สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

ประชา เตรัตน์ กล่าวถึงประวัติและประสบการณ์ของตนเอง และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นกลางและปราศจากอคติในการปฏิบัติหน้าที่ และการดำเนินงานของสภา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของระเบียบและข้อบังคับในการประชุม

นายประชา เตรัตน์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประชา เตรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดชลบุรี หมายเลขที่ ๑๒๕ ขออนุญาตนำเรียน ประวัตินิดหนึ่ง ส่วนตัวนั้นก็เป็นคนจังหวัดชลบุรี อาศัยวัดตั้งแต่เด็ก เพราะถ้าไม่ได้อยู่วัด จะไม่ได้เรียนหนังสือนะครับ ก็ได้เห็นวิถีชีวิตของคนยากคนจนที่ถูกทั้งทางราชการ ถูกทั้งผู้มีอิทธิพลรังแกมามาก ดังนั้นตั้งแต่กระผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ มีเข็มมุ่งความตั้งใจต้องการที่จะเป็นนายอำเภอ เพราะทราบจากผู้หลักผู้ใหญ่ว่านายอำเภอนั้น จะเป็นมือปราบพวกทำไม่ดีทั้งหลายได้ ก็ได้มีโอกาสมาเป็นนายอำเภอตามฝัน แต่ว่าเลยขึ้นเป็นนายอำเภอก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่จังหวัดนราธิวาสในช่วงที่มีเหตุการณ์ วิกฤติช่วงปี ๒๕๔๗ คือเหตุการณ์ตากใบและเกิดการปล้นปืน ซึ่งเป็นช่วงที่วิกฤติสาหัส อย่างมาก ผมก็ถูกทางราชการให้ไปแก้ปัญหาที่นั่น แล้วก็มีโอกาสพบกับอาจารย์ทัศนา ในการที่ได้ร่วมกันก่อตั้งมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ผมก็มาเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดซ้ำซากจนเบื่อจึงขอย้ายตัวเอง มาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง แล้วก็ในที่สุดก็เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงในช่วงก่อนที่จะเกษียณราชการ วิสัยทัศน์ของการเป็น รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้นที่จริงหน้าที่กำหนดไว้ชัดเจนตามข้อบังคับ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เราใช้ข้อบังคับนี้โดยอนุโลมคือมาตรา ๑๑ ผมคิดว่าหน้าที่ของ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ วิสัยทัศน์ผมคือสนับสนุนและช่วยเหลือท่านประธานสภา ในการอำนวยการบริหารจัดการการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลตามเป้าหมาย มาตรา ๒๗ แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ จากวิชัน (Vision) ตัวนี้นั้นก็แปลงมาเป็นพันธกิจ พันธกิจสำคัญ ที่จะให้บรรลุถึงวิชันที่ได้กล่าวข้างต้นนั้นก็คือในฐานะรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจะต้อง ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ในชีวิตราชการผมตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอจนจบเกษียณราชการเป็น นักปกครองระดับ ๑๐ ถึง ๑๐ ปีเต็ม ๆ ตรวจสอบได้ ผมไม่เคยเทค ไซด์ส (Take sides) พรรคการเมืองพรรคหนึ่งพรรคใดเลยแม้แต่พรรคเดียว ดังนั้นคนทำหน้าที่ตรงนี้นั้นจะต้อง เป็นกลางปราศจากอคติ ๔ เป็นอย่างยิ่ง

ประการที่ ๒ พันธกิจข้อที่ ๒ ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นรองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติก็จะให้โอกาสสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกกลุ่มทุกจังหวัดได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในคราวการประชุม

ประการที่ ๓ ถ้ามีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็คงจะต้องปฏิบัติหน้าที่แทนท่านประธานสภาถ้าท่านประธานสภาไม่อยู่ถึงคราวที่ต้อง ทำหน้าที่เป็นประธานแทนท่านก็คงจะต้องควบคุมกำกับดูแลการประชุม การอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของการประชุมอย่างเคร่งครัด ซึ่งนี่ผมคิดว่า เป็นความจำเป็น เพราะว่าในสภาแต่ละท่านนั้นล้วนแต่สัพพัญญูมีวาทศิลป์ในการพูด ถ้าเราไม่มีระเบียบข้อบังคับแล้วการประชุมหาโอกาสเรียบร้อยได้ยาก แล้วหลาย ๆ ท่าน ผมก็รู้จักดี ทั้งนักวิชาการ ทั้งนักเศรษฐกิจ ทั้งกลุ่มธุรกิจ ภาคการค้า รวมทั้งอดีตข้าราชการ ทั้งหลาย ผมเองก็ได้รู้จักหลาย ๆ ท่านนะครับ ก็ขอโอกาสตรงนี้อย่าไปเลือกเพศหญิง เพศชาย เพราะว่าเราทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันแล้ว

ประการสุดท้ายซึ่งเป็นส่วนสำคัญก็คือผมในฐานะรองประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติถ้าได้รับการพิจารณานะครับ ก็คงจะต้องร่วมกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกกลุ่ม ทุกจังหวัดเพื่อสรุปข้อเสนอแนะในการปฏิรูปประเทศทุกด้าน โดยเฉพาะให้เป็นไปตาม ประมวลกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ จริง ๆ แล้วใน ๑๐ ด้าน เปิดไว้โอเพ่น (Open) ด้านที่ ๑๑ จะหลากหลายมาก ซึ่งผมจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประจำจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัด เพราะบุคคลเหล่านี้นั้นใน ๑๐ ด้านมีคนรับผิดชอบไปหมดแล้ว กลุ่มต่าง ๆ ส่วนด้านที่ ๑๑ ที่โอเพ่นเปิดไว้ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนในทุก ๆ จังหวัด ยังมีปัญหาความเดือดร้อนอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมายซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติประจำจังหวัดต่าง ๆ ท่านจะต้องเข้าไปร่วมมือกับกลุ่มองค์กรเอกชน องค์กร กลุ่มต่าง ๆ ทั้งกลุ่มสตรี ทั้งกลุ่มเกษตรกร ทั้งกลุ่มองค์กรอิสระทั้งหลายในจังหวัดของท่าน ตอนนี้ที่จังหวัดผมที่จังหวัดชลบุรีก็มีองค์กรต่าง ๆ พร้อมแล้วที่จะมาให้ความร่วมมือ เพราะเราคงจะทำงานคนเดียวไม่ได้ เพราะเราเป็นผู้แทนของจังหวัดต่าง ๆ แต่กลุ่มต่าง ๆ ทั้ง ๑๐ ด้านนั้นก็มีความสำคัญ เราจะได้นำข้อเสนอทั้งหลายที่พี่น้องประชาชนจาก แต่ละจังหวัดที่เห็นว่าเป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับด้านใดก็เสนอในด้านท่าน แต่ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับด้านใดในด้านที่ ๑๑ ด้านอื่น ๆ นั้นก็คงจะต้องรับภาระหนักหน่อย สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าเป็นส่วนสำคัญ การแก้การปฏิรูปทั้งหลายนั้น ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวง ในทุก ๆ ด้านจะต้องอยู่บนพื้นฐานให้เกิดเป็นรูปธรรมในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือจะต้องเป็นธรรมและมีความชอบธรรมครับ นี่คือวิชันของผม ที่ขอนำเสนอให้เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ได้พิจารณาครับ ขอบคุณมากครับ