ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา เพื่อเน้นคุณภาพผู้เรียน และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการศึกษาในหลายด้าน รวมทั้งการปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการประเมินผลการเรียนทุกระดับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ความจริงคําถาม ของท่านก็เป็นเชิงการอภิปรายนะครับ ซึ่งก็อยากจะเรียนว่าผมได้ยํ้าอีกครั้งหนึ่งว่าเรา ต้องการปฏิรูปทางการศึกษาก็เพื่อที่จะเน้นคุณภาพผู้เรียน แต่ว่าเมื่อกี้ยังไม่มีโอกาสไปลง รายละเอียดว่าเราต้องการที่จะเน้นคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นองค์รวมอย่างไร คือมันก็ต้อง เริ่มมาตั้งแต่ระดับปฐมวัยนะครับ ซึ่งรัฐบาลนี้ก็ให้ความสนใจในการที่จะให้เด็ก ระดับปฐมวัยได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างชัดเจน ได้มีโอกาสที่จะพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่าเราจะให้เรียนฟรีตั้งแต่ปฐมวัยนี่ ๓ ปี แล้วก็ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม นั่นเพื่อปูพื้นฐาน สมัยของท่านท่านอาจจะไม่ต้องพึ่งครูเหมือนที่ท่านว่า แต่สมัยนี้มันต้องอาศัยในการพัฒนา ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาก็บอกว่ากว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว เพราะในระดับประถมศึกษา เราก็ชัดเจนที่จะต้องมีตัวชี้วัดว่าในระดับช่วงชั้น ป. ๑ ถึง ป. ๓ นั้นเด็กต้องอ่านออก เขียนได้ ต้องมีกระบวนการคิด ต้องมีวินัยในตัวเอง และมีความรับผิดชอบ พอระดับช่วงชั้น ป. ๔ ถึง ป. ๖ ก็จะมีความชัดเจนว่าเด็กนอกจากอ่านคล่อง เขียนคล่อง คํานวณเป็นแล้ว เราก็ต้องเริ่มเน้นในเรื่อง ๒ ภาษา เริ่มเน้นในเรื่องภาษาอังกฤษและไอที (IT) ที่จะต้องเข้ามา เกี่ยวข้องในกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนเพิ่มมากขึ้น พอในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ก็จะมีความรู้ความสามารถอย่างสูงตามมาตรฐานระดับชาติและระดับนานาชาติ มันจึงมี กระบวนการเรียนการสอนที่อยากจะให้ท่านได้เข้าใจว่าในขณะนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป มากแล้ว ตอนสมัยที่ท่านเรียนหรือผมเรียนในขณะนั้นนี่คนมีโอกาสได้เรียนในระดับ มัธยมศึกษาเพียงร้อยละ ๖๐ ผมว่าไม่เกินร้อยละ ๖๐ มาเพิ่มมากขึ้นในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่มีการขยายโอกาสทางการศึกษา ก็เป็นร้อยละ ๘๐ วันนี้เด็กสามารถเข้าเรียนต่อร้อยละ ๙๕ เพราะฉะนั้นโอกาสในการจัดการศึกษาในระดับนี้ ก็จะต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเมื่อจบในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เด็กต้องค้นพบ ตัวเองได้ เด็กสามารถที่จะเป็นพลเมืองดี มีคุณธรรม มีจริยธรรม อันนี้เป็นเรื่องที่เรา อยากเห็นเด็กไทยของเรามีคุณภาพในอนาคต ในส่วนระดับอาชีวศึกษาผมก็อยากจะเรียน โดยภาพรวมว่าเรามีปัญหามากในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพราะว่ากระบวนการที่จะไป คัดเลือกเด็กที่เข้าเรียนในระดับอาชีวศึกษานั้นยังติดขัดอยู่ ๒-๓ เรื่องด้วยกันคือ ประการที่ ๑ เรื่องของการที่จะต้องมีกระบวนการที่สร้างเสริมความพร้อมในการที่จะ ประกอบอาชีพหรือแหล่งอาชีพที่เป็นวิถีชีวิตจริงของนักเรียน ประการที่ ๒ ก็คือคุณภาพ ของนักเรียนในระดับนี้ที่จะต้องมีคุณภาพไปด้วยกัน และประการที่ ๓ ต้องมีสถาบัน ที่จะต้องพัฒนาคุณวุฒิวิชาชีพที่จะต้องไปรับรองคุณวุฒิวิชาชีพในระดับนี้ เพื่อให้เขา สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานแล้วก็มีความภาคภูมิใจ มีค่าตอบแทนที่สูง มันจึงสามารถที่จะ ลดที่นักเรียนจะไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ เช่นเดียวกันในระดับมหาวิทยาลัย เราก็ต้อง เน้นในเรื่องการมีงานทํา มันต้องมองโดยภาพรวมอย่างนี้ครับ แต่ว่าถ้าท่านพูดเอาประเด็น ในบางส่วนขึ้นมา ผมอยากจะกราบเรียนว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนของ คุณภาพของผู้เรียนได้ และวันนี้พอปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ เป็นครั้งแรกที่เรามี เป้ำหมายและมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าภายในระยะเวลา ๑๐ ปี เราจะต้องทําอย่างไรเหมือนที่ผม ยกตัวอย่างว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต้องเกินร้อยละ ๕๐ ของทุกสาระการเรียนรู้ เช่น ในเรื่องของการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมก็ต้องมีตัวชี้วัดว่าเด็กนักเรียนของเราได้ร่วมกิจกรรม ในการที่จะพัฒนาตนเองให้เกิดความรับผิดชอบ ให้มีจิตวิญญาณในระบอบประชาธิปไตย อย่างไรบ้าง และมีตัวชี้วัดไปถึงระดับโลกด้วยครับว่าประเทศของเราได้จัดการศึกษา เมื่อเปรียบเทียบกันในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นไอเอ็มดี (IMD) ก็ดี หรือธนาคารโลกก็ดี ประเทศไทยของเราขึ้นไปสู่ในระดับใด และวันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าการศึกษา ของไทย เด็กไทยเราก็ไม่ได้มีแพ้เด็กในโลกนี้เลยครับ เพียงแต่ว่าเราจะต้องไปส่งเสริมให้มี ความเสมอภาคมากยิ่งขึ้น ส่วนในกรณีที่ท่านถามว่าอยากจะให้เป็นเจ้าภาพ ให้ไปถาม เด็ก ม. ๑ ว่าจะสอบอย่างไร ให้ไปถามเด็กจบมัธยมศึกษาว่าให้ไปสอบอย่างไร ความจริง ถ้าท่านได้ติดตามกระบวนการนี้เขาทํามาเมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้วนะครับ ที่ได้มีการถามนักเรียน แม้แต่ในยุคปัจจุบันนี้เราก็จะดําเนินการ ๒ เรื่อง ในขณะนี้ผมได้แต่งตั้งให้เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ไปตั้งคณะทํางานร่วมกับ สทศ. ด้วย สมศ. ด้วย ที่จะมาเป็นกรรมการและจะมาดําเนินการในการที่จะมาวางบรรทัดฐานในการที่จะ ประเมินผลการเรียนทุกระดับ รวมทั้งการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งในส่วนนี้นอกจากว่า จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทั้งนักเรียน ทั้งผู้ปกครองนักเรียนแล้ว เราจะรับฟัง ความคิดเห็นจากผู้ที่เป็นผู้ประกอบการด้วยว่าเขาต้องการที่จะวัดนักเรียนไปเรียนสาขาใด โดยข้อทดสอบอย่างไร เพื่อที่จะให้ตรงกับความต้องการ และในขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้มีการทดลองต้นแบบว่านอกจากจะสอบทางด้านเนื้อหาวิชาแล้ว เราจะทําอย่างไรที่จะ ได้ทดสอบทางด้านคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปพร้อมกันด้วยในการที่จะให้นักเรียนได้มีโอกาส เข้ามหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นในกระบวนการตรงนี้ผมก็ยืนยันว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะต้องถามทุกภาคส่วน โดยเฉพาะนักเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ