ทัศนา บุญทอง หารือเรื่องประวัติของตนเอง และความเชื่อในการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการมีข้อมูลรอบด้าน การสื่อสารกับประชาชน และการพบปะประชาชน เพื่อให้ได้รับความร่วมมือในการปฏิรูปประเทศ
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติแล้วก็ขอกราบขอบพระคุณที่ได้มีการ เสนอชื่อดิฉันให้เป็นผู้สมควรได้รับการพิจารณาเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ดิฉันขออนุญาตที่ประชุมนี้เพื่อที่จะเรียนข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของตัวเองอย่างย่อ แล้วก็ความเชื่อของดิฉันในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองประธาน หากว่าได้รับเลือกนะคะ ดิฉันชื่อ นางสาวทัศนา บุญทอง ค่ะ ดิฉันเป็นคนปักษ์ใต้โดยกำเนิด ดิฉันเกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา การศึกษาชั้นต้นของดิฉันเรียนที่โรงเรียนสตรีพุทธนิคมซึ่งเป็นโรงเรียนของ ท่านคุณครูธรรมทาส พานิช ซึ่งเป็นน้องชายของท่านพุทธทาส ตัวดิฉันเองและครอบครัว คือคุณพ่อคุณแม่นั้นเป็นศิษย์ของหลวงพ่อพุทธทาสตั้งแต่เล็กนะคะ และได้รับการสนับสนุน ให้มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งได้จบระดับเตรียมอุดมศึกษาที่โรงเรียนสตรีวิทยา หลังจากที่จบชั้นเตรียมอุดมศึกษาแล้วได้สอบเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสาขาพยาบาลศาสตร์ ที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลก็คือมหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบันค่ะ ดิฉันจึงเป็นพยาบาล และผดุงครรภ์โดยวิชาชีพค่ะ ดิฉันได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาต่อเพื่อกลับมาเป็นอาจารย์ที่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คือที่ที่ดิฉันสำเร็จการศึกษามานะคะ โดยได้ศึกษาต่อ ในคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จในปี ๒๕๑๑ แล้วก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ดิฉันรับราชการในคณะนี้จนกระทั่งเกษียณอายุราชการค่ะ ในทางการเมืองดิฉันได้มีโอกาส ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๓๔ และได้รับ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๙ และอีกครั้งหนึ่งที่ดิฉัน ได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภาในปี ๒๕๕๑ ค่ะ และโดยที่ในช่วงปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๔ ดิฉันได้รับเกียรติไว้วางใจจากเพื่อนสมาชิกเลือกให้ทำหน้าที่เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง จนครบวาระในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และได้รับการสรรหาให้กลับมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา อีกครั้งหนึ่งจากปี ๒๕๕๔ ถึงปี ๒๕๕๗ ค่ะ สำหรับแนวคิดของดิฉันในการทำหน้าที่ ในสภาปฏิรูปแห่งชาตินี้ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านคงจะมีความเชื่อเหมือนกับตัวดิฉันที่ว่า เราอยากเห็นบ้านเมืองของเราเป็นสังคมคุณภาพ เป็นสังคมแห่งสันติสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิต มีความกินดีอยู่ดี แล้วก็ชนชั้นกลางเป็นประชาชนกลุ่มใหญ่สุดของประเทศ คือเราอยากจะ เห็นอย่างนั้นในอนาคต ประชาชนมีความเท่าเทียมกันและเสมอภาค มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับการพิทักษ์ ได้รับการคุ้มครองสิทธิ มีความยุติธรรม มีความเป็นธรรม พลเมืองเป็นคนดีมีศีลธรรม นั่นคือสังคมที่เราอยากจะเห็น ในวันข้างหน้า เราตระหนักว่าสังคมไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤติซึ่งหลายฝ่ายก็เห็นพ้องกันว่า ต้องมีการปฏิรูป ทีนี้เราจะปฏิรูปอย่างไรนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราซึ่งได้รับมอบหมายมา ถือว่าเป็นภารกิจเกียรติยศที่เราได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ ซึ่งในการปฏิรูปจะสำเร็จได้ ดิฉันเชื่อว่าต้องมาจากความร่วมมือร่วมใจของพวกเรา และของทุกภาคส่วนในสังคม ดิฉันอยากจะเรียนว่าคงจะต้องเริ่มจากพวกเราในห้องประชุมนี้นี่เองเป็นเบื้องต้น ดิฉันมีความเชื่อคล้าย ๆ กับหลาย ๆ ท่านที่ได้กล่าวมาแล้วว่า เราเป็นผู้แทนที่ได้รับเลือก เข้ามาเพื่อที่จะให้ทำหน้าที่เสนอแนะแนวทางในการปฏิรูป เราคงจะได้นำความรู้ ความสามารถทั้งหมดที่เรามีอยู่มาร่วมกัน คงจะไม่จำเป็นว่าใครจะมาจากที่ไหน แต่ว่าเรานำ ประสบการณ์หลากหลายที่มีอยู่มาทำงานร่วมกัน ต้องรวมใจกันเป็นหนึ่งที่จะมุ่งมั่นทำภารกิจนี้ ให้สำเร็จ ให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมมือกับเราด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องมีข้อมูลที่รอบคอบ รอบด้าน โดยการรับฟังให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมและมากที่สุดจาก ทุกภาคส่วน การสื่อสารกับประชาชนให้เกิดความเข้าใจว่าสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องทำนั้น จะเกิดผลดีอย่างไร เพื่อที่จะทำให้เราได้รับความร่วมมือ เพราะฉะนั้นภารกิจในเรื่อง ที่จะต้องสื่อถึงประชาชน และการพบปะประชาชน จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคน มีภารกิจร่วมกัน ตามกรอบเวลาที่จะต้องทำงานนี้ เมื่อครู่นี้ท่านอาจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ก็ได้กล่าวแล้วว่าเรามีเวลาค่อนข้างสั้นมาก ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ได้กำหนดไว้ เราโชคดีที่ไม่ต้องตั้งต้นที่ศูนย์ เพราะว่าเรามีข้อมูลพื้นฐานอยู่ส่วนหนึ่ง แล้วที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมก็ดี รวมทั้งข้อมูลแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งมีท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ได้ทำไว้ รวมทั้งข้อมูลจากเอกสารหลัก และเอกสารมติสมัชชาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ คสป. เมื่อสมัยนั้น ซึ่งมีท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ได้ทำไว้ ก็เป็นข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งเราสมาชิกสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ หาข้อมูลเพิ่มเติมให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น ในทุกด้านแล้วนำมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อที่จะหาแนวทางในการปฏิรูปแล้วก็เสนอแนะในด้าน ต่าง ๆ ๑๐ ด้าน รวมทั้งด้านอื่น ๆ หากเราจะคิดว่ามันจะมีอะไรอย่างอื่นอีกบ้างก่อนเสนอ ไปยังคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งเสนอไปยังคณะกรรมการ คสช. รวมทั้ง การนำเสนอประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะ พิจารณาดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมต่อไปนะคะ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นภารกิจ ที่เราจะต้องทำร่วมกัน ดิฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่เราคงจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน หากว่าตัวดิฉันเอง ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันจะปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญ ได้กำหนดไว้ แล้วก็ท่านอาจารย์ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งเป็นท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ได้กล่าวแล้วเมื่อครู่นี้ ดิฉันจึงมีหน้าที่ในการที่จะช่วยปฏิบัติภารกิจของ ท่านประธานและรองประธานทำภารกิจที่ได้กำหนดไว้ โดยการส่งเสริมสนับสนุน และหาแนวทางให้สมาชิกได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด แล้วก็ร่วมมือกันกับท่าน ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ที่จะได้มาซึ่งแนวทางในการปฏิรูปที่ดีที่สุด รวมทั้ง สิ่งที่ดิฉันยึดมั่นและยึดถือมาตลอดชีวิตนั้นก็คือดิฉันจะรับฟังความเห็นของสมาชิกทุกท่านค่ะ ดิฉันจะเป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติของสมาชิกทุกท่าน ไม่ใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งค่ะ ดิฉันจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มีใจเป็นธรรมแล้วก็มีความยุติธรรม และดิฉัน ขอยืนยันว่าดิฉันจะยึดมั่นในผลประโยชน์ของส่วนรวมและประชาชนเป็นที่ตั้งค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวนะคะที่ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับ การพิจารณาเป็นรองประธาน คนที่สอง ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งสภานี้มีสตรีเพียง ๓๖ คน แค่นั้นเองค่ะจาก ๒๕๐ คน ดิฉันจึงขอโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำหน้าที่อันสำคัญนี้นะคะ ดิฉันต้องขอจากผู้ชายด้วยนะคะว่าท่านสนับสนุนสตรีด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ