รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท พูดถึงการปรับระบบโรงเรียนทหาร โดยเห็นด้วยที่จะต้องปรับ แต่ต้องไม่เปลี่ยนเป็นโรงเรียนพลเรือนและต้องสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานคะ ในหลักการดิฉันก็เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่า มันนาน ๆ ก็จะได้ปรับกฎหมายสักทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการศึกษา เพราะว่า ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นปัญหาในการดำเนินงานในกองทัพ มีท่าน ส.ส. หลายท่านก็บอกว่า สมัยเป็นเด็กอยากจะเป็นทหาร แต่สำหรับผู้หญิงสมัยก่อนก็อาจจะอยากเป็นแฟนทหารนะคะ ก็ด้วยความเข้าใจดิฉันเห็นด้วย แล้วก็มีหลายท่านพูดถึงลักษณะของโรงเรียนทหาร ดิฉันก็ยัง เรียนว่าอย่างไรก็ตามทหารก็เป็นกลุ่มอาชีพพิเศษอาชีพหนึ่ง แล้วทหารก็เป็นคนที่มี ความเข้มแข็ง ทหารก็เป็นคนที่เยาวชนยังต้องยึดถือเป็นแบบอย่าง หลายคนมองทหาร เป็นแบบอย่างสำหรับตัวเองที่จะดำเนินในชีวิต เพราะฉะนั้นการที่จะต้องปรับระบบ โรงเรียนทหารดิฉันก็เห็นด้วย แต่ปรับแล้วก็ต้องเป็นโรงเรียนทหารนะคะ ปรับแล้วไม่ใช่ โรงเรียนพลเรือน แล้วก็มีทหารมาบวกด้วย ก็ยังต้องเป็นโรงเรียนของทหารเป็นหลักอยู่ดี เพียงแต่ว่าวิธีคิดมันจะต้องสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในสังคม สมัยก่อนกับสมัยนี้ ไม่เหมือนกันแล้ว สมัยก่อนทหารก็คือทหารแล้วก็สู้รบ แต่ทุกวันนี้ถ้าทหารต้องเข้าใจ สภาพสังคม สภาพเศรษฐกิจ สภาพการเมืองการปกครองทั้งหลาย แล้วเข้าใจด้วยค่ะว่า การเมืองนำการทหารคืออะไร อย่างการแก้ปัญหาที่ภาคใต้การเมืองนำการทหาร ไม่ใช่เอา นักการเมืองไปเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาแล้วเรียกการเมืองนำการทหาร แต่การเมืองนำ การทหารมันต้องนำทางความคิด นำในการที่จะไปใช้ความรุนแรงหรือว่าใช้กำลังเป็นเรื่อง สุดท้าย เป็นวิธีการสุดท้าย ต้องเข้าใจเขาอย่างไรแล้วจะต้องทำอย่างไร ทหารต้องศึกษา เป็นอย่างมาก เท่าที่ดิฉันคุยทุกวันนี้ก็มีทหารหลายคนที่คุยแล้วก็รู้เรื่องแล้วก็เข้าใจ เพียงแต่ว่า บางทีระบบในการจัดการมันไม่เอื้อให้บุคคลที่เข้าใจเหล่านั้นไปทำอะไร ไปช่วยแก้ปัญหา ต่าง ๆ ได้ วิชาที่เรียนดิฉันก็จะพูดถึงมาตรา ๕ อำนาจหน้าที่เหมือนกัน เวลาพูดถึงหลักสูตร ดิฉันก็อยากจะฝากว่าหลักสูตรของทหารก็ต้องเป็นเรื่องการทหาร แต่จะต้องเข้าใจ วิชาทางสังคม แล้วก็อยากจะให้เน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เพราะว่าทหารก็เป็นอาชีพ หรือว่าสถาบันตอนนี้ที่เรียกว่าเข้มแข็งที่สุด แต่ต้องไม่ใช่แข็งแบบไม่ยืดหยุ่นและไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะฉะนั้นถ้าท่านเป็นคนที่จะต้อง ดูแลแล้วสนใจเรื่องคุณธรรมจริยธรรมก็จะเป็นเรื่องที่ดีแล้วก็สำคัญ เพราะว่าทุกวันนี้ดิฉัน ได้ยินเวลาใครพูดถึงเออีซี (AEC) ต้องเตรียมตัวต้อนรับกับเออีซี ก็คือการที่ต้องพูดกันถึงว่า จะต้องเรียนภาษาอังกฤษ ดิฉันพูดเสมอนะคะ มีโอกาสพูดคุยกับครูบาอาจารย์ ดิฉัน บอกเลยว่าจะเปิดรับอาเซียนนี่ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายต้องเข้าใจที่จะสอนให้คนไทยของเรา เรียนรู้ภาษาไทยให้เข้มแข็ง เรียนรู้วัฒนธรรมไทยให้เข้มแข็ง เรียนรู้วิถีชีวิตของเราให้เข้มแข็ง เรียนรู้เรื่องการผลิตต่าง ๆ ของเราให้เข้มแข็ง เพื่อที่จะตั้งตัวแล้วก็ยืนอยู่ได้ ถ้ามีกระแสใด ๆ มันพัดเข้ามา เราจะได้เลือกได้ว่าอะไรที่จะเข้ามาเป็นวิถีชีวิตของเรา อะไรที่จะต้องไม่รับมา เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากว่าถ้าทหารปรับหลักสูตรทั้งหลาย เรื่องเหล่านี้คิดว่า เป็นเรื่องสำคัญ ก็ฝากท่านด้วยนะคะ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกก็พูดแล้วค่ะว่าเรื่องความเสมอภาค เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องความเสมอภาคสำคัญ มาตรา ๓๐ ในรัฐธรรมนูญเขาบอกว่า ห้ามเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม อย่ากีดกันใครก็ตามที่มีความแตกต่างกัน ๑๒ อย่าง ในนั้น มีเรื่องเพศอยู่ด้วย เรื่องเชื้อชาติ เรื่องถิ่นที่อยู่ด้วย ทีนี้ถ้าสมมุติว่า ๑๒ อย่าง ทหารมีหลายคณะ มีหลายฝ่าย มีหลายแผนก ในบางแผนกท่านคงจะไม่เอา ท่านก็จะกำหนดว่า ให้เป็นคนไทยโดยการเกิดถึงจะมาเป็นหน้าที่ตรงนี้ ๆ ได้ ดิฉันมีเพื่อนไปอยู่ ประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนบางท่านบอก เขาเป็นได้แค่ทหารรับจ้าง เขาไปนั่งวางแผนการรบ ของประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่ามีเหตุผลที่สมควร แต่ไม่ใช่เป็น ลักษณะกีดกัน ดิฉันว่าอยากจะให้สภาการศึกษาวิชาการทหารทบทวน แล้วก็ถ้ามีผู้หญิง อยู่ด้วยมันไม่มากหรอกค่ะ มีผู้หญิงบางคนเท่านั้นแหละ แต่อย่าปิดกั้นโอกาสเขา เหมือนกับ คุณลัดดา แทมมี่ เขาก็ไปรบมาแล้วก็พิการ แต่ว่าเขาก็ได้รับเลือกตั้ง ได้รับการยอมรับ เพราะเขามีผลงาน ผู้หญิงก็เหมือนกัน ท่านจะเห็นว่าเมื่อท่านเปิดเรียน ร.ด. ให้ผู้หญิงเรียน ก็มีผู้หญิงเข้ามาเรียนหลายคน แต่คนไม่อยากเรียนก็มี ผู้ชายที่ไม่อยากเรียนก็มีหลายคน เพราะฉะนั้นอย่าปิดกั้นหรือว่าอย่าเหมารวมหรืออย่าอคติว่าควรจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เท่านั้น ในขณะเดียวกันในมาตรา ๖ ดิฉันก็เห็นด้วยกับอาจารย์กนกว่าถ้าจะเอานักการเมือง เข้ามาเป็นนายกสภาการศึกษาวิชาการทหารดิฉันก็ไม่เห็นด้วย นายทหารอาชีพที่มีความรู้ ความสามารถมีมากมาย อยากจะให้ท่านปรับปรุงเสีย แล้วก็แถมยังไปเปิดช่อง หากมีรัฐมนตรีช่วย โดยทั่วไปไม่ค่อยมี หากมีก็ยังจะให้มาเป็นกรรมการแล้วให้เป็นอุปนายก ก็ตัดทิ้งไปเลย มี ไม่มีก็ไม่ต้องมาเป็นค่ะ แล้วอยากจะบอกฝากท่านอีกด้วยว่านอกจาก ให้นักเรียนผู้หญิงมาเรียนได้แล้วนี่ ตรงที่ (๓) กรรมการสภาที่เป็นพลเรือนอย่างน้อย ๖ คน ดิฉันอยากจะให้ท่านใส่เข้าไปว่าให้มีทั้งหญิงและชาย เวลามานั่งคิดทบทวนหลักสูตร อะไรทั้งหลาย หรือขอบเขตต่าง ๆ ให้มีทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายมาช่วยกันคิดไม่เสียหายหรอกค่ะ เพราะอาจารย์ในโรงเรียนเหล่าทั้งหลายก็จะมีอาจารย์ผู้หญิงอยู่เยอะแยะ แต่ถ้าให้มีโอกาส มาเป็นกรรมการแล้วกำหนดนโยบายของโรงเรียนเหล่านี้ด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีนะคะ ก็ฝากท่านเอาไว้ด้วย ฝากคณะกรรมาธิการ มาตรา ๖ ตรี ก็เหมือนกัน (๓) สภาการศึกษา วิชาการทหารมีมติให้ถอดถอน ถ้าผู้ทรงคุณวุฒิถอดถอนเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ ดิฉันไม่ทราบค่ะ อยากจะให้ใส่คุณธรรม จริยธรรมอะไรอย่างนี้เข้าไปด้วย แล้วสุดท้ายมาตรา ๑๐/๒ ที่ท่านบอกว่า ศาสตราจารย์พิเศษจะโปรดเกล้าฯ จากผู้ที่ไม่ใช่เป็นคณาจารย์ประจำของสถาบันการศึกษา ก็อยากจะให้ท่านกำชับลงไปด้วยว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ไม่ใช่เป็น ผู้ทำคุณประโยชน์หรือเป็นผู้บริจาคให้ ไม่อย่างนั้นศาสตราจารย์พิเศษของท่านมันจะไม่ขลัง แล้วมันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ แล้วมันก็จะไม่มีคุณค่าพอ ขอบคุณค่ะ