สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗

เสรี สุวรรณภานนท์ หารือเรื่องกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอแนวทางในการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ โดยแบ่งออกเป็น 2 คณะ และแบ่งออกเป็น 4 ภาค เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติ และเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการกรอกแบบสอบถามประวัติและคุณสมบัติของสมาชิกที่ประสงค์เป็นกรรมาธิการ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องกราบเรียนท่านประธานเป็นลำดับ ตามที่ท่านประธานได้กรุณาบอกว่าภารกิจเรามี ๒ ด้าน แต่ฟัง ๆ ดูมันเหมือนกับมี ๓ ด้าน ๑. ก็คือเมื่อสักครู่พูดถึงเรื่องกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะให้ได้มาได้อย่างไรตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ นะครับ เรื่องที่ ๒ คือ เรื่องการตั้งกรรมาธิการไปจัดทำข้อบังคับ การประชุม เพราะว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ เรื่องที่ ๓ ที่ท่านประธานพูดว่าจะต้องมี กรรมาธิการเหมือนกับกิจการสภาชั่วคราวว่าจะหาบุคคลมาทำงานชั่วคราวในขณะนี้ ได้อย่างไร ฟัง ๆ เหมือนกับจะมี ๓ เรื่องสำคัญในขณะนี้นะครับ เรื่องแรกนะครับ เรื่องกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปตั้งแต่แรกแล้วนะครับ เรื่องระยะเวลาที่มีการนับเวลากัน ว่าจะให้มีกรรมาธิการตามมาตรา ๓๒ นะครับ ที่จะมา ยกร่างรัฐธรรมนูญนับตั้งแต่วันที่เท่าใด ซึ่งในวรรคสองนี้นะครับก็ได้บัญญัติไว้ว่า ให้นับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นครั้งแรก ตอนนี้มันก็มีประเด็นขึ้นมาว่าคำว่า วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ นี่นะครับ เมื่อมีการเรียกนี่วันไหนนะครับ ซึ่งข้อความดังกล่าวนี้มันแตกต่างจาก มาตรา ๓๑ วรรคสาม ว่าวันที่ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๖๐ วัน รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้นับแต่วันที่มีการประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก นี่คือข้อความที่มันแตกต่างกัน ซึ่งถ้าหากว่าผู้ที่ร่างขึ้นมา นี่นะครับ มีเจตนาว่าจะให้มีความหมายเหมือนกัน ผมคิดว่ามันก็ต้องเขียนในรัฐธรรมนูญ ข้อความเดียวกัน แต่เมื่อเขียนต่างกันนี่นะครับ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓๒ วรรคสอง ที่บอกว่านับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรกนี่นะครับ ก็วันที่เรียกประชุมไปดูที่ไหน ก็ไปดูหนังสือที่ท่านเลขาธิการมีหนังสือแจ้งไปนี้ว่าลงวันที่ ๑๕ ตุลาคมที่ผ่านมา ถ้าหากว่าจะดูตามลายลักษณ์อักษรนะครับ อย่าไปตีความตามเจตนารมณ์ เพราะเจตนารมณ์บางทีถ้ามันขัดกับลายลักษณ์อักษรมันก็ต้องเอาลายลักษณ์อักษรเป็นหลัก เมื่อระยะเวลาถ้าดูไปดูมาหาวันไหนที่มีความชัดเจนที่สุดก็คือวันที่ ๑๕ ตุลาคม ถ้าวันที่ ๑๕ ตุลาคมเริ่มนับเป็นวันแรกมันจะครบ ๑๕ วัน ก็คือวันที่ ๒๙ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ปัญหาก็คือว่าระยะเวลาที่เราเหลืออยู่มันก็กระชั้นชิดหายไปประมาณ ๗ วัน ถ้าหากว่าหายไป ๗ วันแล้วก็เหลืออีกประมาณ ๗ หรือ ๘ วันนี่นะครับ ผมว่าเป็นภาระหน้าที่ที่สภาเราควรจะต้องรักษาความปลอดภัยไว้ก่อน อย่าไปตีความไป ในแนวทางที่มากกว่าวันที่ ๒๙ ถ้าหากว่าวันที่ ๒๙ เป็นหลักนี่นะครับ เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้ถูกตีความเป็นอย่างอื่นและทำให้สิ่งที่เราต้องทำหน้าที่ต่อไปนั้นเกิดปัญหา หรืออาจจะตกไป ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ถ้ามีท่านประธานเทียนฉาย ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้รับการโปรดเกล้าฯ และมาทำหน้าที่แล้วเราก็สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้นะครับ ซึ่งวิธีการที่จะได้กรรมาธิการ ๒๐ คน จริง ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก ถ้าท่านจะเริ่มตั้งแต่ ตอนนี้นะครับ ท่านก็ให้สำนักงานเลขาธิการ ช่วยกรุณาทำเป็นแบบสอบถาม ใส่ข้อมูล ใส่ประวัติ ใส่คุณสมบัติ ใส่เงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญห้ามไว้ แล้วก็ให้แต่ละท่านที่ประสงค์จะเป็น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ก็ลงชื่อมา อันนี้ก็ได้รายชื่อ เบื้องต้นแล้ว ผมก็เชื่อนะครับว่าเท่าที่ฟังดูมันก็น่าจะเกิน ๒๐ คนอยู่แล้ว ถ้าเกิน ๒๐ คน มันก็ไม่ง่ายแก่การตัดสินใจ ก็คือท่านก็อาจจะเอาประวัติข้อมูลทั้งหลาย ประสบการณ์ ทั้งหลายให้กรอกลงไปด้วยแล้วก็แจกสมาชิก สมาชิกก็ไปดูประวัติแต่ละคนทำงาน ทำหน้าที่อะไรมา ดูแล้วมีความรู้ความสามารถที่จะเลือกได้ ถ้าเกิน ๒๐ คนนี่นะครับ ก็มาเลือกในที่ประชุมแห่งนี้ ในสภาก็เคยทำรายชื่อเลือกกันหลาย ๆ คนอย่างนี้มาแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่ยุ่งยาก ใส่รายชื่อมาเลยทั้งหมดกี่คนแล้วก็ให้มาติ๊กเอา ใครได้จำนวนมากสุด ก็ได้เป็นกรรมาธิการยกร่างไป ๒๐ คน อย่างนี้มันก็คือกระบวนการที่ผมจะกราบเรียนว่า มันไม่ได้ยุ่งยากที่ต้องใช้เวลามากและไม่ต้องไปกังวลใจว่าเราจะทำเกินเวลากว่าที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ กำหนดไว้ อันนี้เพื่อความสบายใจนะครับว่าท่านสามารถที่จะทำภายใน ระยะเวลาดังกล่าวได้ แต่ถ้าหากว่าท่านไปตั้งกรรมาธิการอย่างที่ท่านประธานได้เรียนต่อ ที่ประชุมสักครู่นี้นะครับว่าต้องไปตรวจสอบประวัติของสมาชิกแต่ละท่านอีกนี่นะครับ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องยุ่งยากอีกนะครับว่าท่านจะตรวจกันอย่างไร สมาชิกทุกคนก็รู้แล้ว เข้ามาที่นี่มีคุณสมบัติอย่างไร ตัวเองก็รู้ตัวเองอยู่แล้วว่ามีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมว่าประเด็นนี้ถ้าไปตั้งกรรมาธิการมันจะยุ่งยาก ท่านก็ไม่ต้องไปตั้งหรอก ผมขออนุญาต เสนอว่าในส่วนจะไปตรวจสอบประวัติของคนที่จะเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านตรวจสอบโดยทำแบบฟอร์มให้สมาชิกท่านกรอกรับผิดชอบตัวเองนะครับ ถ้าหากว่า มันเกิดอะไรขึ้นท่านกรอกมามันก็รับผิดชอบดีที่สุดกว่าที่คนอื่นมาตรวจด้วยซ้ำไปนะครับ

เรื่องที่ ๒ ในเรื่องเกี่ยวกับกรรมาธิการที่จะยกร่างข้อบังคับ เท่าที่ทราบ ท่านสมาชิกส่วนหนึ่งก็ได้มีการประชุมหารือกันไปแล้วนอกรอบกันมาตั้งแต่หลายท่านที่ เสียสละมาก ผมว่าก็เอาแนวทางอย่างที่ทำกันมานะครับ ท่านตกลงกันมาว่าจะพักกันสัก ครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงหนึ่ง แล้วก็ให้แต่ละคณะไปคุยกัน รวมถึงคณะกรรมาธิการกิจการ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) นี้ด้วย ท่านก็เอา ๒ คณะนี้ ๒ เรื่องนี้ เดี๋ยวพักประชุมสักครึ่ง ชั่วโมงหรือชั่วโมงก็แล้วแต่นะครับ แล้วในแต่ละคณะ แต่ละด้านที่ท่านมีอยู่เดิมแล้วนะครับ จะได้มาบริหารจัดการได้ง่าย ก็ไปตกลงกันว่าในส่วนใครจะเป็นคณะกรรมาธิการ ยกร่างข้อบังคับก็เสนอมา ใครจะมาเป็นกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (ชั่วคราว) ก็เสนอมา อย่าให้ซ้ำคนกัน รวมถึงแบ่งในส่วนของแต่ละจังหวัด ที่ฟัง ๆ ดูเหมือนกับแบ่ง ออกเป็น ๔ ภาคอะไรนี่นะครับ ถ้าท่านสมาชิกไม่ขัดข้องก็ทำตามรูปแบบที่ท่านสมาชิก สละเวลาไปทำไว้ล่วงหน้าแล้วนะครับ เอามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แล้วเดี๋ยวพักไป ประชุมก็เอาเรื่องเหล่านี้เข้ามาประชุม ให้ที่ประชุมอนุมัติรายชื่อทั้ง ๒ คณะนี้ มันก็จะง่ายและ สะดวกรวดเร็วด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ