อภิวันท์ วิริยะชัย หารือเรื่องการปรับปรุงพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน และเรียกร้องให้มีการกำหนดหลักสูตรการศึกษาที่เหมาะสมกับเหล่าทัพ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะ ผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ด้วยวิวัฒนาการของโลก ด้วยวิวัฒนาการของวิชาทางด้านสารสนเทศคอมพิวเตอร์ ด้วยวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีทางด้านอาวุธ เราจะเห็นภาพการรบในอนาคตได้ชัดเจนว่า ในอนาคตการสงครามที่ใช้กำลังพลจำนวนมาก หรือใช้ทหารจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้น อีกต่อไป ยานรบที่ไม่มีคนขับจะได้รับการพัฒนาให้ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ ในการรบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินที่ไม่มีผู้ขับ ยานเกราะที่ไม่มีคนขับ และจะถูกพัฒนา ด้วยนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ให้มีขนาดเล็กลง ยานรบที่ไม่มีคนขับจะถูกพัฒนา ให้เป็นแมลงวันตัวหนึ่ง ติดตั้งกล้องสปาย แคม (Spy cam) เพื่อหาข่าว และเมื่อประสบ ความสำเร็จปั๊บก็จะทำให้สปาย แคมตัวนี้ ตัวยานรบตัวนี้ทำหน้าที่ในการทำลายล้างข้าศึก และศัตรู เพราะฉะนั้นผมเรียนยืนยันว่าในอนาคตข้างหน้าการทำสงครามโดยใช้กำลังพล จำนวนมากจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังพลเพื่อยึดพื้นที่ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมก็คือว่าบรรดาผู้ที่จบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ จะต้องถูกสร้างตามวัตถุประสงค์ดังนี้ มีลักษณะผู้นำสูง มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและสังคม มีความเสียสละ ต้องมีความเป็นโปรเฟสชันนอล (Professional) ทางด้านการศึกษา ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมต่าง ๆ ตามเหล่าทัพ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ของโลก ในปัจจุบันนี้นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ และนักเรียนนายร้อยวิศวกรรมแผนที่ เขาได้รับปริญญาตรีอยู่แล้ว โดยเฉพาะ นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ จะได้ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สำหรับโรงเรียนนายร้อยแผนที่หรือโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร จะได้รับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิศวกรรมสำรวจ แต่อยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่านักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ ทุกคนเขาก็จะต้องเรียนคล้าย ๆ กันคือจะต้องเรียนทาง ๔ กลุ่มวิชา วิชาทางด้านสังคมศาสตร์คือวิชาบริหารรัฐกิจ วิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป วิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และวิชากลุ่มสาขาวิศวกรรมต่าง ๆ ตามเหล่าทัพ ผมยกตัวอย่างอย่างผมเป็นนายทหารช่าง ผมก็จะจบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธา นายทหารม้า นายทหารเหล่าปืน ก็ต้องจบวิศวกรรมเครื่องกล นายทหารเหล่าสื่อสาร ก็ต้องจบวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง และวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นหลักสูตร การศึกษาของโรงเรียนเหล่าทั้ง ๔ โรงเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการแก้ไขปรับปรุงกำหนดให้สถาบันทางการศึกษาของเหล่าทัพสามารถเปิด การเรียนการสอนถึงระดับปริญญาเอก ในวิชาที่ว่าด้วยการบริหารรัฐกิจ ในวิชาที่ว่าด้วย การทหาร ความมั่นคงของชาติ เปิดโอกาสให้เรียนได้ถึงปริญญาโท ปริญญาเอก ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็มีได้ถึงปริญญาโทอยู่แล้วในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ในโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ และสถาบันการศึกษาวิชาการทหารชั้นสูง นอกจากนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้เปิดโอกาสให้มี การตั้งสภาการศึกษาวิชาการทหารขึ้นโดยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็น นายกสภาการศึกษาวิชาการทหาร แล้วถ้าหากว่ามีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมก็ต้องเข้ามาเป็น ๑ ในกรรมการสภาการศึกษา วิชาการทหารโดยเป็นอุปนายกของสภา นอกจากนั้นได้กำหนดอำนาจหน้าที่ ของสภาการศึกษาวิชาการทหารไว้ชัดเจนครับว่าจะเป็นผู้กำหนดหลักสูตรว่าจะเปิดสอน หลักสูตรอะไรบ้าง กำหนดคุณสมบัติของวิชาต่าง ๆ กำหนดข้อบังคับ กำหนดคุณสมบัติ ของบุคลากรที่เข้ามาดำรงตำแหน่งทางวิชาการไม่ว่าจะเป็นศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ก็ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาการทหาร นอกจากนั้น กรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารก็จะประกอบไปด้วยบรรดาข้าราชการประจำ ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการข้าราชการพลเรือน ท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แล้วก็ข้าราชการทหารซึ่งเป็นข้าราชการประจำอีก ๒๐ ท่านจะเข้ามาอยู่ในองค์ประกอบของการเป็นกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหาร แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีก็คือครั้งนี้ได้กำหนดให้มีกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะไม่ตั้งจากข้าราชการซึ่งเป็นข้าราชการทหารที่เป็นข้าราชการประจำ จะต้องตั้งจากข้าราชการหรือบุคคลภายนอกที่เป็นพลเรือนอย่างน้อย ๖ ท่าน ๖ ท่านก็จะเปิดโอกาสให้บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากองทัพ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ของกองทัพ เป็นโอกาสที่กองทัพเปิดกว้างสำหรับบุคคลพลเรือนได้เข้ามาร่วมงานกับเรา ยกตัวอย่างเช่น ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน อย่างนี้ถ้าท่านไม่เป็น ส.ส. ท่านก็อาจจะมี โอกาสได้รับการคัดเลือกเข้าไปเป็นกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารในอนาคต ได้เช่นเดียวกัน อย่างนี้เป็นต้น นอกจากนั้นก็บังคับเลยนะครับว่าที่เหลือต้องไม่เป็น ข้าราชการทหารที่เป็นข้าราชการประจำอยู่ นั่นก็คือหมายความว่าก็จะต้องคัดเลือกจาก อดีตนายทหารที่เกษียณอายุไปแล้วหรือลาออกจากราชการไปแล้ว นอกจากนั้นยังกำหนดว่า ตำแหน่งทางวิชาการให้สภาการศึกษาวิชาการทหารเป็นผู้กราบบังคมทูลเสนอคำแนะนำ ในการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ โดยเอาผลงานทางวิชาการเหมือนกับ ทางมหาวิทยาลัยทั้งหลาย แล้วนอกจากนั้นก็ให้อำนาจสภาการศึกษาวิชาการทหารแต่งตั้ง บุคคลดำรงตำแหน่งเป็นรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์และอาจารย์ปกติ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ มีอดีตนายทหารที่จบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ ที่ไปจบการศึกษาจากต่างประเทศ ในระดับปริญญาเอกนี่มากมายครับ หลายท่านเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของประเทศ หลายท่านเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ แต่สมัยก่อนไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้บรรดานายทหาร ที่มีคุณภาพเหล่านี้เขาเป็นอาจารย์อยู่จนเกษียณอายุราชการ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่าน พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ จบปริญญาโทวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัย นานาชาติแสตมฟอร์ด จบปริญญาเอกวิศวกรรมโยธาจากเอ็มไอที (MIT) เมื่อก่อนเป็น อาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าครับ สอนอยู่ด้วยกันกับผมนี่แหละครับ ท่านอดีต ส.ว. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช จบปริญญาโท วิศวกรรมโยธาจากเอ็มไอที ๙ เดือนนะครับเรียน ๙ เดือน เป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผมเองก็เช่นเดียวกันครับ เป็นอดีตอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แต่ทำไม บุคคลเหล่านี้ถึงไม่ได้รับราชการแล้วดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายเรืออากาศก็เช่นเดียวกันครับขณะนี้มีนายทหารที่จบปริญญาเอกหลายท่าน ลาออกจากราชการไปสอนอยู่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงบ้างก็มี มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของภาครัฐ ไปประกอบกิจการภาคเอกชนก็หลายท่าน สาเหตุก็เพราะว่าผมอาจจะต้องเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็คือการสร้างแรงจูงใจ สมัยก่อนคนที่จะมาเป็นอาจารย์ในโรงเรียนเหล่าทั้งหลาย เห็นอนาคตตัวเองเกษียณที่ พันเอกพิเศษ เมื่อพันเอกพิเศษ บุคลากรที่มีคุณภาพอย่างเช่น ท่าน พลเอก บุญสร้าง ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ท่านก็ต้องหาทางออกจากโรงเรียนนายร้อยไปดำรงตำแหน่งอื่น ที่สำคัญกว่า ก็ได้เกษียณในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดอย่างนี้เป็นต้น ผมขอเรียนเสนอ อย่างนี้ครับ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องแยกยศออกจากเงินเดือน เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ให้บุคลากรที่มีคุณภาพเหล่านี้ ปัจจุบันผู้ที่เป็นศาสตราจารย์จะดำรงตำแหน่งคือดำรงยศ เป็น พลตรี แต่เงินเดือนก็ติดขั้นอยู่แค่ พลตรี เป็นไปได้หรือไม่ครับถ้าให้อาจจะออกเป็น พระราชกฤษฎีกาพิเศษหรืออาจจะออกเป็นพระราชบัญญัติก็ตามเข้าสภาแห่งนี้ ผมจะเป็นคนหนึ่งที่จะสนับสนุน ท่านผู้ใดได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นศาสตราจารย์ ท่านก็ดำรงตำแหน่งเป็นยศ พลตรี ไป แต่เงินเดือนของท่านจะไม่ติดขั้น ให้กินไปถึงเท่ากับศาสตราจารย์ในระดับมหาวิทยาลัยคืออาจจะเป็นในระดับเงินเดือนเต็มขั้น ของ พลโท หรือ พลเอก ต้น ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องขอให้ทางกระทรวงกลาโหมไปพิจารณา ตามความเหมาะสม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ก็ขอสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะเห็นว่าเป็น พระราชบัญญัติที่ส่งเสริมการศึกษาของผู้นำเหล่าทัพ ซึ่งเขาจะต้องเข้ามารับผิดชอบ ในการนำพาชาติบ้านเมืองของเราไปสู่ความสงบสุขด้วยอีกส่วนหนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้สนับสนุนให้กองทัพเปิดกว้างสำหรับบุคคลพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างที่ผมเรียน เมื่อสักครู่ครับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเปิดโอกาสให้บรรดานักวิชาการจากภายนอก ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตาชีวิต ในการกำหนดหลักสูตร ในการกำหนดพฤติกรรม ของผู้นำเหล่าทัพในอนาคตให้เขามีความรู้ความสามารถและมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตของผมมีอยู่ข้อเดียวอย่างที่เมื่อสักครู่เรียนผ่าน ท่านประธานไป ทำอย่างไรจึงจะสร้างแรงจูงใจให้บรรดาอาจารย์เขาอยู่กับโรงเรียนเหล่าทัพ ให้นานที่สุดจนเขาเกษียณ เราก็จะได้มีบุคลากรที่มีคุณภาพ อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญครับ เปิดโอกาสให้สภามหาวิทยาลัยกราบบังคมทูลแนะนำบุคคลดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะว่านักเรียนเหล่า ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศ อาจารย์เกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยภายนอก ผมเองเรียนวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมทางหลวงจาก พันโท ประพัฒน์ อุทโยภาศ ท่านเกษียณในตำแหน่งอธิบดี กรมทางหลวง ผมเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์จากดอกเตอร์อรัญ ธรรมโน ท่านเกษียณ ในตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ผมเรียนวิชารัฐประศาสนศาสตร์จากศาสตราจารย์ ดอกเตอร์จรูญ สุภาพ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นโรงเรียนเหล่าทัพเหล่านี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความเมตตาการสนับสนุนจากนักวิชาการหรือ บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยให้ความรู้แก่บรรดานักศึกษา นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียนนายเรืออากาศและโรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยครับที่เปิดโอกาสให้มีการเสนอแต่งตั้งบุคคลที่มาทำหน้าที่สอนโรงเรียนเหล่าทัพ เหล่านี้ ซึ่งไม่ใช่เป็นบุคลากรหรือเป็นอาจารย์ประจำของโรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ ให้ท่านสามารถดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษได้ ดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์พิเศษ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษได้ ก็จะทำให้บุคลากร ภายนอก อาจารย์มหาวิทยาลัยมีความกระตือรือร้นพร้อมที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาเหล่าทัพ ให้เป็นกองทัพของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคน ในสภาแห่งนี้คงเห็นด้วยกับผม แล้วก็ขอเชิญชวนทุกท่านได้ให้การสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับ