สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ แถลงว่า การพัฒนาคนและการพัฒนาการศึกษา นำไปสู่การพัฒนาคน และการพัฒนากองทัพ ที่มีจิตสำนึก รักชาติ รักประชาชน และรักประชาธิปไตย

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ วันนี้โลกมนุษย์เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วครับ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความรู้แล้วก็การศึกษาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะเห็นว่าการศึกษานั้นเป็นการเรียนรู้โลกและเปลี่ยนแปลงโลกครับ ระบบทุกส่วน บนโลกมนุษย์ใบนี้ถ้าไม่มีการศึกษาโลกก็จะหยุดอยู่กับที่ครับ มันไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง ของโลกมนุษย์ เราจะเห็นว่าสถาบันการศึกษาทางทหารนั้นมีถึงระดับปริญญาโทครับท่านประธาน แต่วันนี้ จะมีการยกระดับถึงปริญญาเอกครับท่านประธาน เป็นดอกเตอร์ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า วิธีคิดของคนระดับปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เท่ากันครับ จบดอกเตอร์ปริญญาเอกวิธีคิด อาจจะเก่งกว่า มีความสามารถ มีความรู้มากกว่าปริญญาตรีครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะเห็นว่าการพัฒนาคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนาองค์กร ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้ากองทัพมีการพัฒนาองค์กรด้วยการติดอาวุธทางปัญญา ผมว่ากองทัพนั้นก็จะเป็นกองทัพที่มีคุณภาพ ในยุคหนึ่งครับ ยุค พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ท่านคงจำได้ว่าเน้นหนักในการพัฒนาทำให้กองทัพเล็กแล้วก็บุคลากรของกองทัพ มีความสามารถในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาศักยภาพของคนในการที่จะสู้ กับปัญหาต่าง ๆ แล้วมาถึงวันนี้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญเรื่องนี้ จึงคิดว่า ถ้าสถาบันการศึกษามีการยกระดับการศึกษาครับ กองทัพก็จะพัฒนาไม่เหมือนทุกวันนี้ เราจะเห็นว่ากองทัพที่ผ่านมานั้นถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของคน เพราะฉะนั้นบุคลากร ในกองทัพที่ผ่านมา ผมไม่ทราบว่าท่านคิดเป็นหรือเปล่าครับว่าการที่ถูกคนอื่นใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างอำนาจให้ตัวเองนั้นเป็นความคิดถูกหรือผิดครับ เพราะฉะนั้นวันนี้จิตสำนึก ไม่ว่าจบปริญญาตรี ปริญญาโทหรือดอกเตอร์ ถ้ามีความคิดที่รับใช้ มีความคิดที่คิดไม่เป็น วิธีคิดยังเดิม ๆ กองทัพก็จะไม่เป็นกองทัพที่มีการพัฒนาแล้ว กองทัพที่มีการพัฒนาแล้ว จะต้องมีจิตสำนึกว่าเขาเป็นกองทัพของชาติ เป็นกองทัพของประชาชน ไม่ใช่เป็นทหาร ของคนส่วนน้อยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นนี่คือประเด็นสำคัญที่สุด เราจะเห็นว่า กองทัพหลายประเทศเขาไม่มายุ่งกับการเมืองเลยแม้แต่ประเทศเดียว เพราะฉะนั้น ทหารหลายประเทศ กองทัพหลายประเทศ เขาอยู่ในกรอบของกองทัพแห่งชาติ เขาเป็นทหารอาชีพครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เราเห็นอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่า ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ประเทศที่มีการพัฒนาแล้ว เขามีการพัฒนาศักยภาพของคน ในกองทัพให้มีจิตสำนึกรักชาติ รักประชาชนครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่ากองทัพถูกสั่งได้ ด้วยคนบางคน ทำให้มีการยึดอำนาจของประชาชนนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าถ้าเปิดหลักสูตรการศึกษาดอกเตอร์ ชั้นปริญญาเอก ขอให้ใช้หลักสูตรอันนี้มาให้ความรู้กับทหารว่าจิตสำนึกควรจะทำอย่างไร จิตสำนึกของการเป็นทหารอาชีพนั้นควรจะอยู่อย่างไร ควรจะทำอะไรให้ประเทศชาติควรจะทำ อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วยครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การพัฒนาคน การพัฒนา ความคิด การพัฒนาการศึกษา นำไปสู่การพัฒนาคน การพัฒนาคนนำไปสู่การพัฒนากองทัพ เช่นกองทัพแต่ละกองทัพ ไม่ว่ากองทัพเรือ กองทัพบก กองทัพอากาศ นั้นจะพัฒนา วางเป้าหมายยุทธศาสตร์เพื่ออะไรครับ นี่ต่างหากเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนากองทัพปัจจุบันนี้ เราจะเห็นครับว่าประเทศ แถบยุโรปที่ประเทศเขาเป็นประชาธิปไตยเขามีการพัฒนากองทัพ แสนยานุภาพของเขานั้น เขาเอาไว้เพื่อป้องกันการที่ทำให้ประเทศเขาดำรงอยู่ได้ การรักษาอำนาจเพื่อที่จะดูแล ประเทศที่มีอำนาจน้อยกว่า หรือมีกองทัพไว้เพื่อดูแลความเรียบร้อยภายในประเทศ ดูแลความรู้สึกของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แล้วร่วมมือร่วมใจกันว่ากองทัพนั้นจะร่วมมือ กับใคร ร่วมมือกับรัฐบาลในการปกป้องประเทศชาติอย่างไร ปกป้องประชาธิปไตยอย่างไร ถ้าประเทศ กองทัพ ทหาร บุคลากร มีจิตสำนึกรักประชาชน รักประชาธิปไตย กองทัพ ก็จะเป็นกองทัพแห่งชาติจะไม่ถูกเป็นเครื่องมือให้ใครครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในหลักสูตรปริญญาเอกวันนี้ต้องสอนในลักษณะจิตสำนึกแล้วก็ให้ความรู้ว่า ทหารคนไหนผ่านวิชาที่กำหนดว่าจะต้องมีความรู้สึกรักประเทศ รักประชาชนอย่างไร รักประชาธิปไตยอย่างไร คนนั้นให้สอบผ่านเป็นดอกเตอร์จบปริญญาเอกได้เลยครับ ท่านประธาน นี่คือจุดสำคัญต่างหากครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมสนับสนุน แล้วก็ขอให้รัฐบาล ดำเนินการเรื่องนี้ และถือว่าเป็นวาระสำคัญของกองทัพครับ ขอบคุณครับ