามนะคะ แต่ได้รับการร้องเรียน จากเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ พนักงานของสำนักงานสรรพากรพื้นที่ยะลา จังหวัดยะลานะคะ เพราะว่าดิฉันไปทำคลอดที่จังหวัดยะลา สมัยเรียนนะคะไม่ใช่ตอนนี้ ก็ได้ไปพบกับเพื่อน ๆ ที่เป็นสรรพากร ได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวทิฆัมพร มุสิกเจริญ นางสาวนภิสา เหง้ายุทากร นางสาวสุกัญญา จิตราช นางสาวกรรณิการ์ ศิริ นายอนุชิต อินทรสกุล นายมุฮัยมิน เซะบิง นายสมบัติ สุขโข อันนี้เป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสรรพากรพื้นที่ยะลา ในเขตพื้นที่จังหวัดยะลา ได้ร้องเรียนมาว่าให้ดิฉันช่วยหารือท่านประธานขอเงินเพิ่มพิเศษ สำหรับการสู้รบของ กอ.รมน. เพราะว่าข้าราชการและลูกจ้างที่ปฏิบัติงาน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องได้รับเงิน พ.ส.ร. แต่ว่าบุคคลพวกนี้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากกับท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ถามมาว่า ลูกจ้างชั่วคราวที่เหมาบริการมีสิทธิได้เงินเสี่ยงภัยหรือไม่ ช่วยตอบให้กับสำนักงานสรรพากร พื้นที่ยะลาในจังหวัดยะลาให้ทราบด้วย
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการเก็บเงินค่าไฟฟ้า ขณะนี้การไฟฟ้าไม่ได้จ้าง เจ้าหน้าที่ไปเก็บเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้า ก็ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าตามบ้านนี่มาจ่ายเงินเอง โดยไปจ่ายเงิน ที่เซเว่น-อีเลฟเว่นจะต้องเสียค่าบริการ ๑๕ บาท แต่คนที่อยู่ในสวน ในไร่ ในนา เขาไม่มีเซเว่น-อีเลฟเว่นในพื้นที่ เขาจะต้องออกมาตลาด จะต้องเสียค่ามอเตอร์ไซค์ ค่ารถเมล์ ค่าเสียเวลา แล้วก็ถ้ามาช้าก็ถูกปรับอีก ๑๐๗ บาท เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าให้หาวิธีช่วยเหลือผู้ที่ใช้ไฟฟ้าให้สามารถจ่ายเงินได้ ณ ที่บ้านเลย ไม่ต้องให้เขาจะต้องเดินทางมานะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านมนพร เจริญศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ขณะนี้พี่น้องประชาชนที่ได้ประสบปัญหาภัยแล้งในทุกพื้นที่ แต่รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่ได้ละเลยในการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการทำฝนเทียม เรื่องของการขุดเจาะน้ำบาดาล เรื่องของการนำน้ำดื่ม น้ำใช้ ไปให้ถึงทุกครัวเรือนในแต่ละพื้นที่ บางพื้นที่ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่บางพื้นที่ยังรอรับการแก้ไขปัญหาอยู่ ดิฉันได้กำชับไปถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นองคาพยพซึ่งเป็นแขน ขา เป็นมือไม้ของรัฐบาลได้ใส่ใจปัญหาของพี่น้องประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดนครพนมร้องขอมาว่าขณะนี้ชาวจังหวัดนครพนมได้ประสบปัญหาภัยแล้ง อย่างหนัก ขณะนี้ทางอำเภอแล้วก็เกษตรอำเภอได้ทำการสำรวจที่จะนำเงินชดเชยภัยแล้ง ไปให้พี่น้องประชาชน ซึ่งเงินชดเชยภัยแล้งตามมติ ครม. ได้ตั้งไว้ที่ ๖๐๖ บาท แต่เงินที่ชดเชยน้ำท่วมไร่ละ ๒,๒๐๐ บาท ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากจะให้ ครม. ได้ทบทวน การจ่ายเงินภัยแล้งให้ปรับขึ้นมา จาก ๖๐๖ บาท เป็น ๒,๒๐๐ บาท ต่อไปในอนาคตด้วยค่ะ นี่เป็นความหวังของชาวไร่ ชาวนา แล้วก็เป็นความหวังของคนอีสานค่ะ
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้ออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ก็มีความต้องการในเรื่องคลองส่งน้ำด้วยไฟฟ้า เพราะพื้นที่ ดังกล่าวนอกจากเป็นพื้นที่ในการทำไร่นา แล้วยังเป็นพื้นที่ในการปลูกแตงกวา ถั่วฝักยาว แล้วก็แตงโมปลอดสารพิษ ถ้าพื้นที่ดังกล่าวได้มีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถ เพิ่มผลผลิตในทางการเกษตรแล้วก็เพิ่มรายได้สู่ครัวเรือน ดิฉันขอความเมตตาจาก ท่านประธานไปสู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ท่านพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ที่ได้มีความใส่ใจต่อปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรต่อไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์
เรื่องแรก ที่จะขอหารือท่านประธานก็คือพี่น้องผู้สูงอายุในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลายพื้นที่ร้องเรียนมาว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่รัฐบาลจัดให้ตามขั้นบันได ปรากฏว่างวดเดือน ตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนติดต่อกัน ๒ เดือนแล้วยังไม่ได้สักขั้นหนึ่งเลยนะครับ ก็คือไม่มีเงินส่งไปให้ สอบถามไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็บอกว่ารัฐบาลยังไม่จัดเงิน โอนไปให้ แล้วท้องถิ่นเองก็ไม่มีเงินสำรองจ่าย บางท้องถิ่นที่มีเงินสำรองจ่ายเนื่องจาก มีผู้สูงอายุจำนวนน้อยก็ได้เงินไป แต่ว่าท้องถิ่นใหญ่ ๆ ที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากก็ไม่มีเงิน ที่จะโอนเข้าบัญชีของผู้สูงอายุ ก็ขอหารือรัฐบาลให้เร่งดำเนินการ เพราะว่าพี่น้องผู้สูงอายุ ในภาคใต้ในช่วงทำบุญเดือนสิบ ช่วงออกพรรษาไม่มีเงินทำบุญ ก็ขอความกรุณาได้เร่งรัด เรื่องนี้ด้วย แล้วก็ในช่วงรอยต่อปีงบประมาณ เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน จะเป็นอย่างนี้ ทุกปี ก็ขอให้ดำเนินการด้วย
เรื่องที่ ๒ วัดคงคาเลียบ อยู่ตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำเรื่องมาถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้บอกว่าให้จัดทำงบประมาณในการก่อสร้างเขื่อน ป้องกันริมตลิ่งคลองท่าซักซึ่งเป็นคลองที่อยู่ติดกับวัดคงคาเลียบมีปัญหาน้ำกัดเซาะจนเขื่อน กั้นเดิมพังทลายก็จะทำใหม่ ก็ปรากฏว่าส่งเรื่องมาแล้วก็เงียบหายไป อยากทราบว่าโครงการ ดังกล่าวได้รับการพิจารณาหรือไม่ อย่างไร แล้วก็จะได้เมื่อไร แล้วถ้าเกิดไม่ได้ ทางกรมเจ้าท่าหรือกรมโยธาธิการและผังเมืองจะมีบทบาทไปช่วยเหลือได้หรือไม่ อย่างไร
เรื่องที่ ๓ ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ พี่น้องที่ตำบลกำแพงเซา และ ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนผลไม้และยางพารานะครับ ยางพาราราคาตกต่ำมาก ขี้ยางหรือเศษยางราคาเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง ๔๐ บาทแล้ว ปรากฏว่าสวนมะพร้าวซึ่งปลูกแซมในสวนผลไม้ก็ราคาตกต่ำด้วย เหลือลูกละ ๑ บาทนะครับ และเมื่อมาอยู่ในมือพ่อค้ากลายเป็นลูกละ ๑๐ บาท และเมื่อเกษตรกรต้องไปซื้อมะพร้าวขูด ในตลาดพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ ๕๐ บาทซึ่งไม่เป็นธรรม ก็ขอความกรุณาให้รัฐบาลมอบหมาย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลด้วยไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ กระทรวงพาณิชย์ ขอบคุณครับ
ท่านนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรจำนวนมาก เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมนั้นที่ลำนารายณ์ ไม่มีแขวง เพราะว่าแขวงที่ลำนารายณ์ถูกกระแสพายุ ยังไม่มีตัวแขวงก็เลยไม่มี การสำรวจให้ ถนนทั้งหมด ๓๙ สาย พอเขาร้องเรียนทางแขวงก็ทำใหม่ ก็สำรวจมาให้ ทีนี้มาหลังเวลาที่ผมเคยพูดในพรรคแล้วว่าไม่ได้อะไร อันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ที่จัดให้จังหวัดลพบุรีเยอะ แต่ว่าทีนี้ก็ไปสร้างแต่ทางในเมืองส่วนใหญ่ ในชนบท ไม่ได้ คืออำเภอชัยบาดาล อำเภอลำสนธิ และอำเภอพัฒนานิคมไม่ได้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ
ข้อ ๒ กรมทางหลวงชนบทก็มีการเกี่ยงกันครับ เพราะว่าถ่ายโอนทาง รพช. ถ่ายให้กับกรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงชนบทก็บอกให้เป็นของ อบต. ก็ยังไม่ได้ ทำเหมือนกัน นี่ก็มีอีกหลายสาย ทั้งหมดก็ ๔๙ สายครับ
ข้อ ๓ อ่าง ฝาย ๕๘ แห่งก็เหมือนกันครับ มีการเกี่ยงงอนกันอยู่
ข้อ ๔ สถานีสูบน้ำจากคลองหนองข่อยหล่อ หรือว่าที่คลองจากจังหวัดชัยนาท ป่าสักนะครับ ผมขอให้ทำการตั้งสถานีสูบน้ำให้ ๑๙ แห่งครับ ปรากฏว่าบัดนี้เพิ่งสร้างได้ ประมาณสักไม่ถึง ๑๐ แห่งครับ เพราะฉะนั้นผลผลิตข้าวตรงนี้สูงมากครับ และเศรษฐกิจ ทางนี้ก็คือเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำครับ
๕. ขอให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม ช่วยส่งเครื่องจักรไปช่วย แล้วก็ขุดลอกบ้าง ทำทำนบ ทำฝายบ้างครับ
๖. ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ข้อ ๖ ข้อ ๗ ไว้พรุ่งนี้ได้ไหมครับ หมดเวลาแล้วนะครับ
ผมขอส่งเป็นหนังสือก็แล้วกันครับ
ส่งเป็นหนังสือนะครับ ข้อ ๖ ข้อ ๗
ขอบคุณท่านครับ
ท่านสมบูรณ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ ๑ ทุ่มเรียนเชิญท่านประธานและพี่น้องชาวไทยเชียร์ฟุตซอลไทย เจอปารากวัยที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ผมได้เห็น ความจริงก็คือความสะใจของทางรัฐบาลครับ ที่สนามกีฬาหนองจอกเราไม่ได้เป็นสนาม แข่งขันกีฬาฟุตซอลโลก ท่านประธานครับ ฟุตซอลโลกเราได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ พอปี ๒๕๕๓ รัฐบาลอภิสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาทเศษ เพื่อก่อสร้างเป็นสนามอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ ที่นั่งขึ้นไป ปี ๒๕๕๔ ผลปรากฏว่าน้ำท่วม อยู่ในสมัยรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็มีการตัดงบประมาณ ในปี ๒๕๕๕ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ตัดสินใจที่จะสร้างท่ามกลางฝนตก ท่ามกลางการเฝ้ามอง ของทุกภาคส่วน ผลปรากฏว่าสนามที่เขตหนองจอกก็สร้างเสร็จครับ แต่ว่าเมื่อฟีฟ่า ประกาศว่าไม่รับรองให้เป็นสนามแข่งขัน ก็เห็นใจท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงทุนก่อสร้างทั้งกลางวัน กลางคืน มีคนสอบถามว่าท่านผู้ว่าราชการจะรับผิดชอบอย่างไร ก็ยินดีครับ แต่ผมอยากจะฝากบอกท่านว่าเวลาที่ท่านเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลาง ๔ หลัง
คือให้หารือถึงความเดือดร้อนของประชาชน ผมไม่อยากจะให้พูดกระทบกระทั่งกันนะครับ เอาเฉพาะเรื่องท่านหารือนะครับ เชิญครับ
เมื่อสักครู่ที่เขาหารือเรื่องว่า ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับผิดชอบอย่างไร ผมก็ถามแค่นั้นเองครับว่า ๔ จังหวัด จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมุกดาหาร ใครจะรับผิดชอบครับ ก็ถามแค่นี่ละครับท่านประธาน
เรื่องต่อไป เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน จังหวัดท่านก็มียางพารา ตอนนี้ยางพาราทั่วประเทศ ๑๘ ล้านไร่โดยประมาณ ๖๐ กว่าจังหวัด ราคายางพาราเหลือ ๖๐-๗๐ บาทครับ รัฐบาลบริหารเรื่องยางพารากันอย่างไร ยิ่งบริหารยิ่งตก ยิ่งอัดเงินเข้าไปยิ่งตก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บอกว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการไม่มีความรู้ เพราะฉะนั้นวันนี้เราเปลี่ยนรัฐมนตรีแล้ว เชื่อว่าทาง ท่านรัฐมนตรีขอให้ทำยางพาราของเราให้ขึ้นไปอย่างน้อย ๑๐๐ บาทหรือ ๑๒๐ บาท ตามโครงการที่รัฐบาลต้องการด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านวันชัย บุษบา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ผมมีข้อหารือท่านประธานอยู่ ๓ เรื่อง
ข้อแรก ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้ขยายลานรับจำนำมันสำปะหลังให้กับ พี่น้องชาวอำเภอนาด้วง อำเภอปากชม อำเภอเชียงคาน และอำเภอเอราวัณ ในพื้นที่ จังหวัดเลยให้ผมด้วย เนื่องจากว่าเรื่องดังกล่าวผมได้เคยหารือท่านประธานไปแล้ว ๓ ครั้ง แต่ว่าขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยังไม่ได้ดำเนินการให้กระผมเลย
ข้อ ๒ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ช่วยพยุงราคายางพาราที่ตกต่ำ มาเป็นเวลานาน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐมนตรีคณะใหม่คงจะช่วยพยุงราคายางพารา ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพราะว่าจังหวัดเลยนั้นแหล่งรับซื้อยางพารา ก็ห่างไกลจากตลาด อีกอย่างฝนก็แล้ง ยางก็ตกต่ำ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยพี่น้องที่ปลูกยางพาราด้วย
ข้อ ๓ ขอให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สำรวจป่าที่เสื่อมโทรม ออกเอกสารสิทธิ ให้กับพี่น้อง เนื่องจากว่าโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลต้องมีเอกสารสิทธิประกอบ คำขอรับจำนำด้วย เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้ช่วยดำเนินการ ให้สำรวจและออก ส.ป.ก. หรือ สทก. ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิทุกคนด้วย ครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ท่านสมคิด บาลไธสง แล้วผมเข้าระเบียบวาระการประชุมเลยนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนกรณีการสัญจรไปมาของ พี่น้องบ้านเตย ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ถนนสายนี้เชื่อมระหว่าง อำเภอม่วงสามสิบไปยังอำเภอพนาของจังหวัดอำนาจเจริญ แต่พื้นที่ชุมชนบริเวณที่ก่อสร้างถนน เป็นถนนที่มีสภาพโน้มเอียง สภาพเอียง แล้วผิวการจราจรยกระดับสูงกว่าบริเวณชุมชนมาก สูงกว่าบริเวณบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน และสูงกว่าทางเข้าโรงเรียน การสัญจรไปมา ของพี่น้องข้ามระหว่างถนนลำบากมาก จึงอยากจะกราบเรียนผ่านไปยังกรมทางหลวงว่า ถ้าเผื่อจะจัดสรรงบประมาณไปปรับปรุงพื้นที่เหล่านี้ เพื่อให้การสัญจรไปมาของพี่น้อง ประชาชนภายในชุมชนมีความปลอดภัย ทั้งพี่น้องประชาชนเองและเด็กเยาวชนของเรา ที่ข้ามถนนไปเรียนหนังสือที่บริเวณโรงเรียนบ้านเตยก็จะเป็นประโยชน์ และนั่นคือ การทำงานให้กับพี่น้องประชาชน
กรณีที่ ๒ คือกรณีภัยแล้งที่เป็นปัญหาใหญ่ของพี่น้องชาวอีสานในขณะนี้ ผมไปเยี่ยมพี่น้องภาคอีสานในหลาย ๆ จังหวัด พี่น้องภาคอีสานฝากผมมากราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าเผื่อท่านนายกรัฐมนตรีจะหยิบยก เอาโครงการประกันภัยพืชผล ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เคยทำไว้เมื่อคราวที่เป็น นายกรัฐมนตรีกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่งก็จะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน โครงการ ดังกล่าวนั้นเป็นความร่วมมือระหว่างพี่น้องประชาชนกับรัฐบาล นั่นคือพี่น้องประชาชน ชำระเบี้ยประกันส่วนหนึ่ง รัฐบาลออกช่วยส่วนหนึ่ง แล้วเอาไปทำประกันภัยพืชผล ถ้าเกิดกรณีภัยแล้งก็ดี เกิดกรณีน้ำท่วมก็ดี พี่น้องประชาชนก็จะได้รับเงินสินไหมจากกรณี ที่ประสบภัยต่าง ๆ เหล่านั้น โครงการดังกล่าวนี้พี่น้องประชาชนขอว่าให้ทางรัฐบาล เอากลับมาใช้อีกครั้งหนึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยรวมทั้งประเทศ เราไม่ต้องเอางบประมาณจำนวนมาก ๆ มาจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน แต่ให้พี่น้องประชาชน ดูแลตัวเองผ่านโครงการดังกล่าวครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ กับท่านประธาน ๑ เรื่องนะครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองและนางสาวปนัดดา เหมวงศ์ บ้านเลขที่ ๔๙ หมู่ที่ ๓ บ้านโพนบก ตำบลชุมช้าง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เขาร้องเรียนว่าเขาถูกข่มขืนจากชายคนหนึ่งเมื่อ ๘ เดือนมาแล้ว เขาไม่รู้ว่า เขาตั้งครรภ์ ต่อมาเขามาตั้งครรภ์แล้วก็ถูกบังคับให้ไปเอาลูกออกจากท้อง เขาไม่ยอม เขากลัวตายก็เลยหลบหนีมาอยู่กรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง แล้วตอนนี้ท้องใหญ่แล้ว โตขึ้นแล้ว ๘ เดือน เขาไม่รู้จะไปร้องขอความเป็นธรรมจากใครเพราะเขาเป็นคนยากจน แล้วผู้ที่ข่มขืน ก็เป็นลูกชายผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน เขาก็กลัว เขาไปร้องเรียนกับผม เขาต้องการอยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเป็นธรรมกับเขาบ้าง เพราะเขาเป็นคนยากจนไม่มีอำนาจ จะไปต่อสู้กับใคร แล้วขอร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ หน่วยงานเกี่ยวกับ สังคมสงเคราะห์ หรือมูลนิธิปวีณา หงสกุล ก็ได้นะครับ เพื่อจะได้ช่วยเหลือเขา ตอนนี้ ท้องโตแล้วครับ ๘ เดือนกว่าแล้ว ผมในฐานะผู้แทนราษฎร ผมก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ผมก็ได้มาร้องขอผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปดูแลเด็กสาวคนนี้ด้วยครับ อายุ ๑๗ ปี ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านศรีสมรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือกับท่านประธานสืบเนื่องจากข้อหารือ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้กล่าวใส่ร้ายบุคคลภายนอกที่เขาไม่สามารถเข้ามาชี้แจงในสภาแห่งนี้ได้ จึงร้องขอ ความเป็นธรรมมากับดิฉันแล้วก็มีหนังสือฝากมายังท่านประธานด้วยนะคะ ตามที่นายแพทย์เหวง โตจิราการ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวหารือ ต่อท่านประธานก่อนเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยถ่ายทอดเสียงและภาพการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมระบุว่ามีพี่น้องชาว อสม. จังหวัดกาญจนบุรีได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนรายเดือนมาเป็นเวลา ๓ เดือนติดต่อกัน โดยสงสัยว่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีกั๊กเงินไว้ คำว่ากั๊กเงินไว้เป็นการใส่ร้ายป้ายสีนะคะ เป็นการให้ร้ายต่อบุคคลภายนอกซึ่งเขาไม่สามารถที่จะมาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ได้ว่า จัดสรรงบประมาณแล้วก็กั๊กเงินไว้ คำในการหารือดังกล่าวเป็นการไม่ตรงกับความจริง ที่ท่านนายก อบจ. ได้แจ้งมาว่าการจ่ายเงินงบประมาณนั้นเป็นงวด ๆ ตามที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณมาให้กับ อบจ. ไม่เคยกั๊กเงินไว้เลย เมื่อได้รับเงินจัดสรรจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็จะตั้งฎีกาเบิกจ่ายให้กับทาง สสจ. คือสาธารณสุขจังหวัดทันทีทุกเดือนนะคะ หากล่าช้าบ้างก็อยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่โอนเงินมาล่าช้า สมาชิก อสม. ทางจังหวัดกาญจนบุรีก็เข้าใจดีนะคะว่าการเบิกจ่าย เงินราชการจะต้องตั้งฎีกาเบิกจ่าย อาจจะล่าช้าบ้างแต่ก็ไม่คิดจะกั๊กเงินไว้เลยนะคะ
อีกประการหนึ่งค่ะท่านประธาน ทาง อบจ. ได้ฝากมายังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง
เอาไว้พรุ่งนี้ได้ไหมครับในประเด็นนี้ คือหมดเวลาแล้วนะครับ
ก็ฝากมายังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องโอนตรงไปทางสาธารณสุขจังหวัดโดยตรงได้ไหมคะ เพราะว่าที่ผ่านมากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นโอนให้กับ อบจ. โดยแค่เป็นทางผ่าน เท่านั้น ไม่ได้กั๊กเงินไว้ แล้วก็อยากจะให้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นโอนไปให้ สาธารณสุขจังหวัดโดยตรง โดยที่ให้พี่น้อง อสม. ไม่ต้องล่าช้าในการเบิกจ่ายเงินอีก ขอบคุณค่ะ
ผมว่าท่านสุดท้ายท่านชุมพลนะครับ แล้วก็เข้าระเบียบวาระเลย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพรว่าซอยถ้ำเขามะยัง พี่น้องประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ประมาณ ๒๐ ครัวเรือน ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ช่วยดูแลด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนน สายทุ่งคาน้อย-บางผา สายเลียบทางรถไฟทุ่งคา-บางหมาก ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงาน ทางหลวงชนบทจังหวัดชุมพร ซึ่งถนนสายนี้นั้นพี่น้องประชาชนใช้ในการสัญจรมาก แล้วก็ขนส่งพืชผลทางการเกษตร ไม่ได้รับการดูแลและซ่อมแซมเลย ฝากท่านประธานไปยัง สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดชุมพรให้ช่วยดูแลด้วยครับ
เรื่องสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะราคายางพารา ซึ่งขณะนี้ก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ขนาดรัฐบาลได้ใช้เงินไปเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ฝากท่านประธานว่าตอนนี้ราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ ๗๗ บาท ฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ให้ช่วยดูแลด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้ลงชื่อ ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุม เพื่อจะดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป คุณหมอจะพูดอะไรก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมจะขอ หารือที่ประชุมเพื่อเอาระเบียบวาระเรื่องที่แจ้งให้ทราบสั้น ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อน เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะเรียนกับท่านประธานเรื่องหนังสือด่วนที่สุดที่ได้รับแจกตอนไปเซ็นชื่อ เป็นหนังสือ ขอเชิญเข้าร่วมโครงการประชุมเชิงวิชาการเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับฟัง ความคิดเห็น เรื่องบทบาทภารกิจและอำนาจหน้าที่ของสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่สำคัญ ปรากฏว่าเนื้อหาก็คือมีการเชิญประชุม ในวันนี้ ซึ่งก็ตรงกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพวกผมก็ไม่รู้จะไปร่วมประชุมได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ แต่อีกประเด็นหนึ่งก็คือท่านประชุมวันนี้ แล้วก็ให้ตอบรับหนังสือ ภายในวันอังคารที่ ๖ พฤศจิกายน วันที่ ๖ พฤศจิกายนมันเมื่อวานครับท่านประธาน แล้วแจกวันนี้ แล้วให้ตอบรับเมื่อวาน แล้วประชุมวันนี้ ผมถือว่าเป็นการทำงานที่บกพร่อง สำหรับเรื่องสำคัญ เรื่องที่ท่านบอกซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าเป็นสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด หรือว่าเป็นรัฐสภาประจำจังหวัด ถ้าสำนักงานอาจจะตั้งได้ แต่ถ้าเป็นรัฐสภาประจำจังหวัด มันผิดรัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐสภาก็คือสภาผู้แทนราษฎรบวกกับวุฒิสภาเท่านั้น จึงกราบเรียนท่านประธานหารือในประเด็นนี้ว่าการส่งหนังสือต่อไปขอให้รีบด่วนกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญก็ควรจะประชุมในวันที่ไม่ตรงกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ
เอาข้อหารือของท่านรับไป ผมก็เพิ่งทราบ ซึ่งผมรักษาการอยู่ในขณะนี้ เพราะว่าขณะนี้ สภาผู้แทนราษฎรเราได้งบประมาณจากการแปรญัตติ เพื่อที่จะตั้งสำนักงานของรัฐสภา ไปประจำ ๖ แห่ง ซึ่งผมกำลังเร่งรัดอยู่ เพราะว่าแต่ละแห่งนั้นจะต้องรีบไปเปิดสำนักงาน เพื่อที่จะให้บริการประชาชน แล้วก็ทำความเข้าใจกับท่านสมาชิกและประชาชนว่ามีบทบาท ภารกิจอะไร มีพันธกิจอะไร อันนี้เราเลยได้แจ้งให้ท่านสมาชิกได้ทราบ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ตามความเห็นของผม แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านบอกว่าถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เป็นเรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมท่านประธานไม่เอาบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม ในห้องประชุมใหญ่เลยล่ะครับ จะได้อภิปรายถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง แล้วก็หารือ ในรูปแบบที่มันเหมาะสมต่อไปครับ
คืออย่างนี้เราได้รับความเห็นจากท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ให้ข้อแนะนำเพื่อที่จะให้สภาได้มีโอกาสทำความเข้าใจ กับประชาชนถึงบทบาทภารกิจ เรากำลังจะเริ่ม เพิ่งทดลองใน ๖ แห่งกระจายกันไป เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็น ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมตามที่ ท่านสุกิจ ขออนุญาตที่เอ่ยนามได้สอบถาม เนื่องจากสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด ๖ แห่ง ซึ่งจะมีภาคอีสาน ๒ แห่งที่จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี ที่ภาคเหนือ ๑ แห่ง ที่จังหวัดเชียงราย อยู่ที่ภาคกลางที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออกที่จังหวัดชลบุรี และภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เริ่มที่จะออกไปประชุมทำความเข้าใจในเชิงการสัมมนา ผู้ที่เกี่ยวข้องในทั้ง ๖ จังหวัด คณะที่รับผิดชอบโดยท่านประธานได้ตั้งคณะอนุกรรมการ ผมเองเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้วยก็เห็นว่าสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. ส.ว. นี่ มีความสำคัญในจังหวัดที่จะตั้งและจังหวัดข้างเคียง ควรที่จะมีโอกาสได้รับทราบ รับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ ก่อนที่จะไปสู่การปฏิบัติต่อภาคประชาชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ทราบว่าเนื่องจากวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์นี้จะไปเปิดประชุมเพื่อทำความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ก่อนที่จะไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ก็ขอได้มีโอกาสได้ประชุม สมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ได้ทำความเข้าใจให้เข้าใจในส่วนที่พอที่จะเป็นกำลังที่สำคัญ ในการทำงาน รับรายละเอียดที่เป็นข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกซึ่งเป็นการประชุมอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ประชุมไปต้น ๆ แล้วประมาณ ๓ เดือนที่ผ่านมา ขอกราบเรียนท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมขออนุญาต ก็ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างการเชิญเพื่อที่จะซักซ้อม ทำความเข้าใจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ได้ฟัง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านไพจิต ศรีวรขาน ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรเรียนให้ทราบว่าในสัปดาห์นี้ก็จะมีการไปเปิด สำนักงานที่จังหวัดขอนแก่น ทีนี้เรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วเราจะทำกันรวบ ๆ รัด ๆ ง่าย ๆ อย่างนี้เลยหรือครับ ถ้าจะนัดประชุม วันนี้บ่ายสามโมงสภานี้ก็ต้องปิด เพราะว่าเดี๋ยวไปประชุมที่นั่นหมด องค์ประชุมที่นี่ก็ไม่ครบ แล้วฟังดูมันก็ยังไม่มีใครเข้าใจ ยังไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำไปว่าจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ซึ่งความเป็นจริงก็เป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ที่อยู่ในสภานี้ ถ้าประชาชนถาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตอบชี้แจงทำความเข้าใจ ทำความกระจ่างไม่ได้ ผมคิดว่าเสียหายมาก แล้วก็จะนำไปสู่คำครหาด้วยซ้ำไปนะครับ
เราว่าวันนี้เดี๋ยวเราก็ผลัดกันไปนะครับ แล้วก็มาบอกกันแล้วกันนะครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ ขอปรึกษาที่ประชุมว่าจะขอเอาเรื่องระเบียบวาระที่ ๒ และระเบียบวาระที่ ๓ ซึ่งระเบียบวาระที่ ๒ นี่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่อง ส.ส. จะต้องปฏิญาณตน แล้วก็เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องรับรองรายงานการประชุมขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ เพราะว่าจะไม่เสียเวลา ท่านสมาชิกจะได้ปฏิบัติหน้าที่ได้
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นผมจะขอดำเนินการตามที่ผมขอหารือที่ประชุมนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ ว่าขณะนี้มีท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก และคุณปลอดประสพ สุรัสวดี ได้ขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นเหตุให้ความเป็นสมาชิกภาพสิ้นสุดลง และได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑ และวันที่ ๒ พฤศจิกายน เรื่องขอให้ผู้มีชื่อลำดับในบัญชีของพรรคเพื่อไทยเลื่อนขึ้นมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ท่าน คือ ๑. คุณชินวัฒน์ หาบุญพาด ลำดับที่ ๗๒ แทนท่าน พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก ๒. คุณเอกธนัช อินทร์รอด ลำดับที่ ๗๓ แทนท่านปลอดประสพ สุรัสวดี ผมจึงขอเชิญทั้ง ๒ ท่านกรุณายืนขึ้น เพื่อกล่าวคำปฏิญาณตนโดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำนะครับ
(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดี ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ เชิญนั่งลงนะครับ ขณะนี้สมาชิกในสภาเรามีอยู่ ๔๙๒ ท่าน องค์ประชุมก็ ๒๔๖ นะครับ
เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
- รับทราบผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอื่น ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการและกรรมการ การเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการและ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณารับดำเนินการนั้น สำนักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ รับทราบ ข้อสังเกตคณะกรรมาธิการและได้นำเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้แก้ไขเพิ่มเติม เป็นเหตุผลในการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งรายละเอียด ของรายงานดังกล่าวสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบแล้วนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม
- รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพฤหัสบดีที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิก ตรวจสอบแล้วนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมแล้วนะครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอหารือที่ประชุมว่าเนื่องจากเห็นว่ามีระเบียบวาระอื่น ๆ ซึ่งเป็นการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ผมจะขอหารือที่ประชุมว่าจะเอาเรื่องนี้ ขึ้นมาพิจารณาตั้งก่อนเพื่อให้คณะกรรมาธิการได้ปฏิบัติหน้าที่ของท่านได้
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นผมก็จะขอเอาเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมาก่อนนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
จะมีตำแหน่งกรรมาธิการที่ว่างลงที่ได้แจ้งมาที่สภาที่ยังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระไว้ก็คือเรื่องของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ แล้วก็จะมีเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศซึ่งว่างลง ๑ ตำแหน่ง พร้อมไหมครับตำแหน่งว่างเชิญเสนอ เอาคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอเสนอตั้งกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทยในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขแทนนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ลาออกไป ขอเสนอแต่งตั้งนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญคณะกรรมาธิการคณะที่ ๒ ครับ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอเสนอตั้งนางมาลินี อินฉัตร ไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแทนนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ลาออกไปครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ
เรื่องที่ ๓ เป็นการตั้งกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ แทนตำแหน่งที่ว่างลง เพราะลาออกนะครับ (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา ขออนุญาตเสนอทีเดียวเลยได้ไหมครับ
เอาทีละเรื่องก่อนครับ เอาเรื่องนี้ก่อนครับ
ขอเสนอนายวัชรพล โตมรศักดิ์ เป็นกรรมาธิการการต่างประเทศครับ
ผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถูกต้องนะครับ
เรื่องที่ ๔ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (โอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นของกรมป่าไม้) แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายดำรงค์ พิเดช) เชิญรัฐบาลครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะคณะรัฐมนตรี ขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (โอนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปเป็นของกรมป่าไม้) แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นายดำรงค์ พิเดช) ขอเสนอชื่อ นายผดุงเกียรติ ม่วงนนทศรี เป็นกรรมาธิการ ขอท่านประธานและทางสภาโปรดให้ ความเห็นชอบด้วยจะเป็นพระคุณยิ่งครับ
เชิญพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอคณะไหน เชิญครับ เอาให้จบเลยนะครับวันนี้ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอตั้งกรรมาธิการสามัญในตำแหน่งที่ว่างลง
เดี๋ยวครับ ของคณะอะไรครับ
คณะแรกค่ะ คณะกรรมาธิการ การส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม แทนนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ที่ลาออกไป ขอเสนอ นายวิชัย ล้ำสุทธิ ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีอีกไหมครับ
มีค่ะ คณะที่ ๒ คณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำแหน่งที่นายวิชัย ล้ำสุทธิ ลาออกไป ขอตั้งนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ๒ แล้วนะครับ เชิญท่านกำนันประสาทครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ มีกรรมาธิการที่ว่างลงอีกคณะหนึ่งก็คือคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว และกีฬา ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาซึ่งได้ลาออก กระผมขออนุญาตเสนอ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี
ใครลาออกครับ
นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ
เสนอใครครับ เชิญครับ
เสนอนายพลพีร์ สุวรรณฉวี เป็นกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ครบทุกพรรคนะครับ
ต่อไปผมจะพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือเป็นร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแถลงหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอชี้แจงหลักการและเหตุผลในการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้ครับ
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จ วิชาการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ ดังต่อไปนี้ครับ
(๑) กำหนดปริญญาในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนแผนที่ ให้มีปริญญาสามชั้น คือ ปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓)
(๒) แก้ไขชื่อสังกัดของโรงเรียนแผนที่ให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วย การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ ตรี วรรคหนึ่ง)
(๓) กำหนดให้สภาการศึกษาวิชาการทหารอาจออกข้อบังคับกำหนดให้มี ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือประกาศนียบัตรได้ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔)
(๔) เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาการทหาร เพื่อให้มีอำนาจ กำหนดมาตรฐานการศึกษาวิชาการทหาร รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของ สภาการศึกษาวิชาการทหารโดยให้มีกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ และมาตรา ๖ และยกเลิกมาตรา ๗)
(๕) กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ สภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ (เพิ่มเติมมาตรา ๖ ตรี)
(๖) กำหนดให้มีตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำของ สถาบันการศึกษา และให้มีสิทธิใช้เป็นคำนำหน้านามเพื่อแสดงวิทยฐานะได้ตลอดไป (เพิ่มมาตรา ๑๐/๑ มาตรา ๑๐/๒ มาตรา ๑๐/๓ และมาตรา ๑๐/๔)
(๗) แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษแก่ผู้ใช้ปริญญา อักษรย่อปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือประกาศนียบัตรโดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑)
เหตุผล โดยที่สถาบันการศึกษาวิชาการทหารของกระทรวงกลาโหมเป็น สถาบันการศึกษาที่ผลิตกำลังพลตามความต้องการของเหล่าทัพ แต่ปัจจุบันสถาบันการศึกษา วิชาการทหารจัดการเรียนการสอนได้เพียงระดับปริญญาโท ซึ่งไม่สอดคล้องกับความจำเป็น ต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในกองทัพให้มีความรู้ความสามารถทันกับความเปลี่ยนแปลง และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของประเทศที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก สมควรกำหนดให้สถาบันการศึกษาวิชาการทหารมีอำนาจทำการสอนได้ถึงระดับปริญญาเอก มีอำนาจให้ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงและประกาศนียบัตรบัณฑิตแก่นักเรียนวิชาการทหาร รวมถึงปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาการทหาร ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
จึงขอเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไปครับ
เชิญ พันเอก อภิวันท์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะ ผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ด้วยวิวัฒนาการของโลก ด้วยวิวัฒนาการของวิชาทางด้านสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ด้วยวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีทางด้านอาวุธ เราจะเห็นภาพการรบในอนาคตได้ชัดเจนว่า ในอนาคตการสงครามที่ใช้กำลังพลจำนวนมาก หรือใช้ทหารจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น อีกต่อไป ยานรบที่ไม่มีคนขับจะได้รับการพัฒนาให้ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ ในการรบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินที่ไม่มีผู้ขับ ยานเกราะที่ไม่มีคนขับ และจะถูกพัฒนา ด้วยนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ให้มีขนาดเล็กลง ยานรบที่ไม่มีคนขับจะถูกพัฒนา ให้เป็นแมลงวันตัวหนึ่ง ติดตั้งกล้องสปาย แคม (Spy cam) เพื่อหาข่าว และเมื่อประสบ ความสำเร็จปั๊บก็จะทำให้สปาย แคมตัวนี้ ตัวยานรบตัวนี้ทำหน้าที่ในการทำลายล้างข้าศึก และศัตรู เพราะฉะนั้นผมเรียนยืนยันว่าในอนาคตข้างหน้าการทำสงครามโดยใช้กำลังพล จำนวนมากจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังพลเพื่อยึดพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมก็คือว่าบรรดาผู้ที่จบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ จะต้องถูกสร้างตามวัตถุประสงค์ดังนี้ มีลักษณะผู้นำสูง มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและสังคม มีความเสียสละ ต้องมีความเป็นโปรเฟสชันนอล (Professional) ทางด้านการศึกษา ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมต่าง ๆ ตามเหล่าทัพ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ของโลก ในปัจจุบันนี้นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ และนักเรียนนายร้อยวิศวกรรมแผนที่ เขาได้รับปริญญาตรีอยู่แล้ว โดยเฉพาะ นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ จะได้ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สำหรับโรงเรียนนายร้อยแผนที่หรือโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร จะได้รับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิศวกรรมสำรวจ แต่อยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่านักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ ทุกคนเขาก็จะต้องเรียนคล้าย ๆ กันคือจะต้องเรียนทาง ๔ กลุ่มวิชา วิชาทางด้านสังคมศาสตร์คือวิชาบริหารรัฐกิจ วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป วิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และวิชากลุ่มสาขาวิศวกรรมต่าง ๆ ตามเหล่าทัพ ผมยกตัวอย่างอย่างผมเป็นนายทหารช่าง ผมก็จะจบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธา นายทหารม้า นายทหารเหล่าปืน ก็ต้องจบวิศวกรรมเครื่องกล นายทหารเหล่าสื่อสาร ก็ต้องจบวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง และวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นหลักสูตร การศึกษาของโรงเรียนเหล่าทั้ง ๔ โรงเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการแก้ไขปรับปรุงกำหนดให้สถาบันทางการศึกษาของเหล่าทัพสามารถเปิด การเรียนการสอนถึงระดับปริญญาเอก ในวิชาที่ว่าด้วยการบริหารรัฐกิจ ในวิชาที่ว่าด้วย การทหาร ความมั่นคงของชาติ เปิดโอกาสให้เรียนได้ถึงปริญญาโท ปริญญาเอก ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็มีได้ถึงปริญญาโทอยู่แล้วในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ในโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ และสถาบันการศึกษาวิชาการทหารชั้นสูง นอกจากนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้เปิดโอกาสให้มี การตั้งสภาการศึกษาวิชาการทหารขึ้นโดยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็น นายกสภาการศึกษาวิชาการทหาร แล้วถ้าหากว่ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมก็ต้องเข้ามาเป็น ๑ ในกรรมการสภาการศึกษา วิชาการทหารโดยเป็นอุปนายกของสภา นอกจากนั้นได้กำหนดอำนาจหน้าที่ ของสภาการศึกษาวิชาการทหารไว้ชัดเจนครับว่าจะเป็นผู้กำหนดหลักสูตรว่าจะเปิดสอน หลักสูตรอะไรบ้าง กำหนดคุณสมบัติของวิชาต่าง ๆ กำหนดข้อบังคับ กำหนดคุณสมบัติ ของบุคลากรที่เข้ามาดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ว่าจะเป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ก็ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาการทหาร นอกจากนั้น กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารก็จะประกอบไปด้วยบรรดาข้าราชการประจำ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการข้าราชการพลเรือน ท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แล้วก็ข้าราชการทหารซึ่งเป็นข้าราชการประจำอีก ๒๐ ท่านจะเข้ามาอยู่ในองค์ประกอบของการเป็นกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหาร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีก็คือครั้งนี้ได้กำหนดให้มีกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะไม่ตั้งจากข้าราชการซึ่งเป็นข้าราชการทหารที่เป็นข้าราชการประจำ จะต้องตั้งจากข้าราชการหรือบุคคลภายนอกที่เป็นพลเรือนอย่างน้อย ๖ ท่าน ๖ ท่านก็จะเปิดโอกาสให้บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากองทัพ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ของกองทัพ เป็นโอกาสที่กองทัพเปิดกว้างสำหรับบุคคลพลเรือนได้เข้ามาร่วมงานกับเรา ยกตัวอย่างเช่น ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน อย่างนี้ถ้าท่านไม่เป็น ส.ส. ท่านก็อาจจะมี โอกาสได้รับการคัดเลือกเข้าไปเป็นกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารในอนาคต ได้เช่นเดียวกัน อย่างนี้เป็นต้น นอกจากนั้นก็บังคับเลยนะครับว่าที่เหลือต้องไม่เป็น ข้าราชการทหารที่เป็นข้าราชการประจำอยู่ นั่นก็คือหมายความว่าก็จะต้องคัดเลือกจาก อดีตนายทหารที่เกษียณอายุไปแล้วหรือลาออกจากราชการไปแล้ว นอกจากนั้นยังกำหนดว่า ตำแหน่งทางวิชาการให้สภาการศึกษาวิชาการทหารเป็นผู้กราบบังคมทูลเสนอคำแนะนำ ในการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ โดยเอาผลงานทางวิชาการเหมือนกับ ทางมหาวิทยาลัยทั้งหลาย แล้วนอกจากนั้นก็ให้อำนาจสภาการศึกษาวิชาการทหารแต่งตั้ง บุคคลดำรงตำแหน่งเป็นรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์และอาจารย์ปกติ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ มีอดีตนายทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ ที่ไปจบการศึกษาจากต่างประเทศ ในระดับปริญญาเอกนี่มากมายครับ หลายท่านเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของประเทศ หลายท่านเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ แต่สมัยก่อนไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้บรรดานายทหาร ที่มีคุณภาพเหล่านี้เขาเป็นอาจารย์อยู่จนเกษียณอายุราชการ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่าน พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ จบปริญญาโทวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัย นานาชาติแสตมฟอร์ด จบปริญญาเอกวิศวกรรมโยธาจากเอ็มไอที (MIT) เมื่อก่อนเป็น อาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าครับ สอนอยู่ด้วยกันกับผมนี่แหละครับ ท่านอดีต ส.ว. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช จบปริญญาโท วิศวกรรมโยธาจากเอ็มไอที ๙ เดือนนะครับเรียน ๙ เดือน เป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผมเองก็เช่นเดียวกันครับ เป็นอดีตอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แต่ทำไม บุคคลเหล่านี้ถึงไม่ได้รับราชการแล้วดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศก็เช่นเดียวกันครับขณะนี้มีนายทหารที่จบปริญญาเอกหลายท่าน ลาออกจากราชการไปสอนอยู่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงบ้างก็มี มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของภาครัฐ ไปประกอบกิจการภาคเอกชนก็หลายท่าน สาเหตุก็เพราะว่าผมอาจจะต้องเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็คือการสร้างแรงจูงใจ สมัยก่อนคนที่จะมาเป็นอาจารย์ในโรงเรียนเหล่าทั้งหลาย เห็นอนาคตตัวเองเกษียณที่ พันเอกพิเศษ เมื่อพันเอกพิเศษ บุคลากรที่มีคุณภาพอย่างเช่น ท่าน พลเอก บุญสร้าง ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ท่านก็ต้องหาทางออกจากโรงเรียนนายร้อยไปดำรงตำแหน่งอื่น ที่สำคัญกว่า ก็ได้เกษียณในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดอย่างนี้เป็นต้น ผมขอเรียนเสนอ อย่างนี้ครับ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องแยกยศออกจากเงินเดือน เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ให้บุคลากรที่มีคุณภาพเหล่านี้ ปัจจุบันผู้ที่เป็นศาสตราจารย์จะดำรงตำแหน่งคือดำรงยศ เป็น พลตรี แต่เงินเดือนก็ติดขั้นอยู่แค่ พลตรี เป็นไปได้หรือไม่ครับถ้าให้อาจจะออกเป็น พระราชกฤษฎีกาพิเศษหรืออาจจะออกเป็นพระราชบัญญัติก็ตามเข้าสภาแห่งนี้ ผมจะเป็นคนหนึ่งที่จะสนับสนุน ท่านผู้ใดได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นศาสตราจารย์ ท่านก็ดำรงตำแหน่งเป็นยศ พลตรี ไป แต่เงินเดือนของท่านจะไม่ติดขั้น ให้กินไปถึงเท่ากับศาสตราจารย์ในระดับมหาวิทยาลัยคืออาจจะเป็นในระดับเงินเดือนเต็มขั้น ของ พลโท หรือ พลเอก ต้น ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องขอให้ทางกระทรวงกลาโหมไปพิจารณา ตามความเหมาะสม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ก็ขอสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะเห็นว่าเป็น พระราชบัญญัติที่ส่งเสริมการศึกษาของผู้นำเหล่าทัพ ซึ่งเขาจะต้องเข้ามารับผิดชอบ ในการนำพาชาติบ้านเมืองของเราไปสู่ความสงบสุขด้วยอีกส่วนหนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้สนับสนุนให้กองทัพเปิดกว้างสำหรับบุคคลพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างที่ผมเรียน เมื่อสักครู่ครับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเปิดโอกาสให้บรรดานักวิชาการจากภายนอก ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตาชีวิต ในการกำหนดหลักสูตร ในการกำหนดพฤติกรรม ของผู้นำเหล่าทัพในอนาคตให้เขามีความรู้ความสามารถและมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตของผมมีอยู่ข้อเดียวอย่างที่เมื่อสักครู่เรียนผ่าน ท่านประธานไป ทำอย่างไรจึงจะสร้างแรงจูงใจให้บรรดาอาจารย์เขาอยู่กับโรงเรียนเหล่าทัพ ให้นานที่สุดจนเขาเกษียณ เราก็จะได้มีบุคลากรที่มีคุณภาพ อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญครับ เปิดโอกาสให้สภามหาวิทยาลัยกราบบังคมทูลแนะนำบุคคลดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะว่านักเรียนเหล่า ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ อาจารย์เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยภายนอก ผมเองเรียนวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมทางหลวงจาก พันโท ประพัฒน์ อุทโยภาศ ท่านเกษียณในตำแหน่งอธิบดี กรมทางหลวง ผมเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์จากดอกเตอร์อรัญ ธรรมโน ท่านเกษียณ ในตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ผมเรียนวิชารัฐประศาสนศาสตร์จากศาสตราจารย์ ดอกเตอร์จรูญ สุภาพ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นโรงเรียนเหล่าทัพเหล่านี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความเมตตาการสนับสนุนจากนักวิชาการหรือ บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยให้ความรู้แก่บรรดานักศึกษา นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศและโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยครับที่เปิดโอกาสให้มีการเสนอแต่งตั้งบุคคลที่มาทำหน้าที่สอนโรงเรียนเหล่าทัพ เหล่านี้ ซึ่งไม่ใช่เป็นบุคลากรหรือเป็นอาจารย์ประจำของโรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ ให้ท่านสามารถดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษได้ ดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์พิเศษ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษได้ ก็จะทำให้บุคลากร ภายนอก อาจารย์มหาวิทยาลัยมีความกระตือรือร้นพร้อมที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาเหล่าทัพ ให้เป็นกองทัพของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคน ในสภาแห่งนี้คงเห็นด้วยกับผม แล้วก็ขอเชิญชวนทุกท่านได้ให้การสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ มีอีกหลายท่านจะอภิปราย ผมก็จะลำดับอย่างนี้นะครับ ต่อไปจะเป็น อาจารย์ผุสดี ตามไท แล้วกลับมาที่ท่านวรชัย เหมะ สลับกันนะครับ แล้วก็คุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ท่านสุนัย จุลพงศธร ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เอาเท่านี้ก่อน ผมขอท่านละ ๗ นาที แล้วกันนะครับเหลืออีกหลายท่านอยู่นะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ สั้น ๆ ค่ะ ดิฉันจะใช้เวลาไม่นานนักในการอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะคะ ก่อนอื่นก็อยากจะบอกว่าขอสนับสนุนนะคะ เห็นด้วยในหลักการ แต่จะมีข้อที่ ฝากกับท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการเมื่อตอนที่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมาถึงนะคะ ก็คือในมาตรา ๕ ที่พูดถึงเรื่องของอำนาจหน้าที่สภาการศึกษาวิชาการทหาร ดิฉันก็อยากจะฝาก อย่างนี้ว่าใน (๑) พูดถึงเรื่องของการกำหนดมาตรฐานการศึกษาวิชาการทหาร ก็จะให้ดูว่า การกำหนดมาตรฐานการศึกษาวิชาการทหารนี้เวลาเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลกใบนี้ มันอยู่ที่ตรงไหนกันบ้าง อย่างไร ดิฉันตระหนักดีว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่ในแต่ละประเทศ แต่ว่าพื้นฐานจริง ๆ หลักการก็คงจะคล้าย ๆ กัน รวมไปถึงการอนุมัติการจัดตั้ง รวม และยุบเลิก สาขาวิชา และการอนุมัติหลักสูตร ซึ่งปรากฏใน (๒) และ (๓) จริง ๆ อาจจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่าในเรื่องของการกำหนดหลักสูตรแต่ละสาขาวิชา เท่าที่ดิฉันติดตามดูส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำรวจหรือทหาร วิชาที่ร่ำเรียนกัน ก็จะเป็นวิชาที่เป็นทหารจริง ๆ หรือไม่อย่างนั้นก็ตำรวจจริง ๆ อย่างนี้ แต่ว่าในโลกใบนี้ ความเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์มันมีมากขึ้นและเร็วขึ้น แล้วก็เรื่องของสิทธิมนุษยชนนั้น ก็เป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่ว่าเรียนวิชาการทหารแล้วจะละเลยในวิชาเหล่านี้ไป ซึ่งจำเป็นอย่างมาก ต่อเรื่องของความมั่นคง ดิฉันก็เลยอยากจะฝากดูว่าวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของสิทธิมนุษยชนก็ดี เรื่องของสันติวิธีก็ดี หรือเรื่องของการเจรจาก็ดี เหล่านี้น่าจะเป็นทักษะความชำนาญที่จำเป็น เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากกับท่านประธานให้ไปช่วยกันดูด้วยว่าในการอนุมัติหลักสูตร ให้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ เพราะดิฉันเชื่อว่าอันนี้คือปัจจัยสำคัญในการที่จะพัฒนาศักยภาพ และความพร้อมของทหารในการที่จะดูแลบ้านเมืองนะคะ แล้วก็ใน (๖) อันนี้ดิฉันเองก็เป็น ผู้ที่ค่อนข้างเป็นห่วงนะคะ รวมไปถึงเพื่อนสตรีอีกหลายคนนะคะ การกำหนดพื้นความรู้ คุณสมบัติ แล้วก็หลักเกณฑ์การเข้าเป็นนักเรียนวิชาการทหาร ท่านประธานคะ ถึงวันนี้ โรงเรียนเตรียมทหารเป็นโรงเรียนเดียวกระมังคะที่ยังไม่ยอมรับผู้หญิงเข้าไปเรียน โรงเรียนตำรวจเดี๋ยวนี้มีแล้วนะคะ ดิฉันก็อยากจะอนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเลยนะคะว่าด้วยเหตุผลกลใดทำไมถึงแม้วันนี้ยังคงเลือกปฏิบัติ กีดกันไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปศึกษาในวิชานี้ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันคิดว่าโดยศักยภาพแล้วทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ไม่แตกต่างกัน แต่ว่ามุมมองต่อเรื่องต่าง ๆ ในโลกใบนี้มีความแตกต่าง เพราะฉะนั้นการที่จะ ตัดสินใจเพื่อที่จะใช้วิชาความรู้หรือว่าใช้ทักษะอะไรก็แล้วแต่ในการแก้ไขปัญหาหรือเดินหน้า ก็จำเป็นที่จะต้องใช้มุมมองทั้ง ๒ เรื่อง เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากไปด้วยในการที่จะ พิจารณาในรายละเอียดนะคะ อาจจะไม่ได้อยู่ในมาตรา ๕ ตรงนี้โดยตรง แต่อาจจะไปอยู่ที่ไหน เป็นข้อสังเกต หรือถ้าจะเติมไปตรงนี้ได้โดยจะต้องเขียนไว้โดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเพศ ดิฉันก็จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณค่ะ
ท่านวรชัย เหมะ เห็นมีโน้ตขึ้นมาบอกว่าจะให้ท่านชินวัฒน์อภิปรายแทนใช่ไหมครับ หรือท่านจะอภิปรายเอง
ไม่ใช่ครับ ผมครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ วันนี้โลกมนุษย์เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วครับ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความรู้แล้วก็การศึกษาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะเห็นว่าการศึกษานั้นเป็นการเรียนรู้โลกและเปลี่ยนแปลงโลกครับ ระบบทุกส่วน บนโลกมนุษย์ใบนี้ถ้าไม่มีการศึกษาโลกก็จะหยุดอยู่กับที่ครับ มันไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง ของโลกมนุษย์ เราจะเห็นว่าสถาบันการศึกษาทางทหารนั้นมีถึงระดับปริญญาโทครับท่านประธาน แต่วันนี้ จะมีการยกระดับถึงปริญญาเอกครับท่านประธาน เป็นดอกเตอร์ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า วิธีคิดของคนระดับปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เท่ากันครับ จบดอกเตอร์ปริญญาเอกวิธีคิด อาจจะเก่งกว่า มีความสามารถ มีความรู้มากกว่าปริญญาตรีครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะเห็นว่าการพัฒนาคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนาองค์กร ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้ากองทัพมีการพัฒนาองค์กรด้วยการติดอาวุธทางปัญญา ผมว่ากองทัพนั้นก็จะเป็นกองทัพที่มีคุณภาพ ในยุคหนึ่งครับ ยุค พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านคงจำได้ว่าเน้นหนักในการพัฒนาทำให้กองทัพเล็กแล้วก็บุคลากรของกองทัพ มีความสามารถในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาศักยภาพของคนในการที่จะสู้ กับปัญหาต่าง ๆ แล้วมาถึงวันนี้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญเรื่องนี้ จึงคิดว่า ถ้าสถาบันการศึกษามีการยกระดับการศึกษาครับ กองทัพก็จะพัฒนาไม่เหมือนทุกวันนี้ เราจะเห็นว่ากองทัพที่ผ่านมานั้นถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของคน เพราะฉะนั้นบุคลากร ในกองทัพที่ผ่านมา ผมไม่ทราบว่าท่านคิดเป็นหรือเปล่าครับว่าการที่ถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างอำนาจให้ตัวเองนั้นเป็นความคิดถูกหรือผิดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้จิตสำนึก ไม่ว่าจบปริญญาตรี ปริญญาโทหรือดอกเตอร์ ถ้ามีความคิดที่รับใช้ มีความคิดที่คิดไม่เป็น วิธีคิดยังเดิม ๆ กองทัพก็จะไม่เป็นกองทัพที่มีการพัฒนาแล้ว กองทัพที่มีการพัฒนาแล้ว จะต้องมีจิตสำนึกว่าเขาเป็นกองทัพของชาติ เป็นกองทัพของประชาชน ไม่ใช่เป็นทหาร ของคนส่วนน้อยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นสำคัญที่สุด เราจะเห็นว่า กองทัพหลายประเทศเขาไม่มายุ่งกับการเมืองเลยแม้แต่ประเทศเดียว เพราะฉะนั้น ทหารหลายประเทศ กองทัพหลายประเทศ เขาอยู่ในกรอบของกองทัพแห่งชาติ เขาเป็นทหารอาชีพครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เราเห็นอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ประเทศที่มีการพัฒนาแล้ว เขามีการพัฒนาศักยภาพของคน ในกองทัพให้มีจิตสำนึกรักชาติ รักประชาชนครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่ากองทัพถูกสั่งได้ ด้วยคนบางคน ทำให้มีการยึดอำนาจของประชาชนนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าถ้าเปิดหลักสูตรการศึกษาดอกเตอร์ ชั้นปริญญาเอก ขอให้ใช้หลักสูตรอันนี้มาให้ความรู้กับทหารว่าจิตสำนึกควรจะทำอย่างไร จิตสำนึกของการเป็นทหารอาชีพนั้นควรจะอยู่อย่างไร ควรจะทำอะไรให้ประเทศชาติควรจะทำ อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วยครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การพัฒนาคน การพัฒนา ความคิด การพัฒนาการศึกษา นำไปสู่การพัฒนาคน การพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนากองทัพ เช่นกองทัพแต่ละกองทัพ ไม่ว่ากองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ นั้นจะพัฒนา วางเป้าหมายยุทธศาสตร์เพื่ออะไรครับ นี่ต่างหากเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนากองทัพปัจจุบันนี้ เราจะเห็นครับว่าประเทศ แถบยุโรปที่ประเทศเขาเป็นประชาธิปไตยเขามีการพัฒนากองทัพ แสนยานุภาพของเขานั้น เขาเอาไว้เพื่อป้องกันการที่ทำให้ประเทศเขาดำรงอยู่ได้ การรักษาอำนาจเพื่อที่จะดูแล ประเทศที่มีอำนาจน้อยกว่า หรือมีกองทัพไว้เพื่อดูแลความเรียบร้อยภายในประเทศ ดูแลความรู้สึกของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แล้วร่วมมือร่วมใจกันว่ากองทัพนั้นจะร่วมมือ กับใคร ร่วมมือกับรัฐบาลในการปกป้องประเทศชาติอย่างไร ปกป้องประชาธิปไตยอย่างไร ถ้าประเทศ กองทัพ ทหาร บุคลากร มีจิตสำนึกรักประชาชน รักประชาธิปไตย กองทัพ ก็จะเป็นกองทัพแห่งชาติจะไม่ถูกเป็นเครื่องมือให้ใครครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในหลักสูตรปริญญาเอกวันนี้ต้องสอนในลักษณะจิตสำนึกแล้วก็ให้ความรู้ว่า ทหารคนไหนผ่านวิชาที่กำหนดว่าจะต้องมีความรู้สึกรักประเทศ รักประชาชนอย่างไร รักประชาธิปไตยอย่างไร คนนั้นให้สอบผ่านเป็นดอกเตอร์จบปริญญาเอกได้เลยครับ ท่านประธาน นี่คือจุดสำคัญต่างหากครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมสนับสนุน แล้วก็ขอให้รัฐบาล ดำเนินการเรื่องนี้ และถือว่าเป็นวาระสำคัญของกองทัพครับ ขอบคุณครับ
นายแพทย์สุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เป็นคนหนึ่งนะครับที่สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเนื้อหา หลัก ๆ แล้วที่เป็นหลักการใหญ่ก็คือให้มีการเปิดสอนถึงชั้นปริญญาเอก ปัจจุบันนี้ ก็มีการสอนชั้นปริญญาโทอยู่แล้ว แต่ผมก็ได้ข่าวว่าสถานที่เรียนแล้วก็อาจารย์ผู้สอน ยังไม่เพียงพอ ต้องไปฝากเรียนอยู่ที่อื่น ซึ่งอันนี้เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีคงจะตอบได้ว่า เป็นความจริงหรือเปล่านะครับ ถ้าเปิดให้มีการเรียนการสอนถึงระดับปริญญาเอก ในโรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ อย่างนี้ต่อไปก็คงจะมีตำแหน่ง ของอาจารย์ ศาสตราจารย์ อะไรเหล่านี้เพิ่มอีกเป็นจำนวนมากมายนะครับ ขณะเดียวกัน หลักการอันอื่น ๆ ก็เป็นการรองรับการขยายถึงปริญญาเอก ปริญญาโทอันนี้นะครับ อย่างเช่นการเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาการทหาร หรือการกำหนดให้มี ตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำของสถาบันการศึกษา ซึ่งเมื่อกี้ผมก็ได้กล่าวไปแล้ว ขอไปไกลอีกสักนิดหนึ่งครับสำหรับเรื่องนี้ ก็คืออยากจะพูดถึงวิชาการทหารนะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าปัจจุบันนี้วิชาการทหาร เป็นที่จูงใจ เป็นที่ชอบใจของผู้ปกครองที่เขาอยากให้ลูกรับราชการ เพราะทุกวันนี้อาชีพอื่น เรียนไป วิชาอื่น สาขาอื่นนี่ครับออกมารับราชการมันไม่แน่นอนเสียแล้ว มีการแข่งขันสูง มีการเล่นพวก ใช้เส้นใช้สายกันมาก แต่เขาบอกว่าถ้าลูกสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารตั้งแต่ เริ่มแรกนี่แน่นอนที่สุดครับได้บรรจุรับราชการแน่ ๆ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองเดี๋ยวนี้จำนวนมากทีเดียวที่เคยส่งเสริมให้ลูกเรียนสายสามัญกลับมาให้ ลูกสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ทำให้โรงเรียนกวดวิชาเกี่ยวกับการเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ตอนนี้ก็เป็นที่นิยมทำเงินได้มากมายทีเดียวนะครับ อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่า เหตุการณ์อย่างนี้มันจะอยู่ได้อีกนานสักกี่ปีครับ คือที่สามารถเข้าไปเรียนในโรงเรียน เตรียมทหารแล้วบรรจุได้หมด ในขณะที่สาขาอื่นเขาตอนนี้อย่างแม้กระทั่งวิชาชีพพยาบาล หรือว่าอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามเดี๋ยวนี้ออกมาก็เป็นลูกจ้างชั่วคราวกันแล้วมีการมาชุมนุม มาเรียกร้องกันอย่างมากมายทีเดียวนะครับ วิชาการทหารตอนนี้ก็ยังถือว่าได้เปรียบคนอื่นเขา อยากเรียนถามท่านว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันจะอยู่ได้อีกสักกี่ปีที่ว่าจบแล้วก็รับราชการได้ แล้วตอนนี้ไม่ทราบว่าทางโรงเรียนเตรียมทหารรับอยู่กี่คนที่กระจายออกไปตามหน่วยต่าง ๆ แม้กระทั่งตำรวจด้วยนะครับ การขยายเป็นปริญญาโท ปริญญาเอก กระผมเชื่อว่าไม่มีสมาชิก คนไหนหรอกครับที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องเรียนถามนะครับว่าสถาบันอื่นเมื่อถึงขั้นปริญญาโท ปริญญาเอก ก็มีการเปิดโอกาสให้กับคนที่จบการศึกษามาจากที่อื่นได้มีสิทธิเข้ามาเรียนด้วย อยากจะเรียนถามว่าแล้ววิชาการทหารจะเปิดโอกาสให้คนที่เขาจบที่อื่นเข้ามาเรียนไหม ในเมื่อสถานที่เรียนโรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ ตอนนี้ก็เป็น สถานที่เรียนที่น่าไปเรียนจริง ๆ ครับ สถานที่กว้างขวางคณาจารย์ในอนาคตก็คงจะเหลือเฟือ น่าจะเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นบ้างนะครับ เพราะว่าสาขาที่เปิดเรียนมันก็จูงใจอย่างที่ท่านอภิวันท์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านเป็นผู้รู้เรื่องนี้เป็นคณะวิศวกรรมสาขาต่าง ๆ แหม มันน่าเรียนเหลือเกินครับ ก็อยากจะถามว่าจะให้คนอื่นที่เขาอยากจะเรียนวิชาการทหารพ่วง ด้วยเขามีสิทธิจะเข้าไปร่ำเรียนได้หรือไม่ ในอนาคตจะเปิดกว้างสำหรับเรื่องนี้หรือไม่ ผมเชื่อว่าถ้าเปิดได้แล้วมันจะเป็นประโยชน์สำหรับคนทั่วไปได้ไปเรียนรู้วิชาการทหารบ้าง ในขณะเดียวกันทหารก็ได้อยู่กับคนสามัญบ้าง ได้ซึมซาบได้เรียนรู้ความเป็นคนธรรมดาบ้าง เพราะว่าอย่างที่ทราบกันท่านสมาชิกเมื่อกี้ก็อาจจะพูดไปในบางส่วนแล้วว่าคนที่เรียนทหาร บางท่านอาจจะสำคัญตัวว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีอาวุธอยู่ในมือ อาจจะมีอีโก้ (Ego) สูงสักนิดหนึ่ง จนนึกว่าตัวเองใหญ่คับฟ้านะครับ ทำตัวบางครั้งก็อาจจะไม่เคารพกฎหมายบ้าง อย่างเช่น กรณีของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เคยเป็นใหญ่ทางการเมือง พอวันหนึ่งได้รับโทษจำคุก ก็ไม่ยอมรับโทษอันนั้น เพราะอาจจะไม่เคยได้เรียนรู้ว่าคนสามัญเขาอยู่กันอย่างไร ด้วยความที่สำคัญว่าตัวเองใหญ่โตมาก ท่านประธาน ผมอาจจะไม่เห็นด้วยกับท่านสมาชิก ในกรณีที่บอกว่ากองทัพบางครั้งก็ไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง ผมเชื่อว่ากองทัพมีวุฒิภาวะ พอครับ และเชื่อในความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบที่เขามีต่อประเทศชาติ ผมเชื่อว่า เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็คงยืนยันได้หรือว่าท่านไม่แน่ใจ ผมว่าท่านยืนยัน ได้ว่าทหารถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ แล้วเขาก็คงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมือง ที่ผ่านมา บางครั้งก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่มันลุกลาม อย่างเช่นคนบางกลุ่มที่ออกมาชุมนุม โดยไม่เคารพกฎหมาย สร้างความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง คนทั่วไป เขายังทนไม่ได้ครับ ทหารก็คงจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกันเขาก็มีเลือดมีเนื้อ เขาก็มีพี่มีน้อง มีญาติที่อยู่ในประเทศที่ต้องการความสงบ เพราะฉะนั้นจำเป็นอยู่เองครับที่เขาต้องออกมา ปกปักรักษาบ้านเมืองให้ความสงบสุขกับพี่น้องประชาชน สำหรับผมเรื่องของการศึกษาเหมือนทุกท่านได้พูดละครับ มันเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สาขาไหนเราต้องล้ำหน้าครับ ตามเพื่อนบ้านให้ทันแล้วก็ล้ำหน้าเพื่อนบ้านด้วย เรื่องทหารนี่ ผมก็ไม่ทราบว่าเรากับประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างไร เราดีกว่าเขาหรือเขาเกินหน้าเราไป แต่โอกาสนี้ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาอีกก้าวหนึ่งสำหรับวงการวิชาการทหารที่จะ มีคนเป็นดอกเตอร์ มีคนที่มีความรู้ความสามารถในอนาคตสืบไป ผมเห็นด้วยกับกฎหมาย ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์สุนัยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ผมขอแสดงความยินดีกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ได้เสนอเป็นเจ้าของ ในการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้เข้ามา กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีฐานะเป็นเพียงแค่กฎหมายวิทยฐานะ ของทหารเท่านั้นนะครับ ถ้าดูให้ดีคือกฎหมายที่จะเปิดการปฏิรูประบบกองทัพนั่นเอง เมื่อกี้นี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้นำเสนอความเห็น มีการเสนอว่าผู้หญิงควรจะ เข้ามาเป็นได้บ้างไหม สอบ จปร. นี่ เพราะมันไม่มีความเท่าเทียมกัน คนอื่น ๆ จบปริญญา หรือในสายอื่นเข้าได้บ้างไหม ดังนั้นผมเชื่อเหลือเกินครับว่ากฎหมายฉบับนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านสุกำพล ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ให้เป็น ประวัติศาสตร์ไว้ในสภาแห่งนี้ว่าท่านได้มีส่วนสำคัญ ส่วนท่านจะเห็นด้วยกับผมหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ว่านี่คือกฎหมายปฏิรูประบบคิด แนวคิดของกองทัพ ท่านประธานครับ การที่เปิดการศึกษากว้างขึ้นนั้นแน่นอนเหลือเกินตามมาตรา ๖ นั้น นักวิชาการส่วนอื่น ๆ จะได้เข้าไปมีโอกาสเข้าไปจัดระบบการศึกษา อย่างน้อยที่สุดมาตรา ๖ (๓) ได้บอกแล้วว่า กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเก้าคน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งมิได้เป็นนายทหารประจำการและ ต้องเป็นพลเรือนอย่างน้อยหกคน ท่านครับ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ากองทัพไทยนั้น ผมไม่ได้ตำหนิท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ว่าโดยโครงสร้างของกองทัพไทยนั้น ได้แสดงบทบาทโดดเด่นที่สุดคือตอนเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ แต่หลังจากนั้นอีกประมาณ ๖๐ ปีตั้งแต่ปี ๒๔๙๐ เป็นต้นมาที่ได้ทำลาย คณะราษฎร์ทั้งหมด กองทัพได้ถูกแปรเปลี่ยนกลายเป็นกองทัพที่มีอุปสรรคต่อการพัฒนา ประชาธิปไตย ทหารได้ถูกผลักดันออกมาฆ่าประชาชนหลายรอบเหลือเกินครับ และคนหนึ่ง ที่หนีการเข่นฆ่าของทหารได้มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือคนที่ขณะกำลังอภิปรายอยู่นี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม วันที่ ๖ ตุลาคม พฤษภาทมิฬ จนถึงกระทั่งราชประสงค์ เพราะอะไรครับ เพราะกระบวนความคิดมันมีปัญหาไม่เข้าใจตรงนี้ ดังนั้นผมคิดว่า การอภิปรายนี้ ผมจึงขอเสนอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมผ่านท่านประธานสภา ใน ๓ ประเด็นใหญ่ เพื่อจะให้กฎหมายของท่านสมบูรณ์ขึ้น ประเด็นที่ ๑ คือรูปแบบ ประเด็นที่ ๒ คือเนื้อหา ประเด็นที่ ๓ คือการปรับปรุงระบบของทหารไปพร้อมกัน
อันแรกเลยผมเข้าใจว่ารูปแบบของท่านนั้นน่าจะมีปัญหาในร่างนี้ และ อาจจะมี ส.ส. ท่านใดท่านหนึ่งนำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่ากฎหมายฉบับนี้ น่าจะไม่สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๓ ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และส่วนที่ ๒ ความเสมอภาค ท่านครับ กฎหมายอะไรก็แล้วแต่ที่มีการละเมิดสิทธิ และเสรีภาพ และไม่เคารพต่อหลักความเสมอภาคนั้น เมื่อมีความจำเป็นกฎหมายจะต้อง เขียนนำหน้าไว้ แปะขั้นต้นเลยว่าเป็นกฎหมายที่มีข้อขัดข้องหรือว่ามีส่วนที่ขัดต่อเสรีภาพ และความเสมอภาคนั้นต้องแจ้งไว้ครับ รูปแบบนี้ไม่น่าจะถูกต้องอาจจะถูกฟ้องได้ ให้ตีความ อะไรคือการขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญ หมวด ๓ และส่วนที่ ๒ ว่าด้วยสิทธิ และเสรีภาพของชนชาวไทย และความเสมอภาค วันนี้ผมนายสุนัยเป็นคนหนึ่งซึ่งมีบิดา เป็นคนจีนที่เรียกว่าลูกครึ่ง เต็มสภาหมดครับ ไม่มีสิทธิแม้กระทั่งจะหนีทหาร ท่านต้องยอมรับความเป็นจริงว่าวันนี้คนไทยทุกคนไม่มีโอกาสสอบเข้าทหารได้ นี่คือหลักความเสมอภาคครับ คนที่มีบิดาเป็นชาวจีนอย่างผมนี่ไม่สามารถจะสอบเข้าโรงเรียน แม้กระทั่งนายสิบทหารได้ อย่าว่าแต่ผมเลยครับ ลูกชายผมก็ยังทำไม่ได้อีก แต่เป็นได้อย่างเดียวคือเป็นทหารเกณฑ์เท่านั้น เมื่อเป็นอย่างนี้มันก็ขัดหลักสิครับ ขัดกับหลักความเสมอภาค ดังนั้นผมจึงไม่อยู่ในฐานะไปสมัครเป็นครูโรงเรียนนายร้อย แล้วหนีทหารเกณฑ์ ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ต้องเดือดร้อนได้ แต่มองอีกมุมหนึ่งวันนี้มีคนไทยไม่ใช่น้อยอยู่ในต่างประเทศที่ผมในฐานะเป็น ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศได้ไปพบ เขาเกิดในต่างประเทศ บางคน ติดตามคุณพ่อไป เขาอยากจะรักษาสัญชาติไทยไว้ แต่การรักษาสัญชาติไทยไว้นั้น ต้องเข้ามาเกณฑ์ทหาร ดังนั้นหลายคนที่ไปเรียนต่างประเทศไม่ได้เกณฑ์ทหาร ไม่ได้เรียน ร.ด. เลยต้องกลับมาสมัครเป็นครูทหาร ไม่ใช่สมัครกันได้ทุกคนนะครับ คนมีเส้นเท่านั้นที่พ่อใหญ่ที่จะสมัครได้ ท่านประธานครับ ตรงนี้เองที่ผมเห็นว่าโดยรูปแบบ ความเสมอภาคมันไม่มี ดังนั้นโดยรูปแบบการจัดการต้องมีเขียนไว้นะครับ อันที่ ๑
อันที่ ๒ เรื่องเนื้อหาหลักสูตรครับท่านประธาน ผมอยากจะเห็น กระบวนการจัดการเนื้อหาหลักสูตรที่ก้าวหน้า เปิดให้เรียนรู้เรื่องการเมืองการปกครอง เรื่องสิทธิและเสรีภาพ เรื่องความเสมอภาค เรื่องสิทธิมนุษยชน อย่างน้อยที่สุดให้ทหาร ที่ถูกกำหนดหลักสูตรจากสภามหาวิทยาลัยของเขาได้สร้างความสมบูรณ์ทางความคิด ให้ก้าวทันกับโลกสมัยใหม่ ไม่ใช่นายจะใช้ไปฆ่าใครก็ได้ทั้งนั้น แล้วก็เกิดปัญหาอยู่ทุกวันนี้ และยังไม่มีที่สิ้นสุดว่าจะยุติเรื่องนี้ คนที่เห็นชัดเจนที่สุดเป็นนายทหารจบ จปร. ไม่ใช่ทุกคนนะครับ ยศพลเอกไม่รู้ว่าสติเสียหรือเปล่า ก็เขาเลือกตั้งกันไปตั้ง ๒ รอบ ๓ รอบ ยึดอำนาจแล้วเลือกตั้งก็แพ้ แพ้ แพ้ ยังจะไปชุมนุมบอกให้ทำการยึดอำนาจแช่แข็ง ประเทศไทย ๕ ปีอีก คนประเภทนี้จะได้ไม่มีในอนาคตถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านไปนะครับ ดังนั้นเรื่องหลักสูตรทำอย่างไรจะจัดหลักสูตรให้มันดีขึ้น เพื่อรวบรัดเวลา
อันที่ ๓ ปรับปรุงระบบ ขอกราบเรียนเพื่อสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และเพื่อยืนยันให้พี่น้องทหารเห็นว่าคนในสภาแห่งนี้ไม่ได้รังเกียจทหาร เห็นความสำคัญ ของทหาร จำเป็นต้องมีและต้องปรับปรุงให้ดีกรี (Degree) ของท่านเพิ่มขึ้นด้วย ไม่เป็นไร แต่ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ทหารมาขัดแย้งกับประชาชน เป็นเครื่องมือของคนที่อยากมีอำนาจส่วนน้อยเท่านั้น แล้วใช้กำลังทหารมายึดอำนาจแล้วมา ฆ่าประชาชน ท่านประธานครับ ตรงจุดนี้เองที่ผมเห็นว่าเรื่องการปรับปรุงนี้อันหนึ่งคือระบบ การเกณฑ์ทหารให้สอดคล้องกับกฎหมายฉบับนี้ ผมขออนุญาตฝากความเห็นผ่าน ท่านรัฐมนตรีไปเถอะครับ ถ้าท่านทำได้ประวัติศาสตร์จะจารึกท่านว่าท่านได้ปรับปรุง โครงสร้างสำคัญที่สุด กฎหมายการเกณฑ์ทหารของประเทศไทยเป็นกฎหมายที่อิงกับระบบไพร่ ทาสในอดีต ทำไมคนต้องหนีทหาร และทำไมจึงต้องมีข่าวเกี่ยวกับการยัดเงินสัสดี ในการเกณฑ์ทหารทุกครั้งไป ก็เพราะเข้าไปเงินเดือนไม่กี่สตางค์ แล้วถูกไปโขกไปสับไปฝึก ตรงนี้เองผมอยากให้ท่านลองไปปรับปรุง ลองไปพิจารณาเถอะครับ ยกเลิกกฎหมาย การเกณฑ์ทหารเสีย เพื่อคนไทยทั้งหมดจะได้เข้ามาสู่กระบวนการมีส่วนร่วม และยกเลิกเถอะครับ ใครมีพ่อเป็นจีน พ่อเป็นฝรั่งสมัครทหารไม่ได้ ตรงนี้เองครับผมอยากจะให้เห็นถึงความเป็นจริง ของโลกสมัยใหม่ วันนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดครับ คนไทยคนหนึ่งไปอยู่ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสุภาพสตรี ชื่อลัดดา แทมมี่ ดัคเวิร์ธ ได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วที่รัฐอิลลินอยส์ ผมกำลังจะทำหนังสือ แสดงความยินดีกับเขา ท่านครับ ประเทศที่เจริญแล้วเห็นชัดเจนว่าเขาเปิดโอกาส แห่งความเสมอภาคเลย มีคนไทยไม่น้อยครับ มีคนหนึ่งมาจากจังหวัดอุดรธานีไปขับรถแท็กซี่ อยู่ที่ชิคาโก มีลูกไปด้วยครับ ลูกไปโตที่นั่น เกิดเมืองไทย ไปสมัครเป็นทหาร ไปสอบเข้าเป็น ทหารอเมริกันได้ เช่นเดียวกับคุณลัดดานี่ครับ ไปรบอยู่ในตะวันออกกลางเสียขา ตามที่เคย เป็นข่าวมาแล้ว วันนี้สมัครผู้แทนราษฎรได้ครับ เป็นทหารก็ได้ สมัครผู้แทนราษฎรก็ได้ แต่สุนัยเกิดที่นี่ ลูกสุนัยเกิดที่นี่ตั้ง ๒ ชั่วคน ลูกคนเยอะแยะพ่อเป็นต่างด้าว เกิดเมืองไทย รักเมืองไทย เป็นทหารไม่ได้ เป็นได้แต่ทหารเกณฑ์ครับ ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่เสมอภาค ถ้าเรายกเลิกกฎหมายทหารเกณฑ์เสียแล้วเปิดโอกาสให้คนสมัครเลยครับ เมื่อกี้ ท่านผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็บอกว่าวันนี้คนอยากเป็นทหารก็เยอะไปครับ เพราะงานอื่น มันหายาก ลองเปิดสมัครรับทหารเกณฑ์ ถ้าใครจบมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วสมัครเป็น ทหารเกณฑ์ได้ มีสิทธิสอบเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยเป็นกรณีพิเศษ บรรจุไว้สิครับ ขอโทษครับ ทหารเกณฑ์ไม่ต้องเกณฑ์แล้วครับ ทุกคนสมัครหมด เพราะทุกคนมีโอกาสในชีวิต มีโอกาสที่จะไต่เต้าเป็นนายทหารได้ เริ่มต้นที่ทหารเกณฑ์เข้าไปเลยครับ แล้วเดี๋ยวนี้ คนจบมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นเรื่องปกติง่ายมาก ท่านจะได้ทหารเกณฑ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น ทันทีครับ เขาพร้อมที่จะไปอาสารับใช้ชาติไปดำเนินการต่าง ๆ อยู่ชายแดนได้ เพราะเขามี ความหวังว่าพอเกณฑ์เสร็จจะสอบเข้าเป็นโรงเรียนนายร้อย ตามกฎหมายฉบับนี้เปิดช่อง ให้เขาสิครับ ก็เราเล่นไม่เปิดช่องเลยก็หาว่าคนจะหนีทหารเกณฑ์ หนีทหารเกณฑ์ ก็ให้ทหารเกณฑ์ให้เงินเดือนเขาดี ให้โอกาสเขาบ้างสิครับ ทุกอย่างก็จะเข้าสู่กระบวนการได้ ท่านครับ ไหน ๆ ก็เปิดประตูด้วยความรู้เรื่องระบบสภาการศึกษาแล้ว ก็ควรจะเปิดโอกาสด้วย ดังที่ผมเสนอในส่วนที่ ๓ คือควรจะปรับปรุงระบบได้แล้วครับ ยกเลิกเสียเถอะครับ ประเภทต้องไทย ๒ ชั่วคน ถ้าบอกว่าการเป็นคนไทย ๒ ชั่วคนจึงจะรักชาติ แล้วทำไม อเมริกันยังไม่ทันชั่วคนรักชาติเป็นแล้วครับ คนไทยไปเป็นทหารอเมริกันเต็มไปหมดครับวันนี้ เพราะโอกาสแก่สังคมเขาเปิดให้เขาจึงรักประเทศนั้น จึงรักสภาพแวดล้อมสิ่งนั้น ท่านอาจจะ ทำไม่ได้ในเวลานี้แต่ผมคิดว่าผมใกล้ชิดกับท่าน สามารถจะพูดกับท่านได้ในพรรค แต่นี่พูดในทางสาธารณะเป็นทางการในฐานะผู้แทนราษฎรที่จะต้องดูแลคนชั้นล่าง ให้มีโอกาสและยกเลิกและหาทางปรับปรุง ขจัดระบบการทุจริตในการเกณฑ์ทหารเสียด้วย การเปิดเสรีไม่ต้องเกณฑ์ สมัครเลย และคุณมีโอกาส ๑. ได้ฝึกอาชีพ ๒. มีรายได้ที่ดี ๓. มีโอกาสสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย จปร. กับเขาบ้าง รับประกันได้ทหารเกณฑ์บานเลย ดีไหมครับท่าน แล้วท่านจะเป็นคนแรกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าท่านมีส่วนสำคัญได้ยกเลิก ระบบการเกณฑ์ทหารที่พาดพิงไปสู่กระบวนการระบบไพร่ในอดีต ไม่ใช่ระบบที่เคารพต่อ สิทธิมนุษยชนหรอกครับ เราเริ่มต้นเสียตรงนี้ กราบขอบพระคุณครับ ขอสนับสนุนครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอมีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะ ผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้มี ความทันสมัยมากขึ้น แม้จะมีผู้แสดงความคิดเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นเพียงแค่กฎหมาย ที่ให้สถาบันการศึกษาวิชาการทหารในระดับสูงได้เปิดการเรียนการสอนถึงชั้นปริญญาเอก เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเนื้อหาสาระของกฎหมายฉบับนี้สามารถเปิดช่องให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในการเรียนการสอนวิชาการทหารได้อย่างมาก ซึ่งผมก็คิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดี แล้วก็สถานการณ์ของประเทศ สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไปอย่างมาก วิชาการทหาร ก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเป็นไปของโลกเช่นกัน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นในเชิงเสนอแนะเพื่อให้ระบบการเรียนการสอน วิชาการทหารนั้นได้มีการปรับปรุง แม้ว่าปัจจุบันเราจะมีสถาบันการศึกษาทางด้านการทหาร ในระดับสูงอยู่เพียง ๖-๗ แห่ง ก็คือ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนเสนาธิการทั้ง ๓ เหล่าทัพ รวมทั้งโรงเรียนแผนที่ของ กรมแผนที่ทหาร แต่ผมคิดว่าผลผลิตที่เกิดขึ้นจากโรงเรียนวิชาการทหารระดับสูงเหล่านี้ ได้ผลิตบุคลากรที่มีคุณค่าต่อกองทัพและประเทศ นอกจากนั้นก็ยังใช้วิชาความรู้ออกมา ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับกองทัพเท่านั้น แต่เราก็เห็นแล้วว่าศักยภาพของคนที่จบ จากโรงเรียนวิชาการทหารระดับสูงเหล่านี้เป็นที่ต้องการของภาคเอกชนต่าง ๆ เราจะเห็นว่า มีนายทหารจำนวนมากที่มีความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์รับราชการอยู่ในกองทัพ ระยะหนึ่ง แล้วกองทัพไม่สามารถที่จะสนองตอบต่อความต้องการ หรือให้โอกาส ในการแสดงความรู้ความสามารถได้เต็มที่ เขาก็เกิดอาการสมองไหลไปอยู่ในภาคเอกชนจำนวนมาก นี่สะท้อนให้เห็นว่าหลักสูตรวิชาการของโรงเรียนวิชาการทหารระดับสูงเหล่านี้เป็นประโยชน์ แล้วก็เป็นคุณูปการทั้งกองทัพและประเทศชาติ ปัญหาว่าในอนาคตที่เราถกเถียงกันก็คือว่า เราจะผลิตบุคลากรจากโรงเรียนวิชาการทหารระดับสูงเหล่านี้ออกมาให้สอดคล้องกับ ประเทศแล้วก็สังคมโลกที่เปลี่ยนไปอย่างไร ผมคิดว่าสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่เราไม่น่าที่จะ ละเลยไปนอกเหนือจากวิชาความรู้ทางด้านการทหาร ทางด้านการรบ ทางด้านการพัฒนา ประเทศ ซึ่งเป็นหลักสูตรของโรงเรียนเหล่านี้อยู่แล้วก็คือการมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน ๓-๔ ประการ ท่านประธานที่เคารพครับ คุณสมบัติที่ผมอยากจะนำเสนอนั้นมันสอดคล้องกับ แนวทางที่ผมคิดว่าโรงเรียนวิชาการทหารระดับสูงจะต้องให้ความสำคัญก็คือตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ในเรื่องของแนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐที่บอกว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ จะต้องจัดให้มี กำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษา เอกราช อธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเพื่อ การพัฒนาประเทศ ผมคิดว่านอกจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึง บทบาทหน้าที่ของกองทัพและทหารแล้ว นี่ยังจะเป็นแม่แบบในการกำหนดหลักสูตร ให้กับนักเรียนในโรงเรียนวิชาการทหารระดับสูงเหล่านี้ด้วย ผมคิดว่านี่แหละคือจุดที่เป็น ความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นแนวทาง แต่นอกเหนือจากความเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ของกองทัพซึ่งแบ่งแขนงแยกย่อยไปต่าง ๆ มากมายแล้ว ผมคิดว่าคุณสมบัติ ๔ ประการ ที่ควรจะมีสำหรับผู้ที่ผ่านการศึกษาจากโรงเรียนวิชาการทหารระดับสูงทั้ง ๗ แห่งนี้ ก็คือ
๑. การปลูกฝังภาวะความเป็นผู้นำ ซึ่งท่านผู้อภิปรายท่านแรกท่านได้หยิบยก เรื่องนี้มาซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าบทบาทของนักเรียนนายร้อย รวมทั้งบทบาทของผู้ที่เข้าเรียน ในสถาบันวิชาการทหารระดับสูงนั้นมีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำสูง แล้วก็ได้สะท้อนให้เห็น ในทุกยุคทุกสมัยว่าคนเหล่านี้แหละเป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศชาติ แต่อย่างไรก็ตาม ความเป็นผู้นำนั้นมีหลากหลายมิติ ความเป็นผู้นำนั้นจะต้องถูกใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ เพื่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่การใช้ภาวะผู้นำไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง และที่สำคัญและต้องระมัดระวังก็คือว่าบนภาวะความเป็นผู้นำนั้นจะต้องไม่ใช้วัฒนธรรม อำนาจเหนือกว่าคนอื่นจนกระทั่งว่าไปทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง เราได้เห็นผู้คน จำนวนมากที่มีเครื่องแบบ แต่งเครื่องแบบ มีดาว มียศประดับ แต่ใช้วัฒนธรรมอำนาจ ในทางที่ผิด ผมยกตัวอย่างเช่นการที่เรามีนายทหารนอกแถวไปปฏิบัติการ ไปรีดไถ ไปข่มขู่ ไปประพฤติปฏิบัติที่ใช้ยศ ใช้เครื่องแบบในทางหากิน เหล่านี้จะต้องไม่เกิดขึ้นและจะต้องไม่มี ต้องปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้ตระหนักอยู่ในโรงเรียนคนที่จบจากโรงเรียนเหล่านั้น
๒. ก็คือความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ซึ่งการเรียนรู้นั้นมันไม่มีที่สิ้นสุดหรอกครับ ท่านประธานครับ เวลานี้ทุกโรงเรียน ทุกสถาบันการศึกษาสอนให้คนมีความคิดสร้างสรรค์ แม้ว่าทหารจะมีกรอบวินัยในทางความคิดก็คือการเชื่อมั่นกับผู้บังคับบัญชา แต่นั่นจะต้อง ไม่เป็นอุปสรรคในการทำให้คนเหล่านี้มีความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ ที่สามารถที่จะ แลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ของวิชาการทหารให้ก้าวไกล สามารถที่จะเทียบกับ นานาประเทศได้
๓. คือการที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น คนที่อยู่ในวัฒนธรรมอำนาจ หรือคนที่มีอำนาจ การรับฟังความคิดเห็นคนอื่นมักจะน้อย ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่าหวั่นวิตก สำหรับสังคมไทย ทำอย่างไรให้นักเรียนวิชาการทหารที่จบจากโรงเรียนเหล่านี้ ได้มีวิถีความคิดที่เป็นประชาธิปไตย มีจิตวิญญาณที่เป็นประชาธิปไตยในการรับฟัง ความคิดเห็นของคนอื่นเพื่อเอาความคิดเห็นเหล่านั้นมาหลอมรวม แล้วตกผลึกมาเป็น องค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่จะสร้างสรรค์ประเทศชาติได้
สุดท้าย ที่มีคุณสมบัติที่ผมคิดว่าควรจะต้องปลูกฝังไว้ในโรงเรียนวิชาการทหาร เหล่านั้นคือสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้ทราบดีว่ากองทัพเราได้ ให้ความสำคัญ แล้วก็พูดกันติดปากว่าไม่มีนายทหารคนไหนที่ไม่มีสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่อะไรเป็นเครื่องชี้วัดล่ะครับ เราก็พบเห็นกันอยู่เรื่อย ๆ วันใดที่ชาติ เผชิญกับปัญหาวิกฤติ ชาติเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ มีคนจำนวนไม่น้อย ที่วางตัวอยู่เฉย ไม่แสดงออก ไม่มีความรู้ร้อนรู้หนาวกับภาวะที่ชาติกำลังเผชิญ ชาติเผชิญกับ ปัญหาอะไรครับ ปัญหาเรื่องของภัยคุกคามต่ออำนาจอธิปไตย ภัยคุกคามต่อระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข มีภัยคุกคามทางด้านเศรษฐกิจ มีภัยคุกคามทางด้านสังคมวัฒนธรรม มีภัยคุกคามจากสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งภัยจาก การก่อการร้ายข้ามชาติทั้งในและต่างประเทศ ถามว่าคนที่สวมเครื่องแบบทหารมีความรู้สึกกับ ภัยคุกคามเหล่านั้นอย่างไร สำนึกรักชาติมันต้องแสดงออกมาให้เห็น ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติถูกล่วงละเมิด ถูกจาบจ้วง ถูกโจมตี สถาบันเหล่านี้ได้รับ การปกป้องจากใคร สังคมคาดหวังจากคนที่จบจากโรงเรียนวิชาการทหารเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการปลูกฝังคุณสมบัติทั้ง ๔ ข้อเหล่านี้ ก็คือ ความเป็นผู้นำ ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ การรับฟังความคิดเห็นคนอื่นที่มีจิตวิญญาณเป็นประชาธิปไตย และความสำนึก รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้นเป็นคุณสมบัติที่ต้องปลูกฝังไว้ในโรงเรียนวิชาการทหาร เหล่านี้ ท่านประธานครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีประเด็นที่ผมอยากจะพูดถึง สั้น ๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็คือในมาตรา ๕ ซึ่งเป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษา วิชาการทหารซึ่งอยากจะฝากเป็นประเด็นไว้ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น ได้รับไปพิจารณาก็คือเราอุตส่าห์แก้ไขปรับปรุงให้อำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาการทหาร กว้างขวางขึ้นแล้ว ผมคิดว่าประเด็นหนึ่งที่ยังไม่ได้ถูกบรรจุไว้ก็คืออำนาจหน้าที่ ในการจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาวิชาการทหารซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญ เราสามารถ กำหนดมาตรฐานวิชาการทหารได้ให้มีความสอดคล้องกับหลักสูตร กับสภาพ ความเป็นไป เรื่องงบประมาณ เรื่องกำลังคน แต่ว่าแผนแม่บทในการจัดทำหลักสูตร การศึกษาทางด้านการทหารที่จะต้องมีความสอดคล้องกับภาวะความเป็นไปและ ความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นจะต้องมี และจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันกับ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากนั้น ในองค์ประกอบของสภาวิชาการทหารซึ่งในมาตรา ๖ ซึ่งประกอบด้วย (๑) และ (๒) ผมตั้งข้อสังเกตไว้ว่าในทั้ง ๒ อนุมาตรานั้นเป็นตำแหน่งที่เป็นข้าราชการประจำ ยกเว้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ เป็นข้าราชการประจำซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ได้ ตลอดเวลา ผมคิดว่าปีเว้นปีเลยในการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ความต่อเนื่องจะต้องคำนึงถึงด้วยว่าเอาคนเหล่านี้มานั่งกำหนดอนาคตของการพัฒนา วิชาการทหารนั้นมันจะเกิดความต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไร และผมก็อุ่นใจว่าเมื่อมี (๓) ซึ่งให้มี กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๙ คน ที่เอาพลเรือนมา อย่างน้อย ๖ คนเข้ามาจะช่วยทำให้มุมมองในการกำหนดหลักสูตรวิชาการทหาร มีความหลากหลายแล้วก็มีความรอบด้านมากขึ้น
ท่านประธานครับ สุดท้ายที่อยากจะฝากไว้เป็นประเด็นก็คือว่านอกเหนือจาก สถาบันการศึกษาในระดับสูงทั้ง ๗ แห่งที่ผมได้กราบเรียนในตอนต้นนี้แล้ว ผมคิดว่าการที่เรา จะทำหลักสูตรเพื่อให้ทหารหรือผู้เกี่ยวข้องกับวิชาการทหารได้มีสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้น ผมอยากให้ลองดูไปที่แม้กระทั่งหลักสูตรรักษาดินแดนสำหรับเยาวชน ซึ่งอยู่ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ผมคิดว่าถ้าสภาการศึกษาวิชาการทหารได้สามารถก้าวล่วง ไปยังหลักสูตรที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ได้ก็จะทำให้หลักสูตร ร.ด. หรือหลักสูตรวิชาการทหาร สำหรับลูกหลานเยาวชนของเราได้มีโอกาสเข้ามาใกล้ชิดกับกองทัพ แล้วก็สามารถที่จะเอา แนวความคิดในการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ลงสู่เยาวชนได้ดีมากยิ่งขึ้น ก็ต้อง ขออนุญาตท่านประธานได้ตั้งข้อสังเกตไว้ แล้วก็ให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้น รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่อุตส่าห์มานั่งรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ในวันนี้ได้รับไปปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่ยังเป็นปัญหาอยู่ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
นายแพทย์เหวงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ ผมสนับสนุนและดีใจครับ ก่อนอื่นผมต้อง กราบเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่าความรู้สึกในสมัยเด็กที่ผมมีต่อโรงเรียนนายร้อย จปร. เป็นอย่างไร เป็นความรู้สึกที่วิจิตรเพริศแพร้วมากครับ คือความรู้สึกของผมในสมัยเด็ก และ ไม่เพียงแต่ผมคนเดียวนะครับ เด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ส่วนใหญ่ ขออนุญาตด้วยความเคารพ ถ้าผมเอ่ยชื่ออะไรไปนี่ไม่ได้หมายความว่าผมจะไป บั่นทอนความน่าเชื่อถือของที่โน่นที่นี่นะครับ ในสมัยเด็ก ๆ เด็กผู้ชายเวลาพูดถึงการแข่งขัน คือความหวังที่อยากจะเข้าโรงเรียนหลังจากที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วนี่ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าเด็กผู้ชายส่วนใหญ่เขาอยากจะเข้าโรงเรียนนายร้อย จปร. มากกว่า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาด้วยซ้ำไปครับ ทีนี้ประเด็นที่ท่านได้พูดไปแล้ว ผมก็จะไม่พูดซ้ำ ท่านผู้มีเกียรติหลายท่านนะครับว่ามีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่นจำกัดว่าถ้ามีบิดา เป็นคนต่างด้าวก็จะไม่ได้รับการพิจารณาเข้าไปสอบแข่งขัน หรือว่าถ้าสุขภาพร่างกายไม่ดี กระทั่งใส่แว่นตานะครับท่านประธาน ผมยังจำได้เลยว่าใส่แว่นตาเขาก็ไม่รับเลยตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นตอนนั้นผมตั้งใจอยากจะเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อย จปร. ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานตรงไปตรงมาเลย แต่ผมเข้าไม่ได้เพราะว่าผมมีบิดา เป็นคนต่างด้าว แล้วผมก็ใส่แว่นตา ก็เลยเข้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่ผมกราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้ท่านประธานนี่เห็นว่าโรงเรียนนายร้อย จปร. เป็นโรงเรียนหรือสถาบันที่ดึงดูด เอาเด็ก ๆ ที่มีศักยภาพและคุณภาพยอดสุด ๆ ของประเทศไทยไปรวมที่นั่นครับ นี่ผมไม่ได้มา ชมเชยหรือเอาอกเอาใจแต่เพียงประการใด แต่เล่าความจริงให้ทราบ เข้าใจว่าในขณะนี้สถานภาพ ก็ไม่ได้ต่างจากในอดีตเท่าไร ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานนี่สิครับว่า ในเมื่อเป็นสถาบันหรือสถานที่ดูดเอาเด็ก ๆ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้ชาย ส่วนประเด็น เรื่องผู้หญิงผมไม่พูดถึงนะครับ มีท่านผู้มีเกียรติท่านหนึ่งพูดไปแล้ว เอาเป็นว่าเด็กผู้ชายก็แล้วกัน ดูดไว้หมดครับ ผมใส่แว่นนี่ยังสอบไม่ได้เลยเขาไม่ให้ไปสอบ แล้วพ่อเป็นคนจีนนี่ไม่ต้องห่วง แล้วผมทราบว่าหลายคนพยายามไปเปลี่ยน อันนี้ก็ไม่พูดถึงเพราะมันจะหลุดประเด็น ที่ผมกำลังจะกราบเรียนท่านประธานไป ในเมื่อได้รับคนซึ่งมีคุณภาพที่ดีเยี่ยมของประเทศไทย ตั้งแต่เยาวชนไปนี่ ผมก็คาดนะครับท่านประธานครับ คาดว่าพอผ่านโรงเรียนนายร้อย จปร. แล้วนี่ เราจะได้บุคคลคุณภาพดีเลิศของประเทศไทยเพื่อมาช่วยทำให้ประเทศไทยดีเลิศยิ่งขึ้น ตรงนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ได้หมายความว่าทหารจะไม่ดีหรือกองทัพ จะไม่ดี จริง ๆ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าหน่วยงานแรกที่คิดถึงหรือนำพา การเปลี่ยนแปลงในทางเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศไทยคือกองทัพ เพียงแต่ว่าท่านทั้งหลาย เหล่านั้นทำไม่สำเร็จ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ถ้าท่านประธานเคยได้ยินชื่อนะครับ ร้อยตรี เหรียญ ศรีจันทร์ ร้อยเอก เหล็ง ศรีจันทร์ หมอเหล็งครับ ตอนนั้นเนื่องจากเขาทำ ไม่สำเร็จ เขาต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ให้เป็น ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เฉกเช่นยุโรปหรือประเทศอารยะทั้งหลายที่เขาไปแล้ว แต่เขาทำไม่สำเร็จ นี่คือมาจากทหาร แล้วถ้าท่านประธานยังจำได้ อาจารย์ปรีดีเป็นผู้นำ ฝ่ายพลเรือน เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็น การปกครองระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือว่าราชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นต้องไปดูอดีต ทหารหรือกองทัพนำพาความเจริญมาสู่ประเทศไทย ท่านประธานคงจะสังเกตนะครับว่าในอดีต และจริง ๆ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ทหารนำพาสิ่งดี ๆ ให้กับโลกนี้เยอะแยะ อย่างเช่นถ้าท่านประธานไปดูหลักการข้อหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ทุกคนในโลกนี้ก็จดจารึกไว้ในตำราเรียน แล้วจดจารึกยาวนานต่อไปด้วย ผู้นั้นก็คือ เคลาเซวิทซ์ซึ่งก็มาจากกองทัพเยอรมนี แปลว่ากองทัพผลิตระบบคิดที่ชั้นยอดนี้ออกมา แล้วไม่เพียงแต่ระบบคิด เทคโนโลยีที่ล้ำทันสมัยทั้งหลายก็มาจากกองทัพทั้งสิ้น ผมไม่พูดว่า ประเทศไหน คือไม่ได้จำแนกประเทศ แต่ชี้ให้เห็นว่าผลผลิตล้ำเลิศของโลกทางด้านสติปัญญา ทางด้านหลักคิด ทางด้านหลักรัฐศาสตร์ หลักปรัชญา หรือว่าทางด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีมาจากกองทัพทั้งนั้นครับ เคลาเซวิทซ์เขาเป็นคนชี้ชัดว่าการเมืองก็คือสงคราม ที่ไม่หลั่งเลือด แต่สงครามคือการต่อเนื่องของการเมืองในรูปแบบที่หลั่งเลือด ซึ่งขณะนี้ หลักปรัชญาข้อนี้ยังไม่มีใครสามารถที่จะล้มล้างได้ มันเป็นความจริงครับ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนบอกว่าแล้วทำไมโรงเรียนนายร้อย จปร. หลัง ๆ กองทัพของเรา กองทัพนี่จำเป็นนะครับ ผมรักกองทัพของผม อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า สมัยเด็กผมอยากจะไปเรียนโรงเรียนนายร้อย จปร. แต่ผมใส่แว่นแล้วก็มีบิดาเป็นคนต่างด้าว จึงเข้าไม่ได้ ผมก็เลยฝากความหวังไว้ที่โรงเรียนนายร้อย จปร. อย่างสูงว่าโรงเรียนนายร้อย จปร. ต้องผลิตบุคคลล้ำเลิศ ผลิตสติปัญญาให้กับประเทศไทย แต่พอผมโตขึ้น ๆ วันเวลาผ่านไป ๆ ชีวิตผ่านไป ผมรู้สึกผิดหวังครับ แต่ผิดหวังกับนายทหารบางคนเท่านั้นเอง ผมประหลาดใจ ต้องกราบเรียนคือผมนำเสนอท่านประธานในลักษณะสร้างสรรค์ ความคิดของผมก็คือว่า ทำไมโรงเรียนนายร้อย จปร. เราจึงไม่มีความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง ส่วนใหญ่ ถูกครอบงำทางความคิด หลังจากยุคอาจารย์ปรีดี หลังจากการรัฐประหาร ปี ๒๔๙๐ เป็นต้นมา ในนั้นถูกครอบงำด้วยความคิด ๒ ชนิด ชนิดที่ ๑ ก็คือถูกครอบงำความคิดจากสมัยโน้น คือค่ายโลกเสรีหรือจะเรียกว่าจักรวรรดินิยมอเมริกันก็ได้ ในวันนั้นจักรวรรดินิยมอเมริกัน เขามองภาพประเทศอื่น ๆ ในฐานะที่เป็นสมุนบริวารของเขารับใช้เป้าหมายทางการเมือง ยุทธศาสตร์โลกของเขาเท่านั้นเอง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่าในวันนั้นโรงเรียนนายร้อย จปร. รับเอาระบบคิดอันนี้ แล้วระบบคิดอันนี้ครอบงำความคิดของโรงเรียนนายร้อย จปร. อยู่ ผมรับผิดชอบความเห็นของผมนะครับ ถ้าหากว่ามีนายร้อย จปร. ท่านใดไม่เห็นด้วย กับความเห็นของผมผมเคารพ แต่ผมยินดีที่จะแลกเปลี่ยนกับท่าน ผมไปดูอาจารย์ธิดา เคยบอกผมนะครับ คือท่านเป็นภรรยาของผมผมก็คุยกันตลอดเวลา แล้วท่านก็มีน้องชาย เรียนโรงเรียนนายร้อย จปร. ได้มีโอกาสดูตำราครับ ในวันนั้นในวันที่มีค่ายโลกเสรี กับค่ายโลกคอมมิวนิสต์ อเมริกันเขาเป็นคนเผยแพร่ความคิดว่าคอมมิวนิสต์คือยักษ์คือมาร จะเอาคนไปไถนา แล้วจะเอาผู้หญิงมานอนเป็นสมบัติกลาง แล้วก็ปรากฏว่านี่มันไปปรากฏ อยู่ในตำราของโรงเรียนนายร้อย จปร. ด้วย อย่างนี้จะไม่ให้ผมเข้าใจผิดได้อย่างไรว่าโรงเรียน นายร้อย จปร. ถูกครอบงำโดยระบบคิดของโลกเสรีค่ายอเมริกันจักรวรรดินิยมอเมริกัน แล้วในขณะเดียวกันขณะนี้ถูกครอบงำด้วยความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยม ท่านประธาน ที่เคารพ ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านสุกำพล ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมฝากความหวังกับท่านเป็นอย่างยิ่งว่าเราต้องไปรื้อ รากฐานทางความคิดของโรงเรียนนายร้อย จปร. พร้อม ๆ กับการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้าง ของโรงเรียนนายร้อย จปร. ให้สามารถเรียนไปถึงระดับปริญญาเอกได้ ผมสนับสนุนครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องรื้อรากฐานทางความคิดที่ครอบงำโรงเรียนนายร้อย จปร. อยู่นะครับ อาทิเช่น ความคิดแบบอนุรักษ์นิยม จารีตนิยม ความคิดชนิดนี้นี่แหละที่มองเห็น การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทางที่ต้องใช้กำลังแต่เพียงประการเดียว ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ จริง ๆ ผมไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน ในความขัดแย้ง ทางการเมืองที่ผ่านมามีนายทหารระดับสูงได้แสดงหลักคิดที่สำคัญออกมา แต่น่าเสียดาย ที่ท่านไม่กล้าหาญพอหรือท่านไม่ซื่อตรงต่อหลักคิดอันนั้น ท่านบอกไว้ว่าความขัดแย้ง ทางการเมืองนั้นต้องแก้ด้วยการเมืองครับ แต่ท่านไปดูสิครับ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ๒-๓ ท่าน ที่ผ่านมาแทนที่แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองด้วยการเมือง แต่ท่านใช้การทหารเข้าไป แก้ไข เสร็จแล้วนำมาสู่ความเสียหายและหายนะอย่างใหญ่หลวงของประเทศไทยในวันนี้ เพราะฉะนั้นผมหมดเวลาในการพูดแต่ผมจะพูดอีก ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเองสั้น ๆ ดังนั้น เรื่องสำคัญที่มากไปกว่าการไปเพิ่มเติมระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ก็คือต้อง ขุดรากเหง้าถอนโคนความคิดอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยมให้ออกจากโรงเรียนนายร้อย จปร. ให้ได้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานที่ผมพูดอย่างนี้เป็นคำพูดที่หนัก แต่ท่านไปดูสิครับ ขออนุญาตด้วยความเคารพนะครับ ในประเทศจีนคอมมิวนิสต์ในขณะนี้รากเหง้า ทางความคิดของทุกสถาบันของเขาเขาบรรจุด้วยความคิดเสรีนิยมแล้วนะครับ ประเทศเขา ผมไม่รู้นะครับ ผมไม่ได้ไปศึกษา แล้วผมไม่ใช่ชาวจีนด้วย แต่เขายังมีเป้าหมายในการสร้าง ลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้น ในขณะที่เขายังมีเป้าหมายในการที่จะสร้างลัทธิคอมมิวนิสต์ขึ้น เขายังบรรจุรากฐานทางความคิดเสรีนิยมในวันนี้เลย แล้วไฉนเลยประเทศไทยจึงไม่บรรจุ ความคิดแบบเสรีนิยมเข้าไปในโรงเรียนนายร้อย จปร. ของเราบ้าง เพราะฉะนั้นผมนำมาสู่ ประเด็นรูปธรรมเลย ผมดูเอกสารประกอบการอภิปรายพิจารณาในวันนี้ผมไปเปิดดูหลักสูตร ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ ผมไม่เห็นหลักวิชารัฐศาสตร์ครับ แล้วผมไม่เห็นหลักวิชาปรัชญาการเมืองครับ แล้วผมไม่เห็น หลักวิชาที่จะสอนว่ากองทัพมีอยู่เพื่ออะไร ประหลาดมากครับ ผมดูประเทศอื่น ๆ สิ่งแรกที่เขาจะสอนกองทหารนี่นะครับ เขาจะสอนเลยนะครับ ปรัชญารัฐศาสตร์คืออะไร ปรัชญาการเมืองคืออะไร แล้วกองทัพมีไว้เพื่ออะไร ในนี้อาจจะมี คำตอบสำเร็จรูปว่ากองทัพมีไว้เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่นี่มันเป็น นามธรรมมากเกินไปครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ สิ่งแรกที่ท่านควรจะสอนในชั้นแรกหรือชั่วโมงแรก ๆ ก็คือว่า กองทัพมีไว้เพื่อสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขนะครับ หากท่านไม่ใส่หลักสูตรหรือบรรจุหลักสูตรชนิดนี้สอนลงไปนี่ ผมเกรงว่าเวลาศึกษาไปพอผ่านโรงเรียนนายร้อย จปร. ไปนี่อาจจะไปใช้กองทัพหรือใช้อาวุธ ไปในทางที่ผิดนะครับ ก็คือใช้กองทัพหรือใช้อาวุธในการที่จะขับไล่รัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ซึ่งซ้ำแล้วซ้ำอีก ๒๒ ครั้งนะครับ ประเทศไทยมีการรัฐประหาร ๒๒ ครั้งแล้วครับ ส่วนครั้งที่ล้มเหลวนี่เขาเรียกกบฏ ผมก็นับรวมกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นข้อแรกควรจะต้องมีการศึกษาในวิชารัฐศาสตร์ แล้วในวิชารัฐศาสตร์ผมอยากจะกราบเรียนนะครับ ควรจะบรรจุปรัชญาเสรีนิยมใส่เข้าไป ในวิชารัฐศาสตร์นั้นด้วย แล้วควรจะบรรจุเนื้อหาว่าด้วยปรัชญาของกองทัพ กองทัพมีอยู่ เพื่ออะไร แล้วข้อต่อมานี่นะครับผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ ผมได้กราบเรียนท่านแล้วนะครับว่าจริง ๆ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโลกนี้เจริญก้าวหน้า ในกองทัพเยอะนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเลยอินเทอร์เน็ตที่เราใช้นี่มาจาก การพัฒนาของกองทัพอเมริกันนะครับ แล้วก็เทคโนโลยีที่ไปอวกาศทั้งหลายก็มาจาก กองทัพของอเมริกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นโรงเรียนนายร้อย จปร. ของเรา มีภาควิชาว่าด้วยการวิจัยค้นคว้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย อันนี้ผมมีเวลาสั้น
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือผมอยากเห็น โรงเรียนนายร้อย จปร. ต้องมีภาควิชาที่วิจัยค้นคว้าว่าด้วยประวัติศาสตร์ครับ ผมยังไม่เห็น นายร้อย จปร. นี่ควรจะต้องรับผิดชอบในเรื่องการวิจัยประวัติศาสตร์เลย เพราะว่า ประวัติศาสตร์ของชาติไทยในอดีตที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ของการสู้รบนะครับ แต่ปรากฏว่ากลายเป็นฝ่ายพลเรือนนี่เขาวิจัยค้นคว้าทางด้านประวัติศาสตร์ของชาติไทย มากกว่าฝ่ายทหารด้วยซ้ำไป ผมไม่ทราบนะครับผมไม่ได้เป็นนักเรียนนายร้อย จปร. แต่ผมไม่เคยเห็นตำราประวัติศาสตร์ที่วิจัยค้นคว้าโดยศาสตราจารย์หรืออาจารย์ ในโรงเรียนนายร้อย จปร. เลยนะครับ แล้วนอกจากนี้ไม่เพียงแต่วิจัยค้นคว้า ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยโดยโรงเรียนนายร้อย จปร. นะครับ โรงเรียนนายร้อย จปร. ควรจะต้องมีการวิจัยค้นคว้าประวัติศาสตร์ทางการทหารของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ภูมิภาคเอเชีย รวมไปถึงภูมิภาคทั่วโลกนี่นะครับ เพื่อให้มันสัมพันธ์กับประเทศไทย ผมเห็นท่านประธานขยับตัวแล้วผมก็เกรงใจนะครับ ผมก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่โดยสรุปผมสนับสนุนนะครับ เพียงแต่เสนอข้อคิดเห็นบางประการที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไปพร้อม ๆ กับการมี พระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกำหนด วิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในฐานะที่กระผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่สำเร็จจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แล้วก็เป็นนายทหารจากสถาบันทหาร คนแรก ๆ ก็ว่าได้ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ในระบบการเลือกตั้ง เป็นนายทหารเด็ก ๆ ที่ต่อสู้ตาม ระบอบประชาธิปไตยโดยการเลือกตั้งและนั่งอยู่ในสภานี้มาช้านาน ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่กระผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็ขออนุญาตให้เป็นส่วนเพิ่มเติมเสริมต่อจาก ที่ท่าน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ได้กรุณาอภิปรายไปแล้ว สิ่งที่กระผมจะอภิปรายก็เป็นเพียง บางส่วนที่ท่าน พันเอก อภิวันท์ไม่ได้พูดถึง ผมขอเพิ่มเติมจากที่ท่าน ต้องกราบขออภัย ที่ได้พาดพิงชื่อท่าน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เป็ นร่าง พ ระ ราช บัญ ญัติ ที่ จะ ให้ โ รง เรี ย นนำย ร้ อย โ ร งเรีย น นา ยเรื อ โรงเรียนนายเรืออากาศ รวมทั้งโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ได้สามารถประสิทธิ์ ประสาทปริญญาตรี ปริญญาโท แล้วก็ปริญญาเอก ให้กับนักศึกษาได้ ในสมัยที่กระผมเรียนที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สูงสุดก็แค่ปริญญาตรี ส่วนปริญญาโท ปริญญาเอกนั้นไม่สามารถไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศหรือที่โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหารได้ เพราะฉะนั้นคนที่จบจาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ เมื่ออยากจะไป เรียนปริญญาโท ปริญญาเอก ก็ต้องไปเรียนที่อื่นทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ ผมกราบเรียนว่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้านั้นแม้นจะยังคงเรียกว่าโรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศหรือโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหารอยู่ ก็ขอกราบเรียนให้กับท่านประธานได้ทราบถ้ามีคำถามว่าในประเทศไทย สถาบันอุดมศึกษา ที่ประสาทปริญญาตรีให้แห่งแรกของประเทศไทยนั้นคือที่ไหนครับ ก็ขอกราบเรียนว่า โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทปริญญาตรีให้กับผู้ที่สำเร็จการศึกษาเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรก ของไทยที่ให้ปริญญาตรีกับคนที่จบการศึกษาจากที่นั่น ก็ขอกราบเรียนนะครับว่าในอดีต คนที่ไปเป็นทหารเรือ ทหารอากาศหรือแม้กระทั่งตำรวจก็ล้วนแต่จบจากโรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้าแห่งเดียวเป็นแห่งแรก ต่อ ๆ มาก็จึงได้เกิดโรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียน นายเรือ โรงเรียนนายร้อยตำรวจตามมาทีหลังเนื่องจากว่ามันเป็นศิลปวิทยาที่แตกต่างไป ท่านประธานที่เคารพครับ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเมื่อนับมาถึงวันนี้ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงให้กำเนิด ถึงวันนี้ก็ประมาณกว่า ๑๒๐ ปีครับ ถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรก ที่ให้ปริญญาตรีกับคนที่จบ สมัยก่อนโน้นคนที่เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาเรียนกันตั้งแต่ชั้นประถมครับ เรียกว่าเราเรียนนายร้อยชั้นประถม จบชั้นประถมก็มาเรียน โรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม เรียนตั้งแต่เด็กจนโตจึงได้เป็นร้อยตรี ก็ขอกราบเรียนนะครับ ถึงแม้ว่าจะสามารถประสาทวิทยฐานะปริญญาตรีและกำลังจะขอให้สามารถให้ปริญญาโท ปริญญาเอกได้ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ หรือโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ก็ไม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยครับ หลายคนถามผมว่า ทำไมไม่ให้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัย ไม่ครับ ก็ยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิมว่าเรียก โรงเรียนนายร้อยเมื่อ ๑๒๐ ปีก่อนโน้นอย่างไร วันนี้ก็ยังคงเรียกว่าโรงเรียนนายร้อยเหมือนเดิม เพราะถึงแม้ว่าจะให้ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้านั้นสมัยก่อน ๆ ก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรมากมาย แม้กระทั่ง รุ่นผมต้องไปพึ่งพามหาวิทยาลัยเช่นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการไปเรียนวิชาสเตรงท์ สตรัคเจอร์ (Strength Structure) วิชาทางด้านโยธา ทางด้านวิศวกรรมก็ได้ไปอาศัย เครื่องไม้เครื่องมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงแตกต่างไปมาก ครูบาอาจารย์ก็ล้วนแต่มีคนเก่ง ๆ มาจากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ทั้งที่จบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศเอง อุปกรณ์การศึกษามีทันสมัยไม่ต้องไปพึ่งพาที่ไหน แต่ทว่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ แม้จะมีครูบาอาจารย์เก่งแค่ไหน ดีแค่ไหนก็ได้แค่ ปริญญาตรี คนที่อยากจะทำปริญญาโท ทำปริญญาเอก ก็ไปทำที่โรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อวันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลง อุปกรณ์การศึกษาดีขึ้น ทันสมัยขึ้น ครูบาอาจารย์เก่งขึ้น การศึกษาเปิดโลกทัศน์ กว้างขวางมากขึ้นอย่างที่ท่าน พันเอก อภิวันท์ได้กรุณาให้อรรถาธิบายไปแล้วว่า ในอนาคตข้างหน้าเทคโนโลยี โนวเลจ (Knowledge) ความรู้นั้นเป็นเรื่องสำคัญกว่า การใช้กำลังเข้าห้ำหั่นกัน กระผมจึงเห็นว่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ควรจะสามารถ ประสาทวิทยฐานะปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ให้กับคนที่จบจาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ รวมทั้ง โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหารได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมนั้นได้มีโอกาส สร้างถนนหนทาง สร้างสนามบิน สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับบ้านนี้มามากมายเหลือคณานับ ผมขอสารภาพท่านอย่างตรงไปตรงมาว่าสร้างอะไรก็แล้วแต่ครับไม่เท่ากับการสร้างคนให้มีความรู้ ให้มีความสำนึก ให้เป็นคนดีในสังคม ให้เป็นคนที่มีคุณธรรม เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนว่า วันนี้การศึกษาในสถาบันการทหารนั้นจำเป็นต้องเป็นสถาบันเปิด ไม่ปิดกั้น ผมอยากจะให้ วันหนึ่งข้างหน้าได้เห็นนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศนั้น ชายก็มี หญิงก็มี เหมือนอย่างในต่างประเทศที่เขาเจริญแล้ว ท่านประธานครับ สมัยผมเป็นอาจารย์โรงเรียน เสนาธิการทหารบกผมเป็นอาจารย์เด็ก ๆ ครับ เป็นแค่พันตรี พันโท แต่ผมคืออาจารย์ โรงเรียนเสนาธิการทหารบกคนแรกที่เปิดกว้างรับเอานักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากแพทย์ จากบัญชี เข้าไปเรียนในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อท่านเหล่านั้นจบไปทำงานเป็นนายพล จะเห็นว่าการประสานงานกับองค์กรภายนอกนั้น สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น ทหารไม่ได้รบเฉพาะ จปร. เหล่าเดียว ไม่ได้รบเฉพาะทหารฝ่ายเดียว ต้องเอาพลเรือนมาช่วยด้วย เพราะฉะนั้นการศึกษานั้นควรจะเป็นสถาบันเปิดและถึงบัดนี้ ควรแล้วที่โรงเรียนทหารซึ่งได้ก้าวหน้ามามากจะได้สามารถประสาทวิทยฐานะให้คนที่เรียนที่นั่น ได้ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ได้เหมือนอย่างเอกชนทั่วไป ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย สำหรับร่างพระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นต้องบอกว่าดิฉันสนับสนุน เป็นอย่างยิ่ง เหมือนกับลดชนชั้นนะคะ เหมือนกับลดชนชั้นอย่างไรนั้นมันมีการกำหนด ปริญญาในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ให้มีปริญญา ๓ ชั้น คือ ปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี ทีนี้ ๓ ชั้นจากบนสู่ล่าง แล้วที่มีข้อมูลมานี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่พลเรือน ลูกของพลเรือนที่สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย จะได้เข้าไปศึกษาในโรงเรียนเหล่านี้ เพราะว่า จะมีการให้พลเรือนที่จบ ม. ๖ จากที่โรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่านแล้ว จะมีการรับเด็กที่จบ ม. ๖ ที่เป็นพลเรือนเข้าไปศึกษาต่อที่โรงเรียน ๓-๔ โรงนี้ ก็คือ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ให้เข้าไปศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ดิฉันว่า เป็นการเปิดกว้าง เพราะอะไรล่ะคะที่ครูบ้านนอกอย่างดิฉันจึงอยากให้พลเรือน ที่เป็นลูกชาวไร่ชาวนา หรือใครก็ตามที่มีความสามารถที่จะสอบเข้าเรียนได้ ได้เรียน ในสถานที่แห่งนี้ เพราะแม้กระทั่งว่าพระอาจารย์ที่สอนนั้นก็คือสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คุณภาพนั้นต้องบอกว่าคับแก้ว นอกจากคุณภาพคับแก้วแล้ว เกินมาตรฐานของการศึกษาไทยด้วยซ้ำไป นั่นไม่ใช่ว่าอยากจะกระเถิบฐานะจากพลเรือน เพื่อให้มีศักดิ์และสิทธิเท่าเทียม ไม่ใช่อย่างนั้น ในข้อมูลที่เป็นจริงหมายความว่า เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านแล้ว หมายความว่ามีการเปิดกว้างทางการศึกษาเกิดขึ้นแล้ว และเมื่อบุคคลที่เป็นพลเรือนที่จบ ม. ๖ เรียนในคณะวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ เมื่อเข้ารับราชการจะมียศตามไปด้วยใช่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้พลเรือนเข้ามาศึกษา ในโรงเรียนที่กล่าวมาแล้วมีการต่อสู้ที่จะศึกษาในที่นี้ และที่ที่น่าภาคภูมิใจก็คือเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และการอบรมบ่มนิสัยการศึกษาที่นี่นั้นจะต้องบอกว่า ระเบียบวินัยติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ สิ่งเหล่านี้ละค่ะคือสิ่งที่ดี ๆ ที่จะตามมาในประเทศไทย เพราะว่าเด็กที่เรียนหนังสือนั้นต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้นั้นแม้กระทั่งวัยรุ่นไทย ๑๑ ล้านกว่าคน เข้าไปเสพยาเสพติด ที่ไปยุ่งกับยาเสพติดไม่ว่าจะเสพหรือเป็นผู้ค้าหรือว่าทดลอง ๑๑ ล้านกว่า ๆ นี่ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บอกว่าเราจะต้องส่งเสริมคนดีมาควบคุมคนที่ไม่ดีให้ได้ ดังนั้นแล้วเมื่อร่างพระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผ่านแล้ว สำเร็จแล้วจะมีลูก ของพลเรือนที่แย่งชิงเพื่อที่จะเป็นคนดีของสังคมแล้วก็ออกมาควบคุมคนที่ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่งดงามนักค่ะ แม้กระทั่งข่าวในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ดังนี้เลยค่ะ ท่านประธานคะ โรงเรียนนายร้อย จปร. พลิกกลยุทธ์ใหม่เล็งเปิดรับนักเรียน ม. ๖ ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี กำหนดโควตาปีละ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ชู ๓ ปริญญา นี่คือความต้องการของสังคม สื่อที่นำเสนอ ไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ประโคมข่าวกันยกใหญ่ เพราะการเปิดกว้างของกระทรวงกลาโหม ทีนี้นั้นเป็นจุดขายตอบโจทย์โลกการศึกษาใหม่ นักวิชาการชี้บอกว่ามีการปรับเปลี่ยนค่านิยม ในทางที่ดีหนุนให้วุฒิทหารควบคู่วุฒิการศึกษาตามปกติ แล้วแหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือและโรงเรียนนายเรืออากาศ มีแนวคิดที่จะเปิดรับบุคคลพลเรือนที่จบ ม. ๖ เข้าศึกษาใน ๓ สถาบันศึกษาดังกล่าว นั่นคือข่าว ท่านประธานคะ นั่นก็คือทุกคนจ้องมองมา นั่นคือเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เราเห็นลูกคนอื่นที่ใส่ชุดนายร้อย จปร. ขึ้นรถเมล์เรายังว่า โอ้โฮ ลูกใครหนอช่างมีเกียรติยศ และศักดิ์ศรีเหลือเกิน ทีนี้เมื่อมีการแข่งขันอย่างเปิดกว้างเช่นนี้ ท่านประธานที่เคารพ มันจะเป็นการดีต่อการศึกษาไทยเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันต้องบอกว่าครูบ้านนอกจน ๆ คนหนึ่ง สนับสนุนเต็มที่เพื่อที่จะให้มีการศึกษาที่เปลี่ยนไปตามกระแสโลก ไม่ใช่ล้อมกรอบตัวเองไว้ แล้วอำนาจปฏิวัติรัฐประหารจะค่อย ๆ ลดลงสู่ระบอบประชาธิปไตย เริ่มด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรี ต้นสิ่งดีระเบียบวินัยทหาร กำหนดวิทยฐานะเรืองโอฬาร กลางปลายนั้นสู่มาตรฐานชั้นดี หลอมรวมเป็นเอกบุคคลชั้น เพื่อบ้านเพื่อเมืองรุ่งเรืองศักดิ์ศรี การศึกษาวิชาทหาร และวิชาการชั้นดี นั่นคือศักดิ์ศรีตลอดกาลนานทั้งแผ่นดิน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ท่านประธานครับ ผมเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารถึงแม้ว่าจะแยกเหล่าไปโรงเรียนนายร้อยตำรวจก็ตาม ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสให้ผมนั้นได้อภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในโอกาสนี้ครับ ในหลักการ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ ด้วยกัน
ประการแรก เนื่องจากกฎหมายเดิมนั้นได้ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ กว่า ๕๕ ปีมาแล้วนะครับ และในเวลาเกือบ ๖ ทศวรรษนั้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางด้านการทหารได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย กฎหมายเดิมจึงมีข้อจำกัดอย่างมาก แล้วก็ไม่ทันกับยุคสมัย
ประการที่ ๒ การขยายอำนาจหน้าที่ให้สภาการศึกษาวิชาการทหาร ครอบคลุมภารกิจต่าง ๆ ถึง ๑๒ ประการนั้นเป็นการเหมาะสม โดยขอฝากว่า สภาการศึกษาวิชาการทหารนั้นไม่ควรจะอนุมัติเพียงแค่ปริญญา และไม่ควรจะมีการประชุม เพียงแค่ปีละครั้ง แต่ควรจะมีการประชุมต่อเนื่องเกือบจะทุกเดือนเพื่อพัฒนาวิชาการทหาร
ประการที่ ๓ การเพิ่มกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๙ ท่านก็เป็นการพัฒนาการ ในระบบเปิดเพื่อขยายโอกาสและแนวคิดของโรงเรียนเหล่าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ประการสุดท้าย การกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ก็เป็นความก้าวหน้าในทางวิชาการโดยสากล แต่ผมขอเน้นย้ำว่า ขอให้การเข้าสู่ตำแหน่งเหล่านี้ได้มีมาตรฐานเฉกเช่นตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพราะว่าตำแหน่งเหล่านี้จะติดตัวตลอดไป
แต่อย่างไรก็ตามประเด็นที่ผมขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมอีก ๔ ประการ ก็คือ
ประการแรก องค์ประกอบของสภาการศึกษาวิชาการทหาร ในร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นั้นไม่แตกต่างไปจากเดิมเท่าไรครับ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำ อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำไป มีจำนวนถึง ๒๐ ตำแหน่ง เพราะฉะนั้นสภาในลักษณะนี้ จะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องงานประจำ ขาดความคิดริเริ่ม ขาดนวัตกรรม แล้วก็ประชุม เพียงแค่อนุมัติปริญญาเป็นหลัก
ประการที่ ๒ โรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนแผนที่นั้น ควรหรือไม่ครับที่จะแยกเป็นแต่ละสภา ของแต่ละโรงเรียน เพราะว่า การที่รวมทั้ง ๔ โรงเรียนเข้าด้วยกันทำให้ภารกิจนั้นค่อนข้างจะสับสนและเป็น การรวมศูนย์อำนาจภายใต้สภาเดียวจนเกินไป
ประการที่ ๓ เป็นที่เข้าใจนะครับว่าสภาการศึกษาวิชาการทหาร ก็เช่นเดียวกับสภามหาวิทยาลัยทั้งหลายหรือเช่นเดียวกับสภาสถาบันอุดมศึกษา ควรจะเป็น สภาสำหรับการพัฒนาวิชาการ พัฒนาอาจารย์ พัฒนาหลักสูตร พัฒนางานวิจัย พัฒนาอุปกรณ์การเรียนการสอนและการทดลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแทนที่สภาเหล่านี้ ขอประทานโทษนะครับ ผมพูดตรงไปตรงมาว่าจะเป็นสภาที่มีนักการเมืองเป็นนายกสภา เช่นตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรืออาจจะมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมเป็นอุปนายก เหมาะสมกว่าหรือไม่ครับถ้าหากว่าจะมีการสรรหานายกสภา จากศิษย์เก่าหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เหมาะสม ประเด็นของผมมีนิดเดียวว่านักการเมือง ก็คือนักการเมือง ท่านอาจจะไม่ใช่นักวิชาการ ท่านอาจจะไม่เข้าใจระบบวิชาการเท่าไร และยิ่งเป็นนักการเมืองในระบอบปัจจุบันนั้นท่านจะพบว่าเราจะขาดความต่อเนื่อง เฉพาะรัฐบาลชุดนี้ท่านก็ทราบดีว่าท่านได้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาแล้ว กี่ท่าน เพราะฉะนั้นสภาวิชาการนั้นควรจะเป็นสภาที่พัฒนาให้โรงเรียนแต่ละแห่งนั้น มีความยั่งยืน มีความแข็งแกร่งในทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านจะเปิดถึง ระดับปริญญาเอก เราต้องเข้าใจก่อนว่าปริญญาเอกนั้นคือปริญญาเพื่อการสร้างนักวิจัย เป็นปริญญาเพื่อสร้างองค์ความรู้ ไม่ว่าความรู้พื้นฐานหรือความรู้ทางด้านประยุกต์ก็ตามแต่ สภาจึงควรจะเป็นองค์คณะที่เข้าใจงานวิชาการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษา
ประการสุดท้ายครับ ประเทศไทยมีสัดส่วนสตรีกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ผมจึงขอฝากให้พิจารณาเปิดโอกาสให้สตรีได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษา ในโรงเรียนเหล่าของกระทรวงกลาโหมเช่นโรงเรียนเหล่าทั่วโลก โรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์ โรงเรียนนายเรือแอนนาโปลิส โรงเรียนนายเรืออากาศโคโลราโด ได้เปิดให้มีการรับ นักเรียนนายร้อย นายเรือ นายเรืออากาศหญิงมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ในประเทศไทยโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้นได้เปิดรับนักเรียนร้อยตำรวจหญิงมาแล้ว กว่า ๔ รุ่น รุ่นแรกนั้นกำลังจะจบการศึกษาเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๖ นี้ คำถามก็คือทำไมส่วนของกระทรวงกลาโหมจึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงนั้น เข้ารับราชการ เพราะ ณ วันนี้งานทหารผู้ชายก็ทำได้ผู้หญิงก็ทำได้ ก็ขอฝากข้อสังเกต ข้อสุดท้ายไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ ทหารความรู้สึกของผมตั้งแต่เป็นเด็กมาเรายกย่อง แต่พอมาโตขึ้น ๆ ทหารในสายตาผม เปลี่ยนไปนะครับ รวมทั้งประชาชนมองว่าทหารปกติเขาสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นรั้วของชาติ แต่ทำไมตอนหลังเริ่มมาฆ่าคนในชาติ ไปรบประเทศเกาหลี ประเทศเวียดนาม เขาก็ไม่ว่าถึงจะทำให้เพื่อนบ้านเข้าใจผิดประเทศไทยมาตลอด แต่ตอนหลังมารบในเมือง และมารบกับประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย โดยการปฏิวัติบ้าง มาตามคำสั่ง ผู้บังคับบัญชาบ้าง อันนี้ทำให้ประชาชนสงสัยนะครับ แล้วก็ยังมีคำนิยามว่าคนที่จบโรงเรียน นายร้อย จปร. ก็คือเป็นโรงเรียนสร้างนายกรัฐมนตรี ซึ่งมันเป็นความคิดที่ประหลาดนะครับ ท่านประธานผมเรียนที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร มีอาจารย์จากโรงเรียนนายร้อย จปร. มาสอนเยอะ เป็นคนเก่งทั้งนั้นเลยครับ สอนเรื่องกลศาสตร์ ตรีโกณมิติพวกนี้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ผมก็ดูไปดูมาท่านก็เป็นนักวิชาการนะครับ เพราะฉะนั้นผมดีใจที่เห็น พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่จะเปิดให้โรงเรียนทหารซึ่งเหมือนลึกลับให้เปิดกว้างขึ้น แล้วก็มี บุคคลภายนอกร่วมมืออย่างยิ่งเพื่อที่จะทำให้ทหารหรือคนที่ไปเรียนในสถาบันเหล่านี้จะได้ เป็นคนดี ซื่อสัตย์ รักชาติ รักประชาธิปไตยและรักประชาชนนะครับ แล้วก็ให้คิดว่าทหาร เป็นอาชีพหนึ่งแค่นั้นเองเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ผมมีข้อเสนอเกี่ยวกับพระราชบัญญัตินี้นะครับ ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีซึ่งผมดีใจที่ท่านมานั่งฟังตลอดเลยครับ ก็คือคำนิยาม สถาบันการศึกษาของพระราชบัญญัตินี้มันรวมไปถึงพวกมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้าไหมครับหรือวิทยาลัยพยาบาลต่าง ๆ เพราะว่าผมมีโอกาสไปเป็นกรรมาธิการ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติที่จะกำหนดค่าตอบแทนของทหารก็พูดเฉพาะพวกนี้ เพราะฉะนั้น เดฟฟินิชัน (Definition) คือคำนิยามสถาบันการศึกษาที่กำหนดในมาตรา ๓ พูดทำนองว่า เป็นที่เข้าใจนะครับควรจะมีนิยามชัดเจนว่าหมายถึงใคร ที่ไหน เพราะว่ามันจะได้พัฒนาขึ้น ต่อไป ท่านประธานครับ มาตรา ๔ หลักสูตรต่าง ๆ ผมดูแล้วดีใจนะครับ แล้วก็มีกำกับว่า ต้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานของกระทรวงศึกษา ท่านประธานผมมีโอกาสไปดูในหนังสือ ที่แจกมานะครับ จปร. เรียน ๕ ปีครับ แล้วไม่บอกว่ามีหน่วยกิตอะไรบ้าง ขอโทษนะครับ คุณหมอเหวงได้อภิปรายไปหลักสูตรวิชาสังคมศาสตร์ก็ไม่ได้มีชัดเจนว่าเป็นอย่างไร เมื่อไปเทียบกับนายเรือเขาบอกเป็นเครดิต ๑๖๕ หน่วยกิตถึง ๑๖๗ หน่วยกิต เป็นวิชาทหารเรือจริง ๆ แค่ ๒๖ หน่วยกิตแค่นั้นเอง คืออยากให้ จปร. เขียนมาชัดเจน ชาวบ้านเขาจะได้เข้าใจ ทหารอากาศมีหน่วยกิตเรียนทั้งหลักสูตรเกิน ๑๔๐ หน่วยกิต เห็นไหมครับ แล้วกำหนดว่ามีวิชาการทหารอะไรบ้าง อันนี้มีความจำเป็นครับเพราะว่าเวลา จะเปลี่ยนจิตสำนึกหรือว่าจะใส่ปลูกฝังค่านิยมเข้าไปต้องเปิดโอกาสที่จะให้มีวิชา ที่ทางสภามหาวิทยาลัยใส่เข้าไปด้วย ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ในมาตรา ๖ ที่เป็นองค์ประกอบสภาให้เปิดโอกาสให้ประชาชนไปเรียนปริญญาตรี เรียนปริญญาโท เรียนปริญญาเอกด้วย เท่าที่ดูนะครับ ในที่มีปัญหาต่าง ๆ ถ้าเราเปิดให้คนข้างนอกเข้าไปร่วมเรียนด้วยจะละลาย พฤติกรรมของคนที่เข้มข้นอยู่ เขาจะได้รับทราบว่าคนอื่นเขาอยู่อย่างไร เป็นอย่างไร คิดอย่างไร เพราะทหารส่วนใหญ่ก็มักจะคิดไปอย่างที่ผมได้เรียนมาในตอนต้นนะครับ
ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ เกี่ยวกับองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัย ผมขอเสนอนิดหนึ่งนะครับในฐานะผมเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมาก่อนและเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วย จากการเลือก ของคณาจารย์นะครับ ๓ วาระ ๖ ปี ในองค์ประกอบของสภาการศึกษาวิชาการทหาร ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่อภิปรายเมื่อกี้นะครับ คือมันเป็นลักษณะงานประจำ ถ้าจะให้มี การพัฒนาทางวิชาการไปน่าจะมีกำหนดโดยตำแหน่งกับบุคลากรที่อยู่ข้างในส่วนหนึ่ง แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือมาจากบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นลักษณะไตรภาคีนี้นะครับ เพราะเราจะได้คนที่มีความสามารถเข้าไปช่วยพัฒนาหลักสูตร แต่ผมดูนะครับ ๒๐ คน มาจากตำแหน่งประจำ มี ๙ คนจากคนข้างนอก ผมขอเสนอนะครับน่าจะเพิ่มในส่วน ผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นพลเรือนก็ได้ หรือไม่ก็ให้เลือกจากพวกที่มีตำแหน่งที่เป็น รศ. ขึ้นไปก็ดี เพราะเขาเกี่ยวข้องกับหลักสูตร เกี่ยวข้องกับวิชาการอยู่แล้วให้เขาไปมีส่วนร่วม ในองค์ประกอบของสภานะครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง ของสภาของมหาวิทยาลัยนี้นะครับ ใน พ.ร.บ. นี้กำหนดเป็น ๔ ปี แล้วอยู่ได้ ๒ วาระ ทั่ว ๆ ไปในมหาวิทยาลัยเขาประมาณ ๒ ปีนะครับ แล้วเป็นกี่วาระก็ได้ ไม่ได้กำหนดนะครับ เพราะว่าการที่อยู่นาน ๆ เข้า มันก็สร้างอัตตาบ้างหรือสร้างอะไรก็ไม่รู้นะครับ ต้องเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนคนเข้าไปให้ความคิดเห็น
อีกอันหนึ่งนะครับที่ผมอยากเสนอก็คือการเข้าดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ขอให้เคร่งครัดนะครับ ให้เหมือนทางพลเรือน เพราะว่าปัจจุบันนี้มันมีการลอกเลียนแบบ งานวิจัยกันเยอะแยะนะครับ แล้วตำแหน่งทางที่เป็น ผศ. รศ. ศ. นี้มันผูกพันกับเรื่องวิจัย และผมอยากจะเห็นการวิจัยของโรงเรียนทหารไปร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ผมมีโอกาสเป็นกรรมาธิการที่พิจารณาเกี่ยวกับงบประมาณการวิจัยนี้นะครับ ก็เห็น ทางหน่วยงานทหารก็ของบวิจัยมา บางหน่วยงานก็ไปร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาอื่นบ้าง บางหน่วยงานก็ไม่มี ซึ่งอันนี้มันต้องแบบบูรณาการกันเพื่อจะทำให้งานวิจัยด้านทหาร โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธหรือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ยุทธวิธีในการรบต่าง ๆ มันดีขึ้น ท่านประธานครับ ในสมัยก่อนคนที่ชี้ให้ทหารรบเป็นพลเรือนนะครับ เพราะว่าเขามี ความรอบคอบ เช่นขงเบ้งบอกทหารรบอย่างไร ๆ วางแผนให้ ผมอยากจะเห็นโรงเรียนทหาร เปิดกว้างแล้วก็จะทำให้ทหารของเรามีคุณภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยจริง ๆ ครับ สุดท้ายผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญอาจารย์ดอกเตอร์กนกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะ อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นความก้าวหน้าอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิชาการของเหล่าทัพของประเทศของเรา หัวใจสำคัญที่อยู่ใน พ.ร.บ. นี้ก็คือเรื่องการเปิดสอนปริญญาเอก แล้วก็การกำหนดตำแหน่งทางวิชาการที่ชัดเจน แต่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมนะครับว่าผมเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโรงเรียนเหล่าทัพ ที่สามารถจะยกระดับมาได้ถึงขั้นตรงนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ผมอยากจะขออนุญาต ฝากท่านที่จะคิดถึงการยกระดับขั้นต่อไป เพราะว่าพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ นั้น อย่างที่ท่านอาจารย์ปุระชัยได้พูดไปแล้วนะครับ จริง ๆ แล้วคือการรวมโรงเรียนเหล่าทัพ ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งวันนี้โรงเรียนเหล่าทัพเหล่านั้นได้เติบโตและมีความเข้มแข็ง และสามารถที่จะเป็นสถาบันที่เป็นอิสระ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเป็นมหาวิทยาลัย ด้วยตัวของตัวเองได้ เพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วโรงเรียนเหล่าทัพแต่ละเหล่าทัพนั้น มีความแตกต่างกัน อย่างเช่น กองทัพอากาศจะมีความสามารถพิเศษหรือมีน้ำหนัก กับเรื่องของเทคโนโลยีขั้นสูง เกี่ยวกับเรื่องของการสื่อสารขั้นสูง ในขณะที่เหล่าทัพ ของกองทัพบกมีความสำคัญในเรื่องของเครื่องกล ในเรื่องของโยธาที่มีความเข้มแข็ง เป็นอย่างยิ่ง อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าท่านน่าจะคิดต่อให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ ผมขอย้ำว่าขณะนี้ไปในทิศทางที่ดี เห็นด้วย แต่อยากจะให้ท่านคิดไปไกลกว่านี้ ประเด็นที่ผม อยากให้คิดไปไกลกว่านี้ก็คือว่าผมอยากเห็นโรงเรียนเหล่าทัพได้ปรับสถานะเป็นมหาวิทยาลัย ส่วนจะเรียกชื่อว่าโรงเรียนนายร้อยเหมือนเดิมหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญ ก็คือว่าจะต้องเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงที่จะเป็นหลักให้กับประเทศชาติของเรา เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนว่าหัวใจที่สำคัญของร่าง พ.ร.บ. ที่แก้ไขนี้ก็คือการเปิดหลักสูตรระดับปริญญาเอก ผมอยากจะขออนุญาตเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าถ้าเป็นนายทหารที่รับราชการแล้วมาเรียนปริญญาเอกที่โรงเรียนนายร้อยใดก็ตาม และเมื่อจบไปแล้วคำถามใหญ่ก็คือว่าท่านจะรักษานายทหารที่จบปริญญาเอกเหล่านี้ ไว้กับกองทัพได้อย่างไร ผมกราบเรียนด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ ครับว่าคนที่จบปริญญาเอก ที่มีคุณภาพ และผมเชื่อว่าปริญญาเอกของโรงเรียนนายร้อยจะมีคุณภาพ เขาจะมีทักษะ ความสามารถในการทำและคิดเรื่องอื่น ๆ ได้อีกหลายอย่าง และสิ่งเหล่านั้นก็เป็น ความต้องการในภาคเศรษฐกิจ ในภาคสังคม เพราะฉะนั้นคำถามก็คือว่าถ้าท่านรักษา คนเหล่านี้ไว้ไม่ได้ หรือท่านใช้วิธีการรักษาแบบเดิม ๆ ผมคิดว่าหลักสูตรปริญญาเอกของท่าน จะเป็นการผลักนายทหารที่มีคุณภาพสูงออกจากกองทัพ และสิ่งนั้นผมเชื่อว่าเป็นเรื่อง ที่น่าเสียดายเพราะเราไม่ได้ต้องการอย่างนั้น เราต้องการให้นายทหารที่มีคุณภาพสูง ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองทัพด้วยความมั่นคงและมีความเจริญก้าวหน้า ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าโรงเรียนนายร้อยทั้งหลายเมื่อมีการยกระดับถึงขั้นปริญญาเอก แล้วจำเป็นที่จะต้องปรับโครงสร้างของระบบการบริหารเพิ่มเติม เพราะว่าการสอน โรงเรียนนายร้อยระดับปริญญาตรี ซึ่งพัฒนานายทหารขั้นปฏิบัติการเบื้องต้นที่จะออกไป ปฏิบัติหน้าที่นั้นน้ำหนักในการที่จะฝึกเป็นเรื่องหนึ่ง น้ำหนักทางวิชาการก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่เมื่อถึงระดับปริญญาเอกแล้วน้ำหนักและสัดส่วนเหล่านี้มันจะเปลี่ยนไป เพราะฉะนั้น ระบบการบริหารของโรงเรียนนายร้อยจำเป็นจะต้องปรับตาม ไม่อย่างนั้นแล้วจะเกิดปัญหา ความขัดแย้งและความแปลกแยกในโรงเรียนนายร้อย จปร. ขอประทานโทษที่ยกตัวอย่าง โรงเรียนนายร้อย จปร. เพราะว่าผมมีลูกศิษย์หลายคนเป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนนายร้อย จปร. ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ อาจารย์ที่มีคุณภาพหลายท่านเหล่านั้นถ้าไม่ใช่ด้วยความรักในวิชาชีพทหารเขาออกไปแล้วครับ และทุกวันนี้เขาอยู่ด้วยความอดทน อดทนกับผู้บังคับบัญชาที่มาแล้วไป มาแล้วไป แต่คนที่ เข้าใจโรงเรียนนายร้อยไม่ได้มีโอกาสเป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยเลยอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าขนาดท่านมีนักศึกษาเพียงระดับปริญญาตรี อาจารย์ที่สอนยังรู้สึกขนาดนี้ แต่วันที่ท่านมีนักศึกษาปริญญาเอกอาจารย์จะต้องยกระดับ ขึ้นไปอีก ความรู้สึกเหล่านี้มันจะรุนแรงมากขึ้นเพียงใด ผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่กระทรวงกลาโหมควรจะต้องพิจารณา
ในประเด็นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าลักษณะโรงเรียนนายร้อย ที่ท่านผู้อภิปรายบางท่านได้พูดแล้วก็มีระบบค่อนข้างปิด จึงทำให้คนที่เข้าอยู่โรงเรียนนายร้อย จบปริญญาตรีรับพระราชทานกระบี่ แล้วก็มาเรียนปริญญาโท แล้วก็มาเรียนปริญญาเอก ในโรงเรียนของตัวเอง ถ้าในภาษาวิชาการเราบอกว่าอันนี้คืออินบรีดดิง (Inbreeding) หมายถึงว่าจะไม่มีความใหม่ เราจะตอกย้ำด้วยความคิดเดิม ๆ และถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว จะทำให้คุณภาพทางวิชาการตกต่ำลง เพราะฉะนั้นโรงเรียนนายร้อยในฐานะที่เป็น สถาบันการศึกษาชั้นสูงจำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ด้วยการเปิดให้มีคนจากข้างนอก เข้าไปเรียนได้มากขึ้น ในระดับปริญญาตรีท่านจะเปิดหรือไม่ ซึ่งความจริงในการอภิปราย ในร่าง พ.ร.บ. เดิม ผมได้เคยเสนอท่านไปแล้ว แต่ผมคิดว่าในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เป็นเรื่องที่จำเป็นครับท่านประธาน เราจำเป็นที่จะต้องเปิดให้คนที่ไม่ใช่ทหารเข้าไปเรียนร่วมได้ และสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นประโยชน์และจะทำให้เกิดความแปลกใหม่ทางความคิดของเหล่าทัพ โดยเฉพาะในระดับปริญญาเอกที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาแนวคิดในเรื่องของการป้องกัน ประเทศของเรานะครับ
ประการที่ ๒ ครับท่านรัฐมนตรี ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่าน ด้วยความเคารพก็คือว่านายกสภาและอุปนายกสภาที่ท่านกำหนดให้เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีช่วยว่าการนั้น การเป็นสถาบันวิชาการชั้นสูง สิ่งที่มีความสำคัญมากก็คืออิสรภาพและเสรีภาพทางวิชาการ ทางความคิด โดยเฉพาะ การที่มีนักการเมืองเข้าไปเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของสถาบันเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง ต่อการลิดรอนอิสรภาพและเสรีภาพในทางวิชาการ ผมเชื่อเหมือนกับท่าน พันเอก อภิวันท์ นะครับว่ามีนายทหารที่ออกจากราชการแล้วเก่ง ๆ เยอะมาก และท่านเหล่านี้มีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกล ผมเชื่อว่าท่านเหล่านั้นสามารถจะเป็นนายกสภาในความหมายดังกล่าวนี้ ได้ไม่ยากเลย ผมเชื่อว่าท่านมีนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมท่านจะแสดงความกล้าหาญแล้วแก้มาตรานี้ด้วยตัวท่านเอง ผมคิดว่า จะได้มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าด้วยอิสรภาพและเสรีภาพทางวิชาการ ของโรงเรียนเหล่าทัพที่จะต้องจดจำกันไปอีกหลายชั่วอายุคนทีเดียว เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมไม่ได้มีปัญหากับท่านโดยตรงเพราะผมไม่รู้จัก ท่านด้วย แต่ผมคิดว่าหลักการที่สำคัญนายกสภาสถาบันการศึกษาขั้นสูงจำเป็นจะต้อง ปลอดจากการเมือง และตรงนั้นเป็นหัวใจสำคัญและเป็นคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้ของการเป็น สถาบันการศึกษาชั้นสูง
ท่านประธานครับ เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานก็คือเรื่องของหลักสูตร ในหลักสูตรนี้เมื่อท่านจะเปิดหลักสูตร ขอความกรุณาท่านให้ความสำคัญในหลักสูตรที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เพื่อการยกระดับความรู้ หรือตำแหน่งเท่านั้น แต่ขอให้เน้นหนักในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ของการป้องกัน ประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธศาสตร์ของการพัฒนากองทัพ ถ้าเราเปิดหลักสูตร บริหาร หลักสูตรบริหารเหมือนกับทั่วไปที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา ทั่ว ๆ ไป ผมคิดว่าอันนั้นคือความสูญเปล่าเพราะว่าเรามีมากเกินไปแล้ว เราอยากเห็น หลักสูตรปริญญาเอกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ เราอยากเห็นหลักสูตร ปริญญาเอกของโรงเรียนเหล่าทัพที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ความมั่นคงของชาติบ้านเมือง เราอยากเห็นหลักสูตรปริญญาเอกของกองทัพที่เกี่ยวข้องว่าด้วยความเป็นไทย ว่าด้วยรากเหง้าของคนไทย ว่าด้วยความรักชาติ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นหลักสูตรจึงเป็น เรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาเพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้วสถาบันที่จะเกิดขึ้นภายใต้ สภาวิชาการดังกล่าวนี้ก็จะเป็นแต่เพียงที่ประสาทปริญญาเพื่อยกระดับปริญญาของคน ในกองทัพเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายถ้าจะมีเพียงแค่นั้น ในการที่จะทำบทบาท ดังกล่าวครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพว่าความร่วมมือทาง วิชาการของโรงเรียนนายร้อยกับมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านปัจจุบันท่านก็คงจะทราบดีว่า ในหลายประเทศประสบความสำเร็จในเรื่องเหล่านี้มาก ยกตัวอย่างเช่นในประเทศฝรั่งเศส โรงเรียนเหล่าทัพได้พัฒนาไปสู่โพลีเทคนิคที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แล้วก็ท่าน พันเอก อภิวันท์ ก็เป็นท่านหนึ่งที่รู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดียิ่ง และตรงนั้นเขาได้แยก ด้านหนึ่งพลเรือน ด้านหนึ่งทหาร แต่เรียนร่วมแล้วก็เรียนบางวิชาที่แตกต่างกันอย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ นั่นหมายความว่าเราต้องการหลักประกันในเรื่องของคุณภาพ การเรียนการสอน หลักประกันในเรื่องของการวิจัย เราอยากเห็นการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันประเทศที่พัฒนามากกว่านี้ ซึ่งตรงนั้นจะต้องมี พ.ร.บ. หลายเรื่องที่เราเคยพูดกันแล้วว่าจะต้องไปปรับปรุงแก้ไข และที่สำคัญเราอยากเห็น การถ่ายทอดเทคโนโลยีของกองทัพไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศ ผมไม่อยากเห็นกองทัพ เข้ามามีหน้าที่เพียงแต่ไปฝึกวินัยให้กับเด็กนักเรียนที่มีปัญหา แต่ผมอยากเห็นมากกว่า คืออยากเห็นเทคโนโลยีของกองทัพในด้านโลจิสติกส์ (Logistic) ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และกองทัพเป็นหน่วยงานที่เก่งมากทางด้านโลจิสติกส์ เอาความรู้เหล่านี้ไปแปลงให้ใช้กับ ภาคเอกชน บริษัทเอกชน ซึ่งถ้าเทียบกันมาดูแล้ว ผมคิดว่าระบบโลจิสติกส์ของกองทัพ เป็นระบบที่ไม่แพ้บริษัทใดเลยในเอกชนของประเทศไทยแล้วก็ของในโลกนี้ด้วยซ้ำไป สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นความเข้มแข็งของกองทัพทั้งสิ้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าตอนที่ผมเป็นนักวิจัยที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีโอกาสไปทำการวิจัย เรื่องโลจิสติกส์ของกองทัพ ผมตะลึงมากเลย ไม่น่าเชื่อว่าระบบโลจิสติกส์ของกองทัพนั้น ก้าวหน้ากว่าของภาคเอกชนในประเทศไทยเยอะมาก ระบบบัญชีอะไหล่ บัญชีพัสดุ มาตรฐานขั้นต่ำที่จะต้องกำหนดไว้ เฟิร์สท อิน (First in) เฟิร์สท เอาท์ (First out) กองทัพใช้มาไม่รู้กี่ทศวรรษมาแล้วด้วยซ้ำไป ในขณะที่เอกชนเพิ่งจะมาเรียนรู้เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง อย่างนี้เป็นต้น ข้อที่ดีเหล่านี้ของกองทัพ ความเข้มแข็งทางวิชาการเหล่านี้ของกองทัพ ควรจะต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในภาคส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากเรื่องของการป้องกัน ประเทศด้วย แล้วนั่นก็คือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแล้วก็เอกชนแล้วก็จะทำให้เกิด ความหลากหลายและป้องกันปัญหาอิน บรีดดิงที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว เมื่อสักครู่นี้
ท่านประธานครับ สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งเป็นประการสุดท้าย ที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนก็คือว่าเมื่อเราต้องการยกระดับการศึกษาของโรงเรียนเหล่าทัพ ถึงขั้นปริญญาเอก ผมได้เรียนแล้วว่าองคาพยพของโรงเรียนจะต้องปรับเปลี่ยน แต่ผมอยากจะพูดให้ชัดเจนเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างสภาการศึกษาวิชาการทหารกับ โรงเรียนนายร้อยจะต้องเปลี่ยนด้วย ในมาตราว่าด้วยหน้าที่ก็คือมาตรา ๕ ในภาคปฏิบัตินั้น ผมไม่อยากเห็นแต่เพียงว่าสภาแห่งนี้เป็นตรายางที่เห็นชอบกับข้อเสนอของโรงเรียนเหล่าทัพ ในทางกลับกันเราต้องการสภาการศึกษาวิชาการทหารที่มีบทบาทในเชิงรุก บทบาท ในเชิงโปรแอคทีฟ (Proactive) ที่จะบอกกับโรงเรียนนายร้อยว่าท่านต้องปรับอะไร ท่านต้องแก้อะไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมเอาง่าย ๆ ข้อหนึ่งในนี้ที่ท่านบอกว่า สามารถยุบเลิกสาขาวิชาได้ แต่ผมรับประกันได้เลยครับท่านประธาน สภาการศึกษา ที่ท่านจะมีต่อไปนี้ไม่มีวันจะยุบเลิกสาขาวิชาในโรงเรียนเหล่าทัพได้เลย นั่นหมายถึงอะไรครับ นั่นหมายความว่าถ้าวิธีการทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างสภากับโรงเรียน ไม่กำหนดให้ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นจำเป็นที่ท่านจะต้องจัดความสัมพันธ์ ตรงนี้ให้ถูกต้อง และที่สำคัญก็คือเรื่องความต่อเนื่องครับท่านประธาน นายกสภาจะต้อง อยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะติดตามการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในระบบการเมือง ๓ เดือน ๖ เดือน ๑ ปีอย่างมากก็เปลี่ยนแล้วนะครับ แล้วถ้าอย่างนั้นความหมายก็คือว่านายกสภาก็ไม่มีนัยสำคัญอะไรทั้งสิ้น เพราะว่าเดี๋ยวมาแล้วก็ไป มีเหมือนกับไม่มีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ทั้งในทางปฏิบัติในหลักการเรื่องอิสรภาพและเสรีภาพทางวิชาการ ผมคิดว่าเหตุผลมันยืนยันว่า นายกสภาและอุปนายกสภาไม่ควรจะเป็นนักการเมือง ควรจะเป็นนายทหารนอกราชการ ที่มีคุณภาพและเรามีครับ แล้วถ้าเราจัดความสัมพันธ์แบบนี้ ผมเชื่อว่าเจตนารมณ์ ของการยกระดับโรงเรียนนายร้อยให้เป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูงก็จะประสบความสำเร็จ และถ้าเป็นอย่างนั้นผมเชื่อว่าไม่ใช่ประเทศไทยของเราจะมีความมั่นคงในอนาคตระยะยาว เท่านั้น แต่ผมเชื่อว่าองค์ความรู้ของสถาบันการศึกษาของเหล่าทัพจะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมดีใจครับที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมต้องย้ำคำว่าวิชาการทหาร ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นศิษย์เก่าของนักศึกษาวิชาการทหาร คำว่าวิชาการทหารนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าใครที่มีโอกาสได้เรียนวิชาการทหาร ก็น่าจะมีเข้าข่ายใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กำหนดเฉพาะในเรื่องของโรงเรียน ที่เป็นโรงเรียนเหล่าทัพเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนว่าบุคคล ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในส่วนวิชาการทหารนี้น่าจะไม่ใช่เฉพาะเป็นนักศึกษาในโรงเรียนเหล่าทัพ เท่านั้น น่าจะมีโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาวิชาการทหาร น่าจะรวมไปถึง ทหารเกณฑ์ที่เกณฑ์เข้ามาแล้วเขามีโอกาสได้เรียนในวิชาการทหาร ๒ ปีเขาจบหลักสูตร ออกไปเขาได้อะไร สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าจะมีการหยิบยกเข้ามาใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสียดายที่ได้ศึกษาวิชาการทหารด้วยความตั้งใจ สมัยเด็ก ๆ เรามีโอกาสใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นทหาร แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียนทหาร เนื่องจากว่า ความยากจน เนื่องจากว่ามีการสอบ มีการอะไรที่ค่อนข้างจะเข้มงวดมาก เราไม่มีเส้นมีสายเพียงพอ เพราะเรามาจากลูกของข้าราชการครูคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ลูกทหาร แต่มีความอยากจะเป็นทหาร แต่ไม่มีโอกาส ก็ไปเรียน ร.ด. เรียนวิชาการทหาร ออกมาก็ได้เป็นว่าที่ร้อยตรีตลอดกาล ถึงปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมองว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ดีใจที่เปิดโอกาสกว้าง ให้กับท่านที่เข้าอยู่ในโรงเรียนเหล่าทัพได้มีโอกาสได้เรียนในวิชาสามัญอื่น ๆ ในวิชาความรู้ ในภาควิชาอื่น ๆ ที่จะทำให้ทหารมีคุณภาพ มีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น และยังเปิดโอกาส ให้บุคคลภายนอกเข้าไปมีโอกาสได้เรียนด้วย ยิ่งจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนใกล้ชิดกัน แต่ผมกังวลอยู่นิดหนึ่งว่าในความเป็นสถาบันของ จปร. ก็ดี โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้าไปร่วมเรียนแล้วมันจะเป็นอย่างไร ความขลังของสถาบัน จะคงเหลือเหมือนเดิมหรือเปล่า คนที่จบโรงเรียนนายร้อย จปร. ออกมานี่มาดเท่ห์ จบโรงเรียนเตรียมทหารออกมาต้องมีบุคลิกที่พิเศษ อย่างบุคคลธรรมดาที่เขาไปร่วมเรียน แล้วความรู้สึกนึกคิดของบุคคลภายนอกที่มีต่อสถาบันเป็นอย่างไร ตรงนี้เป็นประเด็นหนึ่ง ที่จะต้องเอามาขบคิดเช่นกัน ผมเห็นด้วยในเรื่องของการที่ให้โรงเรียนทั้ง ๔ โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ได้ปรับหลักสูตรถึงระดับปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ผมมี ข้อสังเกตแล้วก็มีข้อเสนอแนะว่าการที่ให้บุคคลเหล่านี้ได้มีโอกาสได้เรียนในระดับสูงขึ้น การถ่ายเทของบุคลากรต้องเกิดขึ้นแน่นอน คำว่าสมองไหล หรือการเคลื่อนย้ายการประกอบ อาชีพต้องเกิดแน่นอน เพราะเดิมทีเดียวทหารไปทำอะไรไม่ได้ ทหารก็ต้องอยู่ในแวดวง ของกระทรวงกลาโหม อยู่ทางกรม กอง เหล่าทัพต่าง ๆ แต่ถ้ามีโอกาสเขาไปเรียน จบปริญญาโท ปริญญาเอกในสาขาวิชาอื่นเขาก็ย่อมมีโอกาส เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้อง มีการเลื่อนไหลของอาชีพเป็นธรรมดา ขณะเดียวกันผมยังมีโอกาสอยากจะกราบเรียนว่า การเลื่อนไหลของบุคคลนี้น่าจะมีการเทียบโอนให้ด้วย บุคคลภายนอกที่เขามีโอกาสได้เรียน จบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และเขามีโอกาสได้เรียนวิชาการทหารด้วยนี่ ปรับให้เขา ได้ไหม ปริญญาตรีเทียบอะไร ปริญญาโทเทียบอะไร วุฒิการศึกษาที่เขามีปริญญาเอก นี่ได้ยศอะไร เทียบโอนให้เขาได้หรือเปล่า สิ่งเหล่านี้มันจะเป็นการแลกเปลี่ยนในเรื่อง ของการเลื่อนไหลของอาชีพ ขณะนี้เรามองว่าโลกของเรานี้มันเปลี่ยนแล้วครับ เปลี่ยนจากการที่จะเป็นสนามรบมาเป็น สนามการค้า เป็นสนามของการที่จะดูแลเรื่องของการแข่งขันเรื่องเทคโนโลยี ผมเห็นด้วยกับ เรื่องของการที่จะลด ละ หรือเลิกในการเกณฑ์ทหารด้วยซ้ำไป มีท่านสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าการเกณฑ์ทหารนั้นมันเป็นไปด้วยความไม่พึงพอใจของบุคคลที่ถูกเกณฑ์ ทำไมไม่มีการรับสมัครบุคลากรที่เรียน นักศึกษาวิชาทหารมีจำนวนมหาศาลที่เขาอยากจะเป็น บุคคลเหล่านี้สามารถที่จะเป็นกำลังสำรองได้ ไม่ต้องมาเปลืองงบประมาณของรัฐบาลที่จะไปจ้าง ไปดูแลในเรื่องของทหารเกณฑ์ เกณฑ์เสร็จแล้วฝึกเสร็จปุ๊บเงินเดือนที่ได้รับก็ไปอยู่กับ บ้านผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาก็เป็นผู้ที่จะได้รับเงินตอบแทน ส่วนตัวทหารเกณฑ์ ไม่รู้อยู่ที่ไหน นี่เป็นปัญหาตามมามากมาย เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากว่าการที่เหล่าทัพ โดยเฉพาะกองทัพเปิดโอกาสให้มีการที่จะยกวิทยฐานะของผู้สำเร็จการศึกษาวิชาการทหาร ให้มีโอกาสได้เรียนระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ก็ยังกังวลในเรื่องของภาพลักษณ์ของโรงเรียนนายร้อย จปร. ภาพลักษณ์ของโรงเรียน ต่าง ๆ เหล่านี้คงที่เดิมหรือเปล่า หรือจะมีการเปลี่ยนภาพลักษณ์ไป แล้วก็การเทียบโอน การถ่ายโอนของบุคลากรควรจะมีการพิจารณา มีการนำเข้ามาสู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยครับ ผมเห็นด้วยครับสำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณครับ
ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ในหลักการดิฉันก็เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่า มันนาน ๆ ก็จะได้ปรับกฎหมายสักทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการศึกษา เพราะว่า ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นปัญหาในการดำเนินงานในกองทัพ มีท่าน ส.ส. หลายท่านก็บอกว่า สมัยเป็นเด็กอยากจะเป็นทหาร แต่สำหรับผู้หญิงสมัยก่อนก็อาจจะอยากเป็นแฟนทหารนะคะ ก็ด้วยความเข้าใจดิฉันเห็นด้วย แล้วก็มีหลายท่านพูดถึงลักษณะของโรงเรียนทหาร ดิฉันก็ยัง เรียนว่าอย่างไรก็ตามทหารก็เป็นกลุ่มอาชีพพิเศษอาชีพหนึ่ง แล้วทหารก็เป็นคนที่มี ความเข้มแข็ง ทหารก็เป็นคนที่เยาวชนยังต้องยึดถือเป็นแบบอย่าง หลายคนมองทหาร เป็นแบบอย่างสำหรับตัวเองที่จะดำเนินในชีวิต เพราะฉะนั้นการที่จะต้องปรับระบบ โรงเรียนทหารดิฉันก็เห็นด้วย แต่ปรับแล้วก็ต้องเป็นโรงเรียนทหารนะคะ ปรับแล้วไม่ใช่ โรงเรียนพลเรือน แล้วก็มีทหารมาบวกด้วย ก็ยังต้องเป็นโรงเรียนของทหารเป็นหลักอยู่ดี เพียงแต่ว่าวิธีคิดมันจะต้องสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในสังคม สมัยก่อนกับสมัยนี้ ไม่เหมือนกันแล้ว สมัยก่อนทหารก็คือทหารแล้วก็สู้รบ แต่ทุกวันนี้ถ้าทหารต้องเข้าใจ สภาพสังคม สภาพเศรษฐกิจ สภาพการเมืองการปกครองทั้งหลาย แล้วเข้าใจด้วยค่ะว่า การเมืองนำการทหารคืออะไร อย่างการแก้ปัญหาที่ภาคใต้การเมืองนำการทหาร ไม่ใช่เอา นักการเมืองไปเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาแล้วเรียกการเมืองนำการทหาร แต่การเมืองนำ การทหารมันต้องนำทางความคิด นำในการที่จะไปใช้ความรุนแรงหรือว่าใช้กำลังเป็นเรื่อง สุดท้าย เป็นวิธีการสุดท้าย ต้องเข้าใจเขาอย่างไรแล้วจะต้องทำอย่างไร ทหารต้องศึกษา เป็นอย่างมาก เท่าที่ดิฉันคุยทุกวันนี้ก็มีทหารหลายคนที่คุยแล้วก็รู้เรื่องแล้วก็เข้าใจ เพียงแต่ว่า บางทีระบบในการจัดการมันไม่เอื้อให้บุคคลที่เข้าใจเหล่านั้นไปทำอะไร ไปช่วยแก้ปัญหา ต่าง ๆ ได้ วิชาที่เรียนดิฉันก็จะพูดถึงมาตรา ๕ อำนาจหน้าที่เหมือนกัน เวลาพูดถึงหลักสูตร ดิฉันก็อยากจะฝากว่าหลักสูตรของทหารก็ต้องเป็นเรื่องการทหาร แต่จะต้องเข้าใจ วิชาทางสังคม แล้วก็อยากจะให้เน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เพราะว่าทหารก็เป็นอาชีพ หรือว่าสถาบันตอนนี้ที่เรียกว่าเข้มแข็งที่สุด แต่ต้องไม่ใช่แข็งแบบไม่ยืดหยุ่นและไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะฉะนั้นถ้าท่านเป็นคนที่จะต้อง ดูแลแล้วสนใจเรื่องคุณธรรมจริยธรรมก็จะเป็นเรื่องที่ดีแล้วก็สำคัญ เพราะว่าทุกวันนี้ดิฉัน ได้ยินเวลาใครพูดถึงเออีซี (AEC) ต้องเตรียมตัวต้อนรับกับเออีซี ก็คือการที่ต้องพูดกันถึงว่า จะต้องเรียนภาษาอังกฤษ ดิฉันพูดเสมอนะคะ มีโอกาสพูดคุยกับครูบาอาจารย์ ดิฉัน บอกเลยว่าจะเปิดรับอาเซียนนี่ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายต้องเข้าใจที่จะสอนให้คนไทยของเรา เรียนรู้ภาษาไทยให้เข้มแข็ง เรียนรู้วัฒนธรรมไทยให้เข้มแข็ง เรียนรู้วิถีชีวิตของเราให้เข้มแข็ง เรียนรู้เรื่องการผลิตต่าง ๆ ของเราให้เข้มแข็ง เพื่อที่จะตั้งตัวแล้วก็ยืนอยู่ได้ ถ้ามีกระแสใด ๆ มันพัดเข้ามา เราจะได้เลือกได้ว่าอะไรที่จะเข้ามาเป็นวิถีชีวิตของเรา อะไรที่จะต้องไม่รับมา เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่าถ้าทหารปรับหลักสูตรทั้งหลาย เรื่องเหล่านี้คิดว่า เป็นเรื่องสำคัญ ก็ฝากท่านด้วยนะคะ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกก็พูดแล้วค่ะว่าเรื่องความเสมอภาค เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องความเสมอภาคสำคัญ มาตรา ๓๐ ในรัฐธรรมนูญเขาบอกว่า ห้ามเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม อย่ากีดกันใครก็ตามที่มีความแตกต่างกัน ๑๒ อย่าง ในนั้น มีเรื่องเพศอยู่ด้วย เรื่องเชื้อชาติ เรื่องถิ่นที่อยู่ด้วย ทีนี้ถ้าสมมุติว่า ๑๒ อย่าง ทหารมีหลายคณะ มีหลายฝ่าย มีหลายแผนก ในบางแผนกท่านคงจะไม่เอา ท่านก็จะกำหนดว่า ให้เป็นคนไทยโดยการเกิดถึงจะมาเป็นหน้าที่ตรงนี้ ๆ ได้ ดิฉันมีเพื่อนไปอยู่ ประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนบางท่านบอก เขาเป็นได้แค่ทหารรับจ้าง เขาไปนั่งวางแผนการรบ ของประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่ามีเหตุผลที่สมควร แต่ไม่ใช่เป็น ลักษณะกีดกัน ดิฉันว่าอยากจะให้สภาการศึกษาวิชาการทหารทบทวน แล้วก็ถ้ามีผู้หญิง อยู่ด้วยมันไม่มากหรอกค่ะ มีผู้หญิงบางคนเท่านั้นแหละ แต่อย่าปิดกั้นโอกาสเขา เหมือนกับ คุณลัดดา แทมมี่ เขาก็ไปรบมาแล้วก็พิการ แต่ว่าเขาก็ได้รับเลือกตั้ง ได้รับการยอมรับ เพราะเขามีผลงาน ผู้หญิงก็เหมือนกัน ท่านจะเห็นว่าเมื่อท่านเปิดเรียน ร.ด. ให้ผู้หญิงเรียน ก็มีผู้หญิงเข้ามาเรียนหลายคน แต่คนไม่อยากเรียนก็มี ผู้ชายที่ไม่อยากเรียนก็มีหลายคน เพราะฉะนั้นอย่าปิดกั้นหรือว่าอย่าเหมารวมหรืออย่าอคติว่าควรจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เท่านั้น ในขณะเดียวกันในมาตรา ๖ ดิฉันก็เห็นด้วยกับอาจารย์กนกว่าถ้าจะเอานักการเมือง เข้ามาเป็นนายกสภาการศึกษาวิชาการทหารดิฉันก็ไม่เห็นด้วย นายทหารอาชีพที่มีความรู้ ความสามารถมีมากมาย อยากจะให้ท่านปรับปรุงเสีย แล้วก็แถมยังไปเปิดช่อง หากมีรัฐมนตรีช่วย โดยทั่วไปไม่ค่อยมี หากมีก็ยังจะให้มาเป็นกรรมการแล้วให้เป็นอุปนายก ก็ตัดทิ้งไปเลย มี ไม่มีก็ไม่ต้องมาเป็นค่ะ แล้วอยากจะบอกฝากท่านอีกด้วยว่านอกจาก ให้นักเรียนผู้หญิงมาเรียนได้แล้วนี่ ตรงที่ (๓) กรรมการสภาที่เป็นพลเรือนอย่างน้อย ๖ คน ดิฉันอยากจะให้ท่านใส่เข้าไปว่าให้มีทั้งหญิงและชาย เวลามานั่งคิดทบทวนหลักสูตร อะไรทั้งหลาย หรือขอบเขตต่าง ๆ ให้มีทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายมาช่วยกันคิดไม่เสียหายหรอกค่ะ เพราะอาจารย์ในโรงเรียนเหล่าทั้งหลายก็จะมีอาจารย์ผู้หญิงอยู่เยอะแยะ แต่ถ้าให้มีโอกาส มาเป็นกรรมการแล้วกำหนดนโยบายของโรงเรียนเหล่านี้ด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีนะคะ ก็ฝากท่านเอาไว้ด้วย ฝากคณะกรรมาธิการ มาตรา ๖ ตรี ก็เหมือนกัน (๓) สภาการศึกษา วิชาการทหารมีมติให้ถอดถอน ถ้าผู้ทรงคุณวุฒิถอดถอนเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ ดิฉันไม่ทราบค่ะ อยากจะให้ใส่คุณธรรม จริยธรรมอะไรอย่างนี้เข้าไปด้วย แล้วสุดท้ายมาตรา ๑๐/๒ ที่ท่านบอกว่า ศาสตราจารย์พิเศษจะโปรดเกล้าฯ จากผู้ที่ไม่ใช่เป็นคณาจารย์ประจำของสถาบันการศึกษา ก็อยากจะให้ท่านกำชับลงไปด้วยว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ไม่ใช่เป็น ผู้ทำคุณประโยชน์หรือเป็นผู้บริจาคให้ ไม่อย่างนั้นศาสตราจารย์พิเศษของท่านมันจะไม่ขลัง แล้วมันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ แล้วมันก็จะไม่มีคุณค่าพอ ขอบคุณค่ะ
ท่านกัลยา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการที่โรงเรียนนายร้อย จปร. จะได้มีการเปิดโอกาสให้มีการศึกษาจนถึงระดับปริญญาเอก ตรงนี้ก็จะสร้างโอกาส ทางการศึกษา นอกจากนั้นแล้วคณาจารย์ต่าง ๆ ที่ได้ทำการเรียนการสอนอยู่ใน โรงเรียนนายร้อย จปร. ก็จะได้มีวิทยฐานะ มีสถานะทางวิชาการเป็นถึงศาสตราจารย์ หรือรองศาสตราจารย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้คุณภาพทางการศึกษาดี แล้วก็ดิฉันเอง ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุที่ดิฉันได้มีความสนใจในร่างพระราชบัญญัตินี้ เพราะว่าดิฉันเองนั้นอยู่ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งก็จะมีหน่วยงานของทหารจำนวนมาก ที่อยู่ในจังหวัดของดิฉัน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี หน่วยงานของ จังหวัดทหารบก กรมทหารม้าที่ ๔ รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่ ๕ รักษาพระองค์ และหน่วยงานของ ม. พัน ๑๑ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีนายทหารที่ต้องออกมา ทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชน ดิฉันก็อยากจะให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่าน แล้วก็เห็นด้วย ในการที่จะเปิดโอกาสให้ ผบ. หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีโอกาสได้เรียนในระดับปริญญาเอก เพื่อที่จะได้มีโอกาสเป็นดอกเตอร์ ดิฉันเองก็คิดว่าตอนนี้สภาพการณ์ต่าง ๆ ในปัจจุบันในสังคม เปลี่ยนไป เราจะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนนี้หน่วยงานของทหารเวลาเราไปอยู่ใกล้ ๆ บริเวณประตู หรือเราจะเข้าไปในหน่วยงานทหารเราจะเห็นป้ายเลยว่าหน่วยงานทหารห้ามเข้า แต่เดี๋ยวนี้ เราก็จะเห็นป้ายใหม่ว่าหน่วยงานทหารยินดีต้อนรับ ตรงนี้เมื่อสภาพต่าง ๆ เปลี่ยนไป ทหารต้องทำงานมวลชนร่วมกับพี่น้องประชาชน ร่วมกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย อย่างจังหวัดดิฉันเป็นทั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพ แล้วก็เป็นศูนย์พักพิง ฉะนั้นทหารที่อยู่ในนี้ต้องทำงานหนัก ต้องมีความรู้ในการที่จะประสาน ข้าราชการ ประสานหน่วยงาน แม้กระทั่งวัดวาอารามต่าง ๆ แล้วในเรื่องของปัญหา ยาเสพติด การไปรบตามชายแดน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้องค์ความรู้ที่ทันกับ สภาพปัจจุบัน ดิฉันจึงมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าอยากให้นายทหารเหล่านี้ได้มีการศึกษา เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ในสาขาสังคมศาสตร์ หรือแม้กระทั่ง เรื่องของการบริหารจัดการ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องนำมาบูรณาการร่วมกัน ก็อยากจะให้ นี่เป็นโอกาสที่ทหารหลายนายจะได้ประโยชน์จากการที่เขาได้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น และที่สำคัญเลยสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นโอกาสให้ประชาชนได้เกิดประโยชน์จากการที่เขาจะมี นายทหารที่มีความรอบรู้เพิ่มขึ้น และทันต่อโลก ทันต่อเหตุการณ์ด้วย ตรงนี้ดิฉันขออนุญาต ให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านชินวรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมรู้สึกดีใจ เป็นอย่างยิ่งวันนี้ที่ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จ วิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผมบอกผมดีใจเป็นอย่างยิ่งก็เพราะผมเห็นว่า สถาบันการศึกษาของกองทัพไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ หรือโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ถือได้ว่า เป็นสถาบันทางการศึกษาที่ผลิตกำลังพลให้กับกองทัพอย่างมากมาย แล้วก็ ประสบความสำเร็จ และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองมาตามลำดับ ส่วนหนึ่งนั้นผมได้มีความใกล้ชิดกับโรงเรียนดังกล่าวนี้ ตั้งแต่โรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อย่างน้อยผมก็เคยเป็นกรรมการสมาคมผู้ปกครอง และครูโรงเรียนเตรียมทหาร และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ ได้มีตัวแทนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกระทรวงศึกษาธิการว่าจะพัฒนาโรงเรียนของเหล่าทัพ ทั้งหมดขึ้นมาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาของชาติได้อย่างไร และที่สำคัญที่สุด ต้องการที่จะพัฒนาโรงเรียนดังกล่าวนี้ให้สนองตอบต่อการพัฒนาทางวิทยาการ โดยเฉพาะ ความเป็นเลิศทางวิชาการทหารได้อย่างไร ซึ่งมาวันนี้ผมก็ต้องดีใจกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมที่ท่านได้เป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ที่ผมมีความจำเป็น ที่ต้องลุกขึ้นมาอภิปรายกฎหมายฉบับนี้ เพราะผมมีความเป็นห่วงที่อยากจะฝาก ในชั้นกรรมาธิการ ๓ ประการ ซึ่งผมก็อาสาคนหนึ่งครับที่จะไปเป็นกรรมาธิการ เพื่อที่จะร่วมกับเพื่อนสมาชิกในสภานี้ในการที่จะทำกฎหมายฉบับนี้ให้มีความสมบูรณ์ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด สิ่งที่ผมเป็นห่วงประการแรกที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการก็คือว่าเมื่อผมอ่านกฎหมายฉบับนี้หลายครั้ง หลายเที่ยว ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากฎหมายฉบับนี้เมื่อดูโครงสร้างในทางกฎหมายแล้ว เราเห็นเจตนารมณ์ชัดเจนก็คือว่าเราต้องการที่จะยกสถานะของโรงเรียนหรือ สถาบันการศึกษาวิชาการทหารให้มีฐานะเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยนั่นเอง เพราะว่า หลักการสำคัญที่มีการแก้ไขประการแรกก็คือให้โรงเรียนดังกล่าวนี้สามารถที่จะประสาท ปริญญาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกได้ ประการที่ ๒ ได้กำหนดให้มี กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารหรือเทียบเท่ากับสภามหาวิทยาลัยนั่นเอง เพราะไปดู อำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๖ แล้วก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่ามีอำนาจในการที่จะกำหนดนโยบาย อนุมัติปริญญา อนุมัติในการกำหนดหลักสูตรต่าง ๆ และแน่นอนที่สุดที่สำคัญที่เป็นตัวบ่งชี้ อีกประการหนึ่งก็คือว่าการกำหนดตำแหน่งของคณาจารย์ในโรงเรียนเหล่านี้ให้เทียบเท่ากับ อาจารย์หรือคณาจารย์ในการสอนในระดับมหาวิทยาลัยคือให้มีตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์นั่นเอง ซึ่งเมื่อกำหนดเจตนารมณ์อย่างนี้
ผมเป็นห่วงประการแรกก็คือว่าเมื่อมาดูโครงสร้างทางกฎหมาย ผมคิดว่า ในชั้นกรรมาธิการต้องไปดูให้ชัดเจนนะครับว่าเราจะทำอย่างไรให้กฎหมายฉบับนี้ ได้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ซึ่งเดิมกฎหมายนั้นเป็นโรงเรียนเหล่าทัพต่าง ๆ ได้บัญญัติขึ้นมา ตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ แต่วันนี้เมื่อเราต้องการที่จะยกสถานะของโรงเรียนดังกล่าว ให้เป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูง ผมคิดว่าการที่จะไปกำหนดกฎหมายในเชิงโครงสร้าง ให้ครอบคลุมทั้งหมดนั้นมีความจำเป็น
ประการแรกก็คือว่าผมไม่มั่นใจนะครับว่าวัตถุประสงค์ในการที่จะให้มี สถาบันวิชาการทหารดังกล่าวนี้จะต้องเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะกำหนดวัตถุประสงค์ไว้เดิมนั้น คงจะเป็นไปตามพระราชบัญญัติเดิมนะครับ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าต้องมาดูรายละเอียดของโครงสร้างทางกฎหมายว่า เมื่อเราต้องการที่จะยกฐานะโรงเรียนดังกล่าวนี้ให้มีความคล่องตัวในการที่จะกำหนด ในการจัดการศึกษาระดับสูง การกำหนดในการแบ่งส่วนราชการในโรงเรียนมีความจำเป็น หรือไม่ที่จะต้องแปรญัตติเข้าไปครับ ถ้าเราไปเปรียบเทียบดูกับพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เราจะเห็นอย่างชัดเจนว่าจะต้องมีการกำหนดส่วนราชการ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เป็นสำนักงานอธิการบดี เป็นคณบดี เป็นบัณฑิตวิทยาลัย หรือเป็น วิทยาลัย ตลอดถึงเป็นส่วนราชการอื่นที่อาจจะมีความจำเป็นที่จะเป็นข้อเสนอของผมว่า อาจจะต้องมีส่วนราชการอื่นในมหาวิทยาลัยนี้ หรือในโรงเรียนดังกล่าวนี้เพื่อทำหน้าที่ ในการวิจัยโดยเฉพาะ เป็นต้น ประการที่ ๒ ในเรื่องของโครงสร้างตามกฎหมายก็คือว่า เมื่อมาดูร่างกฎหมายที่ท่านเสนอเข้ามา ผมเข้าใจว่าท่านคงมองแต่เพียงว่าให้มีการกำหนด ตำแหน่งของคณาจารย์เท่านั้น แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วเมื่อกำหนดตำแหน่งและกำหนดวิทยฐานะ ผมคิดว่าส่วนสำคัญ ที่จะต้องมีประกอบกันก็คือจะต้องมีส่วนกฎหมายที่น่าจะต้องมีบทบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ตำแหน่งวิชาการเหล่านี้จะมีกระบวนการอย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร ถ้าเป็นตำแหน่งศาสตราจารย์ แน่นอนที่สุดครับจะต้องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยการแนะนำของสภามหาวิทยาลัย
ประการที่ ๓ ในเรื่องโครงสร้างทางกฎหมายผมคิดว่าเมื่อมีการกำหนด ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก กฎหมายก็น่าจะมีรองรับในส่วนของปริญญา และเครื่องหมายวิทยฐานะครับ เพราะไม่ใช่ว่าเราจะไปกำหนดปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ว่าในกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เลยว่าท่านจะมีเครื่องหมายวิทยฐานะอย่างไร ท่านจะมีครุยอย่างไร และถ้าใครดังกล่าวไปใช้เครื่องหมายดังกล่าวนี้จะมีบทกำหนดโทษอย่างไร นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานฝากไว้ไปยังกรรมาธิการด้วยว่า เมื่อเราต้องการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ส่งเสริมประสิทธิภาพของโรงเรียน ของเหล่าทัพตามที่ผมกราบเรียนแล้วให้มีบทบาท มีสถานะเทียบเท่ามหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นโครงสร้างของกฎหมายก็ควรที่จะให้ครอบคลุมทั้งหมดในการที่จะนำไปสู่ การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากเสนอแนะก็คือผมเชื่อมั่นว่าการพัฒนาศักยภาพของ โรงเรียนนายร้อย จปร. ก็ดี โรงเรียนนายเรืออากาศก็ดี โรงเรียนนายเรือก็ดี ตลอดถึง โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหารก็ดี แต่ทั้ง ๓ โรงเรียนนี้ผมคิดว่าต่างจากมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปใช่ไหมครับท่านรัฐมนตรีครับ เพราะนักศึกษาที่เข้าไปเรียนในโรงเรียนระดับสถาบัน ดังกล่าวนี้ มาจากโรงเรียนเตรียมทหารใช่ไหมครับ ผมอยากจะฝากข้อคิดผ่านท่านประธานครับ ผมคิดว่าโรงเรียนเตรียมทหารก็มีความสำคัญไม่แพ้กันครับ เพราะโรงเรียนเตรียมทหารนั้น เป็นการรวมนักเรียนของทุกเหล่าทัพไปเรียนด้วยกัน และวันนี้ก็ไปอยู่สถานที่ใกล้กันด้วย ที่จังหวัดนครนายก แต่ก็น่าเสียดายว่าในนี้ท่านยังไม่มีกฎหมายที่จะให้ครอบคลุมถึง โรงเรียนเตรียมทหาร ทำไมท่านไม่ยกโรงเรียนเตรียมทหารมาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนราชการ ตามกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้อาจารย์ในโรงเรียนเตรียมทหารเขาสามารถที่จะไต่เต้าขึ้นมาได้ ตำแหน่งทางวิชาการหรือที่เราเรียกว่าตำแหน่งวิทยฐานะดังกล่าวนี้ได้ ถ้าท่านไปเปรียบเทียบ กับสถาบันการศึกษาในระดับปริญญาตรีในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ สถาบันพลศึกษา เดี๋ยวนี้เขาเปิดปริญญาตรีตำแหน่งอาจารย์ผู้สอนก็สามารถที่จะได้ตำแหน่ง ทางวิชาการ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ผมคิดว่า การส่งต่อจะมีส่วนสำคัญในการที่จะสร้างนักศึกษาที่มีคุณภาพให้กับโรงเรียนระดับนายร้อย จปร. โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนนายเรืออากาศ หรือโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านให้ความสำคัญว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ ครอบคลุมไปถึงโรงเรียนเตรียมทหารซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่จะคัดเลือกคนเก่งทั่วประเทศ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่บอกว่าโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อย เป็นการฝึกคนขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นผู้นำ เพื่อที่จะเป็นอำมาตย์ แต่เมื่อไปดูข้อเท็จจริงแล้ว ผมคิดว่าเด็กเก่งทั่วประเทศที่มาจากลูกชาวไร่ชาวนาเข้ามาสู่โรงเรียนนายร้อย ในระดับต่าง ๆ อย่างมากมาย และแน่นอนที่สุดถ้ามีใครไปใกล้ชิดก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีก็คงจะเห็นได้ชัดเจน ผมคิดว่าโรงเรียนนายร้อยเหล่านี้ เป็นโรงเรียนที่มีเงินกองทุนเพื่อการศึกษามากที่สุดที่มีผู้บริจาคให้ เพราะรู้ว่านักเรียนที่เก่ง เป็นช้างเผือกมาจากต่างจังหวัดมาสอบเข้าเป็นนายทหาร นายตำรวจ นายเรือ มาจากครอบครัวที่ยากจน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการเริ่มต้นจากการที่เราจะให้โรงเรียน เตรียมทหารเป็นหน่วยเริ่มต้นในการที่จะ เตรียมบุคลากรเข้าสู่โรงเรียนนายร้อยหรือสถาบันการศึกษาที่ท่านจะเปิดต่อยอดไปถึง ระดับปริญญาโท ปริญญาเอกนั้น ผมอยากจะให้ความสำคัญกับรากฐานในส่วนนี้ด้วยครับ
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน คือความเป็นเลิศทางวิชาการทหาร ผมมีความเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งครับว่าถ้าเมื่อไรปรัชญาทางการศึกษาของท่านที่ต้องการจะ ยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาของโรงเรียนที่เป็นสถาบันวิชาการทางทหารเหล่านี้ ให้สูงขึ้นในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ถ้าปรัชญาไม่ใช่ความเป็นเลิศ ทางวิชาการทหารแล้วละก็ ก็ไม่ต่างอะไรที่เราเปิดมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้นจาก ๘๐ กว่ามหาวิทยาลัยมาเป็น ๓๐๐ กว่ามหาวิทยาลัยในปัจจุบันนี้ แล้วก็มีค่านิยมเพียงแค่ ปริญญาบัตรเท่านั้น แต่ผมอยากเห็นสถาบันการศึกษาที่เราพิจารณาในวันนี้คือ สถาบันวิชาการทางทหารนั้นมีความเป็นเลิศทางวิชาการทหาร ความเป็นเลิศทางวิชาการทหาร คืออะไรครับ แน่นอนที่สุดคือความมั่นคง ความสามารถในการป้องกันประเทศ ซึ่งไม่ว่า โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การสร้างดุลความกลัว การสร้างดุลแห่งอำนาจให้เกิดขึ้น เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศอย่างแน่นอน แต่ว่าสถาบันวิชาการทหารนั้นผมคิดว่า เป็นสถาบันเดียวที่จะต้องสร้างคนออกไปเพื่อให้มีสหวิทยาการ เพราะกองทัพมีหน่วยงาน เกือบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาการต่าง ๆ มีทหารสื่อสาร มีทหารอุตสาหกรรม มีครบหมดเลยครับ อยู่ที่กองทัพหมดเลย เพราะฉะนั้นการสร้างความเป็นเลิศ ทางวิชาการทหารนั้นผมคิดว่าจะมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งครับ และในส่วนนี้ ก็จะมาเกี่ยวข้อง ๓ ส่วนด้วยกันครับ คือ
ส่วนที่ ๑ ก็คือในส่วนของสภาการศึกษาวิชาการทหารที่มีหลายท่าน ได้พูดถึงไปแล้วว่าเราจะทำอย่างไรให้สภาการศึกษาวิชาการทหารดังกล่าวนี้มีความคล่องตัว เหมือนกับสภามหาวิทยาลัย และมีความเป็นอิสระทางวิชาการที่สามารถขับเคลื่อน ทางวิชาการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ตามที่พวกเราได้อภิปรายกันในวันนี้ และแน่นอนที่สุด ผมคิดว่าถ้าท่านต้องการให้สถาบันเหล่านี้เป็นสถาบันทางวิชาการสำหรับทางทหารจริง ๆ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีท่านต้องแปรญัตติด้วยตัวเองครับว่าท่านจะไม่มาเป็น นายกสภาการศึกษาวิชาการทหาร ควรจะหาคนที่มีความอิสระไม่ใช่เป็นตำแหน่ง ทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่จะทำให้สถาบันวิชาการทหารนั้น มีความคล่องตัวมากขึ้น และผมยังค่อนข้างเห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายที่ผ่านมาว่าจริง ๆ แล้ว เราไม่ควรจะรวมสภาการศึกษาวิชาการทหารนี้ไว้ในที่เดียวกัน ควรจะแยกออกไปตาม โรงเรียนต่าง ๆ ที่มีอยู่ เช่น โรงเรียนนายร้อย จปร. ก็ควรจะมีสภาการศึกษาวิชาการ ของโรงเรียนนั้นไป โรงเรียนนายเรือก็ควรจะมี เหล่านี้เป็นต้นครับ ก็จะทำให้เกิดความเป็นเลิศ
ส่วนที่ ๒ ในส่วนของความเป็นเลิศก็คือว่าการที่โรงเรียนดังกล่าว ผมคิดว่า ในขณะนี้ได้มีการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ มีการพัฒนาอาคารสถานที่ มีการเตรียมความพร้อม เป็นที่ยอมรับครับ ผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมแล้วก็พบความเป็นจริงว่า มีความพร้อมมากกว่ามหาวิทยาลัยอีกหลายมหาวิทยาลัยในการที่จะพัฒนา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือบุคลากรครับ สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดก็คือว่าท่านจะทำอย่างไรที่จะต้องพัฒนาบุคลากร ให้เทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยชั้นนำหรือเทียบเท่ากับสถาบันวิชาการทางทหาร ของนานาประเทศที่ได้รับการยอมรับครับ ตรงนี้จะเป็นจุดสำคัญมากครับ ถ้าเราเพียงแต่ เปลี่ยนแปลงกฎหมายแต่เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงบุคลากรที่เข้ามามีส่วนในการพัฒนาเลยนี่ ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ครับ
ส่วนสุดท้าย ผมอยากเห็นสถาบันวิชาการทหารเหล่านี้ได้มีหน้าที่สำคัญ เหมือนกับสถาบันการศึกษาอื่น คือมีหน้าที่ในการวิจัย พัฒนา มีหน้าที่ในการรักษาประเพณี วัฒนธรรม มีหน้าที่ในการรักษาส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขครับ ท่านไปดูได้เลยครับ สถาบันการศึกษาในระดับสูง ทุกสถาบันจะเขียนวัตถุประสงค์เหล่านี้ไว้ชัดเจนในพระราชบัญญัติของสถาบันดังกล่าวนั้น ผมก็อยากเห็นว่าในชั้นกรรมาธิการได้มีการหยิบยกสิ่งเหล่านี้เข้าไปเติมเต็มให้เกิดความสมบูรณ์ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้สนองตอบต่อเจตนารมณ์ของรัฐบาล ของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมและของพวกผมในฐานะที่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ขอบคุณครับ
สมาชิกครับ ผมได้ฟังแล้วส่วนมากก็ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ผมจะให้ท่านนาทีท่านสุดท้าย แล้วก็จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอบก่อนได้ไหมครับ แล้วท่านติดใจ ประเด็นไหนก็ค่อยซักถาม ส่วนท่านเกียรติศักดิ์ท่านเป็นกรรมาธิการอยู่แล้ว ผมว่าเรา ก็น่าจะใช้เวลาเพียงพอ เพราะว่าเรามีกฎหมายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านนาทีก่อนตามลำดับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาส ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดพัทลุงค่ะ แล้วก็ต้อง ขอบคุณรัฐบาลด้วยที่ได้ให้โอกาสนำร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชา การทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้ามาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีส่วนร่วม ดิฉันเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นประเด็นแล้วก็อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วยแล้วขอสนับสนุน ในร่างพระราชบัญญัตินี้ด้วย เพราะว่ามีเหตุผล ๓ ประการ
ประการแรก ในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องของการมีวินัย ไม่ใช่ว่า ตัวดิฉันเองจะมายอ แต่ว่าดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่ได้สัมผัสเพราะได้มีโอกาสเข้าไปเรียน วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร แล้วก็มีโอกาสได้สัมผัสในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งดิฉัน คิดว่าในเรื่องของการทหารมีความเข้มแข็ง สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดในเรื่องของความมีวินัย เราเอง ที่เป็นนักศึกษาที่ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนที่นั่นจะเห็นได้ชัดถึงการมีวินัยตรงนี้ แล้วก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ดิฉันคิดว่าเป็นจุดแข็ง เมื่อไรที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีโอกาสผ่านไป แล้วก็มีโอกาสได้ใช้ ก็จะส่งผลไม่ว่าจะเป็นทั้งนักเรียน นักศึกษา แล้วก็อีกหลายท่านที่อยากจะเข้ามาเรียน ในโรงเรียนนายร้อยไม่ว่าจะเป็นทหารเรือ ทหารอากาศ หรือทหารบก เพราะว่าวันนี้สมาชิก หลายท่านก็ได้พูดถึงว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นโอกาสสำหรับคนที่ยากจนว่าถ้าเขาเรียนเก่งเขาได้มีโอกาส ที่จะมาเป็นนายร้อยได้ ซึ่งมันไม่ใช่เป็นการง่ายที่จะได้เข้ามาเรียนในสถาบันอย่างนี้ แต่ถ้าเขาเก่งจริงสถาบันโรงเรียนนายร้อยทุกเหล่าทัพก็เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งซึ่งเป็นความฝัน ของคนบ้านนอก ใช้คำนี้ก็แล้วกันนะคะ แล้วก็มีวินัยที่เข้มแข็งในเรื่องของการสำนึกในหน้าที่ ความรับผิดชอบ รวมถึงระบบเกียรติศักดิ์แล้วก็ในหมู่คณะด้วย อันนี้ที่ดิฉันสัมผัสได้
อันดับที่ ๒ ที่อยากจะพูดถึงนอกเหนือจากวัฒนธรรมองค์กรในเรื่อง ของการมีวินัยแล้วก็ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดแข็งของการทหาร ที่ดิฉันพูดว่าปกติถ้าเราพูดถึงในเรื่องของยุทธศาสตร์ของทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐ หรือภาคเอกชนเราก็จะมีการพูดถึงวิชัน (Vision) มิชชัน (Mission) แล้วก็เป้าหมาย แต่ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติซึ่งเป็นจุดแข็งของทหารเขาละเอียดถี่ยิบเลยตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็มาละเอียดถี่ยิบ แล้วก็จะเห็นได้ชัด แล้วสิ่งนี้การเรียนดิฉันก็อยากจะฝาก แต่ว่าก็คงจะพูด ในคณะกรรมาธิการด้วย เพราะดิฉันเองขออาสาเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในคณะกรรมาธิการด้วย แต่ก็อยากจะบอก อยากจะส่งเสริมสนับสนุน เพราะว่าในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติเป็นจุดแข็ง เพราะฉะนั้นในวิชานี้เมื่อไรที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ได้มีโอกาสนำไปใช้คิดว่าวิชาการตรงนี้ ก็ต้องคงไว้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งที่ทหารหรือนักเรียน นักศึกษาที่จบแล้วสามารถนำมาใช้การได้ แล้วก็จะเป็นผลประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่สำหรับชาติบ้านเมืองในเรื่องขององค์ความรู้ ที่นักศึกษาเมื่อจบมาแล้วนอกเหนือจากความมีระเบียบวินัยแล้ว ในเรื่องของวิชาการ ดิฉันคิดว่าไม่ได้น้อยหน้าใครเลย เพราะว่าจากที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองนะคะ
อันดับที่ ๓ ที่อยากจะพูดถึงในเรื่องของบุคลากรด้วยค่ะ บุคลากรในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวนักเรียนเองหรือแม้แต่ตัวผู้สอนซึ่งเป็นนายทหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ยังไม่ผ่านก็คงจะใช้ในเรื่องของวิทยฐานะไม่ได้ แต่เมื่อไร ที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่านท่านคณาจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิหลาย ๆ ท่านที่เกี่ยวข้อง ในสถาบันก็สามารถที่จะมีตำแหน่งทางวิชาการได้ และดิฉันไม่ได้ห่วงเลยในเรื่องความรู้ ของคณาจารย์ที่จะมาสอนหรือมาให้ความรู้กับนักเรียน เพราะดิฉันได้สัมผัสหลาย ๆ วิชา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไอที (IT) หรือแม้แต่แผนที่ของประเทศหรืออะไรอย่างนี้ค่ะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญของบุคลากรในทางทหารนี่ดิฉันก็ว่ามีเยอะมาก แล้วสิ่งนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ นักเรียน นักศึกษาจบมาแล้วสามารถที่จะนำมาใช้แล้วก็เป็นประโยชน์ แล้วเมื่อไรก็แล้วแต่ ที่บุคลากรทางการศึกษาที่จบจากสถานที่แห่งนี้เมื่อนำความรู้ตรงนี้ไปถ่ายทอดที่สถาบันอื่น อย่างน้อยความรู้ตรงนี้จะได้เผยแพร่ไปทางสถาบันอื่นซึ่งไม่ใช่มหาวิทยาลัยทางการทหารด้วย
จากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วทั้ง ๓ เหตุผลนะคะ ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ได้ผ่าน เพราะว่าประทับใจในหลักสูตรของทหาร ที่ยุทธศาสตร์ชาติจะเน้นในเรื่องของความมั่นคง มั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืน แล้วก็ขอให้ยุทธศาสตร์นี้ ไปใช้ในหลักสูตรของทหารด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านเกียรติศักดิ์สั้น ๆ ครับ เพราะพูดหลายท่านแล้วนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ มีความจำเป็นจริง ๆ นะครับ ผมจะใช้เวลาไม่มาก เป็นสาระ เพื่อเกียรติภูมิ เพื่อศักดิ์ศรี เพื่อคุณภาพของสถาบัน เพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรี ของนายทหารด้วย ผมจะชี้ประเด็นให้เห็นนะครับ จริง ๆ แล้วก็ดีใจมากที่จะได้เห็นสถาบัน อันเก่าแก่จะได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา เป็นมหาวิทยาลัย เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นสูงขึ้น ผมให้ข้อสังเกตอย่างนี้นะครับว่าแต่ละปีนั้นเรามีงบประมาณของกระทรวงกลาโหม กว่าแสน ๆ ล้านบาท จากการพิจารณางบประมาณตรงนั้นแล้วส่วนใหญ่เราไปใช้ในการซื้อ อาวุธยุทโธปกรณ์ส่วนหนึ่ง แล้วก็ไปใช้ในการที่ส่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ไปศึกษายุทธวิธีทางทหาร ชั้นสูงในต่างประเทศ เพราะอะไรเราจึงต้องซื้ออาวุธจากต่างประเทศเข้ามา ก็เนื่องจากว่า เราขาดองค์ความรู้ เราขาดงานวิจัย ขาดองค์ความรู้ที่จะสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ จึงได้มีสถาบันตรงนี้ขึ้นมา
ทีนี้ผมให้ข้อสังเกตประเด็นสำคัญก็คือมาตรา ๓ นี้ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้ ปริญญาตรีหรือบัณฑิต ปริญญาโท มหาบัณฑิต ปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต บัณฑิตก็คงจะเป็นนายทหารผู้ปฏิบัติงาน ส่วนมหาบัณฑิตนั้นก็คงจะเป็นอาจารย์ หรือว่าเป็นผู้ช่วยของดุษฎีบัณฑิตซึ่งเป็นผู้สร้างองค์ความรู้และเป็นผู้สร้างงานวิจัยใหม่ ๆ ให้กับกองทัพไทย
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในมาตรา ๑๐/๑ มีศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ ก็จะเป็นผู้สอนให้คนที่เรียนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกของโรงเรียนนายทหารของเรา
ท่านประธานที่เคารพครับ มันมีมาตรา ๕ มาตรานี้สำคัญครับ มีอำนาจหน้าที่ อยู่ ๑๒ ประการ ซึ่งมันเชื่อมสัมพันธ์ไปถึงมาตรา ๖ มาตรา ๕ นี่นะครับกำหนดมาตรฐาน การศึกษา กำหนดหลักสูตร มาตรา ๕ จะเป็นมาตราที่ทำให้ดุษฎีบัณฑิตมีคุณภาพ หรือไม่มีคุณภาพ มีองค์ความรู้หรือไม่ แต่ดูไปสัมพันธ์กับมาตรา ๖ แล้ว เหมือนกับว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีคนอยู่คนเดียว มาตรา ๖ (๑) นายกสภามี ๑ คน มาตรา ๖ (๒) กรรมการสภามีทั้งหมด ๑๙ คน มาตรา ๖ (๓) มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๐ คน รวมแล้วมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) นั้นจำนวน ๓๐ คน ๓๐ คนนี้เป็นผู้กำหนดทิศทาง เป็นผู้กำหนดคุณภาพ เป็นผู้กำหนดหลักสูตร เป็นผู้ที่มีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอน อะไรต่าง ๆ ทั้งสิ้น แต่มาดูแล้วเสมือนว่าอำนาจหน้าที่นั้นอยู่ที่มาตรา ๖ (๑) เพียงคนเดียว เพียงคนเดียวจริง ๆ ครับท่านประธาน อันนี้สาระสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้นก็ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้กำหนดอะไรทุกอย่างทั้งหมด เพราะอะไรครับ มาตรา ๖ (๒) เป็นนายทหารที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งสิ้น ส่วนมาตรา ๖ (๓) จะถูกแต่งตั้งและถอดถอนโดยมาตรา ๕ (๙) คืออะไรครับ มาตรา ๕ สภาการศึกษาวิชาการทหาร มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๙) พิจารณาเสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและพิจารณา ถอดถอนกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๐) แต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๙ คน ก็ให้คณะกรรมการชุดนี้ละครับ สภาการศึกษาวิชาการทหารเป็นผู้ที่มีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอน สรุปแล้วจริง ๆ แล้ว อำนาจหน้าที่ทั้งหมดนั้นมารวมอำนาจอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเอาอย่างไรก็ได้ หลักสูตรจะมีมาตรฐานหรือไม่มี มาตรฐาน มีคุณภาพหรือไม่นั้นอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพียงคนเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยของเรานั้น ดูแล้วมันจะมีสภาอยู่ ๒ สภานะครับ สภามหาวิทยาลัยเป็นสภาบริหาร แล้วก็จะมีอีกสภาหนึ่งนะครับก็คือ สภาวิชาการมหาวิทยาลัย สภาวิชาการนี้จะเป็นคนกลั่นกรองหลักสูตร เป็นผู้พิจารณา หลักสูตร เป็นผู้ที่เสนอหลักสูตร เป็นผู้กลั่นกรองงานวิชาการทั้งหมดแล้วก็ส่งให้ คณะกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้อนุมัติเท่านั้น กระผมจึงกราบเรียนสาระสำคัญ มาถึงท่านประธานเพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้คุณภาพของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน นายทหารของเราที่จะสอนถึงระดับดุษฎีบัณฑิตได้ให้เป็นข้อสังเกตสำคัญ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมนะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิกแทบทุกท่านเลยที่อภิปราย ท่านได้สนับสนุนในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับและมีข้อเสนอแนะและข้อติติงหลายข้อ ซึ่งกระผมและทีมงานข้างหลังก็ได้จดไว้แล้ว ทีนี้กระผมจะเรียนให้ทราบนิดหนึ่งว่ามีอะไรบ้าง ที่พอจะเรียนได้ในภาพรวม ๆ ในเรื่องของการประสาทปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก นั้น บางท่านก็บอกมาว่าโรงเรียนเตรียมทหารน่าจะรวมอย่างนี้ด้วย ก็เรียนว่า โรงเรียนเตรียมทหารนั้นเป็นโรงเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษาเลยไม่ได้อยู่ในนี้นะครับ ส่วนโรงเรียนนายร้อยทั้ง ๓ เหล่าและโรงเรียนแผนที่ด้วยนั้น อันหนึ่งที่ท่านถามมาคือ เรื่องของการรับนักเรียนนายร้อยหญิงเหมาะสมไหม เราคิดมาหลายครั้งแล้ว แต่จริง ๆ แล้วการรับนักเรียนนายร้อยหญิง วัตถุประสงค์ของโรงเรียนนายร้อยของเหล่าทัพ ผมพูดรวม ๆ อย่างนี้แล้วกันนะครับก็คือให้บรรจุนายทหารหลักในหน่วยที่ทำการรบ เพราะฉะนั้นคนถึงไม่มากเท่าไร ณ วันนี้เรายังไม่คิดถึงเรื่องเอาผู้หญิงมาเป็นทหารราบถือปืน หรือทหารปืนใหญ่ ทหารม้า ยานเกราะอย่างนั้น ยังไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ แต่ผู้หญิง ก็มีบทบาทในกองทัพในหลาย ๆ ส่วน ในส่วนที่เหมาะสมก็มีทหารหญิงท่านคงทราบดี เยอะแยะหมด คือ เป็นแพทย์ก็ดี เป็นทางบัญชีอะไรเยอะแยะหมด วันนี้เรามองว่าเรายัง ต้องการทหารชายแล้วเราต้องการไม่มากนะครับ โรงเรียนนายร้อยแต่ละเหล่าทัพ อย่างโรงเรียนนายเรืออากาศปีหนึ่งประมาณ ๘๐ คน ไม่มากเลยนะครับเอาผู้ชายก่อน แต่ว่าในอนาคตข้างหน้ามีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ
อันที่ ๒ ที่ท่านถามว่ามีความพร้อมไหมในเรื่องของการจะดำเนินการ เรื่องนี้ ต้องเรียนว่าเราต้องพร้อมทั้งสถานที่แล้วก็อาจารย์นะครับ หลักสูตรต่าง ๆ ที่เปิด ขึ้นมานั้นก็จะไม่พยายามซ้ำซ้อนกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ท่านได้เสนอแนะมา เราคิดเห็น ตรงกันตรงเรื่องนี้นะครับ ก็คุณไปทางวิชาของทางทหารให้มากหน่อย เราไม่เปิด วิชาบริหารธุรกิจคงไม่เปิดอย่างนั้นนะครับ แล้วก็เราเปิดโอกาสให้กับในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกคนข้างนอกมาเรียนด้วย วันนี้ก็เปิดอยู่นะครับ โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ ก็เปิดอยู่ให้คนข้างนอกมาเรียนปริญญาโทที่เราเป็นผู้ดำเนินการอยู่ก็มีอยู่นะครับ เราทำอยู่แล้วนะครับ
อันนี้คือทั้งหมดที่ผมสรุปให้ท่านฟังว่าที่คำถามต่าง ๆ ส่วนเรื่อง การเกณฑ์ทหารผมคงไม่พูดนะครับ เพราะว่าที่ท่านถามมาผมคงไม่เอาอย่างนั้นนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมจะเรียนให้ท่านทราบนะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ผมสรุปสั้น ๆ แค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่าน พันเอก ดอกเตอร์อภิวันท์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมสักเล็กน้อยครับ ในตอนต้น ผมได้เรียนไปแล้วว่าในอนาคตการรบโดยใช้กำลังคนขนาดมากจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะฉะนั้นภารกิจหลักที่สำคัญของกองทัพก็จะต้องปรับมาเป็นภารกิจในการพัฒนาประเทศ ภารกิจในการปกป้องพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบก และทรัพยากรธรรมชาติ ทางทะเล ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองทัพเรือ ผมเข้าใจว่าโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ การเรียน การสอนในระดับปริญญาตรีคงจะไม่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมเรียนด้วยกับ นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ หรือนักเรียนนายเรืออากาศ แต่การเรียนการสอน ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกนั้น ผมเห็นว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะเปิดรับบุคคลพลเรือน เข้ามาร่วมเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นด้วยกับที่มีบุคคลภายนอกคืออาจารย์มหาวิทยาลัย เข้ามาร่วมเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาเป็นครูอาจารย์แล้วก็มีตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ อันนี้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ระหว่างทหารกับพลเรือน ทำให้ทหารคิดในรูปแบบของพลเรือนบ้าง ในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลพลเรือนได้มีความรู้ความเข้าใจระบบของกองทัพมากขึ้น ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านครับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท อาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ในเรื่องสิทธิความเท่าเทียมกันและ ความเสมอภาค อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมครับ ผมเองเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทยไปร่วมประชุมรัฐสภาโลก หลายครั้ง สิ่งที่รัฐสภาโลกเขากังวลมากที่สุดแล้วฝากผู้แทนของประเทศไทยมาก็คือ การสนับสนุนให้สุภาพสตรีเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การสนับสนุนให้สุภาพสตรีเข้ามา มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ การสนับสนุนให้สุภาพสตรีเข้ามาเป็นนักการเมือง การรับนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศที่เป็นสุภาพสตรี ผมว่าไม่ได้เป็นข้อจำกัดอย่างใดทั้งสิ้น นายทหารบางท่านหรืออัตราบางตำแหน่งที่ไม่ต้องการ พละกำลังมากนัก เราสามารถรับนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ ที่เป็นสุภาพสตรีได้ เช่นนักบินสุภาพสตรีก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่าสุภาพบุรุษ นายทหารปืนใหญ่ สุภาพสตรีก็ไม่ได้ปฏิบัติได้ยิ่งหย่อนกว่า เพราะไม่ต้องใช้กำลังใช้แต่สมอง ผู้บังคับการเรือก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับเพื่อนกรรมาธิการหลายท่านว่า ขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาลองไปพิจารณาด้วยว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศจะเปิดโอกาสให้สุภาพสตรี เข้ามาเป็นนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศเหล่านี้ครับ อีกประการหนึ่ง ในเรื่องนายกสภาการศึกษาวิชาการทหารนั้น ผมคิดว่าเป็นการเริ่มต้นของพระราชบัญญัติ ไม่รู้ว่าจะเอาใครมาเป็นนายกสภาการศึกษาวิชาการทหารได้ก็จับเอาท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมมาขัดตาทัพไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก เพราะว่าการวางแผนทางการศึกษาต้องต่อเนื่อง พวกเรานักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เรามาแล้วก็ไป อาจจะอยู่ไม่ครบ ๒ ปีหรือ ๔ ปีตามวาระ เพราะฉะนั้นจะต้องปรับเปลี่ยนกันไปเรื่อย ก็ขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นลองไปพิจารณาว่าจะตั้งใคร อาจจะเป็นนายทหาร นอกประจำการที่จบปริญญาโท จบปริญญาเอก หรืออาจจะเป็นอดีตคณบดีหรืออธิการบดี ของมหาวิทยาลัยภายนอกก็สามารถทำได้ แต่สิ่งสำคัญคือความต่อเนื่องในนโยบาย ทางการศึกษาเท่านั้นเองครับ ก็ขอกราบเรียนสั้น ๆ เท่านี้ครับ
อภิปรายพอสมควรแล้ว ผมขอปิดการอภิปรายนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่หนึ่ง ว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมตึก ๑ ตึก ๒ และตึก ๓ เข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติ ว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนลงมติในวาระที่หนึ่งนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตนแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนนครับ ท่านสมาชิกแสดงตนทั้งสิ้น ๒๗๗ ท่าน
ผมจะถามมติต่อที่ประชุมว่าเห็นควรรับหลักการหรือไม่ ท่านใดเห็นควร รับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่รับหลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ เหลือท่านบุญยอดนะครับ เชิญท่านบุญยอด เรียบร้อยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลคะแนนครับ รับหลักการ ๓๗๖ ท่าน ไม่รับหลักการ ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติ รับหลักการในวาระที่หนึ่งนะครับ
เชิญตั้งคณะกรรมาธิการกี่ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ขอเสนอ คณะกรรมาธิการ จำนวน ๓๑ คนค่ะ
๓๑ ท่านนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี สัดส่วนจะเป็นอย่างนี้นะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญท่านรัฐมนตรีเสนอจำนวน ๕ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ขอเรียนเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ๕ ท่าน ๑. พลเอก รัตนพันธุ์ โรจนะภิรมย์ ๒. พลโท รวมพล มีชูอรรถ ๓. พลโท พอพล มณีรินทร์ ๔. พลตรี โอภาส ลิ่วศิริวงษ์เจริญ ๕. นายสุรพล ทิพย์เสนา ครับ
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะ ผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย มีรายนามดังนี้ค่ะ ๑. นายธวัชชัย สุทธิบงกช ๒. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๓. นายนิรมิต สุจารี ๔. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๕. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๖. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๗. พลเอก จุลเดช จิตถวิล ๘. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ๙. พลเรือเอก รุ่งรัตน์ บุณยรัตพันธุ์ ๑๐ นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ๑๑. พลอากาศเอก ธงชัย ธารนพ ๑๒. นางสมหญิง บัวบุตร ๑๓. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ และ ๑๔. พลอากาศเอก สมชัย พละพงศ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ ๑. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒. พลตำรวจโท ไถง ปราศจากศัตรู ๓. นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ๔. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๕. นางสาวจุรีพร ประภาพิทยาพงษ์ ๖. พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ๗. พลเอก สุรพันธ์ พุ่มแก้ว ๘. พลโท อิสระ วัชระประทีป ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นางนาที รัชกิจประการ ๒. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วน ของพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคพลังชลและพรรคชาติพัฒนา ๑ ท่าน คือนายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครบนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. พลเอก รัตนพันธุ์ โรจนะภิรมย์ ๒. พลโท รวมพล มีชูอรรถ ๓. พลโท พอพล มณีรินทร์ ๔. พลตรี โอภาส ลิ่วศิริวงษ์เจริญ ๕. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๖. นายธวัชชัย สุทธิบงกช ๗. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๘. นายนิรมิต สุจารี ๙. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๑๐. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๑๑. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๑๒. พลเอก จุลเดช จิตถวิล ๑๓. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ๑๔. พลเรือเอก รุ่งรัตน์ บุณยรัตพันธุ์ ๑๕. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ๑๖. พลอากาศเอก ธงชัย ธารนพ ๑๗. นางสมหญิง บัวบุตร ๑๘. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๑๙. พลอากาศเอก สมชัย พละพงศ์ ๒๐. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒๑. พลตำรวจโท ไถง ปราศจากศัตรู ๒๒. นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ๒๓. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๒๔. นางสาวจุรีพร ประภาพิทยาพงษ์ ๒๕. พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ๒๖. พลเอก สุรพันธ์ พุ่มแก้ว ๒๗. พลโท อิสระ วัชระประทีป ๒๘. นางนาที รัชกิจประการ ๒๙. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๓๐. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร และ ๓๑. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา
กำหนดแปรญัตติ เชิญคุณเอมอรกี่วันครับ
แปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับค่ะ
มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าแปรญัตติ ๗ วันนะครับ จบการพิจารณากฎหมายฉบับนี้
เรื่องที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแถลงหลักการและเหตุผลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมขอชี้แจงการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑
สืบเนื่องจากการที่กฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้เงินเดือนของข้าราชการตำรวจเป็นผลให้เพดานเงินเดือน ของข้าราชการตำรวจและข้าราชการทหารในชั้นยศเดียวกันเกิดความเหลื่อมล้ำกัน ดังนี้
ตำรวจชั้นยศนายดาบตำรวจซึ่งเป็นระดับเดียวกับทหารชั้นยศจ่าสิบเอกพิเศษ ตำรวจสามารถรับเงินเดือนสูงถึงขั้น ส. ๓ ขณะที่ทหารได้รับเงินเดือนสูงเพียงขั้น น. ๒ จึงต่างกัน ๑ ระดับ ข้าราชการตำรวจชั้นยศร้อยตำรวจตรีถึงร้อยตำรวจเอกสามารถ รับเงินเดือนถึงระดับ ส. ๓ ขณะที่ทหารชั้นยศร้อยตรีถึงร้อยเอกรับเงินเดือนได้เพียงระดับ น. ๒ จึงต่างอยู่ ๑ ระดับเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้เพดานเงินเดือนของทหารและตำรวจ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำกัน กระทรวงกลาโหมจึงขอเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑ เพียงมาตราเดียวคือมาตรา ๑๒ ทวิ วรรคหนึ่ง (๕) และ (๖) ดังนี้
(๕) นายทหารประทวนยศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก พันจ่าอากาศเอก อัตราเงินเดือนจ่าสิบเอกพิเศษ พันจ่าเอกพิเศษ พันจ่าอากาศเอกพิเศษ ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ป. ๓ ถึง น. ๓
(๖) นายทหารสัญญาบัตรยศร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ถึงร้อยเอก เรือเอก เรืออากาศเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ น. ๑ ถึง น. ๓
จึงเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไปครับ
เมื่อกี้ท่านได้แถลงหลักการแล้วใช่ไหมครับ หรือท่านเอาเหตุผลประกอบหลักการ ของท่าน ท่านอ่านหลักการ
อ่านเรียบร้อยหมดเลย เพราะว่าชัดเจนอยู่แล้วทั้งหลักการและอะไร
ถ้าไม่มีท่านใดอภิปราย ผมจะขอปิดอภิปรายเพื่อจะลงมติต่อไปนะครับ จะลงมติเลยนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อจะลงมติในวาระที่หนึ่ง ของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขออนุญาต จะไม่ตรวจสอบองค์ประชุมเพราะเราเพิ่งลงมติไปเมื่อกี้นี้นะครับ เชิญท่านสมาชิกครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในวาระที่หนึ่ง ของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมจะถามมติ ต่อที่ประชุมว่าท่านใดเห็นควรรับหลักการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่รับหลักการให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถือว่าลงทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ รับหลักการ ๓๖๒ ท่าน ไม่รับหลักการ ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ที่ประชุมมีมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง
เชิญตั้งคณะกรรมาธิการกี่ท่านครับ ท่านมนพรเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอคณะกรรมาธิการ วิสามัญจำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถ้าไม่มีท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ๓๑ ท่านนะครับ สัดส่วนคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล ๑ ท่าน ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมเสนอชื่อกรรมาธิการ ๕ ท่าน สัดส่วนของ ครม. เชิญครับ
พลอากาศเอก สุกำพล ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. พลตรี นิวัติ ศรีเพ็ญ ๒. พลตรี โอภาส ลิ่วศิริวงษ์เจริญ ๓. พันเอก วีรพล ศุขเอนก ๔. พันเอก ศุภชัย อินทรารุณ ๕. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ครับ
ตกลงใช้ชุดเดิมหรือเปล่า ชุดเมื่อกี้นี้ ไม่ใช่นะครับ เชิญพรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๔ ท่าน ท่านแรก ดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล ท่านที่ ๒ พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ท่านที่ ๓ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ท่านที่ ๔ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ท่านที่ ๕ พลตรี เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ ท่านที่ ๖ พลตรี พชร ชัยวุฒิ ท่านที่ ๗ พลตรี สมโภช ทองโกมล ท่านที่ ๘ นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ท่านที่ ๙ นายทองดี มนิสสาร ท่านที่ ๑๐ นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ท่านที่ ๑๑ นายนพพล เหลืองทองนารา ท่านที่ ๑๒ นายชัยศรี กีฬา ท่านที่ ๑๓ นายอนันต์ ผลอำนวย ท่านที่ ๑๔ พลเอก วัฒนา สรรพานิช ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน ขอใช้กรรมาธิการชุดเดิมกับร่างที่แล้วค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ
พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน เชิญท่านดอกเตอร์นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ สัดส่วนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒ ท่าน ดังนี้นะคะ ๑. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒. ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน คือท่านสรชัด สุจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชลครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล นายนิรุติ จิตชัย ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๖ ท่าน
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. พลตรี นิวัติ ศรีเพ็ญ ๒. พลตรี โอภาส ลิ่วศิริวงษ์เจริญ ๓. พันเอก วีรพล ศุขเอนก ๔. พันเอก ศุภชัย อินทรารุณ ๕. นายสุชัย งามจิตต์เอื้อ ๖. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๗. พลตำรวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๘. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ๙. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ๑๐. พลตรี เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ ๑๑. พลตรี พชร ชัยวุฒิ ๑๒. พลตรี สมโภช ทองโกมล ๑๓. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๑๔. นายทองดี มนิสสาร ๑๕. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ๑๖. นายนพพล เหลืองทองนารา ๑๗. นายชัยศรี กีฬา ๑๘. นายอนันต์ ผลอำนวย ๑๙. พลเอก วัฒนา สรรพานิช ๒๐. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒๑. พลตำรวจโท ไถง ปราศจากศัตรู ๒๒. นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ๒๓. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๒๔. นางสาวจุรีพร ประภาพิทยาพงษ์ ๒๕. พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ๒๖. พลเอก สุรพันธ์ พุ่มแก้ว ๒๗. พลโท อิสระ วัชระประทีป ๒๘. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๙. นางนาที รัชกิจประการ ๓๐. นายสรชัด สุจิตต์ และ ๓๑. นายนิรุติ จิตชัย
กำหนดแปรญัตติกี่วันครับท่านมนพร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กำหนดไว้ ๗ วัน ตามข้อบังคับค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ๗ วันนะครับ จบการพิจารณาในเรื่องที่ ๒
ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติ คำปรารภและพิจารณา เรียงตามลำดับมาตรา และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ทางสภาได้แจกเอกสารประกอบของศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูป กฎหมาย และศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภาและคณะ ได้มีหนังสือเสนอขอความเห็นและข้อแนะนำเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นประโยชน์ในการพิจารณาจึงได้อนุญาตได้วางให้กับท่านสมาชิกแล้วนะครับ พร้อมนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการเชิญแถลงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอกราบเรียนว่าตามที่ที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๓๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... (นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) นอกจากนี้ยังมีร่างของภาคประชาชนเสนออีก ๑ ร่าง ร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุข พ.ศ. .... (นายไพศาล บางชวด กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๔,๘๙๒ คน เป็นผู้เสนอ) ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้รอการพิจารณา รับหลักการในวาระที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว คือชุดที่ ๒๓ จนมี พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ต่อมารัฐสภา ได้มีมติเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไปตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ ตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เป็นหลักในการพิจารณา และกำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดำเนินการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรตามร่างที่แนบ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปจะเริ่มพิจารณานะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข
มีผู้แปรญัตติ อาจารย์นิยมไม่ติดใจนะครับ อย่างนั้นผ่านนะครับ มาตรา ๓ เชิญต่อ
มาตรา ๔ มีการแก้ไข
ผ่านนะครับ
หมวด ๑ สภาการสาธารณสุขชุมชน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
มาตรา ๘ มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๒ สมาชิก ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ คณะกรรมการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๔ การดำเนินการของคณะกรรมการ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๕ การควบคุมการประกอบวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒๗ มีการแก้ไข
ผ่านครับ
มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๓ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔๓ ซึ่งอยู่ในหมวดของการควบคุม การประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ความในมาตรา ๔๓ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมาธิการไปแล้วก็คือว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนซึ่งถูกสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นสองปีนับแต่วันถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและปฏิเสธการออกใบอนุญาต ผู้นั้นจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตในครั้งต่อ ๆ ไปได้อีกต่อเมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ คณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต คำแปรญัตติของผมก็คือว่าให้มาตรา ๔๓ มีเพียงว่า ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไม่อาจขอรับใบอนุญาต ได้อีก เหตุผลก็คือว่ามาตรา ๔๓ จำเป็นต้องย้อนกลับไปในหมวดนี้ตั้งแต่มาตรา ๓๐ เป็นต้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓๐ ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไข และต้องประพฤติ ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนตามที่กำหนดไว้ ในข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชน ข้อบังคับสภาการสาธารณสุขชุมชนก็เกิดขึ้น จากสภาวิชาชีพได้เป็นผู้ดำเนินการจัดขึ้นมา จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ก็เป็นบทบัญญัติที่ผู้ประกอบวิชาชีพนี้บัญญัติกันขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ละเมิด บทบัญญัติอันนี้ก็มีสิทธิที่จะถูกร้องเรียนตามมาตรา ๔๒ ก็คือตามมาตรา ๓๑ ก็คือ เมื่อมีผู้ร้องเรียนก็ให้คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณขึ้น ตามมาตรา ๓๓ ท่านประธานครับ ที่ผมต้องยกมาตั้งแต่ต้นนี้ก็เพื่อให้เห็นว่าความเป็นมา ของการที่ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ หรือการเพิกถอน ใบอนุญาตนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ท่านประธานครับ เมื่อมีผู้ร้องเรียน คณะกรรมการ จะมีมติตามมาตรา ๓๒ ว่าจะมีขั้นตอนในกระบวนการก็คือคณะกรรมการไปตั้งอนุกรรมการ จรรยาบรรณขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง ความในมาตรา ๓๓ ให้ตั้งอนุกรรมการ ขึ้นมาสืบสวนหาข้อเท็จจริง มาตรา ๓๔ อนุกรรมการไปสืบสวนหาข้อเท็จจริงทำความเห็น เสนอกับคณะกรรมการ คณะกรรมการก็อาจจะมีการพิจารณาแล้วก็มีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คือให้อนุกรรมการไปสืบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือ ๒. ตั้งอนุกรรมการสอบสวนดำเนินการ ต่อไป หรือ ๓. ให้ยกข้อกล่าวหา กระบวนการนี้มาสู่ขั้นที่ ๒ ของคณะกรรมการแล้วนะครับ ในขั้นต่อไปมาตรา ๓๕ ก็ยังได้ระบุอีกว่าถ้าเห็นว่าคดีนั้นมีมูล ข้อกล่าวหานั้นมีมูล คณะกรรมการก็ไปตั้งอนุกรรมการสอบสวนจากสมาชิกขึ้นมาอีก ก็ตั้งอนุกรรมการสืบสวน ขึ้นมา ผลเป็นอย่างไรก็รายงานมายังคณะกรรมการภายใน ๑๕ วัน เมื่อหลังจากที่ทำการ สอบสวนเสร็จสิ้น นอกจากนั้นความในมาตรา ๓๙ ก็ยังระบุไว้ต่อเนื่องไปอีกว่า เมื่อกรรมการ ได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาสำนวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับจากได้รับสำนวนการสอบสวนจากคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาคืออนุกรรมการสอบสวน และเมื่อได้รับผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสอบสวนแล้ว คณะกรรมการมีอำนาจ วินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ นี่คือสาระสำคัญที่สุดของมาตรา ๓๙ ก็คือว่า (๑) ให้ยกข้อกล่าวหา (๒) ว่ากล่าวตักเตือน (๓) ภาคทัณฑ์ (๔) พักใช้ใบอนุญาต มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสองปี (๕) เพิกถอนใบอนุญาต จะเห็นว่าการลงโทษ ต่อผู้กระทำความผิดหรือละเมิดจรรยาบรรณข้อบังคับของสภาการสาธารณสุขชุมชนนั้น มีลำดับของโทษถึง ๕ ขั้น ถ้าคณะกรรมการมีโอกาสวินิจฉัยชี้ออกมาเป็นข้อใดข้อหนึ่ง ได้ทั้งสิ้น ถ้าคณะกรรมการจรรยาบรรณสอบสวนเห็นว่ามีมูลแต่กรรมการเห็นว่าไม่มีมูล ก็สั่งระงับตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าเห็นว่ามีมูลตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมา กรรมการสอบสวนเสร็จแล้ว กรรมการก็ยังมีอำนาจวินิจฉัยว่ายกข้อกล่าวหาก็ได้ หรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้ หรือภาคทัณฑ์ สูงขึ้นมาหน่อย คือพักใช้ใบอนุญาตตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกิน ๒ ปี และสุดท้ายก็คือ เพิกถอนใบอนุญาต ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๔๓ ว่าถ้าคณะกรรมการวินิจฉัยถึงขั้นว่า คุณต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วนี่จะไปขออีกไม่ได้ เหตุผลก็คือว่าเรามีกระบวนการ ลำดับความที่จะเอาผิดกับคนที่ถูกลงโทษเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับ หากว่าเราเอาเพียงว่า ตามที่คณะกรรมาธิการได้มีความเห็นชอบและผ่านไปก็คือถ้าผู้ประกอบวิชาชีพ การสาธารณสุขซึ่งถูกเพิกถอนไปแล้วนี้ยังสามารถมาขอรับใบอนุญาตได้อีก ความหมาย ของการเพิกถอนใบอนุญาตก็จะไม่มีความหมายเลย การเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๙ จะมีฐานะเพียงแค่การพักใช้ใบอนุญาตเท่านั้นเองเพราะค่ามันเท่ากัน ผู้ที่ถูกลงโทษ โดยการพักใช้ใบอนุญาตก็มีค่าเท่ากับผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เพราะหลังจากนั้น ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตก็สามารถกลับมาขอใบอนุญาตได้อีก นี่คือเหตุผลที่ผมขอเรียน กับท่านประธานว่าถ้าลำดับชั้นของการวินิจฉัยชี้ขาด ๕ ขั้น มันไปเท่ากันในชั้น ๑ แล้วก็คือ การพักใช้ใบอนุญาตกับเพิกถอนใบอนุญาตมีค่าเท่ากัน ความหมายในมาตรา ๓๙ ก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป เพราะฉะนั้นผมถึงได้เสนอคำแปรญัตติว่าให้ผู้ประกอบวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชนซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไม่อาจขอรับใบอนุญาตได้อีก นี่เป็นการลงโทษที่เด็ดขาดรุนแรง เพื่อให้กระบวนการที่เรามีบัญญัติไว้ในกฎหมายตั้งแต่ มาตรา ๓๐ เป็นต้นมามีความศักดิ์สิทธิ์ ให้กระบวนการแต่ละกระบวนการนั้นมีความชอบ สามารถที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้อย่างมีเหตุมีผลและมีลำดับขั้นตอน ก็ขอเรียน ท่านประธานว่าผมก็ได้ไปชี้แจงเรื่องนี้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นมาพิจารณา แต่ว่าคณะกรรมาธิการก็ไม่เห็นชอบด้วยกับผม ผมจึงจำเป็นต้องเอาเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงนี่ มาเรียนกับที่ประชุมใหญ่แห่งนี้ เพื่อขอให้ท่านได้ช่วยโปรดพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า การดำเนินการใด ๆ เพื่อให้กฎหมายนี้มีความศักดิ์สิทธิ์นั้นควรจะต้องมีการปรับแก้ เพราะฉะนั้นมาตรา ๔๓ นี้ก็ขอความเห็นจากเพื่อนสมาชิกว่าให้เห็นชอบด้วยกับกระผม ในคำแปรญัตตินี้ ขอบคุณครับ
กรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ กระผมต้องขอบพระคุณ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่ได้กรุณาแปรญัตติซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบโดยได้เทียบเคียงกับกฎหมายการประกอบวิชาชีพเวชกรรม กฎหมายการประกอบวิชาชีพการพยาบาล ซึ่งในเรื่องของการเพิกถอนใบอนุญาตนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความรุนแรง มีความสำคัญ มีขั้นตอนต่าง ๆ มาตามที่ท่านอภิชาต ได้นำเสนอนั้นทุกคนเห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ก็เห็นว่าผู้ที่กระทำความผิดดังกล่าวนั้นเมื่อได้พ้นระยะเวลา ๒ ปี ได้กลับมา ได้ขอใบอนุญาตใหม่ คณะกรรมการก็จะพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ และอย่างไรก็ตามครับ ถ้าหากว่ายังไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนอีก ก็จะได้อีกทุก ๑ ปีนั้นเป็นการให้โอกาสแก่ผู้กระทำความผิด ซึ่งอาจจะได้ไปพิจารณาต่าง ๆ ในส่วนของการทำความผิดดังกล่าว โดยเราเห็นว่าผู้นั้นอาจจะกลับเนื้อกลับตัว อาจจะมีโอกาสที่จะได้มาทำงาน และถ้าหากว่ามาได้รับใบอนุญาตอีก แล้วก็มีการทำความผิดอีก ก็จะทำให้การพิจารณาของคณะกรรมการได้พิจารณาหนักขึ้นหรือว่าโทษต่าง ๆ ก็จะอยู่ในกรอบ ในระเบียบที่เราพิจารณากันอยู่ แล้วก็ประกอบกับวิชาชีพเวชกรรมกับวิชาชีพการพยาบาล ก็ให้โอกาสในลักษณะเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าสมควร ที่จะได้ยืนตามมาตรา ๔๓ ครับ
ท่านอภิชาตถ้าท่านติดใจผมก็จะขอมติ ถ้าไม่ติดใจผมก็จะผ่านไป เชิญครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียว คือในอนาคตข้างหน้า ผู้ประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนก็จะมีมากขึ้น ถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องให้โอกาสกับคนที่มีตำหนิ คนที่ทำผิดกับจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพ ทำผิดกับข้อบังคับของสภาวิชาชีพที่จัดตั้งขึ้นแล้วให้โอกาสคนเหล่านั้นอีก ผมคิดว่าคำชี้แจงของท่านประธานคณะกรรมาธิการต่อเรื่องการเทียบเคียงกับกฎหมาย ฉบับอื่นนั้นอาจจะฟังได้ แต่วิชาชีพนี้มีลักษณะเฉพาะเช่นกันคือเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน การที่เรามีบทบัญญัติที่เข้มงวดเพื่อให้เป็นแบบอย่างกับผู้ที่ประกอบ วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัย เกี่ยวกับการบำบัดรักษาโรคอย่างน้อยเบื้องต้น ซึ่งเกี่ยวพันกับชีวิตมนุษย์ เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของคน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎ ข้อบังคับที่เคร่งครัด มีจรรยาบรรณที่ต้องเป็นไปตามที่เราได้ระบุไว้ ตามความเห็นของคน ในวิชาชีพเดียวกันคือบัญญัติกันขึ้นมาเอง แล้วสุดท้ายเราจะลบข้อบัญญัตินั้น ไม่ให้ความสำคัญกับมัน ผมคิดว่าคงไม่ได้ ถ้าท่านประธานได้พลิกไปดูในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นเรื่องของการนิยามถึงเรื่องการประกอบวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน ท่านประธาน ก็จะเห็นว่าผู้ประกอบวิชาชีพนี้จะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับการตรวจวินิจฉัย รักษาโรคเบื้องต้น การดูแลผู้ป่วย การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค การตรวจประเมินอาการเจ็บป่วย การช่วยเหลือผู้ป่วยต่าง ๆ ถ้าหากว่าคนเหล่านี้ละเมิดจรรยาบรรณในการดูแลผู้ป่วย และก่อให้เกิดผลกระทบจนกระทั่งมีผู้ได้รับความเสียหาย จนกระทั่งมีการร้องเรียนไปถึง คณะกรรมการ ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาและคณะกรรมการก็มีกระบวนการที่กฎหมาย ให้อำนาจเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจนอยู่แล้ว ถ้ากระทำการโดยที่พลั้งเผลอ หรือประมาท หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่ได้จงใจเจตนาต่าง ๆ ผมคิดว่ากระบวนการลงโทษมันก็มีขั้นตอน ชัดเจนอยู่แล้ว นั่นก็คือขั้นตอนว่าถ้าเขาไม่ผิด เขาก็ยกข้อกล่าวหาได้หรือโทษแค่ ว่ากล่าวตักเตือนว่าต่อไปอย่าทำอย่างนี้อีก หรือภาคทัณฑ์ไว้ก่อนว่าถ้าผิดอีกก็ต้องถูกลงโทษ หรือหนักหน่วงก็คือพักใช้ใบอนุญาต และสุดท้ายซึ่งยอมให้ไม่ได้ก็คือการเพิกถอนใบอนุญาต นี่มันรุนแรงที่สุดขนาดนี้แล้วผมคิดว่าคณะกรรมาธิการก็น่าจะเห็นความสำคัญ ของกระบวนการในการดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดด้วย ผมจึงคงไม่สามารถ ที่จะเห็นคล้อยตามกับคณะกรรมาธิการไปได้ ก็ขออนุญาตที่จะขอความเห็นจากเพื่อนสมาชิก ทั้งสภาครับ
ครับ อย่างนั้นก็ขอมตินะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมลงมติในมาตรา ๔๓ นะครับ มาตรา ๔๓ นี้ ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ขอแปรญัตติไว้ ทางกรรมาธิการพิจารณายืนตามร่างเดิมนะครับ ผมจะขอมติ จากที่ประชุมนะครับ ก่อนจะลงมติขอให้ท่านสมาชิกเมื่อเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนก่อน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะบุคคลที่เข้าฟัง การประชุม เป็นคณะสมาชิกและบุคลากรสาธารณสุขจากสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข จำนวน ๒๐ ท่าน ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ในวาระที่สองนะครับ เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. .... เมื่อเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นชอบกับร่างเดิมให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับการแปรญัตติ ของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ นะครับ คือหมายความว่า เห็นด้วยกับกรรมาธิการคือร่างเดิมให้กดปุ่ม เห็นด้วย หมายเลข ๒ ท่านใดเห็นด้วยกับ การแปรญัตติของท่านอภิชาตกดปุ่มหมายเลข ๓ คือไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ๓๓๒ ท่านนะครับ
ผมจะขอถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการคงไว้ตามเดิม ให้กดปุ่ม เห็นด้วย หมายเลข ๒ ท่านใดเห็นด้วยกับการแปรญัตติของท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กดปุ่มหมายเลข ๓ ซึ่งไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๒๘๐ ท่าน เห็นด้วย กับท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๕๙ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับ กรรมาธิการคงไว้ตามร่างเดิม
เชิญมาตรา ๔๔ ครับ
หมวด ๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๗ บทกำหนดโทษ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ ไม่มีการแก้ไข บทเฉพาะกาล ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ ไม่มีการแก้ไข อัตราค่าธรรมเนียมวิชาชีพ การสาธารณสุขชุมชน ไม่มีการแก้ไข
จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรานะครับ ต่อไปจะอาศัยข้อบังคับข้อ ๑๓๐ คือพิจารณา ทั้งร่างนะครับ จะเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ถ้าตรวจแล้วไม่มีท่านใด ถือว่าการพิจารณา ในวาระที่สองจบนะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สามว่าท่านจะเห็นชอบหรือไม่นะครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่สามนะครับ ผมจะถามท่านสมาชิกว่าท่านใดเห็นชอบกับ ร่างฉบับนี้ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อย มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาลลงคะแนนแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยนะครับ เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติในวาระที่สามนี้ ๓๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินี้มีข้อสังเกตนะครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่มเห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใด งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับข้อสังเกต ๓๒๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ
ผมจบการพิจารณา ขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ทุ่มเทและเสียสละ เวลานะครับ
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
เชิญคณะกรรมาธิการขึ้นประจำที่ครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
ขออีก ๑ ร่างพระราชบัญญัติครับ เห็นท่านสมาชิกมองผมอยู่นะครับ จะเป็นการพิจารณา ในวาระที่สองนะครับ ขอแจ้งจะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติ คำปรารภ และ พิจารณาเรียงตามลำดับมาตรานะครับ แล้วท่านสมาชิกมีสิทธิอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ ที่มีการแก้ไขหรือผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติ หรือคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ไว้เท่านั้น เชิญคณะกรรมาธิการขึ้นบนบัลลังก์ครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะรองประธาน คนที่หนึ่ง ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบเรียนให้ท่านประธานสภาทราบว่าตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ ลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กำหนด การแปรญัตติภายใน ๗ วัน นั้น
บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว เสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนำเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป
เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ
ร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข
จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ มีท่านใดจะทบทวนไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติในวาระที่สามนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ผมจะขออนุญาตไม่ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เพราะเมื่อกี้เราเพิ่งลงมติไป ผมจะถามมติ จากที่ประชุมว่าท่านใดเห็นชอบให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ เห็นท่านมองผมบ่อยผมก็ต้องเร่งท่านหน่อย เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านกรณ์เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นชอบในวาระที่สาม ๓๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวาระที่สามนะครับ
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีข้อสังเกตนะครับ จะต้องขอมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านใดเห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ที่เดินเข้ามาด้านหลังเสร็จหรือยังครับผมจะได้ปิดการลงคะแนน ลงคะแนนเรียบร้อยทุกท่าน ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับข้อสังเกต ๓๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ
ขอบคุณท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ในเรื่องที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้าม ทางการกีฬา พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว ผมว่าเอาไว้สัปดาห์หน้า แล้วกันนะครับ วันนี้ผมขอปิดประชุมครับ