สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เสนอแนะให้เพิ่มคำนิยามในสถาบันการศึกษาในพระราชบัญญัติ เพื่อลดปัญหาที่ทหารมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และเสนอให้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของสภาไม่เกิน 2 วาระ และให้เคร่งครัดเหมือนพลเรือนในการเข้าดำรงตำแหน่งทางวิชาการ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ ทหารความรู้สึกของผมตั้งแต่เป็นเด็กมาเรายกย่อง แต่พอมาโตขึ้น ๆ ทหารในสายตาผม เปลี่ยนไปนะครับ รวมทั้งประชาชนมองว่าทหารปกติเขาสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นรั้วของชาติ แต่ทำไมตอนหลังเริ่มมาฆ่าคนในชาติ ไปรบประเทศเกาหลี ประเทศเวียดนาม เขาก็ไม่ว่าถึงจะทำให้เพื่อนบ้านเข้าใจผิดประเทศไทยมาตลอด แต่ตอนหลังมารบในเมือง และมารบกับประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย โดยการปฏิวัติบ้าง มาตามคำสั่ง ผู้บังคับบัญชาบ้าง อันนี้ทำให้ประชาชนสงสัยนะครับ แล้วก็ยังมีคำนิยามว่าคนที่จบโรงเรียน นายร้อย จปร. ก็คือเป็นโรงเรียนสร้างนายกรัฐมนตรี ซึ่งมันเป็นความคิดที่ประหลาดนะครับ ท่านประธานผมเรียนที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร มีอาจารย์จากโรงเรียนนายร้อย จปร. มาสอนเยอะ เป็นคนเก่งทั้งนั้นเลยครับ สอนเรื่องกลศาสตร์ ตรีโกณมิติพวกนี้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ผมก็ดูไปดูมาท่านก็เป็นนักวิชาการนะครับ เพราะฉะนั้นผมดีใจที่เห็น พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่จะเปิดให้โรงเรียนทหารซึ่งเหมือนลึกลับให้เปิดกว้างขึ้น แล้วก็มี บุคคลภายนอกร่วมมืออย่างยิ่งเพื่อที่จะทำให้ทหารหรือคนที่ไปเรียนในสถาบันเหล่านี้จะได้ เป็นคนดี ซื่อสัตย์ รักชาติ รักประชาธิปไตยและรักประชาชนนะครับ แล้วก็ให้คิดว่าทหาร เป็นอาชีพหนึ่งแค่นั้นเองเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ผมมีข้อเสนอเกี่ยวกับพระราชบัญญัตินี้นะครับ ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีซึ่งผมดีใจที่ท่านมานั่งฟังตลอดเลยครับ ก็คือคำนิยาม สถาบันการศึกษาของพระราชบัญญัตินี้มันรวมไปถึงพวกมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้าไหมครับหรือวิทยาลัยพยาบาลต่าง ๆ เพราะว่าผมมีโอกาสไปเป็นกรรมาธิการ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติที่จะกำหนดค่าตอบแทนของทหารก็พูดเฉพาะพวกนี้ เพราะฉะนั้น เดฟฟินิชัน (Definition) คือคำนิยามสถาบันการศึกษาที่กำหนดในมาตรา ๓ พูดทำนองว่า เป็นที่เข้าใจนะครับควรจะมีนิยามชัดเจนว่าหมายถึงใคร ที่ไหน เพราะว่ามันจะได้พัฒนาขึ้น ต่อไป ท่านประธานครับ มาตรา ๔ หลักสูตรต่าง ๆ ผมดูแล้วดีใจนะครับ แล้วก็มีกำกับว่า ต้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานของกระทรวงศึกษา ท่านประธานผมมีโอกาสไปดูในหนังสือ ที่แจกมานะครับ จปร. เรียน ๕ ปีครับ แล้วไม่บอกว่ามีหน่วยกิตอะไรบ้าง ขอโทษนะครับ คุณหมอเหวงได้อภิปรายไปหลักสูตรวิชาสังคมศาสตร์ก็ไม่ได้มีชัดเจนว่าเป็นอย่างไร เมื่อไปเทียบกับนายเรือเขาบอกเป็นเครดิต ๑๖๕ หน่วยกิตถึง ๑๖๗ หน่วยกิต เป็นวิชาทหารเรือจริง ๆ แค่ ๒๖ หน่วยกิตแค่นั้นเอง คืออยากให้ จปร. เขียนมาชัดเจน ชาวบ้านเขาจะได้เข้าใจ ทหารอากาศมีหน่วยกิตเรียนทั้งหลักสูตรเกิน ๑๔๐ หน่วยกิต เห็นไหมครับ แล้วกำหนดว่ามีวิชาการทหารอะไรบ้าง อันนี้มีความจำเป็นครับเพราะว่าเวลา จะเปลี่ยนจิตสำนึกหรือว่าจะใส่ปลูกฝังค่านิยมเข้าไปต้องเปิดโอกาสที่จะให้มีวิชา ที่ทางสภามหาวิทยาลัยใส่เข้าไปด้วย ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ในมาตรา ๖ ที่เป็นองค์ประกอบสภาให้เปิดโอกาสให้ประชาชนไปเรียนปริญญาตรี เรียนปริญญาโท เรียนปริญญาเอกด้วย เท่าที่ดูนะครับ ในที่มีปัญหาต่าง ๆ ถ้าเราเปิดให้คนข้างนอกเข้าไปร่วมเรียนด้วยจะละลาย พฤติกรรมของคนที่เข้มข้นอยู่ เขาจะได้รับทราบว่าคนอื่นเขาอยู่อย่างไร เป็นอย่างไร คิดอย่างไร เพราะทหารส่วนใหญ่ก็มักจะคิดไปอย่างที่ผมได้เรียนมาในตอนต้นนะครับ

ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ เกี่ยวกับองค์ประกอบของสภามหาวิทยาลัย ผมขอเสนอนิดหนึ่งนะครับในฐานะผมเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมาก่อนและเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วย จากการเลือก ของคณาจารย์นะครับ ๓ วาระ ๖ ปี ในองค์ประกอบของสภาการศึกษาวิชาการทหาร ผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่อภิปรายเมื่อกี้นะครับ คือมันเป็นลักษณะงานประจำ ถ้าจะให้มี การพัฒนาทางวิชาการไปน่าจะมีกำหนดโดยตำแหน่งกับบุคลากรที่อยู่ข้างในส่วนหนึ่ง แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือมาจากบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นลักษณะไตรภาคีนี้นะครับ เพราะเราจะได้คนที่มีความสามารถเข้าไปช่วยพัฒนาหลักสูตร แต่ผมดูนะครับ ๒๐ คน มาจากตำแหน่งประจำ มี ๙ คนจากคนข้างนอก ผมขอเสนอนะครับน่าจะเพิ่มในส่วน ผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นพลเรือนก็ได้ หรือไม่ก็ให้เลือกจากพวกที่มีตำแหน่งที่เป็น รศ. ขึ้นไปก็ดี เพราะเขาเกี่ยวข้องกับหลักสูตร เกี่ยวข้องกับวิชาการอยู่แล้วให้เขาไปมีส่วนร่วม ในองค์ประกอบของสภานะครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง ของสภาของมหาวิทยาลัยนี้นะครับ ใน พ.ร.บ. นี้กำหนดเป็น ๔ ปี แล้วอยู่ได้ ๒ วาระ ทั่ว ๆ ไปในมหาวิทยาลัยเขาประมาณ ๒ ปีนะครับ แล้วเป็นกี่วาระก็ได้ ไม่ได้กำหนดนะครับ เพราะว่าการที่อยู่นาน ๆ เข้า มันก็สร้างอัตตาบ้างหรือสร้างอะไรก็ไม่รู้นะครับ ต้องเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนคนเข้าไปให้ความคิดเห็น

อีกอันหนึ่งนะครับที่ผมอยากเสนอก็คือการเข้าดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ขอให้เคร่งครัดนะครับ ให้เหมือนทางพลเรือน เพราะว่าปัจจุบันนี้มันมีการลอกเลียนแบบ งานวิจัยกันเยอะแยะนะครับ แล้วตำแหน่งทางที่เป็น ผศ. รศ. ศ. นี้มันผูกพันกับเรื่องวิจัย และผมอยากจะเห็นการวิจัยของโรงเรียนทหารไปร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ผมมีโอกาสเป็นกรรมาธิการที่พิจารณาเกี่ยวกับงบประมาณการวิจัยนี้นะครับ ก็เห็น ทางหน่วยงานทหารก็ของบวิจัยมา บางหน่วยงานก็ไปร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาอื่นบ้าง บางหน่วยงานก็ไม่มี ซึ่งอันนี้มันต้องแบบบูรณาการกันเพื่อจะทำให้งานวิจัยด้านทหาร โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธหรือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ยุทธวิธีในการรบต่าง ๆ มันดีขึ้น ท่านประธานครับ ในสมัยก่อนคนที่ชี้ให้ทหารรบเป็นพลเรือนนะครับ เพราะว่าเขามี ความรอบคอบ เช่นขงเบ้งบอกทหารรบอย่างไร ๆ วางแผนให้ ผมอยากจะเห็นโรงเรียนทหาร เปิดกว้างแล้วก็จะทำให้ทหารของเรามีคุณภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยจริง ๆ ครับ สุดท้ายผมขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน