สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

เสรี สุวรรณภานนท์ หารือเรื่องการนับระยะเวลาการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเรียกร้องการชัดเจนและยุติในเรื่องนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่เรากำลัง หารือกันนี้ควรต้องพูดให้สิ้นกระแสความ ควรต้องให้ชัดเจนและยุติ เพราะถือว่าเป็น เรื่องสำคัญเกี่ยวกับงานในกระบวนการที่กำหนดระยะเวลาไว้ แนวความเห็นผมคิดว่า มันก็ต่างกันได้ครับ แต่ความแตกต่างนั้นมันก็ต้องดูว่าที่ถูกต้องคืออะไร อาจจะตีความหมาย ไปได้ครับ อย่างที่ขออนุญาตเอ่ยท่านเลขาธิการได้ให้ข้อมูลกับสภาว่าในเรื่องของการประชุม ครั้งแรกนั้นนี่นะครับ ก็คือวันแรกที่มีการประชุมก็อธิบายได้ แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาสิ่งสำคัญ ในเรื่องของการประชุมวันแรกนั้นไม่ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องของการให้มีการนับระยะเวลา ก็เลยไม่มีข้อถกเถียงหรือไม่มีประเด็น ไม่มีปัญหา พอถึงกำหนดหน้าที่ท่านจะมีหนังสือ เรียกประชุม นัดประชุม ก็ดำเนินการไปนะครับ แต่ในรัฐธรรมนูญที่เรากำลังใช้ อยู่ในปัจจุบันนี้ได้กำหนดถึงวันประชุมหรือวันเรียกประชุมเป็นเรื่องของกระบวนการเริ่มนับ ระยะเวลา นี่คือสาระสำคัญ ถ้าโดยทั่ว ๆ ไปไม่ต้องคำนึงหรอกครับว่ามันจะหมายความว่า อย่างไร แต่สิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติต่อไปนี้ครับ ระยะเวลาที่เกิดขึ้นวันไหนคือวันที่เริ่มนับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านคำนูณก็ให้ความกรุณาในเรื่องของอ้างบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕ ต้องเรียนครับว่ามาตรา ๕ นี้ท่านสมาชิกลองพิจารณาดูนะครับ ประโยคแรก เลยครับ เขียนขึ้นมาว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแต่กรณีใด คือมันต้อง ไม่มีครับมันถึงจะเอาประเพณีการปกครองมาถกเถียงกันต่อไป แต่เรื่องนี้มันมีบัญญัติไว้ นะครับ บัญญัติไว้อยู่ในมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ เรื่องของข้อความหรือกระบวนการครับ เราจะบอกว่าข้อความเขียนเอาไว้ว่า วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรกนั้น ต้องกลับไปดูประเพณีอีก มันก็จะไม่เป็นไปตามมาตรา ๕ ครับ เพราะมาตรา ๕ นั้น ต้องเป็นเรื่องเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด แต่ตอนนี้มันมีครับ มันมีเขียนเอาไว้ชัดเจนนะครับ ซึ่งจริง ๆ ผมไม่อยากมาถกเถียงให้เสียเวลาละครับ ผมรู้ว่าภารกิจของเรามันมีเยอะ แต่เพียงแต่พอดีมันมีประเด็นสำคัญในเรื่องของ การนับระยะเวลาเกิดขึ้น มันจึงควรต้องมีความชัดเจน เพราะว่าแค่เริ่มต้นถ้าเราติดกระดุมผิด ตั้งแต่เม็ดแรกมันจะติดผิดไปทั้งตัวนะครับ แล้วข้อสำคัญมันอาจจะตีความอย่างที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปก็ได้หรืออาจจะ ตีความไปอย่างที่ท่านสมาชิกได้พยายามอธิบายไปก็ได้ แต่ถามว่าแล้วข้อยุติมันอยู่ที่ไหน ถ้าเกิดเราตีความไปเลยเวลาใครจะรับผิดชอบ ถ้ามันเกิดมีประเด็นปัญหาถกเถียงขึ้นมา หยิบยกขึ้นมาว่าสิ่งที่เราทำนั้นขัดกับรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรก เหมือนกับที่ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ได้กรุณายกตัวอย่างนะครับ ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านเป็นเลขานุการกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตอนนั้นผมก็เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย เราร่างรัฐธรรมนูญ จนเสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดครับ แล้วท่านอาจารย์บวรศักดิ์เอง ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านเป็นคนมาอธิบายในที่ประชุมรัฐสภาว่าจัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว แล้วก็ไปถึงตรงคำปรารภที่เว้นเอาไว้ พอเว้นเอาไว้ สมาชิกรัฐสภาท่านก็เก่งครับ ตอนนั้นท่านก็ไม่อยากจะได้รัฐธรรมนูญ ท่านก็บอกว่าส่วนที่เว้นไว้คือยังทำไม่เสร็จ ถ้าท่านอาจารย์บวรศักดิ์จำความได้ที่ท่านยกนะครับ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ก็อธิบายว่า แล้วจะต้องมีการไปเติมกันต่อไปให้มันครบถ้วน ประโยคนี้เท่านั้นเองครับ รัฐสภาช่วงนั้น บอกนี่คือการร่างไม่เสร็จนะครับ เคยเกิดเรื่องมาแล้วครับ เพราะฉะนั้นก็เลยยกตัวอย่าง ผมอาจจะไม่ถูกก็ได้ แต่ผมคิดว่าถ้อยคำนี้มันเขียนไว้ลักษณะอย่างนี้ จะอธิบายไปว่า การนัดประชุมไม่ใช่การเรียกประชุม ความหมายนัดกับเรียกนะครับ ถ้าถามท่านประธาน ผ่านสมาชิกเรียกประชุมกับนัดประชุมความหมายมันต่างกันอย่างไร เรียกให้มาประชุม กับนัดมาประชุมมันก็คือความหมายเดียวกันละครับ ถ้าเราไปตีความเพียงแต่ว่าเรียกกับนัด ต่างกันเลยทำให้ความหมายต่างกัน ผมว่านั่นคือปัญหาอีกแล้ว ผมว่าวิธีดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ผมกลัวจริงครับเรื่องปัญหานี่ เพราะของเราทำอะไรขึ้นมา พอกระบวนการมันพอจะถูกตีความได้มันก็จะเกิดประเด็นขึ้นมาอยู่ตลอด ก็ฝากไว้ แล้วกันนะครับ เพราะยังมีเวลาครับ เวลาตอนนี้ทั้งสภาเอง ทั้งท่านประธานตัวจริงที่จะมา ต่อไปนะครับ ก็คงจะต้องรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้ในระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ผมก็ยังไม่อยากให้ยุติ สรุปว่าเป็นอย่างไรนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่พูดกันวันนี้มันก็จะเกิด กลายเป็นปัญหาในอนาคตข้างหน้า แค่วันแรกเองนะครับยังมีข้อถกเถียงกัน ถึงขนาดนี้นะครับ ก็ไม่อยากให้เป็นปัญหา ก็กราบเรียนตามเหตุผลนะครับ บันทึกไว้ เพื่อจะได้นำพิจารณาให้มันถูกต้องต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ