สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓

สาธิต ปิตุเตชะ สอบถามรัฐบาลว่ารัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนฟื้นฟูการท่องเที่ยวเฉพาะภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างไร ให้คุ้มค่ากับศักยภาพของการท่องเที่ยวทั้ง ๒ ภาคนี้ที่มีอยู่ และใช้เกณฑ์ในการจัดสรรเงินงบประมาณที่สําคัญในการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ตั้งกระทู้ถามในหัวข้อเรื่องการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเฉพาะภาคตะวันออกแล้วก็ ภาคอีสาน ซึ่งประเด็นที่สําคัญก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนงบประมาณทั้ง ๒ ภาคนี้ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือเป็นที่ยอมรับนะครับว่าประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญที่สุดที่นักท่องเที่ยว จากทั่วโลกให้ความนิยม แล้วก็เป็ นที่ยอมรับครับว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่ทํารายได้อย่างมหาศาลให้กับประเทศเรา ผมมีตัวเลขว่า เฉพาะปี ๒๕๕๒ ตัวเลขรายได้การท่องเที่ยวที่นํารายได้เข้ามาสู่ประเทศเรา จํานวน ๕๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราพูดถึงการท่องเที่ยวนี่เป็นการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณมาก ถึงแม้ว่าเปรียบเทียบจากรายได้จากภาคอุตสาหกรรมว่าภาคอุตสาหกรรมจะนํารายได้ ให้กับประเทศเป็นอันดับต้น ๆ แต่เราจะเห็นว่าเราต้องลงทุนสูง ลงทุนทางด้านสังคม ลงทุนทางด้านเม็ดเงิน แต่ว่าคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนก็เสียไป แต่ว่าการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องใช้เงินงบประมาณมากนัก แต่ว่า เราไปขายธรรมชาติ ไปขายประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งประเทศอื่นอาจจะมีน้อยกว่าประเทศเรา ประเด็นกระทู้ถามของผมวันนี้ผมพบอย่างนี้ว่า ๒ ภาคที่สําคัญก็คือภาคตะวันออกแล้วก็ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศักยภาพสูงมากที่จะทํารายได้เม็ดเงินมหาศาลเข้ามาสู่ ประเทศเรา ผมยกตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของภาคตะวันออกก่อน ภาคตะวันออก ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยยาวไปประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ กิโลเมตร ไล่ไปเลยตั้งแต่จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด พื้นที่ชายฝั่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ มีนักท่องเที่ยวทั้งต่างประเทศและประเทศไทย ภูเขา นํ้าตก ป่าไม้ เป็นแหล่งวนอุทยาน ไม่ตํ่ากว่า ๘-๑๐ แห่ง ยกตัวอย่าง เช่น วนอุทยานเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด เขาชะเมา คุ้งกระเบน เกาะช้าง เกาะกูด นํ้าตกพลิ้ว เขาสอยดาว แหล่งวัฒนธรรมที่สําคัญก็มีหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดจันทบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนผลไม้ที่เป็นที่นิยมรสชาติที่ดีที่สุดอยู่ที่ ๓ จังหวัดนี้ ที่ผมเอ่ยทั้งหมดมันไม่ต้องลงทุน อะไรเลย เพียงแต่ไปส่งเสริมการพัฒนา ไปสร้างจิตบริการ ไม่ต้องไปทําแหล่งท่องเที่ยวที่ใหม่ ส่วนภาคอีสาน อันนี้มีมูลค่าทางวัฒนธรรม ถ้าตีเป็นมูลค่าเม็ดเงินก็ตีเป็นมูลค่าเม็ดเงิน ยากมาก เพราะเป็นสิ่งที่อนุรักษ์โบราณมาเป็นหลายพันปี หมื่นปี ยกตัวอย่าง เช่น พระธาตุพนม ปราสาทหินพิมาย ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทเขาพนมรุ้ง แล้วก็ อนุสาวรีย์ย่าโม ทั้งหมดที่ผมพูดถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงใน ๒ ภาคนี้ แต่ผมไปดูเม็ดเงินงบประมาณของปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ผมดูตัวเลขงบประมาณปรับปรุง โครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการของ ๒ ภาคนี้มันน้อยมากครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ภาคตะวันออกได้รับเงินงบประมาณประมาณ ๓,๙๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบ่งเป็น ๒ ตอน คือตอนบนนี่ ๕,๖๐๐,๐๐๐ บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างนี่ ๖,๙๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ ในหมวดโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ผมเห็นงบประมาณอย่างนี้ก็ไปเปรียบเทียบ กับภาคอื่นเหมือนกัน เช่น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ มิได้หมายความว่าผมจะแบ่ง เพียงแต่ว่าผมเห็นศักยภาพของการท่องเที่ยว ๒ ภาคนี้ที่มีความสําคัญ แต่ว่าเม็ดเงิน งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนมันมีเม็ดเงินที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพ ของ ๒ ภาคนี้ ผมให้ตัวเลขสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางไปทั้ง ๒ ภาคนี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยอดจํานวนนักท่องเที่ยว ปี ๒๕๕๒ ๓,๑๐๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ ภาคตะวันออก ๓,๖๐๐,๐๐๐ คน ทั้งคนไทยแล้วก็ต่างประเทศ เมื่อเปรียบเทียบศักยภาพ ที่มีของภูมิภาคเหล่านี้ เปรียบเทียบกับเงินงบประมาณ ถึงแม้ผมจะทราบว่าการท่องเที่ยว อาจจะเป็นการสนับสนุน แต่ว่าจะมีกระทรวง ทบวง กรมอื่นที่อาจจะสนับสนุนในด้านอื่นได้ แต่ว่าดูจากเม็ดเงินงบประมาณที่ไปสนับสนุนทั้ง ๒ ภาคนี้แล้วผมจึงอยากจะตั้งคําถาม ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่ารัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนฟื้นฟู การท่องเที่ยวเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างไรให้คุ้มค่ากับ ศักยภาพของการท่องเที่ยวทั้ง ๒ ภาคนี้ที่มีอยู่ แล้วก็ใช้เกณฑ์ในการจัดสรรลําดับ ความสําคัญอย่างไรในแต่ละภูมิภาคในการท่องเที่ยว เป็นคําถามแรกครับ