อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เสนอการผลักดันกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการสูญหาย พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการปฏิรูปกฎหมายกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงการแก้ไขช่องโหว่ของกฎหมายและบันทึกภาพ เสียง ตลอดระยะเวลาการควบคุมตัว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐนะครับ ขออนุญาตอภิปรายตามวาระการพิจารณาเรื่องด่วนวันนี้นะครับ ขออภิปรายเพื่อเปึนข้อมูล แก่ท่านสมาชิกทุกท่านก่อนที่เราจะได้ลงมติในวาระนี้ ตัวพระราชบัญญัตินี้เปึนความพยายาม ของทุกภาคส่วนที่พยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้นับตั้งแต่ป้ ๒๕๖๒ ผมเองเคยยื่นกระทู้ ทั่วไปในสภาแห่งนี้ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อขอทราบความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ พ.ศ. ๒๕๖๖
ซึ่งเคยถูกพิจารณาโดยรัฐบาล คสช. ในสมัยนั้น แต่มีการยุบสภาไปกระทั่งป้ ๒๕๖๒ ในครั้งนั้น ท่านรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ท่านตอบว่าเราอยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะเสนอเข้ามาใหม่ ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนโดย คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้มีการร่าง กฎหมายปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหายออกมา ขณะเดียวกันพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็พยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้ มีการเสนอกฎหมาย เพื่อให้มีการบังคับใช้ในประเทศตามที่เราเองได้ลงนาม มีการต้องอนุวัติกฎหมายเพื่อให้ เปึนไปตามข้อตกลงที่เราได้ลงนามในหนังสือกับนานาชาติไว้ แต่ในระหว่างการพิจารณา ก็ยังไม่ได้ถึงลําดับพิจารณาของสภา เนื่องจากว่ามีกฎหมายหลายฉบับที่มีการนําเสนอใน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ในการดําเนินการทั้งภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ได้มีการ เรียกร้องให้รัฐบาลพยายามผลักดันกฎหมาย เสนอกฎหมายที่มีลักษณะเดียวกันกับร่าง พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหายของฝ์าย พรรคการเมืองต่าง ๆ จนกระทั่งมีการเสนอเข้ามา ในส่วนของเพื่อให้มีกฎหมายตามที่ ประเทศไทยได้ลงนามไว้ และในกรรมาธิการวิสามัญที่ผ่านมา เราได้มีการปรับปรุงกฎหมาย ฉบับร่างของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จนได้เปึนกฎหมายที่มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยเฉพาะผมเองได้มีการตั้งกระทู้ถามและได้หารือในสภาแห่งนี้ ไม่น้อยกว่า ๔ ครั้ง เพื่อผลักดันให้มีกฎหมาย ซึ่งผมถือว่าเปึนกฎหมายที่ดีที่จะยกมาตรฐาน การอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่รัฐบาลเองยังคงบังคับใช้ตัว พ.ร.บ. พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก มีการใช้ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ป้ ๒๔๕๗ และพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ที่เปึนที่มาของการได้รับข้อร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ทั้งกรณีการควบคุมตัวบุคคลไป แต่ไม่ทราบว่านําตัวไปไว้ที่ไหน หรือกรณีร้องเรียนว่ามีการทําร้ายร่างกายขณะมีการควบคุมตัว มีการจับกุมตัวหรือ มีการวิสามัญ มีการทําลายทรัพย์สินของประชาชนในการเข้าควบคุมตัวบุคคลหรือ มีการบังคับให้รับสารภาพขณะเข้าควบคุมตัวหรือกล่าวหาว่าเปึนเจ้าหน้าที่หรือพวกของ เจ้าหน้าที่และนําตัวไปทําให้สูญหาย ทําให้หายสาบสูญไปโดยไม่ทราบชะตากรรม กระทั่ง เมื่อเราได้รับ ได้มีกฎหมายที่สามารถปัองกัน ปรากฏการณ์ที่ผมนําเรียนเมื่อสักครู่นี้แล้ว
ก็คือตัวพระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย ซึ่งถือว่าเปึนการปฏิรูปกฎหมายกระบวนการยุติธรรมในรอบ ๑๐๐ ป้ก็สามารถที่กล่าวได้ว่า เปึนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการคุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน และกฎหมายตัว พ.ร.บ. ฉบับนี้ หัวใจของกฎหมายฉบับนี้ที่จะเปึนการอุดรูรั่ว อุดช่องโหว่ของกฎหมาย เรื่องของ การอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชนก็คือ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ที่กล่าวถึงกระบวนการในการควบคุมตัว ต้องมีการบันทึกภาพ เสียง ตลอดระยะเวลาจนกระทั่งมีการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน หรือมีการปล่อยตัวกลับ หรือต้องมีการตรวจร่างกายขณะที่มีการควบคุมตัวหรือปล่อยตัวกลับ ต้องมีการบันทึก รายละเอียดว่าใครเปึนผู้ควบคุมตัวและนําตัวไปไหน วัตถุประสงค์ในการควบคุมตัวเพื่ออะไร เหล่านี้เปึนสิ่งที่กฎหมายตัว พ.ร.บ. ปัองกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้ บุคคลสูญหายได้มีการอุดรูรั่วของการอํานวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนมา โดยตลอด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อหาสาระที่ผม ถือว่าเปึนประโยชน์สําหรับให้กับท่านสมาชิกได้รับทราบข้อมูลเพื่อจะเปึนประกอบในการ พิจารณาในการลงมติต่อไปครับ ท่านประธานครับ