สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

โกวิท ศรีไพโรจน์ แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินการประชุมสภา โดยเฉพาะการรวบรัดสมาชิกในการหารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าการกระทำนี้ไม่สง่างาม ไม่มีความชอบธรรม และไม่เหมาะสมในการจัดทำกฎหมายที่สำคัญของประเทศ เขายังหารือเรื่องการนับเวลาในการประชุมและข้อผิดพลาดในการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ และเรียกร้องให้ดำเนินการอย่างรวบรัด แต่ยังต้องมีความสง่างาม ความชอบธรรม และความถูกต้อง

นายโกวิท ศรีไพโรจน์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม โกวิท ศรีไพโรจน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลำดับที่ ๑๙ ท่านประธานครับ ภารกิจของพวกเราคือการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ของประเทศชาติ ผมเองอาจจะเป็นข้าราชการอาชีพไม่เคยเข้ามาในสภานี้มาก่อน ผมเองไม่ทราบว่ากระบวนการที่จะมีการประชุมที่เคยจัดทำกันมาในสภานี้ทำอย่างไร การรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะหาข้อยุติก่อนเข้าประชุม ผมก็คิดว่าเป็นสิทธิของแต่ละท่าน ที่จะทำได้ แต่การที่รวมกลุ่มกันข้างนอกแล้วก็ตกลงกันแล้วมารวบรัดในที่ประชุมนั้น โดยเฉพาะการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อจัดทำกฎหมายที่มีความสำคัญที่สุด ของประเทศไทย ทำกันอย่างรวบรัดไม่ได้ครับ ไม่สง่างาม ไม่มีความชอบธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ มีอยู่ ๒ ประเด็น

ประการที่ ๑ ขอทักท้วงการทำงานเมื่อสักครู่นี้ ผมจำได้ว่าท่านประธาน ก่อนที่จะลงจากบัลลังก์ท่านบอกว่าขอให้พักการประชุม ผมก็พักการประชุมตามที่ ท่านประธานว่า แต่ประทานโทษครับยังไม่ทันทำอะไรเลย ก็มีการเรียกให้เข้าไปประชุมย่อย โดยอ้างว่ามีท่านสมาชิกได้เสนอญัตติและมีผู้รับรอง ผมก็ยังไม่ทราบว่าญัตติตรงนั้น มีการดำเนินการอย่างไรกับญัตตินั้นหรือยัง ผมฟังอยู่นะครับเมื่อสักครู่ เพียงแต่ว่า จะตกลงกันอย่างไร แล้วก็พอญัตติเอาอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ถูกต้องสำหรับการดำเนินการในการจัดทำร่างกฎหมาย ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศไทยในลักษณะนี้ นี่ประการที่ ๑ ครับ เพราะฉะนั้น เมื่อสักครู่สมาชิกหลายท่านก็คงเดินตามที่เจ้าหน้าที่พาไป ผมเองผมคงเข้าไปไม่ได้นะครับ เพราะเนื่องจากว่าผมดูแล้วความชอบธรรมมันไม่มีความสง่างามอะไรเลยจากการรวบรัด เช่นนั้นนะครับ นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ยังไม่เป็นข้อยุติก่อนที่ท่านประธาน จะขอพักการประชุม หรือสั่งให้พักการประชุม ผมได้ยกมือแสดงเพื่อจะขออภิปรายเกี่ยวกับ เรื่องของเวลาในการนับ ท่านสมาชิกท่านอาจารย์เสรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ทักท้วง นั่นประการที่ ๑ ท่านสมาชิกอีกท่านหนึ่งคือท่านอาจารย์บวรศักดิ์ก็ให้ความเห็น นั่นก็เป็น อีกประการหนึ่ง ผมเองก็มีความเห็นอีกประการหนึ่งเช่นเดียวกัน

ประการที่ ๓ ครับท่านประธานครับ การร่างกฎหมายหรือการใช้กฎหมายนั้น เป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เราเอาร่างรัฐธรรมนูญ เราเอารัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะเป็นเพียง ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๕๕๗ แม้เป็นฉบับชั่วคราวครับท่านประธาน แต่ก็เป็นกฎหมาย ที่สูงสุดของประเทศนี้นะครับ มีพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยใช้เป็นกฎหมายที่บัญญัติ ไว้สูงสุด และเป็นกฎหมายที่บัญญัติให้พวกเรามาทำหน้าที่ในสภาแห่งนี้ หน้าที่ของเรา ก็เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติหลายประการครับ โดยเฉพาะกำหนดเงื่อนเวลาให้พวกเราทำงานกัน ถ้าหากว่าทำไม่เสร็จตามกำหนดเวลา ก็มีบทแซงชัน (Sanction) ตามมาตรา ๓๘ ยุบเลิกแล้วก็ไปสร้างใหม่ เอาละครับตรงนั้น ไม่เป็นปัญหา ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าในฐานะที่ผมเองเป็นผู้หนึ่งซึ่งเรียนกฎหมายมาเช่นเดียวกัน เรายึดถืออยู่อย่างหนึ่งครับท่านประธานว่ากฎหมายแต่ละคำนั้นมีความหมายเสมอ จะแปลความเอาตามใจชอบหรือรวบรัดตัดความเอาไม่ได้ ท่านเสรี ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านก็ให้ความกรุณาทักท้วงด้วยความละเอียดรอบคอบ ผมก็เห็นด้วย ในขณะเดียวกันท่านอาจารย์บวรศักดิ์ ประทานโทษที่เอ่ยนามอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านก็ชี้แจงมาค่อนข้างชัดเจนว่าท่านเลขาธิการ ประทานโทษด้วยนะครับ ท่านไม่ได้มีอำนาจ ในการเรียกประชุม แต่ท่านนัดประชุมได้ คราวนี้ตรงนี้แหละครับปัญหาของมาตรา ๓๑ วรรคท้าย ผมไม่ติดใจครับ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอความคิดเห็นภายในหกสิบวัน นับแต่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ผมไม่ติดใจ วันนี้เป็นวันประชุมครั้งแรก ไม่ติดใจ ผมติดใจตามมาตรา ๓๒ ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามวรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเรียก เรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติในครั้งแรก ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ท่านเป็นปราชญ์ ทางกฎหมายท่านก็ให้อรรถาธิบายในที่ประชุมแล้วว่าท่านเลขาธิการมีอำนาจนัดประชุมได้ คำถามคือผู้ใดมีอำนาจ เรียกประชุมครับท่านประธานครับ กรณีนี้ผมก็มาพลิกบทบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญนี้ทั้งหมด แม้กระทั่งการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ไม่ได้มีบัญญัติไว้ เกี่ยวกับเรื่องของคำว่า เรียกประชุม เพราะฉะนั้นมันก็เกิดปัญหาย้อนกลับมาที่มาตรา ๕ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้น เป็นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เมื่อท่านเลขาธิการไม่มีอำนาจเรียกประชุม คำถามคือผู้ใดมีอำนาจ เรียกประชุมครับ การจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์ ผิดพลาดไม่ได้ แม้แต่นิดเดียว เราต้องใช้รัฐธรรมนูญที่เรากำลังจะต้องทำต่อไปในอนาคตนี้บังคับใช้แก่ คนทุกคนที่อยู่ในราชอาณาจักรนี้ การทำงานอย่างรวบรัด อ้างว่าเวลากระชั้นชิดอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องมีความสง่างาม มีความชอบธรรม มีความถูกต้องด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมไม่ใช่นักการเมือง เก่าจะใช้วิธีการอย่างไรไปคุยกันอย่างไร ตกลงกันแล้วมารวบรัดในห้องประชุมนี้ ถ้าจะทำ อย่างนั้นก็ขอให้เป็นการประชุมในลักษณะอื่นเถอะครับ อย่าทำในการประชุม ที่มีวัตถุประสงค์ หรือมีภารกิจในการจัดทำกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในประเทศนี้เลย ผมฝากเรียนท่านประธานแค่นี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ