พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา หารือเรื่องการปฏิญาณตนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และนำเสนอวีดิทัศน์เกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานและภารกิจเร่งด่วนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยหารือเรื่องการเลือกประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และอธิบายอำนาจหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และขอให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอบุคคลเพื่อเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน และเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน และเสนอชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ
เชิญนั่งครับ
ระเบียบวาระที่ ๑.๒ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งกล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุม ก่อนที่จะมีการกล่าวคำปฏิญาณตน ผมขอเรียนที่ประชุมว่าถึงแม้จะไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือข้อบังคับกำหนดไว้ เกี่ยวกับการปฏิญาณตนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อรักษาแบบธรรมเนียมประเพณี ที่ดีงามก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ควรกล่าวคำปฏิญาณตนก่อน ผมจึงขอเชิญท่านสมาชิก โปรดยืนขึ้นเพื่อกล่าวปฏิญาณตน โดยผมจะกล่าวนำและท่านโปรดระบุชื่อของท่านด้วย ในตอนต้น
(สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่ และได้มาประชุมในวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ ประธานชั่วคราวได้กล่าวนำพร้อมกัน)
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ”
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการเลือกประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขออนุญาต ที่ประชุมเพื่อให้ท่านสมาชิกได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานและภารกิจเร่งด่วน ของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติประมาณ ๕ นาทีนะครับ คงไม่มีสมาชิกท่านใดขัดข้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ขอเชิญเจ้าหน้าที่ นำเสนอวีดิทัศน์ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
“............... : สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับมอบหมายให้ ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติขอแสดงความยินดีกับทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อปฏิบัติ หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ในการนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงกรอบการดำเนินงานและภารกิจเร่งด่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยสังเขป ดังนี้
๑. อำนาจหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ
๒. การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
๓. ภารกิจเร่งด่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ
๔. การเลือกประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ
สภาปฏิรูปแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ดังนี้
๑. ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป ในด้านต่าง ๆ จำนวน ๑๑ ด้าน ได้แก่ ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคม และด้านอื่น ๆ เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัติหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นใช้บังคับ ให้จัดทำ ร่างพระราชบัญญัติเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป
ในกรณีที่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินหรือร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป
๒. เสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ
๓. พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้น
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อมีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งแรกในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ แล้ว ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติต้องประกาศแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน ๓๖ คน ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่ วันที่มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นไปตามขั้นตอนและ กรอบระยะเวลาสูงสุดตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนี้
ขั้นตอนที่ ๑ สภาปฏิรูปแห่งชาติต้องเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗
ขั้นตอนที่ ๒ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะจากสภาปฏิรูป แห่งชาติ แล้วเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘
ขั้นตอนที่ ๓ สภาปฏิรูปแห่งชาติต้องพิจารณาเสนอแนะหรือให้ความเห็น ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ วันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘
ขั้นตอนที่ ๔ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติอาจยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ สภาปฏิรูปแห่งชาติเสร็จสิ้นการพิจารณาตามขั้นตอนที่ ๓ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ขั้นตอนที่ ๕ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาคำขอแก้ไข เพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ครบกำหนดยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘
ขั้นตอนที่ ๖ สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาและมีมติให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ จากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘
ขั้นตอนที่ ๗ เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติมีมติ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๘ รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งหมดประมาณ ๓๑๙ วัน
ดังนั้น เมื่อมีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรกแล้ว สภาปฏิรูปแห่งชาติ มีภารกิจเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ดังนี้
๑. สภาปฏิรูปแห่งชาติต้องเสนอบุคคลเพื่อเป็นกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติจำนวน ๒๐ คน เมื่อรวมกับประธาน คณะกรรมาธิการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอจำนวน ๑ คน และกรรมาธิการ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติเสนอจำนวน ๕ คน คณะรัฐมนตรีเสนอจำนวน ๕ คน คณะรักษาความสงบแห่งชาติเสนอจำนวน ๕ คน ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน ๓๖ คน เพื่อให้ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติประกาศแต่งตั้งภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีการเรียกประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนด ในวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
๒. สภาปฏิรูปแห่งชาติจะต้องเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗
การเลือกประธานและรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เนื่องจากสภาปฏิรูป แห่งชาติยังไม่ได้ตราข้อบังคับการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้นใช้บังคับ จึงต้องนำข้อบังคับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาใช้บังคับกับการเลือกประธาน และรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยอนุโลม ดังนี้
การเลือกประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อได้ ๑ ชื่อ และต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๑๐ คน กรณีมีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือก กรณีมีการเสนอชื่อมากกว่า ๑ ชื่อ ให้มีการลงคะแนนเป็นการลับ ทั้งนี้ การเลือกรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติให้ใช้วิธีการเช่นเดียวกับการเลือกประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ
จากภารกิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติดังกล่าวที่จะต้องใช้ระยะเวลา ในการดำเนินการเกือบ ๑ ปีนั้น สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติจะปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ภารกิจ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน”
ต่อไปเป็นการพิจารณา ระเบียบวาระที่ ๒ นะครับ คือเลือกประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ