สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๔๕ คน
นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เรียนท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีจำนวน ๒๐๑ ท่าน ซึ่งเป็นองค์ประชุมได้แล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๑ ประกอบกับมาตรา ๑๓ ก่อนที่จะดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมต่อไป ผมขอเรียนที่ประชุมว่า เนื่องจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ ยังไม่มีข้อบังคับการประชุม ผมจึงขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อขออนุมัติที่ประชุม ขอนำข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ มาใช้บังคับกับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยอนุโลม มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ กระผมขออนุญาตดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๕ ประกอบกับข้อ ๑๒ (๒) ซึ่งกำหนดว่า ในการเลือกประธานสภาและรองประธานสภา ครั้งแรกให้เลขาธิการเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุดซึ่งมาประชุมเป็นประธานชั่วคราวในที่ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมสภาดำเนินการเลือกประธานสภาและรองประธานสภา ตามข้อ ๖ และ ข้อ ๗ ต่อไป ซึ่งท่านสมาชิกที่มีอายุสูงสุดและอยู่ในที่ประชุมขณะนี้คือ ท่านพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ผมขออนุญาตที่ประชุมเพื่อให้รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปเรียนเชิญท่านขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุมครับ

(นายธงชัย ดุลยสุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้เชิญนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้มีอายุสูงสุดทำหน้าที่ ประธานชั่วคราว)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุมในวันนี้ บัดนี้ มีสมาชิกมาประชุมครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ

ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ

จึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญ เลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในที่ประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

“พระบรมราชโองการ

ประกาศ

แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๘ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ดังต่อไปนี้

๑. นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด

๒. นายกาศพล แก้วประพาฬ

๓. นายกิตติ โกสินสกุล

๔. นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์

๕. นายกงกฤช หิรัญกิจ

๖. นายกมล รอดคล้าย

๗. นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

๘. นางกอบแก้ว จันทร์ดี

๙. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล

๑๐. นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

๑๑. นายกิตติภณ ทุ่งกลาง

๑๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์

๑๓. นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี

๑๔. นายเกริกไกร จีระแพทย์

๑๕. นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

๑๖. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส

๑๗. นายโกเมศ แดงทองดี

๑๘. นายโกวิทย์ ทรงคุณ

๑๙. นายโกวิท ศรีไพโรจน์

๒๐. นายไกรราศ แก้วดี

๒๑. นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ

๒๒. นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์

๒๓. พลตำรวจตรี ขจร สัยวัตร์

๒๔. พลอากาศเอก ขวัญชัย เอี่ยมรักษา

๒๕. นายเขมทัต สุคนธสิงห์

๒๖. นายเข็มชัย ชุติวงศ์

๒๗. พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร

๒๘. นายคณิศร ขุริรัง

๒๙. นายคำนูณ สิทธิสมาน

๓๐. นายคุรุจิต นาครทรรพ

๓๑. นายจรัส สุทธิกุลบุตร

๓๒. นายจรัส สุวรรณมาลา

๓๓. พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา

๓๔. นายจรูญ จึงยิ่งเรืองรุ่ง

๓๕. พลเอก จิระ โกมุทพงศ์

๓๖. พลเอก จิรพันธ์ เกษมศานติ์สุข

๓๗. พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

๓๘. ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์

๓๙. นายจีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา

๔๐. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี

๔๑. นางจุรี วิจิตรวาทการ

๔๒. นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน

๔๓. นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์

๔๔. นายจุมพล รอดคำดี

๔๕. นายจุมพล สุขมั่น

๔๖. นายเจน นำชัยศิริ

๔๗. นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ

๔๘. พลอากาศเอก เจษฎา วิจารณ์

๔๙. นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

๕๐. นายจำลอง โพธิ์สุข

๕๑. นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน

๕๒. นายเฉลิมพล ประทีปะวณิช

๕๓. นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ

๕๔. นางชัชนาถ เทพธรานนท์

๕๕. นายชัย ชิดชอบ

๕๖. นายชัยพร ทองประเสริฐ

๕๗. นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ

๕๘. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช

๕๙. นายชาลี เจริญสุข

๖๐. นายชาลี เอียดสกุล

๖๑. นายชาลี ตั้งจีรวงษ์

๖๒. พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ

๖๓. นายชาติชาย ณ เชียงใหม่

๖๔. นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์

๖๕. นายชิตชัย จิวะตุวินันท์

๖๖. นายชูชัย ศุภวงศ์

๖๗. นายชูชาติ อินสว่าง

๖๘. พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย

๖๙. นายเชิดชัย วงศ์เสรี

๗๐. นายเชื้อ ฮั่นจินดา

๗๑. นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์

๗๒. พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก

๗๓. นางฑิฆัมพร กองสอน

๗๔. นายณรงค์ พุทธิชีวิน

๗๕. นายณรงค์ วรงศ์เกรียงไกร

๗๖. นายณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา

๗๗. นายดิเรก ถึงฝั่ง

๗๘. นายดำรงค์ พิเดช

๗๙. นายดุสิต เครืองาม

๘๐. นายดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์

๘๑. พลโท เดชา ปุญญบาล

๘๒. นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล

๘๓. นางตรึงใจ บูรณสมภพ

๘๔. นางเตือนใจ สินธุวณิก

๘๕. นางถวิลวดี บุรีกุล

๘๖. นายถาวร เฉิดพันธุ์

๘๗. นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์

๘๘. นายทนงศักดิ์ ทวีทอง

๘๙. นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ

๙๐. นางสาวทัศนา บุญทอง

๙๑. นางทิชา ณ นคร

๙๒. นายทิวา การกระสัง

๙๓. นายเทียนฉาย กีระนันทน์

๙๔. นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ

๙๕. นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

๙๖. พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์

๙๗. นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

๙๘. นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์

๙๙. นายธวัช สุวุฒิกุล

๑๐๐. นายธวัชชัย ยงกิตติกุล

๑๐๑. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร

๑๐๒. นายธวัชชัย อุ่ยพานิช

๑๐๓. นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์

๑๐๔. นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์

๑๐๕. นายธำรง อัศวสุธีรกุล

๑๐๖. พลโท นคร สุขประเสริฐ

๑๐๗. นางนรีวรรณ จินตกานนท์

๑๐๘. นายนันทวัฒน์ บรมานันท์

๑๐๙. พลโท นาวิน ดำริกาญจน์

๑๑๐. นายนิฟาริด ระเด่นอาหมัด

๑๑๑. นายนิคม มากรุ่งแจ้ง

๑๑๒. นายนิพนธ์ คำพา

๑๑๓. นายนิพนธ์ นาคสมภพ

๑๑๔. นายนิมิต สิทธิไตรย์

๑๑๕. นายนิรันดร์ พันทรกิจ

๑๑๖. นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง

๑๑๗. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

๑๑๘. นายนำชัย กฤษณาสกุล

๑๑๙. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

๑๒๐. นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์

๑๒๑. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

๑๒๒. นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์

๑๒๓. นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

๑๒๔. นางเบญจวรรณ สร่างนิทร

๑๒๕. นายประชา เตรัตน์

๑๒๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช

๑๒๗. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์

๑๒๘. นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด

๑๒๙. นางประภาภัทร นิยม

๑๓๐. นางประภาศรี สุฉันทบุตร

๑๓๑. นายประมนต์ สุธีวงศ์

๑๓๒. นายประสาร มฤคพิทักษ์

๑๓๓. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์

๑๓๔. พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์

๑๓๕. นายประเสริฐ ชิตพงศ์

๑๓๖. นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์

๑๓๗. นายปราโมทย์ ไม้กลัด

๑๓๘. นายปรีชา เถาทอง

๑๓๙. นายปรีชา บุตรศรี

๑๔๐. พลตำรวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ

๑๔๑. นายปิยะวัติ บุญ-หลง

๑๔๒. นายเปรื่อง จันดา

๑๔๓. นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ

๑๔๔. นายพงศ์โพยม วาศภูติ

๑๔๕. นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช

๑๔๖. นายพนา ทองมีอาคม

๑๔๗. นายพรชัย มุ่งเจริญพร

๑๔๘. นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

๑๔๙. นางพรรณวีรินทร์ รัตนวานิช

๑๕๐. นางพรรณี จารุสมบัติ

๑๕๑. นายพรายพล คุ้มทรัพย์

๑๕๒. นายพลเดช ปิ่นประทีป

๑๕๓. พลเอก พอพล มณีรินทร์

๑๕๔. พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป

๑๕๕. นางพันธุ์ทิพย์ สายสุนทร

๑๕๖. นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

๑๕๗. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม

๑๕๘. นายเพิ่มศักดิ์ เชื้อชาติ

๑๕๙. นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา

๑๖๐. นายไพบูลย์ นิติตะวัน

๑๖๑. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร

๑๖๒. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

๑๖๓. นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์

๑๖๔. นางภัทรียา สุมะโน

๑๖๕. พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ

๑๖๖. พลอากาศเอก มนัส รูปขจร

๑๖๗. นายมนู เลียวไพโรจน์

๑๖๘. นายมนูญ ศิริวรรณ

๑๖๙. นายมานิจ สุขสมจิตร

๑๗๐. นายมีชัย วีระไวทยะ

๑๗๑. พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ

๑๗๒. พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา

๑๗๓. นางสาวรสนา โตสิตระกูล

๑๗๔. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

๑๗๕. นายวรรณชัย บุญบำรุง

๑๗๖. พลเอก วรวิทย์ พรรณสมัย

๑๗๗. นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา

๑๗๘. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้

๑๗๙. พลเอก วัฒนา สรรพานิช

๑๘๐. นายวันชัย สอนศิริ

๑๘๑. นายวัลลภ พริ้งพงษ์

๑๘๒. นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์

๑๘๓. พลเอก วิชิต ยาทิพย์

๑๘๔. นายวิทยา กุลสมบูรณ์

๑๘๕. นายวินัย ดะห์ลัน

๑๘๖. นายวิบูลย์ คูหิรัญ

๑๘๗. นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

๑๘๘. นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร

๑๘๙. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร

๑๙๐. นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน

๑๙๑. พลเอก วุฒินันท์ ลีลายุทธ

๑๙๒. นายวุฒิสาร ตันไชย

๑๙๓. นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม

๑๙๔. นายศานิตย์ นาคสุขศรี

๑๙๕. นายศักรินทร์ ภูมิรัตน

๑๙๖. นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์

๑๙๗. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์

๑๙๘. นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา

๑๙๙. พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก

๒๐๐. นายศุภชัย ยาวะประภาษ

๒๐๑. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

๒๐๒. นายสมเกียรติ ชอบผล

๒๐๓. นายสมเดช นิลพันธุ์

๒๐๔. นายสมชัย ฤชุพันธุ์

๒๐๕. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์

๒๐๖. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา

๒๐๗. นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ

๒๐๘. นายสยุมพร ลิ่มไทย

๒๐๙. นายสรณะ เทพเนาว์

๒๑๐. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์

๒๑๑. นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

๒๑๒. นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

๒๑๓. นายสิระ เจนจาคะ

๒๑๔. พันเอก สิรวิชญ์ นาคทอง

๒๑๕. นางสีลาภรณ์ บัวสาย

๒๑๖. นายสืบพงศ์ ธรรมชาติ

๒๑๗. นางสุกัญญา สุดบรรทัด

๒๑๘. นายสุชาติ นวกวงษ์

๒๑๙. นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง

๒๒๐. นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

๒๒๑. นายสุพร สุวรรณโชติ

๒๒๒. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว

๒๒๓. พลเรือเอก สุรินทร์ เริงอารมณ์

๒๒๔. นายสุวัช สิงหพันธุ์

๒๒๕. นายสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ

๒๒๖. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์

๒๒๗. นายเสรี สุวรรณภานนท์

๒๒๘. นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ

๒๒๙. นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์

๒๓๐. นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ

๒๓๑. นายอนันตชัย คุณานันทกุล

๒๓๒. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล

๒๓๓. พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ

๒๓๔. นายอมร วาณิชวิวัฒน์

๒๓๕. นายอมรวิชช์ นาครทรรพ

๒๓๖. นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย

๒๓๗. นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ

๒๓๘. นายอลงกรณ์ พลบุตร

๒๓๙. นางสาวอ่อนอุษา ลำเลียงพล

๒๔๐. นางอัญชลี ชวนิชย์

๒๔๑. พลตำรวจโท อาจิณ โชติวงศ์

๒๔๒. พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย

๒๔๓. นายอำพล จินดาวัฒนะ

๒๔๔. นายอุดม เฟื่องฟุ้ง

๒๔๕. นายอุดม ทุมโฆสิต

๒๔๖. นายอุทัย สอนหลักทรัพย์

๒๔๗. นางอุบล หลิมสกุล

๒๔๘. พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ

๒๔๙. นายเอกราช ช่างเหลา

๒๕๐. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นปีที่ ๖๙ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ”

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว 🔗

เชิญนั่งครับ

ระเบียบวาระที่ ๑.๒ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งกล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุม ก่อนที่จะมีการกล่าวคำปฏิญาณตน ผมขอเรียนที่ประชุมว่าถึงแม้จะไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับกำหนดไว้ เกี่ยวกับการปฏิญาณตนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อรักษาแบบธรรมเนียมประเพณี ที่ดีงามก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ควรกล่าวคำปฏิญาณตนก่อน ผมจึงขอเชิญท่านสมาชิก โปรดยืนขึ้นเพื่อกล่าวปฏิญาณตน โดยผมจะกล่าวนำและท่านโปรดระบุชื่อของท่านด้วย ในตอนต้น

(สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่ และได้มาประชุมในวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ ประธานชั่วคราวได้กล่าวนำพร้อมกัน)

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ”

ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการเลือกประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขออนุญาต ที่ประชุมเพื่อให้ท่านสมาชิกได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานและภารกิจเร่งด่วน ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติประมาณ ๕ นาทีนะครับ คงไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ขอเชิญเจ้าหน้าที่ นำเสนอวีดิทัศน์ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

“............... : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับมอบหมายให้ ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติขอแสดงความยินดีกับทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อปฏิบัติ หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ในการนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงกรอบการดำเนินงานและภารกิจเร่งด่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยสังเขป ดังนี้

๑. อำนาจหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ

๒. การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

๓. ภารกิจเร่งด่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ

๔. การเลือกประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

สภาปฏิรูปแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ดังนี้

๑. ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป ในด้านต่าง ๆ จำนวน ๑๑ ด้าน ได้แก่ ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคม และด้านอื่น ๆ เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัติหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นใช้บังคับ ให้จัดทำ ร่างพระราชบัญญัติเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป

ในกรณีที่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป

๒. เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ

๓. พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้น

การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อมีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งแรกในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ แล้ว ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติต้องประกาศแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน ๓๖ คน ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่ วันที่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นไปตามขั้นตอนและ กรอบระยะเวลาสูงสุดตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ สภาปฏิรูปแห่งชาติต้องเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗

ขั้นตอนที่ ๒ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะจากสภาปฏิรูป แห่งชาติ แล้วเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘

ขั้นตอนที่ ๓ สภาปฏิรูปแห่งชาติต้องพิจารณาเสนอแนะหรือให้ความเห็น ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ วันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

ขั้นตอนที่ ๔ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอาจยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ สภาปฏิรูปแห่งชาติเสร็จสิ้นการพิจารณาตามขั้นตอนที่ ๓ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ขั้นตอนที่ ๕ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาคำขอแก้ไข เพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ครบกำหนดยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ขั้นตอนที่ ๖ สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาและมีมติให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ จากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘

ขั้นตอนที่ ๗ เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๘ รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดประมาณ ๓๑๙ วัน

ดังนั้น เมื่อมีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรกแล้ว สภาปฏิรูปแห่งชาติ มีภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ดังนี้

๑. สภาปฏิรูปแห่งชาติต้องเสนอบุคคลเพื่อเป็นกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติจำนวน ๒๐ คน เมื่อรวมกับประธาน คณะกรรมาธิการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอจำนวน ๑ คน และกรรมาธิการ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติเสนอจำนวน ๕ คน คณะรัฐมนตรีเสนอจำนวน ๕ คน คณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอจำนวน ๕ คน ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน ๓๖ คน เพื่อให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติประกาศแต่งตั้งภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนด ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

๒. สภาปฏิรูปแห่งชาติจะต้องเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗

การเลือกประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เนื่องจากสภาปฏิรูป แห่งชาติยังไม่ได้ตราข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้นใช้บังคับ จึงต้องนำข้อบังคับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาใช้บังคับกับการเลือกประธาน และรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยอนุโลม ดังนี้

การเลือกประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อได้ ๑ ชื่อ และต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน กรณีมีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือก กรณีมีการเสนอชื่อมากกว่า ๑ ชื่อ ให้มีการลงคะแนนเป็นการลับ ทั้งนี้ การเลือกรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติให้ใช้วิธีการเช่นเดียวกับการเลือกประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ

จากภารกิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติดังกล่าวที่จะต้องใช้ระยะเวลา ในการดำเนินการเกือบ ๑ ปีนั้น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติจะปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ภารกิจ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน”

ต่อไปเป็นการพิจารณา ระเบียบวาระที่ ๒ นะครับ คือเลือกประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

ท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ท่านเสรียกมือ จะอภิปราย ขอเชิญท่านเสรีครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอกราบเรียนท่านประธานก่อนที่จะ ดำเนินการต่อไปนะครับ สืบเนื่องจากที่ได้ชมวีดิทัศน์สักครู่นี้ ซึ่งมีเนื้อหาสาระขั้นตอน กระบวนการต่าง ๆ ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติจะต้องทำหน้าที่และทำงานต่อไป ในเนื้อหา ดังกล่าวได้กำหนดให้สมาชิกได้ทราบว่าจะต้องให้มีการเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เสร็จภายใน ๑๕ วันนับตั้งแต่วันที่มีการประชุมสภาครั้งแรก ถ้าหากผมไม่กราบเรียน ในขณะนี้มันก็จะเลยไป แล้วก็จะกลายเป็นประเด็นที่เป็นปัญหาต่อไป ซึ่งในส่วนนี้ผมได้ดู รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ วรรคสอง ได้กำหนดว่า การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งไม่ตรงกับ วีดิทัศน์ที่ได้ชมไปเมื่อสักครู่ เนื่องจากหนังสือที่เรียกประชุมได้ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ ผมเลยต้องกราบเรียน ท่านประธานเพื่อไม่ให้ประเด็นเหล่านี้ผ่านพ้นไป ถ้าหากเราเริ่มต้นแล้วไม่ตรงหรือขัดกับ รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก็อาจจะกลายเป็นปัญหา ผมยังไม่อยากให้ตัดสินตอนนี้ แต่ต้องกราบเรียน บันทึกไว้เป็นหลักฐานสำคัญว่าการนับระยะเวลานั้นเป็นสิ่งสำคัญ หรือกระบวนการที่ สภาปฏิรูปแห่งชาติจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งสำคัญ จึงกราบเรียนถึง การนับระยะเวลาดังกล่าวเพื่อจะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบพระคุณครับ มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนออะไรอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็ขอให้ ท่านเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติบันทึกไว้นะครับ ผมจะขออนุญาตท่านสมาชิก ต่อไป เป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒

ระเบียบวาระที่ ๒ การพิจารณาเลือกประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒๘ วรรคสอง บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็น ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติคนหนึ่งและเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่เกินสองคน ตามมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และข้อบังคับ ข้อ ๖ กำหนดว่า ในการเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ การเสนอชื่อนั้นต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า สิบคน ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอชื่อและขอผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คนตามข้อบังคับด้วยครับ ท่านชัย ชิดชอบ เชิญครับ

นายชัย ชิดชอบ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อันดับที่ ๕๕ ในด้านการเมือง เพื่อความรวดเร็วกระผมขอเสนอ ท่านเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เห็นชอบตามที่กระผมเสนอโปรดรับรองด้วย ขอบคุณครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีผู้รับรองเกิน ๒๐ คนแล้วนะครับ มีสมาชิกอื่นจะเสนอท่านอื่นอีกไหมครับ คุณชาลีเชิญครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๐๕๙ ขอเสนอ นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านพลังงาน เป็นประธานสภา ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

เชิญท่านเลขาธิการ สภาปฏิรูปแห่งชาตินับครับ เชิญท่านอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

กราบเรียนท่านประธานในที่ประชุม กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องถือโอกาสนี้ขอบพระคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับที่ได้กรุณาให้เกียรติกับกระผมในการเสนอชื่อเป็นประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ แต่กระผมนั้นต้องเรียนท่านประธานว่าบุคคลที่จะเป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น จะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง เป็นที่ยอมรับของสาธารณชน มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์ มีประสบการณ์ของการเป็นนักบริหาร และมีความเป็นนักวิชาการที่จะนำพาสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นให้เป็นที่ยอมรับและสามารถ บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์เจตจำนงของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการตอบสนองต่อความคาดหวัง ของประชาชน กระผมมีบุคคลที่เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติอยู่ในใจแล้วครับ แต่ไม่เคย บอกใคร นั่นก็คือท่านอาจารย์เทียนฉายครับ ผมขออนุญาตถอนตัวครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ตกลงท่านอลงกรณ์ ขอถอนตัวนะครับ มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนอท่านผู้ใดมาเป็นประธานสภาบ้างไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ผมกวาดตาดู ๓ รอบ แล้วไม่มีนะครับ สมาชิกได้เสนอคุณเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพียงชื่อเดียว จึงถือว่าคุณเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ แต่เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคสอง กำหนดไว้ว่า ก่อนที่จะดำเนินการเลือก ประธานสภานั้น ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ผมจึงขอปรึกษา ที่ประชุมว่า คุณเทียนฉาย กีระนันทน์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกไม่ต้องกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมถือว่า เห็นชอบตามที่ผมปรึกษานะครับ มีสมาชิก เชิญครับ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๐๕๙ เนื่องจากกระผมเป็น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติใหม่นะครับ แล้วก็ไม่เคยอยู่ในแวดวงที่จะได้รับหน้าที่ อันทรงเกียรติเช่นนี้มาก่อน ก็อยากจะทราบแล้วก็ได้ฟังเสียงของท่านที่จะมาเป็น ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ อย่างน้อยที่สุดจะได้รับทราบในเรื่องของแนวทางในการทำงาน ของท่านเป็นเบื้องต้นก่อนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

สมาชิกท่านอื่น มีความเห็นเป็นอย่างไรบ้างครับ เชิญครับ

นายสุชาติ นวกวงษ์

สวัสดีครับ กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายสุชาติ นวกวงษ์ สมาชิกเลขที่ ๒๑๘ ครับ ผมเป็นสมาชิกใหม่นะครับ แล้วก็ยังไม่ได้เคย เข้ามาสู่ทิศทางของการดำเนินงานสภานะครับ ในเมื่อมีผู้เสนอท่านอาจารย์เทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมก็มีแนวทางเดียวกันกับท่านที่นำเสนอ เมื่อกี้นะครับ อยากจะฟังทิศทางของท่านว่าที่ประธานครับ ว่าท่านจะนำทางพวกเราไปทาง ทิศใดนะครับ แล้วก็สิ่งที่ท่านคิดว่าจะทำนั้นจะเป็นอย่างไรครับ อันนี้ก็เป็นความเห็น ของกระผมครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ สมาชิก ท่านอื่นมีความเห็นอย่างไรครับ เชิญครับ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกหมายเลข ๑๘๐ ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ขณะนี้อยู่ในวาระที่เป็น การเลือกประธานและรองประธาน กระผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกหลายท่านที่เสนอว่า จะต้องให้แต่ละท่านนั้นแสดงตนให้พวกเรารู้จัก แต่ผมเห็นว่าขณะนี้เมื่อได้มีการเลือก ท่านอาจารย์เทียนฉายไปแล้วก็อาจจะผ่านเรื่องการแสดงวิสัยทัศน์ไป ลำดับต่อไปอาจจะมี การเลือกรองทั้ง ๒ ท่าน เมื่อได้ครบถ้วนแล้วผมว่าถ้าเป็นไปได้อยากจะขอความกรุณาต่อ ท่านประธานให้แต่ละท่านนั้นได้พูดจาปราศรัยกับท่านสมาชิก เพราะอย่างน้อยที่สุด ตัวผมเองก็ไม่รู้จักท่านอาจารย์เทียนฉาย จะได้ฟังเสียงในฐานะคนที่เป็นประธาน รองประธานนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงขอเสนอให้ท่านประธานนั้นดำเนินการตามระเบียบวาระเมื่อได้ ท่านประธานและรองประธานครบแล้วก็ให้แต่ละท่านแสดงวิสัยทัศน์หรือแนวคิด ต่อพวกเราครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบพระคุณครับ มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนอข้อคิดเห็นอะไรอีกไหมครับ ถ้าไม่มีก็แบ่งเป็น ๒ ประเด็นนะครับ เชิญครับ

นายเชื้อ ฮั่นจินดา

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เชื้อ ฮั่นจินดา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยความเคารพ ท่านประธานแล้วก็สมาชิกผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผมเข้าใจว่าขั้นตอนการเลือก ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นก็ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน จะมีการเลือกรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติในลำดับต่อไป ซึ่งผมคิดว่าการที่เราได้ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติมานั้นเราก็ควรที่จะให้ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้แสดงตนเพื่อให้เป็นที่รู้จักแก่ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่สำคัญที่สุดในการเลือก รองประธานสภานั้นในขณะนี้เราก็ยังไม่ทราบว่าผู้ที่จะเสนอตนขึ้นมาทำหน้าที่ในฐานะ รองประธานสภานั้นมีกี่คน ถ้าหากว่ามีมากกว่าที่กติกาได้กำหนดเอาไว้อาจจะต้องให้ท่าน ที่ลงสมัครเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้แสดงวิสัยทัศน์ก่อนที่จะให้สมาชิก ได้ลงคะแนนกันต่อไป เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนว่าในเบื้องต้นท่านที่ได้เป็น ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติในฐานะที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติหลาย ๆ ท่านก็เป็น สมาชิกสภาใหม่ก็น่าที่จะได้ทราบกรอบแนวทางแล้วก็วิธีการของท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติในเบื้องต้นก่อนแล้วค่อยไปเลือกรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ เชิญท่านคำนูณ สิทธิสมาน ครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อันที่จริงสภานี้ก็ไม่ใช่สภาที่มีลักษณะการเมือง โดยตรงนะครับ ที่จริงก็ไม่ได้คิดที่จะเสนอความคิดเห็น แต่ผมคิดว่าที่ประชุมสภาทุกแห่ง จำเป็นจะต้องยึดถือข้อบังคับ กระผมขอหารือดังนี้นะครับ คือเนื่องจากว่าในขณะนี้ เราอนุโลมใช้ข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งจะอยู่ในลิ้นชัก หน้าที่นั่งของท่านสมาชิกทุกท่านนี่นะครับ กระบวนการผมว่าไม่มีใครติดใจที่จะเสนอชื่อ ประธานอีก แต่ว่าตอนนี้เราอยู่ภายใต้ข้อบังคับ ข้อ ๖ ครับ คือว่าวรรคหนึ่ง ในการเลือก ประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ การเสนอนั้นต้องมีผู้รับรอง ไม่น้อยกว่าสิบคน อันนี้ก็ผ่านไปนะครับ ก็มาสู่ประเด็นที่ท่านประธานหารือ เพราะว่า ข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า ก่อนที่จะดำเนินการเลือกประธานสภานั้น ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่งเป็น ประธานสภาต่อที่ประชุมสภา ก็แปลว่าโดยข้อบังคับต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์นะครับ และยังไม่ถือว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อได้รับเลือกแล้วเพราะว่าจะต้องไปอยู่ในวรรคสามต่อไป ก็คือว่าถ้ามีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือก ในขณะนี้ถ้ากระผม เข้าใจไม่ผิดก็คือเราอยู่ในวาระที่ท่านประธานขอหารือว่าเราจะยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคสอง ได้หรือไม่ ทีนี้ประเด็นก็คือว่าในการประชุมของสภานี่นะครับ การยกเลิก หรือการงดเว้นการใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งนี่นะครับ เมื่อหารือแล้วจำเป็นจะต้องมีมติ ของที่ประชุมรับรอง ซึ่งเรื่องนี้ก็บัญญัติไว้ในข้อบังคับ ข้อ ๒๑๑ อยู่ในหน้าที่ ๔๑ นี่นะครับ บัญญัติไว้ว่า ขอประทานอนุญาตอ่านนะครับ ข้อ ๒๑๑ ถ้าประธานขอปรึกษา หรือสมาชิก เสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน ให้งดใช้ข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งทั้งหมด หรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี หากที่ประชุมสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในที่ประชุมสภา ก็ให้งดใช้ข้อบังคับข้อนั้นได้ ฉะนั้นกระผมยังมีความเข้าใจว่าถ้าเราใช้ข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นเกณฑ์ในการประชุมนัดนี้หรือจนกว่าที่เราจะมีข้อบังคับของเราเองนี่นะครับ แม้ท่านประธานจะหารือและไม่มีสมาชิกท่านใดคัดค้าน แต่ในขณะนี้ก็ปรากฏว่ามีสมาชิก มีมุมมองที่เห็นต่างว่าน่าจะมีการแสดงวิสัยทัศน์อย่างน้อยท่านหรือ ๒ ท่านนี่นะครับ ถ้าจะมี การงดใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคสอง เรื่องที่ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ ผมไม่แน่ใจท่านเลขาธิการ อาจจะช่วยชี้แจงได้ว่า ผมเข้าใจว่าน่าจะต้องมีการลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกที่ประชุมในสภาที่หารือมาในครั้งนี้ก็ด้วยความเคารพท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกทุกคนว่าถ้าเราจะเริ่มต้นเราก็จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นด้วยการถูกต้องตาม ระเบียบข้อบังคับ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการแข่งขันอะไรเลย แต่ว่าอยากให้การประชุมดำเนินไป ตามระเบียบข้อบังคับครับ อันที่จริงกระผมเองก็ยังมีประเด็นที่ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านเสนอเป็นประเด็นเมื่อสักครู่นี้ ผมได้พลิกดูรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับแล้ว อันที่จริงก็มีประเด็นที่อยากจะหารือบางประการ แต่เอาไว้ในชั้นหลังจาก เลือกประธานและรองประธานเสร็จแล้วก็คิดว่ายังไม่สายครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีสมาชิกท่านอื่น เชิญครับ

นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์ สปช. ของจังหวัดอุทัยธานีนะครับ ผมขอเรียนว่าการเสนอผู้ที่จะมาเป็น ประธานสภานั้น ขณะนี้เรามีผู้เสนอเพียงคนเดียว แล้วก็เรายังไม่มีผู้อื่นเสนอให้มาเป็น คู่แข่งเลย ถ้ามีผู้เสนอคนเดียว ข้อ ๖ วรรคสอง ไม่จำเป็นต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพราะว่า วัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของข้อบังคับฉบับนี้กำหนดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์นั้น หมายความว่าต้องมีคู่แข่ง ถ้าไม่มีคู่แข่งก็ไม่จำเป็น เพื่อให้การประชุมรวดเร็วยิ่งขึ้น อันนี้ขอนำเสนอนะครับ และผมก็ยังไม่ทราบว่าท่านประธานเองปิดหรือเปิดโอกาส ให้มีการเสนอแข่งขันบุคคลที่สองอีกหรือยังครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เรื่องที่ ๑ จบไปแล้ว เลือกคนเดียว ทีนี้มีผู้เสนอ ๒ เรื่องขึ้นมาว่า ให้เสนอวิสัยทัศน์หรือไม่ต้องเสนอวิสัยทัศน์ หรืออีกอันหนึ่งเสนอวิสัยทัศน์ ๓ คนพร้อมกัน เมื่อเลือกรองประธานแล้ว มีสมาชิกท่านอื่น จะเสนอข้อคิดเห็น เชิญครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

กราบเรียนท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖ มีวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ได้เขียนถึงขั้นตอนอย่างชัดเจนครับ เพื่อความสง่างาม ผมมีความเห็นว่าอยากจะให้ท่านอาจารย์เทียนฉายแสดงวิสัยทัศน์ตามข้อบังคับ ข้อ ๒ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ มีสมาชิกท่านอื่นเสนอข้อคิดเห็นอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผ่านไปยัง ท่านประธานนะครับว่า ในการจะประชุมนั้นก็คงยึดหลักตามข้อบังคับที่ ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านคำนูณได้เรียนต่อที่ประชุม กระบวนการที่จะเกิดขึ้นในสภาปฏิรูปนี้เป็นกระบวนการ ที่ประชาชนเริ่มจับตามองว่าเราจะทำงานกันอย่างไร ดังนั้น ผมคิดว่าเราน่าที่จะให้ประชาชน ได้เห็นถึงผลของการทำงาน ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการยกเว้นข้อบังคับตั้งแต่เริ่มวันแรกเสียแล้ว ก็แสดงว่าเราก็อาจจะมีการยกเลิกข้อบังคับกันไปเรื่อย อย่างนั้นกติกากฎเกณฑ์ เราจะกำหนดไว้ทำไม สิ่งที่น่าจะปฏิบัติและเป็นเรื่องที่งามสง่ากับสภาแห่งนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องความเสียหาย หรือเสียเวลา ถ้าเราจะได้โอกาสฟังท่านอาจารย์เทียนฉาย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านเหมาะที่จะ นั่งเป็นประธานสภา ท่านเป็นนักวิชาการ เป็นอธิการบดี ย่อมมีความรอบรู้ในเรื่องที่เราจะมา ทำงานกัน เราเสียเวลาสัก ๕ นาที ๑๐ นาที มันก็จะได้ผ่านไป ดีกว่าเรามาลงมติกันว่า จะงดเว้นข้อบังคับหรือไม่ ผมก็เห็นด้วยกับสมาชิกบางท่านแล้วก็ไม่เห็นด้วยกับบางท่าน นะครับ แต่อยากจะเสนอว่าก็ขอความกรุณาให้ท่านอาจารย์เทียนฉายได้แสดงวิสัยทัศน์ ของท่านเถอะครับ เพราะเป็นวันแรกที่เราประชุม เราน่าจะมีเรื่องดี ๆ ที่ปรากฏกับสายตา กับสาธารณชนทั่วไป กราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีสมาชิกท่านอื่น จะอภิปรายอะไรไหมครับ ถ้าไม่มีผมฟังเสียงดูแล้ว มีสมาชิกเชิญครับ

นายสืบพงศ์ ธรรมชาติ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สปช. จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เท่าที่ดูข้อบังคับที่ว่านะครับ และหลายท่านแสดง ความคิดเห็นนั้น เมื่อมีการเสนอชื่อผู้เดียว แล้วไม่มีข้อความอื่นต่อ แต่ถ้าหากว่า ท่านอาจารย์เทียนฉายจะได้พูดทักทายนะครับกับชาว สปช. แล้วก็พี่น้องเข้าใจว่า ถ่ายทอดทั่วประเทศนะครับ ก็จะทำให้พี่น้องได้รู้จักท่านมากขึ้น ผมเองเคยเรียนที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วก็ไม่ได้เจอท่านนานแล้วครับ เพิ่งเจอท่านเมื่อเช้านี้เองนะครับ ก็เห็นว่าถ้าหากท่านพูดสัก ๔-๕ นาที เหมือนกับท่านเสรีพูดเมื่อสักครู่ก็คงจะดีทีเดียวครับ ขอบพระคุณมากท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบพระคุณครับ มีหลายท่านมีความเห็นว่าอาจารย์เทียนฉายน่าจะแสดงวิสัยทัศน์ในวาระนี้นะครับ ผมขอเรียนเชิญอาจารย์เทียนฉายแสดงวิสัยทัศน์สัก ๕ นาทีครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งท่านผู้เสนอชื่อ ผู้ที่รับรอง และท่านผู้ที่สนับสนุน ในส่วนแรก ก็ขออนุญาตเรียนให้ความมั่นใจว่าผมพร้อมและตั้งใจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด งานของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๕๗ ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบนั้นมีส่วนหลักอยู่ ๒ ส่วน คือเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ และที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ กับอีกส่วนหนึ่งก็คือการปฏิรูปในความหมายที่กว้าง ซึ่งมีประเด็นหลัก ๆ ที่กำหนดไว้ในเบื้องต้น ๑๐ ด้านขึ้นไป ขึ้นไป ในความหมายของผมก็คือ อื่น ๆ นี่ยังไม่ได้บอกว่าจะมีอะไรบ้าง แล้วเราคงต้องปรึกษาหารือกัน เพราะฉะนั้นเพื่อให้ กระชับกระผมคิดว่าแนวทางการทำงานของเราสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นจะต้องทำงาน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใส แล้วนำพาให้ประชาชนที่ตั้งความหวังไว้นั้นได้รับรู้ แล้วก็เข้าใจ และเข้าถึงในสิ่งที่เป็นความหวังของประชาชนโดยทั่วไป ก็คงต้องดำเนินการทำ โดยเฉพาะในส่วนของยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งแม้จะมีกรรมาธิการเฉพาะ แต่สภาปฏิรูปแห่งชาติ ของเราก็จะช่วยให้ความเห็นเป็นลำดับขั้นตอนตามที่ได้ปรากฏบนจอภาพที่ สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นำเสนอในตอนต้นแล้ว คงต้องระมัดระวังแล้วก็ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตามกรอบเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกัน เรื่องการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนทั้งหลายนั้นเราก็คงต้องมาพูดคุย ปรึกษาหารือโดยกว้างว่าจะทำอย่างไรให้บรรลุกรอบความสำเร็จในการปฏิรูปเร็วที่สุด ผลของการดำเนินการปฏิรูปอาจจะทอดออกไปหลังจากนั้น แต่ว่ากรอบและแนวความคิด ของการปฏิรูปก็น่าจะบรรลุความสำเร็จในระดับหนึ่ง ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญเราคงต้องคิด ร่วมกันในเรื่องของเป้าหมายของการปฏิรูปที่อยากจะให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การบรรเทา หรือลดภาระความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจและสังคม ความเหลื่อมล้ำ ทางการเมืองอื่น ๆ เป้าหมายในเรื่องของการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ของประเทศในทุก ๆ เรื่อง ทั้งภาคราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และอื่น ๆ หรือเป้าหมายอื่น ๆ ผมคิดว่าประการสำคัญที่สุดครับท่านประธาน การทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น เราคงต้องประสานกันให้มาก แล้วก็ประสานความคิด ประสานพลังด้วย โดยเฉพาะ การที่จะต้องฟังเสียงประชาชนทั้งส่วนที่ประชาชนได้นำเสนอและส่วนที่เราเองคงต้อง ผลักดันให้ประชาชนได้เสนอความเห็นด้วย เพราะนั่นคือสิ่งที่เป็นอุดมการณ์และเป็น ความหวังของประชาชนในการปฏิรูปประเทศ ผมขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วก็เราจะได้ร่วมกันทำงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผมจะทำหน้าที่ประสานงานสำหรับ พวกเรา ๒๕๐ คน แล้วก็แนวคิดปฏิรูปทั้งหลายของประเทศไทยให้บรรลุผลสำเร็จตามที่ ทุกท่านปรารถนานะครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณ อาจารย์เทียนฉายนะครับ ผมขอสรุปอีกทีนะครับว่าอาจารย์เทียนฉาย กีระนันทน์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเพียงชื่อเดียว จึงถือว่าอาจารย์เทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วนะครับ ต่อไปเป็น การพิจารณา

ระเบียบวาระที่ ๓ เลือกรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒๘ วรรคสอง บัญญัติว่า ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติมีรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่เกินสองคน ตามมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และข้อบังคับ ข้อ ๗ กำหนดว่า ในการเลือก รองประธานสภา ให้นำความในข้อ ๖ มาบังคับใช้โดยอนุโลม

ในกรณีที่สภามีมติให้มีรองประธานสภาจำนวนสองคนให้เลือก รองประธานสภาคนที่หนึ่งก่อน แล้วจึงเลือกรองประธานสภาคนที่สองต่อไปตามลำดับ ผมจะขอให้ที่ประชุมพิจารณาว่าควรมีรองประธานสภาคนเดียวหรือ ๒ คน ท่านสมาชิก เห็นเป็นอย่างไรบ้างครับ ขอเชิญเสนอครับ เชิญครับ

นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขออนุญาตที่ประชุมที่จะเสนอให้มีรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจำนวน ๒ คน ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการที่ว่าหากท่านใดท่านหนึ่งติดภารกิจก็จะได้มีผู้ช่วยหรือผู้ที่ทำหน้าที่แทน เกินกว่า ๑ ท่าน ขอบพระคุณค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรองเกินกำหนด ที่ตั้งไว้แล้วนะครับ มีสมาชิกท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอสรุปว่าจะมีรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒ คน ผมจะขอให้ที่ประชุมพิจารณาว่า ให้มีการดำเนินการเลือกรองประธานสภา คนที่หนึ่ง ก่อนแล้วจึงเลือกรองประธานสภา คนที่สอง ตามลำดับนะครับ ต่อไปจะเป็นการเลือกรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอชื่อและขอผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ตามข้อบังคับด้วยครับ เชิญคุณเสรีครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเสนอท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีผู้รับรองทั้งหมดแล้ว มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนอท่านผู้อื่นอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ เชิญท่านอาจารย์บวรศักดิ์เสนอวิสัยทัศน์ครับ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านผู้เสนอชื่อ ท่านผู้รับรอง แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านที่กรุณา ให้ความไว้วางใจมาทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งสภานี้มีมติให้อนุโลมมาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๑ บัญญัติเอาไว้ว่า รองประธานสภามีอำนาจและหน้าที่ช่วยประธานสภาในกิจการ อันเป็นอำนาจและหน้าที่ของประธานสภา หรือปฏิบัติการตามที่ประธานสภามอบหมาย กระผมจะทำหน้าที่ช่วยท่านประธานในการดำเนินการประชุมและในกิจการอื่นของสภา ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับให้ดีที่สุด เพื่อให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้แสดงความคิดเห็น ได้ใช้ความรู้ความสามารถมาแก้ปัญหาให้บ้านเมืองให้ดีที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ สภาแห่งนี้มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอยู่ ๒ ประการเท่านั้น ประการที่ ๑ คือทำหน้าที่ ศึกษาและเสนอแนะเรื่องต่าง ๆ ในการปฏิรูป ซึ่งมากกว่า ๑๑ ด้านแน่ แล้วเสนอไปยัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และหน้าที่ที่ ๒ คือเสนอแนะไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งสภาแห่งนี้ จะแต่งตั้งสมาชิกหรือผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกเข้าไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒๐ คน ประกอบกับที่คณะรัฐมนตรีตั้งมา ๕ คน สภานิติบัญญัติแห่งชาติตั้งมา ๕ คน และคณะรักษาความสงบแห่งชาติตั้งมาอีก ๕ คน รวมประธาน ๑ คน เป็น ๓๖ คน รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่าให้สภานี้ให้ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะประการหนึ่ง และจะต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้นอีกประการหนึ่ง ก็แปลว่าสภาแห่งนี้มีส่วนร่วมในการทำ รัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคต เป็นผู้ลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แต่ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเองนั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีความเป็นกึ่งอิสระ ออกจากสภาแห่งนี้ ถ้าท่านประธานจะดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๗ วรรคสอง ก็จะเห็นได้ชัดว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องมารับฟังความเห็น ของสภาแห่งนี้ภายใน ๖๐ วัน คือประมาณกลางเดือนธันวาคม แล้วไปยกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จใน ๑๒๐ วัน เสนอกลับมา ยังสภาแห่งนี้เพื่อมารับฟังความเห็นและรับข้อแก้ไขเพิ่มเติมไป ประมาณเดือนเมษายน ต้องเสนอกลับมาว่าจะแก้ไขหรือไม่แก้ไขตามที่สภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบประมาณ เดือนกรกฎาคม ในมาตรา ๓๗ วรรคสอง ตอนท้ายบอกว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติจะแก้ไข เพิ่มเติมเนื้อความของร่างรัฐธรรมนูญนั้นมิได้ เว้นแต่เป็นข้อผิดพลาดที่มิใช่สาระสำคัญ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น หรือเป็นกรณีที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น

ท่านประธานครับ กราบขออภัยที่ต้องอ่านตรงนี้ เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่คณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ จะไม่เหมือนกับ คณะกรรมาธิการสามัญหรือวิสามัญที่สภาแห่งนี้จะตั้งขึ้นตามข้อบังคับ แต่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญนั้นจะมีอำนาจกึ่งอิสระ แต่เชื่อมโยง และต้องผ่าน ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญของสภานี้ ซึ่งช้าที่สุดต้องทำให้เสร็จภายใน วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘

ท่านประธานครับ ความเชื่อมโยงระหว่างสภาแห่งนี้กับคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นต้องเกิดมีขึ้น นอกจากการเลือกสมาชิก ๒๐ ท่านเข้าไปเป็น กรรมาธิการแล้ว สภาแห่งนี้ควรจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการติดตามและประสาน การร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นเสนอไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในเวลาเดียวกันคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ควรจะมีคณะอนุกรรมาธิการ รับข้อเสนอแนะจากสภาปฏิรูปแห่งชาติทำงานร่วมกันคู่ขนานกันไปโดยตลอด

ท่านประธานครับ หน้าที่ตรงนี้ผมคิดว่าสำคัญ แล้วกระผมคิดว่า ถ้าผมสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ให้สภาได้ ได้รับความไว้วางใจเข้าไปอยู่ในกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นข่าวอยู่แล้วยังไม่เป็นความจริงจนกว่าจะถึงวันที่ ๔ ซึ่งเป็นอนาคต นะครับ ผมจะทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างสภาปฏิรูปแห่งชาติและกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญให้ดีที่สุด แต่แค่นั้นไม่พอครับ อย่างที่ท่านอาจารย์เทียนฉายได้พูดแล้วว่า วันนี้การปฏิรูปเป็นวาระของชาติที่คน ๖๗ ล้านคนตั้งความหวังเอาไว้ เราคงจะต้องนั่งทำกัน อยู่ในสภาไม่ได้ท่านผู้ใหญ่คนหนึ่ง ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ท่านเคยพูดว่า เมื่อใดก็ตามที่เราถามว่าพวกเราจะเอาอย่างไร เมื่อนั้นเราจะอยู่ได้ไม่นาน แต่เมื่อใดก็ตามที่เราถามว่าพวกเขาคือประชาชนจะเอาอย่างไร เราจะอยู่ได้นานครับ เพราะฉะนั้นการประสานงานกับท่านสมาชิก ๒๕๐ ท่านภายใต้การนำของท่านประธาน จะต้องนำไปเชื่อมโยงกับประชาชน ให้การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูปของคนทั้ง ๖๗ ล้านคน ไม่ใช่ของคนแค่ ๒๕๐ คน กับอีก ๓๖ คน ท้ายที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ สภาแห่งนี้ และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องประสานงานกับคณะรัฐมนตรีกับสภานิติบัญญัติ แห่งชาติกับ คสช. ก็ต้องทำหน้าที่นั้นด้วยให้ดีที่สุด ทั้งหมดนี้ต้องบริหารจัดการภายใต้การนำ ของท่านประธานให้ดีที่สุดภายในเวลาจำกัด ๓๑๙ วัน สภาแห่งนี้ต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนเสนอท่านสมาชิกวันนี้ว่าเราไม่ใช่สภาการเมือง แล้วเราก็ไม่มีอำนาจอะไรทั้งสิ้นในทางนิติบัญญัตินอกจากให้ความเห็นชอบในรัฐธรรมนูญ กระผมอยากเห็นสภาแห่งนี้เป็นสภาซึ่งไม่ดำเนินการอย่างสภาทางการเมืองครับ เป็นสภาที่มีลักษณะเอกลักษณ์ของตัว และให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าเราจะเป็น แบบอย่างที่ดีแล้วเราจะไม่ทำให้การปฏิรูปที่ประชาชนทั้งประเทศคาดหวังอยู่นี้ล้มเหลวครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ตกลงเป็นอันว่าสมาชิกสภาได้เลือกอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธานสภา คนที่หนึ่ง แล้วนะครับ

ต่อไปเป็นการเลือกรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ขอเชิญ ท่านสมาชิกเสนอชื่อและขอผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ตามข้อบังคับด้วยครับ เชิญครับ

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๗๗ นะครับ ผมขอเสนอชื่อ รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง เป็นรองประธานสภา คนที่สอง ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีผู้รับรองครบถ้วน มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนอท่านผู้อื่นอีกไหมครับ เชิญครับ

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปที่เคารพทุกท่านครับ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดอุบลราชธานีครับ ก่อนที่จะได้เสนอชื่อผมขออนุญาตท่านประธานได้เสนอข้อมูล ประกอบสักเล็กน้อยครับ ขออนุญาตครับ จากการที่เราเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งในส่วนต่าง ๆ ของสภาปฏิรูปนั้นผมถือว่าเรากำลังคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมและดีที่สุดในการที่เข้ารับหน้าที่ โดยเป็นแบบอย่างของระบบสภาที่ให้ความอิสระแก่สมาชิกทุกท่าน และผลของการตัดสิน ของสมาชิกถือเป็นอันยุติ แล้วก็ถือเป็นแบบอย่างว่าเมื่อยุติในการที่จะเลือกแล้วก็เป็นอันว่า เราจะร่วมมือทำงานร่วมกันไม่ว่าท่านนั้นจะเป็นบุคคลใดนะครับ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า เป็นเรื่องสำคัญในหน้าที่ของรองประธานสภานั้นจากที่ท่านบวรศักดิ์ได้พูดถึงในแง่ของ การร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในความเชี่ยวชาญแล้วก็ความตั้งใจของท่าน แล้วผมก็ยังจำ วิสัยทัศน์ของท่านประธานเทียนฉายในประเด็นสุดท้ายที่จะต้องเชื่อมโยงกับประชาชนให้ได้ เพราะประชาชนนั้นเป็นส่วนสำคัญที่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องให้ความสำคัญ ผมเชื่อว่า ในการเลือกสรร สปช. หรือสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่มาจากจังหวัด ๗๗ จังหวัดนั้น ถ้าได้มอบหมายฟังประชาชนผ่าน ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน เท่ากับ ๑ ประเทศ ถ้าฟัง ๗๗ ท่าน กลับเข้ามาก็เท่ากับฟังคนทั้งประเทศนะครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารองประธานท่านที่สองนี้ มีความสำคัญมาก ถ้าหากจะมอบหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนผ่านระบบของสภาแห่งนี้ เพื่อประโยชน์ในการที่จะได้รับฟังวิสัยทัศน์ ของทั้ง ๒ ท่าน ผมคิดว่าผมขออนุญาตที่จะเสนอท่านประชา เตรัตน์ เป็นหนึ่งในรองประธาน คนที่สอง ครับ ขอผู้รับรองครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองครบถ้วน มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนอรองประธาน คนที่สอง อีกบ้างไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ก็มี ๒ ท่าน ที่ได้รับการเสนอชื่อมาดังต่อไปนี้นะครับ สมาชิกได้เสนอชื่อคุณทัศนา บุญทอง และคุณประชา เตรัตน์ เพื่อเป็นรองประธานสภา คนที่สอง และมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน ถูกต้องตามข้อบังคับ เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคสอง กำหนดให้ก่อนที่จะดำเนินการเลือกประธานให้ผู้ได้รับ การเสนอชื่อกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่งเป็นประธานต่อที่ประชุม รองประธานนะครับ ประทานโทษนะครับ มีการกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ผมขอปรึกษา ที่ประชุมว่าผมจะขอให้ผู้ถูกเสนอชื่อท่านแรกเป็นผู้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ก่อน แล้วเรียงตามลำดับไปจนครบทั้ง ๒ ท่าน สำหรับเวลาในการแสดงวิสัยทัศน์ผมขอปรึกษา ที่ประชุมว่าเห็นสมควรให้ใช้เวลาท่านละ ๕ นาที จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ เชิญคุณทัศนา บุญทอง เชิญครับ สมาชิกท่านจิตต์ครับ

พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผมขอเสนอเวลาแสดงวิสัยทัศน์ ๕ นาที น้อยเกินไปครับท่านประธาน ขอเวลา ๑๐ นาทีครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

สมาชิกท่านอื่น มีความเห็นอย่างไรครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นก็อนุญาตให้ไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ เชิญคุณทัศนา บุญทอง ครับ แสดงวิสัยทัศน์ พลโท ฐิติวัจน์เชิญเสนอครับ เมื่อสักครู่มองไม่เห็น ขอโทษทีนะครับ มองไม่ทัน

พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๗๒ กระผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานดังนี้ครับว่าในประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้เป็นผู้แทนจากจังหวัดอุบลราชธานี ท่านได้ให้เกียรติพูดถึงสมาชิกที่เป็นผู้แทนจากจังหวัดต่าง ๆ อันนี้ผมมีความเข้าใจนะครับ แต่ผมคิดว่าสมาชิกที่มาจากด้านต่าง ๆ นั้นหลายท่านที่มาจากต่างจังหวัด ดังนั้นการที่เรา เข้ามาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเราถือว่าเราเป็นสมาชิกจากสภาปฏิรูปเดียวกัน และมีวัตถุประสงค์จุดมุ่งหมายเดียวกัน ดังนั้นผมอยากจะให้ข้อสังเกตว่าเราจะต้องทำงาน เพื่อประเทศชาตินะครับ ในการที่จะเสนอรองประธานสภาท่านที่สองเรามีทั้งบุรุษเพศ และมีทั้งสตรีเพศ ดังนั้นจะเสนอใครนั้นผมไม่ได้พูดถึง แต่ข้อคิดข้อสังเกตที่ว่าเราเป็น สภาปฏิรูปแห่งชาติมาจากแหล่งเดียวกัน ทุกคนมีหน้าที่เหมือนกัน ไม่ได้แบ่งว่ามาจากจังหวัด หรือมาจากด้านต่าง ๆ ขอให้ข้อสังเกตตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนออะไรไหมครับ เห็นมียกมือ เชิญครับ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เลขที่สมาชิก ๐๑๕ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นำเรียนที่ประชุมด้วยความเคารพครับว่าการมองเห็นต่างนั้น เป็นเรื่องที่ดี การมีรองประธาน ๒ คน ๓ คนนั้นก็ไม่ได้เสียหาย ผมอยากให้ทุกคน มองว่าสภาปฏิรูปแห่งนี้นั้นเราเข้ามาเพื่ออะไร เราเข้ามาเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน เราต้องยกร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ อย่ามองว่าการมาแข่งขันกันในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องเสียหาย แล้วอย่ามองว่า เป็นศัตรูกัน ผมอยากให้เราเป็นหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ท่านที่ถูกเสนอชื่อนั้นล้วนเป็นคน มีความรู้ความสามารถเหมาะสมทั้ง ๒ ท่าน ถ้าเกิดว่าถ้าเป็นไปได้น่าจะพักเบรก (Break) สัก ๕ นาทีเพื่อจะให้คุยกัน หาวิธีการร่วมกันหรือว่าหาทางออกร่วมกัน ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ ท่านประธานครับ ก็นำเสนอที่ประชุมแสดงวิสัยทัศน์แล้วก็เลือก หรือไม่แน่นะครับท่านทัศนา อาจจะเห็นว่าท่านประชา เตรัตน์ เหมาะสมท่านอาจจะลาออกให้ก็ได้ เป็นไปได้นะครับ อันนี้ผมยกตัวอย่างนะครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เชิญท่านสมาชิกที่ยกมือ ท่านสุภาพสตรีข้างหลังครับ

นางทิชา ณ นคร

ขอบพระคุณมากค่ะ เรียนท่านประธาน ดิฉัน ทิชา ณ นคร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๐๙๑ ค่ะ จริง ๆ แล้วตัวดิฉันรู้สึกว่าเมื่อสักครู่ทั้งท่านรองประธาน แล้วก็ท่านประธานได้แสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งจริง ๆ ดิฉันคิดว่านี่เป็นวรรคทองที่สำคัญ ของพวกเราโดยเฉพาะเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนซึ่งเป็นประเด็นที่ ตัวดิฉันคิดว่าเราจะต้องถือเป็นบรรทัดฐานที่แข็งแกร่งมากสำหรับการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน แล้วก็รู้สึกดีใจที่มีการเสนอผู้หญิง ๑ คนขึ้นมาเป็นรองประธาน เพราะดิฉันคิดว่านี่เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่ให้เห็นว่าเรามีครบทั้ง ๒ ส่วนนะคะ แต่ถ้าหากว่า สภานี้ขาดผู้หญิงในฐานะรองประธาน ดิฉันคิดว่าเราอาจจะหลงลืมอะไรที่สำคัญไป ดังนั้น จึงขอให้สมาชิกที่จะโหวตต่อไปนี้กรุณานึกถึงประเด็นนี้ด้วย เพราะนี่คือสัญลักษณ์ที่สำคัญ เป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบพระคุณครับ มีสมาชิกท่านอื่นจะเสนอแนะอะไรอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ก็มีการเสนอชื่อ ๒ ท่านนะครับ คือคุณทัศนา บุญทอง และคุณประชา เตรัตน์ จะมีท่านใดใน ๒ ท่านนี้ ขอถอนตัวบ้างไหมครับ ไม่มีนะครับ ไม่มีก็ขอดำเนินการต่อไป เพื่อเป็นรองประธานสภา คนที่สอง และมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คนถูกต้องตามข้อบังคับ เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคสอง กำหนดให้ก่อนที่จะดำเนินการเลือกรองประธาน ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อกล่าวแสดง วิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานต่อที่ประชุม ขอเชิญคุณทัศนาครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง 🔗

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติแล้วก็ขอกราบขอบพระคุณที่ได้มีการ เสนอชื่อดิฉันให้เป็นผู้สมควรได้รับการพิจารณาเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ดิฉันขออนุญาตที่ประชุมนี้เพื่อที่จะเรียนข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของตัวเองอย่างย่อ แล้วก็ความเชื่อของดิฉันในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองประธาน หากว่าได้รับเลือกนะคะ ดิฉันชื่อ นางสาวทัศนา บุญทอง ค่ะ ดิฉันเป็นคนปักษ์ใต้โดยกำเนิด ดิฉันเกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา การศึกษาชั้นต้นของดิฉันเรียนที่โรงเรียนสตรีพุทธนิคมซึ่งเป็นโรงเรียนของ ท่านคุณครูธรรมทาส พานิช ซึ่งเป็นน้องชายของท่านพุทธทาส ตัวดิฉันเองและครอบครัว คือคุณพ่อคุณแม่นั้นเป็นศิษย์ของหลวงพ่อพุทธทาสตั้งแต่เล็กนะคะ และได้รับการสนับสนุน ให้มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งได้จบระดับเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา หลังจากที่จบชั้นเตรียมอุดมศึกษาแล้วได้สอบเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสาขาพยาบาลศาสตร์ ที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลก็คือมหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบันค่ะ ดิฉันจึงเป็นพยาบาล และผดุงครรภ์โดยวิชาชีพค่ะ ดิฉันได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาต่อเพื่อกลับมาเป็นอาจารย์ที่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คือที่ที่ดิฉันสำเร็จการศึกษามานะคะ โดยได้ศึกษาต่อ ในคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จในปี ๒๕๑๑ แล้วก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดิฉันรับราชการในคณะนี้จนกระทั่งเกษียณอายุราชการค่ะ ในทางการเมืองดิฉันได้มีโอกาส ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๓๔ และได้รับ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๙ และอีกครั้งหนึ่งที่ดิฉัน ได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภาในปี ๒๕๕๑ ค่ะ และโดยที่ในช่วงปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๔ ดิฉันได้รับเกียรติไว้วางใจจากเพื่อนสมาชิกเลือกให้ทำหน้าที่เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง จนครบวาระในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และได้รับการสรรหาให้กลับมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา อีกครั้งหนึ่งจากปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๗ ค่ะ สำหรับแนวคิดของดิฉันในการทำหน้าที่ ในสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านคงจะมีความเชื่อเหมือนกับตัวดิฉันที่ว่า เราอยากเห็นบ้านเมืองของเราเป็นสังคมคุณภาพ เป็นสังคมแห่งสันติสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิต มีความกินดีอยู่ดี แล้วก็ชนชั้นกลางเป็นประชาชนกลุ่มใหญ่สุดของประเทศ คือเราอยากจะ เห็นอย่างนั้นในอนาคต ประชาชนมีความเท่าเทียมกันและเสมอภาค มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับการพิทักษ์ ได้รับการคุ้มครองสิทธิ มีความยุติธรรม มีความเป็นธรรม พลเมืองเป็นคนดีมีศีลธรรม นั่นคือสังคมที่เราอยากจะเห็น ในวันข้างหน้า เราตระหนักว่าสังคมไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤติซึ่งหลายฝ่ายก็เห็นพ้องกันว่า ต้องมีการปฏิรูป ทีนี้เราจะปฏิรูปอย่างไรนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราซึ่งได้รับมอบหมายมา ถือว่าเป็นภารกิจเกียรติยศที่เราได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ ซึ่งในการปฏิรูปจะสำเร็จได้ ดิฉันเชื่อว่าต้องมาจากความร่วมมือร่วมใจของพวกเรา และของทุกภาคส่วนในสังคม ดิฉันอยากจะเรียนว่าคงจะต้องเริ่มจากพวกเราในห้องประชุมนี้นี่เองเป็นเบื้องต้น ดิฉันมีความเชื่อคล้าย ๆ กับหลาย ๆ ท่านที่ได้กล่าวมาแล้วว่า เราเป็นผู้แทนที่ได้รับเลือก เข้ามาเพื่อที่จะให้ทำหน้าที่เสนอแนะแนวทางในการปฏิรูป เราคงจะได้นำความรู้ ความสามารถทั้งหมดที่เรามีอยู่มาร่วมกัน คงจะไม่จำเป็นว่าใครจะมาจากที่ไหน แต่ว่าเรานำ ประสบการณ์หลากหลายที่มีอยู่มาทำงานร่วมกัน ต้องรวมใจกันเป็นหนึ่งที่จะมุ่งมั่นทำภารกิจนี้ ให้สำเร็จ ให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมมือกับเราด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องมีข้อมูลที่รอบคอบ รอบด้าน โดยการรับฟังให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมและมากที่สุดจาก ทุกภาคส่วน การสื่อสารกับประชาชนให้เกิดความเข้าใจว่าสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องทำนั้น จะเกิดผลดีอย่างไร เพื่อที่จะทำให้เราได้รับความร่วมมือ เพราะฉะนั้นภารกิจในเรื่อง ที่จะต้องสื่อถึงประชาชน และการพบปะประชาชน จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคน มีภารกิจร่วมกัน ตามกรอบเวลาที่จะต้องทำงานนี้ เมื่อครู่นี้ท่านอาจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ก็ได้กล่าวแล้วว่าเรามีเวลาค่อนข้างสั้นมาก ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ได้กำหนดไว้ เราโชคดีที่ไม่ต้องตั้งต้นที่ศูนย์ เพราะว่าเรามีข้อมูลพื้นฐานอยู่ส่วนหนึ่ง แล้วที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมก็ดี รวมทั้งข้อมูลแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งมีท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ได้ทำไว้ รวมทั้งข้อมูลจากเอกสารหลัก และเอกสารมติสมัชชาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ คสป. เมื่อสมัยนั้น ซึ่งมีท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ได้ทำไว้ ก็เป็นข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งเราสมาชิกสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ หาข้อมูลเพิ่มเติมให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น ในทุกด้านแล้วนำมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อที่จะหาแนวทางในการปฏิรูปแล้วก็เสนอแนะในด้าน ต่าง ๆ ๑๐ ด้าน รวมทั้งด้านอื่น ๆ หากเราจะคิดว่ามันจะมีอะไรอย่างอื่นอีกบ้างก่อนเสนอ ไปยังคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งเสนอไปยังคณะกรรมการ คสช. รวมทั้ง การนำเสนอประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะ พิจารณาดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมต่อไปนะคะ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นภารกิจ ที่เราจะต้องทำร่วมกัน ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่เราคงจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน หากว่าตัวดิฉันเอง ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันจะปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญ ได้กำหนดไว้ แล้วก็ท่านอาจารย์ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งเป็นท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ได้กล่าวแล้วเมื่อครู่นี้ ดิฉันจึงมีหน้าที่ในการที่จะช่วยปฏิบัติภารกิจของ ท่านประธานและรองประธานทำภารกิจที่ได้กำหนดไว้ โดยการส่งเสริมสนับสนุน และหาแนวทางให้สมาชิกได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด แล้วก็ร่วมมือกันกับท่าน ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ที่จะได้มาซึ่งแนวทางในการปฏิรูปที่ดีที่สุด รวมทั้ง สิ่งที่ดิฉันยึดมั่นและยึดถือมาตลอดชีวิตนั้นก็คือดิฉันจะรับฟังความเห็นของสมาชิกทุกท่านค่ะ ดิฉันจะเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติของสมาชิกทุกท่าน ไม่ใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งค่ะ ดิฉันจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มีใจเป็นธรรมแล้วก็มีความยุติธรรม และดิฉัน ขอยืนยันว่าดิฉันจะยึดมั่นในผลประโยชน์ของส่วนรวมและประชาชนเป็นที่ตั้งค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวนะคะที่ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับ การพิจารณาเป็นรองประธาน คนที่สอง ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งสภานี้มีสตรีเพียง ๓๖ คน แค่นั้นเองค่ะจาก ๒๕๐ คน ดิฉันจึงขอโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำหน้าที่อันสำคัญนี้นะคะ ดิฉันต้องขอจากผู้ชายด้วยนะคะว่าท่านสนับสนุนสตรีด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณคุณทัศนา บุญทอง นะครับ และผมขอให้คุณประชา เตรัตน์ เสนอวิสัยทัศน์ครับ เชิญครับ

นายประชา เตรัตน์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประชา เตรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดชลบุรี หมายเลขที่ ๑๒๕ ขออนุญาตนำเรียน ประวัตินิดหนึ่ง ส่วนตัวนั้นก็เป็นคนจังหวัดชลบุรี อาศัยวัดตั้งแต่เด็ก เพราะถ้าไม่ได้อยู่วัด จะไม่ได้เรียนหนังสือนะครับ ก็ได้เห็นวิถีชีวิตของคนยากคนจนที่ถูกทั้งทางราชการ ถูกทั้งผู้มีอิทธิพลรังแกมามาก ดังนั้นตั้งแต่กระผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ มีเข็มมุ่งความตั้งใจต้องการที่จะเป็นนายอำเภอ เพราะทราบจากผู้หลักผู้ใหญ่ว่านายอำเภอนั้น จะเป็นมือปราบพวกทำไม่ดีทั้งหลายได้ ก็ได้มีโอกาสมาเป็นนายอำเภอตามฝัน แต่ว่าเลยขึ้นเป็นนายอำเภอก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่จังหวัดนราธิวาสในช่วงที่มีเหตุการณ์ วิกฤติช่วงปี ๒๕๔๗ คือเหตุการณ์ตากใบและเกิดการปล้นปืน ซึ่งเป็นช่วงที่วิกฤติสาหัส อย่างมาก ผมก็ถูกทางราชการให้ไปแก้ปัญหาที่นั่น แล้วก็มีโอกาสพบกับอาจารย์ทัศนา ในการที่ได้ร่วมกันก่อตั้งมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ผมก็มาเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดซ้ำซากจนเบื่อจึงขอย้ายตัวเอง มาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง แล้วก็ในที่สุดก็เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงในช่วงก่อนที่จะเกษียณราชการ วิสัยทัศน์ของการเป็น รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นที่จริงหน้าที่กำหนดไว้ชัดเจนตามข้อบังคับ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เราใช้ข้อบังคับนี้โดยอนุโลมคือมาตรา ๑๑ ผมคิดว่าหน้าที่ของ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ วิสัยทัศน์ผมคือสนับสนุนและช่วยเหลือท่านประธานสภา ในการอำนวยการบริหารจัดการการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามเป้าหมาย มาตรา ๒๗ แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ จากวิชัน (Vision) ตัวนี้นั้นก็แปลงมาเป็นพันธกิจ พันธกิจสำคัญ ที่จะให้บรรลุถึงวิชันที่ได้กล่าวข้างต้นนั้นก็คือในฐานะรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจะต้อง ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ในชีวิตราชการผมตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอจนจบเกษียณราชการเป็น นักปกครองระดับ ๑๐ ถึง ๑๐ ปีเต็ม ๆ ตรวจสอบได้ ผมไม่เคยเทค ไซด์ส (Take sides) พรรคการเมืองพรรคหนึ่งพรรคใดเลยแม้แต่พรรคเดียว ดังนั้นคนทำหน้าที่ตรงนี้นั้นจะต้อง เป็นกลางปราศจากอคติ ๔ เป็นอย่างยิ่ง

ประการที่ ๒ พันธกิจข้อที่ ๒ ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นรองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติก็จะให้โอกาสสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกกลุ่มทุกจังหวัดได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในคราวการประชุม

ประการที่ ๓ ถ้ามีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็คงจะต้องปฏิบัติหน้าที่แทนท่านประธานสภาถ้าท่านประธานสภาไม่อยู่ถึงคราวที่ต้อง ทำหน้าที่เป็นประธานแทนท่านก็คงจะต้องควบคุมกำกับดูแลการประชุม การอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของการประชุมอย่างเคร่งครัด ซึ่งนี่ผมคิดว่า เป็นความจำเป็น เพราะว่าในสภาแต่ละท่านนั้นล้วนแต่สัพพัญญูมีวาทศิลป์ในการพูด ถ้าเราไม่มีระเบียบข้อบังคับแล้วการประชุมหาโอกาสเรียบร้อยได้ยาก แล้วหลาย ๆ ท่าน ผมก็รู้จักดี ทั้งนักวิชาการ ทั้งนักเศรษฐกิจ ทั้งกลุ่มธุรกิจ ภาคการค้า รวมทั้งอดีตข้าราชการ ทั้งหลาย ผมเองก็ได้รู้จักหลาย ๆ ท่านนะครับ ก็ขอโอกาสตรงนี้อย่าไปเลือกเพศหญิง เพศชาย เพราะว่าเราทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันแล้ว

ประการสุดท้ายซึ่งเป็นส่วนสำคัญก็คือผมในฐานะรองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติถ้าได้รับการพิจารณานะครับ ก็คงจะต้องร่วมกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกกลุ่ม ทุกจังหวัดเพื่อสรุปข้อเสนอแนะในการปฏิรูปประเทศทุกด้าน โดยเฉพาะให้เป็นไปตาม ประมวลกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ จริง ๆ แล้วใน ๑๐ ด้าน เปิดไว้โอเพ่น (Open) ด้านที่ ๑๑ จะหลากหลายมาก ซึ่งผมจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประจำจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัด เพราะบุคคลเหล่านี้นั้นใน ๑๐ ด้านมีคนรับผิดชอบไปหมดแล้ว กลุ่มต่าง ๆ ส่วนด้านที่ ๑๑ ที่โอเพ่นเปิดไว้ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนในทุก ๆ จังหวัด ยังมีปัญหาความเดือดร้อนอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมายซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติประจำจังหวัดต่าง ๆ ท่านจะต้องเข้าไปร่วมมือกับกลุ่มองค์กรเอกชน องค์กร กลุ่มต่าง ๆ ทั้งกลุ่มสตรี ทั้งกลุ่มเกษตรกร ทั้งกลุ่มองค์กรอิสระทั้งหลายในจังหวัดของท่าน ตอนนี้ที่จังหวัดผมที่จังหวัดชลบุรีก็มีองค์กรต่าง ๆ พร้อมแล้วที่จะมาให้ความร่วมมือ เพราะเราคงจะทำงานคนเดียวไม่ได้ เพราะเราเป็นผู้แทนของจังหวัดต่าง ๆ แต่กลุ่มต่าง ๆ ทั้ง ๑๐ ด้านนั้นก็มีความสำคัญ เราจะได้นำข้อเสนอทั้งหลายที่พี่น้องประชาชนจาก แต่ละจังหวัดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับด้านใดก็เสนอในด้านท่าน แต่ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับด้านใดในด้านที่ ๑๑ ด้านอื่น ๆ นั้นก็คงจะต้องรับภาระหนักหน่อย สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเป็นส่วนสำคัญ การแก้การปฏิรูปทั้งหลายนั้น ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ในทุก ๆ ด้านจะต้องอยู่บนพื้นฐานให้เกิดเป็นรูปธรรมในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือจะต้องเป็นธรรมและมีความชอบธรรมครับ นี่คือวิชันของผม ที่ขอนำเสนอให้เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ได้พิจารณาครับ ขอบคุณมากครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ คุณประชา เตรัตน์ เนื่องจากมีผู้เสนอชื่อผู้สมควรเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง จำนวน ๒ ท่าน คือ คุณทัศนา บุญทอง และคุณประชา เตรัตน์ ผมจะดำเนินการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคสี่ ที่กำหนดไว้ว่า ถ้ามีการเสนอชื่อสองชื่อหรือมากกว่าสองชื่อ ให้มีการลงคะแนนเป็นการลับ โดยการเขียนชื่อผู้ซึ่งตนประสงค์จะเลือกลงบนแผ่นกระดาษ ใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ แล้วให้เรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษรมาลงคะแนนเป็นรายคน โดยนำซองใส่ลงในภาชนะที่จัดไว้เพื่อการนั้น ในการตรวจนับคะแนน ให้ประธานเชิญสมาชิก จำนวนห้าคน เป็นกรรมการตรวจนับคะแนน ผมขอกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียง ลงคะแนนดังนี้ ผมจะขอตั้งกรรมการจำนวน ๕ คนเพื่อทำหน้าที่เป็นกรรมการ ตรวจนับคะแนน ๑. นายกงกฤช หิรัญกิจ ๒. นายคณิศร ขุริรัง ๓. นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน ๔. นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ ๕. พลโท นาวิน ดำริกาญจน์ แล้วขอสำรองไว้อีก ๕ คน คือ พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง พันเอก สิรวิชญ์ นาคทอง พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ

ผมขอเชิญกรรมการตรวจนับคะแนนชุดจริง ๕ ท่านนะครับ เตรียมการ ลงคะแนนสำหรับกรรมการตรวจนับคะแนน หลังจากที่การดำเนินการออกเสียงลงคะแนน เสร็จแล้ว ผมจะขอเชิญเข้าประจำที่นะครับ

นายสุชาติ นวกวงษ์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตสักเล็กน้อยได้ไหมครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาสักเล็กน้อย

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เชิญครับ

นายสุชาติ นวกวงษ์

ขออนุญาตนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุชาติ นวกวงษ์ ครับ เบอร์ ๒๑๘ นะครับ ก่อนที่จะมีการลงคะแนนผมขอแถลง ความในใจเล็กน้อยนะครับ เพื่อแสดงความชื่นชม แล้วก็เป็นความรู้สึกของสมาชิกคนหนึ่ง ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายแล้วก็มีแม่เป็นผู้หญิงนะครับ แล้วก็มีความรักแม่มากนะครับ แล้วรวมทั้งมีสุภาพสตรีผู้หญิงในห้องประชุมนี้ ๓๖ คนนะครับ ก็ขอแสดงความชื่นชม ต่อสุภาพสตรีและผู้หญิงที่กล้าลงสมัครแข่งเป็นรองประธานสภา ขอแสดงความชื่นชม ต่อสุภาพสตรี แล้วก็ขอขอบคุณที่กล้ารับเสนอตัวเองขึ้นมานะครับ แล้วก็หวังว่าการที่แสดง ความคิดเห็นของผมนี้ไม่ทำให้ผู้ชายเสียคะแนนนะครับ ขอขอบพระคุณนะครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณมากครับ เพื่อให้ การออกเสียงลงคะแนนลับเป็นไปอย่างโปร่งใสและบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมขอให้ที่ประชุมดำเนิน กระบวนการและขั้นตอนในการออกเสียงลงคะแนนลับ ดังนี้นะครับ ในการออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ ผมจะใช้วิธีการลงคะแนนในคูหา โดยเลขาธิการ เรียกชื่อสมาชิกตามลำดับอักษรเป็นรายคนครั้งละ ๕ รายชื่อตามลำดับ เพื่อมารับบัตร ออกเสียงลงคะแนนที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ที่ด้านขวามือของบัลลังก์ และขอให้ท่านสมาชิก ลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานในการรับบัตรออกเสียงลงคะแนนด้วย เมื่อท่านสมาชิกได้รับ บัตรออกเสียงลงคะแนนพร้อมซองจากเจ้าหน้าที่แล้วให้ลงคะแนนในคูหาที่จัดไว้ ด้านหน้าบัลลังก์นี้ ซึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ขอให้ท่านสมาชิกเขียนชื่อบุคคลที่ท่าน ประสงค์จะเลือกเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง เพียงชื่อเดียว โดยไม่ต้องลง ลายมือชื่อและหมายเลขสมาชิกกำกับในบัตรออกเสียงลงคะแนน จากนั้นให้นำบัตรออกเสียง ลงคะแนนลับใส่ซองให้เรียบร้อย แล้วนำมาหย่อนลงในหีบใส่บัตรลงคะแนนที่เจ้าหน้าที่ จัดเตรียมไว้ด้านหน้าบัลลังก์ แล้วกรุณาอย่านำบัตรออกเสียงลงคะแนนลับ ออกนอกห้องประชุมนะครับ สำหรับสมาชิกท่านใดที่ไม่อยู่ในที่ประชุมระหว่างที่เลขาธิการ เรียกชื่อของท่าน และยังประสงค์ที่จะทำการออกเสียงลงคะแนน ขอให้ท่านรอจนกว่า เลขาธิการจะได้เรียกชื่อสมาชิกจนครบแล้ว ผมจึงจะอนุญาตให้ท่านทำการออกเสียง ลงคะแนนได้ เมื่อประกาศผลการลงคะแนนแล้วผมจะให้เจ้าหน้าที่ทำลายบัตรออกเสียง ลงคะแนนตามข้อบังคับ ข้อ ๖ วรรคท้าย

ต่อไปจะเป็นการออกเสียงลงคะแนนลับเพื่อเลือกตั้งรองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ซึ่งก่อนจะดำเนินการออกเสียงลงคะแนนลับผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ขอให้ท่านสมาชิกเสียบบัตรลงคะแนนใส่ช่องเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนครับ

(นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอความกรุณา ท่านสมาชิกได้เสียบบัตรลงคะแนนให้ถ้วนทั่วทุกคนด้วยเพื่อจะนับจำนวนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เจ้าหน้าที่ ส่งจำนวนได้แล้วครับ เชิญครับ ผมขอเรียนท่านสมาชิกว่าขณะนี้มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๒๓๙ คน ครบเป็นองค์ประชุมแล้ว

นางนรีวรรณ จินตกานนท์

ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าเครื่องของดิฉัน มันเสียนะคะ ขอเจ้าหน้าที่เช็ก (Check) ด้วยค่ะ นรีวรรณ จินตกานนท์ ค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เจ้าหน้าที่ช่วยเช็ก ด้วยครับ แก้ไขได้ไหมครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมขอถือโอกาสเป็น ๒๔๐ คน ก็แล้วกันนะครับ เมื่อกี้นี้ตัวเลขขึ้น ๒๓๙ คน มีสมาชิกท่านหนึ่งเสียบบัตรแล้วเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ไม่ทำงาน ขอบวก ท่านสมาชิกจะเห็นด้วยไหมครับเป็น ๒๔๐ คน ก็ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอดำเนินการต่อไปเพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ เชิญครับ ก็เป็น ๒๔๑ คน มีกรรมการ ท่านใดที่เสียบบัตรแล้วเลขไม่ขึ้นมีอีกบ้างไหมครับ มีอีกท่านหนึ่งครับ เป็น ๒๔๒ ๒๔๓ มีอีกไหมครับ ๒๔๔ นะครับ มีอีกไหมครับ ไม่มี ผมขอให้เจ้าหน้าที่ไอที (IT) ของรัฐสภา ช่วยตรวจความเรียบร้อยของอิเล็กทรอนิกส์ อีควิปเมนท์ (Electronic equipment) ของรัฐสภาด้วยนะครับ เพื่ออาจารย์เทียนฉายจะได้สะดวกในการควบคุมการประชุมต่อไป ครั้งหน้าครับ ขอบคุณครับ

ผมขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อไปนะครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ

๑. นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ๒. นายกาศพล แก้วประพาฬ ๓. นายกิตติ โกสินสกุล ๔. นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ ๕. นายกงกฤช หิรัญกิจ ๖. นายกมล รอดคล้าย ๗. นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ๘. นางกอบแก้ว จันทร์ดี ๙. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ๑๐. นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ๑๑. นายกิตติภณ ทุ่งกลาง ๑๒. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๑๓. นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี ๑๔. นายเกริกไกร จีระแพทย์ ๑๕. นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ๑๖. นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ๑๗. นายโกเมศ แดงทองดี ๑๘. นายโกวิทย์ ทรงคุณ ๑๙. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ ๒๐. นายไกรราศ แก้วดี ๒๑. นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ๒๒. นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ๒๓. พลตำรวจตรี ขจร สัยวัตร์ ๒๔. พลอากาศเอก ขวัญชัย เอี่ยมรักษา ๒๕. นายเขมทัต สุคนธสิงห์ ๒๖. นายเข็มชัย ชุติวงศ์ ๒๗. พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ๒๘. นายคณิศร ขุริรัง ๒๙. นายคำนูณ สิทธิสมาน ๓๐. นายคุรุจิต นาครทรรพ ๓๑. นายจรัส สุทธิกุลบุตร ๓๒. นายจรัส สุวรรณมาลา ๓๓. พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา ๓๔. นายจรูญ จึงยิ่งเรืองรุ่ง ๓๕. พลเอก จิระ โกมุทพงศ์ ๓๖. พลเอก จิรพันธ์ เกษมศานติ์สุข ๓๗. พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ๓๘. ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ๓๙. นายจีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ๔๐. นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ๔๑. นางจุรี วิจิตรวาทการ ๔๒. นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน ๔๓. นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ ๔๔. นายจุมพล รอดคำดี ๔๕. นายจุมพล สุขมั่น ๔๖. นายเจน นำชัยศิริ ๔๗. นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ ๔๘. พลอากาศเอก เจษฎา วิจารณ์ ๔๙. นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ๕๐. นายจำลอง โพธิ์สุข ๕๑. นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ๕๒. นายเฉลิมพล ประทีปะวณิช ๕๓. นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ ๕๔. นางชัชนาถ เทพธรานนท์ ๕๕. นายชัย ชิดชอบ ๕๖. นายชัยพร ทองประเสริฐ ๕๗. นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ๕๘. นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ๕๙. นายชาลี เจริญสุข ๖๐. นายชาลี เอียดสกุล ๖๑. นายชาลี ตั้งจีรวงษ์ ๖๒. พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ๖๓. นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ ๖๔. นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ๖๕. นายชิตชัย จิวะตุวินันท์ ๖๖. นายชูชัย ศุภวงศ์ ๖๗. นายชูชาติ อินสว่าง ๖๘. พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย ๖๙. นายเชิดชัย วงศ์เสรี ๗๐. นายเชื้อ ฮั่นจินดา ๗๑. นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ๗๒. พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก ๗๓. นางฑิฆัมพร กองสอน ๗๔. นายณรงค์ พุทธิชีวิน ๗๕. นายณรงค์ วรงศ์เกรียงไกร ๗๖. นายณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ๗๗. นายดิเรก ถึงฝั่ง ๗๘. นายดำรงค์ พิเดช ๗๙. นายดุสิต เครืองาม ๘๐. นายดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ๘๑. พลโท เดชา ปุญญบาล ๘๒. นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ๘๓. นางตรึงใจ บูรณสมภพ ๘๔. นางเตือนใจ สินธุวณิก ๘๕. นางถวิลวดี บุรีกุล ๘๖. นายถาวร เฉิดพันธุ์ ๘๗. นายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ๘๘. นายทนงศักดิ์ ทวีทอง ๘๙. นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ๙๐. นางสาวทัศนา บุญทอง ๙๑. นางทิชา ณ นคร ๙๒. นายทิวา การกระสัง ๙๓. นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ๙๔. นายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ ๙๕. นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ๙๖. พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ๙๗. นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ๙๘. นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ๙๙. นายธวัช สุวุฒิกุล ๑๐๐. นายธวัชชัย ยงกิตติกุล ๑๐๑. พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ๑๐๒. นายธวัชชัย อุ่ยพานิช ๑๐๓. นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ๑๐๔. นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ๑๐๕. นายธำรง อัศวสุธีรกุล

นายธงชัย ดุลยสุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

๑๐๖. พลโท นคร สุขประเสริฐ ๑๐๗. นางนรีวรรณ จินตกานนท์ ๑๐๘. นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ ๑๐๙. พลโท นาวิน ดำริกาญจน์ ๑๑๐. นายนิฟาริด ระเด่นอาหมัด ๑๑๑. นายนิคม มากรุ่งแจ้ง ๑๑๒. นายนิพนธ์ คำพา ๑๑๓. นายนิพนธ์ นาคสมภพ ๑๑๔. นายนิมิต สิทธิไตรย์ ๑๑๕. นายนิรันดร์ พันทรกิจ ๑๑๖. นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง ๑๑๗. นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ๑๑๘. นายนำชัย กฤษณาสกุล ๑๑๙. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๑๒๐. นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ๑๒๑. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ๑๒๒. นายบุญถิ่น มั่นเกษวิทย์ ๑๒๓. นายบุญเลิศ คชายุทธเดช ๑๒๔. นางเบญจวรรณ สร่างนิทร ๑๒๕. นายประชา เตรัตน์ ๑๒๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ๑๒๗. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ๑๒๘. นางประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด ๑๒๙. นางประภาภัทร นิยม ๑๓๐. นางประภาศรี สุฉันทบุตร ๑๓๑. นายประมนต์ สุธีวงศ์ ๑๓๒. นายประสาร มฤคพิทักษ์ ๑๓๓. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ๑๓๔. พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ ๑๓๕. นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ๑๓๖. นายประเสริฐ ศัลย์วิวรรธน์ ๑๓๗. นายปราโมทย์ ไม้กลัด ๑๓๘. นายปรีชา เถาทอง ๑๓๙. นายปรีชา บุตรศรี ๑๔๐. พลตำรวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ ๑๔๑. นายปิยะวัติ บุญ-หลง ๑๔๒. นายเปรื่อง จันดา ๑๔๓. นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ๑๔๔. นายพงศ์โพยม วาศภูติ ๑๔๕. นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช ๑๔๖. นายพนา ทองมีอาคม ๑๔๗. นายพรชัย มุ่งเจริญพร ๑๔๘. นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ๑๔๙. นางพรรณวีรินทร์ รัตนวานิช ๑๕๐. นางพรรณี จารุสมบัติ ๑๕๑. นายพรายพล คุ้มทรัพย์ ๑๕๒. นายพลเดช ปิ่นประทีป ๑๕๓. พลเอก พอพล มณีรินทร์ ๑๕๔. พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป ๑๕๕. นางพันธุ์ทิพย์ สายสุนทร ๑๕๖. นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ๑๕๗. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๑๕๘. นายเพิ่มศักดิ์ เชื้อชาติ ๑๕๙. นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา ๑๖๐. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ๑๖๑. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ๑๖๒. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น ๑๖๓. นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ ๑๖๔. นางภัทรียา สุมะโน ๑๖๕. พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ ๑๖๖. พลอากาศเอก มนัส รูปขจร ๑๖๗. นายมนู เลียวไพโรจน์ ๑๖๘. นายมนูญ ศิริวรรณ ๑๖๙. นายมานิจ สุขสมจิตร ๑๗๐. นายมีชัย วีระไวทยะ ๑๗๑. พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ๑๗๒. พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ๑๗๓. นางสาวรสนา โตสิตระกูล ๑๗๔. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ๑๗๕. นายวรรณชัย บุญบำรุง ๑๗๖. พลเอก วรวิทย์ พรรณสมัย ๑๗๗. นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา ๑๗๘. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ๑๗๙. พลเอก วัฒนา สรรพานิช ๑๘๐. นายวันชัย สอนศิริ ๑๘๑. นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ๑๘๒. นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์ ๑๘๓. พลเอก วิชิต ยาทิพย์ ๑๘๔. นายวิทยา กุลสมบูรณ์ ๑๘๕. นายวินัย ดะห์ลัน ๑๘๖. นายวิบูลย์ คูหิรัญ ๑๘๗. นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ๑๘๘. นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ๑๘๙. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ๑๙๐. นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน ๑๙๑. พลเอก วุฒินันท์ ลีลายุทธ ๑๙๒. นายวุฒิสาร ตันไชย ๑๙๓. นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม ๑๙๔. นายศานิตย์ นาคสุขศรี ๑๙๕. นายศักรินทร์ ภูมิรัตน ๑๙๖. นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ๑๙๗. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ๑๙๘. นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา ๑๙๙. พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ๒๐๐. นายศุภชัย ยาวะประภาษ ๒๐๑. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ๒๐๒. นายสมเกียรติ ชอบผล ๒๐๓. นายสมเดช นิลพันธุ์ ๒๐๔. นายสมชัย ฤชุพันธ์ ๒๐๕. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ๒๐๖. นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ๒๐๗. นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ ๒๐๘. นายสยุมพร ลิ่มไทย ๒๐๙. นายสรณะ เทพเนาว์ ๒๑๐. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ๒๑๑. นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ๒๑๒. นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ๒๑๓. นายสิระ เจนจาคะ ๒๑๔. พันเอก สิรวิชญ์ นาคทอง ๒๑๕. นางสีลาภรณ์ บัวสาย ๒๑๖. นายสืบพงศ์ ธรรมชาติ ๒๑๗. นางสุกัญญา สุดบรรทัด ๒๑๘. นายสุชาติ นวกวงษ์ ๒๑๙. นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ๒๒๐. นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม ๒๒๑. นายสุพร สุวรรณโชติ ๒๒๒. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว ๒๒๓. พลเรือเอก สุรินทร์ เริงอารมณ์ ๒๒๔. นายสุวัช สิงหพันธุ์ ๒๒๕. นายสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ๒๒๖. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ๒๒๗. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ๒๒๘. นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ๒๒๙. นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ๒๓๐. นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ๒๓๑. นายอนันตชัย คุณานันทกุล ๒๓๒. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ๒๓๓. พลเรือเอก อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ๒๓๔. นายอมร วาณิชวิวัฒน์ ๒๓๕. นายอมรวิชช์ นาครทรรพ ๒๓๖. นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย ๒๓๗. นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ ๒๓๘. นายอลงกรณ์ พลบุตร ๒๓๙. นางสาวอ่อนอุษา ลำเลียงพล ๒๔๐. นางอัญชลี ชวนิชย์ ๒๔๑. พลตำรวจโท อาจิณ โชติวงศ์ ๒๔๒. พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย ๒๔๓. นายอำพล จินดาวัฒนะ ๒๔๔. นายอุดม เฟื่องฟุ้ง ๒๔๕. นายอุดม ทุมโฆสิต ๒๔๖. นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ๒๔๗. นางอุบล หลิมสกุล ๒๔๘. พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ๒๔๙. นายเอกราช ช่างเหลา และ ๒๕๐. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์

(สมาชิกทำการหย่อนบัตรลงคะแนนในกล่องที่เจ้าหน้าที่จัดให้)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ผมขอเชิญกรรมการ ๕ ท่านเข้าประจำที่นะครับ นายกงกฤช หิรัญกิจ นายคณิศร ขุริรัง นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ พลโท นาวิน ดำริกาญจน์ ขอเชิญเข้าประจำที่นั่งครับ

(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเข้าประจำที่)

ยังมีสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้ออกเสียงลงคะแนนและประสงค์จะออกเสียงลงคะแนนอีกหรือไม่ ขอเชิญครับ ขอประกาศเป็นครั้งที่ ๒ นะครับ มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ออกเสียงลงคะแนนและประสงค์ จะออกเสียงลงคะแนนอีกหรือไม่ครับ ขอเชิญกรรมการตรวจนับคะแนนเข้าประจำที่ครับ ประกาศครั้งที่ ๓ นะครับ ยังมีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนเหลืออยู่อีกไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ขอเชิญกรรมการตรวจนับคะแนนดำเนินการเลยครับ เชิญครับ

นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน กรรมการตรวจนับคะแนน

ขานได้เลยนะครับ ทัศนา บุญทอง ประชา เตรัตน์ ทัศนา บุญทอง ประชา ทัศนา ประชา ประชา เตรัตน์ ทัศนา บุญทอง ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ไม่ลงคะแนน ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ประชา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ประชา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ประชา ประชา ประชา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ถ้าเป็นทัศนีย์ได้ไหมครับ แต่นามสกุลถูก อ่านเป็นทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนีย์ งดออกเสียง ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ประชา ทัศนา ประชา งดออกเสียง ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ทัศนา ประชา ทัศนา ประชา ประชา ประชา ประชา ประชา ประชา ทัศนา ทัศนา ทัศนา ทัศนา

(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนได้ทำการตรวจนับคะแนนเสร็จแล้วเสนอผล ต่อประธาน)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

สมาชิกสภาปฏิรูป ทุกท่านครับ ขอเชิญท่านเข้าห้องประชุมนะครับ ผลการนับคะแนนนับเสร็จแล้วครับ ผมขอเรียนผลนับคะแนนดังนี้นะครับ ที่ประชุมมีมติเลือกนางสาวทัศนา บุญทอง ๑๕๑ คะแนน นายประชา เตรัตน์ ๘๘ คะแนน งดออกเสียง ๓ คะแนน บัตรเสีย ๑ คะแนน เป็นอันว่านางสาวทัศนา บุญทอง ได้รับเลือกเป็นรองประธานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง นะครับ

ผมยังมีเรื่องต่ออีกนิดหน่อยนะครับ ท่านสมาชิกครับ ขอสรุปดังนี้นะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้มีมติเลือกคุณเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธาน คนที่หนึ่ง และนางสาวทัศนา บุญทอง เป็นรองประธาน คนที่สอง นะครับ ซึ่งเลขาธิการจะได้แจ้งไปยัง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๙ มีสมาชิกขออภิปรายคือ คุณอมร วาณิชวิวัฒน์ เชิญครับ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอมร วาณิชวิวัฒน์ เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการเมืองครับ ขออนุญาต เรียนหารือท่านประธานและสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติพร้อม ๆ กันนะครับ อาจจะใช้เวลา สักเล็กน้อย เนื่องจากผมได้รับทราบจากทางเจ้าหน้าที่ของสภาว่าภายหลังจากที่ได้มี การประกาศรายชื่อของประธานตัวจริง แล้วก็รองประธาน คนที่หนึ่ง คนที่สอง แล้วนี่นะครับ จะมีการแยกย้ายกันไปประชุมในด้านต่าง ๆ ซึ่งผมเห็นว่ากรอบการทำงานตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๕๗ นั้นได้กำหนดเอาไว้ชัดเจนในหลาย ๆ เรื่องก็เลย ขอความเห็นที่ประชุมเพื่อที่อาจจะได้ประหยัดเวลาแล้วจะได้นำไปหารือในด้านต่าง ๆ ที่เราจะมีการแยกย้ายกันต่อไปในหลาย ๆ เรื่องด้วยกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับ ที่มาของกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการจัดตั้งขึ้น ๒๐ ท่านด้วยกัน ซึ่งในประเด็นที่มี การหารือกันก่อนหน้านี้ แล้วก็มีการถกเถียงกันพอสมควร นั่นก็คือเรื่องของที่มาว่าจะเป็น เฉพาะคนของสภาปฏิรูปเท่านั้น หรือจะมีสัดส่วนของบุคคลภายนอกด้วย เรื่องนี้โดยส่วนตัว แล้วอาจจะขออนุญาตแสดงความเห็นว่า ผมคิดว่าพวกเราทั้งหมดนี้ก็เป็นความหวัง ของประชาชนและของชาตินี้ด้วยนะครับของประชาชนชาวไทยทุกคน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้พิจารณากันว่าเราอาจจะไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยบุคคลภายนอกอีก เนื่องจากที่มาของบุคคลภายนอกนั้นน่าจะมีที่มาจากในด้านอื่น ๆ อย่างเช่น ทาง คสช. หรือทางคณะรัฐมนตรีและทาง สนช. ก็จะส่งเข้ามาอยู่แล้ว แล้วก็ในอีกส่วนหนึ่งก็คือวิธีการลงคะแนนเราจะใช้ วัน แมน วัน โหวต (One man one vote) หรือเราจะใช้ วัน แมน ทเวนตี้ โหวต (One man twenty vote) นะครับ หรือจะมีการสังกัด หมายความว่าจะแยกเป็นสังกัดสัดส่วนว่าการเมืองกี่คน ด้านสิ่งแวดล้อมกี่คน อื่น ๆ กี่คน สังคมกี่คน อย่างนี้หรือเปล่านะครับ รวมไปถึงจำเป็น หรือไม่ที่ผู้ที่จะได้รับการคัดสรรให้เป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญนั้นเพื่อความสง่างาม จะต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หมายถึงว่าทุกคนที่ได้รับเลือกจะต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ ผู้ที่อยู่ในที่ประชุม ก็เลยขออนุญาตกราบหารือเรียนถามที่ประชุมไปพร้อม ๆ กันในขณะนี้ เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาว่าถ้าหากแยกย้ายกันไปประชุมแล้วจะได้นำไปปรึกษาหารือกัน ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ สมาชิก ท่านอื่นมีความเห็นอย่างไรครับ เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผมขออนุญาตเรียนข้อมูลเพิ่มเติม เผื่อว่าจะได้ใช้ประกอบในการพิจารณา แล้วท่านใดที่รู้ถึงคุณสมบัติ หรือว่าเตรียมตัว ที่จะใช้ประโยชน์ในภายภาคหน้าจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ก็คือจะมีระบุอยู่ในมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ แล้วก็มาตรา ๓๓ วรรคสาม มาตรา ๓๓ วรรคสอง ขออนุญาตอ่านเลยนะครับว่า คนที่จะไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะถูกตัดสิทธิในส่วนต่อไปในอนาคตก็คือ บอกว่า เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายในสองปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นตรงนี้คิดว่าคงจะมีส่วนในการที่จะให้ท่านที่จะสมัครเข้ามาเป็น กรรมาธิการยกร่างนั้นได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้วก็มีสัดส่วนที่น้อยลงครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ สมาชิกท่านอื่นมีความเห็นอย่างไร เชิญครับ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้

กราบเรียนท่านประธานสภาชั่วคราว แล้วก็ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปทุกท่านนะครับ ผมคิดว่าการนัดหารือกันนอกรอบตามกลุ่มต่าง ๆ นะครับ ถ้าหากว่าได้มีการคุยกันเรื่องที่เราจะมีตัวแทนประสานงานชั่วคราวคือวิปชั่วคราว หรือว่ามีคณะทำงานที่จะมาร่างระเบียบข้อบังคับก็จะทำให้การทำงานของสภาปฏิรูปแห่งนี้ ซึ่งเป็นความหวังของประเทศเดินไปได้เร็วขึ้น นอกจากนั้นเรื่องคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ ทีนี้เนื่องจากว่าเรามีการนัดหมายว่า จะไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยนะครับ ก็อยากให้มีการกำหนด ระยะเวลาให้ชัดเจนครับว่าจะคุยกันถึงสักกี่โมง แล้วก็นัดหมายกันกี่โมงที่จะออกเดินทางจาก รัฐสภาไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ เนื่องจากสภาปฏิรูปแห่งชาติมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน จำนวน ๒ เรื่อง คือ ๑. การตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจากผู้ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นผู้เสนอ จำนวน ๒๐ คน ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ และ ๒. ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมจึงขอเสนอว่า ที่ท่านสมาชิกเสนอไว้ตั้งประธานถาวรแล้วค่อยปรึกษาหารือกันจะดีไหมครับ เพื่อประหยัดเวลา ในวันนี้ผมอยากจะหารือว่าสมควรแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน ๒ คณะ ดังนี้คือ

๑. คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ คือสรรหารายชื่อและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมควรเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน ๒๐ คน สรรหาบุคคลผู้สมควรเป็นคณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ๑๑ ด้าน กำหนดวันและเวลาประชุม ดำเนินการอื่น ๆ ที่อยู่ในวงงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยคณะกรรมาธิการชุดนี้จะทำหน้าที่ไปจนกว่าข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะมีผลบังคับใช้

๒. ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ประชุมจะมีความเห็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ในการประชุมแต่งตั้งกรรมาธิการ ๒ คณะ ที่ผมได้กล่าวมาแล้วนี้ เชิญท่านบุญเลิศ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือบุญเลิศ ช้างใหญ่ กราบเรียนท่านประธานดังนี้ครับว่า ภารกิจสำคัญเร่งด่วนของ สปช. มีอยู่ ๒ ประการ ตามที่ท่านประธานได้กรุณากราบเรียนไป สักครู่นะครับ นั่นก็คือนำเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒๐ คน และการดำเนินการเพื่อที่จะตั้งคณะไปจัดทำข้อบังคับการประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมคิดว่าเวลานี้เวทีตรงนี้ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เราจะมาหารือกันเพื่อที่จะหาคำตอบนะครับ ผมคิดว่าการดำเนินงานเร่งด่วนอันนี้ที่จะให้ได้ข้อสรุป อยากให้เป็นหน้าที่ของท่านประธาน เทียนฉาย รองประธาน คนที่หนึ่ง รองประธาน คนที่สอง ท่านจะได้นั่งปรึกษาหารือกันว่า แนวทางในการที่เราจะทำภารกิจเร่งด่วน ๒ ประการนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งกระผมขออนุญาต ที่จะเรียนเสนอว่าหลังจากที่ท่านประธานและรองประธาน รวม ๓ ท่าน วางแนวทางมาแล้ว น่าจะนำไปสู่การจัดประชุมนอกรอบนะครับ เช่น วันพฤหัสบดี เพราะว่าจะตรงกับวันที่ ๒๓ ตุลาคมนี้ เราก็จะหยุดกันนะครับ ประชุมนอกรอบแล้วก็เอาประเด็นที่มีการตั้งกัน ในวันนี้มาเข้าที่ประชุมแล้วก็ปรึกษาหารือกันเพื่อหาข้อสรุป จากนั้นก็กำหนดห้วงเวลา แล้วก็แนวปฏิบัติในการที่จะได้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๒๐ คนจะเป็นใคร และรวมไปถึงผู้ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการจัดทำข้อบังคับการประชุมนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับสมาชิก เชิญครับ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม อมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการเมือง ขออภัยที่รบกวนที่ประชุม อีกครั้งนะครับ เพราะว่าดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมพูดไปนี้จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด แล้วก็มี ความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันพอสมควรครับ เพราะว่าสิ่งที่ผมเสนอไปนั้นเนื่องจากผมเห็นว่า วันนี้เรามีความพร้อม ในฐานะที่สมาชิกเรามากันเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือระยะต่อไป ที่เราจะแยกย้ายกันไปประชุมนั้นอย่างน้อยเราก็จะเจอกันในแต่ละด้าน บังเอิญมีข้อคิดเห็น ส่วนหนึ่งมาว่า ในเรื่องของสัดส่วนเหล่านี้จะมีการแบ่งเป็นสัดส่วนตามรายด้านที่สรรหากัน เข้ามาหรือเปล่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะให้ทุกท่านเก็บเป็นข้อมูลไปหารือกัน เป็นการภายในด้วย ก็คงไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหาข้อยุติ หรือมีมติของที่ประชุม ในวันนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อความเข้าใจตรงกันครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

สมาชิกท่านอื่น มีความเห็นอย่างไร ขอบคุณครับ คุณเสรี เชิญครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องกราบเรียนท่านประธานเป็นลำดับ ตามที่ท่านประธานได้กรุณาบอกว่าภารกิจเรามี ๒ ด้าน แต่ฟัง ๆ ดูมันเหมือนกับมี ๓ ด้าน ๑. ก็คือเมื่อสักครู่พูดถึงเรื่องกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะให้ได้มาได้อย่างไรตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ นะครับ เรื่องที่ ๒ คือ เรื่องการตั้งกรรมาธิการไปจัดทำข้อบังคับ การประชุม เพราะว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ เรื่องที่ ๓ ที่ท่านประธานพูดว่าจะต้องมี กรรมาธิการเหมือนกับกิจการสภาชั่วคราวว่าจะหาบุคคลมาทำงานชั่วคราวในขณะนี้ ได้อย่างไร ฟัง ๆ เหมือนกับจะมี ๓ เรื่องสำคัญในขณะนี้นะครับ เรื่องแรกนะครับ เรื่องกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปตั้งแต่แรกแล้วนะครับ เรื่องระยะเวลาที่มีการนับเวลากัน ว่าจะให้มีกรรมาธิการตามมาตรา ๓๒ นะครับ ที่จะมา ยกร่างรัฐธรรมนูญนับตั้งแต่วันที่เท่าใด ซึ่งในวรรคสองนี้นะครับก็ได้บัญญัติไว้ว่า ให้นับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นครั้งแรก ตอนนี้มันก็มีประเด็นขึ้นมาว่าคำว่า วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ นี่นะครับ เมื่อมีการเรียกนี่วันไหนนะครับ ซึ่งข้อความดังกล่าวนี้มันแตกต่างจาก มาตรา ๓๑ วรรคสาม ว่าวันที่ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๖๐ วัน รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้นับแต่วันที่มีการประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก นี่คือข้อความที่มันแตกต่างกัน ซึ่งถ้าหากว่าผู้ที่ร่างขึ้นมา นี่นะครับ มีเจตนาว่าจะให้มีความหมายเหมือนกัน ผมคิดว่ามันก็ต้องเขียนในรัฐธรรมนูญ ข้อความเดียวกัน แต่เมื่อเขียนต่างกันนี่นะครับ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓๒ วรรคสอง ที่บอกว่านับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรกนี่นะครับ ก็วันที่เรียกประชุมไปดูที่ไหน ก็ไปดูหนังสือที่ท่านเลขาธิการมีหนังสือแจ้งไปนี้ว่าลงวันที่ ๑๕ ตุลาคมที่ผ่านมา ถ้าหากว่าจะดูตามลายลักษณ์อักษรนะครับ อย่าไปตีความตามเจตนารมณ์ เพราะเจตนารมณ์บางทีถ้ามันขัดกับลายลักษณ์อักษรมันก็ต้องเอาลายลักษณ์อักษรเป็นหลัก เมื่อระยะเวลาถ้าดูไปดูมาหาวันไหนที่มีความชัดเจนที่สุดก็คือวันที่ ๑๕ ตุลาคม ถ้าวันที่ ๑๕ ตุลาคมเริ่มนับเป็นวันแรกมันจะครบ ๑๕ วัน ก็คือวันที่ ๒๙ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ปัญหาก็คือว่าระยะเวลาที่เราเหลืออยู่มันก็กระชั้นชิดหายไปประมาณ ๗ วัน ถ้าหากว่าหายไป ๗ วันแล้วก็เหลืออีกประมาณ ๗ หรือ ๘ วันนี่นะครับ ผมว่าเป็นภาระหน้าที่ที่สภาเราควรจะต้องรักษาความปลอดภัยไว้ก่อน อย่าไปตีความไป ในแนวทางที่มากกว่าวันที่ ๒๙ ถ้าหากว่าวันที่ ๒๙ เป็นหลักนี่นะครับ เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ถูกตีความเป็นอย่างอื่นและทำให้สิ่งที่เราต้องทำหน้าที่ต่อไปนั้นเกิดปัญหา หรืออาจจะตกไป ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ถ้ามีท่านประธานเทียนฉาย ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้รับการโปรดเกล้าฯ และมาทำหน้าที่แล้วเราก็สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้นะครับ ซึ่งวิธีการที่จะได้กรรมาธิการ ๒๐ คน จริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก ถ้าท่านจะเริ่มตั้งแต่ ตอนนี้นะครับ ท่านก็ให้สำนักงานเลขาธิการ ช่วยกรุณาทำเป็นแบบสอบถาม ใส่ข้อมูล ใส่ประวัติ ใส่คุณสมบัติ ใส่เงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้ แล้วก็ให้แต่ละท่านที่ประสงค์จะเป็น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ก็ลงชื่อมา อันนี้ก็ได้รายชื่อ เบื้องต้นแล้ว ผมก็เชื่อนะครับว่าเท่าที่ฟังดูมันก็น่าจะเกิน ๒๐ คนอยู่แล้ว ถ้าเกิน ๒๐ คน มันก็ไม่ง่ายแก่การตัดสินใจ ก็คือท่านก็อาจจะเอาประวัติข้อมูลทั้งหลาย ประสบการณ์ ทั้งหลายให้กรอกลงไปด้วยแล้วก็แจกสมาชิก สมาชิกก็ไปดูประวัติแต่ละคนทำงาน ทำหน้าที่อะไรมา ดูแล้วมีความรู้ความสามารถที่จะเลือกได้ ถ้าเกิน ๒๐ คนนี่นะครับ ก็มาเลือกในที่ประชุมแห่งนี้ ในสภาก็เคยทำรายชื่อเลือกกันหลาย ๆ คนอย่างนี้มาแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่ยุ่งยาก ใส่รายชื่อมาเลยทั้งหมดกี่คนแล้วก็ให้มาติ๊กเอา ใครได้จำนวนมากสุด ก็ได้เป็นกรรมาธิการยกร่างไป ๒๐ คน อย่างนี้มันก็คือกระบวนการที่ผมจะกราบเรียนว่า มันไม่ได้ยุ่งยากที่ต้องใช้เวลามากและไม่ต้องไปกังวลใจว่าเราจะทำเกินเวลากว่าที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ กำหนดไว้ อันนี้เพื่อความสบายใจนะครับว่าท่านสามารถที่จะทำภายใน ระยะเวลาดังกล่าวได้ แต่ถ้าหากว่าท่านไปตั้งกรรมาธิการอย่างที่ท่านประธานได้เรียนต่อ ที่ประชุมสักครู่นี้นะครับว่าต้องไปตรวจสอบประวัติของสมาชิกแต่ละท่านอีกนี่นะครับ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องยุ่งยากอีกนะครับว่าท่านจะตรวจกันอย่างไร สมาชิกทุกคนก็รู้แล้ว เข้ามาที่นี่มีคุณสมบัติอย่างไร ตัวเองก็รู้ตัวเองอยู่แล้วว่ามีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมว่าประเด็นนี้ถ้าไปตั้งกรรมาธิการมันจะยุ่งยาก ท่านก็ไม่ต้องไปตั้งหรอก ผมขออนุญาต เสนอว่าในส่วนจะไปตรวจสอบประวัติของคนที่จะเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านตรวจสอบโดยทำแบบฟอร์มให้สมาชิกท่านกรอกรับผิดชอบตัวเองนะครับ ถ้าหากว่า มันเกิดอะไรขึ้นท่านกรอกมามันก็รับผิดชอบดีที่สุดกว่าที่คนอื่นมาตรวจด้วยซ้ำไปนะครับ

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องเกี่ยวกับกรรมาธิการที่จะยกร่างข้อบังคับ เท่าที่ทราบ ท่านสมาชิกส่วนหนึ่งก็ได้มีการประชุมหารือกันไปแล้วนอกรอบกันมาตั้งแต่หลายท่านที่ เสียสละมาก ผมว่าก็เอาแนวทางอย่างที่ทำกันมานะครับ ท่านตกลงกันมาว่าจะพักกันสัก ครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงหนึ่ง แล้วก็ให้แต่ละคณะไปคุยกัน รวมถึงคณะกรรมาธิการกิจการ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) นี้ด้วย ท่านก็เอา ๒ คณะนี้ ๒ เรื่องนี้ เดี๋ยวพักประชุมสักครึ่ง ชั่วโมงหรือชั่วโมงก็แล้วแต่นะครับ แล้วในแต่ละคณะ แต่ละด้านที่ท่านมีอยู่เดิมแล้วนะครับ จะได้มาบริหารจัดการได้ง่าย ก็ไปตกลงกันว่าในส่วนใครจะเป็นคณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับก็เสนอมา ใครจะมาเป็นกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ก็เสนอมา อย่าให้ซ้ำคนกัน รวมถึงแบ่งในส่วนของแต่ละจังหวัด ที่ฟัง ๆ ดูเหมือนกับแบ่ง ออกเป็น ๔ ภาคอะไรนี่นะครับ ถ้าท่านสมาชิกไม่ขัดข้องก็ทำตามรูปแบบที่ท่านสมาชิก สละเวลาไปทำไว้ล่วงหน้าแล้วนะครับ เอามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แล้วเดี๋ยวพักไป ประชุมก็เอาเรื่องเหล่านี้เข้ามาประชุม ให้ที่ประชุมอนุมัติรายชื่อทั้ง ๒ คณะนี้ มันก็จะง่ายและ สะดวกรวดเร็วด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบพระคุณครับ มีสมาชิกท่านอื่นจะขออภิปรายอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผมได้ฟังข้อสังเกตของท่านสมาชิกโดยเฉพาะ ในประเด็นที่ว่าด้วยการนับระยะเวลาของการที่สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. นั้นจะต้อง เสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็มีความเห็นที่สอดคล้อง เพราะว่า การพิจารณาตัวบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญนั้นจะเห็นความชัดเจนว่าเราคงจะต้องกำหนด วันเวลาในการที่จะคัดเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน ๒๐ ท่าน จาก สปช. โดยนับวันที่เรียกประชุมครับท่านประธาน ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าท่านประธานจะกรุณาได้ดู รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนะครับ ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๑ และในมาตรา ๓๒ ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของการกำหนดวันเวลาโดย การนับระยะเวลาซึ่งแตกต่างกันอย่างที่เราเข้าใจว่าน่าจะนับจากวันแรกที่มีการประชุม แต่ว่าในบทบัญญัติดังกล่าวนั้น ในมาตรา ๓๑ นั้นได้กำหนดข้อความดังนี้ครับ ให้สภาปฏิรูป แห่งชาติเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะตาม (๒) ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก อันนี้เขียนไว้ชัดเจน เลยครับ แต่ในมาตรา ๓๒ ในวรรคสาม เขียนไว้ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก นัยความแตกต่างอยู่ตรงนี้ครับ อยู่ตรงที่ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญได้กำหนดคำเรียกขานแตกต่างกัน ถ้าหากว่าในมาตรา ๓๒ ในวรรคสามนั้นจะกำหนดว่าให้นับ ๑๕ วัน นับแต่วันที่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งแรก เราต้องนับตั้งแต่วันนี้ครับไป ๑๕ วัน แต่ปรากฏว่าในการกำหนดในวรรคสาม ของมาตรา ๓๒ นั้น ได้เขียนไว้ชัดเจนแตกต่างไปจากมาตรา ๓๑ ก็คือนับแต่วันที่ มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก กระผมไม่ทราบเจตนารมณ์ของ ผู้ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญและตรารัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่การที่ได้พิจารณาตามลายลักษณ์อักษร แล้วได้เห็นการใช้ถ้อยคำที่แตกต่างในการนับวันเริ่มต้น จึงขอถือโอกาสนี้นำเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกว่าเราคงจะต้องมีการพิจารณาเรื่องนี้และหาข้อสรุป แต่โดยธรรมเนียมปฏิบัติในระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมาก็จะยึดถือในกรณีที่ ลายลักษณ์อักษรมีความชัดเจนและอ้างอิงได้ก็จะต้องยึดถือลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ มีความไม่ชัดเจนจึงพิจารณาเจตนารมณ์ควบคู่กันไป

ประเด็นที่ ๒ ที่กระผมคิดว่ามีความสำคัญต่อเนื่องกันก็คือว่าในเรื่องของ การนัดประชุมคราวหน้า ความจริงเรื่องที่สำคัญที่เราได้พูดถึงนอกจากการสรรหา กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็คือในส่วนของกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับนะครับ ซึ่งต้องทำคู่ขนานกับการทำหน้าที่ของฝ่ายต่าง ๆ พร้อมกันนั้นก็จำเป็นที่จะต้องมีกรรมการ ประสานงาน หรือที่เราเรียกว่า วิป (Whip) จะเป็นวิป สปช. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับว่า การที่จะมีการประชุมคราวหน้า สปช. เพิ่งได้มีการได้มาซึ่งประธานและรองประธาน สปช. เป็นที่เรียบร้อยและจะต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่เมื่อพิจารณาจาก ภารกิจที่มีขณะนี้เราถูกกำหนดเงื่อนเวลาไว้ค่อนข้างจำกัดมากทีเดียว กลไกต่าง ๆ ก็จำเป็น จะต้องรีบดำเนินการ ดังนั้นฝากท่านประธานได้พิจารณาประเด็นในเรื่องของการนัดประชุม คราวหน้า และถ้าหากว่าจำเป็นที่จะต้องมีการใช้ข้อบังคับโดยยกเว้นเป็นการอนุโลมสำหรับ การทำหน้าที่ของท่านประธานในที่ประชุมท่านนี้ในการประชุมสัปดาห์หน้าก็ขอท่านประธาน ได้โปรดนำข้อสังเกตกระผมไปพิจารณานะครับ เพื่อให้การเดินหน้าทำงานของเรา เป็นไปโดยราบรื่นตามเงื่อนไขเงื่อนเวลาต่าง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบพระคุณครับ เชิญคุณคำนูณ สิทธิสมาน ครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ก็ต้องยอมรับนะครับว่าในประเด็นนี้ผมเอง ก็ไม่เคยสงสัยมาก่อนตอนที่ทำตารางเวลาของตัวเองก็มีความเชื่อเสมอมาว่า วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันประชุมนัดแรกเป็นวันเริ่มต้นนับ ๑ ของกระบวนการ ร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องนับไป ๓๑๙ วันนะครับ ในวีดิทัศน์ที่ทางสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรจัดทำแล้วพวกเราดูนี้นะครับ ก็คงนับวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เป็นวันที่ ๑ ทีนี้ก็ต้องยอมรับที่ท่านสมาชิกได้แสดงความเห็นเพื่อบันทึกไว้นี้นะครับ ผมเองผมก็สนใจ เพราะว่าบังเอิญที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ๒๕๕๗ ใช้คำที่แตกต่างกันใน ๒ มาตรา ก็คือว่า ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่เรานับ ๓๑๙ วันไม่เสียไปแน่นอน เพราะนับเอา วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เป็นวันที่ ๑ ทั้งนี้ก็คือโดยถือตามมาตรา ๓๑ วรรคสาม แน่นอนครับ ก็คือใช้คำว่า ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะตาม (๒) ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในหกสิบวันนับตั้งแต่วันที่มีการประชุมสภาปฏิรูป แห่งชาติครั้งแรก คือวันที่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรกอย่างไรก็วันนี้ครับ ไม่มีประเด็นต้องตีความเป็นอื่น แต่เผอิญครับที่มาตรา ๓๒ เขียนไว้ในวรรคสองว่า การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก ก็มีท่านสมาชิก มีความเห็นว่าก็ต้องนับวันที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกหนังสือนัดประชุม กระผมทำงานการเมืองในสภามา ๖ ปี ๗ ปีนี้นะครับ เท่าที่กระผมมีความรู้สึกก็คือว่า ไม่ใช่ความรู้สึก ความรับรู้ในอดีตก็คือว่าเราไม่เคยถือเอาวันออกหนังสือเชิญประชุม ของสำนักงานเลขาธิการ ไม่ว่าของสภาไหนเป็นวันกำหนดนัดในวันนับเลย ส่วนใหญ่เราก็ จะนับเอาวันที่มีการประชุมจริงในนัดแรกโดยอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเรียกประชุม เป็นครั้งแรกก็ได้ แต่เผอิญรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานี้เขียนให้แตกต่างกัน เราจะวินิจฉัย ระยะเวลาตามมาตรา ๓๒ วรรคสองนี้อย่างไรว่าวันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นครั้งแรกนี่คือวันไหน กระผมก็เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ๒๕๕๗ เป็นรัฐธรรมนูญ ที่เข้าใจว่าก็เขียนขึ้นภายใต้สถานการณ์พิเศษคือสั้นกว่ารัฐธรรมนูญฉบับถาวร แล้วก็เขียนขึ้น ภายใต้ในระยะเวลาที่เร่งรีบพอสมควร เพราะฉะนั้นก็ได้มีบทบัญญัติในมาตรา ๕ ที่บัญญัติในทางแก้ไขว่าในกรณีมีปัญหาไว้ ขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองไทยในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ประเพณีการปกครองดังกล่าว ต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ ทีนี้ประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยใด ที่เราจะมาประยุกต์ใช้กับการตีความว่า ระยะเวลาตามมาตรา ๓๒ วรรคสองนั้น คือระยะเวลาใด คือวันที่ ๒๑ ตุลาคม หรือวันที่ ๑๕ ตุลาคม กระผมเห็นว่า ก็ต้องถือเอาวันที่มีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก โดยประเพณีที่ผ่านมา ถ้ากระผมจำไม่ผิดนะครับ ก็จะถือเอาวันที่มีการประชุมจริงเป็นวันที่ ๑ ของสมัยประชุมนั้น ไม่ได้ถือเอาวันที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรออกหนังสือเชิญประชุม กระผมไม่แน่ใจว่าความเข้าใจของกระผมนี้ถูกหรือไม่ จึงอยากจะรบกวนขอตั้งเป็นประเด็น ให้ท่านผู้รู้ได้ช่วยกันอภิปรายต่อยอดต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ อาจจะให้ข้อมูลว่า ในทางปฏิบัติหรือในทางประเพณีที่เป็นจริง เป็นต้นว่ามีการเรียกประชุมในสมัยประชุม เป็นครั้งแรก เราถือเอาวันอะไร เราถือเอาวันที่มีการประชุมจริง หรือถือวันที่มีการออก หนังสือเชิญประชุม ก็ขออนุญาตให้ความเห็นในมุมมองเพื่อที่ท่านผู้รู้ท่านอื่นจะได้ขยายความ กันต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านเลขาธิการชี้แจงครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ถ้าเกิดจำไม่ผิด ในรัฐธรรมนูญเดิมประมาณมาตรา ๑๒๗ ก็จะกำหนดใช้ข้อความทำนองนี้เหมือนกันว่า ให้เรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก แล้วก็จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันแรกเลยเป็น วันประชุมรัฐสภา ในทางปฏิบัติ ทางสำนักงานก็จะทำหนังสือเรียนเชิญท่านสมาชิกนะครับ เป็นหนังสือเชิญสมาชิกมาประชุมตามกำหนดเรียกประชุมนัดแรก ก็คือจะเสนอล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๓ วัน หนังสือเชิญประชุมนี้ทางสำนักงานเราถือว่าเป็นขั้นตอนการดำเนินการ ทางธุรการ จะเป็นคนละวันกับวันเรียกประชุมครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ ในทางปฏิบัติ ขออนุญาตกราบเรียนครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เห็นอาจารย์บวรศักดิ์ ยกมือ เชิญครับ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ขออนุญาตกราบเรียนข้อเท็จจริงแล้วก็เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ ท่านประธานและสภาแห่งนี้ เพื่อไม่ให้เวลายืดเยื้อไปยาวนาน ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนามคือ ท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งมีความละเอียด รอบคอบเป็นอันมาก เพราะท่านมีประสบการณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ และท่านก็มีความกังวลว่าถ้ากระทำการผิดขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ก็จะทำให้ มีปัญหาได้ เหมือนเมื่อครั้งทำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วนำเสนอ ก็ถูกซักถามกันในที่ประชุม ว่าทำไมไม่เขียนคำปรารภ อย่างนี้เป็นต้น เป็นความปรารถนาดี แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ อย่างที่ท่านสมาชิกคือท่านคำนูณได้อภิปรายไปแล้ว แล้วก็ท่านเลขาธิการ ได้ชี้แจงไปแล้วว่า จริงอยู่ มาตรา ๓๑ วรรคสุดท้าย บอกว่าให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๖๐ วันนับแต่ วันที่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก เขียนอย่างนั้นใช้ถ้อยคำว่า นับแต่วันที่ มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก แต่พอมาถ้อยคำในการตั้งกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓๒ วรรคสอง บอกว่าให้ตั้งกรรมาธิการให้แล้วเสร็จ ทั้งโดย คสช. ทั้งโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้งโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก พอใช้ถ้อยคำต่างกัน ท่านสมาชิก ๒ ท่าน ท่านก็กังวล เป็นความกังวลที่ผมคิดว่าต้องขอบคุณ ในความรอบคอบ แต่ว่ากระผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านคำนูณและท่านเลขาธิการได้อภิปรายว่า เราจะต้องใช้มาตรา ๕ ประกอบ คือต้องดูประเพณีการปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย แล้วก็ประเพณี ที่ท่านเลขาธิการได้ชี้แจงชัดแจ้งนั้นมันจะดูแต่เฉพาะในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งมีข้อความสั้น ไม่ได้ ต้องดูไปยังประเพณีปฏิบัติในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ ก็เพราะว่าถ้าท่านประธานและท่านสมาชิกเปิดดูในรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ การแถลงนโยบายต่อสภาไม่มี ไม่มีเขียนไว้เลย แต่ถามว่าทำไมรัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมาแถลงนโยบายก่อนการบริหารราชการแผ่นดินต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คำตอบก็คือเพราะประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทำกันมาอย่างนั้นหลายสิบปีเต็มที ครั้นเมื่อมาดู ประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยย้อนหลังไปในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๒๘ บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม ขีดเส้นใต้นะครับ พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทำเป็นพระราชกฤษฎีกาครับ เพราะฉะนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจเรียกประชุมครับ ประเพณีการปกครอง ประเทศไทยนั้น เมื่อเราไปดูย้อนหลังจะเห็นได้อย่างที่คุณคำนูณท่านอภิปราย เพราะฉะนั้น การเรียกประชุมกับการนัดประชุมเป็นคนละเรื่อง ท่านประธานครับ ขออนุญาตกลับมาดู รัฐธรรมนูญประกอบข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เราใช้นี้นะครับ ในข้อ ๑๒ บอกว่าเลขาธิการมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๑. นัดประชุมสภาและนัดประชุม คณะกรรมาธิการครั้งแรก ท่านประธานและท่านสมาชิกสังเกตให้ดีนะครับในข้อบังคับ สนช. ข้อ ๑๒ ใช้คำว่า นัดประชุม ไม่ได้ใช้คำว่า เรียกประชุม ท่านพลิกไปดูอีกทีหนึ่งนะครับ ในข้อ ๑๕ ข้อ ๑๕ บอกว่า การนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือ เว้นแต่เมื่อได้แจ้งนัด ในที่ประชุมสภาแล้ว จึงให้ทำหนังสือนัดเฉพาะสมาชิกที่ไม่ได้มาประชุม ถ้อยคำใช้อย่างนี้ แล้วผมก็หยิบจดหมายที่ท่านเลขาธิการ จเรพันธุ์เปรื่อง ทำมาถึงสมาชิกทุกท่าน ขออนุญาต ท่านประธานอ่านให้ฟังนะครับ ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๗ ด้วยได้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วนั้น ขอเรียนว่าจะมีการประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ ในวันอังคารที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ณ ตึกรัฐสภา ฉะนั้นจึงเรียนมาเพื่อทราบและขอเชิญท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไปประชุมตามกำหนดวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น นี่แปลว่าท่านเลขาธิการนัดประชุม แล้วจดหมายนี่ท่านก็ไม่ได้บอกว่าท่านเรียกประชุม ท่านเชิญให้เรามาประชุมกัน โดยพร้อมเพรียง ท่านประธานครับ ที่สำคัญที่สุดก็คือตัวรัฐธรรมนูญเอง ท่านสมาชิก และท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านอ่านมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๒ บอกว่า ให้มีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วย กรรมาธิการจำนวนสามสิบหกคน ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้งจากบุคคล ดังต่อไปนี้ ขีดเส้นใต้ ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้ง (๑) ประธานกรรมาธิการตามที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอ (๒) ผู้ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอ จำนวนยี่สิบคน (๓) ผู้ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอ ฝ่ายละห้าคน แล้วก็การแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก ผมได้กราบเรียนเหตุผลท่านประธานไปแล้วว่า ๑. โดยประเพณีการปกครองประเทศไทย ๒. โดยข้อบังคับและแม้กระทั่งโดยการตีความโดยตรรกะของมาตรา ๓๒ นี้เองจะต้องเข้าใจว่า คำว่า วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก กับวันที่มีการประชุม เป็นครั้งแรกตามมาตรา ๓๑ วรรคท้ายนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ไม่มีเหตุผลอันใดเลยที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ จะกำหนดให้วันที่ ๑๕ ซึ่งเป็นวันที่ ท่านเลขาธิการนัดประชุมไม่ใช่เรียกประชุมนะครับ ตามข้อบังคับท่านนัดประชุม แล้วท่านเชิญเรามาประชุม จะเป็นวันเริ่มต้นให้ สปช. แห่งนี้ตั้งคน ๒๐ คน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีการประชุม ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีประธานที่จะมาลงนามในการแต่งตั้ง กระผมจึงคิดว่าด้วยเหตุผล ๓ ประการนี้

ประกำรที่ ๑ คื อโ ดย ปร ะเพ ณีกำร ปก คร อ งป ระ เทศไ ทย ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประการที่ ๒ ถ้อยคำอันแสดงให้เห็นว่าท่านเลขาธิการมีอำนาจตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๕ ในการนัดประชุมเท่านั้น

ประการที่ ๓ โดยโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้และการตีความให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลปฏิบัติได้ จึงต้องเข้าใจว่าวันที่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งแรกในมาตรา ๓๑ วรรคสาม กับวันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ตามมาตรา ๓๒ วรรคสองนั้น เป็นเรื่องเดียวกันครับ

เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นว่าวันที่จะครบ ๑๕ วันนั้นเป็นไปตามที่ ท่านเลขาธิการได้นำเสนอคือวันที่ ๔ พฤศจิกายน และถ้าผมนึกไม่ผิดผมก็คิดว่าคณะรัฐมนตรี สนช. เขาก็คงเห็นทำนองเดียวกันละครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนเสนอท่านประธาน และท่านสมาชิกไว้เพื่อโปรดพิจารณาและบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ เชิญคุณวันชัย สอนศิริ ครับ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องเรียกหรือวันประชุมนั้นผมคิดว่า น่าจะชัดเจนไปแล้ว และก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหาใด ๆ ต่อไป แต่ถึงแม้ว่าจะเป็น ประเด็นปัญหาผมคิดว่าก็พึงละไว้ก่อน แต่สิ่งที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานและ ท่านสมาชิกที่เคารพว่าภารกิจเร่งด่วนของเรานั้นมีอยู่ ๓ ประการดังที่ท่านประธานได้เรียน ต่อที่ประชุมแล้ว คือ ๑. มีข้อบังคับใช้ในการประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๒. มีวิปชั่วคราวในการประสานงานเพื่อให้การดำเนินการของเหล่าสมาชิกและการประชุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประการที่ ๓ นั้นก็คือตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานและรวมทั้งท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้พูด ต่อที่ประชุมแล้ว จึงเห็นว่าสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำ ณ บัดนี้คือมีข้อบังคับ ใช้ในการประชุม ๒. มีวิปชั่วคราว และหลังจากนั้นค่อยไปพิจารณาถึงกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูด และได้มีการประสานงานกันในเบื้องต้น บางท่านอาจจะทราบแล้วก็ดี บางท่านอาจจะ มิทราบก็ดี แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเดิมทีเดียวเมื่อมีการเลือกประธาน และรองประธานเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะทำภารกิจ ๒ เรื่องนี้ โดยให้ที่ประชุมนั้นแบ่งกัน เป็น ๑๑ กลุ่ม ๑๑ ห้องที่ทราบว่าได้มีการเตรียมไว้แล้ว และประการต่อมานั้นทราบว่าจะให้ในส่วนของสมาชิกทางด้านจังหวัดต่าง ๆ นั้น แบ่งเป็น ๔ ภาคด้วยกัน ซึ่งเตรียมห้องไว้แล้ว ๔ ห้อง ทราบว่าอย่างนั้น ๔ ภาคนั้นก็จะเลือก กรรมาธิการมาภาคละ ๒ คน ๒ คน ส่วน ๑๑ ด้านก็ด้านละ ๑ คน ๑ คนนะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้เราก็จะได้กรรมาธิการเพื่อไปร่างข้อบังคับและเราก็จะได้วิปชั่วคราว ซึ่งผมคิดว่าถ้าปฏิบัติตามแผนหรือข้อมูลที่มีการประสานงานมาแล้วบางส่วนทุกอย่าง ก็จะเดินไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว จากนั้นเมื่อมีวิปชั่วคราวแล้ววิปชั่วคราวก็อาจจะ มาคิดว่ากระบวนการในการที่เราจะมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นควรจะมีวิธีการ อย่างไร ผมเชื่อว่าก็เหมือนเป็นตัวแทนของพวกเราทุกคนช่วยคิดแทนเรา วางแผนแทนเรา แล้วก็มาดำเนินการในที่ประชุม ในที่สุดเราก็จะได้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วย ความเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญต่อไปครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน ถ้าไม่มีเหตุอื่นใดประการนอกเหนือจากนี้น่าจะดำเนินการต่อไปได้ครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ เชิญท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่เรากำลัง หารือกันนี้ควรต้องพูดให้สิ้นกระแสความ ควรต้องให้ชัดเจนและยุติ เพราะถือว่าเป็น เรื่องสำคัญเกี่ยวกับงานในกระบวนการที่กำหนดระยะเวลาไว้ แนวความเห็นผมคิดว่า มันก็ต่างกันได้ครับ แต่ความแตกต่างนั้นมันก็ต้องดูว่าที่ถูกต้องคืออะไร อาจจะตีความหมาย ไปได้ครับ อย่างที่ขออนุญาตเอ่ยท่านเลขาธิการได้ให้ข้อมูลกับสภาว่าในเรื่องของการประชุม ครั้งแรกนั้นนี่นะครับ ก็คือวันแรกที่มีการประชุมก็อธิบายได้ แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาสิ่งสำคัญ ในเรื่องของการประชุมวันแรกนั้นไม่ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องของการให้มีการนับระยะเวลา ก็เลยไม่มีข้อถกเถียงหรือไม่มีประเด็น ไม่มีปัญหา พอถึงกำหนดหน้าที่ท่านจะมีหนังสือ เรียกประชุม นัดประชุม ก็ดำเนินการไปนะครับ แต่ในรัฐธรรมนูญที่เรากำลังใช้ อยู่ในปัจจุบันนี้ได้กำหนดถึงวันประชุมหรือวันเรียกประชุมเป็นเรื่องของกระบวนการเริ่มนับ ระยะเวลา นี่คือสาระสำคัญ ถ้าโดยทั่ว ๆ ไปไม่ต้องคำนึงหรอกครับว่ามันจะหมายความว่า อย่างไร แต่สิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติต่อไปนี้ครับ ระยะเวลาที่เกิดขึ้นวันไหนคือวันที่เริ่มนับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านคำนูณก็ให้ความกรุณาในเรื่องของอ้างบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ ต้องเรียนครับว่ามาตรา ๕ นี้ท่านสมาชิกลองพิจารณาดูนะครับ ประโยคแรก เลยครับ เขียนขึ้นมาว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแต่กรณีใด คือมันต้อง ไม่มีครับมันถึงจะเอาประเพณีการปกครองมาถกเถียงกันต่อไป แต่เรื่องนี้มันมีบัญญัติไว้ นะครับ บัญญัติไว้อยู่ในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ เรื่องของข้อความหรือกระบวนการครับ เราจะบอกว่าข้อความเขียนเอาไว้ว่า วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรกนั้น ต้องกลับไปดูประเพณีอีก มันก็จะไม่เป็นไปตามมาตรา ๕ ครับ เพราะมาตรา ๕ นั้น ต้องเป็นเรื่องเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด แต่ตอนนี้มันมีครับ มันมีเขียนเอาไว้ชัดเจนนะครับ ซึ่งจริง ๆ ผมไม่อยากมาถกเถียงให้เสียเวลาละครับ ผมรู้ว่าภารกิจของเรามันมีเยอะ แต่เพียงแต่พอดีมันมีประเด็นสำคัญในเรื่องของ การนับระยะเวลาเกิดขึ้น มันจึงควรต้องมีความชัดเจน เพราะว่าแค่เริ่มต้นถ้าเราติดกระดุมผิด ตั้งแต่เม็ดแรกมันจะติดผิดไปทั้งตัวนะครับ แล้วข้อสำคัญมันอาจจะตีความอย่างที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปก็ได้หรืออาจจะ ตีความไปอย่างที่ท่านสมาชิกได้พยายามอธิบายไปก็ได้ แต่ถามว่าแล้วข้อยุติมันอยู่ที่ไหน ถ้าเกิดเราตีความไปเลยเวลาใครจะรับผิดชอบ ถ้ามันเกิดมีประเด็นปัญหาถกเถียงขึ้นมา หยิบยกขึ้นมาว่าสิ่งที่เราทำนั้นขัดกับรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรก เหมือนกับที่ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ได้กรุณายกตัวอย่างนะครับ ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านเป็นเลขานุการกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตอนนั้นผมก็เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย เราร่างรัฐธรรมนูญ จนเสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดครับ แล้วท่านอาจารย์บวรศักดิ์เอง ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านเป็นคนมาอธิบายในที่ประชุมรัฐสภาว่าจัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว แล้วก็ไปถึงตรงคำปรารภที่เว้นเอาไว้ พอเว้นเอาไว้ สมาชิกรัฐสภาท่านก็เก่งครับ ตอนนั้นท่านก็ไม่อยากจะได้รัฐธรรมนูญ ท่านก็บอกว่าส่วนที่เว้นไว้คือยังทำไม่เสร็จ ถ้าท่านอาจารย์บวรศักดิ์จำความได้ที่ท่านยกนะครับ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ก็อธิบายว่า แล้วจะต้องมีการไปเติมกันต่อไปให้มันครบถ้วน ประโยคนี้เท่านั้นเองครับ รัฐสภาช่วงนั้น บอกนี่คือการร่างไม่เสร็จนะครับ เคยเกิดเรื่องมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นก็เลยยกตัวอย่าง ผมอาจจะไม่ถูกก็ได้ แต่ผมคิดว่าถ้อยคำนี้มันเขียนไว้ลักษณะอย่างนี้ จะอธิบายไปว่า การนัดประชุมไม่ใช่การเรียกประชุม ความหมายนัดกับเรียกนะครับ ถ้าถามท่านประธาน ผ่านสมาชิกเรียกประชุมกับนัดประชุมความหมายมันต่างกันอย่างไร เรียกให้มาประชุม กับนัดมาประชุมมันก็คือความหมายเดียวกันละครับ ถ้าเราไปตีความเพียงแต่ว่าเรียกกับนัด ต่างกันเลยทำให้ความหมายต่างกัน ผมว่านั่นคือปัญหาอีกแล้ว ผมว่าวิธีดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ผมกลัวจริงครับเรื่องปัญหานี่ เพราะของเราทำอะไรขึ้นมา พอกระบวนการมันพอจะถูกตีความได้มันก็จะเกิดประเด็นขึ้นมาอยู่ตลอด ก็ฝากไว้ แล้วกันนะครับ เพราะยังมีเวลาครับ เวลาตอนนี้ทั้งสภาเอง ทั้งท่านประธานตัวจริงที่จะมา ต่อไปนะครับ ก็คงจะต้องรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ในระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ผมก็ยังไม่อยากให้ยุติ สรุปว่าเป็นอย่างไรนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่พูดกันวันนี้มันก็จะเกิด กลายเป็นปัญหาในอนาคตข้างหน้า แค่วันแรกเองนะครับยังมีข้อถกเถียงกัน ถึงขนาดนี้นะครับ ก็ไม่อยากให้เป็นปัญหา ก็กราบเรียนตามเหตุผลนะครับ บันทึกไว้ เพื่อจะได้นำพิจารณาให้มันถูกต้องต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ต่อไป ผมขอเชิญ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ขอไม่เกิน ๕ นาทีได้ไหมครับ เพราะเวลาล่วงเลย มาเยอะแล้ว เชิญ พลเอก เลิศรัตน์ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประเด็นเรื่องวันที่จะเริ่มนับ ถ้าเราจะเรียกว่า เพลย์ เซฟ (Play safe) นะครับ เราก็ยังทำได้ คือวันประชุมครั้งต่อไปนี้ ถ้ากำหนดประชุมในวันที่ ๒๙ ซึ่งเป็นวันพุธ ก็จะอยู่ในข่าย ๑๕ วัน จากที่ท่านอาจารย์เสรี ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้ตีความไว้ โดยให้สมัครภายในวันศุกร์นี้ แล้วก็วันพุธหน้าต้องแสดง วิสัยทัศน์ถ้าเกิน ๒๐ คน แล้วที่ประชุมก็ลงมติเลือก ๒๐ คนที่คะแนนสูงสุด ในประเด็นนี้ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายสบายใจไม่ต้องมานั่งตีความว่าเจ้าหน้าที่เขียนผิดหรือว่าเราตีความ เกินกว่าเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องของการยกร่างระเบียบข้อบังคับ ผมคิดว่าสมาชิกหลายท่าน อาจจะยังไม่เห็นความสำคัญ ที่จริงมันเร่งด่วนมากทีเดียวเลย เพราะว่าตราบใดที่ท่าน ยังไม่อยู่ในกรรมาธิการ ท่านจะไม่สามารถทำงานได้ และท่านมีเวลาจากวันนี้ไป ๖๐ วัน ที่จะนำเสนอข้อคิดเห็นของแต่ละด้านให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓๖ ท่านนั้น รับไปดำเนินการต่อ สนช. ใช้เวลาประมาณ ๓ เดือนในการยกร่างข้อบังคับ จากนั้นต้องมี การบรรจุคนเข้าสู่กรรมาธิการซึ่งต้องใช้เวลาอีกเป็นอาทิตย์ ต้องมีการอ้อนวอนต่อรองว่า จะมีคนบรรจุเกินตรงนั้นขาดตรงนี้ ขั้นตอนในการยกร่างข้อบังคับการประชุมของ สปช. ถ้าเราตั้งกรรมาธิการได้วันนี้เรียกว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วอีกวันที่ ๒๙ หรือต้นเดือนนำร่างนั้นมาเข้าที่ประชุมนี้ จากนั้นที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ในวาระที่หนึ่ง แล้วก็ตั้งกรรมาธิการชุดใหม่ขึ้นมาได้หรือจะใช้ชุดเก่าก็ได้เพื่อพิจารณา ในวาระที่สอง และวาระที่สาม อีกสัก ๒-๓ สัปดาห์ ถ้าทำตามนี้รวมทั้งการบรรจุท่าน สปช. ทั้งหลายเข้าไปสู่กรรมาธิการ ๑๐ กว่าคณะ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายวันก็ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน จากนั้นท่านจะเหลือเวลาประมาณ ๑ เดือนที่จะต้องทำงานในแต่ละด้านเพื่อที่จะนำ ข้อเสนอของท่านไปสู่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่ว่าคณะของท่านทำเสร็จแล้ว จะไปส่งโดยตรง ท่านจะต้องกลับมาที่ประชุมห้องนี้ แต่ละด้านต้องกลับมาที่นี่ให้เป็นมติของ ที่ประชุม สปช. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของด้านใดก็แล้วแต่จึงจะออกจากที่นี่ไปสู่กรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ ผมจึงกราบเรียนว่าเรามีกรอบเวลาที่ค่อนข้างกระชับมาก เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอเป็นญัตติอย่างนี้นะครับว่าเดี๋ยวแยกออกไปแล้วห้องต่าง ๆ ซึ่งเตรียมไว้แล้ว แต่ละด้านแล้วแต่ละภาค แต่ละด้านเสนอมา ๑ คนเป็นกรรมาธิการประสานงานชั่วคราว อีก ๑ คนเป็นกรรมาธิการพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมของ สปช. ก็จะได้มาทั้งหมด ๑๑ คนจาก ๑๑ ด้าน และอีก ๘ คนจาก ๔ ภาค เป็น ๑๙ คน แล้วให้ว่าที่ประธาน และว่าที่รองประธานเป็นประธานและเป็นรองประธานก็จะได้อีก ๓ ท่าน ก็จะมี ๒๒ คน ก็ทำงานกันไปได้เลยทั้ง ๒ ทาง ผมก็ขอเสนอเป็นญัตติอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดุสิต เครืองาม ครับ เมื่อกี้นี้ พลเอก เลิศรัตน์เสนอเป็นญัตติครับ ขอผู้รับรองด้วย

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ท่านเลขาธิการนับ ครบตามนั้นครับ มีญัตติของ พลเอก เลิศรัตน์นะครับ ท่านดุสิตครับ เชิญครับ

นายดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายดุสิต เครืองาม สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๗๙ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นอภิปรายสัก ๒-๓ ประเด็นครับ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการตีความการนับวันที่นั้นกระผมอยากจะขอเรียน เสนอว่าคำว่า เรียกประชุม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญน่าจะหมายถึง ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ก็คือ ดีแคลร์ (Declare) ก็ไม่รู้จะแปลเป็นภาษาไทยว่าอย่างไรดีแคลร์ เพราะฉะนั้นการที่เรา จะเริ่มต้นนับ ๑ ว่าการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้เราจะดีแคลร์กันเป็นวันที่ ๒๑ ตุลาคม ผมเชื่อว่านี่เป็นเอกสิทธิ์ของที่ประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือว่าให้สมาชิกลงมติยืนยันว่าวันที่กำหนดเรียกประชุมนั้นคือตรงกับ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เรื่องนี้ก็น่าจะจบ ถือว่าเป็นการประสานงาน เป็นเอกสิทธิ์ภายใน ของสมาชิกของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่นี่

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะขออภิปรายเกี่ยวเนื่องก็คือว่าในที่สุดแล้วสภาปฏิรูป แห่งชาติแห่งนี้จะต้องมีการประสานงานและส่งหนังสือแจ้งยืนยันไปให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นเขาก็จะได้รู้ว่าเขาจะมีเวลาทำงาน ถึงวันที่เท่าไร ถ้าดูตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๒ เขียนเอาไว้ชัดเจนครับว่า ประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติจะแต่งตั้งบุคคล ๑ ๒ ๓ ๑. นี้ก็หมายความว่าประธานคณะกรรมาธิการ ก็จะแต่งตั้งประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เสนอ เพราะฉะนั้นหนีไม่พ้นว่าประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ณ ที่นี้ซึ่งน่าจะหมายถึง ท่านอาจารย์เทียนฉายนั่นแหละจะต้องมีหนังสือแจ้งไป ฉบับที่ ๑ ไปที่ประธานคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ แจ้งไปที่นี่แหละครับ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ แจ้งไปที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ แจ้งไปที่คณะรัฐมนตรี ฉบับที่ ๕ แจ้งไปที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และในหนังสือที่แจ้งไปนั้นหนีไม่พ้นหรอกครับว่าจะต้องแจ้งให้ ชัดเจนว่าวันที่นั้นเริ่มต้นนับเมื่อไรแล้วก็จบเมื่อไร ผมจึงขอความเห็นว่าน่าจะต้องมีมติยุติ ณ ที่ประชุม สปช. ที่นี่ครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ครับ

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ก็ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้สั้น ๆ ซึ่งตรงนี้มีหลายท่านก็ให้ข้อคิดเห็นแล้วนะครับว่า เราจะเสี่ยงไปทำไม เราเพลย์ เซฟ ได้ใช่ไหม ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะอะไร เพราะว่าในตัวรัฐธรรมนูญใช้คำว่า ในมาตรา ๓๑ วรรคสาม กับมาตรา ๓๒ วรรคสอง เขียนต่างกัน แล้วก็ไม่มีคำนิยามในเรื่องของ การเรียกประชุม หรือว่าประชุมครั้งแรก แตกต่างกันอย่างไร จะอาศัยข้อบังคับ ซึ่งแตกต่างกันก็จริง แต่ข้อบังคับนั้นต้องถือว่าเป็นอนุกฎหมายเป็นกฎหมายลูกที่คลอด ออกมาจากตัวรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นขื่อแปของบ้านเมืองในการที่จะใช้ เป็นหลักในการยึดถือ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมาตีความกันเอง ผมเกรงว่าปัญหาที่จะตามมา ก็คือว่าขณะนี้มีการถ่ายทอดไปทั่วประเทศ บุคคลภายนอกปิดกั้นเขาไม่อยู่หรอกครับ ของเราคนข้างในเองผมเชื่อมั่นว่าคงจะไม่มีปัญหาคงจะสามารถรับกันได้ แต่บุคคลภายนอก ที่เขาฟังอยู่นี่ครับ ถ้าเกิดเขายังสงสัยว่าตรงนี้อาจจะมีบางส่วนที่ไม่ปฏิบัติหรือดำเนินการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ มีการไปร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมันจะยิ่งยืดเยื้อกันไปใหญ่นะครับ เพราะว่า ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินก็ยังอยู่ ศาลรัฐธรรมนูญก็ยังอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้นะครับ ผมเห็นว่า ความแตกต่างกันมีเพียงแค่ ๖ วัน ถ้านับตั้งแต่วันนี้ก็จะไปสิ้นสุดวันสุดท้าย วันที่ ๔ พฤศจิกายน แต่ถ้านับตั้งแต่วันเรียกประชุมที่ถือว่าเรียกประชุม หรือว่าจะมองว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจในการเรียกประชุม ถ้าถือตามตัวข้อบังคับ เพราะมีอำนาจเพียงแค่นัดประชุม อันนั้นก็สามารถมองได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ข้อบังคับ ไม่สามารถที่จะตีความแตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักนะครับ แล้วกรณีนี้ จะอ้างว่าเป็นกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติก็คงไม่ใช่ ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่านอลงกรณ์ และท่านเสรี สุวรรณภานนท์ นะครับว่า ตรงนี้ได้เห็นชัดว่ามีข้อบังคับระบุไว้ชัดเจน ทั้งมาตรา ๓๑ วรรคสาม มาตรา ๓๒ วรรคสอง มีความแตกต่างกันชัดเจน แล้วก็มีการเขียนไว้ ชัดเจนว่าเป็นการเรียกประชุม แล้วก็ประชุมครั้งแรก ฉะนั้นเมื่อแตกต่างกันลักษณะนี้คงเป็น อย่างอื่นไปผมเกรงว่าจะเป็นปัญหาต่อไปแล้วเป็นประเด็นในอนาคต ผมเห็นว่าที่หลายท่าน เสนอว่าเพลย์ เซฟ ไว้ก่อน ต่างกันแค่ ๖ วันครับ จากวันที่ ๒๙ เป็นวันที่ ๔ ฉะนั้นผมว่า เก็บไว้ดีกว่า วันนี้เพิ่งจะเป็นวันเริ่มแรกนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับว่า ถ้าจะนับตั้งแต่ วันที่มีหนังสือไป จะเป็นการนัด หรือว่าเรียกประชุมก็แล้วแต่อาจจะมีความเห็นที่ต่างกันได้ แต่ผมมองว่าตรงนั้นก็คือเสมือนเป็นการเรียกประชุมแล้ว แม้ว่าไม่มีเขียนอยู่ในข้อบังคับ นะครับ ข้อบังคับระบุว่าให้เลขาธิการมีอำนาจแค่นัดประชุมก็จริง ผมเห็นว่าถ้าเพลย์ เซฟ ได้ จะเป็นการดีครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณนะครับ ท่านอุดม เฟื่องฟุ้ง ครับ

นายอุดม เฟื่องฟุ้ง

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านครับ ผมอยากจะขอเวลาสัก ๒-๓ นาทีเท่านั้นนะครับว่า ตามระเบียบวาระ การประชุมมันมีวาระที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ๑ ๒ ๓ นี่จบไปหมดแล้ว เรามาหารือกันนอกรอบ แล้วประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านประธานได้เสนอมา ๓ ประเด็นนั้น ก็เป็นวาระเร่งด่วนสำคัญจริง ๆ ที่จะต้องทำ กระผมว่าถ้าหากว่าเรามัวอภิปรายว่าแต่ละคนจะถือหลักอย่างไร ควรจะนับ อย่างไรอะไรนี่นะครับ คงจะเสียเวลาโดยใช่เหตุ ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับว่า เมื่อเป็นวาระนอกรอบเรามีว่าที่ท่านประธาน มีว่าที่ ท่านรองประธานแล้วก็ให้ทั้ง ๓ ท่านไปหารือกันว่าจะทำให้ ๓ ประเด็นปัญหาที่ท่านประธาน ได้เสนอมานี้อย่างไรในวันนี้ ท่านจะใช้เวลาสัก ๒๐ นาทีหรือ ๑๕ นาที แล้วก็แจ้งให้ ที่ประชุมทราบก็คงจะจบแค่นั้น เพราะว่าเรามีวาระรายการนอกที่จะต้องไปลงนาม ถวายพระพรด้วย ก็ขอกราบเรียนขออนุญาตเสนอท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ผมขอหารือที่ประชุมว่าท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ได้เสนอญัตติขึ้นมานะครับ ขอให้แต่ละด้าน ไปประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อเลือกตัวแทนของแต่ละด้านและกลุ่มภูมิภาคเพื่อเป็น คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) และกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุม กระผมขอพักประชุมสักครึ่งชั่วโมงได้ไหมครับแล้วมาคุยกันใหม่ เพราะประชุม ตั้งแต่เช้าผมยังไม่ได้ลงจากบัลลังก์เลย ขอเห็นใจผู้สูงวัยบ้างนะครับ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยว ๓๐ นาทีมาพบกันใหม่นะครับ

พักประชุมเวลา ๑๓.๕๗ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๕.๒๑ นาฬิกา

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ได้เสนอญัตติและมีผู้รับรองถูกต้องตามข้อบังคับ โดยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการจำนวน ๒ คณะ คือ ๑. คณะกรรมาธิการ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) และ ๒. คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับญัตติของ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ด้วยหรือไม่ครับ โดยก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมสภาก่อนนะครับ เชิญครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลำดับที่ ๑๙ ท่านประธานครับ ภารกิจของพวกเราคือการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ของประเทศชาติ ผมเองอาจจะเป็นข้าราชการอาชีพไม่เคยเข้ามาในสภานี้มาก่อน ผมเองไม่ทราบว่ากระบวนการที่จะมีการประชุมที่เคยจัดทำกันมาในสภานี้ทำอย่างไร การรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะหาข้อยุติก่อนเข้าประชุม ผมก็คิดว่าเป็นสิทธิของแต่ละท่าน ที่จะทำได้ แต่การที่รวมกลุ่มกันข้างนอกแล้วก็ตกลงกันแล้วมารวบรัดในที่ประชุมนั้น โดยเฉพาะการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อจัดทำกฎหมายที่มีความสำคัญที่สุด ของประเทศไทย ทำกันอย่างรวบรัดไม่ได้ครับ ไม่สง่างาม ไม่มีความชอบธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ มีอยู่ ๒ ประเด็น

ประการที่ ๑ ขอทักท้วงการทำงานเมื่อสักครู่นี้ ผมจำได้ว่าท่านประธาน ก่อนที่จะลงจากบัลลังก์ท่านบอกว่าขอให้พักการประชุม ผมก็พักการประชุมตามที่ ท่านประธานว่า แต่ประทานโทษครับยังไม่ทันทำอะไรเลย ก็มีการเรียกให้เข้าไปประชุมย่อย โดยอ้างว่ามีท่านสมาชิกได้เสนอญัตติและมีผู้รับรอง ผมก็ยังไม่ทราบว่าญัตติตรงนั้น มีการดำเนินการอย่างไรกับญัตตินั้นหรือยัง ผมฟังอยู่นะครับเมื่อสักครู่ เพียงแต่ว่า จะตกลงกันอย่างไร แล้วก็พอญัตติเอาอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ถูกต้องสำหรับการดำเนินการในการจัดทำร่างกฎหมาย ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศไทยในลักษณะนี้ นี่ประการที่ ๑ ครับ เพราะฉะนั้น เมื่อสักครู่สมาชิกหลายท่านก็คงเดินตามที่เจ้าหน้าที่พาไป ผมเองผมคงเข้าไปไม่ได้นะครับ เพราะเนื่องจากว่าผมดูแล้วความชอบธรรมมันไม่มีความสง่างามอะไรเลยจากการรวบรัด เช่นนั้นนะครับ นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ยังไม่เป็นข้อยุติก่อนที่ท่านประธาน จะขอพักการประชุม หรือสั่งให้พักการประชุม ผมได้ยกมือแสดงเพื่อจะขออภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องของเวลาในการนับ ท่านสมาชิกท่านอาจารย์เสรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ทักท้วง นั่นประการที่ ๑ ท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งคือท่านอาจารย์บวรศักดิ์ก็ให้ความเห็น นั่นก็เป็น อีกประการหนึ่ง ผมเองก็มีความเห็นอีกประการหนึ่งเช่นเดียวกัน

ประการที่ ๓ ครับท่านประธานครับ การร่างกฎหมายหรือการใช้กฎหมายนั้น เป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เราเอาร่างรัฐธรรมนูญ เราเอารัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะเป็นเพียง ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๕๗ แม้เป็นฉบับชั่วคราวครับท่านประธาน แต่ก็เป็นกฎหมาย ที่สูงสุดของประเทศนี้นะครับ มีพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยใช้เป็นกฎหมายที่บัญญัติ ไว้สูงสุด และเป็นกฎหมายที่บัญญัติให้พวกเรามาทำหน้าที่ในสภาแห่งนี้ หน้าที่ของเรา ก็เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติหลายประการครับ โดยเฉพาะกำหนดเงื่อนเวลาให้พวกเราทำงานกัน ถ้าหากว่าทำไม่เสร็จตามกำหนดเวลา ก็มีบทแซงชัน (Sanction) ตามมาตรา ๓๘ ยุบเลิกแล้วก็ไปสร้างใหม่ เอาละครับตรงนั้น ไม่เป็นปัญหา ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าในฐานะที่ผมเองเป็นผู้หนึ่งซึ่งเรียนกฎหมายมาเช่นเดียวกัน เรายึดถืออยู่อย่างหนึ่งครับท่านประธานว่ากฎหมายแต่ละคำนั้นมีความหมายเสมอ จะแปลความเอาตามใจชอบหรือรวบรัดตัดความเอาไม่ได้ ท่านเสรี ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านก็ให้ความกรุณาทักท้วงด้วยความละเอียดรอบคอบ ผมก็เห็นด้วย ในขณะเดียวกันท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ประทานโทษที่เอ่ยนามอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านก็ชี้แจงมาค่อนข้างชัดเจนว่าท่านเลขาธิการ ประทานโทษด้วยนะครับ ท่านไม่ได้มีอำนาจ ในการเรียกประชุม แต่ท่านนัดประชุมได้ คราวนี้ตรงนี้แหละครับปัญหาของมาตรา ๓๑ วรรคท้าย ผมไม่ติดใจครับ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอความคิดเห็นภายในหกสิบวัน นับแต่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ผมไม่ติดใจ วันนี้เป็นวันประชุมครั้งแรก ไม่ติดใจ ผมติดใจตามมาตรา ๓๒ ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเรียก เรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติในครั้งแรก ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ท่านเป็นปราชญ์ ทางกฎหมายท่านก็ให้อรรถาธิบายในที่ประชุมแล้วว่าท่านเลขาธิการมีอำนาจนัดประชุมได้ คำถามคือผู้ใดมีอำนาจ เรียกประชุมครับท่านประธานครับ กรณีนี้ผมก็มาพลิกบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญนี้ทั้งหมด แม้กระทั่งการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ไม่ได้มีบัญญัติไว้ เกี่ยวกับเรื่องของคำว่า เรียกประชุม เพราะฉะนั้นมันก็เกิดปัญหาย้อนกลับมาที่มาตรา ๕ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น เป็นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เมื่อท่านเลขาธิการไม่มีอำนาจเรียกประชุม คำถามคือผู้ใดมีอำนาจ เรียกประชุมครับ การจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ ผิดพลาดไม่ได้ แม้แต่นิดเดียว เราต้องใช้รัฐธรรมนูญที่เรากำลังจะต้องทำต่อไปในอนาคตนี้บังคับใช้แก่ คนทุกคนที่อยู่ในราชอาณาจักรนี้ การทำงานอย่างรวบรัด อ้างว่าเวลากระชั้นชิดอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องมีความสง่างาม มีความชอบธรรม มีความถูกต้องด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมไม่ใช่นักการเมือง เก่าจะใช้วิธีการอย่างไรไปคุยกันอย่างไร ตกลงกันแล้วมารวบรัดในห้องประชุมนี้ ถ้าจะทำ อย่างนั้นก็ขอให้เป็นการประชุมในลักษณะอื่นเถอะครับ อย่าทำในการประชุม ที่มีวัตถุประสงค์ หรือมีภารกิจในการจัดทำกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศนี้เลย ผมฝากเรียนท่านประธานแค่นี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ สมาชิกท่านอื่นมีความเห็นอย่างไรครับ คุณรสนาเชิญครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันเองเห็นว่าประเด็นที่มีการถกเถียงกัน ก่อนที่เราจะพักการประชุมนะคะ เป็นประเด็นที่ควรจะต้องมีการตกลงให้สิ้นสุดว่าจะเป็น อย่างไร ประเด็นที่มีเพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นมาในกรณีมาตรา ๓๒ ว่าต่างจากมาตรา ๓๑ ในกรณีที่ว่าการเรียก ในมาตรา ๓๒ ที่บอกว่า ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ดิฉันเห็นว่าประเด็นตรงจุดนี้ ถ้าหากเรากลับไปดูรัฐธรรมนูญของปี ๒๕๕๐ โดยปกติแล้วสภาจะมีการประชุมก็โดยที่ เป็นไปตามมาตรา ๑๒๘ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ระบุว่า พระมหากษัตริย์ ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและทรงปิดประชุม พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนิน มาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุม สมัยประชุมสามัญทั่วไปครั้งแรก ตามมาตรา ๑๒๗ วรรคหนึ่ง ทีนี้เนื่องจากว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติจะเป็นของใหม่ คือในกรณีของสภา สนช. พระมหากษัตริย์ก็ยังทรงเรียกประชุม แต่ในกรณีของสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น คำว่า เรียก เนื่องจากว่าไม่ใช่พระมหากษัตริย์ท่านไม่ทรงเรียกการประชุมในการเปิดประชุมสภา แห่งนี้ แต่เข้าใจว่าผู้ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญก็ยังใช้ศัพท์เดิมว่านับแต่วันที่มีการเรียกประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก แต่คำว่า เรียก กับ การนัดประชุมของเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรนั้นคงไม่ใช่หมายถึงอันเดียวกัน ถ้าเราถือว่าเอกสารที่ทางเลขาธิการสภา ได้นัดพวกเรามาในวันที่ ๑๕ ถือว่าเป็นการเรียก ดิฉันคิดว่าคงไม่ถูกต้อง และดิฉันเอง ก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ยกประเด็นเรื่องมาตรา ๕ ขึ้นมา ว่าในกรณีเมื่อไม่มีบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นให้เป็นไปตาม ประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีบางท่านก็บอกว่าเอามาใช้มาตรา ๕ ไม่ได้เพราะว่ามันมีความชัดเจน อยู่แล้วในมาตรา ๓๒ ดิฉันคิดว่าถ้ามันมีความชัดเจนเราคงไม่มาเถียงกันในวันนี้นะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อมันมีการเถียงกันแสดงว่ามันไม่มีความชัดเจน เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มี ความชัดเจนดิฉันก็คิดว่ากลับไปใช้มาตรา ๕ ได้ ทีนี้ในกรณีมาตรา ๕ ถ้าหากเรา เห็นว่าเรื่องนี้มีความไม่ชัดเจน ในวรรคสองของมาตรา ๕ ก็ระบุเอาไว้ว่า ในกรณีที่มีปัญหา เกี่ยวกับการวินิจฉัยกรณีใดตามความในวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวงงานของสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด แต่ในกรณีนี้เราเป็นสภาปฏิรูป แห่งชาติ เพราะฉะนั้นเราก็อนุโลมว่าถ้าหากจะให้มีการชี้ขาดก็ให้สมาชิกในสภาปฏิรูป แห่งชาตินี่ละค่ะเป็นผู้ชี้ขาดตามวรรคสองในมาตรา ๕ ว่าคำว่า เรียกประชุม นั้นให้หมายถึง วันที่เรามีการประชุมครั้งแรก เพราะเข้าใจว่ามาตรานั้นเขาก็เป็นการเขียนล้อมาตามแนว ของรัฐธรรมนูญเดิม เพียงแต่ว่าพระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงเรียกให้มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพราะฉะนั้น ตรงจุดนี้ดิฉันคิดว่าเราควรจะมีข้อยุติ เมื่อมีข้อยุติคือโหวตกันในสภาว่าให้เป็นไปตาม อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ต้องถือว่าวันนี้คือวันที่เรียกประชุม ถ้าเรื่องแบบนี้เราลงมติกันในสภา ก็จะได้จบ เราก็จะได้ไม่ต้องไปหวาดเกรงว่าจะมีใครเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนอะไรต่อไป ในภายหลังนะคะ ดิฉันคิดว่าแทนที่เราจะพูดแล้วทิ้งค้างเอาไว้แล้วก็เกิดปัญหาต่อไป สภาก็เป็นที่ประชุมแล้วก็เป็นผู้ตัดสินร่วมกัน ดิฉันก็ขอเสนอว่าอยากให้มีการตัดสินด้วย การโหวตโดยสมาชิกสภาปฏิรูปว่า ในมาตรา ๓๒ นั้น คำว่า เรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นครั้งแรก นั้นหมายถึงวันที่ ๒๑ วันนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ เชิญท่านวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หมายเลขลำดับที่ ๑๘๗ ผมต้องเห็นใจท่านประธานมากเลยนะครับ วันนี้ท่านประธานก็ต้องเหนื่อยเป็นพิเศษนะครับ ก่อนที่ท่านประธานจะขอพักเพื่อไป ปัสสาวะนี่นะครับ ท่านประธานก็บอกว่ามีการเสนอญัตติ ก็ขอเอาญัตติมาพูดก่อน แล้วเรื่อง ระยะเวลาก็ต่อทีหลัง จากนั้นท่านประธานก็บอกว่าขอพักครึ่งชั่วโมงนะครับ จากนั้นก็มี คนเรียกไปห้องเล็ก ก็ติดใจอยู่เหมือนกันครับว่าทำไมยังไม่มีมติเลย ก็ได้รับคำชี้แจงว่า ท่านประธานลืมนิดเดียว ลืมสรุปว่าญัตติไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น ขอให้เป็นไปตามญัตติ นะครับ ก่อนที่จะขอไปห้องน้ำ ถ้าท่านประธานสรุปแค่นี้แล้วท่านประธานขอไปห้องน้ำ ครึ่งชั่วโมงนั้นพวกเราก็ประชุมด้วยความสบายใจ แต่เมื่อได้รับการชี้แจงผมก็เห็นใจ ท่านประธานนะครับ เพราะท่านประธานก็นั่งอยู่คนเดียว พวกผมก็ไปนั่งกินข้าว แถมกาแฟ ท่านประธานก็กลั้นแล้วกลั้นอีก ก็เลยลืมไป แล้วท่านประธานก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเวทีสภาแห่งนี้ ผมก็ขอความเห็นใจด้วย ถ้าท่านประธานยืนยันว่าที่รีบเอาญัตติขึ้นมาก่อนก็เพราะว่า เขาเสนอญัตติว่าให้เลือกกรรมการ ๒ ชุดแยกย้ายกันไป แล้วก็ไม่มีคนอื่นเห็นเป็นอย่างอื่น ท่านประธานก็ช่วยสรุปว่าเห็นด้วย ไม่มีใครเสนอเป็นอย่างอื่นใช่ไหม ก็แสดงว่าเอาตาม ญัตตินี้แล้วก็พัก แล้วก็แยกกันไปมันก็จบใช่ไหมครับ แต่ผมคิดว่าแค่ลืมแค่นี้ก็คงไม่ใช่เป็น เรื่องใหญ่มากใช่ไหมครับ ก็น่าจะพอเข้าใจกันได้ใช่ไหมครับ ถ้าญัตติที่มีการเสนอขึ้นมานี้ แล้วก็ไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น ถ้าท่านประธานสรุปว่าก็ให้เป็นไปตามญัตติ ก็คือแยกกลุ่ม แล้วก็เลือกตัวแทนกันเข้ามา ถ้าสรุปแค่นี้ก็คงไม่สับสนกันมาก แต่พอดีผมก็เข้าใจครับ ท่านก็กลั้นนานนะครับ ก็ลืมไปนิดเดียว ผมก็ขอความเห็นใจต่อท่านประธานด้วยว่าก็เดินเรื่อง ตามญัตติเสร็จแล้วก็กลับมาเรื่องระยะเวลาก็คงจะไม่เสียหายอะไร ผมก็เห็นด้วยครับว่า เรื่องระยะเวลานี่ต้องลงมติครับ จะเอาอะไรก็ได้ แต่ถึงจะเอาอะไรนะครับ ผมก็คิดว่า เราก็ต้องบริหารความเสี่ยงด้วย เพราะรัฐธรรมนูญเขาอยากให้เราทำงานเร็ว ถึงเราจะ เห็นชอบ ๑๕ วันนับแต่วันนี้ เราจะตั้งเป้าให้เสร็จวันที่ ๒๙ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร และผมก็ อยากให้เราตั้งเป้าให้เสร็จวันที่ ๒๙ ครับ แต่ถ้ามันเสร็จไม่ได้จริง ๆ เพราะว่ามันต้องผ่าน กระบวนการหลายอย่าง เพราะท่านประธานต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ จึงจะเรียกประชุมได้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด หลายขั้นตอน กระบวนการขั้นตอนหลายอย่างต้องมีหนังสือแจ้ง มันอาจจะไม่ทันจริง ๆ อันนั้นก็เป็นเรื่องสุดวิสัย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ครับ เพราะฉะนั้น ถึงเราจะมีมติ ๑๕ วันนับแต่วันนี้ ผมก็อยากให้เราบริหารความเสี่ยง ตั้งเป้าเลยวันที่ ๒๙ ให้เสร็จ เสร็จเร็วก็ดีครับ เพราะเรามันปฏิรูปนะ ก็ปฏิรูปให้มันเร็ว เขาคาดหวังให้เรา ๓๑๙ วัน เราก็เอาให้เร็วที่สุด เท่าที่เรามีปัญญาทำได้ ผมว่าก็เป็นเรื่องที่ดีงามนะครับ แล้วผมก็ขอความเข้าใจจากทุกท่าน ต่อท่านประธานด้วยนะครับ เพราะท่านประธานก็อายุสูงสุดนะครับ แล้วก็ต้องทนอยู่บนนั้น มากกว่าคนอื่น แล้วก็ต้องกลั้น ในระหว่างที่พวกเราวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างสะดวก ท่านก็กลั้น หลายรอบนะครับ ข้าวก็ไม่ได้กิน ลืมสรุปเล็กน้อย ถ้ายอมรับกันได้ผมก็คิดว่าน่าจะยอมรับว่า ญัตติเมื่อไม่มีใครคัดค้านก็ถือไปตามนั้นก็แยกกลุ่มย่อยประชุมกันไป ก็เป็นไปตามระบบ ของมัน แล้วจากนั้นเราก็มาลงมติว่าจะเอาระยะเวลากันอย่างไรก็จะได้เดินหน้ากันต่อนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณอาจารย์วิริยะ เป็นอย่างมากนะครับเพราะรู้จักกันมานาน กระผมต้องขอโทษด้วยครับ เมื่อกี้นี้ผมพูดเร็วไป นิดเดียวเท่านั้นเองครับ เลยเป็นปัญหากันมาได้ เพราะอยากจะเข้าห้องน้ำเต็มทีครับ หลายชั่วโมง ๕-๖ ชั่วโมงกว่านะครับนั่งอยู่นี่ เพราะฉะนั้นก็เลยพูดขาดไปนิดเดียว เลยเกิดเป็นปัญหาขึ้น เชิญครับ ที่จริงอาจารย์บวรศักดิ์ยกมือก่อน ประทานโทษครับ ขออาจารย์บวรศักดิ์ก่อนได้ไหมครับ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ผมขอเสนอให้ท่านลงมติในญัตติที่ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ได้เสนอ เอาไว้ว่ามีการตั้งคณะกรรมาธิการ ๒ ชุดตามที่ท่านประธานได้หารือว่าให้ลงมติ แล้วก็เรื่องเวลาว่าจะทำให้เสร็จภายในวันที่ ๒๙ ที่จะเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็เอาไว้คุยกันหลังจากลงมติตามที่ท่านประธานได้ขอให้ลงมติก่อนครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองครับอาจารย์บวรศักดิ์ครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

เต็มพรึบเลยนะครับ ก็เป็นไปตามที่อาจารย์บวรศักดิ์เสนอนะครับ เชิญ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธาน ก็รวบรัดอีกครั้งนะครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ผมก็ทำตาม ประชาธิปไตยนะครับ คนส่วนใหญ่ยกมือขึ้นเต็มพรึบไปหมด ผมยังให้โอกาสท่านพูดนะครับ ถ้าผมจะไม่ให้พูดก็ได้นะครับ แต่ผมยังให้โอกาสท่านพูด จะมาว่าผมรวบรัดไม่ได้นะครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

คือประการหนึ่งนะครับ ผมเองผมก็ต้องเรียน ท่านประธานว่า ก่อนที่ท่านประธานจะพักการประชุม ผมได้แสดงตนแล้วและจะขอใช้สิทธิ อภิปรายนะครับ ตอนนั้นท่านสมาชิกก็ขอเสนอญัตติ โอเคครับมีการพัก รับรองมติ แต่ผมเอง ผมยังยืนยันว่าจะขออภิปราย ท่านประธานไม่ได้เรียก บังเอิญว่าท่านประธานมีกิจธุระจำเป็น แล้วท่านก็สั่งพัก พักก็พักครับ แต่พอพักปุ๊บกลายเป็นเรื่องอื่นนะครับ ตรงนี้ผมยังยืนยันว่า ผมยังติดใจตั้งแต่ทีแรก เมื่อกี้นะครับผมเองผมยกมือจะขออภิปรายรออยู่ก่อนนะครับ บังเอิญว่าท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ขอโทษที่เอ่ยนามอีกครั้งนะครับ ก็ขอญัตติทีเดียวเลย คือผม ไม่ทราบว่าจะจัดการเรื่องลักษณะนี้อย่างไรครับ เพราะว่าผมก็ยังติดใจอยู่ครับ คงจะต้อง กราบเรียนท่านประธานเช่นนี้ละครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ผมก็ขอแสดง ความขอบคุณเป็นอย่างยิ่งนะครับที่เสนอขึ้นมา แต่เมื่อมีเสียงส่วนใหญ่ให้เป็นไปตามญัตติที่ พลเอก เลิศรัตน์เสนอผมมองดูแล้วทั้งห้องประชุมเลย ถ้าเราเป็นประชาธิปไตยเราควรจะ ร่วมมือกันทำงาน ก็อยากจะให้เป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่จะดีไหมครับ มันก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ประชาธิปไตย อีกหนเดียวนะครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เชิญครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลำดับที่ ๑๙ ครับ ประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานครับ แต่ว่าอย่างน้อยนะครับขอให้ท่านประธานคุ้มครองเสียงข้างน้อยอย่างกระผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

บันทึกไว้นะครับว่า มีเสียงข้างน้อย บันทึกไว้ แต่เสียงส่วนใหญ่ให้เห็นตามมติของ พลเอก เลิศรัตน์ ผมขอประชุม ต่อไปเลยครับ

ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนว่าผู้ใดเห็นเป็น อย่างอื่นนอกจากญัตติของท่านเลิศรัตน์ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ อย่างนั้น ผมจะขอมติให้เสนอรายชื่อกรรมาธิการนะครับ คณะที่ ๑ คณะกรรมาธิการ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอรายชื่อกรรมาธิการ และขอผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๕ คนด้วยครับ เชิญครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อให้มีความชัดเจนแล้วก็สะดวกแก่ การดำเนินการ ผมไม่แน่ใจว่าที่ประชุมสักครู่นี้แต่ละคณะได้รายชื่อมาแล้ว แล้วรายชื่อนั้น ส่งที่ท่านเลขาธิการหรือยัง อันนี้ข้อที่ ๑ นะครับ

ข้อที่ ๒ ถ้ายังไม่ส่ง ขอให้ไล่รายชื่อแต่ละคณะแต่ละด้านที่เจ้าหน้าที่มาแจก แล้วให้ตัวแทนแต่ละด้านก็เสนอเข้ามาแล้วก็รับรองไปทีละด้าน ถ้าท่านไปถามรวมทั้งหมด เดี๋ยวไม่เป็นลำดับก็จะงงกันว่าจะเริ่มด้านไหนก่อนหรือใครจะเสนอก่อน ถ้าเสนอเป็นลำดับ ตามนี้ก็จะสะดวกครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ผมจะขอไล่ ไปทีละด้านได้ไหมครับ ด้านการเมือง พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก ขอให้ผู้แทนแต่ละด้านเสนอ ได้ไหมครับ ด้านการเมือง เชิญครับ

พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก เป็นผู้แทนด้านการเมือง ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับ คณะกรรมาธิการประสานงานชั่วคราวกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม ท่านประสาร มฤคพิทักษ์

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ต่อไปขอเสนอ ด้านกิจการสภา

พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก

เรียนท่านประธานที่เคารพ ที่ประชุมต้องรับรอง รายชื่อที่เสนอครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ผมขอโทษครับ ผมไม่ค่อยชำนาญเท่าไรนะครับ ขอเสนอคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ก่อนครับ เชิญครับ

พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก

เรียนท่านประธานที่เคารพ ด้านการเมือง คณะกรรมาธิการประสานงานชั่วคราวกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติด้านการเมือง พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีผู้รับรองเกิน

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออนุญาตเรียนสอบถามว่าคณะกรรมาธิการ ในแต่ละคณะนั้นท่านกำหนดไว้กี่คนครับ ตอนนี้ยังไม่ถามว่ามีกี่คน แล้วเสนอไปถ้าเกิดเสนอ ทั้งสภาทำอย่างไร ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ท่านบวรศักดิ์ครับ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เพื่อให้เป็นไปตามที่ท่านสมาชิกตั้งข้อสังเกต กระผมขอเสนอว่าคณะกรรมาธิการ กิจการ สปช. ชั่วคราว ให้มีจำนวน ๒๒ คนครับ แล้วก็คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมให้มี ๑๙ คน ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มองไปแล้ว มีคนรับรองเยอะ นับไม่ทัน แต่ส่วนใหญ่เห็นเป็นส่วนใหญ่ ก็เป็นไปตามที่อาจารย์บวรศักดิ์ เสนอ ๒ คณะกรรมาธิการเลยนะครับ เชิญครับ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันชัย สอนศิริ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเกินความจำเป็น แล้วก็ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทุกคนที่ไปประชุมร่วมกันนั้นเข้าใจดีและตรงกันอยู่แล้ว หาจำเป็น ที่จะต้องให้แต่ละกลุ่มแต่ละด้านนั้นเสนอไม่ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะขอต่อท่านประธานว่า ให้ท่านเลขาธิการนั่นละครับ เพราะว่าเราเองได้มีการประชุมกันแต่ละด้าน ๆ ดังที่ท่านประธานเสนอตอนพักการประชุม และเราก็มีชื่อให้ท่านเลขาธิการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเลขาก็แจ้งเลยว่าวิปชั่วคราวประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ แล้วก็ให้เรารับรอง ทีเดียว

ประการต่อมานั้นก็เป็นกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม ประกอบด้วย บุคคลดังต่อไปนี้ แล้วก็ให้ที่ประชุมรับรองเสียในคราวเดียว ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย และขัดต่อข้อบังคับแต่ประการใด ผมคิดว่าวิธีนี้จะมิได้เป็นความยุ่งยากของท่านประธาน ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณมากครับ มีสมาชิกท่านอื่นเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ

นางสีลาภรณ์ บัวสาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน สีลาภรณ์ บัวสาย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๑๕ ดิฉันคิดว่ากระบวนการเมื่อช่วงที่พัก นี่นะคะ ตอนที่ออกจากห้องประชุมมีหลายท่านที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าเราพักเพื่อจะไปคุยกัน ในแต่ละวง แล้วก็มีบางท่านที่รู้สึกว่าโอเคเราก็ไปกัน ฉะนั้นเพื่อให้รู้สึกว่ากระบวนการนี้ เดินไปอย่างมีข้อตกลงที่ชัดเจน แล้วก็มีกระบวนการที่ชัดเจน สง่างามอย่างที่ท่านผู้แทนจาก จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พูดถึง ดิฉันคิดว่าหากว่าเรามีมติว่าในญัตตินี้เราเห็นด้วยกับ การตั้งกรรมาธิการ ๒ ชุด แล้วจากนี้ขอให้พัก ไม่ได้ว่าพัก ไม่ทราบว่าเรียกว่าอะไรนะคะ แต่ว่าให้แต่ละชุดกลับไปประชุมอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ทุกคนที่ไม่ได้เข้าก็จะรู้ว่าตัวเองจะต้องได้ เข้าไปอยู่ในชุดต่าง ๆ แล้วก็ยืนยันว่าเราต้องการจำนวนเท่าไร ตกลงเสียก่อนแล้วก็ออกไป ประชุม แล้วก็กลับเข้ามาภายใน ๑๕ นาที เพราะว่าได้มีการหารือกันก่อนหน้านี้แล้วจะทำให้ กระบวนการนี้เดินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนที่เป็นที่รับรองของสภาว่าเรามีข้อตกลงชัดเจน ไม่ใช่ท่านเลขาธิการนัดเองแล้วออกไปประชุมที่ตามห้องต่าง ๆ ขออนุญาตกราบเรียนดังนี้ค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ก็เป็นเหตุผลที่ดีนะครับ ผมขอหารือท่านสมาชิกว่าเราจะหยุดกันสัก ๑๕-๒๐ นาที ไปหารือกันอีกทีจะดีไหมครับ เพื่อจะให้เร็วเข้า เชิญครับอาจารย์เสรี

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ญัตติที่เสนอมานั้นเมื่อสักครู่นี้ส่วนใหญ่แล้วกันนะครับเข้าใจว่าตอนที่ท่านประธานพักก็คือ ให้ไปประชุมนะครับ แต่พอไปประชุมแล้วก็เข้าใจว่าสมาชิกบางท่านอาจจะเข้าใจผิดไปว่า ให้ไปพักเฉย ๆ นะครับ คณะของผมนี่สมาชิกไปไม่ครบ เราก็ห่วงว่าท่านทราบหรือไม่ทราบ บางท่านก็ลาติดภารกิจสำคัญ แต่ก็ให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ตามนะครับ ก็มากันเสียส่วนใหญ่ นะครับ แต่ต้องเรียนตรงนี้ครับผมเข้าใจว่าตอนนี้ญัตติเราเดินมาเมื่อกี้ท่านประธานก็ได้ อธิบายให้ที่ประชุมทราบแล้วว่าท่านรีบไปทำภารกิจก็เลยพูดสั้นไปนิดหนึ่ง แต่เจตนาก็คือ การให้ไปประชุมนั่นแหละ แล้วการไปประชุมดังกล่าวก็ไม่ได้เร่งรีบเร่งรัดนะครับ เพียงแต่ว่า กระบวนการแต่ละคณะแต่ละด้านก็ไปประชุมตามที่ที่ประชุมเห็นพ้องต้องกัน แต่ก็อย่างที่เรียนว่าอาจจะมีบางท่านอาจจะคลาดเคลื่อนแล้วก็ไม่ได้เข้าไปนะครับ ซึ่งผมคิดว่ามันก็ไม่น่าจะทำให้การทำงานนั้นเสียไป แล้วก็ไม่ได้เร่งรีบ ตอนนี้ผมถึงได้ถาม ท่านเลขาธิการว่าท่านเลขาธิการได้ชื่อหรือยัง ครบไหม ถ้าครบก็เป็นอย่างที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านวันชัย สอนศิริ เสนอนะครับ ถ้าหากว่ายังไม่ครบ ผมก็บอกว่า อย่างนั้นก็ให้เสนอแต่ละด้าน แล้วก็ด้านละ ๑ คน พอดีเมื่อสักครู่พูดกันไม่กระจ่างชัดว่า เท่าไร อย่างนี้มันก็เดินไปข้างหน้าได้ ต้องกราบขออภัยท่านสมาชิกว่าไม่ใช่เป็นการรวบรัด แต่มันก็เดินมาไกลพอสมควรกับการที่เราจะเดินต่อไปให้มันสำเร็จลุล่วงไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ยังขาดภาคเหนือ ๑ คน ภาคใต้ ๒ คนครับ จะให้ทำอย่างไรดีครับ ภาคใต้คนเดียวครับ ประทานโทษ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกครั้งหนึ่งครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เชิญครับ ท่านเสรี

นายเสรี สุวรรณภานนท์

เพื่อช่วยท่านประธานด้วยนะครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ครับ ขอบคุณครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

ก็เอ่ยชื่อไปด้านไหนที่ขาด ถ้าหากว่ามีรายชื่อ ก็ส่งเข้ามาก็จะง่ายขึ้นหรือท่านจะเสนอเองก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ท่านสมาชิกครับ จะทำอย่างอาจารย์เสรีพูดไหมครับ เพื่อจะประหยัดเวลา เชิญครับ ท่านอยู่ข้างหลังนั้น มองไม่เห็นชื่อ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์

กราบขออภัยท่านประธานครับ ผม อมร วาณิชวิวัฒน์ สปช. ทางด้านการเมืองครับ ที่ยกมือคือเห็นด้วยกับท่านอาจารย์เสรีครับ ก็อยากจะให้การดำเนินการประชุมวันนี้ราบรื่นนะครับ เรื่องความเห็นที่อาจจะขัดแย้ง กันบ้าง แต่ว่าในฐานะที่ผมก็ได้เข้าร่วมประชุมเมื่อสักครู่นี้ในด้านการเมืองก็ขอยืนยัน ตามความเห็นของท่านอาจารย์เสรีว่าเราได้มีการประชุมแล้วก็ได้มีการหารือกันอย่าง รอบด้าน จริง ๆ แล้วเราคิดลึกไปถึงกระบวนการลงคะแนนเสียงถึงกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไปนะครับ แต่ว่าบังเอิญเรื่องนี้ยังไม่ถึงเวลาก็ขอกราบเรียนว่า ในความเห็นส่วนน้อยที่เราให้ความเคารพนั้นเราก็ให้ความเคารพครับ แต่ว่าเสียงส่วนใหญ่ เป็นอย่างไรก็ขอความกรุณาที่ประชุมรับรองว่าถ้าหากเราจะเดินต่อไปก็ขอเสียงรับรอง ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีสมาชิกเสนอ เชิญครับ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ เนื่องจากว่ามีข้อเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนในเรื่องของจำนวนคณะกรรมาธิการ แต่ละภาค บางภาคก็เลือกมาคณะละ ๒ คน บางภาคก็เลือกมาคณะละ ๑ คน เพื่อให้การดำเนินงานของสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระผมขอเสนอญัตติขอให้พัก ๑๕ นาทีครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

สมาชิกท่านอื่น มีความเห็นอย่างไรครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ผู้รับรอง มีน้อยเหลือเกินนะครับ ก็คงจะต้องดำเนินการต่อไปนะครับ เชิญครับ

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมาชิกหมายเลขที่ ๑๙ คงจะต้องเรียนท่านประธานว่า โดยความเห็นของผมนั้นก็คือว่าเมื่อสักครู่นี้ตอนที่ท่านประธานสั่งพักการประชุม ผมเองไม่ได้ เข้าประชุมตามที่ทางท่านเลขาธิการให้เจ้าหน้าที่ไปตาม ถ้าหากว่าปล่อยให้การดำเนินการ อย่างนี้ต่อไปจะคุ้มครองผมในฐานะเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างไรนะครับ ผมเองขอความกรุณาเถอะครับถึงแม้จะช้าสักนิด แต่ขอความสง่างามในการจัดทำ ในการดำเนินการของสภาแห่งนี้ จะมีความเห็นอย่างไรนั้นผมเองผมเคารพทุกท่านนะครับ แต่อย่างน้อยให้เสียงของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับการคุ้มครอง เรียกประชุมใหม่อีกสักครั้ง เถอะครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เชิญครับ

นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ เท่าที่ฟังมาตอนนี้เราก็คงจะมาถึงว่าเรารับมติที่ท่านเลิศรัตน์เสนอไปแล้วเพราะไม่มีผู้คัดค้าน ทีนี้กระบวนการในการที่จะได้มาซึ่งชื่อของกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) จำนวน ๒๒ ท่าน และกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับสภาปฏิรูปแห่งชาติอีก ๑๙ ท่าน ก่อนที่เราจะรับรอง ถ้าหากยังไม่ครบ ดิฉันก็คิดว่าเราก็รับรองไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นดิฉัน ก็จะขออนุญาต ที่จริงเป็นญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอแล้วว่าจะให้มีการพักการประชุม ๑๕ นาที เพื่อที่จะให้ว่ากลุ่มไหน หรือกลุ่มจังหวัดไหน ภาคไหนที่ยังไม่ได้ประชุม และยังไม่ได้รายชื่อใช้เวลา ๑๕ นาทีนี้ในการพบกันที่หลังห้องประชุมก็น่าจะได้ ส่วนกลุ่มไหน ด้านไหน หรือจังหวัดไหน กลุ่มจังหวัดไหน ภาคไหน ที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถือเป็นการพักประชุม อีก ๑๕ นาที ก็คงจะทำให้เราได้ครบทั้ง ๑๕ กลุ่ม ถ้าหากเราได้ครบทั้ง ๑๕ กลุ่ม ได้รายชื่อแล้ว ส่งรายชื่อที่ท่านเลขาธิการ และให้ท่านเลขาธิการกลับเข้ามาแล้วก็อ่าน กรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) จำนวน ๒๒ ท่าน และกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติอีก ๑๙ ท่าน แล้วเราก็รับรองทีเดียวก็น่าจะ ไม่เสียเวลามากนัก เพราะเท่าที่ฟังตอนนี้อย่างน้อยจังหวัดภาคเหนือกับจังหวัดภาคใต้ ยังไม่มีรายชื่อ ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ที่มีรายชื่อแล้วและถ้าไม่ติดใจอะไรก็พักการประชุมไปดื่มน้ำ ๑๕ นาที ดิฉันก็ขอเสนอเป็นยืนยันญัตติที่มีการเสนอว่าให้พักการประชุม ๑๕ นาที เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ขอกราบเรียนเสนอค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ขณะนี้ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ยังมีไม่ครบนะครับ จะขอหยุดพักสัก ๑๕ นาที ให้ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เชิญครับ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลำดับที่ ๑๑๕ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันมีประเด็น ที่จะต้องทำความเข้าใจร่วมกันก่อนที่จะออกไปก็คือว่า

ประเด็นที่ ๑ อย่างที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้เรียนถามว่า ตกลงในแต่ละคณะ จำนวนเท่าไร ถ้า ๒๒ มันมาอย่างไรถึงจะเป็น ๒๒ ถ้า ๑๙ มันมาอย่างไรถึงเป็น ๑๙ เพราะว่ามันมีคณะกรรมาธิการ ๑๑ คณะ กับอีก ๔ ภาค และมันจะเป็น ๒๒ อย่างไร ผมว่าต้องให้สะเด็ดน้ำตรงนี้ก่อน เพราะเวลาจะออกไปประชุมมันตกลงกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น อาจารย์บวรศักดิ์ลองอธิบายให้ชัดเจนหน่อยครับว่ามันเป็นอย่างไรถึงเป็น ๒๒ กับ ๑๙ ครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

อาจารย์บวรศักดิ์ครับ เชิญครับ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อีกครั้งครับ ก่อนจะออกไปมีท่านสมาชิกอภิปรายว่า คณะกรรมาธิการกิจการ สปช. ชั่วคราวนั้นควรจะประกอบด้วย ประธานและรองประธาน ซึ่งได้รับเลือก ๓ คน และสมาชิกซึ่งมาจากด้านต่าง ๆ ๑๑ ด้าน ไปเลือกกันด้านละท่านก็เป็น ๑๑ คน บวกอีก ๓ ก็เป็น ๑๔ แล้วก็ที่เหลือภาคละ ๒ คน ภาคเหนือ ๒ ภาคกลาง ๒ ภาคใต้ ๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ ก็เป็น ๘ รวมเป็น ๒๒ ส่วนคณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับนั้น ประธานและรองประธานไม่มีความจำเป็นต้องลงไปอยู่ด้วย ก็ให้มีสมาชิก ๑๙ ท่าน ด้านต่าง ๆ เลือกมาด้านละ ๑ ท่าน เป็น ๑๑ ท่าน และภาคละ ๒ ก็เป็น ๑๙ คนครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ท่านสมาชิก มีความเห็นเป็นอย่างอื่นอีกไหมครับ เชิญครับ

นายสืบพงศ์ ธรรมชาติ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช เท่าที่ได้ฟังหลายท่าน ก็มีเหตุผลนะครับ ทีนี้เนื่องจากว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราเป็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ดังที่ว่า เมื่อมีสิ่งที่อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่บ้างตรงนี้ และการสื่อสารก็อาจจะมีบ้างที่ยังไม่ชัดเหมือนหลาย ๆ ท่านอภิปรายนะครับ ผมว่าการที่เรา จะพักสัก ๑๕ นาที แล้วก็ให้ถูกต้องตามที่ท่านโกวิท ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ จะไม่มี ความค้างคาใจกัน ผมว่าก็ดีนะครับท่านประธานครับ แล้วเราก็กลับมา ที่จริงชื่อของภาคใต้ เองก็ได้แล้วเมื่อสักครู่นะครับ ก็มีอยู่ท่านที่ไม่ได้เข้าเพราะว่าท่านบอกว่าท่านไม่เห็นด้วย ผมเลยเอาแฟ้มมาให้ท่านนะครับ อันนี้ผมว่าถ้าหากว่าเรา ๑๕ นาทีตรงนี้แล้วชื่อก็ไม่น่าจะ คลาดเคลื่อนจากเดิม เพราะฉะนั้นก็ใคร่จะกราบเรียนท่านประธานผมว่า ๑๕ นาที ก็แป๊บเดียวครับ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ท่านสมาชิกท่านอื่น ว่าอย่างไรครับ จะขอหยุดพักสัก ๑๕ นาที ไปขอเติมเต็มให้หมดเดี๋ยวจะได้ทีเดียวเสร็จเลย เชิญ

นายเชื้อ ฮั่นจินดา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม เชื้อ ฮั่นจินดา ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีข้อที่ต้องหารือกันในที่ประชุมแห่งนี้ ด้วยนะครับว่า ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เมื่อสักครู่ได้นำเสนอ เรื่องจำนวนกรรมาธิการ ๒๒ กับ ๑๙ ท่านที่จะตั้งในแต่ละคณะ คำถามในที่ประชุมแห่งนี้ ก่อนว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ได้นำเสนอในที่ประชุมหรือไม่ ก่อนที่จะ พักการประชุมเพื่อไปหารือ แล้วก็ให้สมาชิกแต่ละภาค ถ้าเกิดที่ประชุมสภาแห่งนี้เห็นว่าสิ่งที่ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปได้นำเสนอว่า ๒๒ กับ ๑๙ นั้นเราเห็นชอบร่วมกันแล้ว ถึงจะกลับไป แยกด้านต่าง ๆ ที่ได้มีการประชุมแล้วและมีสมาชิกครบแล้วเขาอาจจะไม่มีการประชุมไป หารือกันก็ได้ แต่ในภาคที่กำลังจะมีปัญหากันว่า ยังไม่ได้เข้า ยังไม่ได้ประชุม ยังไม่ได้รายชื่อ เขาจะไปวางกรอบว่าโอเคเป็นมติของที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งนี้ แล้วแต่ละด้านเขาจะได้ กลับไปประชุม แล้วก็แต่ละภาคก็ได้ไปประชุม เพื่อให้เป็นตามกรอบกติกาที่สภาปฏิรูปแห่งนี้ ได้เห็นชอบร่วมกัน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะมีการพักการประชุมสภาเพื่อให้แต่ละภาค แต่ละด้านได้ไปประชุมหารือกันอีกสักรอบนะครับ ผมเข้าใจว่าเสนอที่ประชุมสภาแห่งนี้คือ ให้ที่ประชุมสภามีมติว่าเราเอาตามที่ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ได้นำเสนอว่าให้มีกรรมาธิการ ด้านที่ ๑ ๒๒ ท่าน ด้านที่ ๒ ๑๙ ท่านหรือไม่ จึงขอนำเสนอครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ผมขอเรียนเสนอว่าที่อาจารย์บวรศักดิ์เสนอ ๒๒ กับ ๑๙ เชิญครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน

กราบเรียนท่านประธาน ผม คำนูณ สิทธิสมาน นะครับ ที่จริงผมก็ไม่ควรพูดนะครับ แต่ผมอยากขอกราบเรียนว่าวันนี้ภารกิจที่เรามีความ จำเป็นที่ต้องทำตามตารางงานมีอีกมากครับ และผมว่าในขณะนี้เราเดินหน้ามาไกล พอสมควรแล้ว อันที่จริงญัตติของท่านเลิศรัตน์ท่านได้กล่าวไว้อย่างงดงามในตอนต้น ตอนกลาง และตอนท้ายระบุไว้ชัดเจนครับว่า ๒๒ คนมาจากไหน ๑๙ คนมาจากไหนนะครับ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกก็ได้โปรดกรุณาเห็นใจท่านประธานว่าโดยปกติการประชุมนัดแรก อย่างนี้จะไม่มีประธานชั่วคราวที่อายุสูงที่สุดท่านไหน ที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่องหลังจากมี การเลือกประธานแล้ว แต่นี่มันเป็นความจำเป็นตามรัฐธรรมนูญจริง ๆ และท่านก็ได้กรุณาที่จะ ลืมสรุปตอนที่จะแยกไป แต่อันที่จริงก็คืออยู่ในญัตติของท่านเลิศรัตน์แล้ว แต่เมื่อกลับมา ครั้งนี้นี่นะครับก็ได้มีการสรุปอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหม ก็ไม่มี โดยหลักการก็ต้องถือว่ามีญัตติเดียวคือญัตติของท่านเลิศรัตน์ ก็ต้องถือว่าเห็นชอบกับ ญัตติของท่านเลิศรัตน์ เมื่อสักครู่หนึ่งสมาชิกอาจจะมีความเห็นว่าตกลงมีที่มาอย่างไร ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ก็ได้กรุณาเสนอแล้วก็ที่มาว่า ๒๒ คนมาอย่างไร ๑๕ คนมาอย่างไร ท่านประธานก็ได้ถามหลายครั้งแล้วว่ามีท่านใดเห็นเป็นอื่นไหม ก็ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอื่น ก็แปลว่า จะต้องดำเนินตามญัตติที่มีการตั้งกรรมาธิการ ๒ คณะ จำนวน ๒๒ และ ๑๙ ทีนี้สิ่งที่ต้องพักการประชุมก็คือว่ามีกลุ่มบางภาคที่อาจจะยังเข้าใจคลาดเคลื่อนยังเลือก ไม่ครบ เราก็ไปเลือกให้ครบ แล้วผมว่ากราบเรียนด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ท่านประธานวินิจฉัยไปเลยครับ สั่งการพักการประชุม ๑๐ นาที หรือ ๑๕ นาที แล้วกลับมา เราก็ดำเนินการต่อเนื่องไป ผมเข้าใจว่ายังมีภารกิจอีกมากครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณมากครับ อย่างนั้นในฐานะที่ประธานขอใช้อำนาจประธานครับ ขอหยุดพัก ๑๕ นาที แล้วจะได้จบลง ได้ง่าย ๆ ขอบพระคุณมากครับ ๑๕ นาทีนะครับเที่ยวนี้ ไม่ใช่ ๓๐ นาทีอย่างเที่ยวที่แล้ว นะครับ

พักประชุมเวลา ๑๖.๑๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา

ผมเปิดประชุม อีกครั้งหนึ่งนะครับ ได้เวลาอันสมควรแล้วครับ ลำดับแรก ขอคณะกรรมาธิการ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) เชิญคุณคำนูณ สิทธิสมาน เสนอชื่อกรรมาธิการ จำนวน ๒๒ คนครับ เชิญคุณคำนูณครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน

กราบเรียนท่านประธาน คำนูณ สิทธิสมาน ครับ คือเจ้าหน้าที่ประสานกับผมให้ผมเสนอกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูป แห่งชาติครับ คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ไม่ทราบเจ้าหน้าที่ ประสานกับใครครับ ท่านอาจารย์เสรีครับ ท่านอาจารย์เสรีจะเป็นผู้เสนอรายชื่อกรรมาธิการ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) นะครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

ท่านประธานครับ กรุณากดเรียกครับ ท่านสมาชิก อยู่ข้างนอกครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เชิญอาจารย์เสรี เสนอชื่อครับ

(นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบ)

เชิญอาจารย์เสรีครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้นะครับ มีท่านประธานและรองประธาน ท่านที่ ๑ คือท่านเทียนฉาย กีระนันทน์ ๒. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๓. นางสาวทัศนา บุญทอง ด้านการเมืองเสนอท่าน พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน คือท่านที่ ๕ ครับ นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ท่านที่ ๖ นายวันชัย สอนศิริ ด้านการศึกษา คือท่านที่ ๗ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ด้านการปกครองท้องถิ่น ท่านที่ ๘ นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ด้านเศรษฐกิจ ท่านที่ ๙ นางนรีวรรณ จินตกานนท์ ด้านพลังงาน ท่านที่ ๑๐ นายอลงกรณ์ พลบุตร ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม คือท่านที่ ๑๑ นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ด้านสังคม ท่านที่ ๑๒ นายอำพล จินดาวัฒนะ ด้านสื่อสารมวลชน ท่านที่ ๑๓ นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ด้านอื่น ๆ คือท่านที่ ๑๔ พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ จังหวัดภาคเหนือเสนอ ๒ ท่าน เป็นท่านที่ ๑๕ คือ พันเอก สิรวิชญ์ นาคทอง ท่านที่ ๑๖ นางฑิฆัมพร กองสอน จังหวัดภาคใต้เสนอเป็นท่านที่ ๑๗ นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ท่านที่ ๑๘ คือนายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือท่านที่ ๑๙ นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ท่านที่ ๒๐ นายธวัช สุวุฒิกุล จังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก ท่านที่ ๒๑ นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล และท่านสุดท้าย นายประชา เตรัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีผู้รับรองครบถ้วน นะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านชื่ออีกครั้งหนึ่งครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ

รายชื่อคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ๑. นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ๒. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ๓. นางสาวทัศนา บุญทอง ๔. พลโท ฐิติวัจน์ กำลังเอก ๕. นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ๖. นายวันชัย สอนศิริ ๗. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ๘. นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ๙. นางนรีวรรณ จินตกานนท์ ๑๐. นายอลงกรณ์ พลบุตร ๑๑. นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ๑๒. นายอำพล จินดาวัฒนะ ๑๓. นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ๑๔. พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ ๑๕. พันเอก สิรวิชญ์ นาคทอง ๑๖. นางฑิฆัมพร กองสอน ๑๗. นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ๑๘. นายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ ๑๙. นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ๒๐. นายธวัช สุวุฒิกุล ๒๑. นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล และ ๒๒. นายประชา เตรัตน์

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ครบถ้วนนะครับ ต่อไปผมขอเชิญ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เสนอกรอบอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการชุดนี้ เชิญพลเอก เลิศรัตน์ ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ใคร่ขออนุญาตกราบเรียนถึง อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ซึ่งตั้งขึ้น เพื่อดำเนินการในเรื่องราวต่าง ๆ ที่สำคัญและเร่งด่วน

เรื่องแรก คือการสรรหารายชื่อและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมควร เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อเสนอให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาเลือกสรรต่อไป

๒. ดำเนินการในเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่ในวงงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในระยะเวลาก่อนที่จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติชุดถาวรต่อไป

และอีกประการหนึ่ง คือมีหน้าที่ในการกำหนดวัน เวลาและวาระการประชุม ของสภาปฏิรูปแห่งชาติในระยะที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ สำหรับเจ้าหน้าที่ได้ประสานแล้วนะครับ ใคร่ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติ (ชั่วคราว) ได้เชิญประชุมกันเป็นครั้งแรกในวันพรุ่งนี้คือวันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ หมายเลข ๒๑๙ ครับผม

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ พลเอก เลิศรัตน์เชิญ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอกราบเรียนต่อจาก ท่าน พลเอก เลิศรัตน์เลยนะครับว่า ในส่วนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการกิจการ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) นี้นะครับ เพื่อไม่ให้ประเด็นที่เราได้พูดถึงตั้งแต่ตอนแรก มาถกเถียงในเรื่องของวันเวลาการได้กรรมาธิการยกร่างตามรัฐธรรมนูญที่เราพูดถึงนั้น เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นปัญหาก็ขอให้กรรมาธิการชุดนี้กำหนดวันที่ชัดเจนในการดำเนินการ ให้เสร็จสิ้นโดยไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ฝากบันทึกไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ เรื่องนี้ พลเอก เลิศรัตน์ก็ได้กำหนดไว้แล้วใช่ไหมครับ เชิญ พลเอก เลิศรัตน์ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ สำหรับที่ท่านประธานได้ถามนั้น ประเด็นที่ท่าน สปช. เสรี ขออนุญาตเอ่ยนามท่านได้พูดถึง คือประเด็นเกี่ยวกับการนับ ๑๕ วัน ซึ่งถ้าจะให้เป็นไปตามตัวบทของรัฐธรรมนูญ ก็ควรจะให้มีการสรรหา คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของ สปช. ให้เสร็จสิ้นในวันที่ ๒๙ ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นวันพุธ นั่นคือประเด็นที่ท่านเสรีได้เรียนเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณาในประเด็นนี้ ครับผม

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ท่านเสรี เชิญครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ เพื่อไม่ให้มันยืดยาวออกไปนี่นะครับ ผมเข้าใจว่าที่ฝากไว้ก็เพื่อไม่ให้เรา ถกเถียงกันแล้วก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปอีกนะครับ แล้วก็จะเสียเวลา ก็เลยฝาก คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ตั้งชั่วคราวไปตัดสินใจแล้วดูให้ปลอดภัยที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพราะท่านก็รับเรื่องไปเพื่อดำเนินการต่อ จะได้ไม่ต้องมาเถียงกัน หรือว่าออกความเห็นที่ยืดยาวกันต่อไปอีกครับ ขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ สมาชิกท่านอื่นมีความเห็นอย่างไรครับ เชิญครับ

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณมากครับ ผม วินัย ดะห์ลัน ครับ อยู่ในกลุ่ม ด้านสังคมนะครับ ผมอยากจะฝากทางคณะอนุกรรมาธิการไปด้วยนะครับ ในกรณีที่เรา ตกลงกันแล้วนี่นะครับ วัน เวลาตามที่เราได้คุยกันมาอย่างยาวนานนั้น เราได้เผื่อเวลากันไว้ เรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะให้ได้ประสานงานกับทางองค์คณะอีก ๓ ส่วนนะครับ ตามมาตรา ๓๒ นั้น ไม่ใช่เป็นพวกเรากลุ่มเดียวนะครับ ยังมีผู้แทนจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ อันนี้คือของเรา ๒๐ คนนะครับ มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ เสนอฝ่ายละ ๕ คน อยากจะให้เป็นช่วงเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้ประสานงานกับทางอีก ๓-๔ ฝ่ายนั้นให้กำหนดเวลาให้ตรงกันด้วยครับ ไม่อย่างนั้นแล้วการที่เราเสนอเป็นฝ่ายเดียวแล้วก็ถูกต้องฝ่ายเดียวนั้นอาจจะพังภินท์ ลงมาได้นะครับ ก็ฝากด้วยครับขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ก็คงเป็นไปตามนั้นนะครับ ใช่ไหมครับ เชิญครับ เดี๋ยวทางหลังสุดก่อนครับ

นางสีลาภรณ์ บัวสาย

สีลาภรณ์ บัวสาย ค่ะ สมาชิกสภาปฏิรูป หมายเลข ๒๑๕ ดิฉันใหม่ต่อสภานี้นะคะ แล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าอำนาจหน้าที่ในส่วนหนึ่ง ที่สำคัญจะอยู่กับชุดชั่วคราวนี้หรือจะไปอยู่กับชุดที่หลังจากนี้ อันนี้ขออนุญาตเรียนถาม จริง ๆ ดิฉันคิดว่าการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้มีโจทย์สำคัญ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่งคือ กำหนดทิศทางแนวทางของการปฏิรูปที่เหมาะสมที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อีกเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ทำให้ข้อเสนอแนวทางปฏิรูปนี้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งหมด อีก ๖๗ ล้านคน ไม่ใช่ข้อเสนอเพียงของคน ๒๕๐ คน กระบวนการออกแบบการทำงานที่เราจะเปิดกว้าง แล้วไปทำงานกับภาคประชาชน อันนี้ไม่แน่ใจว่าจะอยู่กับกรรมาธิการชุดชั่วคราวนี้ ที่จะออกแบบหรือจะไปอยู่ที่ไหน ขออนุญาตเรียนถามค่ะ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ผมว่าอย่างนี้ดีไหมครับ เราลองกลับไปทบทวนอ่านรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอีกสักทีดีไหมครับ มีท่านสมาชิกยกมือ ตรงนี้ครับ ทางขวานี้ก่อนครับ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านการเมือง ต้องขออนุญาต ผมต้องขอ รบกวนเวลาในที่ประชุม เนื่องจากเมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกอาจจะมีการกล่าวในที่ประชุมแล้ว อาจจะกลายเป็นคล้าย ๆ กับว่าเราที่ประชุมแห่งนี้ได้มีมติรับรองเห็นชอบแล้วว่ากำหนด การเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นให้นับตั้งแต่วันที่ท่านเลขาธิการได้ทำหนังสือมา ก็คือจะต้องสิ้นสุดในวันที่ ๒๙ ตุลาคม ผมเกรงอย่างยิ่งครับจะเป็นปัญหาต่อไปข้างหน้า ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่าถ้าจะมีมติดังกล่าวนั้นจะต้องมีการพิจารณากันอย่างรอบคอบ อย่างกว้างขวางก่อน ดังนั้นถ้าจะบอกว่าวันที่ ๒๙ เป็นวันที่เราจะเร่งรัดให้เสร็จ เป็นการภายในเพื่อที่จะป้องกันอะไรต่าง ๆ ก็สุดแล้วแต่ แต่ไม่ใช่เป็นมติที่ไปตกลงว่า วันนับวันเรียกเป็นวันนั้นผมเห็นด้วยครับ ก็อยากจะขอท่านประธานโปรดพิจารณาว่า ผมเป็นห่วงว่าท่านประธานถ้าเกิดท่านถามว่ามีคนอื่นเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ แล้วไม่มี การท้วงไว้ในที่ประชุมแห่งนี้มันจะกลายเป็นมติของที่ประชุมไปแล้วจะสร้างปัญหาข้างหน้า แน่นอนครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ก็เป็นความเห็น ของท่านนะครับ ขอเชิญท่านต่อไปครับ

นายวันชัย สอนศิริ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ ด้วยความเกรงใจต่อท่านประธานและที่ประชุมเป็นอย่างยิ่งครับที่ลุกขึ้นมาพูดหลายครั้ง แต่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ดีไหมครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ ที่ประชุมเราได้วิปชั่วคราวไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ผมอยากให้ท่านประธานขอรายชื่อและ มีมติของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมต่อไปเสียเพื่อจะได้เสร็จสิ้น ๒ ประเด็นนี้ หลังจากนั้นท่านประธานจะมีมติหรือจะหารือว่าการเรียกและวันประชุมนั้น เอาวันนี้เป็นวันเริ่มต้นและเป็นมติเสียเลยก็ค่อยว่าอีกทีหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ อยากจะขอความกรุณาท่านประธานดำเนินการหาคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป ณ บัดนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ถ้าอย่างนั้นผมจะ ต่อไปคณะที่ ๒ เลยได้หรือเปล่าครับ ได้ยินเสียงว่าได้เยอะนะครับ คณะที่ ๑ ก็ไปประสานงานอย่างที่ว่านะครับ คณะที่ ๒ คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเชิญคุณคำนูณ สิทธิสมาน เสนอชื่อกรรมาธิการ จำนวน ๑๙ ท่าน เชิญคุณคำนูณครับ

นายคำนูณ สิทธิสมาน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้ จำนวน ๑๙ ท่านนะครับ ด้านการเมือง นายประสาร มฤคพิทักษ์ ด้านบริหารราชการแผ่นดิน นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม นายเสรี สุวรรณภานนท์ ด้านการศึกษา นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ด้านการปกครองท้องถิ่น นางสีลาภรณ์ บัวสาย ด้านเศรษฐกิจ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ด้านพลังงาน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม นางสาวสุภัทรา นาคะผิว ด้านสังคม นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ด้านสื่อสารมวลชน นายบุญเลิศ คชายุทธเดช ด้านอื่น ๆ พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ จังหวัดภาคเหนือมี ๒ ท่าน นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ และนายจุมพล สุขมั่น จังหวัดภาคใต้มี ๒ ท่าน นายดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ และนายโกวิท ศรีไพโรจน์ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี ๒ ท่านครับ พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ และนายจิรวัฒน์ เวียงด้าน จังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก มี ๒ ท่าน คือ นายดิเรก ถึงฝั่ง และนายประทวน สุทธิอำนวยเดช ขอผู้รับรองทั้ง ๑๙ ท่านนี้ ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

มีผู้รับรอง เต็มห้องประชุมเลยนะครับ ผมขอท่านเลขาธิการอ่านรายชื่ออีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อความแน่ใจ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ

คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. .... ๑. นายประสาร มฤคพิทักษ์ ๒. นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ๓. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ๔. นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ๕. นางสีลาภรณ์ บัวสาย ๖. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ๗. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ๘. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว ๙. นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ๑๐. นายบุญเลิศ คชายุทธเดช ๑๑. พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ๑๒. นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ๑๓. นายจุมพล สุขมั่น ๑๔. นายดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ๑๕. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ ๑๖. พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ๑๗. นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน ๑๘. นายดิเรก ถึงฝั่ง และ ๑๙. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ต่อไปผมขอเชิญ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช เสนอกรอบกำหนดอำนาจหน้าที่ และกำหนดเวลาทำงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ เชิญครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ใคร่ขอกราบเรียนเสนอ กรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งมีหน้าที่ในการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาในวาระที่หนึ่ง และลงมติว่า จะรับหลักการหรือไม่ ถ้าที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติรับหลักการก็จะตั้งกรรมาธิการ หรือใช้คณะกรรมาธิการเต็มสภาก็ได้ สำหรับกรอบเวลาในการทำงานนั้นก็คงจะได้ไปหารือกัน โดยใคร่ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. .... นัดประชุมครั้งแรก ในวันพุธที่ ๒๒ ตุลาคม เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา คือวันพรุ่งนี้ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ หมายเลข ๒๒๐ ครับผม

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณมากครับ ๑๕ วันพอไหมครับ พลเอก เลิศรัตน์ครับ

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

ครับผม

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ครับผม แสดงว่า พอนะครับ โอเคครับ ตกลง ๑๕ วันนะครับ คราวนี้ก็หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว มีสมาชิกท่านใดจะเสนอเรื่องอะไรอีกไหมครับ คุณวิริยะเสนอก่อนครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ก็ได้อภิปรายกันมานาน แล้วก็มีหลายท่านเสนอเอาไว้แล้วว่าน่าจะลงมติไปเลยว่าระยะเวลา ๑๕ วัน จะนับตั้งแต่วันนี้ หรือนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ ผมว่าไม่ต้องไปโยนภาระให้ชุดอื่น เดี๋ยวก็ต้องโยนกลับมาตีความอีก ผมว่าก็อภิปรายไปเยอะแล้วก็ลงมติไปเลยนะครับ ท่านประธาน จะใช้วิธียกมือหรืออะไรก็ได้ มันก็แป๊บเดียวนะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

อาจารย์บวรศักดิ์ เชิญครับ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บวรศักดิ์ครับ ขออนุญาตกราบเรียนเสนอว่า ที่ท่านสมาชิกเสรี สุวรรณภานนท์ ตั้งข้อสังเกตนั้น คณะกรรมาธิการกิจการ สปช. ชั่วคราว ควรจะรับไปดำเนินการ แล้วไม่จำเป็นจะต้องลงมติตีความรัฐธรรมนูญ เพราะลงมติตีความก็ไม่ถึงที่สุดยุติ ที่นี่ชี้ขาด อะไรไม่ได้ทั้งสิ้นในทางรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นมอบคณะกรรมาธิการชุดนั้นไปเถอะครับ แล้วเราก็รู้แล้วว่าถ้าอยากจะดำเนินการให้เสร็จในวันที่ ๒๙ อย่างที่ท่านสมาชิกบางท่าน อยากจะให้เป็น แล้วก็คิดว่าดีกว่า ก็ดีครับ เพราะเหตุว่ามันก็เร็ว นับจากวันนี้ถึงวันที่ ๒๙ นั้น ก็ไม่ถึง ๘ วัน แต่ว่าเราจะไปลงมติแล้ว คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ คสช. เขาไม่ถูกผูกมัดโดยมติเรานะครับ แล้ววันนี้คณะรัฐมนตรี โฆษกรัฐบาลแถลงแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ว่าคณะรัฐมนตรีและ คสช. เขาจะประชุมร่วมกันในวันที่ ๔ พฤศจิกายน เพื่อจะเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนของคณะรัฐมนตรีและของ คสช. แต่สภาแห่งนี้จะเลือกให้เสร็จก่อนวันที่ ๒๙ ก็ไม่มีข้อห้ามอะไรครับ ผมก็ว่าดีด้วยซ้ำไปก็ทำได้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงมติตีความใด ๆ กันทั้งสิ้นครับ เพราะลงไปก็ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ควรจะทำให้เสร็จในวันที่ ๒๙ นั้นเป็นสิ่งที่สมควรครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

ขอบคุณครับ ก็มอบหมายให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) รับไปดำเนินการ นะครับ เชิญครับ ท่านที่ยกมือ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

กราบเรียนท่านประธาน ผม บุญเลิศ คชายุทธเดช กระผมขอกราบเรียนว่าเพื่อให้การทำงานของท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ๒๕๐ ท่านดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาในการที่เราจะมาหา ข้อสรุปในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้นผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนเสนอ ในที่ประชุมนี้ว่า ในการประชุมของคณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) หรือวิปที่จะเริ่มประชุมกันพรุ่งนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกานั้น ผมขอให้ได้ช่วยพิจารณาว่า เราน่าจะมีการประชุมปรึกษาหารือกันที่เรียกว่านอกรอบโดยไม่ชักช้า เพื่อเราจะได้ทำงานกัน ไปตามแนวที่เราจะหาข้อสรุปร่วมกัน แล้วเราใช้เวลาในที่ประชุมแห่งสภานี้ให้เกิดประโยชน์ และพิจารณาเรื่องในเรื่องหลัก ๆ ในเรื่องสำคัญ ๆ ซึ่งประชาชนเฝ้าติดตามดูเราอยู่ว่าเวลาที่ ผ่านไปแต่ละนาทีแต่ละชั่วโมงนั้น เราอภิปรายเราประชุมกันเรื่องอะไรบ้าง ผมกราบเรียน เสนอฝากไปยังท่านประธานเทียนฉาย รองประธานทั้ง ๒ ท่าน และคณะกรรมาธิการ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบในที่ประชุมไปเมื่อสักครู่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ประธานชั่วคราว

เรื่องนี้ได้มอบให้ คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) รับไปดำเนินการแล้วนะครับ ก่อนปิดประชุมผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ร่วมมือเป็นอย่างดี และเพื่อให้ การดำเนินการภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจำเป็นที่สมาชิกต้องผนึกกำลังเป็น น้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน วันนี้หมดระเบียบวาระ การประชุมแล้วนะครับ ส่วนจะมีการประชุมอีกเมื่อใดเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติจะได้ นัดหมายให้ทราบต่อไป และในวันนี้หลังจากเลิกประชุมแล้วขอเชิญท่านสมาชิกที่มาประชุม ทุกท่านไปร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยสำนักงานได้จัดรถรับส่งท่าน ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ๑ ขอขอบคุณสมาชิก ทุกท่านครับ ผมขอปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา