ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ หารือเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ศูนย์การค้าราชประสงค์ และเรียกร้องการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหารือและแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานครับ ที่ผมจําเป็นต้องอาศัยข้อบังคับในการเสนอ ญัตติด่วน ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศรู้แล้วว่าสถานการณ์บ้านเมืองของเราขณะนี้ เป็ นอย่างไร ผมจะไม่พูดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเพราะมันผ่านไปแล้ว ตามที่ ท่านสมาชิกจากจังหวัดยโสธร ดอกเตอร์พีรพันธุ์ได้เสนอเมื่อวาน แต่ผมกําลังจะพูดว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ท่านประธานก็รู้ข้อมูลเท่า ๆ กับผมรู้ รวมทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ทั้งมาอยู่ในห้องประชุมและไม่มาอยู่ในห้องประชุม ต่างก็รู้ว่าบ้านเมืองของเราขณะนี้กําลังเผชิญกับเหตุการณ์อะไร ที่ศูนย์การค้าราชประสงค์ กลุ่มคนเสื้อแดงหรือที่ผมจะเรียกว่า นปช. เรียกคําย่อ ได้เคลื่อนมาใช้พื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ซึ่งก็ถูกฝ่ำยรัฐบาลยื่นไมตรีจิตว่ามีอย่างมากก็ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ คน ถึง ๑๕,๐๐๐ คน แต่ข้อเท็จจริงมันไม่เป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน มันมีแต่เพิ่มจํานวน มากขึ้นเรื่อย ๆ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ผมสัมผัส ด้วยตัวเอง เมื่อวานผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่พยายามจะยกมือขอใช้ สิทธิอภิปรายแสดงความคิดเห็นในสภา แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสตรงนั้น เมื่อไม่ได้รับโอกาส ตรงนั้นผมคือคน ผมคือนักสู้ พูดในสภาไม่ได้ผมก็ไปพูดที่เวทีราชประสงค์ แต่วิธีการพูดจาปราศรัยของผม ค่อนข้างจะมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกว่าคนอื่น ๆ ผมบอกท่านประธานไว้ตรงนี้เลยว่าขณะนี้ นปช. ที่ชุมนุมกันอยู่ที่ราชประสงค์นั้นจํานวนไม่ใช่แค่ ๑๐,๐๐๐ คน หรือ ๑๕,๐๐๐ คน ตามที่ส่วนราชการรายงานกันไป แต่มีจํานวนหลายหมื่นและยังสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกัน เรื่อย ๆ แม้ทางฝ่ายรัฐบาลจะบอกว่ากําชับตํารวจให้ตั้งด่านสกัดไม่ให้คน นปช. เข้ามา ในกรุงเทพฯ แต่จนแล้วจนรอดมันก็สกัดไม่ได้ อย่าว่าแต่จะไปห้ามประชาชนเดินทางเข้ามา อยู่ในกรุงเทพฯ เลย เอาขนาดว่าทหารจํานวนหนึ่งขนยุทโธปกรณ์ รถยานยนต์หุ้มเกราะ อาวุธปืนสงครามอยู่ในขบวนรถไฟวิ่งมาถึงจังหวัดขอนแก่น ประชาชน นปช. ชาวจังหวัด ขอนแก่นก็ไปยึดรางรถไฟกลิ้งท่อนํ้าขนาดใหญ่ไปขวางไว้ บางส่วนนอนขวางรางรถไฟ พขร. หยุดรถ เมื่อหยุดแล้วประชาชนก็เข้าไปล้อมขบวนรถไฟทั้งขบวนเชิญทหารลงมา ข้างล่างมาคุยกัน คุยกันอย่างฉันมิตร เพราะทหารที่นั่นมาจากค่ายติณสูลานนท์ซึ่งอยู่ใน จังหวัดขอนแก่นก็พูดภาษาอีสานด้วยกัน ทหารเขาบอกว่าเขาไม่ได้มาสนับสนุน การสลายม็อบที่กรุงเทพฯ แต่เขากําลังจะไปสับเปลี่ยนกําลังที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทหารที่มาจากจังหวัดนครพนมเขาปฏิบัติหน้าที่ครบเทอมแล้ว ทหารจากค่ายติณสูลานนท์ จังหวัดขอนแก่นก็จะไปสับเปลี่ยน กลุ่ม นปช. ประชาชนในจังหวัดขอนแก่นไม่เชื่อ แล้วยังออกอากาศทางวิทยุชุมชนให้พี่น้อง นปช. พี่น้องเสื้อแดงจากจังหวัดข้างเคียง และต่างอําเภอรอบนอกเข้ามาช่วยกันสนับสนุน เพียงเวลาไม่นาน ท่านประธานครับ มากันเป็นหลายพันคน ทหารมีแค่ ๑๐๐ กว่าคนไม่ถึง ๑๕๐ คนด้วยซํ้าก็เลยต้องอาศัย ข้าวชาวบ้านกินอยู่ตรงนั้น แล้วหัวหน้า นปช. ก็ประกาศว่าเดี๋ยวให้ครบ ๕ วันก่อนแล้วก็จะ ให้ไป ถ้ามันเป็นการไปสับเปลี่ยนกําลังจริงผมโทรศัพท์ไปถามว่าทําไมถึงต้องกักทหารไว้ ๕ วัน หัวหน้า นปช. หรือจะเป็นระดับแกนนําในพื้นที่บอกกับผมว่าเพราะผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อํานวยการในการรักษาสถานการณ์ฉุกเฉินแทนรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงได้แถลงผ่านโฆษกของ ศอฉ. ว่าจะสลายภายใน ๗ วัน เพราะฉะนั้น ขณะนี้ผ่านไปแล้ว ๒ เขาก็เลยจับทหารไว้ ๕ วัน เป็น ๗ วัน ถ้าหากว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ เขาก็ปล่อยให้ทหารเคลื่อนต่อไป แล้วยังมีอีกจังหวัดหนึ่งปรากฏว่าเป็นทหารจากจังหวัด อุตรดิตถ์ คราวนี้เป็นรถถังจากกองพันทหารม้าที่ ๓ เคลื่อนเข้ามา ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานคงมีข้อมูลเหมือนที่ผมรับทราบมา ท่านประธานครับ ในฐานะ ที่เป็นตัวแทนประชาชนเราจะนั่งดูกันเฉย ๆ หรือครับ ที่ผมขอเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญก็ไม่ได้ร้องขอว่าตั้งเฉพาะ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย หรือ ส.ส. พรรคประชาราช แต่แน่นอน ส.ส. ทุกพรรคที่อยู่ในสภาแห่งนี้ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคเล็กเราต้องร่วมมือกันเดินหน้าเข้าหาประชาชนหาทางเจรจา เมื่อรัฐบาลเจรจา กับฝ่ายผู้ชุมนุมไม่ได้ผู้แทนราษฎรตัวแทนประชาชนทําไมเราไม่ทํางานล่ะ จะปล่อยให้ มันเกิดเหตุการณ์ซํ้าซากอย่างนั้นหรือ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ คนไทยเสียเลือดเสียเนื้อไปเท่าไร กว่าจะได้ประชาธิปไตยมา ถัดมาเพียงไม่กี่วัน ท่านประธานครับ เลือกตั้งวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๙ ผมจําได้แม่น เพราะผมสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่บังเอิญเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ผมก็แพ้อดีต ส.ส. ที่เขาเป็นอยู่ อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนกลางจัดตั้ง รัฐบาล โดยหัวหน้าพรรคหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้รับ การเรียกตัวจากเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ให้ไปทํางานด้วยกัน ในฐานะที่ผมเป็น ข้าราชการตํารวจ ผมได้รับหน้าที่เป็นนายตํารวจติดตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านประธานขออภัย มีสัญญาณเรียกขาน นว. เชตุพน ๑ เชตุพน ๑ ก็คือตอนนั้น กระทรวงพาณิชย์อยู่ที่วัดพระเชตุพน