ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องปัญหาการศึกษาของไทย โดยเน้นย้ำว่าเด็กต้องเป็นผู้ชี้นำในการศึกษา และไม่ควรให้เงินเข้ากระเป๋าของผู้อํานวยการโรงเรียนหรืออาจารย์ใหญ่ และระบุปัญหาที่เกิดในเด็กไทย เช่น ความกลัวแสดงความคิดเห็น ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ไม่รู้จักทำงานร่วมกัน ไม่แสวงหาความรู้ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมที่น้อยลง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยต้องการให้เปลี่ยนระบบการสอบจากแบบสอบเดียวเป็นแบบสอบสองครั้ง และให้เพิ่มคะแนนเฉลี่ยในชั้นเรียนเข้าไปในการคำนวณผลสอบ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ ถามเพื่อถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องปัญหาการศึกษาของไทย ความจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีปัญหา มาช้านาน ต้องยอมรับครับว่าปัจจุบันนี้การศึกษาของไทยมันตกตํ่าลงไปเรื่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีในหลายครั้ง แต่เท่าที่เป็นมาครับท่านประธาน ปัญหาต่าง ๆ ไปแก้ปัญหาที่โครงสร้าง แก้ปัญหาที่ตัวบุคคล เด็กนักเรียนไม่เคยได้รับการแก้ไขในปัญหา เหล่านั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ออก พ.ร.บ. การศึกษา ปี ๒๕๔๒ เด็กไม่เคยได้รับ การเหลียวแล มีแต่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหน้าที่ตําแหน่งในกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพิ่มซี ๑๑ ขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิมถึง ๓-๔ ตําแหน่ง แต่เด็ก ๆ ไม่เคย ได้รับการเหลียวแลดูแลแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่สร้างปัญหา ท่านประธานครับ สร้างปัญหา เรื่องโครงสร้าง นักวิชาการการศึกษาวัน ๆ เอาแต่คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตํารา จะให้ตํารา ตัวเองเป็ นใหญ่เพื่อให้นักเรียนได้เอาของตัวเองไปเรียน นั่นเป็ นข้อคิดที่ผิดที่สุด ในการศึกษาของไทย ความจริงการศึกษาของไทยจะดีได้เด็กต้องเป็นผู้ชี้นําครับ ถ้าเด็ก เป็นผู้ชี้นําเมื่อไร เด็กคิดเองเป็นเมื่อไร เด็กคิดสร้างสรรค์เป็นเมื่อไร นั่นครับการศึกษา มันจะเจริญเหมือนนานาอารยประเทศที่เจริญแล้ว แต่ท่านประธานมาดูครับ ไอคิว (IQ) เด็กไทยตอนนี้เหลือ ๘๘ ตํ่ากว่า ๑๐๐ ท่านประธาน ความฉลาดมันลดลงแบบไม่เคย ปรากฏมาก่อนนะ สมัยผมเป็นนักเรียน นักศึกษานะเฉลี่ยเกือบ ๑๐๐ เดี๋ยวนี้ยิ่งเรียนไป ๆ เหลือ ๘๘ ท่านประธาน ถ้ากระทรวงศึกษาธิการไม่รีบปฏิรูปให้มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ขึ้นมา ผมเชื่อว่าการศึกษาจะถดถอย ตอนนี้อย่าไปว่าถึงประเทศเวียดนามเลย ตอนนี้เราอาจจะ เทียบกับประเทศลาวแล้วนะ ตอนนี้ประเทศลาวก้าวหน้าขึ้นเยอะเลย การศึกษาของเขา ทันประเทศไทยแล้วตอนนี้ ผมอยากเรียนว่าวันนี้ถึงแม้ว่าจะเกิดการสับสนวุ่นวาย แต่ผม เชื่อว่าเราได้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงเลย ท่านต้องแสดงฝีมือนะครับ ตอนนี้ตรงสเปก (Spec) เลยครับ ตรงสเปก กระทรวงสาธารณสุขของผมมาจาก การเลือกตั้งทีไรไม่ค่อยมีหมอได้เป็นรัฐมนตรี แต่ปฏิวัติทีไรได้เป็นรัฐมนตรีกันทุกครั้ง แต่วันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้รัฐมนตรีที่เป็น อาจารย์มาก่อน ก็ขอให้ท่านได้แสดงฝีมือ ผมอยากเรียนว่าเด็กตอนนี้สับสนวุ่นวาย ความเครียดของเด็กตามที่เขาวิจัยนี่เพิ่มขึ้น ๔-๕ เท่า เพิ่มขึ้นนะท่านประธาน ไม่ได้ลดลงเลย นอกจากนี้บอกว่าปรับปรุงหลักสูตรแล้วนี่จะเรียนพิเศษน้อยลง ท่านประธานไปดูครับ ไปดูครับ บางคนตื่นตั้งแต่ตีสี่ กลับบ้าน ๔ ทุ่ม ไม่รู้เรียนอะไร เรียนกันจนงง เรียนกัน จนประสาทเครียดไปหมด แล้วสอบอะไรก็ไม่รู้ครับตอนนี้ อยากเรียนครับว่าประเด็นนี้ ที่รัฐมนตรีได้ประกาศห้าม ผมไม่ทราบว่าท่านเป็นอาจารย์มานี้ผมว่าทราบปัญหา นั่นคือ การฝากเด็กกันครับ ความจริงถามผมว่าผมไปดูงานที่ต่างประเทศสมัยผมเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการการศึกษา ถามว่าประเทศอังกฤษมีฝากไหมครับเด็ก มีครับ ถามว่า ประเทศสหรัฐอเมริกามีไหมครับ มีครับ เขาเข้าคิวครับ ท่านไปห้ามบอก ขอห้ามรับบริจาค ห้ามทุกอย่าง ท่านห้ามคนคลอดลูกได้ไหม ห้ามได้ไหมครับ ถ้าห้ามได้ค่อยไปห้ามครับ เรื่องนี้ต้องยอมรับ ผู้ปกครองไหนก็อยากให้ลูกตัวเองเรียนโรงเรียนที่ดี ถ้ามีโอกาสเขาก็ฝาก แต่ท่านต้องจํากัดว่าการบริจาคนั้นเพื่อโรงเรียนครับ ท่านไม่ใช่บอกต่อไปห้ามทุกอย่าง ถ้าทําแล้วจะผิดวินัยร้ายแรงนี่ผิดเลยครับ ผมว่าผิดเลย ท่านไม่ต้องไปพูดครับเรื่องนี้ อย่างไรก็ห้ามไม่ได้ครับ ถึงวันนี้ท่านไปดูสิครับ เต็มไปหมดครับ แต่ว่าเงินนั้นผมอยากเรียน ท่านประธานว่ารัฐมนตรีต้องไปควบคุมอย่าให้เงินเข้ากระเป๋ำอาจารย์ใหญ่ อย่าให้เงิน เข้ากระเป๋ำผู้อํานวยการโรงเรียนที่ดัง ๆ เอาไปพัฒนาการศึกษา เอาไปพัฒนาเด็ก อย่างนี้ เราอย่าไปว่ากัน จะให้แต่ไปทอดผ้าป่า ทอดกฐินอย่างเดียว ท่านให้เงินเขาพอไหมล่ะครับ กระทรวงศึกษาธิการเคยให้เงินพอไหม ไม่พอเลยครับ ค่าต่อหัวก็ไม่พอแล้ว ค่าอาหารกลางวัน ก็ลําบาก เงินกลางปีที่แล้ว ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเคยพูดว่าทําไมท่านไม่ไปปรับปรุง ด้านอื่น ๆ เอาไปซื้อตําราเรียน ตอนนี้โรงเรียนดัง ๆ เช่น สวนกุหลาบ สตรีวิทยา นักเรียน มีตําราเรียน ๒ ชุด ชุดหนึ่งเอาไว้โรงเรียนครับ อีกชุดหนึ่งไว้ที่บ้าน ชุดที่เอาไว้โรงเรียน ห้ามเขียน ห้ามขีด ห้ามอะไร มันก็ไม่ได้เปิดครับ ปรากฏว่าเด็กในโรงเรียนใหญ่ ๆ มีตําราเรียน ๒ ชุด ไปซื้อเสื้อผ้า ท่านประธานทราบไหม ซื้อบิล (Bill) ครับ ไปตรวจได้เลย ส่วนใหญ่ซื้อบิล ซื้อบิลไปให้โรงเรียนแล้วก็เบิกเงิน นี่คือข้อผิดพลาดที่มันเกิดขึ้น ผมถึงอยากเรียนท่านประธานครับว่าความจริงเงินใต้โต๊ะท่านอย่าไปห้ามเขามาก ท่านให้เงินเขาไม่พอ เงินใต้โต๊ะนี่ไม่ใช่เงินเข้ากระเป๋ำเขานะครับ เงินแป๊ ะเจี๊ยะที่เขา เรียกกันนี่เขาเอาไปพัฒนาโรงเรียน อย่าไปห้ามเขาครับ และอีกอย่างผมอยากฝาก ท่านรัฐมนตรีก่อนที่จะขึ้นคําถามครับ ผมอยากให้ท่านในฐานะที่เป็นอาจารย์ ท่านน่าจะ ให้นโยบายนะครับ เด็กเรียนอย่างไรให้มีความสุข เด็กเรียนอย่างไรให้เป็นเด็กดี นี่สําคัญ แล้วเด็กเรียนอย่างไรให้รู้จักคําว่าเสียสละและให้อภัย โตขึ้นเขาจะรู้จักคําว่าเสียสละ และให้อภัย ถึงวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่อย่างที่เห็นกันแต่ละคนให้อภัยกันเกือบไม่มี ตาต่อตา ฟันต่อฟัน บ้านเมืองมันถึงไม่สงบสุข ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีสอนเด็กเหล่านี้ แล้วที่สําคัญ มันต้องยึดเด็กเป็นที่ตั้ง เขาประเมินมาท่านประธานทราบไหม นักการศึกษาประเมินว่า ผลผลิตของการศึกษาไทยขาดคุณลักษณะ ๖ ประการด้วยกัน ๖ ประการเป็นอย่างไรครับ ที่ขาดนะครับ
ประการที่ ๑ ความกล้าและรู้จักแสดงความคิดเห็นต่อชุมชนนี่ไม่ค่อยกล้า เด็กไทยจะไม่ค่อยกล้าเลย
ประการที่ ๒ สามารถตัดสินใจด้วยตนเองนี่เกือบไม่มี
ประการที่ ๓ รู้จักทํางานร่วมกันเป็นหมู่คณะทําไม่ค่อยเป็นเลย
ประการที่ ๔ รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองนี่ไม่มี นี่ปัญหาที่จําเป็นต้องแก้ไข
ประการที่ ๕ ความคิดในการพัฒนาและคิดสร้างสรรค์นี่ไม่ค่อยมี วัน ๆ ให้แต่เรียนพิเศษ ให้แต่อะไร
ประการที่ ๖ ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมนี่น้อยลงไปเยอะ
อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการสอบเข้า มหาวิทยาลัย ถึงวันนี้ผมเคยพูด ๒ ครั้ง ๓ ครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีการแก้ไข ตอนนี้นักการศึกษา เอาเรื่องต่าง ๆ ให้เด็กจนหัวสมองบวมไปหมด เดี๋ยวมีโอเนต (0-Net) เดี๋ยวมีเอเนต (A-Net) เดี๋ยวมีแกต (GAT) มีแพต (PAT) ซึ่งผมบอกแพะกับแกะ อันนั้นมันไม่ได้เกิด ประโยชน์อะไรเลย ในความเห็นของผมเอนทรานซ์ (Entrance) ในสมัยก่อนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อก่อนสอบครั้งหนึ่งเขาก็บอกว่าเป็นการเอาเปรียบ คนเก่งจะได้ประโยชน์ได้สอบ ๒ ครั้ง พอสอบ ๒ ครั้งแล้วบอกว่าเด็กไม่เรียนหนังสือก็เลยเอาคะแนนเฉลี่ยในชั้นเรียน ผมว่าในความเห็นผมสิ่งที่ดีที่สุดคือสอบ ๒ ครั้ง แล้วเอาคะแนนในชั้นเรียนสัก ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์มาบวก แล้วประชุมมหาวิทยาลัย ตอนนี้เขาแยกสอบหมด เพราะว่า เขาไม่เชื่อกระทรวงศึกษาธิการ เขาไม่เชื่อว่าการสอบของกระทรวงศึกษาธิการจะได้ มาตรฐาน เพราะท่านสอบให้เขาปรากฏว่ารีไทร์ (Retire) เพิ่มขึ้นประมาณ ๓ เท่า ผมถึงอยากเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้สําคัญ ที่สําคัญตอนนี้ผู้หลักผู้ใหญ่พูดอะไร ต้องเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่พูดแล้วแต่ละอันเป็นข้อเท็จทั้งหมด เช่นบ้านเมืองขณะนี้มีศัพท์ ที่แปลกที่สุดในโลก ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่สลายการชุมนุม เขาเปลี่ยนเป็นคําว่า ขอคืนพื้นที่ ขอคืนพื้นที่ของรัฐบาลหมายถึง การยิง การไล่ การทําลาย อย่างนี้หรือครับ มันจะแปลว่าอะไร ต่อไปถ้านักเรียนอาชีวศึกษาบอกไปขอคืนพื้นที่กันหน่อย แสดงว่า นักเรียนต้องไปตีกัน ฆ่ากัน อย่างนั้นหรือครับ ผมอยากให้คําพูดที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะโฆษก ศอฉ. หนังสือพิมพ์เขาตั้งฉายาว่าไก่อู ผมก็ไม่รู้แปลว่าอะไร ขอคืนพื้นที่