ชุมพล ศิลปอาชา เสนอผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2553 โดยเปรียบเทียบกับปี 2551 และ 2552 และพบว่าจำนวนผู้มาเยือนไทยในช่วงนี้มีมากกว่าปีที่แล้ว แต่รายได้จากการค้าไม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากคนบางประเทศใช้จ่ายน้อยกว่าประเทศอื่น และยังพบว่ารายได้จากการค้าในช่วงเดือนเมษายนนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่ผลกระทบในเชิงจิตวิทยาและเศรษฐกิจอาจเกิดขึ้นได้
ขอบคุณท่านสมาชิกครับ คําถามนี้มีตัวเลขเยอะครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย คําถาม คราวก่อนนั้นเป็นคําถามซึ่งมันค่อนข้างจะไม่มีหลักอะไรที่แน่นอนเพราะยังไม่เคยทํา แผนพัฒนาแห่งชาติขึ้นมา ที่ท่านได้บอกมาเอาเฉพาะ ๓ เดือนแรกนี่ก่อน ๓ เดือนแรก ปี ๒๕๕๓ เปรียบเทียบปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๑ เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๑ เอาเฉพาะจํานวน ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทย ๓๐ ด่านนะครับ ไม่ใช่ด่านสุวรรณภูมิด่านเดียว เอา ๓๐ ด่านทั่วประเทศ เดือนมกราคมนี้จะมีตัวเลข ๑,๔๓๗,๖๘๖ คน ในปี ๒๕๕๒ นี่ ๑,๒๖๙,๙๗๘ คน ซึ่งเป็นปีที่เรามีการปิดสนามบิน มีวิกฤติต่าง ๆ ที่พัทยา แต่ว่าปี ๒๕๕๓ เฉพาะเดือนมกราคม ๒๕๕๓ นี่นะครับ ๑,๖๐๔,๑๗๙ คน เดือนมกราคมนี่มากกว่า ทั้ง ๒ ปีเลยนะครับ เดือนมกราคมปีที่แล้วนี่เอง ปี ๒๕๕๓ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์นี่ ก็มากกว่า ปี ๒๕๕๒ ๒๖.๓๒ เปอร์เซ็นต์ มากกว่าปี ๒๕๕๑ ๑๑.๕๘ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวตัวเลขนี่ผมจะ มอบให้ เดือนกุมภาพันธ์นะครับ เอาเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๑ นี่ ๑,๔๘๑,๔๕๘ คน ปี ๒๕๕๒ ๑,๑๓๘,๒๒๐ คน แต่ปี ๒๕๕๓ เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์นี่ ๑,๖๑๔,๘๔๔ คน มากกว่าทั้ง ๒ ปี ทั้งปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒ เทียบเดือนต่อเดือน มาดูเดือนมีนาคม เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๑ นะครับ ๑,๔๐๗,๖๔๙ คน ปี ๒๕๕๒ ๑,๒๓๗,๑๓๔ คน ปี ๒๕๕๓ นี่ ๑,๓๔๓,๐๕๗ คน ปี ๒๕๕๓ เดือนมีนาคมนี่มากกว่าปี ๒๕๕๒ แต่ว่าน้อยกว่า เดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๑ ประมาณไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน รวมสรุปแล้วตัวเลข ๓ เดือน เทียบ ๓ ปี ปี ๒๕๕๑ นี่ ๔,๓๒๖,๗๙๓ คน ปี ๒๕๕๒ นี่ ๓,๖๔๕,๓๓๐ คน ปี ๒๕๕๓ นี่ ๔,๕๖๒,๐๘๐ คน สรุปแล้ว ๓ เดือนแรก เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคมนี่ ปี ๒๕๕๓ ยังมากกว่า ๒ ปีที่แล้วเลยครับ เฉพาะตัวเลขนักท่องเที่ยวนะครับ ทีนี้มาดูรายได้ รายได้สรุป ๓ เดือนนะเทียบกัน ๓ ปีนะครับ ปี ๒๕๕๑ รายได้ ๓ เดือน รวมกันแล้ว ๑๘๘,๑๖๖.๕๔ ล้านบาท ปี ๒๕๕๒ ๑๓๗,๙๔๒.๕๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ๑๗๘,๓๓๒.๕๘ ล้านบาท เหตุที่ทั้ง ๆ ที่ปี ๒๕๕๓ นี่นะครับจํานวนนักท่องเที่ยวมากกว่า ปี ๒๕๕๑ แต่รายได้กลับลดน้อยกว่าปี ๒๕๕๑ เหตุผลก็เพราะว่าคนบางประเทศนี่การใช้จ่าย มันไม่เท่ากัน จํานวนมากก็อาจจะเป็นจํานวนประเทศที่ใช้จ่ายน้อยกว่าอีกประเทศหนึ่ง ปี ๒๕๕๑ อาจจะประเทศที่ใช้จ่ายกระเป๋ำหนัก ๆ มาจ่ายมาก ดังนั้นตัวเลขถึงแม้ว่า จะน้อยแต่เงินที่เขาใช้จ่ายในประเทศมันอาจจะมากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ๓ เดือนนะครับ มาดูเดือนเมษายน ผมไม่ทราบว่าท่านเอาตัวเลขเดือนเมษายนมาจากไหนนะครับ ทั้งเดือนเมษายนยังไม่ได้นะครับ ทั้งเดือนเมษายนสุทธิยังไม่ออกมาเอาแค่ว่าวันที่ ๑-๓ เมษายน จํานวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามานี้ยังสูงกว่าปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ วันที่ ๔-๖ นี่ตํ่ากว่า ปี ๒๕๕๑ และ ปี ๒๕๕๒ วันที่ ๗-๘ อันนี้ดีขึ้นหน่อยแต่ยังดีกว่าปี ๒๕๕๑ วันที่ ๙-๑๘ อันนี้ตกไปหน่อยตกไปกว่าทั้ง ๒ ปี แล้วจากวันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ วันที่ ๒๐ ลงมาเลยอันนี้ ลดลงมา เมื่อวานนี้ตัวเลขลงมาเหลือแค่ ๑๗,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ดังนั้นในช่วงจาก วันที่ ๑๘ ลงมานักท่องเที่ยววัดเฉพาะสุวรรณภูมินะครับ เพราะตัวเลข ๓๐ ด่านนี้ยังไม่ได้เอา ได้เฉพาะด่านสุวรรณภูมิอย่างเดียวนี่ตัวเลขทั้งหมดมาตกเอาตั้งแต่วันที่ ๑๘ ลงไป ส่วนผลกระทบเรื่องรายได้ความเสียหายถ้ามองในเชิงตัวเลขสถิตินักท่องเที่ยวแล้วกับ รายได้ที่เข้าสู่ประเทศไทยเราก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตินักนะครับดูจากตัวเลข ๓ เดือนที่แล้วมานี้ แล้วก็ต้นเดือนเมษายนถึง ๑๘ วันก็ยังไม่ถึงกับวิกฤติ แต่ผลกระทบในเชิงผู้ประกอบการ การค้าและทางจิตวิทยา เพราะว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้วต้องไปสร้างความเชื่อมั่น ในต่างประเทศอีก ปีที่แล้วมีเรื่องปิดสนามบิน มีเรื่องพัทยา ต้องไปสร้างความเชื่อมั่น ให้ตลอด ๖ เดือนเต็ม ๆ ต้องวิ่งไปเป็นจําเลยให้เขาซักถามต่าง ๆ จนกระทั่งในช่วงสุดท้าย วิกฤติถึงได้ฟื้นฟูขึ้นมาได้ มาตรการที่รัฐบาลได้ทําไปนั้นมีอยู่หลายอันที่ได้ช่วย อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของวีซ่า ฟี (Visa fee) วีซ่าฟีนี้ช่วยทําให้เราฟื้นฟูนักท่องเที่ยวกลับมาสู่ ประเทศไทยเราได้อย่างมากทีเดียว แล้วอันที่ ๒ ก็คือแลนดิ้งและปาร์กกิ้ง ฟี (Landing & Parking fee) ก็เลยดึงดูดให้พวกสายการบินต่าง ๆ เขาวิ่งชาร์เตอร์ ไฟลท์ (Charter flight) ทางภาคใต้นี้มีโอกาสมากที่สุดเป็นภาคที่ได้เปรียบมากที่สุดมีทั้งทะเลมีทั้งแดด ดังนั้น คนก็หนีมลภาวะจากส่วนกลางไปสู่ภาคใต้ อินชัวรันซ์ (Insurance) นี่นะครับ การประกันภัย นักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้าสู่ประเทศไทยคนละ ๑๐,๐๐๐ เหรียญได้ผลมากทีเดียว เพราะว่า ในตอนเกิดวิกฤติปิดสนามบินก็ดี เรื่องพัทยาก็ดีนี่มันทําให้ประกันภัยในต่างประเทศ ไม่ยอมประกันภัยให้ผู้ประกอบการของต่างประเทศที่จะพาคนเข้าประเทศไทย เขาไม่ยอม รับประกัน ผมก็เลยได้ความคิดขึ้นมาก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราประกันเองสิก็หมดเรื่อง การประกันภัย ๑๐,๐๐๐ เหรียญจึงได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว แล้วได้ช่วยกู้วิกฤติฟื้นตัวขึ้นมา ตัวเลขเรานึกว่าจะได้แค่ ๑๐ ล้านบาท พูดกันมาแต่ ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท สุดท้าย ออกมา ๑๔.๑ ล้านบาทปลายปี ก็ใกล้เคียงกับปีที่แล้วตกตํ่าไม่มากเท่าไร แล้วเรายังให้ เงินกู้ผู้ประกอบการ ๕,๐๐๐ ล้านบาทตอนนี้เงินหมดแล้วผมกําลังจะทําเรื่องเสนอ ขอวงเงินอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาทให้ ครม. เพื่อช่วยผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ ย่อย ๆ เอสเอ็มอี (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเรามีการช่วยเหลือพวกบริษัทต่าง ๆ กระตุ้นให้มีการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น บริษัทไหน หรือเอกชนไหนที่พาพนักงานไปสัมมนาก็ดี ไปดูงานก็ดี ไปอบรมก็ดี มีค่าใช้จ่ายเท่าไร สามารถเอามาหักภาษีปลายปีได้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้น อันนี้ก็ช่วยทําให้มีการกระตุ้น การท่องเที่ยวในประเทศได้สูงขึ้นปีที่แล้ว แล้วก็ได้ต่ออายุไปแล้วนะครับไปถึงปี ๒๕๕๔ ๓๑ มีนาคม ปี ๒๕๕๔ เรื่องอุทยานก็เหมือนกัน อันนี้ก็ดึงดูดพวกผู้ประกอบการพอสมควร ลดค่าเข้าอุทยานให้เขา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พวกชาร์เตอร์ ไฟลท์ นี่เราเปิดโอกาสให้ไปลง จังหวัดต่าง ๆ ได้มากขึ้น เรื่องผู้ประกอบการ ๘๐ บาทต่อห้อง ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ก็ได้ช่วย พวกโรงแรมไป แล้วการกระตุ้นด้วยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปีที่แล้วนี่จัดกิจกรรม มากเหลือเกินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่างประเทศต้องไปโรด โชว์ (Road show) พาผู้ประกอบการทางพัทยา ทางท้องถิ่น ทางจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา อําเภอหาดใหญ่ ไปต่างประเทศ เสร็จแล้วก็ไปตั้งโต๊ะคุยกับผู้ประกอบการต่างประเทศ สุดท้ายก็ได้เซ็นสัญญา อะไรต่ออะไรกันมามากมายปลายปี ๒๕๕๒ จึงได้ฟื้นขึ้นมาได้อย่างดีพอสมควรทีเดียว ดังนั้นจากมาตรการฟื้นฟูต่าง ๆ เหล่านี้ ครม. ได้อนุมัติให้ต่อไปถึงวันที่ ๓๑ เดือนมีนาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา หมดเอาตอนนั้น โดยสรุปค่าเสียหายผลกระทบต่ออันนี้ ถ้ามอง ผมคิดแต่เฉพาะเรื่องตัวเลขของนักท่องเที่ยว แต่ถ้าตัวเลขผลกระทบต่อการที่ว่า บริษัททัวร์ (Tour) ต่าง ๆ พอได้รับข่าวเรื่องวิกฤติก็ระงับบ้าง อะไรบ้าง อันนี้เป็นเรื่องที่จะ ต้องไปกระตุ้นกันในต่างประเทศอีก ททท. ก็คงจะทําหน้าที่หนัก แล้วทางกระทรวง ก็คงจะทําหน้าที่หนักอีกรอบหนึ่งเพื่อไปสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ ก็คิดว่าตัวเลขที่ปีกลายตั้งเป้ำไว้ ๑๔ ล้านบาท สุดท้ายก็ออกมาได้ ๑๔.๑ ล้านบาท ปีนี้ได้ตั้งเป้ำ ๑๕.๕ ล้านบาท ๑๕.๕ ล้านบาทถึง ๑๖ ล้านบาท ก็คิดว่า จะพยายามทําให้ได้เป้ำนะครับ แม้ว่าจะมีวิกฤติเกิดขึ้นขณะนี้ก็ตามที แต่มาตรการ ที่รัฐบาลได้มอบให้นี่ก็เป็นมาตรการที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายก่ายกองหรอกนะครับ ก็เป็นมาตรการจูงใจทําให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสู่ประเทศไทยได้มากพอสมควร ก็คิดว่า เหตุการณ์คราวนี้แต่ถ้าเทียบกับเมื่อปิดสนามบินกับเมื่อพัทยาแล้ว ผมไม่อยากตอบครับ อันนี้ ตอบไปเดี๋ยวหาว่าเป็นเสื้อแดง คือว่ามันไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับเรื่องปิดสนามบิน ไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับว่านายกรัฐมนตรีเขาต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเอาตัวรอดที่พัทยา มันไม่ร้ายแรงเท่านั้น แต่มันกระทบกระเทือนธุรกิจมาก และทางจิตวิทยากระเทือนมาก อันนี้คิดว่าจากมาตรการต่าง ๆ ที่ทําไปเมื่อปีที่แล้วมันน่าจะเอามาใช้ปีนี้ได้เพื่อจะกู้วิกฤติ และฟื้นฟู ๒๖ สํานักงาน ททท. ที่มีอยู่ต่างประเทศผมได้ให้นโยบายไปเรียบร้อยแล้วว่า จะใช้ระบบฮาร์ด เซล (Hard sale) ฮาร์ด เซลมากกว่าซอฟต์ เซล (Soft sale) ฮาร์ด เซล ก็คือว่าจับมือสายการบิน จับมือกับบริษัทท่องเที่ยวทุกประเทศ โดยเฉพาะปีนี้จะเน้น ในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเน้นไปทางอาหรับมาก ประเทศอินเดีย จะเน้นไปทาง พวกนั้น จะกระตุ้นให้มาก เพราะพวกนี้ใช้จ่ายสูงมาก และมาทีหนึ่งเป็นครอบครัว ตกลง ก็จะเบนไปทางนั้น ส่วนประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศที่ค่อนข้าง ที่จะเชื่อประเทศไทยเราพอสมควร คงไม่ตกตํ่าถึงขนาด ส่วนประเทศจีนนี่เซนซิทีฟว (Sensitive) ทางจิตวิทยามาก ต้องไปพบเขาแล้วก็ไปคุยกับเขาตัวต่อตัวมันถึงจะสร้าง ความเชื่อมั่นได้ ส่วนทางสแกนดิเนเวีย อันนี้ผมไปเรียบร้อยแล้ว ไปตกลงอะไรกัน เรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้ตกใจ เพราะสแกนดิเนเวียนี่เขาไปทางภาคใต้ เขาไม่ได้มา กรุงเทพมหานคร วิกฤติของเราเกิดเฉพาะกรุงเทพมหานคร แต่จิตวิทยามันกระทบกระเทือน เหมือนกัน แต่ตัวนักท่องเที่ยวเขาจะไปทางภาคใต้กันเป็นส่วนใหญ่ คราวที่แล้วเขาหนีหนาว เวลาเขาหนีหนาวเขาต้องการ ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ คือแดด และอย่างที่ ๒ ก็คือทะเล ดังนั้นกรุงเทพมหานครไม่มีทะเลให้เขา เขาก็หนีไปทางภาคใต้ ไปเกาะสมุย จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ ไปทางโน้นหมด ดังนั้นตัวเลขอย่างที่อําเภอหาดใหญ่เวลานี้ โรงแรมนี่โอเวอร์บุค (Overbook) เกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และ ททท. ไปจัดนิทรรศการ โคมไฟฮาร์บิน (Harbin) ขึ้นมาอีกยาวมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ก็เลยทําให้เรียก นักท่องเที่ยวได้มาก นักท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียเขามามาก ปี ที่แล้วมา ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่า ก็อยากจะกราบเรียนครับว่าจะพยายามฟื้นฟูด้วยมาตรการที่มีอยู่แล้ว และที่ไปใช้ในปีที่แล้ว ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ทรงตัวเลขให้ได้ตามที่ ททท. ได้ตั้งเป้ำไว้ ๑๕.๕ ล้านคน สิ้นปี ๒๕๕๓ นี้นะครับ ปีที่แล้วได้ ๑๔.๑ ล้านคน เราก็เขยิบขึ้นมาด้วยมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็ไม่ได้เป็นการว่าถ้าประกาศตัวเลขไปแล้วจะต้องทําให้ได้ มันเป็นภาคบังคับ ที่ให้ทุกส่วนราชการจะต้องทําให้ได้เท่านั้นเอง ส่วนจะได้ไม่ได้นั้นก็แล้วแต่สถานการณ์ เป็นต้นไป ก็อยากจะกราบเรียนตัวเลขอันนี้ ส่วนการประเมินปีที่แล้วนี่ผมมีเปเปอร์ (Paper) ประเมินให้ดู เดี๋ยวจะส่งให้ท่าน ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวปีที่แล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน