สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เกียรติศักดิ์ ส่องแสง หารือเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพและความสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาในกองทัพไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างองค์ความรู้และงานวิจัยใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทย นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับมาตรา ๕ และ ๖ ของกฎหมายการศึกษา โดยมีใจความสำคัญว่า มาตรา ๕ กำหนดมาตรฐานการศึกษา ในขณะที่มาตรา ๖ กำหนดอำนาจหน้าที่ของสภาการศึกษาวิชาการทหาร และยังหารือเรื่องอำนาจหน้าที่ของสภาวิชาการและสภามหาวิทยาลัย โดยเรียกร้องการพิจารณาคุณภาพของหลักสูตรและการส่งเสริมการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ มีความจำเป็นจริง ๆ นะครับ ผมจะใช้เวลาไม่มาก เป็นสาระ เพื่อเกียรติภูมิ เพื่อศักดิ์ศรี เพื่อคุณภาพของสถาบัน เพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรี ของนายทหารด้วย ผมจะชี้ประเด็นให้เห็นนะครับ จริง ๆ แล้วก็ดีใจมากที่จะได้เห็นสถาบัน อันเก่าแก่จะได้ประสิทธิ์ประสาทวิชา เป็นมหาวิทยาลัย เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นสูงขึ้น ผมให้ข้อสังเกตอย่างนี้นะครับว่าแต่ละปีนั้นเรามีงบประมาณของกระทรวงกลาโหม กว่าแสน ๆ ล้านบาท จากการพิจารณางบประมาณตรงนั้นแล้วส่วนใหญ่เราไปใช้ในการซื้อ อาวุธยุทโธปกรณ์ส่วนหนึ่ง แล้วก็ไปใช้ในการที่ส่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ไปศึกษายุทธวิธีทางทหาร ชั้นสูงในต่างประเทศ เพราะอะไรเราจึงต้องซื้ออาวุธจากต่างประเทศเข้ามา ก็เนื่องจากว่า เราขาดองค์ความรู้ เราขาดงานวิจัย ขาดองค์ความรู้ที่จะสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ จึงได้มีสถาบันตรงนี้ขึ้นมา

ทีนี้ผมให้ข้อสังเกตประเด็นสำคัญก็คือมาตรา ๓ นี้ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้ ปริญญาตรีหรือบัณฑิต ปริญญาโท มหาบัณฑิต ปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต บัณฑิตก็คงจะเป็นนายทหารผู้ปฏิบัติงาน ส่วนมหาบัณฑิตนั้นก็คงจะเป็นอาจารย์ หรือว่าเป็นผู้ช่วยของดุษฎีบัณฑิตซึ่งเป็นผู้สร้างองค์ความรู้และเป็นผู้สร้างงานวิจัยใหม่ ๆ ให้กับกองทัพไทย

อีกประเด็นหนึ่งก็คือในมาตรา ๑๐/๑ มีศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ ก็จะเป็นผู้สอนให้คนที่เรียนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกของโรงเรียนนายทหารของเรา

ท่านประธานที่เคารพครับ มันมีมาตรา ๕ มาตรานี้สำคัญครับ มีอำนาจหน้าที่ อยู่ ๑๒ ประการ ซึ่งมันเชื่อมสัมพันธ์ไปถึงมาตรา ๖ มาตรา ๕ นี่นะครับกำหนดมาตรฐาน การศึกษา กำหนดหลักสูตร มาตรา ๕ จะเป็นมาตราที่ทำให้ดุษฎีบัณฑิตมีคุณภาพ หรือไม่มีคุณภาพ มีองค์ความรู้หรือไม่ แต่ดูไปสัมพันธ์กับมาตรา ๖ แล้ว เหมือนกับว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีคนอยู่คนเดียว มาตรา ๖ (๑) นายกสภามี ๑ คน มาตรา ๖ (๒) กรรมการสภามีทั้งหมด ๑๙ คน มาตรา ๖ (๓) มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๐ คน รวมแล้วมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) นั้นจำนวน ๓๐ คน ๓๐ คนนี้เป็นผู้กำหนดทิศทาง เป็นผู้กำหนดคุณภาพ เป็นผู้กำหนดหลักสูตร เป็นผู้ที่มีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอน อะไรต่าง ๆ ทั้งสิ้น แต่มาดูแล้วเสมือนว่าอำนาจหน้าที่นั้นอยู่ที่มาตรา ๖ (๑) เพียงคนเดียว เพียงคนเดียวจริง ๆ ครับท่านประธาน อันนี้สาระสำคัญนะครับ เพราะฉะนั้นก็ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้กำหนดอะไรทุกอย่างทั้งหมด เพราะอะไรครับ มาตรา ๖ (๒) เป็นนายทหารที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งสิ้น ส่วนมาตรา ๖ (๓) จะถูกแต่งตั้งและถอดถอนโดยมาตรา ๕ (๙) คืออะไรครับ มาตรา ๕ สภาการศึกษาวิชาการทหาร มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๙) พิจารณาเสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและพิจารณา ถอดถอนกรรมการสภาการศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ

(๑๐) แต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ

รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๙ คน ก็ให้คณะกรรมการชุดนี้ละครับ สภาการศึกษาวิชาการทหารเป็นผู้ที่มีอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอน สรุปแล้วจริง ๆ แล้ว อำนาจหน้าที่ทั้งหมดนั้นมารวมอำนาจอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเอาอย่างไรก็ได้ หลักสูตรจะมีมาตรฐานหรือไม่มี มาตรฐาน มีคุณภาพหรือไม่นั้นอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพียงคนเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยของเรานั้น ดูแล้วมันจะมีสภาอยู่ ๒ สภานะครับ สภามหาวิทยาลัยเป็นสภาบริหาร แล้วก็จะมีอีกสภาหนึ่งนะครับก็คือ สภาวิชาการมหาวิทยาลัย สภาวิชาการนี้จะเป็นคนกลั่นกรองหลักสูตร เป็นผู้พิจารณา หลักสูตร เป็นผู้ที่เสนอหลักสูตร เป็นผู้กลั่นกรองงานวิชาการทั้งหมดแล้วก็ส่งให้ คณะกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้อนุมัติเท่านั้น กระผมจึงกราบเรียนสาระสำคัญ มาถึงท่านประธานเพื่อให้ความศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้คุณภาพของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน นายทหารของเราที่จะสอนถึงระดับดุษฎีบัณฑิตได้ให้เป็นข้อสังเกตสำคัญ ขอกราบขอบพระคุณครับ