ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร โดยเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเก่า แต่ตั้งข้อสังเกตว่าสภาการศึกษาวิชาการทหารในร่างนี้อาจมีข้อจำกัดและขาดความคิดริเริ่ม นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการแยกสภาโรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนแผนที่ เพื่อให้แต่ละโรงเรียนมีความยั่งยืนและมีความแข็งแกร่งในทางวิชาการ และยังหารือเรื่องการเปิดโอกาสให้สตรีเข้ารับราชการในกองทัพ โดยเฉพาะโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ท่านประธานครับ ผมเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารถึงแม้ว่าจะแยกเหล่าไปโรงเรียนนายร้อยตำรวจก็ตาม ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสให้ผมนั้นได้อภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในโอกาสนี้ครับ ในหลักการ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ ด้วยกัน
ประการแรก เนื่องจากกฎหมายเดิมนั้นได้ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ กว่า ๕๕ ปีมาแล้วนะครับ และในเวลาเกือบ ๖ ทศวรรษนั้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางด้านการทหารได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย กฎหมายเดิมจึงมีข้อจำกัดอย่างมาก แล้วก็ไม่ทันกับยุคสมัย
ประการที่ ๒ การขยายอำนาจหน้าที่ให้สภาการศึกษาวิชาการทหาร ครอบคลุมภารกิจต่าง ๆ ถึง ๑๒ ประการนั้นเป็นการเหมาะสม โดยขอฝากว่า สภาการศึกษาวิชาการทหารนั้นไม่ควรจะอนุมัติเพียงแค่ปริญญา และไม่ควรจะมีการประชุม เพียงแค่ปีละครั้ง แต่ควรจะมีการประชุมต่อเนื่องเกือบจะทุกเดือนเพื่อพัฒนาวิชาการทหาร
ประการที่ ๓ การเพิ่มกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๙ ท่านก็เป็นการพัฒนาการ ในระบบเปิดเพื่อขยายโอกาสและแนวคิดของโรงเรียนเหล่าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ประการสุดท้าย การกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ก็เป็นความก้าวหน้าในทางวิชาการโดยสากล แต่ผมขอเน้นย้ำว่า ขอให้การเข้าสู่ตำแหน่งเหล่านี้ได้มีมาตรฐานเฉกเช่นตำแหน่งวิชาการในมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพราะว่าตำแหน่งเหล่านี้จะติดตัวตลอดไป
แต่อย่างไรก็ตามประเด็นที่ผมขอตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมอีก ๔ ประการ ก็คือ
ประการแรก องค์ประกอบของสภาการศึกษาวิชาการทหาร ในร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นั้นไม่แตกต่างไปจากเดิมเท่าไรครับ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำ อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำไป มีจำนวนถึง ๒๐ ตำแหน่ง เพราะฉะนั้นสภาในลักษณะนี้ จะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องงานประจำ ขาดความคิดริเริ่ม ขาดนวัตกรรม แล้วก็ประชุม เพียงแค่อนุมัติปริญญาเป็นหลัก
ประการที่ ๒ โรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนแผนที่นั้น ควรหรือไม่ครับที่จะแยกเป็นแต่ละสภา ของแต่ละโรงเรียน เพราะว่า การที่รวมทั้ง ๔ โรงเรียนเข้าด้วยกันทำให้ภารกิจนั้นค่อนข้างจะสับสนและเป็น การรวมศูนย์อำนาจภายใต้สภาเดียวจนเกินไป
ประการที่ ๓ เป็นที่เข้าใจนะครับว่าสภาการศึกษาวิชาการทหาร ก็เช่นเดียวกับสภามหาวิทยาลัยทั้งหลายหรือเช่นเดียวกับสภาสถาบันอุดมศึกษา ควรจะเป็น สภาสำหรับการพัฒนาวิชาการ พัฒนาอาจารย์ พัฒนาหลักสูตร พัฒนางานวิจัย พัฒนาอุปกรณ์การเรียนการสอนและการทดลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแทนที่สภาเหล่านี้ ขอประทานโทษนะครับ ผมพูดตรงไปตรงมาว่าจะเป็นสภาที่มีนักการเมืองเป็นนายกสภา เช่นตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรืออาจจะมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมเป็นอุปนายก เหมาะสมกว่าหรือไม่ครับถ้าหากว่าจะมีการสรรหานายกสภา จากศิษย์เก่าหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เหมาะสม ประเด็นของผมมีนิดเดียวว่านักการเมือง ก็คือนักการเมือง ท่านอาจจะไม่ใช่นักวิชาการ ท่านอาจจะไม่เข้าใจระบบวิชาการเท่าไร และยิ่งเป็นนักการเมืองในระบอบปัจจุบันนั้นท่านจะพบว่าเราจะขาดความต่อเนื่อง เฉพาะรัฐบาลชุดนี้ท่านก็ทราบดีว่าท่านได้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาแล้ว กี่ท่าน เพราะฉะนั้นสภาวิชาการนั้นควรจะเป็นสภาที่พัฒนาให้โรงเรียนแต่ละแห่งนั้น มีความยั่งยืน มีความแข็งแกร่งในทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านจะเปิดถึง ระดับปริญญาเอก เราต้องเข้าใจก่อนว่าปริญญาเอกนั้นคือปริญญาเพื่อการสร้างนักวิจัย เป็นปริญญาเพื่อสร้างองค์ความรู้ ไม่ว่าความรู้พื้นฐานหรือความรู้ทางด้านประยุกต์ก็ตามแต่ สภาจึงควรจะเป็นองค์คณะที่เข้าใจงานวิชาการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษา
ประการสุดท้ายครับ ประเทศไทยมีสัดส่วนสตรีกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ผมจึงขอฝากให้พิจารณาเปิดโอกาสให้สตรีได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษา ในโรงเรียนเหล่าของกระทรวงกลาโหมเช่นโรงเรียนเหล่าทั่วโลก โรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์ โรงเรียนนายเรือแอนนาโปลิส โรงเรียนนายเรืออากาศโคโลราโด ได้เปิดให้มีการรับ นักเรียนนายร้อย นายเรือ นายเรืออากาศหญิงมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ในประเทศไทยโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้นได้เปิดรับนักเรียนร้อยตำรวจหญิงมาแล้ว กว่า ๔ รุ่น รุ่นแรกนั้นกำลังจะจบการศึกษาเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๖ นี้ คำถามก็คือทำไมส่วนของกระทรวงกลาโหมจึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงนั้น เข้ารับราชการ เพราะ ณ วันนี้งานทหารผู้ชายก็ทำได้ผู้หญิงก็ทำได้ ก็ขอฝากข้อสังเกต ข้อสุดท้ายไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ