รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ป้ที่ ๔
ครั้งที่ ๓๑ (สมัยสามัญประจําป้ครั้งที่สอง) เปึนพิเศษ
วันอังคารที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๖
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบ วาระจํานวน ๒ เรื่อง
เรื่องแรก รับทราบเรื่องการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้วยได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐ คน และได้มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลาออก จากการเปึนสมาชิกพรรคการเมือง จํานวน ๒ คน ดังนี้ ๑. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด พรรคพลังประชารัฐ ๒. นายชัยวัฒน์ เปัาเป้ืยมทรัพย์ พรรคพลังประชารัฐ ๓. นายสาธิต อุยตระกูล พรรคพลังประชารัฐ ๔. พันตํารวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา พรรคพลังประชารัฐ ๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์ พรรคพลังประชารัฐ ๖. นายสมบัติ อํานาคะ พรรคพลังประชารัฐ ๗. นายสมพงษ์ โสภณ พรรคพลังประชารัฐ ๘. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ พรรคประชาธิปัตย์ โดยทั้ง ๘ ท่าน มีผลนับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๙. นายพยม พรมเพชร พรรคพลังประชารัฐ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๑๐. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พรรคพลังประชารัฐ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๑๑. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ขอลาออกจากการเปึนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๑๒. นายศาสตรา ศรีปาน ขอลาออกจากการเปึนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จึงเปึนผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๒ คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) และ (๘) ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด เท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้มีจํานวนทั้งหมด ๔๐๕ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๐๓ คน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ
เรื่องที่ ๒ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๖ สมัยสามัญประจําป้ ครั้งที่ ๒ วันอังคารที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาและลงมติไม่เห็นชอบให้มีการออกเสียงประชามติตามญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีดําเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียง ประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เปึนผู้เสนอ) จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ
เรียนท่าน สมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุม เพื่อขอนําระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จํานวน ๒ เรื่อง ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนัก จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่น หรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดําเนินการตามนี้นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จํานวน ๒ เรื่อง
๑. คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรขอขยายเวลาการพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรม เรื่องร้องเรียนที่ ๔๑ และ ๔๒ ออกไปอีก ๑๓ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๖
ด้วยคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือขอขยายเวลา การพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม เรื่องร้องเรียนที่ ๔๑ และ ๔๒ เนื่องจากอยู่ในระหว่าง ยื่นคําชี้แจง ทําให้คณะกรรมการจริยธรรมไม่สามารถพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จ ดังนั้นจึงได้มีมติขอขยายเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๑๓ วันนับตั้งแต่ วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการทํางานของคณะกรรมการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรขยายเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียนออกไปตามที่ร้องขอนะครับ
๒. คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรขอขยายเวลาการพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรม เรื่องร้องเรียนที่ ๓๐ ออกไปอีก ๒๑ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๖
ด้วยคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือขอขยายเวลา การพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม เรื่องร้องเรียนที่ ๓๐ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิจารณา แสวงหาพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการจริยธรรม ดังนั้นจึงได้มี มติขอขยายเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๖ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการทํางานของคณะกรรมการ จะมีสมาชิกท่านใด เห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรขยายเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียนออกไปตามที่ร้องขอ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ ไม่มี
เรื่องด่วน
พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปราม การทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ต่อไปผมขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วม ชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับ ๑. นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ๒. นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อํานวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในฐานะ ผู้อํานวยการสํานักงานปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย ๓. พลตํารวจเอก ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ๔. พลตํารวจโท นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ๕. พลตํารวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสํานักกฎหมายและคดี สํานักกฎหมายและคดี เชิญผู้ชี้แจงเข้าประจําที่เลยนะครับ
(ผู้แทนจากหน่วยงานภายนอกเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
ต่อไปขอเชิญ ท่านผู้เสนอได้แถลงเหตุผล เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธาน ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขอเสนอพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกัน และปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยขอนําเรียนดังนี้
กระทรวงยุติธรรมได้ผลักดันกฎหมายเพื่อปัองกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทําให้บุคคลสูญหาย โดยเริ่มตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ กระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้รับผิดชอบพระราชบัญญัติมีความพร้อมและมีความตั้งใจจริง
ในการผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ไม่ว่าจะเปึนการจัดตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อน พ.ร.บ. เพื่อจัดทําระเบียบแนวทางการดําเนินงานตาม พระราชบัญญัติ การเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดทําคู่มือการตีความและคู่มือ การปฏิบัติงาน รวมทั้งการสร้างการรับรู้แก่ทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตามกระทรวงยุติธรรม ได้รับหนังสือจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติเพื่อขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติ ในหมวด ๓ ออกไปก่อน เนื่องจากมีเหตุขัดข้อง ๓ ประการ คือ ๑. ขาดงบประมาณและ อุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน ๒. ขาดความพร้อมของบุคลากร และ ๓. ความไม่ชัดเจนและ ขาดมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงาน ด้วยเหตุนี้จึงได้พิจารณาถึงข้อขัดข้องของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติรวมถึงหน่วยงานที่มีอํานาจบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ถึงผลร้ายที่อาจตามมา หากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดําเนินการด้วยความไม่พร้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ในชีวิตร่างกายของประชาชนโดยตรงและส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยสาธารณะ เนื่องจาก จะทําให้การเฝัาระวังและการเก็บรวบรวมและบันทึกพยานหลักฐานในระหว่างการควบคุมตัว ของเจ้าหน้าที่มีความไม่สมบูรณ์ ทําให้เกิดประเด็นโต้แย้งในชั้นการดําเนินคดีต่อผู้กระทํา ความผิด ส่งผลให้การจับมิชอบ การบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพและไม่บรรลุ วัตถุประสงค์ในการปัองกันและปราบปรามการกระทําความผิด ซึ่งจะเปึนผลร้ายแรงต่อ สังคมและความปลอดภัยสาธารณะ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่มีทรัพยากรในการปฏิบัติงาน ยังต้องเสี่ยงต่อการถูกดําเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยอีกด้วย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ถือว่าเปึนกรณีฉุกเฉินที่มีความจําเปึนรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเปึนไปตาม มาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจําเปึนต้องจัดทําพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคล สูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งประกอบด้วย ๕ มาตราดังนี้
มาตรา ๑ ชื่อพระราชกําหนด
มาตรา ๒ วันใช้บังคับพระราชกําหนด
มาตรา ๓ กําหนดให้ขยายเวลาบังคับใช้มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๕ ออกไป จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๑ เปึนต้นไป
มาตรา ๔ ให้คณะกรรมการตามพระราชบัญญัติและหน่วยงานที่มีหน้าที่ ควบคุมตัวเร่งเตรียมความพร้อมให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกําหนดนี้
อย่างไรก็ตามขอเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าการตรา พระราชกําหนดนั้นเปึนการขยายกําหนดระยะเวลาบังคับใช้มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๕ เพียง ๔ มาตราออกเปึนการชั่วคราว ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ หรือประมาณ ๗ เดือน เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเท่านั้น
สําหรับฐานความผิดและบทลงโทษทั้งกรณีทรมาน การกระทําที่โหดร้ายและการบังคับบุคคล ให้สูญหายยังคงอยู่ และมีผลใช้บังคับอย่างเต็มที่ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ แล้ว โดยหากมีกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะต้องถูก ดําเนินคดีและลงโทษตามกฎหมาย มิได้เปึนการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่กระทําความผิดหรือ งดเว้นการลงโทษผู้กระทําความผิดแต่อย่างใด อีกทั้งปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ได้เร่ง เตรียมการและขับเคลื่อนการดําเนินงานเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพระราชบัญญัติได้อย่างมี ประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน กระผมจึงขอกราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกัน และปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านผู้เสนอพระราชบัญญัติได้แถลงหลักการและเหตุผลไปเปึนที่เรียบร้อย ต่อไปก็จะเปึนการ อภิปรายแสดงความเห็นของท่านสมาชิกที่มีความสนใจที่จะร่วมอภิปราย วันนี้ก็มีทั้งหมด ประมาณ ๑๐ ท่าน อันดับแรกขอเชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เดี๋ยวนะครับ ท่านชลน่าน สักครู่ครับ ท่านสุทัศน์มีอะไรไหมครับ ท่านมีชื่อที่จะต้องอภิปรายอยู่แล้ว แต่ว่าท่านมีอะไร หารือครับ
กระผมยกมือเพื่อจะอภิปราย แต่ขออนุญาตเรียนท่านชลน่านก่อนครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านครับ
ท่านมีชื่อ อยู่แล้วครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมีความจําเปึน อย่างยิ่งที่ต้องขออนุญาตท่านประธานลุกขึ้นเพื่อที่จะอภิปรายแสดงความเห็นในวาระ ที่ท่านประธานกรุณาบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระคือการพิจารณาจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ พระราชกําหนดที่ทางคณะรัฐมนตรีส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ก่อนที่ผมจะลง รายละเอียดและเหตุผล ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าพระราชกําหนดนี้เปึนพระราชกําหนด
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคล สูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ พระราชกําหนดออกป้ ๒๕๖๖ พระราชบัญญัติผ่าน รัฐสภามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ก็เปึนไปตาม พ.ศ. .... นั้น เนื้อหาสาระ ในพระราชบัญญัติก็ระบุชัด ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้สูญหาย หรือการอุ้มหาย ประวัติความเปึนมาของกฎหมายฉบับนี้ถ้าจะดูย้อนหลังไป ป่ดสมัยนี้ อภิปรายก็ไม่หมด มันยาวนานมากเปึนสิบ ๆ ป้ ประเด็นที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเปึนเบื้องต้นเลยนะครับ เพื่อจะให้ท่านประธานได้ติดตามได้ เพื่อจะบอกกับ เพื่อนสมาชิกในการที่จะพิจารณา เพราะวาระนี้เปึนวาระการพิจารณาว่าจะอนุมัติหรือ ไม่อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติต้องมีเหตุมีผลที่ให้ สภาผู้แทนราษฎรของเรา สมาชิกของเราที่เปึนผู้ใช้อํานาจแทนพี่น้องประชาชน เรื่องของ อํานาจนิติบัญญัติได้รับรู้รับทราบและเข้าใจ
และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกเราหลายท่านก็เตรียมการเพื่อที่จะอภิปรายกับท่านประธาน บอกไปยังเพื่อนสมาชิกเพื่อจะตัดสินใจ แต่ประเด็นสําคัญการอภิปรายให้เหตุให้ผลของเรา ระหว่างฝ์ายที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย หมายถึงฝ์ายอนุมัติกับฝ์ายที่ไม่อนุมัติมันมีผล มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ว่าจะเปึน ฝ์ายเจ้าหน้าที่ในฐานะที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ฝ์ายของพี่น้องประชาชนผู้ที่จะต้องได้รับ การคุ้มครองสิทธิ ฝ์ายพี่น้องประชาชนโดยรวมที่เห็นว่าเรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องระดับโลก เพราะฉะนั้นในการพิจารณาขณะนี้ผมด้วยความเคารพยิ่ง อยากให้ท่านประธานให้ความสําคัญกับเพื่อนสมาชิกได้เป่ดโอกาสได้พูดคุยกันอย่างเต็มที่ ได้แสดงความเห็นกันอย่างเต็มที่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าหลังจากที่ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาแถลงหลักการเหตุผลของตัวพระราชกําหนดแล้ว ในนามของ คณะรัฐมนตรี ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านทําหน้าที่หนักมาก ท่านให้ความสําคัญกับสภามาตลอด นี่คือตัวอย่างของรัฐมนตรี ที่มีความรับผิดชอบต่อสภาต่อพี่น้องประชาชนในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้หมดสมัยประชุม ไม่มีรัฐมนตรีท่านใด ให้ความสําคัญเรื่องนี้เลย มีท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ที่แสดงภาพชัด มาตอบกระทู้ มาเสนอ กฎหมาย มาแสดงความรับผิดชอบต่อสภา อันนี้คือตัวอย่างของรัฐมนตรีที่แสดงความ รับผิดชอบ ผมไม่ได้ชมแต่อยากจะสะท้อนภาพของรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้อง ประชาชนกับที่มาจากการแต่งตั้งจากผู้มีอํานาจความรับผิดชอบมันต่างกัน แต่นั่นไม่ได้เปึน ประเด็นที่จะเปึนเหตุเปึนผลที่จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกําหนด จากแถลงหลักการและ เหตุผลของ ฯพณฯ รัฐมนตรีได้อ้างถึงตัวบทสาระสําคัญ ถึงตัวบทที่แถลง แล้วก็อ้างเหตุผล ที่จะตราพระราชกําหนดนี้ ผมขออนุญาตทวนสอบในเรื่องที่เปึนสาระสําคัญสักนิดหนึ่ง เพื่อแสดงความเข้าใจร่วมกัน สาระสําคัญของพระราชกําหนดฉบับนี้โดยสรุป ๑. เปึนเรื่อง การขยายกําหนดระยะเวลาในการให้มีผลบังคับใช้ตามมาตราต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ จากเดิมจะต้องมีผลบังคับใช้ ณ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เปึนต้นไป วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ย้อนหลังไป ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่มีการ ประกาศการบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา นับมา ๑๒๐ วัน เพราะในมาตรา ๒ เราเขียนไว้ ให้ท่านว่าให้มีผลบังคับใช้หลังจากประกาศไป ๑๒๐ วัน ก็ครบวันที่ ๒๒ แต่ท่านมาขอขยาย
๓ มาตรานี้ ให้ไปใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ นับจากนี้ไปก็ ๘ เดือนกว่า ๆ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ก็คือป้งบประมาณใหม่ เริ่มต้นของป้งบประมาณป้ ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ ๓-๔ มาตรานี้สําคัญอย่างไร เปึนมาตราที่สําคัญเพราะว่ากฎหมายบัญญัติให้มีการคุ้มครอง สิทธิของผู้ที่ถูกจับกุมคุมขัง หรือผู้ที่ถูกต้องคดีในการจะถูกควบคุมตัว ในการที่จะสอบสวน
สรุปง่าย ๆ ก็คือว่าต้องมีหลักฐานบันทึกทั้งภาพและเสียง บันทึกภาพและเสียง และมีการ รายงานเหล่านี้ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้สอดรับกับชื่อร่างพระราชบัญญัติ ปัองกันการทรมานและการกระทําให้สูญหายหรืออุ้มหาย เพราะฉะนั้นสาระสําคัญตรงนี้ เขาเลยบอกทุกขั้นตอนในการควบคุมตัวของผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังของเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ ต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มีการจับกุมและควบคุมตัว จนกระทั่งส่งตัว ให้พนักงานสอบสวนหรือปล่อยตัวบุคคลดังกล่าวไป นี่คือมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ในการ ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบต้องบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว มาตรา ๒๒ ภาพและเสียง มาตรา ๒๓ คือข้อมูล มาตรา ๒๔ ต้องมีการระบุการเข้าถึงข้อมูลของผู้ถูก ควบคุมตัว และมาตรา ๒๕ เกี่ยวกับเรื่องการไม่เป่ดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัวกรณี อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมาย เกิดผลร้ายต่อบุคคลหรือเปึนอุปสรรคต่อการสืบสวน สอบสวน ๔ มาตรานี้ท่านเลื่อนไป พออ่านสาระบัญญัติแล้ว อ่านเหตุผลแล้ว ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ในฐานะที่ผมเปึนฝ์ายนิติบัญญัติทําหน้าที่เปึนผู้ตรา กฎหมายให้รัฐบาลโดยใช้บังคับ และใช้บังคับกับพี่น้องประชาชนโดยรวมตามหลักนิตินัย ไม่เลือกปฏิบัติกับใครคนใดคนหนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานเลยว่าผมเองจากการปรึกษา หารือ โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ์ายค้านของเราทั้งหมด เราไม่เห็นด้วยกับการตราพระราชกําหนด ฉบับนี้ออกมาใช้บังคับ พูดตรง ๆ ก็คือไม่อนุมัติครับ เราจะลงมติไม่อนุมัติ แน่นอนครับ ถ้าสภาแห่งนี้ลงมติไม่อนุมัติด้วยเสียงข้างมากของสภานี้ พระราชกําหนดฉบับนี้ตกไปทันที ท่านนายกรัฐมนตรีก็นําไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับหลังจากวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันถัดจากวันประกาศเปึนต้นไป นั่นหมายถึงว่าสิ่งที่ท่าน ขอมาว่าจะขอขยายระยะเวลาออกไปที่ใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ ๒๒ วันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ ถึงวันนี้ ตรงนั้นท่านใช้บังคับได้ แต่ ณ วันที่ท่านประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถัดจากวันนั้นไป ใช้บังคับไม่ได้ ก็คืนสภาพผลบังคับใช้ตามกฎหมายที่เราออกไปให้ในมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ ก็มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปึนต้นไป อะไรที่ ท่านทํามาก่อนหน้านั้นก็ถือว่าใช้บังคับไปไม่เปึนไร อันนี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ถ้าเราไม่อนุมัติถือว่าพระราชกําหนดนี้ตกไปทันที แต่ให้มีผล ณ วันที่ประกาศ เพราะฉะนั้น มันจะสรุปจบได้ทันที ถ้าความเห็นของสภาแห่งนี้เห็นว่าเราไม่เห็นควรอนุมัติแล้วแต่เหตุ แต่ผล ซึ่งผมจะขออภิปรายสนับสนุนท่านประธานต่อไปว่าเหตุที่ผมไม่อนุมัติเพราะอะไร
ไม่ได้เกี่ยวกับผู้ปฏิบัติ โดยเฉพาะทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทางพี่น้องที่จะต้องได้รับ เงื่อนไขให้เปึนผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย นี่ผมสงสารมาก ไม่อยากจะไปทําอะไรให้กับพี่น้อง ตํารวจมีความลําบากใจ เพราะยุคนี้เปึนยุคที่ตํารวจเปึนองค์กร เปึนบุคคลที่น่าเห็นใจที่สุดเลย น่าเห็นใจที่สุด หลายคนบอกจะเปลี่ยนจากสีกากีไปเปึนสีเทาเปึนการดูถูกดูแคลนเขามาก แต่เขาไม่ได้บอกว่าตํารวจจะเปลี่ยนตัวเอง เขาบอกผู้บริหารสูงสุดขณะนี้พฤติกรรม การบริหารราชการแผ่นดินของผู้บริหารสูงสุดขณะนี้ แล้วเปึนผู้กํากับดูแล เปึนประธาน ก.ตร. อยู่ขณะนี้ การกระทําของเขาเองมันทําให้ทุกวงการเขามองว่าสีกากีกําลังจะถูก เปลี่ยนเปึนสีเทา อันนี้เปึนคําถามนะครับ
ตามไปดูว่ามันจริงหรือเปล่า ถ้าจริงก็ต้องปรับปรุงแก้ไข อย่าไปทําร้ายพี่น้องตํารวจถึงขนาดนั้นเลย ท่านประธานครับ ในทางกลับกันวันนี้ถ้าสภาแห่งนี้อนุมัติ ผมทราบข่าวว่าวุฒิสภาเองก็เฝัารอ เพราะว่าวันนี้เปึนวันสุดท้ายของสมัยประชุมสภา สมัยประชุมของรัฐสภา ถ้าเราอนุมัติ ช่วงเช้านี้ได้วุฒิสามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาต่อทันที ในชั้นธุรการก็ว่ากันไป ก็ส่งให้ทัน วุฒิสามารถหยิบขึ้นมาพิจารณา แล้วก็ถ้ามีความเห็นเปึนแนวทางเดียวกันก็คือวุฒิก็อนุมัติ พระราชบัญญัตินี้ก็ถือว่าได้รับอนุมัติจากรัฐสภา ก็มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ท่านประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา คือท่านประกาศวันที่ ๑๙ ก็มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๐ เปึนต้นมาก็ใช้บังคับไป เว้นแต่วุฒิไม่เห็นชอบ ไม่อนุมัติ ซึ่งในความเห็นผมไม่น่าเปึนไปได้ ถ้าผู้แทนอนุมัติ แล้ววุฒิ ไม่น่าจะมีความเห็นต่าง แต่นั่นคือสิ่งที่เปึนประเด็นมันผ่านไปได้ เว้นแต่เหตุการณ์ที่เลวร้าย ที่สุดก็คือวุฒิไม่อนุมัติต้องกลับมาที่เราอีกเพื่อจะยืนยัน ถ้ายืนยันมากกว่ากึ่งหนึ่งถึงถือเปึน การอนุมัติ อันนั้นเปึนขั้นตอนที่ผมยกขึ้นมาพูดเพราะอะไร วันนี้เปึนวันสุดท้ายถ้ามีเหตุการณ์ อันนั้นเกิดขึ้นต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเลยว่าท่านต้องขอให้ สภาแห่งนี้เป่ดวิสามัญ ผมใช้คําว่าต้องเลยนะครับ ท่านจะไปใช้เงื่อนไขว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้ ก็ปล่อยลากยาวไปถึงรัฐบาลยุคหน้า สภายุคหน้าเพื่อมาให้ความเห็นชอบอีกทีหนึ่ง ท่านอย่า กระทําอย่างนั้น เพราะว่าคนร้องเขาเตรียมการยกร่างคําร้องไว้เรียบร้อยแล้วว่าท่านจงใจ ฝ์าฝ๋นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ครม. ทั้งคณะ จากเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีแถลงประกอบกับ การตราพระราชกําหนด ผมสรุปเปึนประเด็นหลัก ๆ อยู่ ๔-๕ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ท่านอ้างเรื่องความไม่พร้อมของเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ โดยเขียนมาในเหตุผลชัดที่แนบท้ายพระราชกําหนด ท่านใช้คําพูดว่าหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ รับผิดชอบการควบคุมตัวยังมีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับความพร้อมด้านงบประมาณ การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์และขั้นตอนการปฏิบัติงานในการใช้บังคับตัวพระราชบัญญัติ ดังกล่าว อ้างเรื่องงบประมาณ อ้างเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ เรื่องอุปกรณ์ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพเลย ช่วงที่มีการตราพระราชบัญญัติเรามีกรรมาธิการที่มาจากซีกของรัฐบาล ซึ่งเปึนเสียงข้างมาก จริงอยู่ผมเพิ่งทราบจากท่านผู้บริหารสูงสุดของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ท่านบอกว่าตัวพระราชบัญญัติที่เขียนออกมาบังคับใช้เขียนลึกลงไปถึงขนาดว่า ทุกคดีที่ทําให้ท่านตกใจมากว่าทุกคดีต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ นั่นหมายความว่าการจับกุม คุมขังทุกคดีจะต้องมีหลักฐานการบันทึกภาพและเสียง
อย่างต่อเนื่อง ต้องมีรายงานข้อมูล ต้องมีการเข้าถึงข้อมูล ต้องไม่มีการเป่ดเผยข้อมูลอะไร ต่าง ๆ ท่านบอกทุกคดีมันทําให้ท่านต้องเอามือก่ายหน้าผากเลย เพราะบังคับใช้ตุลาคม งบประมาณที่ใช้ทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนกล้องติดตามตัวตํารวจ ๑๑๗,๐๐๐ กว่าตัว กล้องติดตามรถ ที่ท่านเขียนตัวเลขมาชัดที่ผมดูจากตรงนี้ ๓,๐๐๐ กว่าตัว แล้วก็ติดตามห้องควบคุมอีก ๖,๐๐๐ กว่าตัว เม็ดเงินที่ใช้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาตัวเล็กกลม ๆ เพราะผมไม่มีเวลาลง รายละเอียดให้ ท่านบอกมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะออกกลางป้ไม่มีการตั้งงบประมาณ ป้ ๒๕๖๖ เอาไว้ จะพร้อมเมื่อมีงบประมาณป้ ๒๕๖๗
ท่านประธานครับ กฎหมายเราพิจารณามาเปึนป้กว่าจะเสนอ ครม. ครม. อนุมัติ มิถุนายน ๒๕๖๕ เข้าสภา สภาให้ความเห็นชอบตุลาคม ทอดระยะเวลา ๑๒๐ วัน มันก็เลยตอบคําถาม กับพี่น้องประชาชนยากมากว่าท่านไม่ได้เตรียมพร้อมตรงนี้ เพราะขาดงบประมาณ ขาดเครื่องไม้ เครื่องมือ ขาดอุปกรณ์ ท่านมีตัวเลขชัด บอกว่าขณะนี้ได้งบกลางมา ๔๐๐ กว่าล้านบาท จะไปเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อทําให้ทัน จะทําอีบิดดิง (e-Bidding) เพื่อให้ทัน ถ้าเอา เหตุผลนี้มาเปึนข้ออ้างข้อที่ ๑ มาดูเหตุผลข้ออ้างข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าเรื่องเหล่านี้เปึนเรื่อง ละเอียดอ่อน ถ้านํามาใช้บังคับในขณะที่ไม่พร้อม ในการเฝัาระวังและติดตาม รวบรวมและ บันทึกข้อมูลพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ มันจะทําให้เกิดความเสียหายกับผู้ถูกจับกุมคุมขัง และที่สําคัญท่านห่วงภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐที่ไปทําหน้าที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเปึนตํารวจหรือใครก็แล้วแต่ เสี่ยงต่อการถูกดําเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา และวินัย กรณีถ้ามีการฟัองร้อง มีการฟัองคดีหรือกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กระทํามิชอบ นี่คือเหตุผล ที่ท่านมาอ้างกับสภาว่าด้วยเหตุผลเหล่านี้ ท่านก็ไปเอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ มา มันเปึน ความปลอดภัยสาธารณะ มันจะสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง ไปตีความ เอาความไม่พร้อมของท่านไปใส่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ในการตราพระราช กําหนด ในการตราพระราชกําหนดก็เขียนไว้ชัดอยู่แล้วว่าเพื่อประโยชน์ในการที่จะปัองกัน ความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ปัองปัด ขจัดภัยพิบัติ ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีความจําเปึน มีความเร่งด่วน ฉุกเฉินจําเปึนเร่งด่วน มันมี ๒ คํา ฉุกเฉิน จําเปึนเร่งด่วน ก็ตราพระราชกําหนดมาใช้บังคับได้ ต้องถามว่า มันฉุกเฉินตรงไหน คําว่าฉุกเฉินคือสิ่งที่ปรากฏขึ้น ถ้าท่านไม่แก้ไขจะเกิดความเสียหายทันที ทันทีนะครับ นี่ทันทีมาตั้งแต่กฎหมายออกก็คือตุลาคม ป้ ๒๕๖๕ ท่านจะมาทันทีตอนใกล้ป่ด สมัยประชุมนี่หรือครับ เสนอเข้ามาถึงสภา ๑๖.๐๔ นาฬิกา ของวันที่ ๒๓ ที่เรามีการประชุม เข้าใจว่าจะเปึนวันสุดท้าย พวกเราเตรียมการที่จะยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการป่ดสมัย ประชุม พอมีหนังสือท่านเข้ามา จําเปึนต้องมานัดด่วนประชุมวันนี้ ซึ่งเปึนวันสุดท้ายด้วย ตามกําหนดสมัยประชุมของเรา นี่คือความทันทีของท่าน แม้แต่เจตนาการยื่นพระราช กําหนดเข้ามา มันก็อดคิดไม่ได้ว่าท่านมีเจตนาแอบแฝงอะไรหรือเปล่า แอบแฝงอะไร หรือเปล่า คาดว่าไม่ทันจะได้ข้ามไปสมัยหน้าจะได้มีเวลาใช้บังคับไปเต็มที่ วิธีคิดอย่างนี้ มันทําให้พี่น้องประชาชนเขาอดสงสัยไม่ได้ โดยเฉพาะพวกผมเปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน
ก็ต้องสงสัยด้วย ก็ต้องมาถามท่านตรงนี้แหละว่าทําไม ตอนแรกก็บ่ายเบี่ยงจะไม่ส่ง ด้วยพรรคร่วมฝ์ายค้านเราออกแถลงการณ์ เรียกร้องว่าท่านต้องส่ง ถ้าไม่ส่งมีคนยื่น ป.ป.ช. กล่าวหาท่านจงใจฝ์าฝ๋นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ไม่ส่งสภาในคราวประชุมคราวแรก เพราะรัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ ในการประชุมคราวต่อไปท่านต้องยื่นเลย และให้วันสุดท้าย ไปด้วย ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ คือ เดตไลน์ (Dateline) ไว้ด้วยว่าวันศุกร์ถ้าไม่ยื่น จะมี ผู้ยื่น ป.ป.ช. เอาผิดท่าน ไม่รู้ท่านกลัวคําขู่นี้หรือเปล่า ท่านตาลีตาเหลือกส่งมาวันสุดท้าย ของสมัยประชุมที่เราจะประชุมกันเมื่อวันที่ ๒๓ ก็ขอบคุณครับท่านที่รับฟังอยู่ อย่างน้อย พวกเราก็ได้มาดูให้ว่ามันเห็นควรหรือไม่ อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ท่านอ้าง อ้างว่ามันเปึนความปลอดภัยของสาธารณะ มันมีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม คิดมุมกลับสิท่านประธาน คิดมุมกลับถ้าเราไม่มีเครื่องไม้ เครื่องมือเหล่านี้มันจะเปึนความปลอดภัยของสาธารณะ เปึนผลกระทบต่อสังคมมากน้อย ต่างกันอย่างไร เอามาชั่งน้ําหนักสิท่าน ถ้าชั่งน้ําหนักแล้วพี่น้องประชาชนอยู่อีกซีกหนึ่ง ๖๗ ล้านคนกับเจ้าหน้าที่ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีความ เกี่ยวข้องที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายผมตีให้ ๑ ล้านคนเลย ไม่ถึงหรอกแต่ตีให้เลย ๑ ล้านคน ท่านกําลังชั่งคน ๖๖ ล้านคน กับ ๑ ล้านคน อันไหนมันหนักกว่ากัน สิทธิเสรีภาพ ของพี่น้องประชาชน ๖๖ ล้านคนมันย่อมสําคัญกว่า ถ้าท่านยิ่งขยายออกไปการคุ้มครองสิทธิ ของเขาก็ยิ่งถูกทําลายออกไป ด้วยความเคารพท่านประธานครับ กฎหมายไม่ได้ระบุเลยว่า ท่านต้องไปซื้อกล้องยี่ห้ออะไร ทุกคดีที่ดําเนินการสามารถใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่สามารถใช้ ร่วมกันได้หรือไม่ อันนี้เปึนวิธีการปฏิบัติงานของท่าน หนึ่งจังหวัดผมเชื่อว่าไม่มีคดีที่โรงพัก เหมือนคนไข้มาตรวจกับหมอที่โรงพยาบาลแน่นอน แล้วห้วงเวลาของการควบคุมตัว การจับกุมคุมขังก็ไม่ใช่เฉพาะหน้าตลอดเวลา ท่านสามารถที่จะกําหนดเวลาได้เลยว่าคนนี้ จะมาสอบสวนเมื่อไร จะคุมตัวเมื่อไร ๑ จังหวัด มี ๑ ชุด ผมก็ว่า ๗๗ ชุด ทําภายใน ๒ เดือน มันก็ยังทําได้ อันนี้ผมคิดแบบโง่ ๆ ของผม สมองโง่ ๆ คิดอย่างนี้ แต่สมองฉลาด ๆ จะคิด อย่างไรผมไม่รู้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ท่านอ้างว่าจะเอาข้อมูลขึ้นคลาวด์ (Cloud) มันต้องใช้ เวลาถึง ๘ เดือนหรือ ถึงขึ้นคลาวด์ (Cloud) ได้ แล้วเครื่องไม้เครื่องมือสมัยนี้เพียงแต่ท่าน รับรองว่ามันใช้ได้กล้องมือถืออันเดียวก็ทําได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นการอ้างว่าไม่มีเครื่องไม้ เครื่องมือจะต้องไปซื้อกล้อง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้เงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ด้วยความ เคารพครับท่าน กลิ่นแรงมากในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างในวงการ ผมไม่อยากมองอย่างนั้นนะ อย่าใช้ความทุกข์ยาก อย่าใช้ความลําบาก อย่าละเมิดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เพื่อไปแสวงหาอะไรที่เปึนความชอบธรรมให้กับตัวเอง ด้วยความเคารพครับ ผมรักชอบกับ ท่าน ผบ.ตร. มาก เพราะเปึนคนเหนือด้วยกัน ผมชื่นชมชื่นใจท่านมากที่ท่านได้มีโอกาสมา ดูแลประเทศชาติบ้านเมือง แต่สิ่งที่ท่านได้รับจากการเอื้ออํานวยกับการทําหน้าที่ของท่าน โหดร้ายมาก ท่านเปึน ผบ.ตร. ที่ถูกกระทําแบบโหดร้ายที่สุด จะแกล้งท่านหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ ทุกอย่างมันปะทุมาชุดนี้หมดเลย ทุนจีนสีเทา คนไทยสีดํา บ่อนโน้นบ่อนนี้ และที่สําคัญเขาเป่ดโปงกันมีนายตํารวจระดับผู้ใหญ่เปึนอดีต ผบ.ตร. เข้าไปเกี่ยวข้อง
เรื่องเว็บ (Web) พนันมูลค่าพัน ๆ ล้านบาทมันจริงหรือเปล่า อย่างไร อย่างนี้ลูกหลานผม ที่กําลังจะเรียนอย่างอื่นผมจะให้ไปสอบเปึนตํารวจ ทุกคนตรงนี้จะให้ลูกหลานไม่เปึนตํารวจ เพราะคํานวณแล้วมีรายได้มหาศาล มันปลูกฝังกันอย่างนี้บ้านเมืองมันเลยด้วยความรันทน จริง ๆ ครับ มันปล่อยปละละเลยกันถึงขนาดนี้ ถามว่ารัฐบาลชุดก่อน ๆ มีไหม เวลาเรา อภิปรายในสภาแห่งนี้ท่านก็บอกเรื่องนี้มันตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนแล้ว โทษกลับ ไม่เคย รับผิดชอบ แล้วก็ไปบอกในการหาเสียงว่าทําแล้ว ทําลายประชาธิปไตยทําแล้ว
ทําให้ตํารวจพังทําแล้ว เปลี่ยนสีตํารวจจากกากีเปึนเทาทําแล้ว ท่านประธานครับ ผมพูด ตรงนี้ผมพูดด้วยความสงสาร ด้วยความเห็นใจคนที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายนะครับ พวกผมเองอาจจะมีส่วนคลาดเคลื่อน แต่การคลาดเคลื่อนของพวกผมในการตรากฎหมาย เราถามท่านตลอดว่า ๑๒๐ วันพอไหม ถ้าท่านไม่ดูเชิงลึกว่าทุก ๆ คดีต้องทํา ถ้าทุกคดีผมขอ ๑๘๐ วัน สภาแห่งนี้ไม่ปฏิเสธหรอกครับ เพราะเขาต้องดูความพร้อมของท่านเหมือนกัน ก็ด้วยความเคารพครับ ด้วยเหตุผลที่ท่านให้มาและเมื่อคํานึงถึงสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แม้จะรักใคร่ ชอบพอกันและเห็นใจพี่น้องตํารวจผู้ปฏิบัติงานมาก ผมก็อนุมัติพระราชกําหนดให้ไม่ได้ และการไม่อนุมัติพระราชกําหนดผมมองในมุมกลับมุมดีจะเปึนการเร่งรัดหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนสํานักงบประมาณ นายกที่มีงบกลางกองอยู่ ให้เข้ามาช่วยเหลือดูแล สํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการที่จะรองรับปฏิบัติตาม กฎหมายฉบับนี้ให้รวดเร็วขึ้น ไม่ใช่การบริหารแบบติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ หลายอย่างทําคู่ขนานกัน มือ ๑๐ นิ้วยกขึ้นไปพร้อมกันได้ถึงเปัาหมายเหมือนกัน เขาจะได้คิดอย่างนั้น พี่น้องเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติตามกฎหมายก็มีกําลังใจที่จะทํางาน การไม่อนุมัติพระราชกําหนดในสภาแห่งนี้ถือเปึนการช่วยท่านทํางาน ช่วยท่านทํางานได้ เร็วขึ้น ทุกฝ์ายเห็นความสําคัญของท่านเข้ามาช่วยเต็มที่ สุดท้ายที่ผมขออนุญาตกราบเรียน ก่อนจบ ผมดูแล้วแนวโน้มพวกเราจะไม่อนุมัติ แต่ถ้ามีการพลิกเกมว่าจะอนุมัติ และคาดการณ์ต่อได้เลยว่า ส.ว. ก็อนุมัติด้วย พระราชกําหนดนี้มีผลใช้บังคับก็ปฏิบัติตาม ที่ท่านออกไป เหตุผลสุดท้าย พวกเราต้องการยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ ถ้าสภาอนุมัติภายใน อาทิตย์นี้อาจจะมีการเรียกประชุมวิสามัญและให้วุฒิเขาพิจารณา หรือวุฒิพิจารณาวันนี้เลย ก็จบ สภาพบังคับเกิดขึ้นทันทีกับการที่พวกผมอาจจะต้องพิจารณาว่าจะยับยั้งไม่ให้มีการ ใช้บังคับพระราชกําหนดฉบับนี้ได้อย่างไร มันมีอีกช่องทางเดียวครับ แม้พวกเราไม่อยากทํา เพราะทําแล้วเข้าทางท่าน เข้าทางอย่างไรครับ ถ้าเราเห็นว่าสภาแห่งนี้จะอนุมัติเราแลก ด้วยการใช้อีกช่องทางหนึ่งเปึนการระงับยับยั้งไม่ให้มีการอนุมัติในวันนี้ โดยการยื่นศาล รัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อน ท่านอาจจะสบายใจว่าอย่างน้อยมี ๒ เดือน มีเวลาทํางาน ๒ เดือน แต่ ๒ เดือนที่พวกผมได้มากับการอนุมัติแล้วบังคับใช้ได้ทันที พวกผมก็ยอมนะครับ แม้จะใช้เวลาอีก ๒ เดือน เรายื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ท่านประธานเลย
ท่านประธานต้องส่งให้ศาลภายใน ๓ วัน ศาลมีเวลาวินิจฉัยภายใน ๖๐ วัน เราจะยอมแลก ตรงนั้น เพราะเราเชื่อมั่นว่าเหตุผลที่ท่านให้มาไม่ได้ชอบด้วยวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๗๒ เลย เราก็อยากจะดูคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน ไม่อยากใช้นะครับท่านประธาน ไม่อยากใช้ จริง ๆ แต่ถ้าปล่อยให้มีการอนุมัติวันนี้พระราชกําหนดผ่านทุกอย่างก็จบ ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้ หมายความว่าเราจะยื่น แต่ดูท่วงทํานอง แล้วผมก็มั่นใจไม่ต้องยื่นหรอก เพราะวันนี้หลายคน หลายท่านเพื่อเปึนการช่วยให้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ทํางาน ไปเร่งรัดคนที่เกี่ยวข้อง ที่มีอํานาจโดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ท่านอ้อนเลยช่วงนี้เข้าสู่ฤดูกาลที่จะขอ คะแนน
ผมเชื่อว่างบกลางที่ท่านมีให้ท่านได้ และกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้บังคับบัญชา ระดับสูงของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พวกเราฝ์ายนิติบัญญัติทํางานประสานใกล้ชิดกันมาก ในพื้นที่ พวกเราเปึนพี่เปึนน้องกัน ความสัมพันธ์ส่วนตัวเรามี ความรักสนิทสนมพวกเรามี ท่านอย่าใช้กลไกนี้มาบีบบังคับให้พวกเราเปึนศัตรูกัน ทําให้พวกเรามองหน้ากันไม่ได้ อย่าทํา เปึนอันขาด อย่าทําเปึนอันขาด ผมขอร้องครับ เพราะต่างฝ์ายต่างทําหน้าที่ การทําหน้าที่ คํานึงถึงประโยชน์สุดของพี่น้องประชาชน ๑ ล้านคนอยู่ในตาชั่งนี้ กับ ๖๖ ล้านคนที่ผม ยกตัวอย่างไปแล้ว ท่านเห็นภาพชัดแล้ว อย่าได้คิดเพื่อตัวเอง กลัวว่าตัวเองจะถูกจับกุมคุมขัง เพราะทําหน้าที่ไม่ชอบ ถ้าท่าน ผบ.ตร. คิดอย่างนั้นผมก็อาจจะต้องถอนคําพูดที่ผมบอกว่า ผมเคารพศรัทธาท่าน เพราะมันเปึนการเข้าข้างตนเอง ซึ่งไม่ควรพูดในสภาแห่งนี้ด้วย และเหตุผลท่านเขียนมาท่านเขียนอย่างนั้นจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายครับ พรรคร่วมฝ์ายค้านมีมติชัดเจนครับ ไม่เห็นชอบกับการที่จะอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ตามด้วย นางสาวภคอร จันทรคณา และท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคผมยังไม่มีมติประการใดเกี่ยวกับ เรื่องอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ผมขอเรียนเบื้องต้นประโยคแรกคือผมไม่อนุมัติพระราชกําหนด ฉบับนี้ ท่านประธานครับ กระผมมีเหตุผลที่จะขออภิปรายประกอบเหตุผลที่ผมไม่อนุมัติ พระราชบัญญัติซึ่งเปึนที่มาของพระราชกําหนดฉบับนี้นั้น เปึนกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ เปึนกฎหมายที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ เปึนกฎหมายที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภาแห่งนี้เสนอ เพื่อที่จะให้เปึนการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ผมขออนุญาตเรียนว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ครบ ๑๒๐ วัน เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ แต่การที่ออกพระราชกําหนดฉบับนี้นั้นจะทําให้ มีการเลื่อนการบังคับใช้มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ซึ่งเปึน บทบัญญัติกําหนดให้เจ้าหน้าที่ตํารวจต้องบันทึกภาพและเสียงตลอดเวลาที่เข้าตรวจค้น จับกุม ควบคุมตัว และขัง พร้อมกับแจ้งให้ฝ์ายปกครองคือนายอําเภอและอัยการทราบ
ทําบันทึกการจับกุม สภาพร่างกายและจิตใจของผู้ถูกจับกุม และควบคุมตัวโดยละเอียด เพื่อให้ญาติและทนายความสามารถตรวจสอบได้ เพื่อปัองกันการซ้อม ทรมาน การอุ้มหาย อุ้มฆ่า และการกระทําทุจริตประพฤติมิชอบโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ชะลอ การบังคับใช้ออกไปจนถึง ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ตามที่กระทรวงยุติธรรมได้เสนอ ซึ่งกระทรวง ยุติธรรมได้ให้เหตุผลว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งเปึนหน่วยงานหลักในการปฏิบัติการ ตามกฎหมายแจ้งว่ายังมีปัญหาหรืออุปสรรคเกี่ยวกับความพร้อมในด้านงบประมาณ การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ และขั้นตอนการปฏิบัติงานในการบังคับใช้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้
ซึ่งมีความละเอียดอ่อนซับซ้อน และผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน ข้อขัดข้องของสํานักงานตํารวจแห่งชาตินี้ผมเห็นใจท่านผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติท่านนี้ ผมรู้จักท่านตั้งแต่ท่านไปเปึนผู้บังคับการตํารวจภูธรอํานาจเจริญ ท่านเปึน คนเก่งและคนดี ท่านมาแบกรับภาระในช่วงที่ท่านมารับตําแหน่งเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ บทบัญญัติของกฎหมายฉบับนี้นั้นก่อนจะออกเปึนพระราชกําหนดมีมาเปึน ๑๐ ป้แล้วครับ เริ่มตั้งแต่ คสช. มาถึง สนช. ก็ดองอยู่ ๑ ป้ แล้วมาถึงยุคนี้รัฐบาลก็เสนอ ผมเองประชาธิปัตย์ ก็เสนอ และเพื่อนสมาชิกหลายคนก็เสนอ เพราะคํานึงถึงการปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่าง ประเทศ คํานึงถึงการปกปัองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในการพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีนั้นจะต้องมีการเชิญหน่วยงานที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายไปชี้แจง หน่วยงาน ที่ถูกเชิญไปชี้แจงกระทรวงกลาโหมให้ความเห็นชอบ กระทรวงมหาดไทยให้ความเห็นชอบ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ความเห็นชอบ กระทรวง การต่างประเทศให้ความเห็นชอบ กระทรวงยุติธรรมให้ความเห็นชอบ กรมราชทัณฑ์ให้ ความเห็นชอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษให้ความเห็นชอบ ขออนุญาตถามท่านประธาน ผมมี กําหนดเวลาหรือไม่ครับ ผมขออนุญาตเอาเวลาของเพื่อนสมาชิกพรรครัฐบาลเพื่อจะได้ อภิปรายให้ครบองค์ประกอบครับ
เชิญครับ อนุญาตครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเห็นเสียงออดก็เลยคิดว่าเปึนการเตือน
จริง ๆ การอภิปรายของท่านสมาชิกโดยทั่วไปนั้นก็กําหนดเวลาท่านละ ๕ นาที แต่ว่าในกรณีที่มี เนื้อหาสาระที่มีความสําคัญจําเปึนประธานก็สามารถอนุญาตได้ เชิญครับ
ขอบคุณท่านครับ สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติเห็นชอบ สํานักงานศาลยุติธรรมเห็นชอบ สํานักงานสภาความมั่นแห่งชาติ เห็นชอบ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบ สํานักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบ กอ.รมน. เห็นชอบ สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นชอบ ทุกหน่วยงานเห็นชอบ ก่อนที่จะมีการนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้วก็ส่งสภา กฎหมาย
สมาชิกหลายคนก็ส่งสภา ผมเองก็ไปเปึนกรรมาธิการในชุดนี้ ในการพิจารณาของ กรรมาธิการนั้นจะเชิญทุกหน่วยงานมาถามทุกประเด็น กําหนดระยะเวลา ๑๒๐ วันไม่มีใคร ไม่เห็นชอบเลย ไม่มีใครโต้แย้งเลย ไม่มีหน่วยงานใดท้วงติงเรื่องงบประมาณ ไม่มีหน่วยงานใด ท้วงติงเรื่องวิธีปฏิบัติ ไม่มีหน่วยงานใดขัดข้อง แต่พอมีข่าวเมื่อต้นเดือนมกราคม มีข่าวคราว ว่าจะมีการเลื่อนการบังคับใช้มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ ออกไป ผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้เชิญท่าน ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมาชี้แจง ท่าน พลตํารวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล มาชี้แจง ในฐานะเปึนตัวแทนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพราะท่านผู้บัญชาการไม่มา การชี้แจง ดังกล่าวนั้นเราถือว่าเปึนการชี้แจงที่ผูกพัน และจะต้องรับผิดชอบต่อคําชี้แจงดังกล่าว เมื่อชี้แจงแล้วจะมาอ้างว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ทราบไม่ได้ เพราะชี้แจงแล้วจะต้องไป รายงานต่อผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือขึ้นไป เมื่อเปึนอย่างนั้นแล้วเราก็มีความมั่นใจ ผมและ คณะกรรมาธิการได้เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ท่านกรุณา กําชับให้หน่วยงานกระทรวงยุติธรรมให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ก็บอกว่าไม่มีปัญหาแต่ประการใด ไม่มีหน่วยงานใดเลยมีปัญหา ไม่ว่าจะด้านบุคลากร และด้านงบประมาณ
ขณะเดียวกันข้อขัดข้องที่ส่งมาเพื่อจะออกเปึนพระราชกําหนดฉบับนี้ ท่านผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติส่งผ่านกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพส่งถึง ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์นําส่งเข้าคณะรัฐมนตรี เลยเปึนข้อสงสัยแล้วต้อง ตั้งคําถามกันท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติส่งข้อมูลถึงกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพนั้น เปึนข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์นําข้อมูลดังกล่าวนั้นไปขอ ครม. อนุมัติเปึน พระราชกําหนดออกมา เปึนข้อมูลที่สมบูรณ์หรือไม่ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติออกมานั้นได้ ตรวจสอบข้อมูลชัดเจนแล้วหรือยัง ตลอดระยะเวลาตั้งแต่กฎหมายฉบับนี้ออกมามีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่ตุลาคม กฎหมายสําเร็จ มีผลบังคับใช้ ๒๒ กุมภาพันธ์ ช่วงระยะเวลาดังกล่าวนั้น ๑๒๐ วัน สํานักงานตํารวจแห่งชาติทําอะไรบ้าง มีความพร้อม เตรียมการอะไรบ้าง จึงมาอ้าง ว่าไม่มีงบประมาณ แล้วเพิ่งมาของบประมาณเมื่อวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมา ความจริงนั้นการใช้ กล้องเพื่อบันทึกภาพนั้น ไม่จําเปึนที่จะต้องมีกล้องที่วิลิศมาหราอะไร กล้องมือถือก็ใช้ได้ บันทึกภาพส่งไปหาอัยการ ส่งไปหานายอําเภอ ก็ส่งได้ ถ้าจะมาบอกว่าเกรงว่าผู้ปฏิบัติงาน จะถูกฟัองร้องหากการจับกุมไม่ถูกต้อง แน่นอนครับ ผู้ที่เขาถูกจับกุมเขาต้องมีช่องทาง ที่จะต่อสู้คดีไม่ว่าจะในแง่ในมุมประการใด ทําไมสํานักงานตํารวจแห่งชาติจึงไม่อบรม พนักงาน จึงไม่ให้คําแนะนําออกระเบียบตํารวจขึ้นมา จริงอยู่มีช่วงหนึ่งได้ออกระเบียบ เกี่ยวกับการจับกุมการบันทึกภาพ ไม่ใช่เรื่องสาระสําคัญที่ต้องถึงกับมาเลื่อนและออกเปึน พระราชกําหนด องค์กรระหว่างประเทศจะมีผลกระทบมาก ผมขอยืนยันว่าพระราชกําหนด ฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๒ ซึ่งการออก พระราชกําหนดต้องเปึนกรณีฉุกเฉิน มีความจําเปึนเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ร่าง พระราชกําหนดฉบับนี้นั้นมิได้เปึนกรณีฉุกเฉิน มีความจําเปึนเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ประการใด ท่าน ผบ. ตํารวจแห่งชาติได้เคยออกคําสั่ง ที่ ๑๗๘/๒๕๖๔ ให้เจ้าหน้าที่ ตํารวจใช้กล้องติดตามตัวบันทึกภาพและเสียงขณะทําการตรวจค้น จับกุม และสอบสวน มาตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ แล้วครับ การเลื่อนดังกล่าวนี้มิใช่เปึนประโยชน์ในการที่จะรักษาความ ปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือเปึนการปัองกันภัยพิบัติสาธารณะตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗๒ แต่ประการใด ซึ่งจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นคงเปึนภาระหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจะดําเนินการวินิจฉัย หรือพิจารณา ผมเองก็พร้อมที่จะร่วมลงลายมือชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมยังได้คุย
กับท่านผู้นําฝ์ายค้านว่าหากทางฝ์ายรัฐบาลไม่ยื่น ผมจะขออนุญาตไปเซ็นชื่อร่วมกับพรรค ฝ์ายค้านยื่นให้ศาลตัดสินวินิจฉัย ท่านประธานครับ ผลกระทบจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแล้วสมมุติว่าเปึนกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญ ถามว่าใครจะเปึนคนรับผิดชอบ มาตรา ๑๕๗ ข้าราชการประจํา ละเว้นการปฏิบัติงาน หรือปฏิบัติงานล่าช้า ท่าน ผบ.ตร. อาจจะต้องถูกยื่น ป.ป.ช.
การนําข้อมูลอันไม่สมบูรณ์ส่ง ครม. อาจจะโดน ป.ป.ช. สอบในมาตรฐานการขัดมาตรฐาน ทางจริยธรรม พระราชกําหนดไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เปึนเรื่องที่คณะรัฐมนตรีหรือท่าน นายกรัฐมนตรีจะต้องถวายคําแนะนําต่อเบื้องสูง เพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธย ผมไม่แน่ใจว่า จะคํานึงถึงเรื่องเหล่านี้กันหรือไม่ เพราะอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีส่งบัญชีรายชื่อผู้ที่มีปัญหา กราบบังคมทูลเปึนรัฐมนตรี และเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีการกล่าวอ้างในการปราศรัยในคําพูด ที่ไม่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้เปึนประเด็นที่น่าเปึนห่วง ด้วยเหตุนี้สมมุติว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ พระราชกําหนดฉบับนี้มีผลบังคับใช้มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ ก็ต้อง ถูกเลื่อนออกไป ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ชีวิตทรัพย์สินของประชาชนมีอย่างมากมาย ซึ่งประเทศไทยเรามีพันธกรณีที่ต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาซีอีดี (CED) หลังจาก พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลบังคับแล้ว คณะรัฐมนตรีและ สนช. ก็ได้ให้ความเห็นชอบในการให้สัตยาบัน สหประชาชาติก็แสดงความ ยินดี กรรมการสิทธิมนุษยชนก็ยืนยันและเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายตามกําหนด การออกพระราชกําหนดเลื่อนให้บังคับใช้มีผลต้องให้การสัตยาบันซีอีดี (CED) ต้องเลื่อนไป ซึ่งขัดมติ สนช. ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดพันธกรณีอนุสัญญาซีอีดี (CED) ซึ่งกระทรวงการ ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ กรมองค์การ ระหว่างประเทศมีบทบาทภารกิจในการกํากับดูแลในส่วนนี้ ท่านประธานครับ ข้ออ้างขาด งบประมาณ ขาดความพร้อม ขาดความไม่ชัดเจน ฟังไม่ขึ้นครับ แต่คนจะวินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นก็จะเปึนศาลรัฐธรรมนูญ ผมจึงยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าผมไม่อนุมัติ พระราชกําหนดฉบับนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภัครอร ตามด้วยท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภคอร จันทรคณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรองหัวหน้าพรรค ไทยศิวิไลย์ จะขออภิปรายในมาตรา ๓ ที่ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒ ของพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคล สูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งมีสาระสําคัญในมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวได้กําหนดให้เจ้าหน้าที่ตํารวจต้องทําการบันทึกภาพ
และเสียงตลอดเวลาที่เข้าตรวจค้น จับกุม ควบคุมตัวและขัง พร้อมกับแจ้งให้ฝ์ายปกครอง อําเภอและอัยการทราบ ทําบันทึกการจับกุมพร้อมทั้งบันทึกสภาพร่างกายและจิตใจของ ผู้ถูกจับและควบคุมตัวโดยละเอียด เพื่อให้ญาติและทนายความนั้นสามารถตรวจสอบได้ เพื่อปัองกันการซ้อมทรมาน การอุ้มหาย การอุ้มฆ่าและการกระทําทุจริตประพฤติมิชอบ โดยเจ้าหน้าที่ โดย ครม. มีมติให้ชะลอการบังคับใช้ออกไปจนถึงวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ นั้น ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอโดยให้เหตุผลว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเปึนหน่วยงานหลัก ในการปฏิบัติการตามกฎหมายแจ้งว่ายังมีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับความพร้อม ด้านงบประมาณ การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ ขั้นตอนการปฏิบัติงานในการบังคับใช้ พระราชบัญญัติดังกล่าว
โดยที่ ครม. อ้างว่าเปึนเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน และมีผลกระทบต่อความ ปลอดภัยในชีวิตและร่างกายของประชาชนโดยตรง หากมีการใช้บังคับกฎหมายขณะที่ หน่วยงานยังไม่มีความพร้อม อาจเกิดผลร้ายต่อสังคมเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันในฐานะผู้แทน ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการออกพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกัน และปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ให้ชะลอการบังคับใช้เปึนสิ่งที่ไม่สมควร เปึนการปกปัองเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อํานาจ ใช้กําลัง กับประชาชน ยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วเจ้าหน้าที่รัฐสามารถจับกุม คุมขัง จัดแต่งรูปคดี ซ้อมผู้ต้องหา ทรมานได้ตามอําเภอใจ รีดทรัพย์ ซึ่งแม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็มีมากพอสมควร ท่านประธานคะ ยากมากที่ประชาชนตาดํา ๆ นั้นจะต่อกรกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้ง ๆ ที่เปึนผู้จ่าย ภาษี เงินเดือนราชการ สวัสดิการอื่น ๆ ให้จนตาย ประชาชนก็คือเจ้านายข้าราชการ ขอจง อย่าลืมค่ะ
ขออนุญาตท่านประธานนอกเรื่อง ๑ นาที แต่อยู่ในกรอบ ๕ นาทีค่ะ ดิฉันทํา หน้าที่ในฝ์ายนิติบัญญัติในช่วงสั้น ๆ ในนามพรรคไทยศรีวิไลย์ได้เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ ตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อปฏิรูปตํารวจให้ยึดระบบอาวุโส ๘๕ เปอร์เซ็นต์ สมรรถนะ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดการคอร์รัปชันในระบบการแต่งตั้ง โยกย้าย เพื่อจะได้มีเวลาทํางาน ให้ประชาชน และแก้ไขพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... เพื่อปกปัองธุรกิจ ชุมชนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไม่ให้ธุรกิจเจ้าสัวผูกขาดเกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของตลาด ถ้าเกิน มีโทษจําคุก ๕-๑๐ ป้
สุดท้ายนี้ดิฉันขอกราบขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธาน สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ท่าน ที่ให้โอกาสในการทําหน้าที่ รวมทั้งขอบคุณเพื่อนสมาชิก ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในรัฐสภาแห่งนี้ สิ่งสําคัญคือดิฉันขอกราบขอบคุณประชาชนคนไทย ที่เลือกพรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ชอบ ที่รักพรรคไทยศรีวิไลย์ในปัจจุบันให้มาทําหน้าที่เปึนปาก เปึนเสียงแทนประชาชน และดิฉันก็ทําหน้าที่เต็มความสามารถเพื่อชีวิตความเปึนอยู่ของ ประชาชนที่ดีขึ้น ประชาชนยิ้มได้ ตามปณิธานของท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้า พรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งเปึนคนของประชาชนทั้ง ๖๖ ล้านคน ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตํารวจตรี สุพิศาล ตามด้วยท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ มีสไลด์ (Slide) และมีคลิปซาวนด์ (Clip sound) เด็ดด้วยครับ วันนี้มีคลิป (Clip) ยืนยันว่า สตช. พร้อม กราบเรียนท่านประธานครับ ในวาระนี้เพื่อนผมและผมทุกคนในพรรคไม่อนุมัติ เดี๋ยวท่าน หัวหน้าผมก็จะมาพูดด้วย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ฝ์ายเทคนิค มีสไลด์ (Slide) นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพ)
เดิมพวกผมทั้งหลาย อภิปรายตอนกฎหมายเข้า แล้วก็ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มีหนังสือด่วน ไม่รู้ด่วนเพราะอะไร ด่วนหรือฉุกเฉินเพราะตกใจ ด้วยความจําเปึน ผมคิดว่าอย่างนี้ ในวาระนี้เปึนเรื่องของการ ยืนยันว่าเราไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการ ๑. อย่ามาเล่นมุขตลกในสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะมาเล่นเกมทางการเมือง อํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญเปึนของประชาชน สภาเรา ก็มีหน้าที่ที่จะต้องวินิจฉัยเหมือนเช่นวันนี้ ผมมีเหตุผล ๑,๔๘๔ สถานีพร้อมมานานแล้วครับ
ท่านจะเห็นว่าท่านอ้างในเอกสาร ในหน้า ๑ ให้เหตุผลในเรื่องจัดหาอุปกรณ์อะไรพวกนี้ครับ ท่านไปดูคําสั่งที่ ตร. ๑๗๘/๒๕๖๔ ๙ เมษายน มีทั้งระเบียบการใช้กล้องในการจับกุมบันทึก พนักงานสอบสวนชัดเจน ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๓ แล้วเรื่องนี้ผมมีกระทู้ถาม เป่ดกระทู้ด้วยครับ ขอคลิป (Clip) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเป่ดคลิปภาพและเสียง)
นี่คือตัวแทน นายกรัฐมนตรี เพิ่มเติมสถานีละ ๒ ชุด ท่านประธานเปึนองค์ประธานครับ ท่านอาจจะ จําไม่ได้ แต่ผมเอาเทป (Tape) นี้มาให้ดู ยืนยันครับ ฯพณฯ รองนายกครับ ท่านรัฐมนตรีครับ มันชัดเจนครับ นั่นคือตัวแทนนายกรัฐมนตรีมาตอบผมในกระทู้ถามแยกเฉพาะ แล้วเหตุไฉน จึงมาอ้างมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญ ท่านดูในมาตรา ๑๗๒ รัฐธรรมนูญที่มีขีดเส้นใต้ แดง ๆ นั่นคือผมถ่ายมาจากความมุ่งหมายที่เขียนในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีตัวแดง ๆ เขียนว่า อย่างไร ผมอธิบายให้ฟังที่ท่านอ้าง ท่านเขียนว่าในกรณีฉุกเฉินมีความจําเปึนเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หรือจําเปึนที่จะต้องมีกฎหมายภาษีอากรซึ่งต้องทําโดยรีบด่วนและเปึน ความลับ นี่ครับมี ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง โดยกําหนดเงื่อนไขให้กระทําได้เฉพาะเมื่อมีเหตุ สําคัญอันเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยสาธารณะ หรือความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการปัองปัดภัยพิบัติสาธารณะ เห็นไหมมีเท่านี้ครับ รัฐบาล เอาเหตุผลอะไรมายกความปลอดภัยสาธารณะ ไม่ใช่หรอก ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สิครับ เท่านั้นเอง กลับข้างครับ เมื่อครู่นี้ท่านชลน่านท่านพูดไปแล้ว เดี๋ยวหัวหน้าพรรคผมก็จะมาพูดต่อ นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ผมยืนยันว่ารัฐธรรมนูญในความมุ่งหมาย มาตรา ๑๗๒ ไม่ได้บอกเลยครับ เหตุฉุกเฉินจําเปึนอย่างยิ่งอันหลีกเลี่ยง เห็นไหมครับ และความจําเปึนที่ต้องมีกฎหมาย นั่นภาษีอากรมาเกี่ยวด้วยอีกอัน นั่นมาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๒ มีเท่านั้น แล้วท่านเอา เหตุผลการขัดกฎหมายฉบับนี้มาได้อย่างไร มาตรา ๑๗๘ ที่ท่านสุวัฒน์ลงนามก็เขียนชัดว่า นั่นคือระเบียบของ ตร. ในเรื่องของการบันทึกภาพและเสียงในการจับกุมและพนักงาน สอบสวน พร้อมนะครับ ไม่มีเหตุผลเลยครับ ท่าน ผบ. คนปัจจุบันอาจจะไม่ได้กลับไปอ่าน คําสั่งนี้ กลับไปดูครับ อย่าทําให้ประชาชนเดือดร้อนมากไปกว่านี้ ขอบคุณครับ ที่เกินให้ผม นาทีเศษ ๆ
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านอาดิลันจะอภิปรายนะครับ ท่าน ผบ.ตร ตัวแทนผู้ชี้แจงได้ขอชี้แจง ขอเชิญ ท่าน ผบ.ตร. ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผม พลตํารวจเอก ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ขออนุญาตนําเรียน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงสาเหตุและความเปึนมาของการออกพระราชกําหนดแก้ไข เพิ่มเติม พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ต่อที่ประชุมสภา ก่อนอื่นผมขออนุญาตย้อนความไปถึง การพิจารณาเสนอกฎหมาย พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้ บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ตั้งแต่ขั้นต้นก่อนนะครับ เดิมในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. นี้ในช่วง พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๕ นั้น สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้มีโอกาส เข้าไปร่วมประชุมพิจารณา แต่ปรากฏว่าเดิมนั้นไม่มีการพิจารณาเกี่ยวกับบทบัญญัติในเรื่อง ของการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นการแจ้งให้อัยการและฝ์าย ปกครองทราบในทันทีตั้งแต่ชั้นการจับกุม เมื่อไม่ปรากฏประเด็นเหล่านี้สํานักงานตํารวจ แห่งชาติเองจึงไม่มีโอกาสได้ร่วมพิจารณาและชี้แจงในประเด็นดังกล่าวตั้งแต่ต้น ดังเช่น ป้ ๒๕๖๓ นั้นสํานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ นําส่งร่าง พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานของกระทรวงยุติธรรมมาให้สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติได้พิจารณาเสนอความเห็นในคราวแรกนั้น ร่างดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติในการ บันทึกภาพและเสียงในขณะจับกุม และแจ้งอัยการ และฝ์ายปกครองทําการบันทึกควบคุม แต่อย่างใด สํานักงานตํารวจแห่งชาติจึงได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เห็นด้วย กับหลักการของร่างกฎหมายดังกล่าว ต่อมาร่างกฎหมายดังกล่าวได้มีการประชุมพิจารณา ในกระบวนการจนถึงชั้นสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรได้มีการเพิ่มในเรื่องการบันทึกภาพและเสียงในการจับกุมและควบคุม เข้ามาในร่างกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่าในช่วงพิจารณาประเด็นนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้ ถูกเชิญให้เข้ามาร่วมชี้แจงในประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด และทราบว่าบทบัญญัติดังกล่าว ได้ถูกเสนอให้ตัดออกไป และถูกนําเสนอกลับเข้ามาใหม่อยู่หลายครั้ง ทั้งในชั้นการพิจารณา
ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา กระทั่งช่วงปลายป้ ๒๕๖๔ ถึงสิงหาคม ๒๕๖๕ ก็ยังมี การถกเถียงกันในประเด็นเรื่องการบันทึกภาพและเสียงในชั้นจับกุมและควบคุมอยู่ มีการ แก้ไขเสนอให้ตัดหรือไม่ตัดหลักการของมาตรานี้มาโดยตลอด ซึ่งผมเองก็ได้ทราบมาว่าในชั้น กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และชั้นกรรมาธิการของวุฒิสภาก็ได้มีการอภิปรายและ โต้เถียงกันในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน โดยในคณะกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภาได้เคยสอบถาม สํานักงานตํารวจแห่งชาติในประเด็นนี้เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ซึ่งสํานักงานตํารวจ แห่งชาติได้ตอบไปเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ได้ชี้แจงถึงอุปสรรคข้อขัดข้องและปัญหา ในทางปฏิบัติให้กับทางกรรมาธิการทราบไปส่วนหนึ่ง ซึ่งในวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภาก็ได้มีการเสนอให้ตัดเรื่องการบันทึกภาพและเสียงออก อย่างไรก็ตามสุดท้ายทางรัฐสภาก็ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัตินี้ออกมา พร้อมกับ มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบันทึกภาพและเสียงในขณะจับกุม รวมถึงขั้นตอนการแจ้งอัยการ ฝ์ายปกครองและการบันทึกควบคุม และกฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยเริ่มบังคับใช้เมื่อพ้นกําหนด ๑๒๐ วันนับแต่วันประกาศ ซึ่งก็คือวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติเมื่อเราได้ทราบ ถึงหน้าที่ตามประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้เร่งการสํารวจอุปกรณ์ ในการทํางานให้เปึนไปตามหลักการของพระราชบัญญัตินี้ในทันที
ซึ่งทําให้เราได้ทราบว่าถึงแม้ว่าเราได้มีการซื้อกล้องตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา จนถึงป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ รวมทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัว แต่ก็มีปัญหายังไม่เพียงพอ ยังขาดอุปกรณ์อีก จํานวนมาก รวมถึงพบปัญหาอุปสรรคขั้นตอนในการปฏิบัติอีกหลายประการ สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติจึงได้ทําหนังสือแจ้งไปยัง ๒ หน่วยงานก็คือ ๑. แจ้งไปยังผู้อํานวยการสํานัก งบประมาณเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๖ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบกลาง เพื่อจัดหาอุปกรณ์ ในการบันทึกภาพและเสียงให้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจทั่วประเทศ จนเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณ จํานวน ๔๔๔ ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวให้กับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ๒. ได้มีหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๖ เพื่อแจ้งถึงปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องทางปฏิบัติตามกฎหมายนี้และผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะมีผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยสาธารณะจากข้อขัดข้อง ด้านวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนการปฏิบัติที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งมีท่านอภิปรายว่ามีตัวแทน สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ไปชี้แจง โดยท่านรองสุรเชษฐ์ได้ไปชี้แจงที่กรรมาธิการ ซึ่งผมตรวจสอบดูแล้ว ก่อนที่จะทําหนังสือฉบับนี้ถึงกระทรวงยุติธรรมซึ่งเราได้พบปัญหา เพิ่มเติมในช่วงดังกล่าว เราก็เลยทําหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ ๖ มกราคม นอกจากนั้นสํานักงานตํารวจแห่งชาติยังได้ทราบจากการประชุมหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานก็ยังไม่พร้อมที่จะดําเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ โดยในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน พ.ร.บ. นี้ ซึ่งเปึนการประชุมร่วมกันระหว่าง หน่วยงานของรัฐ สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พลตํารวจโท นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วยผู้จัดการสํานักงานตํารวจแห่งชาติและผู้จัดการสํานักงานกฎหมายและคดี ซึ่งวันนี้ ก็ได้มาร่วมนั่งเพื่อรอคําชี้แจงเช่นกัน ได้เข้าร่วมประชุมมาโดยตลอดและได้ทราบว่า เกือบทุกหน่วยงานในภาคปฏิบัติก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคเช่นเดียวกับสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูล ระบบการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน การจับกุมในกรณีที่มีการขยายผล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในคดียาเสพติด หรือต้องมีการเดินทางข้ามจังหวัดที่มีระยะทางไกล หรือต้องนําตัวผู้จับกุม โดยสารเครื่องบินพาณิชย์ หรือกรณีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยสนธิกําลังจับกุม ในกรณี ที่ยกตัวอย่างมานี้ใครที่จะมีหน้าที่รับผิดชอบ หน่วยงานไหนจะต้องดําเนินการอย่างไร หรือมี วิธีการปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้องตามกฎหมายฉบับดังกล่าว หรือแม้กระทั่งกรณีเหตุสุดวิสัย
ที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้นมีขอบเขตอย่างไร ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายในทางปฏิบัติ ที่ไม่สามารถนํามากล่าวได้ทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีประเด็นเรื่องระเบียบกลางซึ่งจนถึง ขณะนี้ระเบียบกลางของกฎหมายฉบับนี้ซึ่งจะต้องออกมาเปึนแนวทางเดียวกันยังทํา ไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีการโต้แย้งกันหลายมาตรฐานของแต่ละหน่วยในกระบวนการ ยุติธรรมต่าง ๆ ซึ่งมีหลากหลายแตกต่างกันระหว่างหน่วยงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความศรัทธา เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมขึ้นอีก แม้กระทั่งในการประชุมคณะกรรมการล่าสุดเมื่อ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ปัญหาที่ผมยกตัวอย่างมาก็ยังไม่ได้ตกผลึก ยังไม่ลงตัวในหลาย ประเด็น รวมถึงทุกหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยก็ยังไม่เคยมีการซักซ้อมการปฏิบัติระหว่าง หน่วยจับกุม หน่วยรับแจ้งระหว่างกัน ถึงแม้ว่าบางหน่วยงานอาจจะมีหนังสือยืนยัน แต่ว่า เราไปคุยกับผู้ปฏิบัติด้วยกันเอง ยังมีปัญหาปลีกย่อยอีกจํานวนมาก ผมขออนุญาตนําเรียน ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือระบบการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนข้อมูลการบันทึกภาพ และเสียง ข้อมูลการรับแจ้ง ซึ่งการเก็บข้อมูลบันทึกภาพและเสียงเปึนเรื่องใหญ่และ เปึนปัญหาสําคัญ เพราะตํารวจเราทํางานตลอดเวลา ๗ วันต่อสัปดาห์ ๒๔ ชั่วโมงต่อวัน มีการจับกุมผู้กระทําความผิดในแต่ละวันเปึนจํานวนมาก ซึ่งอาจจะต้องมีการบันทึกภาพ และเสียงจํานวนหลายชั่วโมง การจัดเก็บข้อมูลให้ถูกต้องและเปึนระบบจึงต้องมีการเตรียม ความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์เช่นกัน เพราะเมื่อบันทึกภาพและเสียงแล้วจะต้องเตรียมว่า จะจัดเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน ซึ่งทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ได้พยายามแก้ไขโดยขอ งบประมาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์และระบบการจัดเก็บ เช่น เอ็กซ์เทอร์นัล ฮาร์ดดิสก์ (External Hard Disk) อีก ๖๐ ล้านบาท เพราะตอนแรกทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เข้าใจว่าระบบการจัดเก็บข้อมูลตาม พ.ร.บ. นี้ ทางกระทรวงการยุติธรรมจะเปึนผู้จัดเก็บ ในส่วนกลาง
แต่ตอนนี้ทราบว่าให้แต่ละหน่วยงานเปึนผู้จัดเก็บ ซึ่งจะต้องจัดเก็บไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด หรือคดีขาดอายุความ ซึ่งทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ได้ดําเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนอยู่ ผมขออนุญาตนําเรียนเพิ่มเติมว่าหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยแม้ว่าจะมีหนังสือแจ้งว่า มีความพร้อมการปฏิบัติก็จริง แต่เมื่อลงรายละเอียดในการปฏิบัติจริง ๆ แล้วมีหลายหน่วย ก็ได้พบปัญหา เพราะได้พบปัญหาว่าในทางปฏิบัติ จริง ๆ แล้วอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ ต่าง ๆ ก็ยังไม่พร้อม โดยเฉพาะบางหน่วยงานเปึนหน่วยงานที่เปึนผู้แจ้งด้วย เปึนผู้รับแจ้งด้วย ตามมาตรา ๒๒ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าให้เอ่ยนามท่านได้ คือเมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมาผมก็ได้คุยกับท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ยืนยันกับผมว่าท่านตรวจสอบแล้ว ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยยังมีความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์เช่นเดียวกับสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็มีอํานาจในการจับกุมเช่นกัน แล้วก็นอกจากนั้นก็มีหน้าที่ ในการรับแจ้ง ซึ่งจะต้องใช้อุปกรณ์จัดเก็บจํานวนมาก ซึ่งทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เปึนหน่วยหลักในการบังคับใช้กฎหมายทั้งการจับกุมและควบคุม มีเจ้าหน้าที่ตํารวจที่เข้าไป เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามกฎหมายนี้ไม่น้อยกว่า ๑๖๐,๐๐๐ คน ไม่ว่าจะเปึนสายงาน ปัองกันปราบปราม สายงานสืบสวน สายงานสอบสวน จราจร แล้วก็หน่วยควบคุมฝูงชน ซึ่งประเด็นที่สําคัญก็คือตํารวจ ๑ นาย ก็คือ ๑ หน่วยของความปลอดภัยสาธารณะ เพราะตํารวจทุกคนมีอํานาจในการจับกุมผู้กระทําผิดเหตุซึ่งหน้าได้ทันทีและเมื่อเกิดเหตุร้าย ผู้ที่รักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยให้กับประชาชนอาจมีคําถามว่าทําไมตํารวจไม่ใช้ โทรศัพท์มือถือในการบันทึกภาพและเสียงแทนไม่ได้หรือ เมื่ออุปกรณ์ไม่พร้อมก็ใช้ โทรศัพท์มือถือไปพลางก่อน ขออนุญาตนําเรียนว่าตามยุทธวิธีตํารวจการจับกุมจะต้อง ดําเนินการทันท่วงทีและทุกสถานการณ์ ทุกรูปแบบ ต้องใช้สองมือในการจับกุมควบคุม อาจมีอาวุธมีการยิงต่อสู้ต้องมีการควบคุมใส่กุญแจมือ ท่านลองคิดนึกถึงสภาพ มือหนึ่งต้อง ถือโทรศัพท์เพื่ออัดเทป มันไม่ใช่ยุทธวิธีตํารวจที่ดี อีกอย่างหนึ่งระหว่างการบันทึกภาพ และเสียงหากมีสายโทรศัพท์เข้ามามีโปรแกรมแจ้งเตือนต่าง ๆ ก็อาจส่งผลให้ความต่อเนื่อง ในการบันทึกภาพเสียไป โทรศัพท์มือถือแต่ละรุ่นก็มีระบบการจัดเก็บหน่วยความจําหน้าที่ แตกต่างกัน ที่สําคัญการจะจัดเก็บข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือมาเปึนของจัดเก็บ ในส่วนกลางก็ทําไม่ได้ง่าย ๆ เปึนภาระที่จะต้องแก้ปัญหาในเรื่องนี้อีก ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมก็จะให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดในการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้น สํานักงานตํารวจแห่งชาติจึงได้
เรียนไปยังกระทรวงยุติธรรมและได้เสนองบประมาณไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่าน รองนายกรัฐมนตรีวิษณุท่านก็ได้รับทราบปัญหาเบื้องต้น ท่านก็เลยนัดประชุมกับทาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งเปึนหน่วยงานหลักกับกระทรวงยุติธรรมจนกระทั่งได้เห็นปัญหา ดังกล่าวจึงเปึนที่มาของการออก พ.ร.ก. แก้ไขขยายเวลาเฉพาะมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ ซึ่งประเด็นอื่นที่สําคัญของ พ.ร.บ. นี้ไม่ได้มีการเลื่อนบังคับใช้ทั้งฉบับ เลื่อนเฉพาะเร่งด่วนฉุกเฉินกรณีมาตรา ๒๒ ถึง มาตรา ๒๕ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเรื่องการ ปัองกันปราบปรามอาชญากรรมความปลอดภัยของประชาชนโดยส่วนรวมเท่านั้น ซึ่งก็คือ การบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องระหว่างการจับกุมและควบคุมตัว โดยเปึนเรื่องของ อุปกรณ์และระบบการทํางาน การเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน ซึ่งก็เปึนการขอเลื่อนเปึนช่วง สั้น ๆ เพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อสําหรับประเด็นของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและ เสรีภาพก็ยังได้รับความคุ้มครองทุกประการในบทความผิดบทลงโทษที่มีผลบังคับใช้แล้ว ในส่วนของการสูงสุดก็ได้มีการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเรื่องราวจากประชาชนและญาติผู้ถูกกระทํา แล้วจํานวน ๑๑๓ ศูนย์ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตลอดจนมีเหตุเกี่ยวกับเรื่องซ้อมทรมานต่าง ๆ ก็ สามารถไต่สวนฉุกเฉินโดยศาลได้ ผ่านทางอัยการ ฝ์ายปกครอง หรือฝ์ายพนักงานสอบสวน สุดท้ายนี้ผมขออนุญาตสรุปภาพรวมเพื่อให้เห็นตัวอย่างว่าความไม่พร้อมที่จะเกิดอะไร ขึ้นบ้าง
ประเด็นที่ ๑ การส่งผลกระทบต่อการปัองกันปราบปรามอาชญากรรมใน ภาพรวม เนื่องจากตํารวจผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้นจะไม่มั่นใจในการทํางาน ไม่ใช่ตํารวจไม่กล้าจับ แต่การจับตามกฎหมายหนึ่งและต้องตกเปึนผู้กระทําความผิดตามอีกกฎหมายหนึ่ง เพราะความไม่พร้อมเรื่องอุปกรณ์ ก็จะต้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจว่าจะทําให้การทํางาน จะทําหรือไม่ อย่างไร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการปัองกันปราบปรามอาชญากรรมที่มี ประสิทธิภาพลดลงอย่างทันที ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการรักษาความปลอดภัยสาธารณะ ในภาพรวม
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาในขณะกระทํา ความผิดและยึดสิ่งของที่มีความผิด หรือใช้ในการกระทําความผิด หรือได้มาจากการกระทํา ความผิด โดยไม่มีการบันทึกภาพและเสียงเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวครบถ้วน อาจเปึนเหตุให้ผู้ต้องหาหรือจําเลยยกเปึนข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณาคดีว่าการจับกุมและการได้ พยานหลักฐานมาโดยมิชอบอาจทําให้พยานหลักฐานที่มีน้ําหนักน้อยลง หรือมีพิรุธน่าสงสัย เปึนเหตุให้ศาลพิพากษายกฟัองได้
ประเด็นที่ ๓ ระเบียบกลางที่เปึนแนวทางปฏิบัติให้กับทุกหน่วยงานของรัฐ หากยังไม่ถูกกําหนดขึ้นมาโดยครบถ้วน ก็จะส่งผลให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ปฏิบัติแตกต่างกัน ไม่เปึนมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากแต่ละหน่วยก็อาจจะตีความและปฏิบัติ ต่างกัน รวมถึงกรณีหน่วยงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติงานใครจะรับผิดชอบอย่างไร วิธีการ ปฏิบัติอย่างไร ซึ่งปัญหาความชัดเจนนี้ก็อาจจะส่งผลถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
ทั้งหมดนี้เปึนปัญหาหลักที่อยากจะนําเรียนต่อสภาแห่งนี้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ จะมีความไม่พร้อมสํานักงานตํารวจแห่งชาติเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเพิกเฉย อย่างเช่นที่ท่าน ผู้อภิปรายของพรรคก้าวไกลได้อภิปรายว่ามีคําสั่งตํารวจแห่งชาติ ๑๗๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ ซึ่งได้มีการสั่งการให้คดีที่มีหมายจับหรือคดีที่มีคําสั่งศาล เจ้าหน้าที่ตํารวจ จะต้องทําการบันทึกภาพและเสียงในชั้นตรวจค้นจับกุม ส่วนในชั้นสอบสวนก็ต้องมี บันทึกภาพและเสียงในคดีที่มีอัตราโทษสูง ซึ่งเราได้เห็นความสําคัญการใช้กล้องบันทึกภาพ และเสียงการปฏิบัติงานมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าใช้ทุกคดี เราใช้ เฉพาะคดีที่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าคือ เช่น คดีที่มีหมายจับ แล้วก็คดีที่มีอัตราโทษสูง ในการสอบสวน แต่กฎหมายฉบับนี้ได้ให้ใช้ในคดีที่มีการจับกุมและควบคุมตัวทุกคดี และต้องมีการเก็บรวบรวม แล้วก็ส่งแจ้งไปยังอัยการกับฝ์ายปกครองนะครับ ซึ่งเปึนเรื่อง เพิ่มเติมมาใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ซึ่งก็ทําให้เกิดปัญหาดังที่กล่าวข้างต้น นอกจากนั้นในส่วนของ การตั้งจุดตรวจต่าง ๆ สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ได้มีหนังสือสั่งการให้กรณีการตั้งจุดตรวจ ที่ได้ขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาต้องมีบอดีแคม (Bodycams) มีกล้องที่ติดตัวที่จะต้องเห็น การทํางานตั้งแต่ในขั้นของการตรวจค้น ในการเรียกตรวจต่าง ๆ ซึ่งเราไม่ได้เพิกเฉยต่อเรื่อง การทําให้โปร่งใส แต่ว่าที่เราขอทําหนังสือแจ้งข้อขัดข้องขอเลื่อนในบางมาตราเปึนเรื่องที่มี ความจําเปึนเร่งด่วน เปึนปัญหาต่อความสงบเรียบร้อย เปึนความปลอดภัยของสาธารณะ
ของประชาชนโดยอย่างแท้จริง จึงขอเสนอให้มีการประกาศ พ.ร.ก. เพื่อขอขยายเวลา การบังคับใช้ พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ นั้นเปึนความต้องการของหน่วยผู้ปฏิบัติ ซึ่งของ สตช. ถือว่าเปึน หน่วยหลักมีผู้เกี่ยวข้องเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ คน จึงได้เสนอปัญหาและแจ้งข้อขัดข้องไปยัง รัฐบาลเพื่อขอขยายเวลา จึงขออนุญาตใช้เวลาในการชี้แจงไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อ โปรดทราบ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปจะเปึนการอภิปรายของท่านอาดิลัน ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา และท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐนะครับ ขออนุญาตอภิปรายตามวาระการพิจารณาเรื่องด่วนวันนี้นะครับ ขออภิปรายเพื่อเปึนข้อมูล แก่ท่านสมาชิกทุกท่านก่อนที่เราจะได้ลงมติในวาระนี้ ตัวพระราชบัญญัตินี้เปึนความพยายาม ของทุกภาคส่วนที่พยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้นับตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ผมเองเคยยื่นกระทู้ ทั่วไปในสภาแห่งนี้ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อขอทราบความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖
ซึ่งเคยถูกพิจารณาโดยรัฐบาล คสช. ในสมัยนั้น แต่มีการยุบสภาไปกระทั่งป้ ๒๕๖๒ ในครั้งนั้น ท่านรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ท่านตอบว่าเราอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะเสนอเข้ามาใหม่ ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนโดย คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้มีการร่าง กฎหมายปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหายออกมา ขณะเดียวกันพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็พยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้ มีการเสนอกฎหมาย เพื่อให้มีการบังคับใช้ในประเทศตามที่เราเองได้ลงนาม มีการต้องอนุวัติกฎหมายเพื่อให้ เปึนไปตามข้อตกลงที่เราได้ลงนามในหนังสือกับนานาชาติไว้ แต่ในระหว่างการพิจารณา ก็ยังไม่ได้ถึงลําดับพิจารณาของสภา เนื่องจากว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่มีการนําเสนอใน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในการดําเนินการทั้งภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ได้มีการ เรียกร้องให้รัฐบาลพยายามผลักดันกฎหมาย เสนอกฎหมายที่มีลักษณะเดียวกันกับร่าง พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหายของฝ์าย พรรคการเมืองต่าง ๆ จนกระทั่งมีการเสนอเข้ามา ในส่วนของเพื่อให้มีกฎหมายตามที่ ประเทศไทยได้ลงนามไว้ และในกรรมาธิการวิสามัญที่ผ่านมา เราได้มีการปรับปรุงกฎหมาย ฉบับร่างของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จนได้เปึนกฎหมายที่มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยเฉพาะผมเองได้มีการตั้งกระทู้ถามและได้หารือในสภาแห่งนี้ ไม่น้อยกว่า ๔ ครั้ง เพื่อผลักดันให้มีกฎหมาย ซึ่งผมถือว่าเปึนกฎหมายที่ดีที่จะยกมาตรฐาน การอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่รัฐบาลเองยังคงบังคับใช้ตัว พ.ร.บ. พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก มีการใช้ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ป้ ๒๔๕๗ และพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ที่เปึนที่มาของการได้รับข้อร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ทั้งกรณีการควบคุมตัวบุคคลไป แต่ไม่ทราบว่านําตัวไปไว้ที่ไหน หรือกรณีร้องเรียนว่ามีการทําร้ายร่างกายขณะมีการควบคุมตัว มีการจับกุมตัวหรือ มีการวิสามัญ มีการทําลายทรัพย์สินของประชาชนในการเข้าควบคุมตัวบุคคลหรือ มีการบังคับให้รับสารภาพขณะเข้าควบคุมตัวหรือกล่าวหาว่าเปึนเจ้าหน้าที่หรือพวกของ เจ้าหน้าที่และนําตัวไปทําให้สูญหาย ทําให้หายสาบสูญไปโดยไม่ทราบชะตากรรม กระทั่ง เมื่อเราได้รับ ได้มีกฎหมายที่สามารถปัองกัน ปรากฏการณ์ที่ผมนําเรียนเมื่อสักครู่นี้แล้ว
ก็คือตัวพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย ซึ่งถือว่าเปึนการปฏิรูปกฎหมายกระบวนการยุติธรรมในรอบ ๑๐๐ ป้ก็สามารถที่กล่าวได้ว่า เปึนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการคุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน และกฎหมายตัว พ.ร.บ. ฉบับนี้ หัวใจของกฎหมายฉบับนี้ที่จะเปึนการอุดรูรั่ว อุดช่องโหว่ของกฎหมาย เรื่องของ การอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชนก็คือ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ที่กล่าวถึงกระบวนการในการควบคุมตัว ต้องมีการบันทึกภาพ เสียง ตลอดระยะเวลาจนกระทั่งมีการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน หรือมีการปล่อยตัวกลับ หรือต้องมีการตรวจร่างกายขณะที่มีการควบคุมตัวหรือปล่อยตัวกลับ ต้องมีการบันทึก รายละเอียดว่าใครเปึนผู้ควบคุมตัวและนําตัวไปไหน วัตถุประสงค์ในการควบคุมตัวเพื่ออะไร เหล่านี้เปึนสิ่งที่กฎหมายตัว พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้ บุคคลสูญหายได้มีการอุดรูรั่วของการอํานวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนมา โดยตลอด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อหาสาระที่ผม ถือว่าเปึนประโยชน์สําหรับให้กับท่านสมาชิกได้รับทราบข้อมูลเพื่อจะเปึนประกอบในการ พิจารณาในการลงมติต่อไปครับ ท่านประธานครับ
ก็เพิ่มอีกสัก ๒ นาทีนะครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ข้อมูลในส่วนที่เราคิดว่าเปึนประโยชน์ในการที่จะทําให้พี่น้องประชาชนได้รับการคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย ฉบับนี้ ท่าน ผบ.ตร. ได้นําเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าต้องมีการบันทึกแล้วก็มีการบันทึกเสียงและภาพ ตลอดเวลาในทุกคดี
ไม่ผิดนะครับ เปึนเรื่องถูกต้องตามมาตรา ๒๒ แต่ในข้อนี้มาตรา ๒๒ มีข้อยกเว้นว่ากรณีที่มี ความจําเปึนอาจจะไม่ต้องบันทึกภาพได้ บันทึกเสียงได้ เช่น กรณีที่มีการจับกุมความผิด ซึ่งหน้า เหล่านี้แน่นอนเปึนตํารวจ ๒๔ ชั่วโมง แต่ไม่จําเปึนที่จะต้องบันทึกตลอดระยะเวลา มีความจําเปึนเร่งด่วน มีเหตุจําเปึนไม่สามารถจะบันทึกได้เราก็ยังมีข้อกฎหมายอยู่แล้ว ในมาตรา ๒๒ วรรคสองที่ให้สามารถจะบันทึกความจําเปึนที่ไม่สามารถจะบันทึกได้ เช่นเดียวกัน กรณีที่จะมีการไปควบคุมตัวหรือจับกุมตัว กรณีมีแผนปฏิบัติการเหล่านี้ต่างหาก ที่เราคิดว่าจําเปึนที่จะต้องมีการบันทึกภาพ เสียง ตามที่กําหนดไว้ในกฎหมาย ในส่วนของ ๔ มาตราที่รัฐบาลได้ออกพระราชกําหนดเพื่อขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้นี้ถือว่าเปึน หัวใจสําคัญในการที่จะคุ้มครองพี่น้องประชาชน สําหรับเหตุผลที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ อ้างความไม่พร้อมตามหนังสือของ ผบ.ตร. ของเดือนมกราคม ป้ ๒๕๖๖ มีหลายหน่วยงาน ที่มีการได้ให้ข้อมูลกับทางคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ว่าได้เตรียมความพร้อมในการที่จะบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้แล้ว ไม่ว่าจะเปึนกรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรมเอง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดย พลตํารวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล เอง ท่านก็ได้ไปชี้แจงกับพวกเราว่ารู้ว่าต้องใช้งบประมาณจํานวนมาก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทด้วยซ้ําไปในการที่จะต้องซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ แต่สามารถที่จะปฏิบัติ ตามกฎหมายนี้ได้โดยที่ไม่ได้ให้เปึนอุปสรรคว่าไม่สามารถจะปฏิบัติตามกฎหมายนี้ได้ นี่คือสิ่งที่อยากจะนําเรียนต่อที่ประชุมว่าในส่วนของการที่จะให้มีการขยายระยะเวลาในการ บังคับใช้มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๕ นั้น ในส่วนของผมเองผมยังไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการขยาย เวลาการบังคับใช้มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๕ ตามเหตุผลที่คณะรัฐมนตรีได้นําเรียน เช่นเดียวกันว่าได้กล่าวถึงการตราพระราชกําหนดนั้นเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความ ปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยของสาธารณะ ผมถือว่ายังไม่ได้สัดส่วนกับสิ่งที่เรา จะได้จากการบังคับใช้กฎหมาย ๔ มาตรานี้ การได้สัดส่วนในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิของ พี่น้องประชาชนกับการปกปัองเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ทํางานโดยสุจริตในการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ กับคนที่มีเจตนาไม่สุจริตในการบังคับใช้ แล้วเราจะไปออกกฎหมายโดยเราจะไป ขยายระยะการคุ้มครองกฎหมายมาตรานี้ ในการบังคับใช้ ๔ มาตรานี้ ผมไม่เห็นด้วยในการ ที่จะให้มีการเห็นชอบกับพระราชกําหนดการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและ
ปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ตามด้วยท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และตามด้วย นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานได้ร่วมอภิปรายพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ผมอภิปรายเนื่องจากผมไม่เห็นด้วยกับพระราชกําหนดฉบับนี้ แต่ผมเห็นด้วย กับพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ ทําไมผมเห็นด้วย ผมมีเหตุมีผลสําหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมต้อง กราบเรียนว่า ๗๑ ป้ที่ผ่านมาเปึนความหวังของคนอีสาน ของคนสกลนคร ทําไมผมถึงบอก เปึนความหวัง เพราะมีประวัติศาสตร์หน้าสีดําเกิดขึ้นในวงการตํารวจแล้ว ท่านต้องยอมรับ ความจริงครับ
อีสานมีผู้แทนซึ่งเปึนรัฐมนตรี ๔ คน นายจําลอง ดาวเรือง นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายถวิล อุดล และ ส.ส. บ้านผม นายเตียง ศิริขันธ์ ถูกอุ้มฆ่า ๓ คนแรกอยู่กลางกรุงเทพฯ ส่วนนายเตียง ศิริขันธ์ ถูกอุ้มฆ่าแล้วหายไปเลย ผมถึงบอกว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นมา มันเปึนความหวังเราจะได้รู้ความจริงเสียที ในยุคนั้นได้นายเตียง ศิริขันธ์ เปึนผู้แทนสกลนคร ๕ สมัย เปึนรัฐมนตรี ๓ สมัย ปรากฏว่าประวัติศาสตร์หน้าดําเกิดขึ้นเสียหายแก่วงการตํารวจ ในยุค จอมพล เผ่า ศรียานนท์ ขอเอ่ยชื่อท่านเพราะเปึนประวัติศาสตร์ที่มีในคําพิพากษา ศาลฎีกาชัดเจน นายเตียงถูกอุ้มฆ่าหายไปจากบ้านตั้งแต่ ๑๓ ธันวาคม ๒๔๙๕ หายไปเลย ในหน้าประวัติศาสตร์ จนมายุค จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติยึดอํานาจได้ ถึงแม้เปึน เผด็จการด้วยกัน วันนี้มีในคําพิพากษาศาลฎีกาบอกคนอุ้มฆ่าคืออัศวิน แหวนเพชร ผมไม่เอ่ย ชื่อหรอก สุดท้ายก็ชดใช้กรรมในเรือนจําตายในคุก มันเปึนเรื่องบาปกรรม ผมจึงกราบเรียนว่า ที่ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเมื่อสักครู่ผมตั้งใจฟังท่านพูด ท่าน พลตํารวจเอก ดํารงศักดิ์ บอกว่าจับก็ไม่ได้ เพราะตํารวจต้องใช้ ๒ มือ จะใช้โทรศัพท์ ไปจับไปถ่ายได้อย่างไร ผมสงสารท่าน รู้สึกว่าทําอะไรไม่ได้เลย ถ้าเปึนเรื่องของประชาชนถูกกดขี่รีดนาทาเร้น ทําไม่ได้หมด ท่านต้องเข้าใจนะครับ ประชาชนรอความหวังจากกฎหมายฉบับนี้ที่สําคัญคือ ตํารวจเปึนกระบวนการยุติธรรม ต้นน้ํา ถ้าหากตํารวจไม่ได้ให้ความเปึนธรรมแก่ประชาชน แล้วประชาชนจะอาศัยใครได้ ผมไม่อยากให้ทางตํารวจปฏิเสธ เพราะเรื่องการเทคโนโลยี มีส่วนสําคัญมีบทบาทในการที่จะขยายความจริงว่าคุณจับไปแล้วทําอะไรอย่างไร ผมเปึน นักข่าว ๒๐ ป้ เห็นหลายเรื่องที่ท่านทําไปแล้วเสียหาย เอาไปซ้อมบ้างอะไรบ้าง ซึ่งมันไม่ใช่ กระบวนการยุติธรรม ผมอยู่มติชน อยู่เนชั่น คมชัดลึก ไอทีวี (ITV) ยุคนั้น ผมเห็นเหตุการณ์ แบบนี้ ผมจึงมีความหวังกับกฎหมายฉบับนี้พระราชบัญญัติปัองกันการปราบปรามและการ ทรมานบุคคลสูญหายมันจะเปึนตัวเชื่อม อยู่ ๆ ท่านก็เลื่อนออกไปในมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ โดยอ้างบอกว่าความไม่พร้อมในเรื่องวัสดุ ท่านรู้ไหมงบกลางที่จัดไว้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมไม่เอามาซื้อ เอาไปซื้ออย่างอื่น จัดอบรมเยอะแยะมหาศาล แต่ซื้ออุปกรณ์ให้ตํารวจทําไม่ได้ ผมพูดถึงรัฐบาล พูดถึงนายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจัดให้ไม่ได้หรือแค่นี้มันเปึนเรื่องที่ประชาชนเขาแสวงหาความยุติธรรม ผมอยากเห็นแบบนั้นท่านประธาน ผมไม่อยากเห็นการแก้ตัวบอกทําไม่ได้ โน่นก็ทําไม่ได้ งบประมาณมันมีเห็นท่านเขียนไว้ชัดเจนว่าก็อนุมัติไปแล้ว ๔๑๔ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๒๑
กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ชัดเจนว่าทําได้อยู่แล้วงบจริง ๆ แล้วจะมาอ้างอย่างอื่นไม่ได้ครับ ฝากด้วยว่าประชาชนเขารอความหวังอยู่ ขอบคุณมากท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตามด้วยคุณเพชรดาว เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เช้านี้ผมอภิปรายยากจริง ๆ ครับ ท่านประธาน อภิปรายยากเพราะว่าไม่น่าเชื่อว่าขนาด พ.ร.บ. อุ้มหายยังโดนอุ้มหายจากสภา แห่งนี้ พ.ร.บ. อุ้มหายน่าจะเปึนฉันทามติเดียวของพรรคฝ์ายค้านกับพรรคฝ์ายรัฐบาล น่าจะเปึนฉันทามติเดียวระหว่างสภาล่าง ส.ส. กับสภาบน ส.ว. จนกฎหมายนี้ผ่าน แต่กลับมา ตกม้าตายด้วยเรื่องเกี่ยวกับวัสดุ ด้วยเรื่องเกี่ยวกับกล้อง ช่างเปึนเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ แล้วยังอภิปรายได้ยากต่อก็คือการหาสัดส่วนระหว่างผลกระทบของความล่าช้ากับสาเหตุ หรือว่าต้นเหตุของความล่าช้าที่จะต้องมี พ.ร.ก. มาเลื่อน มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ ของ พ.ร.บ. นี้ ออกไป ผลกระทบของความล่าช้าของ พ.ร.บ. อุ้มหายที่ถูกอุ้มหาย ออกจากสภาแห่งนี้ อภิปรายยากครับท่านประธาน ผมคิดถึงเพื่อน ๆ ที่อยู่ที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมคิดถึงเพื่อน ๆ ชาติพันธุ์ ผมคิดถึงเพื่อน ๆ ที่อยู่ที่ชัยภูมิ ผมคิดถึงเพื่อน ๆ ที่อยู่ที่สกลนคร ผมคิดถึงครอบครัวของคนที่เปึนแพะยาเสพติด ผมคิดถึงเพื่อน ๆ ของคนที่ อยู่นครสวรรค์ เราเปึนผู้แทนราษฎรเราต้องพูดแทนราษฎร แต่มันผลิตซ้ําไม่ได้กับความ อํามหิต ความโหดร้าย คนที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวของคนที่ถูกอุ้มหายแล้วซ้อมทรมาน ไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึกมันเปึนอย่างไร ช้าไปอีก ๑ นาทีเปึนอย่างไร ช้าไปอีก ๑ วัน เปึนอย่างไร จริง ๆ เปึนผู้แทนราษฎรอยู่ในกรรมาธิการนี้ได้ฟังหมดรายละเอียด ได้คุยกับ ภรรยา ได้คุยกับพ่อแม่ พี่น้อง คุณแม่ของผู้ที่มายื่นหนังสือเมื่อเช้า ได้รับฟังหมดว่า ความโหดร้ายของการอุ้มหายและซ้อมทรมาน การไม่ได้ลาคนที่เรารักความรู้สึกมันเปึน อย่างไร ผลกระทบมันรุนแรงมากขนาดไหน อภิปรายยากต่อก็คือว่าเมื่อมาทราบสาเหตุหรือ สัดส่วนที่มันไม่ได้กับสาเหตุของการเลื่อนฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาวันที่ ๒๔ สิงหาคม ผ่านเปึนราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ ในนี้เขียนว่าให้เวลาไว้ ๑๒๐ วันในการ เตรียมตัว แต่นายกรัฐมนตรีของเรา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้เวลาไป ๘๑ วันในการ ที่จะยื่นขอรับสนับสนุนงบประมาณ ในมือผมคือหนังสือด่วนที่สุด ที่ ตช. ๐๐๑๐.๑๕๑/๖๐๓ ถึงเลขานายกรัฐมนตรีวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ หรือ ๑๗ วันที่ผ่านมา เขียนไว้ชัดเจนครับ นายกรัฐมนตรีเห็นชอบลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๖ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ กฎหมายผ่านตั้งแต่ ๒๕ ตุลาคม เพิ่งมาของบ ๑๔ มกราคม วันที่ ๑ ไม่ได้ขอ วันที่ ๒ ไม่ได้ขอ วันที่ ๓ ไม่ได้ขอ วันที่ ๔ ไม่ได้ขอ วันที่ ๑๐ ไม่ได้ขอ วันที่ ๒๐ ไม่ได้ขอ วันที่ ๓๐ ไม่ได้ขอ
วันที่ ๔๐ ไม่ได้ขอ วันที่ ๕๐ ไม่ได้ขอ วันที่ ๖๐ ไม่ได้ขอ วันที่ ๘๐ ไม่ได้ขอ มาขอเอาวันที่ ๘๑ แล้วกว่าเรื่องที่จะไปถึง ครม. วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๑๗ วันก่อนหน้านี้เหลือเวลาก่อนที่ กฎหมายจะบังคับใช้ ๑๒ วัน อันนี้ผมไม่รู้ว่าคือความประมาทเลินเล่อ อันนี้ผมไม่รู้ว่าสาเหตุ คือความไม่ใส่ใจ หรือความเลือดเย็นให้เปึนเหตุผลทางการเมืองด้วยซ้ํา อันนี้คือสาเหตุ ที่ผมไม่สามารถที่จะให้ผ่าน พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้ พรรคก้าวไกลในภาวะการนําของผมจะคว่ํา พ.ร.ก. ฉบับนี้ ยังไม่รวม อันนี้แค่ ๑๒๐ วัน อันนี้คือพูดตั้งแต่ตุลาคมจนกระทั่งถึงวันนี้นะครับ ระยะเวลาที่คุณมีเวลา ๘๑ วันในการเตรียมตัวแล้วคุณไม่เตรียม จนกระทั่งเหลือเวลาอีกแค่ ๑๒ วันกฎหมายจะบังคับใช้เพิ่งมาผ่าน ครม. ในระยะกลางอย่างที่เพื่อนของผม ส.ส. สุพิศาล ได้พูดไว้ ขออภัยที่ได้เอ่ยนาม ในมือผมแผนการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ ป้ ๒๕๖๑ เมื่อสักครู่ที่ท่านสุพิศาลเอาให้ดูของ ผบ.ตร. สุวัฒน์ ป้ ๒๕๖๔ ในมือผมรายงาน ความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๑๖ หน้าที่ ๑๐๗ เขียนว่า สํานักงานตํารวจ แห่งชาติขอซื้อกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวสถานีตํารวจ ๑๒๐,๕๙๗ ชุด อันนี้คืออะไร ไม่ใช่ แค่ในระยะเฉพาะหน้า แต่ในระยะกลางคุณก็เตรียมพร้อมมาแล้ว ยังไม่นึกถึงระยะยาวอีก ที่พี่น้องภาคประชาสังคม กับนักการเมือง กับครอบครัวผู้ที่สูญหายพยายามทําเรื่องนี้มาเปึน ๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นมองในมุม ๑๒๐ วันก็ดี มองย้อนหลังไปตั้งแต่ ป้ ๒๕๖๑ ถึงป้ ๒๕๖๔ ก็ดี มองย้อนหลังไปถึง ๑๐ ป้ที่แล้วก็ดี เราไม่สามารถให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่านสภาแห่งนี้ไปได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเพชรดาวนะครับ ตามด้วยท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แล้วก็ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลําเนาจังหวัดปัตตานี ดิฉันขออนุญาตที่จะร่วมอภิปรายพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคล สูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ในครั้งนี้ด้วยค่ะ ถ้าเปรียบเทียบกฎหมายฉบับนี้จะเหมือน แสงสว่างของกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย และหมวด ๓ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๕ ที่เรากําลังจะพูดถึงว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนนี้ จะเปรียบเสมือนแสงไฟที่ส่องไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ และเปึนการปัองกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหาย หมวด ๓ มีอยู่ ๘ มาตรา และ ๔ มาตรา ที่ท่านให้เลื่อน นั่นเปึนหัวใจสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันได้ทราบเรื่องของการขอเลื่อน ๔ มาตรานี้เปึนระยะ ๆ และพยายามใช้ทุกช่องทางที่มีอยู่ในการสื่อสารที่จะคัดค้านการ เลื่อนใช้จนถึงทุกวันนี้ ความรู้สึกของดิฉันรู้สึกว่าทําไมกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อประชาชน กฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน และปกปัองเจ้าหน้าที่รัฐที่ทําถูกกฎหมาย ทําไม ถึงออกมายากเย็นเข็ญใจขนาดนี้ในประเทศนี้ ๑๕ ป้ที่ประเทศไทยเปึนสมาชิกของอนุสัญญา การต่อต้านการทรมาน ๑๐ ป้ที่ประเทศไทยลงนามอนุสัญญาการอุ้มหาย และ ๗๑ ป้ที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านนิยม เวชกามา ที่รอความคาดหวังของ ชาวอีสาน และ ๖๘ ป้ที่ครอบครัวโต๊ะมีนาของดิฉันรอคอยกฎหมายฉบับนี้ และอีกหลายสิบ ครอบครัว ยกตัวอย่าง เช่น คุณสมศักดิ์ ชื่นจิต จากปราจีนบุรีที่ต่อสู้เรียกร้องให้มีกฎหมาย ฉบับนี้เพื่อลูกชายที่ตอนนั้นอายุเพียง ๑๘ ป้ รอคอยกฎหมายกฎหมายฉบับนี้มา ๑๓ ป้ และเพื่อนสมาชิกที่นั่งข้างดิฉันจากจังหวัดบุรีรัมย์ท่านสนองก็บอกว่าท่านไม่เห็นด้วยที่จะ เลื่อน ๔ มาตรานี้ สภาชุดนี้ผ่านกฎหมายอุ้มหายด้วยเสียง ๒๘๗ เสียง และประกาศใช้ ราชกิจจานุเบกษาเมื่อ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ และมีผลบังคับใช้ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา แต่ทําไมต้องมีการขอเลื่อน ๔ มาตรานี้ สมาชิกหลายท่านได้พูดถึงในคณะอนุ กรรมาธิการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนที่เชิญหลายหน่วยงานมาชี้แจง ดิฉันเห็นความกระตือรือร้นของหลายหน่วยงานที่พร้อมที่จะใช้กฎหมายฉบับนี้ ในช่วง ๑๒๐ วันที่จะรอให้มีผลบังคับใช้ ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมในหลายเวทีในการเสวนา
เรื่องกฎหมายฉบับนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเปึนกฎหมายที่ทันสมัยที่สุด เปึนนวัตกรรมแรก ของโลก เพราะประเทศไทยได้เอากฎหมายการซ้อมทรมานและอุ้มหายเปึนฉบับเดียวกัน ได้รับการชื่นชมจากสํานักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งประชาชาติ แล้วก็นายกได้รับคําชื่นชม แต่ความยินดีปรีดาที่เราคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้ประกาศใช้ทั้งฉบับนั้นก็หยุดชะงักไป ดิฉันได้ฟังท่าน ผบ.ตร. ท่านได้ชี้แจง ดิฉันก็คิดว่าดิฉันยังรับไม่ได้ ในมาตรา ๒๒ ก็มีระบุว่า เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถกระทําได้ก็ให้บันทึกเหตุนั้นเปึนหลักฐานไว้ในบันทึกการ ควบคุมตัว ท่านประธานที่เคารพคะ นอกเหนือจากมาตรา ๒๒ ที่เราพูดคุยกันเรื่องของการ บันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องนั้น มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕
อันนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณเลยค่ะ ทําไมต้องเลื่อนด้วยคะ มาตรา ๒๓ ในการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบต้องบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัวโดยอย่างน้อยต้องมี รายละเอียดดังต่อไปนี้ (๑) จนถึง (๗) ดิฉันมาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายครั้งที่ ดิฉันต้องรับโทรศัพท์กลางดึก แม่เขาถามมาว่าช่วยตามหาหน่อยว่าลูกชายเขาถูกจับตัวไป ถูกควบคุมตัวไป ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด ไม่รู้ชะตากรรม ไม่รู้ว่าจะถูกซ้อมหรือเปล่า ดิฉันใช้ ความสัมพันธ์ส่วนตัวโทรหาผู้หลักผู้ใหญ่ถึงได้ทราบว่าคนคนนั้นอยู่ที่ไหน ฉะนั้นในมาตรา ๒๓ ทุกวงเล็บมีความสําคัญมาก ไม่ต้องใช้งบประมาณสักบาทหนึ่งเลย ดิฉันขออนุญาตใช้เวลานี้ ดิฉันคิดว่าอยากจะให้เราเห็นความสําคัญในเรื่องของการใช้กล้องอย่างมาก จากงานวิจัย ที่อาจารย์ปกปัอง ศรีสนิท อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านได้เขียน บทความ แล้วก็พูดในหลายเวทีว่างานวิจัยของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ได้ศึกษา จํานวนเรื่องร้องเรียนของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เหมาะสมของตํารวจอังกฤษ และสหรัฐอเมริกาในระยะเวลา ๑๒ เดือนก่อนที่จะติดกล้องเปรียบเทียบกันกับหลังติดกล้อง ตํารวจเกือบ ๒,๐๐๐ นาย จาก ๔ แห่งในอังกฤษ และ ๒ แห่งในสหรัฐอเมริกา ผลงานวิจัย สรุปว่าก่อนตํารวจจะติดกล้องมีการร้องเรียนว่าตํารวจกระทําโดยมิชอบ ๑,๕๓๙ เรื่อง ภายในระยะเวลา ๑๒ เดือน แต่เมื่อมีการติดกล้องให้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจ ภายในระยะเวลา ๑๒ เดือนเช่นเดียวกัน การร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยไม่ชอบ ลดลงเหลือเพียง ๑๑๓ เรื่อง เท่ากับว่าการติดกล้องให้เจ้าหน้าที่ตํารวจทําให้การร้องเรียนลดลงถึง ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้น เหตุผลนี้คุ้มครองประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทําถูกกฎหมาย การเลื่อนไปทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวัน มีความหมายกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน การเลื่อน เปึนการซื้อเวลา ความปลอดภัย ความไม่ปลอดภัยของสาธารณะจะเกิดขึ้นถ้าเลื่อน ๔ มาตรา ของหมวด ๓ นี้ออกไป เหตุผลที่อ้างไม่ได้ฉุกเฉิน ไม่ได้เร่งด่วน ไม่ได้จําเปึนในการที่จะเลื่อน ดิฉันและพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าที่ไม่อนุมัติและไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. ฉบับนี้ และในวันที่คนไทยเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันตํารวจ ความโปร่งใสจริงใจผ่านการกํากับ ดูแลด้วยกล้องติดตัวของเจ้าหน้าที่ตํารวจนั้นอาจจะช่วยฟุ๋นศรัทธากลับขึ้นมาได้บ้าง แล้วดิฉันยังมั่นใจว่าภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตํารวจไทยทําไม่ได้ถ้าอยากทํา ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณณัฐพล ตามด้วยท่านชาดา
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายในฐานะเปึนกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบ ในพระราชกําหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ แก้ไขเพิ่มเติมจริงครับท่านประธาน เพิ่มมาตอน ๔ โมงเย็น อาทิตย์ที่แล้ว เติมมาหลังจาก ๔ โมงเย็น ก็เปึนข้อสงสัยว่าพระราชกําหนดนี้ฝ์ายบริหาร จะมาอุ้มฝ์ายนิติบัญญัติหรือไม่ เราไม่สูญหายด้วยครับ ผมขอเท้าความนิดหนึ่งเพื่อให้พี่น้อง ที่ไม่ทราบพระราชกําหนดนี้ในส่วนที่ ๓ ข้อมูลประกอบการพิจารณา ประเทศไทยกับการ ออกกฎหมายการทรมานและทําให้บุคคลสูญหาย ขออ่านนิดเดียวนะครับ ในอดีตที่ผ่านมา การปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยองค์กรหรือเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้ถูกกล่าวหา บางกรณีจะใช้วิธีการพิสูจน์ความผิดด้วยการซ้อม ทรมาน
ทําไมต้องแก้ไขเพิ่มเติมแค่ ๔ ข้อ ในมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ สาระสําคัญของ ๔ มาตรานี้เปึนสิ่งที่ต้องยืนยันว่านั่นคือการประจักษ์ทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งผู้ที่ ถูกกล่าวหาและผู้ที่ถูกจับกุม ทําไมต้องเลื่อนไป ผมคนหนึ่งไม่เห็นด้วย และขอคว่ํา พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอเปึนปากเปึนเสียงแทนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากวิถีชีวิต วิถีดั้งเดิมที่เราอยู่กับ ธรรมชาติ เราคือคนที่อยู่ห่างไกล อยู่ในป์า ในเขา อยู่ชายฝัืงทะเล กลุ่มชาติพันธุ์คือกลุ่มที่ สุ่มเสี่ยงในการถ้าประกาศและอนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ใช้ เราสุ่มเสี่ยงที่ไม่ได้เข้าถึงความยุติธรรม
ประเด็นต่อไป เราคือกลุ่มที่ได้ประจักษ์แล้ว ได้สูญเสีย มีส่วนได้เสียกับ พ.ร.ก ฉบับนี้ ขอเอ่ยถึงพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์โดยเฉพาะกลุ่มกะเหรี่ยงที่ไกลแผ่นดิน คุณบิลลี่ถ้ามี พ.ร.บ. ฉบับนี้ก่อนหน้า ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ผมเชื่อว่าคุณบิลลี่ยังมีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ ถ้ามี พ.ร.บ. ฉบับนี้ ประเทศไทยมีกฎหมายแบบนี้ ไม่ซ้อมทรมาน ไม่อุ้มหาย ทนายสมชาย นีละไพจิตร จะไม่สูญหาย ทนายที่ทรงคุณค่าของพี่น้องคนจน ผมได้มีโอกาสพบกับครอบครัวหลายท่าน ทั้งที่สูญหายในประเทศและนอกประเทศ ท่านประธานครับ คนที่เสนอเลื่อนและยกเลิก ใช้ ๔ มาตรานี้ คุณไม่เข้าใจถึงชีวิตและจิตใจของผู้ที่สูญหายและอุ้มซ้อมทรมาน ไม่มีจิตใจ ที่คํานึงถึงศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์เลย ไม่ใช่แต่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ พี่น้องชาวม้งเราเองสูญหาย โดยที่ไม่มีชื่อไม่ใช่น้อยเลย ท่านประธานครับ จะทําอย่างไรให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นใน ประเทศนี้ในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติในสภาแห่งนี้ ผมขอเรียกร้องเชิญชวนพี่น้อง ส.ส. ทุกท่าน ถ้าเรายังตระหนักว่าเราคือผู้แทนจากประชาชน ผมคนหนึ่งแม้จะอยู่ในป์า อยู่ในกลุ่ม เปราะบาง กลุ่มชายเขาชายขอบ ผมตระหนักและสํานึกในหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทย เสมอว่าเกียรติและศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ไม่ว่าวัฒนธรรมใด กลุ่มชนใดจะต้องได้รับความ คุ้มครองจากกฎหมายที่เปึนธรรมที่สุด และสภาแห่งนี้จะพิสูจน์ในวันนี้ว่าเราให้เกียรติศักดิ์ศรี เปึนมนุษย์หรือไม่ ขอเชิญชวนพี่น้อง ส.ส. ทุกท่านใช้สิทธิใช้เสียงที่ประชาชนมอบหมายมา กําหนดพระราชกําหนดฉบับนี้ เพื่อเห็นแก่ผู้ที่สาบสูญ สูญหาย ซ้อมทรมาน เพื่อเปึนการ ไถ่โทษ ไถ่บาปให้กับผู้ที่สูญหายครั้งสุดท้ายด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวก่อนที่ท่านชาดาจะอภิปรายนะครับ ท่านจุลพันธ์ขอหารือ ท่านมีอะไรไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ฝ์ายค้าน
ได้รับมอบหมายจากนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ให้มาปรึกษาหารือกับท่านประธาน เพราะว่า ได้ยินข่าวสารว่าขณะนี้มีการยื่นร่างที่ร่วมลงชื่อกันไปยังประธานสภาเพื่อให้ส่งไปตีความ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการยื่นไปแล้ว ซึ่งท่านผู้นําฝ์ายค้านได้อภิปรายในช่วงเช้าชัดเจน ท่านบอกว่าถ้าพวกเราลงมติร่วมกันคว่ําร่างนี้ในสภามันเปึนสิ่งซึ่งเราไม่ควรจะต้องยื่นไป ตีความที่ศาลรัฐธรรมนูญ
เพราะเท่ากับเราสละสิทธิอํานาจที่ประชาชนให้เรามาในการไม่อนุมัติตัว พ.ร.ก. ไปให้กับสภา ชุดหน้าซึ่งเมื่อไรจะมีมา กว่าจะเลือกตั้งเสร็จ กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนความอีก ๖-๗ เดือน ก็เท่ากับการเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ. อุ้มหายและซ้อมทรมาน มันจะมีผลบังคับใช้ทันที ในขณะนี้ ฟังในสภาพูดกันเหมือนหาเสียงเลยทุกคนบอกไม่เห็นด้วย ๆ แล้วใครไปลงชื่อ เพราะฉะนั้น ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นแสดงว่าท่านมีเจตนาในการเลื่อนบังคับใช้ ในการที่จะให้รัฐบาลออก พ.ร.ก. มาเลื่อนบังคับใช้ หากมีการอุ้มหาย ซ้อมทรมานในช่วงนี้ เดือนหน้าเดือนต่อไปคนลงชื่อ รับผิดชอบด้วย ผมจึงต้องมาสอบถามท่านประธานว่าขณะนี้มีเหตุการณ์เช่นนี้จริงหรือไม่ และดําเนินการถึงไหนแล้ว ผมขอทราบในเบื้องต้นก่อนครับ
ท่านจุลพันธ์ครับ ข่าวที่ท่านจุลพันธ์ได้เรียนให้ประธานได้รับทราบเมื่อสักครู่นี่ ผมขอเรียนด้วยข้อเท็จจริงว่า ผมยังไม่ได้รับทราบอะไร ฉะนั้นถ้าหากว่ายังไม่มีการรับทราบอะไรเกี่ยวกับการยื่นหนังสือนี้ การประชุมเราก็ยังดําเนินการต่อไป ขอบคุณท่านจุลพันธ์ครับ
ผมฟัองประชาชนผ่านท่านประธาน
ไม่เปึนไรครับ ไม่เปึนไร
ใครเปึนคนลงชื่อเพื่อที่จะส่งไปตีความ ศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับนาทีนี้ฟังเสียงเราไม่เห็นชอบอยู่แล้ว แสดงว่าท่านต้องการซื้อเวลา ให้กับรัฐบาล
ท่านจุลพันธ์ครับ เรายังมีเวลาอยู่ครับ ถ้าหากมีการยื่นจริง ๆ แล้วตอนนั้นจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร ก็ค่อยว่ากัน ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรออกมาให้ประธานได้รับทราบ ฉะนั้นก็เปึนการอภิปราย ปกติ ท่านจุลพันธ์นั่งเถอะครับ เอาไว้ถึงเวลานั้นจะได้แสดงความคิดเห็นกัน เชิญท่านชาดา อภิปราย ตามด้วยท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เชิญท่านชาดาครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เรียนด้วยความเคารพครับ ในเรื่องพระราชกําหนดฉบับนี้ตั้งแต่ที่เราออก พ.ร.บ. อุ้มหายแล้ว ผมเองก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ ตํารวจที่จะปฏิบัติงานว่าจะต้องมีการปฏิบัติงานที่ซับซ้อน เรียกว่าซับซ้อนพอสมควรนะครับ
แล้วก็เปึนการกระทําที่ถ้าไปโดนคนร้ายก็ไม่เปึนไร ไปโดนคนดีเข้าบ้านเมืองก็จะวุ่นวายไปอีก แต่สิ่งที่สําคัญก็คือว่าแม้แต่การเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยของผม ผมก็ต้องยอมรับเพราะได้ ออกเปึน พ.ร.บ. อุ้มหาย เมื่อป้ ๒๕๖๕ แล้ว ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่ตํารวจปฏิบัติงานได้ หรือไม่ได้ เปึนเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องดําเนินการตามกฎหมายที่ พ.ร.บ. ออกไป ข้าราชการ หน่วยอื่นเขาก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว รัฐบาลเองมีหน้าที่จะต้องสนองต่อการออก พ.ร.บ. ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นจะมาอ้างว่า ๓ เดือน ๖ เดือน ๘ เดือน อ้างไม่ได้ เพราะเปึน งานที่คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คุณเปึนผู้รักษากฎหมาย จะต้องให้ผู้ที่ดําเนินการ ตามกฎหมายนั้นมีเพียบพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์หรือว่าอะไรก็ตามที่ว่าขาดแคลน รัฐบาล จะต้องแก้ปัญหาเรื่องเหล่านั้นให้จบไป เพราะถือว่าถ้าไม่ทํารัฐบาลไม่ให้เกียรติกับสภา ผู้แทนราษฎรที่ออก พ.ร.บ. ให้ไปปฏิบัติ แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านมาออกพระราชกําหนด จะมาชะลอการใช้กฎหมายที่ออกโดยสภาผู้แทนราษฎร การออกพระราชกําหนดจะถูกต้อง หรือไม่ผมไม่ทราบได้ เพราะผมไม่ใช่นักกฎหมาย ผมไม่มีความรู้ทางกฎหมายมากมาย รู้แค่พื้นฐาน แต่ผมเข้าใจว่า พ.ร.บ. เปึนสิ่งที่จะระงับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นครั้งหน้า เปึนเรื่องปัจจุบันทันด่วน เปึนเรื่องซึ่งเหนือความคาดหมาย เปึนเรื่องซึ่งเกิดขึ้นอย่างโดยเฉพาะ ไม่ใช่มาออกพระราชกําหนดเพื่อป่ดและหยุดชะลอการใช้พระราชบัญญัติ ไม่มีสภาใดในโลกนี้ เขากระทํา สภาแห่งนี้กําลังจะก้มไปเลียน้ําลายที่ตัวเองได้ถ่มไว้แล้ว ถ้าเปรียบดังโบราณว่า ก็ว่าได้ ทําอะไรกันอยู่ครับ ผ่านการตั้งงบประมาณก็ผ่าน ก่อนงบประมาณจะคลอดออกมา แปรญัตติก็ทําได้ ทุกอย่างก็ทําได้ การปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติตามกฎหมายเขาต้องทําตามกฎหมาย อยู่แล้ว ถ้าหากรัฐให้สิ่งอํานวยความสะดวกหรือความต้องการตามกฎหมายให้มันถูกต้อง แต่นี่ทําอะไรครับ อย่าให้สภาแห่งนี้มันอัปลักษณ์ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย
ผมขอเรียกร้องด้วยว่าหลักการของกฎหมายมันจะเสียหาย ผมเข้าใจว่าการปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ตํารวจนั้นลําบากซับซ้อนแน่นอน ผมเองก็ไม่เห็นด้วยในภาพรวม เพราะว่าบางอย่าง มันมีมุมมืดมุมสว่าง ผมเข้าใจการทํางานของเจ้าหน้าที่ แต่เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผู้กํากับดูแล สํานักงานตํารวจแห่งชาติบกพร่องไม่ให้เกียรติสภาแห่งนี้ เพราะนี่กําลังจะใช้พระราชกําหนด มาป่ดพระราชบัญญัติ ไม่มีใครเขาทํากันหรอกครับท่าน ทั้ง ๆ ที่พระราชบัญญัติกําลังจะมีผล ทางกฎหมาย แล้วสภาเราพิจารณาไปทําไม พ.ร.บ. อุ้มหายเมื่อป้ ๒๕๖๕ นี่แค่เหตุการณ์ เพียงป้กว่าเรากําลังจะทําอะไรกัน หรือผู้มีอํานาจทางรัฐบาลกําลังจะใช้ตํารวจน้ําไม่ดี ตํารวจ ดีทุกคน แต่มันก็ถูกองค์กรมีทั้งดีและไม่ดีกําลังจะใช้อํานาจของตํารวจน้ําไม่ดีเพื่อเปึน เครื่องมือของรัฐบาลในการเลือกตั้งที่จะถึงข้างหน้า ท่านครับ ผมเพื่อน ๓ คน ขออนุญาตเอ่ย ตรงนี้เลย มานพ รัชนารถ และน้องหน่อง แล้วก็เรวัต ๓ คน ถูกอุ้มหายไปทุกวันนี้ยังไม่กลับ ผมเพิ่งไปพูดกับลูกสาวเขาลูกสาวน้องโหน่งว่าพ่อคุณไม่กลับมาแล้วเขาบอกว่าเขาจะได้ดีใจ วันนี้เขาดีใจ กลางงานแต่งงานเลยครับ เหตุการณ์เพิ่งผ่านไปที่อุทัยธานีเมื่อไม่กี่วันนี้ เขาบอก เขาเฝัารอพ่อเขามาตลอด แล้วเขาฝันลึก ๆ ว่าพ่อเขาจะได้กลับมา แต่ผมก็บอกเขาแล้วว่า ทําใจเถอะลูก พ่อหนูไม่ได้กลับมาแล้ว เขาดีใจเขาร้องไห้ทั้งน้ําตาในวันแต่งงาน เพราะผม ถือว่าผมต้องบอกลูกของเพื่อนไม่ให้เฝัารออะไรกับสิ่งที่มันไม่เปึนจริง นี่คือความรู้สึกที่ผมเจอ แต่ผมเองรับได้ แต่ผมรับไม่ได้กับผู้ที่รับผิดชอบ มีหน้าที่รับผิดชอบสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยตรงคือท่านนายกรัฐมนตรี ผมเคารพท่าน แต่สิ่งที่ท่านทําท่านกําลังบกพร่องอย่างมาก แล้วท่านจะมาใช้สภาแห่งนี้มาล้มล้างสิ่งที่ตัวเองกระทําไปผมว่ามันไม่ถูกต้อง หรือ ๔ เดือน ๕ เดือน ๗ เดือนนี้ท่านกําลังจะใช้อํานาจหน้าที่ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือเปล่า ผมก็มีสิทธิ ระแวงได้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ไม่ต้องยื่นหรอกครับศาลรัฐธรรมนูญ มันชัดเจน สภาแห่งนี้อยากจะเปึนสภาที่ประชาชนให้การเคารพนับถือก็ว่าไป แต่ไม่ใช่มาทํางานแบบนี้ มันน่าอดสูจริง ๆ กราบเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอมรัตน์ ตามด้วยนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
เดี๋ยว ท่านอมรัตน์ครับ ท่านจิรายุหารือหรือครับ ท่านอมรัตน์รอนิดหนึ่งนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ เมื่อครู่นี้มันมีรายชื่อที่เซ็นไปแล้วที่จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมไปดูรายชื่อ หน้าบัลลังก์ก็คนเดียวกับพวกที่เซ็นไป ถ้าท่านรู้ตัวกรุณารีบถอนชื่อข้างหน้า เพราะเดี๋ยวผม จะแฉว่าทําไมสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วทําไมรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ถึงได้ยื้อ มันมีบริษัท นายทุนเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องการซื้อวิทยุสื่อสารที่ถ่ายรูปได้ หลายสตางค์ รอแป็บเดียว ใครที่ไปลงชื่อ พ.ร.บ. ที่จะไปถอนรัฐธรรมนูญแล้วกรุณาไปถอนชื่อ
ท่านจิรายุ ผมว่าเอาไว้ให้มันชัดเจนก่อน ผมว่าเราอย่าเพิ่งเอาเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน ยังไม่เปึนทางการ เอามาอภิปรายให้เสียเวลา เราให้ท่าน ส.ส. ที่ได้ยื่นรายชื่อเอาไว้อภิปรายไปตามขั้นตอน ลําดับขั้น ถ้าหากว่ามีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญจริง ๆ มันก็ต้องผ่านทางงานธุรการ งานสารบรรณ มีการตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง หลังจากนั้นก็ต้องถึงท่านประธานชวน ผมก็เชื่อว่า ท่านประธานชวนท่านมีแนวทางในการที่จะดําเนินการอยู่แล้ว เดี๋ยวเราค่อยคุยกันตอนนั้น แล้วกัน เชิญท่านอมรัตน์ได้อภิปรายครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉัน ลุกขึ้นยืนเพื่ออภิปรายคัดค้านพระราชกําหนดที่จะเลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติอุ้มหาย และซ้อมทรมานที่เคยผ่านสภาผู้แทนราษฎรและผ่านวุฒิสภาไปแล้ว เราใช้เวลาในสภาชุดนี้ ต่อสู้เรื่องนี้นานถึง ๒ ป้กว่า และตลอดเส้นทางยาวนานมากกว่า ๑๕ ป้ ที่สภาแห่งนี้เคยมี พ.ร.บ. อุ้มหายและซ้อมทรมานผ่านเข้ามาในวาระหนึ่งแล้วถึง ๔ ครั้ง แล้วก็มีอันเปึนไป ไปทุกครั้งไม่เคยได้ประกาศ
ผ่านวาระสอง วาระสามแล้วประกาศใช้ได้จริง ครั้งนี้เปึนครั้งแรกที่เราใกล้ความจริงที่สุด และดิฉันผิดหวังเปึนอย่างมากที่ ครม. นําโดยนายกรัฐมนตรี คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ชิง ออกพระราชกําหนด โดยอ้างว่าเปึนเรื่องจําเปึนฉุกเฉินเร่งด่วนที่จะต้องระงับยับยั้ง ๔ มาตรา ไม่บังคับใช้ชะลอไปอีก ๘ เดือน ดิฉันรับไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญา ระหว่างประเทศของสหประชาชาติไปแล้วอย่างน้อย ๒ อนุสัญญา คือในป้ ๒๕๕๐ เราได้ ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมาน และในป้ ๒๕๕๕ ก็ได้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้าน การซ้อมทรมาน แต่การไปลงนามในภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศโดยที่ในประเทศเรา ภายในประเทศยังไม่มีการออกกฎหมาย เพื่อรองรับสัญญาที่เราไปทําระหว่างประเทศเลย แสดงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาคนก็หาย กฎหมายก็ไม่มี เหตุการณ์อุ้มฆ่านับไม่ถ้วนทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่รวมที่ไม่มีการบันทึกถูกอุ้มหายไปเฉย ๆ และมีการฌาปนกิจ ภายใน ๑ วันตามศาสนาอิสลาม การอุ้มหายครั้งแรกที่ได้ดําเนินการทางกฎหมายได้มีการ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคือทนายสมชาย นีละไพจิตร การอุ้มหายประชาชนจํานวนมาก ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ การอุ้มหายแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ และล่าสุด คนสุดท้ายผู้ลี้ภัยจากเหตุการณ์การรัฐประหาร ป้ ๒๕๕๗ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูก อุ้มหายไปในประเทศเพื่อนบ้านประเทศกัมพูชา ก่อนหน้านั้นมีการอุ้มหายในประเทศ เพื่อนบ้านเราเช่นเดียวกันที่ประเทศฝัืงซ้ายแม่น้ําโขงคือการอุ้มฆ่าอุ้มหายผู้ลี้ภัยถึง ๙ คน ตั้งแต่มีการรัฐประหาร ป้ ๒๕๕๗ เปึนต้นมา และ ๓ ศพสุดท้ายเปึนการอุ้มหายอุ้มฆ่า ที่โหดเหี้ยมที่สุดคือ ๓ ศพที่ลอยในแม่น้ําโขงในป้ ๒๕๖๓ คือการอุ้มหายอาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน สหายภูชนะและกาสะลอง เปึนการฆ่าโดยการยัดแท่งปูนแล้วก็ห่อหุ้มด้วยกระสอบ เอาไปลอยในแม่น้ําโขงและศพมาโผล่ที่จังหวัดนครพนม ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสว่า ทางการไทยจะเปึนเดือดเปึนร้อน สุดท้ายสังคมเรามาตระหนักจากการซ้อมทรมานจนกระทั่ง เสียชีวิตในเหตุการณ์ผู้กํากับโจ้ที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่ซ้อมทรมานผู้ต้องหายาเสพติดบน สน. บนโรงพัก ทําให้สังคมตระหนักและ พ.ร.บ. นี้ก็ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในวาระหนึ่ง ถึงวาระสามไปเรียบร้อยแล้ว ดิฉันก็ไม่ทราบว่าการเตะถ่วงอีก ๗-๘ เดือน ท่านจะไม่บังคับ ๔ มาตรานี้ ท่านจะเอาไปใช้ในการอุ้มหายหรือซ้อมทรมานใครในระหว่างที่มีการจัดเลือกตั้ง ใหญ่หรือเปล่า การอ้างว่าเปึนการเร่งด่วนฉุกเฉินดิฉันคิดว่ายังมีเรื่องเร่งด่วนกว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินนี้มากมายที่ประมุขทั้งฝ์ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี และประมุขฝ์ายตุลาการ
คือประธานศาลฎีกา แสร้งแกล้งทําเปึนมองไม่เห็นค่ะ คือมีการอุ้มหายหลักการของกฎหมาย ที่บอกว่าให้ถือเปึนผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคําพิพากษา และการอุ้มหายหลักนิติรัฐ อุ้มหายหลักนิติธรรมในประเทศนี้ที่อุ้มหายไปนานแล้ว และทวีความรุนแรงภายหลัง รัฐประหารเมื่อป้ ๒๕๕๗ คือเกือบ ๙ ป้มาแล้ว การอุ้มหายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เปึนสิทธิ พลเมืองที่เราได้ลงนามในภาคีระหว่างประเทศ เหยื่อจากการทรมานจิตใจจากการไม่เปึนธรรม ทางกฎหมาย จากกฎหมายไม่เปึนกฎหมาย ศาลไม่เปึนศาล และการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงเกิดกรณีที่เยาวชน ๒ คน ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และน้องแบม อรวรรณ ภู่พงษ์ เรื่องนี้กําลังเกิดขึ้นในปัจจุบันวันนี้เลยค่ะ น้องกําลังอดข้าวอดอาหาร และตอนนี้ย้ายออกจาก โรงพยาบาลธรรมศาสตร์มาอยู่ที่หน้าศาลฎีกาที่ท้องสนามหลวง เพื่อให้ท่านตุลาการที่ผ่านไป ผ่านมาได้มองเห็น เกิดในใจกลางมหานครนี้เองเยาวชน ๒ คน อดข้าวอดอาหารมาเปึนเวลา กว่า ๑ เดือนแล้ว และกําลังจะเสียชีวิตจากการอดอาหารเพื่อเรียกร้องให้ศาลทําตาม กฎหมายในประเทศนี้มากกว่า ๑ เดือนแล้ว เรียกร้องจิตสํานึก มโนธรรมสํานึก ความเปึนมนุษย์ ที่ผู้พิพากษาจะต้องมีกันทุกคนก่อนที่จะมาเปึนศาล ก่อนที่จะมาเปึนผู้พิพากษา
เขาถูกข้อหาเพียงเพราะออกไปทําโพลล์ (Poll) สอบถามความคิดเห็นเรื่องขบวนเสด็จว่า ประชาชนมีความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จหรือไม่ และกระบวนการยุติธรรมก็ยังไม่มีการ ตัดสินจากศาลชั้นต้นเลย เด็ก ๒ คนนี้กําลังรอให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้เห็น แล้ววันนี้ถ้าดิฉัน ไม่ได้พูดดิฉันจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ดิฉันจะขอพูดแทนเธอทั้งสอง ทั้งตะวันและแบม ให้ประธานรัฐสภาฟังและให้ถูกบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ให้ประธานศาลฎีกาได้รู้สึกอดสู ละอายใจที่ท่านเปึนประธานฝ์ายตุลาการ
ท่านอมรัตน์ ผมว่าเราพูดเชิงสัญลักษณ์ก็น่าจะได้ แต่อย่าได้ไปล่วงเกินสถาบันอื่น ขอร้องนะครับ
ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ดิฉัน จะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตถ้าดิฉันไม่ได้พูดแทนพวกเธอ ให้ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ได้บันทึกไว้ ข้อเรียกร้องล่าสุดของเธอดิฉันจะไม่ให้เสียเวลาในสภามาก แต่ข้อเรียกร้อง ณ ชั่วโมงนี้ ณ นาทีนี้ที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองสามารถทําได้คือข้อเรียกร้องขอย้ายสถานที่ที่ตั้งเต็นท์ หน้าศาลฎีกา ท้องสนามหลวง เพราะ ๒ คนมีปัญหาสุขภาพ ร่างกายบอบบางและอ่อนแอมาก เมื่อวานนี้เธอยื่นหนังสือไปที่ประธานศาลฎีกาขอย้ายสถานที่จากการนอนอยู่ที่ฟุตพาท หน้าศาลฎีกา ขอย้ายสถานที่เข้าไปอยู่ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ภายในบริเวณศาลฎีกาเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่ามาอยู่ริมถนน เปึนทั้งฝุ์นทั้งควันแบบนี้ และอีกข้อเรียกร้องหนึ่งก็คือขอให้ตุลาการทั้งหลายท่านมีจิตสํานึก แล้วก็รับฟังว่าผู้ต้องหาทางการเมืองอีก ๓ คนที่ตะวันและแบมเรียกร้องสิทธิในการปล่อยตัว ในการประกันตัวนั้นเขายังอยู่ในกระบวนการพิจารณาคดี ขอพวกเธอ ๒ คนจะรอดตาย หรือจะมีชีวิตอยู่ต่อไป และพวกท่านก็จะได้รอดพ้นจากข้อหาเปึนฆาตกรได้กรุณาให้สิทธิ ในการประกันตัว ๓ คนที่เหลือ เพื่อให้ตะวันและแบมยุติการอดน้ําอดอาหารและมีชีวิตอยู่ ต่อไป พวกเราอายุกันแบบนี้แล้วเรากําลังจะจากโลกนี้ไปอย่าทํากับอนาคตของชาติแบบนี้ อย่าทําด้วยความเห็นแก่ตัวแบบนี้ เรามีหน้าที่จะปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ ให้เด็กรุ่นใหม่ ให้อนาคตของชาติมาปรับตัวให้เข้ากับคนในโลกยุคเก่าแบบของเรา สําหรับ พ.ร.ก. ที่จะเลื่อนการบังคับใช้ ๔ มาตราออกไปอีก ๘ เดือน ดิฉันไม่เห็นด้วยด้วยเหตุผล ๔ ประการดังนี้ ๑. ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม ๒. เหตุผลที่ ครม. นายกรัฐมนตรีอ้างมาเพื่อขอเลื่อนการบังคับใช้ไป ๘ เดือนนั้นเปึนเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น รวมทั้ง
การใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ มาอ้างว่าเปึนเรื่องจําเปึนเร่งด่วนที่จะเลื่อนบังคับใช้ก็เปึน เรื่องที่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง เพราะว่ารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้เคยเข้ามาตอบกระทู้ในสภาแห่งนี้แล้วว่ามีความพร้อม อีกทั้ง พลตํารวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติก็ได้เคยเข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการแล้วว่ามีความพร้อม ที่จะทําตามกฎหมายนี้ เพราะฉะนั้นข้ออ้างว่าไม่พร้อมในเรื่องงบประมาณที่จะไปซื้อกล้อง ติดตํารวจทุกคน ไปซื้อกล้องติดกับรถทุกคันเพื่อที่จะติดตามให้มีการบันทึกเทป บันทึกข้อมูล เพื่อให้ญาติของผู้ต้องหาและทนายความได้ทราบความคืบหน้าว่าการจับตัวผู้ต้องหาตอนนี้ อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว การออก พ.ร.ก. ครั้งนี้เปึนเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น ดิฉันขอคัดค้าน
ท่านเลยเวลา มานานแล้วครับ
ดิฉันขอใช้สิทธิเรียกร้อง เพื่อนสมาชิกในที่นี้ด้วยว่ามีใครบ้างที่ไปลงชื่อในการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ดิฉัน ขอเรียกร้องจิตสํานึกของท่าน ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่มีใครกล้าที่จะพูดคัดค้านทําเหมือน เห็นด้วยทุกคน แต่แอบไปลงชื่อกันแบบนี้ได้อย่างไร ขอบคุณมากค่ะ
ก็ขอให้ ช่วยกันรักษาเวลาด้วย ต่อไปเชิญนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ตามด้วยท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาต ที่จะอภิปรายความเห็นเกี่ยวกับพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกัน และปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖
ที่กําลังพิจารณาเปึนเรื่องเร่งด่วนอยู่ในสภาแห่งนี้ กระผมเองได้เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการกระทํา ทรมานและกระทําให้บุคคลสูญหาย ซึ่งจะมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว ในการนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในชั้นการพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติปัองกันและ ปราบปรามการกระทําทรมานและทําให้บุคคลสูญหายนั้น ประชาชนได้ให้ความสนใจและ ติดตามการตราการพิจารณากฎหมายกันอย่างมากมาย เพราะเปึนกฎหมายที่มีความมุ่งหมาย ที่จะคุ้มครองสิทธิ อิสรภาพ เสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในถิ่นชนบท ถิ่นทุรกันดาร ในป์าเขา ในทะเล ในท้องที่ห่างไกล กฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๒๒ ได้เพิ่ม บทบาทของข้าราชการฝ์ายปกครอง พนักงานอัยการ ให้เปึนผู้ที่จะอํานวยความยุติธรรม ให้กับพี่น้องประชาชนในการตรวจสอบและถ่วงดุล การปฏิบัติงานด้านอํานวยความยุติธรรม คุ้มครองประชาชนในระดับพื้นที่ ในระหว่างการพิจารณากฎหมายฉบับนี้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้เข้าชี้แจงแจ้งถึงความพร้อมในการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ว่าเมื่อมีเหตุให้ ชะลอโดยการออกพระราชกําหนดฉบับนี้ โดยอ้างถึงเหตุผลว่ามีวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่เพียงพอ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนการที่เราจะเลื่อนหรือการไม่บังคับใช้กฎหมายตามที่รัฐสภาแห่งนี้ ได้ตามกฎหมายมาแล้วนั้น จะเปึนเหตุสําคัญที่จะทําให้พี่น้องประชาชนขาดความเชื่อมั่น ขาดความเชื่อถือในระบบกระบวนยุติธรรมของประเทศไทย ผมมีความกังวลว่าถ้าหากเราได้ อ้างเหตุผลดังกล่าวแล้วเพื่อที่จะเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายก็อาจจะเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ในพี่น้องประชาชน แต่ว่าด้วยเหตุผลที่หน่วยงานที่รับผิดชอบได้อ้างมานั้นก็เปึนเหตุผลที่ควร จะต้องได้รับการพิจารณาในเรื่องของความถูกต้องความชอบธรรม เพราะฉะนั้นเราควร ที่จะต้องหาช่องทางที่จะยุติในเรื่องดังกล่าวนี้ ในเบื้องต้นผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อให้ พิจารณาต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร ตามด้วยท่านละออง ป่ยะไพรัช เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาตท่านประธานว่า สิ่งแรกที่อยากจะขอเรียนท่านประธานก็คือผมคิดว่าคณะรัฐมนตรีได้ทําผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๗๒ ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง อันนี้กล่าวหากันแรง ๆ เลยครับ
ท่านผู้นําฝ์ายค้านท่านได้บอกแล้วว่าพระราชกําหนดฉบับนี้จริง ๆ แล้วในมาตรา ๑๗๒ ทั้งวรรคหนึ่ง วรรคสอง เขาบอกว่ามันเพื่อความปลอดภัยของประเทศ เพื่อความปลอดภัย สาธารณะ และเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือเปึนการปัองกันภัยพิบัติสาธารณะ แต่เรื่องนี้ มันไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ผมเรียนว่าอันที่ ๑ ผมคิดว่า ครม. ทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ส่วนที่มีทางผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติได้กรุณาชี้แจง ผมขออนุญาตเอาเปึนประเด็นหักล้าง แล้วก็ให้พี่น้องประชาชน ได้ตามผมไปทั้ง ๓-๔ มาตรา ที่เราจะขอยกเว้น ในมาตรา ๒๒ ที่ท่านบอกว่าท่านต้องใช้ เครื่องบันทึกภาพ บันทึกเสียง ตลอดจนถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มันมีข้อจํากัด ตอนเช้าผมได้พบ กับท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็ชี้แจงผมบอกว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องนอกเหนือจากกรรมาธิการที่เราเคยพิจารณากฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว แต่เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เอาเหตุผลมาชี้แจงอย่างไรครับ
๑๒๐ วัน ปรากฏว่าท่านเพิ่งไปยื่นเมื่อ ๘๑ วัน ที่สําคัญก็คือในกฎหมาย มาตรา ๒๒ ที่เรา แก้ไขมา เขาไม่ได้บอกเลยว่าจําเปึนต้องบันทึกแบบไหน ไม่มีปัญหาครับ แล้วจริง ๆ แล้ว ผู้ก่อการร้ายหรือคนกระทําความผิดที่เราจะต้องไปบันทึกเสียงหรือภาพ ไม่ต้องบันทึกทีละ ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมง เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมีมือถือทีละ ๕ นาที ๕ นาทีทําได้ตลอด ที่ ผบ.ตร. รุ่นก่อน ท่านเคยไปซื้อไบโอเมทริกซ์ (Biometrics) เคยขอ ๑๙๑ จาก กสทช. เปึน ๗,๐๐๐ ล้านบาท เปึนหลายพันล้านบาทไปตั้งศูนย์ ๑๙๑ ศูนย์เฉพาะกิจอันนี้เตรียมการอะไรกันไว้หรือเปล่า ผมเรียนท่าน ผบ. ว่าผมรู้ประวัติท่านดี ท่านเปึนคนธรรมะธรรมโม เปึนคนที่ตั้งใจจริงนะครับ แต่ต่อว่าเลยว่าก่อนหน้าท่าน และหลังท่าน ลูกน้องท่าน มันห่วยแตกทั้งนั้นเลยครับ สิ่งที่ผม อยากขออนุญาตหักล้างท่านประธานก็คือว่า ๑๒๐ วันเราเห็นชัดแล้ว มาตรา ๒๒ วรรคสอง อีกเช่นเดียวกัน เรื่องนี้เปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนควรจะได้รับสิทธิ ตอนนี้ตํารวจท่านพูดแล้ว น่าสงสาร ตํารวจมี ๒ มือ ตํารวจจะต้องปัองกันตัวเองเกิดไปโดนผู้ร้ายล่ะ ทั่วไปท่าน ผบ. ลองถามลูกน้องท่านสิครับ มีแต่พี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ที่โดนกระทําอย่างรุนแรงทั้งนั้น ท่านไม่พูดถึงหรือว่าตํารวจซ้อม ตี อุ้มหาย ซึ่งตัวนี้เราต้องการที่จะให้มีการถ่วงดุลระหว่าง พนักงานอัยการกับเจ้าหน้าที่ฝ์ายปกครอง ถ้าในกรุงเทพฯ ก็เปึนผู้อํานวยการฝ์ายสอบสวน กับกรมการปกครอง กับสํานักงานอัยการ ซึ่งตรงนี้มันจะเปึนหลักประกันในการที่จะช่วยเหลือ ถ่วงดุลให้พี่น้องประชาชนได้รับความยุติธรรม และกฎหมายที่เราออกไปแล้วมันก็ดี มันก็สมบูรณ์อยู่แล้วครับ ในมาตรา ๒๓ เช่นเดียวกัน เขาบอกว่าต้องเอาเรื่องนี้เพื่อที่จะให้มี การเลื่อนเวลาออกไป หรือว่าไม่สามารถปฏิบัติการได้ ผมเรียนท่านประธานครับ เรามาอ่าน มาตรา ๒๓ ไม่ได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือเครื่องไม้เครื่องมืออะไรของท่านเลยไปยกเว้นทําไม เขาบอกว่าต้องให้เจ้าหน้าที่ก็คือตํารวจควบคุมตัวแล้วจะต้องมีการพิสูจน์อัตลักษณ์ นามสกุล ตําหนิ รูปพรรณ ข้อ ๒ วันเวลาเกิดเหตุ ข้อ ๓ การควบคุมตัว ตรงนี้ไม่จําเปึนต้องเลื่อนเลย ท่านก็ทําของท่านปกติอยู่แล้วครับ มาตรา ๒๔ ที่ผมอยากขอคัดค้านท่านรองนายกรัฐมนตรี กับท่านรัฐมนตรีกับ ครม. ชุดนี้มีสิ่งที่บอกเหตุให้ชัดเจนคืออะไร เขาบอกว่ามันไม่ให้ถึงข้อมูล เพราะอาจจะมีส่วนได้เสียอาจจะมีการสกัดกั้นยากที่เปึนผู้ต้องหาไม่ให้ได้รับการรับรู้ว่าเขาอยู่ ที่ไหน ตรงไหน แต่ที่สําคัญคืออะไรครับ ความยุติธรรมที่จะให้ทนายที่ผู้ถูกกระทําเข้าไปช่วย ถ่วงดุลดูแล ปรากฏว่าไม่มีครับ และข้อมูลอันนี้ในมาตรา ๒๔ ท่าน ผบ. ตอบผมสิมันต้องใช้ เครื่องมือเครื่องไม้อะไรครับ มันไม่จําเปึนเลย ข้อนี้ไม่จําเปึนเกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์ที่ท่าน
จะต้องไปซื้อเลยท่านจะยกเว้นไปทําไมครับ และสุดท้าย มาตรา ๒๕ อันนี้เปึนดุลยพินิจ ของศาลชัด ๆ เพราะไม่ได้เกี่ยวกันเลยว่ามันมีการควบคุมเกี่ยวข้องใด ๆ ดุลยพินิจของตํารวจ มีหรือไม่ มันเปึนเรื่องของศาลล้วน ๆ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าในการที่ท่านจะดีเลย์ (Delay) ออกไปมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ ไม่มีเหตุผลครับ ผมฟัง เพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลอภิปราย ผมเห็นเหตุผลประการเดียวเหมือนกับเพื่อน สมาชิกฝ์ายรัฐบาลหลายท่านที่เมื่อสักครู่อภิปรายไป สภาแห่งนี้เราออกกฎหมายไปแล้ว เปึนพระราชบัญญัติไปแล้ว ให้เวลาไปแล้ว มีคณะกรรมาธิการมาชี้แจงทุกท่าน แต่ปรากฏว่า มันเหมือนกับถมน้ําลายแล้วไปเลียขึ้นมาเอง สภาเราจะเปึนอย่างนี้หรือครับ ขอเถอะครับ วันนี้วันสุดท้ายครับ ขอให้เรามีศักดิ์ศรีอย่าให้เรื่องนี้เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่จะต้องรับกรรม สุดท้ายเหมือนกับเพื่อนสมาชิกเข้าใจ ผมก็เข้าใจครับ กฎหมายฉบับนี้ ออกมาเพื่อที่จะทําลายล้างอุ้มหายฝ์ายค้านหรือเปล่าครับ ผมไม่มั่นใจครับ โดยเฉพาะ ประธาน ก.ตร. แห่งชาติ ประธาน ก.ตร. ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านพูดอะไรแล้ว ท่านทําไม่ได้ครับ กฎหมายฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันที่ท่านต้องการทําตรงนี้ขึ้นมามันมีอะไรแอบ แฝงหรือเปล่า อีก ๒-๓ เดือนเห็นว่าจะเลื่อนยุบสภาจากวันที่ ๑๕ มีนาคม เปึนวันที่ ๒๑ ตรง กับวันเกิด แล้วก็เลือกตั้งก็อาจจะเลื่อนไปอีก แต่อย่างไรก็ไม่เกินเดือนพฤษภาคมแน่นอน
แต่ท่านจะใช้โอกาสอย่างนี้เพื่อที่จะอุ้มหายแกนนําคนหัวคะแนนที่ไม่ปฏิบัติตามใจท่าน หรือว่าเปึนคนของฝ์ายค้านอย่างนั้นใช่ไหมครับ ผมไม่มั่นใจ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดอะไรไม่เคยอยู่กับร่องกับรอย พี่น้องประชาชนทราบไหม เขาเคยประกาศว่าจะให้ของขวัญ พี่น้องประชาชน ลดราคาน้ํามันเบนซินวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒ บาท ตอนนี้มันเลยมาแล้ว และกฎหมายฉบับนี้ท่านขอไปก็ไม่มีทางทําได้ครับ สุดท้ายครับท่านประธาน แอมเนสตี (Amnesty) เขามายื่นหนังสือให้ผู้นําฝ์ายค้าน ผมขออนุญาตไม่มีเวลาได้อ่าน แต่พวกเรา เห็นด้วยกับท่านร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทั้งหมดเกือบ ๒๐ องค์กร และที่สําคัญมันเปึนองค์กร ระหว่างประเทศ ประเทศไทยเราจะตกต่ําขนาดนี้หรือครับ ตอนนี้ไปคบหาสมาคมกับใคร เขาไม่เชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนของเราอยู่แล้ว แต่ท่านไม่ยอมทําตามกฎหมาย ที่ท่านไปลงนามให้สัตยาบันไว้ เหมือนกับเพื่อนสมาชิก ผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งที่จะให้พระราชกําหนดฉบับนี้ผ่านสภาไปได้ ขอเรียกร้องเพื่อนสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านด้วย ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ท่านใดที่หลงผิดไปลงชื่อโดยไม่ทราบมาก่อน ขอเอาเกียรติภูมิของสภามา เราอย่าให้ถูกครอบงําโดยฝ์ายบริหารซึ่งไม่เอาเรื่องเอาราวเรื่องนี้มา แล้วก็มาบีบบังคับพวกเรา ช่วงนี้วันประชุมวันสุดท้าย ขอทําสิ่งดี ๆ ให้พี่น้องประชาชน คนไทยบ้าง ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับพระราชกําหนดฉบับนี้ครับ
เชิญ นางสาวละออง และตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันไม่เห็นด้วยกับ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทําให้บุคคลสูญหาย ท่านประธานคะ พ.ร.บ. พระราชบัญญัติ ออกมาตั้ง ๑๒๐ วัน ก่อนจะประกาศใช้ ท่านไปอยู่ที่ไหนกัน ที่ท่านให้เหตุผลวันนี้ก็คือเรื่องหนึ่ง เรื่องของ การของบประมาณ ๒. เรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้จัดซื้อ แล้วก็ไม่ได้มีการทดสอบ ไม่ได้มีการที่จะเรียนรู้ของหน่วยงานราชการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันพูดถึงเรื่องงบประมาณ งบประมาณมันก็ต้องมีการตั้งต้นว่าท่านจะต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรบ้างและขอสํานัก งบประมาณ ถ้าในเรื่องที่ท่านบอกว่าท่านไม่สามารถที่จะขอ เพราะว่ามันเกินในเรื่องของ งบประมาณที่ขอไปแล้วไม่ได้ มันก็ยังมีส่วนที่จะเปึนงบกลางของนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านเห็น
ความสําคัญ ในเรื่องของอุปกรณ์ไม่ได้เปึนส่วนหลัก ดิฉันได้ขออนุญาตว่าอุปกรณ์ไม่ได้เปึน ส่วนหลักว่าการแก้ไขปัญหา เปึนเรื่องของหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบว่าท่านสามารถ ที่จะใช้มาตรการอื่น ที่จะมาแก้ไขว่าถ้าท่านมีกล้องซีซีทีวี (CCTV) ไม่พอหรือเครื่อง บันทึกเสียงไม่พอ ถ้าท่านเห็นความสําคัญว่าการอุ้มฆ่า การอุ้ม การทรมานของผู้ต้องหา หรือว่าพี่น้องประชาชนต่าง ๆ ควรจะได้รับสิทธิเสรีภาพ ท่านน่าจะมีมาตรการอื่นเข้ามา ควบคุม เช่น ด้านระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการอื่นที่ท่านเห็นสมควร นํามาใช้ไปก่อน อันนี้คือสิ่งที่ดิฉันเห็นว่าถ้าท่านมีความที่อยากจะให้กฎหมายตรงนี้ให้เปึนประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน ซึ่งดิฉันเองก็รู้สึกไม่สบายใจเรื่องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราจะเห็น จากข่าว มีราชการระดับสูงที่ได้ทําเรื่องของทั้งทรมานของผู้ต้องหา แล้วก็จากที่เราเห็นข่าว ผู้กํากับคนหนึ่งชื่อผู้กํากับโจ้ ดิฉันเห็นแล้วดิฉันก็รู้สึกว่าหวาดผวาตลอดเวลา ดิฉันอยากให้ กฎหมายฉบับนี้ผ่าน เพราะว่าพี่น้องประชาชนทั้งผู้บริสุทธิ์ก็ตาม ไม่บริสุทธิ์ก็ตาม ทั้งญาติ พี่น้อง เมื่อถูกคุมขังหรืออะไรก็ตามก็จะมีความรู้สึกหวาดผวา หวาดกลัวว่าพี่น้องของเรา จะอยู่ที่ไหน จะเปึนอย่างไร และสภาพในการสอบสวนเปึนอย่างไร วันนี้ดิฉันอยากจะให้ กฎหมายฉบับนี้ซึ่งเปึนกฎหมายที่สําคัญของประเทศไทย ซึ่งเราไม่เคยมีใช้มาก่อนและดิฉัน ทราบว่าทั่วโลกเขามีกฎหมายที่จะคุ้มครองผู้บริสุทธิ์หรือผู้ต้องหาที่ยังจะบริสุทธิ์หรือ ไม่บริสุทธิ์ก็ตาม
ดิฉันเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สําคัญที่สุดที่จะทําให้สิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชนได้รับการคุ้มครอง แล้วดิฉันว่าถ้าการเลื่อนใช้ไปมันก็จะเปึนการที่เราไม่ทราบว่า เหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นว่าเพราะอะไรท่านถึงเลื่อน และ ๑๒๐ วันที่ผ่านมาทําไมท่านถึง ไม่มีการจัดการหรือร้องขอว่าท่านไม่มีงบประมาณ ท่านไม่มีเทคโนโลยี หรือว่าท่านไม่มี การที่จะให้อบรม หรือทําอะไรให้กับเจ้าหน้าที่ในของตํารวจ ดิฉันก็ต้องขอท่านประธานว่า มันมีข้อสงสัยว่าการเลือกตั้งครั้งที่จะเข้ามาถึงจะมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า หรือว่าคดีต่าง ๆ อะไรที่ผ่านมาจะมีอะไรแอบแฝงหรือเปล่าดิฉันไม่ทราบ แล้วก็อยากให้ท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกก็ช่วยกันว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สําคัญจริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ใช้เวลาอย่างมากในการดูพระราชกําหนด ฉบับนี้ แล้วก็มีความเห็นพ้องกันว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่น่าจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่ท่านอ้างมาว่า มีความจําเปึนเร่งด่วนอันนี้ไม่น่าจะเข้าข่าย เพราะฉะนั้นเราจึงมีมติกันว่าจะขอยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องของเนื้อหาการที่ท่านเลื่อนบังคับใช้กฎหมายปัองกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทําให้บุคคลสูญหาย หรือพูดง่าย ๆ กฎหมายอุ้มหายมันได้ไม่คุ้มเสียนะครับ ความรู้สึกของประชาชนต่อเรื่องนี้จะแย่มากทั้งในส่วนของชาวโลกด้วยต่อภาพลักษณ์ของ ประเทศไทยว่าเรื่องอย่างนี้แทนที่จะเลื่อนออกไปควรจะต้องเร่งทํา แล้วท่านอ้างเรื่องของ ความล่าช้า เรื่องเวลา ผมก็ไม่อยากตําหนิหลาย ๆ ท่านที่มีบทบาทในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่า เปึนเพราะระบบ ก็คือผู้บริหารสูงสุดของเรามีงานเยอะแยะไปหมด มีงานล้นมือ ผมเคยอภิปราย ในสภาว่าท่านควรจะตัดลดงานของสํานักนายกรัฐมนตรีลงจากที่มีกว่า ๓๐ หน่วยงานลง เหลือเท่าที่จําเปึน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเสนอให้ท่านถอนพระราชกําหนดฉบับนี้ออกไป แต่ว่าผมอยากจะขอให้ท่านได้เสนอพระราชกําหนดอีกฉบับหนึ่งกลับเข้ามาด้วย ๕ มาตรา เหมือนกัน ก็คือพระราชกําหนดว่าด้วยการยกเลิก พ.ร.บ. เกี่ยวกับความผิดของการใช้เช็ค (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ๒๕๓๔ เพราะว่าขณะนี้ประชาชนจํานวนมากมีความเดือดร้อนจาก เศรษฐกิจเงินหมุนไม่ทัน เขาประกอบอาชีพอย่างสุจริตแต่เขียนเช็คไป กฎหมายเมื่อป้ ๒๕๓๔
มีเจตนาที่จะให้ระบบเรามีการใช้เช็คแทนการใช้เงินสด ซึ่งเวลานี้ทางฝ์ายบริหารไม่ว่าจะเปึน กระทรวงการคลังหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เห็นด้วยว่ากฎหมายฉบับนี้ล้าสมัย เพราะฉะนั้น กระทรวงยุติธรรมก็ได้นําเสนอกฎหมายนี้เข้ามาในสภาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในสภาเรามีปัญหา เรื่องของการใช้เวลาในเรื่องของกฎหมาย เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จ่อคิวอยู่หลายเดือน ด้วยกัน ประชาชนที่เดือดร้อนทุกวันนี้ถูกดําเนินคดี ถูกเอาเรื่องอยู่ในศาลมากมายด้วยกัน ทั้งที่จริง ๆ แล้วคดีอย่างนี้เปึนคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญาที่ต้องเอาคนเข้าคุก ผมจึงอยากจะขอ วิงวอนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้โปรดพิจารณาร่าง โปรดพิจารณาทํากฎหมาย เปึนพระราชกําหนด มี ๕ มาตราเหมือนกัน ก็คือมาตรา ๑ ชื่อ มาตรา ๒ บังคับใช้ มาตรา ๓ ให้ยกเลิก พ.ร.บ. ฉบับป้ ๒๕๓๔ แล้วก็ให้คดีความต่าง ๆ ที่อยู่ในศาลก็ดีหรือในกระทรวง ยุติธรรมก็ดีเปึนอันยกเลิก แล้วก็มาตรา ๕ ก็คือให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการ ง่าย ๆ ที่ท่านนําเสนอ ประกาศออกไปเพื่อจะให้ประชาชนจํานวนมากที่กําลังเดือดร้อน ทุกวันนี้ได้ออกมาทํามาหากิน ได้ออกมาประกอบอาชีพสุจริตของเขาเพื่อจะได้มีรายได้ แล้วก็มาใช้หนี้หรือเปึนเรื่องของคดีความทางแพ่งต่อไป ก็ขอกราบเรียน ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขตอําเภอ คอนสวรรค์ อําเภอแก้งคร้อ อําเภอบ้านแท่น ขออภิปรายไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลออก พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการทรมานและการทําให้บุคคลสูญหาย ซึ่งผม เห็นว่าในขณะนี้ประเทศไทยยังมีปรากฏการณ์ที่ไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ จับกุมคุมขังบุคคลยังมีข่าวคราวออกมาเสมอว่ามีการบีบบังคับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนการใช้ ถุงดํามาคลุมศีรษะ ซึ่งข่าวคราวก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่กี่เดือนมานี้ก็มีการกระทําเอาถุงดําไปคลุม เพื่อที่จะบังคับขู่เข็ญ แต่ในที่สุดก็เสียชีวิต ดังที่เราเปึนข่าวคราวออกมาชัดเจน การจับกุมที่ ใช้ไฟแช็คไปจุดลูกอัณฑะบ้าง การซ้อมผู้ต้องหาบ้าง สิ่งเหล่านี้ยังมีอยู่ และการที่คนไทยที่มี คดีอาจจะถูกกระทําให้สูญหายทั้งในประเทศและในต่างประเทศตามที่เราเห็นข่าวคราว เมื่อสถานการณ์เปึนอย่างนี้ สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือรัฐสภาก็ได้แก้ไขปัญหา โดยการตราพระราชบัญญัติเพื่อที่จะปัองกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทํา ที่ทําให้บุคคลสูญหาย ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๒ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ก็เสียดาย ที่รัฐบาลชุดนี้อาจจะแสดงถึงการที่รัฐบาลไม่อยากจะให้เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสูญหายไป คือคงจะไม่ปัองกันบุคคลให้พ้นจากการทรมาน จากการทําให้สูญหายจึงออกพระราชกําหนด เพื่อยับยั้งการมีพระราชบัญญัติดังกล่าว เปึนการแสดงว่ารัฐบาลมีเปัาหมายพิเศษหลาย ๆ อย่าง ที่เราอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นและรัฐบาล ปล่อยให้เจ้าหน้าที่บางคนกระทําโหดร้ายทารุณไร้มนุษยธรรมกับพี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้ ถือว่าเปึนความผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีหน้าที่ในการคุ้มครองพี่น้อง ประชาชน แต่กลับปล่อยให้พี่น้องประชาชนจะถูกซ้อมทารุณหรือกระทําการทรมานต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ การออกพระราชกําหนดฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ในเรื่องของกฎเกณฑ์การออกเปึนพระราชกําหนด ซึ่งปกติแล้วการออกเปึนพระราชกําหนด เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศชาติ การที่ท่านมายับยั้งกฎหมาย ที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เปึนการรักษาความปลอดภัยของประเทศชาติ และไม่ใช่เปึนการที่จะปัองกันไม่ให้เกิดภัยสาธารณะ ตรงกันข้าม การออกพระราชกําหนด ดังกล่าวเปึนการตรงกันข้ามกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ การกระทําของ รัฐบาลที่ออกพระราชกําหนดดังกล่าวนั้นไม่ใช่เปึนการกระทําเพื่อปัองกันหรือปกปัอง
หรือแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เปึนการปัองกันภัยพิบัติสาธารณะ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ได้กระทํา หรือได้ออกพระราชกําหนดเพื่อยับยั้งกฎหมาย อันจะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เปึนการทําลายความมั่นคงของประเทศชาติ เปึนการที่จะไม่ให้สิทธิมนุษยชนของคนไทยได้มีอยู่ต่อไป ขอบพระคุณที่พี่น้อง ส.ส. ของเรา พี่น้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลและแสดงออกต่าง ๆ หลาย ๆ อย่างในครั้งนี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ตามด้วยท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อําเภอ นาทวี สะบ้าย้อย สํานักแต๋ว สํานักขาม ของอําเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เขาเรียกว่า พ.ร.บ. อุ้มหาย พ.ร.บ. อุ้มฆ่า มันไม่ได้เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดน และ ๔ อําเภอบ้านผมครับท่านประธาน ปัญหาเกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย มีปัญหา คือ พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ เรียกว่า พ.ร.บ. อุ้มหาย พูดแบบ ชาวบ้าน ท่านประธานครับ มันเปึนการออกกฎหมายซ้อน มันซ้อนอย่างไร โดยใช้อํานาจ ของมติ ครม. ใช้อํานาจของสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ออกพระราชกําหนด ยกเว้น พ.ร.บ. ๔ มาตราที่ผมกล่าวมาแล้ว พระราชกําหนดฉบับนี้ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ประชาชนเสียประโยชน์คือกฎหมายไม่คุ้มครองในห้วงเวลาดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ได้ ประโยชน์ ได้อย่างไรครับท่านประธาน ก็คือยืดเวลาในการบังคับใช้กฎหมาย ในการเตรียม อุปกรณ์ และฝ๊กความชํานาญของเจ้าหน้าที่ เห็นไหมครับ มันจะมีข้อแตกต่างระหว่าง ประชาชนกับเจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นการขยายเวลาบังคับใช้พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ทั้งหมด ๔ มาตราออกไป หัวใจหลักคืออะไร คือการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหา และมี การบันทึกภาพและเสียงตามที่ พ.ร.บ. ได้กําหนดไว้ การเข้าถึงข้อมูลและเป่ดเผยข้อมูล การควบคุมตัว เพราะฉะนั้นเดิม พ.ร.บ. บังคับใช้วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ผ่านมาแล้ว แต่ พ.ร.ก. ที่เราจะออกวันนี้จะขยายไปจนถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ก็คืออีกประมาณ ๖-๘ เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นการอ้างถึงการใช้กฎหมายเพราะอะไร ขาดอุปกรณ์ ขาดความชํานาญของเจ้าหน้าที่ไม่พอ เหตุผลมันไม่พอครับท่านประธาน เพราะสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติรับรู้การเกิดกฎหมายอุ้มหายตลอดมา เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนจะได้รับ ผลกระทบ เราจะอ้างว่าไม่พร้อมในการปฏิบัติไม่ได้ ประเทศนี้จะอยู่อย่างไร เจ้าหน้าที่บังคับ ใช้กฎหมายมีปัญหา เรามีทางแก้ก็คือให้สภามาแก้ แต่ถ้าประชาชนบังคับใช้กฎหมายโดยไม่มี ข้อแม้ เพราะได้ระบุไว้ว่าขนาดประชาชนไม่รู้กฎหมายยังบอกว่าต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ นี่คือ ประชาชน ผมหนักใจมาก เพราะพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมในฐานะที่เปึนโฆษกกรรมาธิการ
การตํารวจ สภาผู้แทนราษฎร เข้าใจกระบวนการทํางานของเจ้าหน้าที่ตํารวจ เราอยู่กันมา ๔ ป้ ในการทําหน้าที่กรรมาธิการ และเข้าใจกระบวนการงบประมาณของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ สิ่งที่สําคัญที่สุดครับ เข้าใจความชํานาญของท่านที่ท่านอ้างถึง แต่ในฐานะ ส.ส. หน้าที่ ของพวกผมคือออกกฎหมาย แก้กฎหมาย และเสนอกฎหมาย แต่วันนี้มันมาแปลก ทําหน้าที่ ซ้อนกฎหมายในวันสุดท้ายในการประชุม เอา พ.ร.บ. มาแก้ ซ้อนโดยพระราชกําหนด เพราะฉะนั้น พ.ร.ก. ฉบับนี้ส่งผลให้ประชาชนถูกละเมิด พ.ร.บ. อุ้มหาย และถูกละเมิด เกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้นก็ขอให้เพื่อนสมาชิกพิจารณาข้อดี ข้อเสีย ของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ และลงมติตามเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ใช่จะให้สภาแห่งนี้มาทะเลาะ ขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ และไม่ให้สภาแห่งนี้ขัดแย้งกับรัฐบาลเจ้าของ พ.ร.ก. เพราะ พ.ร.ก. ฉบับนี้เขาเรียกว่า พ.ร.ก. เจ้าปัญหา ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกมลศักดิ์ ตามด้วยท่านณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อําเภอบาเจาะ อําเภอยี่งอ อําเภอรือเสาะ และอําเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมในนามตัวแทนพรรคประชาชาติขอเปึนส่วนหนึ่งในการอภิปรายแสดง ความเห็นเกี่ยวกับพระราชกําหนดที่ฝ์ายรัฐบาลเสนอมากับพระราชบัญญัติการปัองกัน ปราบปรามการทรมานและกระทําให้บุคคลสูญหาย ก่อนที่ผมจะอภิปรายในหลักการและ เหตุผล แล้วก็เปึนมติของพรรคประชาชาติเรา ก็คือว่าเราไม่เห็นด้วยกับที่ฝ์ายรัฐบาลเสนอ พระราชกําหนดเข้ามา เราเห็นควรจะไม่อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมเรียนอย่างนี้ ท่านประธานครับ พรรคประชาชาติเรานี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่มาจาก ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ เราถูกปกครองด้วยกฎหมายพิเศษทั้งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ๒๔๕๗ และพระราชกําหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ร่วม ๑๙ ป้ พี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลาถูกกระทํา ทรมานกับกฎหมายพิเศษเปึนจํานวนมาก และถูกกระทําให้เสียชีวิตกับการบังคับใช้กฎหมาย พิเศษนี้หลายราย ตั้งแต่ ๒๕๔๗ เปึนต้นมา ไม่ว่าจะเปึนอิหม่ามยะผา กาเซ็ง สุไลมาน แนซา อับดุลราฮิม หรือว่าที่ล่าสุดในสภาแห่งนี้ที่เพื่อนสมาชิกและผมได้พูดมาตลอดก็คือนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผมเองก็เคยตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีถึงบุคคลที่ถูกทรมาน ทหาร เจ้าหน้าที่ ควบคุมตัวกลับมาคุ้มคลั่งก็คือนายมาริยะ เปึนพี่น้องที่อยู่ในตําบลสุวารี อําเภอรือเสาะ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๖๓ กลับมาคุ้มคลั่งเสียสติ สิ่งเหล่านี้พรรคประชาชาติเราไม่นิ่งนอนใจครับ เราได้เปึนเจ้าของญัตติในการยื่น พ.ร.บ. เรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. อุ้มหาย ตอนที่เรายื่นเรายื่น เปึนพรรคแรก แต่โชคดีเรารู้ตัวมาตลอดเราอยู่ฝ์ายค้าน แต่บังเอิญเกิดเหตุการณ์ผู้กํากับโจ้ นครสวรรค์ รัฐบาลอยู่ไม่ได้ก็เสนอเข้ามาเปึนกฎหมาย ทําให้เราเปึนเจ้าของญัตติใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เช่นกัน ดีใจครับ ใช้เวลาต่อสู้มาเปึนป้ สภาผ่าน ๓ วาระด้วยคะแนนเปึนเอกฉันท์ แต่อยู่ดี ๆ มาวันนี้ทราบข่าวก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกพระราชกําหนดขยายระยะเวลาตั้งแต่ มาตรา ๒๒-๒๕ ซึ่งเปึนหัวใจหลักในการที่จะปัองกันไม่ให้พี่น้องผมถูกกระทําทรมานและ กระทําให้เสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัวใช้กฎหมายพิเศษ ถ้าเปรียบเสมือนลูกที่สอบ มหาวิทยาลัยได้คณะดี ๆ ปรากฏว่าพอถึงเวลาเป่ดเทอมจะไปเรียนพ่อกลับบอกว่าไม่มีเงิน เสียค่าเทอม อย่างนี้หรือคนที่เปึนพ่อที่ดีของลูก ตอนที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาแห่งนี้พี่น้อง
ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะพี่น้องชาติพันธุ์มลายูต่างแซ่ซ้องดีใจว่าอย่างน้อย ที่สุดเขาจะมีกําแพงปัองกันไม่ให้ลูกหลานเขาทรมานจากการควบคุมตัว พอท่านมาออก พ.ร.ก. มันทิ่มแทงใจดํากับพี่น้องชาติพันธุ์มลายูในบ้านผม ผมดูหลักการและเหตุผล ฟังคําชี้แจงของผู้บัญชาการบอกแห่งชาติผมรับไม่ได้ ท่านบอกว่าท่านไม่มีงบประมาณในการ จัดซื้ออุปกรณ์ ป้กว่าที่ผ่านมาท่านทําอะไรอยู่ครับ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ก.ตร. แสดงให้เห็นว่าท่านไม่ใส่ใจยินดี ไม่ต้องการที่จะให้พี่น้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเลย ท่านทราบไหมว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่เฉพาะแต่คุ้มครองพี่น้องประชาชน แต่มันยังคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ที่สุจริต กฎหมายฉบับนี้จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่คิดไม่สุจริตกับพี่น้องประชาชน เท่านั้น เวลากฎหมายที่ต้องการคุ้มครองประชาชนท่านกลับไม่พร้อมในเรื่องงบประมาณ บ้านผมด่านมีจํานวนเปึนพันด่าน ท่านเชื่อไหมท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ผมขอเรียน ให้ท่านทราบผ่านท่านประธานขอเวลา ๒-๓ นาทีครับ
เชิญเลยครับ
ไม่มีกฎหมายให้การถ่ายรูปพี่น้อง ประชาชนผ่านด่านเลย แต่ท่านทราบไหมทุกวันนี้อันไหนที่ไม่มีกฎหมายรองรับท่านกลับ พร้อมที่จะคุกคามพี่น้องประชาชนในการเดินทาง พันกว่าด่านใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านไปสิครับ ท่านลองไปดู มีกล้องโทรศัพท์มือถือของพี่น้องหรือกล้องอื่น ๆ พร้อมที่จะ เอาผิดกับพี่น้องประชาชน แต่ถึงเวลาที่พี่น้องประชาชนขอใช้กฎหมายคุ้มครองเขาบ้าง ท่านกลับไม่พร้อมในเรื่องเหล่านี้ นี่หรือที่ท่านบอกว่าท่านคือผู้นําของพี่น้องประชาชนที่แท้จริง สภาของเราสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีท่านประยุทธ์นี่แหละครับ ท่านจําได้ไหมสิงหาคม ๒๕๖๒ ท่านก็ออกพระราชกําหนดเพื่อขยายเวลา พ.ร.บ. คุ้มครองสถาบันครอบครัวมาครั้งหนึ่ง ถามว่าตอนนี้ตอนที่ท่านออก พ.ร.ก. ขยายระยะเวลา พ.ร.บ. สถาบันครอบครัว ท่านอ้างว่า ทรัพยากรไม่พอ มาจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีการบังคับใช้ใด ๆ เลย ผ่านมากี่ป้แล้วครับ ยังกลับไป ใช้ พ.ร.บ. ครอบครัว ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมจึงมีประเด็นคําถามที่จะถามท่านผู้มาชี้แจงว่า ในมาตรา ๔ ที่ท่านเสนอ พ.ร.ก. ฉบับนี้เข้ามา มาตรา ๔ ท่านบอกว่าในระหว่างมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ แห่ง พ.ร.บ. ปัองกันการอุ้มหายนี้ ยังไม่มีผลใช้บังคับ ให้คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทรมานกระทําให้บุคคลสูญหายและหน่วยงาน ที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบควบคุมตัวตามมาตรา ๒๒ เร่งเตรียมการให้มีความพร้อม รองรับการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ กันยายน เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเร็ว ถามว่าถ้าครบวันที่ ๓๐ กันยายน ถ้าท่านยังไม่พร้อม ท่านยังจะขยายต่อใช่ไหมครับ ท่านตอบผมนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในระหว่างนี้ ๖ เดือน ท่านตอบสิว่าท่านมีหลักประกันอะไร ที่จะคุ้มครองพี่น้องบ้านผมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลาว่า จะไม่ให้ถูกซ้อมทรมาน ว่าจะไม่ให้เกิดการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัว เพราะบ้านผม เจ้าหน้าที่เข้าไปบนบ้านง่ายมาก เจ้าหน้าที่สงสัยนิดเดียวก็เอาตัวไปเลย ท่านไม่เคยโดน ท่านไม่เคยรับเรื่องเหล่านี้ ไม่เคยรับเรื่องร้องเรียนจากญาติพี่น้อง พ่อแม่ที่ลูกหลานเขาถูกเอา ตัวไปและไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ท่านคิดว่า ๖ เดือนไม่ช้า แต่คนเหล่านี้เขามีความหวังกับกฎหมาย พ.ร.บ. อุ้มหาย ๖ เดือนที่ท่านขยาย ท่านลองนึกความรู้สึกของคนในพื้นที่บ้านผมสิว่าเขาจะ รู้สึกอย่างไร ถ้าท่านตอบได้ท่านมีหลักประกันผมให้ผ่าน แต่ถ้าท่านตอบไม่ได้ว่าท่านไม่มี หลักประกันที่จะคุ้มครองพี่น้องผม ผมและพรรคประชาชาติเราไม่ยอมแน่นอน ผมถือว่า
ท่านใดที่มีส่วนร่วมในการขัดขวางกฎหมายฉบับนี้ ท่านไม่ได้จริงใจในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎหมายฉบับนี้ตอนที่ พ.ร.บ. อุ้มหายออกมา มันสร้างบรรยากาศ ในกระบวนการสันติภาพที่รัฐบาลบอกว่ามีความจริงใจที่จะพูดคุยกับผู้เห็นต่าง เมื่อท่านมา ขยายระยะเวลาเช่นนี้ เหตุการณ์ผมไม่รู้ว่ามันจะเปึนเช่นใด เพราะกฎหมายฉบับนี้ไม่คุ้มครอง เฉพาะการควบคุมตัว แต่มันรวมตลอดถึงการตรวจค้น นั่นหมายความว่าหากมาตรา ๒๒ ใช้บังคับ หรือท่านสามารถที่จะนําอุปกรณ์อื่นมาใช้ไปพลาง ๆ ก่อน ผมเชื่อว่าการวิสามัญ ฆาตกรรม ๓ ป้ ๖๗ ศพ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้คงไม่ใช่เรื่องปกติเหมือนเช่นที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ ทุกวันนี้พี่น้องผมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ยินข่าวการวิสามัญฆาตกรรม เปึนเรื่องปกติ กลายเปึนเรื่องปกติของวิสามัญฆาตกรรม
ป่ดล้อม ตรวจค้นทีไรก็เสียชีวิตเมื่อนั้น ๓ ป้ ๖๗ ศพ ท่านดูตัวเลขอาจจะน้อย แต่ชีวิตคน แม้แต่ ๑ คนก็มีค่า ผมจึงขอสรุปว่าวันนี้เห็นชัดเจนว่าท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีวิสัยของการเปึนผู้นําที่อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน เพราะท่านไม่เคารพ สิทธิในศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ของพี่น้องเลยในการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ สมาชิก ที่เคารพครับ ในระหว่างที่เราพิจารณาอภิปรายอยู่นั้น สมาชิกส่วนหนึ่งได้เสนอเรื่องขึ้นมา โดยท่านนิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะได้เข้าชื่อเสนอความเห็น ต่อประธานสภาว่าพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปราม การทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ ไม่เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง ให้ประธานส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายใน ๓ วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นเพื่อวินิจฉัยและให้รอการพิจารณากําหนดไว้ก่อน ตามมาตรา ๑๗๓ ตามมาตรา ๑๗๓ ของรัฐธรรมนูญได้กําหนดว่าเมื่อสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อเสนอ ความเห็นต่อประธานเพื่อให้เสนอความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วย รัฐธรรมนูญของพระราชกําหนด ประธานต้องส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายในกําหนด ๓ วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็น เพื่อวินิจฉัยและให้รอการพิจารณาพระราชกําหนดนั้น ไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับแจ้งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ได้ใช้เวลาในการตรวจสอบ รายชื่อคําร้องทั้งหมดซึ่งส่งมา ปรากฏว่ามีจํานวนสมาชิกที่ตรวจสอบลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดได้จํานวน ๑๐๐ คน ซึ่งเปึนจํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่และเปึนไปตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้จึงให้รอการพิจารณา พระราชกําหนดนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับแจ้งคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอจบการพิจารณา ในวาระนี้เพียงเท่านี้ครับ
ท่านประธาน ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกหมายเลข ๓๓๗ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีเอกสารมาให้ผมเซ็น ผมขออนุญาตว่าถ้าผมมีรายชื่อเซ็นเกี่ยวกับการยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ ป.ป.ช. ในเรื่อง พ.ร.ก. เลื่อนการอุ้มหาย ผมขออนุญาตไม่รับรู้นะครับ
และขออนุญาตว่าถ้ามีผมจะไม่ถือว่าอันนั้นเปึนลายเซ็นผมนะครับ ขออนุญาตปฏิเสธ กลางสภาแรง ๆ ครับ
ขอบคุณมากครับ ผมขอผ่านกระบวนการต่อไปนะครับ ในลําดับต่อไปที่ต้องเรียนสมาชิก
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องเสนอใหม่ ไม่มี
ก่อนป่ดการประชุมนะครับ ผมขออภัยด้วยครับ
ท่านประธานฟังนิดหนึ่งครับ
เชิญครับ
ขออนุญาตนิดเดียว ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย คือเรื่องนี้ไม่ได้ว่าอะไร เปึนเรื่องของระบบฝ์ายนิติบัญญัติ ท่านประธาน ทําถูกต้องทุกประการ แต่ถ้าผมไม่ยืนพูดนี่ประเทศชาติจะล่มจมและเสียหายได้ โดยเฉพาะ ผบ.ตร. ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ท่านประธานฝากท่าน ผบ.ตร. ด้วยครับ ท่านไปติดตาม ตรวจสอบ พลตํารวจโท จ มีเกี่ยวข้องกับการเตรียมการในการซื้อวิทยุสื่อสารประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาททั่วประเทศที่ผมกําลังจะอภิปรายนี่ แต่ปรากฏว่าท่านพูดเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่เปึนอะไร
ผมได้ยินเมื่อตอนเช้า ทีหนึ่งแล้วครับ พอแล้วนะครับ
เพื่อชาติบ้านเมืองผมขอใช้เวลา เพื่อประโยชน์ของประชาชนครับ ไปเตรียมกับบริษัททุนจีน
คุณจิรายุ เพื่อไม่ให้ เสียหายต่อบุคคลภายนอก สมาชิกที่เคารพครับ เราได้ทําให้กระบวนการของฝ์ายนิติบัญญัติ ได้เดินมาโดยถูกต้องแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ เป่ดแอร์ มานานแล้วใจเย็น ท่านประธานครับ เดี๋ยวฟังสมาชิกสักหน่อย วันสุดท้ายไม่จําเปึนต้อง รีบป่ดครับ
ผมขออนุญาตเลยนะครับ ขอให้ท่านผู้นําฝ์ายค้านได้กล่าวอะไรก่อน แล้วก็หลังจากนั้นผมขอขอบคุณพวกเราเล็กน้อย แล้วเราก็พร้อมกันฟังพระบรมราชโองการป่ดสมัยประชุม เชิญท่านหมอชลน่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะผู้นําฝ์ายค้าน ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสตัวกระผมในฐานะเปึนตัวแทนของพรรคร่วมฝ์ายค้าน แล้วก็เพื่อนสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลหลายท่านที่ได้ร่วมกันพิจารณาการจะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการทรมานและการอุ้มหาย ท่านประธานครับ ก็เปึนที่น่าเสียใจที่กระบวนการการพิจารณาของเราไม่แล้วเสร็จ กระบวนการการพิจารณาเราไม่แล้วเสร็จ การแล้วเสร็จคือได้มีโอกาสลงมติที่จะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติ เหมือนที่กระผมได้กราบเรียนไปยังท่านประธานที่นั่งเปึนประธานที่ประชุม ก่อนหน้าท่านประธานนะครับ
ผมฟังอยู่ครับ
ว่าแนวโน้ม การอนุมัติในสภาแห่งนี้ฟังจากสมาชิกส่วนใหญ่ที่อภิปรายทุกคนขึ้นมาคัดค้าน ไม่อนุมัติ พระราชกําหนดฉบับนี้ เพราะฉะนั้นแนวโน้มคือการไม่อนุมัติ การยื่นศาลรัฐธรรมนูญของ สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล ผมจําเปึนต้องตั้งข้อสังเกตในโอกาสนี้เลย ถ้าสภาแห่งนี้จะอนุมัติ
พระราชกําหนดนี้ยื่นโดยคณะรัฐมนตรีที่คุมเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ นั่นหมายความว่าท่าน ต้องการให้มีการอนุมัติ เมื่อท่านเห็นว่าไม่มีการอนุมัติ คาดการณ์ว่าจะถูกคว่ําในสภาแห่งนี้ ท่านเลยไปปรับใช้กระบวนการอีกกระบวนการหนึ่งโดยอาศัยช่องทางการระงับยับยั้งโดยการ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดึงจังหวะเวลาออกไป ท่านประธานครับ มันจะเปึนการบันทึก ประวัติศาสตร์ชาติไทยของรัฐสภาไทยที่ชงโดย ครม. กินโดย ครม. แล้วก็อุ้มหายโดย ครม. เอง น่าอับอายนะครับท่านประธาน ด้วยความเคารพผมต้องพูดแรง มันเปึนเหตุการณ์ ที่ไม่ควรเกิดขึ้น สิทธิในการยื่นเพื่อจะไม่ให้อนุมัติควรเปึนเสียงที่เห็นตรงข้ามว่าไม่ควรอนุมัติ ถ้าท่านอนุมัติผมถึงจะยื่น ทุกคนเห็นหมดว่าควรจะไม่อนุมัติ การยื่นครั้งนี้จะแปลเจตนาอื่น ไม่ได้เลย อาศัยกลไกของศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๖๐ วันในการวินิจฉัย ท่านมีเวลาถึง ๒ เดือนที่จะระงับยับยั้งกฎหมายฉบับนี้ไว้ ในช่วงนี้ก็มีการบังคับใช้ไปตาม พระราชกําหนดที่ท่านออกส่งต่อไปถึงรัฐบาลชุดหน้ายาวเลย กระบวนการต่าง ๆ ที่มีคนตั้ง ข้อสงสัยว่าเพื่อให้ได้มาซึ่งการเลื่อนบังคับใช้ที่จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่แท้จริง หรือเปล่า มันก็เลยมีคําถามอยู่ตลอด โดยเฉพาะประเด็นของท่าน ส.ส. จิรายุที่จะอภิปราย ไม่ได้เปึนเพราะจัดหาเครื่องไม่ทัน ไม่เปึนเพราะจัดหาอุปกรณ์ไม่ทัน แต่กระบวนการของ การอีบิดดิง (e-Bidding) ไม่ทันมันจริงหรือเปล่าท่านประธาน
คุณหมอครับ อย่าเลยเถิด ไปเลยนะครับ คุณหมอทําหน้าที่ที่เสร็จสมบูรณ์
ก็ขออภัยครับ ถ้าท่านประธานบอกผมเลยเถิด ก็ขออนุญาต ล่วงเลยมานิดเดียวครับท่านประธาน ไม่ได้ เลยเถิด ท่านประธานวินิจฉัยว่าเลยเถิดผมก็กราบขออภัย แต่ขอล่วงเลยมาถึงเจตนารมณ์ ของพวกเรานิดเดียว เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพท่านประธาน มันตั้งข้อสังเกตเปึนอื่นไม่ได้ ในการยื่นคําร้องผ่านท่านประธานไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย มันเปึนการระงับยับยั้ง อํานาจของรัฐสภาแห่งนี้ ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ตีความเปึนอื่นไม่ได้ครับ ถ้าเหตุการณ์ มันเกิดขึ้น ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น
เช่นในระหว่างเลือกตั้งถ้าพบว่ามีการใช้อํานาจหน้าที่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชน คนที่เข้าชื่อต้องรับผิดชอบ เพราะไม่มีการให้ความเปึนธรรมในเรื่องของสิทธิ ในการเข้าไปในกระบวนการยุติธรรมของพวกเราครับ
คุณหมอครับ เราให้เกียรติ เพื่อนสมาชิกนะครับ ทุกคนมีสิทธิครับ
ผมสรุปแล้วครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน วันนี้เปึนวันสุดท้ายของสมัยประชุมเรา เปึนวันที่ถูกบันทึกไว้ใน ประวัติศาสตร์ของชาติไทยเราว่ารัฐสภาเราทํากันอย่างนี้ มันจะได้เปึนบทเรียนจดจําไปถึง ลูกหลานและพวกเราที่กลับมาสมัยหน้า ถ้าเรามีโอกาสได้ใช้อํานาจของพี่น้องประชาชนอย่าง แท้จริง ไม่ถูกป่ดกั้นไม่ถูกบิดเบือน ผมมั่นใจว่ากระบวนการเหล่านี้มันจะไม่เกิดขึ้นในสภา แห่งนี้ ฝากพี่น้องประชาชนช่วยเปึนกรรมการตัดสินในคูหาเลือกตั้งครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เป่ดโอกาสให้ตัวแทน ฝ์ายรัฐบาล ๑ ท่านนะครับ ท่านชินวรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด นครศรีธรรมราช ผมมีความจําเปึนที่จะต้องลุกขึ้นอภิปรายก็เพราะว่าผู้นําฝ์ายค้าน ได้พูดถึงว่าจะเปึนประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะ ท่านอ้างอิงถึงสมาชิกของพรรคร่วมรัฐบาลว่าได้ร่วมกระบวนการอุ้มหาย พ.ร.ก. ซึ่งผมคิดว่า ถ้าไม่ได้รับฟังเหตุผลอีกฝ์ายหนึ่งก็จะไม่เปึนหลักที่เรียกว่าตรวจสอบและถ่วงดุลอํานาจ แล้วก็ไม่ตรงตามหลักที่เรียกว่าเราต้องเคารพสิทธิของแต่ละฝ์าย ฝ์ายของผมก็ยึดหลัก นิติธรรมที่เห็นว่าเมื่อพวกผมได้ลงชื่อกัน เห็นว่าพระกําหนดดังกล่าวมิได้เปึนไปตามเงื่อนไข ของพระกําหนดตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พวกผมก็มี ข้อสงสัย และจริง ๆ ไม่ใช่แต่พวกผมนะครับ ผมฟังตั้งแต่ช่วงเช้า ในสภานี้พูดเหมือนกัน ทุกคนเลยว่าพระกําหนดนี้ที่ออกมาไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ เพราะฉะนั้นเมื่อทุกคนเห็นด้วยกันว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ เราก็มี ความจําเปึนที่จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๓ ครับ
ได้ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๓ แต่ผมมีเหตุผลประกอบนิดเดียวว่าในเรื่อง ของการออกพระราชกําหนดที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และ มาตรา ๒๕ นั้น มิเพียงแต่เปึนเรื่องตามระราชบัญญัติอุ้มหายตามที่เราได้ผ่านความเห็นชอบไป แต่ยังมีพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยจะต้องดําเนินการ พวกผมเปึน ส.ส. ก็มีจิตสํานึกเช่นเดียวกันในหลักนิติธรรม ในหลักสิทธิมนุษยชน และในหลักการที่เราจะต้อง คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ผู้นําฝ์ายค้านได้เคารพสิทธิ ของฝ์ายพวกผมที่ได้ดําเนินการในการเข้าชื่อกันเพื่อที่จะให้ดําเนินการของพวกผมนั้น เปึนไปตามรัฐธรรมนูญและมีเหตุผลสําคัญประกอบ ๓ ข้อครับ
๑. การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๓ และจะได้ปราศจากข้อสงสัยที่จะต้องถกเถียงต่อไป ส่วนราชการก็จะได้ไปปฏิบัติได้
๒. เปึนการร่นระยะเวลาลงมาที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ถ้าเราปล่อยไปให้ผ่าน พ.ร.ก. นี้มีผลอีก ๖ เดือน ไปจนถึงวันที่ ๑ ตุลาคม แต่ว่าถ้าเรายื่นศาล รัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วภายใน ๖๐ วันเท่านั้นเอง ๒ เดือนเท่านั้นเอง ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยออกมา ใน ๒ เดือนนี้ผมยังเชื่อมั่นว่าพวกเราซึ่งเปึนสมาชิก รัฐสภาถึงแม้จะอยู่ในช่วงไหนก็แล้วแต่ คนที่รักในสิทธิมนุษยชนเราต้องช่วยกันตรวจสอบ ต่อไป
๓. ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้นําฝ์ายค้านว่าครั้งนี้ เปึนครั้งแรกที่ผมนั่งในสภานี้มา ๙ สมัย ที่ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลได้ร่วมกันยื่นเสนอกฎหมาย ที่ฝ์ายบริหารเปึนผู้เสนอ ท่านลองคิดดูว่าพวกเราทุกคนรักและปกปัองที่จะประกันสิทธิ เสรีภาพของพี่น้องประชาชนหรือไม่ ผมจึงขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเราต่างฝ์ายต่างทําหน้าที่ ขอขอบคุณครับ
ความจริงมีพวกเรา อยากจะพูดต่อนะครับ แต่ว่าเราอาจจะไม่จบ ผมถึงขออนุญาตว่าเราให้สิทธิให้เกียรติ ทั้ง ๒ ฝ์ายมีโอกาสได้อภิปรายพอสมควรแล้วนะครับ สมาชิกครับ ผมขอกดออดเปึนครั้ง สุดท้ายเชิญพวกเราเข้ามาเพื่อเตรียมฟังพระบรมราชโองการครับ ก่อนที่จะขอให้ ท่านเลขาธิการได้อ่านพระบรมราชโองการ ขออนุญาตให้ผมได้ขอบคุณพวกเราสั้น ๆ สิ่งแรกก็คือผมขออนุญาตขอบพระคุณท่านรองประธานทั้งสองช่วยงานด้วยความเหนื่อยยาก ขออนุญาตขอบคุณท่านเลขาธิการ ขอบคุณไปถึงวุฒิสภา ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนนะครับ รวมทั้งล่ามมือ ขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่ทําหน้าที่ถ่ายทอด ตลอดระยะ ๔ ป้พวกเรา ทุกฝ์ายทํางานหนัก ผมทราบดีครับ เพราะผมเปึนผู้แทนราษฎรมา ๑๖ สมัย เปึนประธาน สภาผู้แทนราษฎรมา ๒ ครั้ง ผมรู้ว่าพวกเราทํางานหนัก เพราะผมก็ร่วมทํางานหนักกับ พวกเรา ที่จริงควรจะประกาศผลงาน แต่ผมจะไม่รบกวนเวลาเพราะสามารถประกาศ วาระอื่นได้ แต่อยากจะบอกว่าสิ่งที่เปึนผลดีเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ท่านทั้งหลายเปึนผู้ริเริ่มนะครับ อย่างที่ท่านทราบว่าข้อหารือท่านตอนเช้าประมาณ ๑๓,๐๐๐ กว่าเรื่อง เราได้ยินเพื่อนเราพูดเมื่อวันที่ ๒๒ ว่าเขาสําเร็จไปมากน้อยร้อยละเท่าไร เปึนเรื่องที่น่าประทับใจ ผมถึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ขอขอบคุณฝ์ายบริหารด้วย สุดท้าย จริง ๆ ครับ ผมหวังว่าแม้เราจะไม่มีโอกาสกลับมาทุกคน แต่ขอให้เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ ได้กลับมาทําหน้าที่ของท่านต่อไป การเมืองไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ คนที่ค้านอยู่วันนี้ อาจจะเปึนรัฐบาลในวันหน้า คนที่เปึนรัฐบาลขณะนี้อาจจะเปึนฝ์ายค้านในขณะนั้น สิ่งสําคัญ ก็คือว่าเราพูดอะไรไปว่าไม่ดี วันนี้วันนั้นก็ต้องไม่ดี อะไรที่ดีวันนี้วันนั้นก็ต้องดี ขออวยพร ให้เพื่อน ๆ ทุกคนประสบความสําเร็จนะครับ ผมขอขอบพระคุณครับ เชิญเลขาธิการครับ ขอเชิญพวกเรายืนขึ้นครับ
พระบรมราชโองการ
“พระราชกฤษฎีกา
ป่ดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจําป้ครั้งที่สอง
พ.ศ. ๒๕๖๖
____________
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๖
เปึนป้ที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญ ประจําป้ครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๕๖๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ นั้น บัดนี้ จะสิ้น กําหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันตามสมัยประชุมสามัญประจําป้ครั้งที่สอง ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๖
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาป่ดประชุม รัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจําป้ครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี”
ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ป่ดประชุมครับ