รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาหรือยัง คือเวลา พอกระทู้ถามสดเวลามันไม่ให้ครับ เนื่องจากว่าพอถึงเวลากระทู้ถามสดคนที่ถาม กระทู้ถามสดต้องการที่จะออกทีวี (TV) ปรากฏว่าไม่ได้ออก ออกเพียงปลาย ๆ กระทู้ถาม ฉะนั้นผมจึงขอความกรุณาเราดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุมไปเลยนะครับ เชิญเจ้าของกระทู้ถามถามได้ เชิญท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ แห่งจังหวัดชัยภูมิ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ ถามเพื่อถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องปัญหาการศึกษาของไทย ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีปัญหา มาช้านาน ต้องยอมรับครับว่าปัจจุบันนี้การศึกษาของไทยมันตกตํ่าลงไปเรื่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีในหลายครั้ง แต่เท่าที่เป็นมาครับท่านประธาน ปัญหาต่าง ๆ ไปแก้ปัญหาที่โครงสร้าง แก้ปัญหาที่ตัวบุคคล เด็กนักเรียนไม่เคยได้รับการแก้ไขในปัญหา เหล่านั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ออก พ.ร.บ. การศึกษา ปี ๒๕๔๒ เด็กไม่เคยได้รับ การเหลียวแล มีแต่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหน้าที่ตําแหน่งในกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพิ่มซี ๑๑ ขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิมถึง ๓-๔ ตําแหน่ง แต่เด็ก ๆ ไม่เคย ได้รับการเหลียวแลดูแลแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่สร้างปัญหา ท่านประธานครับ สร้างปัญหา เรื่องโครงสร้าง นักวิชาการการศึกษาวัน ๆ เอาแต่คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตํารา จะให้ตํารา ตัวเองเป็ นใหญ่เพื่อให้นักเรียนได้เอาของตัวเองไปเรียน นั่นเป็ นข้อคิดที่ผิดที่สุด ในการศึกษาของไทย ความจริงการศึกษาของไทยจะดีได้เด็กต้องเป็นผู้ชี้นําครับ ถ้าเด็ก เป็นผู้ชี้นําเมื่อไร เด็กคิดเองเป็นเมื่อไร เด็กคิดสร้างสรรค์เป็นเมื่อไร นั่นครับการศึกษา มันจะเจริญเหมือนนานาอารยประเทศที่เจริญแล้ว แต่ท่านประธานมาดูครับ ไอคิว (IQ) เด็กไทยตอนนี้เหลือ ๘๘ ตํ่ากว่า ๑๐๐ ท่านประธาน ความฉลาดมันลดลงแบบไม่เคย ปรากฏมาก่อนนะ สมัยผมเป็นนักเรียน นักศึกษานะเฉลี่ยเกือบ ๑๐๐ เดี๋ยวนี้ยิ่งเรียนไป ๆ เหลือ ๘๘ ท่านประธาน ถ้ากระทรวงศึกษาธิการไม่รีบปฏิรูปให้มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ขึ้นมา ผมเชื่อว่าการศึกษาจะถดถอย ตอนนี้อย่าไปว่าถึงประเทศเวียดนามเลย ตอนนี้เราอาจจะ เทียบกับประเทศลาวแล้วนะ ตอนนี้ประเทศลาวก้าวหน้าขึ้นเยอะเลย การศึกษาของเขา ทันประเทศไทยแล้วตอนนี้ ผมอยากเรียนว่าวันนี้ถึงแม้ว่าจะเกิดการสับสนวุ่นวาย แต่ผม เชื่อว่าเราได้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงเลย ท่านต้องแสดงฝีมือนะครับ ตอนนี้ตรงสเปก (Spec) เลยครับ ตรงสเปก กระทรวงสาธารณสุขของผมมาจาก การเลือกตั้งทีไรไม่ค่อยมีหมอได้เป็นรัฐมนตรี แต่ปฏิวัติทีไรได้เป็นรัฐมนตรีกันทุกครั้ง แต่วันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้รัฐมนตรีที่เป็น อาจารย์มาก่อน ก็ขอให้ท่านได้แสดงฝีมือ ผมอยากเรียนว่าเด็กตอนนี้สับสนวุ่นวาย ความเครียดของเด็กตามที่เขาวิจัยนี่เพิ่มขึ้น ๔-๕ เท่า เพิ่มขึ้นนะท่านประธาน ไม่ได้ลดลงเลย นอกจากนี้บอกว่าปรับปรุงหลักสูตรแล้วนี่จะเรียนพิเศษน้อยลง ท่านประธานไปดูครับ ไปดูครับ บางคนตื่นตั้งแต่ตีสี่ กลับบ้าน ๔ ทุ่ม ไม่รู้เรียนอะไร เรียนกันจนงง เรียนกัน จนประสาทเครียดไปหมด แล้วสอบอะไรก็ไม่รู้ครับตอนนี้ อยากเรียนครับว่าประเด็นนี้ ที่รัฐมนตรีได้ประกาศห้าม ผมไม่ทราบว่าท่านเป็นอาจารย์มานี้ผมว่าทราบปัญหา นั่นคือ การฝากเด็กกันครับ ความจริงถามผมว่าผมไปดูงานที่ต่างประเทศสมัยผมเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการการศึกษา ถามว่าประเทศอังกฤษมีฝากไหมครับเด็ก มีครับ ถามว่า ประเทศสหรัฐอเมริกามีไหมครับ มีครับ เขาเข้าคิวครับ ท่านไปห้ามบอก ขอห้ามรับบริจาค ห้ามทุกอย่าง ท่านห้ามคนคลอดลูกได้ไหม ห้ามได้ไหมครับ ถ้าห้ามได้ค่อยไปห้ามครับ เรื่องนี้ต้องยอมรับ ผู้ปกครองไหนก็อยากให้ลูกตัวเองเรียนโรงเรียนที่ดี ถ้ามีโอกาสเขาก็ฝาก แต่ท่านต้องจํากัดว่าการบริจาคนั้นเพื่อโรงเรียนครับ ท่านไม่ใช่บอกต่อไปห้ามทุกอย่าง ถ้าทําแล้วจะผิดวินัยร้ายแรงนี่ผิดเลยครับ ผมว่าผิดเลย ท่านไม่ต้องไปพูดครับเรื่องนี้ อย่างไรก็ห้ามไม่ได้ครับ ถึงวันนี้ท่านไปดูสิครับ เต็มไปหมดครับ แต่ว่าเงินนั้นผมอยากเรียน ท่านประธานว่ารัฐมนตรีต้องไปควบคุมอย่าให้เงินเข้ากระเป๋ำอาจารย์ใหญ่ อย่าให้เงิน เข้ากระเป๋ำผู้อํานวยการโรงเรียนที่ดัง ๆ เอาไปพัฒนาการศึกษา เอาไปพัฒนาเด็ก อย่างนี้ เราอย่าไปว่ากัน จะให้แต่ไปทอดผ้าป่า ทอดกฐินอย่างเดียว ท่านให้เงินเขาพอไหมล่ะครับ กระทรวงศึกษาธิการเคยให้เงินพอไหม ไม่พอเลยครับ ค่าต่อหัวก็ไม่พอแล้ว ค่าอาหารกลางวัน ก็ลําบาก เงินกลางปีที่แล้ว ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเคยพูดว่าทําไมท่านไม่ไปปรับปรุง ด้านอื่น ๆ เอาไปซื้อตําราเรียน ตอนนี้โรงเรียนดัง ๆ เช่น สวนกุหลาบ สตรีวิทยา นักเรียน มีตําราเรียน ๒ ชุด ชุดหนึ่งเอาไว้โรงเรียนครับ อีกชุดหนึ่งไว้ที่บ้าน ชุดที่เอาไว้โรงเรียน ห้ามเขียน ห้ามขีด ห้ามอะไร มันก็ไม่ได้เปิดครับ ปรากฏว่าเด็กในโรงเรียนใหญ่ ๆ มีตําราเรียน ๒ ชุด ไปซื้อเสื้อผ้า ท่านประธานทราบไหม ซื้อบิล (Bill) ครับ ไปตรวจได้เลย ส่วนใหญ่ซื้อบิล ซื้อบิลไปให้โรงเรียนแล้วก็เบิกเงิน นี่คือข้อผิดพลาดที่มันเกิดขึ้น ผมถึงอยากเรียนท่านประธานครับว่าความจริงเงินใต้โต๊ะท่านอย่าไปห้ามเขามาก ท่านให้เงินเขาไม่พอ เงินใต้โต๊ะนี่ไม่ใช่เงินเข้ากระเป๋ำเขานะครับ เงินแป๊ ะเจี๊ยะที่เขา เรียกกันนี่เขาเอาไปพัฒนาโรงเรียน อย่าไปห้ามเขาครับ และอีกอย่างผมอยากฝาก ท่านรัฐมนตรีก่อนที่จะขึ้นคําถามครับ ผมอยากให้ท่านในฐานะที่เป็นอาจารย์ ท่านน่าจะ ให้นโยบายนะครับ เด็กเรียนอย่างไรให้มีความสุข เด็กเรียนอย่างไรให้เป็นเด็กดี นี่สําคัญ แล้วเด็กเรียนอย่างไรให้รู้จักคําว่าเสียสละและให้อภัย โตขึ้นเขาจะรู้จักคําว่าเสียสละ และให้อภัย ถึงวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่อย่างที่เห็นกันแต่ละคนให้อภัยกันเกือบไม่มี ตาต่อตา ฟันต่อฟัน บ้านเมืองมันถึงไม่สงบสุข ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีสอนเด็กเหล่านี้ แล้วที่สําคัญ มันต้องยึดเด็กเป็นที่ตั้ง เขาประเมินมาท่านประธานทราบไหม นักการศึกษาประเมินว่า ผลผลิตของการศึกษาไทยขาดคุณลักษณะ ๖ ประการด้วยกัน ๖ ประการเป็นอย่างไรครับ ที่ขาดนะครับ
ประการที่ ๑ ความกล้าและรู้จักแสดงความคิดเห็นต่อชุมชนนี่ไม่ค่อยกล้า เด็กไทยจะไม่ค่อยกล้าเลย
ประการที่ ๒ สามารถตัดสินใจด้วยตนเองนี่เกือบไม่มี
ประการที่ ๓ รู้จักทํางานร่วมกันเป็นหมู่คณะทําไม่ค่อยเป็นเลย
ประการที่ ๔ รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองนี่ไม่มี นี่ปัญหาที่จําเป็นต้องแก้ไข
ประการที่ ๕ ความคิดในการพัฒนาและคิดสร้างสรรค์นี่ไม่ค่อยมี วัน ๆ ให้แต่เรียนพิเศษ ให้แต่อะไร
ประการที่ ๖ ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมนี่น้อยลงไปเยอะ
อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการสอบเข้า มหาวิทยาลัย ถึงวันนี้ผมเคยพูด ๒ ครั้ง ๓ ครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีการแก้ไข ตอนนี้นักการศึกษา เอาเรื่องต่าง ๆ ให้เด็กจนหัวสมองบวมไปหมด เดี๋ยวมีโอเนต (0-Net) เดี๋ยวมีเอเนต (A-Net) เดี๋ยวมีแกต (GAT) มีแพต (PAT) ซึ่งผมบอกแพะกับแกะ อันนั้นมันไม่ได้เกิด ประโยชน์อะไรเลย ในความเห็นของผมเอนทรานซ์ (Entrance) ในสมัยก่อนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อก่อนสอบครั้งหนึ่งเขาก็บอกว่าเป็นการเอาเปรียบ คนเก่งจะได้ประโยชน์ได้สอบ ๒ ครั้ง พอสอบ ๒ ครั้งแล้วบอกว่าเด็กไม่เรียนหนังสือก็เลยเอาคะแนนเฉลี่ยในชั้นเรียน ผมว่าในความเห็นผมสิ่งที่ดีที่สุดคือสอบ ๒ ครั้ง แล้วเอาคะแนนในชั้นเรียนสัก ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์มาบวก แล้วประชุมมหาวิทยาลัย ตอนนี้เขาแยกสอบหมด เพราะว่า เขาไม่เชื่อกระทรวงศึกษาธิการ เขาไม่เชื่อว่าการสอบของกระทรวงศึกษาธิการจะได้ มาตรฐาน เพราะท่านสอบให้เขาปรากฏว่ารีไทร์ (Retire) เพิ่มขึ้นประมาณ ๓ เท่า ผมถึงอยากเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้สําคัญ ที่สําคัญตอนนี้ผู้หลักผู้ใหญ่พูดอะไร ต้องเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่พูดแล้วแต่ละอันเป็นข้อเท็จทั้งหมด เช่นบ้านเมืองขณะนี้มีศัพท์ ที่แปลกที่สุดในโลก ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่สลายการชุมนุม เขาเปลี่ยนเป็นคําว่า ขอคืนพื้นที่ ขอคืนพื้นที่ของรัฐบาลหมายถึง การยิง การไล่ การทําลาย อย่างนี้หรือครับ มันจะแปลว่าอะไร ต่อไปถ้านักเรียนอาชีวศึกษาบอกไปขอคืนพื้นที่กันหน่อย แสดงว่า นักเรียนต้องไปตีกัน ฆ่ากัน อย่างนั้นหรือครับ ผมอยากให้คําพูดที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะโฆษก ศอฉ. หนังสือพิมพ์เขาตั้งฉายาว่าไก่อู ผมก็ไม่รู้แปลว่าอะไร ขอคืนพื้นที่
คุณประสิทธิ์ครับ มีผู้ประท้วง
กําลังพูดนี่ครับ พูดเพราะว่าคําพูดนี้ ต่อไปเด็กมันจะเอาเป็นตัวอย่าง ต่อไปไปขอคืนพื้นที่กันหน่อย มันยิงกันแหลก
หมอครับ คือมีผู้ประท้วง
เข้าใจ รู้อยู่ว่าจะประท้วงถึงพูด อันสุดท้าย
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ
ประท้วงเรื่องอะไร ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร
ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ท่านกําลัง ถามกระทู้ถามเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาครับ แต่ว่าท่านใช้โอกาสตรงนี้ไปพูดพาดพิงเรื่อง สถานการณ์ ซึ่งผิดข้อบังคับการประชุมซึ่งนอกประเด็นครับ ให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
คุณหมอเข้าประเด็น ก็แล้วกัน คืออย่าไปไกลครับ เอาการศึกษาก่อนครับ
ไม่ได้ไปไกลครับท่านประธาน ยกตัวอย่างว่าไปพูดแล้วทําให้เด็กฟังแล้วคลาดเคลื่อน อย่างนี้มันเป็นการสอนเด็กออกทีวี ทุกวัน ขอคืนพื้นที่แต่จริง ๆ คือการสลายม็อบ (Mob) เด็กมันจะคิดอย่างไรครับ ผมก็รู้ว่า ผมพูดปุ๊ บจะต้องประท้วงครับ ก็เข้าประเด็นเลยเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ
เข้าประเด็นแล้วก็ถาม เถอะครับ
คําถามครั้งแรกนะครับ ผมจึงขอ เรียนถามรัฐมนตรี
ข้อ ๑ กระทรวงศึกษาธิการจะแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างไร เพื่อให้ การศึกษาของประเทศไทยได้ก้าวหน้าขึ้น
ข้อ ๒ ปัญหาเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี่รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร และเมื่อไร
ข้อ ๓ หลักสูตรการศึกษาโดยเฉพาะเรื่องการเรียนการสอนให้นักเรียน นักศึกษา ต้องมีการแสดงออก ไม่ได้ท่องจําอย่างเดียว รัฐบาลจะดําเนินการแก้ไขปัญหานี้ เมื่อใด
เชิญ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เชิญตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขอตอบ กระทู้ถามของนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ถามถึง ปัญหาเรื่องการศึกษา ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณที่คุณหมอประสิทธิ์ได้ให้ความสนใจ ในเรื่องปัญหาการศึกษา ถึงแม้ว่าหมอยังไม่มีโอกาสไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ผมคิดว่าวันนี้ผมมีโอกาสเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมจะใช้ ความมุ่งมั่นและใช้ความรู้ความสามารถในการที่จะแก้ไขปัญหาของการศึกษาตามที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาให้ความคาดหวังไว้นะครับ ก่อนที่จะลงไปในคําถามก็อยากจะกราบเรียน ด้วยความปรารถนาดีที่ท่านได้เป็นห่วงในเรื่องของการพัฒนาการศึกษาในช่วงระยะเวลา ที่มีสถานการณ์วิกฤติทางการเมือง ผมอยากจะให้ความมั่นใจกับเพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้ว่าการบริหารจัดการศึกษานั้นผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความสําคัญ และคิดว่า เราจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนให้ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าทางการเมืองอาจจะ มีปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามาเป็นตัวทําให้การพัฒนาทางการศึกษานี้อาจจะมีผลกระทบ ไปบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเสนอกฎหมายบางส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ว่าในเรื่องของ การที่จะขับเคลื่อนในการบริหาร แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะให้ความมั่นใจว่าในช่วงที่ ผมเข้ามารับตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้มีการกําหนดกรอบและ นโยบายที่ชัดเจนที่ให้เพื่อนข้าราชการทุกองค์กรหลักได้มีส่วนสําคัญในการขับเคลื่อน การพัฒนาการศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ผมขออนุญาตที่จะแยกคําถาม เป็น ๒ ส่วนนะครับ
ส่วนแรก ก็คือท่านเป็นห่วงโดยภาพรวมว่ากระทรวงศึกษาธิการจะแก้ไข ปัญหาการศึกษาของประเทศให้เกิดความก้าวหน้าได้อย่างไร ก็ต้องยอมรับความจริง เหมือนที่ท่านได้พูดถึงนะครับว่าในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาที่เรามีการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ ๑ นั้น ส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปเรื่องของโครงสร้าง ไม่ได้ไปถึงตัวนักเรียน อย่างแท้จริง ตรงนี้ก็จะพบความเป็นจริงว่าเราก็มีความก้าวหน้าขึ้นมาในระดับหนึ่ง เช่น ในเรื่องของการจัดการศึกษาที่มีเอกภาพมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการกระจายโอกาส ทางการศึกษาที่ให้ประชากรในวัยเรียนได้มีโอกาสได้รับการศึกษามากยิ่งขึ้น ในเรื่องที่เรา ได้มีหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระและองค์กรในกํากับเข้ามามีส่วนในการพัฒนาทางด้าน การศึกษา ไม่ว่าจะมีในเรื่องของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือมีในเรื่อง ของสํานักงานมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาเหล่านี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการศึกษาของเราได้พัฒนาไปในระดับที่น่าพอใจในส่วนของ โครงสร้าง ในส่วนของเอกภาพ ในส่วนของการกระจายโอกาสทางการศึกษา แต่ว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคุณภาพทางการศึกษานั้นก็ยังมี ปัญหา รัฐบาลนี้จึงให้ความสําคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นอย่างยิ่งครับ เราจึงได้ประกาศ เป็นนโยบายชัดเจนว่าจะปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ที่เราจะปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ ๒ ก็เพราะว่าต้องการที่จะให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษานั้นไปตรงเป้ำ ตามที่ท่านได้ถามก็คือไปสู่ตัวผู้เรียน ซึ่งก็มีหลักการใหญ่อยู่ ๓ ประการครับ
ประการที่ ๑ เราจะจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต ก็คือเน้นไปที่ ตัวผู้เรียนในทุกระดับที่จะต้องให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
ประการที่ ๒ คือเราจะต้องสร้างความเสมอภาคและโอกาสให้กับผู้เรียน
ประการที่ ๓ ก็คือว่าต้องให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด การศึกษา
ซึ่งก็มีเป้ำหมายที่ชัดเจนที่จะต้องดําเนินการในช่วง ๑๐ ปี คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ จนถึงปี ๒๕๖๑ นั่นก็คือเราจะต้องจัดการศึกษาเพื่อให้ได้พลเมืองยุคใหม่หรือให้ได้ พลเมืองที่มีคุณภาพ ในความหมายของผมที่ชัดเจนก็คือว่าต่อไปนี้การศึกษาในทุกระดับ เราก็จะมุ่งเน้นในการที่จะพัฒนาพลเมืองของเรา ซึ่งส่วนใหญ่ก็พูดกันอย่างสั้น ๆ ว่าให้เก่ง ให้ดี และให้มีความสุข ความจริงคือเราอยากเห็นเด็กไทยของเรานั้นใฝ่รู้ใฝ่เรียนเท่าทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก มีจิตใจที่มีจิตสาธารณะ เคารพกติกา เคารพผู้อื่น มีความเป็น พลเมืองดี แล้วก็มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย นี่คือเป้ำหมายประการแรกครับ
แน่นอนครับคุณภาพของนักเรียนก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เราก็มีเป้ำหมาย ประการที่สอง ก็คือว่าเราจะต้องดําเนินการในเรื่องของการที่จะต้องสร้างครูยุคใหม่ เช่นเดียวกัน ต้องสร้างครูที่มีคุณภาพเช่นเดียวกัน เราต้องยอมรับความเป็นจริงนะครับว่า ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาปัญหาของครูยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ส่วนใหญ่ก็จะ เป็นการแก้ไขในเรื่องของโครงสร้างและข้าราชการในระดับสูง แต่ว่าการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ ๒ นี้เรามุ่งเน้นที่จะพัฒนาครูทั้งระบบ ก็เริ่มต้นจากการที่เราจะมุ่งเน้น ในการผลิตครูที่มีคุณภาพนะครับ ในช่วง ๑๐ ปีต่อจากนี้ไปเรามีตัวเลขที่ชัดเจนว่า ครูของเราต้องเกษียณไป ๑๘๐,๐๐๐ คนนะครับ และถ้าไปนับครูของครูก็คืออาจารย์ ที่สอนในมหาวิทยาลัยในคณะศึกษาศาสตร์และในคณะครุศาสตร์ก็ต้องเกษียณไปอีก ร้อยละ ๓๐ รวมแล้วประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นเราจําเป็นที่จะต้องมาวาง ระบบในการพัฒนาผู้บริหารและครู ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสําคัญที่จะทําให้การจัดการศึกษา อย่างมีคุณภาพ อันนี้เป็นผลการวิจัยและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกครับว่าถ้าเราได้ผู้บริหาร ที่มีคุณภาพ ได้ครูที่มีคุณภาพเราก็สามารถที่จะดําเนินการในการที่จะนําไปสู่หัวใจ ในการพัฒนาคุณภาพ ผลิตครูไม่พอครับเนื่องจากเรามีครูและบุคลากรอยู่ขณะนี้ ๗๐๐,๐๐๐ คน กระทรวงศึกษาธิการโดยนโยบายของรัฐบาลเราก็ดําเนินการ ในการพัฒนาครูทั้งระบบในขณะนี้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในยุคที่ผ่านมาที่จัดให้มีการพัฒนา ครูทั้งระบบโดยกระทรวงศึกษาธิการได้ขอความร่วมมือกับทางสํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา คือได้มีความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒเพื่อดําเนินการในการที่จะพัฒนาครู ทดสอบสมรรถนะของครู และหลังจากนั้นก็จะมีการประเมินผลเพื่อนําไปสู่การพัฒนาครูอย่างเป็นระบบต่อไป และควบคู่กันไปก็คือว่าจะต้องมาดูเรื่องขวัญและกําลังใจของครูด้วย ซึ่งในขณะนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการก็เตรียมการที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนที่ผมจะต้อง ขอความร่วมมือเพื่อนสมาชิกด้วยถ้าหากกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภา เพราะเพื่อนครูของเรา ไม่ได้ปรับโครงสร้างเงินเดือนอย่างต่อเนื่องมา ๔ ปีแล้วครับ ข้าราชการอื่นปรับไป ๒ ครั้ง ครั้งละร้อยละ ๔ ผมคิดว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้เข้ามาก็จะเป็นการสร้างขวัญและกําลังใจ นอกจากนั้นทางกระทรวงก็เตรียมการที่จะกําหนดในการที่จะทําเกณฑ์ในการเลื่อน วิทยฐานะของครูที่จะมุ่งเน้นในการประเมินผลของครูเพื่อเลื่อนวิทยฐานะไปสู่การชี้วัด ที่ผลงาน ก็คือถ้าในระดับผู้อํานวยการเขตก็จะดูผลงานที่สถานศึกษาเป็นเป้ำหมายหลัก ในระดับผู้บริหารโรงเรียนเราก็จะดูที่ห้องเรียนเป็นเป้ำหมายหลัก และในระดับครูที่จะได้ เลื่อนวิทยฐานะเราก็จะดูผลงานเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนอย่างแท้จริง
เป้ำหมายประการที่สาม ก็คือในเรื่องของการที่จะต้องจัดสถานศึกษาและ แหล่งเรียนรู้ใหม่ อันนี้ผมคิดว่าจะมีความชัดเจนมากครับ จะเห็นได้ว่าในยุครัฐบาล โดยภายใต้การนําของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนี้เราได้จัดระบบสถานศึกษา ในทุกระดับชัดเจน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นเราก็จะมีโรงเรียนหรือสถานศึกษา ที่จะได้รับการดูแลตั้งแต่โรงเรียนขนาดเล็กที่จะต้องไปปรับปรุงคุณภาพ เพราะเรามี โรงเรียนขนาดเล็กถึง ๑๔,๐๐๐ โรงเรียน ซึ่งต้องยอมรับความเป็นจริงว่าโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบท ห่างไกลและมีปัญหาในเรื่องความพร้อม ปัจจัยในการที่จะใช้ในการเรียน การสอน แม้แต่ตัวนักเรียนเองก็มีปัญหาถึงความไม่พร้อมมากกว่าโรงเรียนในเมือง นอกจากนั้น ก็จะดําเนินการในการที่จะสร้างโรงเรียนดีประจําตําบล อันนี้เป็นโครงการที่สําคัญที่เราจะ ดําเนินการที่จะให้เด็กได้มีคุณภาพ เพราะโรงเรียนดีประจําตําบลแน่นอนครับ เป็นสิ่งที่ยากลําบากพอสมควรเพราะสวนทางกับสิ่งที่เราจะต้องทํา และผมกราบเรียนว่า ในระดับโรงเรียนที่มีความพร้อมแล้วก็มีการต่อยอดให้เป็นโรงเรียนดีระดับอําเภอ ให้เป็น โรงเรียนในฝันเดิมที่มีอยู่ก็จะสนับสนุนต่อไป และโรงเรียนดีระดับจังหวัดก็ได้ยกระดับ ขึ้นมาเป็นโรงเรียนสู่มาตรฐานสากลอีก ๕๐๐ โรง ซึ่งก็จะจัดปัจจัยที่เป็นตัวป้ อนเข้าไป ไม่ว่าประสิทธิภาพในการบริหาร ไม่ว่าในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ในการจัดการศึกษา อันนี้ก็เข้าไปดูแลเพื่อจะให้มีมาตรฐานขึ้น และแน่นอนต้องไป เชื่อมต่อการพัฒนาระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยพลศึกษา ที่จะต้องมารองรับ นักเรียนที่จบระดับนี้ ตลอดถึงในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งผมจะตอบคําถามของท่าน ถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่อไปนะครับ
และเป้ำหมายประการสุดท้ายก็คือเรื่องการบริหารจัดการใหม่ ผมคิดว่า เรื่องนี้มีความสําคัญมากนะครับ คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาได้มีมติอนุมัติให้มีการจัดตั้ง สสค. สสค. คือสํานักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ซึ่งเป็นองค์กร เหมือนกับ สสส. ในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะมาดูแลในเรื่องของการสนับสนุน ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปทางการศึกษา และจะมาดูแลการศึกษาในระดับครอบครัว ในระดับสังคม ในระดับของสื่อมวลชน และองค์กรภาคส่วนอื่นในแนวราบ ที่จะต้องเข้ามาร่วม ในการที่จะพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาไปด้วยกัน อันนี้เป็นภาพรวมที่ผมขออนุญาต ที่จะตอบคําถาม และแน่นอนที่สุดครับตัวเลขที่ท่านได้พูดถึงว่าตัวชี้วัดในเรื่องของ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในวันนี้เราได้ไปกําหนดเป้ำหมายชัดเจนนะครับว่าในช่วง ๑๐ ปี ต่อจากนี้ไปอย่างน้อยสาระการเรียนรู้ นักเรียนจะต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ตํ่ากว่า ร้อยละ ๕๐ และเราก็ไปเป็นตัวชี้วัดในเชิงคุณภาพที่เพิ่มมากขึ้นที่ต้องการจะให้เด็กนั้น ได้รับการพัฒนาทางด้านคุณธรรม ทางด้านจริยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าจะเป็น ยุคสําคัญที่เราจะมีการปรับรื้อหลักสูตรเพื่อให้สอดรับกับเป้ำหมายที่เราต้องการครับ ที่ผ่านมาเรามีหลักสูตรเฉพาะการเรียนรู้และเน้นในการสอนวิชาอย่างเดียว แต่ว่าไม่ได้ สอนในความเป็นคน ไม่ได้สอนในความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ก็จะมีการปรับรื้อ หลักสูตรนะครับ โดยจะให้มีกิจกรรมที่จะเรียนวิชาประมาณร้อยละ ๗๐ ของสาระ การเรียนรู้ และอีกร้อยละ ๓๐ นั้นก็จะเป็นกิจกรรมที่จะเข้าไปส่งเสริมให้นักเรียนนั้นได้มี คุณธรรม ได้มีจริยธรรม ผมจะดําเนินการในเรื่องของการใช้ศึกษาเพื่อสร้างความเป็น พลเมืองกับเรื่องของลูกเสือนี่มารวมเข้าด้วยกัน อันนี้เป็นภาพรวมทั้งหมด และมีการจัดตั้ง งบประมาณในการที่จะดําเนินการในส่วนเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อจะได้มีการขับเคลื่อน โดยภาพรวม
สําหรับในกรณีที่ท่านได้พูดถึงเรื่องที่เป็นประเด็นเฉพาะอยู่ ๒ เรื่องสําคัญ เรื่องแรก เรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องการสอบ เข้ามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของนักเรียนและพี่น้องประชาชน ผมจึงได้ พูดถึงว่าต่อไปนี้การที่เราจะรื้อหลักสูตรกระบวนการเรียนการสอน การประเมินผลนี่ มันจะมีการเกี่ยวโยงกันที่ต้องมองโดยองค์รวมนะครับ เพื่อที่จะนําไปสู่การพัฒนาผู้เรียน เข้าสู่ในระดับอาชีวศึกษาและเข้าสู่ในระดับมหาวิทยาลัย เราจะต้องมีการเตรียมการครับ ไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น เหมือนที่ท่านพูดได้ว่ามีการกวดวิชา นักเรียนต้องไปเรียนเพิ่มมากขึ้น เพราะระบบในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเรา เป็นระบบที่เราใช้การคัดเลือกแบบเอาคนเก่งทางวิชาการขึ้นมาด้านเดียว เพื่อต้องการ ที่จะให้เด็กได้มีโอกาสเข้าสู่มหาวิทยาลัย แต่ความจริงระบบการศึกษานั้นต้องเป็นระบบ ที่ต้องจัดสรรคนนะครับ ตามความถนัด ตามความสนใจของคน เพื่อให้ได้มีโอกาสที่จะได้ ไปเลือกเรียนว่าถ้าคุณมีความสามารถ มีความถนัดขนาดนี้ คุณควรที่จะเรียนอาชีวศึกษา ถ้าระดับนี้ควรที่จะเรียนในระดับอุดมศึกษา เพื่อที่จะต่อในเรื่องของสายสามัญ ต่อระดับอุดมศึกษาต่อไป ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ เราก็มีระบบการสอบเอนทรานซ์ ซึ่งเป็นการสอบ ที่ใช้ข้อสอบกลางและเน้นการสอบที่เนื้อหาเป็นหลัก แล้วก็เป็นจุดสําคัญที่ทําให้ระบบ การศึกษาไทยไปยึดเน้นเอาเรื่องเนื้อหาเป็นหลักมาเป็นเรื่องของการสอบคัดเลือก ซึ่งท่านก็คงทราบดีสมัยที่ผ่านมาสายวิทยาศาสตร์ก็จะมีสอบ ๕ วิชา เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ สายศิลปศาสตร์ก็จะมีเน้นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศาสตร์ คณิตศาสตร์ และต่อมาระบบการสอบเอนทรานซ์ก็ได้มีการปรับปรุงรายวิชา แต่ว่าก็ยังเน้นเนื้อหาเหมือนเดิม ท่านคงจําได้ในสภาแห่งนี้เราเคยอภิปรายเรื่องการสอบ เอนทรานซ์ว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียนที่เป็นผู้สอบ เป็นเรื่องที่ดี แต่ว่าเป็นการสอบครั้งเดียว เป็นการไม่ให้โอกาสกับนักเรียน มีปัญหาก็คือว่าทําให้ การตัดสินอนาคตในการสอบเพียงครั้งเดียวนั้นจะเป็นปัญหากับนักเรียน และนักเรียน มุ่งเน้นในการไปสอบเรื่องเนื้อหาวิชามากเกินไป มุ่งเน้นในเรื่องของการกวดวิชา มากเกินไป ประกอบกับในปีนั้นมีปัญหาเรื่องข้อสอบรั่วก็เกิดมีปัญหาขึ้นมา ทําให้ ทางกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นจึงคิดว่าเราควรจะใช้ระบบการสอบคัดเลือกกลาง ที่เราเรียกว่าแอดมิชชัน (Admission) นะครับ โดยยึดหลักของการนําผลการเรียน ในชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วยจีแพกซ์ (GPAX) ที่เขาเรียกคะแนนเฉลี่ย ที่ท่านบอกว่าจะต้องเอาคะแนนจากในชั้นเรียนมาด้วยนี่นะครับ คะแนนจากคะแนนเฉลี่ย ที่เรียกว่าจีพีเอ (GPA) ร้อยละ ๑๐ และจากกลุ่มสาระอื่น ๆ อีกนะครับ ซึ่งจะมีการทดสอบ ซึ่งเรียกว่าโอเน็ตอีกร้อยละ ๓๕ ถึงร้อยละ ๗๐ และมีการสอบเอเนต ร้อยละ ๐ ถึง ร้อยละ ๓๕ โดยคัดเลือกเป็น ๔ อันดับ อันนี้ก็ได้ดําเนินการมา ในช่วงปีที่ผ่านมาก็ได้มี การปรับปรุงโดยให้มีการสอบคัดเลือกโดยข้อทดสอบที่เรียกว่าแกตและแพตเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าจริง ๆ ในระบบใหม่นี้ก็เป็นระบบที่มีข้อดีครับ ข้อดีก็คือว่า มีการเปิดสอบมากกว่า ๑ ครั้ง อันนี้ก็จะให้นักเรียนที่บางช่วงที่ไปสอบเอนทรานซ์อาจจะ เจ็บป่วยหรือมีความไม่พร้อมนี่ แต่ว่าถ้าสอบโดยระบบนี้เขาสามารถที่จะสอบได้มากกว่า ๑ ครั้ง และผู้เรียนรู้คะแนนสอบก่อนที่จะยื่นเลือกคณะสาขาวิชา และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า สถาบันหรือสาขาวิชานี่สามารถที่จะกําหนดค่านํ้าหนักได้ตามความเหมาะสม อันนี้ก็จะ เป็นเรื่องที่จะทําให้มีการคัดเลือกนักเรียนตรงกับความถนัดและตรงกับความสนใจ มากยิ่งขึ้นนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าแน่นอนที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ก็จะต้อง สร้างความชัดเจนในเรื่องของการสอบระดับแบบข้อสอบกลางนี้ขึ้นมา ซึ่งในปี นี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการก็เตรียมการที่จะอํานวยความสะดวกของนักเรียนในการสอบ โดยจะให้มีสํานักงานกลางเพื่อที่จะประมวลในการสอบทั้งหมด และผมหวังว่าในขณะนี้ ถ้าหากเราได้ใช้ระบบการสอบนี้อย่างต่อเนื่อง และอาจจะต้องมีการปรับปรุงในบางส่วน เช่น มีการปรับปรุงในเรื่องที่นักเรียนร้องเรียนมาก็คือว่าค่าลงทะเบียนในการสอบราคา จะแพงเกินไป แล้วก็กระบวนการสอบที่เดิมนั้นเป็นสอบ ๓ ครั้ง ให้สอบตั้งแต่ชั้น ม. ๕ ตอนนี้ก็จะมีการปรับลงมาให้สอบในระดับ ม. ๖ แล้วก็จะให้สอบเฉพาะหลังจาก เดือนสิงหาคมไปแล้ว เพื่อตัดปัญหาในเรื่องของการที่นักเรียนไปมุ่งเน้นของการกวดวิชา มากเกินไป อันนี้ในเรื่องของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ว่าอยากให้ท่านสมาชิกได้เกิด ความมั่นใจครับว่าในขณะนี้ทางสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาก็ได้มีการเตรียมการ ที่จะให้นักเรียนได้สามารถที่จะตรวจสอบผลการสอบของตัวเองได้อย่างชัดเจน และผมเข้าใจว่าจากกระบวนการสอบในปีนี้จะเห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดนี้ก็จะมีส่วนสําคัญที่กระผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าเราจะต้องดําเนินการ ในการที่จะให้สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษานั้นได้เป็นส่วนกลางในการที่จะ อํานวยความสะดวกให้กับนักเรียนในการที่จะใช้การคัดเลือกตรงอีกส่วนหนึ่ง และการสอบจากการที่สอบกลางอีกส่วนหนึ่ง เพื่อจะอํานวยความสะดวกของนักเรียน ทั้งหมดในส่วนตรงนี้
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ท่านได้พูดถึงเป็นประเด็นรายละเอียดที่ท่านฝากมา ก็คือการรับฝากเด็กนักเรียนในเรื่องของการรับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา อันนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่าจริง ๆ การดําเนินการในการรับนักเรียนในปีการศึกษา ๒๕๕๓ นั้นเราได้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนนะครับ กระทรวงศึกษาธิการได้กําหนดเกณฑ์ เพื่อจัดสรรนักเรียนในแต่ละโรงเรียนอย่างชัดเจนว่าโรงเรียนแต่ละโรงเรียนจะมีโอกาส รับนักเรียนในพื้นที่โดยการจับสลากเท่าไร รับนักเรียนจากการสอบเป็นจํานวนเท่าไร ชัดเจน และในกระบวนการในการดําเนินการสอบก็ได้มอบหมายให้กับสถานศึกษาที่จะ ดําเนินการในการคัดเลือกนักเรียนที่จะเข้าเรียน อันนี้เป็นส่วนที่มีความสําคัญที่สุด แน่นอนที่สุดครับ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าคุณภาพของโรงเรียนไม่เท่ากัน ก็ยังมี โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงเหมือนที่ท่านพูด ซึ่งนักเรียนและผู้ปกครองก็ให้ความสนใจ ที่จะไปเข้าเรียนในโรงเรียนดังกล่าวเพิ่มมาก อันนี้ก็ต้องใช้วิธีการสอบ เช่นโรงเรียน ในระดับเตรียมอุดมศึกษาเหล่านี้ก็สอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้อง ดําเนินการเพื่อรักษาคุณภาพของโรงเรียนด้วย นอกจากนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า การแก้ไขปัญหานี้เราก็ต้องแก้ไขปัญหาระยะยาวไปพร้อมกันด้วยครับ แก้ไขปัญหา ระยะยาวคืออะไรครับ แก้ไขปัญหาระยะยาวก็คือ เราจะต้องดําเนินการในการที่จะสร้าง ความเสมอภาคหรือคุณภาพของโรงเรียนให้ใกล้เคียงกัน นี่คือที่มาที่ผมเรียนท่าน ในเบื้องต้นว่าเราได้พัฒนาระบบโรงเรียนในการที่จะต่อยอดให้โรงเรียนมีคุณภาพ เท่าเทียมกันกับโรงเรียนในกรุงเทพฯ หรือโรงเรียนในเมือง
ส่วนประเด็นสุดท้าย ที่ท่านได้เรียนถึงคือประเด็นของโครงการเรียนฟรีว่า อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บจากนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ผมอยากกราบเรียนว่า ในปีนี้เราได้ปรับปรุงโครงการเรียนฟรี เรียนดีอย่างมีคุณภาพ ในปีการศึกษา ๒๕๕๓ นั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการได้จัดงบประมาณทั้งหมดสําหรับโครงการเรียนฟรี เรียนดี ถึง ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท และเราก็ได้กําหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนนะครับว่าเราจะดําเนินการ เป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๕ ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งประเภทสามัญและประเภทอาชีวศึกษา เพราะฉะนั้น กระบวนการและหลักเกณฑ์ที่เราจะดําเนินการในการให้เรียนฟรีนั้นก็มีทั้งหมด ๕ รายการ อันนี้ก็เป็ นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว คือค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือเรี ยน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน แล้วก็ มีรายละเอียดชัดเจนนะครับว่าในระดับต่าง ๆ นั้นเราจะส่งเสริมในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในแต่ละระดับเป็นอย่างไร ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ผมยกตัวอย่างเลย ยกตัวอย่างที่ท่านพูดถึงว่าในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เป็ นเรื่องของอัตราค่าหนังสือ ก็กําหนดไว้ชัดเจนครับว่าระดับก่อนประถมศึกษาจะต้องจัดสรรให้ ๒๐๐ บาทต่อคนต่อปี ประถมศึกษาปีที่ ๑ ๗๕๕ บาทต่อคนต่อปี ประถมศึกษาปีที่ ๒ ๓๖๒ บาทต่อคนต่อปี ประถมศึกษาปีที่ ๓ ๓๖๙ บาทต่อคนต่อปี ประถมศึกษาปีที่ ๔ ๘๒๓ บาทต่อคนต่อปี ประถมศึกษาปีที่ ๕ ๔๐๒ บาทต่อคนต่อปี ประถมศึกษาปีที่ ๖ ๔๗๙ บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๙๒๔ บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๕๖๕ บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ๕๖๐ บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑,๔๕๑ บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาปีที่ ๕ ๘๐๖ บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๗๖๓ บาทต่อคนต่อปี แต่ถ้าระดับ ปวช. ก็จะเป็น ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี เหล่านี้เป็นต้น แล้วก็มีในกรณี อุปกรณ์การเรียนก็เช่นเดียวกันครับ ก็จะได้มีการกําหนดไว้ในแต่ละระดับการศึกษา ไว้ชัดเจน เช่น ระดับก่อนประถมศึกษา ๑๐๐ บาทต่อภาคเรียน ระดับประถมศึกษา ๑๙๕ บาทต่อภาคเรียน มัธยมศึกษาตอนต้น ๒๑๐ บาทต่อภาคเรียน มัธยมศึกษา ตอนปลาย ๒๓๐ บาทต่อภาคเรียน ปวช. ๒๓๐ บาทต่อภาคเรียน ก็เช่นเดียวกัน ที่ท่านบอกว่าในกรณีเครื่องแบบนักเรียนที่ไปรับใบเสร็จและไปเอาใบเสร็จทางร้ำนมาให้ โรงเรียน อันนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าเราก็กําหนดไว้ชัดเจนและมีกลไก ที่จะควบคุม เช่น ก่อนประถมศึกษาก็ ๓๐๐ บาทต่อคนต่อปี ประถมศึกษา ๓๖๐ บาท ต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาตอนต้น ๔๕๐ บาทต่อคนต่อปี มัธยมศึกษาตอนปลาย ๕๐๐ บาทต่อคนต่อปี ปวช. ๙๐๐ บาทต่อคนต่อปี ทั้งหมดนี้ในกระบวนการก็จะดําเนินการโดยมีภาคี ๔ ฝ่ายครับที่เข้ามาดําเนินการคือ มีตัวนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน ครูและผู้บริหารโรงเรียนที่เข้ามาร่วมในการบริหาร จัดการในส่วนนี้ ผมจึงขออนุญาตที่จะตอบคําถามทั้งโดยภาพรวมและโดยละเอียดที่ท่าน ได้ซักถามมาในเบื้องต้น ขอบคุณครับ
เชิญผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามได้อีก ๑ ครั้ง เชิญครับคุณหมอ
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมินะครับ ท่านประธาน ผมได้ฟัง ที่ท่านรัฐมนตรีตอบคําถามผม ไม่รู้ท่านตอบคําถามหรือท่านมาหาเสียง เพราะว่า ผมอยากเรียนนะครับ คําถามที่ผมอยากให้ท่านตอบนี่ผมเรียนนะครับว่าอยากให้ท่าน ตอบในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ท่านต้องพูดเรื่องหลัก ๆ ท่านไปพูดรายละเอียดจนผมฟังแล้ว ผมจดไม่ทันเลย แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้ท่านไปดูกรมอาชีวศึกษาของท่านหน่อย ตอนนี้ ไทยเข้มแข็งทุจริตกันแน่นอน ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ ชัดเจน ท่านไปดูหน่อย แล้วหนังสือ ตําราเรียนที่ท่านว่านี่ซื้อก็แพง ไปดูหน่อยครับ แล้วตรวจสอบให้เป็นเรื่องเป็นราวหน่อย เพราะท่านพูดนี่ตอบคําถามที่ผมถามท่านไป ผมอยากให้ท่านเน้นเรื่องเด็ก ท่านก็ไปเน้น เรื่องบุคลากรเหมือนเดิม ผมอยากเรียนนะครับว่าคณะครู อาจารย์ ถามว่าคุณภาพเขาดีไหม ครูอาจารย์สมัยก่อนมีคุณภาพที่ดีมาก เขาเป็นเรือจ้าง ไม่เคยคิดค่าจ้าง ตรงนี้สําคัญครับ อาจารย์แต่ก่อนเขาเห็นนักเรียนเรียนประสบผลสําเร็จเขาจะดีใจมาก แบบครูผม ที่จังหวัดชัยภูมิ หมอประสิทธิ์สอบได้หมอ ดีใจครับ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วครับ เรือจ้างเดี๋ยวนี้ เปลี่ยนไปหมด เรือจ้างที่เป็นส่วนสําคัญท่านทําไปทํามาปรากฏว่ามีปัญหาเยอะขึ้น มากขึ้น ๆ ผมอยากเรียนนะครับว่าถึงวันนี้ท่านพูดเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมฟังท่าน แล้วผมก็วังเวง ท่านยังเชื่อมั่นว่าการสอบระบบนี้ทําให้ดี ท่านไปดูครับ ไม่ดีแน่นอน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สอบเองหมดแล้วครับ สอบเองหมดแล้ว เขาบอกออกมาชัดเจนว่า คนที่สอบเข้าโดยระบบของกระทรวงศึกษาธิการสอบเข้าไปรีไทร์มากขึ้น ๒-๓ เท่า ไม่เป็นที่ยอมรับ ระบบนี้ผิดพลาด ผมไม่ได้บอกว่าเอนทรานซ์ต้องเอาครั้งเดียวนะครับ ผมเสนอความเห็นไม่ใช่สอบครั้งเดียว ผมว่าถ้าสอบ ๒ ครั้ง แล้วเอาคะแนนช่วยสัก ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ครับจะทําให้เกิดความเป็นธรรมและชอบธรรม แต่ตอนนี้ท่านไปใช้ เอเนต โอเนตอะไรเละเทะไปหมด แล้วสอบตอนนี้ นักเรียนไปสอบ ท่านทราบไหม ท่านไปดูสิ ไปถามนักเรียนที่สอบคนหนึ่งสอบกี่ครั้ง สอบเข้ามหาวิทยาลัย ๕-๑๐ ครั้งครับ สอบอย่างไร ๕-๑๐ ครั้งกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ของประเทศไทยเป็นอันดับ ๑ ในเอเชีย เขาบอก โอ้โฮ ประเทศไทยสอบเข้าสอบทีเดียว เลือกคณะโน้นคณะนี้จบเลย เดี๋ยวนี้สอบครับสอบ ประเทศอื่นเขายังอยากเลียนแบบ ประเทศไทย แต่ประเทศไทยไปเปลี่ยนจะเอาไปเลียนแบบประเทศอื่น ผมถึงบอกว่า ฟังท่านพูดแล้วผมก็ค่อนข้างวังเวงนะครับ อยากเรียนว่าการสอบตรงนี้ผมอยากให้ท่าน ถ้าเป็นผมนะ ถึงแม้ว่าท่านบอกว่าผมยังไม่มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มันไม่แน่ครับ ไม่แน่ ผมว่าท่านก็ไม่คิดว่าท่านจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าไม่เกิดเหตุ ผมไม่อยากเอ่ย เดี๋ยวประท้วงอีก ท่านก็ไม่คิด ผมว่าผมมาเป็น ส.ส. ผมมาเพื่อเป็น ส.ส. แต่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ผมช่วยประเทศชาติจากเงิน ๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ลดลงไปเกือบ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ ผมภูมิใจครับ แต่ท่านต้องทําให้ภูมิใจนะ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนี่
คุณหมอเอาเรื่อง กระทู้ถามกระทรวงศึกษาธิการ
ไม่ใช่ครับ ต้องตอบ เข้าใจครับ ท่านรัฐมนตรีพูดนานกว่าผมอีกท่านประธานไม่ทักเลย ไม่รู้ค่าหัวอะไร ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท รายละเอียดท่านไม่ทักเขาล่ะ ผมไม่ได้ถามสักหน่อย ตอบอะไรมาไม่รู้ ผมถึงอยากเรียนว่าท่านไปตรวจสอบหน่อยอาชีวศึกษานี่ท่านจะลดเงินได้เท่าไร ผมเป็น ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขผมลดเงินได้ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมภูมิใจแล้วครับ ท่านต้องภูมิใจของท่าน ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านต้องไปตรวจสอบการทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเอาจริง ข้อเท็จจริงอย่าไปทําตามนํ้าเหมือนเขา อย่าไปทําตามนํ้า ผมอยากเรียนว่าผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีคิดถึงเด็กบ้าง จะขึ้นคําถาม เอะอะก็ครูบาอาจารย์ ตอนนี้จริง ๆ ครูบาอาจารย์เขามีคุณภาพพอแล้วครับ แต่ท่านไปกําหนดให้เขาสอบโน่นสอบนี่ สอบจนหัวบวม เดี๋ยวประเมิน เดี๋ยวประเมิน เดี๋ยวประเมิน ครูบาอาจารย์นี่วิธีการสอน ครูไม่ต้องเก่งมากครับ แต่ครูต้องแนะนํา แนะนําให้ดี ลูกศิษย์ทุกคนถ้าได้อาจารย์แนะนํา ที่ดีเก่งเองครับ ผมเรียนผมไม่ได้พึ่งพาครูอาจารย์ แต่อาจารย์เขาแนะนําผมก็อ่าน ของผมเอง ผมไม่เคยต้องทําตามอาจารย์ผมคิดของผมเอง ผมถึงบอกว่าถ้าประเทศไทย ให้เด็กคิดเองได้ ผมเชื่อไอคิว ๑๐๐ ขึ้น ๑๒๐ ขึ้นกันทุกคน แต่ตอนนี้เอาอีกแล้วจะให้ หลักสูตรนักเรียนต้องเรียน นักเรียนต้องเรียนอย่างนี้ จริยธรรมต้องเรียน ไม่ได้ครับ อย่างนี้เจ๊ง ผมบอกเลยว่าการศึกษาเจ๊ง ๆ ท่านต้องให้เด็กคิดเองเป็น ให้เด็กอยากเรียน ให้เด็กอยากรู้ นี่คือรัฐมนตรีที่ดีที่สุดในความเห็นผม ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรี นี่ตั้งคําถามท่าน อยากให้ท่านเป็นเจ้าภาพเอาเด็กทั้งประเทศมารวมกัน มาคิดกันว่า ๑. สอบเข้ามหาวิทยาลัยเด็กอยากให้ทําอย่างไร ๒. สอบเข้า ม. ๑ ม. ๔ นี่ เด็กอยากให้ทําอย่างไร ท่านทําได้ไหมครับ แล้วท่านจะทําเมื่อไรขอบคุณครับ
เชิญ ฯพณฯ ตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ความจริงคําถาม ของท่านก็เป็นเชิงการอภิปรายนะครับ ซึ่งก็อยากจะเรียนว่าผมได้ยํ้าอีกครั้งหนึ่งว่าเรา ต้องการปฏิรูปทางการศึกษาก็เพื่อที่จะเน้นคุณภาพผู้เรียน แต่ว่าเมื่อกี้ยังไม่มีโอกาสไปลง รายละเอียดว่าเราต้องการที่จะเน้นคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวมอย่างไร คือมันก็ต้อง เริ่มมาตั้งแต่ระดับปฐมวัยนะครับ ซึ่งรัฐบาลนี้ก็ให้ความสนใจในการที่จะให้เด็ก ระดับปฐมวัยได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างชัดเจน ได้มีโอกาสที่จะพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่าเราจะให้เรียนฟรีตั้งแต่ปฐมวัยนี่ ๓ ปี แล้วก็ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม นั่นเพื่อปูพื้นฐาน สมัยของท่านท่านอาจจะไม่ต้องพึ่งครูเหมือนที่ท่านว่า แต่สมัยนี้มันต้องอาศัยในการพัฒนา ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาก็บอกว่ากว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว เพราะในระดับประถมศึกษา เราก็ชัดเจนที่จะต้องมีตัวชี้วัดว่าในระดับช่วงชั้น ป. ๑ ถึง ป. ๓ นั้นเด็กต้องอ่านออก เขียนได้ ต้องมีกระบวนการคิด ต้องมีวินัยในตัวเอง และมีความรับผิดชอบ พอระดับช่วงชั้น ป. ๔ ถึง ป. ๖ ก็จะมีความชัดเจนว่าเด็กนอกจากอ่านคล่อง เขียนคล่อง คํานวณเป็นแล้ว เราก็ต้องเริ่มเน้นในเรื่อง ๒ ภาษา เริ่มเน้นในเรื่องภาษาอังกฤษและไอที (IT) ที่จะต้องเข้ามา เกี่ยวข้องในกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น พอในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็จะมีความรู้ความสามารถอย่างสูงตามมาตรฐานระดับชาติและระดับนานาชาติ มันจึงมี กระบวนการเรียนการสอนที่อยากจะให้ท่านได้เข้าใจว่าในขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป มากแล้ว ตอนสมัยที่ท่านเรียนหรือผมเรียนในขณะนั้นนี่คนมีโอกาสได้เรียนในระดับ มัธยมศึกษาเพียงร้อยละ ๖๐ ผมว่าไม่เกินร้อยละ ๖๐ มาเพิ่มมากขึ้นในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่มีการขยายโอกาสทางการศึกษา ก็เป็นร้อยละ ๘๐ วันนี้เด็กสามารถเข้าเรียนต่อร้อยละ ๙๕ เพราะฉะนั้นโอกาสในการจัดการศึกษาในระดับนี้ ก็จะต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเมื่อจบในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เด็กต้องค้นพบ ตัวเองได้ เด็กสามารถที่จะเป็นพลเมืองดี มีคุณธรรม มีจริยธรรม อันนี้เป็นเรื่องที่เรา อยากเห็นเด็กไทยของเรามีคุณภาพในอนาคต ในส่วนระดับอาชีวศึกษาผมก็อยากจะเรียน โดยภาพรวมว่าเรามีปัญหามากในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพราะว่ากระบวนการที่จะไป คัดเลือกเด็กที่เข้าเรียนในระดับอาชีวศึกษานั้นยังติดขัดอยู่ ๒-๓ เรื่องด้วยกันคือ ประการที่ ๑ เรื่องของการที่จะต้องมีกระบวนการที่สร้างเสริมความพร้อมในการที่จะ ประกอบอาชีพหรือแหล่งอาชีพที่เป็นวิถีชีวิตจริงของนักเรียน ประการที่ ๒ ก็คือคุณภาพ ของนักเรียนในระดับนี้ที่จะต้องมีคุณภาพไปด้วยกัน และประการที่ ๓ ต้องมีสถาบัน ที่จะต้องพัฒนาคุณวุฒิวิชาชีพที่จะต้องไปรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในระดับนี้ เพื่อให้เขา สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้วก็มีความภาคภูมิใจ มีค่าตอบแทนที่สูง มันจึงสามารถที่จะ ลดที่นักเรียนจะไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ เช่นเดียวกันในระดับมหาวิทยาลัย เราก็ต้อง เน้นในเรื่องการมีงานทํา มันต้องมองโดยภาพรวมอย่างนี้ครับ แต่ว่าถ้าท่านพูดเอาประเด็น ในบางส่วนขึ้นมา ผมอยากจะกราบเรียนว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนของ คุณภาพของผู้เรียนได้ และวันนี้พอปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ เป็นครั้งแรกที่เรามี เป้ำหมายและมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าภายในระยะเวลา ๑๐ ปี เราจะต้องทําอย่างไรเหมือนที่ผม ยกตัวอย่างว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต้องเกินร้อยละ ๕๐ ของทุกสาระการเรียนรู้ เช่น ในเรื่องของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมก็ต้องมีตัวชี้วัดว่าเด็กนักเรียนของเราได้ร่วมกิจกรรม ในการที่จะพัฒนาตนเองให้เกิดความรับผิดชอบ ให้มีจิตวิญญาณในระบอบประชาธิปไตย อย่างไรบ้าง และมีตัวชี้วัดไปถึงระดับโลกด้วยครับว่าประเทศของเราได้จัดการศึกษา เมื่อเปรียบเทียบกันในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นไอเอ็มดี (IMD) ก็ดี หรือธนาคารโลกก็ดี ประเทศไทยของเราขึ้นไปสู่ในระดับใด และวันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการศึกษา ของไทย เด็กไทยเราก็ไม่ได้มีแพ้เด็กในโลกนี้เลยครับ เพียงแต่ว่าเราจะต้องไปส่งเสริมให้มี ความเสมอภาคมากยิ่งขึ้น ส่วนในกรณีที่ท่านถามว่าอยากจะให้เป็นเจ้าภาพ ให้ไปถาม เด็ก ม. ๑ ว่าจะสอบอย่างไร ให้ไปถามเด็กจบมัธยมศึกษาว่าให้ไปสอบอย่างไร ความจริง ถ้าท่านได้ติดตามกระบวนการนี้เขาทํามาเมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้วนะครับ ที่ได้มีการถามนักเรียน แม้แต่ในยุคปัจจุบันนี้เราก็จะดําเนินการ ๒ เรื่อง ในขณะนี้ผมได้แต่งตั้งให้เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ไปตั้งคณะทํางานร่วมกับ สทศ. ด้วย สมศ. ด้วย ที่จะมาเป็นกรรมการและจะมาดําเนินการในการที่จะมาวางบรรทัดฐานในการที่จะ ประเมินผลการเรียนทุกระดับ รวมทั้งการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งในส่วนนี้นอกจากว่า จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทั้งนักเรียน ทั้งผู้ปกครองนักเรียนแล้ว เราจะรับฟัง ความคิดเห็นจากผู้ที่เป็นผู้ประกอบการด้วยว่าเขาต้องการที่จะวัดนักเรียนไปเรียนสาขาใด โดยข้อทดสอบอย่างไร เพื่อที่จะให้ตรงกับความต้องการ และในขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้มีการทดลองต้นแบบว่านอกจากจะสอบทางด้านเนื้อหาวิชาแล้ว เราจะทําอย่างไรที่จะ ได้ทดสอบทางด้านคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปพร้อมกันด้วยในการที่จะให้นักเรียนได้มีโอกาส เข้ามหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นในกระบวนการตรงนี้ผมก็ยืนยันว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะต้องถามทุกภาคส่วน โดยเฉพาะนักเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ
คงจะพอกระมังครับ เกือบชั่วโมง ฝากนะครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ฝากท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน จริง ๆ ท่านตอบบางทีเราก็งง ๆ คําถามไม่เห็นยากแต่ท่านตอบฟังแล้วแปลไม่ออก ไม่ตรงคําถาม ผมบอกให้ท่านเป็นเจ้าภาพได้ไหม ท่านบอกเคยทําแล้ว ท่านก็บอกว่า ท่านจะทําหรือไม่ทําก็เท่านั้นเอง ท่านทําไม่ได้ท่านก็บอกว่าทําไม่ได้ก็จบ แต่ท่านไม่ตอบ ท่านบอกว่าเคยทํามาแล้ว มันก็เลยไม่ตรงคําถามอย่างไรครับ ฝากท่านหน่อย ช่วยทําที เด็กเขาฝากผมมา โดยเฉพาะผู้ปกครองเด็ก ๆ ท่านบอกทําไมไม่ถามเด็กบ้าง ถามกันอยู่ได้ เฉพาะในกระทรวงศึกษาธิการ ถามกันอยู่นั่นแหละ ถามไปถามมาเด็กโง่ขึ้นทุกวันอีเดียท (Idiot) ขึ้นทุกวัน ไอคิวตํ่าลงทุกวัน แล้วที่สําคัญ การเรียนการสอนเปลี่ยนได้หรือยังครับ ผมถามท่านท่านจะเปลี่ยนอย่างไรการเรียนการสอน ก็ท่องจําอยู่ จนถึงมหาวิทยาลัยก็ยังท่องจํา ท่านไปปรับปรุงหน่อยครับ ไหน ๆ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้งทีทําให้การศึกษาดีขึ้นหน่อยครับ จะได้มี ความภูมิใจ แต่ถ้าท่านไม่ทําผมก็ไม่รู้มันจะภูมิใจตรงไหน ขอบคุณครับ
ก็รับฝากแล้วกันครับ
ขอนิดเดียวครับ ก็คือว่าในประเด็นของกระบวนการที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นนี้ ผมเรียนยํ้าอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะดําเนินการในการที่จะรับฟังความคิดเห็น แต่ว่าประเด็น ของท่านถามแล้วก็ขัดแย้งกันเองเช่นเดียวกัน เพราะท่านถามว่าทําอย่างไรที่จะให้เด็กนั้น ได้มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ใช่ไปเรียนเนื้อหาวิชาอย่างเดียว พอผมตอบว่าเราก็จะมี กระบวนการในการคัดเลือกที่จะต้องมีการทดสอบทั้งเนื้อหาวิชา และมีคุณธรรม จริยธรรมด้วย แต่ว่าแน่นอนที่สุดกระบวนการในการที่จะคัดเลือกนักเรียน เข้ามหาวิทยาลัยนั้นก็จะมีกระบวนการที่ผมเข้าใจว่าจะมีความชัดเจนหลังจากที่เราได้ มีการทดสอบ ซึ่งในที่ประชุมของอธิการบดีมหาวิทยาลัยก็จะเอาผลของข้อสังเกตทั้งหมด ที่ผมไปร่วมประชุมไปดําเนินการในการที่จะทําเป็นผลการวิจัย เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐาน ต่อไป แล้วก็จะมีมาตรฐานที่ชัดเจน
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้ฝากไว้เบื้องต้น คือเรื่องของกรณีงบของโครงการ เงินกู้เอสพี ๒ (SP2) ของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เมื่อกี้ผมลืมตอบไป ในขณะนี้ ๕,๓๐๐ กว่าล้านบาทที่กระทรวงศึกษาธิการไปดําเนินการ ในขณะนี้ยังไม่มี การจัดซื้อจัดจ้าง เพราะว่ายังไม่สามารถที่จะขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีได้ครับ ผมจึง อยากจะกราบเรียน นี่จึงเป็นที่มาหลังจากที่ผมเข้าไปผมก็ไปให้ดําเนินการในการตรวจสอบ ให้เกิดความถูกต้อง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการของสภาก็ได้ส่งเรื่องไป แล้วผมก็ยืนยันได้ว่า ถ้าอะไรที่ดําเนินการถูกต้องก็ให้ดําเนินการต่อไป ส่วนโครงการใดที่ไม่ถูกต้องต้องไป ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีการขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะดําเนินการ ผมเข้าใจว่าวันที่ ๒๓ นี้ก็จะมีข้อยุติที่ชัดเจนสําหรับงบประมาณก้อนนี้ เพราะเรา ก็ไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียนครับ เพราะถ้าได้งบประมาณก็จะเป็นประโยชน์ ต่อการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนครับ
จบกระทู้ถามที่ ๑.๑.๑ นะครับ
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๑ เรื่อง การฟื้นฟูการท่องเที่ยวในภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ตอบ คือ ฯพณฯ ชุมพล ศิลปอาชา เจ้าของกระทู้ถามถามได้ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถามในหัวข้อเรื่องการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเฉพาะภาคตะวันออกแล้วก็ ภาคอีสาน ซึ่งประเด็นที่สําคัญก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนงบประมาณทั้ง ๒ ภาคนี้ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือเป็นที่ยอมรับนะครับว่าประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญที่สุดที่นักท่องเที่ยว จากทั่วโลกให้ความนิยม แล้วก็เป็ นที่ยอมรับครับว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่ทํารายได้อย่างมหาศาลให้กับประเทศเรา ผมมีตัวเลขว่า เฉพาะปี ๒๕๕๒ ตัวเลขรายได้การท่องเที่ยวที่นํารายได้เข้ามาสู่ประเทศเรา จํานวน ๕๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราพูดถึงการท่องเที่ยวนี่เป็นการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณมาก ถึงแม้ว่าเปรียบเทียบจากรายได้จากภาคอุตสาหกรรมว่าภาคอุตสาหกรรมจะนํารายได้ ให้กับประเทศเป็นอันดับต้น ๆ แต่เราจะเห็นว่าเราต้องลงทุนสูง ลงทุนทางด้านสังคม ลงทุนทางด้านเม็ดเงิน แต่ว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนก็เสียไป แต่ว่าการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องใช้เงินงบประมาณมากนัก แต่ว่า เราไปขายธรรมชาติ ไปขายประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งประเทศอื่นอาจจะมีน้อยกว่าประเทศเรา ประเด็นกระทู้ถามของผมวันนี้ผมพบอย่างนี้ว่า ๒ ภาคที่สําคัญก็คือภาคตะวันออกแล้วก็ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศักยภาพสูงมากที่จะทํารายได้เม็ดเงินมหาศาลเข้ามาสู่ ประเทศเรา ผมยกตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของภาคตะวันออกก่อน ภาคตะวันออก ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยยาวไปประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ กิโลเมตร ไล่ไปเลยตั้งแต่จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด พื้นที่ชายฝั่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ มีนักท่องเที่ยวทั้งต่างประเทศและประเทศไทย ภูเขา นํ้าตก ป่าไม้ เป็นแหล่งวนอุทยาน ไม่ตํ่ากว่า ๘-๑๐ แห่ง ยกตัวอย่าง เช่น วนอุทยานเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด เขาชะเมา คุ้งกระเบน เกาะช้าง เกาะกูด นํ้าตกพลิ้ว เขาสอยดาว แหล่งวัฒนธรรมที่สําคัญก็มีหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดจันทบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนผลไม้ที่เป็นที่นิยมรสชาติที่ดีที่สุดอยู่ที่ ๓ จังหวัดนี้ ที่ผมเอ่ยทั้งหมดมันไม่ต้องลงทุน อะไรเลย เพียงแต่ไปส่งเสริมการพัฒนา ไปสร้างจิตบริการ ไม่ต้องไปทําแหล่งท่องเที่ยวที่ใหม่ ส่วนภาคอีสาน อันนี้มีมูลค่าทางวัฒนธรรม ถ้าตีเป็นมูลค่าเม็ดเงินก็ตีเป็นมูลค่าเม็ดเงิน ยากมาก เพราะเป็นสิ่งที่อนุรักษ์โบราณมาเป็นหลายพันปี หมื่นปี ยกตัวอย่าง เช่น พระธาตุพนม ปราสาทหินพิมาย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทเขาพนมรุ้ง แล้วก็ อนุสาวรีย์ย่าโม ทั้งหมดที่ผมพูดถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงใน ๒ ภาคนี้ แต่ผมไปดูเม็ดเงินงบประมาณของปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ผมดูตัวเลขงบประมาณปรับปรุง โครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการของ ๒ ภาคนี้มันน้อยมากครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ภาคตะวันออกได้รับเงินงบประมาณประมาณ ๓,๙๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบ่งเป็น ๒ ตอน คือตอนบนนี่ ๕,๖๐๐,๐๐๐ บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างนี่ ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ ในหมวดโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ผมเห็นงบประมาณอย่างนี้ก็ไปเปรียบเทียบ กับภาคอื่นเหมือนกัน เช่น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ มิได้หมายความว่าผมจะแบ่ง เพียงแต่ว่าผมเห็นศักยภาพของการท่องเที่ยว ๒ ภาคนี้ที่มีความสําคัญ แต่ว่าเม็ดเงิน งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนมันมีเม็ดเงินที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพ ของ ๒ ภาคนี้ ผมให้ตัวเลขสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางไปทั้ง ๒ ภาคนี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยอดจํานวนนักท่องเที่ยว ปี ๒๕๕๒ ๓,๑๐๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ ภาคตะวันออก ๓,๖๐๐,๐๐๐ คน ทั้งคนไทยแล้วก็ต่างประเทศ เมื่อเปรียบเทียบศักยภาพ ที่มีของภูมิภาคเหล่านี้ เปรียบเทียบกับเงินงบประมาณ ถึงแม้ผมจะทราบว่าการท่องเที่ยว อาจจะเป็นการสนับสนุน แต่ว่าจะมีกระทรวง ทบวง กรมอื่นที่อาจจะสนับสนุนในด้านอื่นได้ แต่ว่าดูจากเม็ดเงินงบประมาณที่ไปสนับสนุนทั้ง ๒ ภาคนี้แล้วผมจึงอยากจะตั้งคําถาม ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่ารัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนฟื้นฟู การท่องเที่ยวเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างไรให้คุ้มค่ากับ ศักยภาพของการท่องเที่ยวทั้ง ๒ ภาคนี้ที่มีอยู่ แล้วก็ใช้เกณฑ์ในการจัดสรรลําดับ ความสําคัญอย่างไรในแต่ละภูมิภาคในการท่องเที่ยว เป็นคําถามแรกครับ
เชิญ ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องการพัฒนา ในเรื่องนโยบายการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนอื่น ผมต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจ ยิ่งมีท่านสมาชิกถามมากเท่าไรมันก็จะ ช่วยกระตุ้นให้พวกเราได้ไปทํางานให้มากยิ่งขึ้น ให้รอบคอบยิ่งขึ้น ก็อยากจะขอกราบเรียน ในประเด็นคําถามแรกดังต่อไปนี้นะครับ ผมอยากจะขอตอบในองค์รวมเสียก่อนนะครับ กระทรวงนี้เพิ่งตั้งขึ้นมาได้ไม่เท่าไร เมื่อปี ๒๕๔๖ เพิ่งปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม สมัยก่อนนี้ เรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวต่าง ๆ มันกระจายกันไป อยู่สํานักนายกรัฐมนตรีบ้าง อยู่ที่ไหนบ้าง เพิ่งจะมารวมตัวกันที่ตั้งเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเมื่อปี ๒๕๔๖ นี่เอง ดังนั้นจะเห็นว่าจากตัวเลขงบประมาณต่าง ๆ จะปรากฏว่ากระจิ๊บกระจ้อย มาโดยตลอดเลย เดี๋ยวจะขอกราบเรียนเรื่องงบประมาณทีหลัง เอาเรื่องนโยบายเสียก่อนว่า นโยบายของรัฐบาลชุดนี้เพิ่งจะเริ่มทําขึ้นมาเป็นครั้งแรก เราเพิ่งมี พ.ร.บ. นโยบาย การท่องเที่ยวแห่งชาติขึ้นมา ขณะนี้ท่านคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงได้ไปทํา แผนการพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อตอนเกิดวิกฤติขึ้นมา แล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เองคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจก็เพิ่งรับ หลักการมอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปร่างแผนปฏิบัติการในเรื่องการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยว ๘ คลัสเตอร์ (Cluster) เป็นวงเงินหลายพันล้านบาทเหมือนกันนะครับ แต่เดิมมาในแผนที่เรากําลังร่างอยู่นี่เราจะรวมท้องถิ่นหมด เวลานี้เรามีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระจายอํานาจไปท้องถิ่นมาก ดังนั้นบางครั้งเราละเลยท้องถิ่นไม่ได้ ส่วนกลางไม่อาจจะ ไปทําอะไรได้ในของท้องถิ่น สมมุติว่าในอุทยานก็ต้องเป็นเรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแล้วก็ทางท้องถิ่นต้องดูแล ปัญหามันก็เลยต้องมาทําบูรณาการ อยู่ในแผนอันเดียวกัน ทั้งความร่วมมือของท้องถิ่น อปท. ความร่วมมือของประชาชน และภาคธุรกิจในจุดต่าง ๆ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ขณะนี้กําลังเร่งทํากันอยู่นะครับ นโยบายเรื่องนี้ให้ความสําคัญมาก โดยเฉพาะที่ผมมารับตําแหน่งนี้ได้ ๒ ปี แทนที่ผมจะ ได้พักปีนี้ไม่ได้พักอีกแล้ว ก็ต้องไปวิ่งหานักท่องเที่ยว ไปสร้างความเชื่อมั่น ดึงคนท่องเที่ยว เข้าสู่ประเทศให้ได้อย่างน้อยเท่าปีที่แล้ว เมื่อคราวปิดสนามบินก็ทําให้สถานการณ์ตกตํ่า ไปมาก แต่สุดท้ายก็กู้วิกฤติขึ้นมาได้ ปลายปีตัวเลขก็ออกมาในระดับที่น่าพอใจ เดี๋ยวถึง คําถามที่ ๒ ของท่านแล้วผมจะเอาตัวเลขรายละเอียดกราบเรียนให้ท่านได้ทราบ การพัฒนาเราพัฒนาแบบบูรณาการองค์รวมทั้งหมดเลย แล้วก็เรามีแหล่งท่องเที่ยว ทั้งหมด ๒,๑๕๐ แห่ง เราแบ่งออกเป็นทั้งหมด ๑๔ คลัสเตอร์ด้วยกัน
อย่างกลุ่มคลัสเตอร์ที่ ๑ ก็คือกลุ่มท่องเที่ยวนํ้าพุร้อน พวกนี้จะมีอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําปาง และจังหวัดแม่ฮ่องสอน
กลุ่มที่ ๒ จะเป็ นท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย อันนี้ก็จะมีอยู่ที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์
กลุ่มคลัสเตอร์ที่ ๓ จะเป็ นกลุ่มท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนาก็จะมี จังหวัดเชียงใหม่อีก จังหวัดเชียงราย จังหวัดลําพูน จังหวัดลําปาง จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน
กลุ่มที่ ๔ เป็นกลุ่มท่องเที่ยวมรดกโลก เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ก็มีจังหวัดสุโขทัย จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในกลุ่มที่ ๕ เราจะเป็ นกลุ่มท่องเที่ยวนิเวศป่ำร้ อนชื้น ก็จะมี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว
ในกลุ่มท่องเที่ยวที่ ๖ ก็จะเป็นกลุ่มท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มแม่นํ้าภาคกลาง พวกนี้ก็จะมีจังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม ทั้งหมดมี ๑๐ จังหวัดด้วยกัน
ฯพณฯ รัฐมนตรีครับ เขาถามภาคตะวันออกกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือครับ
ผมตอบองค์รวมก่อนครับท่านประธานครับ
เขาถาม ๒ ภาคเท่านั้นเอง
เวลาผมตอบตอบ ๒ ภาคไม่ได้ เดี๋ยวจะมาลง ๒ ภาคทีหลังให้ท่านดู เอาว่าเราแบ่งกลุ่ม นโยบายกันอย่างไรทั้ง ๑๔ กลุ่มก่อนก็แล้วกันนะครับ ก็จะมาตกที่ภาคของท่านเหมือนกัน ก็คงจะเป็นกลุ่มท่องเที่ยวแอคทีฟ บีช (Active beach) เป็นพวกทะเลจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด แล้วก็มีพวกรอยัล โคสท์ (Royal coast) มีจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดระยอง และกลุ่มมหัศจรรย์ สองสมุทร ก็จะมีจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง การพัฒนาแต่ละกลุ่มนี่เวลาเราตั้งงบประมาณเราไม่ได้เจาะจงไปเฉพาะ ภาคใดภาคหนึ่ง ตัวเลขที่ท่านได้มานั้นก็เป็นตัวเลขที่ปรากฏอยู่ แต่ว่ามันมีหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จุดขาย ในภาคตะวันออกก็มีหลายอย่าง จุดขายของภาคตะวันออกจะมีทะเลระยะใกล้เป็นหลัก จุดขายในภาคนี้ระดับราคานั้นจะไม่แพงมาก จะมีสวนผลไม้ขึ้นชื่ออยู่เป็นจํานวนมาก จะมีกิจกรรมบันเทิงหลายรูปแบบ เป็นการท่องเที่ยวในซีกที่คุ้มค่าที่สุดในภาคตะวันออก แล้วก็เป็นที่ยอดนิยมของชาวต่างประเทศมาก ไม่ว่าจังหวัดชลบุรี พัทยา จังหวัดระยอง จังหวัดตราด ก็เป็นที่นิยม แนวที่เราพัฒนาไปมันมีทั้ง ๒ แบบ แบบส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ทาง อีเวนท์ (Event) เสียมากกว่า สร้างกิจกรรมให้ขึ้นมากกว่า อย่างเช่น พัทยา อินเตอร์เนชั่นแนล มิวสิก เฟสติวัล (Pattaya International Music Festival) ลงทุนไป ๒๕ ล้านบาททุกปี ให้แก่ทางพัทยา จังหวัดชลบุรี แล้วก็อร่อยทุกไร่ชิมไปทุกสวน อันนี้ก็ไปทางด้านจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีผลไม้มากมาย อันนี้งบประมาณก็ไม่ใช่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท อีเวนท์ ต่าง ๆ เหล่านี้งบประมาณเป็นสิบ ๆ ล้านบาทให้ไปหลาย ๆ อีเวนท์ตลอดเวลามา ส่วนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือจุดขายเขาก็จะเป็นเรื่องกลุ่มจังหวัดที่มีพื้นที่เป็น ทรัพยากรเสียส่วนใหญ่ มีสิ่งแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต อย่างเมื่อกี้ท่านสมาชิกได้ยกขึ้นมาแล้ว กิจกรรมหลักที่เราได้จัดขึ้นมาเป็นอีเวนท์ แต่ไม่ได้ เจาะจงลงในจังหวัดไหน ก็อย่างเช่น วิซิท อีสาน เยียร์ (Visit I-san year) ซึ่งมี ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๓ แล้วก็มีแหล่งอารยธรรมต่าง ๆ อยู่มากมาย ทางหน่วยงาน ในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้ไปจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบั้งไฟ ไม่ว่าจะเป็น งานช้างที่จังหวัดสุรินทร์ หรือพระธาตุพนม หรือบั้งไฟพญานาคที่จังหวัดหนองคาย ทั้งหมดนั้นเป็นอีเวนท์ งบประมาณพวกนี้ที่ไปลงให้แก่ทางภาคอีสานและภาคตะวันออก ไม่น้อยครับ เป็นจํานวนมากพอสมควรทีเดียว ดังนั้นในแต่ละภาคนั้น ๒ ภาคนี้เป็นภาค ที่มีความสําคัญเราก็ไม่ได้ละเลยแล้วก็ได้ช่วยเหลือทางด้านงบประมาณอย่างมาก สําหรับ แหล่งท่องเที่ยวนั้นก็ปรากฏว่าก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดนิยม ท่านสมาชิกก็ได้กราบเรียนมา เมื่อสักครู่แล้ว ผมก็คิดว่าเป็น ๒ ภาค ถ้าผมคิดดูปัจจุบันให้ความสําคัญมากที่สุดเลยคือ ทางภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนนี้กิจกรรมต่าง ๆ ของการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยไปลงแถว ๆ นั้นเยอะ และทางภาคอีสานก็เยอะ ไม่ว่าบั้งไฟพญานาค ไม่ว่าแห่เทียนพรรษา ไม่ว่าจัดนิทรรศการ ๔ ภาคขึ้นมาทั้งหมดเลยนี้เป็นการกระตุ้น ให้คนไปท่องเที่ยวในประเทศ อันนี้เป็นเรื่องในประเทศนะครับ แล้วส่วนการกระตุ้น นอกประเทศนั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเอาคนเข้ามาในประเทศของเรา อันนี้ก็เป็นนโยบาย ของเราก็มีพัฒนาด้านนี้ให้ความสําคัญอย่างยิ่ง ขอบคุณมากครับ
เชิญผู้ถามกระทู้ถามครับ คือผู้ถามถามอย่างหนึ่ง ผู้ตอบตอบอย่างหนึ่ง ก็เลยไม่ค่อยเข้าใจ คือให้ฟื้นฟู การท่องเที่ยวนี่ชัดอยู่แล้ว และไปกันเลยยาวเลยครับ ผมว่าให้ถูกประเด็นเลย ผู้ถามก็ถาม ในประเด็นที่ตั้งกระทู้ถามเลยครับ ผมว่ามันจะได้เนื้อหาสาระ ผู้ตอบจะได้ตอบให้ถูกครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ได้ฟังภาพรวม ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงการแบ่งการจัดสรรงบประมาณเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ แต่ว่า ในส่วนการจัดสรรงบประมาณที่ให้ความสําคัญของ ๒ ภาคนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน จากท่านว่าท่านจะให้ความสําคัญอย่างเท่าเทียมกันหรือเป็นไปตามศักยภาพของ แต่ละภาคที่มีอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังจะเรียนเป็นข้อสังเกตให้กับ ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่า ปี ๒๕๕๓ มันมีเหตุการณ์ในการโยก เงินงบประมาณในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อจะไปทําโครงการหรือว่าเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวใหม่ ผมเรียนเป็นข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่าผมอยากให้ท่านมีนโยบายในการที่จะ มุ่งเน้นในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมแล้วซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ทะเล ภูเขา นํ้าตก ทําอย่างไรจะไปพัฒนาแหล่งที่มันอาจจะเสื่อมโทรมไป หรือให้เงิน งบประมาณเข้าไปพัฒนา แต่ว่าถ้าเราไปมอบให้ท้องถิ่นอย่างเดียว ท้องถิ่นก็มีศักยภาพ จํากัด เขาจะเอาเงินตัวเขาเองมาทํา แล้วรายได้ความจริงก็ไม่ได้เข้าเขาเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้ท่านได้ให้ความสําคัญ ผมอยากจะให้ความสําคัญว่าถ้าเราไป พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมการลงทุนก็น้อย ความเสี่ยงก็ไม่มี เพราะว่าได้รับความนิยม อยู่แล้ว ผมยกตัวอย่างที่บ้านผมที่เกาะเสม็ดตัวเลขการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวเก็บเงินได้เป็นอันดับ ๑ ของวนอุทยานทุกแห่งทั่วประเทศ ที่จังหวัดจันทบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ว่าผมไปดูงบประมาณรายปีนี่มีน้อยมาก ในส่วนของ ภาคอีสานก็ตาม ตามแหล่งอนุรักษ์วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีงบประมาณจัดสรรมามากก็น่าจะ เป็นจากกระทรวงวัฒนธรรม จากกรมศิลปากร พวกนี้ได้ให้เงินงบประมาณเยอะ แต่ว่า ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังไม่ได้ให้ความสําคัญอย่างเท่าที่ควร ตามศักยภาพที่มีอยู่ ผมก็อยากจะฝากท่านว่าถ้าเป็ นไปได้เรามาพัฒนาในส่วน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งอนุรักษ์วัฒนธรรมเดิมที่มีอยู่ แต่ว่าบางทีก็ไม่ได้ปิดกั้นว่า ถ้าจะไปสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบใหม่แต่ว่าต้องใช้เงินสูง อันนั้น มันมีความเสี่ยงมากครับ มีความเสี่ยงว่าลงทุนแล้วจะมีคนไปเที่ยวหรือเปล่า หรือว่า ลงทุนแล้วจะเป็นอนุสาวรีย์หรือไม่ สร้างเงินรายได้กลับมาสู่การลงทุนให้กับประเทศ หรือไม่ อันนี้ผมตั้งเป็นข้อสังเกต
ท่านประธานที่เคารพครับ แน่นอนที่สุดผมตั้งกระทู้ถามเรื่องการท่องเที่ยว ในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ แต่บังเอิญโชคดีมันทันกับสถานการณ์ สถานการณ์วันนี้สิ่งที่ได้รับ ผลกระทบมากที่สุดคือจากการชุมนุมของกลุ่มบุคคลที่เรียกว่าเสื้อแดง มีผลกระทบ มากที่สุด เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความเชื่อมั่น และภาคที่สําคัญที่สุดคือภาคการท่องเที่ยว จะเห็นชัดว่าวันนี้สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยว หรือเขาเรียกภาษาอังกฤษว่าเฟตตา (FETTA) เขาบอกเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ว่าถึงขณะนี้วันที่ ๖ เมษายนการท่องเที่ยวเสียหาย ทะลุยอด ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ถึงเมษายนนะครับ ผมเข้าใจว่าสถานการณ์นี้ไม่รวม การแคนเซิล (Cancel) ตั๋ว แคนเซิลเหมาลํามาจากประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่ น ยังไม่รวมทั้งโรงแรมในเขตชุมนุมคือราชประสงค์ ทั้งหมดนี้คือผลกระทบจากการชุมนุม ของคนเสื้อแดงซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้ว ผมเลยอยากจะถามคําถามที่ ๒ ไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าในสถานการณ์ขณะนี้ท่านได้ประมวลภาพความเสียหายของผลกระทบ โดยตรงและโดยอ้อมที่เกิดจากการชุมนุมในส่วนของภาคการท่องเที่ยวมีผลกระทบ ความเสียหายอย่างไร เท่าไร และส่วนมาตรการฟื้นฟูให้กลับมาสู่สภาพเดิม ผมจะถาม ในคําถามถัดไป ผมมีตัวเลขนิดหนึ่งครับ
ผมว่าถามทีเดียวเลย เป็นอย่างไรครับ ท่านจะได้ตอบ
ได้ครับท่านประธาน ผมมีตัวเลข ที่ชัดเจนว่าตัวเลขนักท่องเที่ยว ปี ๒๕๕๐ เดือนเมษายน ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๕๑ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๕๒ นี่เฉพาะเดือนเมษายนมีตัวเลขลดลงมา ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมไปดูเหตุผลก็คือว่าปี ๒๕๕๒ มันมีเหตุการณ์ชุมนุมเหมือนกัน จึงทําให้นักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งความจริงแล้วเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ว่าปี ๒๕๕๒ ลดลง เพราะฉะนั้นในผลกระทบอันนี้ ผมก็ดู ตัวเลขต่อไปอีกครับท่านประธานว่าในปี ๒๕๕๒ นี่กว่าจะมาสู่สถานะที่ภาษาอังกฤษเรียก สเตเบิล (Stable) คือมั่นคง แล้วก็พัฒนาคืนมามากขึ้นนี่ใช้เวลาประมาณ ๖ เดือนครับ ปี ๒๕๕๒ เดือนพฤษภาคมลดลงมาอีกเป็น ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน เดือนมิถุนายนเป็น ๙๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็มาเริ่มเพิ่มขึ้นเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม แล้วก็ เดือนธันวาคมปีที่แล้วนี่เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวสูงสุด ถ้าผมจําตัวเลขไม่ผิดนี่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนในเดือนธันวาคม เปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวทั้งปีของประเทศไทย ประมาณ ๑๔ ล้านคน ๑๕ ล้านคนนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในเรื่องที่กระทบ ความเชื่อมั่น ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นภาคที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ผมอยากจะถามคําถาม ท่านว่าท่านประมาณการ ท่านมีข้อมูลในเรื่องความเสียหายจากการชุมนุมที่มีผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยวหรือไม่ อย่างไรนะครับ และเสียหายไปเท่าไร
คําถามที่ ๓ ก็คือว่าท่านจะมีมาตรการอย่างไรนะครับ ซึ่งต้องยอมรับว่า มันต้องใช้เวลา ใช้นโยบายในการขับเคลื่อน ใช้เงินงบประมาณที่จะกลับมาดีเหมือนเดิมนี่ ท่านจะมีมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาจากการชุมนุมกลับมาดีเหมือนเดิม ภายใต้มาตรการอะไร ระยะเวลาเท่าไร แล้วก็ใช้เงินงบประมาณอย่างไร กราบขอบพระคุณครับ
เชิญ ฯพณฯ ตอบครับ
ขอบคุณท่านสมาชิกครับ คําถามนี้มีตัวเลขเยอะครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย คําถาม คราวก่อนนั้นเป็นคําถามซึ่งมันค่อนข้างจะไม่มีหลักอะไรที่แน่นอนเพราะยังไม่เคยทํา แผนพัฒนาแห่งชาติขึ้นมา ที่ท่านได้บอกมาเอาเฉพาะ ๓ เดือนแรกนี่ก่อน ๓ เดือนแรก ปี ๒๕๕๓ เปรียบเทียบปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๑ เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๑ เอาเฉพาะจํานวน ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทย ๓๐ ด่านนะครับ ไม่ใช่ด่านสุวรรณภูมิด่านเดียว เอา ๓๐ ด่านทั่วประเทศ เดือนมกราคมนี้จะมีตัวเลข ๑,๔๓๗,๖๘๖ คน ในปี ๒๕๕๒ นี่ ๑,๒๖๙,๙๗๘ คน ซึ่งเป็นปีที่เรามีการปิดสนามบิน มีวิกฤติต่าง ๆ ที่พัทยา แต่ว่าปี ๒๕๕๓ เฉพาะเดือนมกราคม ๒๕๕๓ นี่นะครับ ๑,๖๐๔,๑๗๙ คน เดือนมกราคมนี่มากกว่า ทั้ง ๒ ปีเลยนะครับ เดือนมกราคมปีที่แล้วนี่เอง ปี ๒๕๕๓ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์นี่ ก็มากกว่า ปี ๒๕๕๒ ๒๖.๓๒ เปอร์เซ็นต์ มากกว่าปี ๒๕๕๑ ๑๑.๕๘ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวตัวเลขนี่ผมจะ มอบให้ เดือนกุมภาพันธ์นะครับ เอาเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๑ นี่ ๑,๔๘๑,๔๕๘ คน ปี ๒๕๕๒ ๑,๑๓๘,๒๒๐ คน แต่ปี ๒๕๕๓ เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์นี่ ๑,๖๑๔,๘๔๔ คน มากกว่าทั้ง ๒ ปี ทั้งปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ เทียบเดือนต่อเดือน มาดูเดือนมีนาคม เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๑ นะครับ ๑,๔๐๗,๖๔๙ คน ปี ๒๕๕๒ ๑,๒๓๗,๑๓๔ คน ปี ๒๕๕๓ นี่ ๑,๓๔๓,๐๕๗ คน ปี ๒๕๕๓ เดือนมีนาคมนี่มากกว่าปี ๒๕๕๒ แต่ว่าน้อยกว่า เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๑ ประมาณไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน รวมสรุปแล้วตัวเลข ๓ เดือน เทียบ ๓ ปี ปี ๒๕๕๑ นี่ ๔,๓๒๖,๗๙๓ คน ปี ๒๕๕๒ นี่ ๓,๖๔๕,๓๓๐ คน ปี ๒๕๕๓ นี่ ๔,๕๖๒,๐๘๐ คน สรุปแล้ว ๓ เดือนแรก เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมนี่ ปี ๒๕๕๓ ยังมากกว่า ๒ ปีที่แล้วเลยครับ เฉพาะตัวเลขนักท่องเที่ยวนะครับ ทีนี้มาดูรายได้ รายได้สรุป ๓ เดือนนะเทียบกัน ๓ ปีนะครับ ปี ๒๕๕๑ รายได้ ๓ เดือน รวมกันแล้ว ๑๘๘,๑๖๖.๕๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ ๑๓๗,๙๔๒.๕๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑๗๘,๓๓๒.๕๘ ล้านบาท เหตุที่ทั้ง ๆ ที่ปี ๒๕๕๓ นี่นะครับจํานวนนักท่องเที่ยวมากกว่า ปี ๒๕๕๑ แต่รายได้กลับลดน้อยกว่าปี ๒๕๕๑ เหตุผลก็เพราะว่าคนบางประเทศนี่การใช้จ่าย มันไม่เท่ากัน จํานวนมากก็อาจจะเป็นจํานวนประเทศที่ใช้จ่ายน้อยกว่าอีกประเทศหนึ่ง ปี ๒๕๕๑ อาจจะประเทศที่ใช้จ่ายกระเป๋ำหนัก ๆ มาจ่ายมาก ดังนั้นตัวเลขถึงแม้ว่า จะน้อยแต่เงินที่เขาใช้จ่ายในประเทศมันอาจจะมากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ๓ เดือนนะครับ มาดูเดือนเมษายน ผมไม่ทราบว่าท่านเอาตัวเลขเดือนเมษายนมาจากไหนนะครับ ทั้งเดือนเมษายนยังไม่ได้นะครับ ทั้งเดือนเมษายนสุทธิยังไม่ออกมาเอาแค่ว่าวันที่ ๑-๓ เมษายน จํานวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามานี้ยังสูงกว่าปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ วันที่ ๔-๖ นี่ตํ่ากว่า ปี ๒๕๕๑ และ ปี ๒๕๕๒ วันที่ ๗-๘ อันนี้ดีขึ้นหน่อยแต่ยังดีกว่าปี ๒๕๕๑ วันที่ ๙-๑๘ อันนี้ตกไปหน่อยตกไปกว่าทั้ง ๒ ปี แล้วจากวันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ วันที่ ๒๐ ลงมาเลยอันนี้ ลดลงมา เมื่อวานนี้ตัวเลขลงมาเหลือแค่ ๑๗,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ดังนั้นในช่วงจาก วันที่ ๑๘ ลงมานักท่องเที่ยววัดเฉพาะสุวรรณภูมินะครับ เพราะตัวเลข ๓๐ ด่านนี้ยังไม่ได้เอา ได้เฉพาะด่านสุวรรณภูมิอย่างเดียวนี่ตัวเลขทั้งหมดมาตกเอาตั้งแต่วันที่ ๑๘ ลงไป ส่วนผลกระทบเรื่องรายได้ความเสียหายถ้ามองในเชิงตัวเลขสถิตินักท่องเที่ยวแล้วกับ รายได้ที่เข้าสู่ประเทศไทยเราก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตินักนะครับดูจากตัวเลข ๓ เดือนที่แล้วมานี้ แล้วก็ต้นเดือนเมษายนถึง ๑๘ วันก็ยังไม่ถึงกับวิกฤติ แต่ผลกระทบในเชิงผู้ประกอบการ การค้าและทางจิตวิทยา เพราะว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้วต้องไปสร้างความเชื่อมั่น ในต่างประเทศอีก ปีที่แล้วมีเรื่องปิดสนามบิน มีเรื่องพัทยา ต้องไปสร้างความเชื่อมั่น ให้ตลอด ๖ เดือนเต็ม ๆ ต้องวิ่งไปเป็นจําเลยให้เขาซักถามต่าง ๆ จนกระทั่งในช่วงสุดท้าย วิกฤติถึงได้ฟื้นฟูขึ้นมาได้ มาตรการที่รัฐบาลได้ทําไปนั้นมีอยู่หลายอันที่ได้ช่วย อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของวีซ่า ฟี (Visa fee) วีซ่าฟีนี้ช่วยทําให้เราฟื้นฟูนักท่องเที่ยวกลับมาสู่ ประเทศไทยเราได้อย่างมากทีเดียว แล้วอันที่ ๒ ก็คือแลนดิ้งและปาร์กกิ้ง ฟี (Landing & Parking fee) ก็เลยดึงดูดให้พวกสายการบินต่าง ๆ เขาวิ่งชาร์เตอร์ ไฟลท์ (Charter flight) ทางภาคใต้นี้มีโอกาสมากที่สุดเป็นภาคที่ได้เปรียบมากที่สุดมีทั้งทะเลมีทั้งแดด ดังนั้น คนก็หนีมลภาวะจากส่วนกลางไปสู่ภาคใต้ อินชัวรันซ์ (Insurance) นี่นะครับ การประกันภัย นักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าสู่ประเทศไทยคนละ ๑๐,๐๐๐ เหรียญได้ผลมากทีเดียว เพราะว่า ในตอนเกิดวิกฤติปิดสนามบินก็ดี เรื่องพัทยาก็ดีนี่มันทําให้ประกันภัยในต่างประเทศ ไม่ยอมประกันภัยให้ผู้ประกอบการของต่างประเทศที่จะพาคนเข้าประเทศไทย เขาไม่ยอม รับประกัน ผมก็เลยได้ความคิดขึ้นมาก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราประกันเองสิก็หมดเรื่อง การประกันภัย ๑๐,๐๐๐ เหรียญจึงได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว แล้วได้ช่วยกู้วิกฤติฟื้นตัวขึ้นมา ตัวเลขเรานึกว่าจะได้แค่ ๑๐ ล้านบาท พูดกันมาแต่ ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท สุดท้าย ออกมา ๑๔.๑ ล้านบาทปลายปี ก็ใกล้เคียงกับปีที่แล้วตกตํ่าไม่มากเท่าไร แล้วเรายังให้ เงินกู้ผู้ประกอบการ ๕,๐๐๐ ล้านบาทตอนนี้เงินหมดแล้วผมกําลังจะทําเรื่องเสนอ ขอวงเงินอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาทให้ ครม. เพื่อช่วยผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ ย่อย ๆ เอสเอ็มอี (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเรามีการช่วยเหลือพวกบริษัทต่าง ๆ กระตุ้นให้มีการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น บริษัทไหน หรือเอกชนไหนที่พาพนักงานไปสัมมนาก็ดี ไปดูงานก็ดี ไปอบรมก็ดี มีค่าใช้จ่ายเท่าไร สามารถเอามาหักภาษีปลายปีได้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้น อันนี้ก็ช่วยทําให้มีการกระตุ้น การท่องเที่ยวในประเทศได้สูงขึ้นปีที่แล้ว แล้วก็ได้ต่ออายุไปแล้วนะครับไปถึงปี ๒๕๕๔ ๓๑ มีนาคม ปี ๒๕๕๔ เรื่องอุทยานก็เหมือนกัน อันนี้ก็ดึงดูดพวกผู้ประกอบการพอสมควร ลดค่าเข้าอุทยานให้เขา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พวกชาร์เตอร์ ไฟลท์ นี่เราเปิดโอกาสให้ไปลง จังหวัดต่าง ๆ ได้มากขึ้น เรื่องผู้ประกอบการ ๘๐ บาทต่อห้อง ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ก็ได้ช่วย พวกโรงแรมไป แล้วการกระตุ้นด้วยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปีที่แล้วนี่จัดกิจกรรม มากเหลือเกินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างประเทศต้องไปโรด โชว์ (Road show) พาผู้ประกอบการทางพัทยา ทางท้องถิ่น ทางจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา อําเภอหาดใหญ่ ไปต่างประเทศ เสร็จแล้วก็ไปตั้งโต๊ะคุยกับผู้ประกอบการต่างประเทศ สุดท้ายก็ได้เซ็นสัญญา อะไรต่ออะไรกันมามากมายปลายปี ๒๕๕๒ จึงได้ฟื้นขึ้นมาได้อย่างดีพอสมควรทีเดียว ดังนั้นจากมาตรการฟื้นฟูต่าง ๆ เหล่านี้ ครม. ได้อนุมัติให้ต่อไปถึงวันที่ ๓๑ เดือนมีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา หมดเอาตอนนั้น โดยสรุปค่าเสียหายผลกระทบต่ออันนี้ ถ้ามอง ผมคิดแต่เฉพาะเรื่องตัวเลขของนักท่องเที่ยว แต่ถ้าตัวเลขผลกระทบต่อการที่ว่า บริษัททัวร์ (Tour) ต่าง ๆ พอได้รับข่าวเรื่องวิกฤติก็ระงับบ้าง อะไรบ้าง อันนี้เป็นเรื่องที่จะ ต้องไปกระตุ้นกันในต่างประเทศอีก ททท. ก็คงจะทําหน้าที่หนัก แล้วทางกระทรวง ก็คงจะทําหน้าที่หนักอีกรอบหนึ่งเพื่อไปสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ ก็คิดว่าตัวเลขที่ปีกลายตั้งเป้ำไว้ ๑๔ ล้านบาท สุดท้ายก็ออกมาได้ ๑๔.๑ ล้านบาท ปีนี้ได้ตั้งเป้ำ ๑๕.๕ ล้านบาท ๑๕.๕ ล้านบาทถึง ๑๖ ล้านบาท ก็คิดว่า จะพยายามทําให้ได้เป้ำนะครับ แม้ว่าจะมีวิกฤติเกิดขึ้นขณะนี้ก็ตามที แต่มาตรการ ที่รัฐบาลได้มอบให้นี่ก็เป็นมาตรการที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายก่ายกองหรอกนะครับ ก็เป็นมาตรการจูงใจทําให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสู่ประเทศไทยได้มากพอสมควร ก็คิดว่า เหตุการณ์คราวนี้แต่ถ้าเทียบกับเมื่อปิดสนามบินกับเมื่อพัทยาแล้ว ผมไม่อยากตอบครับ อันนี้ ตอบไปเดี๋ยวหาว่าเป็นเสื้อแดง คือว่ามันไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับเรื่องปิดสนามบิน ไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับว่านายกรัฐมนตรีเขาต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเอาตัวรอดที่พัทยา มันไม่ร้ายแรงเท่านั้น แต่มันกระทบกระเทือนธุรกิจมาก และทางจิตวิทยากระเทือนมาก อันนี้คิดว่าจากมาตรการต่าง ๆ ที่ทําไปเมื่อปีที่แล้วมันน่าจะเอามาใช้ปีนี้ได้เพื่อจะกู้วิกฤติ และฟื้นฟู ๒๖ สํานักงาน ททท. ที่มีอยู่ต่างประเทศผมได้ให้นโยบายไปเรียบร้อยแล้วว่า จะใช้ระบบฮาร์ด เซล (Hard sale) ฮาร์ด เซลมากกว่าซอฟต์ เซล (Soft sale) ฮาร์ด เซล ก็คือว่าจับมือสายการบิน จับมือกับบริษัทท่องเที่ยวทุกประเทศ โดยเฉพาะปีนี้จะเน้น ในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเน้นไปทางอาหรับมาก ประเทศอินเดีย จะเน้นไปทาง พวกนั้น จะกระตุ้นให้มาก เพราะพวกนี้ใช้จ่ายสูงมาก และมาทีหนึ่งเป็นครอบครัว ตกลง ก็จะเบนไปทางนั้น ส่วนประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศที่ค่อนข้าง ที่จะเชื่อประเทศไทยเราพอสมควร คงไม่ตกตํ่าถึงขนาด ส่วนประเทศจีนนี่เซนซิทีฟว (Sensitive) ทางจิตวิทยามาก ต้องไปพบเขาแล้วก็ไปคุยกับเขาตัวต่อตัวมันถึงจะสร้าง ความเชื่อมั่นได้ ส่วนทางสแกนดิเนเวีย อันนี้ผมไปเรียบร้อยแล้ว ไปตกลงอะไรกัน เรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้ตกใจ เพราะสแกนดิเนเวียนี่เขาไปทางภาคใต้ เขาไม่ได้มา กรุงเทพมหานคร วิกฤติของเราเกิดเฉพาะกรุงเทพมหานคร แต่จิตวิทยามันกระทบกระเทือน เหมือนกัน แต่ตัวนักท่องเที่ยวเขาจะไปทางภาคใต้กันเป็นส่วนใหญ่ คราวที่แล้วเขาหนีหนาว เวลาเขาหนีหนาวเขาต้องการ ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ คือแดด และอย่างที่ ๒ ก็คือทะเล ดังนั้นกรุงเทพมหานครไม่มีทะเลให้เขา เขาก็หนีไปทางภาคใต้ ไปเกาะสมุย จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ ไปทางโน้นหมด ดังนั้นตัวเลขอย่างที่อําเภอหาดใหญ่เวลานี้ โรงแรมนี่โอเวอร์บุค (Overbook) เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และ ททท. ไปจัดนิทรรศการ โคมไฟฮาร์บิน (Harbin) ขึ้นมาอีกยาวมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ก็เลยทําให้เรียก นักท่องเที่ยวได้มาก นักท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียเขามามาก ปี ที่แล้วมา ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่า ก็อยากจะกราบเรียนครับว่าจะพยายามฟื้นฟูด้วยมาตรการที่มีอยู่แล้ว และที่ไปใช้ในปีที่แล้ว ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ทรงตัวเลขให้ได้ตามที่ ททท. ได้ตั้งเป้ำไว้ ๑๕.๕ ล้านคน สิ้นปี ๒๕๕๓ นี้นะครับ ปีที่แล้วได้ ๑๔.๑ ล้านคน เราก็เขยิบขึ้นมาด้วยมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็ไม่ได้เป็นการว่าถ้าประกาศตัวเลขไปแล้วจะต้องทําให้ได้ มันเป็นภาคบังคับ ที่ให้ทุกส่วนราชการจะต้องทําให้ได้เท่านั้นเอง ส่วนจะได้ไม่ได้นั้นก็แล้วแต่สถานการณ์ เป็นต้นไป ก็อยากจะกราบเรียนตัวเลขอันนี้ ส่วนการประเมินปีที่แล้วนี่ผมมีเปเปอร์ (Paper) ประเมินให้ดู เดี๋ยวจะส่งให้ท่าน ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวปีที่แล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ก็จบนะครับ ผมว่า ก็วนเวียนอยู่เดิมนี่ ฝากก็แล้วกันครับ ฝากให้ท่านทําไป
ท่านประธานที่เคารพ ผมจะฝากนิดเดียว ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมี ๒ ประเด็นครับ เรื่องการไปฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่ต่างประเทศนี่ครับ ท่านจะต้องเอา องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างร่วมมือกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการพวกนี้เขาจะมีศักยภาพ มีประสบการณ์นะครับ ผมอยากจะฝากท่านว่า เรื่องนี้สําคัญครับ ท่านต้องดึงเอาศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งหมดที่มีอยู่ ในการท่องเที่ยวไปฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างประเทศให้กลับมานะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าสิ่งที่ท่านมี แผนที่ท่านพร้อม เงินงบประมาณที่ท่านมี นี่นะครับ ท่านต้องเตรียมความพร้ อมเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะว่าทําอย่างไรก็ได้ ให้สถานการณ์การท่องเที่ยว ตัวเลขนักท่องเที่ยวมันกลับมาสู่สภาวะปกติให้ได้ แล้วมัน ก็จะมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเป็นลําดับ ๆ ตามที่เคยมีสถิติมานะครับ ก็ฝาก ๒ เรื่องนี้
เรื่องสุดท้ายครับ ผมคิดว่าการไปสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ สําหรับผม ผมคิดว่ามันเสี่ยงแล้วก็ไม่จําเป็น และลงทุนสูงครับ ผมอยากให้ท่านนําเงินงบประมาณที่มีอยู่ อยู่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานี่ไปจัดอีเวนท์ แต่ว่าที่สําคัญที่สุดคือท่านต้องไป รักษาแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติเดิมที่มีอยู่นี่ให้มีศักยภาพเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวนะครับ เพราะว่าแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่มันมีศักยภาพอยู่แล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ
รับฝากไปก็แล้วกันครับ ท่านรัฐมนตรี
คือแหล่งท่องเที่ยวใหม่นี่เมื่อกี้ผมลืมตอบ ไม่ได้ไปเน้นเลยนะครับตอนนี้ เพราะไม่มีเงิน ขอไปเท่าไรเขาก็ไม่ให้ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างรอยัล โคสท์วิ่งไปทางภาคใต้ทั้งหมดเลย นี่ขอไปเอสพี ๒ กับ ครม. ก็ยังไม่ได้เท่าไรเลยนะครับ มันเป็นการพัฒนาที่จะยาวไปทีเดียว แต่ก็จะพยายามครับ แหล่งท่องเที่ยวใหม่นี่ก็ทราบดี แต่ต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่มีคุณค่าจริง ๆ นะครับ ถ้าไม่มีคุณค่าเราก็ไม่พัฒนาหรอกครับ ของเก่าพัฒนาซ่อมแซม ให้ดีขึ้น อย่างห้องนํ้าในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ำ และพันธุ์พืชนี่จัดเงินให้แล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไม่มีแบบให้ก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ผู้ประกอบการนี่ ไปเป็นประจําเลยนะครับ นายกเมืองพัทยา เมืองชลบุรีนี่ไปทุกรายการ ไม่ว่าเอพีเอ็ม (APM) ไม่ว่าไอทีบี (ITB) ไม่ว่าที่ประเทศอังกฤษ ย่อยอย่างไรไปหมดเลย จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดสงขลา อําเภอหาดใหญ่ไปหมดเลย แต่จังหวัดระยองไม่ค่อยเห็นเท่าไร เห็นอยู่ ครั้งเดียวที่จังหวัดระยอง นอกนั้นไปหมดครับ เพราะเป็นโอกาสดีเราลดราคาให้ จัดบูธ (Booth) ให้หมดเลย และทุกคนไปเซ็นสัญญากัน เราลดราคาให้นะครับ ค่าบูธเราซื้อมา ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ลดให้เหลือ ๖๐,๐๐๐ บาท เสร็จแล้วเวลาไปเซ็นสัญญากัน ได้เช็คมาเป็นร้อย ๆ ล้านบาทนี่ไม่เคยบอกผมเลย
ขอบพระคุณครับ ท่านรัฐมนตรี
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๕ เรื่อง การผ่อนปรนการทําหนังสือ คํ้าประกันงานโครงการไทยเข้มแข็ง (นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี
ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ คือให้รัฐมนตรีพฤฒิชัยเป็นผู้ตอบ เป็นผู้ทํางานนี้โดยตรง เชิญเจ้าของกระทู้ถาม ถามได้ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานคะ ดิฉันได้ยื่นกระทู้ถามทั่วไปนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เพิ่งได้เข้ามาในสภาในวันนี้ เรื่องการผ่อนปรนการทําหนังสือคํ้าประกันงาน โครงการไทยเข้มแข็ง จากการที่รัฐบาลมีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณ ด้านการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานซึ่งมีอยู่ตามกระทรวงต่าง ๆ นั้น ดิฉันได้เห็นว่าโครงการไทยเข้มแข็งนี้มีประโยชน์กับทางกลุ่มประชาชนทั้งประเทศได้ คําว่า กระตุ้นเศรษฐกิจนี้ ดิฉันเห็นว่าปีนี้เป็นปีที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีเนื่องจากที่เราได้รับ การกู้เงินจากโครงการไทยเข้มแข็ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้กระจายลงไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ทุก ๆ พื้นที่ไม่ว่าจะด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ เพียงแต่ว่าการที่จะช่วยเหลือในโครงการ กระตุ้นเศรษฐกิจนี้งบประมาณเงินที่กู้มานั้นถ้าสามารถจะช่วยได้ก็ควรจะให้ช่วยได้ทั่ว ๆ ถึง ๆ และให้ช่วยได้ถึงตั้งแต่ยอดจนถึงราก ในกระทู้ถามที่ดิฉันถามมานี้เนื่องจากที่รัฐบาล บอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็มีโครงการไทยเข้มแข็งเรื่องโครงการก่อสร้างพื้นฐาน เนื่องจาก ๒ ปีก่อนนั้น ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ อย่างนี้ ปี ๒๕๕๒ รัฐบาลของเราไม่ได้กู้เงินมา แล้วก็ทําให้เศรษฐกิจเนื่องจากการที่มีการประท้วงเกิดขึ้นไม่ว่าจะเสื้อสีไหน ๆ ออกมา ตามพื้นที่แต่ละพื้นที่ทําให้เศรษฐกิจของบ้านเรานั้นตกลงไปเยอะ ทีนี้ในกรณีโครงการ ไทยเข้มแข็งนี้ได้ออกมาในการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของโครงการก่อสร้างโครงสร้าง พื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบไฟฟ้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบถนนหนทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องโครงการถนนไร้ฝุ่นและชลประทานเพื่อที่จะได้สามารถใช้นํ้าได้ในด้านการเกษตร โครงการเหล่านี้ได้ออกมาในโครงการไทยเข้มแข็งนี้เยอะมาก ทีนี้รัฐบาลก็บอกว่าอยากจะ ช่วยเหลือกลุ่มผู้รับเหมาที่รับงาน เพราะโครงการไทยเข้มแข็งแม้ว่าจะมีโครงการขุดลอกเอย ทําชลประทานเอย ทําถนนหนทางอะไรต่าง ๆ เอย จําเป็นอย่างยิ่งจะต้องเป็นการประกาศ จัดซื้อจัดจ้างให้ผู้รับเหมามาดําเนินการก่อสร้างเพื่อจะให้ได้เกิดผลในงบประมาณเม็ดเงิน ทุก ๆ เม็ดที่ลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ นั้นนะคะ ทีนี้ในกรณีที่ทางรัฐบาลได้ประกาศออกไปว่า จะช่วยเหลือกลุ่มผู้รับเหมา ผู้รับเหมานี้เฮไปทั้งประเทศเลยค่ะเพราะว่า ๒-๓ ปีก่อนนั้น ไม่เคยได้งบประมาณในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้ ประชาชนในพื้นที่ก็ดีใจนะคะ ดีใจที่จะได้ถนนลาดยางมาใช้ ถนนคอนกรีตมาใช้ แล้วก็โครงการชลประทานนั้นได้ใช้นํ้าด้วย ขุดลอกหนองนํ้าอะไรต่าง ๆ ทีนี้เมื่อมีการประกาศประกวดราคาขึ้นมาผู้รับเหมาจําเป็น อย่างยิ่งในท้ายประกาศนั้นมีการกําหนดว่าจะต้องทําคํ้าประกันซองเพื่อจะประกวดราคา ไม่ว่าจะเป็นการสอบราคาหรือไม่ว่าจะเป็นการประกวดราคา ประกวดราคาจ้าง สอบราคาจ้างจากยอดวงเงินตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปจนถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จนถึง ๒๐๐ ล้านบาทขึ้นไปอย่างนี้ ถ้าเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปก็เป็นการประกวดราคา แต่ในส่วนของสอบราคาจาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทลงมานี้ก็เป็นการสอบราคา ในการสอบราคา อย่างไร ๆ ก็คงจะต้องใช้คํ้าประกันซอง แล้วก็จะมีคํ้าประกันสัญญา แต่ในการประกาศ ของทางรัฐบาลบอกว่าจะช่วยเหลือกลุ่มผู้รับเหมาในการทําคํ้าประกันซอง ๑ วันทําการเสร็จ ในการทําคํ้าประกันสัญญา ๓ วันทําการเสร็จ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ไปเป็นวงเงิน คํ้าประกัน เนื่องจากว่าการทําวงเงินคํ้าประกันซองและคํ้าประกันสัญญานี้จําเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้รับเหมาต่าง ๆ หรือผู้ประกอบการทั้งสิ้นนั้นจะต้องไปจัดทําวงเงินที่ธนาคารพาณิชย์ ต่าง ๆ เพื่อที่จะให้มีวงเงินในการที่จะทําเป็นหนังสือคํ้าประกันซอง คํ้าประกันสัญญา จึงจะสามารถประกวดราคาได้และจึงจะสามารถทําสัญญาจ้างงานได้ในวงเงิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี้ ก็ต้องใช้เงินคือ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้า ๒๐ ล้านบาทนี้ ก็ต้องใช้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้นะคะเป็นส่วนที่ดิฉันว่าผู้รับเหมานั้นต่างดีใจ คําว่าไม่ต้องใช้หลักทรัพย์นั้นไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ไปคํ้าประกัน นี่ก็ดีใจไป ๑ ยอดแล้ว กลุ่มผู้รับเหมาต่าง ๆ นั้นก็ได้พากันเข้าไปที่ธนาคารแล้วก็ยื่นคําประกาศเพื่อจะ ประกวดราคา เพราะก่อนที่จะได้ทําคํ้าประกันซองนั้นทางราชการจะต้องประกาศออกมาก่อน และกําหนดวันที่ที่จะให้ผู้รับเหมานั้นไปยื่นซอง ทีนี้ในกรณีที่ก่อนที่จะไปยื่นซองนั้นทางผู้รับเหมาจะต้องไปที่ธนาคารเพื่อที่จะต้องทํา หนังสือคํ้าประกันหรือไม่อย่างนั้นก็จะต้องนําเงินสดมาคํ้าประกันซองเพื่อที่จะได้เข้าสู่ กระบวนการประกวดราคานะคะ ทีนี้ทางกลุ่มผู้รับเหมาได้เข้าไปที่ธนาคารกรุงไทย เนื่องจากว่าทางรัฐบาลบอกว่าธนาคารกรุงไทยจะสามารถทําคํ้าประกันซองให้ได้ ทําคํ้าประกันซองให้ได้ภายใน ๑ วัน ทางผู้รับเหมาได้เข้าไปที่ธนาคารกรุงไทยแต่ละสาขา ได้ยื่นหนังสือเข้าไปว่าจะขอทําคํ้าประกันซองเพื่อที่จะเข้าเป็นผู้ที่จะรับการประกวดราคา ในครั้งนั้น ทีนี้ในส่วนของธนาคารบอกว่าท่านจะต้องนําเอกสารมาประกอบการทําหนังสือ คํ้าประกัน ในเอกสารนั้นระเบียบได้บอกว่าเป็นระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กําหนดให้ธนาคารกรุงไทยแจ้งให้กับผู้รับเหมาที่ไปทําคํ้าประกันนั้น ๑. งบดุลการเงิน ของบริษัทนั้น ๆ จะต้องไม่ขาดทุน ๓ ปีย้อนหลังนะคะ ๓ ปีย้อนหลัง ๒. จะต้องไม่เป็น ผู้ที่ปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร คําว่าปรับโครงสร้างหนี้นี้ดิฉันอยากจะขออธิบาย เล็กน้อยเพื่อที่จะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบให้ดิฉันทราบและเข้าใจในส่วนนี้ ในกรณีคําว่า ปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ผ่อนปรนให้กับกลุ่มผู้ที่เปิดวงเงินกู้ กับธนาคารในการปรับโครงสร้างหนี้ว่าท่านไม่สามารถที่จะจ่ายเงินให้กับธนาคารได้ ธนาคาร ก็ผ่อนปรนโดยการทําสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ให้ท่านผ่อนจ่ายทั้งต้นและทั้งดอกเบี้ยนั้น ภายในกี่ปี ๆ แล้วก็ให้ชําระเป็นแต่ละเดือน นี่คือเป็นการผ่อนปรนแล้ว เพื่อที่จะช่วยเหลือ ผู้ที่ทํางานไม่มีหรอกค่ะที่จะกําไรไปทุก ๆ คน ทุก ๆ คนมีค่ะฆ่ากันเลยค่ะ มีทั้งกําไร และขาดทุน แต่ในกรณีขาดทุนนั้นได้รับการผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในระเบียบบอกว่าสามารถมาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารได้ ซึ่งจะสามารถใช้เงิน หมุนเวียนในวงเงินที่นําหลักทรัพย์ไปคํ้าประกันในธนาคารได้อย่างนี้ค่ะ ทีนี้ในข้อ ๒ ที่ระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่าจะต้องไม่เป็นบุคคลที่เข้าสู่กระบวนการ เซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ แล้วข้อ ๓ นั้นก็คงจะไม่มีผลกระทบต่อผู้รับจ้างมากเท่าไร เพราะเขาเหล่านั้นจะต้องมีผลงาน และข้อ ๔ จะต้องจดทะเบียนการขึ้นทะเบียน เป็นผู้รับจ้างอย่างนี้ค่ะ มี ๖ ข้อ ดิฉันก็คงจะขอชี้แจงแค่ ๒ ข้อว่าในกรณีนโยบายของรัฐบาล ที่จะช่วยเหลือผู้รับเหมาทําไมจะต้องให้ทางธนาคารกรุงไทยอิงระเบียบ
ผู้ถามกระทู้ถามครับ ผมว่า
กําลังจะเข้าสู่คําถามแรกค่ะ ท่านประธาน
ผมว่าไม่ต้องเอา รายละเอียดถึงขนาดนั้น เราจะตั้งคําถามของเราว่าเป็นการผ่อนปรนการทําหนังสือ คํ้าประกันงานโครงการไทยเข้มแข็ง การคํ้าประกัน ส่วนรายละเอียดนั้นรัฐมนตรีเป็นคนตอบ เราตอบเขาเสร็จหมด ไม่ต้องถามก็ได้
ก็พอดีในคําถามนั้นไม่ใช่ว่าจะ ให้ท่านรัฐมนตรีตอบเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ แต่เพียงคําถามที่ดิฉันอยากจะสอบถาม ท่านรัฐมนตรีว่าในระเบียบที่ท่านให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นกําหนดออกมา ให้ผู้รับเหมานั้นทําตามระเบียบนี้
ดิฉันจึงได้ถามคําถามแรกนะคะว่าในระเบียบที่กําหนดดังกล่าวนั้น รัฐบาล จะยกเลิกกฎเหล็กในกรณีเป็นบริษัทปรับโครงสร้างหนี้และงบดุลไม่ขาดทุนได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ในเหตุผลต่าง ๆ ที่ดิฉันได้ชี้แจงไปเมื่อกี้นะคะ เพราะว่า โครงการไทยเข้มแข็งนี้เงินงบออกมามากนัก เหลือค่ะ
มีกี่คําถาม ถามให้เสร็จ ทีเดียวเลยครับ มีกี่คําถาม มีคําถามที่ ๒ ด้วย คําถามที่ ๓ ให้มันเสร็จไปเลยครับ
คําถามที่ ๒ นั้น มันไม่เหมือน คําถามแรกค่ะท่านประธาน ก็เลยอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีตอบคําถามแรกเสียก่อน แล้วคําถามที่ ๒ นั้น
คุณถาม ๑ ๒ ๓ ไป เขาจะ ได้ตอบเพราะว่าข้อ ๑๖๓ ข้อบังคับมันเขียนว่าคุณจะถามได้ครั้งเดียว ฉะนั้นคุณต้องดู ข้อบังคับด้วยนะครับ
ได้ ๓ ครั้งค่ะประธาน เมื่อกี้ก็เห็น ๒ ท่านถามตั้ง ๓ ครั้ง
นั่นคือประธานอนุญาต อันนี้เห็นว่าคุณเข้าใจดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องอนุญาตก็ได้ คุณก็ถามไปทั้ง ๓ ข้อ
ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องขอ ท่านประธานนะคะว่าถ้าจะถามใน ๓ ข้อนี้มวลรวมเดียวกันเลย ดิฉันก็จะอ้างเหตุผล ใน ๓ ข้อเลยได้ไหมคะท่านประธาน หรือจะให้ทางดิฉันถาม
ถามทั้ง ๓ ข้อไปเลย
ถามเลยทั้ง ๓ ข้อ แต่ต้อง ขออนุญาตท่านประธานว่า
ถามเลย สงสัยตรงไหน อะไร อย่างไร ตอบไม่ชัดก็ถามอีกได้ ประธานจะอนุญาต
ถ้าอย่างนั้นในข้อแรกนี้ที่ดิฉัน ได้ถามท่านรัฐมนตรีว่าระเบียบที่กําหนดดังกล่าวนี้รัฐบาลจะยกเลิกกฎเหล็กในกรณี เป็นบริษัทปรับโครงสร้างหนี้และงบดุลไม่ขาดดุลได้หรือไม่ อย่างไร ในข้อคําถามข้อแรก
ทีนี้ในคําถามข้อสองนั้นดิฉันจะขอถามท่านรัฐมนตรีว่าในประกาศของ ราชการที่มีข้อกําหนดเบิกเงินการทํางานล่วงหน้าจากหน่วยงานร้อยละ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของยอดเงินในสัญญานั้น โดยต้องทําหนังสือคํ้าประกันของธนาคารมาวางหลักประกันไว้ คําถามนี้เกิดจากเหตุผลที่ว่าทางรัฐบาลจะช่วยเหลือผู้รับเหมาในโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ท่านช่วยเหลือไม่หมด ท่านช่วยเหลือแค่คํ้าประกันซองและคํ้าประกันสัญญา ในกรณี ที่จะเร่งรัดให้มีคํ้าประกันซองได้เร็วคือ ๑ วัน คํ้าประกันสัญญาให้ได้เร็วก็คือ ๓ วัน แต่มันมี อีกข้อหนึ่งในประกาศของรัฐบาลในประกาศของการประกวดราคานั้นมี ๔ ข้อ แต่ดิฉัน ขอยกแค่ ๓ ข้อเท่านั้นเองว่า ๑. คํ้าประกันซอง ๒. คํ้าประกันสัญญา ๓. คํ้าประกัน เบิกเงินล่วงหน้าจากหน่วยงานที่ทําการจ้างนั้นเบิกเงินล่วงหน้าในการดําเนินการ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คือจะต้องทําหนังสือคํ้าประกันจากธนาคารมาวางไว้ที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบแล้วก็เบิกเงินจากหน่วยงานไม่ใช่เบิกเงินจากธนาคาร เบิกเงินจากหน่วยงาน ล่วงหน้าออกมาเพื่อทํางานให้เสร็จทันสัญญาจ้าง เนื่องจากว่าโครงการไทยเข้มแข็งนี้ ออกมารวดเดียวกันเลย ผู้ที่ทําถนนลาดยางคนที่ขายยางตอนนี้เพิ่มราคาขึ้นจากตั้งแต่ ๑ ตัน ๑๔,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ ๒๑,๐๐๐ บาทแล้วนะคะท่าน นี่ละค่ะเป็นการแย่งกันทํา โครงการ แต่ก็ไม่เป็นไรผู้รับเหมานั้นดีใจอยู่แล้วเพราะจะได้ทํางาน เขาจดทะเบียน การรับเหมาขึ้นมานี้ตั้งกี่ปี แต่ใน ๓ ปีก่อนนั้นไม่ค่อยมีงานที่จะให้เขาทํา แย่งกันจะตาย บริษัทที่ขายยางมะตอย บริษัทที่ขายปูนซีเมนต์ บริษัทที่ขายเหล็ก บริษัทที่ขายวัสดุก่อสร้าง ก็พากันขายไม่ได้ ราคาลดลง ลดลง ลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจก็ตกตํ่าอีกด้วย งบประมาณไม่มีในส่วนนี้มาจุนเจือให้ พอมาในครั้งนี้งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ออกมารวดเดียวกันเลย ทําให้จะต้องมีการก่อสร้าง แล้วก็เร่งรัดในโครงการไทยเข้มแข็งนี้ อีกเช่นเดียว
ไม่ใช่คําถามแล้ว มันเป็น การอภิปราย เราตั้งคําถาม
นี่คือเหตุผลในข้อ ๒ ว่าถามทาง รัฐบาลในกรณีที่จะช่วยเหลือผู้รับเหมาควรจะต้องช่วยเหลือให้มันหมดเสร็จสิ้น ในกรณี ท่านมีประกาศท้ายประกาศอยู่ว่าจะต้องทําหนังสือคํ้าประกันจากธนาคารในวงเงิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์เพื่อต้องการที่จะเบิกเงินล่วงหน้าออกมาให้ดําเนินการเพื่อให้เสร็จสิ้นให้ทัน ตามกําหนดของสัญญาว่าจ้าง แล้วในขณะนี้โครงการไทยเข้มแข็งนั้นเร่งรัดในการทํา สัญญา แล้วก็เร่งรัดในการดําเนินการ ผู้รับเหมาที่ได้รับงานมาเขาทําในเวลาเดียวกัน เขาทําได้ แต่ปัญหาตอนนี้วัตถุดิบต่าง ๆ นั้นบริษัทที่ขายไม่ว่าจะเป็นยางมะตอย ไม่ว่าจะเป็นปูนซีเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก หิน ดิน ทรายต่าง ๆ นั้นต่างขึ้นราคากันหมด เขาไม่ได้อ้างว่างบประมาณมีเยอะ แต่เขาบอกว่าเขาดีใจที่เขาขายสินค้าได้เยอะ แต่ตอนนี้เขาอ้างก็คือไปอ้างว่านํ้ามันขึ้นราคา ซึ่งนํ้ามันนี้มันขึ้นราคามานานแล้ว มันไม่ใช่ ว่าจะมาขึ้นตอนนี้ แล้วราคานํ้ามันนี่ก็ค่อย ๆ ลดลงอยู่ในขณะนี้ เป็นเหตุจากที่ว่าโครงการ ไทยเข้มแข็งนี้ดีสําหรับประชาชน ๖๓ ล้านคนนี้ และดีสําหรับผู้ที่เป็นประชาชนที่ทํา ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่ในสิ่งของที่เขาจะนํามาเป็นวัสดุการก่อสร้างนั้นขึ้นราคาพรวด ๆ อย่างนี้ ท่านจะทําให้เสร็จทันโครงการได้หรือไม่ ในกรณีที่ท่านจะช่วยเหลือ ถ้าท่านให้เขา ทําหนังสือคํ้าประกันเบิกเงินล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ออกมา เขาก็จะสามารถนําเงินตัวนี้ ไปซื้อสินค้าได้ แพงก็ไม่ว่า แต่ในส่วนของบริษัทที่ขายยางมะตอย ปูนซีเมนต์ เหล็ก หิน ดิน ทรายต่าง ๆ นี้ให้วางเงินสดนะคะท่าน ให้วางเงินสดก่อนสั่งสินค้ากี่เดือนคะ ๖ เดือน งานนี้หมดสัญญาแล้ว สัญญาจ้าง แต่ละงานนั้น ๓ เดือน ๙๐ วัน ๖๐ วัน ๒ เดือน ดิฉันจึงได้มีคําถามในข้อ ๒ ว่าในประกาศ ของราชการมีข้อกําหนดให้ผู้รับจ้างนั้นเบิกเงินล่วงหน้าจากหน่วยงานราชการ ทํางาน ล่วงหน้าจากหน่วยงานได้ร้อยละ ๑๕ ของยอดเงินในสัญญา โดยทําหนังสือคํ้าประกัน ของธนาคาร ถ้าหากว่ามีนโยบายในการช่วยเหลือและผ่อนปรนให้กับผู้รับจ้างนั้นก็ควรจะ ให้มีการทําหนังสือ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์เปิดวงเงินในธนาคาร ค่าธรรมเนียมนั้นท่านจะ ได้มากด้วย และค่าธรรมเนียมของผู้รับเหมาที่จ่ายให้กับธนาคารนั้นก็จะสามารถเป็นภาษีได้ แล้วก็เป็นภาษีให้ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ นั้นคืนเงินกู้นี้ได้ ท่านคะ หนังสือคํ้าประกันนี้ถ้าทํากับธนาคารนั้นไม่ใช่ว่าไม่มีหลักทรัพย์แล้วไม่คิดค่าธรรมเนียม ในค่าธรรมเนียมนั้นแต่ก่อนที่มีหลักทรัพย์เอาเข้าไปเป็นหลักทรัพย์วงเงินคํ้าประกัน คิดค่าธรรมเนียมใน ๑ เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินคํ้าประกัน ถ้าหากว่าไม่มีหลักทรัพย์ คํ้าประกัน คิด ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เท่าตัวเลยนะคะ เกินเท่าตัวเลย ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ท่านคะ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑ เปอร์เซ็นต์เป็น ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ค่าธรรมเนียมนี้ย่อย ๆ สําหรับผู้รับเหมา ถ้าหากว่าได้รับความกรุณาจากรัฐบาลช่วยเหลือ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่ว่า แต่เขาขอว่าให้เขาได้ทําหนังสือคํ้าประกันนี้ มาวาง พอเอาหนังสือคํ้าประกันนี้มาวาง คํ้าประกันซองนั้นก็คงกําหนดไม่เกิน ๔๕ วัน แต่คํ้าประกันสัญญานั้นต้องคํ้าประกันสัญญา รับประกันผลงานการทําสัญญา ๒ ปี บวกกับการทํางานไป ๓ เดือน
คุณวรศุลี
เป็น ๒ ปี ๓ เดือน
คุณทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๔๘ วรรคหนึ่ง การตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่ มเฟื อย วนเวียน ซํ้าซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ช่วยเอาข้อบังคับนี้ไปใช้ด้วยนะครับ เพราะว่ามันวนไป เวียนมาตลอดระยะเวลา เรื่องเดิม ๆ นะครับ ถามให้เป็นประเด็น แต่คุณพูดกินเวลาไป ร่วม ๒๐ กว่านาทีแล้วนะครับ ถามคําถามและผู้ตอบเขาจะได้ตอบถูก อย่างนี้เขาตอบ ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่ามันมากเหลือเกิน มันวนไปเวียนมา
ดิฉันจะเรียนท่านประธานว่า ดิฉันจะถามใช้เหตุผล แล้วก็ถามทีละข้อ ท่านให้ดิฉันถาม ๓ ข้อ ดิฉันก็ต้องใช้เหตุผล ทั้ง ๓ ข้อ เพราะเหตุผลมันไม่เหมือนกันนะคะ
ถามไป ๆ ผมไม่ได้ว่า แต่นี่วนเวียนซํ้าซากเรื่องเดิม ก็เรื่องสัญญานั่นแหละ คุณจะเอาอย่างไร ก็ประเด็น ถามไปเลยว่ากระทรวงการคลังจะแก้ไข งดเว้นอย่างไร อะไร ให้มันชัดไปเลย ให้เขาตอบ ไม่ใช่คุณจะต้องอธิบายล้อมไปถึงไหนก็ไม่รู้ ถึงจังหวัดมุกดาหาร
ขอบคุณมากค่ะ อย่างนั้นคําถาม ก็คือว่า ข้อ ๒ ได้ทวนอีกนะคะ ในประกาศของราชการมีข้อกําหนดเบิกเงินการทํางาน ล่วงหน้าจากหน่วยงานร้อยละ ๑๕ ของยอดเงินในสัญญา โดยต้องทําหนังสือคํ้าประกัน ของธนาคารมาวางประกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าใจความหมาย ของประกาศนี้อย่างดี จึงปรากฏข้อความในประกาศ ขอทราบว่ารัฐบาลจะช่วยโครงการ ไทยเข้มแข็ง ออกหนังสือคํ้าประกันเบิกเงินล่วงหน้าร้อยละ ๑๕ จากหน่วยงานให้ผู้รับจ้าง ได้หรือไม่ หากไม่ได้เพราะเหตุใด ขอทราบรายละเอียด นี่คือข้อ ๒ นะคะท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นดิฉันก็คงต้องถามข้อ ๓ อีกด้วยนะคะ
นี่ถูกต้องแล้ว
ในข้อ ๓ การออกหนังสือ คํ้าประกันซอง ๑ วัน และการออกหนังสือคํ้าประกัน ๓ วัน ขอทราบว่ามีผู้รับงานก่อสร้าง จํานวนกี่รายแล้วที่ได้รับบริการนี้เหตุจากข้อ ๑ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ
(รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) : กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์พฤฒิชัย ดํารงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาเป็น ผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดมุกดาหาร ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานสักเล็กน้อยนะครับ ขอเวลาสักเล็กน้อยที่จะชี้แจง ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่รับฟังอยู่ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่อยู่ที่นี่ว่าเรื่องของโครงการไทยเข้มแข้งนั้น ณ ปัจจุบันนี้ผมอยากจะลําดับ สถานการณ์ปัจจุบันให้ทราบว่าทางรัฐบาลเองเรามีความมุ่งหวังที่อยากกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระดับรากหญ้าตามที่ท่าน ส.ส. วรศุลีได้พูดถูกต้องแล้วนะครับ ปัจจุบันนี้เงินนั้น ได้ลงกระจายไปตามตําบล อําเภอ หมู่บ้าน ซึ่งในเว็บไซต์ (Web site) ของโครงการ ไทยเข้มแข็งนั้นพี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมที่จะกดเว็บไซต์โครงการไทยเข้มแข็ง ทีเคเค ๒๕๕ ดอทคอม (Tkk255.com) นี่ เพื่อที่จะได้รับทราบว่าในหมู่บ้าน ในอําเภอ ตําบลของตัวเองจะมีงานอะไรบ้าง ซึ่งอันนี้ก็เป็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมีความปรารถนาเพื่อที่ต้องการให้ทุกคนได้รับทราบข้อมูล ได้เท่าเทียมกันแล้วก็รวดเร็วทั่วถึง ตลอดจนผู้รับเหมาผู้ที่ทําการค้าขายวัสดุอุปกรณ์ ก่อสร้างจะได้เตรียมตัวได้เต็มที่ จากการจัดซื้อจัดจ้างโดยกรมบัญชีกลาง ตัวเลขที่ผ่านมา ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม จนถึง ณ ก่อนสงกรานต์นี่ก็มีการประมูลไปทั้งหมด ๑๓,๔๑๑ ครั้ง ใช้งบประมาณจริง ๆ ไป ๑๔๗,๒๗๗ ล้านบาท จากงบประมาณที่ตั้งราคากลาง ไว้ประมาณ ๑๕๗,๓๔๖ ล้านบาท นั่นคือประหยัดไปแล้วประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้เป็นเรื่องของงบก่อสร้างล้วน ๆ ตามที่ท่านสมาชิกได้มีความห่วงใยทั้งหมด ๗,๑๓๗ ครั้งที่มีการประมูลไปแล้ว เป็นเงิน ทั้งสิ้น ๑๐๓,๒๒๑ ล้านบาท นั่นแสดงให้เห็นว่า ณ ปัจจุบันนี้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถูกกระจายไปแล้วในรอบ ๔-๕ เดือน ตั้งแต่งบไทยเข้มแข็งได้ออกไป ซึ่งเราก็ทําตาม พ.ร.ก. เพราะถือว่าเป็นการเร่งด่วน สําหรับเรื่องของการอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ซึ่งทางรัฐ ได้จัดให้นอกจากเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่ต้องการให้ทั่วถึงแล้วก็รวดเร็วหรือรับทราบแล้วนี่ เรื่องของการประมูลงานนั้น ทาง ครม. ก็ได้อนุมัติระเบียบเพิ่มเติม สํานักนายกรัฐมนตรี ในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะทําให้เวลาในการประมูลอีออคชัน (e-Auction) จากเดิม ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างมากคือ ๘๕ วัน ลดเหลือ ๒๘ วัน อันนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราต้องการ ให้เกิดการกระจายเงินไปสู่ท้องถิ่น หมู่บ้าน ตําบล และจังหวัดรวดเร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ ก็อย่างที่เรียนนะครับประมาณ ๑๐๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท
สําหรับเรื่องการเบิกจ่ายนั้นทางกรมบัญชีกลางก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กระทรวงการคลังเราก็พยายามเบิกจ่ายให้เร็วที่สุด ตัวเลขของการเบิกจ่ายนั้นโครงการ ไทยเข้มแข็ง งบลงทุนปี ๒๕๕๓ ๑๑๕,๔๑๓ ล้านบาท งบไทยเข้มแข็งนั้นเบิกจ่ายไปแล้ว ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วงบลงทุนปี ๒๕๕๓ นั้นก็สูงกว่า เป้ำหมาย ๑๖.๓๖ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือเราก็พยายามบอกอยู่แล้วว่าทุกครั้งที่มีการเบิกจ่าย หรือทําเรื่องเบิกมาเราก็พยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด ซึ่งก็เกินเป้ำหมายไป ๑๖.๓๖ เปอร์เซ็นต์
สําหรับงบไทยเข้มแข็งเมษายนปีนี้ที่กําลังจะเบิกอยู่และยังไม่ได้เบิก เรื่องตั้งมาหมดแล้วกําลังจะเบิกอยู่นั้นก็คาดว่าประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่จะได้เห็นและเริ่มทําไปก็คือเรื่องของการทําฝายแหล่งชลประทาน ซึ่งช่วยเหลือเกษตรกรระดับรากหญ้า โดยผ่านกรมชลประทานประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ในเดือนนี้ที่กําลังจะเบิกจ่าย ถนนโดยกรมทางหลวงทั่วประเทศ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถนนไร้ฝุ่นโดยกรมทางหลวงชนบทอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท และเพิ่มคอมพิวเตอร์ให้กับ นักเรียนในระดับอําเภอ หมู่บ้าน โดยกระทรวงศึกษาธิการอีกประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นหลัก ๆ ที่ทําเรื่องมาแล้ว เริ่มประมูลจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แล้วเงินก็กําลังจะออกไปให้ ในเดือนนี้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโครงการต่าง ๆ อย่างไรก็ต้องผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง ตามที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณากล่าวมา
ทีนี้สําหรับเรื่องของการทําหนังสือคํ้าประกันหรืออะไรต่าง ๆ นั้น นอกจาก เรื่องข้อมูล เรื่องเวลาในการลดไปแล้ว ๒๘ วัน จาก ๘๕ วันนี่ สิ่งที่เราพยายามอํานวย ความสะดวกก็คือเรื่องสินเชื่อ เพราะเรารู้ว่าโครงการเกิดขึ้นมากมายนั้นจริง ๆ ธนาคาร ต้องเรียนว่าในระบบธนาคารพาณิชย์มีเยอะแยะนะครับ ไม่ใช่เฉพาะกรุงไทย แต่กรุงไทย เราก็ถือว่าเป็นแบงก์รัฐ เราก็อยากจะให้เป็นผู้นําในการที่จะอํานวยความสะดวกให้กับ ผู้รับเหมาไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายย่อยอะไรก็แล้วแต่ หรือรายใหม่ เพื่อที่จะให้เกิดการจ้างงาน เกิดขึ้น คนมีงานทําเพิ่มขึ้น แล้วก็สามารถที่จะกระจายรายได้ไปสู่ชนบทได้มากขึ้น สิ่งที่เราอํานวยความสะดวกไปมี ทั้งหมด ๓ เรื่องครับท่านประธาน เรื่องแรก เราสามารถให้นโยบายทางธนาคารกรุงไทยไป ด้วยการอนุมัติสินเชื่อเร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลามากมายจนเหลือ ๑๕ วันต้องอนุมัติให้จบ แล้วตามที่ท่าน ส.ส. วรศุลีได้พูดถึงก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว คํ้าประกันซองนี่ออกภายใน ๑ วัน คือฟาสท์ แทรค (Fast track) แล้วเรท (Rate) คํ้าประกันก็ลดจาก ๒ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเรื่องที่ ๒ ส่วนลูกค้าเดิมนั้นหลักประกัน ถ้าเป็นลูกค้าเดิม ของแบงก์กรุงไทยอยู่เราก็ถือว่าไม่ต้องวางหลักประกันเพิ่ม แต่สําหรับลูกค้ารายใหม่ ลูกค้าทั่วไปที่วอล์คอิน (Walk-in) หรือเดินเข้ามาในธนาคารนั้นก็ได้รับทราบจากธนาคารว่า ก็ลดเกณฑ์ให้จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์โดยปกติ ถ้าเป็นโครงการไทยเข้มแข็งก็จะเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็คือสิ่งอํานวยความสะดวกที่เราพยายามทําให้ จัดให้
ทีนี้มาตอบคําถามของท่าน ส.ส. วรศุลีจากจังหวัดมุกดาหารว่า การช่วย ผ่อนปรนการทําหนังสือคํ้าประกันในกรณีที่ผู้เข้าประมูลงานนั้นอยู่ระหว่างการปรับ โครงสร้างหนี้หรืองบดุลขาดดุลต่อเนื่อง โดยขอให้รัฐบาลยกเลิกกฎระเบียบที่มีอยู่ หรือช่วยผ่อนผันนั้น ผมขอกราบเรียนจากข้อเท็จจริงอย่างนี้ ท่านประธานผ่านไปยัง ท่าน ส.ส. ว่าในปัจจุบันนั้นกระทรวงการคลังแล้วก็ทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติไม่ได้มีหลักเกณฑ์ว่าห้ามสถาบันการเงินให้สินเชื่อหรือออกหนังสือ คํ้าประกันซองในกรณีที่บริษัทมีปัญหาทางด้านงบดุล งบบัญชี หรืออยู่ระหว่างการปรับ โครงสร้างหนี้แต่อย่างใด การพิจารณาให้สินเชื่อและการออกหนังสือคํ้าประกันซองนั้น เราถือให้เป็นดุลยพินิจของสถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่ว่าจะเป็นแห่งไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่า จะเป็นธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารพาณิชย์อื่นที่ต้องดําเนินการวิเคราะห์ในเรื่อง ๒ เรื่อง เรื่องแรก คือเรื่องของความสามารถในการชําระหนี้ของผู้กู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ ศักยภาพในการทํากําไร ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เราให้เป็นดุลยพินิจ ทางกระทรวงการคลัง และทางแบงก์ชาติเราไม่สามารถไปก้าวล่วงหรือไปออกหลักเกณฑ์ไปบังคับหรือไม่บังคับ อะไรได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็รับทราบมาจากทางธนาคารกรุงไทยเองว่า ณ ปัจจุบันนี้ลูกค้า หลายรายของธนาคารกรุงไทยแม้จะอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ หรือมีงบขาดดุล ติดต่อกัน ติดลบหลายปีก็แล้วแต่ หลาย ๆ รายก็ได้รับหนังสือคํ้าประกัน เพราะว่า ธนาคารมองเห็นแล้วว่าลูกค้ามีความตั้งใจในการทํางานและมีศักยภาพในการทํากําไร และสามารถชําระเงินกู้ได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องของแต่ละธนาคารไป แต่อย่างไรก็ตาม ทางเราก็ได้พยายามให้นโยบายกับทางธนาคารกรุงไทยว่าถ้าเป็นเรื่องของโครงการ ไทยเข้มแข็งมีผู้รับงาน มีผู้ประมูลงานสนใจก็ต้องพยายามผ่อนปรนทุกอย่างให้เต็มที่ เท่าที่จะทําได้ แต่กราบเรียนว่าตามที่ท่านบอกมาว่าเป็นเรื่องของกฎเกณฑ์นี่ไม่ใช่นะครับ อันนี้เป็นเรื่องของดุลยพินิจของธนาคารแต่ละแห่ง แต่ในฐานะที่แบงก์กรุงไทยเป็นแบงก์รัฐ เราก็พยายามจะอํานวยความสะดวกให้เต็มที่
สําหรับคําถามข้อที่ ๒ การช่วยผ่อนผันเรื่องของการไม่ต้องใช้หนังสือ คํ้าประกันการเบิกเงินล่วงหน้า
ให้ท่านตอบให้จบแล้วเรา ก็ค่อยถามต่อ เราก็จดประเด็น ๆ ไว้ ไม่ใช่มาประท้วงตรงนี้ นั่งลงก่อนให้ท่านตอบให้จบ มันผิด มันถูกตรงไหน ก็นั่นแหละ นั่งลงก่อน ๆ ให้ท่านตอบ ท่านตอบผิดประเด็น ผมก็จะ อนุญาตให้ท่านถามอีกครั้งหนึ่งว่าตรงนั้นมันผิด ตรงนั้นมันถูก ไม่ใช่อยู่ ๆ เขาตอบไม่ถูกใจ ยกมือขึ้นพูดเลย มันผิดข้อบังคับ กรุณานั่งลง เป็นผู้แทนหลายสมัย ท่านรัฐมนตรีครับ
สําหรับ คําถามข้อที่ ๒ ในเรื่องของการช่วยผ่อนผันเรื่องของหนังสือคํ้าประกันการเบิกเงินล่วงหน้า ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. วรศุลีอย่างนี้ว่าเรื่องเงินล่วงหน้าทางราชการ ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้น หลักการก็คือว่าเราต้องการให้ผู้ที่ได้รับงานได้มีเงินทุนหมุนเวียน เบื้องต้นในการดําเนินในขั้นต้น ขั้นแรก ในการที่จะทํางาน ไม่ว่าจะเป็นการไปซื้อวัสดุ อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ หรือการไปทําเครดิตให้เพิ่มขึ้นในการจัดซื้อจัดจ้างอะไรก็แล้วแต่นั้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างเช่นงานราคา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านก็จะได้รับเงินจากรัฐ ล่วงหน้า ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาทนี้ท่านสามารถไปซื้ออิฐ หิน ปูน ทราย ไปทําอะไร ไปว่าจ้างอะไรต่าง ๆ มากมายเพื่อเป็นการเตรียมตัวในการทํางาน แต่อย่างไรก็แล้วแต่เรื่องของการที่จําเป็นต้องมีหนังสือคํ้าประกันซึ่งออกโดยธนาคารนั้น ก็มีเหตุจําเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน คือทางธนาคารเองก็มีความเสี่ยง ความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นก็คือว่าเวลาผู้รับงานนั้นรับเงินล่วงหน้าไปแล้ว แล้วในกรณีที่ไม่ทํางาน หรือเอาเงิน ไปใช้ผิดประเภทไปทําอย่างอื่น หรือตลอดจนละทิ้งงาน ซึ่งก็มีปัญหามาโดยตลอดก็ทําให้ เกิดความเสี่ยงขึ้นกับธนาคาร เพราะฉะนั้นทางธนาคารเองก็ต้องขอความกรุณาจาก ท่านผู้รับงานทุกท่านว่าก็คงต้องขอให้มีหนังสือมาคํ้าประกันความเสี่ยงให้กับธนาคาร มิเช่นนั้นธนาคารก็จะต้องออกรับแทนในที่สุด ซึ่งการคํ้าประกันนั้นสามารถนําพันธบัตร ของรัฐบาลมาวางแทนได้ ท่านไม่จําเป็นต้องใช้เงินสดเสมอไป อันนี้ก็กราบเรียนไว้ ในเบื้องต้นสําหรับคําถามข้อ ๒
ส่วนคําถามข้อ ๓ นั้นการออกหนังสือคํ้าประกันซองภายใน ๑ วัน การออกหนังสือคํ้าประกันสัญญาภายใน ๓ วัน ขอทราบว่ามีผู้รับงานเท่าไรแล้ว ก็กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตั้งแต่ ๑๔ ตุลาคมเป็นต้นมาจนถึง ๓๑ มีนาคม ประมาณ ๕ เดือน ธนาคารได้ออกหนังสือคํ้าประกันทันใจไทยเข้มแข็งเพื่อคํ้าประกันซอง และคํ้าประกันสัญญาไปแล้วทั้งหมด จํานวน ๑๔,๖๕๘ ฉบับ วงเงินคํ้าประกันรวม ๑๔,๖๘๑ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือคํ้าประกันซองที่ออกภายใน ๑ วัน สําหรับ วงเงินที่อนุมัติสินเชื่อที่อนุมัติภายใน ๑๕ วันนั้น สินเชื่อไทยเข้มแข็งที่ผ่านธนาคารกรุงไทยนั้น ก็ได้อนุมัติไปจนถึง ณ สิ้นเดือนมีนาคม ๖,๘๘๐ ล้านบาทครับ ก็ขอขอบคุณครับ
ตอนนี้ผู้ถามกระทู้ถาม ตรงไหนที่ติดใจอยู่เชิญสอบถามท่านรัฐมนตรีได้
ขอบคุณท่านประธานมากค่ะ เมื่อกี้ท่านประธานได้ตอบให้ดิฉันว่าเรื่องโครงการไทยเข้มแข็งนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล จริงค่ะ แต่ในส่วนที่ท่านบอกว่าผู้รับเหมาสามารถที่จะไปทําคํ้าประกันกับธนาคารอะไร ๆ ก็ได้อย่างนั้นซึ่งไม่ใช่นะคะ ท่านประกาศออกมาคือธนาคารกรุงไทยอย่างเดียว นี่ค่ะประเด็นหนึ่งที่ดิฉันว่าท่านตอบไม่ตรงคําถามนะคะ ในส่วนนี้คือกรุงไทยอย่างเดียว ไปธนาคารอื่นนี้เขาไม่รับ เขาบอกว่าต้องมีวงเงินถึงจะทําได้ นี่คือผู้รับเหมานี้ เขารู้หมดแล้ว เขารู้ว่าไปทําที่ไหนก็ได้แต่ต้องมีหลักทรัพย์แล้วก็มีวงเงินซึ่งตั้งเป็นวงเงิน คํ้าประกันนะคะ เป็นวงเงินสินเชื่อกู้เงินเพื่อทําคํ้าประกันอย่างเดียวจะไปทําอย่างอื่นไม่ได้ นี่ละค่ะคือกฎเหล็กที่ทําให้กับผู้รับเหมานี้ปวดเศียรเวียนเกล้านะคะ แล้วก็ที่ท่านตอบว่า ไม่มีระเบียบคือธนาคารกรุงไทยนั้นไม่ได้เอาระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น มากําหนดในการที่จะออกหนังสือคํ้าประกันให้ ดิฉันได้เดินทางไปถามนะคะท่าน ดิฉันได้รับ หน้าที่จากผู้รับเหมาในจังหวัดมุกดาหาร เพราะผู้รับเหมาในจังหวัดมุกดาหารก็มี โครงการ ก็ลงไปเยอะ ดิฉันได้เดินทางไปถามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเลย ทีนี้วันนั้นเผอิญว่า ทางท่านประชุมเลยไม่ได้ถาม ท่านก็มีแต่โทรกลับมาบอกว่าไม่มี ไม่ได้เอากําหนด ของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นมาเป็นกฎระเบียบอย่างนี้ ก็ได้กลับไปที่ธนาคารกรุงไทย ที่จังหวัดมุกดาหารอีก กลับไปที่ธนาคารกรุงไทยที่จังหวัดมุกดาหารไม่ใช่เป็นผู้จัดการทั่วไป เป็นส่วนของผู้จัดการเขตเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ คือจะรับผิดชอบตามคําสั่งของนโยบาย มาโดยตรงเลยว่าจะต้องเป็นผู้จัดการของเขตที่จะมาดูแล ดิฉันเป็นตัวแทนเข้าไปสอบถามว่า รัฐบาลประกาศออกมาแล้ว ทีนี้ท่านเอาใบประกาศนั้นออกมาให้ ถ้าทําคํ้าประกันซองนี้ จะต้องมีงบดุลไม่ขาดทุน ๓ ปี เขาไม่ให้ขาดทุน ๓ ปี นะคะ ดิฉันยังว่าไม่ใช่ ๒ ปี หรือท่านบอกว่าต้อง ๓ ปีอย่างนั้น แล้วก็ไม่เป็นบริษัทที่ปรับโครงสร้างหนี้อย่างนี้ค่ะ บริษัท ที่ปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มานี้เยอะมาก ๆ เลย ทีนี้ในกําหนดนั้นมีคําว่าไม่เป็น บริษัทที่ปรับโครงสร้างหนี้ ๒ ข้อแค่นั้นแหละคะ ข้ออื่นนั้นสามารถทําได้ แต่ใน ๒ ข้อนี้ ก็ไม่ได้แล้ว ทําไม่ได้ ทางผู้จัดการบอกมาเลยว่าไม่ได้ บอกว่าเป็นระเบียบของธนาคาร แห่งประเทศไทย ซึ่งธนาคารกรุงไทยนี้เป็นธนาคารของรัฐจะต้องอิงระเบียบของธนาคาร แห่งประเทศไทย ดิฉันว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่ได้ ก็มาบอกกับผู้รับเหมา พอกลับมาบอกกับ ผู้รับเหมานี้ เมื่อกี้ท่านบอกว่าการเปิดวงเงินสินเชื่อให้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้นนั่นคือคํ้าประกันสัญญา กรณี ที่จะทําคํ้าประกันซองนั้นถึงจะได้งานมา และถึงจะได้ไปเซ็นสัญญา และก่อนที่จะ เซ็นสัญญานั้นก็จะต้องทําคํ้าประกันสัญญา เมื่อคํ้าประกันซองไม่ได้ คํ้าประกันสัญญา ก็ทําไม่ได้ ทีนี้ทางธนาคารก็บอกว่าอย่างนั้นคุณก็มาเปิดสินเชื่อ สินเชื่อวงเงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ กับธนาคาร แล้วเขาจะเอาหลักทรัพย์ไหนมาคะ เขาไม่มี เพราะเขารอสัญญา แต่พอไม่ได้ซอง ก็ไม่ได้สัญญา นี่ละค่ะเหตุผล และอีกอันหนึ่งที่ท่านบอกว่าการที่จะให้สินเชื่อกับผู้รับเหมานั้น อยู่ที่ดุลยพินิจ นั่นเป็นดุลยพินิจในการเปิดวงเงินสินเชื่อเงินกู้ที่จะทําคํ้าประกันสัญญา หรือนําเป็นโอดี (OD) คือดุลยพินิจของธนาคารทุกธนาคารใช้ดุลยพินิจ รู้ว่าถ้าบริษัทนี้เจ๊งแล้ว ขาดทุนมา ๓ ปีนี้ อย่างไร ๆ ก็ไม่ให้ จึงบอกว่าไม่ใช่ดุลยพินิจในโครงการไทยเข้มแข็ง ที่ท่านประกาศเอาไว้ท่านบอกว่าไม่ต้องมีหลักทรัพย์คํ้าประกัน แต่ที่ดิฉันถามว่ายกเลิก กฎเหล็กนี้ไหม ท่านก็บอกว่าไม่มีกฎเหล็กนี้เข้าไปควบคุม ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แล้วจะให้ ประชาชนที่เป็นผู้รับเหมาที่จะได้ใช้เงินภาษีราษฎรของตนเองในกรณีเขาเป็นผู้รับจ้างนั้น จะทําอย่างไร แล้วในข้อ ๒ นะคะท่านประธาน ท่านอย่าเพิ่งเบรก (Brake) นะคะ
คือมีคนทักท้วงมาว่า ใช้เวลามาก
ก็ ๓ ข้ออย่างไรคะที่ท่านตอบมา
ผมก็เปิดเวลาให้เต็มที่อยู่แล้ว
ท่านประธานคะ ขอความกรุณา พอดีในข้อ ๒ นี้ก็ต้องถามท่านอีกนะคะ ท่านบอกว่าในกรณีที่รัฐบาลจะช่วยเหลือในส่วนที่ ทําหนังสือคํ้าประกัน ช่วยเหลือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เบิกเงินล่วงหน้าจากหน่วยงานนั้น ใช่ค่ะ คือเบิกเงินจากหน่วยงานของราชการ แต่ท่านไปกําหนดว่าจะต้องมีเงินสดหรือพันธบัตร ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหนังสือคํ้าประกันของธนาคารมาเป็ นวงเงิน เพื่อประกันความเสี่ยง ท่านไม่มีความเสี่ยงเลยในการเบิกเงินล่วงหน้าจากหน่วยงาน ไม่มี ความเสี่ยงค่ะท่าน เพราะว่าธนาคารนี้บอกว่าถ้าคุณจะทําหนังสือคํ้าประกันนี้ออกไป คุณจะต้องโอนสิทธิรับเงินค่างาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับธนาคาร และหน่วยงานพอได้ หนังสือคํ้าประกันนี้ไปถึง เอาหนังสือโอนสิทธิรับเงินค่างาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปให้ หน่วยงาน ทางหน่วยงานก็ตอบรับยินดีมา พอถึงเวลาเบิกงวดงานหน่วยงานนั้นหักไป ก่อนแล้วค่ะ หักไปไว้แล้ว ไม่มีขาดหายเลยค่ะ นี่ไม่มีความเสี่ยงเลยค่ะ ท่านบอกว่า ประกันความเสี่ยง ไม่มีนะคะ ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบให้ด้วยว่าจะทําได้ไหม หรือถ้าทําไม่ได้ทางผู้รับจ้างจะได้ไปคิดว่าจะทําอย่างไรที่จะช่วยตัวเองได้ ในขณะที่จะได้ อานิสงส์จากการที่ได้รับเงินงบประมาณในส่วนของโครงการไทยเข้มแข็ง
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ อีกสักครั้งนะครับ ผมอาจจะต้องขออภัยท่าน ส.ส. เพราะผมอาจจะพูดเร็วไปนิดหนึ่ง เรื่องของการให้สินเชื่อของธนาคารนั้น กราบเรียนว่า ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่รับงานสามารถที่จะมีสิทธิ ขอธนาคารไหนก็ได้ เฉกเช่นเดียวกับโครงการไทยเข้มแข็ง ผู้รับเหมา ผู้รับงานอะไรต่าง ๆ ผู้จัดซื้อ ผู้ที่สนใจประมูลงานก็สามารถจะขอเครดิตจากธนาคารไหน ๆ ก็ได้ที่ผมเรียนไปแล้ว แต่เมื่อเป็นธนาคารของรัฐโดยเฉพาะธนาคารกรุงไทยนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีให้นโยบาย มาว่าต้องพยายามอํานวยความสะดวกให้มากขึ้นกว่าธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไป ซึ่งผมกราบเรียนไป ๓ ข้อที่ว่าไม่ว่าจะเรื่องของเงื่อนไขผ่อนปรน เรื่องของเรทต่าง ๆ สิทธิพิเศษต่าง ๆ ไปแล้วนี่ เรื่องของเวลาที่รวดเร็วขึ้น ฟาสท์ แทรคแล้วนี่ อีกเรื่องหนึ่ง ที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีโครงการนี้เกิดขึ้น คือว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งก็ได้เกิด การแข่งขันกับธนาคารกรุงไทยเพิ่มขึ้นในการลดเรทลงมา เพื่อที่จะแข่งให้ตัวเองได้มี โอกาสเข้ามาให้บริการกับผู้รับบริการภาครัฐเพิ่มขึ้น อันนี้สอบถามจากธนาคารกรุงไทย เมื่อ ๒ วันก่อน เขาก็เรียนมาว่าตอนนี้ธนาคารกรุงไทยก็มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอยู่หลายแห่ง เหมือนกัน ทีนี้เห็นว่านั่นก็คือเกิดการแข่งขัน ซึ่งก็ทําให้ผลประโยชน์ตกกับผู้รับงาน คือผู้รับงานก็สามารถจะมีเรทพิเศษต่าง ๆ นอกจากธนาคารกรุงไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าในหลักแล้วต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทุก ๆ ผู้รับจ้างส่วนใหญ่แล้วจะมี ธนาคารหลัก ๆ ที่ดูแลตัวเองอยู่หรือใช้อยู่เป็นประจํา ซึ่งก็จะรู้ดีมาโดยตลอดว่าลูกค้ารายนี้ ดีมากน้อยขนาดไหน มีความจริงใจ ความตั้งใจในการทํางานขนาดไหน มีความสามารถ ในการชําระคืนเงินกู้ขนาดไหน และสถานภาพ สถานการณ์ของบริษัทนั้น ๆ เป็นอย่างไร ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่สําหรับอีกเรื่องหนึ่งกรณีที่ท่านพูดถึงในกรณีที่จังหวัดมุกดาหาร ผมก็ได้รับข้อมูลมาจากธนาคารกรุงไทยว่าเรื่องของที่สาขาจังหวัดมุกดาหารหรือในกลุ่ม จังหวัดแถวนั้นมันก็เป็นเรื่องที่เราทํากันอยู่ คือเป็นเรื่องดุลยพินิจของธนาคารจริง ๆ ว่า เขามีดุลยพินิจอย่างไร แต่เขาก็ไม่ปิดประตู เพราะเขารายงานผมว่าในกรณีที่ไม่สามารถ ใช้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้ได้ฟาสท์ แทรคได้ ผู้รับบริการแต่ละรายสามารถที่จะไปเข้า ระบบของลูกค้าทั่วไปได้เหมือนกัน เขาก็ไม่ได้ปิดประตูทีเดียว สําหรับเรื่องของเงินล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมกราบเรียนอีกครั้งครับท่านประธาน สถิติตัวเลขของผู้ที่ละทิ้งงานที่เกิดขึ้น ในแต่ละปี ซึ่งเป็นปัญหาให้กับธนาคารไปรับความเสี่ยง และต้องไปชดใช้ความเสียหาย ที่ผู้รับงานทิ้งงานปี ๒๕๕๐ มีทั้งหมด ๒๐๓ ราย ปี ๒๕๕๑ ก็ลดลงมาหน่อย ๑๒๘ ราย เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่ปี ๒๕๕๒ กระโดดขึ้นมาใหม่ก็เป็น ๒๐๖ ราย ซึ่งอันนี้ก็เห็นว่าก็ต้องให้สิทธิธนาคารเหมือนกันว่าประกันความเสี่ยง ซึ่งอันนี้ก็เป็น ขนบธรรมเนียมที่ทํามานานแล้วในเรื่องของความเสี่ยง ซึ่งท่านคงเข้าใจว่าการรับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ถ้าละทิ้งงานเลย ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้นผู้รับเหมาก็เอาไปเลย แต่แบงก์ ต้องเป็นคนรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นเรื่องของการประกันความเสี่ยง ของธนาคาร
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนฝากก็คือว่าอย่างไรก็แล้ วแต่ ทางกระทรวงการคลังเราได้กําชับกับธนาคารกรุงไทย โดยประสานงานกับธนาคาร แห่งประเทศไทยในการที่ดูแลลูกค้าสินเชื่อของโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งกําลังจะมีอีก เยอะแยะมากมายตามที่ได้เรียนเบื้องต้นอีกอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง แล้วเราคิดว่าตรงไหนที่ เราสามารถจะไปดูแลพวกท่านได้ก็พยายามจะทําให้ทั่วถึงตามที่ท่าน ส.ส. ได้ร้องเรียนมา ซึ่งก็คิดว่าอาจจะเป็นความรวดเร็วของโครงการ ซึ่งธนาคารเราอาจจะดูแลได้ไม่เต็มที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็คิดว่าจากนี้ไปเราก็จะพยายามเข้าไปดูแลให้ทั่วถึงมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับจังหวัดนะครับ ขอบคุณครับ
คือเอาอย่างนี้ได้ไหม คุณวรศุลีติดใจประเด็นปัญหาผมว่าพบกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็เอาเอกสารหลักฐานอะไรต่าง ๆ ที่ท่านข้องใจนําไปบอกกล่าวกับทางธนาคาร ที่จังหวัดมุกดาหาร และแจ้งให้ผู้รับเหมาทราบเพราะเรากินเวลามากแล้ว เดี๋ยวจะให้ไป พบกันให้มันถูกคําถาม คือมีคนทักท้วงผมไม่อยากจะบอก ก็อยากจะขอความกรุณา เพราะว่าเขาให้เวลา และเวลาเราก็เกินไปเยอะ นี่ผมให้เวลาคุณเยอะแล้ว
ท่าน ส.ส. ทางจังหวัดชัยภูมิก็ยัง อุตส่าห์เดินมาว่าท่านตอบไม่ตรงคําถามที่ดิฉันพูด ท่าน ส.ส. พฤฒิชัย ท่านยังเดินมา บอกว่าตอบไม่ตรงคําถามที่ดิฉันถามเลยนะคะ เพราะว่าเป็นข้อกังขาจากประชาชน หลาย ๆ พื้นที่ที่ทํางานในด้านของผู้รับเหมา ท่านคะ ดีที่ท่านบอกว่าไม่ปิดประตู ตอนนี้ ปิ ดประตูตายเลย ปิ ดประตูตายเลยจากคําพูดที่ท่านบอกว่า ๑ วันประกันซอง ไม่มีหลักทรัพย์ นี่คือปิดประตูเลยค่ะ
ไม่ใช่ คุณวรศุลีต้องการ ประเด็นอย่างไร ให้รัฐมนตรีแก้ไขอย่างไรก็ถาม
ไม่ ดิฉันอยากจะให้ท่านตอบว่า ท่านจะแก้ได้ไหมในเรื่องนี้นะคะ ในเรื่องนี้ท่านบอกว่าไม่ใช่กฎเหล็กคือธนาคารกรุงไทย ไม่ได้อิงระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ได้อิงระเบียบ แต่ใช้เป็นดุลยพินิจ แต่ในเมื่อ ที่ท่านประธานออกมานั้นบอกว่าทําคํ้าประกันซองภายใน ๑ วัน คํ้าประกันสัญญาภายใน ๓ วันอย่างนี้นะคะ นี่คือช่วยเหลือเฉพาะ นี่เป็นงานเฉพาะของธนาคารเท่านั้นเอง แล้วในกรณีที่บอกว่าใช้ดุลยพินิจ คือไม่ต้องใช้ดุลยพินิจเลยในเมื่อท่านประกาศ ออกมาแล้วว่าจะช่วยเหลือกลุ่มผู้รับเหมา และที่ท่านออกมาบอกว่าผู้ที่ทําคํ้าประกันซอง ออกไปนี่ สินเชื่อนี้ออกไป ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๔,๐๕๘ ฉบับ อยากให้ท่านไปดูนะคะว่า ๑๔,๐๕๘ ฉบับนั้นเป็นกลุ่มไหน เอื้อให้กับกลุ่มทุนอื่นหรือเปล่านี่นะคะ ดิฉันอยากจะ ขอฝากถามอย่างนี้ เพราะว่าในกรณีนี้รากหญ้าในพื้นที่บ้านนอกจังหวัดมุกดาหารมีแค่ ๓๒๐,๐๐๐ คน ทํางบประมาณได้ปี หนึ่ง ๆ ก็แค่ ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ได้งบประมาณแค่นั้น แต่มาได้อานิสงส์จากเงินโครงการไทยเข้มแข็งเข้าไป ไม่ว่าจะเป็น การก่อสร้างโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างเขื่อนป้ องกันตลิ่งพังอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็น อ่างเก็บนํ้าอย่างนี้นะคะ ทําโครงการนี้ละค่ะ ผู้รับเหมาในนั้นเขาขาดทุนมาหลายปีแล้ว เพราะเขาไม่ได้งบประมาณ นี่บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ให้อานิสงส์กับจังหวัดมุกดาหารนี่มาก ขอบคุณมากนะคะกับโครงการไทยเข้มแข็ง ดิฉันได้ไปบอกกับชาวบ้านตลอดเวลาว่า จําเป็นที่จะต้องกู้เงินมา เพราะประเทศไทยนี่เจ๊งแล้ว ถ้าไม่กู้เงินมานี่พวกคุณก็ไม่ได้ พวกผู้รับเหมาก็ไม่ได้ทํางาน พวกที่ขายเหล็ก อิฐ หิน ดิน ทราย ยางมะตอย ก็ไม่ได้ทํางาน อย่างนี้ค่ะ ทีนี้ท่านประกาศออกมาว่า ๑ วันทําคํ้าประกันซอง ผู้รับเหมาเฮนะคะ ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจนี่ออกข่าวเป็นเดือนหรือ ๒ เดือน ๓ เดือน แต่พอผู้รับเหมา ในจังหวัดมุกดาหารเป็นผู้รับเหมาย่อย ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นละค่ะ รากหญ้าที่ท่านคิดว่า อยากจะดูแลนั่นละค่ะไม่ได้รับการดูแลเลย ๑๔,๐๕๘ รายนี้เป็นบุคคลที่อยู่ในตัวเมือง ตัวจังหวัด ถึงบอกว่าอยากจะขอใช้เวทีในสภานี้ เรื่องนี้ดิฉันได้ยื่นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ได้เรียนท่านประธานไว้ตั้งแต่แรกว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ตั้งแต่โครงการนี้ออกมานะคะ แล้วตอนนี้โครงการที่ได้นั้นคือเดือนเมษายนนี้ละค่ะ จึงบอกว่าท่านรัฐมนตรีตอบไม่ตรง คําถามที่ดิฉันถามเอาไว้นะคะ
คุณวรศุลีมีผู้ประท้วงคุณ ผมบอกแล้ว
ก็ขออภิปรายไว้แค่นี้ละค่ะ ถ้าอย่างนั้น ก็ขอเวลา คือท่านตอบไม่ตรงคําถามที่ดิฉันถามเอาไว้ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าดิฉัน จะไปอธิบายให้กับประชาชนทราบได้อย่างไรนะคะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
ท่านประธานครับ
จบแล้ว ไม่ต้องประท้วง หรอกครับคุณสุนัยครับ พอแล้วครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ มีอะไรหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัยครับ คืออยากจะให้ท่านวรศุลีนี่พูดต่ออีก เพราะว่าคนเป็นผู้แทนราษฎรนี่ครับ เวลามันเดือดร้อนมันเดือดร้อนจริง ๆ แต่ทีนี้ผมเองก็เห็นใจเขาครับ ก็คิดว่าถ้ามันมี รายละเอียดนี่ให้คุณวรศุลีไปหาข้างหลังเลยเป็นรัฐบาลด้วยกัน เพราะว่าคุณวรศุลีนี่มา บอกว่ารัฐบาลเจ๊งแล้ว ๆ เดี๋ยวท่านเสียหายครับ เป็นรัฐบาลด้วยกันแล้วมาบอกรัฐบาลเจ๊งแล้ว ก็ไปหากันเสีย ไปนั่งคุยกันเสียเพราะเรื่องมันยาว ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ พอแล้วครับ ผู้ถามกระทู้ถามเขาก็พอใจ เขาได้ระบายเต็มที่แล้วครับ แล้วรัฐบาลก็ตอบเต็มที่แล้วครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามทั่วไปทั้ง ๓ กระทู้
ต่อไปเป็นเรื่องกระทู้ถามสด
(แทรกกระทู้ถาม แล้วต่อด้วยหนังสือที่นายกรัฐมนตรีไม่ตอบกระทู้)
ผมได้รับหนังสือ ที่ นร ๐๔๐๔/๔๑๘๖ จากสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในวันที่ ๒๒ วันนี้นะครับ เรื่อง กระทู้ถามสด เรียน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคําสั่งนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ โดยมีการบรรจุกระทู้ถามสดรวม ๓ กระทู้ ได้แก่ กระทู้ถาม เรื่อง การประกาศพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กระทู้ถาม เรื่อง การบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ ภาวะผิดปกติและวิกฤติอย่างยิ่งของสังคมไทย ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กระทู้ถาม เรื่อง การบริหารราชการ ผิดพลาดในการใช้กําลังทหารสลายการชุมนุมจนมีเหตุให้ประชาชนสูญเสียชีวิต ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย นั้น
นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว มีบัญชาให้กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่าเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ที่มีเหตุฉุกเฉิน ร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จําเป็นที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวจะต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาเพื่อจะได้ดูแลและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที และแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน และโดยที่กระทู้ถามของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่าน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างต้น จึงมีเหตุจําเป็น อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทําให้ไม่อาจตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่าน ในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามข้างต้นไปก่อน และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง จักได้ตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในคราวต่อไป ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๔๗
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้เรียนเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐสภา ในการนี้ รัฐบาลจะดําเนินการขอให้มีการอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอได้ โปรดนําเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไปด้วย จักขอบคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ นางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ำยการเมือง ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี
ผมจึงต้องแจ้งให้ผู้ถามกระทู้ทั้ง ๓ ท่านที่เขามีสิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ ผมจึงแจ้งให้ทราบนะครับ ก็ถือว่าผมได้ ปฏิบัติหน้าที่ เชิญครับคุณสุนัย
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีนะครับที่ไม่มาตอบ ถ้าว่ากันเรื่องงานจริง ๆ นี่ ผมก็ไม่ต้องเหนื่อยครับ ไม่ต้องถูกเกลียดขี้หน้า ไม่ต้องมาปะทะกันทางคารม พรรคประชาธิปัตย์หลายคนก็ไม่ต้องมาโกรธอะไรผม แต่นี่มันเป็นเรื่องบ้านเมือง ผมเอง ไม่แน่ใจว่าหนังสือของท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นมาเองผมคิดว่าโอเค (OK) เลยครับ แต่ในกรณีนี้ให้ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองผมก็ไม่แน่ใจว่า อะไรเป็นอะไร แต่ท่านประธานครับผมอยากจะขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานว่า การตั้งกระทู้ถามนี้นี่เป็นการใช้สิทธิที่สําคัญที่สุดตามรัฐธรรมนูญในส่วนที่ ๙ ครับ การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์มันกําลัง รุนแรง ท่านประธานครับ ผมไม่อยากเอ่ยว่าพอเห็นชื่อสุนัยแล้วก็เลยไม่กล้ามาตอบ ไม่ใช่หรอกครับ ไม่ใช่แน่นอน แต่บังเอิญมันเหมือนเมื่อวาน เมื่อวานพอถึงคิวผมจะ อภิปรายสนับสนุนญัตติซึ่งท่านประธานบอกแล้วว่าให้ฝ่ำยละ ๒ คนไม่นับรวม ผู้เสนอญัตติ พอผมเอ่ยชื่อว่า สุนัย จุลพงศธร เท่านั้นละครับประท้วงแล้วครับไม่ให้ผมพูด เลยครับ ท่านประธานครับ ขอให้เห็นความหวังดีกันสักหน่อยเถอะครับว่าบ้านเมืองนี่ เราจะเป็นฝ่ายค้าน เราจะเป็นฝ่ายรัฐบาล นี่อาจจะมีความแตกต่างกันในสถานภาพ แต่ที่เหมือนกันคือเราเป็นผู้แทนราษฎร เมื่อประชาชนเลือดตกยางออกกันถึงกว่า ๒๖ ศพแล้ว บาดเจ็บกันอีก ๘๐๐ กว่าคนเราอยู่เฉยไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเองก็กราบเรียนท่านประธานว่าขอเถอะครับ เอาสภานี่มาเป็นที่แก้ปัญหา และเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคมก็อยู่สภาพเดียวกัน ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะเราเห็น สัญญาณแล้วว่าจะเกิดเหตุ ท่านก็ไม่มา แต่ว่าต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ ตอบ แล้วมันก็เป็นการชี้บอกจริง ๆ ว่า ความขัดแย้งในหมู่ทหารนั้นเองนํามาซึ่งความรุนแรง ดังนั้นถ้าเราได้ช่วยกันอย่างนี้น่าจะดี ท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านประธานอีกสักครั้งเถอะครับ วันนี้ผมออกไป สํารวจแล้ว ท่านสุเทพมาครับ ไม่ได้ไปนั่งประชุมกันที่ไหน พี่สนั่นของผมนั่งอยู่ข้างนอก ให้ผมถามเถอะครับ และผมยืนยันว่าจะถามอย่างนุ่มนวลที่สุดที่ท่านคิดว่าน่าจะไม่เคย มีมาเลยในอดีต แล้วก็จะขอให้หาทางออกครับ เพราะขณะนี้ข้อเท็จจริงที่เราเป็น ผู้แทนราษฎรนี่ไม่ใช่นั่งอยู่ในสภา ฟังสถานการณ์ทั้งหมดวิเคราะห์แล้วนี่ เลือดจะตก ยางจะออก ประชาชนจะเสียชีวิตอีกอย่างแน่นอน จะเกิดเหตุอย่างแน่นอน ทหารจะปราบ อย่างแน่นอนในอีกไม่กี่วันนี้ แล้วก็จะตามมาด้วยเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ นั่นคือ การล้มระบบรัฐสภา เป็นเฉกเช่นเดียวพฤติกรรม เหตุการณ์มันคล้ายกับเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม เหลือกําลังครับท่านประธาน ดังนั้นแม้พรรคประชาธิปัตย์จะญาติดีกับทหาร แต่เวลารถถังมันวิ่งไปแล้วมันบาย โปรดัคท์ (By product) นอค (Knock) ทั้งนั้นครับ เรามารักษาระบบรัฐสภา ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเถอะครับ ผมเอง กราบเรียนกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าผมยืนยันมาตลอดว่าต้องรักษาระบบไว้ คนไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ จึงขอความกรุณาท่านประธานอนุญาตให้ผมได้ใช้ สิทธิตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ไม่อย่างนั้นกระทู้ถามผมตกไปเลยนะครับ กระทู้ถาม ตกไปไม่ได้ครับท่านประธาน โดยสิทธิแห่งข้อบังคับ ในข้อ ๑๕๐ และข้อ ๑๕๑ นี่ครับ
ข้อ ๑๔๗ ไม่ตก อยู่แล้วครับ และให้กําหนดว่าจะตกได้เมื่อใด ฉะนั้นในหนังสือนี้ตอบได้เมื่อใดไม่ได้แจ้งมา ทางสภาก็ต้องถามไปว่าจะตอบได้เมื่อใด ผมมีหน้าที่ที่จะต้องให้เลขาธิการถามไปว่า กระทู้ถามนี้จะตอบได้เมื่อใด
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ จริง ๆ ไม่เกิน ๗ วันนี่ละครับ เราเดือดร้อนกันแน่แล้วครับสภานี่
ผมก็พยายาม
วันนี้ผมเห็นแล้ว ท่านสาทิตย์ ก็มาแล้ว ตอบเก่งเหมือนกันครับ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีหลายท่าน เอามาเถอะครับ ขอเถอะครับ ท่านประธานอนุญาตให้ผมถาม แล้วท่านจะตอบอย่างไรก็ว่าไปครับ วันนี้ ผมยืนยันว่าเราหวังดีที่จะหาทางประนีประนอมให้ได้ครับ
ของท่านกระทู้ถามแรก กระทู้ถามที่สอง คุณสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ผมให้สิทธิ มีอะไรหรือครับ เมื่อเรื่องมันมาตาม ข้อบังคับอย่างนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา กระผม มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับท่านสุนัยนะครับ คืออยากกราบเรียนว่าวันนี้มีปัญหาที่ผิดปกติ แล้ววิกฤติอย่างร้ายแรงที่สุด เกินกว่าที่คนคนเดียวจะรับผิดชอบ ท่านนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าท่านจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์และความตั้งใจขนาดไหนก็ตาม แต่วันนี้เราดูจากตัวดัชนีที่มันเพิ่มปัญหาขึ้นนี่มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ มันเพิ่มจากเดิม ที่ไม่เคยมีการก่อการร้ำย เดี๋ยวนี้ก็มีการก่อการร้ำย มันเพิ่มจนกระทั่งว่าเกิด ความหวั่นเกรง หวั่นกลัวว่าประเทศของเรานั้นจะเกิดสงครามกลางเมือง แล้วก็ยังเห็นในทีวี ทุกช่อง ชาวสีลมปะทะกับสีแดง ชาวคลองเตยปะทะกับสีแดง มันเกินกว่าที่คนคนเดียว จะรับผิดชอบ แล้วประเด็นที่เสื้อแดงขอ เขาขอให้ยุบสภา เขาขอเกี่ยวข้องกับคน เพียง ๔๐๐ กว่าคน ในคน ๔๐๐ กว่าคนนั้นนะครับท่านประธาน อาจจะมีคน ๒๐๐ กว่าคน ที่เขาอยากยุบ อาจจะเหลือเพียง ๒๐๐ กว่าคนที่ไม่อยากยุบ เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะต้องมาฟังหรือว่า
ท่านอยากยุบด้วย หรือเปล่าครับ
ผมนี่ต่อสู้กับพรรคไทยรักไทย ต่อสู้กับพรรคพลังประชาชนมาตลอด ผมยังไม่กลัวเลย เพราะฉะนั้นผมอยากเรียน ท่านประธานว่าถ้าหากว่าท่านไม่มาฟัง ในสถานการณ์แบบนี้ท่านจะรับผิดชอบไหว หรือครับ คือว่าจากเหตุการณ์ที่มันเริ่มจากไม่ค่อยมีอะไร ถ้าประเด็นของเสื้อแดง เป็นประเด็นที่นอกเหนือจากอํานาจของนายกรัฐมนตรี ผมว่าอันนี้เราต้องเห็นใจท่าน สมัยก่อนผมอยู่พรรคร่วมรัฐบาลขอแก้รัฐธรรมนูญ ผมนี่ไม่อยากเซ็นเลย แต่พอเซ็นไปปั๊บนี่ พวกเสื้อเหลืองขอถอดถอนผมเลย ผมก็ยังยอม เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเราเป็น รัฐบาล รัฐบาลเขาต้องการทําอะไรเราก็ทําตาม แต่วันนี้เสื้อแดงเขาขออย่างเดียว ขอยุบสภา ผมก็มีข้อมูลในการที่จะให้กับท่านนายกรัฐมนตรีว่าเราควรจะเจรจากันอย่างไร หรือเราควรจะทําอย่างไร ในฐานะที่เกี่ยวข้องกับสภากับคนแค่ ๔๐๐ กว่าคน ผมเคย กราบเรียนท่านประธานสภาไปแล้วว่าในสภานี่นะครับ คน ๔๐๐ กว่าคนเวลาคุยกันนี่ ยังทะเลาะกันตลอด แล้วถ้าเสื้อแดงนี่ออกมาเต็มตามถนนมันจะเกิดอะไรขึ้น และท่านประธานสภาเห็นไหมครับ แค่ขอพื้นที่คืน ขอบังคับใช้กฎหมาย วันนี้จริง ๆ แล้วนี่ เสียชีวิตไปตั้ง ๒๔-๒๕ คน บาดเจ็บอีก ๑๐๐ กว่าคน ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรี ยังไม่คิดที่จะมาฟัง ยังไม่คิดที่จะมาหาทางหารือกับสภาที่เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงนี่ แล้วท่านทําตามโดยลําพังหรือว่ากับคณะของท่านนี่ ถ้าเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง กว่านี้ท่านจะรับผิดชอบไหวหรือครับ เพราะว่าบุคลิกของท่านไม่ใช่อย่างนี้เลย ท่านเปลี่ยน ทัศนคติ ท่านเปลี่ยนบุคลิกไปอย่างมากเลย มีคนบางคนเขาชมเลยบอกว่าประเทศไทย โชคดีที่มีนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แต่วันนี้มีหนังสือพิมพ์เขาไปเขียนเป็นเครื่องหมายคําถาม ว่าประเทศไทยโชคดีที่มีนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็เครื่องหมายคําถาม นี่ละครับ ท่านประธาน ถ้าไม่มาก็ขอให้พวกผมได้มีโอกาสพูด แล้วก็ท่านอาจจะไปรับฟังทีหลัง หรือว่าอาจจะเอาไปคิดหรืออะไรก็แล้วแต่ เวลาแบบนี้เป็นนาทีที่สําคัญครับ ไม่ใช่เป็นเรื่อง ที่ว่ามาขอเลื่อนเวลาไปฟังอาทิตย์หน้า แล้วถ้าเกิดคนตายอีก ๒๐๐-๓๐๐ คนทําอย่างไร มันไม่ถูกครับ มันไม่สมควรอย่างยิ่งเลยที่จะมีการเลื่อนในวันนี้ ผมขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ
ต่อไปคุณวิชาญ มีนชัยนันท์
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมก็เป็ นคนหนึ่งที่ได้ตั้งกระทู้ถามสดถามไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ผมถามว่าในส่วนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบเสมอนะครับว่าไม่เคยละทิ้ง หรือละเว้นการประชุมสภา แล้วก็ส่วนใหญ่แล้วท่านบอกว่าท่านกล้าเผชิญสถานการณ์ ตลอด แต่วันนี้ดูเสมือนว่าท่านจะหลบสถานการณ์โดยตลอด ตั้งแต่สงกรานต์มา แล้วเกิดปัญหานี่ท่านหลบไปอยู่หัวหิน ท่านเอาแต่รับฟังรายงานจากศูนย์อํานวยการ เฉพาะกิจของท่าน ท่านบอกกับสภาแห่งนี้ว่าการสลายการชุมนุมจะไม่เกิด ถ้าเกิด ก็จะต้องมีการเจรจา ถ้าเกิดท่านเองจะไม่ใช้กําลังอาวุธ ไม่ใช้กําลังทางด้านทหาร แต่ดูเหมือนว่ากําลังทหารทั่วประเทศนี่อยู่ในกรุงเทพมหานครหมดแล้ว แล้วก็มีทั้งกําลัง ต่าง ๆ ซึ่งถ้าบอกว่าจะเกิดสงครามกลางเมือง วันนี้นี่ผมก็กล้าพูดได้เลยว่ายุทธปัจจัย ต่าง ๆ นี่ลําเลียงมาเต็มอัตราศึกอย่างที่ไม่เคยเจอมาเลยครับ ท่านประธานครับ แล้วผม ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีนี่มาจากพี่น้องประชาชนเลือกตั้งเข้ามา ท่านยังมีโอกาส ที่จะก้าวหน้าต่อไปในระบอบประชาธิปไตย แต่วันนี้ท่านไม่กล้าเผชิญหน้านี่ผมเสียใจ อย่างยิ่ง ผมเคยพูดกับท่านว่าท่านรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะครับ วันที่ไปงานศพ ที่จังหวัดปทุมธานี บอกว่าเร็ว ๆ นี้ท่านอาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วท่านก็ได้เป็นครับ เพียงไม่เกิน ๒ เดือน แต่ผมเรียนถามว่า ณ วันนี้ความกล้าของนายอภิสิทธิ์ไปอยู่ที่ไหน การที่ท่านเองนั้นเป็นผู้นําประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมา ท่านบอกสวนทางตรงข้ามหมดเลยครับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านบอกไม่ใช้กําลัง ท่านก็เอากําลังเข้ามา ท่านบอกไม่ใช้อาวุธท่านก็เอาอาวุธเข้ามา ท่านบอกว่าจะเจรจา โดยสันติวิธี ท่านพูด ๒ ครั้งครับ แล้วท่านก็ตัดความรําคาญหรือเปล่าผมไม่ทราบ จะเอาชนะหรือเปล่า จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้น ท่านยังบอกกับพี่น้องประชาชนบอกว่า ท่านมองผู้ชุมนุมเป็นอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ท่านบอกว่าจะเอาชัยชนะกับผู้ชุมนุม อย่างนี้ มันไม่ใช่แล้วครับ การเป็นผู้นําประเทศในเมื่อเกิดการคับขันอย่างนี้ขึ้น ตั้งแต่ปีที่แล้ว นี่มันก็เกิดเหตุการณ์ เมื่อวานนี้ผมก็เรียนท่านประธานบอกว่าหนังสือฉบับนี้ รายงานการสลายการชุมนุม ท่านประธานบอกว่าไม่สามารถบรรจุได้ ผมก็บอกว่าจะทําอย่างไร แม้กระทั่งวันนี้ ที่เตรียมการมา ท่านไม่อยากทราบหรือครับว่าการใช้กําลังอาวุธที่ยิงคนตายทั้งหมด ที่เกิดเหตุการณ์ ๒๕ ศพ รวมถึงทั้งหมด ท่านไม่อยากทราบหรือครับว่าคลิป (Clip) ที่เขา ถ่ายออกมา ที่ผมจะขอให้ท่านประธานเปิดในการนําอภิปรายว่าวิถีกระสุนมันอย่างไร คุณวสันต์ตายอย่างไร ลักษณะการยิงมันสวนทางกับ พันเอก สรรเสริญหรือไก่อูเลย ท่านลองไปเช็ก (Check) ดูสิครับ มันต่างกันครับ ท่านไม่อยากทราบเลยหรือครับ วิถีกระสุนอย่างไร คนซุ่มยิงอย่างไร ผมทํามาเป็นรูปแบบพร้อมที่จะเสนอต่อสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมละอายอย่างยิ่งเลยครับที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีมากล่าวอ้าง บอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ท่านไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ เป็นสิทธิของท่านครับ แต่เป็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชนแม้แต่คําพูดที่ท่านจะขอโทษพี่น้องประชาชนออกมา สักคําหนึ่ง จะถูกหรือจะผิดตัวท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ยังไม่เห็นว่าท่านจะออกมา แสดงความรู้สึกขอโทษประชาชนสักคําหนึ่งกับการสูญเสียและการบาดเจ็บในครั้งนี้เลย ผมมองไม่ออกครับว่าเหตุการณ์ในวันนี้ถ้าเราไม่ใช้สภาในการพูดหรือไม่ตอบกระทู้ถาม ในวันนี้ คืนนี้ พรุ่งนี้ก็ได้อาจจะเกิดเหตุการณ์การสลายการชุมนุมและเป็นการสลาย การชุมนุมที่ผิดปกติไม่เข้าในหลักการสากลเลย มีการสลายการชุมนุมกลางคืน มีการใช้ เฮลิคอปเตอร์โยนแก๊สนํ้าตาลงมา ยิงด้วยกระสุนเอ็ม ๑๖ (M16) ลงมา ผมมีภาพเหตุการณ์ มีกระสุน ปลอกกระสุนต่าง ๆ ในภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะนําเรียนท่านประธานสู่สภาแห่งนี้ แล้วก็มีคนเจ็บส่วนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ที่สามารถที่จะเอามาเป็นการนําเสนออภิปรายได้ เพราะให้ข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนรวมถึงพวกผมด้วย ท่านประธานครับ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ ผมมองว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นไม่มีความชอบธรรม ถ้าท่านไม่ตอบกระทู้ถามวันนี้ แล้วอ้างบอกว่าจะเลื่อนออกไปจนกว่าเหตุการณ์สงบ มันก็ไม่ทันต่อเหตุการณ์ เพราะกระทู้ถามสดตรงนี้นั้นเป็นเรื่องเหตุการณ์ที่เฉพาะหน้าและจําเป็นที่จะต้องมาพูดกัน และท่านประธานประกันได้ไหมครับ ผมจะสอบถามถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ยิน ท่านประกันได้ไหมว่าการสลายการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้จะไม่มีเหตุการณ์เหมือน วันที่ ๑๐ และไม่มีเหตุการณ์เหมือนวันที่ ๘-๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ อีกว่ามีคนตายใช้กําลัง อาวุธ ประกันได้ไหมครับจะสลายการชุมนุมกลางวัน ประกันได้ไหมและจะให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลงมาดูแลในการสลายการชุมนุมทุกขั้นตอน ได้หรือเปล่า และอาวุธทุกอย่างจะไม่ใช้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
ท่านวิชาญครับ มีผู้ประท้วงครับ มีอะไรคุณประมวลประท้วงใคร ประท้วงผมหรือใคร
ผมประท้วงท่านประธานครับ
ผมผิดข้อบังคับข้อไหนครับ
ข้อ ๘ ครับ ท่านประธานปล่อยให้เรื่อง กระทู้ถามนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีหนังสือมาแล้วว่าในข้อบังคับ ข้อ ๑๒๐
คืออย่างนี้คุณประมวลครับ คือผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ได้ตอบเขา เขามีข้อข้องใจ เขาก็ระบายก็เปิ ดโอกาสให้เขา สักนิดหน่อยนะครับ เพราะว่าผมก็อ่านหนังสือที่ทางสํานักนายกรัฐมนตรีเขาตอบมาแทน นายกรัฐมนตรี ผมก็อ่านให้ที่ประชุมฟังแล้ว คุณวิชาญผมว่า
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ ผมเคารพท่านผู้ถามกระทู้ถามด้วยครับแต่ว่าในเมื่อนายกรัฐมนตรีมีหนังสือมาแล้ว โอกาสหน้ามีการชี้แจงได้นะครับแล้วก็ไม่ใช่ว่าให้ท่านผู้ถามกระทู้ถามอภิปรายไม่รู้ว่าจะ จบเมื่อไร ต้องมีข้อกําหนดครับท่านประธานครับ ถ้าท่านปล่อยให้อย่างนี้ก็พูดกันทั้งหมด นะครับ ทั้ง ๓ ท่านก็พูดต่อกัน ไม่อย่างนั้นท่านประธานก็ต้องควบคุมด้วยว่าเรื่องนี้ มันก็ต้องมีการตอบในครั้งหน้าแล้วท่านนายกรัฐมนตรีจะตอบอะไร ท่านประธานก็ต้อง มีหนังสือถามไปทางท่านนายกรัฐมนตรีสิครับว่าจะมาตอบเมื่อไร
ผมก็แจ้งไปแล้วเมื่อสักครู่ ท่านคงได้ยินนะครับ
ผมได้ยินครับแต่ท่านก็ยังปล่อยให้ ท่านผู้ถามกระทู้ถามอภิปรายอยู่เรื่อยนะครับ
จะจบแล้วครับท่านประธาน ผมเพียงแต่ฝากข้อห่วงใย
เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยนะครับ ผู้ประท้วงคือคุณประมวลประท้วงก็มีเหตุผลนะครับ ผมก็อยากจะขอร้องคุณวิชาญนะครับ เพราะว่าผู้ตอบกระทู้ถามสดเขาไม่ตอบแล้ว และกฎหมายก็บัญญัติไว้ ข้อบังคับก็มี ผมก็ ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมาย
เข้าใจครับท่านประธาน ผมก็ เข้าใจครับ แต่ผมกําลังฝากข้อห่วงใย เมื่อไม่ตอบไม่เป็นไร ฝากข้อห่วงใยที่จะเกิดขึ้น ณ วันสองวันนี้ ฝากข้อห่วงใยเท่านั้นเองครับ เพราะท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านนั่งอยู่นะครับ
ผมกําลังจะถามรัฐมนตรี ที่นั่งอยู่นี้สามารถที่จะตอบได้ไหม ผมกําลังจะถาม ท่านก็รอฟังทั้ง ๓ ท่านให้จบก่อน เดี๋ยวจะหาว่าประธานเผด็จการ ผมก็เลยเปิดโอกาสให้ทั้ง ๓ ท่าน ให้กระทู้ถามสดที่ ๑ กระทู้ถามสดที่ ๒ กระทู้ถามสดที่ ๓ ผมก็เปิดเต็มที่อยู่แล้ว
ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ก็เกี่ยวข้องครับ ท่านก็ตอบได้ครับ เพราะท่านอยู่ในเหตุการณ์
ผมจะถามท่านนะครับ นั่งลงก่อนเถอะครับ คุณสุนัยก็ช่วยกรุณานั่งลงก่อน เดี๋ยวผมจะถามท่านรัฐมนตรี
(นายประมวล เอมเปีย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรอีกครับ
นิดเดียวครับ ก็ในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านบอกไม่ตอบแล้วท่านจะมาถามรัฐมนตรีให้ตอบแทนได้อย่างไรครับ ท่านไม่ได้ มอบหมายมา
ก็อันนี้เรื่องของคณะรัฐบาล ไม่ใช่ท่านไม่มีสิทธิที่จะพูด ถ้าทางนี้เขาตอบเขาไม่มีสิทธิตอบ ก็จบ มีแค่นั้นเอง
ก็ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มอบมาแล้วจะ มีสิทธิตอบได้อย่างไรครับ
ก็นั่นนะสิครับ คุณไม่มี สิทธิที่จะตอบแทนเขาได้
ผมมีสิทธิสิครับ ผมเป็ นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมทําตามข้อบังคับครับ
ข้อบังคับข้อไหน
ก็ท่านนายกรัฐมนตรีบอกท่านไม่มาตอบ ข้อ ๑๔๗ แล้วท่านจะมาถามได้อย่างไร
ท่านจะบังคับประธาน ไม่ให้ใช้อํานาจหน้าที่อย่างนั้นใช่ไหมครับ
ผมไม่ได้บังคับครับ แต่ผมขอให้ท่านทํา ตามข้อบังคับครับ
นั่งลงเถอะครับ เพื่อความสงบเรียบร้อยในการประชุม นั่งเถอะครับคุณสุนัย
ท่านประธานครับ ที่ผมจะต้อง กราบท่านประธาน ท่านประธานใช้ข้อ ๑๔๗ ตามข้อบังคับ ดูจะขัดข้องสักนิดหนึ่ง เพราะในข้อ ๑๔๗ นี้บอกว่า นายกรัฐมนตรีต้องแจ้งเหตุจําเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธานสภา ท่านครับ ประธานสภามีฐานะเท่ากับเลขาธิการหรือครับ หนังสือนี้มีฐานะเท่ากับ เลขาธิการนะครับ ส.ส. ก็ไม่ได้เป็น อะไรก็ไม่ได้เป็น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติสภาสักนิดสิครับ ท่านเซ็นมาเองสิครับ เพราะว่าอันนี้ ส.ส. เป็นตัวแทนของ ประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ คน ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญว่าด้วยการควบคุมนะครับ ควบคุม การบริหารราชการแผ่นดินและกําลังเกิดเหตุสําคัญ
คือเขาทําหนังสือถึง เลขาธิการ ไม่ใช่ถึงผม แล้วเลขาธิการเขาแจ้งให้ผมทราบ ผมก็แจ้งต่อ
ท่านประธานครับ ถ้าจะเป็นอย่างนี้ ก็ขออย่างนี้ครับ ผมเองคงไม่ขัดข้องกับท่านหรอกครับ เมื่อไม่ตอบก็ต้องไม่ตอบ เพียงแต่ว่า ในอนาคตนี่ครับ ถ้าจะเป็นเรื่องสําคัญอย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเซ็นมาเอง ให้เกียรติสภาเขา เพราะเราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแล้วแจ้งมาทางสภา ท่านประธานครับ แล้วเรื่องนี้ ที่ผมกราบเรียนท่านสาทิตย์ก็นั่งอยู่ที่นี่ แล้วผมยืนยัน ผมจะไม่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ลาออก จะไม่เรียกร้องให้ยุบสภาครับ แต่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาโดยฉุกเฉิน ที่สุด ไม่ให้เกิดคนตายครับ เพราะว่าพรุ่งนี้กลุ่มเสื้อเหลืองแปลงพันธุ์เป็นหลากสีจะมา ชุมนุมใหญ่ที่พระบรมรูปทรงม้า พลตรี จําลองบอกว่าจะปะทะเองหมดแล้ว แล้วอย่างนี้ เราเป็นสภา คนก็ตายไปแล้ว ๑ รอบใหญ่ ๆ เมื่อวันที่ ๑๐ เราก็อยู่ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธาน แล้ววันนี้เรายังไม่ทําอะไรอีก แล้วเกิดคนตายอีกเราอยู่ได้อย่างไรครับ กินเงินเดือนราษฎรเขาได้อย่างไร แล้วผมเองก็ได้กราบเรียนท่านประธานหลายครั้งแล้วว่า ขอใช้สภาเถอะครับ ปรากฏว่าถูกปิดโอกาสตลอดเวลา ท่านประธานครับ รูปทหารอย่างนี้ เกิดเป็นประจํานะครับ
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ
เกิดเป็นประจํา ทหารเล็งปืนอย่างนี้ มีอยู่ทุกวัน
มีผู้ประท้วงครับ ประท้วง เรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงทั้งท่านประธานและประท้วงท่านผู้กําลังอภิปราย เพราะว่าสิ่งที่ท่านกําลังพาดพิง ในมาตรา ๑๔๗ นั้นไม่ถูกต้อง เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ทําหนังสือชี้แจงมา อ้างรัฐธรรมนูญด้วยนะครับท่านประธาน ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ในมาตรา ๑๕๖ รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้นะครับท่านประธานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ผมก็แจ้งให้ที่ประชุม ทราบแล้วครับ
ผมขออนุญาตอ่านให้จบครับ เขาจะได้เข้าใจครับท่านประธาน หรือสมาชิกวุฒิสภาทุกคนมีสิทธิที่จะตั้งกระทู้ถาม รัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ได้ แต่รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิที่จะไม่ตอบ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัย
ไม่ต้องอ่านหรอกครับ ทุกคนเขารู้อยู่แล้วละครับ
หรือประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน
ขอให้เขาพูดอีกนิดเถอะครับ แล้วเดี๋ยวจะได้ให้ท่านรัฐมนตรีตอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไว้ชัดเจนแล้วเรื่องของความปลอดภัยครับท่านประธาน
คือผมวินิจฉัย
เป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศครับ
ทําหนังสือตอบมาในนาม สํานักนายกรัฐมนตรี เขาแจ้งมาแทนนายกรัฐมนตรี เมื่อแจ้งมาแล้วผมก็แจ้งต่อให้ ผู้ตั้งกระทู้ถามทั้ง ๓ ท่านได้ทราบ ท่านก็ทักท้วงมา เมื่อทักท้วงมาผมก็เปิดโอกาส แม้ว่า ท่านเองสมัยที่ท่านอยู่ฝ่ายค้านก็เหมือนกันก็ต้องทักท้วง ก็เปิดโอกาสให้เขาทักท้วงบ้าง
ถูกต้องครับท่านประธาน เพียงแต่ว่า ผมกําลังจะชี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้อิงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๖ ซึ่งในรัฐธรรมนูญ ได้เขียนไว้ชัดเจน แล้วท่านไม่ได้มีเจตนาที่ต้องการจะหนีครับ เพียงแต่ว่าขณะนี้มันเป็น เรื่องของความมั่นคง เป็นเรื่องของความปลอดภัยของประเทศ และถ้าเกิดเอาความลับ ของทางราชการมาเปิดเผยในขณะที่คนบางกลุ่มมีส่วนได้เสียกับการชุมนุมในครั้งนี้ และผมอยากแจ้งท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็มีความจริงใจที่จะเปิดสภา ในสัปดาห์หน้า
คือหนังสือก็เขียนไว้ชัดแล้ว ที่ผมอ่านให้ฟังนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน
ก็คงเข้าใจทุกคนละครับ คือผมจะไม่อะไร ใช้ข้อบังคับ คือหมายความว่าเมื่อเขาเลื่อนมา เราก็เลื่อนไปก่อน แล้วทางนี้ก็ถามไป ท่านเลขาธิการช่วยถามไปด้วยว่าจะตอบเมื่อไร อย่างไร
ท่านประธานลองถามท่านรัฐมนตรี ก่อนได้ไหมครับว่าท่านจะตอบแทนได้ไหมครับ เพราะไม่อย่างนั้นมันเป็นการปิดปากสภา หมดเลยครับ อย่างนี้เขาเรียกว่าเผด็จการรัฐสภาแท้ ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมไม่เคย บอกเลยว่าเสียงข้างมากเป็นเผด็จการรัฐสภา แต่พฤติกรรมนี่ละครับสําคัญที่สุด
คือเพราะอย่างนี้ละครับ มันตกลงกันไม่ได้ อะไรต่าง ๆ มันไม่ได้ ผมได้พยายามทุกฝ่ายแล้วครับ
เรายังไม่มีโอกาสเปิดสภาเลย พิจารณาปัญหาที่ประชาชนถูกฆ่าเลยครับ
จนผมอดไม่ได้ ผมต้องสัมภาษณ์เมื่อวาน คือผมอยากจะขอความกรุณาฟังผมบ้าง ถ้าเชื่อผมก็ช่วยนั่งลง
เชื่อแล้วครับ เดี๋ยวขออีกทีนะครับ ขอบคุณครับ
ช่วยปิ ดไฟด้วย ท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนกับท่านประธานและสภาแห่งนี้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผู้ที่ได้ประกาศอยู่เสมอว่าให้ความสําคัญกับการทํางานของ รัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร จะเห็นได้จากกระทู้ถามทุกครั้งนั้นก็จะมาตอบด้วยตัว ของท่านเอง เรียกได้ว่าเป็นร้อยละเกือบทั้งร้อยก็ว่าได้ จะมีเหตุจําเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เท่านั้นที่จะไม่สามารถมาตอบได้ ก็จะทําหนังสือซึ่งจะเป็นไปตามข้อบังคับ ในกรณีของ วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ กรณีของวันนี้นั้นสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกซึ่งลุกขึ้น อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ประทานโทษที่เอ่ยนามคือ คุณสุนัยก็ดี คุณสมชัย คุณวิชาญก็ดี แต่ในการที่จะไม่ตอบกระทู้ถามในแต่ละครั้งนั้นก็จะเป็นการดําเนินการไปตามข้อบังคับ เช่นเดียวกันกับครั้งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็จะขอท่านประธานแจ้งซึ่งก็เป็นไปตาม ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๔๗ ซึ่งได้บัญญัติว่า นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้ง กระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุ จําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ทําให้ไม่อาจะตอบกระทู้ ซึ่งในข้อบังคับข้อนี้ก็ต้องบอกว่า ต้องทําหนังสือแจ้งประธาน และให้กําหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ซึ่งก็ได้จัดทําหนังสือในทาง ธุรการแล้ว รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ได้ทําหนังสือแจ้ง เนื่องจากกรณีกระทู้ถามสดนั้น เป็ นกรณีที่มีความเร่งด่วน เพราะมีการยื่นกระทู้ ถามสดเมื่อเช้านี้เอง ความจริง ท่านนายกรัฐมนตรีได้มาลงนามเข้าประชุมสภาตั้งแต่ตอนเช้า ก่อนเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา แต่ต้องเรียนครับว่าที่ท่านมีเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้นั้นก็มีเหตุผลหลายประการ ด้วยกัน ประการหนึ่งก็ต้องยอมรับครับว่าขณะนี้สถานการณ์ของประเทศก็มีความฉุกเฉิน ในหลายกรณีด้วยกัน ท่านมีการยกขึ้นมาว่าไม่อยากให้มีการใช้กําลัง ผมก็ต้องกราบเรียนครับว่าในหลายกรณีนั้น การแก้ไขปัญหาก็ไม่ใช่เป็นเรื่องของการใช้กําลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะถ้าใช้กําลัง เพียงอย่างเดียวก็ปล่อยให้ฝ่ายของเจ้าหน้าที่เขาทําไปก็ได้ แต่เช้านี้ท่านคงทราบนะครับ เหตุการณ์ ๒-๓ วันติดต่อกันมาต่อเนื่องในกรณีจังหวัดขอนแก่นก็ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่สีลมเมื่อวาน เมื่อคืนก็ดี ซึ่งทําให้เกิดการปะทะกัน เพราะว่าการชุมนุมของผู้ชุมนุมนั้น ก็ก่อให้เกิดผลกระทบและคุกคามต่อการใช้ชีวิต ทําให้คนส่วนหนึ่งก็มีความไม่พอใจ ในการชุมนุมและเกิดการปะทะกัน ขณะนี้ก็มีการหารือกัน แม้แต่กระทั่งกรณี การก่อวินาศกรรม การใช้อาร์พีจี (RPG) ยิงคลังนํ้ามันของ ปตท. เมื่อวานนี้หรือเหตุการณ์ ต่อเนื่องจากนั้น ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็กําลังทําหน้าที่นี้อยู่ร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และฝ่ายของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็เป็นเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ก็ทําให้ไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามได้ ท่านได้เรียนถามกับท่านประธานในสภาแห่งนี้ในทํานองว่า เอ๊ะ ท่านนายกรัฐมนตรีทําอย่างนี้เหมือนกับความกล้าไปอยู่ที่ไหนหรือไม่กล้าสู้หน้า หรืออย่างไร ผมก็เรียนครับว่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้น เหตุการณ์เดือนเมษายนเมื่อปีที่แล้ว ถ้าท่านจําได้ในสภาแห่งนี้ก็มีการเปิดสภาโดยใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ก็มีการชี้แจง และท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนเสนอเองว่าให้ท่านประธานรัฐสภานั้น
ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ
ได้ใช้ อํานาจในการตั้งคณะกรรมการในการที่จะสอบสวน
มีผู้ประท้วงครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตประท้วงท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อสักครู่นี้ ผู้ที่จะตั้งกระทู้ถาม คือจะถามแล้วท่านประธานชัยก็ถามรัฐมนตรีว่าท่านรัฐมนตรีจะตอบ กระทู้ถามหรือไม่ ไม่ได้ให้มาชี้แจง ไม่ได้ให้อภิปรายนะครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรี ตอบเลยว่าจะมาตอบกระทู้ถามหรือไม่ ถ้าท่านตอบกระทู้ถาม เดี๋ยวท่านก็ชี้แจงในคําถาม ที่ตั้งกระทู้ถามขึ้นไป ไม่ใช่อภิปรายตอนนี้นะครับ ขออนุญาตให้ตัดสินใจเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานชัยเรียนถามว่าท่านจะตอบกระทู้ถามแทน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไหม ถ้าท่านคิดว่าท่านยืนยันตามหนังสือที่ได้ส่งมาถึงท่านประธาน ก็แจ้งว่ายืนยันตามนั้นไม่ตอบก็จะได้เข้าเรื่องอื่นต่อนะครับ
คือท่านสมาชิกที่ถามกระทู้ถามเป็นคนบอกว่าท่านรัฐมนตรีอยู่ที่นี่จะตอบหรือเปล่า หรือจะชี้แจงว่าทําไมรัฐบาลจึงไม่สามารถที่จะตอบได้ ผมก็ตอบว่าผมไม่สามารถจะตอบ แทนท่านนายกรัฐมนตรีได้ในกรณีนี้เพราะว่ามีเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ที่ผม ต้องชี้แจงต่อไปก็เพื่อชี้แจงว่าการดําเนินการเช่นนี้ก็เป็นเรื่องการดําเนินการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติครับ
เอาละครับ ท่านประเสริฐครับ ผมก็ได้เรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรี ท่านสรุป แล้วจะได้จบไปเรื่องอื่น ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ เพราะท่านกําลังจะสรุปแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านก็เอาให้ตรงประเด็นแล้วกัน จะได้ไปเรื่องอื่นต่อ
ท่านประธานครับ ผมก็ตอบตรงประเด็นที่สุดแล้ว ท่านบอกว่ารัฐบาลต้องใจกว้างฟัง ท่านกล่าวหามาเยอะเลยว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถาม ผมก็ชี้แจงอยู่ ท่านก็ต้องใจกว้างฟังด้วยสิครับ
เอาละครับ ท่านรัฐมนตรีครับ
เวลาท่านกล่าวหาท่านกล่าวหาได้ เวลาผมจะพูดก็ไม่ฟัง
ผมว่าสภาจะได้เดินหน้าเรื่องอื่นต่อนะครับ
ผมจะชี้แจงสั้น ๆ ครับท่านประธานว่าเหตุที่ไม่สามารถที่จะมาตอบกระทู้ถามได้นั้น ก็เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗
ท่านสมาชิกครับ ท่านรัฐมนตรีกําลังชี้แจงเหตุที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ถาม ฟังหน่อยครับ ท่านเชาวรินจะประท้วงอะไรอีกครับ
ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน พูดไว้ชัดเจนว่าประธานชัยได้หันไปถามว่ารัฐมนตรีสาทิตย์จะตอบได้ไหม ก็บอกประธาน สามารถว่าตอบได้ครับ แล้วก็นั่งลง แล้วฟังเขาถามก่อน อันนี้ยังไม่มีใครถามเลย ว่าไปปาว ปาว ปาว มันอะไรกันท่านประธาน ผมยกมือ ผมไม่อยากประท้วงหรอก อายุผม ก็ปูนนี้แล้ว เป็นมาตั้งไม่รู้กี่สมัยแล้ว ส.ว. ผมก็เป็นแล้ว รัฐมนตรีก็เป็นแล้ว ถ้าไม่จําเป็น ผมไม่ลุกขึ้นมาลักษณะอย่างนี้เพราะมันเป็นมารยาทที่ไม่ดีอย่างยิ่ง แต่วันนี้มันจําเป็นจริง ๆ จําเป็นตรงที่ว่าผู้ถามกระทู้ถามยังไม่ได้ถามสักคําหนึ่ง แล้วขึ้นมาถึงจะตอบอะไร
เอาละครับ
ท่านประธาน เมื่อรัฐมนตรีตอบว่าตอบได้ ท่านประธานก็ต้องให้เจ้าของกระทู้ถามถามก่อนสิ นี่ยังไม่ทัน ถามเลย ตอบแล้ว นี่บ้านเมืองถึงได้ยุ่งเหยิง บ้านเมืองถึงได้เป็นอย่างนี้เพราะบริหาร ราชการแผ่นดินลักษณะอย่างนี้ ท่านประธานครับ พันตํารวจโทคนหนึ่งโทรมาบอกผม ตั้งกรรมการสอบสวนว่าปล่อยให้ม็อบเอาไม้ไผ่เข้าไปได้อย่างไร พวกตํารวจเขาบอก มีความน้อยเนื้อตํ่าใจ
เอาละครับ ท่านเชาวรินครับ ผมทราบประเด็นที่ท่านประท้วงแล้วครับ พอแล้วครับ
แล้วเดี๋ยวผมมีคําถาม ที่จะต้องถามท่านประธานโดยตรงเลยครับ หนี้เก่าท่านยังไม่ได้ชําระผมนะครับ เดี๋ยวผม ต่อนะครับ
พอแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีครับ สรุปแล้วท่านจะยืนยันตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ ทางรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งมาใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ ผมก็ต้องให้เหตุผลท่านประธานสิครับ
ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าในเหตุผลท่านประธานชัยได้อ่านให้ที่ประชุมฟังตามหนังสือแล้ว
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานอยู่ร่วมการประชุมก่อนหน้านี้ ผมนั่งฟังตลอดครับ แล้วมันก็มีข้อกล่าวหาในทํานองว่าเรื่องดําเนินการในการที่ไม่ตอบกระทู้ถามนี่เป็นเพราะ เหตุผลนั่นนี่ใช่หรือเปล่า ผมไม่ได้ตอบกระทู้ถามท่านเลยนะครับ ผมเพียงแต่ชี้แจงเหตุผล ผมก็เรียนท่านประธานว่าสภาอยู่ด้วยเหตุผลนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านพูดมาผมก็ตอบไป ผมฟังท่านตั้ง ๓ คน ๔ คนแล้วนะครับ ผมก็ชี้แจง แล้วที่ผมชี้แจงไปผมใช้เวลาสั้นมาก ในการชี้แจง แล้วกําลังจะจบอยู่แล้วท่านก็ใช้วิธีประท้วง แล้วก็บอกว่าไม่ฟัง
ท่านรัฐมนตรีครับ ผมว่าประเด็นชัดเจนนะครับว่าท่านจะยืนยันตามหนังสือของ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนะครับ
ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมกําลังจะจบลงตรงที่บอกว่าในกรณีที่ไม่ตอบ กระทู้ถามในวันนี้ ซึ่งเป็นเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้นั้น ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะ ไม่เผชิญหน้ากับสภา ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกไปแล้วเมื่อวานนี้ บอกว่าเราจะขอใช้ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ แล้วในสัปดาห์หน้าก็จะได้นําเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี หลังจากนั้น ก็แจ้งมายังประธานรัฐสภาเพื่อขอให้เปิดประชุม นี่ก็เป็นเหตุผลธรรมดา ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทําไมท่านทนฟังไม่ได้
เอาละครับ พอแล้วครับท่านรัฐมนตรีครับ เอาละจบแล้วครับ จบแล้วท่านประเสริฐ พอแล้วครับ ๆ ไม่ได้เสียหายอะไรหรอกครับ เดี๋ยวก็ประท้วงกัน เอาท่านสมชัยก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ผมนี่เป็น คนที่มีความคิดแบบกลาง ๆ คือได้รับฟังเหตุผลของท่านนายกรัฐมนตรีนี่ จริง ๆ แล้วผมก็ อยากจะฟังอีกสักรอบหนึ่งครับ เพราะว่าเรื่องนี้มีความสําคัญมาก ผมนี่ถามเรื่องการบริหาร ราชการแผ่นดินในภาวะที่ผิดปกติและวิกฤติอย่างยิ่ง หมายความว่าในวันสองวันนี้ ชั่วโมง สองชั่วโมงนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบมาเป็นหนังสือมาถึงเลขาธิการนี่ จริง ๆ ผมอยากฟังอีกรอบหนึ่ง แล้วผมก็เห็นด้วยกับ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ที่บอกว่าคือการพูดกระแนะกระแหนกันในสภาผู้แทนราษฎร ของเรามันมีมากเกินขอบเขต แล้วก็อ้างระเบียบข้อบังคับ ความจริงผมก็เอามาอ่านอีก ความจริงถ้าอ่านจริง ๆ วันนี้ผมก็อยากรู้จริง ๆ ว่า เว้นแต่มีความจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทําให้ไม่สามารถมาได้มันเป็นเพราะอะไร คือว่าผมก็ต้องวินิจฉัยในความคิดของผม เพราะว่าเหตุการณ์นี่ท่านก็คงทราบว่ามันมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในประเทศของเรา แล้วก็มันอาจจะอีก ๑ วัน ๒ วันเป็น ถ้าสมมุติว่าท่านไม่มานะครับ แล้วมันเกิดเหตุการณ์ ขึ้นมา โอ้โฮ มันจะน่าเสียใจขนาดไหนครับ หรือว่าเกิดผมไปคิดเอาเองว่า เช่นวางแผนไว้ อย่างนี้ มันไม่ยิ่งตายกันใหญ่หรือครับ ผมไม่ได้อยากจะคิดอย่างนั้น ความจริงมันเป็น วาระธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย อย่างพรรคผมนี่ ๕ เดือน หรือ ๔ เดือนได้ถาม ครั้งหนึ่ง ผมก็ยังบอกว่า โอ้โฮ มันเป็นโชคของผมจริง ๆ เลยที่จะได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็นในการบริหารบ้านเมืองกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง ทีนี้ท่านไม่มา ก็อยากจะฟังเหตุผล เหตุผลที่เอาไปคิดแล้วว่ามันสมควร แล้วก็สบายใจอย่างหนึ่งว่า โอ้โฮ ใน ๗ วันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ เพราะว่า ๗ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาตอบ ถ้าใน ๗ วันนี้มีอะไรเกิดขึ้น แสดงว่าประเทศของเรานี่อยู่ลําบากแล้วครับ เพราะว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากจะขอถาม เพราะรู้ว่า กลัวว่า เกรงว่า จะเกิดเหตุการณ์ ร้ายแรง แต่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าขออนุญาตผ่านไปก่อน แล้วก็จะขอตอบ อาทิตย์หน้า ถ้าอย่างนี้จริง ๆ ถ้ามองในแง่ดีต้องสบายใจนะครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนี่ท่านเป็นคนที่สั่งการได้แต่ผู้เดียวในประเทศไทย เพราะว่าท่านมีอํานาจสูงสุด ถ้าคิดอย่างนี้ผมอยากให้ฝ่ายค้านสบายใจได้เลย แต่ในทาง กลับกันถ้าเกิดว่าอีก ๒-๓ วันมันเกิดเรื่องกันขึ้นมาเราจะทําอย่างไรล่ะครับ เราจะ รับผิดชอบไหวหรือในเมื่อนายกรัฐมนตรีท่านเขียนหนังสือมาถึงเลขาธิการ แล้วเราก็ยังไม่รู้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ามองในแง่ดีผมสบายใจ อย่างไร ท่านประธานอ่านอีกสักรอบหนึ่ง แล้วผมก็ได้จดจําไว้ในประวัติศาสตร์ของการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่ามันมีเรื่องใหญ่โตขณะนี้พอดี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีแผน ในการที่จะแก้ไขปัญหาโดยดีอยู่แล้วท่านก็มีหนังสือมา เมื่อไม่มีเหตุการณ์อะไรก็จะได้ไป อธิบาย ผมมีพรรคพวกในพรรคเพื่อไทยเยอะ บางคนเป็นแรมโบ้ แต่ก่อนเป็นแรมโบ้อะไร ผมยังไม่รู้เลย เดี๋ยวนี้ทําท่าจะเป็นแรมโบ้จริง ๆ แล้ว ผมก็เข้าใจ เพราะฉะนั้นผมว่า ท่านอ่านอีกสักรอบหนึ่งเถอะ ผมจะคิดแล้วก็ไปอธิบายพรรคพวกในพรรคเพื่อไทยบอกว่า เฮ้ย ไม่มีอะไรหรอก เพราะว่าท่านพูดจนขนาดนี้แล้ว ท่านจะมาเปิดประชุมคราวหน้า ถ้ามาเปิดประชุมคราวหน้าแล้วมีคนตายมาอีก ๗-๘ คน ๑๐ กว่าคน โอ้โฮ ผมว่าใครจะไป รับได้ละครับ มันเป็นไปไม่ได้ ท่านอ่านอีกสักรอบครับ
ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ขอประทานโทษ เถอะครับ ผม ส.ส. สุนัยขอใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ท่านสาทิตย์ครับ ตามคําพูดของท่านที่บอกว่าพวกผมรับฟังไม่ได้ ไม่ใช่ครับ พฤติกรรมที่ท่านชอบทิ่มแทง อย่างนี้กระมังมันถึงได้ไปสะท้อนออกที่ช่อง ๑๑ ทิ่มแทงกันทุกวัน ท่านประธานครับ ผมรับฟังท่านได้เอาไหมล่ะ ท่านต่างหากที่ไม่กล้ารับฟังผม ท่านตอบกระทู้ถามแทนสิ แล้วผมจะถาม แล้วผมจะนั่งฟังท่านตลอดเลย เอาไหม อย่าใช้พฤติกรรมอย่างนี้เลย ท่านประธานครับ ช่อง ๑๑ วันนี้ไปเอาตัวแทนพันธมิตรมานั่งออก ผมนี่จับเข่าคุยกับ ท่านสาทิตย์ในห้องรับประทานข้าว ผมบอกท่าน พูดในสภาอย่างหนึ่งนะ ข้างนอกมาคุยกัน ถามหน่อยเถอะคนที่ภาพลักษณ์ดี ๆ ไม่ได้เป็นตัวแทนพันธมิตร ท่านเป็นรัฐบาลนี่เอามา ออกได้บ้างไม่มีหรือ อําพรางภาพบ้างสิ นี่ไม่อําพรางภาพเลยนี่ครับ เอาคนพันธมิตรมานั่ง ออกทีวีมันก็เกิดกระแสการขัดแย้งไปหมด เอาไหม เดี๋ยวท่านจะได้ตอบเอาไหม ผมจะถาม ผมจะฟังท่านเอาไหม กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ช่วยถามอีกทีเถอะเผื่อจะ เปลี่ยนใจ แล้วผมจะถามท่านอย่างดี ๆ เลย คือวันนี้จะถามกระทู้ถามไม่ใช่มาทิ่มแทง แต่จะหาทางออกให้ท่าน ๑ ๒ ๓ ส่วนท่านจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอีกเรื่องหนึ่ง เอาไหมครับ ตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีหน่อย
ท่านสุนัย ท่านรัฐมนตรีก็ได้พูดชัดเจนว่าท่านก็ยืนยันตามหนังสือที่แจ้งมาที่ขอเลื่อน การตอบ ฉะนั้นก็แปลว่าท่านรัฐมนตรีคงไม่ตอบ ทีนี้ผมขออนุญาตเพื่อชัดเจนอย่างที่ ท่านสมชัยในฐานะผู้ตั้งกระทู้ถามท่านหนึ่งได้ร้องขอให้ได้อ่านเหตุผลอีกครั้งหนึ่งนะครับ ฉะนั้นผมก็จะขออ่านเหตุผลในหนังสือให้ที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง ท่านสุนัยครับ คือท่านสมชัย ท่านก็เป็น ๑ ใน ๓ ที่ตั้งกระทู้ถามเหมือน
คือท่านสาทิตย์ตอบแล้วไม่ว่า แต่ท่านมาตวัด แล้วผมก็รู้มามีคนไปดูมาแล้วว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็มาเซ็นชื่อแล้ว ดังนั้น ผมว่ามาเซ็นชื่อแล้วก็ตอบ ถ้ามีตอบก็มอบหมายใคร คุณสาทิตย์ก็พูดเก่งอยู่แล้วนี่ครับ ตอบแทนสิ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าเราได้ให้เวลาในเรื่องของการอภิปรายของผู้ตั้งกระทู้ถามสด ก่อนหน้าที่ท่านมานี่ ผมนับให้ท่านฟัง ท่านสุนัยได้ใช้เวลาในการถามในสภานี้ คือเกริ่นนําว่าทําไมจึงต้องตั้ง กระทู้ถามนี้ ในขณะที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่สามารถมาตอบได้ ท่านได้ใช้ไป ๓ ครั้ง ท่านสมชัยใช้ไป ๒ ครั้ง ท่านวิชาญได้ใช้ไปแล้ว ๑ ครั้ง รัฐมนตรีตอบไปแล้ว ๑ ครั้ง ผมคิดว่ามากพอสมควรที่จะทําความเข้าใจกันแล้ว ผมขอปิดการอภิปรายในช่วงนี้ครับ ขอผู้รับรองครับ
คืออันนี้ไม่ใช่การอภิปรายหรอกท่านบุญยอด ก็เพียงแต่ว่าให้สิทธิท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม ซึ่งท่านก็เป็นผู้มีผลกระทบโดยตรงได้ซักถามรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมจากท่านรัฐมนตรี ท่านเอง เดี๋ยวจะได้ผ่านเข้าเรื่องอื่น เดี๋ยวให้ท่านวิชาญอีกท่านหนึ่ง
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พอแล้วครับท่านบุญยอดครับ พอแล้วครับ มีอะไรอีกครับ
ขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวนะครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ก็ขออนุญาตท่านว่าขอให้กระชับ เพราะว่า เรามีวาระอื่น ๆ ที่จะตามมา ก็ขอให้จบจะได้ไม่ต้องมานั่งประท้วงกันไปมาครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านวิชาญครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกครั้งหนึ่งครับ คือที่เราถามเพราะเราเห็นว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ มันกําลังที่จะคับขันขึ้น แล้วก็ไม่อยากให้เกิดเหมือนกับวันที่ ๑๐ เมษายน ผมยํ้านะครับ แล้วก็ไม่อยากให้รัฐบาลเองนั้นต้องเผชิญหน้า แล้วไม่มีการแก้ไข ไม่มีการเจรจาเลย แต่ดูเสมือนว่ามีข่าวมาตลอดว่ารัฐบาลพร้อมเจรจา ผมไม่ทราบว่าไปนั่งเจรจาที่ไหน เพราะไม่มีการพูดคุยกันเลยระหว่างผู้ชุมนุม ใครเป็นคนกลางครับ แล้วสิ่งหนึ่งนั้นมีแต่ กําลังที่เพิ่มมากขึ้นที่เห็น กําลังรถ กําลังทหาร กําลังยุทธปัจจัยต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนะครับว่าสิ่งที่สภาแห่งนี้ต้องพูด ต้องคุยกัน ต้องถามนี่
ท่านธนาประท้วงอะไร เดี๋ยวครับท่านวิชาญ ท่านอรรถวิชช์
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ท่านประธานต้องดําเนินการ ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านนายกรัฐมนตรีมีหนังสือมาแล้วอ้างข้อ ๑๔๗ ชัดเจนว่า เป็นเหตุจําเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ท่านไม่ได้ปฏิเสธการตอบนะครับ ถ้าท่านปฏิเสธ แน่นอนท่านใช้มาตรา ๑๕๖ ของรัฐธรรมนูญครับ วันนี้ท่านขอเลื่อนตอบในคราวต่อไป เมื่อสถานการณ์มันสิ้นสุดลง แล้วรัฐมนตรีสาทิตย์เองก็ยืนยันชัดเจนว่าท่านตอบไม่ได้ ไม่ได้รับมอบอํานาจมา ผมคิดว่าถ้าท่านประธานช้าการประชุมมันเสียเวลาครับ ขอให้ท่านช่วยทีเถอะครับ ข้อ ๘ รีบหน่อยครับท่านประธาน
ก็ช้าจะเร็ว เร็วแล้วมันจะช้า ท่านนั่งเถอะครับ ท่านวิชาญสรุปเลยครับ
ท่านประธานครับ ผมเกรงว่า เหตุการณ์จะไม่ทันการณ์ เพราะปลอกกระสุนในมือผม ที่ผมขออนุญาตประธาน บอกว่าไม่มีการใช้อาวุธ ไม่มีการใช้กําลังทางทหารต่าง ๆ มันปรากฏชัดครับ จึงขออนุญาตท่านประธานนํามาเพื่อที่จะเป็นการประกอบการอภิปราย
เอาละครับท่านอรรถวิชช์ครับ
แล้วจะให้เกิดเหตุการณ์ อย่างนี้ได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชนเหมือนกันครับ โดยเฉพาะคนกรุงเทพมหานคร
ท่านวิชาญพอแล้วครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ
ในฐานะที่ผมเป็ น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จะให้ผมนิ่งนอนใจได้อย่างไรครับท่านประธาน
มีผู้ประท้วงครับ เชิญประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านต้องควบคุมการประชุม เพื่อไม่ให้บรรยากาศในสภาแห่งนี้นําไปถึงความขัดแย้งที่มากขึ้น ผมเข้าใจแนวทาง การดําเนินการของท่านประธานมาโดยตลอด และเข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน เมื่อยื่นกระทู้ถามสดท่านนายกรัฐมนตรีมีภารกิจ จําเป็นไม่มาตอบ ท่านก็มีสิทธิที่จะได้ระบายความในใจ ตรงนี้เราเข้าใจได้ รับได้ครับ แต่ว่าผมไม่อยากให้มีการต่อเติมเสริมแต่งในสิ่งซึ่งยังพิสูจน์ไม่ได้ และตรงนี้จะทําให้ ความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น และสภาจะไม่ใช่ทางออก ผมเคารพท่านวิชาญเป็นอย่างยิ่ง จากเกียรติภูมิของท่านที่ผ่านมา เราทํางานร่วมกันหลายเรื่อง ผมก็อยากให้ท่านได้เป็น แบบอย่างที่จะใช้สภาแห่งนี้ในแต่ละนาทีอย่างมีประโยชน์และอย่างสร้างสรรค์ ถ้าไม่ใช่ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ถ้าเป็นคนอื่นผมจะบอกว่าถ้าอยากให้
เอาละครับ พอแล้วครับ นั่งเถอะครับ
(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอรรถวิชช์พอแล้วครับ ท่านก็ประท้วงไปแล้ว ทราบประเด็นแล้วครับ เอาละท่านวิชาญ ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ชัดเจนว่าท่านจะขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามนี้ไป
ท่านประธานครับ ผมกําลัง จบครับ แต่อย่าขัดจังหวะ นิดเดียวครับ ด้วยความเคารพครับ ด้วยความเคารพท่านสมาชิกครับ คือผมขออนุญาตครับ ผมเกรงว่าในโอกาสวันสองวันนี้ถ้าเกิดมีคนล้มตายขึ้นมา โดยการสลายการชุมนุม ซึ่งท่าน พลเอก อนุพงษ์ ผบ.ทบ. บอกกล่าวว่าจะมีการสลาย การชุมนุมอยู่แล้ว ท่านพูดเองชัดครับ และการสลายการชุมนุมเกิดมีคนตายขึ้นมา ใครรับผิดชอบ ท่านนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบได้นะครับ ผมพูดทิ้งประเด็นไว้ตรงนี้ละครับ
ขอบคุณท่านวิชาญครับ
แล้ว ส.ส. ในสภาแห่งนี้ ฝ่ายไหนจะรับผิดชอบ ฝ่ายค้านเป็นคนถามนะครับ หรือฝ่ายรัฐบาลจะเป็นคนรับผิดชอบ หรือพรรคประชาธิปัตย์ในส่วนนี้จะช่วยกันดูแลได้หรือเปล่าครับ
เอาละครับ ๆ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ ต่อไปก็จะ เข้าระเบียบวาระปกตินะครับ
(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ปรึกษาอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กระผมเห็นว่ามีการอ้างข้อ ๑๔๗ ทีนี้ว่าจะเป็น มาตรฐานดีไหมครับว่าเวลาที่จะมีการเลื่อนการตอบ ผู้ที่จะตอบจะต้องลงลายมือชื่อเอง หรือว่าคนอื่นเขาลงลายมือชื่อได้ ท่านช่วยตัดสินหน่อยครับในตรงนี้ เพราะว่าในข้อ ๑๔๗ ไม่มีการเขียนไว้ แต่กระผมเข้าใจว่าถ้าจะมีการเลื่อน นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีควรจะ เป็นผู้ที่ลงนามเอง ตรงนี้ผมขออนุญาตปรึกษานะครับ การยอมรับตรงนี้มีแค่ไหนครับ
คืออันนี้มันก็เป็นระเบียบงานสารบรรณนะครับ สํานักนายกรัฐมนตรีก็ทําแจ้ง ซึ่งแจ้งก็อ้างว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทราบว่ามีการถามกระทู้ แต่ท่านจะแจ้งเหตุจําเป็ นที่ยัง ไม่สามารถมาตอบได้ อ้างข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ นะครับ และผู้ลงนามก็เป็นรองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อันนั้นเจตนาชัดเจน ซึ่งก็ถูกต้องตามกระบวนการ เพียงแต่ท่านสมาชิกก็ตั้งข้อสังเกตว่าก็น่าจะให้ ผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงเซ็นหนังสือ อันนี้เป็ นข้อสังเกตก็คงจะฝากทางรัฐบาลไป แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงเจตนาที่ชอบตามระบบงานสารบรรณอยู่แล้วในการส่งเอกสารมา ชัดเจนถึงประธานสภาตามข้อบังคับครับ ท่านประเสริฐครับ
ท่านประธานครับ อย่างนี้ดีไหมครับ อย่างนี้ก็ถือเป็นการวางมาตรฐานไว้ตรงนี้อย่างนี้ใช่ไหมครับ กระผม ขอให้ท่านประธานช่วยอ่านอีกสักรอบหนึ่งครับ จะได้รับทราบว่ามาตรฐานเป็นอย่างนี้ อ่านอีกสักรอบนะครับ ขอบคุณครับ
ก็สอดคล้องกับที่ท่านสมชัยนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตนะครับ เพื่อให้ชัดเจน และบันทึกไว้ หนังสือที่ นร ๐๔๐๔/๔๑๘๖ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ เรื่อง กระทู้ถามสด เรียน เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร
ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคําสั่งนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓ โดยมีการบรรจุกระทู้ถามสด รวม ๓ กระทู้ ได้แก่ กระทู้ถาม เรื่อง การประกาศ พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กระทู้ถาม เรื่อง การบริหารราชการ แผ่นดินภายใต้ภาวะผิดปกติและวิกฤติอย่างยิ่งของสังคมไทย ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กระทู้ถาม เรื่อง การบริหารราชการผิดพลาดในการใช้กําลังทหารสลายการชุมนุมจนมีเหตุ ให้ประชาชนสูญเสียชีวิต ผู้ตั้งกระทู้ถาม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยนั้น
นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบแล้ว มีบัญชาให้กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่าเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ที่มีเหตุฉุกเฉิน ร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จําเป็นที่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวจะต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาเพื่อจะได้ดูแลและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที และแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ และโดยที่กระทู้ถาม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่าน เป็ นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ข้างต้น จึงมีเหตุจําเป็ นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทําให้ไม่สามารถตอบกระทู้ถามของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่านในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามข้างต้น ไปก่อน และเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงจักได้ตอบกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ในคราวต่อไป ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๔๗
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้เรียนเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้ให้ ความสําคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐสภา ในการนี้ รัฐบาลจะดําเนินการขอให้มีการอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอได้โปรดนํากราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไปด้วย จักขอบคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ นางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ำยการเมืองปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการ นายกรัฐมนตรี
ก็จบแล้วนะครับ ท่านเชาวรินมีอะไรหารืออีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตถามท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาและต้องการคําตอบที่ชัดเจน ผมเป็น ผู้หนึ่งที่ได้ยื่นกระทู้ถามสดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ มีนาคม กระทู้ของผมเขียนเจาะจงถาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เกี่ยวกับการสั่งให้มีการเคลื่อนย้ายกําลังทหาร จํานวน เกือบ ๗๐,๐๐๐ คน แล้ววันนั้นท่านเป็นประธานในที่ประชุมก็ได้แจ้งให้ผมทราบว่า รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงมีหนังสือแจ้งมาว่าขอเลื่อนไป ผมก็ทักท้วงว่ามันผิด ข้อบังคับ เพราะการขอเลื่อน ข้อบังคับ ข้อ ๑๔๗ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ต้องกําหนดว่า จะตอบผมเมื่อไร ก็ไม่ได้มีการนั่น ผมบอกเมื่อตอบมาอย่างนี้ไม่ถูกข้อบังคับ ก็ขอต่อรองว่า รองนายกรัฐมนตรีซึ่งขณะนั้นมีอยู่หลายท่านว่าให้ตอบแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ให้ตอบแทนได้ไหม ท่าน พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ก็ไม่ตอบ ไม่ตอบ ผมก็เลยขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เสนอเป็นญัตติด่วน เพราะขณะนั้นผมเล็งเห็น แล้วว่าบ้านเมืองมันจะเกิดปัญหา นี่วันที่ ๑๘ มีนาคม ก่อนวันที่ ๑๐ เมษายน นี่ผมรอมา เดือนกว่า รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงก็ไม่มาตอบกระทู้ผม แล้วอย่างนี้ ๓ กระทู้ ก็แจ้งว่ายังไม่พร้อมขอเลื่อนไปก่อน ผิดข้อบังคับอีก เพราะไม่ได้กําหนดว่าจะเลื่อนไปวันที่ เท่าไร แต่เอาเถอะนํ้าพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ในฐานะต่างเป็นนักการเมืองด้วยกัน ต่างเป็น ตัวแทนของประชาชนที่จะมาทําหน้าที่เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยในแบบมีรัฐสภา ด้วยเหตุนี้ก็ต้องอะลุ้มอล่วยกัน ไม่เป็นไรครับท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะมีภาระที่สําคัญ วันนี้ไม่ตอบกระทู้ถามสดไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ขอเสนอญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาได้พิจารณาเรื่องนี้ แล้วทํางานร่วมกันทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านด้วยการขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเข้าไปกํากับดูแลเหตุการณ์การชุมนุม การสลายการชุมนุม การแก้ปัญหาของบ้านเมือง ผมขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านเชาวรินครับ ช่วงนี้ยังอยู่ในระเบียบวาระการประชุมกระทู้ถามนะครับ
หมดแล้ว ท่านประธานพูดเองว่าหมดแล้ว
ขอให้ ผมเข้าสู่วาระปกติแล้วแจ้งองค์ประชุมให้เรียบร้อยก่อนนะครับ ถ้าท่านจะเสนอท่านก็เสนอ ช่วงนั้น เมื่อกี้ผมยังไม่ได้แจ้งองค์ประชุมก็มีท่านสมาชิกท่านประเสริฐขอหารือ เชิญท่าน นั่งลงก่อนครับ
เดี๋ยวท่านต้องเรียก ผมนะครับ
เชิญนั่งลงก่อนครับ ท่านสมาชิกครับ จบระเบียบวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ ขณะนี้ มีสมาชิกมาลงชื่อประชุมทั้งสิ้น ๔๗๕ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดําเนินการประชุม ตามระเบียบวาระการประชุมต่อไปครับ เชิญท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ใช้มาตรฐานเดียวกับท่านชัย ชิดชอบ ผมเคยถาม ท่านประธานชัย ชิดชอบ ว่าวันนั้นที่ผมบอกว่าเมื่อไม่ให้ผมถามกระทู้ถามสด ผมขอยื่น ญัตติด่วนเลย แล้วสภาก็ล่มไป ถัดมาผมถามท่านประธานชัยว่าทําไมไม่ให้บรรจุญัตติด่วน ของผม
คือถ้าท่านจะเสนออะไรก็เสนอ ห้ามอภิปรายก่อนเสนอนะครับ
ผมก็ขออาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เสนอเป็ นญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อขออนุญาตต่อสภาแห่งนี้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ
ข้อ ๔๐ อะไรดูให้ดี
ขออภัย ข้อ ๔๖ ครับ ท่านประธานครับ ข้อ ๔๖ (๑) เพื่อขอพิจารณาเป็นเรื่องด่วนขอเสนอเป็นญัตติด้วยวาจา แล้วก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายเหตุผลต่อไป นั่นคือญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงของกลุ่มชนต่าง ๆ ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนะครับ และป้ องกันการเกิดเหตุนองเลือดขึ้นมาอีก หรือถ้าใช้เหตุนองเลือดไม่ไพเราะ ผมก็ เพื่อป้ องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนและประเทศชาติ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ครับ ท่านเชาวรินได้เสนอญัตติโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) นะครับ มีผู้รับรองครบถ้วน ท่านเชาวรินครับ ญัตติของท่านให้ตั้งกรรมาธิการนี่นะครับ ผมเกรงว่าจะขัดข้อบังคับ ข้อ ๕๖ ข้อบังคับ ข้อ ๕๖ ได้บัญญัติไว้ว่า ญัตติใดตกไปแล้วห้ามนําญัตตินั้นซึ่งมี หลักเกณฑ์เช่นเดียวกันขึ้นมาเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังไม่ได้ มีการลงมติหรือญัตติที่ประธานสภาจะอนุญาต ในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ทีนี้ญัตติที่ท่านเสนอวันนี้นี่นะครับ เมื่อวานนี้ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ก็ได้อาศัยอํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) เหมือนกันนะครับ ได้เสนอแล้วที่ประชุม ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง แล้วมีมติไม่รับพิจารณานะครับ ก็เกรงว่าจะผิดข้อบังคับครับ ท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานครับ ท่านพูดผิดพูดใหม่ได้นะครับ เมื่อกี้ท่านพูดบอกได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง เมื่อวาน ให้อภิปรายฝ่ายละ ๒ คนเท่านั้นเอง
ไม่เป็นไรครับ ฝ่ายละ ๒ คนครับ
ฝ่ำยละ ๒ คน เท่านั้นเอง มันไม่กว้างหรอกครับ แค่ ๔ คน เอาละท่านประธานวินิจฉัยใหม่นะครับ อันสี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งนะครับ เมื่อวานของท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ กับของผมนี่คนละเรื่องกันครับ ชื่อก็ไม่เหมือนกัน ผมนี่ต้องการให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้ลงพื้นที่ จะได้ไปพบปะกับพี่น้องประชาชน ทุกฝ่าย แล้วก็ในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนก็ไม่ใช่จะยกเฉพาะพรรคเพื่อไทยเข้าไป อย่างเดียว ฝ่ายรัฐบาลก็ควรจะต้องมาทํางานประสานกันในฐานะที่ได้รับมอบหมาย มาจากประชาชน พวกเรามาจากการเลือกตั้ง ประชาชนอยู่ที่ไหนควรจะเข้าไป แล้วเราจะ มานั่งเดียวดายกันอยู่อย่างนี้
เดี๋ยว ๆ มีท่านสุรพงษ์ประท้วงครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธาน ท่านประธานมาวินิจฉัยว่าญัตติของท่านเชาวรินนั้นซํ้าซ้อนกับเมื่อวานนี้ มันคนละเรื่องกัน ท่านประธานฟังจบไหมครับ มันคนละเรื่อง ญัตติหัวข้อก็ไม่เหมือนกัน แล้ว ท่านประธานลองไปถอดเทปมาอ่านดูสิครับ วินิจฉัยแบบนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน วินิจฉัยให้ถูกต้องครับท่านประธาน
ท่านสุรพงษ์ครับ คือเจตนาของญัตตินี่เหมือนกัน ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเหมือนกัน
ไม่ใช่ท่านประธาน ผมยัง ไม่ได้ฟังเลย ไม่เหมือน เหมือนได้อย่างไร ยังไม่ได้ฟังเลยว่าเป็นอย่างไร ท่านประธาน ผมหูไม่เฝื่อน ผมนั่งอยู่ในที่ประชุมมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว
เอาอย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่ได้นําสาระการประชุมเมื่อวานในเรื่องที่เกี่ยวข้องนี้ มาพิจารณาตรวจสอบ แต่ขณะนี้ผมจะให้สิทธิท่านเชาวรินนําเสนอก่อน ท่านเอาเสียให้ ชัดเจนนะครับ และเดี๋ยวได้ตรวจสอบ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ กรณีที่ผมขอใช้อํานาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๖
เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้มอบให้ ขออภัยนะครับ ท่านสมาชิกได้เสนอญัตติไปแล้ว หลังจากเสนอไปแล้วมีผู้รับรองเรียบร้อย หลังจากนั้นท่านประธานได้รับแจ้งจากท่านเลขาธิการว่าผิดข้อบังคับ ท่านประธาน ก็แจ้งแล้วว่าผิดข้อบังคับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าขณะนี้ท่านประธานจะต้องดําเนินการ ไปตามระเบียบวาระการประชุมครับ
คืออย่างนี้ผมแจ้งไปแล้ว ทีนี้ผู้ยื่นญัตติเขายืนยันว่าญัตติเขาไม่ซํ้ากับญัตติเมื่อวาน ผมจะให้โอกาสท่านได้พูดญัตติท่านนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะพักประชุมเพื่อตรวจสอบจะ ได้ข้อสรุป เชิญท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าท่านรองเลขาธิการ สุวิจักขณ์ที่กรุณาชี้แนะท่านประธานว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๕๖ ถ้ามันผิดจริง ๆ ท่านประธาน ต้องให้เลขาธิการสุวิจักขณ์ขึ้นเงินเดือน ๒ ขั้น แต่ถ้ามันไม่ผิด สุวิจักขณ์ต้องพิจารณา ตัวเองนะ นี่พี่บอกน้องว่าทีหลังอย่าทําอย่างนี้นะครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
โห่ทําไม ใครตาย
เดี๋ยว ๆ ท่านเชาวรินครับ ท่านบุญยอด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เรื่องแรกก่อนนะครับ ไมโครโฟนด้านพรรคร่วมรัฐบาลทําไมมันช้ากว่าด้านฝ่ำยค้าน ผมไม่เข้าใจนะครับ ผมก็ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมขออนุญาตประท้วงต่อสมาชิกนะครับ สมาชิกใช้การข่มขู่ในสภานะครับ ท่านข่มขู่แล้วนะครับ ถ้าท่านตั้งกระทู้ถามอย่างนี้ไม่ได้ แล้วท่านรับผิดชอบอะไรบ้างครับ ท่านจะลาออกไหมครับ
เอาละครับ เชิญท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ประท้วงท่านประธาน การที่ท่านประธานจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๖ ในกรณีที่ญัตติใด ตกไปแล้วห้ามมีการเสนอในสมัยประชุมนั้นอีก ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ใช่เด็ก แล้วคนที่เสนอไปก็ไม่ใช่เด็กด้วย การตีความข้อบังคับจะต้องตีความเคร่งครัด ในกรณีที่ ดอกเตอร์พีรพันธุ์เสนอนี่หมายความว่าเหตุการณ์ ๑๐ เมษายนมีคนตาย คุณเชาวริน กําลังจะพูดว่าในขณะนี้ไม่ใช่พูด ๑๐ เมษายน เหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นข้างหน้ามันจะ กระทบกับความมั่นคง มันจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย มันคนละตอนกัน เป็นคนละเรื่องกันจะต้องแยกแยะ
นี่ท่านประยุทธ์ท่านกับผมก็ฟังเหมือนกัน ผมถึงจะให้ท่านเชาวรินเสนอญัตติอย่างไรครับ แล้วผมจะพักประชุม แล้วจะตรวจสอบ ถ้ามันไม่เหมือนกันก็จะให้ดําเนินการต่อ ถ้าเหมือนกันมันก็ตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๕๖ นะครับ เข้าใจตรงกันแล้วครับ พอแล้วครับ
ให้ท่านประธานอยู่นิดหนึ่งว่า ในกรณีที่คุณเชาวรินอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) เสนอด้วยวาจาเป็นเรื่องเร่งด่วน ท่านอาจจะอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๑ หรือข้อ ๔๒ ก็ได้ ในข้อ ๔๑ ตั้งกรรมาธิการ ข้อ ๔๒ คือพูดเฉย ๆ แล้วก็รวบรวมอะไรเป็นข้อคิดเห็นเพื่อเสนอแนะรัฐบาลเท่านั้น ผมจึงอยาก กราบเรียนท่านว่าในการใช้ดุลยพินิจจะต้องใช้ให้รอบคอบครับ
กําลังจะฟังสาระของญัตติว่าจะเหมือนกันกับเมื่อวานไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกที่รัก ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย
เดี๋ยวท่านเชาวรินมีผู้ประท้วงอีกแล้ว ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ผมว่าท่านประธานกับผมและในสภานี้ก็รู้อยู่แก่ใจนะครับว่าเขาจะพูด เชื่อมโยงในวันที่ ๑๐ แล้วก็ต่อไปนี่ ท่านประธานน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้นที่ท่านประธานวินิจฉัย
เอาอย่างนี้ คือเพื่อไม่ให้เสียเวลาผมถึงบอกจะฟังสาระของญัตติ ถ้ามันเป็นเรื่องอย่างที่ ท่านพูดว่าพูดเหมือนญัตติเมื่อวานก็ตกไป ถ้ามันไม่ใช่ก็เป็นสิทธิสมาชิกท่านจะเสนอนะครับ เป็นสิทธิสมาชิกทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ ฉะนั้นขอฟังนิดหนึ่งจะได้ไม่ต้องเสียเวลานะครับ เชิญนั่งครับ ผมวินิจฉัยแล้วจะให้ท่านเชาวรินได้เสนอญัตติ แล้วเดี๋ยวผมจะพักประชุม ตรวจสอบรายละเอียดครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านเชาวริน
ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ความสนใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของผม ขอขอบคุณ อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ก็เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าขณะนี้บ้านเมืองของเรา กําลังเผชิญกับปัญหาการเผชิญหน้าของราษฎรกลุ่มใหญ่และหลายฝ่าย เดิมนั้นวันที่ ๑๒ มีนาคมมีการประกาศชุมนุมของ นปช. แล้วก็กําหนดว่าวันที่ ๑๔ มีนาคมจะทํางานใหญ่ สภาของเราก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสําคัญเท่าใดนัก ขณะเดียวกันทางฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมีหน้าที่ในการรับผิดชอบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองก็ได้เตรียมการรับมือกัน บางอย่างก็ออกจะเกินเลยไป ถึงตรงนั้นผู้แทนราษฎรก็พยายามจะทําหน้าที่แต่ก็ไม่มี โอกาส เมื่อมันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนามาแล้วแทนที่จะยุติเหมือนกับในอดีต ที่เคยเกิดขึ้นกลับไม่เป็นอย่างนั้น ปรากฏว่าการชุมนุมในกรุงเทพมหานครไม่มีเพียง สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ
มีผู้ประท้วงอีกแล้ว หมอวรงค์ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธาน ผมรับท่านประธานไม่ได้จริง ๆ ครับ คือวันนี้ท่านประธานกําลังเล่นบทศรีธนญชัย คือข้อบังคับการประชุมเขียนไว้ชัดเจนว่าญัตติที่มีเนื้อหาที่มีหลักการคล้ายกันหรือว่า สอดคล้องกันมันตกไปแล้วท่านประธาน และผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าเราพูดถึง เรื่องปลา ท่านประธาน มีวันหนึ่งพูดถึงเรื่องปลาช่อนครับ เรื่องปลาช่อนตกไปวันนี้จะพูด เรื่องปลาดุก มันก็เป็นปลาเหมือนกัน ดังนั้นท่านประธานต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดครับ ไม่อย่างนั้นสภาวุ่นวายครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ คืออย่างนี้นะครับ ผมนี่รักษาสิทธิของท่านสมาชิกทุกท่าน เดี๋ยวไม่ต้อง เดี๋ยวครับ ผมขอชี้แจงผู้ประท้วงก่อนครับ ท่านไพจิตครับ ขอเวลาชี้แจงหน่อยครับ นั่งก่อนครับ ๆ ผมนี่รักษาสิทธิท่านสมาชิกตามข้อบังคับ เมื่อสมาชิกท่านใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) ผมก็ให้สิทธิท่าน ทีนี้หลายท่านทักท้วงว่าญัตตินี้อาจจะเป็น ญัตติที่ซํ้ากับเมื่อวานซึ่งตกไปแล้ว ตามข้อบังคับถ้าตกไปแล้วก็นํามาเสนออีกไม่ได้ ในสมัยประชุมนั้น อันนี้ก็มีประเด็นว่าเราก็ยังไม่ได้ฟังว่าเขาจะเสนอญัตติเรื่องอะไร สาระ เป็นอย่างไร ผมก็ให้โอกาสผู้เสนอญัตติตามสิทธิที่เขาเสนอได้ ตามข้อบังคับให้เสนอ หลังจากนั้นผมก็เรียนที่ประชุมแล้วว่าผมก็จะพักประชุม นําสาระของญัตติที่เสนอ เมื่อวานนี้ ถ้าสมมุติเห็นว่ามันยังกํ้ากึ่งกันอยู่ก็เอามาตรวจสอบและท่านประธาน จะวินิจฉัย ถ้ามันซํ้ากันก็ตกไป ถ้ามันไม่ซํ้ากันก็เป็นสิทธิที่สมาชิกท่านจะเสนอได้ ก็อยู่ที่ ที่ประชุม ถ้าที่ประชุมเห็นว่าญัตตินี้ไม่รับ เราก็ลงมติโหวตกันว่าไม่รับก็จบ
ท่านประธานครับ ผม หมอวรงค์ ผมขอเรียนท่านประธาน ๒ กรณีครับ
ถ้าไม่อย่างนั้นการประชุมนี่มันก็จะเป็นปัญหา เพราะว่าผมจะไปเอาใจข้างใดข้างหนึ่ง ก็ไม่ได้ ก็ต้องเอาตามข้อบังคับ และต้องให้รักษาสิทธิของสมาชิกครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมมีข้อตัวอย่างเรียนกับท่านประธานอยู่ ๒ กรณีครับ ท่านประธานคงจะจําได้ว่าในบางครั้งเพื่อน ๆ สมาชิกเสนอญัตติที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน เช่น มีเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติเรื่องที่ทํากิน มีเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติที่ดินป่ำสงวน มีเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติเรื่องที่ดินกําแพงเมือง คูเมือง ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคนละเรื่องครับ แต่ที่ผ่านมาสภาเราก็ถือว่าญัตติพวกนี้เป็นเรื่องหลักการเดียวกัน อันนี้ก็เหมือนกันครับ ท่านประธาน และเมื่อสักครู่ท่านประธานก็วินิจฉัยไปแล้วด้วย ผมจึงอยากให้ท่านประธาน เคร่งครัดครับ
คือเมื่อกี้ผมเกรงว่าจะขัดกับข้อ ๕๖ ก็เลยจะให้ท่านเชาวรินได้นําเสนอ และผมถึงบอก ผมจะพักประชุมเพื่อตรวจสอบนะครับ เอาละครับ หมอวรงค์นั่งเถอะครับ
ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ อย่างนี้ แล้วกันนะครับว่า
เชิญนั่งครับ
ผมว่าความสงบของสภาอยู่ที่ ท่านประธานนะครับ อยากให้ท่านประธาน
ผมจะ พยายามควบคุมการประชุมให้ดีที่สุดครับ แล้วก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายภายใต้ ข้อบังคับ เชิญนั่งลงครับ
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านไพจิตประท้วงอะไรครับ
ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทยครับ ผมประท้วงท่านประธานที่ผู้ประท้วงเมื่อกี้ได้ผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ โดยชัดแจ้ง แปลว่าผมรับท่านประธานไม่ได้ ท่านประธาน เป็นศรีธนญชัย เป็นการดูหมิ่นและใส่ร้ายท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ผมว่าคําพูด แบบนี้ไม่ควรจะออกจากปากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ขอให้ ถอนครับท่านประธาน ขอให้ความเคารพ ผมขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยข้อประท้วง ของผม และให้ผู้อภิปรายประท้วงเมื่อกี้ถอนนะครับ คําว่าประธานเป็นศรีธนญชัย เป็นอันไม่สมควรครับ แล้วก็ใส่ร้าย และไม่รักษาสถาบันแบบนี้ เพียงแต่ไม่อยากให้พูด เรื่องการจะปราบประชาชนนี่ แล้วจะพูดอย่างไรก็ได้ ผมรับไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์ เกินความจําเป็น
ขอบคุณท่านไพจิตนะครับ แต่ไม่เป็นไรครับ ก็ท่านพูดถึงผม ผมเห็นว่าผมไม่ได้เป็น อย่างนั้น ผมไม่เสียหายอะไร ก็ไม่ต้องถอนหรอกครับ เชิญท่านเชาวรินต่อครับ ท่านสมาชิกเดี๋ยวก็จะจบแล้ว ท่านเชาวรินเสนอชื่อญัตติของท่านนะครับ ท่านอย่าเพิ่งให้ เหตุผลอะไรประกอบทั้งนั้น เพราะว่าเดี๋ยวจะได้ตรวจสอบก่อน ผมจะพักประชุม และตรวจสอบญัตติของท่านแล้วค่อยมาว่ากัน ถ้ามันไม่ตกตามข้อ ๕๖
ผมขอเสนอญัตติตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองครับท่านประธาน
เอาละครับ ก็ญัตติชัดเจน อย่างนั้นผมขอพักประชุม ๑๐ นาทีนะครับ
พักประชุมเวลา ๑๒.๕๑ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๑๙ นาฬิกา
ได้พัก ประชุมไป ๑๐ นาทีเพื่อตรวจสอบข้อมูลแล้วก็ข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ก็สรุปได้ดังนี้ ประธานได้วินิจฉัยว่าญัตติที่ท่านเชาวรินเสนอท่านสามารถเสนอได้
เหตุผลประการที่ ๑ เมื่อวานนี้ญัตติที่เสนอโดยท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ยังไม่ได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ตกก่อนที่จะได้บรรจุระเบียบวาระการประชุม เราก็พิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมที่มีอยู่ ฉะนั้นก็ถือว่าญัตติยังไม่ได้มี การพิจารณาและสภาไม่ได้ลงมติให้ญัตตินั้นตกไปนะครับ ก็ถือว่าญัตตินี้ยังไม่เคยมีอยู่ ในการพิจารณาของสภา เพียงแต่ว่าเมื่อวานนี้เราพิจารณาว่าจะบรรจุระเบียบวาระการประชุม หรือไม่
เหตุผลประการที่ ๒ ถ้าดูสาระของญัตตินะครับ วันนี้ท่านเชาวรินเสนอญัตติ ให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อป้ องกันปัญหาเรื่องสงครามกลางเมือง ก็คือเหตุที่จะปะทะกัน จะทําอย่างไรที่สภาจะมีกรรมาธิการไปดูแลแก้ปัญหาป้ องกันไม่ให้เกิดขึ้น อันนี้ก็เป็นสาระ ฉะนั้นข้อบังคับ ข้อ ๕๖ ก็ไม่สามารถที่จะนํามาใช้ในกรณีนี้ได้ ฉะนั้นก็ถือว่าท่านเชาวริน ท่านก็มีสิทธิที่จะไปยื่นญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) ได้นะครับ ท่านสมบูรณ์มีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอให้สภาดําเนินการไปตามระเบียบวาระการประชุม ขอผู้รับรองด้วยครับ
เท่ากับว่าตอนนี้มี ๒ ญัตติ ญัตติที่ ๑ ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เสนอญัตติให้สภา ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อป้ องกันปัญหาสงครามกลางเมือง โดยอาศัยสิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) ขณะเดียวกันท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านก็เสนอญัตติให้มีการพิจารณา ไปตามระเบียบวาระการประชุมที่มีอยู่ ฉะนั้นก่อนที่จะถามมติก็จะให้ท่านเชาวริน ท่านเดียวนะครับ จะให้ท่านเชาวรินท่านเดียวเป็ นผู้เสนอญัตติและให้เหตุผล และหลังจากนั้นแล้วท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ก็จะให้เหตุผลว่าที่ท่านอยากให้ เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมเพราะอะไร เอาแค่ ๒ ท่านนี้แล้วก็จะลงมติเลยว่า จะเอาอย่างไร เชิญท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ที่ผมจําเป็นต้องอาศัยข้อบังคับในการเสนอ ญัตติด่วน ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศรู้แล้วว่าสถานการณ์บ้านเมืองของเราขณะนี้ เป็ นอย่างไร ผมจะไม่พูดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเพราะมันผ่านไปแล้ว ตามที่ ท่านสมาชิกจากจังหวัดยโสธร ดอกเตอร์พีรพันธุ์ได้เสนอเมื่อวาน แต่ผมกําลังจะพูดว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ท่านประธานก็รู้ข้อมูลเท่า ๆ กับผมรู้ รวมทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ทั้งมาอยู่ในห้องประชุมและไม่มาอยู่ในห้องประชุม ต่างก็รู้ว่าบ้านเมืองของเราขณะนี้กําลังเผชิญกับเหตุการณ์อะไร ที่ศูนย์การค้าราชประสงค์ กลุ่มคนเสื้อแดงหรือที่ผมจะเรียกว่า นปช. เรียกคําย่อ ได้เคลื่อนมาใช้พื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ซึ่งก็ถูกฝ่ำยรัฐบาลยื่นไมตรีจิตว่ามีอย่างมากก็ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ คน ถึง ๑๕,๐๐๐ คน แต่ข้อเท็จจริงมันไม่เป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน มันมีแต่เพิ่มจํานวน มากขึ้นเรื่อย ๆ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ผมสัมผัส ด้วยตัวเอง เมื่อวานผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่พยายามจะยกมือขอใช้ สิทธิอภิปรายแสดงความคิดเห็นในสภา แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสตรงนั้น เมื่อไม่ได้รับโอกาส ตรงนั้นผมคือคน ผมคือนักสู้ พูดในสภาไม่ได้ผมก็ไปพูดที่เวทีราชประสงค์ แต่วิธีการพูดจาปราศรัยของผม ค่อนข้างจะมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกว่าคนอื่น ๆ ผมบอกท่านประธานไว้ตรงนี้เลยว่าขณะนี้ นปช. ที่ชุมนุมกันอยู่ที่ราชประสงค์นั้นจํานวนไม่ใช่แค่ ๑๐,๐๐๐ คน หรือ ๑๕,๐๐๐ คน ตามที่ส่วนราชการรายงานกันไป แต่มีจํานวนหลายหมื่นและยังสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกัน เรื่อย ๆ แม้ทางฝ่ายรัฐบาลจะบอกว่ากําชับตํารวจให้ตั้งด่านสกัดไม่ให้คน นปช. เข้ามา ในกรุงเทพฯ แต่จนแล้วจนรอดมันก็สกัดไม่ได้ อย่าว่าแต่จะไปห้ามประชาชนเดินทางเข้ามา อยู่ในกรุงเทพฯ เลย เอาขนาดว่าทหารจํานวนหนึ่งขนยุทโธปกรณ์ รถยานยนต์หุ้มเกราะ อาวุธปืนสงครามอยู่ในขบวนรถไฟวิ่งมาถึงจังหวัดขอนแก่น ประชาชน นปช. ชาวจังหวัด ขอนแก่นก็ไปยึดรางรถไฟกลิ้งท่อนํ้าขนาดใหญ่ไปขวางไว้ บางส่วนนอนขวางรางรถไฟ พขร. หยุดรถ เมื่อหยุดแล้วประชาชนก็เข้าไปล้อมขบวนรถไฟทั้งขบวนเชิญทหารลงมา ข้างล่างมาคุยกัน คุยกันอย่างฉันมิตร เพราะทหารที่นั่นมาจากค่ายติณสูลานนท์ซึ่งอยู่ใน จังหวัดขอนแก่นก็พูดภาษาอีสานด้วยกัน ทหารเขาบอกว่าเขาไม่ได้มาสนับสนุน การสลายม็อบที่กรุงเทพฯ แต่เขากําลังจะไปสับเปลี่ยนกําลังที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทหารที่มาจากจังหวัดนครพนมเขาปฏิบัติหน้าที่ครบเทอมแล้ว ทหารจากค่ายติณสูลานนท์ จังหวัดขอนแก่นก็จะไปสับเปลี่ยน กลุ่ม นปช. ประชาชนในจังหวัดขอนแก่นไม่เชื่อ แล้วยังออกอากาศทางวิทยุชุมชนให้พี่น้อง นปช. พี่น้องเสื้อแดงจากจังหวัดข้างเคียง และต่างอําเภอรอบนอกเข้ามาช่วยกันสนับสนุน เพียงเวลาไม่นาน ท่านประธานครับ มากันเป็นหลายพันคน ทหารมีแค่ ๑๐๐ กว่าคนไม่ถึง ๑๕๐ คนด้วยซํ้าก็เลยต้องอาศัย ข้าวชาวบ้านกินอยู่ตรงนั้น แล้วหัวหน้า นปช. ก็ประกาศว่าเดี๋ยวให้ครบ ๕ วันก่อนแล้วก็จะ ให้ไป ถ้ามันเป็นการไปสับเปลี่ยนกําลังจริงผมโทรศัพท์ไปถามว่าทําไมถึงต้องกักทหารไว้ ๕ วัน หัวหน้า นปช. หรือจะเป็นระดับแกนนําในพื้นที่บอกกับผมว่าเพราะผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อํานวยการในการรักษาสถานการณ์ฉุกเฉินแทนรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงได้แถลงผ่านโฆษกของ ศอฉ. ว่าจะสลายภายใน ๗ วัน เพราะฉะนั้น ขณะนี้ผ่านไปแล้ว ๒ เขาก็เลยจับทหารไว้ ๕ วัน เป็น ๗ วัน ถ้าหากว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ เขาก็ปล่อยให้ทหารเคลื่อนต่อไป แล้วยังมีอีกจังหวัดหนึ่งปรากฏว่าเป็นทหารจากจังหวัด อุตรดิตถ์ คราวนี้เป็นรถถังจากกองพันทหารม้าที่ ๓ เคลื่อนเข้ามา ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานคงมีข้อมูลเหมือนที่ผมรับทราบมา ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่เป็นตัวแทนประชาชนเราจะนั่งดูกันเฉย ๆ หรือครับ ที่ผมขอเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญก็ไม่ได้ร้องขอว่าตั้งเฉพาะ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย หรือ ส.ส. พรรคประชาราช แต่แน่นอน ส.ส. ทุกพรรคที่อยู่ในสภาแห่งนี้ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคเล็กเราต้องร่วมมือกันเดินหน้าเข้าหาประชาชนหาทางเจรจา เมื่อรัฐบาลเจรจา กับฝ่ายผู้ชุมนุมไม่ได้ผู้แทนราษฎรตัวแทนประชาชนทําไมเราไม่ทํางานล่ะ จะปล่อยให้ มันเกิดเหตุการณ์ซํ้าซากอย่างนั้นหรือ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ คนไทยเสียเลือดเสียเนื้อไปเท่าไร กว่าจะได้ประชาธิปไตยมา ถัดมาเพียงไม่กี่วัน ท่านประธานครับ เลือกตั้งวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๙ ผมจําได้แม่น เพราะผมสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่บังเอิญเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ผมก็แพ้อดีต ส.ส. ที่เขาเป็นอยู่ อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนกลางจัดตั้ง รัฐบาล โดยหัวหน้าพรรคหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้รับ การเรียกตัวจากเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ให้ไปทํางานด้วยกัน ในฐานะที่ผมเป็น ข้าราชการตํารวจ ผมได้รับหน้าที่เป็นนายตํารวจติดตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านประธานขออภัย มีสัญญาณเรียกขาน นว. เชตุพน ๑ เชตุพน ๑ ก็คือตอนนั้น กระทรวงพาณิชย์อยู่ที่วัดพระเชตุพน
มีผู้ประท้วง ท่านบุญยอดประท้วง
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมก็ฟังญัตติด่วนปากเปล่ารายวันนะครับ แต่ว่าท่านกําลังเล่าถึงประวัติชีวิตของท่าน มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องของญัตตินี้หรือครับ และผมขอให้บันทึกไว้ด้วยนะครับว่า ท่านยอมรับ ท่านขึ้นเวทีราชประสงค์ ท่านเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในม็อบนี้ เพราะฉะนั้น การเสนอญัตติครั้งนี้ท่านอาจมีอคติได้ครับ
เดี๋ยวฟังท่านเชาวริน ท่านกําลังจะโน้มน้าวให้เห็นด้วยกับญัตติท่าน ท่านเชาวริน ก็อย่าไปยาวมากนะครับ
ไม่ยาวหรอก อย่างไร ผมก็พูดไม่เกิน ๓ ชั่วโมงหรอกท่านประธาน อย่างไรผมก็อภิปรายไม่เกิน ๓ ชั่วโมง เพราะข้อมูลมันมีแค่นั้นแหละ ท่านประธานครับ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้น ก็มีการปลุกระดมว่ารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์เป็นคอมมิวนิสต์พวกที่ปลุกระดมก็คือ มวลชนจัดตั้ง นวพล กระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน ลานพระบรมรูปทรงม้านี่เป็นที่ชุมนุม คนเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน ผมในฐานะเป็นตํารวจติดตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นว. เชตุพน ๑ ขออนุญาตออกนอกทําเนียบรัฐบาล มาที่ลานพระบรมรูป สังเกตเห็น การแจกเชือกไนลอนคนละประมาณ ๒ ช่วงแขน ตอนนั้นผมยังเด็กครับท่านประธาน อายุเพิ่ง ๓๐ ต้น ๆ นึกไม่ออกว่าเขาชุมนุมทางการเมืองทําไมมีการแจกเชือกไนลอน สักพักก็มีการเขียนผ้าขึงไว้ กําจัดรัฐมนตรีคอมมิวนิสต์ “ชวน-ดํารง-สุรินทร์”
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ
ประท้วงทําไม อ้ายนี่อีกแล้ว
ประท้วงอะไรครับ
อ้ายนี่แล้วทําไมครับ ทําไมหรือ
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ เอาประเด็นที่ประท้วงครับ
(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวท่านอสิครับ เอาทีละท่าน
ท่านประธานสภาครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธาน ท่านควบคุมความประพฤติของ ส.ส. ที่ใกล้จะหมดสมัย คนนี้ด้วย และควบคุมการอภิปราย ท่านร่ายยาวเป็นประวัติชีวิตอะไรของท่านไม่ทราบ ไหน ๆ จะยาวแล้วอย่าลืมแวะถํ้าลิเจียด้วยนะครับ ควบคุมด้วยครับเพื่อจะได้เดินหน้า ของสภาต่อไป มีเรื่องที่เป็นประโยชน์รอเราอยู่นะครับ ควบคุมการประชุมไม่อย่างนั้น ปัญหามันก็ไม่จบไม่สิ้นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เอาละครับ ประธานก็ควบคุมอยู่นะครับ ก็ฟังอยู่ตลอดอย่างใกล้ชิด ก็เป็นประเด็นที่ท่าน กําลังจะโน้มน้าวโดยเอาข้อมูลเหตุการณ์ตั้งแต่สมัย ๑๔ ตุลาคม เดี๋ยวท่านก็มา ๖ ตุลาคม ก็จะตลบมาถึงตรงนี้ ฉะนั้นท่านเชาวรินอะไรที่มันเป็นปลีกย่อยไม่ต้อง ยกตัวอย่างมากก็ได้ ท่านเข้าไปโชะ โชะ โชะ เลยนะครับ เดี๋ยวจะมีท่านอสิประท้วง อีกท่านหนึ่ง ประท้วงให้จบก่อน เชิญครับ
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากให้ท่านผู้อภิปราย แสดงกิริยามารยาทที่เรียบร้อยหน่อยครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านอรรถพรประท้วงก็ตามข้อบังคับ ท่านหมุนเวียนรอบเลยครับ อ้ายนี่อีกแล้ว ท่านพูดเหมือนไก่ชนนะครับ ท่าทางเหมือนไก่ชน ผมคิดว่าควรจะทําท่าทางให้เรียบร้อยหน่อยครับ อยู่ในสภานะครับ ผมก็เห็นผู้อาวุโสมามาก
เอาละครับ
ขอบคุณคุณหมอนะครับ ผมจะพยายามรักษาเนื้อรักษาตัวไม่ให้ถูกสะเก็ดระเบิด จะได้ไม่ต้องไปนอนโรงพยาบาล บ้านนอก
ท่านอภิปรายกับประธานครับ
ครับ ครับ ครับ
ท่านอภิปรายกับประธาน
ก็เหมือนกันแหละ เวลาเขาประท้วงเขายังมองหน้าผมเลย ผมก็ต้องขอบคุณเขา แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ
คุณหมออสินั่งเลยครับ
ผมต้องขอขอบคุณ ผู้ประท้วงทั้งหลายซึ่งเป็นเด็กรุ่นหลังที่ไม่รู้จักประวัติศาสตร์ ผมก็จําเป็นจะต้องเอา ประวัติศาสตร์มาพูดกับท่านประธาน เพื่อให้เด็กรุ่นหลังได้มีโอกาสรับรู้บ้างว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองของเรานั้นมันมีตัวอย่างมาให้เห็นแล้ว วันนั้นผมเป็นคนตัดสินใจ พารัฐมนตรี ๓ คนหนีออกจากทําเนียบรัฐบาล
เดี๋ยว ท่านประท้วงอีกแล้ว
ท่านพูดถึงว่าถูกสะเก็ดระเบิด ผมยอมรับ ว่าตอนที่มีการประท้วงของพันธมิตร ผมได้มาสังเกตการณ์แล้วก็โดนสะเก็ดระเบิดที่ท้อง แต่ไม่เกี่ยวกับท่านเลยนะครับ แล้วผมก็เห็นผู้อาวุโสทางการเมืองเยอะแต่ว่าด้อยทาง สติปัญญาครับผม
พอแล้วครับ
เก่งจริง ๆ หมออสิ น่ารักมาก เก่งจริง ๆ ผมด้อยสติปัญญาจริง ๆ ท่านประธานครับ แต่ผมจําแม่น ผมจําแม่น และจําเหตุการณ์ได้ จําชื่อคนได้ และผมไม่เคยโกรธใคร แต่ผมจําแม่น ผมจําแม่น ท่านประธานครับ ผมตัดสินใจพารัฐมนตรี ๓ คนหนีออกจากทําเนียบรัฐบาล เมื่อเห็นม็อบ ไปล้อมทําเนียบรัฐบาล พร้อมกับขึงผ้าปิดถนนพิษณุโลก กําจัดรัฐมนตรีคอมมิวนิสต์ “ชวน-ดํารง-สุรินทร์” แล้วก็ตะโกนลั่นว่าฆ่ามัน ๆ ผมรู้ดีว่ารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีใครเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ถูกใส่ร้ายครับท่านประธาน ต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน
เดี๋ยว ท่านบุญยอดประท้วงอีกแล้วครับ
ผมพาหนีออกจาก ทําเนียบ
เดี๋ยว ท่านบุญยอดประท้วง มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร สมาชิกท่านนี้บอกว่า จะไม่เล่าเรื่องอดีต แม้แต่ ๑๐ เมษายนก็จะไม่พูด จะพูดปัจจุบัน อนาคต วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อะไรต่าง ๆ เมื่อกี้ท่านก็จั่วหัวอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นอดีตท่านต้องเล่าไม่ได้แล้ว แล้วถ้าท่านประธานฟังเฉย ๆ ไม่ได้เรียกว่าท่านควบคุมการประชุมนะครับ
ท่านบุญยอด ผมเข้าใจท่านนะ คืออย่าไปเอาประเด็นปลีกย่อยเหล่านี้มาเป็นประเด็น ประท้วง คืออย่างนี้ครับ ท่านตั้งญัตติเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อป้ องกันปัญหา สงครามกลางเมือง ท่านก็พยายามที่จะย้อนให้เห็นประวัติศาสตร์ว่าเมื่อก่อนนี้มันมี การปะทะกันในรุ่นไหน อย่างไร มันเสียหายอย่างไร ฉะนั้นท่านไม่อยากจะให้เกิดอย่างนั้น ท่านก็เล่าให้ฟัง ผมว่าฟังท่านหน่อยนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านบุญยอด ไม่ชอบฟัง มีคนอื่นเขาชอบฟัง แล้วก็บางท่านไม่ชอบตอนนั้นตอนนี้ก็ลุกขึ้นมาประท้วงกัน ก็ไม่ไปไหนหรอกครับ
ไม่ใช่ชอบไม่ชอบนะครับ ท่านประธานครับ มันเข้าประเด็นหรือไม่เข้า
ประธานควบคุมอยู่ ก็บอกท่านเชาวรินแล้วผมฟังอยู่ครับ ไม่ใช่ผมฟังเฉย ๆ ผมก็ติดตาม แล้วผมก็อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นนี่เหมือนกันนะครับ เชิญท่านเชาวริน ท่านกรุณาเอาตรงสาระสําคัญ ๆ ท่านเชาวรินครับ เวลาน้อย
ท่านประธานครับ ตั้งใจฟังให้ดีนะครับ ผมบอกว่าผมจะไม่พูดถึงเรื่องเมษายน วันที่ ๑๐ เมษายน ผมไม่พูดหรอก นั่นทหารมาฆ่าประชาชน แต่ผมจะพูด ๖ ตุลาคม ประชาชนฆ่าประชาชน ท่านประธานครับ ที่มันกําลังจะเกิดขึ้นในขณะนี้ ในอนาคตอันใกล้นี้ สมองมีไหม
เดินหน้า มีผู้ประท้วงอีกแล้ว เชิญผู้ประท้วง
ท่านประธานครับ กระผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานต้องให้ถอนคําพูด คําว่าทหารฆ่าประชาชน เมื่อกี้ผมยกมือไม่ทัน หาว่านายชวนเป็ นคอมมิวนิสต์ ต้องให้ถอนคําพูดนะครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานชี้แจงตรงนี้เลยเพื่อน้องธานี
เดี๋ยวครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านเชาวรินครับ เมื่อสักครู่ผมเห็นด้วยกับท่านผู้ประท้วง ท่านเชาวรินพูดออกมาคําหนึ่งว่าผมจะไม่พูดถึงเรื่องเมษายนที่ทหารฆ่าประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนั้นเรายังไม่ได้พิสูจน์ชัดเจน ขณะนี้ก็อยู่ในกระบวนการพิสูจน์ ขอความกรุณาท่านถอนออกก่อนครับ
อ๋อ ได้ครับ ผมเปลี่ยนเป็นว่า ๑๐ เมษายนเป็นเรื่องเกี่ยวข้องระหว่างทหารกับประชาชน ประชาชน กับทหาร เอาละคําว่าฆ่าลบไปเลยท่านประธาน เจ้าหน้าที่ลบออกไปเลยนะครับ
ถอนสิ่งที่ท่านพูดเมื่อกี้นี้ก่อน
ถอน ถอน ถอน
ถอน
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องชวนนี่ เรื่องชวนผมไม่ได้ว่าพี่ชวนเป็นคอมมิวนิสต์ ผมว่าชาวบ้านมันใส่ร้าย ฟังไม่ได้ศัพท์ จับมากระเดียด
ตรงนี้ไม่มีใครเป็นประเด็นที่จะมาทักท้วงท่าน ท่านเดินหน้าต่อไป แต่เอาอย่างนี้นะครับ ผมให้เวลาท่านอีก ๒๕ นาที
มากไปท่านประธาน มากไปเดี๋ยวก็ถูกประท้วงหรอก ผมบอกท่านประธานแล้วว่าข้อมูลของผมใช้เวลาไม่เกิน ๓ ชั่วโมง อย่างไรก็พูดไม่ถึง ๓ ชั่วโมงหรอก ๒๕ นาทีมากไปท่านประธาน
เอาเชิญ ๆ
ท่านประธานครับ ต่อมาถึงได้เข้าใจว่าที่มันแจกเชือกไนลอนนั้นเอาไปผูกคอประชาชนลากกันไปรอบ สนามหลวง บางศพถูกฌาปนกิจเผากันตรงนั้นเลย ขณะนี้เหตุการณ์ที่ราชประสงค์ ผมนี่ ขึ้นเวที ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ เพื่อให้เด็ก ๆ รุ่นหลังมันจะได้เข้าใจ ประวัติศาสตร์บ้าง ผมปราศรัยที่เวทีราชประสงค์เมื่อวานนี้เป็นครั้งที่ ๑๒ เมื่อวานซืน ครั้งที่ ๑๑ ก่อนหน้านั้นวันจันทร์เป็นครั้งที่ ๑๐ โดยผมขึ้นเวทีราชประสงค์ครั้งแรก ผมบันทึกไว้ในไดอารี (Diary) อันนี้ก็เรียนรู้มาจากพี่ชวน เด็ก ๆ ทั้งหลายทําตามพี่ชวนเขา
เอาละครับท่านเชาวรินไม่ต้องลงละเอียดขนาดนั้นหรอกครับ เอาสาระที่จะสนับสนุนญัตติ ของท่านพอแล้วครับ
ผมขึ้นเวทีราชประสงค์ รวมทั้งหมดทั้งสะพานผ่านฟ้ำลีลาศด้วย ๑๒ ครั้งครับท่านประธาน เพราะว่าผมถูกปิดปาก แล้วเดี๋ยวผมเสร็จนี่ผมก็ไปอีกแหละ ไปอีก แล้วประชาชนนี่เรียกร้องให้ผมไป เพราะผมไป ให้ประชาชนปฏิญาณว่าพวกเราจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยเกียรติ ของข้าฯ ข้าฯ สัญญาว่า ข้าฯ จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เสื้อสีอื่น มันทําเหมือนผมไหมล่ะ ข้อ ๒ ข้าฯ จะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ข้อ ๓ ข้าฯ จะปฏิบัติตามกฎ ของลูกเสือ เอาลูกเสือมาสยบความรุนแรงครับท่านประธาน เวลานี้ม็อบที่ราชประสงค์ น่ารัก แต่ความไม่น่ารักมันเกิดขึ้นข้างนอก โอ้โฮ หลากสีมานายแพทย์คนหนึ่งครับ นายแพทย์ตุลย์เป็นเพื่อนหมอประสิทธิ์
ไม่จําเป็นไม่ต้องไปเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกหรอกครับท่านเชาวริน เชิญต่อ
เคยขึ้นเวทีพันธมิตร เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ให้รัฐบาลลาออกอะไรต่ออะไร เป็นสูตินรีแพทย์อยู่ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผมนี่พาลูกสะใภ้ไปฝากครรภ์ เห็นหมอตุลย์ผมบอกไม่เอา ไปคลอดโรงพยาบาลอื่นลูก ไม่เอา เลิก เลิก เลิก เดี๋ยวมันบีบคอหลานผมตาย หมอตุลย์ คนนี้หน้ามันน่ากลัว
เดี๋ยวครับ มันไม่ได้เข้าประเด็นเรื่องญัตติท่านเลยนะครับ เอาให้เข้าประเด็นหน่อยครับ
หมอตุลย์มันเป็นผู้นํา หลากสี แล้วมันประกาศเลยว่าถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ได้ มันจะเอาพวกหลากสีมา แก้ปัญหาเอง
มีผู้ประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานจะเห็นว่าเราก็พยายามที่จะตั้งใจให้สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้มีการอภิปราย แต่การอภิปรายของท่านนั้นต้องไม่ปฏิบัติให้ผิดข้อบังคับการประชุมสภา ท่านพยายาม ที่จะพูดถึงบุคคลภายนอกซึ่งเขาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เหมือนกับที่ท่านสนับสนุน กลุ่ม นปช. ซึ่งมีสิทธิก็ทําไป แต่ทําไมกลุ่มอื่นทําท่านต่อว่าเขาล่ะครับ ท่านต้องใช้สิทธิท่าน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอด เดินไปข้างหน้าได้ วันนี้พอกลุ่มอื่นที่มาแสดงความคิดเห็นไม่ตรงกับกลุ่มเสื้อแดง ของท่าน ท่านก็ลุกขึ้นมาใช้เวทีนี้โจมตีเขาในสภา ท่านทําถูกหรือครับ
เอาละครับ
ท่านก็อภิปรายไปสิครับว่า ท่านคิดเห็นอย่างไร บ้านเมืองจะได้เดินข้างหน้า จะเป็นอย่างไรทุกคนต้องมาช่วยกัน แต่วันนี้ท่านเอาเวทีนี้เพื่อโจมตีคนอื่นที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับกลุ่มของท่าน ท่านทําได้ อย่างไร
เอาละครับ ท่านธนาครับ ขอบคุณครับ ท่านเชาวรินครับ คือญัตติของท่านฟังชื่อแล้วก็เป็น ญัตติที่สร้างสรรค์ ที่พยายามหาทางป้ องกันปัญหาความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ฉะนั้น ขอความกรุณาท่านอภิปรายอย่าได้ให้มีปัญหาผิดข้อบังคับหรือไปกล่าวถึง บุคคลภายนอกโดยไม่จําเป็น และที่สําคัญเอาเฉพาะสาระที่ให้ชัดเจนว่าทําไมสภานี้ ถึงต้องรับญัตติของท่านไว้พิจารณา อย่าไปลงรายละเอียดปลีกย่อยมาก เอาเฉพาะ สาระสําคัญ เชิญครับ
ขอบคุณครับ แล้วก็ขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งที่ต้องอ้างตัวบุคคลภายนอก ไม่ได้เอาเขามาโจมตี ยกย่อง เสียด้วยซํ้า เขาเป็นผู้นํา แล้วเขากําลังจะนําประชาชนมาชนกัน แล้วถ้าไม่บอกว่าเป็น นาย ก นาย ข แล้วผีที่ไหนมันจะรู้ว่าใครเป็นคนนํามา เอาละ ผมจะไม่เอ่ยชื่อเขาอีกแล้ว เอาเป็นรู้กัน
ท่านบุญยอดพอเถอะครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ จะได้ให้อภิปราย เชิญนั่งครับ
แล้วเพียงแต่หลากสี ก็ยังไม่พอนะ มีสีเหลืองโผล่มาอีก ไปประชุมกันที่มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยรังสิต ก็รู้กัน มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศ แต่มันจะอยู่ฝ่ายตรงข้าม กับนายกรัฐมนตรีทักษิณ นายกรัฐมนตรีสมัคร นายกรัฐมนตรีสมชาย มันตรงข้ามก็เลยให้ ใช้สถานที่ไปประชุมกัน เสร็จแล้วเขามีมติให้เวลา ๗ วัน ถ้ารัฐบาลดําเนินการไม่ได้ กลุ่มเขาจะออกมาดําเนินการเอง แล้วอย่างนี้ไม่ให้ผมเสนอญัตติได้อย่างไร ท่านประธาน พวกเราผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนของประชาชน ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน แล้วเราก็มานั่งดูชาวบ้านฆ่ากัน เอากันอย่างนั้นหรือ ผมว่าไม่ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของ พวกเราทั้งหลาย ไม่ว่าท่านจะเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ต้องมาหาทางป้ องกันครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นแนวทางที่จะออกตรงนี้ก็คือตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานครับ ให้ฝ่ายรัฐบาลเสนอมาด้วย เอาบุญยอดมาอยู่ทีมเดียวกับผมด้วยก็ได้ แล้วไปทํางานด้วยกัน เอาธนามาอยู่ทีมเดียวกับผมด้วยก็ได้ แล้วไปพบกัน ไปพบตํารวจ ที่มาจากทั่วประเทศ ตํารวจทั่วประเทศที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ เวลานี้คนบ้านนอกโทรมา ผมมันผู้แทนต่างจังหวัด ตํารวจจังหวัดราชบุรีถูกเรียกมากรุงเทพมหานครหมดแล้ว ร้านทองไม่มีใครเฝ้ำ ธนาคารไม่มี คนอยู่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนต่างจังหวัดฝากไว้กับใครครับ ท่านประธานในเมื่อตํารวจถูกระดมมาที่นี่หมด นอกจากนั้นในความเป็นผู้แทนราษฎร หรือใครหน้าไหนจะปฏิเสธว่าท่านไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทย ท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ผมไปที่ราชประสงค์ปราศรัยพูดจากับชาวบ้านให้สติเรียบร้อยผมก็ลงจากเวทีเดินทางกลับ เจอตํารวจ ท่าน ส.ส. ครับบอกหน่อยสิเบี้ยเลี้ยงผมไหนว่าวันละ ๓๐๐ บาท มาตั้งอาทิตย์กว่า ไม่ได้เลย แล้วมาจากบ้านมาจากต่างจังหวัดญาติพี่น้องในกรุงเทพฯ ก็ไม่มีจะอยู่กันอย่างไร พอไปกินส้มตํากับพวกม็อบนายสั่งขัง นายสั่งขังครับบอกว่าไปเข้ากับพวกเสื้อแดง พลทหารสุดสาครถูกสั่งขังที่กองพันทหารราบที่ ๓๑ จังหวัดลพบุรี ข้อหาไปนั่งกินส้มตํา กับพวกม็อบ นี่ครับเหตุการณ์มันอย่างนี้ถึงเป็นเรื่องที่ผมกังวล และผมเชื่อว่าคนไทยทุกคน ไม่ว่าสีไหนกังวลทั้งนั้น เป็นห่วงทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้าเดือดร้อนกันไปหมด เวลานี้พระจะออกบิณฑบาตญาติโยมที่ไหนจะมาใส่บาตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชุมนุม ก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดตอนนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๕๑ มันก็เกิดเดือดร้อนกันอย่างนี้ เป็นตัวอย่างให้เห็น ๆ แล้วพอเสนอญัตติขึ้นมาจะหาทางแก้ไขกลับมาปฏิเสธ ผมรู้ พูดจนคอแตกเดี๋ยวก็ไม่ได้ตั้งกรรมาธิการ เพราะนี่เขาก็เสนอบอกควรจะพิจารณาไปตาม ระเบียบวาระการประชุม ก็เอาสิ แล้วพวกคุณก็ไปรับผิดชอบกันเองถ้าเกิดว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผมถือว่าผมได้ทําหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรเป็ นที่เรียบร้อยแล้ว และทําแทน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ใครจะคิดว่าไม่ยอมให้ผมทําแทนก็ตามใจคุณ แต่ผมทํา นอกจากนั้นมีการเรียกตัว ส.ก. มัน ๒ มาตรฐาน ส.ก. คนไหนเป็นคนของ พรรคเพื่อไทยถูกฝ่ายปกครอง ฝ่ายเขตเรียกไปพบ วินมอเตอร์ไซค์ถูกเรียกไป โรงพักเรียกไป ถูกบีบมาจากกองบัญชาการตํารวจนครบาล เวลานี้ยาบ้าเต็มหมดทุกท้องที่ บ่อนการพนัน ไม่มียุคไหนที่มีในเขตนครบาลมากเท่ายุคนี้ เพราะตํารวจไม่มีเวลาไปกวดขัน บ่อนเกิดขึ้น เต็มทั่วทุกหย่อมหญ้า ยาเสพติดระบาดทุกตรอกซอกซอย เพราะตํารวจต้องมานั่งปลุกระดม มานั่งเฝ้ำม็อบ ตรงนี้เป็นปัญหาครับ มันเป็นลูกโซ่สร้างผลกระทบมากมายเหลือเกิน ท่านประธานครับ ถ้าท่านยังไม่สนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็ตามใจ ผมขอขอบคุณครับ
เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ในฐานะผู้เสนอให้ดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุม ท่านนิพิฏฐ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
เดี๋ยวครับ เดี๋ยวให้ท่านสมบูรณ์ ท่านมีอะไรเดี๋ยวท่านสมบูรณ์ก่อน เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง ผมขออนุญาตให้ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้เป็นผู้เสนอแทนครับ
ท่านนิพิฏฐ์ให้เหตุผลแทนที่จะให้พิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอสนับสนุนประเด็นของท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่ให้มี การพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม ที่กระผมเริ่มกล่าวอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า กระผมไม่ได้สนใจเหตุการณ์ของบ้านเมือง กระผมไม่ได้ห่วงใยสถานการณ์ในทางการเมือง ในขณะนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ แต่กระผมคิดว่ากระผมและเพื่อนสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนต่างกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือกระผมคิดว่า ญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณายกขึ้นนั้นมีเจตนาที่แอบแฝงและน่าจะไม่เป็นไปตามญัตติ ที่ท่านเสนอ ผมกราบเรียนท่านประธานว่านักการเมืองทุกคน ผู้แทนราษฎรทุกคน โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลไม่มีใครต้องการให้เกิดสงครามประชาชนหรือสงครามกลางเมือง เกิดขึ้น ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้อภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก โดยเฉพาะคุณหมอตุลย์ อย่างเสียหาย ผมเสียดายว่าเราไม่ได้เป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง คุณหมอตุลย์ เป็นบุคคลภายนอกครับ ท่านได้รับความเสียหายแน่นอน ท่านประธานนั่งฟังเพื่อนสมาชิก เอ่ยถึงหมอตุลย์ พูดถึงหมอตุลย์ และท่านประธานมิได้ทักท้วง
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านเชาวรินประท้วงครับ เดี๋ยวให้ท่านเชาวรินใช้สิทธิประท้วงนะครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ ท่านเชาวรินครับ
ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายที่ได้กล่าวหาผมว่าไปอภิปรายถึงบุคคลภายนอกอย่างเสียหาย ผมเพียงแต่ นําเสนอข้อมูลว่าคนที่เป็นผู้นําม็อบหลากสีชื่อหมอตุลย์ แล้วผมก็ระบุนามสกุลไปด้วย ทีแรกผมก็ไม่รู้ แต่ว่าหมอประสิทธิ์บอกมา หมอประสิทธิ์บอกว่าหมอตุลย์ นามสกุล สิทธิสมวงศ์ แล้วเป็นสูตินรีแพทย์ ผมก็เลยนึกได้ว่าคนเดียวกับที่ผมพาลูกสะใภ้ไปฝากท้อง เพื่อจะไปคลอดหลาน พอเห็นอ้ายนี่มันขึ้นเวทีพันธมิตรผมก็จําได้ ผมก็เลยเลิก ไปคลอด โรงพยาบาลอื่น มันเสียหายตรงไหน นี่มันคือข้อเท็จจริง เสียหายก็ให้หมอตุลย์มาฟ้ องผม ไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส. คนนี้ แล้วมากล่าวหาผมว่าทําความเสียหายให้คนโน้นคนนี้ คุณเป็นทนายแผ่นดินหรือ
นั่งลงเถอะครับ เอาละครับ
อย่าละลาบละล้วง สิครับ ละเมิดสิทธิของผม ผมทําอะไรผมรับผิดชอบ ถ้าหมอตุลย์จะฟ้ อง ผมก็เป็นจําเลย มายุ่งอะไรกับผม
เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ผมไม่โต้เถียงท่านหรอกครับ แล้วผมคิดว่าไร้สาระที่จะโต้เถียงกับ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร และเกิดความเสียหายขึ้น ไม่จําเป็นต้องมีผู้ใดผู้หนึ่งยืนขึ้นยกมือเหนือศีรษะแล้วบอกว่า ประท้วง มิได้เป็นเช่นนั้นครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วครับ ถ้าไม่มีผู้ประท้วงนี่เราด่ากันได้ไหมครับ ผมจะด่า ร้อยตํารวจโท เชาวริน โดยท่านไม่ประท้วงได้ไหม ไม่ได้ครับ เมื่อเราพูดคํา ที่ส่อเสียดเสียหายท่านประธานต้องตักเตือนครับ ไม่จําเป็นต้องมีการประท้วง นี่ข้อบังคับ ที่เราต้องเข้าใจให้ตรงกัน ผมกราบเรียนท่านประธานยืนยันอีกสักครั้งหนึ่งว่าท่านเชาวริน ได้พูดถึงหมอตุลย์ และผมคิดว่าคุณหมอตุลย์นั้นได้รับความเสียหาย ผมพูดแค่นี้ครับ เราเห็นต่างกันได้ครับ ผมไม่ได้เห็นว่าหมอตุลย์ทําความเสียหายเหมือนที่คุณเชาวรินพูด แต่ทางตรงข้าม ผมคิดว่าหมอตุลย์เป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยครับ เขาชุมนุม เขาแสดง ความคิดเห็นแตกต่างกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทําอยู่ในบ้านเมืองในขณะนี้ ผมคิดว่า คนเหล่านี้ควรจะยกย่องเสียด้วยซํ้า ท่านประธานต้องให้โอกาสผมพอสมควรที่จะพูดกัน ถึงเรื่องนี้ สงครามกลางเมืองหรือสงครามประชาชนที่ท่านเชาวรินได้หยิบยกขึ้นพูดในสภา แห่งนี้ ใครเป็นคนพูดเป็นคนแรกในประเทศนี้ว่าในขณะนี้ได้เกิดสงครามขึ้นแล้วก็เรียก สงครามที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสงครามประชาชน ผมตอบท่านประธานเสียเลยครับ คนที่พูดว่า กําลังจะเกิดสงครามประชาชนคือแกนนําของคนเสื้อแดง เวทีของคนเสื้อแดงเป็นคน พูดกันครั้งแรกในประเทศนี้ว่ากําลังจะเกิดสงครามประชาชนเกิดขึ้น เวทีของคนเสื้อแดง ที่มีนักการเมือง มีผู้แทนราษฎรหลายคนในสภาแห่งนี้ใช้เวทีนั้นแหละครับ เวทีนั้นแหละ เป็นคนผุดคําพูดที่ว่ากําลังเกิดสงครามประชาชนเกิดขึ้นในประเทศนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า เพราะฉะนั้นในขณะนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราหลายท่าน ผมไม่บอกว่าท่านถูกใช้เป็นเครื่องมือนะครับ แต่ท่านกําลังจะสร้างสงครามประชาชน
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ด้วยความเคารพนะครับ คือผมอยากฟังประเด็นที่ท่านไม่เห็นด้วยกับ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญ และให้คงการพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ เอาให้เข้าประเด็นนั้นดีกว่า เพื่อความเรียบร้อยในการประชุมนะครับ
(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประเสริฐประท้วงอะไรอีกล่ะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ผมขอให้ท่านผู้อภิปรายถอนคําพูดที่ว่า มีผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ไปสนับสนุนการที่จะทําให้เกิดสงครามประชาชน เป็นการกล่าวร้าย ส.ส. ในที่แห่งนี้ ขอให้ท่านถอนประโยคนั้นครับ ขอให้ท่านถอนครับ
ผมใช้คําพูดใหม่ก็ได้ครับท่านประธาน
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ขอความกรุณาถอน และเปลี่ยนคําพูดให้เหมาะสมหน่อยครับ
ไม่เป็นไรครับ ผมขออนุญาตถอน และผมใช้คําพูดใหม่นะครับ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนในสภาแห่งนี้ไปขึ้นเวที ของคนเสื้อแดงซึ่งเป็นเวทีของบุคคลที่พูดว่ากําลังจะเกิดสงครามประชาชน เวทีที่พูดว่าใน ขณะนี้กําลังปลุกให้คนเกิดสงครามประชาชน เวทีของคนเสื้อแดงนั่นละที่มีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรขึ้นไปสนับสนุน ผมพูดแค่นั้นนะครับ
มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การที่พูดว่าเวทีแห่งนั้นกําลังปลุกให้เกิดสงครามประชาชน ผมคิดว่า เป็นคํากล่าวที่ให้ร้ายเกินไป ท่านประธานครับ การแสดงความคิดเห็นของผู้แทนราษฎร ไม่ว่าพรรคไหนก็ตามแต่ละคนสามารถที่จะแสดงได้ตามความคิดเห็นของตัวเอง บางคน ก็มีความห่วงใยว่ามันกําลังจะเข้าสู่สงครามประชาชน เขาก็กล่าวเตือนออกมาได้ หรือการที่จะบอกว่าตอนนี้มันเริ่มเข้าสู่สงครามประชาชนเพื่อเตือนที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกด้าน ไม่ว่าจะรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน หรือผู้แทนราษฎรทุกคนที่จะออกมาเพื่อป้ องกัน ไม่ให้มันเกิดเช่นนั้นขึ้นมามันไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย แต่การที่บอกว่าพวกนั้นกําลังปลุกระดม ให้เกิดสงครามประชาชน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เสียหาย ท่านประธานครับ มาถึงตอนนี้ ผมจําเป็นจะต้องพูดอีกเล็กน้อย
เอาละครับ คืออย่างนี้ท่านใช้สิทธิประท้วง แล้วก็ชี้ประเด็นที่ท่านประท้วงแล้วนะครับ ท่านจะอภิปรายไม่ได้แล้วครับ พอแล้วครับท่านนิพิฏฐ์ครับ ก็ขอความกรุณาท่านนิพิฏฐ์ ขณะนี้เรากําลังหาทางออกให้บ้านเมืองนะครับ ฉะนั้นขอความกรุณาอภิปรายให้เป็นไป ในลักษณะที่เราสามารถจะหาทางออกร่วมกันให้บ้านเมืองนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็จะ บานปลายกันไปใหญ่
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยประท้วงอะไรอีกล่ะครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขอประท้วงท่าน ส.ส. นิพิฏฐ์ด้วย เพราะว่าท่าน ส.ส. อาจจะคลาดเคลื่อน ถ้าไม่คลาดเคลื่อนนี่ก็เป็นการโกหกครับ ผู้ที่พูดสงครามประชาชนเจ้าแรกไม่ใช่ นปช. เสื้อแดง กลุ่มพันธมิตร วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ หลังจากอุ้มพรรคประชาธิปัตย์มาเป็น รัฐบาลแล้ว พูดที่จังหวัดสระบุรี และระหว่างชุมนุมประท้วงก่อจลาจลเพื่อจะอุ้มอภิสิทธิ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้พูดสงครามครั้งสุดท้ายหลายครั้ง ถ้าท่านคลาดเคลื่อนไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน และนายแพทย์ตุลย์นั้นไม่ใช่ใครเลย เป็นที่ปรึกษาของประธานของผมครับ คณะกรรมาธิการการศึกษาผมอยู่ด้วย เข้าใจว่าอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตกลงกับ ท่านประธานสักนิดเถอะครับ ท่านประธานตั้งเวลาให้เวลาผมเถอะครับ ผมขอเวลา ๒๐ นาที ไม่เกินกว่านั้นหรอกครับ และในขณะที่ผมอภิปรายถ้าท่านเห็นว่าผมพาดพิงหรือทําให้ ได้รับความเสียหายท่านใช้สิทธิทีหลังผมอภิปรายเสร็จได้ไหมครับ ไม่เกินนั้นนะครับ อาจจะ จบภายใน ๑๕ นาทีเสียด้วยซํ้าครับ ไม่ถึง ๓ ชั่วโมงแน่ครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่าเวทีของคนเสื้อแดงเป็นผู้พูดปลุกระดมว่ากําลังจะเกิดสงครามประชาชน และผมยืนยันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประเสริฐคืออย่างนี้ครับ คือเป็นความคิด เป็นข้อมูลของท่านนิพิฏฐ์ผู้อภิปราย ซึ่งต้องรับผิดชอบคําพูดของท่านนะครับ แล้วท่านสุนัยก็ได้ลุกขึ้นมาพูดความคิดและข้อมูล ของท่านสุนัย ฉะนั้นผู้ฟังจะเป็นผู้ตัดสินนะครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ คือนั่งเถอะครับ ผู้พูดท่านจะรับผิดชอบคําพูดท่าน นั่งเถอะครับ เชิญนั่งลงนะครับ นั่งลง เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นคนดู โทรทัศน์ของคนเสื้อแดงมากที่สุดคนหนึ่งนะครับ และผมยืนยันครับท่านประธาน ยอมรับ ความจริงนะครับ ถ้าสังคมวันนี้ไม่ยอมรับความจริงเราเดินข้างหน้าไม่ได้ เราเดินไป ไม่ได้เลยครับ อย่าปฏิเสธความจริงที่ผมจะพูดครับ ถ้าท่านเสียหายท่านฟ้ องผมไม่เป็นไรครับ เวทีของคนเสื้อแดงเป็ นคนพูดว่าต้องเกิดการปฏิวัติหรือเกิดสงครามประชาชน แล้วผมยืนยันครับว่าเวทีตรงนั้นละครับมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภาแห่งนี้
ท่านประยุทธ์ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ และข้อ ๖๑ ท่านประธานกําลังดําเนินการในการควบคุมการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ประเด็นที่มีอยู่ว่าท่านเชาวรินเสนอญัตติเข้ามา ท่านก็เสนอเหตุผลไปด้วย แล้วอีกฝั่งหนึ่ง เสนอว่าให้ดําเนินตามระเบียบวาระการประชุม นั่นคือประเด็น ท่านนิพิฏฐ์นี่ผมมี ความเคารพนับถือเป็นการส่วนตัว แล้วผมคิดว่าท่านประธานเองก็ปล่อยให้ท่าน ได้ออกนอกประเด็นที่กําลังพิจารณาอยู่ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานเอง ต้องเคร่งครัดในข้อนี้ครับ
ท่านประยุทธ์ครับ ขณะนี้ท่านนิพิฏฐ์ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ที่เสนอญัตติให้พิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม ท่านก็ให้เหตุผลที่จะต้องพิจารณา ตามระเบียบวาระการประชุม ไม่เอาตามที่ท่านเชาวรินเสนอ ท่านก็กําลังยกเหตุผล ประกอบของท่าน ฉะนั้นก็เป็นสิทธิที่ท่านอาจจะพาดพิงไปเรื่องราวเหตุการณ์ทั้งหลาย ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นก็ให้โอกาสท่านอภิปราย ผมก็ฟังอยู่ตลอดนะครับ ทีนี้ขอความกรุณา ท่านนิพิฏฐ์เอาให้กระชับแล้วอย่าได้ไปพาดพิงบุคคลภายนอกหรือไปพูดในแง่ในมุมที่เรา ยังไม่ได้พิสูจน์ชัดเจนนะครับ ท่านอาจจะฟังของท่านมาบางเรื่องบางราวนี่ ที่ผมยํ้าเสมอว่า วันนี้เรากําลังจะใช้เวทีสภาให้มันสร้างสรรค์เพื่อนําไปสู่ความสงบสุข ก็ขอความกรุณา ท่านนะครับ ท่านอภิปรายต่อแต่ระมัดระวังการอภิปรายด้วยครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ถ้าสิ่งนี้ เป็ นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกรับไม่ได้ ผมก็จะผ่านประเด็นนี้ไปครับ แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเหตุผลที่ผมเห็นว่าควรจะเป็นการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม ไม่ควรจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา ผมคิดว่าถึงแม้จะนําญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณา ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามีสมาชิกส่วนหนึ่ง ผมยืนยัน อีกครั้งหนึ่งนะครับ ไปขึ้นเวทีของกลุ่มคนที่บอกว่าต้องมีสงครามประชาชน มันไม่สามารถ ป้ องกันได้ เพราะส่วนหนึ่งท่านไปขึ้นเวทีของคนที่บอกว่าต้องมีสงครามประชาชน
ประท้วงอีกแล้วครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเคารพท่านผู้กําลังอภิปราย ท่านเป็นคนที่มีความแม่นในเรื่อง ข้อบังคับและเรื่องกฎหมาย เมื่อกี้ท่านเป็นคนขึ้นมากล่าวหาท่านเชาวรินเองว่าอภิปราย พาดพิงถึงบุคคลภายนอกอย่างเสียหาย ท่านประธานครับ ท่านกําลังพูดว่าที่เวที นปช. นี่ปลุกระดมเพื่อทําสงครามประชาชน ที่ท่านเชาวรินพูดนั้นท่านมีหลักฐานชัดเจน มีผู้ขึ้นมาประท้วง ท่านสุนัยท่านก็มีหลักฐานชัดเจนว่าคําว่าสงครามประชาชนเกิดขึ้น เมื่อไร ผมขอถามหน่อยว่าคําว่าเวที นปช. นี่ปลุกระดมเพื่อให้ทําสงครามประชาชน เวทีไหน เมื่อไร เวลาไหน ท่านประธาน ถ้าเกิดไม่มีพวกนี้ถือว่าเป็นการให้ร้ายป้ำยสี ซึ่งผิดข้อบังคับอยู่แล้วครับท่านประธาน
ครับ ผมเรียนแล้วนะครับว่าท่านนิพิฏฐ์ท่านต้องรับผิดชอบคําพูดของท่านที่ท่านอภิปรายนะครับ ฉะนั้นก็ให้ท่านอภิปราย แต่ขอความกรุณาท่านนิพิฏฐ์อย่าได้ไปสร้างประเด็นที่มันจะ ก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยในการประชุม ช่วยกรุณาอภิปรายสนับสนุนความเห็น ที่ท่านเห็นว่าควรจะพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ เชิญครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมกําลัง จะผ่านประเด็นนี้ไป
ผ่านไปเลยครับ
ที่ผมเรียนท่านประธานว่าถึงแม้เรานํา ญัตตินี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เราก็ไม่สามารถที่จะไปยุติสิ่งที่เรียกว่า สงครามประชาชนได้ ที่ท่านบอกว่าเรากําลังจะยุติสงครามกลางเมืองหรือสงคราม ประชาชนนั้นเป็นสงครามประชาชนระหว่างกลุ่มไหนกับกลุ่มไหนล่ะครับ ผมไม่ชัดเจนครับ เป็นสงครามประชาชนกลุ่มไหนครับ คนกลุ่มไหนในประเทศนี้กําลังทําสงครามกัน แล้วเรามีส่วนร่วมในการทําสงครามกับกลุ่มนั้นหรือเปล่าครับ ถ้าเรามีส่วนร่วม ในการเข้าไปทําสงครามประชาชนกับมวลชนกลุ่มนั้นญัตตินี้ไม่มีประโยชน์ครับ ไม่มีประโยชน์เลยครับ ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้เราเข้าไปมีส่วนร่วม ในการทําสงครามกับคนข้างนอก แล้วเราจะนําปัญหานั้นมาแก้ในสภาอย่างไรครับ เรากําลังแบ่งหน้าที่กันทํานะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนหนึ่งกับคนข้างนอกส่วนหนึ่ง เรากําลังแบ่งหน้าที่กัน เรากําลังแบ่งหน้าที่กันก่อให้เกิดสงครามขึ้น ผมเลยบอกว่าญัตตินี้ ถึงแม้นําเข้าสู่การพิจารณาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ครับ แต่เราต้องยุติการเข้าด้วยช่วยเหลือ การกระทําที่ผิดต่อกฎหมาย ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราสํานึก ไม่ปล่อยให้คนข้างนอก กระทําผิดกฎหมาย ไม่ร่วมด้วยช่วยเหลือผมคิดว่าเรายุติความขัดแย้งได้ครับ แต่ว่าถ้าเรา เข้าด้วยช่วยเหลือกลุ่มคนที่กําลังทําผิดกฎหมายไม่มีทางหรอกครับ ต่อให้นําญัตติ เหล่านั้นสัก ๑๐ ญัตติเข้ามาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้านําเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร บุคคลภายนอกก็
ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุมทรปราการ พรรคเพื่อไทย กระผมทนฟังท่านนิพิฏฐ์ได้อภิปรายว่าเหตุผล จะเป็นมาอย่างไรในการที่จะไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ เมื่อสักครู่เห็นท่านนิพิฏฐ์กล่าวอยู่ ตลอดเวลาครับว่ามีการกล่าวเหมือนกับว่ามีกลุ่มคนที่ชุมนุมอยู่เป็นการกระทําผิด แล้วบอก ส.ส. ไปสนับสนุนการกระทําผิดนี้ กระผมขอให้ท่านนิพิฏฐ์ให้ท่านใช้คําพูด เสียใหม่ ถ้าท่านพูดอย่างนี้กระผมเข้าใจว่าพวกผมไปสนับสนุนคนที่กระทําผิด กระผม เข้าใจว่าคนที่ชุมนุมประท้วงมีสิทธิตามมาตรา ๖๓ กับมาตรา ๖๙ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ คงไม่อยากพูดถึงรายละเอียดในรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านใช้ คําพูดใหม่ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์
ผมขออนุญาตต่อเลยนะครับ ผมใช้ เวลาประมาณ ๓ นาทีเศษเท่านั้นเองครับ แต่มีการประท้วงเยอะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจะเลี่ยงคําว่าสงครามประชาชน ผมจะใช้คําใหม่ครับ ผมมีเวลาอยู่ ประมาณ ๑๖ นาที สงครามระหว่างไพร่กับอํามาตย์ มีใครปฏิเสธไหมครับว่าในวันนี้ ได้มีการผุดคําว่าสงคราม ต่อไปนี้เป็นสงครามระหว่างไพร่กับอํามาตย์ สงครามทั้งสิ้น ท่านประธานได้ยินไหม คนอยู่เมืองนอก อดีตนายกรัฐมนตรียังได้ยินเลย ท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียังได้ยินเลยระหว่างสงครามไพร่กับอํามาตย์ ท่านทักษิณ ชินวัตร ยังบอกเลยว่าท่านคือไพร่แต่เป็นไพร่ที่รํ่ารวย
เอาเฉพาะเรื่องในประเด็นดีกว่าครับ
ผมกําลังบอกกับท่านประธานว่า อาจจะแสลงใจท่านประธานนิดหนึ่ง ผมกําลังเลี่ยงคําว่าสงครามประชาชน ผมมาใช้ คําใหม่แล้ว วันนี้กําลังเกิดสงครามไพร่กับอํามาตย์ ท่านประธานเคยได้ยินไหมใครคือไพร่ ใครคืออํามาตย์
ท่านสุนัยประท้วง เชิญท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมกับนิพิฏฐ์นั้น ก็ชอบกัน อภิปรายโต้กันหลายครั้งแต่เราก็เป็นมิตรกัน แต่ว่าวิธีที่จะบิดคําโดยใช้ กระบวนการอย่างนี้ผมไม่อยากไปขัดขวางท่าน คือการเล่นคําที่บิดอย่างนี้ผมคิดว่า มันบันทึกอยู่ในสภา มันไม่ใช่เรื่องสงครามไพร่กับอํามาตย์ แต่ผมจะขออนุญาตให้ท่าน อภิปรายต่อไปแล้วผมจะขออนุญาตชี้แจงคอเรคท์ (Correct) ความถูกต้องของคําพูด ของท่านว่ามันไม่ถูกต้องอย่างไร เป็นเรื่องของการต่อสู้กับสงคราม ต่อสู้กับสงคราม มันคนละเรื่องเลยนะครับ แต่ท่านบิดไปเรื่อย ๆ ผมจะไม่ประท้วงหรอกครับ ผมก็จะนั่งแล้ว แต่ขอสิทธิเท่านั้นละครับ
ผมว่าเอาอย่างนี้นะครับ คือประเด็นที่ท่านนิพิฏฐ์ท่านอภิปรายก็เป็นความคิดเห็นของท่าน ท่านจะเล่นคําอย่างไรก็ให้ท่านเล่นไป และท่านรับผิดชอบสิ่งที่ท่านพูด ถ้าตราบใด ไม่ได้ไปกระทบทําให้ผู้อื่นเสียหายก็ว่าไป ท่านสุนัยคงไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกครับ พาดพิงอะไรครับ
ขอประทานโทษครับ คือ กระบวนการที่ท่านพูดนี่ก็จะพาดพิงเข้ามา ๆ และผมเองกราบเรียนนะครับ วันนี้ผมยัง คิดว่าผมกับท่านนิพิฏฐ์นี่เราน่าจะหาทางออกของเหตุการณ์ การที่เรายื่นญัตติหลายครั้ง และฝ่ายรัฐบาลก็ปิดปากตลอด นี่คือปัญหาใหญ่ ปัญหาใหญ่ไม่ใช่ว่าพูดแล้วแก้ไม่ได้ เรากําลังทําหน้าที่ของเราเมื่อเรารู้ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ ดังนั้นพอท่านพลาดมาแล้วก็ใช้ถ้อยคําบิดอย่างนี้ ๆ นี่เราก็เสียหายด้วย ก็กลายเป็นว่า ฝ่ายค้านนี่เสนอญัตติขึ้นมาเพียงเพื่อจะแก้ปัญหาที่ไปทําสงครามกันอะไรต่อมิอะไร เมื่อไม่ได้แล้วก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่ครับ เรากําลังจะใช้เวทีของสภาในฐานะที่เราเป็น ตัวแทนนี้แก้ปัญหาของบ้านเมืองร่วมกัน ไม่ใช่ไปทิ่มแทงฝ่ำยนี้ไปทิ่มแทงฝ่ำยนั้น ให้ทะเลาะกัน ไม่ใช่ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมกราบขอบพระคุณที่ให้พูดในทางที่สร้างสรรค์ ขอบพระคุณครับ
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านอภิปรายต่อ ขอความกรุณานะครับท่านนิพิฏฐ์ ก็ขอให้ช่วยสร้าง บรรยากาศที่ปรองดองหน่อยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานจะสังเกตนะครับว่า ๑ ปีเศษ ๆ ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้ลุกขึ้นอภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎร ผมให้โอกาสฝ่ายค้านเสมอครับ ผมถือว่ารัฐบาลที่ดีต้องมีฝ่ายค้าน ที่เข้มแข็ง วันนี้ฝ่ายค้านอ่อนแอครับ ผมเรียนกับท่านประธานครับ
อภิปรายได้ แต่อย่าใช้ถ้อยคําแบบนี้ดีกว่าครับ มันเหมือนไปเสียดสี
ผมถอนครับ ผมถอนแล้วครับ
ถอนแล้วครับ ๆ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยประท้วงอะไรครับ
ขอเถอะครับ ถ้าจะสร้างสรรค์ ก็ท่านมาบอกว่าฝ่ายค้านไม่เข้มแข็ง ฝ่ายค้านมีอยู่พรรคเดียวนี่ แล้วเมื่อวานนี้พอผมจะเริ่ม อภิปรายเท่านั้นปิดปากผมเลยครับ ผมเสนอญัตติหลายครั้งเพื่อจะแก้ปัญหา จะตั้ง กระทู้ถามวันนี้ก็หนี อย่างนี้หรืออ่อนแอ
อย่างนี้ครับท่านสุนัย ท่านนิพิฏฐ์ท่านถอนแล้วครับ พอแล้ว ถอนแล้ว เชิญท่านนิพิฏฐ์ ต่อครับ
อย่ามาแขวะสิครับ ไม่ว่ากัน ผมไม่ได้อยากเป็นฝ่ายค้านนานครับ แต่บางคนถ้าเป็นฝ่ายค้าน
เอาละครับ พอแล้วครับ ท่านสุนัยครับ ท่านนิพิฏฐ์จะได้อภิปราย เดี๋ยวจะจบแล้วครับ เราจะได้ลงมติกัน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ไม่เป็นไรครับ วันนี้ พูดความจริงกัน เสียเวลา ๒๐ นาทีผมว่าบ้านเมืองไม่เสียหายหรอกครับ ขอให้ทุกคน ได้พูดความจริงกัน อย่าปฏิเสธความจริงนะครับ ความจริงอาจจะเจ็บปวดสําหรับ คนบางกลุ่ม ความจริงอาจจะเจ็บปวดสําหรับคนบางคนครับ แต่ต้องยอมรับความจริงกัน ผมกําลังจะพูดกับท่านประธานต่อว่า
ใครที่พูดความจริง
ท่านสุนัยอย่าเพิ่งเลยครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เอาละครับท่านสุนัย ให้ท่านนิพิฏฐ์ อภิปราย ประท้วงอะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ ก็ขอกันแล้วว่า ท่านก็ว่าของท่านไป การที่ท่านมาบอกว่าฟังความจริงไม่ได้ ไม่ใช่ เราพร้อมจะพูด ความจริง แต่ท่านปิดปากเราตลอดโดยเอาเสียงข้างมากครับ มันคนละเรื่อง ถ้าท่านพูด อย่างนี้มันก็ไม่จบหรอกครับ
เอาละครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับเชิญอภิปรายต่อ และขอความกรุณาท่านนิพิฏฐ์กรุณาอย่าใช้ ถ้อยคําที่มันผิดข้อบังคับนะครับ เอาให้ตรงประเด็นหน่อยครับ
(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอสิพอแล้วครับ นั่งเถอะครับ ให้ท่านนิพิฏฐ์อภิปรายแล้วครับ ไม่โต้แล้วครับ ไม่โต้แล้ว นั่งนะครับ นั่ง นั่ง นั่ง เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมใช้เวลา ไม่ถึง ๑๔ นาทีนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าญัตติที่เพื่อนสมาชิก ได้นําเสนอนั้นมันไม่สามารถแก้ปัญหาได้หรอกครับ แต่มันจะลากบุคคลภายนอกเข้ามา เกี่ยวข้อง และจะทําให้บุคคลภายนอกพลอยได้รับความเสียหายไปด้วย ถ้าเรามี ความจริงใจกันในการแก้ปัญหาผมคิดว่าเราแก้ได้ แต่ผมไม่เชื่อว่าญัตติตรงนี้แทนที่จะ เป็นการแก้ปัญหา มันอาจจะซํ้าเติมวิกฤติของประเทศเสียด้วยซํ้า ผมเลยบอกว่า ผมไม่เห็นด้วย เมื่อสักครู่ท่านเชาวรินได้พูดถึงประวัติศาสตร์ ท่านประธานก็ให้โอกาส ท่านเชาวรินพูดถึงประวัติศาสตร์ พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ไปพอสมควร ทํานองว่า เล่านิทานย้อนหลัง ผมเล่านิทานย้อนหลังให้ท่านประธานฟังสักนิดหนึ่งนะครับ ไม่เสียเวลา
ท่านเชาวรินประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวฟังท่านนิพิฏฐ์ให้จบไหม เดี๋ยวเอาเสียทีเดียว ยังไม่ทันอะไรเลย ก็บอกว่าท่านเชาวรินเพียงแต่เล่าประวัติศาสตร์เท่านั้นเอง
เอาคําว่านิทาน เอาออกเสีย
คือท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านเชาวรินขอให้ถอนคําว่านิทานออกเสีย
อย่าไปไร้สาระอย่างนั้นเลยนะครับ
ใครว่าไร้สาระ
ท่านเชาวรินครับ ขอความกรุณา ท่านเชาวรินครับ ขอความกรุณาครับ ขอความกรุณา หน่อยครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ และระวังหน่อยนะครับ อย่าได้ไปใช้ถ้อยคําที่มันทําให้เป็น ปัญหาครับ
ขอบพระคุณครับ ไม่เป็นไรครับ ผมอาจจะไม่ถนัดนัก ใช้คําว่านิทานอาจจะผิดก็ขอเป็นว่าท่านเชาวรินได้เล่าความหลัง ก็แล้วกัน เล่าถึงพรรคประชาธิปัตย์บางส่วน ผมก็มีครับ เป็นพงศาวดาร ผมจะเล่าเรื่อง กบฏไพร่ให้ท่านฟัง ผมกําลังจะบอกท่านประธานว่าที่เขาบอกว่ามีการทําสงครามระหว่าง ไพร่กับอํามาตย์ แล้วท่านทักษิณเป็นไพร่ที่รํ่ารวยนั้นมันมีประวัติศาสตร์ครับ ประเทศไทย มันมีกบฏไพร่มาแล้ว ๓ ครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะฉะนั้นที่มีการบอกว่าในขณะนี้ กําลังมีการทําสงครามระหว่างไพร่กับอํามาตย์ ผมว่ามันมีเบื้องหน้าเบื้องหลังตามสมควร ไม่ใช่อยู่ ๆ ใครก็บอกว่ามันกําลังเกิดสงครามระหว่างไพร่กับอํามาตย์ แต่มันมีประวัติศาสตร์ ของประเทศครับ ประเทศไทยในประวัติศาสตร์ ถ้าผมจําไม่ผิดมันมีกบฏไพร่มาแล้ว ๓ ครั้ง ลักษณะเช่นเดียวกับการกล่าวอ้างว่ากําลังมีสงครามระหว่างไพร่กับอํามาตย์นี่ละครับ
เดี๋ยวท่านประเสริฐประท้วง ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กระผมพยายามที่จะฟังท่านนิพิฏฐ์ได้อภิปราย ที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตตินี้นะครับ กระผมจับประเด็นได้ว่ามีการอ้างว่าญัตตินี้ มีเจตนาแอบแฝง เพราะว่าญัตตินี้ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้ แล้วก็เป็นการลาก บุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง และจะเป็ นการซํ้าเติมเหตุการณ์เพิ่มขึ้น อย่างนี้ เป็นเหตุเป็นผลว่าที่จะไม่สนับสนุนและไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ได้ แต่เมื่อสักครู่ที่อภิปรายอยู่นี่ ผมว่ามันนอกเรื่อง มันผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ มันนอกประเด็นครับ ขอให้ท่านประธาน ได้ช่วยเตือนด้วยครับ ขอบคุณครับ
ก็วินิจฉัยนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ ขอความกรุณาเอาเฉพาะในประเด็นที่เป็นเหตุผล ท่านไม่เห็นด้วยกับญัตติท่านเชาวรินนะครับ ผมไม่อยากจะให้ยกพงศาวดารหรืออะไร ที่มันไปไกลเกินไปกว่าเหตุผลที่ท่านไม่เห็นด้วยกับญัตติของท่านเชาวริน เดี๋ยวจะมี ผู้ประท้วงแล้วก็เราก็ไม่ได้ลงมติกันเสียทีนะครับ เอาตรง ๆ ประเด็นครับ จะจบแล้วครับ
(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอดุลย์พอแล้วครับ ท่านอดุลย์ครับ ด้วยความเคารพพอแล้ว ประท้วงอะไรครับ ประท้วงประเด็นไหน ข้อไหน บอกข้อบังคับด้วยนะครับ
ข้อ ๖๑ ครับท่านประธาน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงครับ เพราะว่าผมเคารพท่านผู้อภิปรายครับ ท่านผู้อภิปรายพยายาม ใช้คําว่าสงคราม สงครามระหว่างไพร่กับอํามาตย์ จะใช้คําว่าสงครามทุกอย่าง แต่สิ่งที่ ได้ยินมาก็คือเป็นการต่อสู้ ต่อสู้อย่างสงบ สันติ อหิงสา การต่อสู้อย่างสงบ สันติ อหิงสา กับการทําสงครามภาพจะออกมาต่างกัน
เอาละครับ มันไม่ใช่แล้วครับ ไม่ต้องมาอธิบายเรื่องพวกนี้ละครับ ผมได้เตือนท่านนิพิฏฐ์ แล้วว่าให้อยู่ในประเด็นนะครับ ก็ให้ท่านนิพิฏฐ์อภิปรายอยู่ในประเด็นจะได้จบ และลงมติกัน เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมใช้ เวลาเล่าประวัติศาสตร์ ถ้าเราไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์เราเดินข้างหน้าไม่ถูกหรอกครับ
คือไม่ต้องเล่าแล้วครับ เอาสรุปเลยครับว่าท่านไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ อย่างเมื่อกี้นี้ก็มีแล้ว ๓ เหตุผล
ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมกําลังยกเหตุผล แล้วก็ตัวอย่างข้อเท็จจริงให้ท่านประธานได้รับทราบว่าการที่มีญัตติบอกว่า ยกญัตตินี้ ขึ้นมาเพื่อศึกษาป้ องกันการทําสงครามกลางเมืองหรือสงครามประชาชน และผม ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสงครามในลักษณะอย่างนี้ในอดีตในประเทศนี้ครับ ในประเทศไทยมันเกิดมาแล้ว ๓ ครั้ง เขาเรียกว่ากบฏไพร่ แต่ผมไม่พูดว่าไพร่กับอํามาตย์ ผมคิดว่าผมเรียกว่ากบฏไพร่ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าที่มีการยกคําว่าไพร่ กับอํามาตย์ขึ้นมามันมีที่มา อย่าประมาทไปนะครับ คนที่ยกว่าเป็นการทําสงคราม ระหว่างไพร่กับอํามาตย์นี่เขาศึกษาประวัติศาสตร์ครับ ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็จะบอกว่าเป็นการทํา สงครามระหว่างไพร่กับอํามาตย์เฉย ๆ มิใช่ครับ สงครามที่เรียกว่ากบฏไพร่นั้น ในประเทศนี้เกิดมาแล้วอย่างน้อย ๓ ครั้ง ปี ๒๑๒๔ ปี ๒๒๓๗ ปี ๒๒๔๑ เขาเรียกว่า กบฏไพร่ ผมไม่บอกชื่อละครับว่ากบฏไพร่แต่ละครั้งนั้นเขาเรียกว่ากบฏอะไรบ้าง แต่บอกท่านประธานสักนิดก็ดีครับ เขาเรียกว่ากบฏญาณพิเชียร เป็นกบฏไพร่นะครับ กบฏธรรมเถียรเป็นกบฏไพร่นะครับ และกบฏบุญกว้าง กบฏไพร่ในอดีตในกรุงศรีอยุธยา
ท่านนิพิฏฐ์
ผมกําลังจะสรุปแล้ว
เราคงไม่เรียนประวัติศาสตร์แล้วนะครับ
จําเป็นครับ
ให้ท่านตรงประเด็นเลย
ท่านประธานแสลงใจคําว่าไพร่ หรือครับ
ไม่แสลงใจ คืออย่างนี้ผมมีหน้าที่ควบคุมการประชุม ผมอยากจะให้ท่านสรุปให้ตรง ประเด็น เหตุผลของท่านเดี๋ยวเราจะได้มาชั่งนํ้าหนักกันแล้วจะโหวตกันแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานฟังประวัติศาสตร์ เรื่องไพร่สักนิดหนึ่งแล้วท่านประธานใช้ดุลยพินิจได้ครับว่าควรจะลงมติไปฝ่ายไหน ขึ้นชื่อว่ากบฏไพร่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นกบฏไพร่ ๓ ครั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือว่า
ท่านสุนัยประท้วงอีกแล้ว เชิญครับ
เรื่องประวัติศาสตร์นี่ผมรู้มากกว่า กบฏไพร่จริง ๆ พื้นฐานเรียกว่ากบฏผีบุญ เป็นเรื่องของชาวนา
ท่านสุนัยไม่เอาแล้วครับ ไม่ได้ประท้วงอะไรผิดข้อบังคับ ผมควบคุมอยู่ครับ
แล้วควบคุมไม่อยู่นี่ครับ
นี่กําลังควบคุม
นายสุนัย จุลพงศธร (แบบสัดส่วน) ท่านประธานโกหก ท่านประธานพูดว่า
ท่านจะจบแล้ว ก็พยายามควบคุมอยู่ นั่งลง ๆ ขอบคุณครับ ไม่ต้องเล่าละครับ คือขณะนี้ เราไม่ได้มานั่งเรียนประวัติศาสตร์ ฉะนั้นท่านนิพิฏฐ์พยายามจะยกประวัติศาสตร์ เพื่อประกอบเหตุผลของท่าน ผมก็กําชับท่านว่าเอาสั้น ๆ ให้ตรงประเด็น อย่าเอายาวมาก เชิญครับ
จบแล้วครับ ผมยกตัวอย่าง กําลังจะจบ ผมว่าไม่เกิน ๓ นาทีจะจบแล้วครับท่านประธาน เราศึกษาประวัติศาสตร์ เพื่อกําหนดอนาคตของประเทศนี้นะครับ กบฏไพร่ในอดีตมีลักษณะเหมือนกับกบฏไพร่ อํามาตย์ในปัจจุบันมาก ที่มันบอกว่าเหมือนกันเพราะว่ามิใช่กดขี่หรอกครับ
ท่านสมาชิกครับ ไม่เอาครับ อย่าใช้วิธีไปตอบโต้กันแบบนี้ครับ นี่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตะโกนกันไปกันมาไม่ได้นะครับ ถ้าท่านจะพูดยกมือ ประธานชี้ถึงได้พูด
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านไพจิตประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานนะครับ ในข้อ ๘ ท่านต้องกํากับการประชุมด้วยความเคร่งครัด ให้เรียบร้อยครับ
ครับ
เผอิญท่านได้มีวินิจฉัยว่าไม่ให้ผู้อภิปราย คือท่านนิพิฏฐ์ไปสอนประวัติศาสตร์ ท่านพูดผมฟัง ผมเข้าใจนะครับ แล้วก็ต้องเคารพ การวินิจฉัยของท่านประธาน ๓ ครั้งแล้วครับคราวนี้ ถ้าให้พูดอีกจะเป็นครั้งที่ ๔ ก็แปลว่า ไม่ต้องตามข้อบังคับเลย
ครับ
จะพูดอะไรก็ขอพูดไปเรื่อยไม่ฟังกัน แบบนี้เสียงที่มันโจษขานกันขึ้นก็แปลว่ามันจะอลเวงครับท่านประธาน ขอด้วย ความเคารพเถอะครับ
ครับ ขอบคุณครับ ท่านผู้ประท้วงทางนี้เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ทศพล เพ็งส้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ท่านประธานทําผิดข้อบังคับมาตลอดเลยนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่ประท้วง ไม่ได้ชี้แจงอะไรว่าประท้วงผิดข้อบังคับข้อใด แต่ทุกครั้ง ที่ขึ้นมาส่วนใหญ่จะเป็นการอภิปราย ผมเองอาจจะเป็น ส.ส. ที่สมัยแรก ผมเองก็อยาก จะฟังครับว่าไพร่ ๓ ครั้งนั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร และโดยเฉพาะครับเราจะได้วินิจฉัย ได้ถูกครับว่าสมควรที่จะลงมติแบบไหนครับ ขอบคุณท่านประธาน
ประธานก็ใช้ข้อบังคับบ้าง ใช้บรรยากาศช่วยกันบ้าง ให้ประคับประคองไปให้ได้ จะเอาข้อบังคับตึงเปรี๊ยะ รับรองก็ประชุมไม่ได้หรอกครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ ขอความกรุณานะครับ
ไม่เกิน ๓ นาทีครับท่าน ผมสละเวลา ที่มีอยู่อีกเกือบ ๑๐ นาที ขอใช้สัก ๓ นาทีนะครับ ผมกําลังสรุปกับท่านประธานว่า ลักษณะของกบฏไพร่ทั้ง ๓ ครั้งในอดีตนั้นมันเหมือนกับกบฏที่เขาเรียกว่ากบฏไพร่ และอํามาตย์ในปัจจุบันอยู่อย่างหนึ่งครับ กบฏทั้ง ๓ ครั้งที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ผู้นํากบฏ เป็นผู้มีความรู้ทั้งสิ้นแล้วก็ไม่ใช่ไพร่แต่อ้างตัวว่าเป็นไพร่ หรือจะอ้างตัวว่าเป็นไพร่ ที่รํ่ารวยก็แล้วแต่นะครับ ไม่ใช่ไพร่ครับ เป็นคนที่มีความรู้ มีฐานันดร และเป็นคนที่รํ่ารวย เหมือนกับไพร่กับอํามาตย์ในปัจจุบันนะครับ แต่ใช้ไพร่ใช้คนจนเป็นเครื่องมือ นั่นคือสิ่งที่ เหมือนกัน ไพร่ในอดีตกบฏในประเทศนี้ ๓ ครั้งที่เหมือนกับกบฏไพร่กับอํามาตย์ ในปัจจุบันที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ผู้นํากบฏไพร่ในอดีตทั้ง ๓ ครั้งนั้นโกหกเก่ง ทุกคนครับ ใช้วาทศิลป์ เก่งทุกครั้งครับเวลาปลุกไพร่กับอํามาตย์มาสู้กัน หรือปลุก ประชาชนให้เป็นกบฏต่อรัฐ เหมือนกันคือรํ่ารวย มีความรู้ เหมือนกันคือกบฏไพร่ ในอดีตนั้นโกหกและมีวาทศิลป์ ทุกคนครับ
สรุปเลยครับ
ผมกําลังสรุปว่าและที่ต้องเหมือนกันอีก ในอนาคตคือกบฏไพร่ไม่เคยได้รับชัยชนะในแผ่นดินสยามครับ ไพร่แพ้ทุกครั้ง แล้วก็ตาย ทุกครั้งครับ จบไม่ดีทุกครั้งครับ ขอบพระคุณครับ
จบแล้วครับ ไม่ต้องประท้วงแล้ว คุณหมอชลน่านใช้สิทธิพาดพิง พาดพิงตรงไหน อย่างไร เชิญครับ และเสียหายอย่างไรด้วย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ใช้สิทธิที่ได้รับการพาดพิง เพราะผมเองเป็ นคนหนึ่งที่ประกาศตัวว่าเป็ นไพร่ ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องใช้สิทธิพาดพิงกรณีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไป โดยปกติผมเคารพนับถือท่านตลอด ก็ยังเคารพอยู่ตลอดเวลาครับ แต่ว่าจําเป็นต้องใช้ ข้อบังคับ สิ่งที่ท่านได้พูดในสภาวันนี้ถ้าผมไม่ชี้แจง ผมคิดว่าคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นไพร่ ขณะนี้จะเสียหายมาก
ประการที่ ๑ ครับ ท่านใช้คําว่ากบฏไพร่กับอํามาตย์ กบฏไพร่กับอํามาตย์ ไม่เคยมีการนําเสนอในเรื่องนี้ในเวทีของพี่น้องที่เรียกตัวเองว่าไพร่หรือเวที นปช. หรือเวที เสื้อแดง ไม่มีครับ นั่นประการที่ ๑
คุณหมอชลน่านครับ มีผู้ประท้วงท่านนะครับ เดี๋ยวให้ผู้ประท้วงท่านได้ชี้แจง
ยินดีครับท่านประธาน
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ผมประท้วงท่านประธานนะครับที่อนุญาตให้พูด เพราะว่าผู้ประท้วงยังไม่ได้บอกเลยครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไร ท่านถูกพาดพิงเรื่องอะไร ท่านเป็นกบฏไพร่หรืออย่างไรครับ ไม่เข้าใจครับ เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องนี้ท่านประธานเอา ให้ชัดเจนนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านนายแพทย์ชลน่านครับ เอาให้มันใกล้ ๆ ตัวท่านหน่อย ถ้าท่านจะประท้วงในฐานะ ที่ท่านเสียหาย ถ้าไปพูดกว้างเดี๋ยวประเด็นก็ขยายออกไปไม่จบนะครับ เดี๋ยวเราจะลงมติ กันแล้ว เชิญ เอาสั้น ๆ ครับ รวบรัดหน่อย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว ถ้าเปิดตามที่ผมพูดมาผมพูดชัดเจนว่าผมเป็นผู้เสียหาย ยํ้าอีกครั้ง ผมเป็น ผู้เสียหาย ในฐานะที่ผมเคยประกาศตัวเองว่าเป็ นไพร่ชัดเจนนะครับ ถ้าตั้งใจฟัง ได้ยินครับ ยกเว้นไม่ตั้งใจฟัง เวทีแห่งนี้ต้องฟังกันด้วยเหตุด้วยผล ผมชี้แจงท่านก็ฟัง ถ้าผมชี้แจงไม่ถูกท่านก็ว่ามาไม่เป็นไรครับเรายอมรับฟังกันได้ แล้วผมก็ชี้แจงต่อว่าคําว่า กบฏไพร่กับอํามาตย์ไม่เคยมีปรากฏคําคํานี้ที่ใช้กันอยู่ในเวทีใดก็แล้วแต่ เพราะเขาว่า ไม่ใช่ว่ากบฏครับ เขาเรียกเป็นการต่อสู้เรียกร้องระหว่างไพร่กับอํามาตย์ ตรงนั้นเป็น ข้อเท็จจริงครับ
ประการที่ ๓ สงครามไพร่กับอํามาตย์ก็ไม่มีครับ ญัตติเสนอเพื่อป้ องกัน ไม่ให้เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกัน อันนี้ชัดเจนครับพูดมาทั้งหมด นอกประเด็นหมด
ท่านประธานเองก็ไม่คุมการประชุมปล่อยให้นอกประเด็นจนเป็นเรื่องเป็นราว สิ่งที่ผมต้องชี้แจงต่อครับ คําว่าไพร่นี่ไม่ใช่ว่าพวกผมอยากเป็นไพร่ครับ เลิกทาสมาตั้งแต่ รัชกาลที่ ๕ ครับ เลิกไพร่หมด แต่ถึงปัจจุบันนี่ ๑๐๐ กว่าปีพวกผมก็เสมือนเป็นไพร่อยู่ เข้าใจไหมครับ
เอาละครับหมอชลน่านพอแล้วครับ
แล้วอํามาตย์นี่ก็ชัดเจนที่ได้อํานาจมานี่ อํามาตย์ให้มาทั้งนั้น มันก็เลยมีการต่อสู้ว่าต่อสู้ระหว่างไพร่และอํามาตย์ จําไว้ครับ
เอาละครับพอแล้วครับ ขอบคุณครับ เอาแล้วครับท่านสมาชิกครับ ต่อไปผมจะถามมติ ที่ประชุม เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมได้แสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญท่านเข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ เชิญครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมกรุณาแสดงตน มีสมาชิกหลายท่านกําลังไปขอรับบัตร ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ แสดงตนทุกท่าน แสดงตนครบทุกท่านแล้วนะครับ ท่านสมาชิกเนื่องจากมีท่านสมาชิก คือท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านได้เสนอญัตติโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) ญัตติเรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาสงครามกลางเมือง มีผู้รับรองครบถ้วน และท่านก็ได้อภิปรายประกอบการเสนอญัตติของท่านแล้ว ขณะเดียวกัน ก็มีท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านก็เสนอญัตติให้พิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม ที่มีอยู่ ซึ่งก็ได้มอบให้ท่านนิพิฏฐ์อภิปรายเหตุผลประกอบแล้ว ขณะนี้ก็จะลงมติว่า ท่านจะเห็นสมควรให้รับญัตติของท่านเชาวรินเพื่อนํามาพิจารณาหรือท่านจะให้เป็นไปตาม ระเบียบวาระการประชุมที่มีอยู่ ซึ่งก่อนลงมติผมก็ให้ท่านได้แสดงตนก่อนลงมติ ขอทราบผลการแสดงตนครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๔๒ ท่านครบองค์ประชุม
ต่อไปนี้ผมถามมติครับ ท่านใดเห็นควรรับญัตติของท่านเชาวริน เพื่อพิจารณากรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดให้เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม คือไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย กรุณาลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติครบทุกท่านหรือยังครับ ปิดการลงมติ ขอทราบผลครับ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๑๕ ท่าน เห็นด้วยที่จะรับญัตติท่านเชาวริน ๙๓ คน ไม่เห็นด้วยก็คือเห็นให้เป็นไปตาม ระเบียบวาระการประชุมที่มีอยู่ ๒๑๒ คน งดออกเสียง ๑ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ คน ก็เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้พิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมที่มีอยู่นะครับ
ต่อไปผมก็จะดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุม นั่นก็คือ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้นําเรื่องขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาคดีอาญาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ในระหว่างสมัยประชุม ออกจากระเบียบวาระการประชุม เนื่องจากได้พ้น กําหนดเวลาที่ศาลได้นัดแล้วตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๗๙ วรรคสอง จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๔.๑ รายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว
สืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติพิจารณารับรองรายงานฉบับนี้ ไปแล้ว แต่เนื่องจากรายงานฉบับนี้มีข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการด้วย เราก็จะต้องให้ ที่ประชุมได้รับรอง มีมติรับรองข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการด้วย
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสุนัยมีอะไรประท้วงครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร
ขอทีละคนครับ ขอคุณสุนัยก่อนท่านนิยมครับ ขอคุณสุนัยก่อนนะครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ ท่านครับ เราได้พิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลได้พยายามปิดกั้น กั๊ก
นี่ไม่ใช่การประท้วงแล้วนะครับ คือคุณสุนัยพูดในวาระตรงนี้ไม่ได้แล้วนะครับ
ประท้วงครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ประท้วงการปิดกั้นที่ไม่ยอมให้ ทางฝ่ายค้านได้นําเสนอการแก้ปัญหาเลย
ผมจะไม่อนุญาตให้ประท้วงในห้องประชุมนะครับ คือคุณสุนัยมีสิทธิทําได้โดยการไป แถลงข่าวนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้องประท้วงกันต่อไปแล้ว ผมจะอนุญาต ให้ประท้วงต่อนิดเดียวนะครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่เป็นไร คุณบุญยอดนั่งก่อน ไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกันไปมา คุณสุนัยครับ ถ้าจะประท้วง เรื่องนี้ต้องออกไปประท้วงนอกห้องประชุมรัฐสภานะครับ เชิญครับ
ผมจะทําตามที่ท่านว่านะครับ ไปประท้วงข้างนอก ไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วยครับ ขออนุญาตครับ วอล์คเอาท์ (Walkout) องค์ประชุมนับครบด้วยนะครับ องค์ประชุมก็ไม่ครบนะครับท่านประธาน เมื่อกี้เสียง ก็ไม่พอนะครับ ขออนุญาตครับ ไปประท้วงข้างนอกตามที่ท่านประธานว่า
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวเราจะลงมติรับรองข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ เชิญคุณบุญยอดครับ
ท่านผู้ทําหน้าที่ประธาน ในที่ประชุม ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมขอใช้สิทธิ ถูกพาดพิงทําให้เสียหาย นั่นก็คือว่าทางสมาชิกฝ่ายค้านได้ใช้คําว่าสภาแห่งนี้ทําการปิด ปากบ้างหรือว่าไม่ยอมเปิดโอกาสให้ ซึ่งเรื่องนั้นไม่เป็นความจริงนะครับ ทุกครั้งที่ญัตติ เข้ามาเราก็พิจารณากัน และหลังจากนั้นเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นว่าญัตตินั้นซึ่งเป็นญัตติ ปากเปล่านั้นตกไป ๓-๔ ครั้งที่ผ่านมาเป็นเพราะว่าญัตตินั้น
สรุปแล้วคุณบุญยอดประท้วงแล้วก็อภิปรายเองนะครับ สรุปแล้วประท้วงเรื่องอะไรนะครับ
ผมใช้สิทธิถูกพาดพิงครับ สภาแห่งนี้ไม่ได้ปกปิดใคร ปิดปากใครนะครับ สภาแห่งนี้ทําตามระเบียบข้อบังคับ การประชุมทุกครั้ง แล้วก็มีการลงมติต่าง ๆ ถูกต้องทุกครั้งนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อลงมติ ถูกต้องแล้วก็เป็นประชาธิปไตยถูกต้อง ท่านยอมรับไม่ได้เองจะเดินออกไปก็เชิญครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติเพื่อรับรองข้อสังเกตของรายงานผลการศึกษา ปัญหาการบังคับใช้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ
(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อสมาชิกเข้าห้องแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
ท่านนิยมประท้วงอะไรครับ ท่านกรุณากดไมโครโฟนด้วยนะครับ ไม่ได้ยิน
ร้อนมากนะครับ นํ้าในห้วย หนอง คลอง บึงแห้งหมด แม้แต่ในแม่นํ้าป่าสัก
สรุปแล้วท่านไม่ได้ประท้วงนะครับ ก็ขอท่านนิยมอย่างนี้ครับ เดี๋ยวหลังจากการลงมติแล้ว ท่านจะหารือเป็นลายลักษณ์อักษรมาทีหลังก็แล้วกันครับ
ประชาชนเดือดร้อนมาขอให้แก้ไขก็ไม่ได้แก้
ครับ ก็ขอท่านนิยมทําเป็นหนังสือหารือแล้วเดี๋ยวผมจะทําเรื่องไปถึงส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องให้ครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ เรากําลังจะลงมติแล้วครับ เชิญนั่งลงครับ ผมรับจะ ทําเรื่องหารือให้นะครับ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในวาระที่จะหารือ ก็ขอเชิญนั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวถ้าท่านนิยมทํามาเป็นลายลักษณ์อักษรผมจะทําเรื่องต่อให้ครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ท่านสมาชิกเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ เชิญคุณรังสิมาครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อกี้นี้ ส.ส. สับสน เพราะว่างง กับท่านนิยม เพราะฉะนั้นท่านต้องกดออดอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ค่อยลงคะแนนใหม่ค่ะ เดี๋ยวคนที่ไม่ได้เสียบบัตรแล้วมันจะมีปัญหา
ก็ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติรับรองข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการนะครับ เชิญครับ เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขอเสนอให้ล้างใหม่
ไม่ต้องล้างนะครับ เพราะว่าการเสียบบัตรแสดงตนมันไม่ต้องล้าง กดเพิ่มได้ครับ มีท่านใด ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนบ้างครับ เชิญคุณธนิตพลครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ๒-๓ คนที่ยืนอยู่หลังห้องนี่ถือเป็นองค์ประชุมด้วยหรือเปล่าครับ
ถ้าเสียบบัตรแสดงตนก็ต้องถือว่าเป็นองค์ประชุมนะครับ ขอส่งผลการแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๓๑ คน ไม่ครบองค์ประชุม ปิดการประชุมครับ